คลังเก็บป้ายกำกับ: GAMING_ZONE

เก้าอี้เกมมิ่ง 7 รุ่นงบ 5,000 เล่นเกมได้นาน ทำงานไม่เมื่อย ปรับเอนได้ สไตล์หรู

เก้าอี้เกมมิ่ง 5,000 บาท นั่งสบาย ปรับได้ เล่นเกมได้ยาวๆ ดีไซน์ทันสมัย

เก้าอี้เกมมิ่ง

เก้าอี้เกมมิ่ง ถือว่าเป็นเก้าอี้ที่มีบทบาทต่อสรีระและการใช้งานในชีวิตประจำวันของคุณ ไม่ต่างไปจากเก้าอี้ทำงานหรือเก้าอี้ Ergonomic ที่หลายคนรู้จัก ดังนั้นการเลือกใช้ ก็ต้องเลือกที่เข้ากับสรีระในการใช้งานของคุณ โดยเฉพาะท่านั่งที่ต้องถูกหลัก ไม่ทำให้ปวดหลัง รวมถึงต้องมีฟังก์ชั่นเสริม ที่ทำให้คุณนั่งได้สบาย ถูกท่าทาง เพราะจะส่งผลต่อประสิทธิภาพในการเล่นเกม ไม่เมื่อยหรือปวดหลัง และที่สำคัญควรจะต้องมีความทนทานแข็งแรง ให้คุณเล่นเกมได้ยาวนานขึ้น เปลี่ยนอิริยาบทได้ เช่น เอนนอนพักในช่วงเบรก และที่สำคัญต้องมีการรับประกันที่มั่นใจได้ ให้นั่งเล่นเกมสบายขึ้น ถูกสรีระ งบไม่เกิน 5,000 บาท 7 รุ่นน่าใช้ เบาะนุ่ม ปรับเลื่อนได้ รับน้ำหนักได้เยอะ เป็นของขวัญปีใหม่ 2023 กันครับ โดยเก้าอี้ที่เลือกมานี้ จะเน้นไปที่การนั่งที่สบาย วัสดุมีทั้งเป็นแบบหุ้มหนัง


เก้าอี้เกมมิ่ง 7 รุ่นน่าใช้งบ 5,000 บาท


เลือกเก้าอี้เกมมิ่ง

การเลือกเก้าอี้เกมมิ่งให้ถูกใจ มีหลายสิ่งที่คุณอาจจะต้องพิจารณา เพราะบางครั้งดีไซน์สวย ฟังก์ชั่นไม่โดนใจ หรือฟังก์ชั่นดี แต่ปรับเลื่อนอะไรไม่ได้มาก หรือบางทีก็ราคาสูงเกินงบประมาณ ดังนั้นการเลือกไปทีละจุดตามความเหมาะสม หรือเลือกให้ถูกกับการใช้งานและสรีระของคุณ ก็จะทำให้คุณได้เก้าอี้ในแบบที่ถูกใจ ถูกราคา แม้ฟังก์ชั่นบางอย่างจะหายไปบ้าง แต่ก็เข้ากับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้ดี ก็คุ้มค่ามากแล้วครับ

Advertisementavw
เก้าอี้เกมมิ่ง

ดีไซน์: เรื่องของดีไซน์จะพูดถึงเก้าอี้เกมมิ่ง 2 แบบคือ เรื่องของความสวยงาม และขนาด เพราะเป็นเรื่องที่หลายคนให้ความสนใจ และเป็นสิ่งแรกๆ ที่ผู้ใช้มักจะนำมาพิจารณา ซึ่งปัจจุบันก็มีให้เลือกหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็น แนว Racing ดูสปอร์ต ล้ำสมัย อีกแนวจะเป็นแบบพรีเมียม ดูหรูหรา ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับวัสดุที่นำมาหุ้ม เช่น ผ้า หนัง และ PVC เป็นต้น และเรื่องของสีสัน สีที่ฉูดฉาดและการเดินเส้นสาย ก็ทำให้รู้สึกน่าใช้งานไม่แพ้กัน

เก้าอี้เกมมิ่ง

วัสดุ: เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญในการเลือกใช้งานของใครหลายคน ไม่ใช่แค่เก้าอี้เล่นเกมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเก้าอี้ทำงาน ด้วยเช่นกัน โดยที่วัสดุ ที่นำมาหุ้มเบาะเก้าอี้ก็มีหลายแบบเช่นกัน ขึ้นอยู่กับการออกแบบของแต่ละค่าย และแต่ละกลุ่มเป้าหมาย เช่น

  • ผ้าละผ้าตาข่าย ค่อนข้างจะได้รับความนิยมพอสมควร เพราะให้ความรู้สึกนุ่มสบาย ซึ่งข้อดีคือ ระบายอากาศได้ดี โดยเฉพาะที่เป็นแบบตาข่าย ช่วยลดความร้อน เมื่อใช้ไปนานๆ โดยเฉพาะเมื่อไม่ได้ใช้ในห้องแอร์ และมีความทนทานสูง แต่ก็มีข้อควรระวังเหมือนกันคือ สะสมฝุ่นง่าย ต้องทำความสะอาดบ้าง มีตั้งแต่ราคาหลัก 2-3 พันบาท ไปจนถึงเกือบหมื่นบาท ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบอื่นๆ ด้วย ตัวอย่างเช่น เก้าอี้จาก Secretlab OMEGA, AeroCool CROWN AeroWeave หรือ OCPC RIALTA Premium Fabric เป็นต้น
  • วัสดุแบบหนัง ซึ่งมีทั้ง PU และ PVC ก็เป็นอีกแบบที่เราจะเห็นได้บนเก้าอี้เกมมิ่งหลายรุ่น เพราะราคาค่อนข้างประหยัด ให้ทรงได้ดี และมีความทนทานไม่น้อย แต่ก็อาจจะแพ้ทางพวกสารเคมีอยู่บ้าง แต่ในแง่ของการใช้งานและทำความสะอาด ถือว่าสะดวกดีทีเดียว ปัจจุบันก็มีอยู่ในเก้าอี้หลายรุ่น ตั้งแต่พื้นฐาน ไปจนถึงระดับไฮเอนด์ ถ้าคุณมองว่าเน้นราคาประหยัด นั่งสบาย ใช้ในห้องปรับอากาศ ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ
  • หนังแท้ จัดว่าเป็นวัสดุที่ให้ความน่าใช้ในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความทนทาน ซึ่งหากมีการดูแลที่ดี ใช้งานถนอม อาจอยู่ได้หลายปี และความนั่งสบาย เพราะนิ่มให้สัมผัสที่ดี แต่ด้วยสนนราคาที่ค่อนข้างสูง จึงทำให้หลายคน ต้องหันมามอง PU หรือ PVC เพื่อให้อยู่ในงบที่ต้องการ แต่ก็เชื่อว่าถ้างบประมาณ ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับคุณ ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีของหลายคน
เก้าอี้เกมมิ่ง

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของวัสดุ ที่นำมาเป็นที่นั่ง หรือที่พิงหลัง ที่จะมีทั้ง ฟองน้ำขึ้นรูป และ Memory foam รวมถึงโฟมความหนาแน่นสูง High Density Foam และบางรุ่นก็เป็นการรวมความโดดเด่นของทั้ง 2 แบบเข้าด้วยกัน โดยวัสดุเหล่านี้ ก็จะมีข้อดี ข้อด้อยต่างกันไป เช่น เมมโมรีโฟม จะให้ความนุ่มนวลที่ดี เหมาะกับการใช้เป็นเบาะนั่ง และพนักพิง ราคาไม่สูง ส่วนโฟมความหนาแน่นสูง จะให้สัมผัสที่ตึงแน่น นั่งไม่ยวบ ระบายอากาศได้ดี แต่ราคาอาจจะสูงบ้างเป็นต้น

เก้าอี้เกมมิ่ง

การรับน้ำหนัก: ในด้านการรับน้ำหนัก ก็จะเกี่ยวข้องกับโช๊คอัพและล้อที่อยู่ด้านใต้ด้วย นอกเหนือจากโครงสร้าง ที่ทำให้เราใช้ได้อย่างมั่นใจ เพราะเกมเมอร์หลายคน อาศัยเก้าอี้เป็นที่เอนนอน เมื่อพักจากรอบเกมชั่วคราว หรือได้นอนพักผ่อนในช่วงกลางคืน ดังนั้นเก้าอี้ก็ต้องแข็งแรงมากพอ และให้สมดุล เมื่อเอนเก้าอี้ 180 องศา และการรับน้ำหนักพื้นฐานต้องได้อย่างน้อย 100-120Kg. แต่บางรุ่นรับได้ถึง 150Kg. ซึ่งเหมาะกับคนที่มีรูปร่างใหญ่โดยเฉพาะ

ฟังก์ชั่นและการปรับเลื่อน: เก้าอี้สำหรับเล่นเกม มีส่วนอย่างมากกับสรีระของผู้ใช้ และส่วนใหญ่จะออกแบบมาให้ปรับใช้เข้ากับเกมเมอร์ได้ดี เพียงแต่ถ้าคุณเป็นคนที่ต้องการความสบายในการใช้งาน การปรับเลื่อนในจุดต่างๆ ให้เข้ากับการใช้งานได้ในทุกโอกาส ก็เป็นเรื่องที่ดี เก้าอี้บางรุ่น ปรับได้เฉพาะความสูง หรือการปรับเอน แต่บางรุ่นปรับพนักพิง ที่วางแขน ขึ้น-ลง ซ้าย-ขวา หรือเลื่อนไปข้างหน้าได้อีกด้วย เรียกว่าให้ความยืดหยุ่นได้ดี ลองนึกดูก่อนครับว่า ตัวคุณชอบนั่งแบบใด ชอบเอนนอนด้วยมั้ย หรือต้องขยับเลื่อนวางแขนในการเล่นเกมมากแค่ไหน แล้วไปลองใช้งานกันดูครับ ว่าชอบหรือเปล่า

เก้าอี้เกมมิ่ง

อุปกรณ์เสริม: สำหรับเก้าอี้เกมมิ่ง มักจะต่างจากเก้าอี้ทำงานทั่วไป ตรงที่มีชุดเสริมในจุดต่างๆ มาให้ เช่น Lumbar ที่รองหลัง, Head rest หรือที่พิงศีรษะและคอ รวมถึงบรรดาชิ้นที่วาง สัมผัสกับตัวเรา เช่น ที่วางแขน เป็นต้น สิ่งเหล่านี้นอกจากจะต้องรับกับสรีระของเราได้ดีแล้ว การปรับเลื่อนได้เพื่อให้เข้ากับการนั่งของเรา ก็เป็นเรื่องที่สำคัญ เช่นเดียวกับเรื่องของวัสดุที่นำมาใช้ ที่จะมีทั้งเมมโมรีโฟม โฟมหนาแน่นสูง การที่ได้สัมผัสหรือทดลองนั่ง ก็จะเป็นการดีที่สุด เพราะคุณจะได้มั่นใจว่า ใช้งานได้นานและเข้ากับวิถีชีวิตของคุณจริงๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ก็มีส่วนช่วยให้คุณนั่งได้สบายและยาวนานขึ้น ไม่อย่างนั้น คุณก็อาจจะเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะคุณไม่ได้ชื่นชอบและใช้งานอย่างจริงจังนั่นเอง

เก้าอี้เกมมิ่ง

การรับประกัน: เนื่องจากเป็นเก้าอี้ที่อาจถูกใช้งานบ่อยในแต่ละวัน ทำให้คุณต้องพิจารณาถึงเรื่องการรับประกันเอาไว้บ้าง แม้เก้าอี้จะออกแบบมาอย่างแข็งแรงก็ตาม แต่ใช้บ่อยๆ หรือเกมเมอร์บางคน แทบจะใช้ทุกฟังก์ชั่น ปรับเลื่อน หมุน เอนหลัง ที่วางมือ ก็ทำให้มีโอกาสเสียหายได้ เก้าอี้เกมมิ่งส่วนใหญ่จะมาพร้อมประกัน 1-2 ปี แต่ก็จะมีบางรุ่นที่พรีเมียม ราคาสูงขึ้นมา ก็จะประกัน 6 ปี อย่างเช่น Anda seat เป็นต้น

เมื่อเราได้ทราบข้อมูลเบื้องต้นในการพิจารณาจุดสำคัญของเก้าอี้เกมมิ่งกันบ้างแล้ว เราไปลองดูกันครับว่า เก้าอี้ในงบประมาณ 5,000 บาท ที่เรานำมาให้ชมกันในวันนี้ จะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากน้อยเพียงใด เราให้เป็นแนวทางเอาไว้ 7 รุ่นครับ มีรุ่นใดโดนใจคุณบ้าง ไปชมกันเลย


1.RAIDMAX Drakon DK602BK

เก้าอี้เกมมิ่ง

เป็นเก้าอี้เกมมิ่งตัวเริ่มต้นของหลายคนได้เลย เพราะเปิดราคามาประมาณ 4,390 บาทเท่านั้น ในโทนสีดำและวัสดุดูพรีเมียมกับหนัง PU+PVC ให้สัมผัสทื่นุ่มดูสปอร์ต มีทั้ง Lumbar support และพนักพิงที่โอบกระชับ รวมถึงที่รองหัวแบบหมอนมาให้ ปรับที่วางแขนได้ และการเอนเบาะได้สูงสุดที่ 135 องศา กับ Gas Lift ระดับ 3 ทำให้รองรับน้ำหนักได้ที่ 100Kg. ซึ่งอาจจะไม่ได้เยอะมาก แต่ก็รองรับการใช้งานเกมเมอร์ทั่วไปได้ พื้นที่เบาะไม่กว้างนัก เน้นโอบกระชับ ถ้ามองในแง่ความสบาย ก็ถือว่านั่งได้แบบยาวๆ เลย

จุดเด่น ข้อสังเกต
มี Support ทั้งศีรษะและหลัง รับน้ำหนักได้สูงสุด 100Kg.
เอนหลังได้ 135 องศา

ข้อมูลเพิ่มเติม: RAIDMAX


2.NUBWO Emperor Black

เก้าอี้เกมมิ่ง

NBCH007 เป็นเก้าอี้เกมมิ่ง ที่มาในโทนสีดำ และด้านหลังเปิดเป็นช่องคล้ายกับเบาะรถแข่ง เบาะหลังปรับเอนได้มากสุดถึง 180 องศา เรียกว่าเอนนอนได้ตามสะดวก โดยมีโครงสร้างโลหะ ที่ให้ความแข็งแรง และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ชุดไฮดรอลิกปรับระดับความสูงได้ 10cm และรับน้ำหนักได้ถึง 160Kg จุดเด่นอยู่ที่การปรับเลื่อนที่วางแขนได้ทั้งความสูง และหันซ้าย-ขวา เพื่อการวางเข้ากับผู้ใช้ โดยมี Lumbar และ Headrest ที่เป็นหมอนนุ่ม ปรับเลื่อนได้ เป็นแบบสายล็อค ที่นั่งกว้างประมาณ 53.5cm อยู่ในระดับกลางๆ และมีปีกโอบกระชับด้านข้าง ตัวฐานขยายออกมา และล้อ 5 จุด ช่วยกระจายน้ำหนัก วัสดุเป็น PU ช่วยลดเสียง เมื่อเคลื่อนตัวไปมาได้ดี

จุดเด่น ข้อสังเกต
ปรับเอนได้ถึง 180 องศา
รับน้ำหนักได้ 160Kg.

ข้อมูลเพิ่มเติม: NUBWO


3.SIGNO E-SPORT Blacker

เก้าอี้เกมมิ่ง

เป็นเก้าอี้เกมมิ่งในสไตล์ที่ดูพรีเมียมอีกรุ่นหนึ่ง ซึ่งทำออกมาเอาใจคอเกมที่ไม่ชอบความฉูดฉาด ในโทนสีดำขรึม ด้วยวัสดุ PU หุ้มบน High Density Foam กับลวดลายในสไตล์ที่คลาสสิก สะดุดตาตรง Head rest ขนาดใหญ่ เหมาะกับการเอนศีรษะลงนอนที่สุด ปีกข้างเน้นโอบกระชับ เบาะกว้างประมาณ 53cm สำหรับการนั่งได้สบาย พร้อม Lumbar ปรับเลื่อนได้ มีขนาดใหญ่ โลโก้มาในแบบที่โดดเด่น พนักพิงปรับเอนได้ 160 องศา และที่วางมือแบบ 2D เลื่อนขึ้น-ลงและหันซ้าย-ขวาได้ มาพร้อมล้อขนาดใหญ่ ให้การเคลื่อนไหวลื่นไหลมากขึ้นและ Gas lift class 4 รับน้ำหนักได้สูงสุด 150Kg

จุดเด่น ข้อสังเกต
รับน้ำหนักได้ถึง 150Kg. ปรับที่วางแขนได้ 2 แบบ
มี Head rest ขนาดใหญ่

ข้อมูลเพิ่มเติม: SIGNO


4.NUBWO NBCH029 Gray

เก้าอี้เกมมิ่ง

เป็นเก้าอี้เกมมิ่งในสไตล์ที่ดูซอฟต์ลง และน่าจะตรงใจใครที่ชอบเก้าอี้ที่เป็นสัมผัสแบบผ้า วัสดุ Fabric ที่มีคุณสมบัติเย็นสบาย นุ่มนวล ให้การระบายอากาศที่ดีแม้ไม่ได้นั่งห้องปรับอากาศ มี 3 สีให้เลือก เบาะนั่งในแบบเก้าอี้ทำงาน มีโอบไหล่ เพิ่มการนั่งที่สบายขึ้น พร้อมที่รองศีรษะและ Lumbar Cushion ปรับระดับได้ Gas lift รับน้ำหนักได้ 150Kg. ปรับความสูงเพิ่มได้ 10cm และปรับเอนได้ถึง 135 องศา เบาะนั่งกว้าง 52cm ทำความสะอาดง่าย ที่วางแขนขยับได้เล็กน้อย ลงตัวสำหรับคนที่ชอบความนุ่มนวล และการนั่งให้ตรงสรีระมากขึ้น

จุดเด่น ข้อสังเกต
วัสดุหุ้มแบบผ้าสัมผัสสบาย ปรับเอนได้ 135 องศา
รับน้ำหนักได้ 150Kg.

ข้อมูลเพิ่มเติม: NUBWO


5.ONEX GE300

เก้าอี้เกมมิ่ง

สำหรับ ONEX ก็เป็นอีกค่ายหนึ่ง ซึ่งมีไลน์ของเก้าอี้สำหรับเล่นเกมอยู่หลายรุ่น และ GE300 ก็เป็นหนึ่งในซีรีส์ที่ได้รับความนิยม สำหรับคนที่ชอบเรื่องของการระบายอากาศ ยิ่งเป็นเกมเมอร์ที่ไม่ชอบความอึดอัด ลมไม่พัด หรือหลังเปียกเหงื่อ ต้องชื่นชอบเก้าอี้รุ่นนี้ เพราะคุณจะเล่นได้นานขึ้นแ จุดเด่นที่พนักพิงด้านหลังแบบตาข่าย คล้ายกับเก้าอี้ทำงาน แต่เสริม Lumbar และที่รองศีรษะมาให้ เบาะนุ่มกระชับ หุ้มหนัง PU ด้านหลังเป็นตาข่าย PVC ทนทาน ปรับเอนได้ 135 องศา เบาะกว้าง 50cm. ที่พักแขนปรับความสูงได้เพียงอย่างเดียว โดยมี Gas lift class 4 รองรับน้ำหนักได้ 150Kg. น้ำหนักค่อนข้างเบา เคลื่อนไหวสะดวก

จุดเด่น ข้อสังเกต
วัสดุแบบผ้าระบายอากาศได้ดี ปรับเอนได้ไม่มากนัก
น้ำหนักเบา

ข้อมูลเพิ่มเติม: ONEX


6.AeroCool Admiral

เก้าอี้เกมมิ่ง

เก้าอี้เกมมิ่งที่มาในสาย Ergonomic เน้นนั่งสบาย วัดูล้ำสมัย เหมาะกับสรีระของผู้ใช้ กับรูปลักษณ์ที่ดูสปอร์ตยิ่งกว่า เพราะเน้นเหลี่ยมคม ที่ดึงดูดสายตาได้ดี มี Headrest และ Lumbar cushion ขนาดใหญ่ปรับเลื่อนได้มาด้วย Gas lift class 4 รับน้ำหนักได้ 150Kg. ที่นั่งแน่นเป็นแบบ High density foam ที่วางแขนปรับได้ 2 ทิศทาง เบาะรองนั่งที่กว้างระดับ 35cm ให้การเอนหลังได้ 18 องศา ความเป็นหนังพรีเมียม กับลายคาร์บอนดูเข้ากันดีทีเดียว

จุดเด่น ข้อสังเกต
รับน้ำหนักได้ 150Kg. ปรับที่วางแขนได้ 2 แบบ
ให้ความกระชับ นั่งสบาย

ข้อมูลเพิ่มเติม: AeroCool


7.Thunder X3 TC3

เก้าอี้เกมมิ่ง

เก้าอี้ที่ยังคงสไตล์ด้านเกมที่โดดเด่น กับโทนสีที่มีให้เลือกเยอะ วัสดุหุ้มเป็นแบบหนังเจาะรู ความกว้างเบาะประมาณ 52cm รวมปีกที่ยื่นออกไป โดยผสมกับลวดลายของคาร์บอน ดูสปอร์ทน่าสัมผัส ให้อารมณ์การนั่งแน่นและกระชับตามสไตล์ของ High Density Foam ให้ปรับมุมเอนได้ 150 องศา รองรับการปรับเลื่อนที่วางแขนได้ทั้งความสูงและซ้าย-ขวา โดยมี Gas lift class 4 รับน้ำหนักได้ 150Kg ในแง่ของกลไก จัดว่าทำได้แน่นหนา มีที่รองศีรษะกับ Lumbar ที่ปรับเลื่อนได้ ใช้ง่าย ในภาพรวมถือว่าดีไซน์ได้เข้ากับเกมเมอร์ดีทีเดียว

จุดเด่น ข้อสังเกต
วัสดุแบบหนัง เจาะรู ดูสปอร์ท เบาะไม่กว้างมากนัก
รับน้ำหนักได้ 150Kg

ข้อมูลเพิ่มเติม: Thunder X3


Conclusion

RAIDMAX Drakon NUBWO Emperor SIGNO Blacker NUBWO NBCH029 ONEX GE300 Aerocool Admiral Thunder X3 TC3
วัสดุ PU+PVC PU PU Fabric Breathable mesh  Leatherette Leatherette
รับน้ำหนัก 100Kg. 160Kg. 150Kg. 150Kg. 150Kg. 150Kg. 150Kg.
ปรับเอน 135 180 160 135 135 150 150
Gas lift class Class 3 N/A Class 4 N/A Class 4 Class 4 Class 4
เบาะกว้าง 54cm 53.5cm 53cm 52cm 50cm 55cm 52cm
การรับประกัน 1 ปี 1 ปี 1 ปี 1 ปี 1 ปี 1 ปี 1 ปี
ราคา 4,390 4,390 4,790 4,990 4,990 5,190 5,190

ก็เรียกว่าเป็นเก้าอี้เกมมิ่ง 7 รุ่น ที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว ถ้าว่ากันตามราคาประมาณ 5 พันบาท ที่อาจจะมีรุ่นที่เกินไปบ้างอย่าง AeroCool กับ Thunder X3 แต่ก็นิดหน่อยเท่านั้น ซึ่งก็ได้เรื่องความพรีเมียม กับวัสดุและลูกเล่นที่เพิ่มเติมเข้ามา ส่วนในรุ่นเล็กสุด ราคา 4 พันต้นๆ ก็จัดว่ามีความน่าสนใจ สำหรับคนที่งบประมาณจำกัด เรื่องวัสดุและการปรับเลื่อน ก็ยังตอบสนองการใช้งานได้ดีทีเดียว บางรุ่นอย่าง NUBWO กับ ONEX ที่มาในแบบผ้า Fabric ก็น่าสนใจ เพราะให้ความรู้สึกสบายมากขึ้น เมื่อไม่ได้ใช้งานในห้องปรับอากาศ การดูแลเน้นหนักไปที่การใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดมาเช็ดเท่านั้น ไม่ได้ยุ่งยากมากนัก ทั้งนี้สิ่งที่อยากให้พิจารณา ก็เป็นเรื่องของการใช้งานในแต่ละวันของคุณเป็นอย่างไร นั่งเล่นเกมครั้งละนานๆ หรือนานๆ จะเล่นเกมสักที เก้าอี้เล่นเกมแม้จะได้รับการออกแบบ ให้มีท่าการนั่งที่เหมาะสม แต่การปรับเก้าอี้ให้เหมาะกับท่าทางการนั่งประจำของคุณ และนั่งถูกสรีระจะช่วยให้คุณนั่งได้สบายกว่า และลุยกับเกมที่ชื่นชอบได้อีกนานครับ

from:https://notebookspec.com/web/672976-7-gaming-chair-5000-2022

9 เกมใหม่ 2023 น่าเล่นน่าลุย ทั้งสนุกน่ารักและมันส์สะใจ เกมเมอร์ชอบแน่นอน!

เกมใหม่ 2023 มีเกมน่าเล่นรอให้สนุกเพียบเลย!

Share image Edit Name 1game 1

เข้าสู่ช่วงปลายปี 2022 แล้ว และอีกไม่กี่เดือนก็จะขึ้นปีใหม่ 2023 แล้ว และเกมเมอร์ก็น่าจะรอดูว่าเกมใหม่ 2023 นี้จะมีเกมอะไรน่าเล่นรอเราอยู่บ้าง ซึ่งนอกจาก 8 เกมที่ผู้เขียนได้แนะนำไปก่อนหน้านี้ก็ยังมีเกมใหม่รอเปิดตัวอีกหลายเกมแต่ก็ยังไม่ประกาศวันเวลาวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ซึ่งถ้าใครอยากเล่นเกมเหล่านี้ก็ต้องคอยติดตามข่าวจากทางผู้พัฒนาอย่างใกล้ชิดแทน

Advertisementavw

สำหรับเกมใหม่ 2023 จะมีทั้งเกมฟอร์มยักษ์ที่ดูงานภาพแล้วรู้ได้ทันทีว่าต้องมีเกมมิ่งพีซีหรือโน๊ตบุ๊คแรงๆ เอาไว้ใช้ แต่บางเกมก็เป็นเกมภาพน่ารักไม่เป็นพิษเป็นภัยและคอนเซปท์น่าสนใจด้วย เหมาะจะซื้อมาเล่นเพลินๆ ให้สบายใจไม่ต้องคิดมากให้เล่นด้วย น่าจะถูกใจเกมเมอร์หลายๆ คนแน่นอน

เกมใหม่ 2023

9 เกมใหม่ 2023 น่าเล่น เตรียมจอยมาสนุกได้เลย

เกมเมอร์ที่กำลังรออยู่ว่าจะมีเกมใหม่ 2023 อะไรรอประกาศเปิดตัวอยู่บ้างล่ะก็ ผู้เขียนเองก็มีเกมน่าเล่นมาให้เกมเมอร์ได้เลือกได้รอเล่นกันทั้งหมด 9 เกมด้วยกัน และบางเกมก็มีตัวอย่างเกมให้โหลดไปเล่นแล้วด้วย โดยมีรายชื่อเกมดังนี้

  1. Terra Nil
  2. Test Drive Unlimited Solar Crown
  3. Wild Hearts
  4. Suicide Squad: Kill the Justice League
  5. Flintlock: The Siege of Dawn
  6. Hyper Light Breaker
  7. Lies of P
  8. The Day Before
  9. Wo Long: Fallen Dynasty
1. Terra Nil

ss bacfed6d2c770d4c35e712500cda739897a97d4a.1920x1080 1

เกมสร้างเมืองหลายๆ เกม จะเป็นเกมที่สร้างบ้านเมืองแล้วบุกรุกถางป่าทำลายธรรมชาติไปเรื่อยๆ แต่ Terra Nil นั้นกลับกัน เพราะทีมพัฒนา Free Lives ที่พัฒนาเกมนี้จะให้เกมเมอร์เข้าไปสร้างเมืองในพื้นที่รกร้างและมนุษย์ไม่สามารถเข้าไปอาศัยอยู่ได้ให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียวด้วยวิทยาการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแทน และปัจจุบันนี้ทางผู้พัฒนาก็เปิดให้โหลดตัวอย่างเกมมาเล่นได้แล้วด้วย

ตัวเกมเป็นแนว City Builder ผสม Puzzle เป็นเกมแบบ Single-Player โดยปัจจุบันนี้ประกาศลงให้กับแลตฟอร์ม Microsoft Windows ผ่านทางระบบ Steam เป็นหลักเท่านั้น ซึ่งสเปคพีซีที่เหมาะกับเกมนี้ ทางผู้พัฒนายังไม่ได้ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการแต่เชื่อว่า Terra Nil จะไม่กินสเปคคอมมากอย่างแน่นอน ขอแค่คอมเครื่องนั้นมีการ์ดจอแยกแม้จะเป็นรุ่นเก่าก็เล่นได้ เป็นเกมใหม่ 2023 ที่คอนเซปท์แหวกแนวดีมาก

รายละเอียดของเกม Terra Nil
2. Test Drive Unlimited Solar Crown

ถ้าขับรถเร็วในชีวิตจริงก็เสี่ยงจะฝ่าฝืนกฏหมายและอาจจะเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ด้วยล่ะก็ Test Drive Unlimited Solar Crown เกมแข่งรถในซีรี่ส์ Test Drive ภาคใหม่นั้นก็เตรียมเปิดตัวในปี 2023 นี้ด้วยเช่นกัน โดยทางผู้พัฒนาอย่าง KT Racing จะจำลองเกาะฮ่องกงทั้งหมดในอัตราส่วน 1:1 มาให้เกมเมอร์ได้ขับรถเล่นกัน ไม่ว่าจะขับคนเดียวหรือจะไปซิ่งร่วมกับเพื่อนก็ได้ แต่อย่างไรก็ตาม ทางผู้พัฒนาได้ระบุเอาไว้ในคำอธิบายตัวเกมด้วยว่า “สถานะทางสังคม (Social status) เป็นทุกสิ่งทุกอย่างในเกม Test Drive Unlimited นี้ด้วย

ตัวเกมเป็นแนว Racing ใช้เอนจิ้น KT Engine ซึ่งทางบริษัทพัฒนามาใช้งานเองและเลือกเล่นได้ทั้งแบบ Single Player หรือ Multiplayer ร่วมกับเพื่อนหรือคู่แข่งก็ได้ โดยตัวเกมจะเปิดให้เล่นในแพลตฟอร์ม Steam, Nintendo Switch, PlayStation 5 และ Xbox Series X|S ด้วย หากเกมเมอร์คนไหนอยากขับรถในฝันเล่นก็ซื้อเกมใหม่ 2023 นี้มาเล่นได้เลย

รายละเอียดของเกม Test Drive Unlimited Solar Crown
3. Wild Hearts

wild hearts unedited gameplay screenshot 02 1920x1080

Wild Hearts เป็นเกมแบบต่อสู้กับสัตว์ประหลาด ซึ่งได้กลิ่นอายเกมตระกูล Monster Hunter มาอย่างชัดเจน พัฒนาโดย KOEI TECMO GAMES ทีม Omega Force และจัดจำหน่ายโดย EA Games ซึ่งเราจะรับบทเป็นนักล่าที่ต้องใช้อาวุธโบราณเช่นดาบ, ธนู ฯลฯ ที่มีความสามารถล้ำสมัยเข้าไปเพื่อต่อสู้กับเหล่าสัตว์ป่าขนาดใหญ่ที่ผสมพลังของธรรมชาติเข้าไปในโลกที่เรียกว่าอาซุมะ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากสังคมศักดินาโบราณของญี่ปุ่น

ตัวเกมเป็นสไตล์ Action RPG ที่ออกแบบให้เล่นได้ทั้ง Single Player และ Multiplayer แต่ไม่ได้แจ้งว่าตัวเกมใช้เอนจิ้นอะไรพัฒนาแต่จะเปิดให้เล่นใน Windows, PlayStation 5, Xbox Series X|S และรองรับการเล่นแบบ cross-platform พร้อมประกาศเปิดให้เล่นอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2023 เป็นต้นไป ซึ่งถ้าใครชอบเกมสไตล์ Monster Hunter แต่อยากได้สัมผัสที่แปลกใหม่ก็ซื้อเกมใหม่ 2023 เกมนี้ไปเล่นได้เลย

รายละเอียดของเกม Wild hearts
  • แนวเกม – Action RPG
  • เอนจิ้น – ไม่แจ้ง
  • แพลตฟอร์ม – Windows, PlayStation 5, Xbox Series X|S
  • ราคา – ยังไม่ประกาศ แต่เปิดให้เล่นได้ 17 กุมภาพันธ์ 2023 เป็นต้นไปและกดเข้า Wishlist บน Steam ได้แล้ว
4. Suicide Squad: Kill the Justice League

รับบทเป็นพระเอกมาเยอะมันก็น่าเบื่อ ดังนั้น Suicide Squad: Kill the Justice League จึงให้เราพลิกมารับบทเป็นตัวร้ายทีม Suicide Squad แทน โดยตัวเกมจะเป็นแบบ Open World ให้ผู้เล่นได้เดินสำรวจและต่อสู้ในเมืองได้เต็มที่ เลือกเล่นเป็น Captain Boomerang, Deadshot, Harley Quinn หรือ King Shark ก็ได้ และคาดหวังกับเกมนี้ได้อย่างแน่นอน เพราะได้ทีมงานมือเก๋าจากแดนผู้ดีอย่าง Rocksteady Studios ซึ่งพัฒนาเกมซีรี่ส์ Batman มาหลายต่อหลายภาคมาพัฒนานั่นเอง

ตัวเกม Suicide Squad: Kill the Justice Leage จะเป็นเกมแนว Action-adventure พัฒนาโดยใช้เอนจิ้น Unreal Engine 4 สามารถเล่นได้ทั้งแบบ Single Player หรือ Multiplayer ก็ได้และเล่นได้บนแพลตฟอร์ม Windows, PlayStation 5, Xbox Series X|S แต่วันวางจำหน่ายยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ แต่จะอยู่ภายในปี 2023 นี้

รายละเอียดของเกม Suicide Squad: Kill the Justice Leage
  • แนวเกม – Action-adventure
  • เอนจิ้น – Unreal Engine 4
  • แพลตฟอร์ม – Windows, PlayStation 5, Xbox Series X|S
  • ราคา – ยังไม่ประกาศ แต่เปิดให้เล่นในปี 2023 นี้ และ กดเข้า Wishlist บน Steam ได้แล้ว
5. Flintlock: The Siege of Dawn

Flintlock: The Siege of Dawn เป็นเกมใหม่ 2023 ที่น่าเล่นอีกเกม ไม่ใช่แค่ภาพสวยแต่ตัวเกมจะให้เรารับบทเป็นมนุษย์กลุ่มสุดท้ายที่ต้องต่อสู้กับเหล่าปีศาจแห่งโลกหลังความตาย โดยตัวละครของผู้เล่นจะใช้อาวุธระยะประชิด, ปืนคาบศิลาและเวทย์มนต์ต่อสู้และขับไล่พวกมันกลับไปยังโลกหลังความตายให้ได้แล้วเอาโลกใบเก่าของเรากลับคืนมา

เกมนี้เป็นแนว Action RPG และเปิดให้เดินสำรวจแบบ Open World โดยทีม A44 Games ผู้พัฒนาเกมนี้ใช้ Unity Engine พัฒนาขึ้นมาและจะเปิดให้เล่นหลากหลายแพลตฟอร์ม ทั้ง Windows, PlayStation 4, PlayStation 5, Xbox One, Xbox Series X|S ด้วย แต่เล่นได้แค่คนเดียว (Single Player) เท่านั้น ไม่สามารถเล่นร่วมกับเพื่อนเหมือนเกมอื่นได้ จัดเป็นเกมใหม่ 2023 ที่น่าจะถูกใจเกมเมอร์ที่ชอบเล่นแบบเดินทางสำรวจไปเรื่อยๆ และต่อสู้กับมอนสเตอร์อย่างแน่นอน

รายละเอียดของเกม Flintlock: The Siege of Dawn
  • แนวเกม – Action RPG, Open World
  • เอนจิ้น – Unity Engine
  • แพลตฟอร์ม – Windows, PlayStation 4, PlayStation 5, Xbox One, Xbox Series X|S
  • ราคา – ยังไม่ประกาศ, เปิดให้เล่นช่วงต้นปี 2023 และ กดเข้า Wishlist บน Steam ได้แล้ว
6. Hyper Light Breaker

แฟนคลับเกม Hyper Light Drifter ที่สร้างกระแสฮือฮาไปเมื่อ 6 ปีก่อนหน้านี้ก็เตรียมตัวพบภาคต่ออย่าง Hyper Light Breaker ได้ในปี 2023 นี้เลย ซึ่งตัวเกมยังคงคอนเซปท์ดีไซน์เอาไว้ให้สวยงามและฉูดฉาดเช่นเดิม ซึ่งภาคนี้จะกลายเป็นเกมแบบ 3D เต็มรูปแบบ ไม่ได้เป็น Bird Eye View มองจากมุมมองด้านบนเหมือนภาคก่อนอีกแล้ว โดยเนื้อเรื่องยังดำเนินอยู่ในโลกของเกมภาคแรก แต่เราจะต้องเดินทางเพื่อพัฒนาตัวละครและเอาชนะ Abyss King ซึ่งปกครองดินแดนนี้อยู่ให้ได้

ตัวเกมภาคใหม่นี้ยังเป็นสไตล์ Action-adventure ผสมความเป็น RPG เอาไว้ในตัวเช่นเดิม แต่ภาคนี้จะเพิ่มระบบจาก Single Player เล่นคนเดียวให้เป็น Multiplayer เล่นร่วมกับเพื่อนได้ด้วย และภาคนี้เปลี่ยนเอนจิ้นจาก GameMaker เป็น Unity Engine และเปลี่ยนทีมพัฒนาเป็น Heart Machine แทน ส่วนแพลตฟอร์มที่เปิดให้เล่น ณ ปัจจุบันนี้ยังมีแต่ระบบ Windows เท่านั้น ซึ่งผู้เขียนคาดว่าจะพอร์ตไปลงยังคอนโซลและเครื่องอื่นในอนาคตเหมือนภาคแรกด้วยแน่นอน นับเป็นเกมใหม่ 2023 ที่ต่อยอดจากเกมดังในอดีตที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก

รายละเอียดของเกม hyper light breaker
7. Lies of P

หากใครรักเกมยาก เล่นแล้วหัวร้อนแต่สนุกจนเลิกไม่ได้แล้วไม่หวังว่า Bloodborne จะพอร์ตมาให้เล่นใน PC แล้ว Lies of P ที่กำลังจะเปิดตัวในปี 2023 นี้ก็น่าสนใจมาก เพราะตัวเกมใช้คอนเซปท์อิงกับนิทานที่ผู้คนคุ้นหูอย่างพิน็อคคิโอมาเป็นโทนหลักของเนื้อเรื่อง โดยทางผู้พัฒนาอย่าง NEOWIZ ได้จำกัดควมว่าเกมเมอร์ต้องช่วยนำทางพิน็อคคิโอให้เดินทางแล้วทำให้ตัวเองกลายเป็นมนุษย์ให้ได้ โดยตอนเริ่มต้นเกมเราจะได้เห็นข้อความเดียวว่า “ตามหาคุณเกร็ปเพตโตให้เจอ เขาอยู่ในเมืองนี้” และต้องพยายามโกหกเพื่อให้พิน็อคคิโอรอดเพื่อให้กลายเป็นมนุษย์ให้ได้ด้วย

ตัวเกมนี้จะเป็นแบบ Single Player เป็นเกมแนว Action, Souls-like ผสมความเป็น RPG ในตัว ซึ่งเมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นเกม Souls-like แล้ว ขึ้นชื่อเรื่องความยากชวนเกมเมอร์หงุดหงิดแน่นอน เอนจิ้นของเกมนี้เป็น Unreal Engine 4 มีให้เล่นบนแพลตฟอร์ม Windows, PlayStation 4, PlayStation 5, Xbox One, Xbox Series X|S 

รายละเอียดของเกม Lies of p
  • แนวเกม – Action, Souls-like, RPG
  • เอนจิ้น – Unreal Engine 4
  • แพลตฟอร์ม – Windows, PlayStation 4, PlayStation 5, Xbox One, Xbox Series X|S
  • ราคา – ยังไม่ประกาศและยังกดเข้า Wishlist ใน Steam ไม่ได้ ณ ตอนนี้
8. The Day Before

โลกที่ล่มสลาย, ซอมบี้และการเอาตัวรอดเป็นส่วนผสมง่ายๆ ซึ่ง The Day Before ก็ใช้ส่วนนผสมนี้มาสร้างเป็นเกมใหม่นี้เช่นกัน โดยตัวเกมเล่าถึงประเทศสหรัฐอเมริกาที่ล่มสลายเพราะมหันตภัยซอมบี้ ส่วนผู้เล่นนั้นจะได้รับบทเป็นผู้เหลือรอดที่ต้องตามหาอาหารและข้าวของเครื่องใช้รวมถึงรถยนต์มาใช้งานเพื่อเอาตัวรอดในโลกที่ล่มสลายให้ได้ ซึ่งมุมมองภาพและการเซ็ตติ้งเกมเช่นนี้อาจจะทำให้เกมเมอร์หลายๆ คนหวนนึกถึงเกมธีมคล้ายๆ กันนี้อย่าง World War Z หรือแม้แต่ Tom Clancy’s The Division 1, 2 ได้โดยไม่ตั้งใจเช่นกัน

ตัวเกมเป็นแนว Shooter, MMO, Survival มุมมองบุคคลที่สาม เล่นแบบ Single Player, Multiplayer ได้ทั้งคู่ พัฒนาโดยใช้ Unreal Engine 5 ประกาศเปิดให้เล่นอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มีนาคม 2023 นี้แล้ว โดยลงให้กับแพลตฟอร์ม Windows, PlayStation 5 และ Xbox Series X|S และทางผู้พัฒนาประกาศเริ่มเปิดให้บริการในวันที่ 1 มีนาคม 2023 นี้เป็นต้นไป หากเกมเมอร์คนไหนคิดถึงเกมยิงเน้นเล่นร่วมกับเพื่อนเพื่อเอาตัวรอดล่ะก็ The Day Before ก็เป็นเกมใหม่ 2023 ที่น่าสนใจมากอีกเกมหนึ่งเลย

รายละเอียดของเกม The Day before
  • แนวเกม – Shooter, MMO, Survival
  • เอนจิ้น – Unreal Engine 5
  • แพลตฟอร์ม – Windows, PlayStation 5, Xbox Series X|S
  • ราคา – ยังไม่ประกาศ แต่จะเริ่มให้บริการตั้งแต่ 1 มีนาคม 2023 เป็นต้นไปและกดเข้า Wishlist ใน Steam ได้แล้ว
9. Wo Long: Fallen Dynasty

นวนิยายสามก๊กเอามารวมกับธีมแบบไหนก็เอามาเล่าใหม่ได้เสมอๆ เช่น Wo Long: Fallen Dynasty เกมนี้จาก Team Ninja ที่ผสมธีมปีศาจเข้ามา ซึ่งเป็นวิธีที่ทีมพัฒนานี้ถนัดและใช้กับเกมก่อนหน้าของตัวเองอย่าง Nioh 1 และ 2 มาก่อนแล้ว โดยผู้เล่นจะได้รับบทเป็นทหารไร้นามในกองทัพที่ต้องต่อสู้กับเหล่าปีศาจซึ่งยึดอาณาจักรสามก๊กไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งวิธีการเล่นนั้นหากใครคุ้นเคยกับ Nioh หรือ Dark Souls มาก่อนก็สามารถเล่นเกมนี้ได้อย่างสนุกสนาน

Wo Long จะเป็นเกมแนว Action RPG, Hack and Slash และเป็นแบบ Single Player เล่นคนเดียวเป็นหลัก ส่วนเอนจิ้นของเกมนี้เป็นเอนจิ้นใหม่ที่ทาง Team Ninja กับ Koei Tecmo พัฒนาร่วมกันแต่ยังไม่ประกาศชื่ออย่างเป็นทางการ และจะลงให้เล่นในแพลตฟอร์ม Windows, PlayStation 4, PlayStation 5, Xbox One, Xbox Series X|S ภายในไตรมาสที่ 2 ปี 2023 นี้ ดังนั้นเกมเมอร์คนไหนที่หาเกมใหม่ 2023 เน้นความยากลับคมฝีมือตัวเองล่ะก็ Wo Long ก็จัดว่าน่าเล่นน่าสนใจไม่แพ้เกมอื่นเลย

รายละเอียดของเกม Wo Long: Fallen Dynasty
  • แนวเกม – Action RPG, Hack and Slash
  • เอนจิ้น – เอนจิ้นใหม่ร่วมพัฒนาระหว่าง Team Ninja และ Koei Tecmo
  • แพลตฟอร์ม – Windows, PlayStation 4, PlayStation 5, Xbox One, Xbox Series X|S
  • ราคา – ยังไม่ประกาศ แต่จะเริ่มให้บริการภายในไตรมาส 2 ปี 2023 และกดเข้า Wishlist ใน Steam ได้แล้ว

chuck fortner LFVBohYmtgc unsplash

จะเห็นว่าเกมใหม่ 2023 นั้นมีเกมน่าเล่นรอให้เกมเมอร์ได้เล่นกัน มีทั้งแบบเล่นคนเดียวและ Multiplayer ตะลุยเกมร่วมกับเพื่อนก็ได้ ซึ่งถ้าเกมเมอร์คนไหนมีเกมมิ่งพีซีหรือโน๊ตบุ๊คสเปคแรงๆ รออยู่แล้วก็ไม่มีปัญหา สามารถเข้าไปร่วมสนุกกับเพื่อนๆ ได้อย่างเต็มอิ่มแน่นอน ส่วนเกมเมอร์คนไหนที่กำลังกลุ้มอยู่ว่าพีซีที่ใช้อยู่สเปคยังไม่แรงมากแต่ยังไม่อยากอัพเกรด ก็ลองปรับกราฟิคโดยละเอียดก่อนเริ่มเล่นสักนิด ก็น่าจะเล่นเกมได้อย่างสนุกสนานแน่นอน


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share image Edit Name 1vivobook 1

Share image Edit Name 1gamingmouse 1

Share image Edit Name 2windows11 1

from:https://notebookspec.com/web/671081-9-new-games-in-2023

HyperX Cloud Stinger 2 รุ่นใหม่ เสียงชัด เอฟเฟกต์จัดเต็ม เน้นสวมสบาย

HyperX Cloud Stinger 2 หูฟังเกมมิ่ง นุ่มสบาย สายเกมเมอร์โดยเฉพาะ ดีไซน์ใหม่ ไมค์ชัด

HyperX Cloud Stinger

HyperX Cloud Stinger 2 แทบไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นหูฟังราคาไม่ถึง 2 พันบาท เพราะเรื่องของดีไซน์และฟังก์ชั่นปรับใหม่เกือบหมด หากเทียบกับ Stinger ในรุ่นแรก โดยเป็นหูฟังสำหรับเกมเมอร์มือใหม่ ที่ใส่ลูกเล่นมาสมกับเป็นซีรีส์ Cloud เลยทีเดียว กับรูปลักษณ์ที่ดูทันสมัย ให้เส้นสายที่เข้ากับสไตล์ของเกมเมอร์ แม้จะไม่ได้เติมเรื่องของสีสันแสงไฟ RGB มาด้วย แต่ก็ดูลงตัว ปรับเลื่อนได้ง่าย และเอกลักษณ์สำคัญอย่าง เมมโมรีโฟม ที่อยู่บนครอบหูฟัง ก็ทำให้กระชับสบายหู ในแบบ Over-ear สวมใส่สบาย ในช่วงพักก็คล้องคอเอาไว้ได้ เพราะปรับหมุนได้ 90 องศา สายให้มายาวมากพอเพื่อความสะดวก เช่นเดียวกับระบบเสียง ที่รองรับ DTS Headphone-X โดยมีไดรเวอร์ในแบบแม่เหล็กนีโอดายเมียม ลดความผิดเพี้ยนให้เสียงที่หนักแน่น ไมโครโฟนแบบงดได้ และพับ-กางออก เพื่อเปิด-ปิด พร้อมระบบตัดเสียงรบกวน น้ำหนักค่อนข้างเบา ประมาณ 300 กรัมเท่านั้น


จุดเด่น

Advertisementavw
  • เสียงกลางเด่น เน้นบันเทิง
  • ปรับเพิ่มเสียงได้เยอะ ไม่แตกพร่า
  • ไมโครโฟนเป็นแบบ Flip up เปิด-เปิดได้ง่าย
  • เมมโมรีโฟมนุ่ม สวมสบายหู
  • น้ำหนักเบา
  • ดีไซน์ดูทันสมัย
  • ราคาไม่ถึง 2 พันบาท

ข้อสังเกต

  • เสียงแหลมพอใช้
  • ระบบเสียงรอบทิศทางยังไม่เต็มอิ่ม

HyperX Cloud Stinger 2 หูฟังเกมมิ่ง


Specification

HyperX Cloud Stinger 2 Description
Drivers 50mm neodymium magnet
Form factor Over ear, closed back
Frequency response 10Hz – 28kHz
Frame material Plastic
Ear cushion material Memory foam with leatherette cover
Microphone Bi-directional, noise-cancelling condenser microphone / Flip to mute
Weight 270g
Connections 3.5mm (splitter included)
Surround sound Virtual (DTS Headphone:X)
Platform support PC, Nintendo Switch, Xbox Series X/S, PlayStation 5, PlayStation 4, Xbox One
Price 1,690 บาท

Source: HyperX


Design

HyperX Cloud Stinger

ก่อนอื่นมาเรื่องของแพ๊คเกจ เรียกว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปพอสมควร ก่อนหน้านี้ที่เราได้รีวิว Cloud Alpha S จะเป็นโทนขาวตัดสีเทา ส่วน Alpha Wireless เป็นโทนสีแดงตัดขาวต่างเป็นกล่องกระดาษแนวเรียบๆ แต่ Stinger 2 นี้ จะเป็นกล่องที่ดูแข็งแรงขึ้น มีความเป็น Glossy และมีลูกเล่นสีสันสวยงามมากกว่า

ด้านหน้าเป็นกราฟิกตัวอุปกรณ์ให้เห็นได้แบบชัดๆ และเทคโนโลยีของหูฟังรุ่นนี้ สามารถอ่านข้อมูล เพื่อประกอบการตัดสินใจ

HyperX Cloud Stinger

ด้านหลังยังคงมาใส่เป็นรายละเอียดสำคัญของหูฟังรุ่นนี้ ไม่ว่าจะเป็น ภาพกราฟิก ดีไซน์และอุปกรณ์ที่บันเดิลมา รวมถึงเทคโนโลยี แจ้งมาในบริเวณด้านหลังนี้ทั้งหมด

HyperX Cloud Stinger

ด้านในมีเอกสาร เช่น คู่มือแนะนำการใช้งาน และโค๊ตสำหรับการ Activate ใช้ฟีเจอร์ของ DTS Headphone:X มาให้ ในการเปิดใช้และปรับแต่งผ่านแอพพลิเคชั่น

คู่มือจะมีรายละเอียดในการใช้งาน ถึงแม้จะไม่ได้มีอะไรซับซ้อนมาก สำหรับการใช้งานหูฟังรุ่นนี้ แต่สำหรับมือใหม่ หรือไม่คุ้นเคยกับหูฟังเกมมิ่ง ก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้คุณใช้งานได้ง่ายขึ้น

HyperX Cloud Stinger

เปิดกล่องมาด้านใน HyperX ยังคงเตรียมพลาสติกกันกระแทกเอาไว้ให้อย่างดี ไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดความเสียหายต่อตัวหูฟัง และยังแกะออกได้ง่ายอีกด้วย

HyperX Cloud Stinger

ตัวหูฟัง HyperX Cloud Stinger 2 เมื่อเห็นครั้งแรก รู้สึกถึงความแตกต่างจาก Cloud Stinger ที่เคยสัมผัสมาก่อนหน้านี้ อย่างชัดเจน โดยเฉพาะเส้นสาย ที่รู้สึกถึงความทันสมัย และโครงสร้างที่ปรับมาให้ดูกระชับ ปรับขยับได้มากขึ้น

จากด้านหน้า และด้านหลัง สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ เส้นสายที่ถูกเติมเข้ามาบนพื้นฐานของบอดี้สีดำ และยังผสมความเป็น Cloud ของรุ่นพี่ ซึ่งปรากฏอยู่บนบริเวณก้านของ Headband ที่นอกจากจะปรับองศาได้ง่ายแล้ว ยังหมุนเป็นแบบ 90 องศา เพื่อแขวนไว้ที่คอ ขณะที่พักเบรกได้อีกด้วย

HyperX Cloud Stinger

หัวแปลง PC Extension สำหรับต่อเข้ากับพีซี ที่แยกหูฟังกับไมโครโฟน เพื่อให้ใช้งานไมค์ของหูฟังได้สะดวกมากขึ้น

HyperX Cloud Stinger

ไมโครโฟนถูกติดตั้งมาบนตัวหูฟัง ถอดออกไม่ได้ แต่ HyperX ก็ให้ฟังก์ชั่นที่ใช้เปิด-ปิดไมโครโฟน ได้ด้วยการเลื่อนขึ้น-ลงเท่านั้น และยังมีกรองเสียงเอามาให้ รวมถึงก้านไมค์ยังปรับโค้งงอเข้ากับระยะของปากได้ เพื่อเสียงที่ชัดเจน

HyperX Cloud Stinger 2 headset 78 1

การดัดโค้งค่อนข้างง่ายทีเดียว แม้ว่าจะไม่ได้ออกแบบก้านไมค์มายาวมาก แต่ในเรื่องของเสียงถือว่าทำได้ชัดเจนดี

HyperX Cloud Stinger

Headband หรือครอบศีรษะเป็นพลาสติกทั้งชิ้น ซึ่งจะเป็นสไตล์ที่อยู่บนโน๊ตบุ๊คที่เน้นน้ำหนักเบา และให้ความกระชับ ความโค้งงอมีระยะให้พอสมควร เหมาะกับศีรษะคนเอเซีย เท่าที่สัมผัสกับค่อนข้างกระชับดี ให้ความรู้สึกดีกว่า Stinger ที่เคยใช้ก่อนหน้านี้ มีก้านที่ใหญ่ขึ้น ทำให้พื้นที่วางบนศีรษะได้มากกว่า

ก้านปรับระดับความยาวได้ตั้งแต่ 0-6cm เพื่อให้เข้ากับศีรษะของแต่ละบุคคล อีกทั้งมีระดับตัวเลขให้เห็น ทำให้เวลาคุณใช้งาน ก็จะจำได้ว่าระยะที่เหมาะกับศีรษะคุณอยู่ที่เท่าไร การปรับเลื่อนทำได้สะดวก แม้ในช่วงเวลาที่เล่นเกมอยู่ก็ตาม

HyperX Cloud Stinger

ส่วนตัวชอบตรงนี้มากครับ เป็นการออกแบบที่เราไม่เคยได้เห็นมาก่อนบน HyperX เหมือนเป็นเทรนด์ใหม่ ที่ทำให้รู้สึกแปลกตา ด้วยการใช้เส้นนำสายตา ให้ดูทันสมัย ตัดกับโลโก้อ HyperX ได้อย่างลงตัว

จุดเด่นของ HyperX Stinger ที่มีเหมือนกันทุกรุ่นก็คือ มีจุดหมุนตรง Earcup ทำได้ 90 องศา เพื่อสะดวกต่อการคล้องคอ จะไม่รู้สึกเกะกะแต่อย่างใด

ระยะของการยืดสุดของก้านหูฟัง ในมุมมองด้านหน้าและด้านข้าง กว้างมากพอสำหรับคนที่ศีรษะใหญ่ในระดับหนึ่ง ส่วนถ้าเป็นเกมเมอร์สาวๆ สวมใส่ได้สบาย และที่ครอบหู ยังปรับมุมได้เหมือนกับ HyperX Cloud ทำให้คนศีรษะเล็ก ก็ปรับให้เข้ากับใบหูได้ง่ายอีกด้วย

ความแตกต่างระหว่างภาพทางซ้าย Stinger 2 และทางขวา Stinger Wireless จะเห็นว่ามีโครงหลักที่คล้ายกันอยู่บ้างในบางจุด แต่ส่วนใหญ่จะต่างกันพอสมควร ไม่ว่าจะเป็น Headband, Earcup หรือไมโครโฟนก็ตาม

HyperX Cloud Stinger

จุดคอนโทรลของ Stinger 2 มีอยู่จุดเดียว นั่นคือการปรับระดับเสียง ที่เป็นแบบ Scroll wheel สีแดงสะดุดตา อยูที่บริเวณครอบหูด้านขวา ส่วน Stinger Wireless ก็จะมีอยู่ทางด้านขวาเช่นกัน แต่เป็นสีดำ รวมถึงปุ่มเปิด-ปิดอยู่ทางซ้ายมือ

HyperX Cloud Stinger

มาดูในส่วนของ Ear cushion หรือ Earpad กันบ้าง บนหูฟังรุ่นนี้ มาในแบบวัสดุแบบหนัง ซึ่งเป็น leatherette หรือหนังเทียม จะให้สัมผัสนุ่มๆ ตามแบบฉบับของวัสดุแนวนี้ แต่ที่เป็นเอกลักษณ์ของ HyperX จะเป็นเมมโมรีโฟมนุ่มๆ ให้ความกระชับ ข้อนี้คือ จุดเด่นที่เข้าคู่กันดีของวัสดุ และการสวมใส่ที่สบายเมื่อใช้งานนานๆ

HyperX Cloud Stinger

ความหนาของเมมโมรีโฟม ไม่ได้มากนัก แต่ให้ความกระชับได้ดี ในปัจจุบันหลายค่ายไม่ได้เน้นที่ความหนา แต่ขยับมาที่ดีไซน์ให้ครอบหูได้สบาย ในสไตล์ของ Over-ear รวมถึงปรับให้มีการถ่ายเทอากาศ ไม่รู้สึกอึดอัด เมื่อใช้ไปนานๆ โดยเฉพาะเกมเมอร์ที่มีระยะการเล่นต่อเกม ค่อนข้างนาน เช่น เกม Apex Legend, GTAV หรือจะเป็น PUBG และ DOTA2 ก็ตาม จะให้ความรู้สึกที่ดีขึ้น

HyperX Cloud Stinger

ด้านใต้ของ Headband มีเป็นแบบเมมโมรีโฟม และหุ้มด้วยวัสดุแบบหนังเช่นกัน ทำให้ลดแรงกดลงบนศีรษะโดยตรง และกระจายน้ำหนักได้ดีพอสมควร

HyperX Cloud Stinger

โครงสร้างในภาพรวมของ HyperX Cloud Stinger 2 ออกมาได้ลงตัวดี ในสไตล์ของ Over-ear ที่ไม่ได้ใหญ่โตมากจนเกินไป น้ำหนักประมาณ 300 กรัมเท่านั้น

ไมโครโฟนเป็นแบบ Flip up to mute คือ ถ้ายกตัวก้านไมค์ขึ้น จะเป็นการปิดเสียงไมค์ เรื่องของการรับเสียงนั้นจะเป็นแบบ Bi-Direction คือรับเสียงทางเดียวโดยตรง ยิ่งใกล้ปาก ก็จะยิ่งชัดขึ้น เสียงรอบข้างก็จะลดลง ได้ฟีเจอร์ Noise Cancellation มาช่วย ปลายทางก็จะได้ยินเสียงที่เคลียร์มากกว่า เหมาะกับเกมเมอร์ที่เล่นกันเป็นทีม และใช้ในการสนทนาออนไลน์ดีทีเดียว


Performance

HyperX Cloud Stinger

มาทดสอบกับเกมกันบ้าง เริ่มที่ PUBG กันก่อน เสียงเอฟเฟกต์เปิดออกมาได้ดี ถ้าเทียบกับ Stinger ตัวก่อน ถือว่าใกล้เคียงกัน แต่เรื่องความแน่นกับความชัดในรายละเอียด Stinger 2 ให้ได้ดีกว่า ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะให้สเตจเสียงที่กว้างกว่ารุ่นเดิม จึงเก็บเสียงในบางอย่างได้มากขึ้น โดยเฉพาะเกมที่มีสภาพแวดล้อมรอบตัวมีการเปลี่ยนแปลงเยอะ เช่น ในเกมอย่าง COD หรือ God of War เกมเมอร์ในสายนี้ จะได้ประโยชน์มากขึ้น รวมถึงคนที่ชอบแนวความบันเทิง ก็น่าจะชื่นชอบ เพราะให้ระยะของเสียงได้พอสมควร

HyperX Cloud Stinger

ในส่วนของเกม DOTA2 เสียงเอฟเฟกต์มาเต็ม และยังสามารถดันระดับเสียงที่สูงๆ ได้ เสียงการโจมตีด้วยเวทใหญ่ ฟังแล้วขนลุกเลยทีเดียว แต่ข้อดีคือ การใช้ Voice chat ก็ชัดเจน เพียงแต่เรื่องของมิติอาจจะไม่ได้จัดจ้าน งานละเอียด แต่ในแง่ของเสียงกลาง ยังคงมาจะแจ้งเสมอ ใครที่เล่นเกมแนว MOBA นี้ บอกได้เลยว่าคุณจะได้ความสนุกมากขึ้น และยังสวมใส่ได้แบบยาวๆ เพราะน้ำหนักที่เบา รวมถึงเมมโมรีโฟมที่กระชับ

HyperX Cloud Stinger

ในแง่ของความบันเทิง ผมให้ HyperX Cloud Stinger 2 เด่นกว่าในทุกด้าน โดยเฉพาะการเก็บรายละเอียด กับความบึ้มบั้ม เน้นไปทางหนักเสียงทุ้มได้เยอะ ภาพยนตร์แนวที่เป็นแอ็คชั่น ยังคงเป็นตัวเอก ตัวอย่างเช่น Godzilla, Transformer และ Resident Evil หนังแนวนี้ เตรียมหลอนกับเสียงได้เลย โดยเฉพาะซีนที่เน้นให้ตกใจ มีสะดุ้งเอาง่ายๆ เช่นเดียวกับเสียงก็อตซิลลา เวลาลุยกับ Mechagodzilla จัดได้ว่าสะใจ เพิ่มความเร้าใจได้มากขึ้น เสียงถ้าเทียบกับ Stinger Wireless ให้เสียงแหลมกับรายละเอียดได้น้อยกว่าเล็กน้อย

ส่วนการฟังเพลง ขอให้เป็นรองจากเรื่องการชมภาพยนตร์และการเล่นเกม เพราะเก็บรายละเอียดของเสียงแหลมได้บ้างก็จริง แต่ถ้าจะเอาเบสหนักๆ กับเครื่องดนตรีบางชิ้น อาจจะไม่เต็มมากนัก แต่เสียงนักร้อง สามารถเด่นออกมาได้น่าสนใจ แต่ที่ชอบคือ เพลงแนวป๊อปหรือคลาสสิค จะได้อารมณ์ของเสียงที่ Mix กันได้เป็นอย่างดี แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความชื่นชอบของแต่ละบุคคลด้วย เพราะยังปรับจูนในส่วนของ Mixer ได้อีกเล็กน้อย สิ่งที่ได้ก็คือ การดันระดับเสียงได้แบบไม่แตกพร่า ถือว่า HyperX ทำออกมาได้ดีทีเดียว

เรื่องของเสียงสนทนาอยู่ในเกณฑ์ที่ดีให้ความคมชัด ส่วนหนึ่งคือ การเป็น Bi-Directional รับเสียงทางเดียว ก็เป็นประโยชน์ต่อการใช้งาน ไม่เพียงแค่การแชตในเกมเท่านั้น แต่ยังใช้ในโอกาสอื่นๆ ได้อีกด้วย เช่น การบันทึกเสียง การสนทนาออนไลน์ หรือการประชุม ที่ต้องการคุณภาพเสียงที่ดี ตัดเสียงรบกวนได้ดีในระดับหนึ่ง ซึ่งก็ดูจะมีความน่าใช้กว่า Cloud Stinger Wireless อยู่เล็กน้อย อย่างไรก็ดีการที่เป็นไมโครโฟนแบบ Flip up เพื่อปิดการทำงานหรือ Mute เสียง ก็ดูจะคล่องตัวการกดปุ่มอยู่มากทีเดียว ใครที่เป็นสายแชตหนักๆ ในแต่ละวัน หรือเป็นเกมเมอร์ที่เล่นเป็นทีม ลงดันด้วยกันบ่อยๆ หรือเกมที่แชตเป็นหลัก ภารกิจเป็นรอง ก็น่าสนใจทีเดียว


Conclusion

HyperX Cloud Stinger 2 headset Game 19

ถ้าจะให้นิยามของหูฟังเกมมิ่ง HyperX Cloud Stinger 2 รุ่นนี้ “ยกระดับ อัพเลเวล เกมสนั่น ดนตรีมันส์” น่าจะประมาณนี้ แม้ว่าคาแรคเตอร์ของหูฟัง จะเป็นเรื่องเกมเป็นหลักก็ตาม เพราะจากที่ได้ใช้งานมาราวๆ อาทิตย์หนึ่ง หลายๆ สิ่งดูจะเริ่มเข้าที่เข้าทาง อารมณ์ในการเล่นเกม เสียงยังคงสดใส ใส่ได้เต็ม ลุยกับเกมต่างๆ ได้ดี แม้เรื่องทิศทางเสียงจะไม่ได้มาเต็มแบบพี่ๆ ที่เป็น Cloud ตัวหลัก แต่ในแง่ของเสียงกลาง กับสเตจเสียง เข้ามาทดแทนได้พอสมควร โดยเฉพาะในแง่ของการฟังเพลงนั้น ดูจะทำได้เกินค่าตัวเลยทีเดียว ใครที่คิดว่าจะเริ่มต้นกับหูฟังเล่นเกม ราคาได้ สเปคโดน สวมใส่สบาย หูฟังจาก HyperX รุ่นนี้ ก็ถือว่าเป็นน้องเล็กมาแรง แม้จะดูขาดๆ ไปบ้าง เรื่องฟังก์ชั่น เพราะเป็นแบบต่อสาย ไม่มีคอนโทรลบนสาย และไร้แสง RGB แต่ถ้าคุณได้ลองฟังเสียงสักที ก็อาจจะวางไม่ลงได้เลยครับ

from:https://notebookspec.com/web/668817-hyperx-cloud-stinger-2-headset

จับตา 8 เกมใหม่ 2023 ชื่อดังจากสตูดิโอชั้นนำ เจอกันเร็วๆ นี้แน่นอน!

เกมใหม่ 2023 นี้ มีเกมเด็ดๆ ให้เลือกเพียบ! พร้อมเล่นกันเพลินๆ

Share image Edit Name 3game 1

หลังจากแนะนำเกมมิ่งโน๊ตบุ๊กมาหลายบทความแล้ว เกมเมอร์ก็น่าจะหันมาสนใจเกมใหม่ 2023 นี้อยู่แน่ๆ ว่าช่วงต้นปี 2023 นี้ จะมีเกมฟอร์มยักษ์จากสตูดิโอชั้นนำเกมไหนบ้างเปิดตัวให้เราได้ซื้อมาเล่นกันบ้าง? ซึ่งผู้เขียนมั่นใจว่าเกมใหม่ 2023 นี้น่าจะได้ใจเกมเมอร์หลายต่อหลายคนอย่างแน่นอน เพราะมีทั้งเกมที่กระแสดีตั้งแต่ต้นปี 2022, เกมภาคต่อและแม้แต่เกม Remake ที่ปัดฝุ่นเกมเก่าในอดีตให้กราฟิคสวยงามยิ่งขึ้นก็มีให้เล่นด้วย น่าจะถูกใจเกมเมอร์ทั้งรุ่นเก่าและใหม่อย่างแน่นอน

Advertisementavw

อย่างไรก็ตาม เกมใหม่ 2023 นี้ หลายๆ เกมจะเปิดให้เล่นหลากหลายแพลตฟอร์มทั้งพีซีและเครื่องคอนโซลด้วย แต่ยกเว้นบางเกมที่ยังประกาศเพียงแพลตฟอร์มเดียวอยู่เพราะทางผู้พัฒนาเน้นโฟกัสแพลตฟอร์มนั้นๆ หรือจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม และแม้เกมดังกล่าวจะน่าสนใจแค่ไหนก็ตาม แต่ผู้เขียนจะขอเลือกแนะนำเฉพาะเกมที่มีให้เล่นในพีซีเป็นหลักเพื่อให้เกมเมอร์ที่อยากหาเกมใหม่มาเติมเข้าคลัง Steam ของตัวเองมีเยอะยิ่งขึ้น

เกมใหม่ 2023

8 เกมใหม่ 2023 เกมเมอร์เล่นมันส์ เจอกันเร็วๆ นี้แน่นอน!

เกมเมอร์ที่เล่นเกมเก่า เคลียร์เกมที่ค้างอยู่จนจะหมดแล้วกำลังรอดูว่าเกมใหม่ 2023 นี้จะมีเกมอะไรให้ซื้อไปเล่นบ้าง ผู้เขียนเองก็เลือกเกมใหม่และเกมภาคต่อที่เกมเมอร์กำลังสนใจอยู่มาแนะนำทั้งหมด 8 เกมด้วยกัน โดยมีเกมดังนี้

  1. Forspoken (25 มกราคม 2023)
  2. Dead Space Remake (27 มกราคม 2023)
  3. Deliver Us Mars (2 กุมภาพันธ์ 2023)
  4. Hogwarts Legacy (11 กุมภาพันธ์ 2023)
  5. Like a Dragon: Ishin! (21 กุมภาพันธ์ 2023)
  6. Sons of the Forest (ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2023)
  7. Wanted: Dead (14 กุมภาพันธ์ 2023)
  8. ARK 2 (ภายในปี 2023)
1. Forspoken (25 มกราคม 2023)

Screenshot 2022 09 27 100155 1

Forspoken เป็นเกมใหม่เกมแรกที่ผู้เขียนอยากแนะนำให้เกมเมอร์ได้ลองเล่นกัน ตัวเกมเป็น Action RPG เน้นการสำรวจในมุมมองบุคคลที่ 3 แบบมองลอดผ่านไหล่ซึ่งเกมเมอร์หลายๆ คนน่าจะคุ้นเคยเป็นอย่างดี โดยผู้เล่นจะได้รับบทเป็นเฟรย์ (Frey) มนุษย์ผู้ใช้ชีวิตในยุคปัจจุบันที่ถูกอัญเชิญไปยังต่างโลกที่ชื่ออาเธียร์ (Athia) แล้วได้รับพลังเวทย์มนต์มาเพื่อต่อสู้กับเหล่าสัตว์ประหลาดและธันธาส อดีตผู้ปกครองที่มีเมตตาแต่กลายเป็นแม่มดที่บ้าคลั่งและโหดร้ายจนเราเป็นความหวังเดียวที่จะช่วยโลกนี้ได้

ตัวเกมใช้ Luminous Engine ซึ่งเป็นเอนจิ้นพัฒนาเกมของ Square Enix ซึ่งปัจจุบันนี้เอนจิ้นได้ทาง Luminous Productions บริษัทในเครือเป็นผู้พัฒนาต่อ ณ ตอนนี้เปิดให้พรีออเดอร์ได้แล้วและจะเปิดให้เล่นใน PlayStation 5, Windows Store, Steam, Epic Games Store วันที่ 25 มกราคม 2023 นี้ ถ้าหากใครชื่นชอบโลกธีมเวทย์มนต์และการถูกอัญเชิญไปต่างโลกก็น่าจะถูกใจเกมนี้แน่นอน

รายละเอียดของ Forspoken
  • แนวเกม – Action RPG
  • เอนจิ้น – Luminous Engine
  • แพลตฟอร์ม – PlayStation 5, Windows Store, Steam, Epic Games Store
  • วันเปิดตัว – 25 มกราคม 2023
  • ราคา – Standard Edition 2,290 บาท, Digital Deluxe Edition 3,151 บาท (Steam)
2. Dead Space Remake (27 มกราคม 2023)

Screenshot 2022 09 27 100205 1

Dead Space Remake ฉบับปี 2023 นี้ก็ยังเป็นเกมแนว Survival horror ซึ่งภาคใหม่นี้เป็นการ Remake ภาคดั้งเดิมเมื่อปี 2008 กลับมาอีกครั้งโดยเรายังได้รับบทเป็น Issac Clarke วิศวกรผู้ถูกส่งตัวไปซ่อมแซมยานขุดเจาะเหมือง USG Ishimura และตรวจสอบว่าภายในยานนั้นเกิดอะไรขึ้น ชะตากรรมของ Nicole Brennan แฟนเก่าของเขาเป็นอย่างไร? แล้วต้องเอาตัวรอดจากฝูงเนโครมอร์ปกลับมาให้ได้ด้วย

เชื่อว่าชื่อชั้นของ Dead Space นั้นไม่มีทางจางหายไปจากใจของเกมเมอร์รุ่นเมื่อสิบปีก่อนอย่างแน่นอน โดยภาคใหม่นี้ทาง EA ได้ให้ Motive Studio พัฒนาโดยใช้เอนจิ้น Frostbite Engine ให้ภาพสวยงามและน่ากลัวยิ่งกว่าภาคก่อนที่ขึ้นชื่อว่าทำเกมเมอร์ไม่กล้าปิดไฟเล่นเกมกันมาแล้ว โดยตัวเกม ณ ตอนนี้ยังไม่เปิดเผยราคาแต่เพิ่มเข้า Wishlist ของ Steam ได้แล้ว และจะเปิดให้เล่นในวันที่ 27 มกราคม 2023 นี้บนแพลตฟอร์ม Steam, PlayStation 5, Xbox Series X|S หากเกมเมอร์คนไหนชอบเกมหลอนจนเป็นตำนานก็อย่าลืมซื้อมาเล่นกัน!

รายละเอียดของ Dead Space Remake
  • แนวเกม – Survival horror
  • เอนจิ้นFrostbite Engine
  • แพลตฟอร์ม – Steam, PlayStation 5, Xbox Series X|S
  • วันเปิดตัว – 27 มกราคม 2023
  • ราคา – ยังไม่เปิดเผย แต่กดเข้า Wishlist ได้แล้ว (Steam)
3. Deliver Us Mars (2 กุมภาพันธ์ 2023)

Screenshot 2022 09 27 100222 1

Deliver Us Mars เป็นเกมเนื้อเรื่องแนว Sci-fi, Adventure, Puzzle, Action ที่ต้องพาตัวละครสำรวจดาวอังคารที่จะกลายเป็นบ้านหลังใหม่ของมวลมนุษยชาติในอนาคต รวมทั้งต้องกอบกู้ยาน ARK colony ที่ถูกขโมยไปจากสิ่งมีชีวิตลึกลับกลับมา ซึ่งทั้งสองเป็นภารกิจเพื่อความอยู่รอดของมนุษย์ทุกคน!

ข้อดีของ Deliver Us Mars อย่างแรกคือเป็นเกมไม่รุนแรงมาก ได้เรทติ้ง PEGI 12 ซึ่งเหมาะกับเยาวชนทั่วไป พัฒนาด้วย Unreal Engine 4 ทำให้เกมดูสวยน่าเล่น เปิดให้เล่นในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2023 นี้ บน Steam, Epic Games Store, PlayStation 4, PlayStation 5, Xbox Series X|S ซึ่งเกมนี้ไม่ได้เป็นเกมใหม่แต่เป็นภาคต่อจากเกม Deliver us the Moon ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อปี 2018 นั่นเอง หากใครชอบกมแนวไซไฟและรอภาคต่อของซีรี่ส์นี้อยู่ก็อย่าพลาดกัน

รายละเอียดของ Deliver Us Mars
  • แนวเกม – Sci-fi, Adventure, Puzzle, Action
  • เอนจิ้น – Unreal Engine 4
  • แพลตฟอร์ม – Steam, Epic Games Store, PlayStation 4, PlayStation 5, Xbox Series X|S
  • วันเปิดตัว – 2 กุมภาพันธ์ 2023
  • ราคา – สั่งซื้อล่วงหน้า 458 บาท, Deluxe Edition 512 บาท, Universe Bundle 738 บาท (Steam)
4. Hogwarts Legacy (11 กุมภาพันธ์ 2023)

Screenshot 2022 09 27 100238 1

หากใครอยากสวมบทเป็นพ่อมดแม่มดในฮอกวอตส์แล้วสร้างตำนานของตัวเองล่ะก็ Hogwarts Lgeacy นี้เป็นเกมสำหรับแฟนคลับแฮร์รี่ พ็อตเตอร์โดยเฉพาะ ซึ่งเรื่องราวเริ่มต้นในช่วงปี 1800 ซึ่งตัวละครเอกจะเป็นผู้กุมความลับโบราณซึ่งสามารถทำลายโลกเวทย์มนต์ได้เอาไว้ โดยผู้เล่นจะต้องทราบให้ได้ว่ามันกลับมาได้อย่างไรและต้องคุมมันเอาไว้ให้อยู่! ซึ่งเกมเมอร์จะได้พบกับตัวละครที่เราคุ้นเคยในซีรี่ส์ภาพยนต์ ได้แก่ นิกหัวเกือบขาด, สุภาพสตรีอ้วนในรูปภาพ ฯลฯ ด้วย

ตัวเกมเป็นแนว Action RPG พัฒนาโดยใช้ Unreal Engine ได้ภาพที่สวยงามและเปิดให้ผู้เล่นเดินทางไปมาในเกมได้ค่อนข้างอิสระทีเดียว เปิดให้เล่นอย่างเป็นทางการในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2023 นี้ บนแพลตฟอร์ม Steam, Nintendo Switch, PlayStation 4, PlayStation 5, Xbox One, Xbox Series X|S ดังนั้นถ้าใครชอบเกมแนวนี้อยู่ล่ะก็ นี่คือเกมใหม่ 2023 ที่ไม่ควรพลาด

รายละเอียดของ Hogwarts Lgeacy
  • แนวเกม – Action RPG
  • เอนจิ้น – Unreal Engine
  • แพลตฟอร์ม – Steam, Nintendo Switch, PlayStation 4, PlayStation 5, Xbox One, Xbox Series X|S
  • วันเปิดตัว – 11 กุมภาพันธ์ 2023
  • ราคา – Standard Edition 1,590 บาท, Deluxe Edition 1,860 บาท (Steam)
5. Like a Dragon: Ishin! (21 กุมภาพันธ์ 2023)

Screenshot 2022 09 27 100316 1

Like a Dragon: Ishin! เป็นการ Remake เกมในชื่อเดียวกันซึ่งเปิดตัวไปเมื่อปี 2014 ให้ได้ภาพที่สวยงามยิ่งขึ้น โดยเนื้อเรื่องจะอยู่ในช่วงยุคปฏิวัติบาคุมัตสึซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนแปลงจากระบอบศักดินามาเป็นจักรวรรดิสมัยใหม่หรือช่วงเริ่มต้นยุคเมจินั่นเอง โดยผู้เล่นจะได้รับบทเป็นซากาโมโต้ เรียวมะ ซึ่งถูกใส่ร้ายและต้องปลอมตัวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มชินเซ็นกุมินั่นเอง

ตัวเกม Like a Dragon: Ishin! นั้นจะเป็นเกมเนื้อเรื่องแยก (Spin-off) จากภาคหลักอย่าง Ryu ga Gotoku หรือที่ชาวตะวันตกรู้จักกันในชื่อ Yakuza ซึ่งเกมเมอร์หลายๆ คนน่าจะเคยเล่นกัน โดยตัวเกมเป็นแนว Action adventure, Beat’em up ผสม Hack&Slash เน้นการผจญภัยในพื้นที่ที่กำหนดเอาไว้และต่อสู้กับกลุ่มคนที่เข้ามาต่อสู้ด้วย ใช้ Unreal Engine 4 และจะเปิดให้เล่นในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2023 นี้ ในแพลตฟอร์ม Windows, Steam, PlayStation 4, PlayStation 5, Xbox One, Xbox Series X|S จัดเป็นเกมใหม่ 2023 ที่ไม่ควรพลาดอีกเกม

รายละเอียดของ Like a Dragon: Ishin!
  • แนวเกม – Action adventure, Beat’em up, Hack&Slash
  • เอนจิ้น – Unreal Engine 4 
  • แพลตฟอร์ม – Windows, Steam, PlayStation 4, PlayStation 5, Xbox One, Xbox Series X|S
  • วันเปิดตัว – 21 กุมภาพันธ์ 2023
  • ราคา – Standard Edition 1,590 บาท, Digital Deluxe Edition 1,890 บาท (Steam)
6. Sons of the Forest (ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2023)

ss 2c537a8c689dd6b21643b8054a64646334ef7391.1920x1080 1

Sons of the Forest เป็นภาคต่อของเกม The Forest ซึ่งเปิดตัวมาเมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา โดยภาคนี้เราจะได้รับบทเป็นนักผจญภัยที่ถูกตามไปหาเศรษฐีที่เฮลิคอปเตอร์ตกแล้วหายตัวไปในเกาะอันห่างไกล ซึ่งองค์ประกอบจากภาคก่อนทั้งการเอาตัวรอดโดยสร้างข้าวของเครื่องใช้เอง, เอาตัวรอดจากมนุษย์กินคนและปีศาจในเกาะ โดยจะเล่นคนเดียวหรือลุยไปพร้อมเพื่อนก็ได้

ตัวเกมเป็นแบบ Open-world, Survival horror ในมุมมองบุคคลที่หนึ่ง (first-person) พัฒนาโดยใช้ Unity Engine ซึ่งในตอนแรกผู้พัฒนาประกาศว่าจะเปิดให้เล่นในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2023 นี้ แต่เกิดปัญหาบางอย่าง ดังนั้นจึงกำหนดเอาไว้เฉพาะเดือนเท่านั้น และตัวเกมจะเปิดให้เล่นในระบบ PC บน Steam อย่างเดียว ซึ่งถ้าใครชอบเสน่ห์การเอาตัวรอดของภาคแรกอยู่ ก็ห้ามพลาดภาคสองที่เป็นเกมใหม่ 2023 นี้!

รายละเอียดของ Sons of the Forest
  • แนวเกม – Open-world, Survival horror
  • เอนจิ้น – Unity Engine
  • แพลตฟอร์ม – Steam
  • วันเปิดตัว – ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2023
  • ราคา – ยังไม่เปิดเผย แต่กดเข้า Wishlist ได้แล้ว (Steam)
7. Wanted: Dead (14 กุมภาพันธ์ 2023)

wd 02 1

เกมใหม่ 2023 สำหรับสายบู๊เต็มขั้นและชอบกลิ่นอาย Cyberpunk ล่ะก็ แนะนำให้รอเกม Wanted: Dead ของทีมผู้พัฒนา Ninja Gaiden และ Dead or Alive ได้เลย โดยตัวเกมเป็นแนว Hack&Slash, Beat’em Up ผสมผสานการต่อสู้ด้วยอาวุธระยะประชิดและปืน แต่เป็นเกมที่มีความรุนแรงดุดันระดับเลือดสาดเลยทีเดียว โดยผู้เล่นจะรับบทเป็นร้อยโท Hannah Stone แห่งหน่วย Zombie Unit ของกรมตำรวจฮ่องกงที่ต้องเปิดโปงทฤษฎีสมคบคิดที่ต้องต่อสู้กับทหารรับจ้างแก๊งค์อาชญากรต่างๆ ด้วย

ตัวเกมนี้ทางผู้ผลิตไม่ได้เปิดเผยเอนจิ้นที่ใช้พัฒนาเกมออกมา แต่ไม่ได้ตัวเกมไม่กินสเปคสูงมาก โดยสเปคแนะนำจากทางผู้พัฒนาเป็น Intel Core i5-6600K, RAM 8GB, NVIDIA GeForce GTX 1060 และมีพื้นที่ว่างในฮาร์ดดิสก์ 40GB ขึ้นไปและลง DirectX 12 เอาไว้ในเครื่องจะดีที่สุด โดยตัวเกมจะเปิดให้เล่นในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2023 บน Steam, PlayStation 5, Xbox Series X|S ด้วย ซึ่งถ้าใครชอบเกมแนวบู๊ก็ไม่ควรพลาดเกมใหม่ 2023 เกมนี้!

รายละเอียดของ Wanted: Dead
  • แนวเกม – Hack&Slash, Beat’em Up
  • เอนจิ้น – ไม่เปิดเผย
  • แพลตฟอร์ม – Steam, PlayStation 5, Xbox Series X|S
  • วันเปิดตัว – 14 กุมภาพันธ์ 2023
  • ราคา – ยังไม่เปิดเผย แต่กดเข้า Wishlist ได้แล้ว (Steam)
8. ARK 2 (ภายในปี 2023)

Screenshot 2022 09 27 101101 1

ARK 2 เป็นอีกเกมใหม่ 2023 ที่เกมเมอร์หลายคนรอคอยอย่างแน่นอน เพราะได้วิน ดีเซล มาเป็นต้นแบบตัวละครของเราด้วย โดยเราต้องเดินทางตามหาและปกป้องลูกสาวของตนจากอันตรายของพลังงานมืดที่จะบงการสิ่งมีชีวิตต่างๆ และระบบการต่อสู้จะได้อิทธิพลจากเกมแนว Souls-like มาด้วย ทำให้ตัวเกมเน้นไปทาง Survival ยิ่งขึ้น

ตัวเกมภาค 2 นี้จะเป็นเกมแนว Survival, Open-world, Multiplayer พัฒนาโดยใช้ Unreal Engine 5 โดยจะเปิดให้เล่นในระบบ Steam และ Optimize มาให้เล่นใน Xbox Series X|S ได้ดีขึ้นอีกด้วย แต่ระยะเวลาที่เปิดให้เล่นได้จะอยู่ในช่วงปี 2023 นี้ จัดเป็นเกมใหม่ 2023 สำหรับเกมเมอร์ที่ได้ดูเทรลเลอร์เปิดตัวแล้วรอจะเล่นเกมนี้อยู่ก็เตรียมตัวอัพเกรดคอมพิวเตอร์หรือซื้อเครื่อง Xbox มารอเล่นได้เลย!

รายละเอียดของ Ark 2
  • แนวเกม – Survival, Open-world, Multiplayer
  • เอนจิ้น – Unreal Engine 5
  • แพลตฟอร์ม – Steam, Xbox Series X|S
  • วันเปิดตัว – ภายในปี 2023
  • ราคา – ยังไม่เปิดเผย แต่กดเข้า Wishlist ได้แล้ว (Steam)

nassim allia ot HSrLNTP0 unsplash

จะเห็นว่าในปี 2023 นี้มีเกมใหม่ๆ น่าเล่นเปิดตัวออกมามากมายไม่ว่าจะฝั่งญี่ปุ่นหรืออเมริกาก็น่าเล่นทั้งนั้น ซึ่งถ้าใครอัพเกรดพีซีหรือมีเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คตัวแรงอยู่ ก็สามารถเล่นเกมต่างๆ แบบปรับกราฟิคสูงสุดได้อย่างแน่นอน ดังนั้นถ้าใครอยากอัพเกรดคอมให้แรงรอเอาไว้ก่อนก็เหลือแค่รอเกมเปิดตัวก็เล่นได้เลย

แต่อย่างไรก็ตาม เกมใหม่กับการเลื่อนวันเปิดตัวเป็นของคู่กันซึ่งหลายๆ เกมที่สามารถเปิดตัวได้ตามที่ประกาศเอาไว้ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าเปิดตัวแล้วมีปัญหาเรื่องบั๊กในฉาก, เนื้อเรื่องขาดหาย ฯลฯ ส่วนตัวผู้เขียนก็อยากให้ทางทีมพัฒนาเลื่อนการเปิดตัวแล้วใช้เวลาแก้บั๊กและปรับปรุงเกมให้ดียิ่งขึ้นสักหน่อยจะยอมรับได้ดีกว่ารีบเปิดให้ทันกำหนดการแต่เกมเล่นไม่ดีไม่เข้าท่าจนเสียชื่อตั้งแต่ต้น


บทความที่เกี่ยวข้อง

android

rpg cover

indie game cover

from:https://notebookspec.com/web/669020-8-recommended-new-games-in-2023

PlayStation VR2 กับ 15 เกมแรกที่รองรับการใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ

PlayStation VR2 มีกำหนดการณ์วางจำหน่ายออกมาแล้ว งานนี้เพื่อความต่อเนื่องทาง Sony เองก็เลยปล่อยรายชื่อเกมที่จะรองรับการใช้งานกับ PlayStation VR2 อย่างเต็มรูปแบบในช่วงวางจำหน่ายออกซึ่งมีจำนวนมากถึง 15 เกมเลยทีเดียว

PlayStation VR2
PlayStation VR2

ถือว่าเป็นธรรมเนียมปฏิบัติไปแล้วในกรณีที่มีการเผยฮาร์ดแวร์สำหรับการเล่นเกมใหม่ๆ ออกมาก็มักจะมีการเผยรายชื่อเกมที่รองรับการใช้งานฮาร์ดแวร์นั้นๆ อย่างเต็มรูปแบบตามออกมาด้วยซึ่ง PlayStation VR2 เองนั้นก็หนีไม่พ้นธรรมเนียมปฏิบัตินี้ด้วยเช่นเดียวกัน โดยล่าสุดนั้นทาง Sony ได้อัปเดทรายชื่อเกมที่จะรองรับ PlayStation VR2 อย่างเต็มรูปแบบ(คือเล่นได้ที่ความละเอียดระดับ 4K อย่างแน่นอน) ออกมาเป็น 15 รายชื่อดังต่อไปนี้

csm Game list 5d051e7089
  1. Samurai Slaughter House
  2. Pavlov
  3. Hellsplit Arena
  4. Runner
  5. Alvo
  6. Social Golf Sim GOLF+
  7. LOW-FI
  8. Horizon: Call of the Mountain
  9. Resident Evil 4
  10. Resident Evil Village
  11. No Man’s Sky
  12. The Walking Dead: Saints & Sinners
  13. Ghostbusters VR
  14. Moss Book II
  15. Firewall Ultra

ตามข้อมูลระบุเอาไว้ว่าเกมที่ถูกเพิ่มมาใหม่ล่าสุดอย่าง Firewall Ultra ถือได้ว่าน่าสนใจมากที่สุดเพราะเป็นเกมใหม่ที่ทางทีมผู้พัฒนาตั้งใจเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามกว่าที่เราจะได้เล่นเกมหลายๆ เกมตามรายชื่อนั้นก็คงต้องรอกันยาวๆ ไปจนถึงช่วงต้นปี 2023 ในตอนที่ PlayStation VR2 ออกวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ถึงตอนนั้นแล้วจึงจะสามารถพูดได้ว่าเกมต่างๆ เหล่านี้เมื่อเล่นแบบเสมือนจริงแล้วจะสนุกมากขึ้นเพียงใด(และแน่นอนว่ากว่าที่ PlayStation VR2 จะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการนั้นรายชื่อเกมที่รองรับ PlayStation VR2 อย่างเป็นทางการน่าจะมีเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมอย่างแน่นอน

Advertisementavw

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/web/666056-playstation-vr2-confirmed-game-list-grows-to-15-titles-as-firewall-ultra-joins-in-the-virtual-fun

HyperX Cloud Alpha S หูฟังเกมมิ่ง เพื่อคอเกม FPS ทิศทางเสียงดี มีเอฟเฟกต์

HyperX Cloud Alpha S หูฟังเกมมิ่ง เสียง 7.1 นุ่มกระชับ ปรับแต่งได้ ดูหนัง เล่นเกม เต็มอิ่ม

HyperX Cloud Alpha

HyperX Cloud Alpha S รุ่นนี้มาในธีมของ Diablo Immortal Edition ที่เป็นสายพันธุ์ของเกมมิ่งซีรีส์ กับเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งจะต่างจาก Alpha รุ่นก่อนนิดหน่อย ตรงที่รุ่นนี้จะเป็นโทนสีน้ำเงิน ซึ่งจะหมายถึงการเข้ากันได้กับเครื่องเล่นเกมอื่นๆ เช่น PS4 หรือ PS5 นอกเหนือจากการเล่นบนพีซีหรือโน๊ตบุุ๊ค ด้วยการออกแบบในลักษณะของ Over-ear และวัสดุที่มีความนุ่มนวล กระชับ ใส่สบาย ด้วยเมมโมรีโฟม ที่หุ้มด้วยวัสดุแบบหนัง เพิ่มความสบายมากขึ้น โครงสร้างยังอยู่ในระดับที่เหมาะกับคนเอเซีย น้ำหนักเบาแค่ 310 กรัม ปรับเลื่อนได้ง่าย ให้เหมาะกับศีรษะขนาดต่างๆ ไดรเวอร์ขนาดใหญ่ และเป็นแบบ Dual chamber ให้การแยกรายละเอียดเสียงได้ชัดเจนขึ้น ไมโครโฟนถอดออกได้ พร้อมสายถักหุ้มมาเป็นอย่างดี เพื่อความทนทาน โดยที่ให้การปรับจูนง่ายขึ้น ด้วยรีโมทที่ทำหน้าที่เป็น Sound card และปรับ Volume สะดวกยิ่งขึ้น แต่เพิ่มเติมความมันส์ขึ้นอีกนิด ด้วยฟังก์ชั่น Bass slide ที่มาอยู่บนหูฟังทั้ง 2 ข้าง พร้อมด้วยการรับประกัน 2 ปี


HyperX Cloud Alpha S


จุดเด่น

Advertisementavw
  • รองรับระบบเสียง 7.1
  • ครอบหูฟังเมมโมรีโฟม นุ่มกระชับ
  • ใส่สบาย น้ำหนักเบา
  • ให้เสียงเบสแน่น ปรับแต่งได้
  • มีคอนโทรลที่สาย เพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งาน
  • เสียงกลางแน่น เสียงแหลมชัด

ข้อสังเกต

  • ต้องใช้อุปกรณ์ต่อผ่าน USB เพื่อใช้งานระบบเสียง 7.1
  • ถ้าไม่ปรับใช้เสียง 7.1 เสียงจะออกทุ้มๆ ราบเรียบไปหน่อย

Specification

Description
Impedance 65 Ω
Cable Length 1m detachable headset cable
Weight Note (Metric) Weight with microphone: 321g
Weight 310g
Form Factor Over ear, circumaural, closed back
Warranty 2 year
Hardware Compatibility PC, PS5™, PS4™
Features Bass adjustment sliders, Durable aluminum frame, Game and chat balance, HyperX 7.1. surround sound[1], HyperX Dual Chamber Drivers, Signature HyperX comfort
Price 3,990 บาท

ข้อมูลเพิ่มเติม: HyperX


Unbox

HyperX Cloud Alpha

สำหรับแพ๊คเกจของ HyperX Cloud Alpha S รุ่นนี้ มาในโทนสีขาว-น้ำเงิน ด้านหน้ามาพร้อมโลโก้ขนาดใหญ่ ระบุชื่อรุ่นมาอย่างชัดเจน พร้อมรายละเอียดของหูฟัง เช่น 7.1 surround และ Bass adjustment slider โดยมีภาพกราฟิกของหูฟังไว้อย่างชัดเจน โดยหูฟังรุ่นนี้ นอกจากจะรองรับระบบเสียง 7.1-channel และมี Certified ทั้ง Discord และ Teamspeak อีกด้วย

HyperX Cloud Alpha

ด้านหลังกล่องจะยังคงเป็นรายละเอียดของฟีเจอร์และอุปกรณ์ต่างๆ ที่บันเดิลมาในกล่อง ไม่ว่าจะเป็น Game and Chat balance ที่เป็นตัวปรับจูน ในแบบรีโมท เพิ่มฟังก์ชั่นการเปิด-ปิดการใช้งานระบบเสียง 7.1 channel, ไมโครโฟนเป็นแบบถอด-ใส่ได้ และยังมีแถบสไลด์ปรับ Bass ได้ทั้งซ้ายขวาตามต้องการ

ด้านข้างซ้ายและขวาของกล่อง แจ้งรายละเอียดของอุปกรณ์ที่บันเดิลมาให้ ไม่ว่าจะเป็น หูฟัง ไมโครโฟน สายสัญญาณ ตัวคอนโทรลระบบเสียง 7.1 และครอบหูแบบผ้า รวมถึงถุงผ้า

HyperX Cloud Alpha
HyperX Cloud Alpha

อุปกรณ์ที่มีมาให้ประกอบด้วย USB Audio mixer, เอกสารประกอบการใช้งาน และถุงผ้าสำหรับใส่หูฟัง

HyperX Cloud Alpha

ไมโครโฟนในแบบถอดได้ (Detachable) สามารถปรับพับงอได้ เชื่อมต่อผ่านแจ๊ค 3.5mm พร้อมตัวกรองเสียง

HyperX Cloud Alpha

อุปกรณ์ทั้งหมดที่มีมาให้ในกล่องสำหรับการเชื่อมต่อเข้ากับหูฟัง HyperX รุ่นนี้ จะมีประมาณนี้ สายต่อ Aux, Microphone, USB Audio Control Mixer และหูฟัง


Design

HyperX Cloud Alpha

หูฟังยังคงมาในสไตล์แบบเดียวกับ HyperX Cloud Alpha ต่างกันตรงที่มาในโทนสีดำ-น้ำเงิน แต่ก็รุ่นที่เป็นสีแดงให้เลือกเช่นกัน เช่นเดียวกับในตระกูลพี่ๆ น้องๆ ของรุ่น ไม่ว่าจะเป็น HyperX Cloud หรือ Cloud Stinger ก็ตาม

HyperX Cloud Alpha

แต่ที่สะดุดตาก็คือ แถบโลโก้ด้านข้างจากเดิมที่เป็น HyperX กลับมาพร้อมโลโก้ของเกม Diablo Immortal อีกด้วย ประหนึ่งว่าทำออกมาตอบโจทย์คนที่เล่นเกมแนว MMO Action RPG แบบนี้ด้วยเช่นกัน และอย่างที่กล่าวไปในตอนต้นคือ คุณจะได้รับเป็น Gift ซึ่งเป็นของในเกม Diablo นี้ด้วย ซึ่งจัดมาเป็นพิเศษ เพื่อแฟนเกมโดยเฉพาะ

HyperX Cloud Alpha

หูฟังยังคงเน้นสไตล์ที่ดูเป็นเกมมิ่ง แต่ยังมีเอกลักษณ์ความเป็น HyperX Cloud อยู่เต็มเปี่ยม ด้วยเส้นสายสีน้ำเงินตัดกับพื้นบอดี้สีดำ และโลโก้ HyperX ที่อยู่บนครอบหูฟังอีกด้านหนึ่งนั่นเอง

HyperX Cloud Alpha

ในส่วนของเมมโมรีโฟมบริเวณจุดที่เป็นครอบหูฟัง (Ear cushion) ให้ความนุ่มนวลเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งมีความหนาพอสมควร เพื่อให้ความสบายเมื่อต้องใช้เป็นเวลานาน และโดยส่วนตัวชอบที่การกันเสียงจากภายนอกได้ดีทีเดียว

HyperX Cloud Alpha

Headband หรือที่คาดศีรษะความกว้างประมาณ 3cm ซึ่งค่อนข้างพอดี เรียกว่าวางบนหัวได้แบบไม่เกะกะ ลดปัญหาทรงผมยุ่งเหยิงได้ และหุ้มด้วยวัสดุแบบหนัง และมีโลโก้ HyperX ไว้อย่างชัดเจน เดินด้ายเป็นตะเข็บด้านข้างสีน้ำเงิน ให้สอดคล้องไปกับสีสัน

HyperX Cloud Alpha

ครอบหูฟังด้านในจะเป็นแบบเมมโมรีโฟมเช่นกัน และมีวัสดุหุ้มด้านในมาแบบหนัง ให้ความนุ่มสบายเช่นเดียวกับครอบหูฟัง และให้การกระจายน้ำหนักได้ดี ไม่รู้สึกรำคาญเวลาที่ใช้งานไปนานๆ

และคนที่ไม่ค่อยได้ใช้หูฟัง หรือสับสนกับด้านซ้าย-ขวา ไม่ต้องกังวลว่าจะใส่ผิด เพราะจะมีอักษร L (ซ้าย) และ R (ขวา) ให้เห็นกันแบบชัดๆ หรือถ้าอยากจำง่ายๆ ก็คือ ไมโครโฟนจะอยู่ทางด้านซ้ายเสมอ

HyperX Cloud Alpha

โครงสร้างหลักของหูฟัง HyperX Cloud Alpha S ยังคงเป็นอะลูมิเนียม เช่นเดียวกับในหลายๆ รุ่น ปรับมุมองศาได้เล็กน้อย ให้กระชับเข้ากับใบหูได้ดี

HyperX Cloud Alpha

และยังมีฟังก์ชั่นการปรับเลื่อนครอบศีรษะได้ง่าย ด้วยการปรับความยาวให้เข้ากับขนาดของศีรษะแต่ละคนได้ โดยขยับเป็นทีละสเตป จากที่เราได้ลองวัดดูก็เลื่อนออกได้ถึงข้างละ 4cm เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นจึงใช้ร่วมกันได้ทั้งบ้าน แม้ว่าจะมีสรีระต่างกันก็ตาม

HyperX Cloud Alpha

บนหูฟังทั้ง 2 ข้างมีให้ปรับเลื่อน Bass เป็นแบบสไลเดอร์ ปรับเสียงเบสได้ถึง 3 ระดับ ให้คุณเพิ่ม-ลดระดับเบาได้ตามต้องการ โดยในช่วงที่พีคๆ ต้องการเสียงกลางที่มากขึ้น เพื่อฟังรายละเอียดของเคสท์ ก็อาจจะลดลงมา แต่เมื่อจะลุยลงดัน หรือฉายเดี่ยว ก็ปรับเพิ่มขึ้นเพื่อความมันส์ได้เช่นกัน เป็นสิ่งที่น่าสนใจ เพราะคุณไม่ต้องไปปรับเลื่อนที่ซอฟต์แวร์หรือปรับบน Mixer ของระบบ แค่เลื่อนบนหูฟัง เอาตามที่คุณชอบเท่านั้น โดยส่วนตัวค่อนข้างชอบทีเดียวสำหรับฟังก์ชั่นนี้

HyperX Cloud Alpha

สายต่อเป็นแบบสายถักที่หุ้มมาบนสายสัญญาณที่มีความยาวประมาณ 1 เมตร โดยมีแจ๊คแบบ 3.5mm ใช้ต่อเข้ากับหูฟังและช่องต่อ Headset บนพีซีหรือโน๊ตบุ๊ค แต่ถ้าในกรณีที่จะเล่นคู่กับอุปกรณ์เล่นเกมอื่นๆ ก็สามารถใช้หัวต่อ Aux ที่มากับตัวหูฟังใช้งานร่วมกับ PS4, Xbox ที่เป็นเครื่องเล่นเกมคอนโซล รวมถึง Nintendo Switch และมือถือได้อีกด้วย

HyperX Cloud Alpha

อย่างที่ได้เห็นกันแบบชัดๆ สำหรับครอบหูฟังทั้ง 2 ด้าน จะเป็นเมมโมรีโฟม ที่นุ่มและแน่น และมีวัสดุที่หุ้มตามมาตรฐาน ซึ่งส่วนตัวมองว่าให้การระบายอากาศได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ถ้าไม่ถนัด ก็จะมีแบบผ้ามาให้ได้เปลี่ยนใช้งาน ด้านในจะมีตัวครอบกันฝุ่นอยู่อีกชั้นหนึ่ง ปิดในส่วนของไดรเวอร์ที่อยู่ด้านใน

HyperX Cloud Alpha

จุดเชื่อมต่อสายสัญญาณ Aux จะอยู่ทางด้านซ้ายของหูฟัง ใกล้กับช่องต่อไมโครโฟน และสามารถเชื่อมต่อเข้า USB Audio Control Mixer ในการเพิ่มระบบเสียง 7.1-channel ได้อีกด้วย


Control

HyperX Cloud Alpha

ตัวอุปกรณ์ USB Audio Control Mixer เป็นอุปกรณ์ที่มาเสริมลูกเล่นการใช้งานให้กับผู้ใช้ที่ต้องการระบบเสียงแบบ 7.1-channel โดยอุปกรณ์ที่ว่านี้ จะเชื่อมต่อเข้ากับพีซีผ่านทางพอร์ต USB และให้สัญญาณเสียงรอบทิศทาง ขนาดค่อนข้างเล็ก และยังใช้หนีบกับเสื้อผ้า เพื่อเพิ่มความสะดวกเวลาที่ใช้งาน เพราะสายสัญญาณที่ต่อพ่วงมาด้วยนี้ค่อนข้างยาวทีเดียว

การใช้งานก็ค่อนข้างง่าย ไม่ต้องลงไดรเวอร์หรือติดตั้งโปรแกรมให้วุ่นวาย เพราะเป็นแบบ Plug & Play ต่อสายให้เข้ากับตัวอุปกรณ์ ก็พร้อมใช้งานได้ทันที

HyperX Cloud Alpha

ในการทดลองใช้งานจะเห็นว่าหากเป็นสาวๆ รูปร่างเล็ก หูฟังจะให้มิติที่ค่อนข้างใหญ่สักหน่อย แต่ได้การครอบหูแบบเต็ม จุดวางศีรษะก็ทำได้ง่าย ไม่เกะกะ เข้ากันได้กับเกมเมอร์ในทุกระดับ


Performance

HyperX Cloud Alpha

มาว่ากันที่ความรู้สึกในการสวมใส่ ถ้าใครเคยใช้หูฟังในแบบ Close-cup หรือ Over-ear ก็น่าจะสัมผัสได้ถึงอารมณ์ในการสวมใส่ ที่แทบจะตัดเราออกจากโลกภายนอก ด้วยการลดเสียงโดยรอบได้ดีพอสมควร รวมถึงความแน่นของเมมโมรีโฟม ที่ครอบหูแบบโอบกระชับ ด้วยความที่ออกแบบช่องนี้ออกมากว้าง จึงทำให้ไม่ทับใบหูให้เกิดความรำคาญ

HyperX Cloud Alpha S Diablo 62

และด้วยน้ำหนักที่ค่อนข้างเบา อยู่ที่ประมาณ 310 กรัม จึงลดภาระที่หูฟังจะกดลงบนศีรษะได้มาก ความกระชับอยู่ในเกณฑ์ที่ดี เรียกว่าหันซ้ายขวา ก็ไม่เลื่อนได้ง่าย และการปรับเลื่อนไล่ระดับก็ค่อนข้างนุ่มนวล แนะนำว่าให้ปรับเลื่อนหลังจากที่สวมใส่ไปแล้ว จะง่ายกว่า การกระจายน้ำหนักก็ทำได้ดี

HyperX Cloud Alpha S Diablo 79
HyperX Cloud Alpha S Diablo 95

สำหรับตัวชุด Mixer นี้สามารถใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะใช้ในการ เปิด-ปิดไมโครโฟน, เพิ่ม-ลดเสียง และการเปิดใช้งานระบบเสียงรอบทิศทาง 7.1-channel รวมถึงการใช้งาน game and chat audio balance ที่ให้คุณปรับเสียงเกมและเสียงแชทได้อย่างเหมาะสมตามที่ต้องการ บางครั้งเราอยากจะเติมอารมณ์เกมสุดๆ แต่ก็พอได้ยินเสียงสนทนาของเพื่อนบ้าง จะได้ไม่เสียรูปเกม ก็สามารถกดปุ่มเพิ่มหรือลดได้จากปุ่ม อยากให้ไปทาง Chat ก็ได้ หรือจะกดปุ่มรูปจอยสติ๊ก ก็หมายถึงเน้นเสียงในเกมให้มันสุดๆ

HyperX Cloud Alpha S Diablo 101 2

และปุ่มเปิด-ปิดไมค์นี้ ยังซ่อนฟังก์ชั่นการตรวจเช็คเสียงตัวเองได้ แค่กดปุ่มค้างเอาไว้ประมาณ 3 วินาที แล้วพูด เราก็จะได้ยินเสียงพูดของเราเอง เอาไว้สำหรับคนที่จะใช้ในการแชต ทำสตรีมหรือบันทึกเสียงจะได้ทราบถึงระดับเสียง และโทนเสียงของเราได้ดียิ่งขึ้น

HyperX Cloud Alpha S Diablo 73

มาพูดถึงอารมณ์เสียงกันบ้างในการเล่นเกม เอฟเฟกต์ยังมาได้เด่นชัด ไม่ว่าจะเป็นเสียงระเบิด ท่อรถแข่ง หรือการโจมตีกลางอากาศจาก ปตอ. ซึ่งคะแนนตรงนี้ทำได้ดี และยิ่งถ้าคุณชอบเสียงเอฟเฟกต์ที่เร้าใจ ในช่วงที่เล่นเกมแอ็คชั่น แนะนำให้ปรับเลื่อน Bass slider ไปสักครึ่งหนึ่ง ก็ทำให้เสียงเด่นชัดมากขึ้น ให้ความเร้าใจ โดยเฉพาะเกมแนวแอ็คชั่น หรือเกมสายหลอนอย่าง WarZ หรือจะเป็น DBDL

HyperX Cloud Alpha S Diablo 66 1

ส่วนถ้าเป็นเกมแนวแอ็คชั่น เน้นมันส์และได้ความแม่นยำด้วย การใช้ฟีเจอร์ 7.1 channel กับระบบเสียงรอบทิศทาง ช่วยให้คุณจับแนวของศัตรูได้แม่นกว่า ตามจริงก็ใช้ได้ในเกมเกือบทุกแนว Action, Racing, RPG อย่างเกม PUBG คุณจะได้อารมณ์รอบตัว ที่มีส่วนช่วยให้คุณจัดการหรือเช็คระยะจากศัตรูได้ไวขึ้น แต่บางครั้งก็รู้สึกหลอน ในช่วงคับขันได้เหมือนกัน หรืออย่าง DBDL ที่รอบตัวคุณต้องเจอกับ Killer ที่วิ่งไล่ต้อนคุณอยู่ แต่ถ้าคุณชำนาญ มันจะเป็นตัวช่วยที่ดีให้คุณจับทางได้ไวขึ้น เช่นเดียวกับ Forza 5 ที่เสียงเครื่องยนต์กระหึ่มมาเต็ม คู่กับเสียงแรงกระแทกหรือรถแข่งที่มาตีคู่กับคุณได้ชัดเจนมากๆ และให้ผลทั้งในส่วนของการชมภาพยนตร์อีกด้วย

Dual chamber

เสียงแหลมพอเก็บได้ รายละเอียดจัดมาได้ดี ส่วนหนึ่งน่าจะได้จากการเป็น Dual chamber ที่ออกแบบให้แยกความถี่เสียงเบส กลางและเสียงสูงออกจากกัน ทำให้ได้ความต่างของเสียงมากยิ่งขึ้น ไม่รู้สึกขุ่น หรือทึบจนเกินไป และอารมณ์ของการเล่นจะต่างออกไป โดยเฉพาะฉากที่ยิงถล่ม มีเสียงกระจกแตก หรือปลอกกระสุนที่กระเด็น จุดสำคัญคือให้ความรู้สึกสำหรับคนที่ชอบรายละเอียดที่ดีขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ Dual chamber ทาง HyperX จะใส่ไว้ในหูฟังกลุ่มท็อปๆ เป็นหลัก แต่ HyperX Cloud Alpha S รุ่นนี้แค่ 3,990 เท่านั้น คุณจะได้ฟีเจอร์นี้ด้วย ตรงนี้ถือว่าคุ้มค่ามากทีเดียว


Conclusion

HyperX Cloud Alpha

หลังจากที่ได้ทดลองใช้มาสักระยะหนึ่งสิ่งที่สัมผัสได้คือ ความกระชับใส่สบาย ที่ยังคงเป็นเอกลักษณ์ของ HyperX นี้ แต่ส่วนตัวไม่ค่อยจะอินกับสัมผัสของวัสดุแบบหนังมากนัก แต่ชอบที่เป็นครอบหูฟังแบบผ้ามากกว่า ตรงนี้ค่อนข้างนานาจิตตังครับ ในส่วนที่เป็นจุดเด่นในด้านของเสียง แม้จะไม่ได้ต่างจากรุ่นเดิม เพราะเป็นแบบเดียวกัน ต่างกันที่สติ๊กเกอร์ในเวอร์ชั่น Diablo Immortal ที่ใส่เข้ามา แต่ก็ยังได้ความรู้สึกและกลิ่นอายของรุ่นพี่อย่าง HyperX Cloud Alpha มาเยอะเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของระบบเสียง 7.1 การเติมเสน่ห์ของเสียงแหลมเข้ามา เอฟเฟกต์ก็ดูดีมีความสนุกมากขึ้น และยังปรับ Bass ได้จากหูฟัง ที่สำคัญได้อารมณ์เสียงที่หนักและกระชับยิ่งขึ้น ถือว่าทาง HyperX เอาใจคอเกมในทุกแบบจริงๆ

HyperX Cloud Alpha

ติดต่อ: ตัวแทนจำหน่าย HyperX Gaming ทั่วประเทศ

ราคา: ประมาณ 3,990 บาท

from:https://notebookspec.com/web/665246-hyperx-cloud-alpha-s-gaming-headset

GPD Win 4 กับสเปคและแรนเดอร์ตัวเครื่องที่หลุดออกมา

GPD Win 4 เครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพาสำหรับการเล่นเกมหลุดสเปคและภาพแรนเดอร์แรกออกมาแล้ว บอกได้คำเดียวว่าน่าสนใจแบบสุดๆ จะเป็นเช่นไรนั้นไปติดตามกัน

GPD Win 4
GPD Win 4

เรียกได้ว่าเป็นการเกาะกระแส Nintendo Switch อย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ GPD ผู้ผลิตเครื่องเล่นเกมระบบปฏิบัติการ Windows และ Android ออกมาให้เราๆ ท่านๆ ได้เสียเงินกันอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดนั้นเป็นคิดของ GPD Win 4 ที่รูปลักษณ์เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงด้วยการปรับรูปแบบตัวเครื่องออกมาในแบบสไลด์คีย์บอร์ดได้(คล้ายๆ กับ AYA NEO Slide)

EDIT9640

จากภาพแรนเดอร์ตัวเครื่องที่หลุดออกมานั้นเรียกได้ว่า GPD Win 4 ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ของตัวเครื่องไปเป็นอย่างมาก และรูปลักษณ์ตามแรนเดอร์ที่หลุดออกมานั้นก็เรียกได้ว่าน่าสนใจจริงๆ เพราะมันน่าจะเหมาะกับการเล่นเกมเป็นอย่างมาก

Advertisementavw

ในส่วนของสเปคที่หลุดออกมาให้ได้รู้กันนั้นจะมีดังต่อไปนี้

  • หน้าจอขนาด 6 นิ้ว มาพร้อมความละเอียดหน้าจอ 1,920 x 1,080 pixels โดยน่าจะมี refresh rate อยู่ที่ 60 Hz
  • หน่วยประมวลผลคาดว่าน่าจะเป็น Ryzen 7 6800U ที่ใช้สถาปัตยกรรม Zen 3+ มาพร้อมแกนการประมวลผลทั้งหมด 8 แกน 16 threads สามารถทำงานที่ความร้อนสูงสุด 28 W TDP
  • ชิปกราฟิกแบบฝังรุ่น Radeon 680M ภายใต้สถาปัตยกรรม RDNA 2
  • หน่วยความจำแบบ LPDDR5-6400 มีให้เลือก 2 ความขนาดคือ 16 GB และ 32 GB
  • แหล่งเก็บข้อมูลภายในแบบ NVMe SSD มีให้เลือก 2 ขนาดความจุคือ 1 TB และ 2 TB
  • ใช้ชิปเซ็ทการเชื่อมต่อ Intel AX210 รองรับการเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi 6 และ Bluetooth 5.2
  • อาจจะมีโมเดลที่รองรับการเชื่อมต่อเครือข่าย 4G LTE ออกมาวางจำหน่ายด้วย
  • แบตเตอรี่ความจุ 45.62 Wh
  • พอร์ตการเชื่อมต่อประกอบไปด้วย USB 4.0 (รองรับการเชื่อมต่อกราฟิกการ์ดภายนอก), USB 3.2 Gen 2 Type-A, USB 3.2 Gen 2 Type-C, MicroSD card reader (A2)
  • ตัวเครื่องมาในรูปแบบสไลด์หน้าจอเพื่อเปิดส่วนที่เป็นคีย์บอร์ด

ทั้งนี้ยังคงไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการว่า GPD Win 4 จะเปิดตัวและวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการเมื่อไรเนื่องจากว่า ณ เวลานี้ทาง GPD เองยังคงโฟกัสไปอยู่กับ GPD Win Max 2 อยู่

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/web/665989-gpd-win-4-specifications-and-more-press-renders-leak-for-upcoming-gaming-handheld

ODROID-Go Ultra เครื่องเล่นเกมรุ่นใหม่ที่สเปคแรงกว่าเดิมกับราคาที่คุณต้องสน

ODROID-Go Ultra เครื่องเล่นเกมพกพารุ่นใหม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ มาพร้อมชิปเซ็ท Amlogic S922X ที่แรงกว่าเดิมแต่ราคาตัวเครื่องไม่แรงตาม จะน่าสนใจมากแค่ไหนไปติดตามกัน

ODROID-Go Ultra
ODROID-Go Ultra

ODROID นั้นถือได้ว่าเป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่ทำเครื่องเล่นเกมแบบพกพาออกมาให้เราๆ ท่านๆ ได้เล่นกันอย่างต่อเนื่อง และต้องยอดรับกันตรงๆ เลยว่า ODROID นั้นเน้นปล่อยเครื่องที่ราคาเป็นกันเองออกมาให้ผู้เล่นได้จับต้องมาเป็นเจ้าของได้ อย่างไรก็ดีด้วยความที่ต้องคงราคาไม่ให้สูงมากเกินไปนักในอดีตที่ผ่านมาสเปคตัวเครื่องของ ODROID นั้นก็เลยไม่ค่อยจะแรงมากสักเท่าไรนัก ทว่าทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไปกับ ODROID-Go Ultra

ODROID-Go Ultra นั้นจะมาพร้อมกับหน้าจอพาเนล LCD ความละเอียด 854 x 480 pixels ทว่าจุดที่น่าสนใจมากที่สุดคงหนีไม่พ้นการที่ ODROID นั้นเลือกใช้ชิปเซ็ทรุ่นเก่าแต่ยังเก๋าอย่าง Amlogic S922X แทนชิปเซ็ทของ Rockchip RK3326 ซึ่งเจ้า Amlogic S922X นั้นผู้ใช้ Android Smart box จะทราบกันดีว่ามันเป็นชิปที่ทรงพลังเป็นอย่างมาก ด้วยแกนการประมวลผลทั้งหมด 6 แกน แบ่งเป็น ARM Cortex-A73 รันที่ความเร็วสัญญาณนาฬิกา 2.2 GHz จำนวน 2 แกนและ ARM Cortex-A53 รันที่ความเร็วสัญญาณนาฬิกา 2.0 GHz จำนวนทั้งหมด 4 แกน ชิปกราฟิกภายในนั้นก็เป็น Mali-G52 MP4 ที่มีความเร็วสัญญาณนาฬิกาสูงสุดอยู่ที่ 846 MHz

Advertisementavw
csm Untitled13634 87d2aa51a9

ODROID-Go Ultra นั้นมาพร้อมกับแหล่งเก็บข้อมูลภายในปบบ eMMC ขนาดความจุ 16 GB (สามารถเพิ่มได้ผ่านทาง microSD card slot ที่รองรับมาตรฐาน UHS-1) พ่วงด้วยหน่วยความจำแบบ LPDDR4 ขนาด 2 GB ที่ความเร็วสัญญาณาฬิกา 1,608 MHz ตัวเครื่อง ODROID-Go Ultra นั้นให้แบตเตอรี่มา 4,000 mAh ทำให้สามารถที่จะเล่นเกมได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 6 ช่วงโมงด้วยกัน

ขนาดตัวเครื่อง ODROID-Go Ultra นั้นจะอยู่ที่ 204 x 86 x 25 mm มีน้ำหนักอยู่ที่ 299g ทำให้จับได้ถนัดมือไม่หนักหรือเบาจนเกินไป ตัวเครื่องจะใช้ระบบปฏิบัติการ Ubuntu 20.04.4 และ Linux 4.9.277 ที่ดัดแปลงมาเพื่อการเล่นเกมโดยเฉพาะในชื่อ EmulationStation ทำให้คุณสบายใจได้ว่าจะสามารถเล่นเกมได้อย่างหายห่วงแน่นอน

ทั้งนี้ ODROID-Go Ultra จะวางจำหน่ายในช่วงเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ สนนราคาจะอยู่ที่ $111 หรือประมาณ 4,035 บาท งานนี้นักเล่นเกมเรโทรที่ชอบเครื่องพกพาไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/web/663965-odroid-go-ultra-new-gaming-handheld-previewed-with-a-5-inch-display-and-ubuntu-support

PlayStation VR 2 พร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 2023 นี้

PlayStation VR 2 อุปกรณ์เสริมสำหรับการเล่นเกมเพื่อเข้าสู่โลกเสมือนจริงสำหรับเครื่องคอนโซลสุดแรงอย่าง PlayStation 5 มีกำหนดการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว

PlayStation VR 2
PlayStation VR 2

แม้ว่าตัวเครื่อง PlayStation 5 จะยังคงหาซื้อกันได้อย่างยากลำบาก(จากการที่ตัวเครื่องมีจำนวนผลิตน้อยเนื่องจากปัญหาขาดชิปเซ็ทหลักที่ทำให้เกิดการแย่งซื้อเครื่องมาขายเก็งกำไรกันมาก) ทว่าทาง Sony นั้นก็ไม่ปล่อยให้เวลาเสียไปเปล่าๆ สำหรับผู้เล่นที่มีเครื่อง PlayStation 5 อยู่ในครอบครองอยู่แล้ว ล่าสุดนั้นทาง Sony ได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่าจะมีการวางจำหน่าย PlayStation VR 2 ที่ถูกออกแบบมาให้เข้ากันกับ PlayStation 5 โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี 2023 ที่จะถึงนี้

โดยถึงแม้ว่า PlayStation 5 จะยังคงสามารถใช้งานร่วมกับ PlayStation VR รุ่นแรก(ที่ถูกออกแบบมาสำหรับเครื่อง PlayStation 4) ได้เป็นอย่างดี ทว่าด้วยสเปคของ PlayStation VR เองนั้นก็ไม่ได้ดึงเอาความสามารถของ PlayStation 5 ได้ออกมาอย่างที่ควรจะเป็น แถมทาง Sony เองนั้นก็เตรียมที่จะปล่อยเกมแนวโลกเสมือนจริงที่เด็ดและใช้สเปคมากขึ้นกว่าเดิมดังนั้น PlayStation VR 2 จึงถือว่าจะเข้ามาแทนที่ PlayStation VR ได้อย่างสมบูรณ์แบบในการเล่มเกมต่างๆ เหล่านั้นที่กำลังจะออกมาใหม่

Advertisementavw

ตามข้อมูลของสเปค PlayStation VR 2 นั้นระบุเอาไว้ว่า PlayStation VR 2 จะมาพร้อมกับหน้าจอความละเอียด 2,000 x 2,040 pixels สำหรับสายตาในแต่ละข้าง ซึ่งนั่นทำให้ PlayStation VR 2 นั้นสามารถแสดงผลภาพ pixels ได้มากกว่า PlayStation VR ถึง 4 เท่าตัว นอกไปจากนั้นแล้วหน้าจอของ PlayStation VR 2 จะยังมาพร้อมกับ refresh rate สูงถึง 120Hz อีกด้วยต่างหาก(แบบเดียวกันกับ Meta Quest 2) ในส่วนของ field of vision (FoV) ของ PlayStation VR 2 นั้นก็อยู่ที่ 110 ระดับมากว่า PlayStation VR ที่ทำได้แค่เพียง 90 ระดับเท่านั้น

จุดที่เหลือและต้องติดตามกันต่อไปก็คือเรื่องของราคาค่าตัวของ PlayStation VR 2 ว่าจะออกมาวางจำหน่ายอยู่ในระดับใดและจะมีปัญหาเรื่องของสินค้าน้อยกว่าความต้องการจนทำให้เกิดการแย่งซื้อเพื่อไปขายเก็งกำไรต่ออีกหรือไม่

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/web/662496-sony-confirms-launch-date-for-playstation-vr-2-headset

ข้อมูลใหม่ AYA NEO NEXT 2 กับ AYN LOKI Mini Pro ที่คุณต้องสนใจ

AYA NEO NEXT 2 เปิดตัวอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว มีให้เลือกทั้ง Intel และ AMD ที่เป็นของใหม่ร้อนๆ จากเตาทั้งคู่ ส่วน AYY LOKI Mini Pro มีตัวเลือกที่ใช้หน่วยประมวลผลของทาง Intel วางจำหน่ายแล้ว

AYA NEO
AYA NEO

เปิดตัวอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้วกับ AYA NEO NEXT 2 เครื่องเล่นเกมคอมพิวเตอร์แบบมือถือรุ่นล่าสุดของทาง AYA ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเครื่องเล่นเกมฝั่งคอนโซลอย่าง Nintendo Switch โดยดีไซน์ของตัวเครื่องนั้นก็ไม่ได้มีความแตกต่างอะไรกับภาพที่เคยมีการปล่อยออกมาก่อนหน้านี้

csm AYANEO NEXT 2 4 a11e0c7062

ในการเปิดตัวครั้งนี้นั้นหลักๆ เลยก็คือการเปิดส่วนที่ผู้ใช้หลายคนอยากทราบอย่างหน่วยประมวลผลที่จะถูกใช้งานบน AYA NEO NEXT 2 ซึ่งทาง AYA เองก็เอาใจทั้งสาวก AMD และ Intel ด้วยการเปิดให้ตัวเครื่องมีหลายโมเดลแยกตามหน่วยประมวลผลหลักซึ่งหากเป็นของทางฝั่ง AMD นั้น หน่วยประมวลผลที่จะถูกนำมาใช้งานบน AYA NEO NEXT 2 ก็จะเป็น AMD Ryzen 6000 APUs ส่วนฝั่ง Intel ก็จะเป็น Intel Alder Lake

Advertisementavw
csm AYANEO NEXT 2 2 002870ab11

แต่เดี๋ยวก่อนเพราะทาง AYA ยังมีเซอร์ไพรส์ให้กับแฟนๆ ด้วยการให้ตัวเลือกชิปกราฟิกแบบแยกของทาง Intel อย่าง Intel Arc GPU สำหรับผู้ที่เลือกตัวเลือกเครื่องที่ใช้หน่วยประมวลผลของทาง Intel เอง ทั้งนี้ทาง AYA เองนั้นยังไม่ได้เผยข้อมูลรุ่นของชิปกราฟิกชิปแบบแยกของ Intel Arc ออกมาว่าจะเป็นรุ่นไหน ทว่าทาง VideoCardz เองนั้นก็ได้ให้ข้อมูลเอาไว้ว่าน่าจะเป็นรุ่นที่ไม่แรงมากเท่าไรนักโดยตัวเลือกที่น่าสนใจมีอยู่ 2 ตัวนั่นก็คือ Arc A350M และ Arc A370M

AYANEO NEXT 2 1

ทั้งนี้ตัวเครื่อง AYA NEO NEXT 2 นั้นจะมีขนาดใหญ่กว่ารุ่นพี่ของมันเองอยู่พอสมควร ที่เป็นเช่นนั้นก็น่าจะเพราะมาจากการที่ทาง AYA เลือกใช้งานชุดควบคุมทั้ง 2 ฝั่งหน้าจอที่มาพร้อมกับขนาดใหญ่มากกว่าปกติ แถมยังมี touchpads ถูกใส่เพิ่มเข้ามาทั้ง 2 ด้านของชุดควบคุมอีก

ทั้งนี้ AYA NEO NEXT 2 น่าจะปุ่มที่สามารถกดได้ที่ตำแหน่งทางด้านหลังของตัวเครื่อง(ตามภาพด้านบน) น่าเสียดายที่ทาง AYA ยังคงไม่เผยราคาและวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ AYA NEO NEXT 2 ออกมา ทว่ามีความเป็นไปได้ว่าทาง AYA เองจะเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดก่อนอีกรอบแล้วจึงจะเริ่มวางจำหน่าย


Untitled4850

สำหรับ AYA LOKI Mini Pro รุ่นเล็กที่หลายๆ คนกำลังให้ความสนใจอยู่นั้น ล่าสุดทาง AYA NEO ได้ทำการเปิดตัวโมเดลใหม่ที่ใช้หน่วยประมวลผลของทาง Intel รุ่น Core i3-1215U ซึ่งมีแกนการประมวลผลทั่งหมด 6 แกน 8 threads ความเร็วสัญญาณนาฬิกาสูงสุดจะอยู่ที่ 4.4 Ghz ไม่เพียงแค่นั้นเพราะทาง AYA ยัง พร้อมให้คุณประหยัดได้มากกว่ากับตัวเลือกหน่วยประมวลผลราคาประหยัดอย่าง Pentium 8505 ซึ่งใช้สถาปัตยกรรม Alder Lake-U โดยจะมีแกนการประมวลผลทั้งหมด 5 แกน 6 threads โดยที่ชิปกราฟิกแบบฝังนั้นจะมี Execution Units (EUs) น้อยกว่าบน Core i3-1215U

สำหรับผู้ซื้อที่เลือกซื้อตัวเครื่อง AYA LOKI Mini Pro ที่ใช้หน่วยประมวลผล Core i3-1215U นั้นจะได้รับข้อดีเพิ่มอีกหนึ่งอย่างนั่นก็คือตัวเครื่อง AYA LOKI Mini Pro จะมาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่สุด และท่านยังสามารถที่จะเลือกอัปเกรดหน่วยความจำได้สูงสุดมากถึง 16 GB อีกด้วย โดยจะมีราคาดังต่อไปนี้

  • 8 GB of RAM/128 GB SSD/46.2 Wh battery – US$349 หรือประมาณ 12,340 บาท
  • 16 GB of RAM/128 GB SSD/46.2 Wh battery – US$389 หรือประมาณ 13,750 บาท

ทั้งนี้ AYA LOKI Mini Pro ทุกโมเดลจะมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 6 นิ้วที่มีความละเอียดอยู่ที่ระดับ 1080p

ที่มา : notebookcheck 1, notebookcheck 2

from:https://notebookspec.com/web/656256-aya-neo-next-2-new-gaming-handheld-presented-with-steam-deck-looks-and-intel-arc-dgpu-or-amd-radeon-rx-6000-options