คลังเก็บป้ายกำกับ: IT_AUTOMATION

สรุปงาน Aruba Atmosphere 2022 SEATH : ก้าวสู่นวัตกรรมใหม่ Enterprise Networking & Security ด้วยอุปกรณ์เครือข่ายที่ชาญฉลาดมากยิ่งขึ้น

ในช่วงปีที่ผ่านมา ถือเป็นช่วงที่เทคโนโลยีในวงการ Enterprise Networking และ Security มีการปรับตัวสู่ทิศทางใหม่ในหลายแง่มุม และ Aruba Networks ในฐานะของผู้นำนวัตกรรมด้าน Enterprise Networking และ Security เอง ก็ได้มีการนำเสนอแนวคิดใหม่ๆ ภายในโซลูชันของตนเองมากมาย เพื่อให้ธุรกิจองค์กรได้นำไปปรับประยุกต์ใช้ สำหรับเตรียมก้าวสู่การผลักดันสร้างสรรค์สิ่งใหม่เพื่อเร่งสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจในยุคดิจิทัลแล้ว

ทีมงาน TechTalkThai และ APDT.news มีโอกาสได้เข้าร่วมงาน Aruba Atmosphere 2022 SEATH & INDIA ในครั้งนี้ที่มาจัดในประเทศไทย จึงขอนำสรุปประเด็นสำคัญจากงานสัมมนาครั้งนี้ พร้อมเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่นำมาจัดแสดงในบูธกันดังนี้ครับ

3 ปัจจัยสู่การทำ Networking Modernization

เทรนด์หลักที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลกในวงการ Network อยู่นี้ก็คือการทำ Network Modernization หรือการปรับปรุงระบบเครือข่ายให้มีความทันสมัย ตอบรับต่อโลกของการทำงานที่กำลังเปลี่ยนไปสู่ยุค Hybrid Work ซึ่งมีทั้งโจทย์ของการรองรับการทำงานจากนอกสถานที่ได้อย่างอิสระ ไปจนถึงการใช้งาน Cloud เป็นหลักในการทำงาน ในขณะที่การรักษาความมั่นคงปลอดภัยก็ต้องสูงยิ่งขึ้นตามความซับซ้อนของภัยคุกคามที่กำลังเกิดขึ้นในทุกวัน

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในวงการ Enterprise Networking และ Security ในยามนี้ ได้ทำให้สถาปัตยกรรมของระบบเครือข่ายนั้นพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ และทำให้เหล่าผู้ดูแลระบบเครือข่ายทั่วโลกต้องเร่งปรับตัวกันอย่างรวดเร็ว ต้องมีการนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้งานอย่างต่อเนื่อง และต้องปรับวิธีการดูแลรักษาระบบเครือข่ายใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับความคาดหวังในการได้รับประสบการณ์ที่ดีของผู้ใช้งาน

ในมุมของ HPE Aruba สิ่งที่จะสามารถตอบโจทย์เหล่านี้ได้ คือการปรับระบบเครือข่ายให้มีคุณสมบัติ 3 ประการ ดังนี้

1.Automation
การทำ Automation ได้กลายเป็นคุณสมบัติสำคัญประการแรกของระบบเครือข่ายแห่งอนาคต เพราะด้วยระบบเครือข่ายที่มีการขยายตัวออกไปยังภายนอกองค์กร ทำให้มีองค์ประกอบภายในระบบเครือข่ายที่หลากหลายยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อประสบการณ์ของผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น รวมถึงยังมีการใช้งานอุปกรณ์ Internet of Things (IoT) ที่หลากหลายยิ่งขึ้น ในขณะที่ประเด็นด้าน Cybersecurity เองก็ยังมีความสำคัญที่ไม่อาจมองข้ามไปได้ ทำให้ภาระในการบริหารจัดการและการดูแลรักษาระบบเครือข่ายนั้นสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว

ด้วยเหตุเหล่านี้ การบริหารจัดการระบบเครือข่ายด้วยวิธีการแบบดั้งเดิมจึงไม่อาจเพียงพออีกต่อไป และหลายองค์กรเองก็ยังต้องเผชิญความกดดันจากการขาดแคลนบุคลากรที่จะมาดูแลรักษาระบบ IT Infrastructure สำคัญเหล่านี้ด้วย ดังนั้นการมีเทคโนโลยีที่สามารถติดตั้งใช้งานบริหารจัดการได้ง่าย ทำงานได้แบบอัตโนมัติ และมี AI เป็นตัวช่วยจึงกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา เพื่อให้ธุรกิจองค์กรยังคงสามารถจัดการและควบคุมการใช้ระบบเครือข่ายของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2.Security
จากความต้องการในการใช้งานระบบเครือข่ายในรูปแบบที่เปลี่ยนไป ทั้งจากภายในและภายนอกองค์กร ทำให้การปกป้องดูแลผู้ใช้งานและอุปกรณ์ขององค์กรนั้นต้องมีการปรับตัวตามไปด้วย ดังนั้นสถาปัตยกรรมด้าน Network Security อย่างในอดีตที่มีการแยกส่วนของการปกป้องผู้ใช้งานภายในองค์กรนั้นจึงไม่เพียงพออีกต่อไป

เพื่อตอบโจทย์นี้เทคโนโลยีด้าน Network และ Security ต้องถูกผสานรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน และทำงานได้ตามหลักการของ Zero Trust เพื่อควบคุมทุกการยืนยันตัวตนและเชื่อมต่อสื่อสารระหว่างผู้ใช้งานหรืออุปกรณ์ที่ใช้งาน ไปยังส่วนอื่นๆ ของระบบเครือข่ายหรือ Internet ให้เป็นไปตามนโยบายด้านความมั่นคงปลอดภัยขององค์กร เพื่อลดความเสี่ยงที่ระบบ IT จะถูกโจมตีต่อเนื่องด้วยวิธีการต่างๆ และจำกัดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

3.Agility
ความคล่องตัวนั้นได้กลายมาเป็นอีกคุณสมบัติสำคัญของระบบเครือข่ายในทุกวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับระบบเครือข่ายที่มีขนาดใหญ่ เพื่อให้การเพิ่มเติมบริการหรือการปรับเปลี่ยนการทำงานของระบบเครือข่ายนั้นเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและคล่องตัว ตอบสนองต่อกลยุทธ์ของธุรกิจและการทำงานที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งการมาของ COVID-19 ได้ทำให้ความสำคัญของประเด็นนี้ยิ่งทวีคูณขึ้น จากการที่ธุรกิจองค์กรทั่วโลกต่างต้องรีบเปลี่ยนสถาปัตยกรรมของระบบเครือข่ายเพื่อปรับตัวไปสู่การทำงานแบบ Remote Working อย่างเต็มตัวก่อนที่จะปรับมาสู่ Hybrid Working ในปัจจุบัน

นอกจากความคล่องตัวในเชิงเทคนิคแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ธุรกิจองค์กรต้องคำนึงถึงก็คือความคล่องตัวในแง่ของการลงทุนเพิ่มขยายระบบ IT ภายในองค์กร ซึ่งเทรนด์ของการใช้งานระบบ IT ในแบบ as-a-Service นั้นก็สามารถตอบโจทย์นี้ได้เป็นอย่างดี และ Aruba ก็จะตอบสนองต่อความต้องการของธุรกิจองค์กรทั่วโลกนี้ ด้วยบริการ Network-as-a-Service หรือ NaaS นั่นเอง

ในการช่วยให้ธุรกิจองค์กรทั่วโลกก้าวไปสู่การทำ Network Modernization ได้อย่างสำเร็จนี้ ทาง Aruba ได้นำเสนอ Aruba ESP Solutions เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายทั้ง 3 ประการดังกล่าวภายในโซลูชันเดียว โดยภายในโซลูชันดังกล่าวนี้จะมีการแบ่งระบบออกเป็น 4 ชั้น ดังนี้

  1. Connect โดยมี Switch, AP, Gateway สำหรับรองรับการเชื่อมต่อทั้งภายในและภายนอกองค์กร รวมถึงยังรองรับการทำงานจากภายนอกองค์กรได้อย่างสะดวกสบาย เชื่อมต่อเครือข่ายระหว่างสาขาได้ง่ายด้วย SD-WAN
  2. Protect ปกป้องทุกการเชื่อมต่อสื่อสาร โดยผสานระบบ Security เข้าเป็นส่วนหนึ่งของระบบเครือข่ายโดยตรง เพื่อปกป้องทั้งอุปกรณ์ของผู้ใช้งานและอุปกรณ์ IoT ด้วยการทำ Zero Trust และเสริม Security เข้าไปในระบบ SD-WAN ให้ธุรกิจสามารถก้าวสู่การทำ SASE ด้วยเทคโนโลยี Cloud Security ได้ทันที
  3. Automation การติดตั้งใช้งานและการดูแลรักษาระบบทั้งหมดจะต้องเกิดขึ้นได้อย่างง่ายดายและเป็นอัตโนมัติ เพื่อให้ตอบโจทย์ต่อระบบเครือข่ายที่ต้องขยายและเปลี่ยนแปลงตามระบบ IT ได้อย่างรวดเร็วและยืดหยุ่น โดย Aruba มีการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาเสริมในการทำ Automation
  4. Adapt เพิ่มความยืดหยุ่นในการวางระบบเครือข่ายให้สูงยิ่งขึ้น ทั้งในแง่ของการลงทุนที่มีทางเลือกใหม่อย่าง NaaS และการบริหารจัดการที่สามารถเลือกได้ว่าจะดูแลรักษาระบบเครือข่ายด้วยตนเอง หรือ Outsource ออกไปให้กับผู้ให้บริการ Managed Services

อัปเดตเทคโนโลยีและโซลูชันล่าสุดจาก Aruba ในปี 2022

นอกจากการนำเสนอในเชิงวิสัยทัศน์แล้ว งานสัมมนาครั้งนี้ก็ได้มีการนำนวัตกรรมใหม่ๆ จาก HPE Aruba มาเปิดตัวในภูมิภาค APAC กันอย่างหลากหลาย ดังนี้ครับ

โซลูชันแรกคือ Aruba Central NetConductor ที่จะช่วยให้การวางระบบ Network และ Security ภายในองค์กรกลายเป็นรูปแบบ Overlay ได้ ด้วยการตั้งค่าในแบบ Intent-based และบังคับใช้งานนโยบายเหล่านี้ได้แบบอัตโนมัติ ทำให้การบริหารจัดการเครือข่ายในภาพรวมทั้งในส่วนของ Network และ Security ถูกผสานรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน โดยการตั้งค่าทั้งหมดนี้จะอาศัยการผสมผสานกันระหว่าง Protocol มาตรฐานของอุตสาหกรรม เพื่อให้มั่นใจว่าทุกการทำงานนั้นจะเป็นไปอย่างมีแบบแผน และปรับเปลี่ยนได้ในอนาคตเมื่อมีมาตรฐานใหม่ๆ ออกมาให้ใช้งาน

ถัดมาที่ถูกเน้นย้ำเป็นอย่างมากในงานสัมมนาครั้งนี้ ก็คือ Aruba EdgeConnect SD-WAN Fabric ที่มีทั้ง EdgeConnect Mobile, Mibrobranch, SD-Branch และ Enterprise ให้เลือกใช้งานได้ตามรูปแบบของสาขาที่ธุรกิจองค์กรต้องการ เพื่อเชื่อมต่อเครือข่ายและรักษาความมั่นคงปลอดภัยให้กับระบบเครือข่ายได้อย่างครอบคลุมไม่ว่าโครงสร้างของธุรกิจและนโยบายในการทำงานจะเป็นอย่างไร และปกป้องผู้ใช้งานได้ในทุกการเข้าถึงทุก Application ทั้งภายใน Data Center และบน Cloud

ในส่วนของ Aruba EdgeConnect Microbranch ที่ Aruba ระบุว่าได้รับความนิยมสูงมากนั้น ก็คือการเสริมความสามารถ SD-WAN Gateway เข้าไปยัง Access Point รุ่น Remote ของ Aruba โดยตรง ทำให้การวางระบบเครือข่ายสำหรับสาขาขนาดเล็กมากๆ ที่มีผู้ใช้งานเพียงแค่ 1 คน แต่อาจมีหลายอุปกรณ์ที่ต้องใช้งาน และต้องการส่งมอบประสบการณ์ในการทำงานให้กับพนักงานหรือผู้บริหารที่ทำงานจากที่บ้านนั้นเป็นไปได้เสมือนการมาทำงานที่ออฟฟิศ เกิดขึ้นได้อย่างสะดวกและง่ายดายภายในอุปกรณ์เพียงแค่ชุดเดียว สามารถนำไปใช้ได้ทั้งสำหรับสาขาของร้านค้าขนาดเล็ก หรือการวางระบบให้พนักงานสามารถทำงานจากที่บ้านได้อย่างมั่นคงปลอดภัย ตอบโจทย์การเพิ่มขยายสาขาจำนวนหลายสิบหรือหลายร้อยแห่งในระยะเวลาอันสั้นได้เป็นอย่างดี

ทางด้าน Aruba EdgeConnect Enterprise ก็มีประกาศอัปเดตครั้งใหญ่ในฐานะของโซลูชัน SD-WAN แรกที่ได้รับ ICSA Secure SD-WAN Certification ที่รับรองถึงความสามารถในการทำ Next-Generation Firewall และ Cybersecurity อื่นๆ สามารถทำงานได้อย่างมีมาตรฐาน ตรวจจับและยับยั้งป้องกันภัยคุกคามในหลากหลายรูปแบบได้อย่างแม่นยำ เพื่อปกป้องการเชื่อมต่อของระบบ SD-WAN และควบคุมการเข้าถึงใช้งานระบบเครือข่ายของผู้ใช้งานได้อย่างมั่นใจ

อีกหนึ่งนวัตกรรมที่น่าสนใจนั้นก็คือ Open Locate ที่ทาง Aruba ได้ทำการใส่ GPS ลงไปใน AP รุ่น Wi-Fi 6E และรองรับมาตรฐาน 802.11mc / Fine Time Measurement (FTM) ทำให้การระบุจุดติดตั้ง Access Point มีความแม่นยำสูงยิ่งขึ้นกว่าในอดีต และนำตำแหน่งจุดติดตั้งไปใช้อ้างอิงกับระบบแผนที่อื่นๆ ได้อย่างเป็นสากล ในขณะที่ยังสามารถให้บริการข้อมูลพื้นที่ตำแหน่งให้กับ Mobile Application ได้ สร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการพัฒนา Location-based Application ที่ต้องใช้ข้อมูลตำแหน่งภายในอาคารได้อย่างง่ายดาย ตอบโจทย์ได้ดีทั้งในแง่ของการติดตั้งใช้งาน และการต่อยอดสร้างคุณค่าเพิ่มเติมจากระบบเครือข่ายไร้สายที่ธุรกิจมีการใช้งานอยู่

ในฝั่งของ Data Center Networking ทาง Aruba ได้พูดคุยถึงเทรนด์ Distributed Services Switch ด้วย Aruba CX 10000 Series Switch with Pensando ที่ใช้เทคโนโลยีชิป DPU และ Software จาก AMD Pensando เข้ามาเสริมให้กับ Data Center Switch ทำให้ Top-of-Rack Switch มีความสามารถด้าน Security ในตัวในระดับประสิทธิภาพเดียวกับการทำ Switching ได้ทันที อย่างเช่น การทำ Firewall เพิ่มเติมภายในอุปกรณ์ Switch ช่วยเสริม Data Center Network Security ได้โดยไม่เกิดผลกระทบต่อประสิทธิภาพด้านระบบเครือข่าย และไม่มีความซับซ้อนของการรับส่งข้อมูลภายในระบบเครือข่ายอย่างในอดีตอีกต่อไป ตอบโจทย์ของธุรกิจที่ต้องการทำ Security ให้กับ Network Traffic ในแบบ East-West ซึ่งมีปริมาณมหาศาล และยากต่อการดูแลรักษาในอดีตได้ทันที

สุดท้ายก็คือการพูดคุยถึง NaaS – Network as a Service ที่ธุรกิจองค์กรสามารถเลือกใช้งานระบบ IT Infrastructure ในฝั่งของ Network และ Security จาก Aruba ทั้งหมดได้ โดยคิดค่าใช้จ่ายในแบบ Subscription-based ซึ่งจะมีทั้ง Hardware และ Software รวมอยู่ภายในบริการ พร้อมระบบ Data Analytics สำหรับวิเคราะห์ข้อมูลการใช้งานและการปรับแต่งระบบเครือข่าย เปิดให้สามารถบริหารจัดการได้ทั้งโดยฝ่าย IT ขององค์กร และผู้ให้บริการ Managed Services ซึ่งจะช่วยให้เทคโนโลยีด้าน Network และ Security ขององค์กรสามารถถูกใช้งานได้โดยตลาดที่มีขนาดกว้างมากยิ่งขึ้น ในขณะที่มีความสามารถเทียบเท่าได้กับโซลูชันในระดับธุรกิจองค์กร

Aruba ระบุว่าเทรนด์ของการปรับไปใช้งาน NaaS นั้นโตเร็วมากจากการมาของ Hybrid Work ที่ธุรกิจต้องการระบบเครือข่ายใหม่ที่มีความซับซ้อนสูง บนการออกแบบสถาปัตยกรรมที่แตกต่างออกไป ดูแลง่าย ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการลงทุนเริ่มต้นไม่สูงมาก

ในการใช้งาน NaaS นั้น ธุรกิจองค์กรจะสามารถใช้งานผ่านบริการ HPE GreenLake for Aruba Service Packs รองรับ 8 Use Case ได้แก่ Outdoor Wireless, Indoor Wireless, Remote Wireless, Wired Core, Wired Aggregation, Wired Access, SD-Branch และ UXI โดยสามารถเสริมความสามารถในส่วนของ Network Management และ Network Security จากโซลูชันของ Aruba ที่ต้องการได้ทั้งหมด ซึ่งสัญญาในการใช้บริการดังกล่าวนี้จะอยู่ที่ระยะเวลา 3-5 ปี

และทั้งหมดนี้ก็คือประเด็นสำคัญจากงานสัมมนา Aruba Atmosphere 2022 SEATH & INDIA ในครั้งนี้ครับ ถ้าหากท่านใดมีข้อสงสัยหรือคำถามใดๆ เพิ่มเติม ก็สามารถติดต่อทีมงาน HPE Aruba สามารถติดต่อ HPE Aruba ได้ที่อีเมล: nawarat.ch@hpe.com หรือติดต่อพาร์ทเนอร์รายต่างๆ ของ Aruba ทั่วประเทศ เพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมหรือนัดทดสอบเทคโนโลยีหรือโซลูชันต่างๆ ที่ต้องการได้ทันทีครับ

 

from:https://www.techtalkthai.com/aruba-atmosphere-2022-seath/

ฟรี UIPATH E-BOOK: การทำ AUTOMATION จะช่วยให้ฝ่าย IT เปลี่ยนจากการแก้ไขปัญหาเชิงรับ สู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมเชิงรุกได้อย่างไร

แม้ว่าที่ผ่านมา เครื่องมืออย่าง Robotic Process Automation หรือ RPA นั้นจะมีบทบาทเป็นอย่างมากในการ Transform ธุรกิจให้ก้าวสู่การเป็น Digital Business และการทำงานแบบ Automation ในภาคส่วนต่างๆ ของธุรกิจองค์กร แต่คำถามที่น่าสนใจคือ แล้วฝ่าย IT จะสามารถนำเครื่องมือ RPA มาใช้เพื่อเปลี่ยนงานด้านการดูแลรักษาระบบ IT ให้กลายเป็นอัตโนมัติได้อย่างไร?

UiPath ในฐานะของผู้นำโซลูชันระบบ RPA และการทำ Automation แบบครบวงจรระดับโลก ได้จัดทำ E-Book ในหัวข้อ “การทำ Automation จะช่วยให้ฝ่าย IT เปลี่ยนจากการแก้ไขปัญหาเชิงรับ สู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมเชิงรุกได้อย่างไร” เพื่อตอบคำถามนี้โดยเฉพาะ โดยภายใน E-Book ฉบับนี้จะระบุแนวทางที่เหมาะสมในการประยุกต์ใช้ RPA เพื่อปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานหลากหลายส่วนของผู้ดูแลระบบ IT ให้เป็นอัตโนมัติ

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มดังต่อไปนี้ เพื่อรับ E-Book ได้ทันทีที่ https://go.techtalkthai.com/2022/06/uipath-e-book-automation-for-it-department/ 

from:https://www.techtalkthai.com/uipath-e-book-automation-for-it-department/

ทำ IT Operations ให้ง่ายและดำเนินการได้โดยอัตโนมัติ ด้วย IBM Cloud Pak for Watson AIOps

ภายใต้การแข่งขันทางด้านธุรกิจในยุคดิจิทัล เทคโนโลยีและนวัตกรรมสารสนเทศถูกนำเข้ามาใช้ในองค์กรมากขึ้นเรื่อยๆ การปฏิบัติงานด้าน IT ในปัจจุบันมีความซับซ้อนและกลายเป็นภาระหนักอึ้งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน IBM จึงนำเสนอ Automation Platform ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งช่วยให้การปฏิบัติงานด้าน IT กลายเป็นเรื่องง่าย ลดความซ้ำซ้อน และยกระดับประสิทธิภาพให้พร้อมตอบสนองต่อความต้องการเชิงธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ลดความซับซ้อนและภาระด้าน IT Operations ด้วย IBM Cloud Pak for Watson AIOps

เมื่อโลกเข้าสู่ยุคดิจิทัล Site Reliability Engineer (SRE) และฝ่าย IT ต่างใช้เวลาส่วนใหญ่ในการทำงานที่เป็นกิจวัตร หรือตามแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ในขณะที่ CIO เองก็ต้องยอมมองข้ามนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีอะไรมากระทบต่อความเสถียรของระบบ เหล่านี้อาจทำให้องค์กรต้องสูญเสียโอกาสในการปรับปรุงระบบ IT เพื่อให้สามารถสนับสนุนการดำเนินธุรกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็วไดัอย่างมีประสิทธิภาพ

เพื่อให้การปฏิบัติงานด้าน IT ก้าวตามธุรกิจได้ทัน SRE และฝ่าย IT ควรดำเนินการดังต่อไปนี้

  • ลดการเกิด Downtime ที่ไม่ได้อยู่ในแผนและเพิ่มความเสถียรของแอปพลิเคชันให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา
  • บูรณาการข้อมูลและบริการด้านแอปพลิเคชันเพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจให้ดีกว่าเดิม
  • บริหารจัดการแอปพลิเคชันในแต่ละ Cloud และ VM โดยรักษาไว้ซึ่งความสามารถด้าน Visibility & Control

IBM Cloud Pak for Watson AIOps เข้ามาตอบโจทย์การดำเนินการทั้ง 3 อย่างนี้ โดยเป็น Automation Platform ที่สร้างความชาญฉลาดและปฏิวัติ IT Operations สู่การทำงานอย่างอัตโนมัติด้วย AIOps ทั้งยังมีเทคโนโลยี AI และ Machine Learning ซึ่งช่วยให้ SRE และฝ่าย IT สามารถแก้ไขปัญหา IT ที่มีความซับซ้อนได้อย่างรวดเร็ว ลดการเกิด Downtime หรือระบบ IT หยุดชะงัก รวมไปถึงค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงาน

ปลดล็อกขุมพลัง AI สำหรับ IT Operations

เบื้องหลังของ IBM Cloud Pak for Watson AIOps คือสิทธิบัตรกว่า 120 รายการจากทีม IBM Research และเทคโนโลยี IBM Watson ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกอย่าง Natural Language Understanding (NLU), Machine Learning (ML) และ Natural Language Processing (NLP) นอกจากนี้ IBM Cloud Pak for Watson AIOps ยังมาพร้อมกับคุณสมบัติด้าน Event Management, Anomaly Detection และ Event Group อันทรงพลัง เพื่อให้ผู้ใช้สามารถตรวจจับและรับมือกับความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับระบบแอปพลิเคชันและ IT Infrastructure ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ลดอัตราการเกิด Downtime เหมาะสำหรับองค์กรที่กำลังมองหาผู้ช่วยด้าน IT Operations แบบครบวงจร

IBM Cloud Pak for Watson AIOps ช่วยยกระดับศักยภาพของทีม IT Operations ให้พัฒนางานด้าน Development Cycles ได้เร็วยิ่งขึ้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดค่าใช้จ่ายหรือเพิ่มยอดขาย ในขณะเดียวกันก็ช่วยสนับสนุน Business Operations ให้สามารถใช้ข้อมูลที่วิเคราะห์แล้วมาทำงานร่วมกับ Workflow ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมแก่ธุรกิจ

คุณสมบัติเด่นของ IBM Cloud Pak for Watson AIOps ประกอบด้วย

  • จัดการเหตุผิดปกติเชิงรุก – เชื่อมโยงแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกันเพื่อตรวจจับสิ่งผิดปกติ คาดการณ์ปัญหาที่จะเกิดขึ้น และจัดการแก้ไขล่วงหน้า ลดความเสี่ยงที่จะเกิดผลกระทบต่อลูกค้าและธุรกิจ
  • ลดสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้อง โฟกัสสิ่งที่ควรทำ – จัดกลุ่มเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างชาญฉลาดและอัตโนมัติด้วย AI โดยตัดสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องทิ้งไป และรวบรวมสิ่งที่เกี่ยวข้องกันไว้เป็นชุดข้อมูลเดียว ช่วยให้พิจารณาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระบบได้ถูกต้องและแม่นยำมากยิ่งขึ้น
  • ChatOps – แจ้งเตือน นำเสนอข้อมูลเชิงลึก และคำแนะนำในการแก้ไขปัญหาให้แก่ฝ่าย IT ได้อย่างตรงจุด
  • บูรณาการเครื่องมือ ITOps เข้าด้วยกัน – สามารถผสานการทำงานร่วมกับเครื่องมือ ITOps ที่นิยมใช้กันได้มากกว่า 100 แบรนด์ เพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมโยงข้อมูลและคาดการณ์เหตุไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
  • Infrastructure Automation – ตั้งค่าเริ่มต้นและติดตามการทำงานของ Infrastructure ได้โดยอัตโนมัติ

ภาพด้านล่างแสดงส่วนประกอบที่สำคัญของ IBM Cloud Pak for Watson AIOps สำหรับการแก้ปัญหาเชิงรุก ทั้งการกำหนดปัญหาที่ตรงจุด การแก้ไขและหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น ด้วยโซลูชันที่ครบวงจร

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ IBM Cloud Pak for Watson AIOps ได้ที่ https://www.ibm.com/cloud/cloud-pak-for-watson-aiops

Ingram Micro ผู้จัดจำหน่ายโซลูชันของ IBM อย่างเป็นทางการในประเทศไทย

บริษัท อินแกรม ไมโคร (ประเทศไทย) เป็นผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และโซลูชันของ IBM อย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดยให้บริการแบบ One Stop Service ตั้งแต่การวิเคราะห์ความต้องการเชิงธุรกิจ การออกแบบ ติดตั้ง ไปจนถึงการสนับสนุนหลังการขาย เพื่อช่วยองค์กรทุกระดับพลิกโฉมกระบวนการเชิงธุรกิจและระบบ IT ให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล ด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์และผ่านการอบรมจาก IBMโดยตรง

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนฝ่ายขายหรือฝ่ายผลิตภัณฑ์ บริษัท อินแกรม ไมโคร (ประเทศไทย) จำกัด: TH-IBM@ingrammicro.com

from:https://www.techtalkthai.com/simplify-it-operations-with-ibm-cloud-pak-for-watson-aiops/

6 เหตุผลที่ควรลงทุนด้านคอนเทนต์กับ IBM Cloud Pak® for Business Automation

IBM Cloud Pak® for Business Automationเป็นแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์การใช้งานขององค์กรได้ครบถ้วน เป็นผลิตภัณฑ์ที่เข้ามาช่วยบริหารจัดการงานด้านต่างๆ ได้อย่างครอบคลุมทั้งตลอดกระบวนการ เป็นไปในลักษณะแบบอัตโนมัติ

นอกจากนั้นแล้วยังเชื่อมต่อเข้ากับระบบ และให้ข้อมูลเชิงลึกด้วย AI ซึ่งเมื่อผสานกับเทคโนโลยี FileNet Content Manager ที่มากับ IBM Cloud Pak ก็ยิ่งให้ความสามารถมากกว่าที่คุณเคยได้จากการใช้ระบบ FileNet เพียงอย่างเดียว เรามาลองดูกันถึงคุณสมบัติที่น่าสนใจทั้ง 6 ประการที่มาพร้อมในโซลูชั่นให้คุณได้สัมผัส

01 บริหารจัดการและทำระบบอัตโนมัติสำหรับกระบวนการทางธุรกิจทุกรูปแบบ

คุณสามารถทำขั้นตอนทางธุรกิจง่ายๆ ของคุณให้เป็นไปในแบบอัตโนมัติได้ด้วยตัวเอง เป็นการลดคอขวดของงานที่ต้องลงมือทำเอง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการ และเพิ่มประสบการณ์ที่ดีของลูกค้าให้มากยิ่งขึ้น

02 เข้าถึงประสิทธิภาพความปลอดภัยคอนเทนเนอร์ระดับองค์กร และบริหารจัดการได้ง่ายขึ้น

ด้วยทูลที่มาพร้อมกันนี้ จะช่วยให้คุณควบคุมความปลอดภัยตลอดวงจรชีวิตของคอนเทนเนอร์ เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้แอปพลิเคชั่นมีความปลอดภัยมากขึ้น อีกทั้งลดเวลาในการทำงานในด้านบริหารจัดการทั้งหมด จากเป็นที่เคยใช้ระยะเวลาเป็นวัน เหลือเพียงแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น

03 แบ่งประเภท และใส่เมต้าดาต้าให้เอกสารได้อย่างอัตโนมัติ

บริหารกระบวนการทางธุรกิจได้อย่างง่ายดาย สร้างโมเดลต่างๆ ได้เองโดยไม่ง้อนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล

04 มีเครื่องมือพัฒนาแอพแบบ Low-Code ให้สำหรับคนทั่วไป

ผสานคอนเทนต์เข้ากับแอพพลิเคชั่นได้ทั้งแบบ No-code และ Low-code ไม่ต้องห่วงเรื่องคอนเทนต์ที่อยู่กระจายคนละที่อีกต่อไป ได้การมองเห็นที่ครอบคลุมทั่วทั้งองค์กร

05 รวบรวม จัดเก็บ และจัดการเนื้อหาที่อ่อนไหวหรือต้องควบคุมด้วยระบบอัตโนมัติ

ลดค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงที่คอนเทนต์หลุดการควบคุม ขณะที่ทำได้ตามข้อกำหนดการจัดเก็บข้อมูลทั้งตามมาตรฐานและกฎหมายต่างๆ

06 ตรวจสอบกิจกรรมเกี่ยวกับคอนเทนต์แบบเรียลไทม์ผ่านแดชบอร์ด

ตรวจจับความผิดพลาด และปัญหาระดับคุณภาพการให้บริการได้อย่างอัตโนมัติ โดยไม่ต้องใช้โค้ด ยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และตรวจสอบ KPI ได้แบบเรียลไทม์

ใช้ความสามารถเหล่านี้ในการยกระดับบริการให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดได้ โดยเราสามารถประเมินขั้นตอนการปฏิบัติงานที่จำเพาะของคุณเพื่อแนะนำการเลือกใช้บริการได้โดยไม่ได้มีข้อผูกมัดใดๆ

ปัจจุบัน บริษัท อินแกรม ไมโคร (ประเทศไทย) ได้เป็นผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และโซลูชันของ IBM อย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดยมีทีมงานและเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญและได้รับการรับรองจาก IBM ในการคอยให้ความรู้และความเข้าใจ และสามารถช่วยให้ท่านใช้งานผลิตภัณฑ์ของทาง IBM ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้นแล้วยังมีบริการหลังการขายที่ดีและตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างทันท่วงที

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนฝ่ายขายหรือฝ่ายผลิตภัณฑ์ บริษัท อินแกรม ไมโคร (ประเทศไทย) จำกัด TH-IBM@ingrammicro.com

 

from:https://www.enterpriseitpro.net/ibm-cloud-pak-for-business-automation/

การสร้างระบบ IT Automation ให้มีประสิทธิภาพ ด้วยการใช้ขุมพลังจากเทคโนโลยี AI

ทีมงานด้าน SRE และ IT ในองค์กรปัจจุบัน มักเสียเวลาไปกับการจัดการเรื่องราวไอทีจิปาถะประจำวัน ตลอดจนการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นทั้งจากคนและระบบ เป็นผลให้ผู้ดูแลระบบไอทีอย่างเช่น CIO หลายๆ ท่านแทนที่จะนำเอาเวลานั้นไปพัฒนานวัตกรรมใหม่ แต่ต้องนำไปใช้กับการรักษาเสถียรภาพแทน ดังนั้น เราควรจะต้องแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยการปฏิบัติการต่างๆ เช่น

– ลดดาวน์ไทม์ที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า และยกระดับความเสถียรของแอปพลิเคชัน เพื่อตอบโจทย์ทางธุรกิจอย่างการรักษาลูกค้าเอาไว้

– ผสานข้อมูลเข้ากับบริการแอปพลิเคชัน เพื่อรองรับการพัฒนาทางธุรกิจ

– ต้องจัดการแอปที่อยู่บนคลาวด์ และเวอร์ชวลแมชชีนต่างๆ ได้พร้อมกัน ขณะที่ยังได้ความสามารถในการมองเห็นและควบคุม

ช่วยลดโอกาสระบบล่มได้สูงถึง 50%

องค์กรสามารถแก้ไขปัญหาระบบล่ม (ดาวน์ไทม์) ได้สูงสุดถึง 50% ด้วยเทคโนโลยีการตรวจจับและแก้ปัญหาใหม่ๆ อย่างเช่นปัญหาเรื่องพลังงานไฟฟ้า โดยอาศัยระบบเทคโนโลยีด้านไอทีที่เหนือระดับอย่าง Watson ที่ให้ความแม่ยำสูง

จากแนวทางการทำงานด้าน ITOps ของเรา ที่ยึดตัวแอปพลิเคชันเป็นหลัก ช่วยให้คุณเปลี่ยนขั้นตอนด้านไอทีที่เคยต้องใช้แรงงาน เปลี่ยนมาเป็นระบบอัตโนมัติแทน รวมทั้งช่วยลดผลกระทบรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นได้ ด้วยแนวทางการปฏบัติงานในลักษณะดังกล่าวนี้ ช่วยให้ทีมปฏิบัติการสามารถทำงานได้ทันท่วงทีตามวงจรการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เร็วขึ้น เท่ากับเป็นการเพิ่มความสามารถในการกระตุ้นยอดขาย และให้ธุรกิจใช้ประโยชน์จากข้อมูลในการปรับเปลี่ยนพัฒนาขั้นตอนการทำงานได้ด้วย

คุณสมบัติอัจฉริยะที่มาพร้อมสรรพ

IBM Cloud Pak® for Watson AIOps เป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์ม IBM Automation ที่ช่วยให้คุณบรรลุการทำ IT Automation ได้อย่างอัจฉริยะผ่านทางคุณสมบัติมากมายที่ช่วยให้:

ตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น : กับความสามารถในการมองเห็นและควบคุมทั่วทั้งองค์กรในระดับสูง

จัดสรรทรัพยากรได้ฉลาดขึ้น : กับเป้าหมายใหม่ในการจัดสรรผ่านระบบจัดสรรทรัพยากรแบบไดนามิก

ยกระดับ AIOps เชิงรุก :  ให้แอปยังคงทำงานออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ด้วยการวิเคราะห์ต้นเหตุปัญหา, เข้าไปแก้ไขปัญหาผ่านทางเทคโนโลยี AI

IBM มอบประสบการณ์อันยอดเยี่ยมที่คุณไว้ใจได้

IBM เข้าใจสภาพแวดล้อมไอทีที่ทั้งซับซ้อนและมีความสำคัญสูง อีกทั้งยังรู้วิธีในการนำ AI มาใช้กับขั้นตอนการทำงานด้านไอทีนี้โดยเฉพาะ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพดีที่สุด นอกจากนั้นแล้วยังช่วยให้องค์กรลดค่าใช้จ่าย และรักษาทั้งเสถียรภาพ และเสริมความปลอดภัยที่คุณต้องการ ในการผลักดันนวัตกรรมใหม่ที่มีมูลค่าสูงของคุณออกสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว

ปัจจุบัน บริษัท อินแกรม ไมโคร (ประเทศไทย) ได้เป็นผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และโซลูชันของ IBM อย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดยมีทีมงานและเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญและได้รับการรับรองจาก IBM ในการคอยให้ความรู้และความเข้าใจ และสามารถช่วยให้ท่านใช้งานผลิตภัณฑ์ของทาง IBM ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้นแล้วยังมีบริการหลังการขายที่ดีและตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างทันท่วงที

 สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนฝ่ายขายหรือฝ่ายผลิตภัณฑ์ บริษัท อินแกรม ไมโคร (ประเทศไทย) จำกัด TH-IBM@ingrammicro.com

from:https://www.enterpriseitpro.net/ibm-it-automation-cloud-pak/

ขอเชิญร่วมงานสัมมนาออนไลน์ฟรี! The New Digital Age: Reshaping The Future Of Your Digital Workforce [16 มิ.ย.22]

มาร่วมค้นหา New Operating Model ในการนำ Intelligent Automation (IA) เข้ามาช่วยผลักดันให้เป็นผู้นำในธุรกิจแม้สถานการณ์โลกต่างๆที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมแนะนำการลงทุนใน IA ให้คุ้มค่าจากประสบการณ์ของ Blue Prism CTO ในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้ในงานสัมมนาออนไลน์ครั้งนี้ The New Digital Age: Reshaping The Future Of Your Digital Workforce วันพฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายน 2022 เวลา 14.00-15.00 น. ผ่าน ZOOM

รายละเอียดงาน

ในปัจจุบันหลายธุรกิจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงแบบไม่ทันตั้งตัวอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ นอกจากที่จะต้องเร่งการปรับตัวแล้ว หลายๆ องค์กรจำเป็นต้องเริ่มจัดทำ New Operating Model เพื่อปรับปรุงการทำงานให้ธุรกิจที่ไม่เพียงแค่การอยู่รอด แต่ต้องเป็นผู้นำในตลาดให้ได้ด้วย และตัวช่วยสำคัญในด้านเทคโนโลยีอย่าง Intelligent Automation เป็นสิ่งที่หลายองค์กรทั่วโลกให้ความสนใจและนำเข้ามาปรับใช้ในองค์กร ซึ่งมีความสามารถในการจัดการงานที่มีขั้นตอนซ้ำๆ ในปริมาณมากและใช้เวลาของบุคลากรเกินความจำเป็น จึงทำให้ Intelligent Automation เป็นคำตอบและมาตรฐานใหม่ของการทำงานที่มีประสิทธิภาพ มีคุณภาพและรวดเร็วกว่า รวมถึงช่วยให้บุคลากรได้นำทักษะต่างๆ ทำงานที่สร้างคุณค่าให้กับองค์กรได้เป็นอย่างดี องค์กรที่สามารถนำ Intelligent Automation เข้าไปปรับใช้ในองค์กรได้ก่อนจะสามารถสร้างโอกาสและเป็นผู้นำในธุรกิจได้

ตัวอย่างประเภทงานที่เหมาะสมในการใช้งาน Intelligent Automation 

  • Banking
  • Insurance
  • Health Care
  • Financial & Accounting
  • Supply Chain
  • Human Resources
  • Back-office
  • Sales & Customer Service

ร่วมค้นหา New Operating Model ในการนำ Intelligent Automation (IA) เข้ามาช่วยผลักดันให้เป็นผู้นำในธุรกิจแม้สถานการณ์โลกต่างๆที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมแนะนำการลงทุนใน IA ให้คุ้มค่าจากประสบการณ์ของ Blue Prism CTO ในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้ในงานสัมมนาออนไลน์ครั้งนี้

ลงทะเบียนเข้าร่วมสัมมนาฟรี

ผู้บรรยาย : 1) Dan Ternes – Chief Technology Officer, APAC (SS&C Blue Prism)
2) Arada Srijaroen – RPA Team Lead, ZyGen Co., Ltd
3) Varittorn Vitchukreangkai – Customer Success Lead, ZyGen Co., Ltd
วันเวลา : วันพฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายน 2565 เวลา 14.00 – 15.00 น.
ช่องทางการบรรยาย :
Zoom Webinar
ลิงก์ลงทะเบียน :
https://bit.ly/3wnNT6j 

Agenda

Time (ICT)

Topic

2.00pm – 2.05pm

Welcome Address

2.05pm – 2.20pm

The New Digital Age :

ในยุคที่โลกหมุนไปด้วยความไม่แน่นอน เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาอันรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อหลายธุรกิจ ร่วมค้นหาทางรอดด้วย Intelligent Automation พร้อม Use Case ที่ใช้ได้จริง ในบริบทของประเทศไทย

2.20pm – 2.35pm

Reshaping the Future of your Digital Workforce (English)

ค้นพบ Trend ของการใช้งาน Intelligent Automation ทั้งในส่วนของความเป็นไปได้ทางธุรกิจ ความสำเร็จและ Pain point จากประสบการณ์ของ Blue Prism บรรยายโดยผู้เชี่ยวชาญด้าน Intelligent Automation ในระดับเอเชียแปซิฟิก 

2.35pm – 2.45pm

Connecting your Hybrid Workforce via Metaverse

ค้นพบวิธีการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์ และหุ่นยนต์ บน Metaverse ที่จะเข้ามาช่วยประสานการทำงาน เพิ่มความยืดหยุ่น และความต่อเนื่องของธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ และพบกับ Live Demo ที่ทำให้คุณเห็นอนาคตไปพร้อมกับเรา

2.45pm – 3.00pm

Q&A/Closing Address

from:https://www.techtalkthai.com/zygen-webinar-the-new-digital-age-reshaping-the-future-of-your-digital-workforce-16-june-22/

Oracle Data Infrastructure Forum: ยกระดับ Cloud ใน Data Center คุณให้เทียบ Cloud ชั้นนำของโลก

Oracle ขอเชิญผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานด้าน Cloud และ Data Center เข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ Oracle Data Infrastructure Forum เรื่อง “ยกระดับ Cloud ใน Data Center คุณ ให้เทียบ Cloud ชั้นนำของโลก” เพื่อรู้จักกับ Software-defined Infrastructure เรียนรู้การทำ Automation และการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ในวันอังคารที่ 5 เมษายน 2022 เวลา 14:30 น. ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรี

รายละเอียด

หัวข้อ: ยกระดับ Cloud ใน Data Center คุณ ให้เทียบ Cloud ชั้นนำของโลก
วันเวลา: วันอังคารที่ 5 เมษายน 2022 เวลา 14:00 – 15:30 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
ภาษา: ไทย
ลิงก์ลงทะเบียน: https://go.oracle.com/LP=124652

ร่วมสัมมนาในงาน Oracle Data Infrastructure Forum เพียงชั่วโมงครึ่ง เพื่อเรียนรู้ประเด็นดังต่อไปนี้

  • ทำ Automation ได้จริงต้องทำอย่างไร
  • Software-defined Infrastructure มีพร้อมแค่ไหน
  • Security แน่นหนาเพียงพอหรือไม่

ผู้บรรยาย

from:https://www.techtalkthai.com/oracle-data-infrastructure-forum-apr-2022/

Ansible Webinar: The Modernize Operation Journey with Automation [24 พ.ย. 2021 – 10.00น.]

Red Hat ประเทศไทยขอเชิญท่านที่สนใจ เข้าร่วม Live Webinar ในหัวข้อ Ansible Webinar – The Modernize Operation Journey with Automation เพื่อมาดูกันว่า Red Hat มี solutions ที่เข้ามาช่วยพัฒนางาน operation แบบดั้งเดิมให้เป็น Modernized Operation ในวันพุธที่ 24 พฤศจิกายน 2564 เวลา 10:00น. – 11:00น. ลงทะเบียนและเข้าร่วมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมลุ้นรับของที่ระลึกจากทาง Red Hat ประเทศไทย

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: Ansible Webinar: The Modernize Operation Journey with Automation
ผู้บรรยาย: คุณเกรียงศักดิ์ จีระธัญญาสกุล, Solution Architect, Red Hat และคุณศรัณย์ อรุณการณ์ Specialist Solution Architect, Red Hat
วันเวลา: วันพุธที่ 24 พฤศจิกายน 2021 เวลา 10.00น. – 11.00น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
ภาษา: ไทย

การระบาดใหญ่อย่างต่อเนื่องส่งผลกระทบต่อเกือบทุกคนทั่วโลก การล็อกดาวน์ส่งผลกระทบต่อธุรกิจอย่างรุนแรง และทำให้หลายคนมองหาวิธีการใหม่ๆ ที่สร้างสรรค์เพื่อรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจ ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจและบังคับให้ผู้นำอุตสาหกรรมต้องประเมินว่าพวกเขาทำธุรกิจอย่างไร การรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจจึงเป็นสิ่งสำคัญ ระบบ Automation ได้กลายเป็นคำศัพท์และได้รับการขยายออกไปในฐานะแชมป์ที่สามารถสนับสนุนกระบวนการทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปทั่วทั้งอุตสาหกรรม

ระบบ Automation จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการดูแลระบบของ Operation ในยุคใหม่ เพื่อช่วยในการทำงานซ้ำ ๆ ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดข้อผิดพลาดในการทำงานที่เกิดจาก human error และยังสามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง

เข้าร่วม Live Webinar ในหัวข้อ Ansible Webinar – The Modernize Operation Journey with Automation เพื่อมาดูกันว่า Red Hat มี solutions ที่เข้ามาช่วยพัฒนางาน operation แบบดั้งเดิมให้เป็น Modernized Operation ในแต่วันได้อย่างไร

ลงทะเบียนเข้าร่วม Webinar ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม Webinar ในหัวข้อนี้ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายทันทีที่ https://red.ht/3bYEkQc โดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน

from:https://www.techtalkthai.com/ansible-webinar-the-modernize-operation-journey-with-automation/

7 สิ่งที่ AI จะส่งผลกระทบต่อการทำงานของฝ่าย IT ภายในองค์กร

Network Computing ได้ออกมาสรุปถึง 7 สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากเกิดการนำระบบ Artificial Intelligence (AI) เข้ามาใช้งานภายในองค์กรและ Data Center ซึ่งเหล่า IT Manager ต้องเตรียมวางแผนรับมือให้ดี ดังต่อไปนี้

Credit: ShutterStock.com

 

1. การใช้ทรัพยากรภายใน Data Center จะเติบโตขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการใช้ GPU และ Storage

AI นั้นต้องทำการเรียนรู้จากข้อมูล และประมวลผลอย่างรวดเร็วด้วย GPU เพื่อให้การวิเคราะห์ข้อมูลใดๆ เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ให้ภาคธุรกิจสามารถนำผลลัพธ์ไปใช้งานได้อย่างทันท่วงที ดังนั้นไม่ว่าองค์กรจะทำ AI ภายใน Data Center ของตนเอง หรือใช้บริการ Cloud ก็ตาม การใช้งานทรัพยากรในส่วนของ GPU และ Storage เองก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล และก็ต้องมีระบบเครือข่ายความเร็วสูงสำหรับรองรับการเชื่อมต่อข้อมูลปริมาณมหาศาลพวกนี้ให้ได้อย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน ดังนั้นหากจะทำระบบ AI ใช้งานภายในองค์กรแบบ On-premise ก็อาจต้องคิดประเมินเผื่อถึง IT Infrastructure ที่มีอยู่ในองค์กร โดยเฉพาะระบบไฟ กับระบบระบายความร้อนให้ดีด้วย

 

2. การนำ Security Intelligence มาใช้งานจะเกิดขึ้นได้จริงภายในองค์กร

การนำ AI มาใช้ในการช่วยรักษาความปลอดภัยก็เป็นอีกทางหนึ่งที่น่าสนใจ ตอบรับกับแนวโน้มการเติบโตของ Security Analytics, Threat Intelligence และ Entity Behavior Analytics (UEBA) ที่นำ Machine Learning และ Algorithm ต่างๆ มาใช้ในการตรวจจับและยับยั้งภัยคุกคามที่นับวันจะยิ่งมีความซับซ้อนสูง และ AI เองก็มีแนวโน้มที่จะได้ถูกนำมาผสานรวมในระบบเหล่านี้ในอนาคต

 

3. AI จะสามารถช่วยดูแลระบบ IT Infrastructure เกิดป็น Intelligent Monitoring ได้

การตรวจสอบการทำงานของระบบ IT Infrastructure ว่ายังคงปกติหรือไม่ด้วย AI กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากในช่วงเวลาที่ Data Center เติบโตอย่างรวดเร็วอย่างทุกวันนี้ โดย AI จะสามารถทำการตรวจสอบข้อมูลการทำงานของระบบต่างๆ ได้ในเชิงลึกอยู่ตลอดเวลา และรายงานผลมายังเหล่าผู้ดูแลระบบ ทำให้การตรวจสอบการทำงานของระบบต่างๆ เป็นไปได้อย่างรวดเร็ว ง่ายดาย และแม่นยำมากยิ่งขึ้น และก็มีผู้ผลิตหลายรายที่เริ่มพัฒนาเทคโนโลยี AI สำหรับการทำ IT Monitoring โดยเฉพาะแล้ว

 

4. งานของฝ่าย Help Desk จะมีความเป็นอัตโนมัติสูงขึ้น

เทคโนโลยี Virtual Assistant นั้นได้เริ่มถูกนำมาปรับใช้เพื่อทำหน้าที่เป็นระบบ Help Desk ให้กับเหล่าผู้ใช้งานในองค์กรแล้ว ทำให้ผู้ใช้งานภายในองค์กรสามารถพูดคุยสอบถามปัญหาต่างๆ ทางด้าน IT ได้กับทาง Chatbot และแก้ปัญหาด้วยตัวเองได้มากขึ้น ในขณะที่ปัญหาที่แก้ไขได้ยากหรือมีความซับซ้อนสูง ก็อาจถูกส่งต่อไปยังเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบได้ ทำให้ปริมาณภาระหน้าที่ของผู้ดูแลระบบลดน้อยลง เอาเวลาไปแก้ไขปัญหายากๆ ได้มากขึ้น และนำเวลาไปใช้ในการทำงานเชิงรุกได้มากขึ้นด้วย

 

5. การดูแลรักษาระบบจัดเก็บข้อมูลจะมีความเป็นอัจฉริยะมากขึ้น

AI เริ่มถูกนำมาใช้ในการดูแลรักษาระบบ Storage โดยเฉพาะแล้ว เพราะเมื่อข้อมูลได้กลายเป็นหัวใจสำคัญในการทำธุรกิจ การดูแลรักษาระบบจัดเก็บข้อมูลให้ทำงานได้อย่างถูกต้องมั่นคงอยู่เสมอก็กลายเป็นสิ่งสำคัญ ปัจจุบัน Machine Learning และ AI เริ่มถูกนำมาใช้เพื่อตรวจจับพฤติกรรมการทำงานที่ผิดปกติของระบบ Storage และทำนายล่วงหน้าว่าอุปกรณ์ใดกำลังจะมีปัญหา เพื่อให้การ Maintenance ระบบสามารถเกิดขึ้นได้ล่วงหน้าก่อนปัญหาเกิดขึ้นจริง ลด Downtime ของระบบลงได้อย่างมหาศาล

 

6. การบริหารจัดการ IT Infrastructure จะกลายเป็นแบบ Self-driven แทน

การนำ AI มาใช้ในการทำ Automation เพื่อบริหารจัดการระบบเครือข่ายก็เป็นอีกแนวโน้มที่อาจเกิดขึ้นได้จริงในอนาคต และเริ่มมีผู้พัฒนาเทคโนโลยีบางรายนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ในระบบ Cloud ของตนเองแล้ว โดยระบบ IT Infrastructure เหล่านี้จะมี AI ที่คอยตรวจสอบการทำงานและแก้ไขการตั้งค่าของระบบต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาและปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบ IT ให้ดียิ่งขึ้น กลายเป็น Software-defined Data Center (SDDC) อย่างแท้จริง

 

7. พนักงานฝ่าย IT ต้องเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน แต่จะไม่ตกงานแน่นอน

เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทาง Gartner ได้ออกมาทำนายว่า AI จะเข้ามาทดแทนงาน Routine ของแผนก IT ภายในองค์กรไป เช่น งาน System Administration, งาน Help Desk, งาน Project Management และงาน Application Support อย่างไรก็ดี เหล่าผู้เชี่ยวชาญหลายรายเองก็ยังเชื่อว่า AI จะไม่ทำให้ตำแหน่งงานของแผนก IT ลดลงแต่อย่างใด เพราะถึงแม้งานบางตำแหน่งจะถูกทดแทนได้ด้วย AI แต่การมาของ AI เองก็ทำให้ตลาด IT ขาดแคลนแรงงานในกลุ่มใหม่ และแผนก IT เองก็จะมีภาระมากขึ้นในการร่วมสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับองค์กร

ดังนั้นเหล่าผู้ดูแลระบบเองก็ควรจะต้องปรับตัวด้วยการเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ รอบด้านให้มากขึ้น, เรียนรู้การนำ AI มาใช้งานเพื่อทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และอาจต้องเรียนรู้ฝั่งธุรกิจมากขึ้นบ้างเพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางในอนาคต ในขณะที่ IT Manager เองก็ต้องเริ่มมองถึงการเตรียมทักษะของบุคลากรให้พร้อมต่ออนาคตด้วยเช่นกัน

 

ที่มา: http://www.networkcomputing.com/data-centers/7-ways-ai-could-impact-infrastructure-pros/1784982419

from:https://www.techtalkthai.com/7-ways-ai-will-change-the-works-of-it-department/

TechTalk Webinar: Ansible: Automation for Everyone โดย Red Hat Thailand

TechTalkThai ขอเรียนเชิญเหล่าผู้ดูแลระบบภายในองค์กรทุกท่าน เข้าร่วมฟัง TechTalk Webinar ในหัวข้อเรื่อง “Ansible: Automation for Everyone โดย Red Hat Thailand” เพื่อทำความรู้จักกับเทคโนโลยี Ansible เพื่อก้าวเข้าสู่การทำ Infrastructure-as-Code ในวันพฤหัสบดีที่ 6 กรกฎาคม 2017 เวลา 14.00 – 15.30 น. โดยมีกำหนดการและวิธีการลงทะเบียนดังนี้

 

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: Ansible: Automation for Everyone โดย Red Hat Thailand
ผู้บรรยาย: คุณดำรงศักดิ์ รีตานนท์ Senior Solution Architect แห่ง Red Hat Thailand
วันเวลา: วันพฤหัสบดีที่ 6 กรกฎาคม 2017 เวลา 14.00 – 15.30 น.
ช่องทางการบรรยาย: Cisco WebEx Meeting
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 200 คน
ภาษา: ไทย

 

เนื้อหาการบรรยาย

ในหัวข้อการบรรยายครั้งนี้จะเล่าถึงเทคโนโลยี Ansible by Red Hat ซึ่งเป็นเครื่องมือสำหรับใช้ในการทำ Automation สำหรับระบบ IT ภายในองค์กรที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ทั้งในการบริหารจัดการระบบต่างๆ และการทำ DevOps ด้วยแนวคิด Infrastructure-as-Code

 

การบรรยายนี้เหมาะกับใคร?

เนื่องจากเนื้อหาจะเป็นการแนะนำเทคโนโลยีของ Ansible ดังนั้นผู้ดูแลระบบที่มาเข้าร่วมในครั้งนี้ก็ควรจะมีประสบการณ์ในการบริหารจัดการระบบ Linux รวมถึงเข้าใจภาพรวมของการออกแบบระบบต่างๆ แบบ Full Stack มาบ้าง โดยหากมีข้อสงสัยใดๆ ก็สามารถสอบถามกับทางวิทยากรในครั้งนี้ได้โดยตรงทันที

 

1 ชั่วโมงเต็มกับ TechTalk Webinar ผ่าน Cisco WebEx Meeting

หลายท่านอาจประสบปัญหาเรื่องเวลา หรือการเดินทางมายังงานสัมมนาที่ต่างๆ ทำให้พลาดโอกาสในการอัพเดทเทรนด์และเทคโนโลยีอันเป็นที่น่าสนใจในปัจจุบัน TechTalkThai จึงได้ริเริ่มโปรเจ็คท์ TechTalk Webinar สำหรับกระจายความรู้ และอัพเดทข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ผ่านทางระบบ Web Conferencing (Cisco WebEx) เพื่อให้ทุกท่านสามารถรับชมและฟังการบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญและ Vendor ต่างๆ จากที่ไหนก็ได้ ที่สำคัญคือ ทุกท่านสามารถเข้าร่วม TechTalk Webinar ได้ฟรี โดยไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

 

ลงทะเบียนเข้าร่วม TechTalk Webinar ได้ฟรี

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม TechTalk Webinar ในหัวข้อนี้ได้ฟรีๆ ทันที โดยทีมงาน TechTalkThai ขอสงวนสิทธิ์ในการสุ่มเลือกผู้เข้าร่วม TechTalk Webinar จำนวน 200 ท่านในวันที่ 6 กรกฎาคม 2017 นะครับ

from:https://www.techtalkthai.com/techtalk-webinar-ansible-automation-everyone-by-red-hat-thailand/