คลังเก็บป้ายกำกับ: HPE

HPE ไตรมาสล่าสุด ตัวเลขทำสถิติใหม่หลายกลุ่มธุรกิจ

HPE หรือ Hewlett Packard Enterprise รายงานผลประกอบการของไตรมาสที่ 4 ตามปีการเงินบริษัท 2022 สิ้นสุดเดือนตุลาคม มีรายได้รวม 7,871 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 7% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน และมีขาดทุนสุทธิตามบัญชี GAAP 304 ล้านดอลลาร์ สาเหตุหลักจากบักทึกตัดค่าใช้จ่ายครั้งเดียว หากไม่มีรายการดังกล่าวก็มีกำไร

ตัวเลขสำคัญที่ HPE ให้ความสนใจคือรายรับต่อเนื่องรายปีหรือ ARR ซึ่งมาจากรายได้กลุ่มบริการ as-a-Service เพิ่มขึ้น 17% เป็น 936 ล้านดอลลาร์ หากดูจำนวนคำสั่งซื้อจะเพิ่มขึ้นถึง 33% และเป็นอัตราที่ HPE ประเมินว่าจะคงอยู่ระดับนี้ถึงปีการเงิน 2025 อย่างน้อย

Tarek Robbiati ซีเอฟโอ HPE กล่าวว่าตอนนี้บริษัทเข้าสู่ช่วงเวลาที่แตกต่างออกไป นั่นคือการปรับโครงสร้างต้นทุนบริษัท ขณะเดียวกันก็มีรายได้จาก as-a-Service ที่จะเติบโตทำกำไรก้าวกระโดด

รายได้แยกตามกลุ่มธุรกิจของ HPE เป็นดังนี้ Intelligent Edge เพิ่มขึ้น 18% เป็น 965 ล้านดอลลาร์, HPC & AI ลดลง 14% เป็น 862 ล้านดอลลาร์, Compute เพิ่มขึ้น 16% เป็น 3,737 ล้านดอลลลาร์, สตอเรจ เพิ่มขึ้น 4% เป็น 1,305 ล้านดอลลาร์

ที่มา: HPE (pdf)

No Description

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/131659

ประกาศผล 10 อับดับซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ของโลก Frontier จาก HPE ครองตำแหน่งแชมป์!

ประกาศออกมาเป็นทางการแล้ว สำหรับลิสต์ 10 อันดับแรกของเครื่องซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ทั่วโลกที่เร็วแรงที่สุดประจำครึ่งปีหลัง ตามรายการ TOP 500 ที่อัพเดทล่าสุดเดือนพฤศจิกายน 2565 นี้เอง ที่มีหน้าใหม่อย่าง Leonardo พุ่งขึ้นมาเป็นอันดับ 4 ด้วย

สำหรับเครื่อง Frontier ที่กลายเป็นซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ระดับเอ็กซ่าสเกลเครื่องแรกของโลกที่เปิดตัวเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานั้น ก็ยังคงครองตำแหน่งอันดับหนึ่งที่เร็วแรงที่สุดใน TOP500 Semiannual List นี้มาโดยตลอดไม่มีใครล้มได้

ถ้ามองการทำงานระดับธรรมดาที่ไม่ได้เพิ่มสปีดเป็นพิเศษแล้ว ระดับ 1.102EFLOP/s ของ Frontier ก็ยังเร็วกว่าอันดับสองที่ตามมาอย่าง Fugaku ถึง 2.5 เท่า แม้ Fugaku เองจะเพิ่งถีบตัวเองขึ้นมาเป็นอันดับสองเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี้ด้วยเหมือนกัน

อนึ่ง ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ระดับ “Exascale” นี้ นิยามไว้ว่า เป็นเครื่องที่สามารถประมวลผลตัวเลขในระดับเลขทศนิยม 10 ยกกำลัง 18 (One Quintillion) ได้ภายในหนึ่งวินาที หรือเรียกเป็นหน่วยสเกลความเร็วว่า 1 exaFLOP/s หรือมากกว่า เป็นต้น

ส่วนเครื่องอันดับสามยังคงเป็น Lumi เจ้าเดิมที่ครองตำแหน่งมาตั้งแต่มิถุนายน แม้จะไม่ได้มีการเพิ่มความเร็วจากเดิมก็ตาม แต่ที่น่าจับตามองคือ Leonardo ที่ถีบตัวเองขึ้นมาที่อันดับ 4 ไกลมากจากที่เมื่อมิถุนายนยังเพิ่งอยู่ในอันดับ 150 ใน TOP500 เอง

กลับมาที่ Frontier ที่นอกจากขึ้นแท่นอันดับสูงสุดในแง่ของความเร็วการประมวลผลปกติแล้ว ยังครองอันดับแรงที่สุดในการทดสอบความเหมาะสมของการประมวลผลฟังก์ชั่น AI ที่รู้จักในชื่อ HPL-MxP ตามเกณฑ์ของ High Performance Linpack (HPL) ด้วย

โดยเกณฑ์ดังกล่าวใช้อธิบายว่าระบบสามารถแก้สมการเชิงเส้นที่ซับซ้อนได้ดีมากน้อยเพียงใด ทั้งนี้ รายละเอียดของซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ทำงานปกติได้เร็วที่สุด 10 อันดับแรก ตามลิสต์ของ TOP500 ล่าสุด มีดังต่อไปนี้

อันดับ 1: Frontier
เป็นระบบ HPE Cray EX ของกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ใช้ซีพียู AMD EPYC™ แบบ 3rd Gen มี 8,730,112 คอร์ ที่ปรับให้เข้ากับการทำงานทั้งแบบ HPC และ AI ด้วยชิป AMD Instinct™ 250X พร้อมการเชื่อมต่อแบบ Slingshot-11 ทำความเร็วตามเกณฑ์ HPL ที่ 1.102EFLOP/s

อันดับ 2: Fugaku
ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ฟุกากุเครื่องนี้อยู่ในศูนย์ RIKEN สำหรับวิจัยด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ในเมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น ทดสอบ HPL ได้คะแนน 442.01PFLOP/s พัฒนาขึ้นบนชิป Fujitsu A64FX ที่มีถึง 7,630,848 คอร์

อันดับ 3: LUMI
LUMI เป็นระบบที่ทำงานบน HPE Cray EX ที่ศูนย์ EuroHPC ใน CSC เมือง Kajaani ประเทศฟินแลนด์ ทำความเร็วได้ที่ 151.9 PFLOP/s ใช้ชิป AMD ที่มี 2,220,288 คอร์

อันดับ 4: Leonardo
อยู่ในเมืองบอลโบย่า ประเทศอิตาลี เป็นระบบที่ใช้ชิป Intel ร่วมกับ Nvidia มีทั้งสิ้น 1,463,616 คอร์ ทำความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 174.70PFLOP/s

อันดับ 5: Summit
เป็นระบบของ IBM ตั้งอยู่ในศูนย์ทดลองแห่งชาติ Oak Ridge ในเทนเนสซี่ โดย Summit นี้ทำความเร็วได้ที่ 148.8 PFLOP/s ตามสเกลของ HPL มี 4,356 โหนด แต่ละโหนดมีซีพียู Power9 ที่มี 22 คอร์ 2 ตัว และจีพียู Nvidia Tesla V100 6 ตัว แต่ละตัวมีสตรีมมิ่งมัลติโปรเซสเซอร์ (SM) 80 ตัว โหนดทั้งหลายเชื่อมกันด้วยเครือข่าย Mellanox dual-rail EDR InfiniBand รวมทั้งหมดมี 2,414,592 คอร์

อันดับ 6: Sierra
94.6 PFLOP/s มี 4,320 โหนดที่ใช้ซีพียู Power9 2 ตัว และจีพียู Nvidia Tesla V100 4 ตัว รวมคอร์ทั้งหมด 1,572,480 คอร์ อยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติการแห่งชาติ Lawrence Livermore ในแคลิฟอร์เนีย

อันดับ 7: Sunway TaihuLight
อยู่ในเมืองอู่ซี ประเทศจีน ทำความเร็ว HPL ที่ 93PFLOP/s รวม 10,649,600 คอร์

อันดับ 8: Perlmutter
ทำงานบนแพลตฟอร์ม HPE Cray Shasta มี 761,856 คอร์ ทำความเร็วได้ที่ 70.87 PFLOP/s

อันดับ 9: Selene
เป็นระบบ Nvidia DGX A100 SuperPOD ที่ใช้ชิป AMD EPYC มี 555,520 ทำความเร็วได้ที่ 63.4 PFLOP/s

อันดับ 10: Tianhe-2A (Milky Way-2A)
ใช้ซีพียู Intel Xeon ร่วมกับชิป Matrix-2000 DSP ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีป้องกันประเทศของจีนหรือ NUDT เอง มี 4,981,760 คอร์ ทำความเร็วที่ 61.4 Pflop/s

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – NW

from:https://www.enterpriseitpro.net/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%9c%e0%b8%a5-10-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%8b%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%a3/

ประกาศผล 10 อับดับซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ของโลก Frontier จาก HPE ครองตำแหน่งแชมป์!

ประกาศออกมาเป็นทางการแล้ว สำหรับลิสต์ 10 อันดับแรกของเครื่องซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ทั่วโลกที่เร็วแรงที่สุดประจำครึ่งปีหลัง ตามรายการ TOP 500 ที่อัพเดทล่าสุดเดือนพฤศจิกายน 2565 นี้เอง ที่มีหน้าใหม่อย่าง Leonardo พุ่งขึ้นมาเป็นอันดับ 4 ด้วย

สำหรับเครื่อง Frontier ที่กลายเป็นซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ระดับเอ็กซ่าสเกลเครื่องแรกของโลกที่เปิดตัวเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานั้น ก็ยังคงครองตำแหน่งอันดับหนึ่งที่เร็วแรงที่สุดใน TOP500 Semiannual List นี้มาโดยตลอดไม่มีใครล้มได้

ถ้ามองการทำงานระดับธรรมดาที่ไม่ได้เพิ่มสปีดเป็นพิเศษแล้ว ระดับ 1.102EFLOP/s ของ Frontier ก็ยังเร็วกว่าอันดับสองที่ตามมาอย่าง Fugaku ถึง 2.5 เท่า แม้ Fugaku เองจะเพิ่งถีบตัวเองขึ้นมาเป็นอันดับสองเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี้ด้วยเหมือนกัน

อนึ่ง ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ระดับ “Exascale” นี้ นิยามไว้ว่า เป็นเครื่องที่สามารถประมวลผลตัวเลขในระดับเลขทศนิยม 10 ยกกำลัง 18 (One Quintillion) ได้ภายในหนึ่งวินาที หรือเรียกเป็นหน่วยสเกลความเร็วว่า 1 exaFLOP/s หรือมากกว่า เป็นต้น

ส่วนเครื่องอันดับสามยังคงเป็น Lumi เจ้าเดิมที่ครองตำแหน่งมาตั้งแต่มิถุนายน แม้จะไม่ได้มีการเพิ่มความเร็วจากเดิมก็ตาม แต่ที่น่าจับตามองคือ Leonardo ที่ถีบตัวเองขึ้นมาที่อันดับ 4 ไกลมากจากที่เมื่อมิถุนายนยังเพิ่งอยู่ในอันดับ 150 ใน TOP500 เอง

กลับมาที่ Frontier ที่นอกจากขึ้นแท่นอันดับสูงสุดในแง่ของความเร็วการประมวลผลปกติแล้ว ยังครองอันดับแรงที่สุดในการทดสอบความเหมาะสมของการประมวลผลฟังก์ชั่น AI ที่รู้จักในชื่อ HPL-MxP ตามเกณฑ์ของ High Performance Linpack (HPL) ด้วย

โดยเกณฑ์ดังกล่าวใช้อธิบายว่าระบบสามารถแก้สมการเชิงเส้นที่ซับซ้อนได้ดีมากน้อยเพียงใด ทั้งนี้ รายละเอียดของซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ทำงานปกติได้เร็วที่สุด 10 อันดับแรก ตามลิสต์ของ TOP500 ล่าสุด มีดังต่อไปนี้

อันดับ 1: Frontier
เป็นระบบ HPE Cray EX ของกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ใช้ซีพียู AMD EPYC™ แบบ 3rd Gen มี 8,730,112 คอร์ ที่ปรับให้เข้ากับการทำงานทั้งแบบ HPC และ AI ด้วยชิป AMD Instinct™ 250X พร้อมการเชื่อมต่อแบบ Slingshot-11 ทำความเร็วตามเกณฑ์ HPL ที่ 1.102EFLOP/s

อันดับ 2: Fugaku
ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ฟุกากุเครื่องนี้อยู่ในศูนย์ RIKEN สำหรับวิจัยด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ในเมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น ทดสอบ HPL ได้คะแนน 442.01PFLOP/s พัฒนาขึ้นบนชิป Fujitsu A64FX ที่มีถึง 7,630,848 คอร์

อันดับ 3: LUMI
LUMI เป็นระบบที่ทำงานบน HPE Cray EX ที่ศูนย์ EuroHPC ใน CSC เมือง Kajaani ประเทศฟินแลนด์ ทำความเร็วได้ที่ 151.9 PFLOP/s ใช้ชิป AMD ที่มี 2,220,288 คอร์

อันดับ 4: Leonardo
อยู่ในเมืองบอลโบย่า ประเทศอิตาลี เป็นระบบที่ใช้ชิป Intel ร่วมกับ Nvidia มีทั้งสิ้น 1,463,616 คอร์ ทำความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 174.70PFLOP/s

อันดับ 5: Summit
เป็นระบบของ IBM ตั้งอยู่ในศูนย์ทดลองแห่งชาติ Oak Ridge ในเทนเนสซี่ โดย Summit นี้ทำความเร็วได้ที่ 148.8 PFLOP/s ตามสเกลของ HPL มี 4,356 โหนด แต่ละโหนดมีซีพียู Power9 ที่มี 22 คอร์ 2 ตัว และจีพียู Nvidia Tesla V100 6 ตัว แต่ละตัวมีสตรีมมิ่งมัลติโปรเซสเซอร์ (SM) 80 ตัว โหนดทั้งหลายเชื่อมกันด้วยเครือข่าย Mellanox dual-rail EDR InfiniBand รวมทั้งหมดมี 2,414,592 คอร์

อันดับ 6: Sierra
94.6 PFLOP/s มี 4,320 โหนดที่ใช้ซีพียู Power9 2 ตัว และจีพียู Nvidia Tesla V100 4 ตัว รวมคอร์ทั้งหมด 1,572,480 คอร์ อยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติการแห่งชาติ Lawrence Livermore ในแคลิฟอร์เนีย

อันดับ 7: Sunway TaihuLight
อยู่ในเมืองอู่ซี ประเทศจีน ทำความเร็ว HPL ที่ 93PFLOP/s รวม 10,649,600 คอร์

อันดับ 8: Perlmutter
ทำงานบนแพลตฟอร์ม HPE Cray Shasta มี 761,856 คอร์ ทำความเร็วได้ที่ 70.87 PFLOP/s

อันดับ 9: Selene
เป็นระบบ Nvidia DGX A100 SuperPOD ที่ใช้ชิป AMD EPYC มี 555,520 ทำความเร็วได้ที่ 63.4 PFLOP/s

อันดับ 10: Tianhe-2A (Milky Way-2A)
ใช้ซีพียู Intel Xeon ร่วมกับชิป Matrix-2000 DSP ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีป้องกันประเทศของจีนหรือ NUDT เอง มี 4,981,760 คอร์ ทำความเร็วที่ 61.4 Pflop/s

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – NW

from:https://www.enterpriseitpro.net/10-supercomputer-that-fastest-in-the-world/

[VDO] HPE ProLiant – เซิร์ฟเวอร์ที่ถูกออกแบบมาสำหรับโลกไฮบริดของคุณ

ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) หรือ HPE จัด Webinar ชื่อว่า “HPE ProLiant – เซิร์ฟเวอร์ที่ถูกออกแบบมาสำหรับโลกไฮบริดของคุณ” โดยคุณจะได้พบกับเรื่องราวและเทคโนโลยีในแนวคิด Data Modernization, ประเด็นการเปลี่ยนแปลงของโลกเทคโนโลยีจากอดีตไปสู่ยุคใหม่, เทคโนโลยีในการประมวลผลในแบบ Next Generation ตลอดจนการบริการในแบบ As-a-service ที่มีประสิทธิภาพ

นอกจากนั้นแล้วเราจะพาคุณไปพบกับผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่ล่าสุดอย่างตัว HPE Proliant ใน Gen 11 ที่อัดแน่นด้วยขุมพลังจากหน่วยประมวลผลของ AMD ที่ได้พัฒนาในด้านวิศวกรรมการประมวลผลแห่งอนาคตเพื่อรองรับโลกไฮบริดของคุณ ทั้งในแง่ของประสิทธิภาพ, การเร่งความเร็วในการทำงานได้สูงถึง 33% , และรองรับงานเวิร์กโหลดที่เกี่ยวกับระบบดิจิทัลของคุณได้ย่างยอดเยี่ยม

from:https://www.enterpriseitpro.net/hpe-proliant-server-vdo-webinar/

HPE เปิดตัวซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ โดยทำราคาในแบบที่องค์กรจับต้องได้

พูดถึงระดับซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ก็ฟังดูแพงมากจนคนทั่วไปเอื้อมไม่ถึงอยู่แล้ว แต่ล่าสุดทาง Hewlett Packard Enterprise ประกาศจะทำให้ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์อยู่ในรูปที่องค์กรทั่วไปเข้าถึงได้ โดยสเกลรุ่น Cray เดิมลงมาให้ถูกลง

โดยรุ่นที่เปิดตัวใหม่นี้ได้แก่ HPE Cray EX และ HPE Cray XD พัฒนาขึ้นบนระบบซุปเปอร์คอมพิวเตอร์แบบเอ็กซ่าสเกลอย่าง Frontier ที่ Oak Ridge National Labs มาพร้อมฮาร์ดแวร์ครบชุด ตั้งแต่ส่วนประมวลผลและหน่วยประมวลผลความเร็วสูง

ไปจนถึงระบบเชื่อมต่อระหว่างกัน สตอเรจ ซอฟต์แวร์ หรือแม้แต่ระบบจ่ายพลังงานและหล่อเย็นที่ยืดหยุ่น ระบบตัวแรก HPE Cray EX2500 มีสถาปัตยกรรมเดียวกันกับซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ HPE Cray EX4000 ที่ใช้กับเครื่องแม่ Frontierแต่มีขนาดเล็กลง 24% เล็กพอที่จะเอาเข้าดาต้าเซ็นเตอร์ขององค์กรทั่วไปได้

ประเด็นคือลดขนาดด้วยการทำระบบความเย็นให้เล็กลงโดยแทบไม่แตะฮาร์ดแวร์เดิมเลย โดยเฉพาะทั้งตัวเซิร์ฟเวอร์เบลดและสวิตช์ ส่วน HPE Cray XD2000 ก็มาในขนาดแค่ 2U เท่านั้น

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – NW

from:https://www.enterpriseitpro.net/hpe-launches-supercomputers-for-the-enterprise/

HPE เปิดตัว HPE ProLiant Gen11 รองรับ AMD Genoa

HPE เปิดตัว HPE ProLiant Gen11 Server ใหม่ทั้งหมด 4 รุ่น รองรับ AMD Genoa

Credit: HPE

HPE ประกาศเปิดตัว ProLiant Gen 11 Server ที่รองรับการใช้งาน 4th Gen AMD EPYC หรือรหัส AMD Genoa รุ่นล่าสุดนั่นเอง โดยมีการรวม HPE GreenLake for Compute Ops Management Subscription ระบบ Cloud-native management console สำหรับใช้ในการบริหารจัดการเข้ามาด้วย นอกจากนี้ยังมีการใส่ฟีเจอร์ความมั่นคงปลอดภัย HPE Silicon Root of Trust เข้ามาใน Server เพื่อช่วยป้องกันการโจมตีเฟิร์มแวร์จากมัลแวร์ต่างๆได้ เช่น รองรับ SPDM ในการยืนยันตัวตนและทำ Monitoring อุปกรณ์ตามมาตรฐานแบบเปิด, การตรวจสอบในระดับ Secure boot หรือ System State หรือแม้กระทั่งการเพิ่มความปลอดภัยในกระบวนการผลิต Server ตั้งแต่ในโรงงานผ่านทาง HPE Trusted Suppy Chain ปัจจุบันมี HPE ProLiant Server Gen11 ทั้งหมด 4 รุ่นที่รองรับ AMD Genoa ได้แก่

  • HPE ProLiant DL325 Gen11 – Server ที่เน้นระดับความคุ้มค่าต่อราคามากที่สุด มีขนาด 1U รองรับหน่วยประมวลผลแบบ Single Socket สูงสุดที่ระดับ 96 Cores, หน่วยความจำ 3TB DDR5 และรองรับ Harddisk หรือ SSD แบบ LFF จำนวน 4 ลูก และแบบ SFF จำนวน 10 ลูก
  • HPE ProLiant DL345 Gen11 – Server แบบ Single-Socket ขนาด 2U รองรับการขยาย Harddisk หรือ SSD ได้สูง และมีช่องในการเชื่อมต่อ PCIe Gen5 x16 ถึง 6 ช่อง
  • HPE ProLiant DL365 Gen11 – Server แบบ Dual-Socket ขนาด 1U รองรับหน่วยความจำสูงสุด 6TB และช่องใส่ HDD/SDD แบบ SFF จำนวน 10 ช่อง นอกจากนี้ยังรองรับหน่วยจัดเก็บข้อมูลแบบ EDSFF 3.5 จำนวน 20 ลูก
  • HPE ProLiant DL385 Gen11 – Server แบบ Dual-Socket ขนาด 2U รองรับหน่วยความจำสูงสุด 6TB มีช่องเชื่อมต่อแบบ PCIe Gen5 x16 ถึง 8 ช่อง และ OCP3.0 x8 อีก 2 ช่อง เพื่อรองรับการใช้งาน I/O ระดับสูง

HPE ProLiant Gen11 ที่รองรับ AMD Genoa เริ่มวางจำหน่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้วทั่วโลกรวมถึงการใช้งานบน HPE GreenLake Cloud Platform อีกด้วย และคาดว่า HPE จะเปิดตัวรุ่นที่รองรับ SDS และ HCI ตามมาภายหลัง

ที่มา: https://www.storagereview.com/news/hpe-proliant-gen11-servers-with-amd-genoa-announced

from:https://www.techtalkthai.com/hpe-launches-hpe-proliant-gen11-supports-amd-genoa/

LANTA ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ของไทยติด Top100 เครื่องเร็วที่สุดในโลก

จากการจัดอันดับ ในหัวข้อที่เกี่ยวกับเครื่องซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ ประจำเดือนพฤศจิกายน 2022 ของ Top500.org พบว่าทาง HPE สามารถที่จะขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของโลกในซิสเต็มที่ชื่อว่า Frontier โดยใช้งานอยู่ที่ Oak Ridge National Laboratory (ORNL) ซึ่งมีคะแนนนำโด่งมาก มี Rpeak สูงมากถึง 1,685.65 PetaFlop

อย่างไรก็ตามก็ยังมีสิ่งที่น่าภูมิใจสำหรับคนไทยอย่างพวกเราเช่นกัน เพราะว่าเครื่องซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ของทาง สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สวทช. (NSTDA) ชื่อว่า LANTA สามารถขึ้นไปยืนอยู่ในอันดับที่ 70 จากการจัดอันดับล่าสุด โดย LANTA เป็นซิสเต็ม LANTA – HPE Cray EX235n, AMD EPYC 7713 64C 2GHz, NVIDIA A100 40GB, Slingshot-11 สามารถทำความเร็วได้ในระดับ 13.77 PFlop/s

คุณสมบัติเพิ่มเติมของ LANTA
– ระบบประมวลผล 31,744 compute cores
– NVIDIA Tesla A100 GPU
– ระบบเครือข่าย: HPE Slingshot Interconnect 200 Gbps
– พื้นที่เก็บข้อมูลของ :Cray ClusterStor E1000 Storage Systems: 10PB HDD + 945TB NVMe

สามารถคลิกดูข้อมูลเพิ่มเติมของ LANTA ได้ที่นี่https://thaisc.io/lanta/

รายละเอียดที่มา

from:https://www.enterpriseitpro.net/lanta-hpe-supercomputer-rank-70-from-top-500/

เอชพีอี แนะนำเครื่องเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant Gen11 รองรับโลกการทำงานแบบไฮบริด

Hewlett Packard Enterprise (HPE) ประกาศเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์ยุคใหม่สำหรับการใช้งานบนคลาวด์ ที่ออกแบบเพื่อระบบแบบไฮบริด และการปฏิวัติทางดิจิทัลโดยเฉพาะ

เครื่องเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant Gen11 ใหม่นี้จะช่วยให้องค์กรทั้งหลายได้ระบบประมวลผลที่สะดวกสบาย ไว้ใจได้ และยกระดับความสามารถในการทำงานได้ดีที่สุด เหมาะอย่างยิ่งกับเวิร์กโหลดสมัยใหม่หลายต่อหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น AI, ML, Data analytic, Virtual Desktop Infrastructure (VDI), Virtualization, Container แอปพลิเคชั่นสำหรับทำงานบนคลาวด์ แอปพลิเคชั่นที่มีเวิร์กโหลดกราฟิกหนักหน่วง เป็นต้น

“รากฐานของรูปแบบการทำงานไฮบริดก็คือระบบประมวลผล” Neil MacDonald รองประธานบริหาร และผู้จัดการทั่วไปฝ่ายผลิตภัณฑ์ Compute ที่ HPE กล่าว “HPE Compute พาธุรกิจให้ไปใกล้กับ Edge ที่เป็นจุดกำเนิดของข้อมูลมากที่สุด เป็นตำแหน่งที่ให้ประสบการณ์การทำงานบนคลาวด์แบบใหม่ ซึ่งเป็นที่ที่ระบบความปลอดภัยผสานเป็นหนึ่งเดียว ด้วยเซิร์ฟเวอร์ใหม่อย่าง HPE ProLiant Gen11 ที่ถูกออกแบบมาสำหรับโลกไฮบริดโดยเฉพาะ ให้การใช้งานผ่านคลาวด์ที่เรียบง่าย แต่คงไว้ซึ่งความปลอดภัยที่มั่นใจตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ และออกมาเพื่อผลักดันประสิทธิภาพการทำงานให้ถึงขีดสุด”

รับชม VDO : สู่ยุคของดาต้าด้วย HPE ProLiant เจนใหม่ ให้คุณก้าวสู่โลกไฮบริดได้ตามต้องการ

เปิดประสบการณ์คลาวด์ที่ดีกว่า

บนเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant ของเราจะมีบริการ HPE GreenLake for Compute Ops Management (COM) ที่เป็นคอนโซลจัดการแบบคลาวด์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานประจำวันด้วยการสร้างระบบอัตโนมัติอย่างปลอดภัย ทั้งการเข้าถึง ตรวจสอบ และจัดการเซิร์ฟเวอร์ ไม่ว่าจะเป็นระบบประมวลผลรูปแบบไหนก็ตาม

คอนโซลนี้ให้ทั้งความเรียบง่าย รวมศูนย์กลางทุกอย่าง อัดแน่นด้วยฟังก์ชั่นการทำงานแบบอัตโนมัติ ให้ลูกค้าควบคุมทรัพยากรประมวลผลของตัวเองได้ครอบคลุมทั่วโลกแบบเจาะลึก ช่วยให้เข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ที่กระจัดกระจายหลายพันตัวได้ง่าย ๆ แถมได้ประโยชน์จากการอัพเดทเฟิร์มแวร์ที่รวดเร็ว เหลือเวลามาจัดการงานทางธุรกิจอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องรับภาระจัดการระบบไอทีที่ซับซ้อนอีก

HPE GreenLake for Compute Ops Management (COM) ยังมีรายงานการปล่อยคาร์บอนสำหรับองค์กรที่ให้ความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อม โดยสามารถตรวจสอบการใช้พลังงานของเซิร์ฟเวอร์แต่ละตัว ไปจนถึงระบบโดยรวมทั้งหมดได้

ควบคุมความปลอดภัยตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ

HPE มุ่งมั่นสร้างระบบที่ปลอดภัยไม่ว่าจะเป็นส่วนของ Edge ขึ้นไปจนถึงคลาวด์ ควบคุมดูแลตั้งแต่ระดับชิป ด้วย HPE Silicon Root of Trust ที่เป็นความสามารถเฉพาะตัวของเราด้านความปลอดภัยของข้อมูล ช่วยปกป้องโค้ดเฟิร์มแวร์หลายล้านบรรทัด จากทั้งมัลแวร์ และแรนซั่มแวร์ได้ด้วย ร่องรอยทางดิจิทัลที่ต้องล็อกให้จำเพาะกับตัวเซิร์ฟเวอร์ จนปัจจุบัน HPE Silicon Root of Trust ได้ช่วยประกันความปลอดภัยของเซิร์ฟเวอร์ HPE มาแล้วหลายล้านเครื่องทั่วโลก

เซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant เจนใหม่นี้ถูกพัฒนาขึ้นด้วยนวัตกรรมด้านความปลอดภัยนี้เช่นกัน พร้อมกับฟีเจอร์ใหม่มากมายที่ช่วยปกป้องทั้งข้อมูลและตัวระบบ ได้แก่:

– การตรวจสอบความถูกต้องและตัวตนจริงของชิ้นส่วนอุปกรณ์ ด้วยระบบ HPE Integrated Lights-Out (iLO) – “iLO6” ใหม่ล่าสุด ที่เป็นซอฟต์แวร์จัดการเซิร์ฟเวอร์จากระยะไกล ให้ลูกค้าเข้าถึงอย่างปลอดภัยทั้งการตั้งค่า เฝ้าตรวจสอบ และอัพเดท HPE เซิร์ฟเวอร์ ได้อย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์การยืนยันตนที่ใช้ Security Protocol and Data Model (SPDM) ซึ่งเป็นความสามารถด้านคีย์เข้ารหัสในเซิร์ฟเวอร์เพื่อใช้ยืนยัน และตรวจสอบความปลอดภัยของอุปกรณ์ตามมาตรฐานสากล

– ป้องกันการเปลี่ยนแปลงข้อมูลตัวตนที่จำเพาะของเซิร์ฟเวอร์ ด้วยใบรับรองดิจิทัลสำหรับแพลตฟอร์ม และใช้ Secure Device Identity (iDevID) เป็นพื้นฐานจากโรงงาน

– เพิ่มระดับการยืนยันตัวตนที่ถูกต้องด้วยการตรวจสอบความปลอดภัยของการบูท และสถานะระบบ ผ่านตัว Trusted Platform Module (TPM)

– ใช้ระบบความปลอดภัยสูงสุดด้วย HPE Trusted Supply Chain ที่เป็นระบบมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ จนถึงปลายน้ำ ด้วยการรับรองเซิร์ฟเวอร์ ที่เสริมความแข็งแกร่งด้านความปลอดภัยของข้อมูล ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตจนถึงยกเลิกการใช้งาน และล่าสุด HPE ได้ขยายนโยบายบริการนี้ไม่เฉพาะแต่ในสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการส่งออกไปทั่วโลกอีกด้วย

เพิ่มประสิทธิภาพของทุกเวิร์กโหลดให้ถึงขีดสุด

องค์กรต่าง ๆ ใช้เวิร์กโหลดที่มีความต้องการระบบมากอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่ว่าจะเป็น AI, ML หรือโปรเจ็กต์ที่ต้องเรนเดอร์กราฟฟิกทั้งหลาย ที่ต้องการทรัพยากร และกำลังการประมวลผลที่เร็วแรงยิ่งกว่าเดิม ซึ่งเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant เจนใหม่นี้ได้พัฒนาให้ได้ประสิทธิภาพสูงสำหรับองค์กรที่ต้องการใช้ข้อมูลอย่างเข้มข้น รองรับสถาปัตยกรรมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นชิป 4th Generation AMD EPYC™, 4th Gen Intel® Xeon® Scalable, หรือ Ampere® Altra® และ Ampere® Altra® Max Cloud Native เป็นต้น

เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าแล้ว เซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant Gen11 ตัวใหม่รองรับ I/O แบนด์วิธได้เพิ่มขึ้นสองเท่า เหมาะกับแอปพลิเคชั่นที่มีความต้องการพลังการประมวลผลสูงๆ เพิ่มคอร์ต่อซีพียูขึ้น 50% ยกระดับความเข้มข้นของการประมวลผลเวิร์กโหลด รวมทั้งเพิ่มความหนาแน่นของ GPU ประสิทธิภาพสูงอีก 33% ให้รองรับเวิร์กโหลดพิเศษอย่าง AI และที่เน้นหนักด้านกราฟิก

ผู้ให้บริการและองค์กรทั้งหลายที่กำลังหันมาใช้เวิร์กโหลดแบบคลาวด์เนทีฟ ล้วนต้องการระบบประมวลผลที่ออกแบบมาเพื่อคลาวด์เนทีฟโดยเฉพาะ ให้ได้ทั้งความคล่องตัวและความยืดหยุ่นในการผลักดันนวัตกรรมใหม่ๆ ของตนเอง ซึ่งเมื่อมิถุนายน 2022 ที่ผ่านมา HPE ได้ประกาศการเป็นผู้จำหน่ายเซิร์ฟเวอร์เซิร์ฟเวอร์ใช้ชิปสำหรับคลาวด์เนทีฟโดยเฉพาะ อย่าง Ampere® Altra® และ Ampere® Altra® Max Cloud Native Processor ในเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant RL300 Gen11 ตัวใหม่

ใช้โมเดลจ่ายตามปริมาณการใช้งานได้ กับ HPE GreenLake

องค์กรที่กำลังมองการปรับเปลี่ยนไปสู่อนาคต สามารถเลือกใช้ระบบประมวลผลยุคใหม่ของ HPE ได้ทั้งการจัดซื้อในรูปแบบปกติ หรือจะหันมาใช้โมเดลแบบ Pay-as-you-Go ด้วย HPE GreenLake ก็ได้ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มบริการผ่านคลาวด์ที่เปิดให้ลูกค้าเข้ามาปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานให้ทันสมัย ในแบบที่เน้นการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเป็นสำคัญ รวมมากกว่า 70 บริการที่สามารถรันได้ทั้งฝั่ง On-Premises, ฝั่ง Edge, ในโคโลเคชั่น, หรือแม้แต่บนพับบลิกคลาวด์

นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถนำระบบเดิมที่มีอยู่มาเทิร์นเป็นเครดิต หรือลงทุนเพิ่มเฉพาะส่วนต่างเพื่ออัพเกรดเทคโนโลยีผ่านโครงการ HPE Financial Services (HPEFS) ได้ด้วย

from:https://www.enterpriseitpro.net/%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b5-%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b4/

เอชพีอี แนะนำเครื่องเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant Gen11 รองรับโลกการทำงานแบบไฮบริด

Hewlett Packard Enterprise (HPE) ประกาศเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์ยุคใหม่สำหรับการใช้งานบนคลาวด์ ที่ออกแบบเพื่อระบบแบบไฮบริด และการปฏิวัติทางดิจิทัลโดยเฉพาะ

เครื่องเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant Gen11 ใหม่นี้จะช่วยให้องค์กรทั้งหลายได้ระบบประมวลผลที่สะดวกสบาย ไว้ใจได้ และยกระดับความสามารถในการทำงานได้ดีที่สุด เหมาะอย่างยิ่งกับเวิร์กโหลดสมัยใหม่หลายต่อหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น AI, ML, Data analytic, Virtual Desktop Infrastructure (VDI), Virtualization, Container แอปพลิเคชั่นสำหรับทำงานบนคลาวด์ แอปพลิเคชั่นที่มีเวิร์กโหลดกราฟิกหนักหน่วง เป็นต้น

“รากฐานของรูปแบบการทำงานไฮบริดก็คือระบบประมวลผล” Neil MacDonald รองประธานบริหาร และผู้จัดการทั่วไปฝ่ายผลิตภัณฑ์ Compute ที่ HPE กล่าว “HPE Compute พาธุรกิจให้ไปใกล้กับ Edge ที่เป็นจุดกำเนิดของข้อมูลมากที่สุด เป็นตำแหน่งที่ให้ประสบการณ์การทำงานบนคลาวด์แบบใหม่ ซึ่งเป็นที่ที่ระบบความปลอดภัยผสานเป็นหนึ่งเดียว ด้วยเซิร์ฟเวอร์ใหม่อย่าง HPE ProLiant Gen11 ที่ถูกออกแบบมาสำหรับโลกไฮบริดโดยเฉพาะ ให้การใช้งานผ่านคลาวด์ที่เรียบง่าย แต่คงไว้ซึ่งความปลอดภัยที่มั่นใจตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ และออกมาเพื่อผลักดันประสิทธิภาพการทำงานให้ถึงขีดสุด”

รับชม VDO : สู่ยุคของดาต้าด้วย HPE ProLiant เจนใหม่ ให้คุณก้าวสู่โลกไฮบริดได้ตามต้องการ

เปิดประสบการณ์คลาวด์ที่ดีกว่า

บนเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant ของเราจะมีบริการ HPE GreenLake for Compute Ops Management (COM) ที่เป็นคอนโซลจัดการแบบคลาวด์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานประจำวันด้วยการสร้างระบบอัตโนมัติอย่างปลอดภัย ทั้งการเข้าถึง ตรวจสอบ และจัดการเซิร์ฟเวอร์ ไม่ว่าจะเป็นระบบประมวลผลรูปแบบไหนก็ตาม

คอนโซลนี้ให้ทั้งความเรียบง่าย รวมศูนย์กลางทุกอย่าง อัดแน่นด้วยฟังก์ชั่นการทำงานแบบอัตโนมัติ ให้ลูกค้าควบคุมทรัพยากรประมวลผลของตัวเองได้ครอบคลุมทั่วโลกแบบเจาะลึก ช่วยให้เข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ที่กระจัดกระจายหลายพันตัวได้ง่าย ๆ แถมได้ประโยชน์จากการอัพเดทเฟิร์มแวร์ที่รวดเร็ว เหลือเวลามาจัดการงานทางธุรกิจอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องรับภาระจัดการระบบไอทีที่ซับซ้อนอีก

HPE GreenLake for Compute Ops Management (COM) ยังมีรายงานการปล่อยคาร์บอนสำหรับองค์กรที่ให้ความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อม โดยสามารถตรวจสอบการใช้พลังงานของเซิร์ฟเวอร์แต่ละตัว ไปจนถึงระบบโดยรวมทั้งหมดได้

ควบคุมความปลอดภัยตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ

HPE มุ่งมั่นสร้างระบบที่ปลอดภัยไม่ว่าจะเป็นส่วนของ Edge ขึ้นไปจนถึงคลาวด์ ควบคุมดูแลตั้งแต่ระดับชิป ด้วย HPE Silicon Root of Trust ที่เป็นความสามารถเฉพาะตัวของเราด้านความปลอดภัยของข้อมูล ช่วยปกป้องโค้ดเฟิร์มแวร์หลายล้านบรรทัด จากทั้งมัลแวร์ และแรนซั่มแวร์ได้ด้วย ร่องรอยทางดิจิทัลที่ต้องล็อกให้จำเพาะกับตัวเซิร์ฟเวอร์ จนปัจจุบัน HPE Silicon Root of Trust ได้ช่วยประกันความปลอดภัยของเซิร์ฟเวอร์ HPE มาแล้วหลายล้านเครื่องทั่วโลก

เซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant เจนใหม่นี้ถูกพัฒนาขึ้นด้วยนวัตกรรมด้านความปลอดภัยนี้เช่นกัน พร้อมกับฟีเจอร์ใหม่มากมายที่ช่วยปกป้องทั้งข้อมูลและตัวระบบ ได้แก่:

– การตรวจสอบความถูกต้องและตัวตนจริงของชิ้นส่วนอุปกรณ์ ด้วยระบบ HPE Integrated Lights-Out (iLO) – “iLO6” ใหม่ล่าสุด ที่เป็นซอฟต์แวร์จัดการเซิร์ฟเวอร์จากระยะไกล ให้ลูกค้าเข้าถึงอย่างปลอดภัยทั้งการตั้งค่า เฝ้าตรวจสอบ และอัพเดท HPE เซิร์ฟเวอร์ ได้อย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์การยืนยันตนที่ใช้ Security Protocol and Data Model (SPDM) ซึ่งเป็นความสามารถด้านคีย์เข้ารหัสในเซิร์ฟเวอร์เพื่อใช้ยืนยัน และตรวจสอบความปลอดภัยของอุปกรณ์ตามมาตรฐานสากล

– ป้องกันการเปลี่ยนแปลงข้อมูลตัวตนที่จำเพาะของเซิร์ฟเวอร์ ด้วยใบรับรองดิจิทัลสำหรับแพลตฟอร์ม และใช้ Secure Device Identity (iDevID) เป็นพื้นฐานจากโรงงาน

– เพิ่มระดับการยืนยันตัวตนที่ถูกต้องด้วยการตรวจสอบความปลอดภัยของการบูท และสถานะระบบ ผ่านตัว Trusted Platform Module (TPM)

– ใช้ระบบความปลอดภัยสูงสุดด้วย HPE Trusted Supply Chain ที่เป็นระบบมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ จนถึงปลายน้ำ ด้วยการรับรองเซิร์ฟเวอร์ ที่เสริมความแข็งแกร่งด้านความปลอดภัยของข้อมูล ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตจนถึงยกเลิกการใช้งาน และล่าสุด HPE ได้ขยายนโยบายบริการนี้ไม่เฉพาะแต่ในสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการส่งออกไปทั่วโลกอีกด้วย

เพิ่มประสิทธิภาพของทุกเวิร์กโหลดให้ถึงขีดสุด

องค์กรต่าง ๆ ใช้เวิร์กโหลดที่มีความต้องการระบบมากอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่ว่าจะเป็น AI, ML หรือโปรเจ็กต์ที่ต้องเรนเดอร์กราฟฟิกทั้งหลาย ที่ต้องการทรัพยากร และกำลังการประมวลผลที่เร็วแรงยิ่งกว่าเดิม ซึ่งเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant เจนใหม่นี้ได้พัฒนาให้ได้ประสิทธิภาพสูงสำหรับองค์กรที่ต้องการใช้ข้อมูลอย่างเข้มข้น รองรับสถาปัตยกรรมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นชิป 4th Generation AMD EPYC™, 4th Gen Intel® Xeon® Scalable, หรือ Ampere® Altra® และ Ampere® Altra® Max Cloud Native เป็นต้น

เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าแล้ว เซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant Gen11 ตัวใหม่รองรับ I/O แบนด์วิธได้เพิ่มขึ้นสองเท่า เหมาะกับแอปพลิเคชั่นที่มีความต้องการพลังการประมวลผลสูงๆ เพิ่มคอร์ต่อซีพียูขึ้น 50% ยกระดับความเข้มข้นของการประมวลผลเวิร์กโหลด รวมทั้งเพิ่มความหนาแน่นของ GPU ประสิทธิภาพสูงอีก 33% ให้รองรับเวิร์กโหลดพิเศษอย่าง AI และที่เน้นหนักด้านกราฟิก

ผู้ให้บริการและองค์กรทั้งหลายที่กำลังหันมาใช้เวิร์กโหลดแบบคลาวด์เนทีฟ ล้วนต้องการระบบประมวลผลที่ออกแบบมาเพื่อคลาวด์เนทีฟโดยเฉพาะ ให้ได้ทั้งความคล่องตัวและความยืดหยุ่นในการผลักดันนวัตกรรมใหม่ๆ ของตนเอง ซึ่งเมื่อมิถุนายน 2022 ที่ผ่านมา HPE ได้ประกาศการเป็นผู้จำหน่ายเซิร์ฟเวอร์เซิร์ฟเวอร์ใช้ชิปสำหรับคลาวด์เนทีฟโดยเฉพาะ อย่าง Ampere® Altra® และ Ampere® Altra® Max Cloud Native Processor ในเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant RL300 Gen11 ตัวใหม่

ใช้โมเดลจ่ายตามปริมาณการใช้งานได้ กับ HPE GreenLake

องค์กรที่กำลังมองการปรับเปลี่ยนไปสู่อนาคต สามารถเลือกใช้ระบบประมวลผลยุคใหม่ของ HPE ได้ทั้งการจัดซื้อในรูปแบบปกติ หรือจะหันมาใช้โมเดลแบบ Pay-as-you-Go ด้วย HPE GreenLake ก็ได้ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มบริการผ่านคลาวด์ที่เปิดให้ลูกค้าเข้ามาปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานให้ทันสมัย ในแบบที่เน้นการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเป็นสำคัญ รวมมากกว่า 70 บริการที่สามารถรันได้ทั้งฝั่ง On-Premises, ฝั่ง Edge, ในโคโลเคชั่น, หรือแม้แต่บนพับบลิกคลาวด์

นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถนำระบบเดิมที่มีอยู่มาเทิร์นเป็นเครดิต หรือลงทุนเพิ่มเฉพาะส่วนต่างเพื่ออัพเกรดเทคโนโลยีผ่านโครงการ HPE Financial Services (HPEFS) ได้ด้วย

from:https://www.enterpriseitpro.net/hpe-proliant-gen11-new-release/

เชิญร่วมงาน Webinar : HPE ProLiant – เซิร์ฟเวอร์ที่ถูกออกแบบมาสำหรับโลกไฮบริดของคุณ (15 พ.ย.นี้)

บริษัท ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด ขอเรียนเชิญทุกท่านเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ ในหัวข้อที่ชื่อว่า “HPE ProLiant – เซิร์ฟเวอร์ที่ถูกออกแบบมาสำหรับโลกไฮบริดของคุณ” โดยในงานนี้คุณจะได้พบกับเรื่องราวและเทคโนโลยีในแนวคิด Data Modernization, ประเด็นการเปลี่ยนแปลงของโลกเทคโนโลยีจากอดีตไปสู่ยุคใหม่, เทคโนโลยีในการประมวลผลในแบบ Next Generation ตลอดจนการบริการในแบบ As-a-service ที่มีประสิทธิภาพ

นอกจากนั้นแล้วเราจะพาคุณไปพบกับผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่ล่าสุดอย่างตัว HPE Proliant ใน Gen 11 ที่อัดแน่นด้วยขุมพลังจากหน่วยประมวลผลของ AMD ที่ได้พัฒนาในด้านวิศวกรรมการประมวลผลแห่งอนาคตเพื่อรองรับโลกไฮบริดของคุณ ทั้งในแง่ของประสิทธิภาพ, การเร่งความเร็วในการทำงานได้สูงถึง 33% , และรองรับงานเวิร์กโหลดที่เกี่ยวกับระบบดิจิทัลของคุณได้ย่างยอดเยี่ยม

กำหนดการ

วัน : อังคารที่ 15 พฤศจิกายน 2565
เวลา : 14:00 – 15:30 น.
ช่องทางการบรรยาย : zoom (ภาษาไทย)
วิทยากรผู้บรรยาย : วิทยากรจากทาง HPE

สิ่งที่ท่านจะได้ทราบเกี่ยวกับงานสัมมนาครั้งนี้

– The transformation imperative – ความจำเป็นของการเปลี่ยนแปลง
– Next-generation compute – การประมวลผลในยุคอนาคต
– As-a-service approach – การเข้าถึงบริการในรูปแบบใหม่

ท่านที่สนใจ สามารถลงทะเบียนได้ที่ Link ข้างล่างนี้

https://us02web.zoom.us/webinar/register/WN_AnJw5t9FQHuEY_WDzkj5mw

Lucky Draw: ลุ้นของรางวัลในงาน (สงวนสิทธิ์สำหรับผู้ที่ลงทะเบียน และอยู่ร่วมงานจนจบงานเท่านั้น)

from:https://www.enterpriseitpro.net/webinar-hpe-proliant-for-hybrid-environment/