คลังเก็บป้ายกำกับ: HUAWEI_MATE_S

Samsung Galaxy S8 อาจใช้จอแสดงผล ที่รองรับเทคโนโลยี Force Touch

s7-edge

แหล่งข่าวในเกาหลีใต้รายงานว่า Samsung มีแนวโน้มนำเทคโนโลยี Force Touch มาใช้กับสมาร์ทโฟน Galaxy S8 เป็นรุ่นแรก โดยอ้างว่าได้รับข้อมูลมาจากซัพพลายเออร์ ยืนยัน Samsung กำลังพิจารณานำ Force Touch มาใช้กับสมาร์ทโฟนเรือธงภายใน 1 – 2 ปี

แหล่งข่าวอ้างว่า มันขึ้นกับเวลา หรือความพร้อมที่ Samsung จะนำเทคโนโลยี Force Touch มาใช้ ซึ่งจะช่วยพัฒนาประสิทธิภาพของ User Interface ให้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งระบบปฏิบัติการ Android 7.1 Nougat ก็ยังถูกพัฒนาให้รองรับฟีเจอร์ Force Touch สำหรับใช้กับไอคอนของแอพพลิเคชั่นต่างๆ

เทคโนโลยี Force Touch ช่วยให้จอแสดงผลรับรู้แรงสัมผัสหนักเบา ซึ่งผู้ใช้สมาร์ทโฟนอาจจะคุ้นเคยกับ 3D Touch ที่มากับ iPhone 6s มากกว่า แต่ทางฝั่ง Android ก็มีสมาร์ทโฟนที่รองรับ Force Touch ด้วยเช่นกัน อย่าง Huawei Mate S เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่นำเทคโนโลยี Force Touch มาใช้งาน และล่าสุดกับ Huawei P9 Plus

ที่มา – The Investor

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=164641

ตามคาด Huawei Mate 8 เรือธงตัวใหม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว

เรียกว่ามาตามคาดเลยครับสำหรับเรือธงตัวใหม่จาก Huawei อย่าง Huawei Mate 8 สำหรับเรือธงตัวนี้ต้องบอกเลยว่านอกจากความสวยงาม หรูหราของตัวเครื่องแล้ว มันยังมาพร้อมกับสเปคที่เรียกว่าจัดเต็มมาให้เลยทีเดียว โดยในงานเปิดตัวนั้นทางบริษัทเองได้ระบุไว้เลยว่า “นี่เป็นเรือธงที่ทรงคุณภาพที่สุด” และจากสเปคที่มีการประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว เชื่อว่าเราคงไม่สามารถปฏิเสธคำกล่าวของบริษัทได้เลย

huawei-mate-8-collection

ก่อนที่เราจะไปพูดถึงสเปคภายในเราไปดูในส่วนของการดีไซน์เจ้าเครื่องนี้กันก่อนเลยดีกว่าครับ โดยอย่างแรกที่เราสังเกตุเห็นเลยคือ มันมีตัวเครื่องที่ทำจากวัสดุที่เป็นโลหะดังนั้นมันจึงให้ความรู้สึกที่ดูสวยงาม หรูหรา นอกจากนี้หากเราพอจะจำกันได้คือมันมีดีไซน์ที่เหมือนการผสมผสานระหว่าง Huawei Mate S และ Huawei Mate 7 ครับ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดคือ บริเวณกล้องหลังและตัวเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านหลังที่เปลี่ยนมาเป็นทรงกลมแทน จากในรุ่นก่อนที่ใช้เป็นทรงสี่เหลี่ยม และในจุดสุดท้ายที่จะไม่พูดถึงคงจะไม่ได้นั่นก็คือหน้าจอขนาด 6 นิ้วของมันครับ นอกจากความใหญ่ที่ให้มาแล้วมันยังมาพร้อมกับขอบจอที่บางเฉียบ ทำให้เรารู้สึกว่าเครื่องนี้เป็นเรือธงแห่งอนาคตจริงๆเมื่อได้ใช้งาน โดยรวมแล้วถือว่าทาง Huawei ทำการบ้านมาดีครับ เป็นการออกแบบที่สวยและดูมีสง่าราศีมาก

ในส่วนภายในของเจ้า Huawei Mate 8 ก็นับเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้เครื่องนี้น่าใช้อย่างมาก โดยมันมาพร้อมกับชิพเซท Kirin 950 SoC กับ octa-core CPU และ Mali T880MP4 GPU ครับ สำหรับใครที่ยังไม่ค่อยรู้จักชิพเซท Kirin 950 ดีพอ จะขออธิบาว่ามันเป็นชิพเซทที่มาพร้อมกับ ARM Cortex-A72 จำนวน 4 แกน ซึ่งมีความเร็วในการประมวลผลที่ 2.3 GHz และ ARM Cortex-A53 อีก 4 แกน ซึ่งมีความเร็วในการประมวลผลสูงสุด 1.8 GHz ครับ

 

นอกจากนั้นมันยังมาพร้อมกับ i5 coprocessor ไว้คอยช่วยประมวลผล พวกฟีเจอร์อย่างการจดจำคำสั่งเสียง การระบุพิกัดตำแหน่ง และควบคุมเรื่องการประหยัดพลังงานในส่วนต่างๆ ทั้งนี้ SoC ตัวนี้ ผลิตด้วยเทคโนโลยีระดับ 16nm FinFET ของ TSMC นะครับ บอกเลยว่าทั้งหมดนี้อยู่ในเครื่อง Huawei Mate 8 เครื่องนี้แล้ว ความแรงนี่คงไม่ต้องพูดถึงกันแล้ว

huawei-mate-8-dual

สเปคทั้งหมดของ Huawei Mate 8

  • หน้าจอแสดงผลแบบ IPS ขนาด 6 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD 1080p (1080×1920 พิกเซล : 367 ppi) ครอบทับด้วยกระจกโค้ง 2.5D
  •  หน่วยประมวลผลชิปเซ็ต Octa-Core Huawei Kirin 950 รุ่นล่าสุด ผลิตด้วยเทคโนโลยีระดับ 16nm FinFET ประกอบด้วย ARM Cortex-A72 จำนวน 4 แกน ซึ่งมีความเร็วในการประมวลผลที่ 2.53 GHz และ ARM Cortex-A53 อีก 4 แกน ซึ่งมีความเร็วในการประมวลผลสูงสุด 1.8 GHz
  •  กล้องหลังความละเอียด 16 MP พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS และมีขนาดรูรับแสงกว้างสุดที่ F/2.0
  •  กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมขนาดรูรับแสงกว้างสุดที่ F/2.4
  • แบตเตอรี่ขนาด 4000 mAh
  • ระบบปฏิบัติการ Android 6.0 Marshmallow เวอร์ชันล่าสุด ครอบทับด้วย Huawei Emotion UI 4.0
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านหลังของตัวเครื่อง

อย่างไรก็ตามเจ้าเรือธงตัวนี้จะมีมาให้เลือกใช้ทั้งหมด 3 รุ่นด้วยกัน นั่นก็คือ

รุ่น RAM 3 GB ความจุภายใน 32 GB มีราคาเปิดตัวที่ 2,999 หยวน หรือประมาณ 16,800 บาท
รุ่น RAM 4 GB ความจุภายใน 64 GB มีราคาเปิดตัวที่ 3,699 หยวน หรือประมาณ 20,700 บาท
รุ่น RAM 4 GB ความจุภายใน 128 GB มีราคาเปิดตัวที่ 4,399 หยวน หรือประมาณ 24,700 บาท

โดยมีให้เลือกทั้งหมด 4 สีด้วยกัน คือ สีทอง สีเงิน สีเทาและสีน้ำตาลครับ

ณ ขณะนี้ Huawei Mate 8 ได้เริ่มวางจำหน่ายในจีนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนการวางขายในต่างประเทศทางบริษัทได้ระบุไว้ว่าจะมีการประกาศออกมาอีกที่ในงาน CES ที่จะจัดขึ้นในเดือนมกราคมปีหน้าครับ

 

ที่มา : gsmarena

 

 

from:https://www.appdisqus.com/2015/11/27/huawei_mate_8_launched_with_kirin_950_cpu_android_60_marshmallow.html

ภาพ Render ตัวใหม่ของ Huawei Mate 8 แสดงหน้าตาของตัวเครื่องในทุกองศา

ถึงแม้ว่าทาง Huawei จะเพิ่งเปิดตัวอุปกรณ์ในตระกูล Mate ไปได้เมื่อไม่นานนี้ แต่ก็ดูทีท่าแล้วสำหรับ Huawei Mate S นั้นอาจจะไม่ใช่เรือธงส่งท้ายปีของทางบริษัทก็เป็นได้ครับ เพราะจากที่มีรายงาน รวมทั้งข่าวลือต่างๆออกมา ทำให้มีความเป็นไปได้ว่าทาง Huawei อาจจะมีการเปิดตัว Huawei Mate 8 ทายาทสืบตระกูลของ Ascend Mate 7 ออกมาในปีนี้ด้วย

แต่จากข่าวลือที่ออกมาก่อนหน้านี้ได้ระบุไว้ว่า Huawei อาจจะเปิดตัวเจ้า Huawei Mate 8 ออกมาในวันที่ 26 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ แต่อย่างไรก็ตามจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้มีการออกมาคอนเฟิร์มจากทางบริษัทแต่อย่างใดครับ ทำให้ไม่สามารถระบุได้เลยว่าบริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนจากจีนรายนี้จะออกมาปล่อยของก่อนสิ้นปีนี้หรือไม่ แต่ทั้งนี้ถึงแม้ว่ามันจะยังไม่แน่ชัดว่าอุปกรณ์ตัวนี้จะถูกเปิดตัวออกมาหรือไม่ แต่วันนี้เราก็มีภาพ Render ของ Huawei Mate 8 มาให้ชมกันครับ

mate-8-02 mate-8-03 mate-8-04

จะเห็นได้ว่าใน Render นั้น อุปกรณ์ตัวนี้จะมาพร้อมกับสีให้เลือกใช้ทั้งหมด 3 สีด้วยกัน นอกจากนี้ตัวเครื่องยังทำจากโลหะที่ซึ่งไม่ได้ทำให้แปลกใจเท่าไรนักครับ และจะเห็นได้จากภาพ Render อีกว่า อุปกรณ์ตัวนี้มาพร้อมกับเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือบริเวณด้านล่างของกล้องหลัง ทั้งนี้ยังมีลำโพงและพอร์ต USB บริเวณด้านล่างของตัวเครื่องอีกด้วย

ในส่วนของสเปคที่เหลือที่เป็นข่าวลือกันมาก่อนหน้านี้คือ มันจะมาพร้อมับชิพเซท Kirin 950 Cortex-A72 cores CPU และมีหน้าจอขนาด 6 นิ้ว ความละเอียด 1080p กล้องหลังความละเอียด 16MP หรือ 20MP มาพร้อมกับ dual-LED flash นอกจากนี้กล้องหน้าจะมีความละเอียดอยู่ที่ 8MP ครับ ในส่วนของ RAM ที่ลือๆกันคือ น่าจะให้มาที่ 3-4GB และความจุภายใน 32 หรือ 64GB ครับ ในส่วนของแบตเตอรี่นั้นน่าจะมีขนาด 4,100 mAh มาพร้อมกับ Android 6.1 Marshmallow ที่ใส่ทับมาด้วย Emotion UI

mate-8-011

 

ที่มา : gsmarena

from:https://www.appdisqus.com/2015/11/25/new_leaked_renders_show_the_huawei_mate_8_from_all_angles.html

Huawei แนะนำสมาร์ทโฟนแห่งอนาคต Mate S มาพร้อม Force Touch และ G7 Plus มาพร้อม Fingerprint 2.0

ในปีนี้เราได้เห็นการเปิดตัวสินค้าที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยออกมาอย่างต่อเนื่อง เช่นเตาอบ Plus Smart ที่มีกล้องติดตั้งอยู่ภายในซึ่งทำให้ผู้ใช้สามารถถ่ายทอดสดการทำเนื้ออบให้ทุกคนได้ชมกัน ไปจนถึงเครื่อง Smarter Coffee ที่รวบรวมเทคโนโลยีด้านต่างๆเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้คุณสามารถชงกาแฟที่เข้มขึ้นได้

อย่างไรก็ตามความ “ฉลาดล้ำสมัย” ในเครื่องใช้ประจำวันนั้นจะมีความสำคัญก็ต่อเมื่อมันอยู่ในมือของเราเท่านั้น โดยไม่นานมานี้ยักษ์ใหญ่แห่งวงการสมาร์ทโฟนอย่างแอปเปิลและหัวเว่ยได้ขับเคี่ยวกันอย่างหนักเพื่อนำเสนอสิ่งที่เรียกว่า ‘สมาร์ทโฟนแห่งอนาคต’ อย่างในทุกวันนี้
ดังนั้นเราจึงสรุปฟีเจอร์แห่งอนาคตที่ดีที่สุดที่กำลังจะสร้างสรรค์ได้สำเร็จในเร็ววันนี้ได้แก่

สัมผัสอัจฉริยะ

unnamed-2

อุปกรณ์ประเภท Smart Device ทั้งหลายนั้นมักพึ่งพาระบบสัมผัส แต่สมาร์ทโฟนแห่งอนาคตได้ก้าวไปไกลกว่านั้น เมื่อหัวเว่ยเปิดตัวระบบ Force Touch สู่ตลาดก่อนแอปเปิล (ไอโฟน 6s และไอโฟน 6s Plus เปิดตัวเทคโนโลยีนี้ช้ากว่า 2-3 วันในงาน IFA 2015) โดย Force Touch คือ ฟีเจอร์ตรวจจับแรงกดซึ่งทำให้ผู้ใช้สามารถซูม ค้นหา และเลือกเปิดแอปพลิเคชันได้โดยขึ้นอยู่กับตำแหน่งและขนาดของแรงกดบนจอสัมผัส นอกจากนั้นยังทำให้สามารถชั่งน้ำหนักสิ่งของได้ด้วยสมาร์ทโฟน ดังที่หัวเว่ยได้สาธิตไว้ในงาน IFA ด้วยการวางผลส้มไว้บนเครื่อง Huawei Mate S ซึ่งชั่งน้ำหนักผลส้มได้ 280 กรัม

นอกจากฟีเจอร์ Force Touch แล้ว Huawei Mate S ยังได้นำเทคโนโลยีการตรวจจับการเคาะด้วยข้อนิ้วมือจาก Huawei P8 มาพัฒนาต่อ ทำให้ผู้ใช้สามารถตั้ง Shortcut แบบต่าง ๆ และเลือก Crop กับ Copy รูปภาพด้วยการใช้ข้อนิ้วมือได้ อีกทั้งผู้ใช้ยังสามารถแตะหน้าจอด้วยข้อนิ้วมือเพื่อจับภาพหน้าจอและแชร์วิดีโอได้ โดยเทคโนโลยีการสัมผัสนี้ถูกติดตั้งอยู่ที่ด้านหลังของเครื่อง Huawei Mate S ซึ่งมีเซ็นเซอร์ที่ทำให้การเลื่อนหรือการค้นหาด้วยมือเดียวง่ายยิ่งขึ้น

unnamed-1

Huawei Mate S รุ่นใหม่ซึ่งมาพร้อมกับฟีเจอร์ Force Touch ทำให้ผู้ใช้สามารถซูม และขยายรูปภาพได้ด้วยการใช้แรงกด

รูปภาพสมบูรณ์แบบ

02Huawei-G7-Plus

ทุกวันนี้อุปกรณ์ Smart Device ทั้งหลายได้เข้ามาแทนที่กล้องดิจิตอลเรียบร้อยแล้ว และแม้แต่ช่างภาพมืออาชีพก็ยังยอมควักเงินหลายพันดอลลาร์เพื่อซื้อความสะดวกและความสามารถในการปรับแต่งรูปภาพของสมาร์ทโฟน ขณะที่สมาร์ทโฟนแห่งอนาคตเองก็ได้รับการออกแบบมาให้สามารถถ่ายภาพระดับมืออาชีพได้เป็นอย่างดีแถมยังมีฟีเจอร์สนุกๆแถมมาให้อีกด้วย

แน่นอนว่าจำนวนตัวเลขพิกเซลอาจไม่ใช่ทุกสิ่ง และเหล่าผู้ผลิตสมาร์ทโฟนทั้งหลายเองก็กระตือรือร้นที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขาสามารถทำอะไรได้มากกว่าการเพิ่มจำนวนตัวเลขพิกเซลนี้ โดยใน Huawei G7 Plus นั้นจะมีรูรับแสง F2.0 และเลนส์ BSI ขนาด 28 มิลมิเมตรแบบมุมกว้างที่ป้องกันการสั่นสะเทือนและขับเคลื่อนโดยเซ็นเซอร์แบบ RGBW ตลอดจนระบบประมวลผลสัญญาณภาพที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ และเป็นเทคโนโลยีแบบเดียวกันกับที่ใช้กันในกล้อง DSLR สำหรับการถ่ายภาพแบบมืออาชีพ ทำให้ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องใช้ความชำนาญในการถ่ายภาพเนื่องจากระบบป้องกันการสั่นสะเทือนนั้นช่วยให้ได้ภาพถ่ายที่คมชัดกว่าในทุกสภาพแสง แม้จะถ่ายโดยมือที่สั่นมากก็ตาม

huawei-g8-to-sell-in-china-as-g7-plus-with-snapdragon-616-490814-2

G7 Plus มีฟีเจอร์กล้องที่โดดเด่นและฟีเจอร์ Fingerprint 2.0 ที่จะช่วยให้คุณเก็บภาพความประทับใจด้วยความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

สร้างความหลากหลายและชัยชนะ

สมาร์ทโฟนในปัจจุบันนั้นถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานของการ “ออกแบบเพื่อคนส่วนใหญ่” (“one-size-fits-most”) ซึ่งอาจเลือนหายไปในอนาคต สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวสู่ตลาดนั้นถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน เช่น แบรนด์ Marshall London ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในแวดวงอุปกรณ์ดนตรีกำลังกระโดดเข้าสู่ธุรกิจสมาร์ทโฟนพร้อมกับอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อคนรักดนตรีโดยเฉพาะ ด้วยการนำเสนอลำโพงหน้าแบบคู่ สายต่อหูฟังแบบสองรู และแอปพลิเคชันสำหรับฟังเพลงและมิกซ์เพลงที่ติดมากับเครื่อง รวมถึงไปถึงซาวด์การ์ดแบบ Wolfson WM8281 Audio Hub

อีกตัวอย่างหนึ่งคือ Acer Predator 6 ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนที่มีหน่วยประมวลผลแบบ 10-core และแรม 4 GB ซึ่งหมายถึงสมรรถนะในการประมวลผลอันมหาศาล ที่มาพร้อมกับลำโพงหน้าสี่ตัวและระบบการสั่นสะเทือนจากมอเตอร์แบบคู่เพื่อให้ผู้ใช้ได้สัมผัสประสบการณ์ในการเล่นเกมที่เหนือระดับ โดย Acer Predator 6 มีกำหนดออกวางตลาดในช่วงปลายปี 2015 ถึงต้นปี 2016 เช่นเดียวกันกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในงาน IFA 2015 อีกหลายชิ้น ดังนั้นคนรักเทคโนโลยีทั้งหลายจึงอาจจะต้องรออีกสักหน่อยจึงจะได้พบกับเทคโนโลยีแห่งอนาคต

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=130562

มาดูกันว่ามีสมาร์ทโฟนรุ่นไหนบ้างที่มีสี Rose Gold ก่อนที่ Apple จะนำมาเพิ่มใน iPhone 6s

2661c4283ac8eb1d43dbb689ed5daaf58520.jpg

หลังจากที่ Apple ได้วางจำหน่าย iPhone 6s และ iPhone 6s Plus ที่มาพร้อมกับสีใหม่อย่าง Rose Gold และมียอดจำหหน่ายสูงที่สุดในบรรดาสีทั้งหมดทั้ง 4 สีอีกด้วย ซึ่งคาดว่าจะเป็นสียอดนิยมสำหรับ iPhone ในปีนี้อีกด้วย แต่ Apple ไม่ใช่รายแรกที่เลือกใช้สี Rose Gold เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับสมาร์ทโฟนของตน มาดูกันว่ามีสมาร์ทโฟนแบรนด์ไหนที่มีสี Rose Gold มาก่อน iPhone 6s กันบ้าง

Rose-Gold

ย้อนกลับไปในปี 2013 ค่าย Samsung ได้วางจำหน่าย Galaxy Note 3 และ Galaxy S4 สี Rose Gold มาแล้วแต่ไม่ใช่ทั้งตัวเครื่องเป็นเฉพาะบอดี้โลหะเท่านั้น มีสีดำและขาวให้เลือก

one-m9-pink-gold

ทางด้าน HTC ก็มีสี Rose Gold มาในสมาร์ทโฟนหลายรุ่นแล้วทั้ง HTC One M9 ,HTC One E9,HTC One ME และ HTC One A9

Huawei-Mate-S-in-Rose-Gold-1

ปิดท้ายด้วย Huawei Mate S ที่เพิ่งเปิดตัวไปก่อน iPhone 6s เพียงวันเดียวเท่านั้นมาพร้อมกับหน้าจอ Force Touch และยังมีสี Rose Gold สุดงามให้เลือกอีกด้วย

ที่มา – phonearena 

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=128985

Huawei Mate S สมาร์ทโฟนเรือธงใหม่ล่าสุดเปิดตัวแล้ว!!!

Huawei เปิดตัว Huawei Mate S สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดที่งาน IFA 2015 ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน Huawei Mate S ออกแบบมาให้ใช้งานง่ายด้วยนวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่มาสร้างประสบการณ์ที่เหนือกว่าให้แก่ผู้ใช้งานแอนดรอยด์

Huawei Mate S เปลี่ยนประสบการณ์ของการใช้งานสมาร์ทโฟนด้วย นวัตกรรมใหม่ด้านการสัมผัสที่เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน ความคิดสร้างสรรค์ Huawei Mate S ทำให้ทุกการสัมผัสไปสู่ประสบการณ์ในการใช้งานที่เพิ่มขึ้น

Mate S

Fingerprint Sense 2.0  คือ ระบบรักษาความปลอดภัยรุ่นล่าสุดที่พัฒนามาจาก Mate 7 ด้วยชิปรักษาความปลอดภัยขั้นสูงและเทคโนโลยีการปลดล็อคด้วยการสัมผัสเพียงครั้งเดียว (Single-tap) Fingerprint Sense 2.0 ถูกพัฒนาให้เร็วขึ้น ตอบสนองไวขึ้น และมีฟังก์ชั่นการเรียนรู้ด้วยตัวเองที่ได้ปรับปรุงความเร็วในการรับรู้เพิ่มขึ้นถึง 100 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนั้น ฟังก์ชั่นการสแกนนิ้วใน Mate S ยังทำได้มากกว่าแค่ปลดล็อคสมาร์ทโฟนหรือเพื่อควบคุมความปลอดภัยในการจ่ายเงิน แต่ยังสามารถใช้ควบคุมการแจ้งเตือน เลื่อนภาพถ่าย สั่งงานการถ่ายเซลฟี่ รับสายเรียกเข้า หรือแม้กระทั่งใช้ปิดเสียงปลุกได้อย่างรวดเร็วด้วยเซนเซอร์สแกนนิ้วมือ 

Knuckle Sense 2.0 ด้วยเทคโนโลยีการใช้ข้อนิ้วที่ถูกนำมาใช้ในหัวเว่ย P8 เป็นครั้งแรกซึ่งเป็นฟีเจอร์ใหม่ที่มาตอบโจทย์การใช้งานด้วยการใช้ข้อนิ้วในการสั่งงาน 

ผู้ใช้งานสามารถเปลี่ยนการใช้งานระหว่างแต่ละแอปพลิเคชั่นโดยการใช้คำสั่งลัดที่สามารถป้อนข้อมูลไว้ล่วงหน้าและวาดตัวอักษรย่อของแอปพลิเคชั่นบนหน้าจอ เช่นการวาดตัวอักษร “c” เพื่อเปิดการใช้งานกล้อง และวาดตัวอักษร  “m” เพื่อฟังเพลง และวาดตัวอักษร “e” เพื่อใช้งานอินเทอร์เน็ต 

ผู้ใช้งานยังสามารถกำหนดรูปแบบการใช้ข้อนิ้วในการสั่งงานสมาร์ทโฟนของตัวเองได้ไม่ว่าจะเป็นใน WeChat หรือ WhatApp 

การเลือกแคปหน้าจอและคัดลอกรูปจากแหล่งต่างๆได้ตามใจนึกโดยใช้เพียงแค่ข้อนิ้ววาดอย่างอิสระ 

การใช้ข้อนิ้วเคาะหน้าจอสองครั้งบนไฟล์วีดีโอเพื่อเลือกบันทึกไฟล์บางส่วนได้อย่างง่ายดายและสะดวกในการส่งต่อหรือบันทึกไฟล์อีกด้วย 

Force Touch Technology (มีวางจำหน่ายในบางประเทศ)  นวัตกรรมใหม่จากหัวเว่ยที่สร้างความสะดวกสบายในการใช้งานหน้าจอ ให้ผู้ใช้งานสัมผัสประสบการณ์ที่หลากหลายเช่น การขยายภาพ หรือการเลือกใช้งานแอปพลิเคชั่น ด้วยการสัมผัสหน้าจอด้วยแรงที่แตกต่างกัน เทคโนโลยีนี้ยังเปิดโอกาสให้ใช้งานหน้าจอได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งนี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น หัวเว่ยยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาเทคนิคในการใช้งานเทคโนโลยี Force Touch แบบใหม่ๆออกสู่ตลาด

Force touch

นวัตกรรมการออกแบบจากภายในสู่ภายนอก

หัวเว่ย Mate S มีการดีไซน์ที่แปลกใหม่และสร้างความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมของสมาร์ทโฟนกับดีไซน์ของตัวเครื่องที่สวยงาม

สรรค์สร้างจากหัวเว่ย Mate 7 หัวเว่ย ทำให้ Mate S ประกอบไปด้วยตัวเครื่องโลหะมีหน้าจอแบบ AMOLED FHD ขนาด 5.5 นิ้ว เพิ่มความแข็งแกร่งด้วยกระจกแบบ Gorilla Glass ตัวเครื่องบางเพียง 2.65 มม. ด้านหลังของตัวเครื่องถูกออกแบบให้มีส่วนโค้งกระชับเข้ากับฝ่ามือให้สัมผัสและน้ำหนักที่แข็งแรงทนทานให้ความรู้สึกเหมาะมือ 

ส่วนโค้งด้านหลังของหัวเว่ย Mate S ประกอบด้วยเทคโนโลยีการฉีดแบบนาโน เชื่อมต่อเสาอากาศกับตัวเครื่องโลหะด้วยสีที่เข้ากัน ส่งผลให้เกิดพื้นผิวเรียบ ด้วยเทคโนโลยีการตัดขอบแบบ Diamond Cutting และ CNC Carving นาโนเทคโนโลยีและเลนส์แบบซัฟไฟล์ ประกอบกันเป็นตัวเครื่องโลหะที่สวยงามไร้รอยต่อ

สัมผัสประสบการณ์ถ่ายภาพด้วยกล้องถ่ายภาพที่ออกแบบมาสำหรับผู้รักการถ่ายภาพและช่างภาพมืออาชีพ

หัวเว่ย Mate S มาพร้อมกับกล้องคุณภาพเทียบเท่ากล้องแบบมืออาชีพที่ตอบโจทย์การใช้งานในทุกระดับเพื่อให้ทุกคนได้ สัมผัสกับการใช้งานที่เหนือระดับ ไม่ว่าจะเป็นการปรับคอนทราสต์ เท็กซ์เจอร์ และการตั้งค่า Tonality กล้องหลังขนาด 13 ล้านเมกะพิกเซล 4 สีแบบ RGBW เซ็นเซอร์ ระบบกันการสั่นสะเทือน และแฟลชแบบ Dual color temp LED มีหน่วยประมวลผลสัญญาณภาพแบบอิสระ เพื่อคุณภาพของภาพที่สูงขึ้น

Mate S ยกระดับกล้องหน้าไปอีกขั้นหนึ่งด้วย กล้องหน้าขนาด 8 ล้านเมกะพิกเซลที่สามารถปรับแสงในการถ่ายภาพเซลฟี่ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถถ่ายภาพที่คมชัดและสวยงามมากที่สุด Mate S ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี Fingerprinte sense ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถถ่ายภาพเซลฟี่ได้อย่างเป็นธรรมชาติสั่งถ่ายภาพด้วยการแตะที่เซ็นเซอร์ด้านหลังส่งผลให้ผู้ใช้งานถือกล้องได้อย่างเป็นธรรมชาติ

โหมดการถ่ายภาพแบบมืออาชีพมีฟังก์ชั่นการตั้งค่า ISO แบบแมนนวล การชดเชยแสง การตั้งค่ารูรับแสง การปรับแสงสีขาว และการปรับโฟกัส และยังมีฟังก์ชั่นอื่นๆเช่น ตารางกริด การใช้แฟลชแบบเฉพาะเจาะจง โหมดฟิลเตอร์กรองแสงสีขาวและสีดำที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างสรรค์ภาพอย่างมีศิลปะ และการถ่ายภาพแบบคลาสสิกที่สามารถปรับระดับความเข้มของแสงตลอดจนการปรับสีโดยอัตโนมัติ

เทคโนโลยีที่สามารถปรับให้เหมาะกับทุกสภาพแวดล้อม

หัวเว่ย Mate S ยังคงเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานให้กับผู้ใช้งานในระหว่างการเดินทาง

Mate S นำฟังก์ชั่นการบันทึกเสียงไปอีกระดับหนึ่งด้วยการบันทึกเสียงอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยีการรับสัญญาณคำสั่งโดยตรง ด้วยไมโครโฟน 3 ตัวด้วยอัลกอริทึมที่ชาญฉลาดทำให้คุณภาพการบันทึกเสียงชัดเจนและสามารถตัดเสียงรบกวนได้มากกว่า ไมโครโฟนมีฮาร์ดแวร์รองรับเทคโนโลยีการรับสัญญาณคำสั่งโดยตรง อาทิ โหมดการสัมภาษณ์ (Interview Mode บันทึกเสียง 180 °) โหมดการประชุม (บันทึกเสียงได้ทุกทิศทาง) และโหมดธรรมดา 

Mate S ยังรองรับการสั่งพิงพ์งานแบบไร้สายผ่าน Mopria general protocol ซึ่งรองรับปริ๊นท์เตอร์กว่า 800 ประเภทของบริษัทปริ๊นท์เตอร์ชั้นนำ 16 แบรนด์ ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสั่งพิมพ์ได้ทุกที่ 

ช่องใส่ซิมแบบคู่ หรือ 4G LTE สามารถตั้งค่าการใช้งานโดย Mate S ได้อย่างรวดเร็ว รองรับสัญญาณ LTE ได้ถึง 13 ช่องสัญญาณ ครอบคลุมยุโรป เอเชีย แปซิฟิก และ อเมริกา 

Mate S มีระบบการชาร์จไฟด้วย 5V และ 2A ที่สามารถใช้งานสมาร์ทโฟนได้  2 ชม.ในระยะเวลาการชาร์จเพียงแค่ 10 นาที 

การใช้งาน

Mate S วางจำหน่ายในช่วงแรกกว่า 30 ประเทศ อาทิ จีน ฝรั่งเศส เยอรมัน อิสราเอล ญี่ปุ่น สเปน แอฟริกาใต้ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

รุ่นสแตนดาร์ด ROM 32 GB สีไทเทเนี่ยม เกรย์ หรือ มิสติค แชมเปญ ราคา 649 ยูโร 

รุ่นพรีเมี่ยม ROM 64 GB สีเพรสทีค โกลด์ หรือ คอรัล พิงค์ 699 ยูโร 

รุ่น Force Touch วางจำหน่ายในบางประเทศและจะมีการประกาศในเดือนหน้า 

และในงานนี้หัวเว่ยยังได้มีการเปิดตัวนาฬิกาข้อมือ สมาร์ท วอชท์ ตัวแรกในตระกูล หัวเว่ย อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะดีไซน์คลาสสิค พร้อมส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างแฟชั่นและเทคโนโลยี เมื่อเชื่อมต่อกับ แอนดรอยด์ Huawei Wear จะสามารถสร้างประสบการณ์การเชื่อมต่ออย่างไร้ขีดจำกัดให้แก่ผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งเตือนสายเข้า ข้อความ การรับส่งข้อความหรืออีเมล์ สามารถเชื่อมต่อ Bluetooth สำหรับการใช้งานหูฟังแบบไร้สาย และยังสามารถดาว์นโหลดเพลงแบบออฟไลน์ สามารถใช้คำสั่งเสียงในการเล่นเพลง ค้นหาสถานที่ ค้นหาโทรศัพท์ได้อีกด้วย วางจำหน่ายแล้วในประเทศ แคนนาดา เยอรมนี ฝรั่งเศส สเปน และ อิตาลี ราคาเริ่มต้นที่ 399 ยูโร จนถึง 699 ยูโร

from:http://www.appdisqus.com/2015/09/07/huawei-mate-s-opening.html

[IFA2015] เปิดตัว Huawei Mate S สมาร์ทโฟนเครื่องแรกที่มาพร้อมกับหน้าจอ Force Touch

เปิดตัวกันไปเป็นที่เรียบร้อยกับ Huawei Mate S สมาร์ทโฟนเครื่องแรกของโลกที่มาพร้อมกับหน้าจอ force touch โดยก่อนหน้าที่งาน IFA 2015 จะเริ่มเพียงไม่นานก็มีภาพหลุดของตัวเครื่องออกมาให้เราได้เห็นกันแบบเต็มๆ ไปแล้วรอบนึง แต่ตอนนี้ Huawei ก็เปิดตัว Mate S ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ เรามาดูกันดีกว่าว่าสเปคและฟีเจอร์ของ Mate S นั้นมีอะไรบ้างครับ

 

รูปร่างหน้าตาของ Mate S นั้นเหมือนกับที่หลุดออกมาก่อนหน้าเป๊ะเลยครับ วัสดุที่ใช้นั้นเป็นโลหะทั้งหมด ส่วนหน้าขนาด 5.5 นิ้ว ถูกคลุมด้วยกระจกโค้งแบบ 2.5D ส่วนปุ่มเพิ่มลดเสียงและปุ่มพาวเวอร์จะอยู่ทางด้านขวาของเครื่อง โดยกล้องและตัวสแกนลายนิ้วมือนั้นอยู่ด้านหลังครับ และลำโพงอยู่ด้านล่างครับ 

สเปคของ Mate S จริงๆ มีเปลี่ยนแปลงไปจากข่าวลือค่อนข้างเยอะเลยครับ 

  • OS: Android 5.1 Lollipop with EMUI 3.1
  • หน้าจอ: AMOLED 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full HD 1080p
  • CPU: Hisilicon Kirin 935 Octa-core 2.2GHz 64-bit
  • GPU: Mali T-628 MP4
  • RAM: 3GB
  • หน่วยความจำภายใน: 32GB/64GB/128GB รองรับ microSD สูงสุด 128GB
  • กล้องหลัง: 13 ล้านพิกเซล OIS Dual-Tone flash
  • กล้องหน้า: 8 ล้านพิกเซล Soft Lithing
  • การเชื่อมต่อ:
    • Wi-Fi 802.11 b/g/n
    • Bluetooth 4.0
    • microUSB 2.0
    • รองรับ 2 ซิม (ซิมสอง แชร์ช่องกับ microSD)
    • รองรับ Dual 4G LTE
  • Fingerprint Scanner
  • แบตเตอรี่: 2,700 mAh ถอดเปลี่ยนไม่ได้ (รองรับ fast charge)
  • สัดส่วน: 149.8 x 75.3 x 7.2 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก: 156 กรัม
  • สี: ชมพู / เงิน / เทา / ทอง

ถ้าดูจากสเปคของเครื่อง Mate S ก็ถือว่าเป็นเรือธงที่น่าสนใจไม่น้อยเลยครับ แต่ที่น่าสนใจกว่าสเปคของมันก็คือฟีเจอร์ที่มาพร้อมกับตัวเครื่องมากกว่า ไม่ว่าจะเป็น ตัวสแกนลายนิ้วมือ การใช้งานด้วยข้อนิ้ว และ หน้าจอ force touch

Fingerprint 2.0

ตัวสแกนลายนิ้วมือที่ติดมากับ Mate S นั้นนอกจากที่จะเอาไว้ใช้ในการปลดล็อคเครื่องแล้ว ก็ยังมีการเพิ่มฟีเจอร์ที่เอาไว้ควบคุมการใช้งานต่างๆ อย่างเช่น การรับสาย ถ่ายรูป เลื่อนหน้าเว็บ หรือ ปรับความสว่างของหน้าจอ ได้ครับ นอกจากนี้ก็ยังสามารถใช้งานแทนปุ่ม navigation อย่าง back, home และ multitask ได้อีกด้วย

Knuckle 2.0

อีกฟีเจอร์ที่ดูจะใช้งานสะดวกแต่คิดว่าเวลาใช้จริงคงจะรู้สึกแปลกของ Mate S นั้นก็คือ การใช้งานด้วยข้อนิ้ว ครับ โดยที่เราสามารถจะใช้ข้อนิ้วของเราวาดเป็นตัวอักษรต่างๆ เพื่อที่จะเปิดแอปได้อย่างรวดเร็ว อย่างวาดเป็นตัว C ด้วยข้อนิ้ว ก็จะเปิดแอปกล้องขึ้นมา อะไรประมาณนี้ และนอกจากจะใช้ในการเปิดแอปแล้ว ก็ยังสามารถใช้ในการ คร๊อปรูป หรือบันทึกหน้าจอ ได้อีกด้วยครับ

Smart Pressure-Sensitive Screen

มาถึงจุดเด่นของ Mate S ละครับ นั้นก็คือ หน้าจอที่รองรับการใช้งาน force touch นั่นเอง หรือที่ทาง Huawei เค้าเรียกว่า Smart Pressure-Sensitive Screen ครับ โดยเทคโนโลยี force touch จะสามารถวัดความหนัก เบา ในการกดหน้าจอของเรา อย่างเช่น ซูมรูปภาพด้วยการกดหน้าจอให้หนักขึ้น เป็นต้น นอกจากนี้ Huawei ยังประยุกต์ใช้ฟีเจอร์นี้ในการชั่งน้ำหนักสิ่งของได้อีกด้วยครับ

แต่น่าเสียดายที่ฟีเจอร์นี้จะมาพร้อมกับ Mate S รุ่น 128GB เท่านั้นนะครับ ไม่รู้ว่าทำไม Huawei ถึงไม่ใส่มาให้ครบทุกรุ่นเหมือนกันนะครับ

โดยรายชื่อประเทศที่จะได้วางขาย Mate S ก่อนเพื่อนก็ตามรูปด้านล่างเลยครับ ส่วน pre-order นั้นจะเริ่มขึ้นในวันที่ 15 กันยายน นี้ แต่เฉพาะประเทศในทวีปยุโรปเท่านั้น ซึ่งสามารถ pre-order ได้จาก vMall เลยครับ

ส่วนราคาของ Mate S นั้นจะแบ่งเป็น 3 เวอร์ชั่นด้วยกัน เวอร์ชั่นแรกคือรุ่น 32GB โดยจะมีสีเทาและสีเงิน เคาะราคามาที่ 649ยูโร (26,0xxบาท) เรียกว่าเป็น Standard Version ครับ ขยับขึ้นมาที่รุ่น 64GB หรือ Premium Version จะมีราคาอยู่ที่ 699ยูโร (28,0xxบาท) มีสีทองและสีชมพูให้เลือก ส่วนรุ่น 128GB ที่มาพร้อมกับหน้าจอ force touch นั้นยังไม่เปิดเผยราคาครับ ส่วนจะเข้าไทยเมื่อไหร่นั้นก็ต้องรอดูกันอีกทีครับ (ปล. ยังไม่ต้องช็อคกับราคา เพราะปกติมือถือที่ยุโรปจะราคาสูงกว่าฝั่งเอเชียหลายพันบาทอยู่นะ)

 

รูปภาพเพิ่มเติม

 

ที่มา: @HuaweiDevice, Huawei, Fashion touches Technology

from:http://droidsans.com/huawei-announces-mate-s

[IFA2015] งามหยด Huawie Mate S มาพร้อมหน้าจอ Pressure Sensitive และบอดี้โลหะ

ช่วงนี้อาจจะมีข่าวมือถือเปิดตัวเยอะพอสมควร เนื่องจากเป็นช่วงงาน IFA 2015 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าไอทีงานใหญ่งานหนึ่งของโลกนะครับ (งานนี้จะมีอย่างเป็นทางการช่วงวันที่ 4-9 กันยายนนี้ครับ) และ Huawei เองก็เป็นหนึ่งในผู้ผลิตที่เปิดตัวสินค้าใหม่ในงานนี้ด้วย

Huawei Mate S เป็นมือถือที่เน้นความหรูหราของตัวเครื่องและทำออกมาเพื่อปิดช่องว่างที่ยังว่างอยู่สำหรับมือถือหน้าจอระดับ 5.5 นิ้วของ Huawei (เพราะก่อนหน้านี้จะมีมือถือขนาด 5.2 นิ้วใน Huawei P8 และ Honor 7)

Huawei-Mate-S_Lead

index-s1-phone

Huawei-Mate-S

Huawei-Mate-S_2

 

โดยสเปคของเจ้า Huawei Mate S มีดังนี้ครับ

  • หน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full HD 1080p อัตราส่วนพิกเซลต่อตารางนิ้วที่ 401 PPI
  • กระจกจอทำจาก Gorilla Glass 4 มีความโค้ง 2.5 D

Huawei-Mate-S_9

  • หน้าจอเทคโนโลยี Pressure Sensitive ที่รับรู้แรงกดของนิ้วบนหน้าจอ (มีเฉพาะในรุ่นหน่วยความจำภายใน 128 GB เท่านั้น)
  • ชิปเซ็ท Hisilicon Kirin 935, Octa core (4*2.2GHz + 4*1.5GHz), 64 บิต
  • แรม 3 GB
  • หน่วยความจำภายใน 32, 64, 128 GB รองรับการขยายเพิ่มด้วย Micro SD Card
  • กล้องหลักความละเอียด 13 MP มีระบบกันสั่น OIS พร้อมแฟลช LED คู่
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 MP
  • แบตเตอร์รี่ขนาด 2,700 mAh
  • รองรับการเชื่อมต่อแบบ 4G LTE และรองรับการใช้งาน 2 ซิม
  • ระบบ Android 5.1 + EMUI 3.1

Huawei-Mate-S_11

  • มีฟังก์ชั่นรองรับการแสกนลายนิ้วมือด้านหลังเครื่อง
  • ตัวเครื่องบาง ขนาดเพียง 149.8 x 75.3 x 7.2 มม. (ยาวxกว้างxหนา)
  • หนัก 156 กรัม
  • บอดี้ทำจากโลหะและขัดเงาบริเวณขอบด้วยเทคโนยี Diamond cut

Huawei-Mate-S_7

  • วางจำหน่าย 4 สีคือ Luxurious Gold, Coral pink,  Titanium Grey, Mystic Champagne

Huawei-Mate-S_color

 

สิ่งที่เด่นจริงๆของ Huawei Mate S น่าจะอยู่ที่เทคโนโลยี Pressure-Sensitive ที่จะรับรู้แรงกดของเรา และทำให้เราเรียกใช้ฟังก์ชั่นที่ต่างกันไปตามแรงกดและระยะเวลาการกดของเราด้วย แต่ Huawei จะเลือกวางจำหน่าย Huawei Mate S รุ่นที่มาพร้อมหน้าจอ Pressure-Sensitive ในบางตลาดเท่านั้น

Mate-S-Force-Touch-zoom

 

รวมถึง Huawei อ้างว่า ถึงเครื่องจะมาพร้อมหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว แต่ตัวเครื่องมีขนาดเล็กกว่าคู่แข่งอย่าง iPhone 6 Plus ที่มีหน้าจอเท่ากัน ส่วนหนึ่งเพราะ Huawei Mate S ออกแบบให้มีขอบเครื่องที่บางมากนั่นเอง

specs-prod-dimension

Huawei-Mate-S_12

 

Huawei Mate S จะวางจำหน่ายใน 30 ประเทศทั่วโลกในวันที่ 15 กันยายนนี้ ราคาเริ่มต้นที่ 649 ยูโรหรือราว 26,000 บาท สำหรับรุ่นความจำภายใน 32 GB และสี Titanium Grey, Mystic Champagne ส่วนรุ่นหน่วยความจำภายใน 64 GB สี Luxurious Gold และ Coral Pink จะมีราคาที่ 699 ยูโรหรือราว 28,000 บาท

ส่วนรุ่นหน่วยความจำภายใน 128 GB ที่จะมาพร้อมหน้าจอ Pressure-Sensitive ยังไม่มีการประกาศราคาครับ

 

วิดีโอแนะนำ Huawei Mate S

แกลอรี่ตัวเครื่อง Huawei Mate S

Huawei-Mate-S_8
Huawei-Mate-S_10
Huawei-Mate-S_7
Huawei-Mate-S_6
Huawei-Mate-S_5
Huawei-Mate-S_3
Huawei-Mate-S_2
Huawei-Mate-S
index-s1-phone
Huawei-Mate-S_Lead
Huawei-Mate-S_color

 

ที่มา: Huawei และ PhoneArena

from:http://www.appdisqus.com/2015/09/03/huawei-mate-s-official-with-pressure-sensitive-display.html

Huawei เปิดตัว Huawei Mate S อย่างเป็นทางการ มาพร้อมหน้าจอ Force Touch และวัสดุโลหะสุดพรีเมี่ยม (ชมคลิป)

huawei-mate-s

หลังจากที่มีข่าวลือและภาพหลุดออกมาในที่สุด Huawei Mate S สมาร์ทโฟนสุดพรีเมี่ยมก็ได้ถูกเปิดตัวออกมาอย่างเป็นทางการแล้วในงาน IFA 2015 ซึ่งมาดีไซน์สวยงามหรูหราใช้วัสดุโลหะ ด้านหลังโค้งเล็กน้อยรับกับฝ่ามือ ตัวเครื่องออกมาให้บางอย่างมาก โดยตรงขอบบางเพียง 2.65 มม.เท่านั้น

Screen Shot 2558-09-02 at 11.33.39 PM

Screen Shot 2558-09-02 at 11.33.50 PM

มาดูที่สเปคตัวเครื่องหน้าจอขนาด 5.5 นิ้วความละเอียด Full HD (401 ppi) AMOLED display ที่มีความสดถึง 105% ใช้กระจก Gorilla Glass 4 แบบโค้ง 2.5D มาพร้อมเทคโนโลยี Force Touch และ Knuckle Control 2.0 ที่ใช้ข้อนิ้วมือวาดตัวอักษรเพื่อเปิดใช้งานแอพที่ตั้งไว้ได้ทันที แบตเตอรี่ความจุ 2,700mAh ตัวเครื่องบาง 7.2 มม. หนัก 156 กรัม รันด้วย Android 5.1.1

Screen Shot 2558-09-02 at 11.33.26 PM

Screen Shot 2558-09-02 at 11.33.03 PM

ส่วนขุมพลังนั้น Huawei Mate S ชิปเซ็ต Kirin 935 ซีพียู quad-core ความถี่ 2.2GHz แรม 3GB มีความจุ 32GB,64GB และ 128GB ให้เลือก กล้องดิจิตอลความละเอียด 13 ล้านพิกเซล f/2.0 พร้อมเทคโนโลยีกันสั่น OIS แฟลชคู่แบบ LED กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล f/2.4 พร้อมแฟลช LED เอาใจคอ Selfie และมีเซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่องตำแหน่งใต้กล้องถ่ายรูป

Screen Shot 2558-09-02 at 11.33.32 PM

Huawei Mate S จะวางจำหน่ายใน 30 ประเทศแรกในวันที่ 15 กันยายนนี้อาทิ จีน, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อิสราเอล, ญี่ปุ่น, สเปน, แอฟริกาใต้ และ ยูเออี. และจะเปิดให้สั่งจองในยุโรปวันอังคารหน้าที่เว็บไซต์ Vmall.eu ทางด้านราคานั้น ในรุ่นความจุ 32GB จะมีสีเทาไทเทเนียม และสีทองแชมเปญให้เลือกราคา 649 ยูโรราว 26,000 บาท ส่วนรุ่นความจุ 64GB จะมีสีทองและชมพูสุดหรูให้เลือกในราคา 699 ยูโรราว 28,000 บาท ส่วนรุ่นความจุ 128GB ยังไม่เปิดราคาและวันวางจำหน่ายออกมา

Screen Shot 2558-09-02 at 11.33.19 PM

Screen Shot 2558-09-02 at 11.33.12 PM

ที่มา – Huawei Device

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=127225

หลุดตัวเป็นๆ Huawei Mate S สมาร์ทโฟนสุดไฮเอ็นมาพร้อมหน้าจอ Incredible Touch ก่อนงานเปิดตัวทางการ

Images-of-the-Huawei-Mate-S-1

หลังจากที่ชมภาพทีเซอร์ของ Huawei Mate S ที่จะมาพร้อมกับหน้าจอแบบ Incredible Touch ที่มีการใช้งานคล้ายกับ Force Touch ของ Apple ล่าสุดก็มีภาพหลุดแบบตัวๆเป็นออกมาจากเว็บไซต์ gizmochina ออกมาให้ชมความงามก่อนงานเปิดตัวทางการไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น

Images-of-the-Huawei-Mate-S-5

Images-of-the-Huawei-Mate-S-3

Huawei Mate S คาดว่ามาพร้อมหน้าจอขนาด 5.7 นิ้วความละเอียด 1080 x 1920 พิกเซล ( 386ppi) ชิปเซ็ต Kirin 935 ซีพียู octa-core คงามถี่ 2.1GHz จีพียู Mali-T628 MP4 แรม 3GB หน่วยความจำภายใน 64GB กล้องดิจิตอลความละเอียด 20 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล มีเซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่องใกล้เลนส์ถ่ายภาพ แบตเตอรี่ความจุ 4100mAh มาพร้อม Android 5.1 และ Emotion 3.1 UI

Images-of-the-Huawei-Mate-S

Images-of-the-Huawei-Mate-S-4

Images-of-the-Huawei-Mate-S-2

Images-of-the-Huawei-Mate-S-6

ที่มา –  gizmochina

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=127183