คลังเก็บป้ายกำกับ: IPHONE_XR

มาเพื่อทุบ! ลือ iPhone SE 4 อาจใช้จอ OLED และจะเป็นมือถือนักฆ่าเรือธงสำหรับ Andriod

ถึงแม้ว่า Apple จะได้ปล่อย iPhone รุ่นราคาประหยัดมาถึง 3 รุ่น แต่ก็ยังไม่มีรุ่นไหนที่เรียกได้ว่าเป็นนักฆ่าเรือธงฝั่ง Andriod ได้สักที เพราะถึงแม้ว่าจะใช้ CPU ตัวท็อปสุดแรง แต่ด้วยสเปคที่ใส่มาแบบขาด ๆ เกิน ๆ และดีไซน์ที่ล้าสมัยเกินยุคทำให้หลายคนเมินแทน แต่ข่าวลือที่ว่า iPhone SE4 อาจใช้ดีไซน์เก่าของ iPhone XR พ่วงด้วยข่าวลือล่าสุดที่คาดว่าจะมาพร้อมกับจอ OLED อาจทำให้ iPhone SE4 กลายมาเป็นนักฆ่าเรือธงแบบจริง ๆ สักที

ก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์ชื่อดังอย่าง Ross Young ได้ออกมาเปิดเผยว่า Apple กำลังลังเลว่าจะใช้จอ LCD ความละเอียด HD+ เหมือนเดิม หรือจะเปลี่ยนมาใช้จอ OLED ขนาด 6.1 นิ้ว แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า Apple จะตัดสินใจได้แล้วว่า iPhone SE 4 รุ่นใหม่จะใช้จอ OLED 6.1 นิ้วแบบเดียวกับ iPhone 12 และ iPhone 13 สาเหตุน่าจะเป็นเพราะต้นทุนราคาจอ OLED ต่ำลงจนสามารถใส่มาในรุ่นเริ่มต้นเพื่อทำราคาได้

หากข่าวลือเรื่องจอ OLED เป็นจริง iPhone SE 4 อาจกลายเป็นหนึ่งในมือถือนักฆ่าเรือธงที่หลาย ๆ คนเฝ้ารอก็เป็นได้ เพราะนอกจากจะใช้จอ OLED ตามกระแสนิยมเหมือนมือถือยุคปัจจุบันแล้ว iPhone SE 4 ยังคาดว่าจะมาพร้อมกับชิป Apple A15 Bionic ตัวเดียวกับที่ถูกใช้ใน iPhone 13 Pro Series และ iPhone 14 รุ่นมาตรฐานที่ยังคงความแรงไว้อยู่แม้จะออกมาแล้วกว่า 1 ปี แถมยังมีการอัปเกรดดีไซน์ใหม่ไร้ขอบที่ดูทันสมัยกว่ารุ่นก่อน ๆ ด้วย

ถ้าไม่มีสเปคส่วนที่ขาด ๆ เกิน ๆ ก็อาจจะไม่ใช่ iPhone SE…เพราะตามข้อมูลบอกว่ากล้องหลังของ iPhone SE 4 อาจมีแค่ตัวเดียวที่ความละเอียด 12 ล้านพิกเซลเหมือนเดิม ซึ่งในยุคนี้อย่างต่ำต้องมี 2 เลนส์ขึ้นไปแล้ว ส่วนกล้องหน้ายังคงเป็นความละเอียด 7 ล้านพิกเซลเหมือนเดิมเช่นกัน แต่ทั้งนี้ไม่รู้ว่า Apple จะตัดเซ็นเซอร์สแกนหน้า Face ID ทิ้ง แล้วใช้เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ Touch ID ที่ปุ่ม Power เพื่อลดต้นทุนด้วยรึเปล่า

ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามข่าวลือนี้จริง และเปิดตัวมาด้วยราคาประมาณ 18,000 – 20,000 บาท ก็อาจทำให้มือถือเรือธงในฝั่ง Android มีร้อน ๆ หนาว ๆ กันบ้าง โดย iPhone SE 4 อาจเปิดตัวในช่วงปี 2024 แต่มีบางสื่อได้วิเคราะห์ไว้ว่าอาจมาไวกว่าที่คิดในช่วงเดือนมีนาคมปี 2023 เพื่อมาช่วยกู้สถานการณ์ยอดขาย iPhone 14 Series ที่ค่อนข้างน่าผิดหวังนั่นเอง

 

ที่มา MacRumors, GizmoChina

from:https://droidsans.com/iphone-se-4-android-flagship-killer/

Advertisement

เปรียบเทียบ iPhone X ถึง iPhone 14 ที่ผ่านมา มีอะไรเพิ่มเข้ามา มีอะไรหายไปบ้างนะ?

ในตอนนี้ iPhone ในดีไซน์แบบ Notch Display ได้เดินทางมาถึง iPhone 14 กันแล้ว ซึ่งก็ได้ผ่านการปรับดีไซน์แบบ Minor Change หลายต่อหลายครั้ง และในทุก ๆ ครั้งที่รุ่นใหม่เปิดตัว ก็มักจะมีฟีเจอร์เด่น ๆ ที่ใส่มาเพื่อขายเครื่องรุ่นนั้นโดยเฉพาะ ซึ่งบางครั้งอาจทำให้ผู้ใช้หลาย ๆ คนสับสนว่า “รุ่นไหนเพิ่มอะไรมาบ้างนะ ?” วันนี้เราเลยได้รวบรวมข้อมูลเปรียบเทียบ iPhone ในดีไซน์แบบรอยบากทุกรุ่นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาว่าได้เพิ่ม ตัด หรือลดฟีเจอร์ไหนไปบ้าง เพื่อไขข้อสงสัยให้ทุกคนได้กระจ่างกัน

อยากดูรุ่นไหน กดกระโดดข้ามไปดูรุ่นนั้นได้เลย

iPhone X

iPhone X ถือเป็นการนับศักราชใหม่ด้วยการพลิกรูปโฉมแบบหมดจดนับตั้งแต่ปี 2007 มาพร้อมกับอะไรหลาย ๆ อย่างที่ถือเป็น “ครั้งแรก” บน iPhone อย่างเช่น

  • จอ Super Retina HD OLED ไร้ขอบมีรอยบาก
  • กล้องหน้า TrueDepth ที่รวมเซ็นเซอร์ไว้กว่า 6 ตัว เพื่อเก็บใบหน้าผู้ใช้งานแบบ 3 มิติ
  • สร้างมาตรฐานปลดล็อกตัวเครื่องแบบใหม่ Face ID แทนที่ Touch ID บนปุ่ม Home ที่ใช้มาอย่างยาวนานตั้งแต่ iPhone 5s
  • มาพร้อมกับชิปเซ็ต Apple A11 Bionic พร้อมชิป Neural Engine เป็นครั้งแรก

iPhone XR / XS / XS Max

ถัดมา 1 ปี Apple ได้เปิดตัว iPhone X  รุ่นใหม่ได้แก่ iPhone XS พร้อมแตกไลน์อัพใหม่ 2 รุ่น อาทิ รุ่นพรีเมียมจอใหญ่อย่าง XS Max และ XR รุ่นเริ่มต้นโดยทั้ง 3 รุ่นได้มีการอัปเกรด (และดาวน์เกรด) แบบ Minor Change ไม่ทิ้งลายจาก iPhone X รุ่นก่อนมากนัก โดยเฉพาะ iPhone XS / XS Max ที่เรียกได้ว่าเหมือนกับ iPhone X แทบจะ 80% เลยก็ว่าได้ ซึ่งถึงแม้จะมีการเปลี่ยนแบบสเปคประปราย แต่สิ่งที่ 3 รุ่นได้อัปเกรดเหมือนกันก็คือ

  • ชิปเซ็ตประมวลผลตัวใหม่อย่าง Apple A12 Bionic ซึ่งมาพร้อมกับชิป Neural Engine รุ่นที่ 2
  • กล้องหลัก Wide-Angle ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ที่ใช้เซ็นเซอร์ใหม่ที่ใหญ่กว่ารุ่นก่อน 30%  และมีค่า ISO ที่กว้างกว่าเดิม 
  • รองรับการประมวลผลภาพ HDR แบบใหม่ “Smart HDR” ที่จะช่วยปรับแสง ดึงรายละเอียดภาพออกมาได้ดีขึ้นไม่ว่าถ่ายในแดดจ้า ๆ หรือที่แสงน้อย
  • เพิ่มฟีเจอร์ Advanced bokeh และ Depth Control ในกล้อง Portrait Mode ที่สามารถปรับความเบลอ และระยะตื้นลึกของภาพได้อิสระมากขึ้น
  • เป็นครั้งแรกที่ iPhone รองรับ 2 ซิม ผ่านเทคโนโลยี eSIM
  • อัดวิดีโอกล้องหน้าที่ความละเอียด 1080p ที่ 60fps และอัดวิดีโอแบบเสียงสเตอริโอได้แล้ว

สิ่งที่ถูกดาวน์เกรดลงไปส่วนใหญ่จะมีในเฉพาะรุ่น iPhone XR โดยมีการตัดฟีเจอร์ ลดสเปค และลดเกรดวัสดุ เพื่อดั้มป์ราคาให้เบากว่าเดิมเกือบ 1 เท่า โดยสิ่งที่ถูกลดลงไปมีดังนี้

  • ใช้จอ Liquid Retina HD IPS LCD ความละเอียด HD+ แทน OLED แต่ก็ทดแทนมาด้วยขนาดจอที่ใหญ่กว่ารุ่น XS เป็น 6.1 นิ้ว
  • มีกล้องหลังแค่ตัวเดียว แต่ยังใช้ฟีเจอร์กล้องได้ครบครันโดยใช้ Software ช่วย
  • ลดเกรดวัสดุจาก Stainless Steel ขัดเงา เป็น Aluminum แทน
  • ตัด 3D Touch ออก ใช้ Haptic Touch แทนซึ่งภายหลังก็ได้กลายมาเป็นมาตรฐานของ iPhone รุ่นใหม่ ๆ

ตารางเทียบสเปค iPhone X, iPhone XR และ iPhone XS / XS Max

สเปค / รุ่น IPHONE X IPHONE XR IPHONE XS / XS MAX
หน้าจอแสดงผล Super Retina HD OLED 60 Hz Liquid Retina HD (IPS LCD) 60 Hz Super Retina HD OLED 60 Hz
ขนาดจอแสดงผล 5.8″ 6.1″ XS – 5.8″
XS Max – 6.5″
ความละเอียด 2436 x 1125 458ppi 1792 x 828 326 ppi XS – 2436 x 1125 458 ppi
XS Max – 2688 x 1242 458 ppi
CPU A11 Bionic A12 Bionic A12 Bionic
RAM 3GB 3GB 4GB
ความจุ 64GB / 256GB 64GB

128GB

256GB

64GB

256GB

512GB

กล้องหลัก  12MP (Wide) f/1.8, 1.22µm, กันสั่น OIS 12MP (Wide) f/1.8, 1.4µm, กันสั่น OIS 12MP (Wide) f/1.8, 1.4µm, กันสั่น OIS
กล้อง Ultra Wide X X X
กล้อง Telephoto 12 MP f/2.4, 1.0µm, กันสั่น OIS X 12 MP f/2.4, 1.0µm, กันสั่น OIS
Optical Zoom x2 X x2
Digital Zoom x10 x5 x10
กล้องหน้า 7MP f/2.2 TrueDepth 7MP f/2.2 TrueDepth 7MP f/2.2 TrueDepth + กันสั่น gyro-EIS
การถ่ายวิดีโอ กล้องหลัง: 4K @ 60 fps

กล้องหน้า: 1080p @ 30 fps

กล้องหลัง: 4K @ 60 fps

กล้องหน้า: 1080p @ 30 fps

อัดวิดีโอแบบเสียงสเตอริโอ

กล้องหลัง: 4K @ 60 fps

กล้องหน้า: 1080p @ 30 fps

อัดวิดีโอแบบเสียงสเตอริโอ

การเชื่อมต่อ Wi-Fi 5

Blutooth 5.0

5G X

(4G LTE)

ระบบ Dual SIM X

(ผ่าน eSIM)

(ผ่าน eSIM)

ลำโพง ลำโพง Stereo ลำโพง Stereo ลำโพง Stereo

รองรับ Spartial Audio และ Dolby Atmos

มาตรฐานทนน้ำทนฝุ่น IP67

(ทนน้ำลึกสูงสุด 1 เมตร 30 นาที)

IP67

(ทนน้ำลึกสูงสุด 1 เมตร 30 นาที)

IP68

(ทนน้ำลึกสูงสุด 2 เมตร 30 นาที)

แบตเตอรี่ 2716 mAh 2942 mAh Xs: 2658 mAh
Xs Max: 3174 mAh
ชาร์จไว 15W
ชาร์จไร้สาย Qi Wireless Charge 7.5W

 

iPhone 11 Series

ปี 2019 Apple เปิดตัว iPhone รุ่นใหม่โดยนับรุ่นเลขรุ่นต่อจาก iPhone X Series และข้ามรุ่นที่ 9 ไปแบบงง ๆ โดยเปิดตัวด้วยกันทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ iPhone 11 ซึ่งเป็นรุ่นมาตรฐานที่มีการอัปเกรดจาก iPhone XR อีกนิดหน่อย เช่น

  • อัปเกรดชิปเซ็ตประมวลผลตัวใหม่อย่าง Apple A13 Bionic ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม 50% – 60% พ่วงด้วยชิป Neural Engine รุ่น 3
  • เพิ่มกล้อง Ultrawide เข้าสู่ครอบครัว iPhone เป็นครั้งแรก
  • เปลี่ยนเซ็นเซอร์กล้องหน้าใหม่เป็นกล้องความละเอียด 12 ล้านพิกเซล
  • กันน้ำกันฝุ่นดีกว่าเป็นมาตรฐาน IP68 หมดทุกรุ่นแล้ว
  • เพิ่มโหมดถ่ายรูปกลางคืน และมีฟีเจอร์ใหม่อย่าง Deep Fusion เข้ามาช่วยประมวลผลรูปถ่ายให้มีคุณภาพดีขึ้น

iPhone 11 Pro และ Pro Max เป็นซีรีส์รุ่นท็อปออกมาให้มีความชัดเจนมากขึ้นภายใต้คำจำกัดความว่า “Pro” ซึ่งเน้นไปที่กลุ่มผู้ใช้งานระดับสูง ได้รับการอัปเกรดที่เหมือนกับ iPhone 11 แต่มากกว่า

เพราะ iPhone 11 Pro และ Pro Max มาพร้อมกับหน้าจอแบบใหม่ Super Retinal Display XDR ที่สว่างขึ้นกว่าเดิมเกือบ 2 เท่า มีกล้องหลัง 3 ตัวเป็นครั้งแรกของ iPhone อีกทั้งยังได้แบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้น อึดขึ้นอีกด้วย

ตารางเทียบสเปค iPhone XR/XS Series กับ iPhone 11 Series

สเปค / รุ่น iPhone 11 iPhone XR iPhone 11 / 11 Pro และ 11 Pro Max iPhone XS / XS MAX
หน้าจอแสดงผล Liquid Retina HD (IPS LCD) 60 Hz Liquid Retina HD (IPS LCD) 60 Hz Super Retina XDR OLED 60 Hz Super Retina HD OLED 60 Hz
ขนาดจอแสดงผล 6.1″ 6.1″ 11 Pro – 5.8″ XS – 5.8″
11 Pro Max – 6.5″ XS Max – 6.5″
ความละเอียด 1792 x 828 326 ppi 1792 x 828 326 ppi 11 Pro – 2436 x 1125 458 ppi XS – 2436 x 1125 458 ppi
11 Pro Max – 2688 x 1242 458 ppi XS Max – 2688 x 1242 458 ppi
CPU A13 Bionic A12 Bionic A13 Bionic A12 Bionic
RAM 4GB  3GB 4GB 4GB
ความจุ 64GB

128GB

256GB 

64GB

128GB

256GB

64GB

256GB

512GB

64GB

256GB

512GB

กล้องหลัก  12MP (Wide) f/1.8, 1.4µm, กันสั่น OIS 
กล้อง Ultra Wide 12 MP, f/2.4, มุมกว้าง 120˚ X 12 MP, f/2.4, มุมกว้าง 120˚ X
กล้อง Telephoto X X 12 MP f/2.0, 1.0µm, กันสั่น OIS 12 MP f/2.4, 1.0µm, กันสั่น OIS
Optical Zoom x2 X x2 x2
Digital Zoom x5 x5 x10 x10
กล้องหน้า 12MP f/2.2 TrueDepth + กันสั่น gyro-EIS 7MP f/2.2 TrueDepth 12MP f/2.2 TrueDepth + กันสั่น gyro-EIS 7MP f/2.2 TrueDepth + กันสั่น gyro-EIS
การถ่ายวิดีโอ กล้องหลัง: 4K @ 60 fps

กล้องหน้า: 4K @ 60 fps

อัดวิดีโอแบบเสียงสเตอริโอ

กล้องหลัง: 4K @ 60 fps

กล้องหน้า: 1080p @ 30 fps

อัดวิดีโอแบบเสียงสเตอริโอ

กล้องหลัง: 4K @ 60 fps

กล้องหน้า: 4K @ 60 fps

อัดวิดีโอแบบเสียงสเตอริโอ

กล้องหลัง: 4K @ 60 fps

กล้องหน้า: 1080p @ 30 fps

อัดวิดีโอแบบเสียงสเตอริโอ

การเชื่อมต่อ Wi-Fi 6
Bluetooth 5.0
Wi-Fi 5
Bluetooth 5.0
Wi-Fi 6
Bluetooth 5.0
Wi-Fi 5
Bluetooth 5.0
5G X (4G LTE)
ระบบ Dual SIM (ผ่าน eSIM)
ลำโพง ลำโพง Stereo

รองรับ Spartial Audio และ Dolby Atmos

ลำโพง Stereo ลำโพง Stereo

รองรับ Spartial Audio และ Dolby Atmos

ลำโพง Stereo

รองรับ Spartial Audio และ Dolby Atmos

มาตรฐานทนน้ำทนฝุ่น IP68

(ทนน้ำลึกสูงสุด 2 เมตร 30 นาที)

IP67

(ทนน้ำลึกสูงสุด 1 เมตร 30 นาที)

IP68

(ทนน้ำลึกสูงสุด 2 เมตร 30 นาที)

IP68

(ทนน้ำลึกสูงสุด 2 เมตร 30 นาที)

แบตเตอรี่ 3110 mAh  2942 mAh 11 Pro: 3046 mAh Xs: 2658 mAh
11 Pro Max: 3989 mAh Xs Max: 3174 mAh
ชาร์จไว 18W  15W 11 Pro: 18W 15W
11 Pro Max: 20W
ชาร์จไร้สาย Qi Wireless Charge 7.5W 

iPhone 12 Series

iPhone 12 Series เปิดตัวมาด้วยการใช้ดีไซน์แบบใหม่ที่จากเดิมเป็นขอบมน เปลี่ยนมาใช้ขอบตัวเครื่องแบบเหลี่ยมที่ทำให้นึกถึง iPhone 4 – 5s อีกทั้งยังเปิดตัวไลน์อัพใหม่อย่าง iPhone 12 mini ที่เป็นซีรีส์สำหรับ iPhone ขนาดเล็ก 5.4 นิ้ว ใช้งานมือเดียวสะดวก แต่ยังได้สเปคแบบเดียวกับเครื่องไซซ์ปกติ ส่วนสเปคหลัก ๆ ที่ได้รับการอัปเกรดมีดังนี้

  • อัปเกรดพาเนลจอภาพเป็น OLED Super Retina XDR ทุกรุ่น
  • ใช้วัสดุกระจกใหม่  Ceramic Shield Screen ทนกว่า iPhone 11 Series ถึง 2 เท่า
  • ได้ชิปใหม่ Apple A14 Bionic
  • รองรับ 5G เป็นครั้งแรก
  • MagSafe ชาร์จแบบไร้สายได้ไวกว่าเดิมจากสูงสุด 7.5W เป็น 15W
  • ฟีเจอร์ใหม่ถ่ายวิดีโอแบบ Dolby Vision HDR 4K@30fps

iPhone 12 Series ยังเริ่มสร้างความแตกต่างระหว่างรุ่นมาตรฐาน และรุ่น Pro ให้มีความชัดเจนมากขึ้นด้วยการเก็บฟีเจอร์กล้องบางอย่างไว้ให้ในรุ่น Pro เท่านั้น ซึ่งสเปคพิเศษของใน iPhone 12 Pro Series มีดังนี้

  • เซ็นเซอร์วัดระยะวัตถุ LiDAR Scanner
  • โหมดถ่ายภาพ Portrait ตอนกลางคืน
  • ฟีเจอร์ถ่ายภาพระดับสูง ProRaw

ตารางเทียบสเปค iPhone 11 Series กับ iPhone 12 Series

สเปค / รุ่น iPhone 12 / 12 mini iPhone 11 iPhone 12 Pro / 12 Pro Max iPhone 11 / 11 Pro และ 11 Pro Max
หน้าจอแสดงผล Super Retina XDR OLED 60 Hz Liquid Retina HD (IPS LCD) 60 Hz Super Retina XDR OLED 60 Hz Super Retina XDR OLED 60 Hz
ขนาดจอแสดงผล 12 – 6.1″ 6.1″ 12 Pro – 6.1″ 11 Pro – 5.8″
12 mini – 5.4″ 12 Pro Max – 6.7″ 11 Pro Max – 6.5″
ความละเอียด 12 – 2532×1170 460 ppi 1792 x 828 326 ppi 12 Pro – 2532 x 1170 460 ppi 11 Pro – 2436 x 1125 458 ppi
12 Mini – 2340×1080 476 ppi 12 Pro Max – 2778 x 1284 458 ppi 11 Pro Max – 2688 x 1242 458 ppi
CPU A14 Bionic A13 Bionic A14 Bionic A13 Bionic
RAM 4GB 4GB  6GB 4GB
ความจุ 64GB

128GB

256GB 

64GB

128GB

256GB 

128GB

256GB

512GB

64GB

256GB

512GB

กล้องหลัก  12MP (Wide) f/1.6, 1.4µm, กันสั่น OIS 12MP (Wide) f/1.8, 1.4µm, กันสั่น OIS  iPhone 12 Pro
12MP (Wide) f/1.6, 1.4µm, กันสั่น OIS
12MP (Wide) f/1.8, 1.4µm, กันสั่น OIS
iPhone 12 Pro Max
12MP (Wide) f/1.6, 1.7µm, กันสั่น OIS แบบ Sensor Shift
กล้อง Ultra Wide 12 MP, f/2.4, มุมกว้าง 120
กล้อง Telephoto X X iPhone 12 Pro

12 MP f/2.0, 1.0µm, 52mm, กันสั่น OIS

12 MP f/2.0, 1.0µm, 52mm, กันสั่น OIS
iPhone 12 Pro Max

12 MP f/2.2, 1.0µm, 65mm, กันสั่น OIS

Optical Zoom x2 x2 iPhone 12 Pro:

ซูมเข้า: x2 ซูมออก: x2

x2
iPhone 12 Pro Max: 

ซูมเข้า: x2.5 ซูมออก: x2.5

Digital Zoom x5 x5 x12 x10
กล้องหน้า 12MP f/2.2 TrueDepth + กันสั่น gyro-EIS
การถ่ายวิดีโอ กล้องหลัง: 4K @ 60 fps

กล้องหน้า: 4K @ 60 fps

อัดวิดีโอแบบเสียงสเตอริโอ

การเชื่อมต่อ Wi-Fi 6
Blutooth 5.0
5G X

(4G LTE)

X

(4G LTE)

ระบบ Dual SIM (ผ่าน eSIM)
ลำโพง ลำโพง Stereo รองรับ Spartial Audio และ Dolby Atmos
มาตรฐานทนน้ำทนฝุ่น IP68 (ทนน้ำลึกสูงสุด 2 เมตร 30 นาที)
แบตเตอรี่ 12 : 2815 mAh 3110 mAh  12 Pro: 2815 mAh 11 Pro: 3046 mAh
12 mini : 2227 mAh 12 Pro Max: 3687 mAh 11 Pro Max: 3989 mAh
ชาร์จไว  20W 18W  12 Pro: 20W 11 Pro: 18W
12 Pro Max: 22W 11 Pro Max: 20W
ชาร์จไร้สาย Qi Wireless Charge 7.5W
MagSafe fast wireless charging 15W
Qi Wireless Charge 7.5W  Qi Wireless Charge 7.5W
MagSafe fast wireless charging 15W
Qi Wireless Charge 7.5W

 

iPhone 13 Series

iPhone 13 Series มีการปรับเปลี่ยนในเรื่องดีไซน์นิดหน่อย มีการลดขนาดของรอยบากให้เล็กลงจากในรุ่นก่อน 20% เปลี่ยน Layout กล้องจากแนวตั้งมาเป็นแนวทแยงเพื่อให้รับแสงได้มากกว่าเดิม 47% มาพร้อมจอแสดงผลที่สว่างกว่าเดิมเพียงเล็กน้อย

ในซีรีส์นี้ยังได้ใส่ชิปเซ็ตประมวลผล Apple A15 Bionic รุ่นใหม่ที่ช่วยให้คุณภาพภาพถ่าย และวิดีโอดีขึ้น และประหยัดแบตเตอรี่มากขึ้น พ่วงด้วย Neural Engine รุ่นใหม่ที่ประมวลผลข้อมูลรวดเร็วกว่าเดิม 44% และทำให้เราได้โหมดกล้องใหม่ ๆ อย่าง Cinematic mode ให้ได้ลองเล่นกันทุกรุ่น แถมยังถ่ายวิดีโอ HDR Dolby Vision ได้สูงสุด 60fps บนความละเอียด 4K ด้วย

ในรุ่น Pro รอบนี้ได้สร้างความแตกต่างด้วยการเลือกใช้พาเนลที่จอ OLED ตัวใหม่ที่มีรีเฟรชเรตแบบ ProMotion ลื่นไหลสูงสุดกว่า 120Hz และใช้ชิปประมวลผล Apple A15 Bionic ที่มีชิป GPU มากกว่าในรุ่นมาตรฐานจาก 4 คอร์ เป็น 5 คอร์ ด้วยประสิทธิภาพชิปประมวลผลที่ดีกว่าทำให้ iPhone 13 Pro Series สามารถถ่ายวิดีโอในคุณภาพระดับสูงอย่าง ProRes ที่ความละเอียด 4k@30fps ได้ อีกทั้งยังใส่กันสั่นแบบ Sensor Shift ให้กับกล้องหลักในรุ่น Pro ด้วย

ตารางเทียบสเปค iPhone 12 Series กับ iPhone 13 Series

สเปค / รุ่น iPhone 13 / 13 mini iPhone 12 / 12 mini iPhone 13 Pro / 13 Pro Max iPhone 12 Pro / 12 Pro Max
หน้าจอแสดงผล Super Retina XDR OLED 60Hz Super Retina XDR OLED 60Hz Super Retina XDR 120Hz Super Retina XDR OLED 60Hz
ขนาดจอแสดงผล 13 – 6.1″ 12 – 6.1″ 13 Pro – 6.1″ 12 Pro – 6.1″
13 mini – 5.4″ 12 mini – 5.4″ 13 Pro Max – 6.7″ 12 Pro Max – 6.7″
ความละเอียด 13 – 2532 x 1170 460 ppi 12 – 2532 x 1170 460 ppi 13 Pro – 2532 x 1170 460 ppi 12 Pro – 2532 x 1170 460 ppi
13 mini – 2340 x 1080 476 ppi 12 mini – 2340 x 1080 476 ppi 13 Pro Max – 2778 x 1284 458 ppi 12 Pro Max – 2778 x 1284 458 ppi
CPU A15 Bionic
(GPU 4 คอร์)
A14 Bionic A15 Bionic
(GPU 5 คอร์)
A14 Bionic
RAM 4GB 4GB  6GB 6GB
ความจุ 128GB

256GB

512GB

64GB

128GB

256GB 

128GB

256GB

512GB

1TB

128GB

256GB

512GB

กล้องหลัก  12MP (Wide) f/1.6, 1.7µm, กันสั่น OIS แบบ Sensor Shift 12MP (Wide) f/1.6, 1.4µm, กันสั่น OIS 12MP (Wide) f/1.5, 1.9µm, กันสั่น OIS แบบ Sensor Shift iPhone 12 Pro
12MP (Wide) f/1.6, 1.4µm, กันสั่น OIS
iPhone 12 Pro Max
12MP (Wide) f/1.6, 1.7µm, กันสั่น OIS แบบ Sensor Shift
กล้อง Ultra Wide 12 MP, f/2.4, มุมกว้าง 120˚ 12 MP, f/2.4, มุมกว้าง 120˚ 12 MP, f/1.8, มุมกว้าง 120˚ 12 MP, f/2.4, มุมกว้าง 120˚
กล้อง Telephoto X X 12 MP f/2.8, 77mm, กันสั่น OIS iPhone 12 Pro
12 MP f/2.0, 1.0µm, 52mm, กันสั่น OIS
iPhone 12 Pro Max
12 MP f/2.2, 1.0µm, 65mm, กันสั่น OIS
Optical Zoom x2 x2 ซูมเข้า: x3 ซูมออก: x2
ช่วงซูม: x6
iPhone 12 Pro
ซูมเข้า: x2 ซูมออก: x2
iPhone 12 Pro Max
ซูมเข้า: x2.5 ซูมออก: x2.5
Digital Zoom x5 x5 x15 x10
กล้องหน้า 12MP f/2.2 TrueDepth + กันสั่น gyro-EIS 12MP f/2.2 TrueDepth + กันสั่น gyro-EIS 12MP f/2.2 TrueDepth + กันสั่น gyro-EIS 12MP f/2.2 TrueDepth + กันสั่น gyro-EIS
การถ่ายวิดีโอ กล้องหลัง: 4K @ 60 fps

กล้องหน้า: 4K @ 60 fps

อัดวิดีโอแบบเสียงสเตอริโอ

กล้องหลัง: 4K @ 60 fps

กล้องหน้า: 4K @ 60 fps

อัดวิดีโอแบบเสียงสเตอริโอ

กล้องหลัง: 4K @ 60 fps

กล้องหน้า: 4K @ 60 fps

อัดวิดีโอแบบเสียงสเตอริโอ

กล้องหลัง: 4K @ 60 fps

กล้องหน้า: 4K @ 60 fps

อัดวิดีโอแบบเสียงสเตอริโอ

การเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 Blutooth 5.0
5G
ระบบ Dual SIM (ผ่าน eSIM)
ลำโพง ลำโพง Stereo รองรับ Spartial Audio และ Dolby Atmos
มาตรฐานทนน้ำทนฝุ่น IP68 (ทนน้ำลึกสูงสุด 2 เมตร 30 นาที)
แบตเตอรี่ 13: 3240 mAh 12 : 2815 mAh 13 Pro: 3095 mAh 12 Pro: 2815 mAh
13 mini : 2438 mAh 12 mini : 2227 mAh 13 Pro Max: 4352 mAh 12 Pro Max: 3687 mAh
ชาร์จไว 13: 23W 20W 13 Pro: 23W 12 Pro: 20W
13 mini : 18W 13 Pro Max: 27W 12 Pro Max: 22W
ชาร์จไร้สาย Qi Wireless Charge 7.5W
MagSafe fast wireless charging 15W

 

iPhone 14 Series

เดินทางมาถึง iPhone 14 Series รุ่นล่าสุดแล้ว ซึ่งรุ่นมาตรฐานในรอบนี้ มีสเปคที่คล้ายกันกับ iPhone 13 และ iPhone 13 mini แบบสุด ๆ ยกเว้นขนาดหน้าจอที่ iPhone 14 Series ได้ตัดรุ่นเล็กไซซ์มินิออกไป และเพิ่มซีรีส์จอใหญ่ที่ห่างหายไปนานอย่าง iPhone 14 Plus ขนาด 6.7 นิ้วเข้ามาแทน

ด้านชิปเซ็ตประมวลผลก็มีความต่างเพียงนิดเดียว เพราะแค่เปลี่ยนมาใช้ชิป A15 Bionic 5 คอร์ จากเดิมที่มีแค่ 4 คอร์ อีกทั้งยังมีฟีเจอร์หลายหลายที่เพิ่มเข้ามาดังนี้

  • กล้องถ่ายภาพอัปเกรดให้ถ่ายในที่แสงน้อยดีขึ้น
  • โหมดถ่ายวิดีโอกันสั่นแบบ Action Mode
  • ฟีเจอร์ส่ง SOS ผ่านดาวเทียม
  • ระบบตรวจจับการชน Crash Detection

iPhone 14 Pro Series ถือว่าได้สร้างความแตกต่างอย่างสมบูรณ์แบบ เพราะได้อัปเกรดสเปคหลากหลายที่รุ่นมาตรฐานไม่มี เช่น

  • Dynamic Island
  • พาเนลจอแบบใหม่ LTPO OLED
  • รองรับการแสดงผลแบบ Always-on Display
  • เพิ่มความละเอียดกล้องหลักไปที่ 48MP จากความละเอียดเดิม 12MP
  • Photonic Engine

ตารางเทียบสเปค iPhone 13 Series กับ iPhone 14 Series

สเปค / รุ่น iPhone 14 / 14 Plus iPhone 13 / 13 mini iPhone 14 Pro / 14 Pro Max iPhone 13 Pro / 13 Pro Max
 
หน้าจอแสดงผล Super Retina XDR  60Hz Super Retina XDR 60Hz LTPO Super Retina XDR 120Hz Super Retina XDR 120Hz
ขนาดจอแสดงผล 14 – 6.1″ 13 – 6.1″ 14 Pro – 6.1″  13 Pro – 6.1″
14 Plus – 6.7″  13 mini – 5.4″ 14 Pro Max – 6.7″  13 Pro Max – 6.7″
ความละเอียด 14 – 2532 x 1170 460 ppi  13 – 2532 x 1170 460 ppi 14 Pro – 2556 x 1179 460 ppi  13 Pro – 2532 x 1170 460 ppi
14 Plus – 2778 x 1284 458 ppi 13 Mini – 2340 x 1080 476 ppi 14 Pro Max – 2796 x 1290 460 ppi  13 Pro Max – 2778 x 1284 458 ppi
CPU A15 Bionic
(GPU 5 คอร์)
A15 Bionic
(GPU 4 คอร์)
A16 Bionic  A15 Bionic
(GPU 5 คอร์)
RAM 6GB 4GB 6GB  6GB
ความจุ 128GB

256GB

512GB

128GB

256GB

512GB

128GB

256GB

512GB

1TB

128GB

256GB

512GB

1TB

กล้องหลัก  12MP (Wide) f/1.5, 1.9µm, กันสั่น OIS แบบ Sensor Shift  12MP (Wide) f/1.6, 1.7µm, กันสั่น OIS แบบ Sensor Shift 48MP (Wide) f/1.8, 1.22µm, กันสั่น OIS แบบ Sensor Shift, Quad Pixel 12MP (Wide) f/1.5, 1.9µm, กันสั่น OIS แบบ Sensor Shift
กล้อง Ultra Wide 12 MP, f/2.4, มุมกว้าง 120˚ 12 MP, f/2.4, มุมกว้าง 120˚ 12 MP, f/2.2, มุมกว้าง 120˚ 12 MP, f/1.8, มุมกว้าง 120˚
กล้อง Telephoto X X 12 MP f/2.8, 77mm, กันสั่น OIS 12 MP f/2.8, 77mm, กันสั่น OIS
Optical Zoom ซูมเข้า: x2 ซูมออก: x2 x2 ซูมเข้า: x3 ซูมออก: x2
ช่วงซูม: x6
ซูมเข้า: x3 ซูมออก: x2
ช่วงซูม: x6
Digital Zoom x5 x5 x15  x15
กล้องหน้า 12MP f/1.9 TrueDepth + กันสั่น gyro-EIS 12MP f/2.2 TrueDepth + กันสั่น gyro-EIS 12MP f/1.9 TrueDepth + กันสั่น gyro-EIS + AutoFocus  12MP f/2.2 TrueDepth + กันสั่น gyro-EIS
การถ่ายวิดีโอ กล้องหลัง: 4K @ 60 fps, กันสั่น Action mode

กล้องหน้า: 4K @ 60 fps

อัดวิดีโอแบบเสียงสเตอริโอ

กล้องหลัง: 4K @ 60 fps

กล้องหน้า: 4K @ 60 fps

อัดวิดีโอแบบเสียงสเตอริโอ

กล้องหลัง: 4K @ 60 fps, กันสั่น Action mode

กล้องหน้า: 4K @ 60 fps

อัดวิดีโอแบบเสียงสเตอริโอ

กล้องหลัง: 4K @ 60 fps

กล้องหน้า: 4K @ 60 fps

อัดวิดีโอแบบเสียงสเตอริโอ

การเชื่อมต่อ Wi-Fi 6
Blutooth 5.3
Wi-Fi 6
Blutooth 5.0
Wi-Fi 6
Blutooth 5.3
Wi-Fi 6
Blutooth 5.0
5G ✓ 
ระบบ Dual SIM
(ผ่าน eSIM)
ลำโพง ลำโพง Stereo
รองรับ Spartial Audio และ Dolby Atmos
มาตรฐานทนน้ำทนฝุ่น IP68
(ทนน้ำลึกสูงสุด 2 เมตร 30 นาที) 
แบตเตอรี่ 14: 3279 mAh 13: 3240 mAh  14 Pro: 3200 mAh  13 Pro: 3095 mAh
 14 Plus: 4323 mAh 13 mini : 2438 mAh  14 Pro Max: 4323 mAh 13 Pro Max: 4352 mAh
ชาร์จไว ยังไม่มีรายละเอียด  13: 23W ยังไม่มีรายละเอียด   13 Pro: 23W
13 mini : 18W 13 Pro Max: 27W
ชาร์จไร้สาย Qi Wireless Charge 7.5W
MagSafe fast wireless charging 15W

 

และนี่คือทั้งหมดของสเปค iPhone รุ่นรอยบากทุกรุ่นที่เราได้รวบรวมมาเปรียบเทียบให้ชมกัน นอกจากเราจะได้รู้เรื่องฟีเจอร์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละรุ่นแล้ว เรายังได้เห็นพัฒนาการของ iPhone ในแต่ละปีที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไปอย่างช้า ๆ ด้วย

หลัก ๆ แล้วใครที่ยังถือ iPhone 12 Series อยู่ อาจจะยังไม่คุ้มค่าที่อัปเกรดสักเท่าไหร่ เพราะชิป A14 ก็ยังแรงใกล้ ๆ ชิปรุ่นท็อปในยุคนี้อยู่ แถมฟีเจอร์กล้องที่ได้มา เมื่อเทียบกับ iPhone 14 Series ก็ถือว่ายังไม่ขาดสักเท่าไหร่

แต่หากใครที่กำลังถือ iPhone X Series ลงไปแล้วล่ะก็ อาจจะถึงคราวที่ต้องอัปเกรดกันแล้ว เพราะไม่มีทั้งกล้อง Ultrawide, โหมดถ่ายภาพกลางคืน อีกทั้งชิป A11 และ A12 Bionic ที่ตกรุ่นไปหลายปีแล้ว และในอนาคตเราจะได้เห็น Apple เข็นฟีเจอร์ และสเปคอะไรใหม่มาเพื่อผู้ใช้งานกันอีก ต้องคอยติดตามกันครับ

 

อ้างอิง: Apple, GSMArena

from:https://droidsans.com/from-iphone-x-to-i-phone-14-compare/

หลุดภาพเรนเดอร์ iPhone SE 4 หน้าจอใหญ่ขึ้น มาพร้อม Notch ตัด Touch ID ทิ้ง ดีไซน์คล้าย XR

Apple เปิดตัวมือถือรุ่นเล็ก iPhone SE 3 ไปเมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ตอนนี้ก็มีภาพเรนเดอร์พร้อมข้อมูลของภาคต่ออย่าง iPhone SE 4 หลุดออกมาแล้ว โดยคราวนี้ จะมีความเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัดเลย ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอที่ใหญ่กว่าเดิมมาก แถมยังมากับหน้าจอดีไซน์ Notch ที่ทำให้มือถือรุ่นนี้มีหน้าตาคล้ายกับ iPhone XR สุด ๆ

ภาพเรนเดอร์ของ iPhone SE 4 ที่หลุดมาคราวนี้ ได้มาจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถืออย่าง Jon Prosser นั่นเอง โดยจากภาพเรนเดอร์จะเห็นว่า iPhone SE 4 คราวนี้ไม่มีขอบจอบน-ล่างหนา ๆ แล้ว ทำให้ Touch ID ก็หายไปด้วยเลย ซึ่งมีข่าวลือออกมาบ้างว่า iPhone SE 4 อาจเปลี่ยนมาใช้การสแกนนิ้วมือด้วยปุ่ม Power ข้างเครื่องแทน

หน้าจอคาดว่าจะขยายขนาดจากรุ่นเดิม 4.7 นิ้ว กลายเป็น 6.1 นิ้ว ตรงขอบด้านบนก็เปลี่ยนมาใช้ดีไซน์ Notch แถบยาวสำหรับวางกล้องหน้า, เซนเซอร์ และลำโพง ส่วนด้านหลังยังมีกล้องตัวเดียวอยู่ที่มุมซ้ายบนเหมือนเดิม

น่าเสียดายที่ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลสเปคของ iPhone SE 4 หลุดออกมาด้วย แต่มีการคาดการณ์ว่าอาจจะมากับชิป Apple A15 หรือไม่ก็ A16 นี่แหละ ส่วนพอร์ตก็เป็น Lightning (อีกแล้ว)

ดูจากดีไซน์รวม ๆ แล้วก็น่าจะคุ้น ๆ กันอยู่ เพราะมันแทบจะเหมือนกับ iPhone XR ที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2018 เลยนั่นเอง ทั้งขอบเครื่องโค้งมน, หน้าจอมี Notch และกล้องหลังตัวเดียวมุมซ้ายบนด้วย

 

ที่มา : Frontpagetech

from:https://droidsans.com/iphone-se-4-renders-leaked-revealed-xr-similarity/

ยันมาอีกเสียง! iPhone SE รุ่น 4 อาจมาพร้อมกับรอยบาก Notch บนจอ LCD กว้าง 6.1 นิ้ว

นักวิเคราะห์ออกมารายงานว่า iPhone SE 4 ไอโฟนราคาย่อมเยาตัวใหม่ จะใช้จอ LCD ขนาด 6.1 นิ้ว ส่วนด้านบนของจอจะมีรอยบาก Notch เหมือนกับที่เริ่มมีมาในตั้งแต่ iPhone X จนถึงปัจจุบัน ซึ่งรายงานดังกล่าวก็ตรงกับข้อมูลของสื่ออื่น ๆ อีกหลายแหล่ง ยิ่งคอนเฟิร์มว่า Apple อาจหันมาใช้ดีไซน์คล้าย ‌iPhone‌ XR รุ่นเก่าเมื่อ 4 ปีที่แล้วได้ครับ

Ross Young นักวิเคราะห์แอปเปิลจอมแม่น ก่อนหน้านี้เคยเผยข้อมูลเกี่ยวกับ iPhone SE 4 ว่าจะเปิดตัวมาในปี 2024 พร้อมกับหน้าจอขนาด 5.7 – 6.1 นิ้ว เป็นแบบ LCD ส่วนกล้องหน้าจะเป็นแบบเจาะรู แต่ตอนนี้เค้าได้ออกมาเผยข้อมูลใหม่แล้วครับ

เค้าระบุว่า iPhone SE 4 จะใช้จอขนาด 6.1 นิ้ว มาพร้อมกับแถบ Notch ด้านบน แต่จากข้อมูลไม่ได้ระบุว่ารอยบากนี้จะมาพร้อมกับประโยชน์ดี ๆ อย่างกล้อง TrueDepth เพื่อใช้งานระบบ Face ID เหมือนไอโฟนรุ่นอื่น ๆ หรือไม่ และยังไม่มีข้อมูลระบุว่า Notch จะมีขนาดใหญ่เพียงไหน แต่ถ้าไม่ใส่ระบบอย่าง dot projector เพื่อแสกนใบหน้าก็คงจะปรับให้มีขนาดเล็กลงได้อยู่นะ

แต่สื่อบางที่ก็บอกว่า iPhone SE 4 น่าจะมาพร้อมกับระบบ Face ID เพื่อมาทดแทนการแสกนนิ้วมือ Touch ID บนปุ่ม Home ด้านล่างเครื่องในเวอร์ชั่นเก่า

ส่วนนักวิเคราะห์บางรายอย่าง Ming-Chi Kuo และ MyDrivers กลับเห็นต่าง บอกว่า Apple จะใส่ระบบ Touch ID‌ ไว้ตรงปุ่มข้างเครื่อง เหมือนกับที่ใช้ใน iPad Air และ iPad mini ไม่มีหรอกนะสแกนหน้าอะไรน่ะ

แต่ไม่ว่าจะใช้ระบบระบุตัวตนแบบไหน เรื่องดีไซน์ตอนนี้เหมือนหลาย ๆ สื่อจะเคาะออกมาแล้ว เช่นเว็บไซต์จากจีน MyDrivers และ นักวิเคราะห์ Jon Prosser ก็ให้ข้อมูลตรงกันว่า ‌iPhone SE‌ 4 รุ่นใหม่จะปรับดีไซน์ไปคล้าย iPhone XR ทำให้ไม่มีแถบเครื่องด้านบนและด้านล่าง ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้สูงว่าเราจะมีโอกาสได้เห็นมือถือไอโฟน SE ในเวอร์ชั่นจอกว้าง ออกวางขายในอนาคตครับ

 

ที่มา : macrumors

from:https://droidsans.com/iphone-se-4-lcd-display-notch/

Jon Prosser ระบุ iPhone SE รุ่นที่ 4 ในปีหน้า จะปรับมาใช้ดีไซน์เดียวกับ iPhone XR แล้ว

จนถึงตอนนี้ iPhone SE เปิดตัวออกมาแล้ว 3 รุ่น โดยรุ่นแรกที่ออกในปี 2559 นั้นใช้โครงสร้างตัวเครื่องแบบเดียวกับ iPhone 5s ในขณะที่อีก 2 รุ่นถัดมาในปี 2563 และ 2565 ได้ปรับมาใช้ดีไซน์ของ iPhone 8 เป็นสิ่งที่ Apple ถูกวิจารณ์มาโดยตลอดว่า “ใช้ดีไซน์ที่ล้าสมัย” จากขอบจอที่หนาและปุ่มโฮมที่กินพื้นที่ อย่างไรก็ตาม เวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงอาจมาถึงในไม่ช้า เมื่อ Jon Prosser ระบุว่า iPhone SE รุ่นที่ 4 คือ iPhone XR เวอร์ชันอัปเกรดไส้ในใหม่

iPhone SE รุ่นที่ 2 และ 3 มีขนาดจอ 4.7 นิ้ว ถือว่าเล็กที่สุดในบรรดา iPhone ที่ยังมีขายอยู่ ณ ปัจจุบันหากไม่นับ iPhone 12 mini และ 13 mini

แม้โทรศัพท์ไซซ์ประมาณนี้จะมีข้อได้เปรียบในแง่ความสะดวกในการพกพาและความคล่องตัวในการใช้งาน แต่ตลาดในส่วนนี้ไม่ได้รับความนิยมมาได้หลายปีแล้ว เนื่องมาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ข่าวเรื่องยอดขาย iPhone 12 mini และ 13 mini ไม่สู้ดีที่มีออกมาเป็นระยะก็เป็นสิ่งที่บ่งชี้ได้อีกทางหนึ่ง ทั้งยังนำไปสู่ข่าวลืออย่างหนาหูอีกด้วยว่า iPhone 14 ในปีนี้ก็จะไม่มีรุ่น mini แล้วเช่นกัน

ดังนั้นหาก Apple จะปรับดีไซน์ iPhone SE รุ่นที่ 4 ในปีหน้า มาใช้แบบเดียวกับ iPhone XR ที่มีขนาดจอ 6.1 นิ้วพร้อม Face ID ก็อาจเป็นสิ่งช่วยกระตุ้นให้ยอดขาย iPhone SE รุ่นที่ 4 ดีขึ้นตามไปด้วย แต่ในทางกลับกัน นั่นเท่ากับว่าคนชอบมือถือที่ใช้ซีพียูแรง ๆ บนตัวเครื่องขนาดเล็ก จากเดิมที่มีตัวเลือกน้อยอยู่แล้ว ก็จะยิ่งน้อยลงไปอีก…

 

ที่มา : AppleTrack

from:https://droidsans.com/iphone-se-4-same-design-iphone-xr/

ราคา iPhone 12 Pro, iPhone XR จาก AIS, TrueMove H, DTAC ประจำเดือน ก.ย. 64

ข้อมูลนี้แสดงราคา iPhone รุ่นที่ Apple ไม่จำหน่ายแล้ว ท […] More

from:https://www.iphonemod.net/iphone-old-model-iphone-12-pro-iphone-xr-price-sep-2021.html

Apple ปรับลดราคา iPhone 11, iPhone 12 ส่วน iPhone XR หยุดขายแล้ว

เมื่อมีของใหม่อย่าง iPhone 13 เข้ามา ก็ถึงเวลาที่ iPhone รุ่นเก่าต้องโบกมือลา หรือขายต่อในราคาที่ลดลง โดยหลังจากแอปเปิลเปิดตัว iPhone 13 mini, iPhone 13, iPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max มีการเปลี่ยนแปลงการวางขายของ iPhone รุ่นเก่า

โดย iPhone รุ่นเก่าที่ยังมีขายต่อไปคือ iPhone 12, iPhone 11 และ iPhone SE ส่วนรุ่นที่หยุดจำหน่ายทางออนไลน์คือ iPhone 12 Pro, iPhone 12 Pro Max และ iPhone XR แต่ทั้งนี้ยังอาจหาซื้อได้ผ่านตัวแทนจำหน่าย

ราคาขายใหม่ที่ปรับลงมาเป็นดังนี้

  • iPhone SE เริ่มต้น 14,900 บาท ราคาเท่าเดิม
  • iPhone 11 เริ่มต้น 19,500 บาท เดิม 22,100 บาท
  • iPhone 12 mini เริ่มต้น 21,900 บาท เดิม 25,900 บาท
  • iPhone 12 เริ่มต้น 25,900 บาท เดิม 29,900 บาท

ที่มา: MacRumors

alt="iPhone"

from:https://www.blognone.com/node/124755

Apple เพิ่มเอกสารเตือนผู้ใช้ iPhone แรงสั่นจากเครื่องยนต์รถมอเตอร์ไซค์อาจทำให้กล้อง iPhone เสียหายได้

Apple เพิ่มเอกสารสนับสนุนเตือนผู้ใช้ iPhone ว่า เมื่อเร […] More

from:https://www.iphonemod.net/apple-support-document-vibration-can-harm-iphone-camera.html

ราคา iPhone ล่าสุดจาก Apple, AIS, TrueMove H, DTAC ประจำเดือน ส.ค. 64

ข้อมูลนี้แสดงราคา iPhone เครื่องเปล่ารุ่นที่ Apple วางข […] More

from:https://www.iphonemod.net/phone-price-update-17-aug-2021.html

ราคา iPhone ล่าสุดจาก Apple, AIS, TrueMove H, DTAC ประจำเดือน ก.ค. 64

ข้อมูลนี้แสดงราคา iPhone เครื่องเปล่ารุ่นที่ Apple วางข […] More

from:https://www.iphonemod.net/iphone-price-update-19-july-2021.html