คลังเก็บป้ายกำกับ: JAPAN

ญี่ปุ่นเริ่มทดสอบซูเปอร์คอมพิวเตอร์ Pegasus ใช้ Intel Optane ช่วยประหยัดพลังงาน ทำหน้าที่แรม 240 เทราไบต์

มหาวิทยาลัย Tsukuba เริ่มทดสอบเครื่องซูเปอร์คอมพิวเตอร์ Pegasus ที่อาจจะเป็นซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ประหยัดพลังงานที่สุดในตอนนี้เพราะใช้ซีพียูและกราฟิกรุ่นใหม่ ร่วมกับหน่วยความจำแบบ Intel Optane ที่ก่อนหน้านี้ไม่ค่อยประสบความสำเร็จนักจนอินเทลต้องถอยออกจากตลาดไป

Pegasus ผลิตเครื่องโดย NEC ใช้ซีพียู Xeon Platinum 8468 (Sapphire Rapids) ร่วมกับ NVIDIA H100 พร้อมกับแรม DDR5-4800 อีก 128GB ที่น่าสนใจคือตัวเครื่องใส่ Intel Optane มาด้วยอีก 2TB แยกออกจาก SSD ขนาด 3.2TB อีกสองชุด เชื่อมต่อเน็ตเวิร์คด้วย NVIDIA Quantum-2 Infiniband (200Gbps)

ตัว Optane ที่ใช้งานในเครื่องนั้นสามารถคอนฟิกได้ว่าจะเป็นดิสก์อยู่ใน /pmem หรือจะเป็นหน่วยความจำขยายออกจากหน่วยความจำปกติ ทำให้โดยรวมแล้วระบบจะมองเห็นหน่วยความจำของทั้งคลัสเตอร์ขนาดถึง 255 เทราไบต์

พลังประมวลผลรวมของ Pegasus คาดว่าจะอยู่ที่ 6.5 เพตาฟลอบ ซึ่งก็น่าจะทำให้ได้เข้าอันดับ TOP100 ของโลกได้ แต่จุดที่มหาวิทยาลัย Tsukuba ชูคือประสิทธิภาพด้านพลังงานของ Pegasus น่าจะดีกว่า Henri ที่อยู่ในสหรัฐฯ และอยู่ในอันดับ 1 ของรายการ Green500 ตอนนี้เสียอีก

ที่มา – Nikkei, University of Tsukuba

No Description

from:https://www.blognone.com/node/132522

Netflix ญี่ปุ่น ทดลองสร้างอนิเมชันขนาดสั้น ที่ใช้ AI ช่วยวาดฉากหลัง

Netflix ประเทศญี่ปุ่น เปิดตัวอนิเมชันขนาดสั้น The Dog & The Boy ซึ่งเป็นผลงานการผลิตร่วมกันระหว่าง Rinna Inc. บริษัทที่พัฒนางานศิลปะจาก AI และ WIT Studio สตูดิโอผู้ผลิตอนิเมชันเรื่องดังอย่าง Attack on Titan และ Spy × Family

The Dog & The Boy เป็นอนิเมชันที่ใช้ AI ช่วยวาดภาพฉากหลัง (ในคลิปท้ายข่าวมีรายละเอียด) เล่าเรื่องราวของเด็กชายกับสุนัขหุ่นยนต์ ที่วันหนึ่งเด็กชายเติบโตขึ้น และต้องออกไปรบในสงครามเพื่อปกป้องเมือง Netflix

อนิเมชันนี้ความยาว 3 นาที ยังเป็นงานทดลองเท่านั้น Netflix บอกว่าการนำ AI มาช่วยวาดภาพจำนวนหนึ่ง เพื่อมุ่งหวังแก้ปัญหาแรงงานในอุตสาหกรรมอนิเมชันที่ขาดแคลน โดยลดงานบางส่วน ให้คนไปโฟกัสการผลิตงานตัวละครและฉากอารมณ์ที่สำคัญมากขึ้น จึงคาดว่า Netflix น่าจะผลักดันแนวทางดังกล่าวกับงานอื่นในอนาคตต่อไป รับชมอนิเมชันได้ท้ายข่าว

ที่มา: Anime Corner และ Netflix Japan

No Description

from:https://www.blognone.com/node/132489

หยามกันถึงถิ่น! BYD บุกญี่ปุ่นเต็มตัว ขอกินส่วนแบ่งจาก Tesla และรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ท้องถิ่น

BYD แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีนเดินหน้าบุกตลาดโลกต่อเนื่อง ล่าสุดเตรียมเปิดโชว์รูม 20 แห่งในญี่ปุ่น พร้อมขายรถยนต์ไฟฟ้า 3 รุ่นในปีนี้ เริ่มด้วยรุ่น Atto 3 ที่ราคา 4.4 ล้านเยน หรือราว 1.11 ล้านบาท

BYD

BYD ตัวแทนรถยนต์ไฟฟ้าจีนบุกญี่ปุ่น

สำหรับราคา Atto 3 ของ BYD ยังไม่รวมส่วนลดการสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่น พร้อมส่งมอบตั้งแต่เดือน มี.ค. 2023 ซึ่งญี่ปุ่นถือเป็นการบุกตลาดนอกประเทศจีนต่อจาก ไทย และ ออสเตรเลีย รวมถึงเดินหน้าทำตามแผนขยายตลาดไปในระดับโลกหลังจากแข็งแกร่งในประเทศจีน

BYD วางแผนเจรจามีดีลเลอร์ที่ญี่ปุ่นกว่า 100 รายภายในปี 2025 และเตรียมขยายสถานีชาร์จความเร็วสูงเพื่อตอบโจทย์การใช้งานในประเทศญี่ปุ่นที่ปัจจุบันสถานีชาร์จส่วนใหญ่เป็นแบบชาร์จช้า ทำให้ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะได้ระยะทางเหมาะสมในการเดินทาง

ในปี 2022 ภาพรวมการจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศญี่ปุ่นอยู่ที่ 59,000 คัน เพิ่มขึ้น 3 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2021 คิดเป็น 1.7% ของยอดขายรถยนต์นั่งในประเทศญี่ปุ่น และเป็นครั้งแรกที่กินสัดส่วนมากกว่า 1% แต่ยังค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศจีน

รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศญี่ปุ่นส่วนใหญ่เป็น Kei Car หรือรถยนต์ขนาดเล็กที่เน้นขับขี่ในเมืองระยะสั้น ๆ ต่างกับการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าในตลาดอื่นที่เป็นรถยนต์ที่ใช้งานได้ในระยะไกล และมีสมรรถนะสูง แต่ถึงอย่างไรในญี่ปุ่น BYD ยังต้องเจอกับคู่แข่งจำนวนมาก เช่น Mercedes-Benz, Tesla รวมถึงแบรนด์ท้องถิ่นที่เริ่มทำรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น

สรุป

BYD กลายเป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่น่ากลัวในตอนนี้ เพราะมียอดขายเป็นอันดับ 1 ของโลก แซงหน้า Tesla ไปแล้ว และกำลังบุกตลาดที่น่าสนใจทั่วโลก แถมทยอยตั้งโรงงานผลิตนอกประเทศจีนต่อเนื่อง ยิ่งการไปบุกญี่ปุ่นก็แสดงให้เห็นว่า BYD มั่นใจว่าจะไปซื้อใจชาวญี่ปุ่นที่มีแบรนด์รถยนต์ท้องถิ่นให้เลือกมากมายแน่ ๆ

อ้างอิง // Asia Nikkei, ภาพจาก Twitter ของ BYD ประเทศญี่ปุ่น

อ่านเพิ่มเติม

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post หยามกันถึงถิ่น! BYD บุกญี่ปุ่นเต็มตัว ขอกินส่วนแบ่งจาก Tesla และรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ท้องถิ่น first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/byd-ev-go-japan/

Koji Sato ชายผู้รับเผือกร้อนในการบริหาร Toyota ให้โลดแล่นในยุครถยนต์ไฟฟ้าบูม

Akio Toyoda หลานชายของผู้ก่อตั้ง Toyota ประกาศสละตำแหน่ง CEO หลังอยู่ในตำแหน่งดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2009 โดยตำแหน่งดังกล่าวถูกส่งต่อให้ Koji Sato ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง Chief Branding Officer

การประกาศดังกล่าวสร้างแรงกระเพื่อมทั้งฝั่งนักลงทุน, วงการรถยนต์ และผู้บริโภค เพราะทุกภาคส่วนต่างไม่แน่ใจว่า ภายใต้การบริหารของ CEO คนใหม่ Toyota จะเดินหน้าไปทางไหน

แต่ที่แน่ ๆ Koji Sato ได้รับเผือกร้อนชิ้นโต เพราะต้องพา Toyota ให้โลดแล่นในยุคที่รถยนต์ไฟฟ้าเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น แล้วสุดท้ายเขาจะทำได้หรือไม่?

Toyota

Koji Sato ชายอายุ 53 กับความคาดหวังสูง

Koji Sato ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง Chief Branding Officer ของ Toyota Motor และ President (กรรมการผู้จัดการใหญ่) ของ Lexus กับ GAZOO Racing ทีมแข่ง และแบรนด์พัฒนารถยนต์สมรรถนะสูงของ Toyota โดยเขาร่วมงานกับ Toyota ตั้งแต่ปี 1992 ไต่เต้าจากหัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมจนขึ้นมาเป็นผู้บริหารสูงสุดในด้านแบรนด์

ชายญี่ปุ่นอายุ 53 ปีคนนี้มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมรถยนต์ และคุ้นเคยกับการทำงานในกลุ่ม Toyota มานาน แต่การที่ให้เขาขึ้นมาดำรงตำแหน่ง CEO ในเวลานี้ย่อมมาพร้อมกับความคาดหวังสูงจากทุกภาคส่วน และกดดันเขาไม่น้อย เพราะถึง Toyota จะครองอันดับ 1 ยอดขายรถยนต์โลก 3 ปีซ้อน แต่ในฝั่งรถยนต์ไฟฟ้ายังไม่มีที่ยืน

ยิ่งตอนนี้ผู้บริโภคเริ่มสนใจรถยนต์ไฟฟ้าล้วน (Battery Electric Vehicle: BEV) มากขึ้น Toyota คงจะภูมิใจกับเทคโนโลยี Hybrid ของตัวเอง และผลักดันรถยนต์ไฟฟ้าพลังไฮโดรเจน (Fuel Cell Electric Vehicle: FCEV) ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว รวมถึงโลกตอนนี้หมุนด้วยดิจิทัล การจะทำตลาดแบบดั้งเดิมก็คงไม่ประสบความสำเร็จเสมอไป

เรียกคนรุ่นใหม่ขึ้นมาช่วยคือคำตอบ

Akio Toyoda ดำรงตำแหน่ง CEO มาตั้งแต่ปี 2009 ซึ่งเวลานั้นโลกยังไม่หมุนด้วยดิจิทัล และรถยนต์ไฟฟ้ายังไม่เป็นที่นิยมมาก และถึงตอนนี้เขาอายุ 66 ปีแล้ว ดังนั้นการดึงคนรุ่นใหม่ที่อายุน้อยกว่าเขาเป็นสิบปีเข้ามาบริหารเพื่อตอบรับกับกระแสใหม่จึงเป็นคำตอบที่ดี

“เมื่อไม่มีใครรู้ว่าอะไรคือคำตอบที่ถูกต้องในอุตสาหกรรมรถยนต์ ผู้นำขององค์กรจึงต้องทำตัวเป็นเหมือนกับโฟร์แมน และเมื่อต้องทำอย่างนั้น คุณต้องลงแรง และใจกับมัน รวมถึงมีความกระตือรือร้น และการได้คนรุ่นใหม่เข้ามาช่วยขับเคลื่อนองค์กรก็คือเรื่องจำเป็นในการขับเคลื่อนองค์กรยุคนี้” Akio Toyoda ชี้แจง

แต่ใช่ว่าการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ Akio Toyoda จะไม่ได้ช่วยเหลือ CEO คนใหม่ เพราะเขาพยายามปรับภาพลักษณ์แบรนด์ Toyota ให้ดูโฉบเฉี่ยว และเป็นที่นิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะการเร่งโปรโมตแบรนด์ Gazoo Racing ทั้งฝั่ง Motorsports และรถยนต์สมรรถนะสูง จนแบรนด์ Toyota ดูดีขึ้นในกลุ่มคนรักความเร็ว

อนาคตของ Toyota ที่ต้องเป็นมากกว่าเบอร์ 1

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าตอนนี้ Toyota คือเบอร์ 1 เรื่องยอดขายรถยนต์ และเป็นมาแล้ว 3 ปีซ้อน ทั้งยังแข็งแกร่งในรถยนต์ไฟฟ้า Hybrid แต่ตอนนี้โลกหมุนเร็ว และแค่ความเป็นเบอร์ 1 ในเรื่องยอดขาย รวมถึงเบอร์ 1 ในรถยนต์ไฟฟ้าเทคโนโลยีเก่าคงไม่พออีกต่อไปแล้ว

ยิ่งคู่แข่งทั้งแบรนด์ยุโรป, สหรัฐอเมริกา และจีน ต่างเร่งเครื่องพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าล้วน แถมมียอดขายเติบโตต่อเนื่อง คงเป็นคำตอบที่ดีว่าถ้าย่ำอยู่ที่เดิมก็คงแซงแน่ ๆ ก็น่าสนใจว่า Koji Sato จะพา Toyota เดินหน้าไปทางไหน และยังคงเป้าหมายเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าล้วน 30 รุ่นภายในปี 2030 หรือไม่

แต่ที่แน่ ๆ Akio Toyoda ยังมีส่วนช่วยเหลือ Toyota ผ่านการเป็นประธานสมาคมผู้ผลิตรถยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น เช่น ก่อนหน้านี้มีการเข้าไปเจรจากับรัฐบาลเพื่อพิจารณานโยบายที่ยังสร้างการเติบโตให้อุตสาหกรรมรถยนต์ หรือหนึ่งในเครื่องจักรเศรษฐกิจสำคัญของญี่ปุ่น

สรุป

Koji Sato คือหนึ่งในลูกหม้อของ Toyota และทำงานใกล้ชิดกับ Akio Toyoda ในช่วงที่เขาผลักดัน GAZOO Racing เต็มที่ และในฐานะคนรุ่นใหม่ Koji Sato น่าจะนำแนวความคิดใหม่ ๆ มาให้กับ Toyota ที่ค่อนข้างภูมิใจกับความสำเร็จเก่า ๆ และส่วนตัวคาดหวังว่าจะเห็นอะไรที่น่าตื่นเต้นมากขึ้นจาก Toyota หลังจากนี้

อ้างอิง // Japan Today, Toyota

อ่านเพิ่มเติม

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post Koji Sato ชายผู้รับเผือกร้อนในการบริหาร Toyota ให้โลดแล่นในยุครถยนต์ไฟฟ้าบูม first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/toyota-koji-sato/

เตรียมพบกับ Jimny ไฟฟ้า! Suzuki เผยภาพโครงร่างรถยนต์ไฟฟ้าล้วนที่เตรียมเปิดตัวตั้งแต่ปี 2024

Suzuki กางแผนการลงทุน 35,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.14 ล้านล้านบาท เพื่อพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าล้วนตั้งแต่ตอนนี้จนถึงปี 2030 โดยหนึ่งในรถยนต์ไฟฟ้าล้วนรุ่นที่จะเปิดตัวอาจเป็น Jimny รถ SUV อันเป็นเอกลักษณ์

Suzuki Jimny
Suzuki Jimny

เตรียมพบกับ Suzuki Jimny ไฟฟ้าล้วน

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า Suzuki ประกาศแผนการลงทุนพัฒนา และทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจนถึงปี 2030 รวมมูลค่ากว่า 35,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.14 ล้านล้านบาท ถือเป็นแบรนด์รถยนต์ญี่ปุ่นรายล่าสุดที่ประกาศลงทุนมหาศาลเพื่อมีที่ยืนในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าล้วนในอนาคต

เบื้องต้น Suzuki แบ่งการทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าภายใต้แผนดังกล่าวไว้ 3 ภูมิภาคคือ ญี่ปุ่น, อินเดีย และกลุ่มประเทศยุโรป โดย ปี 2023 ญี่ปุ่นจะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าล้วนรุ่นแรก และจะทยอยให้ครบ 6 รุ่น ก่อนที่ปี 2024 อินเดีย และกลุ่มประเทศยุโรปจะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรก และจะทยอยเปิดตัวอีก 5-6 รุ่น หลังจากนั้น

Suzuki

หากอ้างอิงจากเอกสารของแผนดังกล่าว Suzuki มีการเปิดเผยภาพเงาของรถยนต์ไฟฟ้าแต่ละรุ่นที่อยู่ในแผน โดยในส่วนกลุ่มประเทศยุโรป มีรถยนต์ไฟฟ้าคันหนึ่งในลักษณะคล้ายกับ Jimny รถยนต์ SUV อันเป็นเอกลักษณ์ของ Suzuki ทำตลาดมาตั้งแต่ปี 1970 และประเทศไทยเป็นที่รู้จักในชื่อ Caribian ที่พบเห็นได้ในสวนสัตว์ และอุทยาน

ขณะเดียวกัน Suzuki ยังเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าล้วนรุ่นต้นแบบ eVX ที่มาในโครงสร้าง SUV และใช้เพื่อเป็นต้นแบบในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าล้วนรุ่นจริงในปี 2025 ยิ่งส่งเสริมให้ความเป็นไปได้ในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าล้วนรุ่น Jimny มีมากขึ้น แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเป็น Jimny รุ่น 3 หรือ 5 ประตู

ในทางกลับกัน กลุ่มค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ในจีน SAIC-GM-Wuling มีการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าล้วนที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับ Jimny และได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ทำให้หาก Suzuki ล่าช้าในการทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า Jimny ก็มีโอกาสที่จะถูกแบรนด์จีนแย่งตลาดไปอีกราย

อ้างอิง // Reuters, Jalopnik, Suzuki

อ่านเพิ่มเติม

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post เตรียมพบกับ Jimny ไฟฟ้า! Suzuki เผยภาพโครงร่างรถยนต์ไฟฟ้าล้วนที่เตรียมเปิดตัวตั้งแต่ปี 2024 first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/suzuki-jimny-ev/

สหรัฐฯ เนเธอร์แลนด์ ญี่ปุ่น ร่วมหารือเพื่อจำกัดการส่งออกชิปของจีน

สหรัฐฯ กล่าวว่า ได้บรรลุข้อตกลงกับเนเธอร์แลนด์และญี่ปุ่นเพื่อจำกัดการส่งออกเครื่องจักรผลิตชิปขั้นสูงบางรายการไปยังจีน แต่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดถึงข้อตกลงทั้งหมดอย่างเป็นทางการ

Image Credit : iqsdirectory.com
ข้อตกลงดังกล่าวจะขยายขอบเขตการควบคุมการส่งออกบางส่วนที่สหรัฐฯ เพื่อนำมาใช้ในเดือนตุลาคมไปยังบริษัทต่างๆ ที่ตั้งอยู่ในทั้งสองประเทศพันธมิตร ซึ่งรวมถึง ASML, Nikon และ Tokyo Electron
 
ประเด็นต่างๆ ที่กำลังถูกพูดถึงซึ่งรวมถึง
  • ด้านความปลอดภัยและความมั่นคงของเทคโนโลยีเกิดใหม่
  • เพื่อการจำกัดการส่งออกอุปกรณ์การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ไปยังจีน
  • เพื่อควบคุมการเข้าถึงเทคโนโลยีการผลิตชิปของสหรัฐฯ จากจีน ที่อาจกระทบต่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการทหาร
ASML, Nikon และ Tokyo Electron ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นใดๆ เกี่ยวกับรายละเอียดการหารือในประเด็นต่างๆ โดยเจรจาครั้งนี้นำโดยเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของทำเนียบขาว ซึ่งการที่เนเธอร์แลนด์และญี่ปุ่นร่วมกำหนดมาตรการควบคุมการส่งออกที่เข้มงวดมากขึ้นกับจีนนั้น จะเป็นชัยชนะทางการทูตครั้งสำคัญสำหรับคณะบริหารของประธานาธิบดีโจ ไบเดน แต่เมื่อถูกถามเกี่ยวกับบทสรุปข้อตกลงร่วมกันทั้งสามฝ่าย ฝั่งทำเนียบขาวกลับปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นใดๆ เช่นเดียวกับทั้งสามบริษัทฯ ข้างต้น
 
แต่อย่างไรก็ตาม ฝั่งรัฐบาลและบริษัทต่างๆ ของญี่ปุ่น อาจจะคัดค้านข้อจำกัดนี้ก็เป็นได้ ถ้าหากข้อตกลงรวมถึงมาตรการต่างๆ ถูกโยงถึงการห้ามส่งวิศวกรไปยังลูกค้าอุปกรณ์ของตน ทางอากิระ มินามิกาวะ นักวิเคราะห์จากบริษัทวิจัย Omdia กล่าวเสริมอีกว่า “นั่นหมายถึงการส่งผลกระทบต่อธุรกิจของพวกเขามากเกินไป” เพราะบริษัทญี่ปุ่นจะยังคงสามารถขายผลิตภัณฑ์สำหรับรุ่นอื่นๆ ให้กับจีนได้ภายใต้ข้อบังคับนี้ ซึ่งยังต้องรอติดตามการประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป โดยตามกำหนดข้อตกลงนี้จะถูกนำมาใช้ในเดือนตุลาคมนี้ และจะมีสิ่งใดบ้างที่จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกชิปในภูมิภาคอื่นบ้าง
 

from:https://www.techtalkthai.com/us-netherlands-japan-join-discussions-to-limit-china-chip-exports/

[ไม่ยืนยัน] สหรัฐกดดันเนเธอร์แลนด์-ญี่ปุ่น ห้ามส่งเครื่องจักรผลิตชิปให้จีนสำเร็จแล้ว

Financial Times รายงานข่าวอย่างไม่เป็นทางการว่า รัฐบาลสหรัฐอเมริกา บรรลุข้อตกลงร่วม 3 ฝ่าย กับรัฐบาลเนเธอร์แลนด์และรัฐบาลญี่ปุ่น ไม่ให้ส่งออกเครื่องมือที่ใช้ผลิตชิปไปยังประเทศจีนแล้ว

ก่อนหน้านี้เราเห็นข่าวสหรัฐพยายามกดดันไม่ให้ ASML ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติเนเธอร์แลนด์ ส่งเครื่องจักรผลิตชิปไปยังจีน แม้ภายหลังรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ออกมาบอกว่าจะยังไม่ทำตามคำขอของสหรัฐ แต่จากข่าวล่าสุด รัฐบาลเนเธอร์แลนด์อาจเปลี่ยนใจในการเจรจาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

ส่วนญี่ปุ่นเป็นอีกประเทศที่มีบริษัทด้านเครื่องจักรที่เกี่ยวกับแสงเลเซอร์ (แม้ไม่ได้ก้าวหน้าระดับ ASML) เช่น Nikon, Canon, Tokyo Electron จึงอยู่ในข่ายของสหรัฐที่ต้องกดดันเช่นกัน

สหรัฐอเมริกาเองก็มีบริษัทด้านเครื่องจักรผลิตชิปหลายราย เช่น Applied Materials, Lam Research, KLA

รัฐบาลสหรัฐอเมริกาปฏิเสธไม่แสดงความเห็นต่อข่าวนี้

ที่มา – Financial Times

No Description

from:https://www.blognone.com/node/132418

ผู้ผลิตน้ำผลไม้ในญี่ปุ่นถูกปรับเกือบ 5 ล้านบาท เหตุระบุน้ำเมลอน 100% แต่มีเมลอนจริง ๆ แค่ 2%

น้ำเมลอนแบรนด์ Tropicana ที่ได้สิทธิ์ผลิตโดย Kirin Beverage เพื่อจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น ถูกปรับกว่า 14 ล้านเยน หรือราว 4.7 ล้านบาท เหตุระบุว่าเป็นน้ำเมลอน 100% แต่จริง ๆ มีเมลอนเป็นส่วนประกอบแค่ 2%

Tropicana

ผู้ผลิตน้ำผลไม้ถูกปรับเพราะจงใจหลอก

เว็บไซต์ Soranews24 รายงานว่า เมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2023 สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคประเทศญี่ปุ่น ลงโทษปรับ Kirn Beverage ผู้ผลิตน้ำเมลอนภายใต้แบรนด์ Tropicana เป็นจำนวนเงิน 14 ล้านเยน หรือราว 4.7 ล้านบาท เนื่องจากแบรนด์ระบุข้อมูลที่ทำให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับน้ำเมลอนที่จำหน่าย

การลงโทษปรับนี้อ้างกฎหมาย Truth-in-Advertising หรือข้อเท็จจริงในการโฆษณา เนื่องจากทาง Kirin ระบุบนบรรจุภัณฑ์ว่า น้ำเมลอนที่จำหน่ายเป็นรสเมลอน 100% (100% Melon Taste) แต่หลังหน่วยงานภาครัฐเข้าไปตรวจสอบสินค้าดังกล่าวพบว่ามีส่วนประกอบของเมลอนเพียง 2% ส่วนใหญ่เป็นน้ำแอปเปิ้ล, องุ่น และกล้วย

ก่อนหน้าการลงโทษข้างต้น น้ำเมลอนของ Tropicana ถูกหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคตักเตือนการใช้วลี 100% Melon Taste และทางผู้ผลิตได้ปรับเป็นน้ำผลไม้ 100% (100% Fruit Juice) พร้อมใส่รูปแอปเปิ้ล, องุ่น และกล้วยเพิ่มเติม แต่ถึงจะปรับแล้วทางหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคยังลงโทษปรับดังที่รายงาน

สำหรับในประเทศไทย สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคมีการออกมาเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการโฆษณาเกินจริงอยู่บ้าง แต่ปัจจุบันจะเน้นหนักที่การตรวจสอบสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานแต่นำออกมาจำหน่าย ซึ่งหน่วยงานมีการแจ้งเตือนผ่านเว็บไซต์ และช่องทางอื่น

สรุป

การออกมาลงโทษปรับในข่าวแสดงให้เห็นถึงแบรนด์สินค้าไม่มีความจริงใจให้กับผู้บริโภค จึงเป็นหน้าที่ของหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคที่ต้องออกมากำกับ และช่วยเหลือผู้บริโภคไม่ให้ถูกเอาเปรียบ ซึ่งต้องดูกันว่าจะมีกรณีลักษณะเดียวกันนี้ในประเทศไทยบ้างหรือไม่

อ้างอิง // Soranews24

อ่านเพิ่มเติม

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post ผู้ผลิตน้ำผลไม้ในญี่ปุ่นถูกปรับเกือบ 5 ล้านบาท เหตุระบุน้ำเมลอน 100% แต่มีเมลอนจริง ๆ แค่ 2% first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/tropicana-japan-melon-fined/

ญี่ปุ่น เปิดบริการเช่าแมวเดือนละ 100 บาท ชาวเน็ตมองว่าทารุณสัตว์ แต่บริษัทยืนยันไม่มีเรื่องนั้น

Nora Neko Bank เปิดตัว Neko Hodai บริการเช่าเลี้ยงแมวในประเทศญี่ปุ่น คิดค่าบริการ 380 เยน/เดือน หรือราว 100 บาท ทำให้ชาวเน็ตในญี่ปุ่นมองว่าเป็นการทารุณสัตว์ แต่จริง ๆ แล้วบริษัทยืนยันไม่มีเรื่องนั้นเกิดขึ้น

Cat

Neko Hodai บริการเช่าแมว 100 บาท/เดือน

วันที่ 15 ธ.ค. บริการเช่าแมวไปเลี้ยงที่ชื่อว่า Neko Hodai เปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมรายละเอียดว่า ผู้สนใจเลี้ยงแมวสามารถเช่าเลี้ยงแมวจากระบบได้ผ่านการสมัครสมาชิก และมีค่าใช้จ่าย 380 เยน/เดือน หรือราว 100 บาท โดยสมาชิกสามารถเลือกแมวที่ต้องการได้จากศูนย์พักพิงในระบบ และคืนที่ศูนย์พักพิงเดิม หรือศูนย์อื่นได้

อย่างไรก็ตามการเปิดตัวของ Neko Hodai สร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มผู้เลี้ยงแมว และคนรักสัตว์ในประเทศญี่ปุ่นทันที โดยพวกเขามองว่าเป็นการทารุณสัตว์ ผ่านการสร้างความเครียดที่ให้แมวย้ายที่ไปมา และทำเหมือนแมวเป็นสิ่งของไม่ใช่สิ่งมีชีวิต

เมื่อประกอบกับความหมายของชื่อ Neko Hodai ที่ Neko หมายถึง แมว และ Hodai หมายถึง ไม่จำกัด มักถูกใช้ในธุรกิจร้านอาหาร เช่น Tabehodai หรือรับประทานได้ไม่จำกัด และ Nomihodai หรือดื่มได้ไม่จำกัด ทำให้บริการ Neko Hodai ถูกสื่อความหมายไปในทางลบเมื่อแรกเห็น

ในทางกลับกัน Nora Neko Bank เจ้าของบริการดังกล่าว ได้ใช้แจงบนเว็บไซต์ว่า กลุ่มเป้าหมายของ Neko Hodai คือ ผู้สูงอายุที่มีที่พักอาศัย และเป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง แต่กังวลว่าเมื่อเลี้ยงสัตว์แล้วเกิดเสียชีวิตก่อน ทำให้สัตว์เลี้ยงกลายเป็นสัตว์เร่ร่อน

จุดนี้เองทำให้มีชาวเน็ตอีกฝั่งมองว่า Neko Hodai คือผู้ช่วยแก้ปัญหาสัตว์เร่ร่อน และการทารุณสัตว์จากผู้ที่ไม่ต้องการเลี้ยงดู นอกจากนี้การคิดราคาค่าบริการเพียง 100 บาท/เดือน และมีการลงทุนทำหมันแมวทุกตัว แสดงให้เห็นว่า Neko Hodai ไม่ได้ทำธุรกิจแบบเน้นผลกำไร แต่เน้นเรื่องบริการเพื่อสังคมมากกว่า

สรุป

แมว คือสัตว์เลี้ยงยอดนิยมอย่างไม่ต้องสงสัย แต่การทำธุรกิจให้เช่าแมวรายเดือนไปเลี้ยงดูอาจถูกยอมรับจากคนทั่วไปได้ยาก แต่เมื่อฟังเหตุผลการทำธุรกิจของ Nora Neko Bank ที่ต้องการให้ความสุขกับผู้สูงอายุ และพร้อมดูแลแมวเหล่านั้น ก็ถือเป็นอีกแนวคิดการทำธุรกิจเพื่อสังคมที่น่าสนใจ

อ้างอิง // Soranews24, ภาพโดย 餌をチラつかせやがって 許さんぞ!(猫)のフリー素材 https://www.pakutaso.com/20200450111post-27039.html

อ่านเพิ่มเติม

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post ญี่ปุ่น เปิดบริการเช่าแมวเดือนละ 100 บาท ชาวเน็ตมองว่าทารุณสัตว์ แต่บริษัทยืนยันไม่มีเรื่องนั้น first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/japan-cat-rental-380-jpy/

Apple Store ญี่ปุ่น จัดโปรโมชันแถม AirTag ลายอีโมจิกระต่าย Limited 30,000 ชิ้น เมื่อซื้อ iPhone รุ่นเก่า

เพื่อต้อนรับเทศกาลปีใหม่ แอปเปิลประเทศญี่ปุ่น ออกโปรโมชันพิเศษระยะเวลา 2 วันเท่านั้น ระหว่างวันที่ 2-3 มกราคม 2023 โดยจะให้บัตรของขวัญ (Gift Card) มูลค่าตั้งแต่ 4,000 เยน สำหรับการซื้อ AirPods 2nd Gen ไปจนถึงสูงสุดที่ 32,000 เยน สำหรับการซื้อ MacBook Pro

นอกจากนี้แอปเปิลยังออกโปรโมชันเพิ่ม สำหรับลูกค้าที่ซื้อ iPhone 13, iPhone 13 mini, iPhone 12 หรือ iPhone SE เครื่องใหม่ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว จะได้รับ AirTag รุ่นพิเศษ ผลิตจำนวนจำกัด 30,000 ชิ้น สลักลายอีโมจิกระต่าย เพื่อต้อนรับปีนักษัตรกระต่ายของ 2023 ที่กำลังมาถึง

โปรโมชันนี้รองรับทั้งการซื้อออนไลน์ในญี่ปุ่น และหน้าร้าน Apple Store ที่ญี่ปุ่น ผู้อ่านท่านใดไปเคาท์ดาวน์ที่นั่นอาจลองแวะไปดูกันได้

ที่มา: MacRumors

No Description

from:https://www.blognone.com/node/132022