คลังเก็บป้ายกำกับ: ICHITAN

[NEWS] TanSanSu โคเรียนโซดาแบบไร้แอลกอฮอลล์ เครื่องดื่มใหม่ที่ช่วย “อิชิตัน” กลับมาผงาดอีกครั้ง

กระแส Korean Wave และชาวเจน Z เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งกลุ่มเป้าหมายที่แบรนด์เริ่มให้ความสนใจมากขึ้น อย่างในกรณีของอิชิตัน ที่เห็นกระแสความชื่นชอบศิลปินเกาหลีแบบไม่มีแผ่วของเด็กรุ่นใหม่

ทำให้ทีมการตลาดต้องคิดค้นเครื่องดื่มใหม่ “ตันซันซู” ออกสู่ตลาดเมื่อช่วง 24 ตุลาคมที่ผ่านมา และแรงตอบรับก็ดีจนมีช่วงสินค้าขาดตลาดเกิดขึ้นถึงกับต้องเพิ่มกำลังการผลิต จนเรียกได้ว่าเครื่องดื่มใหม่ตัวนี้จะเป็นกลุ่มสินค้าใหม่ที่สร้างยอดขายจนดันเป้ายอดขายไปถึง 150 ล้านบาทในสิ้นปีนี้

ตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กระแส K-Pop ในประเทศไทยสูงเป็นอันดับ 6 ของโลกด้วยมูลค่าสินค้าและบริการกว่า 9,636 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นชาวเจน Z ในการสนับสนุนศิลปินและวัฒนธรรมต่างๆ ของชาวเกาหลีก็ได้รับการส่งต่อผ่านบทเพลง ภาพยนตร์และซีรี่ส์ จนผู้บริโภคมีความต้องการในสินค้าอุปโภคและบริโภคเหล่านี้

นอกจากนี้ สัดส่วนประชากรไทยชาวเจน Z ที่มีสัดส่วนกว่า 23% หรือประมาณ 15 ล้านคนเมื่อเทียบเท่ากับประชากรทั้งหมด พบว่า เป็นผู้บริโภคที่มีการใช้จ่ายด้วย Emotional และเป็น Global Citizen ที่มีการเปิดรับสิ่งใหม่ๆ หรือเทรนด์ที่เปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ ของโลกได้อย่างรวดเร็ว

ดังนั้น อิชิตัน จึงส่งเครื่องดื่มแบรนด์ ตันซันซู ซึ่งความหมายในภาษาเกาหลี ประกอบด้วย “ตันซัน แปลว่า ซ่าส์” ส่วน “ซู แปลว่า น้ำ” มาเจาะตลาดลูกค้าสองกลุ่มคือ เจน Z ที่มีช่วงอายุตั้งแต่ 13 – 25 ปี กับ โคเรียนเลิฟเวอร์ที่มีช่วงอายุ 13 – 35 ปี ที่มีการเข้าถึงสินค้าเกาหลีจนคุ้นชินและเป็นกลุ่มคนที่เปิดรับสิ่งใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว

ประกอบกับข้อมูลจาก Nielsen ที่เผยถึงภาพรวมตลาดน้ำอัดลมในงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 มีมูลค่าตลาด 42,695.60 เติบโตขึ้น 5.5% จากงวดเดียวกันของปีก่อน

โดยตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลม 0% น้ำตาล มีการเติบโตก้าวกระโดด เครื่องดื่มอัดลมน้ำดำ 0% น้ำตาล มีมูลค่าตลาด 2,732 ล้านบาท โต 20.2% ด้านเครื่องดื่มอัดลมน้ำสี 0% น้ำตาล
มีมูลค่าตลาด 2,026.9 ล้านบาท โตถึง 57.2%

ข้อมูลที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือ ตั้งแต่ปี 2019 – 2021 ตลาดเครื่องดื่มโซจูในประเทศ”ทยเติบโตมากกว่า 100% คิดเป็นมูลค่าตลาดกว่า 1,000 ล้านบาท แต่ก็มีนักดื่มชาวไทยที่อยากสัมผัสเครื่องดื่มประเภทโซจู แต่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ หรือเลือกรับประทานในช่วงเวลาที่ต้องการดื่มน้ำซ่าแบบสัมผัสรสชาติเครื่องดื่มใหม่ๆ ทำให้มีชาวเจน Z รีวิวเครื่องดื่มนี้แบบ Organic สูงมากในช่วงที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ด้านรสชาติของตันซันซูที่จะวางขายในปีนี้ได้พัฒนารสชาติออกมา 2 รส คือโซจูบอมบ์ และ โซจู โยเกิร์ต ซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่มีรสชาติซ่าแบบไม่มีแอลกอฮอลล์ พร้อมกับวิตามินซี ขนาด 360 มล. ราคาขวดละ 20 บาท ซึ่งตั้งแต่วางขายเครื่องดื่มนี้ ช่วงปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา พบว่ามีแนวโน้มยอดขายที่ดี คาดว่าจะเป็นตัวม้ามืด สร้างยอดขายสิ้นปีนี้ได้ถึง 150 ล้านบาท

ก่อนที่จะมีการเพิ่มรสชาติใหม่ในปีหน้า พร้อมกับศิลปิน K-Pop ที่จะมาเป็น Endorser ของแบรนด์ในปีหน้าเช่นกัน

ทั้งนี้ งบการตลาดของปีหน้าก็ได้วางไว้ที่ 100 ล้านบาทในทุกองศา พร้อมผลักดันเป้าหมายยอดขายของปี 2566 ไว้ที่ 600 ล้านบาท

 

from:https://www.thumbsup.in.th/tansansu-korean-soda-for-gen-z?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=tansansu-korean-soda-for-gen-z

“อิชิตัน” เตรียม JV ธุรกิจสุขภาพในปี 2564 ต่อยอดแผนสร้างรายได้ 50% จากธุรกิจ Non-Drink

แม้ชาเขียว และเครื่องดื่มอื่นๆ ของ “อิชิตัน” จะฟื้นตัวกลับมาจากวิกฤต COVID-19 ได้ แต่เพื่อเพิ่มความยั่งยืน และสร้างโอกาสใหม่ๆ ในโลกธุรกิจ บริษัทจึงเตรียม Joint Venture กับธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพในปี 2564

ichitan
ตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บมจ.อิชิตัน กรุ๊ป

50% ของรายได้ต้องมาจาก Non-Drink

ตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บมจ.อิชิตัน กรุ๊ป เล่าให้ฟังว่า บริษัทตั้งเป้าให้ภาพรวมธุรกิจมีรายได้ 50% มาจากธุรกิจ Non-Drink หรือสินค้าใดๆ ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มภายใน 5 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันที่ไม่เคยมีรายได้จากส่วนนี้เลย เพราะทั้งหมดมาจากชาเขีย และเครื่องดื่มอื่นๆ ที่บริษัทพัฒนาขึ้น

“การไปให้ถึงเป้าหมายนั้น อิชิตันเลือกใช้วิธี Joint Venture แทนการ Takeover เพราะบริษัทต้องการเข้าไปช่วยเหลือธุรกิจเหล่านั้นผ่านการตลาด, เงินทุน หรือ Connection มากกว่าการเข้าไปบริหาร นอกจากนี้บริษัทจะเน้นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จแล้ว เพราะไม่ต้องใช้เงินทุนในความร่วมมือเป็นจำนวนมาก”

partner

เบื้องต้นอิชิตันมีแผนเข้าไป Joint Venture กับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพภายในปี 2564 โดยความคืบหน้าของดีลดังกล่าวยังอยู่ระหว่างเจรจา ทำให้ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับชื่อบริษัท หรือเม็ดเงินการลงทุนได้ แต่ที่ชัดเจนคือธุรกิจนั้นต้องสามารถขยายกิจการในระดับโลกได้

อัดงบ 20 ล้านบาทกระตุ้นยอดขายโค้งท้าย

สำหรับช่วงปลายปีนี้ อิชิตันมีการลงทุนร่วมกับกลุ่มทรูฯ กว่า 20 ล้านบาทเพื่อทำแคมเปญ “ICHITAN x TRUE 5G สุขปังทุกฝา กับรหัสอัจฉริยะ” ถือเป็นครั้งแรกที่บริษัททำแคมเปญการตลาดในฤดูหนาว จากปกติที่แคมเปญทั้งหมดจะเกิดขึ้นในฤดูร้อน หรือช่วงเดียวกับที่ภาพรวมตลาดเครื่องดื่มเติบโตที่สุด

ichitan

“ภายใต้แคมเปญนี้เราตั้งเป้ายอดขายไว้ 200 ล้านบาท ส่วนเหตุที่เลือกทำกับกลุ่มทรูเพราะด้วยฐานลูกค้ากว่า 30 ล้านเลขหมาย และผู้ใช้งานเครือข่ายทรูมีคิดเป็นส่วนสำคัญของการร่วมแคมเปญในอดีตของอิชิตัน แต่เพื่อสร้างความแตกต่างให้กับแคมเปญนี้ อิชิตันได้เปิดตัวรสชาติใหม่ “Winter Yuzu Fuze Tea” ที่จะจำหน่ายแค่ช่วงนี้”

รายละเอียดของแคมเปญ “ICHITAN x TRUE 5G สุขปังทุกฝา กับรหัสอัจฉริยะ” ผู้บริโภคสามารถส่งรหัสใต้ฝาเข้ามาชิงรางวัลมูลค่ารวม 3.7 ล้านบาท และหากเป็นผู้ใช้งานเครือข่ายของกลุ่มทรูฯ จะได้รับ True Point 5 คะแนน และดาต้า 2 GB เพื่อใช้รับชมเนื้อหาต่างๆ บนแอปพลิเคชั่น TrueID

ichitan
ภาพจาก อิชิตัน

ภาพรวมตลาดชาเขียว-น้ำวิตามินฟื้นตัว

ส่วนภาพรวมตลาดเครื่องดื่มที่กลุ่มอิชิตันจำหน่าย กลุ่มสินค้าชาเขียวเริ่มกลับมาเติบโตอีกครั้งในไตรมาส 3 เช่นในเดือน 9 หดตัว 5% จากช่วงไตรมาส 2 ที่หดตัวราว 10% เหตุผลหลักคือผู้บริโภคเริ่มออกมาทำกิจกรรมนอกบ้านมากขึ้น เป็นปกติของกลุ่มเครื่องดื่มที่ยอดขายเกือบทั้งหมดมาจากการซื้อดื่มนอกบ้าน

ด้านตลาดน้ำดื่มผสมวิตามิน ตลาดนี้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง สังเกตจากผู้เล่นหน้าใหม่ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา โดยคาดว่าตลาดนี้จะมีมูลค่าราว 2,300 ล้านบาทในปีนี้ และปี 2564 จะเติบโต 50% ซึ่งอิชิตันเป็นเบอร์ 2 ในกลุ่มน้ำผสมวิตามิน B และเป็นเบอร์ 3 ในกลุ่มน้ำผสมวิตามิน C ทั้งหมดนี้มีจุดต่างคือเป็นน้ำด่างที่ใช้เครื่องจักรเฉพาะผลิต

ichitan yenyen

“น้ำดื่มผสมวิตามินคือ Cash Cow ตัวใหม่ของบริษัท และสินค้าตัวนี้จะช่วยปลดล็อคยอดขายที่ปกติจะต้องเติบโตในฤดูร้อนเป็นหลัก กลายเป็นสามารถเติบโตได้ทุกฤดู ซึ่งในตลาดนี้อิชิตันต้องการเป็นเบอร์หนึ่งในทุกกลุ่มน้ำดื่มผสมวิตามินผ่านการออกบรรจุภัณฑ์ที่หลากหลาย เช่นขนาด 350 มล. ราคา 10 บาทเพื่อขายในโชห่วยโดยเฉพาะ”

สรุป

การเดินหน้ากลยุทธ์ของอิชิตันแสดงให้เห็นถึงความต้องการเป็นมากกว่าผู้ผลิตเครื่องดื่ม เพราะตลาดนี้ค่อนข้างแข่งขันสูง และการมีธุรกิจอื่นๆ เข้ามากระจายโอกาสน่าจะเป็นสิ่งที่ดีกว่า ซึ่งธุรกิจสุขภาพค่อนข้างน่าสนใจ เพราะกระแสรักสุขภาพ รวมถึงสังคมผู้สูงอายุกำลังเกิดขึ้นในประเทศไทย

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/ichitan-new-jv-plan/

ICHITAN X TRUE 5G ส่งมอบความสุขแจกรางวัลกับแคมเปญ “สุขปังทุกฝา กับรหัสอัจฉริยะ” กับประสบการณ์ลุ้นรางวัลใหม่แบบ AR

ICHITAN X TRUE 5G ผนึกกำลังสร้างปรากฎการณ์ความสดชื่นส่ง […] More

from:https://www.iphonemod.net/ichitan-x-true-5g-ar-campaign.html

“อิชิตัน” ไตรมาส 3 กำไร 122.9 ล้านบาท เติบโต 69.3% พร้อมกางแผนลุยตลาดเครื่องดื่มสุขภาพ

“อิชิตัน” รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 มีรายได้ 1,222.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% กำไร 122.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69.3% เหตุบริษัทรุกตลาดเครื่องดื่มสุขภาพ ทำให้บริษัทเติบโตแบบไม่มีโลว์ซีซั่นอีกต่อไป

อิชิตัน

เติบโตอย่างยั่งยืนกว่าเดิม

ตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บมจ.อิชิตัน กรุ๊ป เปิดเผยว่า ในไตรมาส 3 ปี 2563 บริษัททำกำไรสุทธิอยู่ที่ 122.9 ล้านบาท เติบโต 69.3 % รายได้จากการขายอยู่ที่ 1,222.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% มีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 19.7% อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 10.1%

เนื่องจากบริษัทสามารถเดินตามกลยุทธ์เจาะกลุ่มชาเขียวและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ได้วางไว้อย่างต่อเนื่อง โดยชาเขียวชิซึโอกะ ครองแชมป์อันดับหนึ่งในกลุ่มชาเขียวแบบพรีเมียม พร้อมกับบริษัทได้ขยายตลาดด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่คืออิชิตัน น้ำด่าง 8.5, อิชิตัน ซี 200 และอิชิตัน วิตซีซี ทำให้เครื่องดื่มสุขภาพในพอร์ตมากขึ้น

“เราคาดว่าตลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพจะเติบโตในอัตราไม่ต่ำกว่าปีละ 30% ดังนั้นการบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ และมุ่งเน้นสินค้าที่มีกำไรดี มีศักยภาพเติบโต ทำให้ผลประกอบการ 9 เดือนแรกของบริษํมีกำไรสุทธิ 431.5 ล้านบาท เติบโต 33.3% รายได้จากการขายอยู่ที่ 3,877.6 ล้านบาท”

ทั้งนี้การทำตลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ทำให้ “อิชิตัน” ไม่มีโลว์ซีซั่นของการจำหน่ายอีกต่อไป เพราะก่อนหน้านี้บริษัทจะจำหน่ายได้ดีในช่วงหน้าร้อน ยิ่งจุดเด่นของเครื่องจักรบริษัทที่ผลิตเครื่องดื่มได้ทุกชนิดยกเว้นแอลกอฮอล์ และความสามารถในการผลิตได้หลากขนาดกว่าคู่แข่ง ทำให้ปีนี้บริษัทจะเติบโตได้ตามแผน

สรุป

เรียกว่าเป็นการเติบโตอย่างต่อเนื่องของอิชิตัน เพราะบริษัทเดินหน้าทำตลาดเครื่องดื่มที่หลากหลาย โดยเฉพาะกลุ่มสุขภาพที่ค่อนข้างตอบโจทย์กระแสของผู้บริโภคในยุคนี้ ดังนั้นต้องติดตามกันว่า “อิชิตัน” จะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้นเพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจอีกหรือไม่

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/ichitan-q3-2020/

จุดเปลี่ยนสำคัญของอิชิตันในรอบ 10 ปี: เปิดตัวน้ำดื่มวิตามิน C,E รับตลาดเติบโตสูง 75%

อิชิตัน เปิดตัว อิชิตัน วิตามิน วอเตอร์ ซี พลัส อีก สินค้ากลุ่ม Non-Tea จับกระแสการให้ความสนใจด้านสุขภาพ โดยวางเป้าหมายยอดขายสินค้ากลุ่ม Non-Tea ไว้ที่ 400 ล้านบาทภายในสินปีนี้ และ 1,000 ล้านบาท ภายในช่วง 1 ปีข้างหน้า

ปัจจุบันตลาดน้ำดื่มในประเทศไทย มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 18,956 ล้านบาท (มูลค่าระหว่างเดือน มกราคม-สิงหาคม 2020 นี้) ลดลง 6.3% จากปัจจัยด้านเศรษฐกิจและกำลังซื้อ โดยตลาดน้ำดื่มในประเทศไทย แบ่งออกเป็นประเภทย่อยๆ อีก คือ กลุ่มน้ำแร่ มีมูลค่าลดลง 24.2% น้ำเปล่า ลดลง 3% โดยน้ำเปล่านี้จะแบ่งออกเป็น น้ำเปล่าธรรมดา มีมูลค่าตลาดลดลง 6.3%

ส่วนน้ำที่มีการผสมวิตามิน เป็นเพียงน้ำดื่มเพียงชนิดเดียวเท่านั้น ที่เติบโตกว่า 75.1% ด้วยมูลค่า 1,203 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 6.7% ของตลาดน้ำดื่มทั้งหมด

อิชิตันจึงได้เปิดตัว อิชิตัน วิตามิน วอเตอร์ ซี พลัส อี (ICHITAN Vitamin Water C Plus E) สินค้าในกลุ่ม Non-Tea ที่มีวิตามิน C 200% และวิตามิน E 40% มีคุณสมบัติช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย ป้องกันโรคหวัด ไม่มีแคลอรี่ ไม่มีโซเดียม และผสมน้ำตาล

ตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

ตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เล่าว่า แต่เดิมอิชิตัน มีแต่เครื่องดื่มประเภทชา จนเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว ต้องเจอกับปัญหาภาษีสรรพสามิตร และภาษีน้ำตาล ทำให้ยอดขายลดลง กำไรเหลือเพียง 40 ล้านบาท ในช่วงปี 2018 จากที่ก่อนหน้านั้น อิชิตันเคยทำกำไรได้สูงสุดถึง 700 ล้านบาท จึงรู้ว่าจะทำเครื่องดื่มชาเพียงอย่างเดียวไม่ได้อีกแล้ว และต้องหันไปสร้างยอดขายในต่างประเทศ ด้วยสัดส่วน 25%

Non-Tea เครื่องดื่มที่เป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของอิชิตัน

เครื่องดื่ม Non-Tea จึงกลายเป็นทางรอด และเป็นเหมือนจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของอิชิตัน ในรอบ 10 ปี โดยหนึ่งในจุดแข็งของอิชิตัน ที่มีเหนือคู่แข่งคือกำลังการผลิตจำนวนมหาศาล ที่ยังเหลืออยู่อีกประมาณ 45% จึงสามารถวางจำหน่ายเครื่องดื่มในราคาถูกกว่าแบรนด์อื่นๆ ได้ ซึ่งกำลังการผลิตเป็นสิ่งที่คู่แข่งไม่มี เพราะก่อนหน้านี้ผู้เล่นในตลาดน้ำดื่มผสมวิตามินหลายราย เจอกับปัญหาการผลิตสินค้าทั้งสิ้น

กำลังการผลิตมากเป็นทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนในเวลาเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ตัน ภาสกรนที มองว่า การมีเครื่องจักร และกำลังการผลิตมาก เป็นทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนไปพร้อมๆ กัน ถ้าสินค้าขายได้ดี การมีกำลังการผลิตมากนับว่าเป็นจุดแข็ง แต่หากกำลังการผลิตเหลือมากเกินไป ก็จะกลายเป็นจุดอ่อนได้เช่นกัน

เครื่องดื่ม Non-Tea ของอิชิตัน ไม่ได้มีแค่น้ำดื่มผสมวิตามินเท่านั้น แต่ยังมี อิชิตัน น้ำด่าง PH 8.5 และอิชิตัน วิตซีซี โดยเครื่องดื่มกลุ่ม Non-Tea นี้ อิชิตัน ตั้งเป้าหมายยอดขาย 400 ล้านบาทภายในสิ้นปีนี้ และ 1,000 ล้านบาท ภายใน 1 ปี ซึ่งจะเป็นการกระจายการขายของอิชิตัน ให้มีความเหมาะสมทุกๆ ฤดู

สรุป

ปัจจุบันการแข่งขันในตลาดน้ำดื่มผสมวิตามิน นับว่ามีความน่าสนใจมาก เนื่องจากพฤติกรรมของคนหันมาให้ความสนใจกับการรักษาสุขภาพร่างกายมากขึ้น จากสถานการณ์โควิด-19 บวกกับคนรุ่นใหม่ที่มีความนิยมในการรักษาสุขภาพ เป็นเหมือนเทรนด์อย่างหนึ่ง ที่แสดงออกถึงรสนิยมที่ดีของตัวเอง

เครื่องดื่มที่ผสมวิตามิน และเครื่องดื่มที่ไม่มีน้ำตาลจึงนับว่าเป็นการแข่งขันที่น่าสนใจ ในยุคหลังจากที่เครื่องดื่มประเภทชาเขียวมียอดขายลดลงมานานหลายปี

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/ichitan-vitamin-water-c-plus-e/

อิชิตันฟีฟาย 2020 (Ichitan x Free Fire) ลุ้นรับ “คาเพลลา” และรถ YAMAHA NMAX

อิชิตัน ออกแคมเปญร่วมกับเกม Free Fire (Ichitan x Free Fire 2020) ในปี 2020 รอบล่าสุดนี้ ลุ้นรับตัวละครใหม่ “คาเพลลา” และลุ้นรับ YAMAHA NMAX Limited Edition เฉพาะอิชิตัน [มูลค่าคันละ 87,000 บาท] ครั้งละ 3 รางวัล รวมจำนวน 30 รางวัล

อยากลุ้น “คาเพลลา” ต้องใช้ฝานี้ดูให้ดี หยิบให้ถูก “อิชิตัน รุ่น FREE FIRE 2020” ต้องมีคาเพลลา บนขวด หรือฝาขวดอิชิตัน สกรีน FREE FIRE 2020 ไม่อยากพลาดตัวละครสุด Rare #ไอดอลแห่งการฮีล 🎤🎶 🛒 ต้องรีบไปเหมา “อิชิตัน รุ่น FREE FIRE 2020” กันแล้ววว

🔥 ลุ้นได้ที่อิชิตันที่เดียว!!  เพียงใส่รหัสใต้ฝาอิชิตันกรีนทีทุกรสชาติ 🌱 เฉพาะรุ่น FREE FIRE 2020 ทุก 2 รหัสใต้ฝาอิชิตันที่ร่วมรายการ รับสิทธิลุ้น 2 ต่อ
👉 ต่อที่ 1 ลุ้นรับตัวละครใหม่ “คาเพลลา”
👉 ต่อที่ 2 ลุ้นรับ YAMAHA NMAX ❣🏍 Limited Edition เฉพาะอิชิตัน [มูลค่าคันละ 87,000 บาท] ครั้งละ 3 รางวัล รวมจำนวน 30 รางวัล


เปิดระบบให้เติมโค้ดแล้ววันนี้… รีบเติมกันเลยยย
>>> https://ichitan.freefire.in.th/

from:http://www.9tana.com/node/ichitan-free-fire-2020/

ผ่าอาณาจักร “ตัน ภาสกรนที” 10 ปีทำมากกว่าชาเขียว สู่มือฉมังอสังหาริมทรัพย์

การสร้างอาณาจักร “ตัน ภาสกรนที”นับตั้งแต่โบกมือลาจากโออิชิ กรุ๊ป ผู้ชายที่เคยขายแต่เครื่องดื่มชาเขียวและอาหารญี่ปุ่นมาโดยตลอด เดินหน้าสู่การขับเคลื่อนการสร้างอาณาใหม่ที่ทำมากกว่าแค่ธุรกิจชาเขียวอย่างเดียว

ปัจจุบันธุรกิจของ”ตัน” มีการสร้าง ออฟฟิศบิวดิ้ง โรงแรม หรือกระทั่งตลาดนัด จนกระทั่งกลายเป็นนักธุรกิจมือฉมังในการบริหารอสังหาริมทรัพย์ที่น่าจับตามอง

ตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป

จุดเริ่มต้นของธุรกิจ “ตัน ภาสกรนที” ที่เกิดจากการขายน้ำและอาหารญี่ปุ่นมาตลอดชีวิต จึงไม่แปลกที่ก้าวแรกของการทำธุรกิจครั้งใหม่จะโคลนนิ่งโมเดลธุรกิจชาเขียวและร้านอาหารญี่ปุ่นของโออิชิมาเป๊ะ เรียกว่ามีชั่วโมงการบินที่สูง ทั้งประสบการณ์การทำตลาด ระบบซัพพลายเชนตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ไม่ว่าจะเป็น ช่องทางการจัดจำหน่าย รวมทั้งพฤติกรรมของลูกค้า

ดังนั้นเมื่อปี 2553 “เสี่ยตัน”ได้ก่อตั้งบริษัท ไม่ตัน จำกัด เพื่อหวนเข้ามาทำตลาดเครื่องดื่มชาเขียวและปลุกปั้นแบรนด์”อิชิตัน”เข้ามาในตลาดชาเขียว ซึ่งกลายมาเป็นคู่แข่งกับแบรนด์โออิชิชนิดว่าเป็นมวยที่ถูกคู่ในสังเวียน โดยปัจจุบันอิชิตันมีส่วนแบ่ง 31.9% ส่วนผู้นำตลาดอย่างโออิชิมีส่วนแบ่ง 44.6%

ทำธุรกิจอย่างไรให้รวย ปัง!!

ทว่าหนึ่งในยุทธศาสตร์ที่สำคัญของการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตในครั้งนี้  นอกเหนือจากการการสร้างอาณาจักรเครื่องดื่มชาเขียวซึ่งเป็นธุรกิจที่ทำให้ “เสี่ยตัน” แจ้งเกิดกลายเป็นนักธุรกิจที่น่าจับตามองแล้วนั้น จากการ มีรายได้มากกว่า 5,000 ล้านบาทต่อปี

โจทย์คือเมื่อ “เงินต่อเงิน” ทำอย่างไรให้รวย ให้ปัง ระดับหมื่นล้านบาท แน่นอนหมวกอีกใบที่เสี่ยตันเลือกที่จะสวมนอกจากเป็นหมวกกัปตันแล้ว ยังปลุกปั้นตัวเองสู่การเป็นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มือฉมัง ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมานี้

โครงสร้างทางของธุรกิจอิชิตัน กรุ๊ป แตกธุรกิจเป็นจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน ทั้งธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น คอมมูนิตี้มอลล์ โรงแรม ออฟฟิศบิวดิ้ง จากการมีแลนด์ลอร์ดหลากหลายพื้นที่ ทั้งในกรุงเทพ ชลบุรี เชียงใหม่ เป็นต้น

เส้นทาง “อิชิตัน กรุ๊ป” ตลอดระยะเวลา 10 ปี (2553-2562)

  • ครงการ T-ONE  มูลค่า 3,000 ล้านบาท ถูกพัฒนาขึ้นโดยบริษัท ตัน อิง แอสเส็ท จำกัด โดยเป็นอาคารสำนักงานสูง 34 ชั้น แบ่งเป็น พื้นที่ขายกว่า 20,000 ตร.ม. และมีพื้นที่รีเทล 2,000 ตร.ม. นับว่าเป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จ จากสถานที่ตั้งที่อยู่บริเวณทองหล่อ ซึ่งเป็นทำเลออฟฟิศเกรดเอที่มีความต้องการสูงของธุรกิจ นอกจากนี้การดีไซน์ยังมีพื้นที่ Co-Working space ซึ่งตอบโจทย์เหล่าบรรดาสตาร์ทอัพของประเทศไทย  
ตลาดนัดนินจาอมตะ
  • ตลาดนัดนินจาอมตะ ถูกพัฒนาและวางคอนเซ็ปต์ให้เป็นตลาดใหญ่ ให้บริการสินค้าหลากหลาย ทั้งร้านอาหารอร่อยชื่อดังจากกรุงเทพและชลบุรี โซนอาหาร พร้อมลานนั่งทานรับประทานอาหารชิลๆ โซนสินค้าสินค้าแฟชั่น ตลาดนัดมือสองโซนคลองถม มีจำหน่ายต้นไม้และสัตว์เลี้ยง ฯลฯ รองรับกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมอมตะนคร ขนาดพื้นที่ 40 ไร่
  • ตลาดนัดกล้วยกล้วย  เป็นตลาดนัดขนาดใหญ่ บนพื้นที่ที่จัดสรรออกเป็นหลายส่วน บนพื้นที่กว่า 76ไร่ ที่ จังหวัดลพบุรี ด้วยงบลงทุน 600 ล้านบาท
One nimman คอมมูนิตี้มอลล์
  • One nimman คอมมูนิตี้มอลล์ ที่ เชียงใหม่ ได้คัดสรรศิลปะ วัฒนธรรม และความร่วมสมัยที่เชื่อมโยงรูปแบบชีวิตแบบสมัยใหม่กับวัฒนธรรมท้องถิ่นให้เข้ากันได้อย่างลงตัว ภายในพื้นที่กว้างขวางกว่า 7,000 ตร.ม
  • วิลล่า มาร็อก รีสอร์ท บนหาดปราณบุรี รีสอร์ทหรูสไตล์โมร็อกโกบนอ่าวไทย ด้วยสไตล์การตกแต่งที่ฉีกแนวเฟอร์นิเจอร์หรูหราจากอาณาจักรแอฟริกาเหนือ ราคาที่พักที่สามารถเข้าถึงตั้งแต่ 1,000 – 5,000 บาทต่อคืน ทำให้กลายเป็นรีสอร์ทที่ได้รับความนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ
ราเมนแชมเปี้ยน Ramen Champion @ ARENA 10 ทองหล่อ

ทว่าการ”การแตกและโต”ก็เป็นบทเรียนสำหรับนักธุรกิจอย่างเสี่ยตันที่เพลี่ยงพล้ำ หรือนักรบย่อมมีบาดแผลเป็นเรื่องปกติ ทั้งในธุรกิจร้านอาหาร อสังหาริมทรัพย์และการขยายพอร์ตโฟลิโอสู่เครื่องดื่มเซ็กเมนต์ใหม่ๆ 

  • ร้านอาหารญี่ปุ่น”ราเมน แชมเปี้ยน” ทั้ง 6 ร้าน เป็นราเมนต้นตำรับจากญี่ปุ่นที่ตันร่วมทุนกับเจ้าของลิขสิทธิ์มาเปิดบริการที่อารีน่า 10 ซอยทองหล่อ โดยเปิดเมื่อดือนพฤศจิกายน 2553 แม้ว่าธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นจะเฟื่องฟูมากแค่นั้น โมเดลร้านอาหารญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่นอกศูนย์การค้า และด้วยราคาที่ค่อนข้างสูงเฉพาะสำหรับกลุ่มลูกค้าระดับกลางและระดับบน (Upper Middle Class) ธุรกิจดังกล่าวจึงไม่ประสบความสำเร็จมากนัก
  • โรงแรมอิสติน จังหวัดเชียงใหม่ ปิดดำเนินการเมื่อปี 2559 เนื่องจากการเปิดเป็นโรงแรมโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม และเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายผังเมืองและกฎหมายควบคุมอาคาร

ปิดฉากเครื่องดื่มในพอร์ตโฟลิโอ

การมีเครื่องดื่มอยู่ในพอร์ตโฟลิโอจำนวนมาก โดยที่ “อิชิตัน กรุ๊ป” เร่งขยายธุรกิจในตลอดระยะกว่า 7ปี ไม่ได้พิสูจน์ว่าโมเดลธุรกิจที่มีเครื่องดื่มนอกจากชาเขียวแล้วจะทำให้บริษัทเติบโตก้าวกระโดดเสมอไป สินค้าในพอร์ตโฟลิโอที่มีอยู่ด้วยกันหลากหลายรายการ

  • ไบเล่ เสริมพอร์ตโฟลิโอด้วยการขยายตลาดน้ำผลไม้และเยลลี่
  • T247 เพื่อรุกตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง
  • อิชิตัน ไอซ์ที ลงสู่สมรภูมิเซ็กเมนต์ชาดำซึ่งมีมูลค่าตลาดรองมาจากชาเขียว
  • อิชิตัน ชิวชิว การสร้างเซ็กเมนต์ใหม่ชาเขียวน้ำผลไม้ผสมวุ้นมะพร้าวเจาะกลุ่มวัยทีน
  • น้ำสมุนไพรเย็นเย็น เป็นเครื่องดื่มที่เปิดตัวเพื่อสร้างเซ็กเมนต์เอเชี่ยนดริงก์
  • ชาเขียวพร้อมดื่มตราชิชึโอกะ ลงในเซ็กเมนต์ชาพรีเมียม เจาะคอเพื่อสุขภาพ ไม่มีน้ำตาลและหวานน้อย

การตัดสินใจซื้อ ไบเล่ เพราะเห็นถึงศักยภาพและความคุ้มค่าในการลงทุน “ไบเล่” เป็นแบรนด์ที่คนไทยรู้จัก ชื่นชอบ นั้นคือ คำพูดของตัน ภาสกรนที แต่การซื้อกิจการและสิทธิ์เครื่องหมายการค้า “ไบเล่” (BIRELEY) จากบริษัท ซันนี่ เฮิร์บ อินเตอร์เนชั่นแนล เบฟเวอรเรจ จำกัด (sunny) รวมมูลค่า 1,780 ล้านบาท เพื่อต่อยอดธุรกิจจากชาเขียวมาสู่การแตกไลน์น้ำผลไม้

โดยใช้กลยุทธ์เรียนลัดไม่ต้องสร้างแบรนด์ให้เหนื่อย แต่เลือกแบรนด์ที่มีอยู่ในตลาดแล้วมารีแบรนด์ระลอกใหม่ แต่จากการรับรู้ (Perception) ไบเล่กลับถูกมองว่าเป็นน้ำส้มมากกว่าจะเป็นน้ำผลไม้ ประกอบกับช่วงที่ไบเล่ รีเทิร์นเข้ามาตลาด สภาพตลาดน้ำผลไม้อยู่ในภาวะที่ไม่เติบโต อัตราการดื่มน้ำผลไม้ของคนไทยไม่ได้เพิ่มขึ้น สุดท้ายต้องจบคำว่า“อวสานของไบเล่”ไป

เครื่องดื่มชูกำลังนับว่าเป็นตลาดที่ปราบเซียน แต่ “เสี่ยตัน” เลือกที่จะลงสมรภูมินี้ ปั้น T247 เครื่องดื่มชูกำลังในรูปลักษณ์ขวดเพ็ทลงตลาด เพื่อทลายภาพลักษณ์ชูกำลังเป็นเครื่องดื่มสำหรับผู้ใช้แรงงาน และมุ่งเป้าหมายขยายฐานลูกค้าไปสู่คนทำงานรุ่นใหม่ที่ต้องการ Energy เติมเต็มให้กับระหว่างวัน แต่ก็ต้องปิดฉากลงด้วยตัวของโปรดักส์สินค้าเอง

จากนี้คงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า อาณาจักร “ตัน ภาสกรนที” จะมีธุรกิจอื่นๆ อีกหรือไม่ นอกจากธุรกิจเครื่องดื่ม อาหาร และอสังหาริมทรัพย์ 

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/ichitan-green-tea/

ฝาลังอิชิตัน ลุ้นรถ รวยทอง ภาค 2 มูลค่า 7 ล้านบาท

กิจกรรม อิชิตันยกลัง ลุ้นรถ ลุ้นทองคำ ภาค 2 กลับมาอีกครั้ง กับการให้ส่งฝาลังส่วนข้าง ของลังอิชิตัน และเย็นเย็น เพื่อลุ้นรางวัลใหญ่ รถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ จำนวน 4 คัน และของคำหนัก 1 บาท อีกกว่า 80 รางวัล รวมมูลค่าแล้วกว่า 7,258,000 บาท

รายละเอียดการร่วมสนุก

วิธีที่หนึ่ง ตัดชิ้นส่วนคูปองสินค้าอิชิตัน และเย็นเย็น

  • เขียนชื่อ – นามสกุล หรือชื่อร้าน(ถ้ามี) พร้อม ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ด้วยลายมือเท่านั้น โดย ส่งชิ้นส่วนคูปองมายังตู้ ปณ. บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ปณ. 1 ปณศ.พระโขนง กรุงเทพฯ 10110
  • หรือสามารถหย่อนชิ้นส่วนคูปองในกล่องรับชิ้น ส่วนกับร้านค้าที่ร่วมรายการ และแมคโครทุกสาขา

วิธีที่สอง สะสมชิ้นส่วนข้างลัง อิชิตัน และเย็นเย็น จำนวน 40 ชิ้น

เพื่อแลกรับเสื้อยืดจำนวน 1 ตัว กับร้านค้าที่ ร่วมรายการ และส่งชิ้นส่วนมายังตู้ ปณ. บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ปณ. 1 ปณศ.พระโขนง กรุงเทพฯ 10110

  • จับรางวัล ครั้งที่ 1 (25 ก.ย. 2562) : หมดเขตรับชิ้นส่วน 20 ก.ย. 2562 / ประกาศผล 27 ก.ย. 2562
  • จับรางวัล ครั้งที่ 2 (25 ต.ค. 2562) : หมดเขตรับชิ้นส่วน 20 ต.ค. 2562 / ประกาศผล 27 ต.ค. 2562
  • จับรางวัล ครั้งที่ 3 (25 พ.ย. 2562) : หมดเขตรับชิ้นส่วน 20 พ.ย. 2562 / ประกาศผล 27 พ.ย. 2562
  • จับรางวัล ครั้งที่ 4 (25 ธ.ค. 2562) : หมดเขตรับชิ้นส่วน 20 ธ.ค. 2562 / ประกาศผล 27 ธ.ค. 2562

from:http://www.9tana.com/node/fha-lang-ichitan/

เมื่อชาเขียวไม่โต! “อิชิตัน” แก้เกมด้วย “ชิซึโอกะ” กระตุ้นตลาดด้วยชาพรีเมียม

ตลาดชาเขียวอ่วมมา 3 ปีติด เพราะเจอพิษภาษีความหวาน หวยชาเขียวหมดมนต์ขลัง อิชิตันจึงส่งชิซึโอกะลงตลาดพรีเมี่ยม หวังกระตุ้นตลาดกลับมาบวก มาพร้อมเทรนด์สุขภาพ

ร่วมมือกับจังหวัดชีซึโอกะ โปรโมทการท่องเที่ยวไปในตัว

จะบอกว่าแบรนด์ชาเขียว “ชิซึโอกะ (Shizuoka)” เป็นแบรนด์ใหม่ก็ไม่เชิงมากนัก เพราะมีการทำตลาดมาเกือบ 2 ปีแล้วโดยบริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) วางจุดยืนเป็นชาเขียวระดับพรีเมียม หวังสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้ตลาด

จริงๆ แล้วชิซึโอกะเกิดจากความร่วมมือระหว่างจังหวัดชิซึโอกะ ประเทศญี่ปุ่น และอิชิตัน ในการนำเข้าใบชาจากแหล่งผลิตในชิซึโอกะ โดยที่อิชิตันเป็นผู้จัดจำหน่ายในประเทศไทย ความร่วมมือนี้ทางชิซึโอกะเองต้องการที่จะโปรโมทการท่องเที่ยวของเมืองให้คนไทยรู้จัก จึงนำจุดเด่นเรื่องชามาใช้โปรโมท

จุดเริ่มต้นของไอเดียการทำชาเขียวร่วมกันในครั้งนี้ เริ่มจากทางองค์กรการท่องเที่ยวของชิซึโอกะอยากให้คนไทยรู้จักเมืองมากขึ้น ซึ่งเมืองขึ้นชื่อเรื่องอาหาร แหล่งน้ำ และที่ปลูกชา ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองหลลวงของชาเขียว จึงมาปรึกษากับทางอิชิตันว่าจะทำอะไรร่วมกันได้บ้าง

ธนพันธุ์ คงนันทะ รองกรรมการผู้จัดการสายงานช่องทางจัดจำหน่าย บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้เล่าว่า

“เหตุผลที่ทางชิซึโอกะเลือกอิชิตันนั้น เพราะก่อนหน้านี้คุณตันได้ทำให้เมืองฮอกไกโดมีชื่อเสียงมากขึ้น จากแคมเปญใหญ่ที่มีการพาไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น หลังจากนั้นก็เริ่มมีบริษัทใหญ่ๆ พาไปเที่ยวกัน เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ฮอกไกโดเป็นที่รู้จักของคนไทย ชิซึโอกะจึงมาปรึกษาเรื่องการโปรโมทการท่องเที่ยว เลยคิดว่าอยากทำสินค้าร่วมกัน เลยออกมาเป็นชาเขียว”

ต้องบอกว่าชิซึโอกะเข้ามาในช่วงที่ตลาดชาเขียวในประเทศไทยไม่ค่อยสู้ดีมากนัก เกิดความท้าทายรอบด้าน โดยที่โจทย์ใหญ่ก็คือต้องการให้คนที่เคยดื่มชาเขียวกลับมาดื่มชาเขียวอีกครั้ง การที่มีนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เป็นสินค้าพรีเมียมจะช่วยกระตุ้นตลาดได้

ชาเขียวติดลบมา 3 ปี เจอพิษภาษีความหวาน

ถ้าย้อนกลับไป 4-5 ปีก่อนจะพบว่าเป็นยุครุ่งเรืองของตลาดชาเขียวจริงๆ มีการแข่งขันกันดุเดือด พร้อมกับผู้เล่นรายใหม่ๆ เข้ามาในตลาด เรียกว่าอัดโปรโมชั่นกันสุดฤทธิ์ เกิดแคมเปญ “หวยชาเขียว” ขึ้นทุกปี พร้อมกับของรางวัลที่ทวีความว้าว

แต่ต้องบอกว่าตลาดมีขึ้นก็ต้องมีลงเป็นธรรมดา เพราะในช่วง 3 ปีที่ผ่านมานี้ตลาดชาเขียวค่อนข้างวิกฤติ มีการเติบโตที่ติดลบเฉลี่ย 10% มาตลอด 3 ปี จากที่มูลค่าตลาดสูงที่สุดเคยถึง 17,000 ล้านบาทในปี 2015 แต่ในปีที่แล้วเหลือเพียง 11,892 ล้านบาท พร้อมกับติดลบถึง 10.11%

สาเหตุที่ทำให้ตลาดชาเขียวติดลบขนาดนี้ มีปัจจัยรอบด้าน

  • พฤติกรรมผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ดื่มหวานน้อยลง หันไปดื่มเครื่องดื่มอื่นๆ เช่น น้ำแร่ น้ำเปล่า น้ำผลไม้
  • ตลาดไม่ได้มีนวัตกรรมใหม่ๆ เท่าที่ควร
  • การเก็บภาษีความหวาน ทำให้ผู้ประกอบการเครื่องดื่มกลุ่มน้ำผลไม้ กาแฟ ชาเขียว เครื่องดื่มชูกำลังต้องปรับราคาสินค้าเพราะมีปริมาณน้ำตาลเกินกว่าที่กำหนด

ซึ่งภาษีน้ำตาลมีการปรับใช้รอบแรกเมื่อปี 2560 อัตราสูงที่สุดคือต้องเสียภาษี 1 บาท/ลิตร หากมีน้ำตาลเกิน 14 กรัมต่อเครื่องดื่ม 100 มิลลิลิตร ทั้งในี้ในเดือนตุลาคม 2562 จะมีการเก็บภาษีน้ำตาลช่วงที่ 2 มีอัตราการเก็บที่เพิ่มขึ้นจากครั้งก่อน ซึ่งถ้าเป็นปริมาณน้ำตาล 14 กรัมต่อเครื่องดื่ม 100 มิลลิลิตรจะต้องเสียภาษีเพิ่มเป็น 3 บาท/ ลิตร หรือเพิ่มขึ้น 200%

ผลพวงจากการเก็บภาษีน้ำตาลทำให้แบรนด์สินค้าต้องปรับราคาขึ้น เพราะมีกำไรที่บางลง อิชิตันเองก็มีปรับราคาเช่นกันเฉลี่ย 5 บาท ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าสินค้าแพงขึ้นจึงไม่ดื่มเหมือนแต่ก่อน แล้วหันไปดื่มเครื่องดื่มแทน จึงส่งผลให้ตลาดซบเซา ไม่เติบโตนั่นเอง

กระตุ้นตลาดด้วยเซ็กเมนต์พรีเมี่ยม ทำให้คนกลับมาดื่มชาเขียว

แต่เดิมตลาดชาเขียวกลุ่มพรีเมียมมีผู้เล่นรายใหญ่รายเดียวคือ ฟูจิฉะจากร้านอาหารฟูจิที่ทำตลาดมานานหลายปี แต่ตลาดนี้มีกลุ่มลูกค้าเฉพาะกลุ่ม เนื่องจากมีราคาที่สูง และรสชาติไม่หวานเหมือนชาเขียวกลุ่มเมนสตรีม ทำให้แต่ก่อนตลาดชาเขียวพรีเมียมไม่ได้แจ้งเกิดอย่างหวือหวา

แต่เมื่อ 1-2 ปีที่ผ่านมานี้หลังจากที่อิชิตันเปิดแบรนด์ชิซึโอกะอย่างเต็มตัว ผู้บริโภคเริ่มให้ความสนใจ และมีแบรนด์ชาเขียวลงมาจับตลาดนี้มากขึ้นอย่างโออิชิ และอิโตเอ็น

ทำให้ตลาดชาเขียวพรีเมียมเติบโตต่อเนื่องตลอด 3 ปีที่ผ่านมา จากในปี 2560 มีมูลค่า 873 ล้านบาท ปี 2561 มูลค่า 1,171 ล้านบาท และในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2562 มีมูลค่า 676 ล้านบาท เติบโตขึ้น 33% และคาดว่าทั้งปีจะมีการเติบโตมากกว่า 30%

เมื่อตลาดชาพรีเมียมเติบโต ทำให้ตลาดชาเขียวพร้อมดื่มได้อานิสงส์เติบโตเช่นกัน โดยที่ครึ่งปีแรกมีมูลค่า 6,439 ล้านบาท เติบโต 5.5% ในเชิงมูลค่า และเติบโต 3.7% ในเชิงปริมาณ

ซึ่งตลาดชาเขียวพร้อมดื่มในปี 2561 มีมูลค่า 11,892 ล้านบาท การเติบโตลดลง 10.11% และในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเติบโตลดลงเฉลี่ย 10% มาโดยตลอด

โดยภาพรวมตลาดสามารถแบ่งสัดส่วนเป็น ชาเขียวกลุ่มเมนสตรีมมูลค่า 4,289 ล้านบาท (เติบโต 10.7%)  ชาสมุนไพรมูลค่า 898 ล้านบาท (เติบโตลดลง 8%) ชาเขียวผสมวุ้นมะพร้าวมูลค่า 576 ล้านบาท (เติบโตลดลง 22.6%) และชาเขียวพรีเมียมมูลค่า 676 ล้านบาท (เติบโต 33.4%)

ในสิ้นปีนี้คาดการณ์ว่าตลาดชาเขียวพรีเมียมจะมีมูลค่ารวม 1,100 ล้านบาท ส่งผลทำให้ตลาดชาเขียวโดยรวมเติบโต 7%

ส่วนแบ่งตลาดแบ่งเป็นโออิชิ 44.6% อิชิตัน 31.9% และอื่นๆ 23.5% แต่ถ้าตลาดชาเขียวพรีเมียมอย่างเดียวชิซึโอกะมีส่วนแบ่งตลาด 37% รองลงมาคือ ฟูจิฉะ 35% อิโตเอ็น 23% และโออิชิ โกลด์ 4% และอื่นๆ 1%

สำหรับเป้าหมายของการทำตลาดชิซึโอกะนั้น ธนพันธุ์บอกว่า ต้องการให้คนที่เคยดื่มชาเขียวกลับมาดื่มให้ได้ ตัวขับเคลื่อนหลักก็คือชาเขียวพรีเมียม และมีการทำให้ภาพของชิซึโอกะเป็นพรีเมียมแมสให้เข้าถึงได้ง่าย ตอบโจทย์คนเมืองที่รักสุขภาพ

สรุป

เป็นทิศทางที่ดีของตลาดชาเขียวที่กลับมาเติบโต และเติบโตด้วยนวัตกรรม และสินค้า ไม่ได้เติบโตด้วยโปรโมชั่น เชื่อว่าตลาดพรีเมียมจะทำให้คนไทยหันกลับมาดื่มชาเขียวมากขึ้น

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/ichitan-shizuoka-premium-green-tea/

มาดู!! 5 การ Collaboration ของแบรนด์ดังในช่วงต้นปี 2019

‘Collaboration Marketing’ คือการที่ธุรกิจในสายอุตสาหกรรมเดียวกัน หรือต่างธุรกิจมาจับมือร่วมกันทำสิ่งๆ ได้อย่างน่าสนใจ  ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่เราได้เห็นกันบ่อยๆ ลองมาดูกันว่าในช่วงต้นปี 2019 ที่ผ่านมาจะมีแบรนด์ไหนได้ทำการ Collaboration กันไปแล้วบ้าง

MK X Milin

MK Restaurants เปิดตัวโปรเจกต์ใหม่คือ ‘MK X’ แพลตฟอร์มทางการตลาด  ที่เริ่มต้นด้วยนำเอาแฟชั่นจาก Milin แบรนด์ไทยรุ่นใหม่มาร่วมด้วย ผ่านการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของแบรนด์ผ่านชุดยูนิฟอร์มของพนักงาน

โดยมาจากแนวคิด “The First Ever Collaboration Where Food Meets Fashion” ที่ใช้สีสันของอาหารมาใช้ในการออกแบบ เช่น สีเขียวจากผักต่าง สีแดงจากเนื้อสัตว์ สีขาวจากเต้าหู้ และสีดำจากสาหร่ายทรงเครื่อง

เรียกได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจเพื่อเข้าสู่คนทั้ง Gen Y และ Gen Z  จากแบรนด์อาหารที่เราคุ้นเคยกันมากว่า 30 ปีให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น

PEPSI x FILA

FILA ได้เปิดตัวเสื้อผ้าภายใต้แนวคิด Sports Fashion and Music ที่นำเอาสีน้ำเงิน ขาว และแดง มาจากโลโก้ของ Pepsi มาออกแบบเสื้อผ้าได้อย่างลงตัว

โดยออกแบบมาจาก 4 แนวดนตรี ได้แก่ HIP HOP, POP, EDM และ LOCAL จนกลายมาเป็นเครื่องแต่งกายถึง 60 ชิ้น และมีทั้งหมด 2 คอลเลคชั่น คือ Artist Collection และ Basic Collection

Bar B Q Plaza X Pizza Hut

แบรนด์อาหารชื่อดังสองแบรนด์ที่ร่วมมือกันคิดค้นเมนูใหม่  โดยใช้ชื่อแคมเปญว่า “ฟินเว่อร์ ฮัทเจอก้อน” ที่ออกเมนูมาคู่กันเป็นพิซซ่าในรูปแบบปิ้งย่าง และปิ้งย่างในรูปแบบของพิซซ่า  จนกลายมาเป็นอาหารที่มีหน้าตาน่าทานทั้งสองเมนู

Ichitan X Garena

อิชิตัน กรุ๊ป และ การีนา ออนไลน์ ผู้ให้บริการเกมออนไลน์  และแพลตฟอร์มการสื่อสารชั้นนำ ส่ง Rare Item ร่วมในแคมเปญ Ichitan X Free Fire ให้วงการอีสปอร์ตของไทย

ด้วยการปล่อยอิชิตัน กรีนที รสน้ำผึ้งผสมมะนาว Free Fire Edition แถมเอ็กซ์คลูซีฟไอเทมโค้ดใต้ ฝาให้กับเหล่าเกมเมอร์ Garena Free Fire ใช้ลุ้นตัวละครพิเศษ “ชิมาดะ ฮายาโตะ” Limited ฮีโร่ เฉพาะอิชิตัน

KBank X BIG C

ธนาคารกสิกรไทยร่วมมือกับบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ เพิ่มศักยภาพการทำธุรกรรมการเงินในรูปแบบดิจิทัล เพื่อให้ลูกค้าสามารถชำระเงินด้วย QR Code และรับฝากเงินได้สะดวกในจุดเดียวที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์บิ๊กซีกว่า 1,200 สาขาทั่วประเทศ

นอกจากนั้นยังแต่งตั้งให้บิ๊กซี เป็นตัวแทนธนาคาร (Banking Agent) ให้บริการ “เคแบงก์ เซอร์วิส” เริ่มจากการรับฝากเงินสดเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทยแบบเรียลไทม์

หลายๆ แบรนด์อยู่ในคนละอุตสหกรรมแต่ก็ทำแคมเปญร่วมกันได้อย่างน่าสนใจ  และเกิดเป็นไอเดียสร้างสรรค์ใหม่ๆ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

 

 

 
Source: thumbsup

from:https://thumbsup.in.th/2019/04/collaboration-brand/