คลังเก็บป้ายกำกับ: jobs

JobsDB แนะคนหมดไฟปูทางสู่โอกาสจากวิกฤต มุ่งพัฒนาทักษะ รอจังหวะคว้างานที่ใช่

ภาวะหมดไฟ (Burnout) คงเป็นคำกล่าวที่คนทำงานในปัจจุบันต่างคุ้นเคยกันดี บางคนอาจกำลังประสบกับภาวะดังกล่าวอยู่และหลายคนอาจผ่านพ้นช่วงจังหวะชีวิตที่เผชิญกับภาวะหมดไฟมาแล้ว บ่อยครั้งภาวะหมดไฟส่งผลกระทบแง่ลบต่อหน้าที่การงาน ตลอดจนการใช้ชีวิตประจำวัน จนไปถึงความสัมพันธ์กับครอบครัว เพื่อนร่วมงาน ฯลฯ เมื่อถึงคราวที่ภาวะหมดไฟมาทักทาย อาจทำให้คนทำงานเสียกำลังใจและแรงบันดาลใจไปได้ง่าย ๆ

วันนี้ จ๊อบส์ดีบี แพลตฟอร์มหางานชั้นนำของเอเชีย ชวนคนทำงานยุคใหม่มาปลุกไฟในตัวให้พร้อมกลับมาสู้งานอีกครั้ง ผ่านการให้ความรู้เพื่อทำความเข้าใจภาวะหมดไฟ พร้อมแนะแนวทางในการปรับมุมมองและทัศนคติควบคู่การมองหาองค์ความรู้ใหม่อย่างสม่ำเสมอ ที่นอกจากจะช่วยให้คนทำงานได้ใช้สอยเวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อให้ก้าวผ่านภาวะดังกล่าวได้อย่างง่ายดายแล้ว ยังช่วยเพิ่มโอกาสงาน ที่ไม่ว่างานไหน ก็พร้อมสู้ไปให้สุดอีกครั้ง

ภาวะหมดไฟ ไม่ว่าวัยไหนก็เผชิญได้

ภาวะหมดไฟสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกสถานการณ์กับคนทำงานทุกวัย เริ่มตั้งแต่ First Jobber ไปจนถึงพนักงานระดับหัวหน้า ตลอดจนผู้บริหารระดับสูง โดยสาเหตุหลักมีมากมาย เริ่มตั้งแต่ปัญหาจิปาถะเล็กน้อยอย่างการไม่สามารถจัดการปัญหาต่าง ๆ ไม่สามารถกำหนดตารางงานและรับผิดชอบงานของตนเองได้ ไปจนถึงการไม่รู้สึกผูกพันและไม่มีเป้าหมายร่วมไปในทิศทางเดียวกับองค์กร หรือ แม้กระทั่งการไม่ได้รับโอกาสทำงานที่ถนัด การถูกมองข้ามความคิดเห็น รวมไปถึงปัญหาสุดคลาสสิกอย่างความไม่สมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและงาน ปัญหาเหล่านี้ก่อให้เกิดความล่าช้าในการทำงาน ทั้งยังบั่นทอนจิตใจ ส่งผลให้สูญเสียความมั่นใจในตนเองและความเชื่อมั่นต่อองค์กร กระทบต่อความพร้อมในการทำงานในที่สุด

หมดไฟท่ามกลางวิกฤต ต้องมองให้เห็นโอกาส

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกต้องเผชิญกับวิกฤตโรคระบาด ซึ่งแม้ว่าโรคระบาดตลอดจนผลกระทบที่แผ่ขยายเป็นวงกว้างได้สร้างการสูญเสียมากมายอย่างประเมินค่าไม่ได้ หลายธุรกิจจำเป็นต้องปรับลดจำนวนพนักงานหรือปิดตัวลง เหล่าคนทำงานถูกเลิกจ้างงานกะทันหันและต้องต่อสู้หางานอย่างไร้จุดหมาย จึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจหากคนทำงานจะหมดกำลังใจและเผชิญภาวะหมดไฟได้ง่ายกว่าที่เคย อย่างไรก็ตาม เราไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่า ในอีกนัยยะหนึ่ง สถานการณ์โควิด-19 ได้เปิดประตูสู่โอกาสใหม่ให้อีกหลายธุรกิจ รวมถึงแรงงานที่มีทักษะที่ตลาดต้องการสูงได้พัฒนาเติบโตแบบก้าวกระโดดนับแต่นั้นมา

คุณดวงพร พรหมอ่อน กรรมการผู้จัดการ บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึง “ผลสำรวจรายงานอัตราเงินเดือนของพนักงานไทยประจำปี 2565” บนแพลตฟอร์มของจ๊อบส์ดีบี ประเทศไทยในปีที่ผ่านมาว่า “อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์/ไอที (Computer/IT) คืออุตสาหกรรมที่ประกาศรับสมัครงานสูงสุด เมื่อเปรียบเทียบกับอุตสาหกรรมอื่น ๆ ส่วนในด้านของสายงานที่เป็นที่ต้องการมากที่สุด  วัดจากจำนวนประกาศรับสมัครงานรวมทุกอุตสาหกรรมคือ สายงานด้านการขายและการตลาด (Sales/Marketing)นอกจากนี้ เรายังพบว่า หลายสายงาน อาทิ สายงานไอที สายงานขาย งานบริการลูกค้า และงาน การตลาด รวมถึงงานการศึกษาและการฝึกอบรม และสายงานสุขภาพและความงาม ได้รับการปรับขึ้นอัตราค่าตอบแทนผันแปรไปตามความต้องการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นด้วย”

การบังคับใช้มาตรการต่าง ๆ เพื่อควบคุมโรคระบาด การถูกจำกัดกิจกรรมทางธุรกิจ ตลอดจนการเลิกจ้างงานกะทันหัน ถือเป็นตัวจุดประกายครั้งสำคัญให้เหล่าผู้ประกอบการและแรงงาน ปรับมุมมองกลับมาเริ่มให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางการงานและการเงินมากขึ้น แรงงานจำนวนไม่น้อยทั่วโลกหันมาพัฒนาทักษะดิจิทัลที่กำลังเป็นที่ต้องการ เพื่อมองหาลู่ทางใหม่ในอุตสาหกรรมหรือสายงานที่มีแนวโน้มเติบโต

โดยจากสถิติ ผลสำรวจรายงาน “ถอดรหัสลับ จับทิศทางความต้องการคนที่มีทักษะดิจิทัล” สำรวจแรงงานผู้ที่มีทักษะดิจิทัลกว่า 9,000 คน ในหลายประเทศ อาทิ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย เดนมาร์ก รวมถึงประเทศไทย พบว่า 63% ของผู้ที่มีทักษะดิจิทัลกำลังมองหาโอกาสงานใหม่ในบทบาทอื่นที่ดีกว่าเดิม ในขณะที่ 49% ต้องการความท้าทายใหม่ ๆ

“ในปีนี้ แม้ว่าผลสำรวจโดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) จะพบว่า อัตราการว่างงานทั่วประเทศอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ แต่น่าสนใจมากว่าจำนวนคนทำงานที่เผชิญกับภาวะหมดไฟกลับสวนทางและเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม อยากให้เหล่าคนทำงานมองเรื่องภาวะหมดไฟเป็นภาวะที่สามารถเกิดขึ้นได้ ใช้ประโยชน์จากผลสำรวจของจ๊อบส์ดีบี ควบคู่กับการมองหาโอกาสท่ามกลางสถานการณ์และความไม่แน่นอนที่เผชิญ เพื่อพัฒนาทักษะและคุณสมบัติให้เพียงพอสำหรับงานที่มีความมั่นคงกว่าเดิมทั้งในแง่ของโอกาสในการเติบโตในองค์กรและในแง่ของอัตราค่าตอบแทนในอนาคต” คุณดวงพร กล่าวเสริม

สร้างทักษะ มองหาแรงบันดาลใจ แก้ภาวะหมดไฟให้สิ้นสุด

ในยุคสมัยที่มีการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวอยู่ตลอด การปล่อยให้ตนเองเผชิญกับภาวะหมดไฟ บ่อยครั้งอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด นอกเหนือจากการศึกษาฝึกทักษะใหม่ ๆ อยู่เสมอ เรายังสามารถเพิ่มความสุขในการทำงาน เพื่อลดอาการ Burnout ได้ง่าย ๆ ผ่านการค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของภาวะหมดไฟ หรือการริเริ่มสิ่งใหม่ ๆ อาทิ การตั้งเป้าหมายใหม่ การค้นหาแรงบันดาลใจและความท้าทายใหม่ การสร้างสภาพแวดล้อมและเริ่มต้นออกเดินทางไปยังสถานที่แห่งใหม่ หรือการหางานอดิเรกใหม่ ซึ่งท้ายที่สุดอาจนำไปสู่การเดินทางบนเส้นทางงานใหม่ที่นำพาไปสู่ประสบความสำเร็จ

from:https://www.thumbsup.in.th/jobsdb-prepare-for-new-job?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=jobsdb-prepare-for-new-job

กลุ่มนักระบำเปลื้องผ้า ขอยื่นเป็นสมาชิกสมาคมทุนนักแสดงในสหรัฐฯ ยกระดับอาชีพให้ดีขึ้น

Stripper หรือนักระบำเปลื้องผ้า คือผู้ให้ความบันเทิงด้วยการแสดงอีกรูปแบบ และเพื่อให้มีความเท่าเทียมกับอาชีพนักแสดงอื่น ๆ กลุ่มนักระบำเปลื้องผ้าในหสรัฐอเมริกา จึงขอยื่นเป็นสมาชิก Actors Equity Association หรือสมาคมทุนนักแสดง ที่มีสมาชิกเป็นนักแสดงในสถานที่ต่าง ๆ เช่น บรอดเวย์, ดิสนีย์เวิลด์ และโรงละครในสหรัฐฯ

Stripper

นักระบำเปลื้องผ้า ต้องได้สิทธิ์เหมือนนักแสดงอื่น ๆ

สำนักข่าว CNN รายงานว่า กลุ่มนักระบำเปลื้องผ้าที่ทำงานใน Star Garden Topless Dive Bar ย่าน North Hollywood รัฐ California ได้ยื่นเอกสารต่อ National Labor Relations Board หรือคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ เพื่อเข้าเป็นสมาชิก Actors Equity Association ที่ช่วยเหลือ และคุ้มครองนักแสดงมากว่าร้อยปี

เหตุผลที่พวกเธอต้องการเข้าร่วม เพราะงานแสดงของพวกเธอมักถูกล่วงละเมิด และคุกคามทางเพศทางผู้ใช้บริการ รวมถึงผู้รักษาความปลอดภัยในที่ทำงานบางครั้งละเลยในการป้องกันพวกเธอ เปรียบได้กับการทำงานอาชีพนี้ต้องทนกับปัญหาดังกล่าว หรือจะออกจากอาชีพนี้ไป

ขณะเดียวกัน ค่าจ่างของอาชีพนักระบำเปลื้องผ้าในสหรัฐอเมริกายังไม่เป็นธรรม ผ่านการที่เจ้าของร้านไม่ได้จ้างตามค่าแรงขั้นต่ำ ทั้งยังหักทิปจากนักระบำเปลื้องผ้ากว่าครึ่งหนึ่ง ทำให้พวกเธอต้องพึ่งความโชคดีจากลูกค้าที่ทิปหนักในบางครั้ง นอกจากนี้คลับต่าง ๆ จ้างพวกเธอเป็นพนักงานสัญญาจ้าง ทำให้การจัดตั้งสหภาพแรงงานทำได้ลำบาก

ปัจจุบันสมาคมทุนนักแสดงมีอายุกว่า 109 ปี มีสมาชิก 51,000 คน เป็นนักแสดงอาชีพ ทำงานตั้งแต่ในบรอดเวย์, ดิสนีย์เวิลด์ รวมถึงโรงละครต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยประธานของสมาคมบอกว่า นักระบำโป๊ คือผู้ให้ความบันเทิง และสร้างรายได้จากการแสดง แต่พวกเขากลับมีปัญหาเรื่องค่าจ้างไม่เป็นธรรม และความปลอดภัยน้อย

นอกจากนี้พนักงานบริษัทเอกชนต่าง ๆ เริ่มหันมาจัดตั้งสหภาพแรงงานเพื่อต่อสู้เกี่ยวกับความเป็นธรรมในการทำงานของพวกเขา เช่น สหภาพแรงงานของ Amazon, Apple และ Starbucks แสดงให้เห็นถึงความไม่ต้องการถูกเอาเปรียบจากนายจ้างอีกต่อไป

สรุป

อาชีพนักแสดงไม่ว่าจะเป็นการแสดงแบบไหนมักถูกดูหมิ่นว่าเป็นอาชีพเต้นกินรำกิน และโดนภาครัฐเพิกเฉยเมื่อประสบความยากลำบากมาโดยตลอด ดังนั้นการขอยื่นเข้าเป็นสมาชิกกองทุนนักแสดงของนักระบำเปลื้องผ้า น่าจะช่วยยกระดับอาชีพนี้ให้เท่าเทียมกับนักแสดงโชว์อื่น ๆ ในสหรัฐอเมริกามากขึ้น

อ้างอิง // CNN

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post กลุ่มนักระบำเปลื้องผ้า ขอยื่นเป็นสมาชิกสมาคมทุนนักแสดงในสหรัฐฯ ยกระดับอาชีพให้ดีขึ้น first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/stripper-want-join-actors-equity/

หมดเวลาตื่นทอง? ตำแหน่งงาน Metaverse ลดจำนวนลง 81% ในช่วงไตรมาส 2/2022

Revelio Labs บริษัทที่เก็บสถิติตำแหน่งงานของบริษัทต่างๆ ทั่วโลก ออกรายงานว่าตำแหน่งงานที่มีคำว่า “metaverse” ลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว 81% ภายในเวลาแค่ 3 เดือนล่าสุด (เมษายน-มิถุนายน 2022)

Revelio Labs เก็บสถิติย้อนหลังดูตำแหน่งงานที่มีคำว่า metaverse พบว่าค่อยๆ เพิ่มขึ้นหลัง Facebook เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Meta และเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2022 และขึ้นไปพีคที่เดือนเมษายน แต่หลังจากนั้นก็ลดจำนวนลงอย่างรวดเร็วในเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนที่ผ่านมา

เหตุผลหนึ่งที่เป็นไปได้คือ ตลาดแรงงานสายไอทีก็ชะลอตัวลง โดยบริษัทใหญ่ๆ หลายแห่งเริ่มชะลอการจ้างงานใหม่ หรือบางรายถึงขั้นต้องปลดคนออก ภาพรวมของตำแหน่งงานไอทีในเมืองใหญ่ของสหรัฐลดลง 8.4% ในรอบ 4 สัปดาห์ล่าสุด ทำให้หลายบริษัทต้องมาพิจารณาตำแหน่งงานที่จำเป็นต้องเปิดรับจริงๆ กันใหม่ ซึ่งตำแหน่งงานสุดไฮป์อย่าง metaverse ย่อมโดนตัดออกนั่นเอง

No Description

ที่มา – Bloomberg

from:https://www.blognone.com/node/129596

รู้จักตำแหน่งงานยุคใหม่ ที่กำลังเปิดรับและน่าสมัครไปทำ!!

ด้วยกระแสเทรนด์การทำงานยุคใหม่ที่เกิดขึ้นก่อนและหลังเกิดโควิด-19 ทำให้เราได้เห็น “ชื่ออาชีพ” ใหม่ๆ ที่เปิดรับสมัครมากมายในองค์กร ทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก

วันนี้ thumbsup จะมาแนะนำชื่ออาชีพใหม่ๆ ที่น่าสนใจและมีชื่อตำแหน่งกับลักษณะงานที่แบบ “อิหยังนิ” มาฝากกันด้วย เผื่อว่าเป็นแรงบันดาลใจให้คนที่กำลังหางานยุคใหม่ ได้ลองยื่นเรซูเม่กันค่ะ

Blockchain Developer 

เป็นอีกหนึ่งสายงานสำหรับคนไอทีที่ต้องมีความรู้ด้านระบบค่อนข้างเฉพาะทางพอสมควรและแก้ไขปัญหาได้ดีด้วยนะคะ เพราะ blockchain ถือว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เข้ามามีบทบาทในหลายอุตสาหกรรม ทั้งอสังหาริมทรัพย์ การแพทย์ การเงินการธนาคาร เราจึงเห็นหลายบริษัทนำเทคโนโลยีนี้เข้ามาปรับใช้เพื่อให้ธุรกิจก้าวหน้าสู่อนาคต ดังนั้น ส่ิงที่คนสมัครตำแหน่งนี้ต้องรู้คือทักษะด้านโปรแกรมมิ่งต้องรอบด้าน ทั้ง Javascript, Solidity, C++, Python, Golang และทักษะพื้นฐานของบล็อกเชนอย่าง Blockchain Architecture, WebDev, Data Structure และอีกมากมายเลย แน่นอนว่าตำแหน่งใหม่ขนาดนี้ เงินเดือนสูงลิบแน่นอนค่า

Creative & Content Video/คนเขียนบท 

แค่อ่านชื่อตำแหน่งเราจะได้ความรู้สึกของการเป็นครีเอทีฟผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการสร้างสรรค์สตอรี่บอร์ดเพื่อใช้ในการถ่ายทำชิ้นงาน แต่สำหรับตำแหน่งงานนี้คุณจะต้องพรีเซ็นต์ ออกกอง ควบคุมการตัดต่อและมิกซ์ซาวน์ เพื่อส่งงานลูกค้าให้ได้ด้วยนะคะ เรียกว่าต้องเป็นมืออาชีพในการทำโปรดักชั่นครบรอบด้านกันเลย  ใครสนใจลองไปสมัครกันดูค่ะ

Content Creator (TikTok)

การเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไม่ได้จำกัดแค่การทำส่วนตัวแล้วนะคะ แต่คุณสามารถเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ให้กับแบรนด์ได้ ยิ่ง TikTok ได้รับความนิยมมากเท่าไหร่ คนที่ทำหน้าที่สร้างสรรค์คอนเทนต์ให้แก่แบรนด์ก็ยิ่งเป็นที่ต้องการมากเท่านั้น สำหรับหน้าที่ในการทำตำแหน่งนี้ของแบรนด์ ก็คือการรับผิดชอบเนื้อหา วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก และจัดทำรายงานรายสัปดาห์ให้แก่หัวหน้า รวมทั้งต้องมีการทำงานร่วมกับ TikTokers ชื่อดังทั่วไปด้วย

Creative Nutritionist

ถ้าอ่านแค่ชื่อตำแหน่งเราจะจินตนาการว่าเป็นฟีลงานขายตรงแหละ เพราะลักษณะงานบอกว่าเป็นผู้ให้คำปรึกษาด้านโภชนาการแก่ลูกค้า ออกแบบข้อมูลโภชนาเฉพาะบุคคลให้แก่ลูกค้า แต่งานไม่ได้จบแค่นั้น คุณยังต้องจัดทำข้อมูลวิชาการ ดำเนินการขอขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์อาหาร พัฒนาสูตรอาหารและวิเคราะห์ปัญหาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ด้วย เรียกว่าทำงานหลากหลายด้านแน่นอน แต่สวัสดิการที่ได้ก็น่าสนใจนะคะ คือจะทำงานร่วมกับหลากหลายวงการเพราะเขายังเป็น Startup อยู่ ก็เลยให้ทำงานแบบ WFH ได้เสริมความรู้คอร์สออนไลน์จากแหล่งต่างๆ ฟรี ใครสนใจก็ลองเข้าไปสมัครกัน

 

SEO Specialist / SEO Content

การค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับแบรนด์กลายเป็นความนิยมอย่างมาก แน่นอนว่าแบรนด์เองก็ต้องการหาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเกี่ยวกับการวิเคราะห์ สร้างปรับปรุงและพัฒนาแคมเปญที่เกี่ยวข้องกับ SEO หรือ Search Engine Optimization ที่มากขึ้น มุ่งหวังให้ติดอันดับเว็บไซต์หรือส่งผลที่ดีต่อ Organic Search ของแบรนด์ รวมถึงต้องดูและเกี่ยวกับ Paid Search ได้ด้วย

 

นักจิตบำบัด

เพราะโลกการทำงานทุกวันนี้มันเครียด ความต้องการจิตแพทย์ (ที่ไม่ได้หมายความว่าเราเป็นบ้า แต่หมายถึงเราต้องการที่ปรึกษาที่ดี) ส่งผลต่อการเกิดโรคเครียด โรคซึมเศร้า โรคไบโพล่าร์ ซึ่งเหล่านี้คือผู้ป่วยมีภาวะสะสมจากสมองและสภาพใจที่หาทางออกไม่ได้ เพราะไม่กล้าคุยหรือบอกกับคนใกล้ชิดถึงปัญหาที่กำลังประสบ เมื่อสะสมมากๆ ก็จะเกิดอาการป่วยเรื้อรังได้ ดังนั้น นักจิตบำบัดคือคนที่จะคอยให้คำปรึกษา รับฟังและนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาให้แก่ผู้ที่มีปัญหาทางสภาพจิตใจได้ ปัจจุบันมีหลายแพลตฟอร์มเกี่ยวกับสุขภาพเปิดรับสมัครนักจิตบำบัดเพื่อให้คำปรึกษาแก่พนักงานออฟฟิศหรือผู้คนทั่วไปมากมาย รวมทั้งมีหน่วยงานอิสระหลายแห่งที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือสภาพจิตใจของคนกลุ่มนี้มากขึ้นด้วย

เจ้าหน้าที่งานสู่อนาคต

ตำแหน่งนี้ก็น่าสนใจสำหรับองค์กรที่ต้องการปรับตัวสู่ยุคใหม่ ก็ต้องมีการเตรียมพร้อมทีมงานชุดเดิมให้มีแนวทางและวิสัยทัศน์ที่ตรงกัน ซึ่งคนที่จะสมัครตำแหน่งนี้ ก็ต้องมีการจัดทำแผนธุรกิจและโมเดลเพื่อทดสอบคุณภาพของพนักงานในองค์กร เพื่อตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงสู่อนาคต โดยคนที่จะมาวางแผนได้ก็ต้องเป็นคนที่มีประสบการณ์ด้าน Innovation Technology เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจและมีทักษะในการคิดเรื่องของ Ananlytical / Critical / Lateral

เจ้าหน้าที่การตลาด ยิง Ads โฆษณา

เป็นตำแหน่งที่ระบุชัดเจนว่า จ้างมาเพื่อวางแผนจัดทำโฆษณาในสื่อออนไลน์และยิง Ads บนโซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์ม ซึ่งในอดีตการยิงแอดนั้น จะเน้นไปที่ทีมการตลาดหรือทีมงานโฆษณา เอเจนซี่ ที่ดีลคุยราคาพิเศษกับแพลตฟอร์ม อีกทั้งต้องซื้อตรงจากแพลตฟอร์มเท่านั้น ในยุคออนไลน์เฟื่องฟูและทีมคอนเทนต์ หรือคนที่ทำงานด้านคอนเทนต์ครีเอเตอร์ก็เก่งเรื่องการซื้อแอดมากขึ้น ตำแหน่งนี้ จึงมีหน้าที่ซื้อโฆษณาและวิเคราะห์ผลให้แก่แบรนด์

 

Senior UX Writer

การออกแบบประสบการณ์ใช้งานของแบรนด์ให้เข้ากับลูกค้าที่มีความหลากหลาย ถือว่าเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่แบรนด์ยุคใหม่นิยมและมองหา การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่สวยงาม ตรงกับความต้องการและเข้าใจง่าย ถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ลูกค้าอยากเข้าใช้งานซ้ำบ่อยๆ และยิ่งต้องอธิบายหรือทำงานร่วมกับทีมออกแบบ วิศวกร การตลาดและ customer service ให้เข้าใจไปในทางเดียวกันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่คุณต้องทำให้ได้!!

 

นักแก้ไขการพูด (นักเวชศาสตร์สื่อความหมาย) 

เป็นตำแหน่งที่น่าสนใจทีเดียวค่ะ สำหรับสายงานกึ่งแพทย์ที่ต้องสอนทักษะการได้ยินและแก้ไขการพูด เพราะต้องยอมรับว่ามนุษย์เราไม่ได้เกิดมาแล้วมีทักษะการพูดเพื่อพรีเซนต์ต่อหน้าคนจำนวนมากได้ทุกคน ยิ่งตำแหน่งสูง ยิ่งจำเป็นต้องพูดโน้มน้าวให้พนักงานหรือพาร์ทเนอร์สนใจอยากทำงานร่วมกับเราด้วย ซึ่งหน้าที่ส่วนใหญ่ของคนอาชีพนี้คือการให้ความรู้ คำแนะนำ ปรึกษาและอบรมทั้งด้านทฤษฎีและปฏิบัติให้แก่ผู้ที่มีปัญหาด้านการสื่อสารในหลากหลายวิชาชีพ

 

ยังมีตำแหน่งงานไหนที่น่าสนใจและคุณคิดว่าเป็นตำแหน่งที่น่าสนใจกำลังเปิดรับสมัคร สามารถคอมเมนต์หรือส่งเมล์มาแจ้งเราที่ contact@thumbsup.in.th ได้นะคะ

from:https://www.thumbsup.in.th/how-to-know-career-job?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=how-to-know-career-job

ถ้าเจ้านายออกกฏให้กลับมาเข้าออฟฟิศอีกครั้ง คุณจะทำอย่างไร

หากสภาวะการแพร่ระบาดของโควิด-19 ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทำให้คุณกำลังคุ้นชินกับการทำงานที่บ้าน เข้าออฟิศเพียง 3-4 วันต่อสัปดาห์ หรือทำงานนอกสถานที่ หากวันนี้เจ้านายบอกคุณว่า “ต้องกลับเข้าออฟฟิศวันละ 8 ชั่วโมงเหมือนเดิม” คุณคิดจะวางแผนชีวิตอย่างไร

ไม่ใช่เรื่องแปลกหากคุณอยู่ในสถานะของการเป็น “พนักงานหรือลูกจ้าง” ก็ย่อมอยากจะมีทางเลือกในการใช้ชีวิตหรือเลือกอยู่บ้าน เพื่อลดการเดินทาง ค่าใช้จ่ายระหว่างวัน หรือลดการเข้าสังคมลง เพราะบางครั้ง คนเราก็มีความรู้สึกอยากทำงานมากกว่าต้องเสียค่าใช้จ่ายทางสังคมจนไม่เหลือเงินในกระเป๋า

แต่หากเป็นในมุมมองของ “เจ้านายหรือเจ้าของธุรกิจ” นั้น พวกเขาย่อมอยากเห็นประสิทธิภาพของพนักงานในการทำงาน หรือ “สื่อสาร” ได้ทุกเวลาที่ต้องการ กับบางลักษณะงานมากกว่าการ “คุย” ผ่านสายโทรศัพท์หรือแชทผ่านคอมพิวเตอร์มากกว่า

ยกตัวอย่าง เคสล่าสุดของ อีลอน มัสก์ ที่ประกาศชัดเจนว่า เขาอยากให้พนักงานของ Tesla / Space X กลับเข้ามาทำงานที่ออฟฟิศหรือใช้เวลาทำงานที่ออฟฟิศอย่างน้อย 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หากเป็นในส่วนของโรงงานต้องอยู่มากกว่านั้น ถ้าใครทำไม่ได้ก็ขอให้ลาออกจากบริษัท

ส่วนหนึ่งเพราะ มัสก์ มองว่า การเจอหน้ากัน การระดมสมองร่วมกันหรือแม้แต่การสื่อสารแบบเจอหน้ากันจะช่วยให้พวกเขาได้ไอเดีย ผลงาน และมีประสิทธิภาพที่ดีกว่าการคุยผ่านสายโทรศัพท์

มีหลายโพสต์บนทวิตเตอร์ของมัสก์ ที่บ่งบอกว่าเขากำลังโหยหาการกลับไปทำงานที่ออฟฟิศ และต้องการที่สร้างนวัตกรรมผ่านการสื่อสารแบบเจอตัวมากกว่าช่องทางออนไลน์ อย่างเช่น หากเหตุผลในการสร้างสินค้าจะทำให้คนนับล้านมีความสุข

หรืออีกเหตุผลคือ มัสก์รู้สึกไม่โอเคกับการเจอเด็กฝึกงานของออฟฟิศไปซื้อกาแฟในเวลางาน หรือติดกล้องวงจรปิดเพื่อจับตาดูพนักงานใช้เวลาไปกับเรื่องส่วนตัว

ขณะที่ BANPU บริษัทของไทยที่ทำงานกับทั่วโลก ปรับรูปแบบการทำงานแบบ Work-Life Harmony คือให้พนักงานเลือกจัดสรรเวลาทำงานได้เอง และยืดหยุ่นการทำงานได้ทุกที่ด้วยนโยบายแบบ Work Anywhere ที่หลายองค์กรในไทยเริ่มใช้แนวคิดนี้ เพื่อสอดรับกับเทรนด์การทำงานของคนยุคใหม่มากขึ้น

หรือแม้แต่บริษัทสตาร์ทอัปของไทยมากมายที่มีการทำงานแบบ Work Anywhere เพื่อให้พนักงานออกไปใช้ชีวิตอย่าง JITTA Wealth ที่โพสต์รูปแบบการทำงานขององค์กรที่มีการปรับให้เข้ากับยุคสมัยและพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่

บางทีสิ่งเหล่านี้ก็เป็นเรื่องที่น่าขบคิดว่า การจับตามองพนักงานทุกฝีก้าว กับ การตัดสินคนจากผลงาน แบบใดถึงจะเรียกว่าเป็นการทำงานที่ได้ผลและมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง

 

from:https://www.thumbsup.in.th/elon-musk-office-hour?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=elon-musk-office-hour

JobsDB เผยเทรนด์ใหม่ผู้หางาน คุณค่าในองค์กรและภาพลักษณ์ขององค์กร จะเข้ามามีบทบาทสำคัญ

วิกฤตโควิด-19 ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและพฤติกรรมของผู้คนในวงกว้าง ทั้งยังสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตลาดงานทั้งในระดับโลก รวมถึงประเทศไทย ทำให้คนที่กำลังมองหางานใหม่นั้นก็มีพฤติกรรมหรือแนวคิดในการตัดสินใจเลือกสมัครงานที่เปลี่ยนไปจากยุคก่อนโรคระบาด องค์กรหรือผู้ประกอบการจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องต้องปรับตัวให้ทันสถานการณ์และความต้องการของคนทำงานในโลกหลังวิกฤตโควิด

คุณดวงพร พรหมอ่อน กรรมการผู้จัดการ บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า วิกฤตโควิด-19 ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงมุมมองและทัศนคติด้านความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานและองค์กร เมื่อผู้หางานไม่ได้มองหาแค่งานที่ให้ค่าตอบแทนที่ดีที่สุดหรือสวัสดิการรูปแบบเดิม ๆ อีกต่อไป หากแต่ให้ความสำคัญกับ Employer Value Proposition (EVP) หรือคุณค่าในองค์กรที่พนักงานต้องการที่ตอบรับกับสถานการณ์ในปัจจุบัน รวมไปถึงภาพลักษณ์ขององค์กร หรือ Employer Brand ว่าสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ ความเป็นตัวตน หรือทัศนคติความเชื่อของตนหรือไม่

ไม่ว่าจะเป็น วัฒนธรรมการทำงานที่มีความเห็นอกเห็นใจกัน บรรยากาศในการทำงาน ความยืดหยุ่นเรื่องเวลาและสถานที่ทำงาน ค่านิยมขององค์กรที่มีต่อสิ่งแวดล้อม และการเคารพในความหลากหลายและความเท่าเทียมกันของพนักงาน เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ล้วนเข้ามามีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจเลือกสมัครงานในปี 2565 นี้ทั้งสิ้น

ผู้หางานให้ความสำคัญกับ “องค์กรหรือบริษัท” เป็นอันดับหนึ่ง

ข้อมูลน่าสนใจจากแพลตฟอร์มของ จ๊อบส์ดีบี (JobsDB) พบว่า ในปี 2564 ที่ผ่านมา “ชื่อบริษัทหรือองค์กร (company)” เป็นคีย์เวิร์ด (Keyword) มาแรงที่ผู้หางานในประเทศไทยใช้ในการเสิร์ชค้นหางานสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งที่ 51% เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ซึ่งอยู่อันดับสองที่ 38% เท่านั้น รองลงมาคือ “ตำแหน่งงาน (position)” ที่ตกลงมาเป็นอันดับที่สองอยู่ที่ 32% จาก 41% ในปีก่อนหน้า

ข้อมูลดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงเทรนด์ที่ผู้หางานส่วนใหญ่ในปัจจุบันได้ให้ความสำคัญกับ “องค์กรหรือบริษัท” เป็นปัจจัยอันดับแรก ๆ ในการตัดสินใจเลือกสมัครงาน ดังนั้น บริษัทหรือองค์กรแบบไหนที่เหล่าผู้สมัครงานมองหา? จ๊อบส์ดีบี (JobsDB) ในฐานะแพลตฟอร์มหางานชั้นนำของเอเชีย จึงได้รวบรวมข้อมูลเชิงลึก (Insight Data) ต่าง ๆ และสรุป

เทรนด์ที่คนทำงานยุคใหม่ให้ความสำคัญและมีผลต่อการตัดสินใจเลือกสมัครงาน เพื่อให้องค์กรและผู้ประกอบการได้เห็นแนวโน้ม รวมถึงทัศนคติมุมมองที่เปลี่ยนไปของคนหางานยุคใหม่ในโลกหลังโควิด-19 และสามารถปรับตัวให้องค์กรสามารถดึงดูดผู้สมัครงานคุณภาพ รักษาพนักงานเก่าให้คงอยู่ และเดินหน้าต่อไปได้ท่ามกลางความไม่แน่นอนในปี 2565 นี้

สวัสดิการ สิทธิประโยชน์ ตลอดจนคุณค่าในองค์การที่พนักงานต้องการ (Employer Value Proposition) ต้องได้รับการพัฒนาให้ตอบโจทย์กับโลกหลังวิกฤตโควิด-19

สองปีที่ผ่านมา วิกฤตโรคระบาดได้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและมุมมองของคนทำงานที่มีต่อองค์กรหรือบริษัท หลายคนถูกลดวันทำงาน ลดเงินเดือน หรือเลิกจ้าง หลายคนต้องเดินทางหรือไปทำงานในสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงต่อการได้รับเชื้อโรค และบางครั้งก็นำมาซึ่งความสูญเสียของคนในครอบครัว บางคนต้องเผชิญกับภาวะเครียด เป็นโรคซึมเศร้า ฯลฯ เหตุการณ์เหล่านี้ที่คนทำงานต้องพบเจอ ล้วนส่งผลให้คนทำงานเริ่มมองหาองค์กรที่ให้ความสำคัญกับพนักงานในฐานะ “เพื่อนมนุษย์” มากกว่าแค่ในฐานะ “พนักงาน” หรือ “ทรัพยากรบุคคล”

ดังนั้น องค์กรรวมถึงฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ต้องตระหนักและพัฒนาสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ขององค์กรให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนทำงานที่เปลี่ยนไป และคำนึงถึงคุณค่าในองค์กรที่พนักงานต้องการ (EVP) โดยเน้นให้คุณค่าในด้านความรู้สึกมากขึ้น เพื่อรักษาพนักงานเดิมไว้ และดึงดูดผู้สมัครงานใหม่ในยุคปัจจุบัน

สิทธิในการทำงานจากบ้านแบบ Work from Home หรือการทำงานแบบระยะไกล (Remote Working) ความยืดหยุ่นในแง่ของสถานที่ทำงาน เป็นหนึ่งใน Employer Value Proposition ที่ผู้หางานในประเทศไทยได้ให้ความสำคัญเป็นลำดับต้น ๆ ในการเลือกสมัครงานในโลกยุคหลังโควิค-19

ซึ่งจากข้อมูลบนแพลตฟอร์ม JobsDB ในปีที่ผ่านมา พบว่า “Work from Home” เป็นคำค้นหาเดียวในหมวด “สวัสดิการ (Benefit)” ที่ติดท็อป 20 อันดับคำค้นหาที่ผู้สมัครงานในประเทศไทยค้นหามากที่สุด และได้รับการค้นหามากเป็นอันดับ 9 ผ่านทางอุปกรณ์เคลื่อนที่ ซึ่งองค์กรต่าง ๆ สามารถนำไปวางกลยุทธ์เพื่อส่งเสริมการสร้างความสัมพันธ์แบบระยะไกลระหว่างเพื่อนร่วมงาน ไปจนถึงการจัดหาเทคโนโลยีหรืออุปกรณ์เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานจากที่บ้านหรือแบบระยะไกลให้แก่พนักงานได้อีกด้วย

การให้การสนับสนุนทางด้านสุขภาวะที่ดีแบบองค์รวมของพนักงาน จากรายงาน “ถอดรหัสลับ จับทิศทางความต้องการคนทำงานยุคใหม่” (Global Talent Survey: Ultimate Guide to Work Trend 2021) ที่ จ๊อบส์ดีบี จัดทำร่วมกับ The Network และ Boston Consulting Group (BCG) พบว่า พนักงานส่วนใหญ่รู้สึกว่า สุขภาวะที่ดีของพวกเขาได้รับผลกระทบในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมาหลังจากวิกฤตโควิด-19

ดังนั้น องค์กรสามารถให้การสนับสนุนสุขภาวะที่ดีทั้งด้านร่างกายและสภาพจิตใจ เช่น จัดโปรแกรมปรึกษาสุขภาพจิตฟรี การปรับแผนประกันสุขภาพให้ครอบคลุมการทำกายภาพบำบัด หรือแม้กระทั่งการให้อิสระในการจัดสรรเวลาทำงานเพื่อลดความกดดันในเรื่องกฏระเบียบข้อบังคับและบรรเทาความเครียดจากภาระที่ต้องดูแลสมาชิกในครอบครัวที่อาศัยร่วมกัน เป็นต้น

การสร้างเสริมวัฒนธรรมการทำงานแบบเน้นคุณค่าของพนักงาน และการมอบโอกาสในการพัฒนาทักษะใหม่ ๆ ให้แก่บุคลากร เพราะมนุษย์ทุกคนต้องการเป็นคนสำคัญในชีวิตใครคนหนึ่งเสมอ พนักงานเองก็ปรารถนาที่จะได้รับการยกย่อง ชื่นชม และการแสดงความขอบคุณสำหรับความพยายามหรือความสำเร็จที่พนักงานได้ทำไว้ เช่น การกล่าวชื่นชมในที่ประชุม ไปจนถึงการจัดทำโปรแกรม Employee Rewards and Recognition ที่เป็นรูปธรรม เพื่อรักษาและสร้างแรงจูงใจให้แก่พนักงาน

นอกจากนี้ องค์กรยังสามารถสนับสนุนพนักงานให้พัฒนาทักษะเดิมและสร้างเสริมทักษะใหม่ ผ่านการจัดทำคอร์สเรียนที่ยืดหยุ่นหรือจัดฝึกอบรมเพื่อ upskill หรือ reskill ทักษะที่จำเป็น เพื่อเป็นประโยชน์ต่อพนักงาน

สวัสดิการและสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความต้องการที่เปลี่ยนไปของคนทำงานยุคใหม่ เช่น การให้ส่วนลดร้านค้าต่าง ๆ การจัดสรรวัคซีนโควิดหรือ ATK ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย การเพิ่มวันลาพักร้อน ฯลฯ

เงินเดือนและค่าตอบแทนที่สมเหตุสมผล ยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญสำหรับตลาดประเทศไทยที่ยังต้องเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจและสังคม ทั้งนี้ ขนาดขององค์กรอาจไม่ใช่สิ่งสำคัญที่จะชี้วัดอัตราเงินเดือนอีกต่อไป ในบางสายงานที่เป็นที่ต้องการ หรือต้องการความรู้ความเชี่ยวชาญ ก็มีความเป็นไปได้ที่ธุรกิจ SMEs จะเสนอเงินเดือนที่มากกว่าเพื่อให้เกิดการจ้างงาน

การสร้างแบรนด์หรือภาพลักษณ์องค์กร (Employer Brand) จะมีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจเลือกสมัครงาน

นอกจากการพัฒนาหรือส่งเสริมคุณค่าในองค์กรที่พนักงานให้ความสำคัญ (EVP) ตลอดจนค่าตอบแทนที่สมเหตุสมผลแล้ว การสื่อสารความเป็นตัวตนขององค์กรในเชิงการตลาดไปสู่ผู้หางานกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงการสร้างประสบการณ์การรับรู้ที่ดีต่อสังคมในวงกว้าง เป็นสิ่งที่ทุก ๆ องค์กรควรให้ความสำคัญ เพราะในโลกหลังวิกฤตโควิด-19 ผู้หางานโดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ มักจะมองหาองค์กรที่มีภาพลักษณ์และค่านิยมที่ตรงกับความเป็นตัวตนและความเชื่อของพวกเขา

หลาย ๆ บริษัทที่เป็นบริษัทสตาร์ทอัพซึ่งก่อตั้งเพียงไม่กี่ปี แต่สามารถดึงดูดคนทำงานรุ่นใหม่ได้ ด้วยการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก พร้อมสื่อสารภาพลักษณ์องค์กรที่ดูทันสมัย มั่นคง มีความเป็นสากล ฯลฯ และส่งเสริม EVP ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี ที่มากไปกว่านั้น จากรายงาน “ถอดรหัสลับ จับทิศทางความต้องการคนทำงานยุคใหม่” (Global Talent Survey: Ultimate Guide to Work Trend 2021) ยังพบว่า 73% ของกลุ่มคนที่อายุน้อยกว่า 30 ปี ยังคำนึงถึงประเด็นด้านความรับผิดชอบขององค์กรต่อสิ่งแวดล้อม และ 95% คำนึงถึงประเด็นด้านความหลากหลายและความเท่าเทียมของพนักงาน และมีแนวโน้มที่จะไม่เลือกสมัครงานกับองค์กรที่มีค่านิยมไม่ตรงกับทัศนคติของพวกเขาอีกด้วย

ทั้งนี้ จากข้อมูลเชิงลึกของ JobsDB ยังพบด้วยว่า หากเปรียบเทียบระหว่างประกาศรับสมัครงานรูปแบบธรรมดาและประกาศรับสมัครงานที่มีการระบุ EVP ซึ่งครอบคลุมทั้ง สวัสดิการ สิทธิประโยชน์ หรือค่านิยมขององค์กรที่ตอบโจทย์สถานการณ์ในปัจจุบันร่วมด้วยแล้วนั้น ประกาศรับสมัครงานที่มีการระบุ EVP จะมีอัตราการดึงดูดผู้สมัครและนำไปสู่การจ้างงานได้เร็วกว่าประกาศสมัครงานแบบธรรมดามากถึง 40%

“ด้วยเหตุนี้ องค์กรและผู้ประกอบการในปัจจุบันจึงจำเป็นต้องตระหนักรับรู้รับฟังพนักงาน รวมถึงนำเสนอคุณค่าในองค์กรที่พนักงานต้องการ (EVP) ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และความต้องการที่เปลี่ยนไป มอบประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ครอบคลุมมากกว่าแค่เรื่องงาน ปฏิบัติกับพนักงานเสมือนเป็นพาร์ทเนอร์หรือบุคคลในครอบครัว พร้อมสื่อสารความเป็นตัวตน ค่านิยม และภาพลักษณ์ขององค์กร (Employer Brand) ให้ชัดเจนและสร้างการรับรู้แก่ทั้งพนักงานและผู้หางานกลุ่มเป้าหมาย เพื่อดึงดูดผู้หางานคุณภาพมาร่วมงาน และรักษาพนักงานที่ใช่ให้อยู่กับองค์กรต่อไปได้ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนเช่นนี้” คุณดวงพร กล่าวปิดท้าย

from:https://www.thumbsup.in.th/jobsdb-trend-for-worker?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=jobsdb-trend-for-worker

JobDB เผยภาพรวมรายงานเงินเดือนปี 2022

จ๊อบส์ดีบี (JobsDB) แพลตฟอร์มหางานชั้นนำของเอเชีย เผยรายงานอัตราเงินเดือนของพนักงานไทยประจำปี 2565 (Salary Report 2022) พบว่า เมื่อเปรียบเทียบกับตลาดเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และฮ่องกง ประเทศไทยมีการปรับเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเดือนค่าเฉลี่ยสูงที่สุดอยู่ที่ 43.1%

โดยจากผลสำรวจพบว่า ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์/ไอที (Computer/IT) มีการประกาศรับสมัครงานสูงสุดมากกว่า 12,200 ตำแหน่ง เมื่อเปรียบเทียบกับอุตสาหกรรมอื่น ๆ บนแพลตฟอร์มของ จ๊อบส์ดีบี ประเทศไทยในปีที่ผ่านมา

สำหรับสายงานที่เป็นที่ต้องการมากที่สุด ซึ่งวัดจากจำนวนประกาศรับสมัครงานรวมทุกอุตสาหกรรมมากถึง 26,300 ตำแหน่ง ในปี 2564 ยังคงเป็นสายงานด้านการขายและการตลาด (Sales/Marketing) เช่นเดียวกับปี 2563

หากกล่าวถึงภาพรวมการปรับเพิ่มขึ้นของค่าตอบแทนในประเทศไทย โดยแบ่งตามสายงาน พบว่า มีหลายสายงานได้รับการปรับเพิ่มอัตราเงินเดือน อาทิ สายงานไอที ที่ได้รับการปรับเงินเดือนสูงที่สุดถึง 41%, งานขาย งานบริการลูกค้า และงานการตลาด รวมถึงงานการศึกษา และการฝึกอบรม เงินเดือนเพิ่มขึ้น 40% สายงานสุขภาพ และความงาม เงินเดือนเพิ่มขึ้น 39% เป็นต้น

นอกจากนี้ จากผลสำรวจอัตราเงินเดือน หากเปรียบเทียบทุกอุตสาหกรรมและแบ่งตามระดับงาน พบว่าในแต่ละระดับงาน มีอุตสาหกรรมที่เสนออัตราเงินเดือนเฉลี่ยสูงสุด 3 อันดับ ดังนี้

ระดับเจ้าหน้าที่ (Entry Level)

  • อันดับที่ 1 : อุตสาหกรรมไอที, การธนาคารและการเงิน, โทรคมนาคม เสนอค่าตอบแทนเฉลี่ยที่ 32,500 บาท
  • อันดับที่ 2 : อุตสาหกรรมประกันภัย เสนอค่าตอบแทนเฉลี่ยที่ 30,000 บาท
  • อันดับที่ 3 : อุตสาหกรรมอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เสนอค่าตอบแทนเฉลี่ยที่ 27,500 บาท

ระดับหัวหน้างาน (Manager)

  • อันดับที่ 1 : อุตสาหกรรมประกันภัย เสนอค่าตอบแทนเฉลี่ยที่ 62,500 บาท
  • อันดับที่ 2 : อุตสาหกรรมไอที, การธนาคารและการเงิน, โทรคมนาคม, น้ำมันและก๊าซ เสนอค่าตอบแทนเฉลี่ยที่ 57,500 บาท
  • อันดับที่ 3 : อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์, Trading และจัดจำหน่าย, อาหารและเครื่องดื่ม เสนอค่าตอบแทนเฉลี่ยที่ 50,000 บาท

ระดับผู้จัดการ / อาวุโส (Senior Executive)

  • อันดับที่ 1 : อุตสาหกรรมโทรคมนาคม เสนอค่าตอบแทนเฉลี่ยที่ 82,500 บาท
  • อันดับที่ 2 : อุตสาหกรรมไอที, ประกันภัย, การธนาคารและการเงิน, โรงแรม บริการจัดเลี้ยง เสนอค่าตอบแทนเฉลี่ยที่ 80,000 บาท
  • อันดับที่ 3 : อุตสาหกรรมอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์, อสังหาริมทรัพย์, Trading และจัดจำหน่าย, อาหารและเครื่องดื่ม, ขนส่ง เสนอค่าตอบแทนเฉลี่ยที่ 72,500 บาท

ระดับผู้บริหารระดับสูง (C-level Management)

  • อันดับที่ 1 : อุตสาหกรรมอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เสนอค่าตอบแทนเฉลี่ยที่ 125,000 บาท
  • อันดับที่ 2 : อุตสาหกรรมไอที, ประกันภัย, การผลิต เสนอค่าตอบแทนเฉลี่ยที่ 120,000 บาท
  • อันดับที่ 3 : อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ เสนอค่าตอบแทนเฉลี่ยที่ 117,500 บาท

เมื่อเทียบการปรับตัวของอัตราเงินเดือนปีล่าสุดเป็นเปอร์เซ็นต์ พบว่า อุตสาหกรรม 3 อันดับแรกที่มีการปรับเงินเดือนเพิ่มสูงสุดแบ่งตามระดับงาน และสายงาน ได้แก่

  • อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ (Property & Real Estate) ปรับเพิ่มค่าตอบแทนพนักงานระดับผู้จัดการ / อาวุโส (Senior Executive) ในสายงานไอที สูงสุดในปี 2564 โดยปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ 34.6%
  • อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage) ปรับค่าตอบแทนให้แก่พนักงานระดับหัวหน้างาน (Manager) ในสายงานไอที เช่นเดียวกัน โดยปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ 27.8%
  • อุตสาหกรรมขนส่ง (Transportation) มีการปรับขึ้นค่าตอบแทนสูงสุดเป็นอันดับ 3 ให้แก่พนักงานระดับผู้จัดการ / อาวุโส (Senior Executive) ในสายงานบริการเฉพาะทาง โดยปรับขึ้นจากปีก่อนเฉลี่ยอยู่ที่ 27.1%

ผลสำรวจในปีนี้ยังได้วิเคราะห์ถึงนัยยะสำคัญอีกประเด็นหนึ่งว่า ขนาดขององค์กรอาจไม่ใช่สิ่งสำคัญที่จะชี้วัดอัตราเงินเดือนอีกต่อไป โดยทั่วไปแล้ว องค์กรขนาดใหญ่มักจะเสนอเงินเดือนที่สูงกว่า แต่ปัจจุบัน บางสายงานที่เป็นที่ต้องการ หรือต้องการความรู้ ความเชี่ยวชาญ ก็มีความเป็นไปได้ที่ธุรกิจ SMEs จะเสนอเงินเดือนที่มากกว่าเพื่อให้เกิดการจ้างงาน โดยจากข้อมูลเชิงลึกของเงินเดือนในธุรกิจ SMEs เมื่อเทียบกับองค์กรขนาดใหญ่ พบว่า อุตสาหกรรม SMEs ที่มีการเติบโตมากที่สุดคือ อุตสาหกรรมประกันภัย (Insurance) ซึ่งมีเปอร์เซ็นต์การขึ้นเงินเดือนสูงสุดอยู่ที่ 33.3% และประเภทงานที่มีการเติบโตมากที่สุดคือ งานท่องเที่ยว โรงแรม และ F&B (Hotel/Restaurant) ซึ่งมีเปอร์เซ็นต์การขึ้นเงินเดือนสูงสุดที่ 18.2%

from:https://www.thumbsup.in.th/jobdb-salary-2022?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=jobdb-salary-2022

LINE MAN Wongnai รับสมัครงานด้านเทคกว่า 200 อัตรา ในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ ฐานเงินเดือนเท่ากัน

LINE MAN Wongnai เปิดรับสมัครงานตำแหน่งด้านเทค ในโครงการ Tech Fast Track Virtual Recruitment Program มีตำแหน่งหลายสาย หลายระดับ สถานที่ทำงานทั้งในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ ในเงินเดือนระดับเดียวกัน

สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ – 20 มีนาคม 2022 ตามลิงก์นี้: https://bit.ly/LMWN_FastTrack

ข้อมูลเปิดเผย: LINEMAN ควบรวมกับบริษัท Wongnai ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Blognone หลังเข้าซื้อบริษัทตั้งแต่ปี 2017

No Description

ทำไมต้องสมัครกับโครงการนี้?

  • กระบวนการคัดคนแบบ Fast-Track : มาก่อนได้ก่อน รู้ผลภายใน 1 สัปดาห์
  • ผู้ร่วมคัดเลือกทุกคนจะได้รับการรีวิวโค้ดจากโค้ดมาสเตอร์ของเรา
  • ตำแหน่งว่างกว่า 200 ตำแหน่งในช่วงการจ้างงานที่ใหญ่ที่สุดในรอบปี

ระดับรายได้เท่ากันไม่ว่าสถานที่ทำงานจะอยู่ไหน ทำงานจากที่ใดก็ได้

ระดับจบใหม่ Fresh Graduate – เงินเดือนเริ่มต้น ฿45,000

ตำแหน่งที่เปิดรับ

Engineering Team

  • Software Engineer, Backend
  • Software Engineer, Frontend
  • Software Engineer, iOS/Android/React Native
  • Software Engineer in Test
  • Site Reliability Engineer
  • Cyber Security Engineer
  • Principal Engineer
  • Engineering Manager

Data Team

  • Data Engineer / Data Platform Engineer
  • Data Scientist
  • Business intelligence analyst
  • Analytic Engineer (BI Developer)
  • Data Architect

Product Team

  • UX/UI Designer

ช่วงเวลารับสมัคร

ช่วงเปิดรับสมัคร: ตอนนี้ – 20 มีนาคม 2022 ตามลิงก์นี้: [https://bit.ly/LMWN_FastTrack]
สัมภาษณ์ออนไลน์และทดสอบเขียนโค้ด : สมัครก่อน สัมภาษณ์ก่อน รู้ผลภายใน 1 สัปดาห์

ข้อดีของ LINE MAN Wongnai

  • พัฒนาแอปพลิเคชั่นที่มีผู้ใช้งานกว่า 20 ล้านคน ต่อเดือน (รวม users+riders+restaurants)
  • Data Driven Organization มีระบบการจัดการ data ที่ยิ่งใหญ่ และใช้ข้อมูลในทุกการตัดสินใจเสมอ
  • Open to new ideas สนับสนุนให้คนกล้าคิด กล้าออกความเห็น และร่วมมือกันทดลองอย่างเป็นระบบ และได้เห็นไอเดียที่เราคิดออกมาเป็นรูปเป็นร่างด้วยความร่วมมือกันของทีม
  • รูปแบบการทำงานเป็นได้ทั้ง Fully Remote/ Work From Anywhere อยุ่ที่ไหนก็ทำงานได้ วัดกันที่ผลงาน
  • มี Communication Platform และ Supporting System ที่อำนวยความสะดวกให้เราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้ไม่ได้นั่งอยู่ที่เดียวกัน
  • เพราะเราเชื่อว่าความสามารถไม่ขึ้นกับพื้นที่ เงินเดือนและสวัสดิการ ของพนักงานที่เลือกทำงาน Remote จากต่างจังหวัด จะเท่ากับพนักงานออฟฟิศที่กรุงเทพทุกประการ

Special Tech Knowledge Sharing Event

ตลอดเดือนมีนาคม ทุกวันศุกร์ LINE MAN Wongnai Engineering Team จะจัด Online Tech Talk แชร์ความรู้ในการผลิตแอปพลิเคชั่นสเกลใหญ่ของเราให้ได้ชมกันฟรีๆ พร้อมถามตอบได้สดๆ ในรายการ

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับชีวิตการทำงานที่ LINE MAN Wongnai ได้ที่เพจ Life at LINE MAN Wongnai

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/127371

คนหางานเตรียมเฮ! HBO Max ประกาศรับคนสู้ศึกสตรีมมิ่งแข่งดุ

HBO MAX ร่อนตำแหน่งเปิดรับสมัครตำแหน่งต่างๆ ในไทยมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Head of Brand Marketing, Manager, Development & Production Lead และ Distribution Lead หวังดึงคนไทยเข้ามาช่วยดูแลและรับผิดชอบการให้บริการรับชมภาพยนตร์ออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม HBO Max และหวังสร้างโอกาสการเติบโตในท้องถิ่น หลังมีผู้ชมชาวไทยมากมายเลือกใช้บริการสตรีมมิ่งกันอย่างแพร่หลาย

สำหรับการรับสมัครงานในครั้งนี้ มีการประกาศผ่านแพลตฟอร์ม LinkedIn ของทาง WarnerMedia ที่ปัจจุบันมีการเปิดตลาดบริการรับชมภาพยนตร์ออนไลน์ภายใต้ชื่อ HBO GO ก่อนที่จะมีการปรับเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น HBO MAX ซึ่งดึงรายการและภาพยนตร์จากเครือวอร์เนอร์มีเดียเข้ามาเสริมทัพมากกว่าเดิม

อย่างไรก็ตาม คู่แข่งในตลาดสตรีมมิ่งอย่าง Netflix และ Disney+ ต่างก็ได้มือหนึ่งของวงการภาพยนตร์ของไทยอย่าง ยงยุทธ ทองกองทุนและ วินท์รดิศ กลศาสตร์เสนี ไปไว้ในมือก่อนแล้ว ก็ต้องจับตากันให้ดีว่าทาง HBO MAX จะดึงคนเก่งคนไหนเข้ามาช่วยบริหารธุรกิจคอนเทนต์นี้ได้

 

 

ที่มา : Brand Inside, LinkedIn

from:https://www.thumbsup.in.th/hbo-max-jobs?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=hbo-max-jobs

The Great Resignation เทรนด์การลาออกยกแผง ที่พนักงานและองค์กรต่างก็ต้องวางแผน

เมื่อสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลายแน่นอนว่าบริษัทที่มีพนักงานนั่งประจำออฟฟิศย่อมต้องวางแผนที่จะให้พนักงานกลับไปทำงานเช่นเดิม แต่ในต่างประเทศกลับเจอปัญหาพนักงานตัดสินใจลาออกแทนการกลับไปนั่งทำงานที่ออฟฟิศ

ช่วงไตรมาสสองของปี 2021 ปัญหาที่องค์กรธุรกิจในสหรัฐกำลังประสบปัญหากัน นั่นก็คือการตบเท้ากันลาออกจำนวนกว่า 3.9 ล้านคนแล้ว ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจประเภทกลุ่มคนรายได้ต่ำ งานท่ีต้องสัมผัสกับคนจำนวนมาก อย่างเช่น กลุ่มร้านอาหาร โรงแรมและสถานบันเทิง เป็นต้น

สำหรับปัญหานี้ก็คือ The Great Resignation ปัญหานี้คล้ายกับที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2530 ที่เรียกว่า The Great Retention โดย 39% ของพนักงานพร้อมลาออกหากต้องกลับไปทำงานออฟฟิศเหมือนเดิม

อย่างไรก็ตาม มีนักวิจัยตลาดหลายฝ่ายคาดการณ์ว่าตัวเลขการลาออกจากงานนี้ จะเพิ่มขึ้นอีก 50% หากเจาะจงเก็บข้อมูลเฉพาะกลุ่มมิลเลนเนียลและเจน Z ซึ่งปัญหานี้กำลังลุกลามไปในหลายประเทศฝั่งยุโรป ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เนเธอแลนด์และฝรั่งเศส

ส่วนประเทศไทยนั้น ตัวเลขผู้ป่วยโควิด-19 ในอนาคตหากมีตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงและคนทำงานยุคใหม่ก็คุ้นชินกับการทำงานที่บ้านกันมากขึ้น อาจส่งผลให้การกลับไปทำงานที่ออฟฟิศลดลง และนิยมทำงานแบบ remote มากขึ้น

ต้นตอเทรนด์นี้มาจากไหน

การเกิดขึ้นของเทรนด์นี้ไม่ได้หมายความว่า คนทำงานรุ่นใหม่นั้นขี้เกียจหรือไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่การงาน คนรุ่นใหม่พวกนี้ยังคงต้องการงานอยู่ แต่พวกเขาก็ต้องการที่จะยืดหยุ่นเรื่องงานกับชีวิตความเป็นอยู่ไปพร้อมกัน

แม้คนรุ่นก่อนจะมองว่าการเริ่มต้นอัตราค่าแรงที่ 15,000 บาทนั้นสูงกว่าในสมัยก่อนที่เริ่มต้นรายได้ที่หลักพัน แต่ก็ต้องยอมรับด้วยว่ายุคสมัยนั้นปรับเปลี่ยนไปเยอะมาก

ค่าใช้จ่ายในเรื่องของค่าเดินทางไปกลับต่อวันต่อคนเริ่มต้นที่ 50 บาท/วัน ค่าอาหารและเครื่องดื่มอยู่ที่ 100 บาท/วัน ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายยิบย่อยในการใช้ชีวิตร่วมกับคนในสังคม จึงเป็นเหตุผลให้คนรุ่นใหม่อยากประหยัดโดยลดการเกิดขึ้นของสิ่งเร้าจากสังคมรอบตัว

ขยายรายละเอียดความต้องการของพนักงานรุ่นใหม่

  • ความต้องการเรื่องค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น

สิ่งที่พนักงานรุ่นใหม่ต้องการอย่างเงิน ความยืดหยุ่นและความสุขในการทำงาน เป็นปัจจัยหลักที่คำนึงถึงเป็นอันดับแรกๆ เพราะการกลับไปใช้ชีวิตการทำงานแบบเดิม พนักงานอาจไม่สบายใจเรื่องการติดเชื้อที่ง่ายขึ้น การเดินทางที่อาจเผลอสัมผัสกับสิ่งสกปรกและอยากลดค่าใช้จ่ายจากการเดินทางไปช่วยเพิ่มเงินเก็บได้ดีขึ้น

รวมทั้งการที่ต้องทำงานที่บ้านเป็นเวลานานก็กังวลที่ต้องห่างจากลูกหลานที่ยังเรียนออนไลน์ หรือสัตว์เลี้ยงที่มาอยู่เป็นเพื่อนช่วงที่ work from home

  • ต้องการความหมายในชีวิตที่มากขึ้น

การใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ช่วงโควิด-19 หลายคนได้ใช้ชีวิตกับตัวเองมากขึ้น ค้นพบความหมายในการใช้ชีวิต ทำให้พวกเขาพบเจอสิ่งที่ตนเองชอบ และอยากที่จะกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม

การทำงานที่บ้านเป็นระยะนานๆ กลายเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขาเห็นความหมายในการใช้ชีวิตและเปลี่ยนไลฟ์สไตล์หลายอย่างไป เช่น การทำอาหาร การปลูกต้นไม้ การเลี้ยงสัตว์ และพบว่าการทำงานไม่ใช่แค่หาเงินแต่ต้องการต้นทุนหรือเงินทุนไปใช้ในการตามหาความฝันและเดินหน้าทำในสิ่งที่ตนเองต้องการได้ด้วยเงินจากการทำงานนี้

  • หมดไฟในการทำงาน

ด้วยรูปแบบการทำงานออนไลน์ที่เหมือนจะสบายไม่ต้องเดินทาง แต่ช่วงแรกของการ WFH ที่มีการประชุมแบบไม่จำกัด และผู้บริหารกดดันเรื่องของเวลานั่งหน้าจอทำงานหนักมากทำให้พนักงานรู้สึกว่าหมดพลังในการทำงานแต่ละวันที่หนักจนไม่มีเวลาพัก ไม่สามารถแยกออกระหว่างการทำงานกับการใช้ชีวิต

ดังนั้น หากผู้บริหารยังคิดว่าการกลับมาทำงานที่ออฟฟิศเพื่อรักษาวัฒนธรรมองค์กร ผู้บริหารจำเป็นต้องตอบคำถาม 3 ข้อนี้ให้ได้ก่อนว่า

  • ระหว่าง WFH ประสิทธิภาพการทำงานของทีมลดลงหรือไม่
  • มีความจำเป็นต้องเข้าออฟฟิศ 5 วัน/สัปดาห์เช่นเดิมหรือไม่
  • การยอมเสียพนักงานมือทองแลกกับการทำงานในออฟฟิศ คุ้มค่าจริงหรือไม่

ไม่ว่าทางเลือกที่ผู้บริหารองค์กรคือแนวทางใด สิ่งที่ผู้บริหารควรตะหนักก็คือ

  • คุณให้ความสำคัญกับ Passion และความตั้งใจในการทำงานมากกว่าเรื่องของเงิน
  • พนักงานรับผิดชอบกับงานที่ได้รับมอบหมายให้เป็นระบบไม่ใช่เจอภาระแทรกที่วุ่นวายกับงานจนคุณภาพลดลง
  • ตารางการทำงาน อาจไม่ใช่เข้างาน 9 โมงเช้า – 5 โมงเย็นแบบเดิม

พนักงานควรวางแผนชีวิตอย่างไร

  • พัฒนาตนเองให้เป็นที่ต้องการของตลาดงาน : ไม่ใช่แค่เราในฐานะคนทำงานที่อยากได้องค์กรที่ดี องค์กรเองก็อยากได้พนักงานที่มีความสามารถที่ตอบโจทย์เช่นกัน ซึ่งทักษะหลักที่นายจ้างต้องการ ประกอบด้วย ทักษะด้านการสื่อสาร, ทักษะในการทำงานเป็นทีม, ทักษะในการแก้ไขปัญหา, ทักษะในการคิดริเริ่ม, ทักษะในการบริหารจัดการ และทักษะในการปรับตัว
  • วางแผนหลังตกงานให้รอบคอบ : ด้วยชีวิตหลังโควิด-19 หลายคนได้ปรับเปลี่ยนมุมมองและแนวทางกาาใช้ชีวิตมากมาย การออกมาเป็นเจ้านายตัวเองก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก จึงควรวางแผนรายรับ-รายจ่ายให้ดี มองหาอาชีพเสริมที่จะช่วยบรรเทาค่าใช้จ่ายหลัก รวมทั้งค้นหาความสามารถของตัวเอง
  • การเรียนรู้สิ่งใหม่ไม่มีวันจบสิ้น : การหาทักษะเสริมเรียนรู้ด้านต่างๆ ย่อมเป็นประโยชน์สำหรับคนที่ไม่หยุดการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นทักษะเล็กๆ อย่างการตัดต่อคลิป ตัดแต่งภาพ เรียนถ่ายภาพ-ถ่ายวีดีโอ ไปจนถึงทักษะใหญ่ๆ อย่างการเรียนต่อปริญญาโท ปริญญาเอกเพื่อนำวุฒิไปปรับใช้กับตำแหน่งที่เพิ่มขึ้นในอนาคต ก็ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ควรทำทั้งสิ้น และเป็นการอัพเกรดเรซูเม่ของเราให้เป็นที่ต้องการกับตลาดงานด้วย
  • ปรับมุมมองด้านทักษะการทำงานให้มากกว่าเดิม : ไม่ว่าตอนอยู่ออฟฟิศเก่าคุณจะมีประวัติดีหรือไม่ในสายตาของ HR การเข้ามาสู่องค์กรใหม่คุณต้องปรับเปลี่ยนนิสัยเสียบางอย่างและกระหายการทำงานให้มากขึ้น เพราะการเป็นพนักงานใหม่ย่อมหมายถึงอยู่ในช่วงวัดประสิทธิภาพของคุณว่าจะอยู่รอดกับองค์กรหรือไม่ ดังนั้น การสื่อสารกับทีมให้มากขึ้น ควบคุมเวลาและจัดการอารมณ์ตัวเองได้ดี ถือว่าเป็นแกนสำคัญที่องค์กรนำมาใช้ในการประเมินศักยภาพของคุณ

ที่มา :

The Secret Sauce

Forbes

Bloomberg

Jobthai

JobDB

Cigna

from:https://www.thumbsup.in.th/the-great-resignation-howto?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=the-great-resignation-howto