คลังเก็บป้ายกำกับ: home

อินเทลเริ่มเอาพนักงานในแคลิฟอร์เนียออก 544 ตำแหน่งตามแผนที่เคยแจ้งเตือนปีที่แล้ว

ช่วงสัปดาห์ก่อน อินเทลยื่นเอกสารแจ้งเตือนเกี่ยวกับเรื่องการปรับแผนด้านพนักงาน (WARN) แก่ทางการรัฐแคลิฟอร์เนีย ระบุถึงแผนที่จะลดพนักงานจำนวน 544 ตำแหน่ง แบ่งเป็น 201 ตำแหน่งในสำนักงานใหญ่เมือง Santa Clara และเมือง Folsom

สำหรับพนักงานในศูนย์วิจัยและพัฒนา Folsom จะแบ่งเป็น 176 คนแรกที่เลย์ออฟเดือนนี้ และอีก 167 คนในเดือนมีนาคม ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว อินเทลประกาศว่าจะเลย์ออฟพนักงาน “จำนวนประมาณหนึ่ง” และปิดธุรกิจบางผลิตภัณฑ์เพื่อลดค่าใช้จ่ายสำหรับรับมือปัญหาเศรษฐกิจ

ยักษ์ใหญ่ด้านผลิตชิปเจ้านี้ก็มองเห็นตัวเลขยอดขายตัวเองร่วงลงเกือบ 20 เปอร์เซ็นต์มาแล้วในช่วงปีที่ผ่านมา อ้างอิงจากตัวเลขล่าสุดของ Gartner จึงไม่แปลกที่อินเทลต้องการลดบัดเจ็ทตัวเองลงสัก 3 พันล้านเหรียญฯ เริ่มจากปีนี้

ยังไม่พอ ยังแพลนจะลดอีก 8 พันล้านเหรียญฯ ในปีถัดไป และประหยัดอีก 1 หมื่นล้านเหรียญฯ ให้ได้ในปี 2025 ขณะนี้บริษัทน่าจะมีพนักงานทั่วโลกมากกว่า 120,000 คน ดังนั้นการเลย์ออฟแค่ 544 คนในพื้นที่สำนักงานใหญ่ถือเป็นส่วนน้อยมากๆ

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – TheRegister

from:https://www.enterpriseitpro.net/intel-warn-layoffs-staffs/

กูเกิ้ลแจ้งพนักงานว่า มีโอกาสโดนประเมินประสิทธิภาพต่ำมากกว่าเดิมในปี 2023 นี้

จะมีพนักงานกูเกิ้ลจำนวนมากที่เสี่ยงโดนประเมินว่ามีประสิทธิภาพต่ำ โดยพนักงานที่จะได้คะแนนระดับสูงจะลดน้อยลงเมื่อระบบประเมินประสิทธิภาพการทำงานแบบใหม่ที่เริ่มใช้ในปี 2023 นี้ อ้างอิงจากข่าววงในของ CNBC

โดยในการประชุมล่าสุดเมื่อสัปดาห์ก่อน เหล่าผู้บริหารได้อธิบายกระบวนการประเมินพนักงานแบบใหม่ที่คาดว่าจะมีพนักงานประจำถึง 6% ที่จะตกอยู่ในกลุ่มด้อยประสิทธิภาพที่เสี่ยงต่อการโดนจัดการตามขั้นตอน

เทียบกับระบบเดิมที่กลุ่มนี้มีแค่ 2% เท่านั้น นอกจากนี้ กลุ่มที่จะได้รับคะแนนประเมินระดับสูงก็จะน้อยลง เพราะได้ยากมากขึ้น คาดว่าน่าจะเหลือพนักงานแค่ 22% จากเดิม 27% ที่จะประเมินได้คะแนนระดับสูงสุดสองระดับแรก

ดังนั้น พนักงานทุกคนจะเสมือนโดนบังคับให้ปรับปรุงเปลี่ยนรูปแบบการทำงานใหม่ให้ถึงขั้นที่ “ได้ตามเป้าที่ปกติมักทำได้ไม่ถึง” รวมทั้งทำผลงานชนิดที่ “เกินกว่าบริษัทคาดว่าจะทำได้” ถึงแม้กูเกิ้ลเองค่อนข้างเลี่ยงที่จะเอาพนักงานออกตรงๆ เหมือนบริษัทไอทีอื่นๆ แต่ระบบใหม่นี้ก็สร้างความกังวลให้พนักงานไม่น้อยเลยทีเดียว

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – cnbc

from:https://www.enterpriseitpro.net/google-tells-employees-more-of-them-will-be-at-risk/

พนักงานเมตาโวยว่าไม่ได้ค่าชดเชยเลิกจ้างตามที่ตกลง

มีกลุ่มพนักงานเมตาที่เคยเข้าร่วมงานผ่านโครงการฝึกอบรม Sourcer Development Program ของบริษัท ออกมาให้ข่าวว่า พวกเขาได้รับแพกเกจค่าตอบแทนจากการโดนเลิกจ้างน้อยกว่าพนักงานรายอื่นๆ ที่เพิ่งถูกเลย์ออฟไปก่อนหน้านี้

โครงการนี้เคยออกมาเพื่อช่วยให้ผู้ที่มีประสบการณ์หลากหลาย อารมณ์จบไม่ตรงสาย ไม่มีประสบการณ์ตรง ได้มีโอกาสเข้ามาฝึกงานในตำแหน่งต่างๆ ของบริษัทไอทีขนาดใหญ่อย่างเมต้า ซึ่งกลุ่มนี้ก็โดนหางเลขเลย์ออฟครั้งใหญ่ไปด้วยประมาณ 60 คน

เป็นครั้งเดียวกับที่เลย์ออฟรวมทั้งบริษัท 11,000 คนเมื่อเดือนที่แล้ว โดยคนกลุ่มโครงการพิเศษนี้ให้ข่าวว่า ได้ร่วมโครงการตั้งแต่เมษายน ในรูปของพนักงานถาวรระยะสั้นที่ไม่ใช่สัญญาจ้างชั่วคราวด้วยซ้ำ ได้รับสวัสดิการครบเหมือนพนักงานประจำทั่วไป

ซึ่งปกติถ้าทำครบปีก็จะมีการพิจารณารับเป็นพนักงานประจำถาวรเป็นรายๆ ไป สำหรับค่าชดเชยนั้น มาร์กเคยประกาศจะให้ถึง 16 สัปดาห์ แล้วบวกตามอายุงานไปปีละสองสัปดาห์ แต่กลุ่มพวกเขาเองกลับได้จริงมาแค่ 8 สัปดาห์เท่านั้น

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – CNBC

from:https://www.enterpriseitpro.net/some-meta-employees-claim/

HPE เปิดตัวซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ โดยทำราคาในแบบที่องค์กรจับต้องได้

พูดถึงระดับซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ก็ฟังดูแพงมากจนคนทั่วไปเอื้อมไม่ถึงอยู่แล้ว แต่ล่าสุดทาง Hewlett Packard Enterprise ประกาศจะทำให้ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์อยู่ในรูปที่องค์กรทั่วไปเข้าถึงได้ โดยสเกลรุ่น Cray เดิมลงมาให้ถูกลง

โดยรุ่นที่เปิดตัวใหม่นี้ได้แก่ HPE Cray EX และ HPE Cray XD พัฒนาขึ้นบนระบบซุปเปอร์คอมพิวเตอร์แบบเอ็กซ่าสเกลอย่าง Frontier ที่ Oak Ridge National Labs มาพร้อมฮาร์ดแวร์ครบชุด ตั้งแต่ส่วนประมวลผลและหน่วยประมวลผลความเร็วสูง

ไปจนถึงระบบเชื่อมต่อระหว่างกัน สตอเรจ ซอฟต์แวร์ หรือแม้แต่ระบบจ่ายพลังงานและหล่อเย็นที่ยืดหยุ่น ระบบตัวแรก HPE Cray EX2500 มีสถาปัตยกรรมเดียวกันกับซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ HPE Cray EX4000 ที่ใช้กับเครื่องแม่ Frontierแต่มีขนาดเล็กลง 24% เล็กพอที่จะเอาเข้าดาต้าเซ็นเตอร์ขององค์กรทั่วไปได้

ประเด็นคือลดขนาดด้วยการทำระบบความเย็นให้เล็กลงโดยแทบไม่แตะฮาร์ดแวร์เดิมเลย โดยเฉพาะทั้งตัวเซิร์ฟเวอร์เบลดและสวิตช์ ส่วน HPE Cray XD2000 ก็มาในขนาดแค่ 2U เท่านั้น

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – NW

from:https://www.enterpriseitpro.net/hpe-launches-supercomputers-for-the-enterprise/

ซิสโก้ประกาศปลดพนักงาน ด้วยเหตุผลด้านการปรับโครงสร้างทางธุรกิจให้สมดุลมากขึ้น

ซิสโก้กล่าวว่ามีการพูดคุยกับพนักงานเรื่องลดจำนวนคนเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา โดยจะลีนองค์กร ลดพื้นที่สำนักงานลงด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อปรับขนาดของบางหน่วยธุรกิจให้เหมาะสม ยืนยันโดยซีอีโอ Chuck Robbins ในงานแถลงผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2023

เขากล่าวถึงแผนที่จะ “ปรับสมดุล” บางธุรกิจโดยเฉพาะกลุ่มคอลลาบอเรต พร้อมย้ำว่าไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนอันดับความสำคัญของแต่ละกลุ่ม แค่จะคุมให้มีขนาดที่เหมาะสม ทั้งนี้เงินที่ใช้ในการปรับโครงสร้างน่าจะรวมประมาณ 600 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

ประกอบด้วยเงินเลิกจ้างและสวัสดิการที่เกี่ยวข้อง ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น โดยแบ่งเป็นงวดแรก 300 ล้านเหรียญฯ ที่จะจ่ายในไตรมาสที่สองนี้ อีกสองร้อยล้านเหรียญฯ สำหรับจ่ายช่วงครึ่งปีงบประมาณหลัง ที่เหลือจะไปจ่ายไตรมาสแรกปีถัดไป

โฆษกซิสโก้ คุณ Robyn Blum ยืนยันกับสำนักข่าว CRN ว่าจำนวนพนักงานที่จะได้รับผลกระทบมีแค่ประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น พร้อมระบุว่าซิสโก้ยังมีตำแหน่งงานที่เปิดรับเพิ่ม และจะดูแลพนักงานที่ถูกเชิญออกให้ดีที่สุด

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – CRN

from:https://www.enterpriseitpro.net/cisco-layoffs-slated-tech-giant-rebalances-business-units/

หุ้นเมต้าร่วงหลังผลประกอบการส่งสัญญาณ “น่าผิดหวัง” มาร์คเผยอาจมีลดคนอีก

เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา หุ้น Meta ร่วง 5% จากที่วันก่อนหน้าได้ประกาศผลประกอบการไตรมาสที่สองต่ำกว่าที่คาด โดยทำรายได้ต่ำกว่าปีก่อนอยู่ 1% แถมมูลค่าหุ้นของบริษัทก็ร่วงลงกว่าครึ่งตั้งแต่ช่วงต้นปีด้วย

ยังไม่พอ ตัวเลขฟอร์คาสต์ในไตรมาสสี่สามก็ยังส่อแววน่าผิดหวัง โดยซีอีโอ มาร์ค ซักเกอร์เบิร์ก กล่าวในงานประชุมผู้ถือหุ้นว่ากำลังเตรียมลดจำนวนพนักงานให้รับกับภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ ทำนอง “เราต้องการผลงานที่มากขึ้นโดยรีดจากทรัพยากรที่น้อยลง”

“ปัญหาทางเศรษฐกิจนี้ส่งผลต่อธุรกิจการโฆษณาบนแพลตฟอร์มดิจิตอลโดยตรง” จริงๆ ไม่ใช่แค่นั้น แต่เป็นผลจากการเปลี่ยนมาตรการรักษาความเป็นส่วนตัวของอุปกรณ์แอปเปิ้ลด้วย ซึ่งเมต้าเคยพูดเมื่อกุมภาพันธ์ว่าจะส่งผลต่อรายได้สูงถึงหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เลยทีเดียวในปีนี้

ทั้งนี้ ปัจจุบันเฟซบุ๊กหันมาทุ่มกับฟีเจอร์ใหม่อย่าง Reels ที่อ้างว่าทำรายได้แตะระดับพันล้านดอลลาร์ฯ แล้ว แต่ก็ยังเทียบกับโปรดักส์อื่นอย่างสตอรี่หรือโพสไอจีหลักไม่ได้ ซึ่งต่ำกว่าความคาดหวังของบรรดานักลงทุนที่มองว่าการเปิดตัวอะไรใหม่ๆ ควรจะต้องปังกว่านี้

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – CNBC

from:https://www.enterpriseitpro.net/meta-shares-slump-after-disappointing-earnings/

ยานแม่ Neptune พานักท่องเที่ยวขึ้นชมบรรยากาศสุดอลังการ ระดับหนึ่งแสนฟุต

ถือเป็นก้าวใหม่ที่น่าสนใจของตลาดการท่องเที่ยวอวกาศ เมื่อจะมีบอลลูนขนาดยักษ์พาผู้โดยสารมากสุด 8 ที่นั่งขึ้นไปชมวิวพื้นโลกแบบโค้งๆ จากชั้นบรรยากาศ ด้วยบรรยากาศภายในสุดหรู คาดว่าจะสามารถให้บริการได้ในปี 2024 นี้

โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว Space Perspective ได้เผยภาพสมมติของห้องผู้โดยสารภายในของบอลลูนยานแม่ที่น่าจะยิงขึ้นฟ้าจากศูนย์อวกาศเคนาดี้ในรัฐฟลอริด้าในปลายปี 2024 ซึ่งมีการจำหน่ายตั๋วโดยสารราคากว่า 125,000 เหรียญสหรัฐฯ ไปแล้วกว่า 600 ใบ

ด้านในมีหน้าต่างสูง 1.5 เมตร พร้อมเก้าอี้สุดนุ่ม ตกแต่งทีมมืดโทนสีม่วง และแสงสลัวชวนพักผ่อนสบายๆ ปล่อยให้ความสว่างจากพื้นโลกและชั้นบรรยากาศตัดเข้ามาให้เห็นจากห้องโดยสารได้อย่างชัดเจน

โทนการตกแต่งนี้ถือว่าแตกต่างจากภาพของแคปซูลสีขาวสะอาดของคู่แข่งโดยสิ้นเชิง ทั้งนี้ยังระบุด้วยว่าภายในจะมีไวไฟและบาร์เครื่องดื่มให้บริการในชื่อ “Space Lounge” ภายในแคปซูลของบริษัทที่ชื่อ “Neptune” นี้ บอลลูนจะลอยเหลือระดับน้ำทะเลประมาณ 30 กิโลเมตร ซึ่งค่อนข้างต่ำกว่าคู่แข่งอย่าง Virgin Galactic ที่ลอยสูงถึง 50 ไมล์ หรือ Blue Origin ที่อยู่ระดับ 62 ไมล์

ที่มา : Thesun

//////////////////

สมัครสมาชิก Enterprise ITPro เพื่อรับข่าวสารด้านไอที

form#sib_signup_form_4 {
padding: 5px;
-moz-box-sizing:border-box;
-webkit-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 input[type=text],form#sib_signup_form_4 input[type=email], form#sib_signup_form_4 select {
width: 100%;
border: 1px solid #bbb;
height: auto;
margin: 5px 0 0 0;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn {
margin: 5px 0;
padding: 6px 12px;
color:#fff;
background-color: #333;
border-color: #2E2E2E;
font-size: 14px;
font-weight:400;
line-height: 1.4285;
text-align: center;
cursor: pointer;
vertical-align: middle;
-webkit-user-select:none;
-moz-user-select:none;
-ms-user-select:none;
user-select:none;
white-space: normal;
border:1px solid transparent;
border-radius: 3px;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn:hover {
background-color: #444;
}
form#sib_signup_form_4 p{
margin: 10px 0 0 0;
}form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message {
padding: 6px 12px;
margin-bottom: 20px;
border: 1px solid transparent;
border-radius: 4px;
-webkit-box-sizing: border-box;
-moz-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-error {
background-color: #f2dede;
border-color: #ebccd1;
color: #a94442;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-success {
background-color: #dff0d8;
border-color: #d6e9c6;
color: #3c763d;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-warning {
background-color: #fcf8e3;
border-color: #faebcc;
color: #8a6d3b;
}

from:https://www.enterpriseitpro.net/spaceship-neptune-will-fly-tourists-to-100000-feet/

รวยมาก! อีลอน มัสก์ เสนอจะซื้อทวิตเตอร์เป็นเงินเกือบ “1.4 ล้านล้านบาท”

อีลอน มัสก์ เสนอจะซื้อทวิตเตอร์เป็นเงิน 4 หมื่นกว่าล้านดอลลาร์ฯ (ประมาณเกือบ 1.4 ล้านล้านบาท) อ้างว่า “มีแค่เขาาที่ปลดล็อกศักยภาพของทวิตเตอร์ได้เต็มที่ การเสนอขอซื้อครั้งนี้เกิดขึ้นให้หลังเพียงแค่วันเดียวหลังจากที่มัสก์ได้เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของทวิตเตอร์ โดยเป็นการเสนอจะซื้อหุ้นทั่วไปส่วนเกินที่เหลือของโซเชียลมีเดียเจ้าใหญ่นี้ที่ราคา 54.20 เหรียญสหรัฐฯ ต่อหุ้น

อ้างอิงจากรายงานที่ยื่นให้กับคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ หรือ SEC มัสก์กล่าวว่าราคานี้แพงกว่าราคาเมื่อปิดตลาดหุ้นในวันที่ 28 มกราคม 2022 ถึง 54% และสูงกว่าราคาปิดตลาดเมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา 38%

โดยเป็นวันก่อนหน้าที่จะมีการประกาศการลงทุนซื้อครั้งใหญ่ของมัสก์ ถ้าดีลนี้ปิดได้สำเร็จ ทวิตเตอร์จะถูกนำชื่อออกจากตลาดหลักทรัพย์และกลับมาเป็นบริษัทจำกัดอีกครั้ง มัสก์ย้ำในรายงานด้วยว่า เหตุผลที่ลงทุนครั้งนี้คือ

“ผมเชื่อมั่นในศักยภาพว่าจะกลายเป็นแพลตฟอร์มสำหรับเสนอความคิดเห็นได้อย่างอิสระทั่วโลก และเชื่อว่าอิสระในการแสดงความเห็นนี้ส่งเสริมการเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง แต่ไม่ใช่ทวิตเตอร์ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ จำเป็นต้องดึงทวิตเตอร์มาเป็นบริษัทจำกัดให้ได้”

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ ITPro

//////////////////

สมัครสมาชิก Enterprise ITPro เพื่อรับข่าวสารด้านไอที

form#sib_signup_form_4 {
padding: 5px;
-moz-box-sizing:border-box;
-webkit-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 input[type=text],form#sib_signup_form_4 input[type=email], form#sib_signup_form_4 select {
width: 100%;
border: 1px solid #bbb;
height: auto;
margin: 5px 0 0 0;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn {
margin: 5px 0;
padding: 6px 12px;
color:#fff;
background-color: #333;
border-color: #2E2E2E;
font-size: 14px;
font-weight:400;
line-height: 1.4285;
text-align: center;
cursor: pointer;
vertical-align: middle;
-webkit-user-select:none;
-moz-user-select:none;
-ms-user-select:none;
user-select:none;
white-space: normal;
border:1px solid transparent;
border-radius: 3px;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn:hover {
background-color: #444;
}
form#sib_signup_form_4 p{
margin: 10px 0 0 0;
}form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message {
padding: 6px 12px;
margin-bottom: 20px;
border: 1px solid transparent;
border-radius: 4px;
-webkit-box-sizing: border-box;
-moz-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-error {
background-color: #f2dede;
border-color: #ebccd1;
color: #a94442;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-success {
background-color: #dff0d8;
border-color: #d6e9c6;
color: #3c763d;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-warning {
background-color: #fcf8e3;
border-color: #faebcc;
color: #8a6d3b;
}

from:https://www.enterpriseitpro.net/elon-musk-offers-to-buy-twitter-for-41-39-billion/

ไอบีเอ็ม เข้าซื้อกิจการ Envizi ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ดาต้าและอนาไลติกส์

ไอบีเอ็ม เข้าซื้อกิจการ Envizi ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ดาต้าและอนาไลติกส์ชั้นนำสำหรับบริหารจัดการการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อม ต่อยอดการเดินหน้าลงทุนด้านซอฟต์แวร์ AI อย่างต่อเนื่องของไอบีเอ็ม

ที่ปัจจุบันครอบคลุมโซลูชันด้านการบริหารจัดการสินทรัพย์องค์กร IBM Maximo, โซลูชันการจัดการด้านซัพพลายเชน IBM Sterling, รวมถึง IBM Environmental Intelligence Suite เพื่อช่วยองค์กรสร้างระบบปฏิบัติการและซัพพลายเชนที่ยืดหยุ่นฟื้นตัวไว และตอบโจทย์ด้านความยั่งยืน โดยการเข้าซื้อกิจการได้สำเร็จเป็นที่เรียบร้อยเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2565 ที่ผ่านมา และไม่ได้มีการเปิดเผยรายละเอียดด้านการเงิน

ทั้งนี้ ซอฟต์แวร์ของ Envizi สามารถออโตเมทและผนวกรวมข้อมูลกว่า 500 ประเภท รวมถึงสนับสนุนเฟรมเวิร์คการรายงานด้านความยั่งยืนหลักๆ ได้ โดยแดชบอร์ดที่ใช้งานและปรับแต่งได้ง่าย ช่วยให้องค์กรสามารถวิเคราะห์ บริหารจัดการ และรายงานเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ พร้อมวิเคราะห์โอกาสและประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนได้

โซลูชันของ Envizi จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการบริหารจัดการภาระงานที่เป็นส่วนหนึ่งของการรายงานโครงการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) ขององค์กร ขณะเดียวกันก็ให้มุมมองด้านความยั่งยืนที่เป็นประโยชน์ เพื่อให้ธุรกิจสามารถนำไปปรับเข้ากับกลยุทธ์ขององค์กรได้

 

สมัครสมาชิก Enterprise ITPro เพื่อรับข่าวสารด้านไอที

form#sib_signup_form_4 {
padding: 5px;
-moz-box-sizing:border-box;
-webkit-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 input[type=text],form#sib_signup_form_4 input[type=email], form#sib_signup_form_4 select {
width: 100%;
border: 1px solid #bbb;
height: auto;
margin: 5px 0 0 0;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn {
margin: 5px 0;
padding: 6px 12px;
color:#fff;
background-color: #333;
border-color: #2E2E2E;
font-size: 14px;
font-weight:400;
line-height: 1.4285;
text-align: center;
cursor: pointer;
vertical-align: middle;
-webkit-user-select:none;
-moz-user-select:none;
-ms-user-select:none;
user-select:none;
white-space: normal;
border:1px solid transparent;
border-radius: 3px;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn:hover {
background-color: #444;
}
form#sib_signup_form_4 p{
margin: 10px 0 0 0;
}form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message {
padding: 6px 12px;
margin-bottom: 20px;
border: 1px solid transparent;
border-radius: 4px;
-webkit-box-sizing: border-box;
-moz-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-error {
background-color: #f2dede;
border-color: #ebccd1;
color: #a94442;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-success {
background-color: #dff0d8;
border-color: #d6e9c6;
color: #3c763d;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-warning {
background-color: #fcf8e3;
border-color: #faebcc;
color: #8a6d3b;
}

from:https://www.enterpriseitpro.net/ibm-buy-envizi/

How to : 6 วิธีเพิ่มความเร็วเครื่องคอมพ์ที่ใช้วินโดวส์ 11

แม้วินโดวส์ 11 จะมาพร้อมกับความต้องการด้านฮาร์ดแวร์ที่เข้มงวดสุดๆ แต่ไม่ว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการใดก็สามารถอืดช้าลงได้เมื่อใช้งานไปสักพัก

โชคดีที่พอมีวิธีง่ายๆ ที่คุณสามารถทำตามเพื่อกู้ประสิทธิภาพของพีซีที่ใช้วินโดวส์ 11 และทำให้ระบบของคุณกลับมาสดใส ตอบสนองรวดเร็วเหมือนใหม่ อันได้แก่

ปิดโปรแกรมสตาร์ทอัพบนวินโดวส์ 11
หนึ่งในตัวขัดขวางประสิทธิภาพการทำงานของวินโดวส์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็คือบรรดาซอฟต์แวร์ที่ต่างเรียงคิวเข้ามาอยู่ในรายการสตาร์ทอัพ เนื่องจากเป็นโปรแกรมที่โหลดหลบอยู่เบื้องหลังตลอดทุกครั้งที่คุณเปิดพีซี ไม่ว่าคุณต้องการจะใช้มันหรือไม่ก็ตาม

ดังนั้น ถ้าคุณพบว่าวินโดวส์ 11 ของตัวเองใช้เวลาโหลดตอนเปิดเครื่องนาน หรือต้องรอสักพักใหญ่ๆ กว่าระบบจะพร้อมให้ใช้งานได้เหมือนปกติแล้ว ก็มักเป็นเพราะมีโปรแกรมสตาร์ทอัพเหล่านี้คอยกินทรัพยากร

ดีที่เราสามารถปิดโปรแกรมที่ไม่ต้องการจากรายการรันตอนเปิดเครื่องได้ โดยไปที่ Settings > Apps > Startup ซึ่งจะเจอกับลิสต์ของซอฟต์แวร์ที่โหลดตอนล็อกอินแบบอัตโนมัติ ให้ปิดการรันของซอฟต์แวร์ที่ไม่ได้จำเป็น โดยเฉพาะแอพที่มีทำเครื่องหมายเขียนไว้ว่า “High Impact” แม้จริงๆ แล้วเครื่องหมายดังกล่าวก็ไม่ได้น่าเชื่อถือเท่าไร

หรืออีกวิธีหนึ่ง คุณสามารถกดปุ่ม CTRL + Shift + ESC พร้อมกันเพื่อเปิดหน้า Task Manager ที่มีเมนูสตาร์ทอัพอันเดียวกันเป๊ะ แต่มีหน้าตาเก่ากว่าหน่อย

แต่แนะนำว่าอย่าไล่ปิดจนเพลิน บางแอพอย่างบริการสำรองข้อมูลออนไลน์เช่น OneDrive หรือ Dropbox นั้น ถ้าไม่ปล่อยให้รันตั้งแต่สตาร์ทเครื่องก็อาจทำให้ไฟล์ของคุณไม่ถูกซิงค์อย่างที่ควรจะเป็นได้ รวมถึงพวกซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัยต่างๆ ที่เราไม่ควรเสี่ยงปิดจนกลายเป็นช่องโหว่ของพีซี

ประเด็นคือ วินโดวส์ 11 ก็มีการเพิ่มซอฟต์แวร์ใหม่ของตัวเองเข้ามาในรายการสตาร์ทอัพตั้งแต่ดีฟอลต์ด้วย โดยเฉพาะอย่าง Microsoft Teams ที่ถ้าคุณไม่ได้ใช้ก็สามารถปิดรายการแอพพวกนี้ไปได้

ย้ายจากฮาร์ดดิสก์มาใช้ดิสก์แบบ SSD แทน
ถ้าพีซีของคุณยังใช้ฮาร์ดดิสก์รุ่นเก่าก่อนอยู่ ก็มีช่องทางให้อัพประสิทธิภาพขึ้นผิดหูผิดตาได้ถ้าลองเปลี่ยนมาใช้ SSD แทน เนื่องจากดิสก์แบบ Solid-State นี้ไม่มีชิ้นส่วนเคลื่อนไหวใดๆ ที่เหมือนกับจานหมุนในฮาร์ดดิสก์ ทำให้การโหลดแอพพลิเคชั่นต่างๆ เร็วระดับแฟลช เข้าถึงไฟล์ได้แทบจะทันที

มีบทความที่พูดถึงวิธีการอัพเกรดพีซีวินโดวส์ 10 จากระบบฮาร์ดดิสก์มาเป็น SSD ที่คุณสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง แต่ถ้าไม่มั่นใจก็สามารถหาร้านเซอร์วิสคอมพิวเตอร์ทั่วไปดูให้คุณได้

สิ่งที่คุณจะเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่แรกก็คือ เครื่องจะบูทวินโดวส์ขึ้นมาเพียงแค่เสี้ยวเวลาเดียวเมื่อเทียบกับสมัยตอนยังใช้ฮาร์ดไดรฟ์ นอกจากนั้นคุณยังสามารถเข้าใช้งานวินโดวส์ได้ทันทีด้วย ไม่ใช่ต้องมารอแอพต่างๆ โหลดในเบื้องหลังจนเสร็จ รวมทั้งการตอบสนองของกิจกรรมส่วนใหญ่บนเครื่องก็ควรเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นลองเข้าไปศึกษารีวิวเกี่ยวกับดิสก์ SSD รุ่นล่าสุดในตลาดเพื่อดูตัวที่เหมาะกับเครื่องคุณ

เลือกติดตั้งแอพบนวินโดวส์ 11 จากที่ๆ เชื่อถือได้
ปัญหาด้านประสิทธิภาพของวินโดวส์มากมายมาจากการติดตั้งแอพที่พาองค์ประกอบอื่นที่ไม่พึงประสงค์แถมมาด้วย ไม่ว่าจะเป็นแอพพ่วงอื่นๆ ทูลบาร์บนบราวเซอร์ หรือแม้แต่มัลแวร์

เราทุกคนน่าจะผ่านตาตัติดตั้งโปรแกรมที่มีเช็กส์บ็อกส์ติ๊กเลือกติดตั้งโปรแกรมเสริมอื่นๆ มาให้แล้ว ที่เรามักพลาดปล่อยเลือกติดตั้งเพิ่มไปด้วยความรีบร้อนในการกด Next ไปเรื่อยๆ แต่จริงๆ ก็มีอีกหลายเทคนิคที่จะหลีกเลี่ยงเรื่องพวกนี้ได้

เพียงแค่เลือกติดตั้งซอฟต์แวร์จากแหล่งที่มาที่มีชื่อเสียง ถูกต้องน่าเชื่อถือ อย่างแอพสโตร์ทางการของไมโครซอฟท์เองที่เรียกว่า Microsoft Store ซึ่งเข้าถึงได้จากทาสก์บาร์บนวินโดวส์ 11 ที่แม้ก่อนหน้านี้เคยถูกปล่อยเกียร์ว่างมาหลายปี แต่ล่าสุดไมโครซอฟท์ก็ได้ทุ่มเทพัฒนาให้สโตร์ดังกล่าวเป็นจุดรวมแอพพลิเคชั่นแทบทุกประเภทบนวินโดวส์ 11 แบบครบจบในที่เดียว ดังนั้นถ้าคุณเคยรู้สึกพึ่งพาสโตร์นี้ในการหาแอพพลิเคชั่นที่ต้องการไม่ได้ ก็ควรลองเข้ามาดูอีกครั้ง เพราะอย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่าแอพที่ติดตั้งจากไมโครซอฟท์สโตร์จะไม่ได้แถมสิ่งแปลกปลอมติดมาด้วย

อีกทางเลือกหนึ่งโดยเฉพาะผู้ที่ชอบการใช้งานผ่านคอมมานด์ไลน์ก็คือการใช้ Windows Package Manager ซึ่งคนที่คุ้นเคยกับลีนุกซ์มักอุ่นใจกับการใช้ทูลแพกเกจแมเนเจอร์ที่คุ้นมือ โดยเมื่อติดตั้งทูลดังกล่าวแล้ว ก็จะเปิดให้คุณเลือกติดตั้งแอพพลิเคชั่นได้ด้วยโค้ดง่ายๆ ไม่กี่บรรทัด แถมยังหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะเจออะไรไม่พึงปรารถนามัดรวมมากับแอพพลิเคชั่นที่เราอยากได้จริงๆ

การติดตั้งแอพพลิเคชั่นด้วยวิธีนี้ง่ายแสนง่าย แค่เปิด Command Prompt แล้วพิมพ์คำสั่ง winget install <ชื่อแอพ> (ไม่ต้องเว้นวรรคก่อนและหลังชื่อแอพที่ต้องการ)

แต่มีแค่บางแอพเท่านั้นที่รองรับการติดตั้งด้วยวิธีนี้ ที่สามารถศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Windows 11 Package Manager ได้จาก https://docs.microsoft.com/en-gb/windows/package-manager/winget/

ไม่ต้องถึงกับชัทดาวน์ แค่ Sleep ก็พอ
วินโดวส์มีชื่อเสียด้านการผลาญไฟแบตเตอรี่ของเครื่องแล็ปท็อปมานานแสนนาน แม้จะปิดฝางับเครื่องสแตนบายหรือที่เรียกว่า Sleep ก็ตาม แต่ยุคใหม่นี้ที่ใช้ฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ๆ กันแล้ว ก็ได้แก้ไขปัญหาดังกล่าวจนล่าสุดเราแทบไม่จำเป็นต้องเลือกชัทดาวน์ปิดเครื่องพีซีแบบสมบูรณ์เลยถ้าคุณไม่ได้จะต้องพักการใช้งานเป็นเวลานาน โดยเลือก Sleep พักเครื่องได้นานแม้จะคร่อมช่วงหยุดสุดสัปดาห์หลายวัน

จากกราฟที่แสดงปริมาณไฟในแบตเตอรี่ของแล็ปท็อปที่ใช้วินโดวส์ 11 ที่อยู่ในภาวะ Sleep/Hibernation นานเกือบสี่วัน คุณจะเห็นได้ว่าแบตเตอรี่แทบไม่ลดลงในช่วงดังกล่าวเลย และเมื่อเราเลือกเปิดเครื่องใหม่หลังวันที่ 4 เครื่องก็พร้อมให้ใช้งานแทบจะทันทีหลังล็อกอิน แน่นอนว่าเร็วกว่าการเปิดเครื่องใหม่หลังจากปิดเครื่องแบบสมบูรณ์

ดังนั้น ถ้าคุณค่อนข้างกังวลเกี่ยวกับประสิทธิภาพของพีซีตัวเองแล้ว ลองใช้วิธีแค่พักเครื่องให้ Sleep บ้างแทนการชัทดาวน์ทุกวันๆ ก็ดี

ปรับแต่งการตั้งค่าด้านประสิทธิภาพบนวินโดวส์ 11
วินโดวส์ 11 นั้นมีการตั้งค่าด้านประสิทธิภาพหลายอย่างที่ซ่อนเอาไว้ ที่สามารถนำมาใช้ปรับจนเห็นความแตกต่างในการตอบสนองของพีซีได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะถ้าคุณอัพเกรดมาเป็นโอเอสตัวใหม่ด้วยการผ่านเกณฑ์ความต้องการฮาร์ดแวร์ขั้นต่ำแบบคาบเส้นพอดี

คุณสามารถเรียกดูการตั้งค่านี้ได้โดยไปที่ Control Panel แล้วมองหาบาร์ Search Control Panel ที่อยู่บนขวาของหน้าต่างแล้วเสิร์ชด้วยคำว่า ‘performance’ จากนั้นคลิกเลือก Adjust the appearance and performance of Windows

ในหน้านี้มีออพชั่นให้เลือกปรับมากมายเต็มไปหมด ที่ถ้าคุณเลือกปิดทุกอย่างด้วยการติ๊กที่ Adjust for best performance แม้จะเป็นการตัดฟีเจอร์สวยงามที่หน่วงเครื่องทั้งหมดในครั้งเดียว แต่ก็ไปปิดฟีเจอร์ที่ดูจำเป็นอย่าง “การตัดขอบฟอนต์บนหน้าจอให้เนียนสวย” ที่อาจทำให้ตัวอักษรบนหน้าจอดูไม่คม อ่านยากกว่าเดิมได้ เป็นต้น

เราจึงควรลองปรับเลือกออพชั่นย่อยทีละรายการดู โดยออพชั่นที่น่าสนใจที่ดูมีผลกระทบกับประสิทธิภาพมากที่สุดก็จะเป็นพวกที่เกี่ยวกับภาพเคลื่อนไหว การเฟดของเมนู และเงาใต้หน้าต่างโปรแกรม

เปลี่ยนโหมดแบตเตอรี่บนวินโดวส์ 11 เป็นแบบ Best Performance
ถ้าคุณกำลังใช้แล็ปท็อปที่พึ่งพาไฟจากแบตเตอรี่แล้ว วินโดวส์ 11 จะให้แล็ปท็อปของคุณอยู่ในโหมดกำลังไฟแบบ “สมดุล” (Balanced) โดยดีฟอลต์ ที่เป็นการจูนกันระหว่างประสิทธิภาพกับการผลาญไฟในแบต

แต่กรณีที่แบตเตอรี่ของคุณชาร์จจนเต็มแล้วอยากได้กำลังการประมวลผลให้เต็มถึงขีดสุดเพื่อเอามาใช้งานที่ต้องการทรัพยากรอย่างเข้มข้น อย่างการเรนเดอร์วิดีโอแล้ว คุณก็อาจจะต้องเปลี่ยนมาใช้โหมด “เน้นประสิทธิภาพที่ดีที่สุด” (Best Performance) แทน โดยให้ไปที่ Settings > Power & battery ตรงส่วนของ Power mode ให้เลือกเป็น ‘best performance’

การตั้งค่านี้จะทำให้คุณได้ประสิทธิภาพในระดับเดียวกันกับเวลาที่แล็ปท็อปคุณเสียบปลั๊กค้างอยู่ แต่ก็ควรหมั่นสังเกตสถานะแบตเตอรี่ขณะใช้งานด้วย เนื่องจากโหมดที่รีดประสิทธิภาพสุดๆ นี้ค่อนข้างผลาญไฟเร็วพอสมควร

นอกจากเคล็ดลับเหล่านี้แล้ว ยังมีอีกหลายวิธีในการยกระดับความเร็วในภาพรวมโดยเฉพาะเครื่องแล็ปท็อป ที่จะช่วยยกระดับประสบการณ์ใช้งานวินโดวส์ 11 ของคุณได้อีกมาก

ที่มา : ITPro

สมัครสมาชิก Enterprise ITPro เพื่อรับข่าวสารด้านไอที

form#sib_signup_form_4 {
padding: 5px;
-moz-box-sizing:border-box;
-webkit-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 input[type=text],form#sib_signup_form_4 input[type=email], form#sib_signup_form_4 select {
width: 100%;
border: 1px solid #bbb;
height: auto;
margin: 5px 0 0 0;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn {
margin: 5px 0;
padding: 6px 12px;
color:#fff;
background-color: #333;
border-color: #2E2E2E;
font-size: 14px;
font-weight:400;
line-height: 1.4285;
text-align: center;
cursor: pointer;
vertical-align: middle;
-webkit-user-select:none;
-moz-user-select:none;
-ms-user-select:none;
user-select:none;
white-space: normal;
border:1px solid transparent;
border-radius: 3px;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn:hover {
background-color: #444;
}
form#sib_signup_form_4 p{
margin: 10px 0 0 0;
}form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message {
padding: 6px 12px;
margin-bottom: 20px;
border: 1px solid transparent;
border-radius: 4px;
-webkit-box-sizing: border-box;
-moz-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-error {
background-color: #f2dede;
border-color: #ebccd1;
color: #a94442;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-success {
background-color: #dff0d8;
border-color: #d6e9c6;
color: #3c763d;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-warning {
background-color: #fcf8e3;
border-color: #faebcc;
color: #8a6d3b;
}

from:https://www.enterpriseitpro.net/how-to-speed-up-microsofts-windows-11/