คลังเก็บป้ายกำกับ: GOOGLE_PLAY_STORE

Google Play Store อัปเดตกฎใหม่ เตรียมลงดาบแอปที่มี Ad น่ารำคาญ, แอปเลียนแบบ และแอปที่ยกเลิกบริการยาก

Google Play Store ประกาศออกกฎใหม่สำหรับผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน บังคับห้ามมีโฆษณาขัดจังหวะประสบการณ์ของผู้ใช้งาน อย่างเช่นโฆษณาที่เด้งขึ้นมาแบบเต็มจอระหว่างใช้งาน หรือช่วงต้นเนื้อหา และโฆษณาเต็มจอที่กดปิดไม่ได้หลังจากเกิน 15 วินาทีไปแล้ว และยังเตรียมลงดาบกับแอปประเภทเลียนแบบแอปอื่น ๆ และแอปที่มีการสมัครบริการเสียเงิน แต่ว่ายกเลิกยากอีกด้วย

ปรับการโฆษณาไม่ให้รบกวนผู้ใช้

หลายคนคงเคยเจอโฆษณาในแอปพลิเคชันหลายตัวที่ใช้งานอยู่ดี ๆ ก็มี Ad เด้งพรวดขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว หรือขึ้นมาขัดจังหวะระหว่างการใช้งานจนทำให้รำคาญใจ แต่ก็ต้องทนใช้เพราะจำเป็นต้องใช้งานแอปเหล่านั้น แต่ต่อไปนี้ชาวผู้ใช้อย่างเรา ๆ คงไม่ต้องทนกับโฆษณาแบบนี้กันอีกแล้ว เพราะ Google Play ได้ออกมาประกาศประกาศนโยบายสำหรับผู้พัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ มาตรฐานโฆษณาที่ดีกว่าด้านประสบการณ์ใช้งานแอปบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Better Ads Standards – Mobile Apps Experiences) โดยมีข้อปฏิบัติต่าง ๆ ดังนี้ 

ห้ามโฆษณาคั่นแบบเต็มจอโดยไม่มีการเตือน

โฆษณาประเภทนี้จะโผล่มาในช่วงที่เราตั้งใจจะทำอย่างอื่นอยู่ เช่น โผล่มาระหว่างเพิ่งเริ่มเล่นเกมหรือช่วงต้นเริ่มเปิดดูเนื้อหาในแอพ และโฆษณาที่ขึ้นมาระหว่างก่อนหน้าจอการโหลดของแอพ โดย Google Play ห้ามโฆษณาประเภทนี้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอ GIF และภาพนิ่ง เป็นต้น

ตัวอย่างโฆษณาเต็มจอที่เด้งขึ้นมาขัดจังหวะแบบไม่มีการเตือน

ตัวอย่างโฆษณาที่ขึ้นมาระหว่างช่วงต้นของการเปิดดูเนื้อหา

ห้ามโฆษณาเต็มหน้าจอที่กดปิดไม่ได้แม้ผ่านไปแล้ว 15 วินาที

โฆษณาประเภทนี้จะปรากฏขึ้นมาระหว่างการเล่นเกมโดยที่ไม่โชว์ปุ่มให้กดปิดเมื่อเวลาผ่านไปแล้ว 15 วินาที ซึ่งปกติแล้วในระหว่างการเล่นเกมนั้นจะได้รับอนุญาตให้มีการแสดงโฆษณาได้ แต่โฆษณาบางตัวกลับมีความยาวจนเกินไป ทำให้เสียอารมณ์ระหว่างการใช้งานแอปได้ นโยบายนี้จึงบังคับว่าต้องกำหนดให้กดปิดโฆษณาได้หลังผ่านไป 15 วินาที

ตัวอย่างโฆษณาระหว่างเกมที่ปิดไม่ได้แม้ผ่านไปแล้ว 15 วินาที

จะเห็นได้ว่านโยบายใหม่ของโฆษณาในแอปต่าง ๆ จะยังคงมีอยู่ได้ แต่จะต้องดูด้วยว่ามันจะไม่ขัดจังหวะการใช้งาน ก็นับได้ว่าเป็นการอัปเดตใหม่ที่จะช่วยเพิ่มประสบการณ์การใช้งานดี ๆ ให้ผู้ใช้ไม่ต้องคอยสู้รบกับโฆษณาที่ขึ้นมาตอนทีเผลอ จนเบื่อหน่ายกันไปอย่างแต่ก่อนแล้ว 

แอปที่จงใจเลียนแบบแอปอื่น ๆ

ในอัปเดตนโยบายใหม่ยังครอบคลุมไปถึงเรื่องการจัดการแอปที่แอบอ้างเป็นบุคคลอื่น ที่ในบางครั้งจะมีแอปบางตัวตีเนียนใส่ชื่อ คำอธิบาย และไอคอน ส่อให้เกิดความเข้าใจผิดว่าแอปพลิเคชันนี้มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือถูกพัฒนาโดยบุคคลอื่น โดย Google Play แยกประเภทลักษณะพฤติกรรมเหล่านี้ออกเป็น 3 ประเภท

นักพัฒนาแอปที่แอบอ้างว่ามีความเกี่ยวข้องกับบุคคลหรือบริษัทอื่น

การแอบอ้างชนิดนี้คือการใช้ชื่อหรือคำอธิบายที่ทำให้ผู้ใช้เข้าใจผิดว่ามีความข้องเกี่ยวกับบุคคลอื่นทั้งที่ไม่เป็นความจริง

ตัวอย่างแอปที่แอบอ้างว่าเป็นทีมพัฒนาของ Google

 

แอปที่มีไอคอนและชื่อซึ่งแอบอ้างว่ามีความเกี่ยวข้องกับบริษัท/นักพัฒนาแอป/บุคคล/องค์กรอื่น

แอปที่ใช้โลโก้เป็นสัญลักษณ์ขององค์กร หรือหน่วยงานรัฐ, โลโก้เลียนแบบหน่วยงานธุรกิจอื่น ๆ เพื่อแอบอ้างว่าเป็นแอปอย่างเป็นทางการของธุรกิจ / องค์กรดังกล่าว

ตัวอย่างแอปที่ใช้ไอคอนเลียนแบบ หรือคล้ายคลึง

 

มีชื่อและไอคอนที่ดูคล้ายกับผลิตภัณฑ์หรือบริการที่มีอยู่แล้ว

แอปบางตัวจะมีการลอกเลียนแบบดีไซน์ของโลโก้ หรือตัวละครเข้ามาแล้วดัดแปลงเพิ่มเติมโดยยังคงให้ดูมีความคล้ายคลึงกับผลิตภัณฑ์หรือบริการที่มีอยู่แล้วจนอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

ตัวอย่างแอปที่ใช้ไอคอน หรือชื่อชวนให้สับสนกับแอปอื่น ๆ ที่มีอยู่แล้ว

 

ต้องแจ้งข้อมูลการยกเลิกบริการให้ชัดเจน

อีกหัวข้อสำคัญในอัปเดตครั้งนี้ ก็ยังรวมไปถึงการที่แอปบางตัวที่ต้องมีการสมัครใช้บริการและเสียค่าบริการด้วย แต่อาจมีการปกปิดหรือจงใจทำให้ผู้ใช้บริการไม่สามารถยกเลิกการสมัครสมาชิกได้ง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็น จะยเลิกสมาชิกต้องเข้าไปทำผ่านหน้าเว็บ, มีขั้นตอนการยกเลิกที่ยุ่งยาก เป็นต้น โดยกฎใหม่จะบังคับให้ผู้พัฒนาต้องใส่หน้ายกเลิกสมัครสมาชิกไว้ที่หน้าการตั้งค่าของแอป หรือมีลิงก์ไปที่หน้าการจัดการของ Google อย่างชัดเจน

จากนโยบายเหล่านี้จะเห็นได้ว่า Google เล็งเห็นปัญหาที่มีอยู่มาเนิ่นนานภายใน Play Store และพร้อมจัดการแอปพลิเคชันที่ปฏิบัติต่อผู้ใช้อย่างไม่ซื่อตรง และเพื่อให้ผู้พัฒนาได้มีเวลาแก้ไขกัน นโยบายเหล่านี้จะเริ่มทยอยบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2565 เป็นต้นไปครับ…จริง ๆ ยังมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายใหม่ ๆ ของ Google Play Store อีกเยอะเลย แต่ทั้งหมดนี้เป็นนโยบายหลัก ๆ ที่น่าจะช่วยให้เราสามารถใช้งานแอปต่าง ๆ ได้อย่างสบายใจและไม่ติดขัดครับ

 

ที่มา: Google, 9to5google

from:https://droidsans.com/google-play-store-new-rules/

Google บอกเล่าเรื่องราว 10 ปี การเดินทางของ Google Play Store

ปี 2012 จุดเริ่มต้นสู่ก้าวแรกของ Google Play Store ซึ่งได้รวม Android Market, Google Music, Google eBookstore และ Google Movies เข้าไว้ด้วยกัน

Android Market ถูกสร้างขึ้นมาโดย Google ในเดือนสิงหาคม 2008 จากนั้นเริ่มมีการต่อยอดให้กลายมาเป็นตลาดซื้อขายแอปในปี 2009 โดยให้บริการในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรในเบื้องต้นก่อน แล้วได้ขยายไปยังตลาดต่างประเทศอื่นๆในปี 2010 จนถึงปี 2012 รวมเป็นระยะเวลากว่า 5 ปี ก่อนจะแทนที่โดย Google Play Store
 
Google ได้รวบรวมและแสดงตัวเลขทุกย่างก้าวในการเดินทางรอบปีที่ 10 ของ Google Play Store มีตัวเลขสถิติที่น่าสนใจของแอปต่างๆ มากมาย ล้วนผ่านการดาวน์โหลดจากผู้ใช้งานทั่วโลกซ้ำแล้วซ้ำอีก โดย Google ได้จำแนกสถิติข้อมูลออกเป็น 2 ชุด คือ หมวดหมู่ Networking, Shopping และ Entertainment หมวดหมู่ที่ 2 จะเป็น Gaming
 
แอปในหมวด Networking, Shopping และ Entertainment
WhatApp เป็นเป็นแพลตฟอร์มการส่งข้อความโต้ตอบแบบเรียลไทม์ มีจำนวนการดาวน์โหลดมากกว่า 5,000 ล้านครั้งจากผู้ใช้งานทั่วโลกในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา คิดเฉลี่ยแล้ว 500 ล้านครั้งต่อปี เป็นตัวเลขที่สูงที่สุด รองลงมาในกลุ่มนี้ นั่นก็คือ MX Player แพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิ่งและวิดีโอออนดีมานด์ของอินเดีย มียอดการดาวน์โหลดมากกว่า 1,000 ล้านครั้ง
 
จำนวนดาวน์โหลดตั้งแต่ 5,000 ล้านครั้ง ขึ้นไป
  • WhatApp
จำนวนดาวน์โหลดตั้งแต่ 1,000 ล้านครั้ง ขึ้นไป
  • MX Player
จำนวนดาวน์โหลดตั้งแต่ 500 ล้านครั้ง ขึ้นไป
  • Truecaller
  • Hotstar
จำนวนดาวน์โหลดตั้งแต่ 100 ล้านครั้ง ขึ้นไป
  • JioSaavn
  • Amazon India
  • Paytm
  • PhonePe
  • ShareChat
  • Flipkart
 
แอปในหมวด Gaming
เกม เป็นกลุ่มสันทนาการที่มีความหลากหลายมากที่สุดในด้านจำนวนของแอปที่มีให้เลือกดาวน์โหลด การแข่งขันค่อนข้างสูงในมุมของความนิยม การออกแบบกราฟิก ความท้าทาย เพื่อดึงดูดความน่าสนใจเป็นหัวใจหลักในการพัฒนาเกมส์บนสมาร์ทโฟน ซึ่งแอป Candy Crush Saga เกมยอดฮิตจับคู่ลูกกวาด 3 ชิ้น และ Subway Surfers มาช่วย Jake Tricky & Fresh หลบหนีจากสารวัตรและสุนัข เป็นสองเกมที่มีจำนวนการดาวน์โหลดมากกว่า 1,000 ล้านครั้ง เป็นสองเกมที่ไม่ต้องคิดมาก เล่นง่าย ไม่ซับซ้อน เพื่อความบันเทิงเป็นสำคัญ
 
ยอดดาวน์โหลดตั้งแต่ 1,000 ล้านครั้ง ขึ้นไป
  • Candy Crush Saga
  • Subway Surfers
ยอดดาวน์โหลดตั้งแต่ 500 ล้านครั้ง ขึ้นไป
  • Clash of Clans
  • 8 Ball Pool
  • Ludo King
ยอดดาวน์โหลดตั้งแต่ 100 ล้านครั้ง ขึ้นไป
  • Lords Mobile: Tower Defense
  • Call of Duty: Mobile Season 6
ยอดดาวน์โหลดตั้งแต่ 50 ล้านครั้ง ขึ้นไป
  • Battlegrounds Mobile India
  • World Cricket Championship 2
ยอดดาวน์โหลดตั้งแต่ 10 ล้านครั้ง ขึ้นไป
  • Real Cricket
Google Play ให้บริการแอปพลิเคชันฟรีและเสียเงิน มีประเทศที่สามารถซื้อแอปพลิเคชันผ่าน Google Play ประมาณ 135 ประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย ผู้ใช้สามารถติดตั้งแอปพลิเคชันลงบนอุปกรณที่ประมวลผลด้วยระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ผ่านแอป Google Play Store หรือผ่านหน้าเว็ปของ Google Play บนคอมพิวเตอร์พีซี ข้อมูลจาก https://en.wikipedia.org/wiki/Google_Play ได้รวบรวมประเทศที่ผู้ใช้มีสิทธิ์เข้าถึงการบริการของแอปไว้อย่างชัดเจน ซึ่งทำให้เห็นข้อมูลของแอปและเกมแบบชำระเงินสำหรับผู้ซื้อสามารถชำระเงินได้นั่น มีเพียงประเทศจีน หนึ่งเดียวที่ไม่มีสิทธิ์นี้ และสำหรับนักพัฒนาสามารถขายได้จะเปิดกว้างให้เกือบทุกประเทศ
 

from:https://www.techtalkthai.com/google-tells-a-story-of-10-years-journey-of-google-play-store/

Google Play ปรับดีไซน์ใหม่ ฉลองครบรอบ 10 ปี เปลี่ยนมาใช้สีโทนเดียวกับโลโก้อื่นในเครือ

ช่วง 2 ปีที่ผ่านมานี้ Google ทยอยปรับดีไซน์โลโก้ของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ในเครือด้วยภาษาการออกแบบใหม่ที่เน้นความเรียบง่าย เข้ากับยุคสมัย สะท้อนอัตลักษณ์ของแบรนด์ โดยการตัดแสงเงาออก พร้อมกับเพิ่มความโค้งมน ดังที่เห็นกันไปแล้วในหลาย ๆ บริการ เช่น Search, Assistant, Photos, Gmail และ Chrome เป็นต้น ล่าสุดเป็นคิวของ Google Play ที่มีอายุครบ 10 ขวบในปีนี้พอดี

เดิมที ร้านขายเนื้อหาดิจิทัลของ Google ได้แยกตัวกันเป็นเอกเทศ ประกอบด้วย

  • Android Market สำหรับจำหน่ายแอป
  • Google Music สำหรับจำหน่ายเพลง
  • Google Movies สำหรับจำหน่ายภาพยนตร์
  • Google eBookstore สำหรับจำหน่ายหนังสืออีบุ๊ก

ก่อนที่ทั้งหมดจะถูกนำมารวมเข้าด้วยกันตามกลยุทธ์การขายแบบใหม่ของ Google ในตอนนั้น แล้วทำการรีแบรนด์เป็น Google Play เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ปี 2555 หรือหลายคนอาจรู้จักกันในชื่อ Google Play Store

Google เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า ตอนนี้มีผู้ใช้งาน Google Play โดยเฉลี่ยราว 2,500 ล้านคนต่อเดือน จาก 190 ประเทศทั่วโลก ในขณะที่นักพัฒนาซอฟต์แวร์มีจำนวนราว 2 ล้านคน

และเพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 10 ปี Google ยังได้เสนอการเพิ่มคะแนน Play Points ให้กับลูกค้าที่ซื้อสินค้าใน Play Store สูงสุดถึงสิบเท่าอีกด้วย ซึ่งแต้มที่ว่านี้ มีค่าแทนเงินสด สำหรับใช้เป็นส่วนลดซื้อสินค้าอื่นในครั้งถัด ๆ ไป (ยังไม่เปิดบริการในประเทศไทย)

 

ที่มา : Google

from:https://droidsans.com/google-play-store-redesign-10-years/

เตือนภัย! ตรวจพบแอปอันตรายแฝง Malware, Adware และ Riskware บน Google Play Store

แม้ว่าร้านแอปอย่าง Google Play Store จะมีการตรวจสอบและป้องกันดีแค่ไหน แต่ก็ยังมีแอปอันตรายที่แฝง Malware เล็ดรอดเข้ามาได้เป็นพัก ๆ อยู่ดี ซึ่งทาง Google เองก็คอยสแกนและลบแอปเหล่านั้นออกไปจาก Play Store อยู่เรื่อย ๆ โดยล่าสุดได้มีการตรวจพบแอปแฝงมัลแวร์เหล่านั้นอีก และพบว่ามีผู้ใช้งานดาวน์โหลดไปติดตั้งรวมกันกว่า 2 ล้านครั้งเข้าไปแล้ว

แอปแฝงมัลแวร์ที่ถูกปล่อยลง Google Play Store ซึ่งมีการตรวจเจอโดย Doctor Web พบว่าแอปเหล่านี้ถูกแฝงมาทั้ง Malware ที่มีความสามารถในการรบกวนระบบเครื่อง หรือเข้าถึงส่วนต่าง ๆ ของระบบได้ Riskware มีความสามารถในการเจาะระบบความปลอดภัยของมือถือ Adware ที่อาจจะดูไม่ค่อยอันตราย แต่สร้างความรำคาญด้วยโฆษณาที่จะเด้งขึ้นมาบนหน้าจอมือถืออยู่เรื่อย ๆ

ซึ่งแอปที่มีซอฟท์แวร์อันตรายพวกนี้แฝงอยู่บน Google Play Store บางแอปก็ถูก Google ลบทิ้งพร้อมแบนบัญชีผู้พัฒนาไปแล้ว แต่พบว่ามีอีกอย่างน้อย 5 แอป ที่ยังคงอยู่บน Play Store และถูกดาวน์โหลดไปแล้วกว่า 2 ล้านครั้งด้วย โดยแอปอันตรายที่ตรวจพบมีรายชื่อดังนี้

Wild & Exotic Animal Wallpaper : แอปรวมภาพ Wallpaper สัตว์ ที่เมื่อติดตั้งแล้วจะเปลี่ยนชื่อแอปตัวเองเป็น SIM Tool Kit พร้อมกับเปลี่ยนไอค่อนให้ดูเรียบ ๆ ไม่เตะตา แต่มันถูกแฝงไว้ด้วย Adware ไว้คอยหาเงินจากโฆษณา

Magnifier Flashlight : แอปไฟฉายแฝง Adware พอติดตั้งแล้วจะซ่อนไอค่อนไว้ จากนั้นก็หาเงินด้วยโฆษณาที่เด้งบนจอมือถือของผู้ใช้

PIP Pic Camera Photo Editor : แอปแต่งภาพที่ถูกดาวน์โหลดไปแล้วกว่าล้านครั้ง แฝงตัวมาด้วย Trojan ที่สามารถขโมยพาสเวิร์ด Facebook ได้

ZodiHoroscope : แอปหมอดูที่สามารถขโมยพาสเวิร์ด Facebook ได้ มีคนดาวน์โหลดไปแล้วกว่า 5 แสนครั้ง

PIP Camera 2022 : แอปกล้องที่สามารถขโมยพาสเวิร์ด Facebook ได้ มีคนดาวน์โหลดไปแล้วกว่า 5 หมื่นครั้ง

Driving Real Race : เกมแข่งรถที่มากับมัลแวร์สมัครบริการเสียเงินให้เอง

Recovery : แอปกู้ข้อมูล (ปลอม) มากับมัลแวร์สมัครบริการเสียเงินให้เอง

ใครที่คุ้น ๆ ว่าเคยดาวน์โหลดแอปเหล่านี้มาติดตั้งไว้ ก็ไปสแกนดูกันให้ดี ๆ นะครับ ถ้าเกิดเจอขึ้นมาก็รีบไปเปลี่ยน Password บริการต่าง ๆ ในมือถือซะเลย แล้วก็อย่าลืมไปลบแอปทิ้งซะด้วย…ส่วนวิธีเบื้องต้นในการป้องกันแอปพวกนี้ ง่าย ๆ เลยก็คือคอยเช็ครีวิวก่อนติดตั้งให้ดี ๆ เพราะบางแอปอาจได้คะแนนเยอะ แต่รีวิวดูเชื่อถือไม่ได้เหมือนใช้บอทพิมพ์ หรือเป็นหน้าม้าที่ใช้ชื่อง่าย ๆ สั้น ๆ นั่นเองครับ

 

ที่มา : Phonearena

from:https://droidsans.com/malware-apps-found-google-play-store/

Google ปรับเงื่อนไข Play Points ซื้อของในเกมแล้วได้แต้ม สะสมเป็นส่วนลดซื้อแอปบน Play Store

Google เพิ่มระบบ Play Points เข้ามาใน Play Store ตั้งแต่ปี 2562 ในหลายประเทศทั่วโลก (แต่ไม่มีไทย) โดยผู้ใช้งานจะได้รับ “คะแนน” กลับมาทุกครั้งเมื่อซื้อแอป สินค้า หรือบริการต่าง ๆ ใน Play Store ถึงยอดขั้นต่ำตามที่กำหนด สำหรับนำไปใช้แทนเงินสดหรือแลกคูปองส่วนลดในการซื้อครั้งถัดไป ล่าสุดระบบนี้มีการอัปเดตที่น่าสนใจคือ เพิ่มการซื้อในแอปหรือ In-App Purchase เข้าไปในเงื่อนไขด้วย

กลุ่มที่ได้ประโยชน์ไปเต็ม ๆ คงจะเป็นชาวเกม เพราะเกมมือถือนิยมโมเดลธุรกิจแบบ In-App Purchase ด้วยเงื่อนไขใหม่ของ Google ทำให้ต่อไปนี้ซื้อไอเทม ซื้อเพชร ซื้อตั๋วสุ่มกาชาปอง อะไรต่าง ๆ ก็ได้คะแนน Play Points มาฟรี ๆ

นอกจากนี้ Play Points ยังมีระบบ “เลเวล” แบ่งออกเป็น 4 ระดับ ตั้งแต่ Bronze ถึง Platinum ตามแต้มที่เก็บสะสมใน 1 ปีปฏิทิน ระดับที่สูงขึ้นไปจะมีสิทธิพิเศษเพิ่มเติม และสิทธิ์ในการรับแต้มกลับมามากกว่าเดิม ยิ่งซื้อเยอะ ยิ่งได้แต้มเยอะตาม

Google มีแผนจะเปิดให้ใช้งาน Play Points ในทุกประเทศที่มี Play Store แต่ทั้งนี้ก็ยังไม่รู้จะใช้งานในไทยได้เมื่อไหร่ เพราะนับจากที่เริ่มเปิดบริการครั้งแรก จนถึงตอนนี้ก็ผ่านมาเกือบ 3 ปีแล้ว…

 

ที่มา : Google

from:https://droidsans.com/google-play-points-in-app-purchase/

Play Store และ App Store มีแอปที่โดนทิ้งร้างไม่ได้อัปเดตเป็นเวลานาน จำนวนกว่า 1.5 ล้านแอป

ล่าสุดมีผลสำรวจเผยออกมาว่า ตอนนี้ App Store ของทาง Apple และ Play Store ของ Google มีแอปที่โดนทิ้งร้างโดยที่ไม่ได้อัปเดตมาเป็นเวลามากกว่า 2 ปี รวม ๆ แล้วถึง 1.5 ล้านแอป ซึ่งปัญหาแอปที่ถูกปล่อยทิ้งแบบนี้นี้มันจะส่งผลกระทบกับ User อย่างเรา ๆ ยังไงบ้าง? นักพัฒนาแอป จะเจอกับปัญหาอะไรบ้างรึเปล่า? และต้นทาง Google กับ Apple จะมีวีธีจัดการกับปัญหานี้อย่างไร?

เมื่อช่วงเดือน เมษายน 2022 ที่ผ่านมา Apple ได้ออกมาเตือนเหล่า นักพัฒนาแอป ของ iOS ว่า ถ้าแอปใดที่ไม่ได้มีการอัปเดตเป็นเวลานาน Apple จะลบแอปเหล่านี้ออกจาก App Store แต่ถ้านักพัฒนาทำการอัปเดตแอปเวอร์ชั่นใหม่ภายใน 30 วันแอปพวกนี้ก็ยังได้ไปต่อ และล่าสุดทาง Apple ก็ได้ขยายเวลาให้เหล่านักพัฒนามีเวลาในการอัปเดตแอปเพิ่มขึ้นจาก 30 เป็น 90 วันแทน

นอกจากนี้ยังมีการสำรวจข้อมูลจากบริษัท Pixelate ได้ทำการรวบรวมเหล่าแอปใน Play Store และ App Store ที่ถูกทอดทิ้งไม่มีการอัปเดตเป็นเวลานานมากกว่า 2 ปี (เก็บข้อมูลล่าสุดถึงวันที่่วันที่  31 มีนาคม 2022) พบว่าบน Play Store มีมากถึง 869,000 แอป ในขณะที่ App Store ก็มีมากถึง 650,000 แอป

และยังมีแบ่งประเภทเป็นแอปที่ไม่ได้อัปเดตมากกว่า 5 ปี บน Play Store มีจำนวน 130,000 แอป และบน App Store มีจำนวน 184,000 แอปเลยทีเดียว โดยแอปที่ไม่ได้รับการอัปเดตประเภทเกมมีจำนวนมากเป็นอันดับ 1 ส่วนแอปที่ได้รับการอัปเดตบ่อยที่สุดจะเป็นแอปประเภทการเงิน

แอปเหล่านี้ส่งผลกระทบกับผู้ใช้ยังไงกันบ้าง ?

แน่นอนว่าโดยปกติเนี่ย แต่ละแบรนด์มือถือ เค้าจะมีการอัปเดตเฟิร์มแวร์ใหม่ ๆ อย่างสม่ำเสมออยู่แล้ว รวมถึงฝั่ง Hardware เองก็จะมีการเปิดตัวรุ่นใหม่ ๆ ควบคู่กันไปด้วย ซึ่งหากว่า Software ดีและ Hardware ก็ดี แต่ตัวแอปที่มาจากผู้พัฒนาไม่ยอมอัปเดตให้รองรับกับการใช้งานบนอุปกรณ์รุ่นใหม่ ๆ และระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ ๆ แน่นอนว่าปัญหาก็จะตกมาอยู่กับเหล่าผู้ใช้นี่แหละ เพราะจะเจอกับทั้งเรื่องความไม่เสถียรของแอป การไม่รองรับของแอปกับอุปกรณ์ใหม่จนอาจเข้าใช้งานไม่ได้อีก รวมถึงเรื่องสำคัญอย่างความปลอดภัยในการใช้งานด้วย

ถ้าเราสังเกตุกันจริง ๆ แล้ว เวลาเราเข้าไปดูรายการอัปเดตของแอป ตาม App Store หรือ Google Play Store เราจะเห็นชัด ๆ เลยว่าบริษัทผู้พัฒนาแอประดับบิ๊กเค้าจะอัปเดตแอปตัวเองบ่อยมาก ๆ เพราะนอกจากจะเป็นการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ๆ หรือเป็นการแก้ไขบั๊กในจุดต่าง ๆ ที่ถูกรายงานโดยผู้ใช้แล้ว ยังเป็นการอัปเดตความปลอดภัยเพื่อคอยรับมือกับเหล่าแฮกเกอร์ที่คอยสรรหาวิธีใหม่ ๆ มาเจาะระบบความปลอดภัยด้วยนั่นเองครับ

ซึ่งเราก็ควรจะคอยเช็คดูเสมอว่าแอปที่เราใช้เนี่ย มีการอัปเดตบ้างรึเปล่า โดยข้อมูลการอัปเดตแอปเหล่านี้จะมีให้ดูทั้งใน App Store และ Play Store ครับ

Apple กับ Google จะมีวีธีจัดการกับปัญหานี้อย่างไร?

สำหรับ Apple ก็จะเป็นวิธีที่เราเล่าไปข้างต้นเลยคือลบแอปออกหากไม่ได้รับการอัปเดตภายใน 90 วัน ส่วนตอนนี้ทาง Google เองก็ยังไม่ได้ออกมาแถลงเรื่องนี้ว่าจะจัดการทำความสะอาดแอปที่ไม่ได้อัปเดตบน Google Play Store ของตัวอย่างไร แต่เชื่อว่าไม่นานนี้ เราน่าจะได้ยินข่าวคราวอะไรจาก Google กันบ้างแหละ

สำหรับใครที่ยังมีแอปที่ไม่ได้อัปเดตมานานติดตั้งอยู่บนเครื่อง ถึงแม้ในอนาคตทาง Apple จะลบแอปออกไปจาก App Store แล้ว แต่แอปเหล่านั้นมันก็จะยังอยู่ในเครื่องเรานะ ไม่โดนลบไปไหน ซึ่งหากว่าเรารู้ตัวแล้วว่า แอปที่เราใช้อยู่กำลังจะโดนลบแน่ ๆ เนี่ย ก็แนะนำให้เพื่อนๆ หาแอปอื่นเป็นทางเลือกไว้ใช้งานกันได้เลยนะ เพราะหากวันนึงเผลอลบแอปนั้นทิ้งไป จะไม่สามารถหาโหลดมาใช้ได้อีกแล้วนั่นเองครับ

 

ที่มา : AppleInsider

from:https://droidsans.com/appstore-playstore-abandon-apps/

การเติบโตในตลาดการดาวน์โหลดแอป 37,000 ล้านครั้ง เงินสะพัด 33,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

ปัจจุบันสถิติการดาวน์โหลดแอปบน iOS และ Android จากผู้ใช้งานทั่วโลกสูงถึง 37,000 ล้านครั้ง เฉพาะในช่วงไตรมาสแรกของปี 2565 ถือว่ามีอัตราการดาวน์โหลดเพิ่มขึ้น 11% เมื่อนำไปเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยที่แอปสามอันดับแรก Instagram, TikTok และ Facebook ยังคงถูกดาวน์โหลดมากที่สุดเช่นเคย และสามแอปที่มีอันดับขยับขึ้นหัวตาราง Top10 คือ Snapchat, Shopee และ ZOOM Cloud Meetings

data.ai หรือชื่อเดิม App Annie เป็นผู้จัดทำรายงานสถิติการดาวน์โหลดแอปบน iOS และ Android จากผู้ใช้งานจากทั่วทุกมุมโลก พบว่าตลาดที่ใหญ่ที่สุด 3 อันดับแรก ที่มีการดาวน์โหลดแอปในช่วงไตรมาสแรกนี้ คือ ประเทศอินเดีย สหรัฐอเมริกา และบราซิล ในขณะเดียวกันนี้ 3 อันดับ ที่มีการเติบโตสูงสุดเมื่อเปรียบเทียบเป็นไตรมาสต่อไตรมาส คือ ประเทศเม็กซิโก ตุรกี และ บราซิล
 
สำหรับในส่วนของยอดการใช้จ่ายที่ผู้ใช้บริการบนแอปสำหรับช่วงไตรมาสแรกของปี 2565 ได้ทุบสถิติใหม่ไปเป็นที่เรียบร้อย โดยเพิ่มขึ้นสูงที่สุดถึง 33,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และพื้นที่ตลาดที่ใหญ่ที่สุดสำหรับสถิติยอดการใช้จ่ายบนแอป คือ แอป iOS โดยมีสัดส่วนมากถึง 65% จากยอด 33,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 42% สำหรับในช่วงสองปีที่ผ่านมา
 
แอปที่มีการใช้จ่ายมากที่สุด
หมวดหมู่ยอดนิยมมากที่สุด สำหรับการใช้จ่าย คือ
  • เกม
  • ความบันเทิง
  • แอปรูปภาพและวีดีโอ
Picture Credit : data.ai
แน่นอนว่าเกมคือสิ่งที่ถูกดาวน์โหลดมากที่สุดบน iOS แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าหากตัดหมวดเกมออกจากสารระบบการวัดค่าสถิติ แอปบน iOS หมวดอื่นๆ ก็ยังมีสัดส่วนความนิยมที่สูงมากกว่าแอปบน Android ถึง 73% อาทิเช่น แอป Video Streaming และ แอปหาคู่
 
แอปสถิติการดาวน์โหลดที่มีสถิติพุ่งสูงสุดในระยะเวลาอันสั้น
หมวดหมู่ที่มียอดสถิติพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งอาจจะเป็นเพราะการปรับตัวการใช้ชีวิตในรูปแบบ New Normal ที่ได้รับผลกระทบมาจาก COVID-19 ที่มีการระบาดไปทั่วโลก
  • iOS แอปทางการแพทย์ เพิ่มขึ้นถึง 23%
  • Android แอปด้านสุขภาพ ฟิตเนส เพิ่มขึ้น 20%
Picture Credit : data.ai
แอปน้องใหม่มาแรง
สำหรับหมวดหมู่แอปน้องใหม่จะปรากฏอยู่บน Google Play มากกว่าบน iOS ซึ่งเป็นสถิติที่น่าสนใจ สำหรับอัตราการเพิ่มขึ้นมากถึง 16% จากยอดการดาวน์โหลดมากถึง 28,500 ล้านครั้ง เกินกึ่งหนึ่งของยอดทั้งหมด 37,000 ล้านครั้ง และก็ยังเป็นเกมอีกเช่นเคยที่ยังคงได้รับความนิยมอันดับแรกที่ถูกดาวน์โหลดจาก Google Play รองลงมา คือ กลุ่มเครื่องมือ และแอปโซเชียล
 
ท็อปฮิตติดชาร์ต ที่ถูกดาวน์โหลดมากที่สุด โดยสามอันดับแรกยังคงเป็นรายชื่อเดิมที่ยึดตำแหน่งหัวตารางอย่างเหนียวแน่นประกอบไปด้วย
  • Instagram
  • TikTok
  • Facebook
 
แอปที่ขยับตำแหน่งค่าความนิยมจากการดาวน์โหลดมากที่สุด บนหัวตาราง Top10 คือ
  • Snapchat ขยับขึ้นมา 2 ตำแหน่ง ขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 5 ที่ได้รับการดาวน์โหลดมากขึ้น
  • Shopee ขยับขึ้นมามากสุดถึง 3 ตำแหน่ง ขึ้นมาอยู่อันดับที่ 7 ตำแหน่งเดิมของ Snapchat
  • ZOOM Cloud Meetings ขยับขึ้นมา 2 อันดับ ขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 10 ติดอยู่บนพื้นที่ Top10
 
มีเพียงแอปเดียวใน Top10 ที่ตำแหน่งร่วงลงมาถึง 3 อันดับ ก็คือ Facebook Messenger จากตำแหน่งเดิมที่เคยอยู่ในอันดับ 5 หล่นลงมาอยู่ที่อันดับ 8
 
สุดท้ายยอดสรุปรายรับ GAAP ของปี 2564 มีตัวเลขอยู่ที่ 5,100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ 
 

from:https://www.techtalkthai.com/app-growth-in-q1-ios-android/

เตือนแอปอันตรายบน Android หลอกขโมยรหัสผ่าน Facebook

ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยบนมือถือ Pradeo ได้ออกเตือนพบแอปพลิเคชันอันตรายบน Play Store ที่มีการดาวน์โหลดไปแล้วกว่าแสนครั้ง

credit : Pradeo

แอปพลิเคชัน ‘Craftsart Cartoon Photo Tools’ โฆษณาตัวเองว่าใช้สำหรับแปลงรูปภาพให้เป็นการ์ตูน ซึ่งเราจะเห็นได้ว่ารูปภาพโปรไฟล์แบบนี้ได้รับความนิยมอย่างยิ่ง แต่นักวิจัยจาก Pradeo พบว่าแอปกลับแฝงมาด้วยโทรจัน FaceStealer โดยที่คนร้ายอาศัยการแก้ไขแพ็กเกจและ inject โค้ดอันตรายไปยังแอปอื่นๆด้วย เพื่อให้รอดพ้นจากการตรวจตราของ Play Store

เมื่อติดตั้งแล้วแอปจะไม่ทำงานอะไรให้จนกว่าผู้ใช้จะผ่านหน้าล็อกอินของ Facebook หากเหยื่อหลงเชื่อคนร้ายก็จะได้ Credentials ของเราไปนั่นเองโดยการอัปโหลดไปยังเซิร์ฟเวอร์ควบคุม หากล็อกอินเสร็จแล้วแอปก็จะมีความสามารถเพียงแค่รับรูปผู้ใช้ส่งไปยัง URL ‘http://color.photofuneditor.com/’ ซึ่งแปลงภาพส่งกลับมาแสดงในแอปให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดหรือส่งให้เพื่อน ด้วยความที่ไม่ได้มีอะไรดีเลย รีวิวใน Play Store จึงมีแต่คนต่อว่า

จุดสังเกตของแอปมีหลายจุดคือโดยฟังก์ชันแล้วไม่จำเป็นต้องขอให้ล็อกอิน Facebook ก็ได้ แต่แอปกลับยืนกรานให้เป็นขั้นแรก ซึ่งเหยื่อหลายคนคงหลงเชื่อ อีกด้านคือคอมเม้นต์จากผู้ใช้ว่าห่วยมาก แถมข้อมูลนักพัฒนายังน่าสงสัยหลายส่วน สุดท้ายแล้ว Pradeo ได้แจ้งไปยัง Google Play เพื่อให้จัดการแอปนี้แล้ว โดยข่าวนี้เป็นอุทาหรณ์เตือนผู้ใช้งานว่าแอปใน Play Store ไม่ได้ปลอดภัยเสมอไป ดังนั้นต้องคอยตั้งข้อสังเกตก่อนดาวน์โหลดเช่น การกรอกข้อมูลที่ดูไม่น่าเกี่ยวกัน กรณีท่านใดที่พลาดไปแล้วก็ต้องเปลี่ยนรหัสผ่าน Facebook และต่อไปก็เปิดใช้ 2-factor เพิ่มด้วย

ที่มา : https://www.bleepingcomputer.com/news/security/android-password-stealing-malware-infects-100-000-google-play-users/

from:https://www.techtalkthai.com/malicious-android-app-phishing-your-facebook-credential/

Google เตรียมเพิ่มแท็บ Offers ให้ดูแอปและเกมลดราคาได้สะดวกใน Play Store

จากที่ Google เริ่มทดสอบเพิ่มแท็บ Offers เข้ามาใน Play Store เมื่อเดือนพฤศจิกายน ล่าสุดมีการประกาศเตรียมเปิดให้ใช้งานอย่างเป็นทางการแล้ว โดยแท็บนี้จะเป็นหน้าสำหรับรวมดีลและข้อเสนอของคอนเทนต์ที่มีอยู่บนสโตร์ ณ ขณะนั้น ๆ ครอบคลุมทั้งเกม แอป ภาพยนตร์ และอีบุ๊ก

แท็บ Offers จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกดูแอปและเกมลดราคาได้อย่างสะดวกจากภายในหน้าเดียว ในส่วนนี้รวมถึงไอเทมในเกม และสินค้าหรือบริการในแอปด้วย ซึ่งสะดวกกว่าของปัจจุบันที่ดูกระจัดกระจายมาก ๆ

ทั้งนี้ Google จะเพิ่มแท็บ Offers เข้ามาใน Play Store ของสหรัฐอเมริกา อินเดีย และอินโดนีเซียภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ส่วนประเทศอื่น ๆ จะทยอยอัปเดตตามมาภายในปีนี้ครับ

 

ที่มา : Google

from:https://droidsans.com/google-play-store-offers-tab/

Google ประกาศผล Best of 2021 เกมและแอปที่ดีที่สุดใน Play Store ประจำปี 2021

มาแล้วจ้า…มาแล้ว สำหรับการประกาศผลเกม + แอปยอดเยี่ยมประจำปี Best of 2021 บน Google Play Store ซึ่งทาง Google ได้เปิดให้เหล่าผู้ใช้งานทั่วโลกเข้าไปร่วมโหวตเกมโปรด แอปโปรดของตัวเอง (แยกผลโหวตออกไปแต่ละประเทศ) แล้วนำมาสรุปเป็นหมวดหมู่ย่อย ๆ ว่าเกมไหนจะเป็นที่สุดของหมวดไหนบ้าง โดยคราวนี้จะแบ่งออกเป็น Best apps of 2021, Best games of 2021 และย่อยลงไปเป็น Best Game, User’s Choice Game และอื่น ๆ อีก

best games of 2021 | Ragnarok X: next Generation

สำหรับเกมที่ได้รับรางวังยอดเยี่ยมประจำปี 2021 ก็คือ…Ragnarok X: next Generation ที่พึ่งเปิดให้แฟน ๆ เกมออนไลน์ซีรีส์สุดอมตะ Ragnarok ได้เล่นกันไปเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมาจนปัจจุบันมีคนดาวน์โหลดไปเล่นกันแล้วกว่า 5,000,000 ครั้ง แถมยังมีคะแนนรีวิวมากถึง 4.3 ดาว จากผู้เล่นราว 275,000 คน ก็ไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่ที่เกมนี้จะได้รับรางวัล Best Game ของปีนี้ไปครอง

Ragnarok X: Next Generation (Free, Google Play) →

 

Users’ Choice Game (เกมขวัญใจมหาชน)

หมวดนี้เป็นเกมที่ได้รับความนิยมจากผู้เล่นสูงสุดโดยมีผู้เข้าชิงทั้งหมด 10 เกมด้วยกัน ดังนี้

  1. Garena Free Fire MAX
  2. Pokémon UNITE
  3. Ragnarok X: Next Generation
  4. The Ants: Underground Kingdom
  5. บันทึกลับสามก๊ก
  6. Cookie Run: Kingdom
  7. Family Farm Adventure
  8. Bullet Angel
  9. SLAM DUNK
  10. MARVEL Future Revolution

และสำหรับเกมชนะเลิศในหมวดหมู่ Users’ Choice Game ประจำปีก็คือ…Garena Free Fire MAX ที่พึ่งเปิดให้เล่นกันได้เมื่อเดือนกันยายนนี้เอง แต่ตอนนี้มียอดดาวนืโหลดไปเล่นกันมากกว่า 5 ล้านราย พร้อมคะแนนรีวิว 4.3 ดาว จากผู้เล่นราว 3,500,000 คน เลยทีเดียว

Garena Free Fire MAX (Free, Google Play) →

 

สำหรับหมวดหมู่ต่อ ๆ ไป จะมีเกมที่ได้รับรางวัลหมวดหมู่ละ 5 เกม ซึ่งไม่ได้ถูกจัดอันดับนะครับว่าเกมไหนดีที่สุด แต่เป็นการจัดอันดับรวมเกมยอดเยี่ยมของแต่ละหมวดหมู่เท่านั้น

Best Competitive (สุดยอดเกมแข่งขันยอดเยี่ยม)

Cookie Run: Kingdom (Free, Google Play) →


Counter:Side (Free, Google Play) →


MARVEL Future Revolution (Free, Google Play) →


Ragnarok X: Next Generation (Free, Google Play) →


สแลมดังก์ SLAM DUNK (Free, Google Play) →

 

Best Game Changers (สุดยอดเกมนวัตกรรม)

Alchemy Stars (Free, Google Play) →


JanKenUP! (Free, Google Play) →


Pokémon UNITE (Free, Google Play) →


Sixit (Free, Google Play) →


The Ants: Underground Kingdom (Free, Google Play) →

 

Best Pick Up & Play (สุดยอดเกมหยิบเล่นง่าย ๆ)

Claw Stars (Free, Google Play) →


แครช แบนดิคู้ต: ออน เดอะ รัน! (Free, Google Play) →


Kawaii Mansion: Hidden Objects (Free, Google Play) →


Play Together (Free, Google Play) →


Towers: Relaxing Puzzle (Free, Google Play) →

 

Best Indies (สุดยอดเกมอินดี้)

Huntdown (Free, Google Play) →


My Friend Pedro: Ripe for Revenge (Free, Google Play) →


Psychofunk (฿100.00, Google Play) →


Puzzling Peaks EXE (฿62.00, Google Play) →


โรนิน : ซามูไรคนสุดท้าย (Free, Google Play) →

 

Best for tablet (สุดยอดเกมสำหรับแท็บเล็ต)

แครช แบนดิคู้ต: ออน เดอะ รัน! (Free, Google Play) →


League of Legends: Wild Rift (Free, Google Play) →


MARVEL Future Revolution (Free, Google Play) →


My Friend Pedro: Ripe for Revenge (Free, Google Play) →


Ragnarok X: Next Generation (Free, Google Play) →

 

Best Apps

สุดท้ายกับรางวัล Best Apps ที่คราวนี้ไม่ได้มีการจัดเป็นหมวดหมู่ย่อย ๆ แล้ว แต่รวมมาให้เลยทั้งหมด 27 แอป

AmazingTalker (Free, Google Play) →


Balance: Meditation & Sleep (Free, Google Play) →


Blossom – แอพค้นหาชื่อต้นไม้ (Free, Google Play) →


BoldVoice (Free, Google Play) →


Clementine (Free, Google Play) →


Clubhouse: The Social Audio App (Free, Google Play) →


Colorize โดย Photomyne (Free, Google Play) →


DailyBean: The simplest journal to record a day (Free, Google Play) →


Meditation for Sleep and Calm | Down Dog (Free, Google Play) →


Expand: Beyond Meditation (Free, Google Play) →


Focus Quest – Stay Focused, Study Timer, Focus App (Free, Google Play) →


Moises: แอปนักดนตรี (Free, Google Play) →


Moonbeam | Podcast Discovery (Free, Google Play) →


Moonly: Moon Phase Calendar, Cycles and Astrology (Free, Google Play) →


My Diary – เขียนบันทึก ไดอารี่ส่วนตัวพร้อมรหัสล็อค (Free, Google Play) →


Noobly: quickly find gamer friends (Free, Google Play) →


PhotoRoom Studio Photo Editor (Free, Google Play) →


Rabit: Habit Tracker & Planner (Free, Google Play) →


Rock Identifier: Stone ID (Free, Google Play) →


Sleep Tracker: เครื่องบันทึกวงจรการนอนหลับ (Free, Google Play) →


Speechify – text to speech tts (Free, Google Play) →


To-do List — วางแผนแต่ละวันของคุณได้อย่างง่ายดาย (Free, Google Play) →


Uptime: 5-min Books, Courses, Documentaries (Free, Google Play) →


Videoleap Editor by Lightricks (Free, Google Play) →


Voilà AI Artist แต่งภาพ (Free, Google Play) →


Whatifi – Interactive Movies (Free, Google Play) →


Wix Owner: Website Builder (Free, Google Play) →

 

และทั้งหมดนั่นก็คือเกมและแอปยอดเยี่ยมบน Google play Store ประจำปี 2021 ของประเทศไทยครับ ก็ไม่รู้ว่าเหล่าเกมและแอปที่ได้รับรางวัลทั้งหลายจะตรงใจกันบ้างรึเปล่า…แต่ถ้าไม่มีตรงกับที่เราชอบเลย ก็ลองโหลดไปใช้ไปเล่นกันดูอาจจะติดใจขึ้นมาก็ได้นะ

 

ที่มา : Google Play Store

from:https://droidsans.com/google-play-store-best-of-2021-apps-games/