คลังเก็บป้ายกำกับ: GOOGLE_PAY

Binance ประกาศรองรับการจ่ายเงินด้วย Apple Pay และ Google Pay

ข่าวสั้นส่งท้ายปี โดย Binance ประกาศว่าผู้ใช้งานสามารถซื้อเงินคริปโตบนแพลตฟอร์มได้ โดยชำระเงินผ่าน Apple Pay หรือ Google Pay ได้แล้ว ทำให้แพลตฟอร์มรองรับช่องทางการชำระเงินที่มีผู้ใช้งานจำนวนมากเพิ่มอีกช่องทาง

Binance เองก็พูดถึงประเด็นนี้ในทวีตว่า การรองรับช่องทางชำระเงินเพิ่มเติมนี้ ช่วยให้การซื้อคริปโตง่ายมากขึ้น

จำนวนผู้ใช้งาน Apple Pay มีอยู่มากกว่า 40 ล้านบัญชี ส่วน Google Pay มีมากกว่า 25 ล้านบัญชี

ที่มา: Binance ผ่าน Watcher

No Description

from:https://www.blognone.com/node/132053

Google Play จ่ายเงินผ่าน AIS ได้แล้ว! มาพร้อมโปรดีจ่ายครั้งแรก 100 บาท รับเครดิตเงินคืน 50 บาท

ผู้ใช้ Android หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า AIS เขามีบริการดี ๆ ที่ให้ผู้ใช้งานสามารถซื้อแอป, เติมเกม, ซื้อคอยน์ หรือจ่ายค่าสมาชิกแอปดูหนัง ฟังเพลงยอดฮิตบน Google Play โดยใช้ AIS เป็นช่องทางการชำระเงินได้สะดวก ซื้อง่าย ปลอดภัย ตัดเงินผ่านเบอร์ AIS ไม่ต้องง้อบัตรเครดิต แถมช่วงนี้เค้ายังมีโปรโมชันสุดคุ้ม ซื้อแอป เติมเกม ใช้จ่ายบน Google Play โดยชำระเงินผ่าน AIS ครั้งแรก 100 บาท รับฟรีเครดิตเงินคืนไว้ใช้ต่ออีก 50 บาท! เรียกได้ว่าถูกใจสายเปย์สุด ๆ

วิธีผูกบัญชี Google Account เพื่อชำระเงินผ่าน AIS

หากใครสนใจอยากได้เครดิตเงินคืนไปใช้งานกันแบบฟรี ๆ แต่ไม่รู้ว่าจะผูกบัญชีเพื่อชำระเงิน Google Play ด้วยเบอร์ AIS ยังไง สามารถสมัครจ่ายได้ง่าย สะดวก และปลอดภัย เพียงแค่มีเบอร์ AIS และทำตามขั้นตอนดังนี้

  1. เข้าแอป Google Play > กดที่หน้าบัญชี Google ของเรามุมบนขวามือ
  2. เลือกเมนู การชำระเงิน และสมัครบริการ
  3. เลือกเมนู วิธีการชำระเงิน
  4. เลือก การเรียกเก็บเงินของ AIS และกดปุ่ม เปิดการใช้งาน

เพียงเท่านี้การผูกบัญชี Google เพื่อชำระเงินผ่าน AIS ก็เป็นอันเสร็จสิ้น พร้อมให้เราซื้อแอป หรือจ่ายเงินค่าบริการผ่าน AIS ได้เลย

  • ลูกค้าเอไอเอสรายเดือน ยอดเงินที่ซื้อสินค้า และบริการผ่าน Google Play จะถูกนำไปรวมกับยอดค่าบริการรายเดือนในรอบบิลนั้น ๆ 
  • ลูกค้าเอไอเอสเติมเงิน ยอดเงินที่ซื้อสินค้า และบริการผ่าน Google Play จะถูกหักเงินจากยอดเงินในระบบทันที 

ชำระเงิน Google Play ผ่าน AIS ดียังไง?

ต้องบอกเลยว่าบริการ Google Play ผ่าน AIS เป็นอะไรที่สะดวกมาก ๆ เพราะในสถานการณ์ด่วน ๆ เช่นเวลาเล่นเกมแล้วเพชรหมด หรือกำลังอ่านการ์ตูนบนแอปแล้วดันติดลม แต่เหรียญดันหมดก็ไร้กังวล เพราะเมื่อเชื่อมบัญชี Google Play กับ AIS แล้ว ไม่ว่าจะบริการไหนบน Google Play ก็สามารถซื้อได้ง่าย และรวดเร็วภายในคลิกเดียว ทำให้กิจกรรมของเราไม่สะดุด ไร้รอยต่อ พร้อมลุยทันที ไม่ต้องใช้บัญชีธนาคารและสลับแอปไปมาเพื่อสแกน QR Code หรือต้องมาคอยกรอกรหัสบัตรเครดิตให้ยุ่งยากและเสียเวลาด้วย

สะดวกสุด ๆ กดแค่คลิกเดียว ก็ชำระเงินเสร็จเรียบร้อยเลย

รายละเอียดโปรโมชันรับเครดิตเงินคืน

เมื่อใช้งานบริการจ่ายเงิน Google Play ผ่าน AIS ครั้งแรก 100 บาทในระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคมปี 2565 นี้ รับฟรีเครดิตเงินคืน 50 บาท โดย 1 เลขหมาย สามารถรับเงินคืนได้ 1 สิทธิ์ จำกัด 100,000 สิทธิ์ ตลอดระยะเวลาโปรโมชัน ซึ่ง 100,000 สิทธิ์นี้ประกอบไปด้วย

  • ลูกค้าเอไอเอสเติมเงิน 50,000 สิทธิ์ จะได้รับรางวัลเป็นเครดิตเงินคืนเป็นค่าโทร มูลค่า 50 บาท และมีอายุการใช้งาน 30 วัน
  • ลูกค้าเอไอเอสรายเดือน 50,000 สิทธิ์ จะได้รับวงเงินสำหรับซื้อสินค้าบน Google Play มูลค่า 50 บาท อายุการใช้งาน 1 รอบบิล โดยจะใช้งานเครดิตเงินคืนได้ในรอบบิลถัดไป  

สำหรับผู้ใช้งานที่มีสิทธิ์ได้รับเครดิตเงินคืน ก็จะได้รับข้อความ SMS แบบนี้

  • ลูกค้าเอไอเอสเติมเงิน: คุณได้รับโบนัสค่าโทร 50 บาท จากการใช้จ่ายบน Google Play ชำระเงินผ่าน AIS ครั้งแรก โดยโบนัสค่าโทรสามารถใช้งานได้นาน 30 วัน
  • ลูกค้าเอไอเอสรายเดือน: คุณได้รับวงเงินซื้อสินค้าและบริการบน Google Play 50 บาท สำหรับใช้ในรอบบิลถัดไป จากกิจกรรม “รับฟรี! เครดิตเงินคืน 50 บาท เมื่อใช้จ่ายบน Google Play ชำระเงินผ่าน AIS ครั้งแรก 100 บาท”

เรียกได้ว่าเป็นบริการดี ๆ จาก AIS ที่อำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งาน ทำให้การจ่ายเงินบน Google Play เป็นเรื่องง่าย ๆ และอย่าลืมนะ โปรโมชันรับเครดิตเงินคืน 50 บาท เมื่อซื้อสินค้าและบริการบน Google Play และจ่ายผ่าน AIS ครั้งแรก มีจำนวนจำกัดเพียงแค่ 100,000 สิทธิ์เท่านั้น! ถ้าไม่รีบซื้อ ช้าหมด อดนะ! ส่วนครั้งหน้า AIS จะมีโปรสุดคุ้มอะไรมาฝากกันอีก ต้องรอติดตามครับ

 

ข้อมูลเพิ่มเติม : เวบไซต์ AIS

from:https://droidsans.com/google-play-pay-with-ais-promotion/

มาสเตอร์การ์ดเปิดตัวบริการ Google Wallet เพิ่มตัวเลือกในการชำระเงินให้แก่ผู้บริโภคชาวไทย

วันนี้มาสเตอร์การ์ดเปิดตัวบริการการชำระเงินแบบไร้สัมผัสผ่านแอพพลิเคชั่น Google Wallet ครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกในการใช้จ่ายในรูปแบบดิจิทัลให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มสูงขึ้น

โดยผู้ถือบัตรมาสเตอร์การ์ดของธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ เคทีซี หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สามารถผูกบัตรเครดิตของตนไว้ในกระเป๋าเงินดิจิทัล Google Wallet ที่เอื้อให้ผู้ใช้งานสามารถบันทึกข้อมูลบัตรเครดิตของธนาคาร รวมถึงบัตรสมาชิกต่างๆ ที่ใช้ในชีวิตประชำวันและตั๋วเครื่องบิน (boarding passes) ซึ่งทำให้การใช้จ่ายและการชำระเงินเป็นไปอย่างง่ายดายและปลอดภัย

โดยสามารถใช้งานได้ที่ร้านค้าที่รองรับการชำระเงินแบบไร้สัมผัส แอพพลิเคชั่นต่าง ๆ และช่องทางออนไลน์ผ่านโทรศัพท์มือถือทั้งในระบบปฏิบัติการ Android และในอุปกรณ์ WearOS (สมาร์ทวอทช์และในอุปกรณ์พกพาในระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์และไอโอเอส) หลังการเปิดตัวครั้งแรกในสิงคโปร์ เวียดนาม ประเทศไทย และมาเลเซียเป็นประเทศต่อไปที่จะเปิดให้บริการชำระเงินผ่านแอพพลิเคชั่น Google Wallet

เดิมประเทศไทยมีระบบการชำระเงินด้วยการใช้เงินสดเป็นหลัก และก็มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงที่เกิดสถานการณ์โรคระบาดซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่เร่งให้เกิดการใช้งานการชำระเงินแบบดิจิทัล คาดมูลค่าการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านระบดิจิทัลของประเทศไทยจะสูงขึ้นถึง 29.13 พันล้านเหรียญสหรัฐในปีนี้ และนับตั้งแต่ปัจจุบันจนถึงปี พ.ศ. 2570 การใช้งานระบบการชำระเงินแบบดิจิทัลมีอัตราการเติบโตคิดเป็นร้อยละ 13.51 ต่อปี[1]  

นอกจากนี้ด้วยกระแสของอีคอมเมิร์ซที่กำลังมาแรง ทำให้ผู้บริโภคชาวไทยมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการชำระเงินจากแบบเดิมไปสู่การใช้งานกระเป๋าเงินดิจิทัลกันสูงขึ้น เพื่อให้การใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์เป็นไปอย่างง่ายดายมากขึ้น ผู้คนมีการใช้งานสมาร์ทโฟนกันอย่างแพร่หลายในชีวิตประจำวัน ทั้งจากการใช้งานบัตรที่จำเป็นต่าง ๆ ไปสู่การใช้กระเป๋าเงินดิจิทัลเพื่อการใช้จ่ายในร้านค้า

จากดัชนีผลสำรวจการชำระเงินล่าสุดของมาสเตอร์การ์ด Mastercard New Payments Index 2022 พบว่าผู้บริโภคในประเทศไทยกว่าร้อยละ 94 ใช้งานการชำระเงินแบบดิจิทัลอย่างน้อย 1 ช่องทาง โดยที่กว่าร้อยละ 63 มีการใช้งานกระเป๋าเงินดิจิทัลเพื่อทำธุรกรรมด้านการเงิน  การเปิดตัว Google Pay ในประเทศไทยจะช่วยให้ผู้บริโภคทุกกลุ่มมีทางเลือกในการชำระเงินเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการเข้าถึงการชำระเงินแบบดิจิทัลที่เหมาะกับความต้องการและไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปของพวกเขา

เพียงผูกบัตรมาสเตอร์การ์ดไว้บนอุปกรณ์ Android หรือ Wear OS ผู้ถือบัตรสามารถทำการตั้งค่าได้อย่างง่ายดายในครั้งเดียว โดยกรอกรายละเอียดบัตรและรหัสผ่านแบบครั้งเดียว (one-time password) ในแอพพลิเคชั่น Google Wallet  และเมื่อข้อมูลถูกบันทึกลงไปแล้ว ผู้ถือบัตรสามารถใช้งานการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์พกพาเครื่องนั้นได้ในทันที  ซึ่ง Google Wallet จะช่วยลดโอกาสในการโจรกรรมด้วยระบบสแกนลายนิ้วมือ สแกนใบหน้า หรือการตั้งค่าด้วยรหัส PIN ในการชำระเงิน  

การตรวจสอบประวัติการทำธุรกรรมก็ทำได้อย่างง่ายดาย เพียงเปิดแอพพลิเคชั่นและแตะที่ตัวเลือก “ข้อมูลเชิงลึก” หรือ ‘insights’  นอกจากนี้ ผู้ถือบัตรยังสามารถเพิ่มบัตรอื่นๆ ได้ด้วยเช่นกัน อาทิ บัตรสะสมคะแนน และ ตั๋วเครื่องบิน ผู้ถือบัตรยังคงสามารถเพลิดเพลินไปกับการสะสมคะแนนและได้รับสิทธิประโยชน์พิเศษทั้งหมดจากธนาคารที่ร่วมรายการมอบให้เสมือนการทำธุรกรรมผ่านบัตรทั่วไป ที่มาพร้อมกับความสะดวกสบายและความปลอดภัยที่มากยิ่งขึ้น

การชำระเงินผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลจะดำเนินการผ่านระบบ Digital token ที่ปลอดภัย โดยที่ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องแสดงบัตรเพื่อให้ข้อมูลสำคัญ เช่น เลขบัตร และวันหมดอายุแก่ร้านค้า โดยเทคโนโลยีแปลงสินทรัพย์ให้มาอยู่ในรูปแบบดิจิทัลของมาสเตอร์การ์ดที่ชื่อ Mastercard Digital Enablement Service (MDES) จะช่วยเพิ่มการรักษาความปลอดภัยมากขึ้นอีกหนึ่งขั้น พร้อมยกระดับประสบการณ์การชำระเงินที่สะดวกและดียิ่งขึ้น

“ประเทศไทยคือตัวอย่างที่ล้ำหน้าของระบบการชำระเงินแบบดิจิทัลเฉกเช่นเดียวกันมุมมองของมาสเตอร์การ์ดที่มีต่อการชำระเงินในโลกอนาคต  เมื่อพูดถึงการชำระเงินแบบดิจิทัล วิธีการจัดการทางการเงินและวิธีการชำระเงินในการซื้อสินค้าของผู้บริโภคชาวไทยเปลี่ยนแปลงไป เช่นเดียวกันกับรูปแบบความนิยมและความคาดหวัง

มาสเตอร์การ์ดมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับพันธมิตรอย่าง ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ เคทีซี หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อนำความสะดวกสบายและความปลอดภัยของ Google Pay มาสู่ผู้บริโภค ซึ่งจะช่วยผลักดันให้เกิดการชำระเงินแบบดิจิทัลในประเทศไทยมากขึ้น โดยมาสเตอร์การ์ดยังคงมุ่งมั่นในการนำเสนอทางเลือกในการชำระเงินให้แก่ผู้ถือบัตรพร้อมกับการเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้บริโภคให้สอดรับกับโลกยุคดิจิทัล เพื่อให้พวกเขาสามารถใช้จ่ายได้ทุกที่ ทุกเวลา ตามที่ต้องการ” กล่าวโดย นางสาวไอลีน ชูว ผู้จัดการประจำประเทศไทยและเมียนมาร์ มาสเตอร์การ์ด

“รายงาน e-Conomy SEA 2022 ระบุว่าการชำระเงินทางระบบอิเล็กทรอนิกส์กำลังเป็นที่นิยมและคาดว่าในปี 2568 จะมีมูลค่าธุรกรรมรวม (Gross Transaction Value: GTV) ถึง 161 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ โดยพบว่าคนไทยจำนวนหลายล้านคนใช้โทรศัพท์ในการทำชำระค่าสินค้าและบริการในชีวิตประจำวัน Google รู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่จะนำเสนอ บริการ Google Wallet เพื่อให้บริการในประเทศไทย

ผู้บริโภคชาวไทยสามารถแตะเพื่อจ่ายในร้านค้าหรือสามารถช้อปปิ้งออนไลน์ได้ง่ายดาย สะดวกสบายด้วยแอพพลิเคชั่น Google Wallet นอกจากนี้พวกเขายังสามารถเซฟตั๋วเครื่องบิน หรือบอร์ดดิ้งพาส ไว้ในแอพพลิเคชั่น เพื่อความสะดวกรวดเร็วสำหรับการเดินทางในช่วงวันหยุดพักผ่อน โดย Google Wallet ช่วยปกป้องข้อมูลและสร้างความปลอดภัยให้แก่บัตรทุกใบไว้ในที่เดียวไม่ว่าคุณจะไปที่ไหน” แจ็คกี้ หวาง Country Director ประจำ Google ประเทศไทย กล่าว

นายโชค ณ ระนอง ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการสายบัตรเครดิต ธนาคารกรุงเทพ กล่าวถึงการเปิดบริการชำระเงินผ่าน Google Wallet สำหรับผู้ถือบัตรธนาคารกรุงเทพ มาสเตอร์การ์ด บนสมาร์ทโฟนระบบแอนดรอย์ เป็นครั้งแรกว่า “ธนาคารกรุงเทพมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งสำหรับความร่วมมือกับมาสเตอร์การ์ดในครั้งนี้ที่จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านรูปแบบการชำระเงินที่หลากหลายและครบวงจรยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้การจับจ่ายของผู้ถือบัตรสะดวกสบาย และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

อีกทั้งยังสอดรับกับพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในปัจจุบันที่นิยมการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ในอนาคตยังมีแผนพัฒนาความร่วมมือระหว่างกันกับมาสเตอร์การ์ดอย่างต่อเนื่อง เพื่ออาศัยความแข็งแกร่งด้านการพัฒนาเทคโนโลยีพร้อมเพิ่มฟังก์ชั่นให้รองรับรูปแบบการชำระเงินได้อย่างหลากหลายและมีความปลอดภัด รองรับการใช้งานของผู้บริโภคในปัจจุบันได้ดียิ่งขึ้น”

นางพิทยา วรปัญญาสกุล ผู้บริหารสูงสุดกลุ่มงานการตลาดและสื่อสารองค์กร “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เพื่อรองรับพฤติกรรมการใช้จ่ายที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงเพิ่มทางเลือกให้สมาชิกเกิดความสะดวก คล่องตัว และมีความมั่นใจยิ่งขึ้นกับการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตบนช่องทางดิจิทัล เคทีซีจึงมุ่งพัฒนาระบบเทคโนโลยีและมองหาช่องทางใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง

สำหรับการร่วมมือกับ Google ในครั้งนี้ เคทีซีถือเป็นหนึ่งในบัตรเครดิตรายแรก ที่สามารถรองรับการชำระเงินผ่าน Google Wallet ซึ่งถือเป็นการเพิ่มทางเลือกให้สมาชิกสามารถใช้บริการการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตบนสมาร์ทโฟนระบบแอนดรอยด์และอุปกรณ์พกพา Wear OS ได้อย่างสะดวกสบายและปลอดภัยยิ่งกว่าเดิม

นอกจากนี้เคทีซียังได้ร่วมมือกับมาสเตอร์การ์ดมอบสิทธิพิเศษให้กับสมาชิกบัตรเคทีซี มาสเตอร์การ์ด ที่ผูกบัตรฯ กับ Google Wallet สามารถแตะจ่ายสะดวก ปลอดภัยด้วย Google Pay ทุกจุดรับชำระเงินที่มีสัญลักษณ์ Contactless ซึ่งเคทีซีเชื่อมั่นว่าการผนึกกำลังครั้งสำคัญนี้จะสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับสมาชิกเคทีซีได้อย่างแน่นอน”

สามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Google Wallet จาก Google Play Store ได้แล้ววันนี้

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/mastercard-launches-google-wallet-serviceches-google-wallet-service/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=mastercard-launches-google-wallet-serviceches-google-wallet-service

ดีแทค เปิดช่องทางชำระเงินดิจิทัลผ่านบริการ Google Pay ในดีแทคแอป รายแรกในไทย ให้ผู้ใช้บริการสัมผัสประการณ์การใช้จ่ายที่สะดวก ลื่นไหลไม่สะดุด

ดีแทคเป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายแรกในประเทศไทย ที่ขับเคลื่อนการชำระเงินดิจิทัลกับ Google ผ่านบริการ Google Pay ในดีแทคแอป ซึ่งเป็นหนึ่งในวาระการเป็นเทคโนโลยีโทรคมนาคม ที่สามารถสร้างสรรค์ และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี เพื่อสร้างโอกาสทางสังคมอย่างเท่าเทียมด้วยข้อมูลข่าวสารและบริการต่างๆผ่านสื่อดิจิทัลเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

dtac

Google Pay มอบความสะดวกมากขึ้นไปอีกขั้น ให้กับผู้ใช้บริการดีแทค สามารถทำการเพิ่มบัตรเครดิตไปที่google Wallet บนโทรศัพท์มือถือแอนดรอย และชำระเงินผ่าน Google Pay ในดีแทคแอป ซึ่งช่วยให้ลูกค้าดีแทค สามารถเลือกชำระค่าบริการรายเดือน หรือเติมเงิน เพียงไม่กี่คลิ๊ก ลูกค้าดีแทค เริ่มต้นใช้งานได้แล้ว เพียงดาวน์โหลดแอป Google Wallet จาก Google Play Store เพื่อเพิ่มบัตรชำระเงิน

นายฮาว ริเร็น รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “ดีแทคเปิดบริการ Google Pay เป็นบริการชำระเงินในดีแทค แอป เพื่อตอกย้ำจุดยืนของดีแทค ในการขยายบริการดิจิทัลให้ครอบคลุมความต้องการของลูกค้ามากขึ้น ผ่านการทำงานกับพาร์ทเนอร์ในอุตสาหกรรม (Go Beyond Mobile Connectivity) โดยออกแบบบริการให้เข้าถึงทุกคนได้ง่าย ซึ่งบริการชำระเงินเป็นช่องทางสำคัญที่ลูกค้าใช้เป็นประจำทุกวัน ดังนั้นดีแทค เชื่อมั่นว่า บริการ Google Pay จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบาย สร้างความมั่นใจและไว้วางใจในการใช้งาน”

Google Wallet คืออะไร ช่วยจัดการ การใช้จ่ายได้อย่างไร

Google Pay เป็นวิธีที่ปลอดภัยในการชำระเงินและซื้อสินค้าในร้านค้า ในแอป และบนเว็บ Google Wallet เป็นที่เก็บบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต เพื่อให้สามารถใช้กับ Google Pay รวมถึงบัตรสะสมคะแนน บัตรผ่านขึ้นเครื่อง และรายการอื่นๆ

ประโยชน์ของการมี Google Wallet

  • เมื่อเพิ่มบัตรชำระเงินลงใน Google Wallet แล้ว ลูกค้าดีแทคสามารถใช้บัตรเหล่านี้ ชำระเงินและเติมเงินได้อย่างง่ายดาย ในดีแทค แอป
  • Google Wallet ทำให้การชำระเงินในร้านค้าง่ายขึ้น เพียงเพิ่มบัตรกับ Google Wallet ในครั้งเดียว แล้วใช้ในร้านค้าที่รับการชำระเงินแบบไม่ต้องสัมผัส เพียงปลด ล็อกโทรศัพท์ แตะที่เครื่องชำระเงิน เท่านี้ก็เรียบร้อย
  • Google Wallet ให้ความโปร่งใสและควบคุมวิธีจัดการข้อมูล สามารถอัปเดตการตั้งค่าเหล่านี้ได้จากแอป Google Wallet หรือบนคอมพิวเตอร์ที่ myactivity.google.com/product/wallet

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/dtac-opens-digital-payment-channels-via-google-pay-service/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=dtac-opens-digital-payment-channels-via-google-pay-service

แอปพลิเคชัน dtac รองรับการชำระเงินผ่าน Google Pay แล้ว

ดีแทคประกาศเปิดบริการช่องทางชำระเงินผ่าน Google Pay หลังจากที่ Google Pay สามารถใช้ได้แล้วในประเทศไทย โดยผู้ใช้สามารถเพิ่มบัตรเครดิตไปที่ Google Wallet บนสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android และสามารถชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน dtac ได้เลย

ที่มา: ข่าวประชาสัมพันธ์

No Description

No Description

from:https://www.blognone.com/node/131495

Google Wallet (Google Pay) เปิดให้บริการในไทย แตะแล้วจ่าย เก็บบัตรส่วนลด ตั๋วเดินทางในแอปเดียว

เทรนด์สังคมไร้เงินสด สแกน QR Code หรือแตะแล้วจ่ายนั้นบูมในไทยมาได้สักพักใหญ่ๆ ซึ่งเราก็รอคอยการมาของระบบที่ใช้มือถือแตะแล้วจ่ายได้ง่ายๆ มันจะได้สะดวก ไม่ต้องพกบัตรอย่าง Google Pay ที่ตอนนี้อัปเกรดใหม่ เป็น Google Wallet แล้ว และก็ได้ฤกษ์เปิดให้บริการในไทยเป็นครั้งแรก ให้เราสามารถย้ายบัตรหลายๆ ใบในกระเป๋า มาอยู่ในมือถือ Android



  • Google Wallet เปิดให้บริการแตะแล้วจ่ายในไทย รวมถึงการเพิ่มบัตรส่วนลด บัตรสะสมแต้ม ตั๋วเดินทาง วัคซีนพาสปอร์ต

  • สามารถเพิ่มบัตรเครดิตของธนาคารกรุงเทพ (บัตรเครดิต Visa และ Mastercard) และธนาคารกรุงไทย (บัตรเครดิต Visa และ Mastercard) ลงใน Google Wallet ได้แล้ววันนี้ ส่วนบัตรทรูมันนี่ (บัตร Prepaid Mastercard) กำลังจะตามมา

  • ตั๋วเดินทางรองรับบอร์ดดิ้งพาสของสายการบินแอร์เอเชีย บัตรสะสมแต้ม OneSiam ของสยามพิวรรธน์ และบัตรเข้าชมงานต่างๆ จากไทยทิคเก็ตเมเจอร์ สามารถเพิ่มและเก็บไว้ใน Google Wallet ได้เช่นกัน

Google Wallet ต่างจาก Google Pay อย่างไร

สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาของ Google Wallet ที่เหนือกว่า Google Pay ก็คือนอกจากบัตรเครดิตที่ใช้แตะแล้วจ่าย เรายังสามารถจะใส่บัตรอื่นๆ เข้ามาได้ด้วย เช่นบัตรส่วนลด บัตรสะสมแต้ม ตั๋วเดินทาง บัตรวัคซีน เรียกง่ายๆ ว่าเหมือนเป็นกระเป๋าสตางค์ดิจิทัลแบบเดียวกับชื่อนั่นเอง

บัตรธนาคารไหนสามารถใช้งาน Google Wallet ได้บ้าง

ในช่วแรกของการเปิดให้บริการ จะรองรับบัตรเครดิต Visa , Mastercard ของ ธนาคารกรุงไทย (KTC) , ธนาคารกรุงเทพ (BBL) โดยสามารถใช้งานกับระบบแตะแล้วจ่ายบนอุปกรณ์ Android และ Wear OS รวมถึงสามารถใช้ Google Wallet ในการจ่ายเงินกับร้านค้าออนไลน์ต่างๆ ได้ด้วย

เร็วๆ นี้จะรองรับ ทรูมันนี่ (บัตร Prepaid Mastercard) เพิ่ม และคาดว่าน่าจะรองรับบัตรธนาคารอื่นๆ ตามมาในภายหลัง

ส่วนบัตรส่วนลด ตั๋วเดินทาง บัตรสะสมแต้มที่รองรับนั้น กรณีตั๋วเดินทาง บัตรคอนเสิร์ตหากมีการส่งเข้ามาใน Gmail ระบบของ Google Wallet จะสามารถดึงมาเก็บในกระเป๋าได้เลย เช่น Air Asia, Thaiticket Major สำหรับบัตรส่วนลดอื่นๆ เช่น OneSiam นั้นสามารถทำการเพิ่มบัตรได้เอง



วิธีการเพิ่มบัตรใน Google Wallet

เราสามารถโหลดแอป Google Wallet จาก Google Play Store แล้วทำการผูกกับ Google Account เพื่อเริ่มใช้งานได้ทันที ส่วนการเพิ่มบัตรก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร แค่กรอกข้อมูลบัตรลงไปในระบบ หรือถ้าใครมีบัตรที่ผูกไว้กับ Google Account อยู่แล้ว ก็สามารถเปิดใช้งาน แตะแล้วจ่าย ได้ทันที

ความปลอดภัยในการใช้งาน Google Wallet

ระบบความปลอดภัยของ Google Wallet นั้นจะมีการแปลง Token ตามมาตรฐานอุตสาหกรรม เพื่อความเป็นส่วนตัวในการใช้งาน โดยสมมติหมายเลขบัตรขึ้นมา (โทเค็น) ซึ่งเป็นหมายเลขเฉพาะของอุปกรณ์นั้นๆ และเชื่อมโยงกับรหัสความปลอดภัยแบบไดนามิกที่จะไม่ซ้ำกันในแต่ละธุรกรรม และเราสามารถเข้าไปตรวจสอบและดูการใช้งานได้ผ่าน myactivity.google.com/product/wallet

 

มือถือและอุปกรณ์ Adroid รุ่นไหนรองรับ Google Wallet บ้าง

สำหรับอุปกรณ์ที่สามารถติดตั้งและใช้งาน Google Wallet ได้ครบทุกฟังก์ชั่น อย่างน้อยต้องเป็น Android 7.0 ขึ้นไป ส่วนการแตะแล้วจ่ายผ่าน NFC นั้นอาจจะขึ้นอยู่กับแต่ละอุปกรณ์ ว่าจะรองรับการจ่ายเงินผ่าน NFC ด้วยหรือไม่

Google Wallet (Free, Google Play) →

 

source : google wallet , google wallet thailand support

from:https://droidsans.com/google-wallet-google-pay-service-available-in-thailand/

Google Pay ใช้งานในไทยได้แล้ว เอามือถือแตะจ่ายได้เลย รองรับบัตร BBL และ KTC

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าจะมีวันนี้ วันที่ Google Pay ใช้งานในประเทศได้อย่างเป็นทางการ ไม่ต้อง VPN ไม่ต้องเปลี่ยน region ไม่ต้องขวนขวายหาบัตรเครดิตของต่างประเทศมาใช้ สามารถยกมือถือขึ้นมาปลดล็อคแล้วแตะจ่ายที่เครื่อง EDC เสมือนการใช้บัตรเครดิตทั่วไปแบบแตะจ่ายได้ทันที

จากเอกสารอย่างเป็นทางการของกูเกิล ระบุว่าขณะนี้ Google Pay ในประเทศไทยรองรับบัตรจาก 2 ธนาคารคือธนาคารกรุงเทพ (BBL) และกรุงไทย (KTC) โดยใช้งานได้ทั้ง Visa และ Mastercard แบบเครดิต (ไม่ได้ระบุว่าเดบิตใช้ได้หรือไม่)

ผู้ใช้มือถือ Android ที่รองรับ NFC (หากรุ่นไม่เก่าหรือสเปกต่ำมากๆ น่าจะมีกันหมด) สามารถดาวน์โหลดแอพ Google Wallet ได้จาก Play Store และเพิ่มบัตรเข้าไปเพื่อใช้งานได้ทันที ทั้งนี้ในช่วงแรกควรยังพกบัตรเครดิตใบจริงไว้ด้วย เนื่องจากยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า EDC ของร้านค้าต่างๆ จะรองรับกัน 100% หรือไม่ เช่นรถไฟฟ้า MRT ที่ก่อนหน้านี้ยังมีปัญหาบางจุด

ข้อดีอีกอย่างคือ Google Wallet จะสร้างเลขบัตรเสมือน (Virtual account number) ขึ้นมาและชำระเงินด้วยเลขบัตรเสมือน ทำให้ไม่มีการเปิดเผยเลขบัตรจริงๆ ไปยังร้านค้า

alt="GWigMf.jpg"

from:https://www.blognone.com/node/131488

Fitbit รองรับ Google Maps/Pay, ใช้แอพบนสมาร์ททีวี, ออกฮาร์ดแวร์ราคาถูกมากขึ้น

Fitbit เริ่มรีแบรนด์ตัวเองเป็น “Fitbit by Google” พร้อมประกาศแนวทางใหม่หลังเข้ามาเป็นบริษัทลูกของกูเกิลตั้งแต่ปี 2021

No Description

โฆษณา Fitbit by Google พร้อมโชว์ฟีเจอร์ Google Maps และ Google Pay/Wallet

ที่มา – Fitbit

from:https://www.blognone.com/node/131349

เปลี่ยนชื่อกลับอีกแล้ว กูเกิลคืนชีพ Google Wallet มาแทน Google Pay ในหลายประเทศ

ในอดีตอันไกลโพ้น กูเกิลมีแอพ Google Wallet ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2011 และนำไปรวมร่างกับ Android Pay ในปี 2018 เปลี่ยนชื่อมาเป็น Google Pay

ข้ามเวลามาถึงปี 2022 กูเกิลเปิดตัวแอพกระเป๋าเงินตัวใหม่ ด้วยชื่อที่ทุกคนเดากันได้ว่า… Google Wallet

หน้าที่ของแอพ Google Wallet เวอร์ชันใหม่คือเก็บบัตรต่างๆ ที่เราเคยเก็บในกระเป๋าเงินจริงๆ ในรูปบัตรดิจิทัลแทน ตั้งแต่บัตรเครดิต-เดบิต บัตรประจำตัว (ID card) บัตรโดยสารขึ้นเครื่อง (boarding pass) ตั๋วเดินทางรายเดือน เป็นต้น

แอพ Google Wallet ยังสามารถใช้จ่ายเงินได้ด้วย ประเด็นที่น่าสนใจคือ บริการจ่ายเงิน Google Pay จะยังคงชื่อเดิมไว้แค่ในสหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ เพียง 2 ประเทศเท่านั้น ผู้ใช้ในประเทศเหล่านี้ (สีเขียวในภาพ) จะใช้บัตรดิจิทัลในแอพ Google Wallet จ่ายเงินผ่านบริการ Google Pay แต่ผู้ใช้ในประเทศอื่นๆ จะเห็นการเปลี่ยนชื่อแอพ Google Pay กลายเป็น Google Wallet ไปเลย (มีข้อยกเว้นคืออินเดียประเทศเดียว ที่ยังใช้ชื่อ Google Pay ทั้งหมด)

แอพยังไม่เปิดให้ใช้งานตอนนี้ บอกแค่ว่าจะเปิดทดสอบเร็วๆ นี้บน Android และ Wear OS

No Description

ที่มา – Google, Android Central

from:https://www.blognone.com/node/128453

บัตรธนาคารรัสเซียหลายแห่งไม่สามารถใช้ Apple Pay และ Google Pay ได้แล้ว ผลจากการแบนโดยชาติตะวันตก

ธนาคารกลางรัสเซียออกแถลงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า บัตรที่ออกโดยธนาคารรัสเซียหลายแห่งไม่สามารถใช้งานผ่าน Apple Pay หรือ Google Pay ได้แล้ว เนื่องจากมาตรการแบนของฝั่งชาติตะวันตก

สำหรับสถาบันการเงินที่ได้รับผลกระทบจากการแบนครั้งนี้ มีทั้ง VTB Group, Sovcombank, Novikombank, Promsvyazbank และ Otkritie FC Bank โดยจะมีผลทำให้ลูกค้าไม่สามารถทำธุรกรรมในประเทศที่ออกมาตรการแบนรัสเซียได้ ทั้งออนไลน์และการใช้บัตรในต่างประเทศ ซึ่งการใช้งาน Apple Pay หรือ Google Pay อยู่ในหมวดนี้ แต่ลูกค้ายังคงใช้บัตรในประเทศรัสเซียได้ตามปกติ รวมถึงการใช้งาน contactless ผ่านตัวบัตรก็จะยังไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด

The Verge ให้ข้อมูลว่า Google Pay และ Apple Pay ไม่ได้รับความนิยมในรัสเซียมากเหมือนสหรัฐฯ โดยจากรายงานในปี 2020 ระบุว่าบริการชำระเงินที่ได้รับความนิยมที่สุดของรัสเซียอันดับแรกคือ Sberbank Online ตามมาด้วย YooMoney (ชื่อเดิมคือ Yandex Money) และ QIWI มีเพียง 29% ของชาวรัสเซียที่ใช้ Google Pay และ 20% ใช้ Apple Pay

ที่มา – Central Bank of Russia, Business Insider, The Verge

No Description
ภาพจาก Apple Newsroom

from:https://www.blognone.com/node/127356