คลังเก็บป้ายกำกับ: HPC

ประกาศผล 10 อับดับซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ของโลก Frontier จาก HPE ครองตำแหน่งแชมป์!

ประกาศออกมาเป็นทางการแล้ว สำหรับลิสต์ 10 อันดับแรกของเครื่องซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ทั่วโลกที่เร็วแรงที่สุดประจำครึ่งปีหลัง ตามรายการ TOP 500 ที่อัพเดทล่าสุดเดือนพฤศจิกายน 2565 นี้เอง ที่มีหน้าใหม่อย่าง Leonardo พุ่งขึ้นมาเป็นอันดับ 4 ด้วย

สำหรับเครื่อง Frontier ที่กลายเป็นซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ระดับเอ็กซ่าสเกลเครื่องแรกของโลกที่เปิดตัวเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานั้น ก็ยังคงครองตำแหน่งอันดับหนึ่งที่เร็วแรงที่สุดใน TOP500 Semiannual List นี้มาโดยตลอดไม่มีใครล้มได้

ถ้ามองการทำงานระดับธรรมดาที่ไม่ได้เพิ่มสปีดเป็นพิเศษแล้ว ระดับ 1.102EFLOP/s ของ Frontier ก็ยังเร็วกว่าอันดับสองที่ตามมาอย่าง Fugaku ถึง 2.5 เท่า แม้ Fugaku เองจะเพิ่งถีบตัวเองขึ้นมาเป็นอันดับสองเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี้ด้วยเหมือนกัน

อนึ่ง ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ระดับ “Exascale” นี้ นิยามไว้ว่า เป็นเครื่องที่สามารถประมวลผลตัวเลขในระดับเลขทศนิยม 10 ยกกำลัง 18 (One Quintillion) ได้ภายในหนึ่งวินาที หรือเรียกเป็นหน่วยสเกลความเร็วว่า 1 exaFLOP/s หรือมากกว่า เป็นต้น

ส่วนเครื่องอันดับสามยังคงเป็น Lumi เจ้าเดิมที่ครองตำแหน่งมาตั้งแต่มิถุนายน แม้จะไม่ได้มีการเพิ่มความเร็วจากเดิมก็ตาม แต่ที่น่าจับตามองคือ Leonardo ที่ถีบตัวเองขึ้นมาที่อันดับ 4 ไกลมากจากที่เมื่อมิถุนายนยังเพิ่งอยู่ในอันดับ 150 ใน TOP500 เอง

กลับมาที่ Frontier ที่นอกจากขึ้นแท่นอันดับสูงสุดในแง่ของความเร็วการประมวลผลปกติแล้ว ยังครองอันดับแรงที่สุดในการทดสอบความเหมาะสมของการประมวลผลฟังก์ชั่น AI ที่รู้จักในชื่อ HPL-MxP ตามเกณฑ์ของ High Performance Linpack (HPL) ด้วย

โดยเกณฑ์ดังกล่าวใช้อธิบายว่าระบบสามารถแก้สมการเชิงเส้นที่ซับซ้อนได้ดีมากน้อยเพียงใด ทั้งนี้ รายละเอียดของซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ทำงานปกติได้เร็วที่สุด 10 อันดับแรก ตามลิสต์ของ TOP500 ล่าสุด มีดังต่อไปนี้

อันดับ 1: Frontier
เป็นระบบ HPE Cray EX ของกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ใช้ซีพียู AMD EPYC™ แบบ 3rd Gen มี 8,730,112 คอร์ ที่ปรับให้เข้ากับการทำงานทั้งแบบ HPC และ AI ด้วยชิป AMD Instinct™ 250X พร้อมการเชื่อมต่อแบบ Slingshot-11 ทำความเร็วตามเกณฑ์ HPL ที่ 1.102EFLOP/s

อันดับ 2: Fugaku
ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ฟุกากุเครื่องนี้อยู่ในศูนย์ RIKEN สำหรับวิจัยด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ในเมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น ทดสอบ HPL ได้คะแนน 442.01PFLOP/s พัฒนาขึ้นบนชิป Fujitsu A64FX ที่มีถึง 7,630,848 คอร์

อันดับ 3: LUMI
LUMI เป็นระบบที่ทำงานบน HPE Cray EX ที่ศูนย์ EuroHPC ใน CSC เมือง Kajaani ประเทศฟินแลนด์ ทำความเร็วได้ที่ 151.9 PFLOP/s ใช้ชิป AMD ที่มี 2,220,288 คอร์

อันดับ 4: Leonardo
อยู่ในเมืองบอลโบย่า ประเทศอิตาลี เป็นระบบที่ใช้ชิป Intel ร่วมกับ Nvidia มีทั้งสิ้น 1,463,616 คอร์ ทำความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 174.70PFLOP/s

อันดับ 5: Summit
เป็นระบบของ IBM ตั้งอยู่ในศูนย์ทดลองแห่งชาติ Oak Ridge ในเทนเนสซี่ โดย Summit นี้ทำความเร็วได้ที่ 148.8 PFLOP/s ตามสเกลของ HPL มี 4,356 โหนด แต่ละโหนดมีซีพียู Power9 ที่มี 22 คอร์ 2 ตัว และจีพียู Nvidia Tesla V100 6 ตัว แต่ละตัวมีสตรีมมิ่งมัลติโปรเซสเซอร์ (SM) 80 ตัว โหนดทั้งหลายเชื่อมกันด้วยเครือข่าย Mellanox dual-rail EDR InfiniBand รวมทั้งหมดมี 2,414,592 คอร์

อันดับ 6: Sierra
94.6 PFLOP/s มี 4,320 โหนดที่ใช้ซีพียู Power9 2 ตัว และจีพียู Nvidia Tesla V100 4 ตัว รวมคอร์ทั้งหมด 1,572,480 คอร์ อยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติการแห่งชาติ Lawrence Livermore ในแคลิฟอร์เนีย

อันดับ 7: Sunway TaihuLight
อยู่ในเมืองอู่ซี ประเทศจีน ทำความเร็ว HPL ที่ 93PFLOP/s รวม 10,649,600 คอร์

อันดับ 8: Perlmutter
ทำงานบนแพลตฟอร์ม HPE Cray Shasta มี 761,856 คอร์ ทำความเร็วได้ที่ 70.87 PFLOP/s

อันดับ 9: Selene
เป็นระบบ Nvidia DGX A100 SuperPOD ที่ใช้ชิป AMD EPYC มี 555,520 ทำความเร็วได้ที่ 63.4 PFLOP/s

อันดับ 10: Tianhe-2A (Milky Way-2A)
ใช้ซีพียู Intel Xeon ร่วมกับชิป Matrix-2000 DSP ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีป้องกันประเทศของจีนหรือ NUDT เอง มี 4,981,760 คอร์ ทำความเร็วที่ 61.4 Pflop/s

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – NW

from:https://www.enterpriseitpro.net/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%9c%e0%b8%a5-10-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%8b%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%a3/

ประกาศผล 10 อับดับซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ของโลก Frontier จาก HPE ครองตำแหน่งแชมป์!

ประกาศออกมาเป็นทางการแล้ว สำหรับลิสต์ 10 อันดับแรกของเครื่องซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ทั่วโลกที่เร็วแรงที่สุดประจำครึ่งปีหลัง ตามรายการ TOP 500 ที่อัพเดทล่าสุดเดือนพฤศจิกายน 2565 นี้เอง ที่มีหน้าใหม่อย่าง Leonardo พุ่งขึ้นมาเป็นอันดับ 4 ด้วย

สำหรับเครื่อง Frontier ที่กลายเป็นซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ระดับเอ็กซ่าสเกลเครื่องแรกของโลกที่เปิดตัวเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานั้น ก็ยังคงครองตำแหน่งอันดับหนึ่งที่เร็วแรงที่สุดใน TOP500 Semiannual List นี้มาโดยตลอดไม่มีใครล้มได้

ถ้ามองการทำงานระดับธรรมดาที่ไม่ได้เพิ่มสปีดเป็นพิเศษแล้ว ระดับ 1.102EFLOP/s ของ Frontier ก็ยังเร็วกว่าอันดับสองที่ตามมาอย่าง Fugaku ถึง 2.5 เท่า แม้ Fugaku เองจะเพิ่งถีบตัวเองขึ้นมาเป็นอันดับสองเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี้ด้วยเหมือนกัน

อนึ่ง ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ระดับ “Exascale” นี้ นิยามไว้ว่า เป็นเครื่องที่สามารถประมวลผลตัวเลขในระดับเลขทศนิยม 10 ยกกำลัง 18 (One Quintillion) ได้ภายในหนึ่งวินาที หรือเรียกเป็นหน่วยสเกลความเร็วว่า 1 exaFLOP/s หรือมากกว่า เป็นต้น

ส่วนเครื่องอันดับสามยังคงเป็น Lumi เจ้าเดิมที่ครองตำแหน่งมาตั้งแต่มิถุนายน แม้จะไม่ได้มีการเพิ่มความเร็วจากเดิมก็ตาม แต่ที่น่าจับตามองคือ Leonardo ที่ถีบตัวเองขึ้นมาที่อันดับ 4 ไกลมากจากที่เมื่อมิถุนายนยังเพิ่งอยู่ในอันดับ 150 ใน TOP500 เอง

กลับมาที่ Frontier ที่นอกจากขึ้นแท่นอันดับสูงสุดในแง่ของความเร็วการประมวลผลปกติแล้ว ยังครองอันดับแรงที่สุดในการทดสอบความเหมาะสมของการประมวลผลฟังก์ชั่น AI ที่รู้จักในชื่อ HPL-MxP ตามเกณฑ์ของ High Performance Linpack (HPL) ด้วย

โดยเกณฑ์ดังกล่าวใช้อธิบายว่าระบบสามารถแก้สมการเชิงเส้นที่ซับซ้อนได้ดีมากน้อยเพียงใด ทั้งนี้ รายละเอียดของซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ทำงานปกติได้เร็วที่สุด 10 อันดับแรก ตามลิสต์ของ TOP500 ล่าสุด มีดังต่อไปนี้

อันดับ 1: Frontier
เป็นระบบ HPE Cray EX ของกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ใช้ซีพียู AMD EPYC™ แบบ 3rd Gen มี 8,730,112 คอร์ ที่ปรับให้เข้ากับการทำงานทั้งแบบ HPC และ AI ด้วยชิป AMD Instinct™ 250X พร้อมการเชื่อมต่อแบบ Slingshot-11 ทำความเร็วตามเกณฑ์ HPL ที่ 1.102EFLOP/s

อันดับ 2: Fugaku
ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ฟุกากุเครื่องนี้อยู่ในศูนย์ RIKEN สำหรับวิจัยด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ในเมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น ทดสอบ HPL ได้คะแนน 442.01PFLOP/s พัฒนาขึ้นบนชิป Fujitsu A64FX ที่มีถึง 7,630,848 คอร์

อันดับ 3: LUMI
LUMI เป็นระบบที่ทำงานบน HPE Cray EX ที่ศูนย์ EuroHPC ใน CSC เมือง Kajaani ประเทศฟินแลนด์ ทำความเร็วได้ที่ 151.9 PFLOP/s ใช้ชิป AMD ที่มี 2,220,288 คอร์

อันดับ 4: Leonardo
อยู่ในเมืองบอลโบย่า ประเทศอิตาลี เป็นระบบที่ใช้ชิป Intel ร่วมกับ Nvidia มีทั้งสิ้น 1,463,616 คอร์ ทำความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 174.70PFLOP/s

อันดับ 5: Summit
เป็นระบบของ IBM ตั้งอยู่ในศูนย์ทดลองแห่งชาติ Oak Ridge ในเทนเนสซี่ โดย Summit นี้ทำความเร็วได้ที่ 148.8 PFLOP/s ตามสเกลของ HPL มี 4,356 โหนด แต่ละโหนดมีซีพียู Power9 ที่มี 22 คอร์ 2 ตัว และจีพียู Nvidia Tesla V100 6 ตัว แต่ละตัวมีสตรีมมิ่งมัลติโปรเซสเซอร์ (SM) 80 ตัว โหนดทั้งหลายเชื่อมกันด้วยเครือข่าย Mellanox dual-rail EDR InfiniBand รวมทั้งหมดมี 2,414,592 คอร์

อันดับ 6: Sierra
94.6 PFLOP/s มี 4,320 โหนดที่ใช้ซีพียู Power9 2 ตัว และจีพียู Nvidia Tesla V100 4 ตัว รวมคอร์ทั้งหมด 1,572,480 คอร์ อยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติการแห่งชาติ Lawrence Livermore ในแคลิฟอร์เนีย

อันดับ 7: Sunway TaihuLight
อยู่ในเมืองอู่ซี ประเทศจีน ทำความเร็ว HPL ที่ 93PFLOP/s รวม 10,649,600 คอร์

อันดับ 8: Perlmutter
ทำงานบนแพลตฟอร์ม HPE Cray Shasta มี 761,856 คอร์ ทำความเร็วได้ที่ 70.87 PFLOP/s

อันดับ 9: Selene
เป็นระบบ Nvidia DGX A100 SuperPOD ที่ใช้ชิป AMD EPYC มี 555,520 ทำความเร็วได้ที่ 63.4 PFLOP/s

อันดับ 10: Tianhe-2A (Milky Way-2A)
ใช้ซีพียู Intel Xeon ร่วมกับชิป Matrix-2000 DSP ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีป้องกันประเทศของจีนหรือ NUDT เอง มี 4,981,760 คอร์ ทำความเร็วที่ 61.4 Pflop/s

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – NW

from:https://www.enterpriseitpro.net/10-supercomputer-that-fastest-in-the-world/

HPE เปิดตัวซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ โดยทำราคาในแบบที่องค์กรจับต้องได้

พูดถึงระดับซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ก็ฟังดูแพงมากจนคนทั่วไปเอื้อมไม่ถึงอยู่แล้ว แต่ล่าสุดทาง Hewlett Packard Enterprise ประกาศจะทำให้ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์อยู่ในรูปที่องค์กรทั่วไปเข้าถึงได้ โดยสเกลรุ่น Cray เดิมลงมาให้ถูกลง

โดยรุ่นที่เปิดตัวใหม่นี้ได้แก่ HPE Cray EX และ HPE Cray XD พัฒนาขึ้นบนระบบซุปเปอร์คอมพิวเตอร์แบบเอ็กซ่าสเกลอย่าง Frontier ที่ Oak Ridge National Labs มาพร้อมฮาร์ดแวร์ครบชุด ตั้งแต่ส่วนประมวลผลและหน่วยประมวลผลความเร็วสูง

ไปจนถึงระบบเชื่อมต่อระหว่างกัน สตอเรจ ซอฟต์แวร์ หรือแม้แต่ระบบจ่ายพลังงานและหล่อเย็นที่ยืดหยุ่น ระบบตัวแรก HPE Cray EX2500 มีสถาปัตยกรรมเดียวกันกับซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ HPE Cray EX4000 ที่ใช้กับเครื่องแม่ Frontierแต่มีขนาดเล็กลง 24% เล็กพอที่จะเอาเข้าดาต้าเซ็นเตอร์ขององค์กรทั่วไปได้

ประเด็นคือลดขนาดด้วยการทำระบบความเย็นให้เล็กลงโดยแทบไม่แตะฮาร์ดแวร์เดิมเลย โดยเฉพาะทั้งตัวเซิร์ฟเวอร์เบลดและสวิตช์ ส่วน HPE Cray XD2000 ก็มาในขนาดแค่ 2U เท่านั้น

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – NW

from:https://www.enterpriseitpro.net/hpe-launches-supercomputers-for-the-enterprise/

LANTA ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ของไทยติด Top100 เครื่องเร็วที่สุดในโลก

จากการจัดอันดับ ในหัวข้อที่เกี่ยวกับเครื่องซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ ประจำเดือนพฤศจิกายน 2022 ของ Top500.org พบว่าทาง HPE สามารถที่จะขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของโลกในซิสเต็มที่ชื่อว่า Frontier โดยใช้งานอยู่ที่ Oak Ridge National Laboratory (ORNL) ซึ่งมีคะแนนนำโด่งมาก มี Rpeak สูงมากถึง 1,685.65 PetaFlop

อย่างไรก็ตามก็ยังมีสิ่งที่น่าภูมิใจสำหรับคนไทยอย่างพวกเราเช่นกัน เพราะว่าเครื่องซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ของทาง สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สวทช. (NSTDA) ชื่อว่า LANTA สามารถขึ้นไปยืนอยู่ในอันดับที่ 70 จากการจัดอันดับล่าสุด โดย LANTA เป็นซิสเต็ม LANTA – HPE Cray EX235n, AMD EPYC 7713 64C 2GHz, NVIDIA A100 40GB, Slingshot-11 สามารถทำความเร็วได้ในระดับ 13.77 PFlop/s

คุณสมบัติเพิ่มเติมของ LANTA
– ระบบประมวลผล 31,744 compute cores
– NVIDIA Tesla A100 GPU
– ระบบเครือข่าย: HPE Slingshot Interconnect 200 Gbps
– พื้นที่เก็บข้อมูลของ :Cray ClusterStor E1000 Storage Systems: 10PB HDD + 945TB NVMe

สามารถคลิกดูข้อมูลเพิ่มเติมของ LANTA ได้ที่นี่https://thaisc.io/lanta/

รายละเอียดที่มา

from:https://www.enterpriseitpro.net/lanta-hpe-supercomputer-rank-70-from-top-500/

Dell เปิดตัว PowerEdge XE Server ใหม่ ตอบโจทย์งาน HPC และ AI

Dell เปิดตัว PowerEdge XE Server รุ่นใหม่ ตอบโจทย์งาน High Performance Computing และ AI

Credit: Dell

Dell ได้ประกาศเปิดตัว PowerEdge XE Server ออกมาด้วยกัน 3 รุ่น ได้แก่ PowerEdge XE9680, XE9640 และ XE8640 โดยเป็น Server ระดับสูงที่ออกแบบมาสำหรับงาน HPC หรือ AI รองรับการระบายความร้อนด้วยเทคโนโลยี Smart Cooling โดย PowerEdge XE9680 นั้นมีประสิทธิภาพสูงที่สุด รองรับการติดตั้ง GPU NVIDIA H100 Tensor Core หรือ A100 Tensor Core จำนวน 8 ตัว และรองรับหน่วยประมวลผล 4th Gen Intel Xeon Scalable จำนวน 2 ตัว ส่วน PowerEdge XE9640 นั้นรองรับ Intel Data Center Max OAM GPUs จำนวน 4 ตัว รองรับการใช้งาน Liquid Cooling และ PowerEdge XE8640 รองรับ NVIDIA H100 Tensor Core จำนวน 4 ตัว แต่ใช้ระบบระบายความร้อนด้วยลมเพียงอย่างเดียว สำหรับ Server ทั้งสามรุ่น จะพร้อมวางจำหน่ายภายในช่วงต้นปี 2023

นอกจากนี้ Dell ยังเปิดตัวบริการ Dell APEX High Performance Computing เพื่อให้องค์กรสามารถใช้บริการ HPC แบบ Subscription-based ได้ มีเครื่องมือต่างๆมาให้อย่างครบครัน เช่น HPC Cluster manager, Container orchestrator และ Workload Manager ปัจจุบันมี Workload ให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ Life Science และ Manufacturing พร้อมให้บริการลูกค้าในสหรัฐอเมริกาแล้ว

ที่มา: https://www.dell.com/en-us/dt/corporate/newsroom/announcements/detailpage.press-releases~usa~2022~11~20221114-dell-technologies-advances-high-performance-computing–and–ai-with-dell-poweredge-servers-and-dell-apex-innovation.htm

from:https://www.techtalkthai.com/dell-launches-new-poweredge-xe-server-for-hpc-and-ai/

เอชพีอี แนะนำเครื่องเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant Gen11 รองรับโลกการทำงานแบบไฮบริด

Hewlett Packard Enterprise (HPE) ประกาศเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์ยุคใหม่สำหรับการใช้งานบนคลาวด์ ที่ออกแบบเพื่อระบบแบบไฮบริด และการปฏิวัติทางดิจิทัลโดยเฉพาะ

เครื่องเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant Gen11 ใหม่นี้จะช่วยให้องค์กรทั้งหลายได้ระบบประมวลผลที่สะดวกสบาย ไว้ใจได้ และยกระดับความสามารถในการทำงานได้ดีที่สุด เหมาะอย่างยิ่งกับเวิร์กโหลดสมัยใหม่หลายต่อหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น AI, ML, Data analytic, Virtual Desktop Infrastructure (VDI), Virtualization, Container แอปพลิเคชั่นสำหรับทำงานบนคลาวด์ แอปพลิเคชั่นที่มีเวิร์กโหลดกราฟิกหนักหน่วง เป็นต้น

“รากฐานของรูปแบบการทำงานไฮบริดก็คือระบบประมวลผล” Neil MacDonald รองประธานบริหาร และผู้จัดการทั่วไปฝ่ายผลิตภัณฑ์ Compute ที่ HPE กล่าว “HPE Compute พาธุรกิจให้ไปใกล้กับ Edge ที่เป็นจุดกำเนิดของข้อมูลมากที่สุด เป็นตำแหน่งที่ให้ประสบการณ์การทำงานบนคลาวด์แบบใหม่ ซึ่งเป็นที่ที่ระบบความปลอดภัยผสานเป็นหนึ่งเดียว ด้วยเซิร์ฟเวอร์ใหม่อย่าง HPE ProLiant Gen11 ที่ถูกออกแบบมาสำหรับโลกไฮบริดโดยเฉพาะ ให้การใช้งานผ่านคลาวด์ที่เรียบง่าย แต่คงไว้ซึ่งความปลอดภัยที่มั่นใจตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ และออกมาเพื่อผลักดันประสิทธิภาพการทำงานให้ถึงขีดสุด”

รับชม VDO : สู่ยุคของดาต้าด้วย HPE ProLiant เจนใหม่ ให้คุณก้าวสู่โลกไฮบริดได้ตามต้องการ

เปิดประสบการณ์คลาวด์ที่ดีกว่า

บนเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant ของเราจะมีบริการ HPE GreenLake for Compute Ops Management (COM) ที่เป็นคอนโซลจัดการแบบคลาวด์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานประจำวันด้วยการสร้างระบบอัตโนมัติอย่างปลอดภัย ทั้งการเข้าถึง ตรวจสอบ และจัดการเซิร์ฟเวอร์ ไม่ว่าจะเป็นระบบประมวลผลรูปแบบไหนก็ตาม

คอนโซลนี้ให้ทั้งความเรียบง่าย รวมศูนย์กลางทุกอย่าง อัดแน่นด้วยฟังก์ชั่นการทำงานแบบอัตโนมัติ ให้ลูกค้าควบคุมทรัพยากรประมวลผลของตัวเองได้ครอบคลุมทั่วโลกแบบเจาะลึก ช่วยให้เข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ที่กระจัดกระจายหลายพันตัวได้ง่าย ๆ แถมได้ประโยชน์จากการอัพเดทเฟิร์มแวร์ที่รวดเร็ว เหลือเวลามาจัดการงานทางธุรกิจอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องรับภาระจัดการระบบไอทีที่ซับซ้อนอีก

HPE GreenLake for Compute Ops Management (COM) ยังมีรายงานการปล่อยคาร์บอนสำหรับองค์กรที่ให้ความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อม โดยสามารถตรวจสอบการใช้พลังงานของเซิร์ฟเวอร์แต่ละตัว ไปจนถึงระบบโดยรวมทั้งหมดได้

ควบคุมความปลอดภัยตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ

HPE มุ่งมั่นสร้างระบบที่ปลอดภัยไม่ว่าจะเป็นส่วนของ Edge ขึ้นไปจนถึงคลาวด์ ควบคุมดูแลตั้งแต่ระดับชิป ด้วย HPE Silicon Root of Trust ที่เป็นความสามารถเฉพาะตัวของเราด้านความปลอดภัยของข้อมูล ช่วยปกป้องโค้ดเฟิร์มแวร์หลายล้านบรรทัด จากทั้งมัลแวร์ และแรนซั่มแวร์ได้ด้วย ร่องรอยทางดิจิทัลที่ต้องล็อกให้จำเพาะกับตัวเซิร์ฟเวอร์ จนปัจจุบัน HPE Silicon Root of Trust ได้ช่วยประกันความปลอดภัยของเซิร์ฟเวอร์ HPE มาแล้วหลายล้านเครื่องทั่วโลก

เซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant เจนใหม่นี้ถูกพัฒนาขึ้นด้วยนวัตกรรมด้านความปลอดภัยนี้เช่นกัน พร้อมกับฟีเจอร์ใหม่มากมายที่ช่วยปกป้องทั้งข้อมูลและตัวระบบ ได้แก่:

– การตรวจสอบความถูกต้องและตัวตนจริงของชิ้นส่วนอุปกรณ์ ด้วยระบบ HPE Integrated Lights-Out (iLO) – “iLO6” ใหม่ล่าสุด ที่เป็นซอฟต์แวร์จัดการเซิร์ฟเวอร์จากระยะไกล ให้ลูกค้าเข้าถึงอย่างปลอดภัยทั้งการตั้งค่า เฝ้าตรวจสอบ และอัพเดท HPE เซิร์ฟเวอร์ ได้อย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์การยืนยันตนที่ใช้ Security Protocol and Data Model (SPDM) ซึ่งเป็นความสามารถด้านคีย์เข้ารหัสในเซิร์ฟเวอร์เพื่อใช้ยืนยัน และตรวจสอบความปลอดภัยของอุปกรณ์ตามมาตรฐานสากล

– ป้องกันการเปลี่ยนแปลงข้อมูลตัวตนที่จำเพาะของเซิร์ฟเวอร์ ด้วยใบรับรองดิจิทัลสำหรับแพลตฟอร์ม และใช้ Secure Device Identity (iDevID) เป็นพื้นฐานจากโรงงาน

– เพิ่มระดับการยืนยันตัวตนที่ถูกต้องด้วยการตรวจสอบความปลอดภัยของการบูท และสถานะระบบ ผ่านตัว Trusted Platform Module (TPM)

– ใช้ระบบความปลอดภัยสูงสุดด้วย HPE Trusted Supply Chain ที่เป็นระบบมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ จนถึงปลายน้ำ ด้วยการรับรองเซิร์ฟเวอร์ ที่เสริมความแข็งแกร่งด้านความปลอดภัยของข้อมูล ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตจนถึงยกเลิกการใช้งาน และล่าสุด HPE ได้ขยายนโยบายบริการนี้ไม่เฉพาะแต่ในสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการส่งออกไปทั่วโลกอีกด้วย

เพิ่มประสิทธิภาพของทุกเวิร์กโหลดให้ถึงขีดสุด

องค์กรต่าง ๆ ใช้เวิร์กโหลดที่มีความต้องการระบบมากอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่ว่าจะเป็น AI, ML หรือโปรเจ็กต์ที่ต้องเรนเดอร์กราฟฟิกทั้งหลาย ที่ต้องการทรัพยากร และกำลังการประมวลผลที่เร็วแรงยิ่งกว่าเดิม ซึ่งเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant เจนใหม่นี้ได้พัฒนาให้ได้ประสิทธิภาพสูงสำหรับองค์กรที่ต้องการใช้ข้อมูลอย่างเข้มข้น รองรับสถาปัตยกรรมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นชิป 4th Generation AMD EPYC™, 4th Gen Intel® Xeon® Scalable, หรือ Ampere® Altra® และ Ampere® Altra® Max Cloud Native เป็นต้น

เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าแล้ว เซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant Gen11 ตัวใหม่รองรับ I/O แบนด์วิธได้เพิ่มขึ้นสองเท่า เหมาะกับแอปพลิเคชั่นที่มีความต้องการพลังการประมวลผลสูงๆ เพิ่มคอร์ต่อซีพียูขึ้น 50% ยกระดับความเข้มข้นของการประมวลผลเวิร์กโหลด รวมทั้งเพิ่มความหนาแน่นของ GPU ประสิทธิภาพสูงอีก 33% ให้รองรับเวิร์กโหลดพิเศษอย่าง AI และที่เน้นหนักด้านกราฟิก

ผู้ให้บริการและองค์กรทั้งหลายที่กำลังหันมาใช้เวิร์กโหลดแบบคลาวด์เนทีฟ ล้วนต้องการระบบประมวลผลที่ออกแบบมาเพื่อคลาวด์เนทีฟโดยเฉพาะ ให้ได้ทั้งความคล่องตัวและความยืดหยุ่นในการผลักดันนวัตกรรมใหม่ๆ ของตนเอง ซึ่งเมื่อมิถุนายน 2022 ที่ผ่านมา HPE ได้ประกาศการเป็นผู้จำหน่ายเซิร์ฟเวอร์เซิร์ฟเวอร์ใช้ชิปสำหรับคลาวด์เนทีฟโดยเฉพาะ อย่าง Ampere® Altra® และ Ampere® Altra® Max Cloud Native Processor ในเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant RL300 Gen11 ตัวใหม่

ใช้โมเดลจ่ายตามปริมาณการใช้งานได้ กับ HPE GreenLake

องค์กรที่กำลังมองการปรับเปลี่ยนไปสู่อนาคต สามารถเลือกใช้ระบบประมวลผลยุคใหม่ของ HPE ได้ทั้งการจัดซื้อในรูปแบบปกติ หรือจะหันมาใช้โมเดลแบบ Pay-as-you-Go ด้วย HPE GreenLake ก็ได้ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มบริการผ่านคลาวด์ที่เปิดให้ลูกค้าเข้ามาปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานให้ทันสมัย ในแบบที่เน้นการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเป็นสำคัญ รวมมากกว่า 70 บริการที่สามารถรันได้ทั้งฝั่ง On-Premises, ฝั่ง Edge, ในโคโลเคชั่น, หรือแม้แต่บนพับบลิกคลาวด์

นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถนำระบบเดิมที่มีอยู่มาเทิร์นเป็นเครดิต หรือลงทุนเพิ่มเฉพาะส่วนต่างเพื่ออัพเกรดเทคโนโลยีผ่านโครงการ HPE Financial Services (HPEFS) ได้ด้วย

from:https://www.enterpriseitpro.net/%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b5-%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b4/

เอชพีอี แนะนำเครื่องเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant Gen11 รองรับโลกการทำงานแบบไฮบริด

Hewlett Packard Enterprise (HPE) ประกาศเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์ยุคใหม่สำหรับการใช้งานบนคลาวด์ ที่ออกแบบเพื่อระบบแบบไฮบริด และการปฏิวัติทางดิจิทัลโดยเฉพาะ

เครื่องเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant Gen11 ใหม่นี้จะช่วยให้องค์กรทั้งหลายได้ระบบประมวลผลที่สะดวกสบาย ไว้ใจได้ และยกระดับความสามารถในการทำงานได้ดีที่สุด เหมาะอย่างยิ่งกับเวิร์กโหลดสมัยใหม่หลายต่อหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น AI, ML, Data analytic, Virtual Desktop Infrastructure (VDI), Virtualization, Container แอปพลิเคชั่นสำหรับทำงานบนคลาวด์ แอปพลิเคชั่นที่มีเวิร์กโหลดกราฟิกหนักหน่วง เป็นต้น

“รากฐานของรูปแบบการทำงานไฮบริดก็คือระบบประมวลผล” Neil MacDonald รองประธานบริหาร และผู้จัดการทั่วไปฝ่ายผลิตภัณฑ์ Compute ที่ HPE กล่าว “HPE Compute พาธุรกิจให้ไปใกล้กับ Edge ที่เป็นจุดกำเนิดของข้อมูลมากที่สุด เป็นตำแหน่งที่ให้ประสบการณ์การทำงานบนคลาวด์แบบใหม่ ซึ่งเป็นที่ที่ระบบความปลอดภัยผสานเป็นหนึ่งเดียว ด้วยเซิร์ฟเวอร์ใหม่อย่าง HPE ProLiant Gen11 ที่ถูกออกแบบมาสำหรับโลกไฮบริดโดยเฉพาะ ให้การใช้งานผ่านคลาวด์ที่เรียบง่าย แต่คงไว้ซึ่งความปลอดภัยที่มั่นใจตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ และออกมาเพื่อผลักดันประสิทธิภาพการทำงานให้ถึงขีดสุด”

รับชม VDO : สู่ยุคของดาต้าด้วย HPE ProLiant เจนใหม่ ให้คุณก้าวสู่โลกไฮบริดได้ตามต้องการ

เปิดประสบการณ์คลาวด์ที่ดีกว่า

บนเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant ของเราจะมีบริการ HPE GreenLake for Compute Ops Management (COM) ที่เป็นคอนโซลจัดการแบบคลาวด์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานประจำวันด้วยการสร้างระบบอัตโนมัติอย่างปลอดภัย ทั้งการเข้าถึง ตรวจสอบ และจัดการเซิร์ฟเวอร์ ไม่ว่าจะเป็นระบบประมวลผลรูปแบบไหนก็ตาม

คอนโซลนี้ให้ทั้งความเรียบง่าย รวมศูนย์กลางทุกอย่าง อัดแน่นด้วยฟังก์ชั่นการทำงานแบบอัตโนมัติ ให้ลูกค้าควบคุมทรัพยากรประมวลผลของตัวเองได้ครอบคลุมทั่วโลกแบบเจาะลึก ช่วยให้เข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ที่กระจัดกระจายหลายพันตัวได้ง่าย ๆ แถมได้ประโยชน์จากการอัพเดทเฟิร์มแวร์ที่รวดเร็ว เหลือเวลามาจัดการงานทางธุรกิจอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องรับภาระจัดการระบบไอทีที่ซับซ้อนอีก

HPE GreenLake for Compute Ops Management (COM) ยังมีรายงานการปล่อยคาร์บอนสำหรับองค์กรที่ให้ความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อม โดยสามารถตรวจสอบการใช้พลังงานของเซิร์ฟเวอร์แต่ละตัว ไปจนถึงระบบโดยรวมทั้งหมดได้

ควบคุมความปลอดภัยตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ

HPE มุ่งมั่นสร้างระบบที่ปลอดภัยไม่ว่าจะเป็นส่วนของ Edge ขึ้นไปจนถึงคลาวด์ ควบคุมดูแลตั้งแต่ระดับชิป ด้วย HPE Silicon Root of Trust ที่เป็นความสามารถเฉพาะตัวของเราด้านความปลอดภัยของข้อมูล ช่วยปกป้องโค้ดเฟิร์มแวร์หลายล้านบรรทัด จากทั้งมัลแวร์ และแรนซั่มแวร์ได้ด้วย ร่องรอยทางดิจิทัลที่ต้องล็อกให้จำเพาะกับตัวเซิร์ฟเวอร์ จนปัจจุบัน HPE Silicon Root of Trust ได้ช่วยประกันความปลอดภัยของเซิร์ฟเวอร์ HPE มาแล้วหลายล้านเครื่องทั่วโลก

เซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant เจนใหม่นี้ถูกพัฒนาขึ้นด้วยนวัตกรรมด้านความปลอดภัยนี้เช่นกัน พร้อมกับฟีเจอร์ใหม่มากมายที่ช่วยปกป้องทั้งข้อมูลและตัวระบบ ได้แก่:

– การตรวจสอบความถูกต้องและตัวตนจริงของชิ้นส่วนอุปกรณ์ ด้วยระบบ HPE Integrated Lights-Out (iLO) – “iLO6” ใหม่ล่าสุด ที่เป็นซอฟต์แวร์จัดการเซิร์ฟเวอร์จากระยะไกล ให้ลูกค้าเข้าถึงอย่างปลอดภัยทั้งการตั้งค่า เฝ้าตรวจสอบ และอัพเดท HPE เซิร์ฟเวอร์ ได้อย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์การยืนยันตนที่ใช้ Security Protocol and Data Model (SPDM) ซึ่งเป็นความสามารถด้านคีย์เข้ารหัสในเซิร์ฟเวอร์เพื่อใช้ยืนยัน และตรวจสอบความปลอดภัยของอุปกรณ์ตามมาตรฐานสากล

– ป้องกันการเปลี่ยนแปลงข้อมูลตัวตนที่จำเพาะของเซิร์ฟเวอร์ ด้วยใบรับรองดิจิทัลสำหรับแพลตฟอร์ม และใช้ Secure Device Identity (iDevID) เป็นพื้นฐานจากโรงงาน

– เพิ่มระดับการยืนยันตัวตนที่ถูกต้องด้วยการตรวจสอบความปลอดภัยของการบูท และสถานะระบบ ผ่านตัว Trusted Platform Module (TPM)

– ใช้ระบบความปลอดภัยสูงสุดด้วย HPE Trusted Supply Chain ที่เป็นระบบมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ จนถึงปลายน้ำ ด้วยการรับรองเซิร์ฟเวอร์ ที่เสริมความแข็งแกร่งด้านความปลอดภัยของข้อมูล ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตจนถึงยกเลิกการใช้งาน และล่าสุด HPE ได้ขยายนโยบายบริการนี้ไม่เฉพาะแต่ในสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการส่งออกไปทั่วโลกอีกด้วย

เพิ่มประสิทธิภาพของทุกเวิร์กโหลดให้ถึงขีดสุด

องค์กรต่าง ๆ ใช้เวิร์กโหลดที่มีความต้องการระบบมากอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่ว่าจะเป็น AI, ML หรือโปรเจ็กต์ที่ต้องเรนเดอร์กราฟฟิกทั้งหลาย ที่ต้องการทรัพยากร และกำลังการประมวลผลที่เร็วแรงยิ่งกว่าเดิม ซึ่งเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant เจนใหม่นี้ได้พัฒนาให้ได้ประสิทธิภาพสูงสำหรับองค์กรที่ต้องการใช้ข้อมูลอย่างเข้มข้น รองรับสถาปัตยกรรมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นชิป 4th Generation AMD EPYC™, 4th Gen Intel® Xeon® Scalable, หรือ Ampere® Altra® และ Ampere® Altra® Max Cloud Native เป็นต้น

เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าแล้ว เซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant Gen11 ตัวใหม่รองรับ I/O แบนด์วิธได้เพิ่มขึ้นสองเท่า เหมาะกับแอปพลิเคชั่นที่มีความต้องการพลังการประมวลผลสูงๆ เพิ่มคอร์ต่อซีพียูขึ้น 50% ยกระดับความเข้มข้นของการประมวลผลเวิร์กโหลด รวมทั้งเพิ่มความหนาแน่นของ GPU ประสิทธิภาพสูงอีก 33% ให้รองรับเวิร์กโหลดพิเศษอย่าง AI และที่เน้นหนักด้านกราฟิก

ผู้ให้บริการและองค์กรทั้งหลายที่กำลังหันมาใช้เวิร์กโหลดแบบคลาวด์เนทีฟ ล้วนต้องการระบบประมวลผลที่ออกแบบมาเพื่อคลาวด์เนทีฟโดยเฉพาะ ให้ได้ทั้งความคล่องตัวและความยืดหยุ่นในการผลักดันนวัตกรรมใหม่ๆ ของตนเอง ซึ่งเมื่อมิถุนายน 2022 ที่ผ่านมา HPE ได้ประกาศการเป็นผู้จำหน่ายเซิร์ฟเวอร์เซิร์ฟเวอร์ใช้ชิปสำหรับคลาวด์เนทีฟโดยเฉพาะ อย่าง Ampere® Altra® และ Ampere® Altra® Max Cloud Native Processor ในเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant RL300 Gen11 ตัวใหม่

ใช้โมเดลจ่ายตามปริมาณการใช้งานได้ กับ HPE GreenLake

องค์กรที่กำลังมองการปรับเปลี่ยนไปสู่อนาคต สามารถเลือกใช้ระบบประมวลผลยุคใหม่ของ HPE ได้ทั้งการจัดซื้อในรูปแบบปกติ หรือจะหันมาใช้โมเดลแบบ Pay-as-you-Go ด้วย HPE GreenLake ก็ได้ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มบริการผ่านคลาวด์ที่เปิดให้ลูกค้าเข้ามาปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานให้ทันสมัย ในแบบที่เน้นการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเป็นสำคัญ รวมมากกว่า 70 บริการที่สามารถรันได้ทั้งฝั่ง On-Premises, ฝั่ง Edge, ในโคโลเคชั่น, หรือแม้แต่บนพับบลิกคลาวด์

นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถนำระบบเดิมที่มีอยู่มาเทิร์นเป็นเครดิต หรือลงทุนเพิ่มเฉพาะส่วนต่างเพื่ออัพเกรดเทคโนโลยีผ่านโครงการ HPE Financial Services (HPEFS) ได้ด้วย

from:https://www.enterpriseitpro.net/hpe-proliant-gen11-new-release/

สุดยอด! ซุปเปอร์คอมพ์ของ HPE ช่วยพยากรณ์ได้ว่าอากาศในสิงคโปร์ จะร้อนหรือฝนตก

HPE สร้างผลงานจากซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ของตัวเองอีกครั้ง ด้วยการสนับสนุนการทำงานของสำนักพยากรณ์อากาศของสิงคโปร์หรือ MSS เพื่อให้การทำนายและวิจัยด้านภูมิอากาศในประเทศและระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ดียิ่งขึ้น

ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์เครื่องใหม่นี้ใช้สถาปัตยกรรม Cray EX ที่ใช้ชิป AMD EPYC เหมือนตัวระดับเอซะสเกลอย่าง Frontier ในสหรัฐฯ ที่ตอนนี้ขึ้นอันดับเร็วที่สุดในโลก ทาง HPE ระบุเครื่องใหม่นี้ทำงานได้ประสิทธิภาพเหนือกว่ารุ่นเดิมของ MSS ถึงสองเท่า

ทำประสิทธิภาพสูงสุดได้ที่ 401.4 เทอราฟล็อป ทำให้ยกระดับความแม่นยำของการพยากรณ์ได้ด้วยการพัฒนาโมเดลตัวเลขที่ใช้ตั้งค่า และช่วยวิเคราะห์ผลการสำรวจข้อมูลอากาศทั้งฝั่งภาคพื้นและบนชั้นบรรยากาศ

หน่วยงานนี้ใช้ระบบพยากรณ์อากาศเชิงตัวเลขที่ชื่อ SINGV ซึ่งคิดค้นโดยศูนย์วิจัยด้านภูมิอากาศแห่งสิงคโปร์ (CCRS) ที่อยู่ภายใต้ MSS อีกที ร่วมกับสำนักงาน MET ของอังกฤษ ใช้สำหรับพยากรณ์อากาศในประเทศและภูมิภาคโดยรอบโดยเฉพาะ

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – Theregister

from:https://www.enterpriseitpro.net/hpe-supercomputer-to-tell-singapore/

Arm เผยแผนพัฒนาหน่วยประมวลผล Neoverse V2

Arm เผยแผนพัฒนาหน่วยประมวลผล Neoverse V2 สำหรับตลาด Cloud, Hyperscale และ HPC

Credit: Arm

Arm เผยแผนกลยุทธ์พัฒนาหน่วยประมวลผล Arm Neoverse V2 หรือโค้ดเนม Demeter โดยจะมีการรีดประสิทธิภาพต่อ Thread ให้สูงที่สุด เพื่อเจาะตลาด Cloud, Hyperscale และ High-Performance Computing (HPC) ก่อนหน้านี้ Arm ได้เคยเปิดตัว Arm Neoverse เมื่อปี 2018 เพื่อมาแข่งขันกับ Intel Xeon และ AMD Epyc และหลังจากนั้นมีการแบ่งออกเป็น 3 Series สำหรับแต่ละงานประมวลผล ได้แก่ V-series, N-series และ E-series

Arm กำลังร่วมมือกับพาร์ทเนอร์หลายรายในการออกแบบหน่วยประมวลผล Neoverse V2 ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ NVIDIA ที่จะใช้ Neoverse V2 เป็นพื้นฐานในการประมวลผลใน NVDIA Grace CPU โดยจะทำการรวมจุดเด่นในด้านประสิทธิภาพ รวมถึงการประหยัดพลังงานของ V2 และเทคโนโลยีหน่วยความจำ LPDDR5x เข้าด้วยกัน เพื่อให้มีประสิทธิต่อ Watt สูงขึ้นเป็น 2 เท่า เมื่อเทียบกับ Server ทั่วไปตามท้องตลาด ปัจจุบัน NVIDIA Grance ได้เข้าสู่กระบวนการผลิตแล้ว นอกจากนี้ยังมีลูกค้าหลายรายนำ Neoverse V2 ไปใช้ในการพัฒนาหน่วยประมวลผลแล้ว เช่น Ampere Computing LLC, Marvell Technolofies Inc. และ Amazon Web Services

อย่างไรก็ตาม Arm ไม่ได้เผยข้อมูลชิปตัวใหม่ในตระกูล N-series และ E-series ออกมามากนัก เนื่องจากอยู่ระหว่างการพัฒนา โดยชิปรุ่นใหม่ทั้งหมดจะถูกเปิดตัวในปี 2023 ได้แก่ V-series ที่เน้นประสิทธิภาพสูงสุด, N-series ที่เน้นประสิทธิภาพและจำนวน Thread ส่วน E-Series ออกแบบมาสำหรับประมวลผลข้อมูล เช่น 5G, RAN และ Edge Networking

ที่มา: https://siliconangle.com/2022/09/14/arm-unveils-updated-neoverse-cpu-roadmap-targeting-cloud-hyperscale-hpc-workloads/

from:https://www.techtalkthai.com/arm-reveals-arm-neoverse-v2-cpu-roadmap/

Qualcomm เตรียมกลับสังเวียนตลาดเซิร์ฟเวอร์ด้วยชิปตัวใหม่ พร้อมลุยตลาด HPC

มีข่าววงในลือกันว่า บริษัทที่ขึ้นชื่อเรื่องชิปประหยัดพลังงานแบบ Arm อย่าง Qualcomm กำลังจะลุยตลาดหน่วยประมวลผลระดับเซิร์ฟเวอร์หรือ HPC ที่มีมูลค่าสูงถึง 2.8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อีกครั้ง แล้วลดการพึ่งพาตลาดสมาร์ทโฟนแทน

โดยกำลังมองหาลูกค้าที่ต้องการชิปของธุรกิจที่ตัวเองพึ่งซื้อมา เช่นสตาร์ทอัพอย่าง Nuvia แถมลือให้แซ่ดอีกว่าลูกค้ารายใหญ่เช่น AWS ของแอมะซอน ก็กำลังมองชิปเซิร์ฟเวอร์ล็อตใหญ่จาก Qualcomm เองอยู่ด้วยเหมือนกัน

ทั้งทาง Qualcomm และแอมะซอนยังปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับข่าวนี้ แต่หุ้น Qualcomm ในตลาดนิวยอร์กก็พุ่งขึ้น 2.9% มาอยู่ที่ 152.91 ดอลลาร์ฯ หลังสำนักข่าวบลูมเบิร์กออกมาตีข่าวนี้ ซึ่งก่อนหน้าราคาหุ้นเคยร่วงลงกว่า 19% ในปีนี้ตามกระแสตลาดชิป

ซีอีโอ Cristiano Amon พยายามเปลี่ยนโฉม Qualcomm ให้เป็นผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในตลาดที่กว้างกว่าเดิม แทนที่จะจำกัดตัวเองเป็นแค่ผู้ผลิตชิปสำหรับสมาร์ทโฟนรายต้นๆ แต่ช่วงแรกที่หันมาลุยตลาดเซิร์ฟเวอร์กลับเจออุปสรรคจนต้องพักก่อนนานกว่า 4 ปี

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – Datacenterknowledge

from:https://www.enterpriseitpro.net/qualcomm-is-plotting-a-return-to-server-market-with-new-chip/