คลังเก็บป้ายกำกับ: GITHUB

GitHub เปิด Codespaces ให้ใช้ฟรีเดือนละ 60 ชม., รองรับ JetBrains IDE และ Jupyter แล้ว

GitHub ประกาศเปิดบริการ Codespaces สภาพแวดล้อมการพัฒนาที่รันในคลาวด์ นักพัฒนาเขียนโค้ดและคอมไพล์ได้จากเบราว์เซอร์ ให้กับผู้ใช้ GitHub ทุกคนฟรี มีโควต้าใช้งานเดือนละ 60 ชั่วโมง

เดิมที GitHub Codespaces ยังรองรับเฉพาะ VS Code เป็น IDE แค่อย่างเดียว ล่าสุด GitHub จับมือกับ JetBrains รองรับ IDE ทุกตัวของค่าย JetBrains แล้ว หากมีไลเซนส์ของฝั่ง JetBrains อยู่แล้วก็นำมาใช้บน Codespaces ได้เลย (รายละเอียด)

นอกจากค่าย JetBrains แล้วยังมี JupyterLab อีกตัวที่รองรับแล้ว แถมใช้งาน GPU ช่วยประมวลผลได้ด้วย ช่วยให้สายงาน data science/machine learning เข้ามาใช้ Codespaces ได้ง่ายขึ้น

No Description

ที่มา – GitHub

from:https://www.blognone.com/node/131471

เขียนโปรแกรมแบบไม่ต้องแตะคีย์บอร์ด “Hey, GitHub” สั่งให้ GitHub เขียนโค้ดด้วยเสียงพูด

GitHub เปิดตัวโปรเจคทดลอง “Hey, GitHub!” เป็นการสั่งงานด้วยเสียงคู่กับฟีเจอร์ Copilot ที่ใช้ AI ช่วยเขียนโปรแกรม ทำให้เราแทบไม่ต้องใช้คีย์บอร์ดในการเขียนโปรแกรมอีกเลย

ตัวอย่างการใช้งานเช่น พูดว่า “import Pandas” ก็จะเป็นการเขียนโค้ดที่นำเข้าไลบรารีวิเคราะห์ข้อมูล Pandas ของ Python ให้อัตโนมัติ (ดูตัวอย่างได้จากเว็บ GitHub Next)

คำสั่งเสียง Hey, GitHub รองรับทั้งการเขียนตัวโค้ด, การเลื่อนตำแหน่ง, การสั่งงานตัว IDE (VS Code) และการสั่งให้ GitHub Copilot อธิบายการทำงานของโค้ดที่เขียนมาให้เรา

ตอนนี้ฟีเจอร์ “Hey, GitHub!” ยังเปิดให้ทดสอบแบบ technical preview ในวงจำกัด และต้องลงทะเบียนเพื่อต่อคิวทดสอบ

No Description

ที่มา – GitHub

from:https://www.blognone.com/node/131455

GitHub เปิดตัว AI Copilot for Business สำหรับทีมนักพัฒนาในองค์กร

ในงาน GitHub Universe 2022 ที่กำลังจัดขึ้น GitHub ได้ประกาศเปิดตัว GitHub Copilot for Business สำหรับทีมนักพัฒนาในองค์กร

Credit: GitHub

GitHub Copilot for Business จะช่วยให้องค์กรสามารถนำบริการนี้มาใช้งานในการพัฒนาซอฟต์แวร์ภายในองค์กรได้แล้ว โดยมีฟีเจอร์ให้ผู้ดูแลระบบสามารถกำหนดจำนวน Seat licenses หรือกำหนดสิทธิสำหรับนักพัฒนาแต่ละคนได้ ก่อนหน้านี้ GitHub Copilot นั้นให้บริการกับบุคคลทั่วไปเท่านั้น โดยมีการเปิดตัวบริการแบบ Beta เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้วในฐานะ AI pair programmer ใช้เทคโนโลยี OpenAI Codex ช่วยเหลือนักพัฒนาในการแนะนำการเขียนโค้ด ปัจจุบันรองรับหลายภาษาในการพัฒนา และรองรับการใช้งานใน IDE หลายตัว เช่น JetBrains IDE, Neovim และ Microsoft Visual Studio จากผลการสำรวจนั้น ฟีเจอร์ Coding Suggestion ของ Copilot ช่วยเพิ่ม Productivity ของนักพัฒนาได้ถึง 55% องค์กรที่สนใจสามารถลงทะเบียนใน Waitlist ได้แล้ว

GitHub ยังมีการเปิดตัวฟีเจอร์ “Hey Github” โดยเป็นระบบสั่งการด้วยเสียง เพื่อสั่งให้ Copilot ช่วยเขียนโค้ดได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัว Codespaces Editor ระบบ Cloud Development Environment แบบ GA, เปิดตัวฟีเจอร์ Roadmap และ Tasklist ใน GitHub Projects และเปิดตัว GitHub Enterprise 3.7 ที่มีฟีเจอร์ใหม่กว่า 70 ตัวอีกด้วย

ที่มา: https://siliconangle.com/2022/11/09/github-expands-ai-powered-copilot-developer-teams/

from:https://www.techtalkthai.com/github-launces-ai-copilot-for-business/

GitHub มียอดผู้ใช้งาน 90 ล้านคน รายได้แตะ 1 พันล้านเหรียญแล้ว

GitHub มีผู้ใช้งานเกิน 90 ล้านคน และมีรายได้แตะ 1 พันล้านเหรียญแล้ว หลังจาก Microsoft เข้าซื้อกิจการไปเพียง 4 ปี

Credit: GitHub

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ปี 2018 Microsoft ได้เข้าซื้อกิจการ GitHub เป็นมูลค่า 7.5 พันล้านเหรียญ และภายใต้การดูแลของ Microsoft กว่า 4 ปี ทำให้ GitHub มีการเติบโตขึ้นถึง 3 เท่า มีผู้ใช้งานเกิน 90 ล้านคน และมีรายได้แตะ 1 พันล้านเหรียญ ถึงแม้ว่าจะมีบริการฟรีให้กับโครงการ Open-source หลายตัว แต่ก็ยังมีบริการแบบ Premium ให้ใช้งาน เช่น Codespaces ระบบ Cloud developer enviroment บน Azure และ Copilot ระบบ AI code suggestion นอกจากนี้ยังมีบริการ Paid plan สำหรับผู้ใช้งานรายกลุ่ม และลูกค้าองค์กร โดย GitHub ถูก Integrate เข้ากับ Visual Studio เครื่องมือ IDE แบบ Open-source ยอดนิยม ที่มีนักพัฒนากว่า 75% ใช้งานอยู่ ตามผลสำรวจจาก Stackoverflow

GitHub เป็นบริการหนึ่งที่สำคัญของ Microsoft ที่ทำให้ลูกค้าหันมาใช้งานบริการอื่นภายใต้ Azure Cloud มากขึ้น ถึงแม้ว่าในไตรมาสนี้รายได้ของ Microsoft จะลดลงเล็กน้อย แต่การเติบโตของ Azure และ Cloud Services ต่างๆยังเพิ่มขึ้นถึง 35%

ที่มา: https://devclass.com/2022/10/26/github-has-hit-1bn-revenue-and-90m-users-says-microsoft-ceo-on-4th-anniversary-of-acquisition/

from:https://www.techtalkthai.com/github-has-90m-users-and-1b-revenue/

ครบ 4 ปี ไมโครซอฟท์ซื้อ GitHub รายได้แตะ 1 พันล้านดอลลาร์/ปี เคล็ดลับคือปล่อยอิสระ

วันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา เป็นวันครบรอบ 4 ปี ที่ไมโครซอฟท์ซื้อกิจการ GitHub เสร็จสมบูรณ์

ในระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา GitHub เติบโตขึ้นมาก สถิติล่าสุดของ GitHub ในงานแถลงผลประกอบการของไมโครซอฟท์ คือมีผู้ใช้งาน 90 ล้านคน และทำเงินได้ 1 พันล้านดอลลาร์ต่อปี

Thomas Dohmke ซีอีโอคนปัจจุบันของ GitHub (รับตำแหน่งเมื่อ 1 ปีก่อน) ให้สัมภาษณ์ว่าความสำเร็จของ GitHub มาจากไมโครซอฟท์ให้อิสระอย่างมาก ลักษณะเดียวกับ LinkedIn ทำให้ GitHub ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของตัวเองได้ตลอด เขาบอกว่าเราเห็นตัวตนของไมโครซอฟท์บน GitHub เท่าเดิมกับเมื่อก่อนซื้อกิจการ แทบไม่มีอะไรเปลี่ยนเลย

แต่ในอีกทาง ผู้บริหารของไมโครซอฟท์ก็ให้การสนับสนุน GitHub เป็นอย่างดี ไม่ลืมว่าเหตุผลที่ซื้อ GitHub คืออะไร และรักษามันไว้อย่างเดิม แรงสนับสนุนจากไมโครซอฟท์ช่วยให้ GitHub มีรายได้ 1 พันล้านดอลลาร์ต่อปี ซึ่งอาจไม่สำเร็จได้หากมีสถานะเป็นบริษัทอิสระ

GitHub เองยังมีนวัตกรรมใหม่มากมาย เช่น Actions, Codepsaces, Copilot

ที่มา – TechCrunch, MSpoweruser

from:https://www.blognone.com/node/131207

แอปเปิลย้ายโครงการ WebKit จาก Subversion ขึ้น GitHub

แอปเปิลประกาศย้ายโครงการซอร์สโค้ดของ WebKit จุดกำเนิดของเบราว์เซอร์ยุคใหม่ (ที่ใช้กับทั้ง Safari, Chromium และอื่นๆ แทบทุกตัวที่ไม่ใช่ Firefox) จากเดิมโฮสต์บนระบบ Subversion ของตัวเอง มาสู่ GitHub

ตัวโครงการ WebKit เปิดซอร์สมาตั้งแต่แรก เพียงแต่อยู่บน Subversion ระบบจัดการซอร์สโค้ดที่ถือกำเนิดมาก่อน Git เมื่อโลกเริ่มหมุนมาสู่ Git ด้วยจุดเด่นเรื่องสถาปัตยกรรมที่ออกแบบมาดีกว่า ทำให้แอปเปิลตัดสินใจเลือกย้ายจาก Subversion มายัง Git

แอปเปิลบอกว่ามีตัวเลือกโฮสต์ Git หลายทาง แต่สุดท้ายเลือก GitHub เพราะมีฐานชุมชนนักพัฒนาขนาดใหญ่ และมี API ใช้ง่าย ปรับแต่งสคริปต์อัตโนมัติเดิมเพียงเล็กน้อยก็ใช้งานได้ทันที

อย่างไรก็ตาม แอปเปิลพบจุดอ่อนของ Git คือค่าแฮชไม่เรียงลำดับตามการคอมมิต จึงแก้ไขด้วยการเพิ่มค่าใหม่ที่เรียกว่า commit identifier เข้าไปในเวิร์คโฟลว์ของทีม (รายละเอียดอ่านได้จากลิงก์ที่มา)

No Description

ที่มา – WebKit

from:https://www.blognone.com/node/130215

GitHub ขยายฟีเจอร์ Sponsors บริจาคเงินให้โครงการโอเพนซอร์ส รองรับประเทศไทยแล้ว

GitHub มีฟีเจอร์ Sponsors ให้โครงการโอเพนซอร์ส สามารถขอรับเงินบริจาคบนหน้า repository ของโครงการ ลักษณะคล้าย Kickstarter, Patreon หรือ GoFundMe มาตั้งแต่ปี 2019 (ตัวอย่างหน้าสปอนเซอร์) แต่ยังจำกัดประเทศที่รองรับ

ล่าสุด GitHub Sponsors ขยายบริการเพิ่มอีก 30 ประเทศ (รวมเป็น 68 ประเทศ) ความสำคัญคือรอบนี้มีประเทศไทยแล้วด้วย

วิธีการใช้งานฝั่งนักพัฒนา ต้องผูกบัญชีธนาคารท้องถิ่น และกรอกเอกสารภาษีกับทาง GitHub ก่อนถึงใช้งานได้ (รายละเอียด)

ที่มา – GitHub

No Description

ตัวอย่างหน้าจอบริจาคเงินของโครงการ สามารถแยกระดับ tier ได้

from:https://www.blognone.com/node/129570

GitHub แจกเงินนักพัฒนาโอเพนซอร์ส 900 คน รวม 500,000 ดอลลาร์

GitHub ใช้โครงการ GitHub Sponsor ของตัวเอง สนับสนุนนักพัฒนาที่เปิดรับการสนับสนุนมากกว่า 900 คน รวมมูลค่าทั้งหมด 500,000 ดอลลาร์

นักพัฒนาที่ได้รับการสนับสนุนเป็นนักพัฒนาที่ดูแลโครงการที่เกี่ยวข้องกับ GitHub เอง ไม่ว่าจะเป็นตัวบริการ GitHub, npm, GitHub Desktop, GitHub Mobile, หรือ GitHub CLI เป็นการแสดงตัวอย่างให้ดูว่าองค์กรที่พึ่งพิงโอเพนซอร์สควรช่วยเหลือชุมชนกลับคืน

แนวทางเรียกร้องให้ผู้ใช้โอเพนซอร์สช่วยกันสนับสนุนนักพัฒนาเพิ่มมากขึ้นในช่วงสิบปีที่ผ่านมา เนื่องจากโครงการโอเพนซอร์สถูกใช้งานในโครงสร้างสำคัญๆ มากขึ้นเรื่อยๆ เช่น ช่องโหว่เช่น Heartbleed สร้างผลกระทบให้กับองค์กรจำนวนมากจนมีการตั้งกองทุนเพื่อจ้างนักพัฒนามาดูแลโครงการเต็มเวลาและตรวจสอบความปลอดภัย แต่โครงการเล็กๆ ที่อาจจะมีผู้ใช้ไม่มากนัก การเปิดให้คนทั่วไปสนับสนุนจำนวนเงินไม่มากนักก็น่าจะช่วยนักพัฒนาให้มีกำลังใจดูแลโครงการได้

ที่มา – GitHub

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/129131

GitHub Copilot เครื่องมือ AI ช่วยเขียนโค้ด เปิดให้ใช้งานแบบ Generally Available แล้ว

GitHub Copilot ระบบ AI ช่วยเขียนโค้ด เปิดให้ใช้งานแบบ Generally Available แล้ว นักพัฒนาสามารถใช้งานได้ทันที

Credit: GitHub

หลังจากที่ GitHub ได้เปิดให้ทดลองใช้งาน GitHub Copilot แบบ Technical Preview ตั้งแต่ปีที่แล้ว ล่าสุด GitHub ได้ประกาศให้เครื่องมือ GitHub Copilot สามารถใช้งานแบบ Generally Available (GA) เป็นที่เรียบร้อย ให้นักพัฒนาที่สนใจสามารถสมัครใช้บริการได้ทันที จุดเด่นของ GitHub Copilot มีดังนี้

  • มีระบบ AI-based coding suggestion ซึ่งตัวระบบใช้ Codex เป็นระบบ AI ที่ถูกสร้างโดย OpenAI ระบบจะคอยทำการอ่านโค้ดหรือ Comment และส่งไปประมวลผลยัง Copilot Service ช่วยแนะนำการเขียนโค้ดบรรทัดถัดไป หรือทั้งฟังก์ชันที่คาดว่าน่าจะเป็น
  • รองรับการใช้งานบน IDE หลากหลาย เช่น Neovim, JetBrains IDEs, Visual Studio และ Visual Studio Code
  • ช่วยให้คำแนะนำกับนักพัฒนาในการพัฒนาแอพพลิเคชันด้วยภาษาที่ไม่คุ้นเคยได้ โดยระบบ AI จะทำการเทรนโมเดลด้วยข้อมูลจาก Public Repository ที่อยู่บน GitHub

ที่ผ่านมามีนักพัฒนากว่า 1.2 ล้านคนได้เข้าร่วมทดสอบ Technical Preview ซึ่งนักพัฒนาหลายรายกล่าวว่า GitHub Copilot กลายเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานที่ขาดไม่ได้ และในบางภาษา เช่น Python มีโค้ดที่ Copilot ช่วยแนะนำถึง 40% จากทั้งหมดที่นักพัฒนาเขียนออกมา สำหรับคนที่สนใจสามารถทดลองใช้งานได้ฟรี 60 วัน หลังจากนั้นจะมีค่าบริการ เดือนละ 10 เหรียญ หรือ 100 เหรียญต่อปี ส่วนนักเรียน นักศึกษา หรือผู้ที่ดูแลซอฟต์แวร์ Open Source สามารถใช้งานได้ฟรี

ที่มา: https://github.blog/2022-06-21-github-copilot-is-generally-available-to-all-developers/

from:https://www.techtalkthai.com/github-copilot-ai-pair-programming-generally-available/

GitHub เปิดให้นักพัฒนาทุกคนใช้งานฟรี ราคาเดือนละ 10 ดอลลาร์

GitHub ประกาศเปิดบริการ Copilot อย่างเป็นทางการ หลังจากเปิดทดสอบวงปิดมาตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยผู้ใช้สามารถทดสอบใช้งานได้ฟรี 60 วัน หลังจากนั้นค่าบริการอยู่ที่เดือนละ 10 ดอลลาร์ หรือปีละ 100 ดอลลาร์

ตอนนี้ Copilot รองรับโปรแกรมแก้ไขโค้ดยอดนิยม ได้แก่ Neovim, JetBrains, Visual Studio, และ VSCode สามารถแนะนำโค้ดในภาษาโปรแกรมได้นับสิบภาษา และช่วงทดสอบที่ผ่านมามีผู้ทดสอบถึง 1.2 ล้านคน

ทาง GitHub จะให้บริการฟรีกับนักเรียนและผู้ดูแลโครงการโอเพนซอร์สยอดนิยม ส่วนแพ็กเกจแบบเสียเงินสำหรับองค์กรจะตามมาภายหลัง

ที่มา – GitHub Blog

No Description

from:https://www.blognone.com/node/129067