คลังเก็บป้ายกำกับ: HMD

HMD ตอกย้ำความเป็นแบรนด์รักษ์โลกคว้า Platinum EcoVadis 2022 ชู Nokia X30 5G คือสุดยอดสมาร์ทโฟนรักษ์โลก

เอชเอ็มดี โกลบอล (HMD Global) เจ้าของลิขสิทธิ์การจัดจำหน่ายสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เสริมแบรนด์โนเกียทั่วโลก ได้รับรางวัลระดับ Platinum EcoVadis 2022 ขึ้นเป็นระดับแพลทินัมสูงสุด ก้าวสู่แบรนด์ความยั่งยืนด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมระดับโลก

ปลื้มได้คะแนนดีเด่นในด้านสิ่งแวดล้อมอยู่ใน 1% แรกของกลุ่มธุรกิจทั่วโลก และ 98% ในกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์สื่อสารที่เข้าร่วมเกณฑ์การประเมิน ต่อยอดพัฒนาสมาร์ทโฟนรักษ์โลก Nokia X30 5G ดึงผู้บริโภคมีส่วนร่วมดูแลโลก จับกลุ่มผู้บริโภคสายกรีน และคนรุ่นใหม่

ชูดีไซน์สุดล้ำด้วยวัสดุรีไซเคิลเป็นหลักเกือบทั้งหมด เฟรมอะลูมิเนียมรีไซเคิล 100% ฝาหลังตัวเครื่องทำจากพลาสติกรีไซเคิล 65% จัดเต็มด้วยฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งานยุค Digital life ด้วยเทคโนโลยีกล้อง PureView เปิดประสบการณ์ถ่ายภาพที่เหนือระดับ กล้องหลัก 50MP คมชัดทุกสภาวะแสง 

Nokia

นายภราดร รามบุตร ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท เอชเอ็มดี โกลบอล กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เอชเอ็มดี โกลบอล มุ่งมั่นผลิตอุปกรณ์สื่อสารที่เป็นมิตรต่อผู้บริโภค และเป็นมิตรต่อโลก ล่าสุด ได้รับรางวัล Platinum EcoVadis 2022 ขยับขึ้นแท่นแบรนด์ระดับแพลทินัม ความยั่งยืนด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมระดับโลก

ด้วยผลคะแนนการประเมินระดับดีเด่นในด้านสิ่งแวดล้อมอยู่ใน 1% แรกของกลุ่มธุรกิจทั่วโลก และ 98% ในกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์สื่อสารจาก 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ สิ่งแวดล้อม แรงงานและสิทธิมนุษยชน จริยธรรม และการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นธรรมและยั่งยืน จาก EcoVadis เป็นหน่วยงานอิสระที่น่าเชื่อถือ ที่ให้บริการจัดอันดับความยั่งยืนทางธุรกิจรายใหญ่ที่สุดและน่าเชื่อถือที่สุดในโลก 

ด้วยการประเมินผลและจัดอันดับองค์กรธุรกิจ ปัจจุบันมีบริษัทที่ได้รับการประเมินกว่า 90,000 บริษัทใน 175 ประเทศและ 200 อุตสาหกรรม  ซึ่งบริษัทฯ ได้พยายามยกระดับการสร้างกระบวนการเพื่อสู่แบรนด์รักษ์โลกมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี2563 ได้รับเหรียญ Silver Ecovadis 2020 “ระดับเงิน” ล่าสุดที่ 2564 ที่ผ่านมาได้รับเหรียญ Gold Ecovadis 2021 ในระดับ “ระดับทอง” 

“รางวัลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดสร้างแบรนด์รักษ์โลกอย่างมุ่งมั่น พร้อมสร้างเวิลด์ ไลฟ์ บาลานซ์ (World-Life Balance) ให้โลกอย่างต่อเนื่อง หวังเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยฟื้นคืนธรรมชาติให้กับโลกไปพร้อม ๆ กับผู้บริโภคทั่วโลก ผ่านแนวคิด “Play the long game” ด้วยการส่งต่อโทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตคุณภาพ ใช้วัสดุอุปกรณ์ที่เน้นคุณภาพสูงสุด กระบวนการผลิตที่เข้มงวด ผ่านการทดสอบที่เข้มงวดมากกว่า 50 ครั้ง

ตั้งแต่การสัมผัสการใช้งาน, การตกหล่น, ตลอดจนการทดสอบรอยขีดข่วน เพื่อให้มีความทนทานและใช้งานได้นานภายใต้คอนเซ็ปต์ Love it. Trust it. Keep it. ซึ่งนับเป็นจุดเด่นของผลิตภัณฑ์โนเกียทุกรุ่นที่เชื่อถือได้ นอกจากนี้ ยังมีการอัปเดตซอฟต์แวร์และความปลอดภัยอยู่เสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าโทรศัพท์ของผู้ใช้งานสามารถใช้ได้นานและทันสมัยอยู่ตลอดเวลา ด้วยซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นล่าสุด มอบประสบการณ์ให้ผู้ใช้รู้สึกรักโทรศัพท์ที่ใช้ได้อีกนานหลายปี ซึ่งนับเป็นการลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์จากสาเหตุหลักในการเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือแต่ละปีของผู้บริโภค”

นายภราดร กล่าวต่อว่า การดูแลรักษาโลกและสิ่งแวดล้อมเป็นประเด็นที่ทุกคนบนโลกต้องร่วมมือ ร่วมใจ บริษัทจึงนำคอนเซปต์ดังกล่าวต่อยอดสู่การพัฒนาโปรดักส์ เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคที่ใส่ใจ และให้ความสำคัญกับโลก จึงได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนรักษ์โลกรุ่นแรก Nokia X30 5G ปัจจุบันได้เข้ามาวางจำหน่ายแล้วในตลาดประเทศไทย ด้วยแนวคิดลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก พร้อมกับการขยายกลุ่มลูกค้าไปยังกลุ่มคนรักษ์โลก และผู้บริโภคเจนเนอเรชั่นใหม่ เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคมีส่วนช่วยดูแลโลก

โดยการเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยวัสดุรีไซเคิลเป็นหลักเกือบทั้งหมด ประกอบด้วยเฟรมอะลูมิเนียมรีไซเคิล 100% ฝาหลังตัวเครื่องจากพลาสติกรีไซเคิล 65%

รวมถึงกล่องผลิตภัณฑ์เป็นกระดาษที่ FSC รับรอง 100% พร้อมกล่องกระดาษรีไซเคิล 94% และลดขนาดบรรจุภัณฑ์ให้เล็กลง เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในการขนส่ง  และยังสามารถมีใช้งานนานถึง 3 ปี Android 12 สามารถอัปเกรดได้นาน 3 ปี และ Security Patch 3 ปี ทำให้อายุการใช้งานยาวขึ้น

ทั้งนี้ Nokia X30 5G  ไม่ได้มีดีเป็นแค่เป็นสมาร์ทโฟนรักษ์โลก แต่ยังเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุค Digital life กล้องชัด ถ่ายสวยแม้ที่มืด ด้วยการนำเอาเทคโนโลยีกล้อง PureView กลับมาใช้เปิดประสบการณ์ถ่ายภาพที่ดียิ่งขึ้น

กล้องหลัก 50MP คมชัดทุกสภาวะแสง รองรับระบบกันสั่นแบบ OIS ผสานเลนส์ Ultra-Wide ความละเอียด 13MP เก็บมุมกว้างถึง 123 องศา และกล้องเซลฟี่ความละเอียด 16MP สุดล้ำกับโหมดถ่ายภาพกลางคืน Night Mode 2.0 และ AI Portrait จับทุกความละเอียดในภาพระดับมืออาชีพ

นอกจากนี้ ยังมีแอปพลิเคชั่น GoPro Quik App ติดตั้งไว้ในตัวเครื่อง ให้สามารถถ่ายภาพ ตัดต่อ หรือแก้ไขภาพได้อย่างสมบูรณ์แบบ และแบ่งปันความคิดสร้างสรรค์ได้จากทุกที่ ทุกเวลา สเปคดีตอบโจทย์การใช้งาน ทั้งทำงานและความบันเทิง ด้วยซิปเซท Qualcomm Snapdragon 695 5G Octa Core | GPU : Adreno 619 

RAMขนาด 8GB ROMขนาด 256GB หน้าจอขนาด 6.43 นิ้ว ใช้หน้าจอ AMOLED (Pure Display) น้ำหนักเบาพอดีมือ ความละเอียดหน้าจอ: 1080 x 2400 อัตราการรีเฟรช 90 Hz, และยังมีมาตรฐานการป้องกันฝุ่น และน้ำ IP67 มาพร้อม Android 12 และสามารถอัปเกรดได้ 3 เวอร์ชั่น แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน 2 วัน 

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/hmd-highlights-the-nokia-x30-5g-as-the-ultimate-eco-friendly-smartphone/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=hmd-highlights-the-nokia-x30-5g-as-the-ultimate-eco-friendly-smartphone

HMD พร้อมจำหน่าย Nokia T10 ใหม่ 16 พ.ย. นี้ ไซส์มินิ พกพาสะดวก ลงตัวทุกการใช้งาน เพียง 5,990 บาท

บริษัท เอชเอ็มดี โกลบอล (HMD) ปลื้ม Nokia T20 แท็บเล็ตรุ่นแรกในตลาดไทยผลตอบรับดี เดินเกม พร้อมวางจำหน่าย Nokia T10 ใหม่ ไซส์มินิเป็นแท็บเล็ตรุ่นที่สอง ชูดีไซน์กะทัดรัดขนาด 8 นิ้ว จิ๋วแต่แจ๋ว เน้นพกพาสะดวก ตอบโจทย์เอนเตอร์เทนเมนท์ครบ ใช้ประชุมสายออนไลน์ และรองรับการโทร

มาพร้อมชิปเซ็ต Unisoc T606 และซีพียู Octa-core แบ่งการทำงานออกเป็น 2x Cortex-A75 รองรับการทำงานสูงสุดและ 6x Cortex A-55 เน้นทำงานทั่วไปให้คล่องตัวยิ่งขึ้น แถมประหยัดพลังงาน ความละเอียดกล้องหลัก 8MP มีระบบออโต้โฟกัส และมีไฟแฟลช LED และกล้องหน้า 2MP รองรับการใส่ซิม

มาพร้อม Google Kids Space ทํางานร่วมกับ Family Link อุ่นใจช่วยควบคุมเวลาและจำกัดคอนเทนต์ที่เหมาะกับช่วงวัยและความสนใจของเด็ก รองรับการทำงาน และเพื่อความบันเทิง ทั้งดูหนัง ฟังเพลง หวังเจาะตลาดกลุ่มเด็ก นักเรียน นักศึกษาและคนทำงาน ด้วยดีไซน์ที่กะทัดรัด บวกกับฟังก์ชันที่ใช้งานง่าย ย้ำความทนทานใช้งานได้ยาวนานการันตีอัปเดทเวอร์ชันใหม่นาน 2 ปี และอัปเดทความปลอดภัยนาน 3 ปี ในราคาจับต้องได้ รับยุคเศรษฐกิจฟื้นตัว

Nokia

นายภราดร รามบุตร ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท เอชเอ็มดี โกลบอล (HMD) เผยว่า HMD ยังคงมีแผนเดินหน้าลุยตลาดแท็บเล็ตในประเทศไทยต่อเนื่อง หลังได้นำร่องเปิดตัวแท็บเล็ต Nokia T20 ไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา พบมีกระแสตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มวัยเรียนและวัยทำงาน เนื่องจาก Nokia T20 เป็นทางเลือกใหม่ที่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคในราคาจับต้องได้ ใช้งานได้นานและมีความทนทาน

ทั้งนี้ เพื่อตอบความต้องการของตลาด ล่าสุด ได้วางจำหน่าย Nokia T10 แท็บเล็ตน้องใหม่ขนาดกะทัดรัด พกพาสะดวก ทำตลาดในประเทศไทยช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2565 รับกำลังซื้อฟื้นตามเศรษฐกิจ โดยรวมจับตลาดกลุ่มเด็ก นักเรียน นักศึกษา และคนทำงาน ด้วยดีไซส์กะทัดรัดขนาด 8 นิ้ว พกพาสะดวก ทนทานใช้งานได้ยาวนาน ด้วยราคาเพียง 5,990 บาท สอดรับพฤติกรรมการใช้จ่ายที่เน้นความคุ้มค่าเกินราคาของผู้บริโภคในยุคเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว

Nokia T10

แท็บเล็ต Nokia T10 รุ่นน้องไซน์มินิที่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพ มาแบบคุ้มค่าเกินราคา บนระบบปฏิบัติการ Android 12 พร้อมดีไซน์ที่เน้นเรียบหรู วัสดุด้านหลังเป็นพลาสติกโพลีคาร์บอเนต ผสานกับลายเส้นที่ลงตัว เพิ่มสัมผัสให้จับถือถนัดมือไม่ลื่นหล่น และช่วยลดการเกิดรอยนิ้วมือ

ตัวเครื่องกะทัดรัดพกพาสะดวกขนาด 208.0 x 123.2 x 9.00 มม. น้ำหนักเพียง 375 กรัม ขนาดหน้าจอ 8 นิ้ว ความละเอียด 1280 x 800 พิกเซล ตอบโจทย์การเรียน การทำงาน และไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ เพื่อความบันเทิงที่สะดวกสบายสำหรับคนยุคใหม่ สามารถรับชม Netflix คมชัดในระดับ HD 

นอกจากนี้ ยังมีอุปกรณ์รองรับการทำงาน หรือความบันเทิงเต็มสตรีมแบบจุใจด้วย Second screen ต่อหน้าจอกับตัวอุปกรณ์ PC ครบอรรถรสด้วยระบบเสียงคุณภาพลำโพงสเตอริโอรองรับ OZO หรือระบบเสียงแบบส่วนตัวด้วยหูฟังรองรับสายแจ็ค 3.5 มม. การเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0 และรุ่น LTE จะมีเซ็นเซอร์ Proximity นอกจากนี้ ยังมาพร้อมการถ่ายภาพ สะท้อนไลฟ์สไตล์อย่างลงตัวกับกล้องหลัก 8MP ระบบออโต้โฟกัส และมีไฟแฟลช LED ในขณะที่กล้องหน้า 2MP ช่วยเก็บทุกความประทับใจได้ทุกช่วงเวลา

ด้านสเปคตัวเครื่องประมวลด้วยชิปเซ็ต Unisoc T606 พร้อมซีพียู Octa-core แบ่งโหมดการทำงานออกเป็น 2x Cortex-A75 สำหรับประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดและ 6x Cortex A-55 สำหรับประสิทธิภาพการทำงานทั่วไปที่เน้นประหยัดพลังงาน โดยมี RAM ขนาด 4GB และความจุตัวเครื่อง 64GB รองรับการใส่เมมโมรี่การ์ด MicroSD 

พร้อมอุ่นใจในความปลอดภัยตลอดการใช้งานด้วยการันตีอัปเดทเวอร์ชั่นใหม่นาน 3 ปี สามารถใส่ซิม เพื่อใช้โทรเข้าออกและรับส่งข้อความ sms ได้เหมือนโทรศัพท์

นอกจากนี้ ยังเพลิดเพลินในการใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนานต่อหนึ่งการชาร์จด้วยแบตเตอรี่เน้นความอึดทนขนาด 5250mAh รองรับกำลังไฟที่ 10W มั่นใจกับระบบรักษาความปลอดภัยด้วยระบบปลดล็อคสแกนใบหน้าแม้ขณะใส่หน้ากากอนามัย พร้อมมาตรฐาน IPX2 ช่วยป้องกันละอองน้ำและเหงื่อ

นอกจากฟีเจอร์และดีไซน์ที่ตอบโจทย์ทั้งกลุ่มวัยเรียนและวัยทำงานแล้ว Nokia T10 ยังเป็นขวัญใจคุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครองหลายบ้านกับการเป็นตัวช่วยสำคัญดูแลเด็ก ๆ ในการเรียนรู้ที่เหมาะสมช่วงวัย ด้วย Google Kids Space และ Entertainment Space ที่ทํางานร่วมกับ Family Link สามารถควบคุมเวลาและจำกัดคอนเทนต์ที่เหมาะกับช่วงวัยและความสนใจของเด็ก ๆ ได้อย่างอุ่นใจ ให้เด็ก ๆ เรียนรู้โลกกว้างกับคอนเทนต์ที่เหมาะสมอย่างไม่มีสะดุด

แท็บเล็ต Nokia T10 ใหม่ มาพร้อมตัวเครื่องสี Ocean Blue ราคาเพียง 5,990 บาท เริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายนนี้ เป็นต้นไป ผ่านร้านค้า Nokia ช่องทางออนไลน์ และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ดังนี้

👉Shopee>https://bit.ly/3zEi8Hk

👉Lazada>https://bit.ly/3h3iVv4

👉JD> https://bit.ly/3h3iX6a  

ติดตามข้อมูลเกี่ยวกับแท็บเล็ต Nokia T10 ได้ที่  https://www.nokia.com/phones/th_th/tablets

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/hmd-ready-to-sell-the-new-nokia-t10-on-november-16/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=hmd-ready-to-sell-the-new-nokia-t10-on-november-16

HMD เปิดตัว Nokia X30 5G สมาร์ทโฟนรักษ์โลกรุ่นแรกในไทย กล้องชัด 50MP กันสั่น OIS ชูนวัตกรรม PureView ภาพชัดเหนือระดับ

บริษัท เอชเอ็มดี โกลบอล เจ้าของลิขสิทธิ์การจัดจำหน่ายสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เสริมแบรนด์โนเกีย (Nokia) เปิดตัว Nokia X30 5G ตระกูล X ซีรีส์ สมาร์ทโฟนระดับกลาง รักษ์โลกรุ่นแรกในไทย บนแนวคิด “Play the long game” 

สัมผัสประสบการณ์ถ่ายภาพที่เหนือระดับกับนวัตกรรม PureView กล้องหลัก 50MP คมชัดทุกสภาวะแสง มาพร้อม Night Mode ถ่ายภาพกลางคืน 2.0 มี AI Portrait จับความละเอียดภาพแบบมืออาชีพ กันสั่น OIS ใส่เลนส์ Ultra-Wide 13MP กระจกนิรภัยสมาร์ทโฟนหน้าเลนส์ Gorilla Glass DX+ ทนทานต่อการขีดข่วน อัปเดต OS ใหม่นาน 3 ปี และอัปเดตระบบความปลอดภัยทุกเดือนนาน 3 ปี 

ตัวเครื่องผลิตจากวัสดุรีไซเคิลเป็นหลักเกือบทั้งหมด เฟรมอะลูมิเนียมรีไซเคิล 100% ฝาหลังตัวเครื่องทำจากพลาสติกรีไซเคิล 65% รวมถึงกล่องผลิตภัณฑ์เป็นกระดาษรีไซเคิลที่ FSC รับรอง 100% ขานรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับการเลือกผลิตภัณฑ์รักษ์โลก เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ชี้ปีที่ผ่านมาพบขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกเพิ่มขึ้น 57.4 ล้านตัน เดินหน้าลุยตลาดสมาร์ทโฟนไทยโค้งสุดท้ายของปี หลังปล่อยฟีเจอร์โฟน และสมาร์ทโฟนเจาะตลาดระดับล่างถึงบนไปแล้วกว่า 8รุ่นตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา 

Nokia

นายภราดร รามบุตร ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท เอชเอ็มดี โกลบอล กล่าวว่า นับเป็นครั้งแรกของสมาร์ทโฟนโนเกียในประเทศไทย ที่มาพร้อมตัวตนใหม่ Nokia X30 5G สมาร์ทโฟนระดับกลางตระกูล X ซีรีส์ ผลิตด้วยวัสดุรีไซเคิลเป็นหลักเกือบทั้งหมด

ตั้งแต่ตัวเครื่องตลอดจนกล่องบรรจุภัณฑ์ที่พยายามใช้กระดาษรีไซเคิลทดแทนพลาสติกและสารที่เป็นเคมี โดยเน้นวัสดุเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด บนแนวคิด Play the long game “รักษ์โลก ช่วยกันดูแลให้โลกอยู่กับเราไปนาน ๆ เริ่มได้จากตัวเรา” แต่ยังคงดีเอ็นเอโนเกีย ด้านความทนทาน ใช้งานได้ยาวนาน มั่นใจในความปลอดภัยตลอดการใช้งาน

ตอกย้ำคอนเซ็ปต์ Love it. Trust it. Keep it. เพราะเชื่อว่าการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีอายุการใช้งานยาวนาน ไม่เพียงมีประโยชน์ต่อผู้บริโภค แต่ยังส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม ขณะที่ปัจจุบันผลกระทบทางธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งสภาพอากาศแปรปรวน ตลอดจนภัยพิบัติในแต่ละพื้นที่ทั่วโลกกระตุ้นผู้บริโภคให้เริ่มปรับเปลี่ยนแนวคิดและพฤติกรรม หันมาให้ความสำคัญกับการเลือกใช้สินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น 

ดังนั้น HMD จึงขอมุ่งสนับสนุนผู้บริโภคใช้อุปกรณ์สมาร์ทโฟนให้ได้ยาวนานขึ้นเพื่อช่วยลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ลง และร่วมเป็นส่วนเล็ก ๆ ในการคืนธรรมชาติสู่โลก ซึ่งสถิติจาก HMD ปี 2564 ที่ผ่านมาพบทั่วโลกมีขยะอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้นถึง 57.4 ล้านตัน 

การเปิดตัว Nokia X30 5G ครั้งนี้ นับเป็นหนึ่งในโรดแมปกลยุทธ์บุกตลาดสมาร์ทโฟนประเทศไทยอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ช่วงต้นปี 2565 ที่ผ่านมา HMD ได้ปล่อยสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และฟีเจอร์โฟน เจาะตลาดในประเทศไทย  

โดยเน้นเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่ครอบคลุมทั้งในระดับล่าง กลาง และบนไปแล้วกว่า 8 รุ่น ประกอบด้วยสมาร์ทโฟน Nokia G50, G21, C21, C2Edition 2 แท็บเล็ตรุ่น Nokia T20 และฟีเจอร์โฟน 8210 4G / 5710 XpressAudio / 2660 Flip ที่ยังคงรักษาแชมป์ฟีเจอร์โฟนในไทย กับส่วนแบ่งการตลาดไม่น้อยกว่า 50%

ล่าสุด สำหรับน้องใหม่สายกรีนรักษ์โลก Nokia X30 5G ในลุคตัวตนใหม่ ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลเป็นหลัก มาพร้อมฟีเจอร์การถ่ายภาพที่น่าจับตา ด้วยกล้องหลังคู่กับเทคโนโลยี PureView 50MP พร้อม AI และระบบรองรับกันสั่นแบบ OIS ผสานเลนส์ Ultra-Wide 13MP สร้างประสบการณ์ถ่ายภาพที่เหนือระดับ

นายปริญญา พงษ์สิน ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ เอชเอ็มดี โกลบอล กล่าวว่านอกจากตัวตนใหม่ของ Nokia X30 5G ที่เกิดจากแนวคิดรักษ์โลกของตัวเครื่องเกือบทั้งหมด

ประกอบด้วยเฟรมอะลูมิเนียมรีไซเคิล 100% ฝาหลังตัวเครื่องจากพลาสติกรีไซเคิล 65% รวมถึงกล่องผลิตภัณฑ์เป็นกระดาษที่ FSC รับรอง 100% พร้อมกล่องกระดาษรีไซเคิล 94% และลดขนาดบรรจุภัณฑ์ให้เล็กลง เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในการขนส่ง

พร้อมฟีเจอร์เด่นตอบโจทย์ทุกสไตล์การถ่ายภาพได้อย่างลงตัวด้วยกล้องหลังคู่เทคโนโลยี PureView ความละเอียด 50MP รูรับแสงกว้าง (f/1.9) รองรับระบบกันสั่นแบบ OIS ผสานเลนส์ Ultra-Wide ความละเอียด 13MP รูรับแสงกว้าง(f/2.4) เก็บมุมกว้างถึง 123 องศา และกล้องเซลฟี่ความละเอียด 16MP รูรับแสงกว้าง (f/2.4) สุดล้ำกับโหมดถ่ายภาพกลางคืน Night Mode 2.0 และ AI Portrait จับทุกความละเอียดในภาพระดับมืออาชีพ

ดีไซน์ขนาดกล้องเพรียวบางเพียง 7.9 มม. พร้อมกระจกนิรภัยปกป้องเลนส์ Gorilla Glass DX+ ที่ป้องกันรอยขีดข่วนและช่วยให้แสงผ่านเข้าไปยังเลนส์ได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีแอปพลิเคชั่น GoPro Quik App ติดตั้งไว้ในตัวเครื่อง ให้สามารถถ่ายภาพ ตัดต่อ หรือแก้ไขภาพได้อย่างสมบูรณ์แบบ และแบ่งปันความคิดสร้างสรรค์ได้จากทุกที่ ทุกเวลา

นอกจากนี้ ยังมากับหน้าจอสัมผัส AMOLED ขนาด 6.43 นิ้ว คมชัดระดับ FHD+ ความละเอียด 1080 x 2400 รองรับค่า รีเฟรชเรทระดับ 90Hz อัตราส่วน 20:9 ความสว่างสูงสุด 700 nits 

พร้อมกระจกนิรภัยปกป้องหน้าจอ Gorilla Glass Victus แข็งแกร่งทนทานต่อการขีดข่วน หรือแรงกระแทกได้อย่างดีเยี่ยม มิติตัวเครื่องขนาด 158.9 x 73.9 x 7.99 มม. ชูดีไซน์เรียบหรู ทันสมัยระดับพรีเมียม ใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

และยังมีคุณสมบัติป้องกันน้ำ-ฝุ่นมาตรฐาน IP67 พร้อมระบบเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือปลดล็อคใต้หน้าจอ (Under Display Fingerprint) สเปคการใช้งานที่ไหลลื่น ประมวลผลด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 695 5G จับคู่กับ RAM8GB + ROM 256GB 

พร้อมการใช้งานที่อึดทนได้ยาวนาน 2 วัน ต่อการชาร์จหนึ่งรอบ ด้วยแบตเตอรี่ความจุขนาด 4200 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 33W บนระบบปฏิบัติการ Android 12 การันตีอัปเดต OS ใหม่นาน 3 ปีเต็ม  กระตุ้นผู้บริโภคให้ใช้งานสมาร์ทโฟนได้ยาวนานมากขึ้น มุ่งลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ 

Nokia X30 5G สมาร์ทโฟนโนเกียรักษ์โลกรุ่นแรกในไทย มาพร้อมตัวเครื่องสี Cloudy Blue ราคาเริ่มต้น 16,990 บาท เริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคมนี้ เป็นต้นไป 

สิทธิพิเศษรับฟรีหูฟัง BH-405 และเคสแท้ รวมมูลค่า 2,590 บาท เฉพาะ 50 ท่านแรก ผ่านร้านค้า Nokia ช่องทางออนไลน์ ดังนี้ Shopee: https://bit.ly/3CQe1dn Lazada: https://bit.ly/3RXKnHg JD Central: https://bit.ly/3eqTRx8 พร้อมติดตามข้อมูลเกี่ยวกับNokia X30 5G ได้ที่  https://www.nokia.com/phones/th_th

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/hmd-launches-nokia-x30-5g-the-first-global-smartphone-in-thailand/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=hmd-launches-nokia-x30-5g-the-first-global-smartphone-in-thailand

มาแล้วกองทัพ Nokia Classic ทั้ง 8210 4G , 5710 XpressAudio มีหูฟัง TWS ในตัว และ Nokia 2660 Flip

ถ้าเอ่ยชื่อมือถือ รุ่น Nokia คงไม่มีใครไม่รู้จักแน่นอนเพราะมือถือรุ่นนี้เป็นตำนานมาอย่างยาวนานเป็นเวลา 3 ทศวรรษหรือ 30 ปีกว่าเลยก็ว่าได้ค่ะ ถึงจะมีมือถือรุ่นใหม่ ๆ กำเนิดออกมากมายมาย Nokia ยังคงครองอันดับแบรนด์ยอดนิยมในทุกทวีปทั่วโลกรวมถึงตลาดในประเทศไทยด้วย ล่าสุดทาง Nokia ได้ออกจำหน่าย ฟีเจอร์โฟน รุ่น Retro ยุค 90s ถึง 3 รุ่นหวังเจาะกลุ่มผู้สูงอายุ และคนรักความคลาสสิก ฟังแล้วน่าสนใจขึ้นมาเลยทีเดียว เรามาดูกันดีกว่าว่าจะมีความพิเศษอะไรบ้าง

HMD ปลุกกระแส Retro ยุค 90s

ทาง HMD ประเทศไทยต้องการปลุกกระแส Retro ของยุค 90s ให้กลับมาอีกครั้งค่ะ ด้วยการเปิดตัวฟีเจอร์โฟน 3 รุ่น 3 สไตล์สุดคลาสสิกอย่างทั้ง Nokia 8210 4G ,Nokia 5710 XpressAudio และ Nokia 2660 Flip ตอบโจทย์การใช้งานที่แสนง่าย ไม่มีอะไรซับซ้อน สามารถใช้แทนโทรศัพท์บ้านได้เลย ซึ่งน่าจะถูกใจเหล่าผู้ที่ชื่นชอบในความคลาสสิกและไม่ได้ต้องการลูกเล่นหรือความฉลาดของสมาร์ทโฟน แถมยังมีการใช้งานได้ยาว ๆ เพราะแบตเตอรี่อึดด้วย ส่วนจุดเด่นของแต่ละรุ่นจะมีอะไรบ้าง มาดูกันค่ะ

Nokia 8210 4G (2,290 บาท)

Nokia 8210 4G ได้รับการพัฒนามาจากรุ่น Nokia 8210 รุ่นปี 1999หรือ พ.ศ. 2542 ในตำนานเลยค่ะ มาพร้อมหน้าจอขนาด 2.8 นิ้ว ความละเอียดQVGA กรอบจอแสดงผลที่ปรับปรุงใหม่ช่วยให้การพูดคุยและการส่งข้อความง่ายขึ้น พร้อมกล้องถ่ายภาพความละเอียด VGA คุณภาพวีดีโอ qVGAภายในขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต UniSocT107  และหน่วยความจำภายในขนาด 48MB+128MB รองรับ MicroSD Card สูงสุด 32GB ทำงานบนระบบปฏิบัติการ S30+OS

รองรับเครือข่าย 4G LTE และ Bluetooth 5.0 พร้อมความบันเทิงสุดคลาสสิกกับฟีเจอร์ฟังเพลง MP3 และวิทยุ FM ที่สามารถค้นหาคลื่นผ่านตัวเครื่องได้เลยโดยไม่ต้องใช้หูฟัง ทั้งยังคงเกมงูในตำนานที่แฟนตัวยงพลาดไม่ได้ติดตั้งมาพร้อมกับตัวเครื่องโดยมีตัวเครื่องให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีน้ำเงินเข้ม และสีแดง

 

Nokia 5710 XpressAudio (2,690 บาท)

Nokia 5710 XpressAudioมีหูฟัง TWS ติดมากับตัวเครื่อง เพิ่มลูกเล่นฝาหลังสไลด์ขึ้น-ลง หยิบใช้งานง่าย คุณภาพเสียงที่คมชัด และสามารถชาร์จอัตโนมัติเมื่อไม่ได้ใช้งาน ตัวหูฟัง Nokia Xpress Earbuds สามารถเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 5.0 หรือจะใช้กับสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์อื่น ๆ หน้าจอแสดงผล 2.4 นิ้ว (QVGA) และกล้องหลังความละเอียด 0.3MP คุณภาพวีดีโอ qVGA ภายในขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Unisoc T107​ มีหน่วยความจำภายใน 128MB ซึ่งสามารถใส่การ์ด MicroSD เพิ่มความจุได้อีกสูงสุด 32GB

มาพร้อมกับแบตเตอรี่อึดทน 1450mAh เน้นประหยัดพลังงาน และสามารถถอดเปลี่ยนได้ นอกจากนี้ตัวเครื่องยังมีช่องหูฟัง 3.5 มม. โดยมีตัวเครื่องที่วางจำหน่ายเป็นสีดำแดง

 

Nokia 2660 Flip (2,490 บาท)

Nokia 2660 Flip ฟีเจอร์โฟนย้อนยุคแฟชั่นฝาพับในตำนานสเปกส่วนใหญ่มาจาก 8210 4G และ 5710 XpressAudio หน้าจอหลักขนาด 2.8 นิ้ว QVGA กับจอบนฝาพับขนาด 1.77 นิ้ว พร้อมด้วยกล้องหลังความละเอียด 0.3MP คุณภาพวีดีโอ qVGA


แบตเตอรี่ 1450mAh เน้นประหยัดพลังงาน รองรับ MicroSD 32GB จุดเด่นที่น่าสนใจคือตัวเครื่องมีปุ่มกดขนาดใหญ่พิมพ์ง่ายและมีฟังก์ชันช่วยฟัง M4/T4 HAC หรือ Hearing Aid Compatibility เหมาะสำหรับผู้ใช้โดยเฉพาะผู้สูงวัยหรือผู้มีความต้องการเป็นพิเศษด้านการฟังโดยตัวเครื่องมีสีที่วางจำหน่าย สีดํา

 

เป็นไงกันบ้างคะสำหรับมือถือในตำนานอย่าง Nokia ฟีเจอร์โฟนแนว Retro ทั้งสามรุ่น  มองในอีกมุมเรารู้สึกว่าน่าใช้มากสำหรับคนที่ชื่นชอบความคลาสสิกหรือความเรียบง่ายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ที่สำคัญยังเหมาะมาก ๆ กับผู้สูงอายุที่ไม่ได้เน้นฟีเจอร์อะไรเยอะแยะเน้นโทรออกรับสายเท่านั้น ส่วนคนวัยทำงานก็ใช้ได้นะ ไว้เป็นเครื่องสำรองสำหรับติดต่อประสานงานก็สบาย ๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเลย

ถ้าใครสนใจสามารถไปจับจองได้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2565 เป็นต้นไปผ่านร้านค้าตัวแทนจำหน่าย Nokia ทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์อย่าง Shopee, JD CENTRAL และ Lazada ค่ะ

 

ที่มา : อีเมลประชาสัมพันธ์, Nokia

from:https://droidsans.com/3-new-nokia-feature-phones-available-thailand/

HMD พร้อมจำหน่าย NOKIA ฟีเจอร์โฟน รุ่นปลุกกระแส Retro ยุค 90s รักษาแชมป์ฟีเจอร์โฟนในตลาดไทย จับกลุ่มผู้สูงอายุ – กลุ่มคนรักความคลาสสิก

HMD ประเทศไทย เปิดตัวฟีเจอร์โฟน 3 รุ่นสุดคลาสสิก ปลุกกระแส Retro ยุค 90s ประเดิมด้วย Nokia 8210 4G ฟีเจอร์โฟนอัปเกรดจากมือถือในตำนานยุค 90s คงเกมงูสุดคลาสสิกที่แฟนตัวยงพลาดไม่ได้ Nokia 5710 XpressAudio มากับหูฟัง TWS ติดกับตัวเครื่อง เพิ่มลูกเล่นฝาหลังสไลด์ขึ้น-ลง หยิบใช้งานสะดวก

และปิดท้ายด้วย Nokia 2660 Flip ฟีเจอร์โฟนย้อนยุคแฟชั่นฝาพับ มีปุ่มกดสัมผัสขนาดใหญ่พิมพ์ง่ายและฟังก์ชันสนับสนุนการช่วยฟัง M4/T4 HAC เพื่อกลุ่มผู้สูงวัย

ชูทั้ง 3 รุ่น จับตลาดกลุ่มธุรกิจองค์กรที่มองหาฟีเจอร์โฟนใช้งานแทนโทรศัพท์บ้าน กลุ่มวัยทำงาน และกลุ่มผู้บริโภคผู้หลงไหลความคลาสสิกในยุค 90s พบผู้ใช้งานฟีเจอร์โฟนให้ความสำคัญกับอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานมากที่สุดถึง 60% และความน่าเชื่อถือด้านความทนทาน 30% 

เผยตลาดฟีเจอร์โฟนทั่วโลกยังเป็นที่ต้องการต่อเนื่อง คาดจะมีความต้องการมากถึง 157 ล้านเครื่องในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า เช่นเดียวกับตลาดในไทยช่วงปีที่ผ่านมาที่โทรศัพท์ฟีเจอร์โฟนเป็นรุ่นที่ถูกถามหา และยังเป็นที่ต้องการเพื่อก้าวข้ามสู่ยุคเปลี่ยนผ่านจากเครือข่าย 2G เป็น 4G วางกลยุทธ์รุกขยายร้านค้ากว่า 4,000 แห่งทั่วประเทศไทยในปีนี้ เข้าถึงผู้บริโภคครอบคลุมมากขึ้น ตั้งเป้าดันกลุ่มฟีเจอร์โฟนโตในประเทศเพิ่ม 40%

Nokia

นายภราดร รามบุตร ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท เอชเอ็มดี โกลบอล (HMD) เปิดเผยว่า ตลาดโทรศัพท์มือถือฟีเจอร์โฟนทั่วโลกยังคงเป็นที่ต้องการต่อเนื่อง นับจากช่วงยุค 90s ที่ตลาดรวมฟีเจอร์โฟนมีการเติบโตอย่างมาก ด้วยยอดขายที่ทะลุกว่า 100 ล้านเครื่องต่อปีในตลาดโลก ปัจจุบันแม้ผ่านไปแล้วกว่า 3 ทศวรรษ โทรศัพท์ฟีเจอร์โฟนก็ยังคงเป็นที่ต้องการข้ามยุคสมัย โดยคาดว่าตลาดจะมีความต้องการมากถึง 157 ล้านเครื่องในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า

ขณะเดียวกันแบรนด์ Nokia ยังติดอันดับแบรนด์นิยมต้น ๆ ในทุกทวีปทั่วโลก รวมถึงตลาดประเทศไทยที่ยังคงรักษาแชมป์ครองมาเกตแชร์อันดับหนึ่งเกินครึ่งของตลาด ทั้งนี้ จากความต้องการของตลาด เอชเอ็มดีได้ดึงเอาความเรียบง่ายของโทรศัพท์มือถือยุค 90s ด้วยจุดแข็งที่ข้ามกาลเวลามาถึงปัจจุบันกลับมารีเมคอีกครั้ง พร้อมกับการอัปเกรดฟังก์ชันใช้งานที่ทันสมัยขึ้น เพิ่มฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานมากขึ้น 

แต่ยังโดดเด่นด้วยดีไซน์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ทั้งความคงทนและพลังงานแบตเตอรี่อึดทนใช้งานยาวนาน พร้อมคุณภาพการผลิตจากวัสดุที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน มั่นใจได้กับการใช้งานที่ยาวนาน บวกกับงานประกอบระดับพรีเมียม ตอบสนองความต้องการผู้บริโภคกลุ่มฟีเจอร์โฟนปัจจุบัน จากการสำรวจข้อมูลผู้ใช้โทรศัพท์ฟีเจอร์โฟนพบผู้บริโภค 60% ให้ความสำคัญกับอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนาน และ30% เน้นความน่าเชื่อถือของแบรนด์และความทนทานของโทรศัพท์

“แม้จะผ่านมากว่า 30 ปี ด้วยเสน่ห์และจุดแข็งของโทรศัพท์มือถือฟีเจอร์โฟนอันเป็นเอกลักษณ์ และการใช้งานที่คลาสสิก โดยเฉพาะแบรนด์ Nokia ที่คงความโดดเด่นเรื่องวัสดุความทนทานใช้งานยาวนาน ส่งผลให้ตลาดฟีเจอร์โฟนทั่วโลก และตลาดในไทยยังเป็นที่ต้องการของกลุ่มผู้บริโภคต่อเนื่อง ดังนั้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดและเพิ่มโอกาสการเข้าฟีเจอร์โฟนคุณภาพ เอชเอ็มดี ตั้งเป้าโทรศัพท์กลุ่มฟีเจอร์โฟนเติบโตในประเทศเพิ่มขึ้น 40% พร้อมรุกตลาดเดินหน้าขยายร้านค้ากว่า 4,000 แห่งทั่วประเทศไทยในปีนี้” นายภราดรกล่าว

นายปริญญา พงษ์สิน ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณท์ เอชเอ็มดี โกลบอล “ช่วงปีที่ผ่านมาฟีเจอร์โฟนโนเกียรุ่นเก๋าเกมในตำนานหลายรุ่นถูกหยิบขึ้นมาปัดฝุ่นอัปเกรดฟีเจอร์ และฟังก์ชันใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์การใช้งานผู้บริโภค อาทิ Nokia 3310 Nokia 2720 และ Nokia 8110 ที่ประสบความสำเร็จ ได้กระแสตอบรับอย่างดีในตลาดโลก ล่าสุด ฟีเจอร์โฟนทั้ง 3 รุ่นได้พร้อมนำเข้าและจัดจำหน่ายปลุกกระแสยุค 90s ในตลาดประเทศไทย

โดยช่วงครึ่งปีหลังเอชเอ็มดีวางกลยุทธรุกตลาดฟีเจอร์โฟนจับกลุ่มผู้บริโภคครอบคลุมยิ่งขึ้น ทั้งกลุ่มธุรกิจองค์กรมองหาฟีเจอร์โฟนใช้งานแทนโทรศัพท์บ้าน วัยทำงาน ผู้สูงวัย และกลุ่มผู้บริโภคที่หลงใหลในดีไซน์ความคลาสสิกในยุค 90s รวมทั้งลูกเล่นของแบรนด์ Nokia ในยุคนั้น

ประเดิมรุ่นแรกด้วย Nokia 8210 4G ฟีเจอร์โฟนทายาทรับไม้ต่อจากรุ่นพี่อย่าง Nokia 8210 รุ่นปี 1999 หรือ พ.ศ. 2542 ในตำนาน มาพร้อมหน้าจอขนาด 2.8 นิ้ว ความละเอียด QVGA กรอบจอแสดงผลที่ปรับปรุงใหม่ ช่วยให้การพูดคุยและการส่งข้อความง่ายขึ้น พร้อมกล้องถ่ายภาพความละเอียด VGA คุณภาพวีดีโอ qVGA ภายในขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต UniSoc T107 และหน่วยความจำภายในขนาด 48MB+128MB รองรับ MicroSD Card สูงสุด 32GB 

ทำงานบนระบบปฏิบัติการ S30+OS รองรับเครือข่าย 4G LTE และ Bluetooth 5.0 พร้อมความบันเทิงสุดคลาสสิกกับฟีเจอร์ฟังเพลง MP3 และวิทยุ FM ที่สามารถค้นหาคลื่นผ่านตัวเครื่องได้เลยโดยไม่ต้องใช้หูฟัง ทั้งยังคงเกมงูในตำนานที่แฟนตัวยงพลาดไม่ได้ติดตั้งมาพร้อมกับตัวเครื่อง โดยมีตัวเครื่องให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีน้ำเงินเข้ม และสีแดง ในราคา 2,290 บาท”

ต่อด้วย Nokia 5710 XpressAudio มีหูฟัง TWS ติดมากับตัวเครื่อง เพิ่มลูกเล่นฝาหลังสไลด์ขึ้น-ลง หยิบใช้งานง่าย คุณภาพเสียงที่คมชัด และสามารถชาร์จอัตโนมัติเมื่อไม่ได้ใช้งาน ตัวหูฟัง Nokia Xpress Earbuds สามารถเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 5.0 หรือจะใช้กับสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์อื่น ๆ หน้าจอแสดงผล 2.4 นิ้ว (QVGA) และกล้องหลังความละเอียด 0.3MP คุณภาพวีดีโอ qVGA 

ภายในขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Unisoc T107 มีหน่วยความจำภายใน 128MB ซึ่งสามารถใส่การ์ด MicroSD เพิ่มความจุได้อีกสูงสุด 32GB พร้อมด้วยแบตเตอรี่อึดทน 1450mAh เน้นประหยัดพลังงาน และสามารถถอดเปลี่ยนได้ นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังมีช่องหูฟัง 3.5 มม. โดยมีตัวเครื่องที่วางจำหน่ายเป็นสีดำแดง ในราคา 2,690 บาท

“ปิดท้ายด้วย Nokia 2660 Flip ฟีเจอร์โฟนย้อนยุคแฟชั่นฝาพับในตำนาน ยกสเปกส่วนใหญ่มาจาก 8210 4G และ 5710 XpressAudio หน้าจอหลักขนาด 2.8 นิ้ว QVGA กับจอบนฝาพับขนาด 1.77 นิ้ว พร้อมด้วยกล้องหลังความละเอียด 0.3MP  คุณภาพวีดีโอ qVGA ความอึดทนแบตเตอรี่ 1450mAh เน้นประหยัดพลังงาน รองรับ MicroSD 32GB

จุดเด่นที่น่าสนใจคือตัวเครื่องมีปุ่มกด tactile สัมผัสขนาดใหญ่พิมพ์ง่ายและฟังก์ชันช่วยฟัง M4/T4 HAC หรือ Hearing Aid Compatibility เหมาะสำหรับผู้ใช้โดยเฉพาะผู้สูงวัยหรือผู้มีความต้องการเป็นพิเศษด้านการฟัง โดยตัวเครื่องมีสีที่วางจำหน่าย สีดํา ในราคา 2,490 บาท” นายปริญญา กล่าวทิ้งท้าย

NOKIA ฟีเจอร์โฟน 3 รุ่นปลุกกระแส Retro ยุค 90s เริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2565 เป็นต้นไป ผ่านร้านค้าตัวแทนจำหน่าย Nokia ทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์ ดังนี้

Nokia 8210 4G 

Shopee: https://shopee.co.th/product/76502199/21232198870/

Lazada: https://www.lazada.co.th/products/i4084532355.html?spm=a1zawg.24863640.table_online_product.5.b0314edfzHuYwA

JD Central: https://www.jd.co.th/product/68385857.html

Nokia 5710 XA

Shopee: https://shopee.co.th/product/76502199/21332197427/

Lazada: https://www.lazada.co.th/products/i4084459984.html?spm=a1zawg.24863640.table_online_product.3.b0314edfzHuYwA  

JD Central: https://www.jd.co.th/product/68385727.html

และ Nokia 2660 Flip

Shopee: https://shopee.co.th/product/76502199/19432196611/

Lazada: https://www.lazada.co.th/products/i4084581222.html?spm=a1zawg.24863640.table_online_product.1.b0314edfzHuYwA

JD Central: https://www.jd.co.th/product/68385716.html

พร้อมติดตามข้อมูลเกี่ยวกับ NOKIA ฟีเจอร์โฟน 3 รุ่นได้ที่  https://www.nokia.com/phones/th_th/feature-phones  

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/hmd-ready-to-sell-nokia-feature-phones/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=hmd-ready-to-sell-nokia-feature-phones

HMD พร้อมจำหน่าย NOKIA ฟีเจอร์โฟน รุ่นปลุกกระแส Retro ยุค 90s รักษาแชมป์ฟีเจอร์โฟนในตลาดไทย จับกลุ่มผู้สูงอายุ – กลุ่มคนรักความคลาสสิก

HMD ประเทศไทย เปิดตัวฟีเจอร์โฟน 3 รุ่นสุดคลาสสิก ปลุกกระแส Retro ยุค 90s ประเดิมด้วย Nokia 8210 4G ฟีเจอร์โฟนอัปเกรดจากมือถือในตำนานยุค 90s คงเกมงูสุดคลาสสิกที่แฟนตัวยงพลาดไม่ได้ Nokia 5710 XpressAudio มากับหูฟัง TWS ติดกับตัวเครื่อง เพิ่มลูกเล่นฝาหลังสไลด์ขึ้น-ลง หยิบใช้งานสะดวก

และปิดท้ายด้วย Nokia 2660 Flip ฟีเจอร์โฟนย้อนยุคแฟชั่นฝาพับ มีปุ่มกดสัมผัสขนาดใหญ่พิมพ์ง่ายและฟังก์ชันสนับสนุนการช่วยฟัง M4/T4 HAC เพื่อกลุ่มผู้สูงวัย

ชูทั้ง 3 รุ่น จับตลาดกลุ่มธุรกิจองค์กรที่มองหาฟีเจอร์โฟนใช้งานแทนโทรศัพท์บ้าน กลุ่มวัยทำงาน และกลุ่มผู้บริโภคผู้หลงไหลความคลาสสิกในยุค 90s พบผู้ใช้งานฟีเจอร์โฟนให้ความสำคัญกับอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานมากที่สุดถึง 60% และความน่าเชื่อถือด้านความทนทาน 30% 

เผยตลาดฟีเจอร์โฟนทั่วโลกยังเป็นที่ต้องการต่อเนื่อง คาดจะมีความต้องการมากถึง 157 ล้านเครื่องในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า เช่นเดียวกับตลาดในไทยช่วงปีที่ผ่านมาที่โทรศัพท์ฟีเจอร์โฟนเป็นรุ่นที่ถูกถามหา และยังเป็นที่ต้องการเพื่อก้าวข้ามสู่ยุคเปลี่ยนผ่านจากเครือข่าย 2G เป็น 4G วางกลยุทธ์รุกขยายร้านค้ากว่า 4,000 แห่งทั่วประเทศไทยในปีนี้ เข้าถึงผู้บริโภคครอบคลุมมากขึ้น ตั้งเป้าดันกลุ่มฟีเจอร์โฟนโตในประเทศเพิ่ม 40%

Nokia

นายภราดร รามบุตร ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท เอชเอ็มดี โกลบอล (HMD) เปิดเผยว่า ตลาดโทรศัพท์มือถือฟีเจอร์โฟนทั่วโลกยังคงเป็นที่ต้องการต่อเนื่อง นับจากช่วงยุค 90s ที่ตลาดรวมฟีเจอร์โฟนมีการเติบโตอย่างมาก ด้วยยอดขายที่ทะลุกว่า 100 ล้านเครื่องต่อปีในตลาดโลก ปัจจุบันแม้ผ่านไปแล้วกว่า 3 ทศวรรษ โทรศัพท์ฟีเจอร์โฟนก็ยังคงเป็นที่ต้องการข้ามยุคสมัย โดยคาดว่าตลาดจะมีความต้องการมากถึง 157 ล้านเครื่องในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า

ขณะเดียวกันแบรนด์ Nokia ยังติดอันดับแบรนด์นิยมต้น ๆ ในทุกทวีปทั่วโลก รวมถึงตลาดประเทศไทยที่ยังคงรักษาแชมป์ครองมาเกตแชร์อันดับหนึ่งเกินครึ่งของตลาด ทั้งนี้ จากความต้องการของตลาด เอชเอ็มดีได้ดึงเอาความเรียบง่ายของโทรศัพท์มือถือยุค 90s ด้วยจุดแข็งที่ข้ามกาลเวลามาถึงปัจจุบันกลับมารีเมคอีกครั้ง พร้อมกับการอัปเกรดฟังก์ชันใช้งานที่ทันสมัยขึ้น เพิ่มฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานมากขึ้น 

แต่ยังโดดเด่นด้วยดีไซน์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ทั้งความคงทนและพลังงานแบตเตอรี่อึดทนใช้งานยาวนาน พร้อมคุณภาพการผลิตจากวัสดุที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน มั่นใจได้กับการใช้งานที่ยาวนาน บวกกับงานประกอบระดับพรีเมียม ตอบสนองความต้องการผู้บริโภคกลุ่มฟีเจอร์โฟนปัจจุบัน จากการสำรวจข้อมูลผู้ใช้โทรศัพท์ฟีเจอร์โฟนพบผู้บริโภค 60% ให้ความสำคัญกับอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนาน และ30% เน้นความน่าเชื่อถือของแบรนด์และความทนทานของโทรศัพท์

“แม้จะผ่านมากว่า 30 ปี ด้วยเสน่ห์และจุดแข็งของโทรศัพท์มือถือฟีเจอร์โฟนอันเป็นเอกลักษณ์ และการใช้งานที่คลาสสิก โดยเฉพาะแบรนด์ Nokia ที่คงความโดดเด่นเรื่องวัสดุความทนทานใช้งานยาวนาน ส่งผลให้ตลาดฟีเจอร์โฟนทั่วโลก และตลาดในไทยยังเป็นที่ต้องการของกลุ่มผู้บริโภคต่อเนื่อง ดังนั้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดและเพิ่มโอกาสการเข้าฟีเจอร์โฟนคุณภาพ เอชเอ็มดี ตั้งเป้าโทรศัพท์กลุ่มฟีเจอร์โฟนเติบโตในประเทศเพิ่มขึ้น 40% พร้อมรุกตลาดเดินหน้าขยายร้านค้ากว่า 4,000 แห่งทั่วประเทศไทยในปีนี้” นายภราดรกล่าว

นายปริญญา พงษ์สิน ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณท์ เอชเอ็มดี โกลบอล “ช่วงปีที่ผ่านมาฟีเจอร์โฟนโนเกียรุ่นเก๋าเกมในตำนานหลายรุ่นถูกหยิบขึ้นมาปัดฝุ่นอัปเกรดฟีเจอร์ และฟังก์ชันใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์การใช้งานผู้บริโภค อาทิ Nokia 3310 Nokia 2720 และ Nokia 8110 ที่ประสบความสำเร็จ ได้กระแสตอบรับอย่างดีในตลาดโลก ล่าสุด ฟีเจอร์โฟนทั้ง 3 รุ่นได้พร้อมนำเข้าและจัดจำหน่ายปลุกกระแสยุค 90s ในตลาดประเทศไทย

โดยช่วงครึ่งปีหลังเอชเอ็มดีวางกลยุทธรุกตลาดฟีเจอร์โฟนจับกลุ่มผู้บริโภคครอบคลุมยิ่งขึ้น ทั้งกลุ่มธุรกิจองค์กรมองหาฟีเจอร์โฟนใช้งานแทนโทรศัพท์บ้าน วัยทำงาน ผู้สูงวัย และกลุ่มผู้บริโภคที่หลงใหลในดีไซน์ความคลาสสิกในยุค 90s รวมทั้งลูกเล่นของแบรนด์ Nokia ในยุคนั้น

ประเดิมรุ่นแรกด้วย Nokia 8210 4G ฟีเจอร์โฟนทายาทรับไม้ต่อจากรุ่นพี่อย่าง Nokia 8210 รุ่นปี 1999 หรือ พ.ศ. 2542 ในตำนาน มาพร้อมหน้าจอขนาด 2.8 นิ้ว ความละเอียด QVGA กรอบจอแสดงผลที่ปรับปรุงใหม่ ช่วยให้การพูดคุยและการส่งข้อความง่ายขึ้น พร้อมกล้องถ่ายภาพความละเอียด VGA คุณภาพวีดีโอ qVGA ภายในขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต UniSoc T107 และหน่วยความจำภายในขนาด 48MB+128MB รองรับ MicroSD Card สูงสุด 32GB 

ทำงานบนระบบปฏิบัติการ S30+OS รองรับเครือข่าย 4G LTE และ Bluetooth 5.0 พร้อมความบันเทิงสุดคลาสสิกกับฟีเจอร์ฟังเพลง MP3 และวิทยุ FM ที่สามารถค้นหาคลื่นผ่านตัวเครื่องได้เลยโดยไม่ต้องใช้หูฟัง ทั้งยังคงเกมงูในตำนานที่แฟนตัวยงพลาดไม่ได้ติดตั้งมาพร้อมกับตัวเครื่อง โดยมีตัวเครื่องให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีน้ำเงินเข้ม และสีแดง ในราคา 2,290 บาท”

ต่อด้วย Nokia 5710 XpressAudio มีหูฟัง TWS ติดมากับตัวเครื่อง เพิ่มลูกเล่นฝาหลังสไลด์ขึ้น-ลง หยิบใช้งานง่าย คุณภาพเสียงที่คมชัด และสามารถชาร์จอัตโนมัติเมื่อไม่ได้ใช้งาน ตัวหูฟัง Nokia Xpress Earbuds สามารถเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 5.0 หรือจะใช้กับสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์อื่น ๆ หน้าจอแสดงผล 2.4 นิ้ว (QVGA) และกล้องหลังความละเอียด 0.3MP คุณภาพวีดีโอ qVGA 

ภายในขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Unisoc T107 มีหน่วยความจำภายใน 128MB ซึ่งสามารถใส่การ์ด MicroSD เพิ่มความจุได้อีกสูงสุด 32GB พร้อมด้วยแบตเตอรี่อึดทน 1450mAh เน้นประหยัดพลังงาน และสามารถถอดเปลี่ยนได้ นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังมีช่องหูฟัง 3.5 มม. โดยมีตัวเครื่องที่วางจำหน่ายเป็นสีดำแดง ในราคา 2,690 บาท

“ปิดท้ายด้วย Nokia 2660 Flip ฟีเจอร์โฟนย้อนยุคแฟชั่นฝาพับในตำนาน ยกสเปกส่วนใหญ่มาจาก 8210 4G และ 5710 XpressAudio หน้าจอหลักขนาด 2.8 นิ้ว QVGA กับจอบนฝาพับขนาด 1.77 นิ้ว พร้อมด้วยกล้องหลังความละเอียด 0.3MP  คุณภาพวีดีโอ qVGA ความอึดทนแบตเตอรี่ 1450mAh เน้นประหยัดพลังงาน รองรับ MicroSD 32GB

จุดเด่นที่น่าสนใจคือตัวเครื่องมีปุ่มกด tactile สัมผัสขนาดใหญ่พิมพ์ง่ายและฟังก์ชันช่วยฟัง M4/T4 HAC หรือ Hearing Aid Compatibility เหมาะสำหรับผู้ใช้โดยเฉพาะผู้สูงวัยหรือผู้มีความต้องการเป็นพิเศษด้านการฟัง โดยตัวเครื่องมีสีที่วางจำหน่าย สีดํา ในราคา 2,490 บาท” นายปริญญา กล่าวทิ้งท้าย

NOKIA ฟีเจอร์โฟน 3 รุ่นปลุกกระแส Retro ยุค 90s เริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2565 เป็นต้นไป ผ่านร้านค้าตัวแทนจำหน่าย Nokia ทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์ ดังนี้

Nokia 8210 4G 

Shopee: https://shopee.co.th/product/76502199/21232198870/

Lazada: https://www.lazada.co.th/products/i4084532355.html?spm=a1zawg.24863640.table_online_product.5.b0314edfzHuYwA

JD Central: https://www.jd.co.th/product/68385857.html

Nokia 5710 XA

Shopee: https://shopee.co.th/product/76502199/21332197427/

Lazada: https://www.lazada.co.th/products/i4084459984.html?spm=a1zawg.24863640.table_online_product.3.b0314edfzHuYwA  

JD Central: https://www.jd.co.th/product/68385727.html

และ Nokia 2660 Flip

Shopee: https://shopee.co.th/product/76502199/19432196611/

Lazada: https://www.lazada.co.th/products/i4084581222.html?spm=a1zawg.24863640.table_online_product.1.b0314edfzHuYwA

JD Central: https://www.jd.co.th/product/68385716.html

พร้อมติดตามข้อมูลเกี่ยวกับ NOKIA ฟีเจอร์โฟน 3 รุ่นได้ที่  https://www.nokia.com/phones/th_th/feature-phones  

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/hmd-ready-to-sell-nokia-feature-phones-classic/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=hmd-ready-to-sell-nokia-feature-phones-classic

เปิดตัว NOKIA ฟีเจอร์โฟน 3 รุ่น ดีไซน์คลาสสิค ย้อนวัย’90

HMD เปิดตัว NOKIA ฟีเจอร์โฟน 3 รุ่น ดีไซน์คลาสสิค ย้อนว […] More

from:https://www.iphonemod.net/hmd-announce-3-nokia-feature-phone-classic-style.html

ส่องสมาร์ทโฟน โนเกีย 3 รุ่น น่าใช้ยุคเศรษฐกิจฝืดเคือง

ปรากฏการณ์เงินเฟ้อในประเทศพุ่งแตะ 7.1% เพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 13 ปีนับจากปี 2551 โดยเฉพาะค่าเชื้อเพลิง กระทบราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นรายวัน รวมไปถึงเหล่าสินค้าเครื่องอุปโภคและบริโภคที่จำเป็นทยอยปรับขึ้นราคาไม่หยุดหย่อน สะท้อนให้หลายคนรู้สึกว่าเงินในกระเป๋าเท่าเดิม แต่กลับมีกำลังจับจ่ายลดน้อยถอยลงอย่างเห็นได้ชัด กระทบไปถึงกำลังซื้อส่วนบุคคล และกำลังภาคครัวเรือนที่รัดเข็มขัด เพิ่มความระมัดระวังในการใช้จ่าย

สวนทางกับโลกที่กำลังหมุนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วด้วยเทคโนโลยีที่เข้ามาขับเคลื่อนวิถีชีวิตผู้คนหรือดิจิทัลไลฟ์ สินค้ากลุ่มเทคโนโลยีกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการใช้ชีวิตของคนในสังคม เพื่อการทำงาน การเรียน ความบันเทิง และการสื่อสารระหว่างสังคมรอบตัว ทั้งเพื่อนและครอบครัว

โดยเฉพาะโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ซึ่งกลายมาเป็นปัจจัยที่ 5 ในชีวิตทุกคนที่ต้องมีและขาดไม่ได้ เข้ามามีบทบาทสำคัญในการใช้ชีวิต เป็นทั้งเครื่องมือสื่อสาร คลังความรู้ กระเป๋าเงินออนไลน์ สมุดบันทึก ร้านค้า หรือแม้แต่ร้านอาหารเคลื่อนที่ ฯลฯ ส่งผลให้หลายคนมองหาสมาร์ทโฟนราคาที่เป็นมิตรกับกระเป๋า แต่ยังได้สเปกดีทนทานมาใช้งานในยุคเศรษฐกิจรัดเข็มขัด

Nokia

โนเกีย นับเป็นหนึ่งแบรนด์สมาร์ทโฟนในตลาดปัจจุบันที่มี อึด ทน ดีไซน์ทันสมัย สเปกเกินราคา ซึ่งสมาร์ทโฟนโนเกีย 3 รุ่น Nokia G21 Nokia C21 และ Nokia C2 2nd edition ราคาเป็นมิตรแต่สเปกตอบโจทย์วิถีชีวิตดิจิทัลไลฟ์ ส่งมอบความปลอดภัยข้อมูลผู้ใช้งานขั้นสูงสุด พร้อมกับวัสดุที่มีคุณภาพดี เน้นอึดถึกทน พรีเมียมตามสไตล์สแกนดิเนเวียน เน้นคงทนใช้งานได้ยาวนาน

และยังมาพร้อมแบตเตอรี่อึดใช้งานได้ตลอดวัน ซึ่งเป็นดีเอ็นเอของแบรนด์โนเกีย ภายใต้แนวคิด Love it. Trust it. Keep it.  พร้อมด้วยสเปกตัวเครื่องที่บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่ารุ่นนั้น ๆ สามารถตอบโจทย์การทำงานได้รวดเร็วมากน้อยแค่ไหน และที่สำคัญคือการเปรียบเทียบราคาที่คุ้มค่า เหมาะสมในการใช้งาน

เริ่มต้นด้วย Nokia G21 สำหรับคนที่มองหาโทรศัพท์ดีไซน์สวยฟังก์ชันการใช้งานครบ รองรับทุกแอปฯ ด้วยราคาเริ่มเพียง 5,490 บาท โดดเด่นด้วยฟังก์ชันสแกนใบหน้าขณะใส่แมสก์ จัดเต็มกล้องสามตัว 50 ล้านพิกเซล พร้อม AI Imaging เอาใจสายชอบแชะแชร์ มีหน้าจอขนาดใหญ่ 6.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD+ 20:9 รองรับการใช้งานชัดแจ๋วในทุกกิจกรรม ทั้งทำงาน เรียน และความบันเทิง

ทั้งยังสามารถรองรับการใช้งานโมบายแบงก์กิ้งทุกธนาคาร สแกน-โอน-จ่าย ได้อย่างรวดเร็ว มั่นใจการใช้งานที่อึดทนยาวนานต่อเนื่อง 3 วัน กับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5050mAh เสริมด้วย Super Battery Saver โหมดประหยัดพลังงานใหม่เพื่อให้ใช้งานได้นานขึ้น ที่มีเฉพาะโทรศัพท์ในมือถือ Nokia เท่านั้น พร้อมรองรับระบบชาร์จไวสูงสุด 18W 

มีให้เลือก 2 รุ่น กับรุ่น 4+64GB และ 6+128GB  

·      ระบบปฏิบัติการ: แอนดรอยด์ 11 (พร้อมอัพเกรดแอนดรอยด์ 12)

·      หน่วยความจําและที่เก็บข้อมูล RAM/ROM: 4/64GB และ 6/128 GB

·      จอแสดงผล: ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด HD+  Refresh rate 90Hz

·      กล้องและแฟลช เลนส์หลัก: AF 50MP + เลนส์มาโคร 2 ล้านพิกเซล + เลนส์ความลึก 2 ล้านพิกเซล FF แฟลช LED เดี่ยว | ด้านหน้า: 8 ล้านพิกเซล

·      แบตเตอรี่: 5050 mAh

·      มิติตัวเครื่อง: 164.6 x 75.9 x 8.5 มม. น้ำหนัก 190 กรัม

·      ช่องใส่ซิม: นาโนซิม + นาโนซิม + สล็อตไฮบริด MicroSD (3 in 3)

·      ปลดล็อคใบหน้า: ไบโอเมตริกซ์ | Google Key | เสียง OZO (capture)

ต่อมากับ Nokia C21 สำหรับคนที่มีงบประมาณไม่เกิน 3,000 บาท เอาใจสายประหยัดที่ชื่นชอบการถ่ายภาพกับกล้องหลักถึง 8 ล้านพิกเซล พิเศษเทคโนโลยีโฟกัสอัตโนมัติช่วยจับภาพที่ละเอียดและคมชัดมากขึ้น พร้อมโหมดพาโนรามาเพื่อถ่ายภาพวิวที่กว้างไกลในภาพเดียว คมชัดกับหน้าจอแสดงผล HD+ ขนาดใหญ่ 6.5 นิ้ว ความละเอียด 720×1600 พิกเซล เหมาะสำหรับคนชอบแชร์กิจกรรมบนโซเชียล

แม้ราคาจะเริ่มต้นราคาเพียง 2,990 บาท แต่ยังมีความพรีเมียมจากภายในสู่ภายนอก บนลายเส้นการออกแบบตัวเครื่อง ผสมผสานกับกรอบที่เป็นโลหะโพลีคาร์บอเนตโค้ง ลวดลายได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้งานได้นาน เสริมความหรูหราด้วยกระจกหุ้มที่เน้นความแข็งมากขึ้น ป้องกันรอยขณะใช้งาน เรียกได้ว่าสวยทนเกินราคา

·      มิติตัวเครื่อง: 169.9 x 77.9 X 8.8 มม. น้ำหนัก 195 กรัม

·      จอแสดงผล: 6.5″ HD+ | กระจกแข็งแรงทนทาน

·      การถ่ายภาพ: กล้องหลัก: AF 8 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลช พร้อมบิ้วตี้โหมด และ HDR

·      กล้องหน้า: 5 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลช

·      ระบบปฏิบัติการ: แอนดรอยด์ 11 (Go edition)

·      ซีพียู: SC9863a Octa-core สูงสุด 1.6Ghz

·      หน่วยความจําและที่เก็บข้อมูล: RAM: 2 GB ROM: 32 GB | ช่องเสียบการ์ด MicroSD รองรับความจุสูงสุด 256GB

·      แบตเตอรี่: 3000 mAh (ถอดเปลี่ยนได้)

·      ความปลอดภัย: เซ็นเซอร์ลายนิ้วมือ |ปลดล็อคด้วยใบหน้า อัปเดตความปลอดภัย 2 ปี

และสุดท้าย Nokia C2 2nd edition ราคาประประหยัดสุด ๆ แต่มาพร้อมความปลอดภัยขั้นสูงสุด สามารถอัพเดทได้ยาวนานถึง 2 ปี เหมาะกับผู้ที่ชอบการใช้งานบนสมาร์ทโฟนจอใหญ่แบบสะใจ ให้ความคมชัดขนาด 5.7 นิ้ว เอาใจสายเซลฟี่ ด้วยกล้องหน้าความละเอียด 2 ล้านพิกเซล แฟลช LED ให้ความไบร์ทที่สว่างสดใสในทุกมิติ แถมมีโหมดบิวตี้ปรับหน้าสวย เสริมความมั่นใจในทุกกิจกรรม พร้อมแชะแชร์บนโซเชียลได้ไม่ยั้ง

ในขณะที่กล้องหลังมาพร้อมความละเอียด 5 ล้านพิกเซล  คมชัดในทุกกิจกรรม และ LED Flash เพิ่มแสงธรรมชาติที่ลงตัว ชิปประมวลผล MediaTek Quad Core 1.5GHz หน่วยความจำ RAM 2 GB / ROM 32 GB ใช้งานเพียงพอสำหรับการรันบน Android Go ใช้งานได้ยาวนานกับความอึดทนของแบตเตอรี่ 2400mAh ราคาเพียง 2,490 บาท

·      ขนาดตัวเครื่อง:  153.95 x 75.9 x 9.55 มม.  น้ำหนัก 180 กรัม      

·      ชิปเซ็ตประมวลผล:  Quad Core 1.5GHz  

·      หน่วยความจำ:  RAM ขนาด 2GB     

·      หน่วยความจำภายในความจุ:  ROM 32GB     

·      หน่วยความจำภายนอก MicroSD

·      การเชื่อมต่อ: 4G, WiFi 802.11 N, Bluetooth 5.1, GPS, A-GPS 

·      กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 2 ล้านพิกเซล  + LED Flash    

·      กล้องดิจิทัลด้านหลัง 5 ล้านพิกเซล พร้อม LED Flash   

·      ระบบปลดล็อค Face Recognition  

·      แบตเตอรี่ความจุ: 2400mAh      

·      รองรับ กำลังชาร์จไฟ 10W    

·      ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 11 (Go Edition)

·      สี:  เทา

ที่สำคัญสมาร์ทโฟนทั้ง 3 รุ่น มาพร้อมความมั่นใจด้านความปลอดภัยตลอดการใช้งานบนระบบปฏิบัติการ Android และฮาร์ดแวร์รองรับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ที่ดีที่สุด สามารถอัปเดตเวอร์ชันใหม่ได้ทันทีเมื่อมีการอัพเกรดจากแอนดรอยด์ (สำหรับผลิตภัณฑ์ในรุ่น G series ขึ้นไป) และสามารถอัปเดตความปลอดภัยของสมาร์ทโฟนอยู่เป็นประจำ ในระยะเวลาอย่างน้อย 2 ปี เรียกได้ว่าเป็นมือถือราคาน่ารักระดับนี้ แต่ได้สเปกแบบอัดเต็มคับแก้วเกินราคา ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้บริโภคยุคเศรษฐกิจชะลอตัว

ทั้งนี้ สำหรับ Nokia G21 Nokia C21 และ Nokia C1 พร้อมจำหน่ายแล้วที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ TG FONE (เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการ) รวมทั้งช่องทางออนไลน์ อาทิ Shopee, Lazada และ JD central ข้อมูลเพิ่มเติมได้ ที่ร้านออนไลน์

Shopee > https://shopee.co.th/nokia_officialshop

Lazada > https://www.lazada.co.th/shop/nokia

JD > https://www.jd.co.th/jshop/12587.html

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/take-a-look-at-the-3-nokia-smartphones-that-should-be-used-in-a-tough-economic-era/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=take-a-look-at-the-3-nokia-smartphones-that-should-be-used-in-a-tough-economic-era

HMD เปิดตัว Nokia C2 2nd Edition สมาร์ทโฟน 4G เริ่มต้น 2,490 บาท จับตลาดแมส ยุคศก. ตกสะเก็ด ชูฟีเจอร์ครบ ทนทานแบตอึด

เอชเอ็มดี โกลบอล (HMD Global) เจ้าของลิขสิทธิ์การจัดจำหน่ายสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เสริม 
แบรนด์โนเกียทั่วโลก เปิดตัวสมาร์ทโฟน 4G ตระกูล C ซีรีส์ รุ่นใหม่ Nokia C2 2ndEdition ปี 2022 เจาะตลาดแมส ขึ้นแท่นสมาร์ทโฟนคุณภาพสูง – ราคาน่าคบยุคเศรษฐกิจตกสะเก็ด

เจาะผู้ใช้กลุ่ม นักเรียน นักศึกษา พ่อค้า แม่ค้า และกลุ่มผู้ขับวินมอเตอร์ไซค์ ชูฟีเจอร์ครบจบในเครื่องเดียว กล้อง 5 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลชทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง แบตเตอรี่อึด 2400mAh ใช้งานยาวนานตลอดทั้งวัน ดีไซน์เด่นสไตล์สแกนดิเนเวียน สัมผัสความเพรียวบาง เรียบหรู ผลิตจากวัสดุทนทาน ใช้งานได้ยาวนาน 

แถมปลดล็อคสแกนใบหน้าขณะใส่แมสก์ ย้ำระบบความปลอดภัยขั้นสูง มั่นใจตลอดการใช้งานด้วยการอัปเดตความปลอดภัยยาวๆ 2ปี กับราคาน่าคบ 2,490 บาท รับยุคเศรษฐกิจชะลอตัว พบ 37.37% อยู่ในภาวะที่ต้องดึงเงินออมออกมาใช้ โดยเน้นใช้จ่ายเฉพาะสิ่งจำเป็น แลกความคุ้มค่าเกินราคา 

Nokia

นายฟลอเรียน ซีช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอชเอ็มดี โกลบอล (HMD) กล่าวว่า สมาร์ทโฟนน้องใหม่ Nokia C2 2nd Edition ในตระกูลซีรีส์ บนระบบปฏิบัติการ Android 11 (Go edition)™  มาพร้อมฟีเจอร์การใช้งานที่ครบจบในเครื่องเดียว ภายใต้แนวคิด Love it. Trust it. Keep it. คุณภาพสูง ราคาดีมีอยู่จริง 

ตัวเครื่องทำมาจากวัสดุโลหะโพลีคาร์บอเนต ดีไซน์ขอบโค้ง ด้วยลายเส้นที่โดดเด่นสไตล์สแกนดิเนเวียน ให้สัมผัสเพียวบาง คงความเรียบหรู พกพาสะดวก แต่แข็งแกร่งทนทานต่อแรงกระแทก ผ่านการทดสอบจากทีมผู้ผลิตมาอย่างเข้มงวด อัดแน่นด้วยฟังก์ชันการใช้งานเกินราคากับระบบรักษาความเป็นส่วนตัว ปลดล็อคหน้าจอด้วยใบหน้าขณะใส่แมสก์ เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน

พร้อมมั่นใจด้านประสิทธิภาพความทนทาน และความปลอดภัยที่เชื่อถือได้ด้วยการอัปเดตความปลอดภัยยาวๆ 2  ปี ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์โนเกีย ทั้งยังสามารถรองรับการใช้งานครอบคลุมแอพพลิเคชัน ซื้อสินค้าออนไลน์ และความบันเทิงต่างๆ  บนหน้าจอขนาดใหญ่ ถ่ายภาพสวยทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง เซลฟี่ได้ไม่อั้นพร้อม แชะและแชร์ได้ทันที

Nokia C2 2nd Edition มาพร้อมสเปคความจุ RAM 2 GB และ ROM 32 GB ที่รองรับ MicroSD card ได้สูงสุดถึง 256 GB มอบประสบการณ์การใช้งานที่เพลิดเพลินด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ 5.7 นิ้ว คมชัดด้วยความละเอียด 480 x 960 พิกเซล เพิ่มอรรถรสการถ่ายภาพที่ดีด้วยกล้องหลักความละเอียด 5 ล้านพิกเซลและแฟลชให้แสงสว่างสดใสธรรมชาติ ช่วยให้ไม่พลาดทุกโอกาสในการเก็บภาพประทับใจแม้อยู่ในที่แสงน้อย

สนุกกับลูกเล่นโหมดการถ่ายพาโนรามา เก็บวิวทิวทัศน์ครอบคลุมทุกองศาในสถานที่ต่าง ๆ  และกล้องหน้าให้ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล เอาใจสายเซลฟี่ พร้อมแฟลชเพิ่มแสงสว่างและโหมดหน้าใส โดย AI แต่งภาพอัตโนมัติ ละลายฉากหลังให้ภาพสวยโดดเด่นอย่างเป็นธรรมชาติ 

นอกจากนี้ ยังสามารถจัดเก็บภาพได้อย่างจุใจใน Gallery Go แอพพลิเคชันเก็บรูปภาพจาก Google เวอร์ชั่นเบาไม่หนักเครื่อง ที่มีขนาดเล็กเพียง 10 MB ช่วยบริหารจัดเรียงรูป และปรับแต่งภาพ สามารถใช้งานแบบออฟไลน์โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ โดยทุกรูปจะถูกซิงค์เข้าไว้ในโทรศัพท์ และแสดงให้เห็นตามวันเวลาที่ถ่ายรูปอีกด้วย” นายฟลอเรียน ซีช กล่าว

นายภราดร รามบุตร ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท เอชเอ็มดี โกลบอล (HMD) เผยว่า การเปิดตัวNokia C2 2nd Edition ในประเทศไทยครั้งนี้ นับเป็นโอกาสในการเจาะกลุ่มสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้น ชูเรื่องความปลอดภัยของผู้ใช้งานด้วยการอัปเดทความปลอดภัยนาน 2 ปีเต็ม และเชื่อว่าจะขยับขึ้นแท่นเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในกลุ่มผู้บริโภคคนไทยได้ ด้วยฟีเจอร์การใช้งานที่ตอบโจทย์ได้อย่างครบครัน พร้อมคุณภาพ ความอึดทน เน้นใช้งานได้ยาวนาน ขนาดตัวเครื่องกะทัดรัด ในราคาสบายกระเป๋า ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายยุคเศรษฐกิจชะลอตัว ในราคาเพียง 2,490 บาท

เหมาะกับการเป็นสมาร์ทโฟนเครื่องแรก หรือสำหรับผู้บริโภคกลุ่มแมส อาทิ กลุ่มเด็กนักเรียน นักศึกษา พ่อค้า แม่ค้า และกลุ่มผู้ขับวินมอเตอร์ไซค์ เป็นต้น สอดรับพฤติกรรมด้านการจับจ่ายใช้สอยในยุคเศรษฐกิจชะลอตัว ขณะเดียวกันข้อมูลจากผลสำรวจสวนดุสิตโพลเผย 37.37% ของผู้บริโภคอยู่ในภาวะที่ต้องดึงเงินออมออกมาใช้ โดยเน้นใช้จ่ายเฉพาะสิ่งจำเป็น 

ซึ่ง Nokia C2 2nd Edition ถือเป็นตัวเลือกที่สามารถตอบโจทย์ได้ และไม่เพียงแต่เป็นการสอดรับความต้องการตลาดแมสในยุคเศรษฐกิจชะลอตัว แต่ยังเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่สำคัญในการขยายตลาด พร้อมรุกตลาด ขยายฐานลูกค้าของแบรนด์ออกไปในวงกว้างมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ซึ่งในปัจจุบันและอนาคตคาดจะมีปริมาณเพิ่มขึ้น และอาจกลายเป็นฐานลูกค้าที่สำคัญของแบรนด์โนเกียในตลาดประเทศไทยได้

ทั้งนี้ Nokia C2 2nd Edition ใหม่ปี 2022 จำหน่ายในประเทศไทยรุ่น RAM2/ROM32 สีเทา(Grey) ราคาเพียง 2,490 บาท พร้อมจำหน่ายตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2565 เป็นต้นไป ผ่านร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ รวมทั้งช่องทางออนไลน์ อาทิ Shopee, Lazada และ JD central 

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Nokia C2 2nd Edition รุ่นใหม่ปี 2022 https://www.nokia.com/phones/th_th/nokia-c-2-2nd-edition?sku=286725435

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/hmd-launches-nokia-c2-2nd-edition-a-4g-smartphone-starting-at-2490-baht/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=hmd-launches-nokia-c2-2nd-edition-a-4g-smartphone-starting-at-2490-baht

HMD เปิดตัว Nokia C2 2nd Edition สมาร์ทโฟน 4G เริ่มต้น 2,490 บาท

HMD เปิดตัว Nokia C2 2nd Edition สมาร์ทโฟน 4G เริ่มต้น […] More

from:https://www.iphonemod.net/hmd_launch_nokia_c2_2nd_edition.html