คลังเก็บป้ายกำกับ: GAMING_GEAR

10 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON ทั้ง AMD, Intel รวมตัวคุ้มไปจนตัวแรงจัดหนัก ถูกใจรุ่นไหนซื้อได้เลยโดนใจแน่นอน

รวมเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON ตัวเด็ด คิดไม่ออกซื้อรุ่นไหน ดูงบในกระเป๋าแล้วซื้อตามได้เลย

Share image Edit Name 1commart 1

งานอีเว้นท์อย่าง COMMART เป็นงานที่ผู้ใช้หลายๆ คนมาเลือกซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON ก็มีให้เลือกซื้อ และแม้ผู้ใช้ส่วนใหญ่จะเห็นว่ารอซื้อช่วงแฟลชเซลส์บนเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ชั้นนำเจ้าต่างๆ จะได้ราคาถูกจนไม่ต้องไปงานก็ได้ แต่เสน่ห์ของงาน COMMART ที่แพลตฟอร์มออนไลน์ไม่มีให้ คือ ผู้ใช้ได้จับโน๊ตบุ๊คเครื่องจริงว่ารูปลักษณ์ของเครื่องถูกใจหรือไม่ ถ้าถูกใจก็สั่งซื้อและฝากทางร้านอัพเกรดเพิ่มแรมหรือ SSD ได้ทันที และหากเปิดเช็คแล้วมีปัญหาก็ขอเปลี่ยนเครื่องได้ทันที ไม่ต้องรอเคลมผ่านระบบออนไลน์ให้วุ่นวายเลย ได้ความทันใจและอุ่นใจก่อนจะรับโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่กลับมาใช้งาน

Advertisementavw

นอกจากเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON แล้ว ก็ยังมีเกมมิ่งเกียร์อย่างเมาส์, หูฟัง, เกมมิ่งคีย์บอร์ด ฯลฯ ให้เลือกซื้อแบบครบเครื่อง นอกจากนี้เสน่ห์ของงานอีเว้นท์เช่นนี้ คือ มีสินค้าให้เลือกดูมากมาย บางทีอาจเจออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่คิดอยากได้แต่หลงลืมไปในงานอีเว้นท์นี้ก็ได้แล้วจะซื้อมาใช้งานหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับตัวผู้ใช้เองได้เลย

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON

สรุปสเปคเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON ทั้ง 10 รุ่น อยากเปลี่ยนเครื่องมาดูทางนี้!

 

สเปคเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON CPU

GPU

SSD

RAM

Software

หน้าจอ

น้ำหนัก

การเชื่อมต่อ ราคา
(บาท)
Acer Nitro 5 AN515-45-R2MT AMD Ryzen 5 5600H

NVIDIA GeForce RTX 3050

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200 MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144Hz

2.2 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

26,900
MSI Bravo 15 B5ED AMD Ryzen 7 5800H

AMD Radeon RX 6500M

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200 MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144Hz

2.35 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.1

29,990
Acer Nitro 5 AN515-58-5026 Intel Core
i5-12500H

NVIDIA GeForce RTX 3060

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200 MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 165Hz

2.5 กก.

Thunderbolt 4 x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

42,290
DELL G15 Gaming-W566311600ATH AMD Ryzen 7 6800H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR5
4800 MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 165Hz

2.52 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.2

46,990
Lenovo Legion 5 15IAH7H Intel Core
i7-12700H

NVIDIA GeForce RTX 3060

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR5
4800 MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 165Hz

2.4 กก.

Thunderbolt 4 x 1 รองรับ DisplayPort

USB-C 3.2 Gen 2 x 2 รองรับ DisplayPort ทั้งสองช่อง มี 1 ช่องรองรับ Power Delivery 135 วัตต์

USB-A 3.2 Gen 1 x 1

HDMI 2.1 x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.1

56,990
ASUS ROG Zephyrus G14 GA402RJ AMD Ryzen 7 6800HS

AMD Radeon RX 6700S

M.2 NVMe
1TB

16GB DDR5
4800 MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home&Student 2021

14″ WQXGA
(2560×1600)
IPS

Refresh Rate 120Hz

Dolby Vision HDR

Adaptive-Sync

Pantone Validated

1.72 กก.

USB-A 3.2 Gen 2 x 2

USB-C 3.2 Gen 2 x 1 รองรับ Power Delivery และ DisplayPort

USB-C 3.2 Gen 2 x 1 รองรับ DisplayPort

HDMI 2.0b x 1

MicroSD Card Reader x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

69,990
Gigabyte Aorus 15 XE5 Intel Core
i7-12700H

NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti

M.2 NVMe
1TB

16GB DDR5
4800 MHz

Windows 11 Home

15.6″ QHD
(2560×1440)
IPS

Refresh Rate 165Hz

2.4 กก.

USB-A 3.2 x 1

USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt 4

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

69,990
Acer Predator Helios 300 Intel Core
i7-12700H

NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti

M.2 NVMe
1TB

32GB DDR5
4800 MHz

Windows 11 Home

15.6″ QHD
(2560×1440)
IPS

Refresh Rate 165Hz

NVIDIA
G-SYNC

2.5 กก.

Thunderbolt 4 x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

MiniDP x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

79,900
MSI GE67HX Raider 12UGS Intel Core
i7-12800HX

NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti

M.2 NVMe
1TB

16GB DDR5
4800 MHz

Windows 11 Home

15.6″ QHD
(2560×1440)
OLED

Refresh Rate 240Hz

VESA DisplayHDR True Black 600

2.38 กก.

USB-A 3.2 x 3

Thunderbolt 4 x 1

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

SD Card Reader x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

85,400
ASUS ROG Zephyrus M16 Intel Core
i9-12900H

NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti

M.2 NVMe
1TB

32GB DDR5
4800 MHz

Windows 11 Home

16″ WQXGA
(2560×1600)
IPS

Refresh Rate 165Hz

100%
DCI-P3

Dolby Vision

Pantone Validated

Adaptive-Sync

Thunderbolt 4 x 1

USB-C 3.2 Gen 2 x 1 รองรับ DisplayPort, Power Delivery และ NVIDIA G-SYNC

USB-A 3.2 Gen 2 x 2

HDMI 2.0b x 1

LAN x 1

MicroSD Card Reader x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

97,990

10 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON รวมตัวแรงน่าซื้อสเปคเวิร์คสุด ณ ตอนนี้ อ่านเสร็จเลือกได้เลย!

เกมเมอร์ที่คิดจะไปอีเว้นท์เพื่อหาซื้อเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON ไว้เล่นเกมสักเครื่อง แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะซื้อรุ่นไหนดี ผู้เขียนก็ได้เลือกรุ่นน่าสนใจในระดับราคาต่างๆ ตั้งแต่ไม่เกิน 3 หมื่นบาท, ไม่เกิน 6 หมื่นบาทและไม่จำกัดงบประมาณแต่สเปคแรงเอาอยู่พร้อมเล่นเกมฟอร์มยักษ์ทุกเกมอย่างแน่นอน โดยทั้ง 10 รุ่นมีดังนี้

  1. Acer Nitro 5 AN515-45-R2MT (26,900 บาท)
  2. MSI Bravo 15 B5ED (29,990 บาท)
  3. Acer Nitro 5 AN515-58-5026 (42,290 บาท)
  4. DELL G15 Gaming-W566311600ATH (46,990 บาท)
  5. Lenovo Legion 5 15IAH7H (56,990 บาท)
  6. ASUS ROG Zephyrus G14 GA402RJ (69,990 บาท)
  7. Gigabyte Aorus 15 XE5 (69,990 บาท)
  8. Acer Predator Helios 300 (79,900 บาท)
  9. MSI GE67HX Raider 12UGS (85,400 บาท)
  10. ASUS ROG Zephyrus M16 (97,990 บาท)
1. Acer Nitro 5 AN515-45-R2MT (26,900 บาท)

1nitro5

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON เครื่องแรกอย่าง Acer Nitro 5 AN515-45-R2MT แม้จะมีรุ่นใหม่เปิดตัวมาแล้ว แต่ Nitro 5 รุ่นนี้นอกจากสเปคจะยังแรงพร้อมเล่นเกมต่างๆ ในตอนนี้ได้สบายๆ อัพเกรดเพิ่มแรมเป็น 16GB ก็ใช้งานได้ดีมากแล้ว Nitro 5 รุ่นนี้มักถูกจัดโปรโมชั่นลดราคาจนต่ำกว่า 25,000 บาทและอาจจะแถมแรมให้ลูกค้าอีกด้วย ซึ่งมันจะเหมาะกับเกมเมอร์ที่มีงบประมาณไม่เยอะแต่ยังอยากได้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON ดีๆ ไว้ใช้สักเครื่อง

ซีพียูเป็น AMD Ryzen 5 5600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz จับคู่การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6 กับหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ มีแรมในเครื่อง 8GB DDR4 บัส 3200MHz พอร์ตที่ตัวเครื่องได้แก่ USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 น้ำหนักเครื่อง 2.2 กิโลกรัม ซึ่งถ้าใครเจอโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้จัดโปรฯ ลดราคาต่ำกว่า 25,000 ไม่ว่าจะแถมหรือไม่แถมแรมก็น่าซื้อ

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-45-R2MT
  • CPU : AMD Ryzen 5 5600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.2 กิโลกรัม
  • Price : 26,900 บาท (Advice)
2. MSI Bravo 15 B5ED (29,990 บาท)

2msibravo15

เกมเมอร์ที่ชื่นชอบผลิตภัณฑ์ของ AMD ล่ะก็ MSI Bravo 15 B5ED น่าจะเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON ที่ถูกใจอย่างแน่นอน เพราะโน๊ตบุ๊คนี้ใช้ซีพียู AMD Ryzen กับการ์ดจอ AMD Radeon จับคู่กัน จึงรีดประสิทธิภาพออกมาได้ดีเป็นพิเศษและราคายังไม่เกิน 30,000 บาทอีกด้วย ซึ่งผู้สนใจสามารถสามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่

รุ่นที่เลือกมาแนะนำสเปคสูงสุดซีพียู AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4GHz ใช้การ์ดจอ AMD Radeon RX 6500M แรม 4GB GDDR6 หน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ มีแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ในตัว มีน้ำหนัก 2.35 กิโลกรัม หากใครสนใจเครื่องนี้นอกจากจะมองหาร้านที่มีส่วนลดหรือมีโปรโมชั่นแถมแรมเป็น 16GB ไปเลย รับรองว่ามันจะใช้งานได้ดีมากแน่นอน

สเปคของ MSI Bravo 15 B5ED
  • CPU : AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4GHz
  • GPU : AMD Radeon RX 6500M แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.35 กิโลกรัม
  • Price : 29,900 บาท (ราคากลาง)
3. Acer Nitro 5 AN515-58-5026 (42,290 บาท)

3nitro5

หากผู้ใช้คนไหนตั้งใจจะซื้อ Acer Nitro 5 รุ่นใหม่ในงาน COMMART GAME ON ครั้งนี้ Acer Nitro 5 AN515-58-5026 รหัสนี้เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON รุ่นที่น่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะมีพอร์ต Thunderbolt 4 Full Function, คีย์บอร์ด 4-Zone RGB และยังเพิ่ม SSD กับแรมได้ด้วย หากใครสนใจสามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่

สเปคแนะนำเป็นซีพียู Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.5GHz ใช้การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6 กับหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz มาให้ มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับแรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 และน้ำหนักเครื่อง 2.5 กิโลกรัม ซึ่งเครื่องนี้จะเหมาะกับคนที่เน้นเล่นเกมโดยเฉพาะทว่าถ้าใครอยากเอาไว้ใช้ทำงาน 3D CG ด้วย จะมีรุ่นที่ติดตั้ง Intel Core i7-12700H ราคา 46,090 บาทให้เลือกด้วย

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-58-5026
  • CPU : Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.5GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz
  • Ports : Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.5 กิโลกรัม
  • Price : 42,290 บาท (Advice)
4. DELL G15 Gaming-W566311600ATH (46,990 บาท)

4dellg15

DELL G15 Gaming-W566311600ATH เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON ที่น่าสนใจไม่ใช่แค่สเปคที่ได้ AMD Ryzen 6000 Series และไฟ LED Backlit บนคีย์บอร์ด Full-size อย่างเดียว เพราะมันมี Microsoft Office Home & Student 2021 ติดตั้งมาด้วย จึงไม่ต้องเสียเงินซื้อโปรแกรมเพิ่มเลยก็ได้

ซีพียูในเครื่องเป็น AMD Ryzen 7 6800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.7GHz มีการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 ติดตั้งมาให้ หน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021 มาพร้อมแรม 16GB DDR5 บัส 4800MHz รองรับการอัพเกรดเพิ่มเป็น 32GB DDR5 มีพอร์ต USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 น้ำหนักเครื่อง 2.52 กิโลกรัม นับเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON เพื่อเกมเมอร์ที่ทำงานแล้วอย่างแน่นอน

สเปคของ DELL G15 Gaming-W566311600ATH
  • CPU : AMD Ryzen 7 6800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 2.52 กิโลกรัม
  • Price : 46,290 บาท (ราคากลาง)
5. Lenovo Legion 5 15IAH7H (56,990 บาท)

5legion5

ถ้าพูดถึงเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON สเปคดีระบายความร้อนได้ยอดเยี่ยมและมีไฟ RGB สวยงามและหน้าจอเป็น Dolby Vision HDR ล่ะก็ Lenovo Legion 5 15IAH7H เป็นรุ่นที่มีคุณสมบัติตามที่ว่ามาข้างต้นทั้งหมดและยังต่อหน้าจอแยกได้พร้อมกัน 3 จออีกด้วย ถ้าใครสนใจรุ่นนี้อยู่แล้วแต่อยากได้รายละเอียดเพิ่ม ก็สามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่

รุ่นที่เลือกมาแนะนำนี้ติดตั้งซีพียู Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz จับคู่การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6 กับหน้าจอคุณภาพสูงขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz รองรับ NVIDIA G-SYNC, Dolby Vision ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR 400 ด้วย มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ในตัว มีแรมจากโรงงาน 16GB DDR5 บัส 4800 MHz มีพอร์ต Thunderbolt 4 x 1 รองรับ DisplayPort, USB-C 3.2 Gen 2 x 2 รองรับ DisplayPort ทั้งสองช่อง มี 1 ช่องรองรับ Power Delivery 135 วัตต์, USB-A 3.2 Gen 1 x 1, HDMI 2.1 x 1, Audio combo x 1 ติดตั้งมาให้ รองรับ Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ในตัว ส่วนน้ำหนักเครื่อง 2.4 กิโลกรัม ดูโดยรวมแล้วถือว่า Lenovo Legion 5 นี้เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON สำหรับเกมเมอร์และครีเอเตอร์ที่ต้องการโน๊ตบุ๊คเกมมิ่งที่ทำงานครีเอเตอร์ได้ด้วย

สเปคของ Lenovo Legion 5 15IAH7H
  • CPU : Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR5 บัส 4800 MHz
  • Monitor : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz, Response Time 3ms ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB, VESA DisplayHDR 400, Dolby Vision รองรับ NVIDIA G-SYNC ความสว่าง 300Nits
  • Port : Thunderbolt 4 x 1 รองรับ DisplayPort, USB-C 3.2 Gen 2 x 2 รองรับ DisplayPort ทั้งสองช่อง มี 1 ช่องรองรับ Power Delivery 135 วัตต์, USB-A 3.2 Gen 1 x 1, HDMI 2.1 x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax, Bluetooth 5.1
  • Camera : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.4 กิโลกรัม
  • Price : 56,990 บาท (ราคากลาง)
6. ASUS ROG Zephyrus G14 GA402RJ (69,990 บาท)

6g14

ASUS ROG Zephyrus G14 GA402RJ นี้เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON รุ่นที่ผ่านมาตรฐานเป็น AMD Advantage ซึ่งหน้าจอมีขอบเขตสีกว้างความละเอียดสูง, แบตเตอรี่ใช้งานต่อเนื่องได้นาน 10 ชั่วโมง, มีกล้อง IR Camera ใช้สแกนใบหน้าปลดล็อคเครื่องได้และยังมี Microsoft Office Home & Student 2021 ติดตั้งมาให้ด้วย ผู้สนใจสามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่

รุ่นที่ผู้เขียนแนะนำติดตั้งซีพียู AMD Ryzen 7 6800HS แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.7GHz จับคู่การ์ดจอแยก AMD Radeon RX 6700S แรม 8GB GDDR6 กับหน้าจอขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด WQXGA (2560×1600) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 120Hz รองรับ Dolby Vision HDR, Adaptive-Sync ได้รับรอง Pantone Validated การันตีว่าขอบเขตสีหน้าจอกว้างและแม่นยำใช้ทำงานอาร์ทได้อย่างแน่นอน มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home&Student 2021 ติดตั้งมาให้ใช้งาน มีแรมในเครื่อง 16GB DDR5 บัส 4800 MHz มีพอร์ต USB-A 3.2 Gen 2 x 2, USB-C 3.2 Gen 2 x 1 รองรับ Power Delivery และ DisplayPort, USB-C 3.2 Gen 2 x 1 รองรับ DisplayPort, HDMI 2.0b x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio Combo x 1 ติดตั้งมาให้ใช้งาน เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ด้วย และน้ำหนักยังเบามากเพียง 1.72 กิโลกรัมเท่านั้น เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON ที่ไม่ควรมองข้าม ซึ่งในงบประมาณ 70,000 บาทนี้ก็ได้โน๊ตบุ๊คแรงระดับ Desktop Replacement ไว้ใช้งาน และยังได้เซนเซอร์สแกนใบหน้าปลดล็อคเครื่องได้สะดวกมากอีกด้วย

สเปคของ ASUS ROG Zephyrus G14 GA402RJ
  • CPU : AMD Ryzen 7 6800HS แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.7GHz
  • GPU : AMD Radeon RX 6700S แรม 8GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB
  • RAM : 16GB DDR5 บัส 4800 MHz 
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด WQXGA (2560×1600) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 120Hz, Response Time 3ms รองรับ Dolby Vision HDR, Adaptive-Sync, Pantone Validated
  • Ports : USB-A 3.2 Gen 2 x 2, USB-C 3.2 Gen 2 x 1 รองรับ Power Delivery และ DisplayPort, USB-C 3.2 Gen 2 x 1 รองรับ DisplayPort, HDMI 2.0b x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD IR Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home&Student 2021
  • Weight : 1.72 กิโลกรัม
  • Price : 69,990 บาท (Advice)
7. Gigabyte Aorus 15 XE5 (69,990 บาท)

7aorus15

สำหรับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON ในงบ 70,000 บาท อีกรุ่นที่ถือเป็นม้ามืดและยังหาซื้อในงานได้อย่าง Gigabyte Aorus 15 XE5 รุ่นนี้ก็น่าซื้อ เพราะกล้องเว็บแคมมี IR Camera ไว้สแกนหน้าปลดล็อคเครื่องได้, หน้าจอความละเอียดสูงขอบเขตสีกว้าง, คีย์บอร์ดมีไฟ Per-Key RGB และพอร์ต Thunderbolt 4 ติดตั้งมาให้ หากใครสนใจสามารถอ่านรีวิวรุ่นใกล้เคียงได้ที่นี่

ซีพียูเป็น Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6 หน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 1TB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ มีแรม 16GB DDR5 บัส 4800MHz มีพอร์ต USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt 4, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 น้ำหนักเครื่อง 2.4 กิโลกรัม ซึ่งเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON เครื่องนี้เป็นตัวแรงระดับ Desktop Replacement ที่แม้จะไม่ค่อยคุ้นหูก็ตามแต่ก็เป็นแบรนด์เกมมิ่งชั้นนำที่เกมเมอร์รู้จักดี ดังนั้นจะซื้อมาเล่นเกมหรือเอาไว้ทำงานครีเอเตอร์ก็ดีอย่างแน่นอน

สเปคของ Gigabyte Aorus 15 XE5
  • CPU : Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB
  • RAM : 16GB DDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt 4, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD IR Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.4 กิโลกรัม
  • Price : 69,990 บาท (ราคากลาง)
8. Acer Predator Helios 300 (79,900 บาท)

8helios300

Acer Predator Helios 300 เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON ซึ่งผู้เขียนเคยทำรีวิวไปก่อนหน้านี้ หากใครสนใจจุดเด่นและรายละเอียดฉบับเต็มสามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่ แต่จุดเด่นหลักของโน๊ตบุ๊คนี้คือหน้าจอขอบเขตสีกว้างเหมาะกับครีเอเตอร์หรือเกมเมอร์มีปุ่ม Turbo ให้กดเพื่อเร่งพลังการประมวลผลให้สูงยิ่งขึ้นและระบบระบายความร้อนภายในเครื่องจัดว่าดีมาก

ซีพียูของ Predator Helios 300 เป็น Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6 และหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz รองรับ NVIDIA G-SYNC ในตัว ส่วน M.2 NVMe SSD ในเครื่องมีความจุ 1TB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ มีแรม 32GB DDR5 บัส 4800 MHz พอร์ตเครื่องนี้มี Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, MiniDP x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 รองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 และน้ำหนักเครื่องที่ 2.5 กิโลกรัม ถ้าครีเอเตอร์หรือเกมเมอร์คนไหนหาโน๊ตบุ๊คดีๆ มาแทนพีซีก็เหมาะกับเครื่องนี้มาก

สเปคของ Acer Predator Helios 300
  • CPU : Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB
  • RAM : 32GB DDR5 บัส 4800 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz รองรับ NVIDIA G-SYNC
  • Ports : Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, MiniDP x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.5 กิโลกรัม
  • Price : 79,900 บาท (Advice)
9. MSI GE67HX Raider 12UGS (85,400 บาท)

9ge67

ในบรรดาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON ที่ผู้เขียนเลือกมาแนะนำนั้น MSI GE67HX Raider 12UGS เป็นรุ่นที่โดดเด่น เพราะได้หน้าจอพาเนล OLED ค่า Refresh Rate สูงซึ่งเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นแรกที่ใช้พาเนลนี้และยังได้รับการรับรองคุณภาพมากมาย มีระบบระบายความร้อน Cooler Boost 5 มีระบบไฟ RGB “MSI Msytic Light” และมีพอร์ต Thunderbolt 4 จึงต่อหน้าจอแยกได้มากสุด 3 จอพร้อมกันด้วย

ซีพียูใน MSI Raider ติดตั้ง Intel Core i7-12800HX แบบ 16 คอร์ 24 เธรด (8P+8E) ความเร็ว 3.4-4.8GHz มีการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6 มาให้ใช้กับหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล OLED ค่า Refresh Rate 240Hz ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR True Black 600 มี M.2 NVMe SSD ความจุ 1TB ติดตั้ง Windows 11 Home มีแรม 16GB DDR5 บัส 4800MHz ติดตั้งมาให้ มีพอร์ต USB-A 3.2 x 3, Thunderbolt 4 x 1, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, SD Card Reader x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ส่วนน้ำหนักเครื่อง 2.38 กิโลกรัม หากใครอยากเล่นเกมให้สีสันสวยเต็มอิ่มล่ะก็ จอ OLED ของ MSI Rader GE67HX เครื่องนี้คือคำตอบที่ดีมากและยังมีพอร์ตเชื่อมต่อติดตั้งมาครบเครื่อง เอื้อครีเอเตอร์และช่างกล้องทุกท่านเป็นที่สุด

สเปคของ MSI GE67HX Raider 12UGS
  • CPU : Intel Core i7-12800HX แบบ 16 คอร์ 24 เธรด (8P+8E) ความเร็ว 3.4-4.8GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB
  • RAM : 16GB DDR5 บัส 4800 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล OLED ค่า Refresh Rate 240Hz ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR True Black 600
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, Thunderbolt 4 x 1, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, SD Card Reader x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.38 กิโลกรัม
  • Price : 85,400 บาท (Advice)
10. ASUS ROG Zephyrus M16 (97,990 บาท)

10m16

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON รุ่นสุดท้ายในบทความนี้ ผู้เขียนแนะนำเป็น ASUS ROG Zephyrus M16 ที่ได้กล้อง IR Camera สแกนใบหน้าปลดล็อคเครื่องได้, หน้าจอ ROG Nebula Display ขนาด 16 นิ้ว ความละเอียด WQXGA รองรับขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3, Dolby Vision, Pantone Validated, Adaptive-Sync และยังอัพเกรดเพิ่ม SSD, RAM ได้อีกด้วย ผู้ที่สนใจสามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่หรือชมคลิปรีวิวด้านล่างก็ได้

ซีพียูที่ติดตั้งมาให้ในเครื่องเป็น Intel Core i9-12900H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.8-5.0GHz กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6 และหน้าจอ 16 นิ้ว ความละเอียด WQXGA (2560×1600) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 1TB ติดตั้ง Windows 11 Home กับแรม 32GB DDR5 บัส 4800MHz มีพอร์ต Thunderbolt 4 x 1, USB-C 3.2 Gen 2 x 1 รองรับ DisplayPort, Power Delivery และ NVIDIA G-SYNC, USB-A 3.2 Gen 2 x 2, HDMI 2.0b x 1, LAN x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 น้ำหนักเครื่อง 1.9 กิโลกรัม

สเปคของ ASUS ROG Zephyrus M16
  • CPU : Intel Core i9-12900H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.8-5.0GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB
  • RAM : 32GB DDR5 บัส 4800 MHz
  • Display : 16 นิ้ว ความละเอียด WQXGA (2560×1600) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz รองรับขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3, Dolby Vision, Pantone Validated, Adaptive-Sync
  • Ports : Thunderbolt 4 x 1, USB-C 3.2 Gen 2 x 1 รองรับ DisplayPort, Power Delivery และ NVIDIA G-SYNC, USB-A 3.2 Gen 2 x 2, HDMI 2.0b x 1, LAN x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD IR Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.9 กิโลกรัม
  • Price : 97,900 บาท (Advice)

3 1

ซึ่งเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON ทั้ง 10 รุ่นที่เลือกมาแนะนำในบทความนี้เป็นรุ่นเด่นในระดับราคาตั้งแต่ช่วงไม่เกิน 3 หมื่นบาทไปจนกระทั่งหลักเกือบแสนบาท โดยแต่ละรุ่นจะมีจุดเด่นจุดขายแตกต่างกันไปไม่ว่าจะราคาถูกหาซื้อเป็นเจ้าของได้ง่ายหรือจะตัวแรงที่เหมาหน้าที่ทั้งเล่นเกมและทำงานสายครีเอเตอร์ได้แบบครบจบในตัวเดียวก็ได้ หากใครคิดไม่ออกว่าจะซื้อเครื่องไหนก็ดูรุ่นแนะนำจากบทความนี้แล้วไปเลือกซื้อในงานเลยก็ได้

แต่นอกจากได้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON มาเล่นเกมแล้ว อุปกรณ์เสริมและการอัพเกรดสเปคเครื่องให้แรงขึ้นก็สำคัญ ซึ่งถ้าใครซื้อโน๊ตบุ๊คมาแล้วก็อยากให้เตรียมเงินเผื่อไว้อัพเกรดเพิ่มแรม, ใส่ SSD เพิ่มหรือจะหาเกมมิ่งเกียร์ใหม่ๆ ซื้อพ่วงไปพร้อมกันทีเดียวเลย จะได้ครบเซ็ตพร้อมเล่นเกมในครั้งเดียว ไม่ต้องเสียเวลาซื้อแยกให้วุ่นวายในอนาคต

ส่วนตัวผู้เขียนแนะนำให้เกมเมอร์ที่กำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะไปซื้อเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON ในงานดีหรือจะรออีเว้นท์แฟลชเซลส์บนแพลตฟอร์มออนไลน์ก็อยากเชียร์ให้ไปดูสินค้าจริงในงานมากกว่า จะได้ลองจับถือดูตัวจริงให้เรียบร้อย และถ้าเครื่องไหนมีปัญหาตอนทดลองเปิดเครื่องจะได้ขอเปลี่ยนเครื่องได้ทันท่วงทีไม่ต้องเสียเวลาทำเคลมตามระบบออนไลน์ให้เสียเวลา จะได้เอาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค COMMART GAME ON เครื่องใหม่กลับบ้านมาเล่นเกมได้อย่างมีความสุข


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share image Edit Name 2predatorhelios 1

Share image Edit Name 3acergameon 1

Share image Edit Name 2ssd 1

from:https://notebookspec.com/web/676372-10-gaming-laptop-commart-game-on

6 คีย์บอร์ดเกมมิ่งตัวเด็ดเพื่อจริงจังเกมเมอร์ ฟีเจอร์ล้น เล่นเกมเพลิน อัพเดทปลายปี 2022

คีย์บอร์ดเกมมิ่งตัวท็อปสเปคเด็ดเทพ ปลายปีนี้มีของดีให้เลือกเพียบ!!

Share image Edit Name 1gamingkb 1 1

คีย์บอร์ดเกมมิ่งเป็นอุปกรณ์เกมมิ่งสำคัญอีกชิ้นไม่แพ้เมาส์เกมมิ่งดีๆ เลย หากเลือกคีย์บอร์ดที่ฟีเจอร์ตอบโจทย์และถูกสไตล์ของเราแล้ว นอกจากจะเล่นเกมได้สนุกก็ยังใช้ทำงานต่างๆ ได้ง่ายยิ่งขึ้นอีกด้วย ซึ่งคีย์บอร์ดเกมมิ่งดีไซน์ยอดนิยมของเกมเมอร์มักเป็นขนาด Tenkeyless ซึ่งไม่มีชุด Numpad ติดตั้งมาให้ แต่ในยุคนี้หลายๆ บริษัทปรับตัวมาทำงานแบบผสม ให้พนักงาน Work From Home สลับกับเข้าบริษัทได้แล้ว จะใช้คีย์บอร์ด Tenkeyless ก็อาจทำงานได้ไม่ถนัดเท่าแบบ Full-size อย่างแน่นอน โดยเฉพาะนักบัญชีที่ต้องทำงานกับตัวเลขเยอะๆ นั้นยิ่งขาด Numpad ไม่ได้เลย

Advertisementavw

นอกจากเวลางาน หลายๆ คนก็คลายเครียดจากงานประจำของตัวเองด้วยการเล่นเกมต่างๆ ซึ่งคีย์บอร์ดก็เป็นอุปกรณ์ควบคุมตัวละครในเกมที่สำคัญมากอีกชิ้น ซึ่งเกมเมอร์หลายๆ คนอาจจะมองว่าเป็นคีย์บอร์ดธรรมดาหรือแบบเมคานิคเท่านั้น ซึ่งจะใช้เกณฑ์ดังกล่าวเป็นตัวเลือกก็ได้ แต่ถ้าใส่ใจรายละเอียดต่างๆ เพิ่มขึ้นไม่ว่าจะดีไซน์, ฟีเจอร์และลูกเล่นต่างๆ ของคีย์บอร์ดตัวนั้นเพิ่มหน่อยรับรองว่าจะได้คีย์บอร์ดคู่ใจตัวใหม่น่าใช้มาคู่กับพีซีของเราแน่นอน

คีย์บอร์ดเกมมิ่ง

สำหรับหลักการเลือกคีย์บอร์ดเกมมิ่งนั้นไม่ยากนักและยังเอาหลักการนี้ไปใช้เลือกเมาส์เกมมิ่งได้ด้วย ซึ่งจุดที่ต้องโฟกัสก่อนเลือกจะมีทั้งหมด 5 เรื่องด้วยกัน ได้แก่

  1. ขนาดของคีย์บอร์ด – เพราะโต๊ะสำหรับวางคีย์บอร์ดและการกวาดมือของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน ซึ่งถ้าเน้นเล่นเกมอย่างเดียวแล้วกวาดมือลากเมาส์ได้กว้างๆ คีย์บอร์ด Tenkeyless เป็นไซซ์ที่ดีและไม่กินพื้นที่บนโต๊ะมากเกินไป แต่ถ้าต้องทำงานด้วยก็เปลี่ยนเป็นแบบ Full-size จะทำงานได้ถนัดกว่าอย่างแน่นอน
  2. ฟีเจอร์และเทคโนโลยีในคีย์บอร์ด – ฟีเจอร์ที่ต้องใส่ใจหลักๆ 2 อย่าง ได้แก่ N-Key Rollover ซึ่งช่วยให้ทุกปุ่มที่เรากดทำงานและ Anti-Ghosting ทำให้เวลากดปุ่มบนคีย์บอร์ดแล้วฟังก์ชั่นบนคีย์บอร์ดส่งข้อมูลได้อย่างถูกต้อง ไม่รวนไปส่งคำสั่งเป็นปุ่มอื่นที่อยู่ใกล้ปุ่มที่เรากดแทน นอกจากนั้น ก็ควรดูเรื่องฟังก์ชั่นลูกเล่นอื่นๆ ที่ต้องการเข้าไปด้วย ได้แก่ Multimedia Key ไว้เพิ่มลดหรือเปลี่ยนเพลง, Macro Key ไว้รวบคำสั่งที่กดบ่อย จากปกติที่กด 5-10 คำสั่ง ผสานกันหลายปุ่มให้กดเพียงครั้งเดียวก็ทำงานได้ทันทีแทน, Profile Key ให้ผู้ใช้ปรับโหมดคีย์บอร์ดได้ ว่าจะใช้เล่นเกมหรือทำงาน
  3. คุณภาพงานประกอบ – เป็นจุดใส่ใจไม่แพ้กับฟีเจอร์หรือดีไซน์ของคีย์บอร์ดเลย นั่นเพราะเกมมิ่งคีย์บอร์ดจะมีทั้งบอดี้พลาสติกหรือโลหะ, คีย์แคปฉีดขึ้นรูปจาก ABS หรือ PBT ซึ่งมีความทนทานตัวอักษรลอกแตกต่างกัน โดยพลาสติก ABS แม้จะมีความบางและให้แสงไฟ RGB ลอดได้สว่างกว่า แต่ PBT จะแข็งแรงและตัวอักษรเลือนได้ยากกว่า ทว่าเกมมิ่งคีย์บอร์ดบางแบรนด์อาจใช้พลาสติก ABS ซึ่งฉีดเนื้อพลาสติกมาหนาและแข็งแรงกว่าก็กลายเป็นข้อยกเว้นได้
  4. การเชื่อมต่อ – ส่วนใหญ่ในปัจจุบันนี้ เกมมิ่งคีย์บอร์ดจะเชื่อมต่อกับพีซีด้วยสาย USB-A x 1 ช่องเป็นหลักเพื่อใช้เชื่อมต่อใช้งานคีย์บอร์ดเป็นหลักและมักเป็นสายแบบฝังติดมากับตัวคีย์บอร์ดเลย แต่บางรุ่นอาจจะเป็นสาย USB-A x 2 หัว โดยมีช่องสำหรับฟีเจอร์ USB Passthrough ซึ่งเป็นช่อง USB 2.0 บนตัวคีย์บอร์ดไว้ให้ผู้ใช้ต่ออุปกรณ์อย่างเมาส์, คีย์บอร์ดหรือแฟลชไดรฟ์ให้ใช้งานได้โดยไม่ต้องเอื้อมไปต่อกับคอมพิวเตอร์ก็ได้และบางรุ่นผู้ผลิตอาจจะออกแบบให้ถอดสายได้ให้ผู้ใช้สามารถนำคีย์บอร์ดติดตัวไปไหนมาไหนได้สะดวกหรือจัดสายบนโต๊ะคอมได้ง่าย และปัจจุบันนี้ก็มีเกมมิ่งคีย์บอร์ดไร้สาย เชื่อมต่อด้วย USB 2.4GHz Dongle ให้เลือกซื้อ ข้อดีคือสายไม่รกรุงรังแต่ก็ต้องชาร์จแบตเตอรี่เป็นระยะๆ เช่นกัน
  5. ราคา – ข้อนี้เป็นใจความสำคัญของเกมเมอร์หลายๆ คน แม้เกมมิ่งคีย์บอร์ดตัวนั้นๆ จะฟีเจอร์เยอะล้นตัว ดีไซน์อลังการถอดแยกชิ้นส่วนได้ มีอุปกรณ์เสริมมากมาย แต่ถ้ารูปแบบการใช้งานและเล่นเกมของเราไม่ได้จำเป็นระดับนั้นก็ลดมาซื้อรุ่นที่ราคาไม่แพงมาก ราคาและฟีเจอร์สมเหตุผลและเหมาะต่อรูปแบบการใช้งานของเราก็เพียงพอแล้ว

bernin uben b20J7YbTK8w unsplash

สรุปสเปคคีย์บอร์ดเกมมิ่งตัวเด็ด 6 รุ่น น่าใช้ ฟีเจอร์อลังการ ไฟ RGB จัดเต็ม

สเปคคีย์บอร์ดเกมมิ่ง Design

Connection

Switch Features Software ราคา
(บาท)
MSI Vigor GK50 Elite Full-size

USB 2.0

Kailh Box White Switch แบบ Clicky N-Keys Rollover

Full Keys
Anti-Ghosting

Multimedia Key

Windows Lock

MSI Center 2,890
Steelseries APEX 7 Full-size

USB 2.0

SteelSeries QX2 Mechanical RGB Switch แบบ Linear N-Key Rollover

100%
Anti-Ghosting

USB Passthrough

SteelSeries Engine 5,290
ASUS ROG Strix Flare II Animate Full-size

USB 2.0 ค่า Polling Rate 8,000 Hz

ROG NX mechanical switchs

เลือกได้ 2 แบบ เป็น Linear, Clicky

N-Key Rollover

100%
Anti-Ghosting

USB Passthrough

Hot-Swap

AniMe Matrix

Intuitive Controls

Macro

ตั้งค่าได้ 6 Profiles

Windows Lock

Armoury Crate 5,650
ASUS ROG Claymore II Full-size

USB-A

USB-C

USB 2.4GHz Dongle

แบตเตอรี่ 4,000mAh

ROG RX mechanical switchs

เลือกได้ 2 แบบ เป็น Linear, Clicky

N-Key Rollover

100%
Anti-Ghosting

USB Passthrough

Intuitive Controls

Macro

ตั้งค่าได้ 6 Profiles

Windows Lock

Armoury Crate 6,660
Logitech G913 Wireless Gaming Keyboard Full-size

MicroUSB

USB 2.4GHz Dongle

Bluetooth

แบตเตอรี่
30 ชั่วโมง

GL Clicky

GL Tactile

GL Linear

N-Key Rollover

100%
Anti-Ghosting

Macro 3 ปุ่ม

ปุ่ม G1~G5 ตั้งค่าได้ 5 Profiles

Multimedia Keys

Logitech
G HUB
7,290
Razer Huntsman V2 Analog Full-size

USB-C

USB-A 3.0

Razer Analog Optical Switch N-Key Rollover

100%
Anti-Ghosting

Multimedia Keys

Gaming mode

USB 3.0 Passthrough

Razer Chroma

Razer Synapse 3

8,490

6 คีย์บอร์ดเกมมิ่งตัวเด็ด ฟีเจอร์อลังการ RGB จัดเต็ม ถูก พรบ. เกมเมอร์แน่นอน

เกมเมอร์ที่มองหาคีย์บอร์ดเกมมิ่งตัวใหม่มาเล่นเกม แล้วซีเรียสเรื่องงบประมาณพร้อมจ่ายเพื่อซื้อคีย์บอร์ดดีๆ ไว้ใช้เลยล่ะก็ ณ ปัจจุบันนี้ก็มีคีย์บอร์ดเกมมิ่งจากผู้ผลิตเกมมิ่งเกียร์ชั้นนำมาแนะนำทั้งหมด 6 รุ่น พร้อมฟีเจอร์เด็ดๆ ให้เลือก ได้แก่

  1. MSI Vigor GK50 Elite (2,890 บาท)
  2. Steelseries APEX 7 (5,290 บาท)
  3. ASUS ROG Strix Flare II Animate (5,650 บาท)
  4. ASUS ROG Claymore II (6,660 บาท)
  5. Logitech G913 Wireless Gaming Keyboard (7,290 บาท)
  6. Razer Huntsman V2 Analog (8,490 บาท)
1. MSI Vigor GK50 Elite (2,890 บาท)

GK50 ELITE W XS 1

MSI Vigor GK50 Elite ตัวนี้เป็นคีย์บอร์ดเกมมิ่งน่าใช้ ดีไซน์เป็น Full-size พร้อมไฟ RGB บอดี้ท่อนบนเป็นอลูมิเนียมพร้อมสกรีนโลโก้มังกรของ MSI ตั้งค่าคีย์บอร์ดด้วย MSI Center ตั้งค่าและคุมการทำงานได้ มี Multimedia Key, Windows Lock หรือแม้แต่ฟังก์ชั่นปรับไฟ RGB ก็มีติดตั้งมาให้ครบถ้วน มีฟังก์ชั่น N-Keys Rollover, Full Keys Anti-Ghosting ช่วยให้เกมเมอร์กดหลายปุ่มพร้อมกันตอนเล่นเกมได้แล้วคีย์บอร์ดตอบสนองครบถ้วน ใช้สวิตช์เมคานิคอล Kailh Box White Switch เป็นสวิตช์แบบ Clicky เหมือน Blue Switch ซึ่งเป็นเสียงที่เกมเมอร์ต้องถูกใจอย่างแน่นอน เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ด้วยสาย USB 2.0 ก็ใช้งานได้ทันที เป็นคีย์บอร์ดเกมมิ่งตัวแรกเพื่อเกมเมอร์ที่ชื่นชอบแบรนด์ MSI โดยเฉพาะ

สเปคของ MSI Vigor GK50 Elite
  • Design & Connection : Full-size, USB 2.0
  • Switch : Kailh Box White Switch แบบ Clicky
  • Features : N-Keys Rollover, Full Keys Anti-Ghosting, Multimedia Key, Windows Lock
  • Software : MSI Center
  • Price : 2,890 บาท (MSI Shopee Mall)
2. Steelseries APEX 7 (5,290 บาท)

buyimg apex7 001 v2.jpg 1850x800 q100 crop scale optimize subsampling 2

คีย์บอร์ดเกมมิ่งตัวเด็ดที่แม้จะเปิดตัวมาสักพักแล้วก็ยังน่าใช้อย่าง Steelseries APEX 7 นั้นเป็นรุ่นสเปคสูงสุดที่ทางบริษัทมีให้เลือกซื้อ ณ ตอนนี้ โดยบอดี้ของคีย์บอร์ดเป็นอลูมิเนียมซีรี่ส์ 5000 เกรดเดียวกับที่ใช้ประกอบอากาศยานจึงสวยงามแข็งแรงมากและยังมีช่องจัดสายไฟของคีย์บอร์ดติดอยู่ใต้ตัวคีย์บอร์ดด้วย นอกจากนี้ยังมีที่รองข้อมือแถมมาให้ใช้งานและปรับไฟ RGB ได้ ส่วนฟีเจอร์เด่นไม่เหมือนใครของ Apex 7 นี้ คือหน้าจอ OLED สำหรับแสดงผลการตั้งค่าและการแจ้งเตือนจากแอพฯ ต่างๆ ได้ทันที ส่วนสวิตช์ของคีย์บอร์ดนี้เป็น SteelSeries QX2 Mechanical RGB Switch ซึ่งเป็นสวิตช์ Linear มีฟีเจอร์เกมมิ่งครบถ้วนไม่ว่าจะ N-Key Rollover, 100% Anti-Ghosting, USB Passthrough ตั้งค่าโปรไฟล์ได้ 5 แบบและเซฟมาโครได้โดยใช้โปรแกรม SteelSeries Engine เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ด้วยสาย USB ก็พร้อมใช้งานทันที จัดเป็นเกมมิ่งคีย์บอร์ดรุ่นที่ผู้เขียนแนะนำเป็นส่วนตัวรุ่นหนึ่ง ส่วนใครต้องการข้อมูลโดยละเอียดสามารถอ่านรีวิวได้ที่นี่

สเปคของ Steelseries APEX 7
  • Design & Connection : Full-size, USB 2.0
  • Switch : SteelSeries QX2 Mechanical RGB Switch แบบ Linear
  • Features : N-Key Rollover, 100% Anti-Ghosting, USB Passthrough
  • Software : SteelSeries Engine
  • Price : 5,290 บาท (Soundproofbros Shopee)
3. ASUS ROG Strix Flare II Animate (5,650 บาท)

h525 1

ASUS นั้นนอกจากจะมีอุปกรณ์พีซีคุณภาพที่เกมเมอร์ชื่นชอบแล้วยังมีคีย์บอร์ดเกมมิ่งอย่าง ASUS ROG Strix Flare II Animate ให้เลือก ซึ่งบอดี้ของคีย์บอร์ดเป็นอลูมิเนียมพร้อมติดไฟ Mini-LEDs “AniMe Matrix” ปรับเอฟเฟคไฟได้ 312 แบบ, ถอดสวิตช์แบบ Hot-swap ได้, มี USB Passthrough พร้อม Intuitive Controls เอาไว้ปรับ Hotkeys ปรับเสียงลำโพงได้สะดวกและเปลี่ยนไฟ RGB “AURA Sync” ได้ เซฟโปรไฟล์ของคีย์บอร์ดได้ 6 Profiles, ตั้งค่ามาโคร, มีปุ่ม Windows Lock ติดตั้งมาให้และมีฟีเจอร์ N-Key Rollover และ 100% Anti-Ghosting ครบถ้วน ตั้งค่าได้ด้วยโปรแกรม Armoury Crate ใช้การเชื่อมต่อผ่านทางสาย USB 2.0 ส่วนจุดเด่นของ ROG Strix Flare II คือ ตัวคีย์บอร์ดตอบสนองการกดปุ่มได้รวดเร็ว โดยมีค่า Polling Rate 8,000 Hz ซึ่งเร็วกว่าเกมมิ่งคีย์บอร์ดทั่วไป 8 เท่า ส่วนสวิตช์ที่ติดตั้งมาให้เป็น ROG NX mechanical switchs สามารถถอดเปลี่ยนกับ Cherry MX Switch แบบ 3-Pin ได้ทันที เลือกได้ว่าต้องการใช้ Red Switch แบบ Linear หรือ Blue Switch แบบ Clicky เป็นเกมมิ่งคีย์บอร์ดตัวเด็ดที่ตอบโจทย์ทั้งเกมเมอร์และสาย Custom Keyboard อย่างแน่นอน

สเปคของ ASUS ROG Strix Flare II Animate
  • Design & Connection : Full-size, USB 2.0 ค่า Polling Rate 8,000 Hz
  • Switch : ROG NX mechanical switchs เลือกได้ว่าต้องการใช้ Red Switch แบบ Linear หรือ Blue Switch แบบ Clicky
  • Features : N-Key Rollover, 100% Anti-Ghosting, USB Passthrough, Hot-Swap, AniMe Matrix 312 แบบ, Intuitive Controls, Macro, ตั้งค่าได้ 6 Profiles, Windows Lock
  • Software : Armoury Crate
  • Price : 5,650 บาท (ROG TH Shopee Mall)
4. ASUS ROG Claymore II (6,660 บาท)

h5255 1 e1668066743125

คีย์บอร์ดเกมมิ่งของ ASUS อีกรุ่นที่ผู้เขียนแนะนำคือ ASUS ROG Claymore II รุ่นนี้ที่ดีไซน์แตกต่างมาก โดยตัวคีย์บอร์ดเป็น Full-size ที่ถอดแป้น Numpad เป็น Tenkeyless ได้ นอกจากนี้ยังมีที่รองข้อมือแถมมาให้อีกด้วย เชื่อมต่อด้วยสาย USB-A, USB-C หรือจะ USB 2.4GHz Dongle แล้วเล่นแบบไร้สายก็ได้ มีแบตเตอรี่ในตัว 4,000mAh ให้ใช้งานได้ต่อเนื่องนานสุด 43 ชั่วโมง กรณีใช้แบบ Full-size และเปิดไฟ RGB “AURA Sync” ด้วย มี USB Passthrough ให้เชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ และปุ่ม Intuitive Control เอาไว้ตั้งค่า Hotkeys ได้ ติดมาให้เหนือแป้น Numpad พร้อมฟีเจอร์เกมมิ่งต่างๆ ได้แก่ 100% Anti-Ghosting, N-Key Rollover, Macro, Windows Lock ติดตั้งมาให้ เซฟโปรไฟล์ออนบอร์ดไว้ใช้ได้ 6 Profiles และใช้โปรแกรม Armoury Crate ตั้งค่าคีย์บอร์ดเช่นกัน ส่วนสวิตช์เป็น ROG RX ซึ่งเป็นสวิตช์ทรงกล่องดีไซน์พิเศษ ซึ่งทาง ASUS เคลมว่ามันตอบสนองได้รวดเร็วและทนทานมาก เลือกได้ว่าจะใช้ Red Switch แบบ Linear หรือ Blue Switch แบบ Clicky ก็ได้ เป็นคีย์บอร์ดเกมมิ่งที่ลูกเล่นเยอะน่าใช้มาก ถูกใจเกมเมอร์หลายๆ คนอย่างแน่นอน

สเปคของ ASUS ROG Claymore II
  • Design & Connection : Full-size, USB-A, USB-C, USB 2.4GHz Dongle มีแบตเตอรี่ในตัว 4,000mAh ใช้งานได้นาน 43 ชั่วโมง
  • Switch : ROG RX mechanical switchs เลือกได้ว่าต้องการใช้ Red Switch แบบ Linear หรือ Blue Switch แบบ Clicky
  • Features : N-Key Rollover, 100% Anti-Ghosting, USB Passthrough, Intuitive Controls, Macro, ตั้งค่าได้ 6 Profiles, Windows Lock
  • Software : Armoury Crate
  • Price : 6,660 บาท (CHI CHANG Shopee)
5. Logitech G913 Wireless Gaming Keyboard (7,290 บาท)

logitech 1

Logitech G913 Wireless Gaming Keyboard ตัวนี้ก็เป็นคีย์บอร์ดเกมมิ่งหน้าตาเรียบง่ายแต่ Logitech ก็ใส่ฟีเจอร์เกมมิ่งมาครบเครื่องมาก โดยตัวคีย์บอร์ดเป็น Full-size และปุ่มเตี้ยแบบ Low Profile ซึ่งผู้ใช้ที่ชอบแป้นแบบโน๊ตบุ๊คน่าจะถูกใจปุ่มนี้อย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังมีปุ่มปรับ Gaming Mode, Macro Key อีก 4 แบบ, G1~G5 สำหรับปรับตั้งค่าเซ็ตโปรไฟล์ได้ 5 Profiles, ลูกล้อพร้อม Multimedia Keys และปุ่มปรับโหมดการเชื่อมต่อ ว่าจะใช้สาย MicroUSB, USB 2.4GHz Dongle “LIGHTSPEED” หรือ Bluetooth ก็ได้ และมีปุ่มปิดเปิดไฟ RGB “LIGHTSYNC” ด้วย ซึ่งถ้าเปิดไฟ RGB จะใช้งานได้นานสุด 30 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมี N-Key Rollover, 100% Anti-Ghosting ครบถ้วน ส่วนสวิตช์ยังเลือกได้ 3 แบบว่าจะเป็น GL Clicky, GL Tactile, GL Linear ก็ได้ ส่วนการตั้งค่าคีย์บอร์ดทั้งหมดใช้โปรแกรม Logitech G HUB ก็ปรับแต่งคีย์บอร์ดได้เต็มที่ ดังนั้นถ้าใครชอบคีย์บอร์ดเกมมิ่งตัวบางเชื่อมต่อได้หลากหลายแบบก็ซื้อตัวนี้ไปใช้งานได้เลย

สเปคของ Logitech G913 Wireless Gaming Keyboard
  • Design & Connection : Full-size, MicroUSB, USB 2.4GHz Dongle, Bluetooth ใช้งานได้นานสุด 30 ชั่วโมง
  • Switch : GL Clicky, GL Tactile, GL Linear
  • Features : N-Key Rollover, 100% Anti-Ghosting, Macro 3 ปุ่ม, ปุ่ม G1~G5 ตั้งค่าได้ 5 Profiles, ลูกล้อปรับเสียงพร้อม Multimedia Keys
  • Software : Logitech G HUB
  • Price : 7,290 บาท (Logitech Shopee Mall)
6. Razer Huntsman V2 Analog (8,490 บาท)

razer huntsman v2 analog hero desktop

คีย์บอร์ดเกมมิ่งจากแบรนด์ชั้นนำอย่าง Razer นั้น แม้จะมีให้เลือกหลายซีรี่ส์ก็ตาม แต่ ณ ตอนนี้ Razer Huntsman V2 Analog จัดว่าน่าสนใจมาก โดยคีย์บอร์ดเป็น Full-size บอดี้อลูมิเนียม ติดตั้งสวิตช์ Razer Analog Optical Switch ที่ใช้แสงเลเซอร์จับระยะการกดของเราว่าน้ำหนักการกดของเรามากน้อยแค่ไหน ทำให้การกดปุ่มเบาและหนักของเรามีผลต่อการควบคุมตัวละครของเราอย่างชัดเจน เช่น ถ้าเป็นเกมแข่งรถก็เหมือนการกดคันเร่งเบาหรือหนักหรือเกม FPS ก็แยกเป็น 2 คำสั่งในปุ่มเดียว อย่างกดเบาเป็นการหยิบระเบิดขึ้นมาถือรอไว้ และถ้ากดหนักเต็มปุ่มก็ขว้างระเบิดออกไป เป็นต้น จัดเป็นลูกเล่นที่น่าสนใจมาก นอกจากนี้ยังมี Multimedia Keys ติดมาให้เหนือชุด Numpad, USB 3.0 Passthrough และยังมีที่รองข้อมือแบบดูดติดคีย์บอร์ดด้วยแม่เหล็ก, ตั้งโปรไฟล์คีย์บอร์ดได้ 5 แบบ, N-Key Rollover, 100% Anti-Ghosting และ Gaming mode ตั้งค่าไฟ RGB ด้วยโปรแกรม Razer Chroma และเซ็ตการทำงานด้วยโปรแกรม Razer Synapse 3 ได้ เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ด้วยสาย USB-C, USB-A 3.0 ได้ นับเป็นเกมมิ่งคีย์บอร์ดที่โดดเด่นตรงปุ่มสวิตช์

สเปคของ Razer Huntsman V2 Analog
  • Design & Connection : Full-size, USB-C, USB-A 3.0
  • Switch : Razer Analog Optical Switch
  • Features : N-Key Rollover, 100% Anti-Ghosting, Multimedia Keys, Gaming mode, USB 3.0 Passthrough
  • Software : Razer Chroma, Razer Synapse 3
  • Price : 8,490 บาท (Razer Shopee Mall)

jay zhang mFtcZzLruCQ unsplash 1

จะเห็นว่าคีย์บอร์ดเกมมิ่งดีๆ ณ ช่วงปลายปี 2022 นี้ มีรุ่นเด่นให้เลือกซื้อเยอะทีเดียว แต่แม้ราคาจะสูงก็ตาม แต่ก็มีฟีเจอร์และลูกเล่นต่างๆ ใส่มาให้ผู้ใช้จัดเต็มครบเครื่องมาก ทว่าสิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนขอเน้นย้ำก่อนจะซื้อเกมมิ่งคีย์บอร์ดอันใหม่ คือ คุณควรหาลองจับตัวจริง ทดลองพิมพ์และกดใช้งานดูสักเล็กน้อยว่าชอบน้ำหนักปุ่ม, ดีไซน์และลูกเล่นของมันหรือไม่ ซึ่งถ้าถูกใจไม่มีปัญหาใดๆ ก็ซื้อไปใช้งานได้เลย และอย่าลืมโหลดโปรแกรมตั้งค่าเกมมิ่งคีย์บอร์ดมาติดตั้งในเครื่องด้วย จะทำให้เราใช้คีย์บอร์ดเกมมิ่งตัวนั้นๆ ได้เต็มประสิทธิภาพของมันยิ่งขึ้น


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share image Edit Name 2ssd 1 1

Share image Edit Name 2keyboard 1

Share image Edit Name 2keyboard 1

from:https://notebookspec.com/web/674430-6-full-size-gaming-keyboard

7 คีย์บอร์ด Mechanical ราคาไม่เกิน 1,000 บาทก็เล่นเกมได้ดี อัพเดทปลายปี 2022

คีย์บอร์ด Mechanical ปลายปี 2022 นี้มีของดีให้เลือกหลายแบรนด์ ไม่ต้องจ่ายแพงก็ได้นะ

Share image Edit Name 2keyboard 1

คีย์บอร์ด Mechanical ณ ตอนนี้กลายเป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่เกมเมอร์ส่วนใหญ่เลือกซื้อมาใช้กับเกมมิ่งพีซีของตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเหตุผลนั้นคงจะไม่พ้นเรื่องเสียงกระเดื่องที่ดังถูกใจเกมเมอร์ของ Blue Switch หรือไม่ก็ชอบสัมผัสที่กดแล้วได้อารมณ์ ไม่เหมือนคีย์บอร์ดยางที่พยายามปรับแต่งสัมผัสและการตอบสนองให้ดีขึ้น แต่ก็คงยังไม่ถูกจริตของเกมเมอร์บางคนแน่ๆ

Advertisementavw

อย่างไรก็ตาม คีย์บอร์ด Mechanical ในปัจจุบันนี้ราคาไม่ได้แพงมากแล้วต้องจ่ายเงินเป็นพันก็ได้ เพราะตอนนี้ผู้ผลิตอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หลายๆ แบรนด์พากันเข็นคีย์บอร์ด Mechanical ราคาไม่เกินพันออกมามากมายหลายรุ่น ซึ่งมีทั้งแบบ Full-size และขนาดเล็กให้เลือกซื้อ จะหาเอาไว้เล่นเกมหรือทำงานก็โอเคทั้งนั้น

คีย์บอร์ด Mechanical

สรุปสเปคคีย์บอร์ด Mechanical ทั้ง 7 รุ่นน่าใช้ในงบพันเดียว ทำงานดีเล่นเกมเพลิน!

สรุปสเปคคีย์บอร์ด Mechanical เลย์เอ้าท์ สวิตช์ พอร์ต ระบบปฏิบัติการ
ที่รองรับ
ราคา
(บาท)
Tsunami Outemu
MK-61
60% Compact Blue Switch

Red Switch

Brown Switch

USB-C Windows

macOS

Linux

Android 

599
PHILIPS SPK8901 Tenkeyless

ปรับไฟ RGB
20 โหมด

Blue Switch USB Windows 550
Razeak
RK-X16
Full-size

ปรับไฟ RGB
20 โหมด

Blue Switch

19 Keys Anti-Ghosting

USB Windows

macOS
(ไม่มีไฟ RGB)

519
IWACHI IK-1 Full-size

ปรับไฟ RGB
9 โหมด

Blue Switch

26 Keys Anti-Ghosting

Multimedia Keys

USB Windows 599
EGA Lite Type K103 Full-size

ปรับไฟ RGB ได้

Hot-Swap

Red Switch

Blue Switch

25 Keys Anti-Ghosting

Multimedia Hotkeys

USB Windows

macOS

659
Neolution E-Sport Avatar Full-size

ปรับไฟ RGB ได้ 12 โหมด

Red Switch

Blue Switch

Anti-Ghosting

Multimedia Hotkeys

USB Windows 690
PHILIPS SPK8605 Full-size

ปรับไฟ RGB ได้ 20 โหมด

Blue Switch

Multimedia Hotkeys

USB Windows 839

7 คีย์บอร์ด Mechanical ราคาไม่เกิน 1,000 บาท สเปคน่าใช้ ทำงานดีเล่นเกมเพลิน

เกมเมอร์ที่อยากได้คีย์บอร์ด Mechanical อันใหม่มาใช้งานสักอัน แต่ไม่อยากจ่ายแพงเป็นพันบาทล่ะก็ ณ ตอนนี้ผู้ผลิตเกมมิ่งเกียร์แบรนด์น้องใหม่ในตลาดก็พากันเข็นเมคานิคอลคีย์บอร์ดราคาไม่เกินพันออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้เขียนได้เลือกมาแนะนำทั้งหมด 7 รุ่น ได้แก่

  1. Tsunami Outemu MK-61 (599 บาท)
  2. PHILIPS SPK8901 (550 บาท)
  3. Razeak RK-X16 (519 บาท)
  4. IWACHI IK-1 (599 บาท)
  5. EGA Lite Type K103 (659 บาท)
  6. Neolution E-Sport Avatar (690 บาท)
  7. PHILIPS SPK8605 (839 บาท)
1. Tsunami Outemu MK-61 (599 บาท)

6338d7e0756d38c8b4a7f991f049677b e1667278208646

Tsunami Outemu MK-61 เป็นเมคานิคอลคีย์บอร์ดรุ่นแรกที่นอกจากราคาไม่แพง, มีไฟ RGB แล้ว ยังเลือกสีได้ 3 สี ได้แก่ สีดำ, เทา หรือชมพูก็ได้ ตัวคีย์บอร์ดเป็นขนาด 60% ซึ่งขนาดเล็กประหยัดพื้นที่ โดยมีแต่ชุดแป้นหลัก (Main Island) ซึ่งกะทัดรัดไม่กินพื้นที่เกินไป เลือกสวิตช์ได้ 3 แบบ ได้แก่ Blue, Red, Brown Switch ผลิตโดย Outemu เชื่อมต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ได้ด้วยสาย USB-C รองรับระบบปฏิบัติการ Windows, macOS, Linux, Android ดังนั้นถ้าใครหาคีย์บอร์ด Mechanical เอาไว้เล่นเกมสักตัวแล้วเอาราคาไม่แพงมาก ก็ซื้อรุ่นนี้ไปใช้ได้เลย

สเปคของ Tsunami Outemu MK-61
  • Size : 60% Compact
  • Switch : Blue, Red, Brown Switch ผลิตโดย Outemu
  • Connection : USB-C
  • Supported Operating System : Windows, macOS, Linux, Android 
  • Price : 599 บาท (Tsunami Thailand Shopee Mall)
2. PHILIPS SPK8901 (550 บาท)

Screenshot 2022 11 01 104944

ถ้าพูดชื่อแบรนด์ PHILIPS ขึ้นมา เชื่อว่าผู้ใช้จะคิดถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านก่อนอย่างแน่นอน แต่ทางบริษัทก็มีคีย์บอร์ด Mechanical รุ่น PHILIPS SPK8901 ให้เลือกซื้อด้วย โดยไซซ์คีย์บอร์ดเป็น Tenkeyless เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ด้วยสาย USB ใช้งานกับระบบปฏิบัติการ Windows ได้ทันที ปรับไฟ RGB ที่ตัวคีย์บอร์ดได้ 20 โหมด สวิตช์เป็น Blue Switch ซึ่งข้อดีของคีย์บอร์ด TKL จาก PHILIPS นี้คือมีชุดปุ่มหลักให้ใช้งานครบถ้วน แค่ตัด Numpad ออกเท่านั้น ดังนั้นมันจึงตอบโจทย์ทั้งใช้ทำงานและเล่นเกมอย่างแน่นอน

สเปคของ PHILIPS SPK8901
  • Size : Tenkeyless ปรับไฟ RGB ได้ 20 โหมด
  • Switch : Blue Switch 
  • Connection : USB
  • Supported Operating System : Windows
  • Price : 550 บาท (AK Solution Shopee)
3. Razeak RK-X16 (519 บาท)

7bbd585faa2a38297f65fc15023a78a8 1

 Razeak RK-X16 ตัวนี้ก็เป็นเมคานิคอลคีย์บอร์ดที่น่าใช้อีกรุ่น ซึ่งทางผู้ผลิตได้เสริมฟีเจอร์เอื้อการเล่นเกมเข้ามา ได้แก่ 19 Keys Anti-Ghosting, ไฟ RGB 9 โหมด, ปุ่ม Multimedia 12 ปุ่มให้ใช้งาน ดีไซน์เป็น Full-size มีปุ่มให้ใช้งานครบถ้วน เชื่อมต่อด้วยสาย USB ใช้งานกับพีซีระบบปฏิบัติการ Windows ได้ทันที แต่ถ้าเป็น macOS จะเปิดไฟ RGB ไม่ได้ สวิตช์ในตัวเป็น Blue Switch ซึ่งเมื่อมี Anti-Ghosting ติดมาด้วย ตัวนี้จึงเหมาะกับเกมเมอร์ที่เล่นเกม FPS มาก

สเปคของ Razeak RK-X16
  • Size : Full-size ปรับไฟ RGB ได้ 9 โหมด
  • Switch : Blue Switch มี 19 Keys Anti-Ghosting
  • Connection : USB
  • Supported Operating System : Windows, macOS ใช้ได้แต่ไม่มีไฟ RGB
  • Price : 519 บาท (Huskshop Shopee)
4. IWACHI IK-1 (599 บาท)

8225d4ea440b50411b7e6648df8b3614

IWACHI IK-1 เป็นคีย์บอร์ด Mechanical ขนาด Full-size พร้อมไฟ RGB ปรับได้ 9 โหมด ที่ราคาไม่แรงเกินไป ได้ฟีเจอร์ 26 Keys Anti-Ghotsing, Multimedia Keys เสริมมาให้ จึงกดพร้อมกันหลายปุ่มแล้วยังตอบสนองได้ตามปกติ ปุ่มคีย์บอร์ดเป็น Blue Switch รองรับการเชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB รองรับการเชื่อมต่อกับระบบปฏิบัติการ Windows เป็นหลัก หากใครอยากได้คีย์บอร์ดเกมมิ่งราคาไม่แพง ฟีเจอร์ในตัวเอื้อเกมสาย FPS ด้วยก็น่าพิจารณารุ่นนี้เช่นกัน

สเปคของ IWACHI IK-1
  • Size : Full-size ปรับไฟ RGB ได้ 9 โหมด
  • Switch : Blue Switch มี 26 Keys Anti-Ghosting, Multimedia Keys
  • Connection : USB
  • Supported Operating System : Windows
  • Price : 599 บาท (Gongniu Shopee Mall)
5. EGA Lite Type K103 (659 บาท)

f8598b329de09833dae932f3612d21a1

EGA เป็นแบรนด์เกมมิ่งเกียร์ราคาประหยัดแต่ฟีเจอร์มาครบเครื่อง และเมคานิคอลคีย์บอร์ดราคาไม่เกินพันบาทก็มีรุ่น EGA Lite Type K103 ให้เลือก ซึ่งจุดเด่นของคีย์บอร์ดนี้นอกจากเป็น Full-size พร้อมไฟ RGB, Hotkeys จำนวน 12 ปุ่ม, 25 Keys Anti-Ghosting ในตัว เลือกได้ 2 สี ได้แก่ ขาว, ดำ เลือกได้ว่าจะใช้ Blue, Red Switch เชื่อมต่อเข้ากับ Windows, macOS ด้วยสาย USB เส้นเดียวก็พร้อมใช้งานได้ทันที และคีย์บอร์ดนี้ถอดสวิตช์แบบ Hot-Swap ได้อีกด้วย เหมาะกับเกมเมอร์ที่อยากลองปรับแต่งคีย์บอร์ดด้วยตัวเองเป็นอย่างมาก

สเปคของ EGA Lite Type K103
  • Size : Full-size ปรับไฟ RGB ได้
  • Switch : Red, Blue Switch มี 25 Keys Anti-Ghosting, Multimedia Hotkeys ถอดสวิตช์แบบ Hot-Swap ได้ด้วย
  • Connection : USB
  • Supported Operating System : Windows, macOS
  • Price : 690 บาท (EGA Shopee Mall)
6. Neolution E-Sport Avatar (690 บาท)

1

แบรนด์เกมมิ่งเกียร์ขวัญใจเกมเมอร์อย่าง Neolution E-Sport ก็มีคีย์บอร์ด Mechanical ราคาไม่เกิน 1,000 บาท รุ่น Neolution E-Sport Avatar ให้เลือกด้วย โดยคีย์บอร์ดนี้ก็เป็น Full-size และแถมที่รองข้อมือมาให้ มีไฟ RGB ปรับได้ 12 โหมด รองรับ Anti-Ghosting, Multimedia Hotkeys เลือกสวิตช์ได้ว่าจะใช้ Blue, Red Switch ใช้งานร่วมกับระบบปฏิบัติการ Windows ได้ เชื่อมต่อพีซีด้วยสาย USB แล้วใช้งานได้เลย ถ้าเกมเมอร์คนไหนชื่นชอบแบรนด์ Neolution ก็ซื้อรุ่นนี้ไปใช้ได้

สเปคของ Neolution E-Sport Avatar
  • Size : Full-size ปรับไฟ RGB ได้ 12 โหมด
  • Switch : Red, Blue Switch มี Anti-Ghosting, Multimedia Hotkeys
  • Connection : USB
  • Supported Operating System : Windows
  • Price : 690 บาท (gad777.store Shopee)
7. PHILIPS SPK8605 (839 บาท)

8fb3797dd831a08f23225890f95d1c69 e1667286807520

คีย์บอร์ด Mechanical รุ่นสุดท้ายที่ผู้เขียนเลือกมาแนะนำเป็น PHILIPS SPK8605 ซึ่งเป็นคีย์บอร์ด Full-size พร้อมที่รองข้อมือและไฟ RGB ปรับโหมดไฟได้ 20 แบบ เชื่อมต่อกับพีซีระบบปฏิบัติการ Windows ได้ด้วยสาย USB มีปุ่ม Multimedia Key และวงล้อปรับไฟ RGB และ Volume ติดมาให้ เลือกสีคีย์บอร์ดได้ว่าชอบสีขาวหรือดำ สวิตช์เป็น Blue Switch ซึ่งแบรนด์ PHILIPS นี้ก็จัดว่าน่าใช้และตัวคีย์บอร์ดเป็นสีขาวสวย ซึ่งน่าจะถูกใจผู้ใช้หลายๆ คน จะซื้อเอาไว้ทำงานในออฟฟิศหรือไว้ใช้เล่นเกมในบ้านก็ดี

สเปคของ PHILIPS SPK8605
  • Size : Full-size ปรับไฟ RGB ได้ 20 โหมด
  • Switch : Blue Switch มี Multimedia Hotkeys และวงล้อปรับไฟ
  • Connection : USB
  • Supported Operating System : Windows
  • Price : 839 บาท (Zeerwireless Shopee)

mohammad rahmani jTTDXiNveOs unsplash

เกมเมอร์คนไหนกำลังมองหาคีย์บอร์ด Mechanical ในงบพันเดียวอยู่ล่ะก็ ณ ช่วงปลายปี 2022 นี้ จะเห็นว่ามีแบรนด์ที่คุ้นเคยและแบรนด์ใหม่พากันเปิดตัวคีย์บอร์ด Mechanical ออกมาอีกหลายรุ่นและยังพกฟีเจอร์เด่นๆ มาให้เลือกอีกเพียบ เรียกว่าจ่ายน้อยแต่ได้ของดีไปเล่นเกมเลยก็คุ้มค่าน่าสนใจมาก


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share image Edit Name 1game 1

Share image Edit Name 1bravo15 1

Share image Edit Name 3electricdesk 1

from:https://notebookspec.com/web/673255-7-mechanical-keyboard-under-1000-baht

เก้าอี้เกมมิ่ง 7 รุ่นงบ 5,000 เล่นเกมได้นาน ทำงานไม่เมื่อย ปรับเอนได้ สไตล์หรู

เก้าอี้เกมมิ่ง 5,000 บาท นั่งสบาย ปรับได้ เล่นเกมได้ยาวๆ ดีไซน์ทันสมัย

เก้าอี้เกมมิ่ง

เก้าอี้เกมมิ่ง ถือว่าเป็นเก้าอี้ที่มีบทบาทต่อสรีระและการใช้งานในชีวิตประจำวันของคุณ ไม่ต่างไปจากเก้าอี้ทำงานหรือเก้าอี้ Ergonomic ที่หลายคนรู้จัก ดังนั้นการเลือกใช้ ก็ต้องเลือกที่เข้ากับสรีระในการใช้งานของคุณ โดยเฉพาะท่านั่งที่ต้องถูกหลัก ไม่ทำให้ปวดหลัง รวมถึงต้องมีฟังก์ชั่นเสริม ที่ทำให้คุณนั่งได้สบาย ถูกท่าทาง เพราะจะส่งผลต่อประสิทธิภาพในการเล่นเกม ไม่เมื่อยหรือปวดหลัง และที่สำคัญควรจะต้องมีความทนทานแข็งแรง ให้คุณเล่นเกมได้ยาวนานขึ้น เปลี่ยนอิริยาบทได้ เช่น เอนนอนพักในช่วงเบรก และที่สำคัญต้องมีการรับประกันที่มั่นใจได้ ให้นั่งเล่นเกมสบายขึ้น ถูกสรีระ งบไม่เกิน 5,000 บาท 7 รุ่นน่าใช้ เบาะนุ่ม ปรับเลื่อนได้ รับน้ำหนักได้เยอะ เป็นของขวัญปีใหม่ 2023 กันครับ โดยเก้าอี้ที่เลือกมานี้ จะเน้นไปที่การนั่งที่สบาย วัสดุมีทั้งเป็นแบบหุ้มหนัง


เก้าอี้เกมมิ่ง 7 รุ่นน่าใช้งบ 5,000 บาท


เลือกเก้าอี้เกมมิ่ง

การเลือกเก้าอี้เกมมิ่งให้ถูกใจ มีหลายสิ่งที่คุณอาจจะต้องพิจารณา เพราะบางครั้งดีไซน์สวย ฟังก์ชั่นไม่โดนใจ หรือฟังก์ชั่นดี แต่ปรับเลื่อนอะไรไม่ได้มาก หรือบางทีก็ราคาสูงเกินงบประมาณ ดังนั้นการเลือกไปทีละจุดตามความเหมาะสม หรือเลือกให้ถูกกับการใช้งานและสรีระของคุณ ก็จะทำให้คุณได้เก้าอี้ในแบบที่ถูกใจ ถูกราคา แม้ฟังก์ชั่นบางอย่างจะหายไปบ้าง แต่ก็เข้ากับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้ดี ก็คุ้มค่ามากแล้วครับ

Advertisementavw
เก้าอี้เกมมิ่ง

ดีไซน์: เรื่องของดีไซน์จะพูดถึงเก้าอี้เกมมิ่ง 2 แบบคือ เรื่องของความสวยงาม และขนาด เพราะเป็นเรื่องที่หลายคนให้ความสนใจ และเป็นสิ่งแรกๆ ที่ผู้ใช้มักจะนำมาพิจารณา ซึ่งปัจจุบันก็มีให้เลือกหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็น แนว Racing ดูสปอร์ต ล้ำสมัย อีกแนวจะเป็นแบบพรีเมียม ดูหรูหรา ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับวัสดุที่นำมาหุ้ม เช่น ผ้า หนัง และ PVC เป็นต้น และเรื่องของสีสัน สีที่ฉูดฉาดและการเดินเส้นสาย ก็ทำให้รู้สึกน่าใช้งานไม่แพ้กัน

เก้าอี้เกมมิ่ง

วัสดุ: เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญในการเลือกใช้งานของใครหลายคน ไม่ใช่แค่เก้าอี้เล่นเกมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเก้าอี้ทำงาน ด้วยเช่นกัน โดยที่วัสดุ ที่นำมาหุ้มเบาะเก้าอี้ก็มีหลายแบบเช่นกัน ขึ้นอยู่กับการออกแบบของแต่ละค่าย และแต่ละกลุ่มเป้าหมาย เช่น

  • ผ้าละผ้าตาข่าย ค่อนข้างจะได้รับความนิยมพอสมควร เพราะให้ความรู้สึกนุ่มสบาย ซึ่งข้อดีคือ ระบายอากาศได้ดี โดยเฉพาะที่เป็นแบบตาข่าย ช่วยลดความร้อน เมื่อใช้ไปนานๆ โดยเฉพาะเมื่อไม่ได้ใช้ในห้องแอร์ และมีความทนทานสูง แต่ก็มีข้อควรระวังเหมือนกันคือ สะสมฝุ่นง่าย ต้องทำความสะอาดบ้าง มีตั้งแต่ราคาหลัก 2-3 พันบาท ไปจนถึงเกือบหมื่นบาท ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบอื่นๆ ด้วย ตัวอย่างเช่น เก้าอี้จาก Secretlab OMEGA, AeroCool CROWN AeroWeave หรือ OCPC RIALTA Premium Fabric เป็นต้น
  • วัสดุแบบหนัง ซึ่งมีทั้ง PU และ PVC ก็เป็นอีกแบบที่เราจะเห็นได้บนเก้าอี้เกมมิ่งหลายรุ่น เพราะราคาค่อนข้างประหยัด ให้ทรงได้ดี และมีความทนทานไม่น้อย แต่ก็อาจจะแพ้ทางพวกสารเคมีอยู่บ้าง แต่ในแง่ของการใช้งานและทำความสะอาด ถือว่าสะดวกดีทีเดียว ปัจจุบันก็มีอยู่ในเก้าอี้หลายรุ่น ตั้งแต่พื้นฐาน ไปจนถึงระดับไฮเอนด์ ถ้าคุณมองว่าเน้นราคาประหยัด นั่งสบาย ใช้ในห้องปรับอากาศ ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ
  • หนังแท้ จัดว่าเป็นวัสดุที่ให้ความน่าใช้ในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความทนทาน ซึ่งหากมีการดูแลที่ดี ใช้งานถนอม อาจอยู่ได้หลายปี และความนั่งสบาย เพราะนิ่มให้สัมผัสที่ดี แต่ด้วยสนนราคาที่ค่อนข้างสูง จึงทำให้หลายคน ต้องหันมามอง PU หรือ PVC เพื่อให้อยู่ในงบที่ต้องการ แต่ก็เชื่อว่าถ้างบประมาณ ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับคุณ ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีของหลายคน
เก้าอี้เกมมิ่ง

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของวัสดุ ที่นำมาเป็นที่นั่ง หรือที่พิงหลัง ที่จะมีทั้ง ฟองน้ำขึ้นรูป และ Memory foam รวมถึงโฟมความหนาแน่นสูง High Density Foam และบางรุ่นก็เป็นการรวมความโดดเด่นของทั้ง 2 แบบเข้าด้วยกัน โดยวัสดุเหล่านี้ ก็จะมีข้อดี ข้อด้อยต่างกันไป เช่น เมมโมรีโฟม จะให้ความนุ่มนวลที่ดี เหมาะกับการใช้เป็นเบาะนั่ง และพนักพิง ราคาไม่สูง ส่วนโฟมความหนาแน่นสูง จะให้สัมผัสที่ตึงแน่น นั่งไม่ยวบ ระบายอากาศได้ดี แต่ราคาอาจจะสูงบ้างเป็นต้น

เก้าอี้เกมมิ่ง

การรับน้ำหนัก: ในด้านการรับน้ำหนัก ก็จะเกี่ยวข้องกับโช๊คอัพและล้อที่อยู่ด้านใต้ด้วย นอกเหนือจากโครงสร้าง ที่ทำให้เราใช้ได้อย่างมั่นใจ เพราะเกมเมอร์หลายคน อาศัยเก้าอี้เป็นที่เอนนอน เมื่อพักจากรอบเกมชั่วคราว หรือได้นอนพักผ่อนในช่วงกลางคืน ดังนั้นเก้าอี้ก็ต้องแข็งแรงมากพอ และให้สมดุล เมื่อเอนเก้าอี้ 180 องศา และการรับน้ำหนักพื้นฐานต้องได้อย่างน้อย 100-120Kg. แต่บางรุ่นรับได้ถึง 150Kg. ซึ่งเหมาะกับคนที่มีรูปร่างใหญ่โดยเฉพาะ

ฟังก์ชั่นและการปรับเลื่อน: เก้าอี้สำหรับเล่นเกม มีส่วนอย่างมากกับสรีระของผู้ใช้ และส่วนใหญ่จะออกแบบมาให้ปรับใช้เข้ากับเกมเมอร์ได้ดี เพียงแต่ถ้าคุณเป็นคนที่ต้องการความสบายในการใช้งาน การปรับเลื่อนในจุดต่างๆ ให้เข้ากับการใช้งานได้ในทุกโอกาส ก็เป็นเรื่องที่ดี เก้าอี้บางรุ่น ปรับได้เฉพาะความสูง หรือการปรับเอน แต่บางรุ่นปรับพนักพิง ที่วางแขน ขึ้น-ลง ซ้าย-ขวา หรือเลื่อนไปข้างหน้าได้อีกด้วย เรียกว่าให้ความยืดหยุ่นได้ดี ลองนึกดูก่อนครับว่า ตัวคุณชอบนั่งแบบใด ชอบเอนนอนด้วยมั้ย หรือต้องขยับเลื่อนวางแขนในการเล่นเกมมากแค่ไหน แล้วไปลองใช้งานกันดูครับ ว่าชอบหรือเปล่า

เก้าอี้เกมมิ่ง

อุปกรณ์เสริม: สำหรับเก้าอี้เกมมิ่ง มักจะต่างจากเก้าอี้ทำงานทั่วไป ตรงที่มีชุดเสริมในจุดต่างๆ มาให้ เช่น Lumbar ที่รองหลัง, Head rest หรือที่พิงศีรษะและคอ รวมถึงบรรดาชิ้นที่วาง สัมผัสกับตัวเรา เช่น ที่วางแขน เป็นต้น สิ่งเหล่านี้นอกจากจะต้องรับกับสรีระของเราได้ดีแล้ว การปรับเลื่อนได้เพื่อให้เข้ากับการนั่งของเรา ก็เป็นเรื่องที่สำคัญ เช่นเดียวกับเรื่องของวัสดุที่นำมาใช้ ที่จะมีทั้งเมมโมรีโฟม โฟมหนาแน่นสูง การที่ได้สัมผัสหรือทดลองนั่ง ก็จะเป็นการดีที่สุด เพราะคุณจะได้มั่นใจว่า ใช้งานได้นานและเข้ากับวิถีชีวิตของคุณจริงๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ก็มีส่วนช่วยให้คุณนั่งได้สบายและยาวนานขึ้น ไม่อย่างนั้น คุณก็อาจจะเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะคุณไม่ได้ชื่นชอบและใช้งานอย่างจริงจังนั่นเอง

เก้าอี้เกมมิ่ง

การรับประกัน: เนื่องจากเป็นเก้าอี้ที่อาจถูกใช้งานบ่อยในแต่ละวัน ทำให้คุณต้องพิจารณาถึงเรื่องการรับประกันเอาไว้บ้าง แม้เก้าอี้จะออกแบบมาอย่างแข็งแรงก็ตาม แต่ใช้บ่อยๆ หรือเกมเมอร์บางคน แทบจะใช้ทุกฟังก์ชั่น ปรับเลื่อน หมุน เอนหลัง ที่วางมือ ก็ทำให้มีโอกาสเสียหายได้ เก้าอี้เกมมิ่งส่วนใหญ่จะมาพร้อมประกัน 1-2 ปี แต่ก็จะมีบางรุ่นที่พรีเมียม ราคาสูงขึ้นมา ก็จะประกัน 6 ปี อย่างเช่น Anda seat เป็นต้น

เมื่อเราได้ทราบข้อมูลเบื้องต้นในการพิจารณาจุดสำคัญของเก้าอี้เกมมิ่งกันบ้างแล้ว เราไปลองดูกันครับว่า เก้าอี้ในงบประมาณ 5,000 บาท ที่เรานำมาให้ชมกันในวันนี้ จะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากน้อยเพียงใด เราให้เป็นแนวทางเอาไว้ 7 รุ่นครับ มีรุ่นใดโดนใจคุณบ้าง ไปชมกันเลย


1.RAIDMAX Drakon DK602BK

เก้าอี้เกมมิ่ง

เป็นเก้าอี้เกมมิ่งตัวเริ่มต้นของหลายคนได้เลย เพราะเปิดราคามาประมาณ 4,390 บาทเท่านั้น ในโทนสีดำและวัสดุดูพรีเมียมกับหนัง PU+PVC ให้สัมผัสทื่นุ่มดูสปอร์ต มีทั้ง Lumbar support และพนักพิงที่โอบกระชับ รวมถึงที่รองหัวแบบหมอนมาให้ ปรับที่วางแขนได้ และการเอนเบาะได้สูงสุดที่ 135 องศา กับ Gas Lift ระดับ 3 ทำให้รองรับน้ำหนักได้ที่ 100Kg. ซึ่งอาจจะไม่ได้เยอะมาก แต่ก็รองรับการใช้งานเกมเมอร์ทั่วไปได้ พื้นที่เบาะไม่กว้างนัก เน้นโอบกระชับ ถ้ามองในแง่ความสบาย ก็ถือว่านั่งได้แบบยาวๆ เลย

จุดเด่น ข้อสังเกต
มี Support ทั้งศีรษะและหลัง รับน้ำหนักได้สูงสุด 100Kg.
เอนหลังได้ 135 องศา

ข้อมูลเพิ่มเติม: RAIDMAX


2.NUBWO Emperor Black

เก้าอี้เกมมิ่ง

NBCH007 เป็นเก้าอี้เกมมิ่ง ที่มาในโทนสีดำ และด้านหลังเปิดเป็นช่องคล้ายกับเบาะรถแข่ง เบาะหลังปรับเอนได้มากสุดถึง 180 องศา เรียกว่าเอนนอนได้ตามสะดวก โดยมีโครงสร้างโลหะ ที่ให้ความแข็งแรง และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ชุดไฮดรอลิกปรับระดับความสูงได้ 10cm และรับน้ำหนักได้ถึง 160Kg จุดเด่นอยู่ที่การปรับเลื่อนที่วางแขนได้ทั้งความสูง และหันซ้าย-ขวา เพื่อการวางเข้ากับผู้ใช้ โดยมี Lumbar และ Headrest ที่เป็นหมอนนุ่ม ปรับเลื่อนได้ เป็นแบบสายล็อค ที่นั่งกว้างประมาณ 53.5cm อยู่ในระดับกลางๆ และมีปีกโอบกระชับด้านข้าง ตัวฐานขยายออกมา และล้อ 5 จุด ช่วยกระจายน้ำหนัก วัสดุเป็น PU ช่วยลดเสียง เมื่อเคลื่อนตัวไปมาได้ดี

จุดเด่น ข้อสังเกต
ปรับเอนได้ถึง 180 องศา
รับน้ำหนักได้ 160Kg.

ข้อมูลเพิ่มเติม: NUBWO


3.SIGNO E-SPORT Blacker

เก้าอี้เกมมิ่ง

เป็นเก้าอี้เกมมิ่งในสไตล์ที่ดูพรีเมียมอีกรุ่นหนึ่ง ซึ่งทำออกมาเอาใจคอเกมที่ไม่ชอบความฉูดฉาด ในโทนสีดำขรึม ด้วยวัสดุ PU หุ้มบน High Density Foam กับลวดลายในสไตล์ที่คลาสสิก สะดุดตาตรง Head rest ขนาดใหญ่ เหมาะกับการเอนศีรษะลงนอนที่สุด ปีกข้างเน้นโอบกระชับ เบาะกว้างประมาณ 53cm สำหรับการนั่งได้สบาย พร้อม Lumbar ปรับเลื่อนได้ มีขนาดใหญ่ โลโก้มาในแบบที่โดดเด่น พนักพิงปรับเอนได้ 160 องศา และที่วางมือแบบ 2D เลื่อนขึ้น-ลงและหันซ้าย-ขวาได้ มาพร้อมล้อขนาดใหญ่ ให้การเคลื่อนไหวลื่นไหลมากขึ้นและ Gas lift class 4 รับน้ำหนักได้สูงสุด 150Kg

จุดเด่น ข้อสังเกต
รับน้ำหนักได้ถึง 150Kg. ปรับที่วางแขนได้ 2 แบบ
มี Head rest ขนาดใหญ่

ข้อมูลเพิ่มเติม: SIGNO


4.NUBWO NBCH029 Gray

เก้าอี้เกมมิ่ง

เป็นเก้าอี้เกมมิ่งในสไตล์ที่ดูซอฟต์ลง และน่าจะตรงใจใครที่ชอบเก้าอี้ที่เป็นสัมผัสแบบผ้า วัสดุ Fabric ที่มีคุณสมบัติเย็นสบาย นุ่มนวล ให้การระบายอากาศที่ดีแม้ไม่ได้นั่งห้องปรับอากาศ มี 3 สีให้เลือก เบาะนั่งในแบบเก้าอี้ทำงาน มีโอบไหล่ เพิ่มการนั่งที่สบายขึ้น พร้อมที่รองศีรษะและ Lumbar Cushion ปรับระดับได้ Gas lift รับน้ำหนักได้ 150Kg. ปรับความสูงเพิ่มได้ 10cm และปรับเอนได้ถึง 135 องศา เบาะนั่งกว้าง 52cm ทำความสะอาดง่าย ที่วางแขนขยับได้เล็กน้อย ลงตัวสำหรับคนที่ชอบความนุ่มนวล และการนั่งให้ตรงสรีระมากขึ้น

จุดเด่น ข้อสังเกต
วัสดุหุ้มแบบผ้าสัมผัสสบาย ปรับเอนได้ 135 องศา
รับน้ำหนักได้ 150Kg.

ข้อมูลเพิ่มเติม: NUBWO


5.ONEX GE300

เก้าอี้เกมมิ่ง

สำหรับ ONEX ก็เป็นอีกค่ายหนึ่ง ซึ่งมีไลน์ของเก้าอี้สำหรับเล่นเกมอยู่หลายรุ่น และ GE300 ก็เป็นหนึ่งในซีรีส์ที่ได้รับความนิยม สำหรับคนที่ชอบเรื่องของการระบายอากาศ ยิ่งเป็นเกมเมอร์ที่ไม่ชอบความอึดอัด ลมไม่พัด หรือหลังเปียกเหงื่อ ต้องชื่นชอบเก้าอี้รุ่นนี้ เพราะคุณจะเล่นได้นานขึ้นแ จุดเด่นที่พนักพิงด้านหลังแบบตาข่าย คล้ายกับเก้าอี้ทำงาน แต่เสริม Lumbar และที่รองศีรษะมาให้ เบาะนุ่มกระชับ หุ้มหนัง PU ด้านหลังเป็นตาข่าย PVC ทนทาน ปรับเอนได้ 135 องศา เบาะกว้าง 50cm. ที่พักแขนปรับความสูงได้เพียงอย่างเดียว โดยมี Gas lift class 4 รองรับน้ำหนักได้ 150Kg. น้ำหนักค่อนข้างเบา เคลื่อนไหวสะดวก

จุดเด่น ข้อสังเกต
วัสดุแบบผ้าระบายอากาศได้ดี ปรับเอนได้ไม่มากนัก
น้ำหนักเบา

ข้อมูลเพิ่มเติม: ONEX


6.AeroCool Admiral

เก้าอี้เกมมิ่ง

เก้าอี้เกมมิ่งที่มาในสาย Ergonomic เน้นนั่งสบาย วัดูล้ำสมัย เหมาะกับสรีระของผู้ใช้ กับรูปลักษณ์ที่ดูสปอร์ตยิ่งกว่า เพราะเน้นเหลี่ยมคม ที่ดึงดูดสายตาได้ดี มี Headrest และ Lumbar cushion ขนาดใหญ่ปรับเลื่อนได้มาด้วย Gas lift class 4 รับน้ำหนักได้ 150Kg. ที่นั่งแน่นเป็นแบบ High density foam ที่วางแขนปรับได้ 2 ทิศทาง เบาะรองนั่งที่กว้างระดับ 35cm ให้การเอนหลังได้ 18 องศา ความเป็นหนังพรีเมียม กับลายคาร์บอนดูเข้ากันดีทีเดียว

จุดเด่น ข้อสังเกต
รับน้ำหนักได้ 150Kg. ปรับที่วางแขนได้ 2 แบบ
ให้ความกระชับ นั่งสบาย

ข้อมูลเพิ่มเติม: AeroCool


7.Thunder X3 TC3

เก้าอี้เกมมิ่ง

เก้าอี้ที่ยังคงสไตล์ด้านเกมที่โดดเด่น กับโทนสีที่มีให้เลือกเยอะ วัสดุหุ้มเป็นแบบหนังเจาะรู ความกว้างเบาะประมาณ 52cm รวมปีกที่ยื่นออกไป โดยผสมกับลวดลายของคาร์บอน ดูสปอร์ทน่าสัมผัส ให้อารมณ์การนั่งแน่นและกระชับตามสไตล์ของ High Density Foam ให้ปรับมุมเอนได้ 150 องศา รองรับการปรับเลื่อนที่วางแขนได้ทั้งความสูงและซ้าย-ขวา โดยมี Gas lift class 4 รับน้ำหนักได้ 150Kg ในแง่ของกลไก จัดว่าทำได้แน่นหนา มีที่รองศีรษะกับ Lumbar ที่ปรับเลื่อนได้ ใช้ง่าย ในภาพรวมถือว่าดีไซน์ได้เข้ากับเกมเมอร์ดีทีเดียว

จุดเด่น ข้อสังเกต
วัสดุแบบหนัง เจาะรู ดูสปอร์ท เบาะไม่กว้างมากนัก
รับน้ำหนักได้ 150Kg

ข้อมูลเพิ่มเติม: Thunder X3


Conclusion

RAIDMAX Drakon NUBWO Emperor SIGNO Blacker NUBWO NBCH029 ONEX GE300 Aerocool Admiral Thunder X3 TC3
วัสดุ PU+PVC PU PU Fabric Breathable mesh  Leatherette Leatherette
รับน้ำหนัก 100Kg. 160Kg. 150Kg. 150Kg. 150Kg. 150Kg. 150Kg.
ปรับเอน 135 180 160 135 135 150 150
Gas lift class Class 3 N/A Class 4 N/A Class 4 Class 4 Class 4
เบาะกว้าง 54cm 53.5cm 53cm 52cm 50cm 55cm 52cm
การรับประกัน 1 ปี 1 ปี 1 ปี 1 ปี 1 ปี 1 ปี 1 ปี
ราคา 4,390 4,390 4,790 4,990 4,990 5,190 5,190

ก็เรียกว่าเป็นเก้าอี้เกมมิ่ง 7 รุ่น ที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว ถ้าว่ากันตามราคาประมาณ 5 พันบาท ที่อาจจะมีรุ่นที่เกินไปบ้างอย่าง AeroCool กับ Thunder X3 แต่ก็นิดหน่อยเท่านั้น ซึ่งก็ได้เรื่องความพรีเมียม กับวัสดุและลูกเล่นที่เพิ่มเติมเข้ามา ส่วนในรุ่นเล็กสุด ราคา 4 พันต้นๆ ก็จัดว่ามีความน่าสนใจ สำหรับคนที่งบประมาณจำกัด เรื่องวัสดุและการปรับเลื่อน ก็ยังตอบสนองการใช้งานได้ดีทีเดียว บางรุ่นอย่าง NUBWO กับ ONEX ที่มาในแบบผ้า Fabric ก็น่าสนใจ เพราะให้ความรู้สึกสบายมากขึ้น เมื่อไม่ได้ใช้งานในห้องปรับอากาศ การดูแลเน้นหนักไปที่การใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดมาเช็ดเท่านั้น ไม่ได้ยุ่งยากมากนัก ทั้งนี้สิ่งที่อยากให้พิจารณา ก็เป็นเรื่องของการใช้งานในแต่ละวันของคุณเป็นอย่างไร นั่งเล่นเกมครั้งละนานๆ หรือนานๆ จะเล่นเกมสักที เก้าอี้เล่นเกมแม้จะได้รับการออกแบบ ให้มีท่าการนั่งที่เหมาะสม แต่การปรับเก้าอี้ให้เหมาะกับท่าทางการนั่งประจำของคุณ และนั่งถูกสรีระจะช่วยให้คุณนั่งได้สบายกว่า และลุยกับเกมที่ชื่นชอบได้อีกนานครับ

from:https://notebookspec.com/web/672976-7-gaming-chair-5000-2022

HyperX Pulsefire Haste Wireless เกมมิ่งเมาส์ไร้สาย 16,000DPI แบตอึด จับสบายมือ

HyperX Pulsefire Haste Wireless เกมมิ่งเมาส์ เบาเหมือนนุ่น ไฟ RGB ไหลลื่น 16,000DPI

HyperX Pulsefire Haste Wireless cov7

HyperX Pulsefire Haste Wireless เกมมิ่งเมาส์ไร้สายไซส์กลางๆ เหมาะกับการเล่นเกมทั้ง Action FPS และอื่นๆ น้ำหนักเบาเพียง 61 กรัม ปุ่มสำหรับมาโคร 6 ปุ่ม ให้ความละเอียดสูงถึง 16,000DPI เคลื่อนไหวได้ลื่นไหลกับ Virgin-grade PTFE ที่ใช้เป็น Mouse skate มีความแข็งแรง สวิทช์ที่ทนทาน รองรับการคลิ๊กได้ 80 ล้านครั้ง เพิ่มสายต่อมาให้ในกล่อง สำหรับชาร์จผ่านพอร์ต USB ให้แบตที่อึดใช้ได้ยาวนาน 100 ชั่วโมง เพิ่มความสวยงามด้วยไฟ RGB ที่ Scroll wheel ปรับแต่งได้บนซอฟต์แวร์ HyperX NGENUITY ราคา 2,690 บาท

HyperX Pulsefire Haste Wireless เกมมิ่งเมาส์ไร้สาย


จุดเด่น

Advertisementavw
  • เมาส์ไร้สาย ให้อิสระในการใช้งาน
  • ใช้งานได้นาน 100 ชั่วโมงต่อการชาร์จ
  • มีแสงไฟเพิ่มความสวยงาม ปรับแต่งได้
  • ให้ความละเอียดสูงสุด 16,000DPI
  • เคลื่อนไหวได้อย่างลื่นไหล
  • มีช่องระบายอากาศ สบายมือ

ข้อสังเกต

  • น่าจะมีตัวบอกระดับแบตมาด้วยบนเมาส์
  • ควรมีจุดแสงไฟ RGB ให้มากอีกหน่อย

Specification

HyperX Pulsefire Haste Wireless รายละเอียด
น้ำหนัก สีดำ 61g/ สีขาว 62g
เซ็นเซอร์ Pixart PAW3335
ความละเอียด สูงสุด 16,000 DPI
ปุ่ม 6 ปุ่ม
สวิทช์ซ้าย-ขวา TTX Golden Micro Dustproof Switch
ความทนทานสวิทช์ 80 ล้านครั้ง
หน่วยความจำ 1 โพรไฟล์
Polling Rate 1000Hz
การเชื่อมต่อ สาย/ ไร้สาย 2.4GHz
สายสัญญาณ HyperFlex USB-C to A ถอดได้
วัสดุ Skate Virgin-grade PTFE
แบตเตอรี่ 370mAh ลิเธียม-ไอออน โพลิเมอร์
อายุแบต สูงสุดถึง 100 ชั่วโมง (เมื่อปิดแสงไฟ)
อื่นๆ สายยืดระยะดองเกิล USB
ราคา 2,690 บาท

ข้อมูลเพิ่มเติม: HyperX


Unbox

HyperX Pulsefire Haste

ด้านหน้ากล่องมาในโทนที่แตกต่างจากเดิม ซึ่งมักจะเป็นสีแดงเป็นส่วนใหญ่ แต่ HyperX Pulsefire Haste Wireless รุ่นนี้ มาในโทนสีขาว-ดำ และมีภาพกราฟิกของตัวเมาส์มาให้เห็นแบบชัดๆ เน้นไปที่ Ultra-Lightweight เพราะเมาส์เบาเพียง 62 กรัมเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีโลโก้ของซอฟต์แวร์ HyperX NGENUITY มาด้วย สำหรับการปรับแต่งมาโคร และการปรับแสงไฟ RGB รองรับการใช้งานได้นานถึง 100 ชั่วโมงกับเซ็นเซอร์จาก Pixart 3335 ให้ค่า DPI ได้สูงสุดถึง 16,000 DPI เลยทีเดียว

HyperX Pulsefire Haste

ด้านหลังกล่องจะบอกถึงฟีเจอร์พิเศษ อย่างเช่น TTC Golden Micro Dustproof Sewitch ที่ให้ความทนทานรองรับการกด รวมถึง Mouse skate ในแบบ PTFE Virgin-grade และรองรับการโปรแกรมได้ทั้ง 6 ปุ่มบนตัวเมาส์อีกด้วย

ส่วนด้านข้างกล่องทั้ง 2 ด้านก็จะเป็นรายละเอียดที่บอกคุณสมบัติพื้นฐาน แบบหน้ากล่อง เช่น น้ำหนัก เซ็นเซอร์และระยะเวลาในการใช้งานแบตเตอรี่นั่นเอง

HyperX Pulsefire Haste

เมื่อแกะกล่องออกมา ก็จะมีอุปกรณ์และคู่มือแนะนำอุปกรณ์มาพอสมควร หลักๆ จะมีประมาณ 4-5 ชิ้นด้วยกัน

HyperX Pulsefire Haste

คู่มือแนะนำการใช้งาน แม้จะเป็นเมาส์ที่หลายๆ คนใช้กันอยู่แล้ว แต่ก็แนะนำการใช้ เพื่อให้สะดวกมากขึ้น รวมถึงแนะนำชิ้นส่วนต่างๆ ที่เสริมเข้ามา เช่น แผ่นกันลื่น ที่ใช้แปะบนปุ่ม และแถบด้านข้างที่เป็น Grip นั่นเอง

เป็นวัสดุคล้ายกับยาง เรียกว่า Grip tape ซึ่งเป็นที่เป็นชิ้นส่วน ที่คุณสามารถแกะออกมาแปะเข้ากับเมาส์ได้เลย เพื่อเพิ่มการจับยึดที่แน่นหนามากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการจับเมาส์แนว Palm grip หรือ Claw ก็ตาม

HyperX Pulsefire Haste

Extend Dongle USB สำหรับขยายการเชื่อมต่อ ซึ่งจะมาเป็นสายต่อ USB-A to USB-C และแปลงเป็น USB-A ได้ เพื่อต่อจากด้านหลังเคสได้สะดวกมากขึ้น สายต่อเป็นแบบ HyperFlex จะเป็นแบบเดียวกับ Pulsefire Haste รุ่นที่ใช้ต่อสายปกติ USB ปกติ

HyperX Pulsefire Haste

USB Receiver ตัวรับ-ส่งสัญญาณ WiFi ในแบบ USB ขนาดเล็ก ติดตั้งสะดวก ประหยัดพื้นที่ โดยเฉพาะ คนที่ใช้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค หรือโน๊ตบุ๊คทั่วไป ไม่ต้องกังวลว่าอุปกรณ์อื่นๆ ที่มาต่อใกล้ๆ จะเบียดกัน

HyperX Pulsefire Haste

และเมาส์ก็มาในกล่องกันกระแทกแบบนี้ เป็นกล่องกระดาษสีดำ ที่มีพลาสติกแข็งด้านในอีกชั้นหนึ่ง ส่วนอุปกรณ์เสริมอื่นๆ อยู่ในช่องด้านล่าง


Design

HyperX Pulsefire Haste

มาดูที่ตัวเมาส์ HyperX Pulsefire Haste Wireless กันบ้าง การออกแบบ แทบจะไม่ได้ต่างไปจากรุ่นเดิมที่เป็นแบบมีสาย (Pulsefire Haste) ที่เราได้เคยรีวิวไปก่อนหน้านี้ ภาพด้านบนทางซ้ายเป็นรุ่นเดิมที่มีสาย และทางขวาเป็นรุ่นใหม่แบบไร้สาย ซึ่งทั้งภาพรวมและมิติแทบไม่ได้ต่างกัน

HyperX Pulsefire Haste

เป็นเมาส์ขนาดกลาง ซึ่งให้ผู้ใช้ในเอเซียบ้านเรา จับถือกันได้สะดวก จากภาพด้านบน จะมีทั้งมือผู้หญิงตัวเล็กๆ และมือของเกมเมอร์ผู้ชาย จะเห็นได้ว่า โอบรับจับสะดวกเลยทีเดียว จะต่างจากในกลุ่มของ FPS Pro อยู่ระดับหนึ่ง ซึ่งถ้าใครชอบแนวจับง่าย ไม่ใหญ่เกินไป Pulsefire Haste Wireless รุ่นนี้ ตอบโจทย์ได้ดี ขนาดพอๆ กับ Pulsefire Core

HyperX Pulsefire Haste

ภาพด้านข้าง จะเห็นปุ่มมาโคร 2 ปุ่ม ที่มีมาให้บริเวณกริ๊ปที่จับ ซึ่งใช้งานค่อนข้างสะดวก เดิมๆ จะไม่ได้มีกริ๊ปข้างมาให้ แต่จะเรียบๆ แบบนี้ และคุณสามารถนำกริ๊ปที่มีมาให้ในกล่อง แปะเข้าไปทั้ง 2 ข้างได้เลย เรื่องความสวยงาม อาจจะดูแปลกตาไปบ้าง แต่การจับถือดูถนัดมือมากขึ้น

HyperX Pulsefire Haste

บริเวณที่วางอุ้งมือ ออกแบบเป็นลักษณะของรังผึ้ง ซึ่งถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของเมาส์จาก HyperX รุ่นนี้ จุดเด่นอยู่ที่การระบายอากาศ ที่จะผ่านมือได้มากขึ้น ไม่ค่อยรู้สึกเหนียวมือจากเหงื่อให้น่ารำคาญ ตรงนี้เห็นเมาส์หลายค่ายก็ทำกันอยู่ โดยส่วนตัวก็มองว่า นอกจากจะทำให้ดีไซน์ไม่ซ้ำเดิมจนน่าเบื่อ ก็ยังได้ประโยชน์จากการใช้งานจริงอีกด้วย

HyperX Pulsefire Haste
HyperX Pulsefire Haste Wireless grip 2

บริเวณกริ๊ปด้านข้างขวา เดิมๆ จะปล่อยโล่งเอาไว้ก็ได้ แต่ถ้าคุณจะจริงจังกับการเล่นเกม ก็แนะนำให้แปะกริ๊ปข้างเข้าไปด้วยเลยครับ ช่วยให้คุณจับได้ง่าย ถนัดมือมากยิ่งขึ้น

HyperX Pulsefire Haste

ด้านบนเป็นปุ่มคลิ๊กซ้าย-ขวา ค่อนข้างตอบสนองได้ไว การกดไม่ได้ลึกมาก เหมาะกับเกม FPS และ RTS ดีทีเดียว โดยมีสวิทช์ TTX Golden Micro Dustproof ซึ่งให้ระดับการกดได้ถึง 80 ล้านครั้ง เรื่องเสียงกดก็มีอยู่บ้าง รองรับการกดรัวๆ ได้อย่างสนุก

HyperX Pulsefire Haste Wireless 102

ส่วน Scroll mouse เป็นแบบมีสเตป เลื่อนได้ทีละขั้น เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันเป็นหลัก ส่วนถ้าเล่นเกม ผู้ใช้อาจจะต้องทำความคุ้นเคยสักระยะ โดยเฉพาะกับคนที่เล่นสไนป์ เน้นยิงไกลหรือใช้ในเกมแอ็คชั่นอื่นๆ โดยส่วนตัวผมชอบแบบนี้มากกว่า เพราะทำให้กำหนดระยะได้ง่ายขึ้น ไม่ล้นหรือขาดมากไป

HyperX Pulsefire Haste

ด้านใต้ของเมาส์ก็ยังออกแบบมาเป็นลักษณะของรูๆ แบบรังผึ้งด้วยเช่นกัน ครึ่งบนจะเป็นสติ๊กเกอร์ บอกถึงรุ่น และมาตรฐานต่างๆ ด้านล่างจะเป็นช่องเล็กๆ ในการระบายอากาศ รวมถึงเซ็นเซอร์ Pixart PAW3335 ที่ให้ความละเอียดสูงสุดถึง 16,000DPI โดยที่ปรับแต่งได้จากปุ่มตรงกลางที่อยู่ด้านบนตัวเมาส์ และซอฟต์แวร์ HyperX NGENUITY

HyperX Pulsefire Haste Wireless 69

และอีกสิ่งหนึ่งที่เห็นเป็นช่องเล็กๆ ด้านล่าง สามารถเอาไว้เก็บตัว USB Receiver ได้อีกด้วย จะได้อยู่ด้วยกัน หยิบใช้งานได้สะดวกกว่าเดิม แต่อาจจะแน่นๆ ไปบ้าง เมื่อจะหยิบออกมา และสวิทช์เปิด-ปิดการทำงาน เมื่อไม่ได้ใช้หรือจะพกพาไปใช้ข้างนอก จะได้ประหยัดพลังงานได้มากขึ้น

HyperX Pulsefire Haste

พอร์ต USB-C ที่อยู่ด้านหน้า มีประโยชน์อย่างมากทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น ใช้ชาร์จไฟให้กับเมาส์ และการเชื่อมสัญญาณเมาส์ เพื่อใช้งานร่วมกับซอฟต์แวร์ ในการปรับแต่ง เช่น แสงไฟ RGB หรือการอัพเดตเฟิร์มแวร์ก็ตาม และข้อดีอีกอย่างหนึ่งคือ ต่อสายก็ใช้งานได้นะครับ อันนี้ตามสะดวกเลย

HyperX Pulsefire Haste

การติดตั้งใช้งานก็ง่ายมากๆ แค่หาพอร์ต USB Type-A ว่างๆ สักหนึ่งช่อง แล้วต่อ USB Receiver เข้าไปได้เลย จากนั้นรอจนกว่าระบบจะค้นหาและ Detect ไดรเวอร์จนเสร็จ ซึ่งขั้นตอนที่ว่ามานี้ หากเป็น Windows 10 หรือ Windows 11 จะใช้เวลาแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น

hyperx software 1

แต่สิ่งหนึ่งที่เจอ เมื่อเราติดตั้งอุปกรณ์ไปแล้ว สามารถใช้ได้ทันที แต่เมื่อติดตั้งโปรแกรม HyperX NGEUNITY ระบบจะให้เราต่อสาย USB เข้ากับตัวเมาส์ก่อน เพื่อที่จะทำการอัพเดต Firmware เป็นตัวล่าสุดให้ และเมื่ออัพเดตแล้วคุณจะใช้การปรับแต่งเมาส์ ร่วมกับซอฟต์แวร์ได้ทันที

HyperX Pulsefire Haste

มิติของเมาส์ HyperX Pulsefire Haste Wireless เมื่อเทียบกับ Pulsefire FPS Pro จะเห็นได้ว่า Haste จะเล็กกว่าเล็กน้อย ในแง่ของความยาวและกว้าง ส่วนเลย์เอาท์ปุ่มต่างๆ ยังคงคล้ายคลึงกัน แต่น้ำหนักน้อยกว่าพอสมควร

HyperX Pulsefire Haste

โดยในส่วนของ Scroll mouse นั้น จะมาพร้อมแสงไฟ RGB ที่ปรับแต่งได้ผ่านทางซอฟต์แวร์ ซึ่งเป็นจุดเดียวที่มีแสงไฟสว่างขึ้นมา และเป็นแบบเดียวกับ Pulsefire Haste รุ่นก่อนหน้านี้


HyperX NGENUITY

HyperX Pulsefire Haste

HyperX Pulsefire Haste Wireless รองรับการทำงานบนซอฟต์แวร์ HyperX NGEUNITY ได้ จะมีฟังก์ชั่นให้เลือก 3 ส่วนด้วยกัน คือ Light, Buttons และ Sensor

HyperX Pulsefire Haste

มาเริ่มกันที่ Lights เป็นฟังก์ชั่นสำหรับปรับแต่งแสงไฟบนเมาส์ ที่ปรากฏอยู่บน Scroll wheel มีให้เลือกทั้ง เอฟเฟกต์ของแสงไฟ ความเข้มของแสง และเลือกสีที่ต้องการได้ รวมถึงความเร็วของแสงที่เปลี่ยนไปในแต่ละจังหวะ นอกจากนี้ด้านบน ยังมีฟังก์ชั่นบอกถึงระดับแบตเตอรี่ของเมาส์บอกเอาไว้ด้วย

HyperX Pulsefire Haste

ส่วนของ Brightness ที่อยู่ตรงเมนูด้านบน จะให้คุณเพิ่ม-ลดความสว่างของแสงได้ หรือถ้าไม่อยากให้มีแสงเลย เพราะต้องการใช้งานได้นานขึ้น ให้เลื่อนมาที่ 0% แต่ถ้าจะสวยเด่นเน้นไปที่ 100% ได้เลยครับ

HyperX Pulsefire Haste

ขยับมาที่ Options จะมีให้เลือก Polling Rate หรือความเร็วในการติดต่อสัญญาณกับระบบ ถ้าเล่นเกมปรับที่ 1000Hz ได้เลย เพื่อลดความหน่วงของสัญญาณให้น้อยที่สุด รวมถึงยังปรับ Lift of Distance หรือ LOD ที่เป็นระยะในการยกเมาส์ขึ้นจากพื้น สำหรับเกมเมอร์ที่เล่นเกม แล้วติดที่จะต้องยกเมาส์ในการเคลื่อนไหว เพื่อจำกัดพื้นที่ให้ได้มากที่สุด มีให้เลือก 1mm และ 2mm ตามความถนัด

HyperX Pulsefire Haste

โดยในการปรับแต่งแสงสีนั้น สามารถกด + เพื่อเพิ่มสีที่ชอบ เข้าไปในโหมดเอฟเฟกต์แสงที่เลือกไว้ได้เลย จะมีทั้งสีหลักพื้นฐาน และเลื่อนเพื่อกำหนดสีที่ต้องการได้

HyperX NGENUITY 6

และในฟังก์ชั่น Buttons นี้ จะให้คุณตั้งมาโครปุ่มได้ เพื่อใช้ในโอกาสต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทำงานเอกสาร คีย์ลัดทั่วไป หรือจะเป็นการทำงาน โปรแกรมพิเศษ และการเล่นเกม ซึ่งมีให้เลือกใช้ทั้ง 6 ปุ่ม เช่น ปุ่มคลิ๊กซ้าย-ขวา Scroll wheel และปุ่มด้านข้าง โดยเลือกปุ่มที่ต้องการ จากนั้นไปที่ Assignment และเลือกได้เลยว่า จะให้แทนคีย์บอร์ด เป็นปุ่มคีย์ลัด หรือใช้กับมัลติมีเดีย หรือจะเป็นมาโครในเกม จากนั้นกด Save to mouse เพื่อใช้งานได้ทันที

HyperX Pulsefire Haste

สุดท้ายคือในส่วนของ Sensor ตรงนี้จะให้ผู้ใช้ สามารถเช็คได้ทันทีว่า ตอนนี้เมาส์ใช้ค่า DPI ใดอยู่ โดยจะรายงานเป็นสีตามลำดับ และสามารถให้ผู้ใช้เลือกปรับตั้งค่าได้ตามใจชอบ แต่สีที่ให้มานี้ ก็ค่อนข้างจะแยกความต่างได้ง่ายกว่า


Performance

HyperX Pulsefire Haste

เริ่มต้นจากเรื่องของการใช้งาน เริ่มต้นง่ายๆ จากการชาร์จไฟ ที่เสียบจากพอร์ต USB และใช้งานได้เลย โดยจะมีแบตมาให้แล้วในระดับหนึ่ง แต่ถ้าคุณต้องการจะพกพาไปใช้ข้างนอก แนะนำว่าให้ชาร์จเอาไว้ให้เต็ม โดยคุณจะสามารถใช้ต่อเนื่องได้แบบไม่ชาร์จอยู่ได้หลายวันทีเดียว ติดอย่างเดียวคือ น่าจะมีแสงไฟบอกสถานะแบตบนเมาส์ ก็จะดีไม่น้อยเลย

หลังจากที่อัพเดตไดรเวอร์ เฟิร์มแวร์และปรับแต่งแสงไฟ RGB บนเมาส์เรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มใช้งานกันได้เลย สีสันอาจจะไม่โดดเด่นเท่ากับเมาส์รุ่นพี่อื่นๆ เพราะมีแสงไฟมาเพียงจุดเดียวเท่านั้น และยังมีขนาดเล็กอีกด้วย จะเอาที่ความสวย สีสันสดใส อาจจะพูดไม่ได้เต็มปากนัก แต่ถ้ามองในแง่ของความแปลกแตกต่าง และช่องระบายอากาศ ที่เข้ากับบ้านเราที่เป็นเมืองร้อน ตรงนี้ถือว่า HyperX ทำได้ค่อนข้างดี

HyperX Pulsefire Haste

การวางปุ่มมาโครมาให้ ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้ผู้ใช้ สามารถปรับปรุงรูปแบบการใช้งานของปุ่มได้หลากหลายมากกว่า เพราะไม่ใช่แค่การเล่นเกม ที่คุณจะตั้งมาโคร ให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น เช่น แทนการรีโหลดกระสุน การเติมเลือด หรือจะใช้เป็นการขยับตัวละคร หรือการเทรดสิ่งของบางอย่าง ก็ยังนำมาใช้บน Windows เช่น การซูม-ย่อ ภาพบนจอ การเปลี่ยนหน้าเอกสาร หรือจะใช้เรียกฟังก์ชั่นบนโปรแกรมที่ใช้อยู่ ก็ยังสะดวกอยู่พอสมควร และมีถึง 6 ปุ่มด้วยกัน

HyperX Pulsefire Haste

และความสะดวกของเมาส์ไร้สาย ก็ทำให้หลายคนติดอกติดใจ โดยเฉพาะคนที่ไม่ต้องการสายที่พันกันยุ่งเหยิงเวลาพกพาไปข้างนอก เพราะบางทีเจอปัญหาสายหัก เสียหาย การมีแค่เมาส์และตัวรับส่งสัญญาณ ก็สะดวกกว่าเดิมหลายเท่า นอกจากนี้น้ำหนักยังน้อยมากๆ ทำให้เคลื่อนไหวเมาส์ระหว่างการเล่นเกมได้อย่างสนุกมือ

HyperX Pulsefire Haste

การเคลื่อนไหวเมาส์ทำได้ดีในหลายๆ เกม โดยเฉพาะ Mouse skate ที่อยู่ด้านใต้ เมื่อสไลด์ไปบนเมาส์แพดที่เป็นแบบ Speed ก็ทำให้คุณเคลื่อนที่ได้แบบทันใจ โดยเฉพาะคนที่เล่นเกมแนว Action FPS จะทราบดีว่า หันตัวกับอาวุธไปจัดการศัตรูได้ช้าแค่วินาทีเดียว ก็อาจจะไปเกิดใหม่ได้ทันที หรือเกม MOBA, RTS คุณก็สามารถเลือกตัวละครได้ง่ายขึ้น รวมถึงการเคลื่อนที่ไปยังจุดต่างๆ ได้รวดเร็ว

HyperX Pulsefire Haste

เรื่องของมิติเมาส์ สำหรับมือผู้หญิงไทย ที่คุ้นเคยกับการใช้เมาส์ทั่วไป ที่อาจจะมีขนาดใหญ่ ให้ความเห็นว่าเมาส์ค่อนข้างกระทัดรัด มิติเล็กลง และใช้งานง่ายกว่าเดิม เพราะการจับถือที่ถนัดมือมากมากกว่า จะยกมือจับแบบ Claw หรือจะเน้นวางมือแบบ Palm grip ก็สะดวก จะมีอยู่จุดเดียวคือ นิ้วโป้งจะไปโดนปุ่มมาโครด้านซ้ายมือบ่อยครั้ง เนื่องจากยังไม่ชินกับการจับถือ แต่ปรับตัวได้ไม่ยาก

HyperX Pulsefire Haste

เรื่องของการระบายอากาศ แม้จะไม่ได้มีเป็นพัดลมมาให้ แต่ด้วยช่องเล็กๆ บนเมาส์แบบนี้ ทำให้พื้นที่ที่จะสัมผัสกับมือน้อยลง และมีอากาศเข้ามาถ่ายเทได้ตลอด ก็มีผลทำให้รู้สึกสบายมือมากยิ่งขึ้น ยิ่งในช่วงที่เล่นเกมต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ เหงื่อที่ออกมือก็จะน้อย และไม่ทำให้ผิวสัมผัสเสียไปจากสารเคมีที่อยู่บนมือนั่นเอง ตรงนี้น่าจะทำให้เกมเมอร์หลายคนชื่นชอบ

HyperX Pulsefire Haste

Conclusion

HyperX Pulsefire Haste

เรามาสรุปการใช้งานเกมมิ่งเมาส์ไร้สาย HyperX Pulsefire Haste Wireless กันดีกว่าครับ สิ่งที่อยากพูดถึงเป็นข้อแรกๆ เลยก็คือ อิสระในการใช้งาน ซึ่งเดิมผมใช้รุ่นที่มีสายอยู่ ความเบาก็ดีแล้ว การเคลื่อนไหวก็สะดวก แต่ยังไม่สุด เพราะบางครั้งสายที่เราม้วนไว้ ก็ไปเกี่ยวกับขอบแผ่นรองเมาส์บ้าง หรือถ้าไม่ม้วน ก็กระจัดกระจาย การไม่มีสายจึงดูตอบโจทย์ที่สุด อีกเรื่องหนึ่งคือ ความอึดทนของแบต ที่ใช้กันมาตั้งแต่แรกได้มาก็ยาวๆ มาเลย จนป่านนี้ก็ยังใช้ได้อยู่ แต่ก็ติดอยู่นิดเดียวทำไมไมทำ Indicator หรือตัววัดระดับแบตมาให้เลย ต้องเข้าไปดูในโปรแกรมแทน ส่วนเรื่องการตอบสนอง ก็ถือว่าทำได้ไวดี แต่การเพิ่ม DPI ไปสูงๆ บางทีก็รู้สึกวืดๆ อยู่เหมือนกัน เพราะเมาส์เบามากๆ ส่วนที่รู้สึกใช้งานง่าย นั่นคือ การปรับแต่งที่สะดวก ไม่ซับซ้อน และให้ความยืดหยุ่นได้ดี ส่วนที่อยากให้เติมเข้ามาก็คือ ไหนๆ จะมีแสงสีมาให้แล้ว ก็น่าจะเพิ่มจุดที่มีแสง RGB สว่างมากขึ้น เช่น ด้านใต้เมาส์ หรือบริเวณอุ้งมือ หรือจะเป็นปุ่มปรับ DPI ก็ได้ อย่างเช่นใน Pulsefire Surge อย่างน้อยให้สาวกที่ชอบความสดใสสมกับเกมเมอร์ ได้ตื่นตาตื่นใจในการใช้งานมากขึ้นนั่นเอง ในภาพรวมผมชอบนะ แม้ว่าราคาจะกระโดดจากรุ่นเดิมไปพอสมควร แต่ถ้าดูจากคู่แข่ง ที่ดีไซน์และฟังก์ชั่นใกล้เคียงกัน ราคานี้สมน้ำสมเนื้อดีแล้ว และยังดีกว่าที่คิดไว้ในหลายๆ จุดอีกด้วยครับ

from:https://notebookspec.com/web/672285-hyperx-pulsefire-haste-wireless

ไม่ถึงสี่หมื่น Herman Miller  จับมือ Logitech ออกเก้าอี้เกมมิ่ง Vantum ปรับได้ทุกส่วน มีที่รองหัว

Herman Miller ผู้ผลิตเก้าอี้สำนักงานชื่อดังออกเก้าอี้รุ่นใหม่ร่วมกับ Logitech G เน้นผู้ใช้กลุ่มเกมเมอร์ โดยสามารถปรับได้หลายส่วนให้พอดีกับท่านั่งของผู้ใช้แต่ละคน

ส่วนที่ปรับได้ของเก้าอี้ Ventum มีตั้งแต่ที่รองหัวที่มีส่วนซัพพอร์ตช่วงแผ่นหลังใต้คอ, จุดซัพพอร์ตหลังที่ปรับระดับได้, การเอนตัวที่ปรับได้ทั้งระดับที่เอนได้สูงสุด และความหนืดในการเอนหลัง

ราคาของ Ventum อยู่ที่ 995 ดอลลาร์ นับว่าถูกกว่ารุ่นอื่นๆ พอสมควร ก่อนหน้านี้ Herman Miller เคยออกเก้าอี้เกมมิ่งของตัวเองรุ่น Sayl ราคา 945 ดอลลาร์แต่ก็ปรับได้น้อยกว่ามาก และรูปแบบเก้าอี้ไม่รองหัว

วางขายแล้ววันนี้ในสหรัฐฯ มีสามสีคือ ดำ, ขาวดำ, และแดงดำ แต่จุดปรับจะเป็นสีแดงเท่านั้นแสดงความเป็นเก้าอี้เกมมิ่ง

ที่มา – Herman Miller

No Description

from:https://www.blognone.com/node/130806

7 เมาส์เกมมิ่ง 2022 รุ่นวิชาตัวเบา ไม่หนักมือ ลากเมาส์ไวสะใจ เริ่มต้น 1,190 บาทเท่านั้น

เมาส์เกมมิ่ง 2022 รุ่นน้ำหนักเบา เอาใจคอ FPS ที่อยากลากเมาส์ให้ไวทันใจ!

Share image Edit Name 1gamingmouse 1

เมาส์เกมมิ่ง 2022 นี้ นอกจากดีไซน์, โปรแกรมและฟังก์ชั่นเด่นเฉพาะของเมาส์แต่ละตัวแล้ว จุดเด่นอีกอย่างที่แต่ละแบรนด์หยิบมาเป็นจุดขายแข่งกันอย่างสนุกสนาน นั่นคือ น้ำหนักเมาส์ของใครเบากว่า ซึ่งจุดเด่นนี้มีผลต่อเกมเมอร์หลายๆ คน นั่นเพราะเมื่อตัวเมาส์นั้นเบาแล้ว เกมเมอร์ก็ใช้แรงขยับมันน้อยลงและพาสกรอล์เมาส์พุ่งตรงไปยังเป้าที่ต้องการได้ง่ายและเร็วยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสาย FPS ที่ตัดสินแพ้ชนะกันในเสี้ยววินาทีน่าจะมองหาเมาส์เกมมิ่ง 2022 น้ำหนักเบาเช่นนี้มาประจำมือขวาของตัวเองอยู่อย่างแน่นอน

Advertisementavw

หากเกมเมอร์คนไหนอยากเปลี่ยนเกมมิ่งเกียร์ยกเซ็ตอยู่แล้วกำลังชั่งใจว่าจะซื้อเกมมิ่งคีย์บอร์ดที่เคยแนะนำไปก่อนหน้านี้หรือจะซื้อเมาส์ก่อนดี ในส่วนนี้ผู้เขียนคิดว่าทั้งสองชิ้นนี้มีความสำคัญไม่แพ้กัน ถ้าแนะนำคือ “ให้เริ่มจากชิ้นที่เก่าหรือกำลังจะเสีย” ก่อนเป็นชิ้นแรก แต่ถ้าใครพร้อมซื้อทั้งสองชิ้นก็อยากแนะนำให้ซื้อเกมมิ่งเกียร์เป็นเซ็ตจากแบรนด์เดียวกันจะดีที่สุด นั่นเพราะเราไม่ต้องลงโปรแกรมตั้งค่าเกมมิ่งเกียร์หลายๆ ตัวไว้ในพีซีเครื่องเดียวกัน เวลาจะเซ็ตอัพสักครั้งก็เซ็ตในโปรแกรมเดียวจะสะดวกกว่า

เมาส์เกมมิ่ง 2022

สรุปสเปคเมาส์เกมมิ่ง 2022 ทั้ง 7 รุ่นสุดเบา! ตัวไหนน่าซื้อมาเล่นเกมบ้างมาดูทางนี้!

สเปคเมาส์เกมมิ่ง 2022 Design

Connection

DPI

Software

ความเร็ว

อัตราเร่ง

น้ำหนัก
(กรัม)
ราคา
(บาท)
Razer Viper Mini False Ambidextrous

สาย USB

8,500 DPI

Razer Synapse 3

300 IPS

35G

61 1,190
HyperX Pulsefire Haste False Ambidextrous

สาย USB

16,000 DPI

HyperX NGENUITY

450 IPS

40G

59 1,490
NZXT LIFT False Ambidextrous

สาย USB

16,000 DPI

NZXT CAM

67 1,690
XTRFY M4 RGB Ergonomic
เน้นมือขวา

สาย USB

400
~
16,000 DPI

ไม่มีซอฟท์แวร์

400 IPS

50G

69 1,990
MSI CLUTCH GM41 LIGHTWEIGHT Ergonomic
เน้นมือขวา

สาย USB

USB 2.4GHz
Dongle

20,000 DPI

MSI Dragon Center

400 IPS

50G

74 2,600
Pulsar Xlite V2 Wireless Ergonomic
เน้นมือขวา

สาย USB

USB 2.4GHz
Dongle

50
~
20,000 DPI

Xlite Wireless

400 IPS

50G

59 2,990
Logitech G PRO X Superlight False Ambidextrous

สาย USB

USB 2.4GHz
Dongle

25,600 DPI

LOGITECH G HUB

400 IPS

มากกว่า 40G

น้อยกว่า
63 กรัม
4,669

7 เมาส์เกมมิ่ง 2022 รุ่นวิชาตัวเบา ลากเมาส์ไวสะใจ ถูกใจเกมเมอร์แน่นอน

เกมเมอร์คนไหนมีแผนเปลี่ยนเมาส์เกมมิ่งตัวเก่าเป็นตัวใหม่ที่น้ำหนักเบาลงกว่าเดิม ใช้โปรแกรมตั้งค่าเกมมิ่งเกียร์ได้ด้วยล่ะก็ เมาส์เกมมิ่ง 2022 ทั้ง 7 รุ่นที่ผู้เขียนเลือกมาแนะนำในบทความนี้จัดว่าน่าสนใจมาก โดยมีรุ่นดังนี้

  1. Razer Viper Mini (61 กรัม)
  2. HyperX Pulsefire Haste (59 กรัม)
  3. NZXT LIFT (67 กรัม)
  4. XTRFY M4 RGB (69 กรัม)
  5. MSI CLUTCH GM41 LIGHTWEIGHT (74 กรัม)
  6. Pulsar Xlite V2 Wireless (59 กรัม)
  7. Logitech G PRO X Superlight (น้อยกว่า 63 กรัม)
1. Razer Viper Mini (61 กรัม)

razer viper mini hero desktop

เมาส์เกมมิ่ง 2022 รุ่นแรกต้องยกให้ Razer Viper Mini เป็นเมาส์เกมมิ่งน้ำหนักและราคาเบาเข้าถึงง่าย ดีไซน์แบบ False Ambidextrous ซึ่งจับเมาส์ได้ถนัดทั้งสองมือแต่ปุ่มข้างเมาส์จะเหมาะกับมือขวามากกว่า มีไฟ Razer Chroma RGB ด้วย ใช้การเชื่อมต่อด้วยสาย USB ติดเซนเซอร์ Optical ของ Razer มาให้ ปรับค่า DPI ได้สูงสุด 8,500 DPI มีความเร็วสูงสุด 300 IPS อัตราเร่ง 35G ตั้งค่าปุ่มบนตัวเมาส์ได้ 6 ปุ่มโดยใช้ซอฟท์แวร์ Razer Synapse 3 ปรับแต่งตั้งค่าเมาส์ ส่วนน้ำหนักนั้นเบาเพียง 61 กรัมเท่านั้น ซึ่งถ้าใครชอบเมาส์น้ำหนักเบาแต่ราคาไม่แพงเกินไปก็ซื้อ Viper Mini ไปได้เลย

สเปคของ Razer Viper Mini
  • Design & Connection : False Ambidextrous, สาย USB
  • DPI : สูงสุด 8,500 DPI
  • Speed & Acceleration : 300 IPS, 35G
  • Software : Razer Synapse 3
  • Weight : 61 กรัม
  • Price : 1,190 บาท (JIB)
2. HyperX Pulsefire Haste (59 กรัม)

75407d7ef04c9b83cde6f0ee27a1cedc

อดีตแผนกเกมมิ่งเกียร์ของ Kingston อย่าง HyperX ก็มีเมาส์น้ำหนักเบาอย่าง HyperX Pulsefire Haste ให้เกมเมอร์เลือก ดีไซน์ False Ambidextrous เจาะรูรังผึ้งเพื่อระบายความชื้นที่มือ นอกจากนี้ทางบริษัทยังแถมแผ่นกริ๊พแถมมาให้ติดตัวเมาส์ให้จับได้ถนัดมือยิ่งขึ้น ปรับตั้งค่าตัวเมาส์ได้ด้วยซอฟท์แวร์ HyperX NGENUITY ใช้เซนเซอร์ Pixart 3335 ปรับตั้งค่า DPI ได้สูงสุด 16,000 DPI มีความเร็ว 450 IPS กับอัตราเร่ง 40G ตั้งค่าปุ่มได้ 6 ปุ่มและเชื่อมต่อด้วยสาย USB 2.0 ก็ใช้เล่นเกมได้เลย ส่วนตัวเมาส์เบาเพียง 59 กรัมเท่านั้น นับเป็นเมาส์เกมมิ่ง 2022 น้ำหนักเบาน่าใช้ ได้ของแถมมาครบเครื่องอีกด้วย

สเปคของ HyperX Pulsefire Haste
  • Design & Connection : False Ambidextrous, สาย USB
  • DPI : สูงสุด 16,000 DPI
  • Speed & Acceleration : 450 IPS, 40G
  • Software : HyperX NGENUITY
  • Weight : 59 กรัม
  • Price : 1,490 บาท (HyperX Shopee Mall)
3. NZXT LIFT (67 กรัม)

8d05a66861bcd403ee02342943d0c048

เกมเมอร์น่าจะคุ้นชื่อ NZXT ในฐานะผู้ผลิตเคส, ชุดระบายความร้อนซีพียู, เมนบอร์ดเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ทางบริษัทก็มีเมาส์เกมมิ่ง 2022 น้ำหนักเบาอย่าง NZXT LIFT ให้ซื้อไปเล่นเกมด้วย โดยเมาส์เกมมิ่งตัวนี้ใช้โปรแกรม NZXT CAM ตั้งค่าร่วมกับอุปกรณ์ของบริษัทชิ้นอื่นๆ ดีไซน์ตัวเมาส์เป็น False Ambidextrous ใช้เซนเซอร์ PixArt 3389 ปรับความเร็วได้สูงสุด 16,000 DPI เซฟโปรไฟล์ออนบอร์ดได้ 4 โปรไฟล์ เชื่อมต่อด้วยสาย USB เส้นเดียวก็พร้อมเล่นเกมได้ทันที ส่วนน้ำหนักเมาส์เบาเพียง 67 กรัมเท่านั้น ซึ่งถ้าใครเป็นแฟนคลับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ดีไซน์มินิมอลของแบรนด์นี้ก็น่าซื้อเจ้าเมาส์นี้ไปเล่นเกมมาก นอกจากเข้าเซ็ตแล้วยังใช้งานดีด้วย

สเปคของ NZXT LIFT
  • Design & Connection : False Ambidextrous, สาย USB
  • DPI : สูงสุด 16,000 DPI
  • Speed & Acceleration : –
  • Software : NZXT CAM
  • Weight : 67 กรัม
  • Price : 1,690 บาท (NZXT Shopee Mall)
4. XTRFY M4 RGB (69 กรัม)

0573aaf3c35e342a1579b5e5848484d2

XTRFY (อ่านว่า Extra-Fi) เป็นแบรนด์เกมมิ่งเกียร์สัญชาติสวีเดนที่ไม่มีซอฟท์แวร์ตั้งค่าของตัวเอง ใช้การปรับตั้งค่าแบบออนบอร์ดเป็นหลัก โดยมีเมาส์เกมมิ่ง 2022 น้ำหนักเบารุ่น XTRFY M4 RGB ให้เลือก ดีไซน์ตัวเมาส์ผสมความเรโทรกับความล้ำสมัยเอาไว้ด้วยกันและเจาะรูรังผึ้งระบายอากาศมาให้ ดีไซน์ Ergonomic เน้นมือขวาเป็นหลัก ปรับเลือกค่า DPI เป็นระดับขั้นบันไดตั้งแต่ 400~16000 DPI มีความเร็ว 400 IPS อัตราเร่ง 50G เชื่อมต่อด้วยสาย USB เพื่อใช้งาน ใช้งานได้ทั้ง Windows, macOS ส่วนตัวเมาส์มีน้ำหนัก 69 กรัมเท่านั้น หากเกมเมอร์คนไหนไม่เน้นใช้ซอฟท์แวร์ตั้งค่าเมาส์ให้วุ่นวายนักล่ะก็ XTRFY M4 ตัวนี้จัดว่าน่าสนใจมาก

สเปคของ XTRFY M4 RGB
  • Design & Connection : Ergonomic เน้นมือขวา, สาย USB
  • DPI : 400~16,000 DPI
  • Speed & Acceleration : 400 IPS, 50G
  • Software : –
  • Weight : 69 กรัม
  • Price : 1,990 บาท (Gaming Planet Shopee Mall)
5. MSI CLUTCH GM41 LIGHTWEIGHT (74 กรัม)

9d3997807cac6b21e17eacfa4b28646d

MSI CLUTCH GM41 LIGHTWEIGHT เมาส์เกมมิ่งน้ำหนักเบาจากแบรนด์เกมมิ่งที่ชาวไทยคุ้นหูดีก็มีเมาส์น้ำหนักเบาให้ซื้อไปเล่นเกมด้วย โดย MSI CLUTCH มีไฟ RGB ติดมาให้ในตัวไม่พอ เมาส์ตัวนี้จะเชื่อมต่อสาย USB หรือเล่นไร้สายโดยใช้ USB 2.4GHz Dongle ก็เล่นเกมได้นาน 80 ชั่วโมง รองรับชาร์จไว 10 นาที เล่นเกมได้ 9 ชั่วโมง มี Charging Dock แถมมาให้ด้วย ดีไซน์เมาส์ออกแบบเป็น Ergonomic เน้นมือขวา ใช้ซอฟท์แวร์ MSI Dragon Center ปรับตั้งค่าทั้งหมดของตัวเมาส์ ปรับค่า DPI ได้สูงสุด 20,000 DPI มีความเร็ว 400 IPS อัตราเร่ง 50G และน้ำหนักเบา 74 กรัม เทียบแล้วต้องถือว่า MSI CLUTCH GM41 LIGHTWEIGHT เป็นเมาส์เกมมิ่ง 2022 ราคาไม่แรงแต่สเปคดี ยิ่งถ้าใครใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรือเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คของ MSI อยู่แล้วยิ่งน่าซื้อมาใช้มากๆ ส่วนผู้ที่สนใจเมาส์ตัวนี้สามารถอ่านรีวิวได้ที่นี่

สเปคของ MSI CLUTCH GM41 LIGHTWEIGHT
  • Design & Connection : Ergonomic เน้นมือขวา, สาย USB, USB 2.4GHz Dongle
  • DPI : สูงสุด 20,000 DPI
  • Speed & Acceleration : 400 IPS, 50G
  • Software : MSI Dragon Center
  • Weight : 74 กรัม
  • Price : 2,600 บาท (MSI Shopee Mall)
6. Pulsar Xlite V2 Wireless (59 กรัม)

74c0da6ba94f4831ba8ea1c65a7f59cf

ถ้าถามว่าเมาส์เกมมิ่ง 2022 ตัวไหนเบาสุดในบทความนี้ ต้องยกให้ Pulsar Xlite V2 Wireless ตัวนี้ไปเลย เพราะเมาส์ตัวนี้เบาเพียง 59 กรัม งานประกอบแข็งแรงและทางบริษัทยังออกแบบวางบาลานซ์น้ำหนักให้สมดุลย์ ไม่หนักตรงส่วนไหนส่วนหนึ่งเป็นพิเศษ ยึดดีไซน์ Ergonmic เน้นมือขวาเช่นกัน ใช้ซอฟท์แวร์ Xlite Wireless ตั้งค่าตัวเมาส์ได้โดยละเอียด เซ็ต DPI ได้ตั้งแต่ 50~20,000 DPI มีความเร็ว 400 IPS อัตราเร่ง 50G เชื่อมต่อใช้งานด้วยสาย USB-C หรือเล่นแบบไร้สายด้วย USB 2.4GHz Dongle ก็ใช้ได้นาน 70 ชั่วโมง ดังนั้นถ้าใครชอบเมาส์เบาถึงใจ จับถนัดมือขวาของตัวเองด้วยล่ะก็ Pulsar Xlite V2 Wireless ตัวนี้จัดว่าน่าโดนมาก

สเปคของ Pulsar Xlite V2 Wireless
  • Design & Connection : Ergonomic เน้นมือขวา, สาย USB-C, USB 2.4GHz Dongle
  • DPI : 50~20,000 DPI
  • Speed & Acceleration : 400 IPS, 50G
  • Software : Xlite Wireless
  • Weight : 59 กรัม
  • Price : 2,990 บาท (IT Friend Shopee)
7. Logitech G PRO X Superlight (น้อยกว่า 63 กรัม)

superlight bmw mice

เมาส์เกมมิ่ง 2022 รุ่นสุดท้ายซึ่งผู้เขียนแนะนำ เป็น Logitech G PRO X Superlight ซึ่งทางเว็บไซต์ได้รีวิวไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยข้อดีของเมาส์ตัวนี้นอกจากน้ำหนักจะน้อยกว่า 63 กรัมแล้ว ยังใช้เล่นเกมแบบไร้สายด้วย USB 2.4GHz “LIGHTSPEED” ได้นาน 70 ชั่วโมง และถ้าใครซื้อแผ่นรองเมาส์ LOGITECH POWERPLAY มา ก็ชาร์จแบตฯ และใช้งานแบบไร้สายไปพร้อมกันได้เลย ดีไซน์เมาส์เป็น False Ambidextrous ปรับตั้งค่าเมาส์ได้ด้วยโปรแกรม LOGITECH G HUB ได้ ใช้เซนเซอร์ HERO 25K เซ็ต DPI ได้ละเอียดสุด 25,600 DPI ความเร็ว 400 IPS อัตราเร่งมากกว่า 40G ถ้าเกมเมอร์คนไหนหาเมาส์เกมมิ่ง 2022 น้ำหนักเบาทนทานและดีไซน์สวยเรียบง่ายล่ะก็ ผู้เขียนก็แนะนำ G PRO X Superlight ตัวนี้เป็นพิเศษ

สเปคของ Logitech G PRO X Superlight
  • Design & Connection : False Ambidextrous, สาย USB, USB 2.4GHz Dongle “LIGHTSPEED”
  • DPI : สูงสุด 25,600 DPI
  • Speed & Acceleration : 400 IPS, มากกว่า 40G
  • Software : LOGITECH G HUB
  • Weight : น้อยกว่า 63 กรัม
  • Price : 4,669 บาท (Logitech Shopee Mall)

rebekah yip FwfyVSfUFWs unsplash

นอกจากน้ำหนักที่เบาแล้ว องค์ประกอบอื่นที่มีผลต่อความเร็วตอนลากเมาส์ไปมา ก็หนีไม่พ้น Glide หรือตัวแผ่นพลาสติกใต้เมาส์ซึ่งมันเป็นมีผลไม่แพ้กัน แต่ถึงจะว่าเช่นนั้นก็ตาม แต่ผู้เขียนก็ไม่ได้เจาะจงว่าถ้าซื้อเมาส์เกมมิ่ง 2022 มาแล้วก็ต้องรีบเปลี่ยน Glide ทันทีทันใด อาจจะใช้ตามสภาพไปเดิมๆ แล้วติดแผ่นพลาสติกกริ๊พให้จับแล้วดูดติดมือกว่าจับพลาสติกตัวเมาส์อย่างเดียว เท่านี้เมาส์ของเกมเมอร์ใช้งานได้ดี เล่นเกมได้สนุกขึ้นมากแล้ว


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share image Edit Name 2windows11 1

Share image Edit Name 1gaminglaptop 1

Share image Edit Name 3gamingkeyboard 1

from:https://notebookspec.com/web/669943-7-lightweight-gaming-mouse-in-2022

แสนนึงมีทอน ซัมซุงวางขายจอโค้งเกมมิ่ง Samsung Odyssey Ark ในไทย 99,000 บาท

ซัมซุงประเทศไทย ประกาศวางขายจอมอนิเตอร์โค้ง Odyssey Ark ขนาด 55 นิ้ว ที่เปิดตัวครั้งแรกในงาน CES 2022 ต้นปีนี้ ในราคา 99,000 บาท พร้อมประกัน 3 ปีซ่อมฟรีถึงบ้าน

Odyssey Ark เป็นจอมอนิเตอร์เกมมิ่งแบบความโค้งรัศมี 1000R ที่สามารถหมุนเป็นแนวตั้งได้ สเปกอย่างอื่นคือความละเอียด 4K, อัตรารีเฟรช 165Hz, อัตราตอบสนอง 1ms รองรับ AMD FreeSync Premium Pro, ระบบสี 14-bit, แสดงเฉดสีดำได้มากถึง 16,384 ระดับ

Odyssey Ark ยังมาพร้อมกับคอนโทรลเลอร์แยกอีกชิ้นที่เรียกว่า Ark Dial เป็นแป้นแบบหมุนเพื่อตั้งค่าต่างๆ ของหน้าจอได้สะดวกขึ้น ตัวคอนโทรลเลอร์ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ หรือจะชาร์จผ่าน USB-C ก็ได้เช่นกัน

No Description

ที่มา – Samsung Thailand

from:https://www.blognone.com/node/130690

HyperX Cloud Stinger 2 รุ่นใหม่ เสียงชัด เอฟเฟกต์จัดเต็ม เน้นสวมสบาย

HyperX Cloud Stinger 2 หูฟังเกมมิ่ง นุ่มสบาย สายเกมเมอร์โดยเฉพาะ ดีไซน์ใหม่ ไมค์ชัด

HyperX Cloud Stinger

HyperX Cloud Stinger 2 แทบไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นหูฟังราคาไม่ถึง 2 พันบาท เพราะเรื่องของดีไซน์และฟังก์ชั่นปรับใหม่เกือบหมด หากเทียบกับ Stinger ในรุ่นแรก โดยเป็นหูฟังสำหรับเกมเมอร์มือใหม่ ที่ใส่ลูกเล่นมาสมกับเป็นซีรีส์ Cloud เลยทีเดียว กับรูปลักษณ์ที่ดูทันสมัย ให้เส้นสายที่เข้ากับสไตล์ของเกมเมอร์ แม้จะไม่ได้เติมเรื่องของสีสันแสงไฟ RGB มาด้วย แต่ก็ดูลงตัว ปรับเลื่อนได้ง่าย และเอกลักษณ์สำคัญอย่าง เมมโมรีโฟม ที่อยู่บนครอบหูฟัง ก็ทำให้กระชับสบายหู ในแบบ Over-ear สวมใส่สบาย ในช่วงพักก็คล้องคอเอาไว้ได้ เพราะปรับหมุนได้ 90 องศา สายให้มายาวมากพอเพื่อความสะดวก เช่นเดียวกับระบบเสียง ที่รองรับ DTS Headphone-X โดยมีไดรเวอร์ในแบบแม่เหล็กนีโอดายเมียม ลดความผิดเพี้ยนให้เสียงที่หนักแน่น ไมโครโฟนแบบงดได้ และพับ-กางออก เพื่อเปิด-ปิด พร้อมระบบตัดเสียงรบกวน น้ำหนักค่อนข้างเบา ประมาณ 300 กรัมเท่านั้น


จุดเด่น

Advertisementavw
  • เสียงกลางเด่น เน้นบันเทิง
  • ปรับเพิ่มเสียงได้เยอะ ไม่แตกพร่า
  • ไมโครโฟนเป็นแบบ Flip up เปิด-เปิดได้ง่าย
  • เมมโมรีโฟมนุ่ม สวมสบายหู
  • น้ำหนักเบา
  • ดีไซน์ดูทันสมัย
  • ราคาไม่ถึง 2 พันบาท

ข้อสังเกต

  • เสียงแหลมพอใช้
  • ระบบเสียงรอบทิศทางยังไม่เต็มอิ่ม

HyperX Cloud Stinger 2 หูฟังเกมมิ่ง


Specification

HyperX Cloud Stinger 2 Description
Drivers 50mm neodymium magnet
Form factor Over ear, closed back
Frequency response 10Hz – 28kHz
Frame material Plastic
Ear cushion material Memory foam with leatherette cover
Microphone Bi-directional, noise-cancelling condenser microphone / Flip to mute
Weight 270g
Connections 3.5mm (splitter included)
Surround sound Virtual (DTS Headphone:X)
Platform support PC, Nintendo Switch, Xbox Series X/S, PlayStation 5, PlayStation 4, Xbox One
Price 1,690 บาท

Source: HyperX


Design

HyperX Cloud Stinger

ก่อนอื่นมาเรื่องของแพ๊คเกจ เรียกว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปพอสมควร ก่อนหน้านี้ที่เราได้รีวิว Cloud Alpha S จะเป็นโทนขาวตัดสีเทา ส่วน Alpha Wireless เป็นโทนสีแดงตัดขาวต่างเป็นกล่องกระดาษแนวเรียบๆ แต่ Stinger 2 นี้ จะเป็นกล่องที่ดูแข็งแรงขึ้น มีความเป็น Glossy และมีลูกเล่นสีสันสวยงามมากกว่า

ด้านหน้าเป็นกราฟิกตัวอุปกรณ์ให้เห็นได้แบบชัดๆ และเทคโนโลยีของหูฟังรุ่นนี้ สามารถอ่านข้อมูล เพื่อประกอบการตัดสินใจ

HyperX Cloud Stinger

ด้านหลังยังคงมาใส่เป็นรายละเอียดสำคัญของหูฟังรุ่นนี้ ไม่ว่าจะเป็น ภาพกราฟิก ดีไซน์และอุปกรณ์ที่บันเดิลมา รวมถึงเทคโนโลยี แจ้งมาในบริเวณด้านหลังนี้ทั้งหมด

HyperX Cloud Stinger

ด้านในมีเอกสาร เช่น คู่มือแนะนำการใช้งาน และโค๊ตสำหรับการ Activate ใช้ฟีเจอร์ของ DTS Headphone:X มาให้ ในการเปิดใช้และปรับแต่งผ่านแอพพลิเคชั่น

คู่มือจะมีรายละเอียดในการใช้งาน ถึงแม้จะไม่ได้มีอะไรซับซ้อนมาก สำหรับการใช้งานหูฟังรุ่นนี้ แต่สำหรับมือใหม่ หรือไม่คุ้นเคยกับหูฟังเกมมิ่ง ก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้คุณใช้งานได้ง่ายขึ้น

HyperX Cloud Stinger

เปิดกล่องมาด้านใน HyperX ยังคงเตรียมพลาสติกกันกระแทกเอาไว้ให้อย่างดี ไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดความเสียหายต่อตัวหูฟัง และยังแกะออกได้ง่ายอีกด้วย

HyperX Cloud Stinger

ตัวหูฟัง HyperX Cloud Stinger 2 เมื่อเห็นครั้งแรก รู้สึกถึงความแตกต่างจาก Cloud Stinger ที่เคยสัมผัสมาก่อนหน้านี้ อย่างชัดเจน โดยเฉพาะเส้นสาย ที่รู้สึกถึงความทันสมัย และโครงสร้างที่ปรับมาให้ดูกระชับ ปรับขยับได้มากขึ้น

จากด้านหน้า และด้านหลัง สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ เส้นสายที่ถูกเติมเข้ามาบนพื้นฐานของบอดี้สีดำ และยังผสมความเป็น Cloud ของรุ่นพี่ ซึ่งปรากฏอยู่บนบริเวณก้านของ Headband ที่นอกจากจะปรับองศาได้ง่ายแล้ว ยังหมุนเป็นแบบ 90 องศา เพื่อแขวนไว้ที่คอ ขณะที่พักเบรกได้อีกด้วย

HyperX Cloud Stinger

หัวแปลง PC Extension สำหรับต่อเข้ากับพีซี ที่แยกหูฟังกับไมโครโฟน เพื่อให้ใช้งานไมค์ของหูฟังได้สะดวกมากขึ้น

HyperX Cloud Stinger

ไมโครโฟนถูกติดตั้งมาบนตัวหูฟัง ถอดออกไม่ได้ แต่ HyperX ก็ให้ฟังก์ชั่นที่ใช้เปิด-ปิดไมโครโฟน ได้ด้วยการเลื่อนขึ้น-ลงเท่านั้น และยังมีกรองเสียงเอามาให้ รวมถึงก้านไมค์ยังปรับโค้งงอเข้ากับระยะของปากได้ เพื่อเสียงที่ชัดเจน

HyperX Cloud Stinger 2 headset 78 1

การดัดโค้งค่อนข้างง่ายทีเดียว แม้ว่าจะไม่ได้ออกแบบก้านไมค์มายาวมาก แต่ในเรื่องของเสียงถือว่าทำได้ชัดเจนดี

HyperX Cloud Stinger

Headband หรือครอบศีรษะเป็นพลาสติกทั้งชิ้น ซึ่งจะเป็นสไตล์ที่อยู่บนโน๊ตบุ๊คที่เน้นน้ำหนักเบา และให้ความกระชับ ความโค้งงอมีระยะให้พอสมควร เหมาะกับศีรษะคนเอเซีย เท่าที่สัมผัสกับค่อนข้างกระชับดี ให้ความรู้สึกดีกว่า Stinger ที่เคยใช้ก่อนหน้านี้ มีก้านที่ใหญ่ขึ้น ทำให้พื้นที่วางบนศีรษะได้มากกว่า

ก้านปรับระดับความยาวได้ตั้งแต่ 0-6cm เพื่อให้เข้ากับศีรษะของแต่ละบุคคล อีกทั้งมีระดับตัวเลขให้เห็น ทำให้เวลาคุณใช้งาน ก็จะจำได้ว่าระยะที่เหมาะกับศีรษะคุณอยู่ที่เท่าไร การปรับเลื่อนทำได้สะดวก แม้ในช่วงเวลาที่เล่นเกมอยู่ก็ตาม

HyperX Cloud Stinger

ส่วนตัวชอบตรงนี้มากครับ เป็นการออกแบบที่เราไม่เคยได้เห็นมาก่อนบน HyperX เหมือนเป็นเทรนด์ใหม่ ที่ทำให้รู้สึกแปลกตา ด้วยการใช้เส้นนำสายตา ให้ดูทันสมัย ตัดกับโลโก้อ HyperX ได้อย่างลงตัว

จุดเด่นของ HyperX Stinger ที่มีเหมือนกันทุกรุ่นก็คือ มีจุดหมุนตรง Earcup ทำได้ 90 องศา เพื่อสะดวกต่อการคล้องคอ จะไม่รู้สึกเกะกะแต่อย่างใด

ระยะของการยืดสุดของก้านหูฟัง ในมุมมองด้านหน้าและด้านข้าง กว้างมากพอสำหรับคนที่ศีรษะใหญ่ในระดับหนึ่ง ส่วนถ้าเป็นเกมเมอร์สาวๆ สวมใส่ได้สบาย และที่ครอบหู ยังปรับมุมได้เหมือนกับ HyperX Cloud ทำให้คนศีรษะเล็ก ก็ปรับให้เข้ากับใบหูได้ง่ายอีกด้วย

ความแตกต่างระหว่างภาพทางซ้าย Stinger 2 และทางขวา Stinger Wireless จะเห็นว่ามีโครงหลักที่คล้ายกันอยู่บ้างในบางจุด แต่ส่วนใหญ่จะต่างกันพอสมควร ไม่ว่าจะเป็น Headband, Earcup หรือไมโครโฟนก็ตาม

HyperX Cloud Stinger

จุดคอนโทรลของ Stinger 2 มีอยู่จุดเดียว นั่นคือการปรับระดับเสียง ที่เป็นแบบ Scroll wheel สีแดงสะดุดตา อยูที่บริเวณครอบหูด้านขวา ส่วน Stinger Wireless ก็จะมีอยู่ทางด้านขวาเช่นกัน แต่เป็นสีดำ รวมถึงปุ่มเปิด-ปิดอยู่ทางซ้ายมือ

HyperX Cloud Stinger

มาดูในส่วนของ Ear cushion หรือ Earpad กันบ้าง บนหูฟังรุ่นนี้ มาในแบบวัสดุแบบหนัง ซึ่งเป็น leatherette หรือหนังเทียม จะให้สัมผัสนุ่มๆ ตามแบบฉบับของวัสดุแนวนี้ แต่ที่เป็นเอกลักษณ์ของ HyperX จะเป็นเมมโมรีโฟมนุ่มๆ ให้ความกระชับ ข้อนี้คือ จุดเด่นที่เข้าคู่กันดีของวัสดุ และการสวมใส่ที่สบายเมื่อใช้งานนานๆ

HyperX Cloud Stinger

ความหนาของเมมโมรีโฟม ไม่ได้มากนัก แต่ให้ความกระชับได้ดี ในปัจจุบันหลายค่ายไม่ได้เน้นที่ความหนา แต่ขยับมาที่ดีไซน์ให้ครอบหูได้สบาย ในสไตล์ของ Over-ear รวมถึงปรับให้มีการถ่ายเทอากาศ ไม่รู้สึกอึดอัด เมื่อใช้ไปนานๆ โดยเฉพาะเกมเมอร์ที่มีระยะการเล่นต่อเกม ค่อนข้างนาน เช่น เกม Apex Legend, GTAV หรือจะเป็น PUBG และ DOTA2 ก็ตาม จะให้ความรู้สึกที่ดีขึ้น

HyperX Cloud Stinger

ด้านใต้ของ Headband มีเป็นแบบเมมโมรีโฟม และหุ้มด้วยวัสดุแบบหนังเช่นกัน ทำให้ลดแรงกดลงบนศีรษะโดยตรง และกระจายน้ำหนักได้ดีพอสมควร

HyperX Cloud Stinger

โครงสร้างในภาพรวมของ HyperX Cloud Stinger 2 ออกมาได้ลงตัวดี ในสไตล์ของ Over-ear ที่ไม่ได้ใหญ่โตมากจนเกินไป น้ำหนักประมาณ 300 กรัมเท่านั้น

ไมโครโฟนเป็นแบบ Flip up to mute คือ ถ้ายกตัวก้านไมค์ขึ้น จะเป็นการปิดเสียงไมค์ เรื่องของการรับเสียงนั้นจะเป็นแบบ Bi-Direction คือรับเสียงทางเดียวโดยตรง ยิ่งใกล้ปาก ก็จะยิ่งชัดขึ้น เสียงรอบข้างก็จะลดลง ได้ฟีเจอร์ Noise Cancellation มาช่วย ปลายทางก็จะได้ยินเสียงที่เคลียร์มากกว่า เหมาะกับเกมเมอร์ที่เล่นกันเป็นทีม และใช้ในการสนทนาออนไลน์ดีทีเดียว


Performance

HyperX Cloud Stinger

มาทดสอบกับเกมกันบ้าง เริ่มที่ PUBG กันก่อน เสียงเอฟเฟกต์เปิดออกมาได้ดี ถ้าเทียบกับ Stinger ตัวก่อน ถือว่าใกล้เคียงกัน แต่เรื่องความแน่นกับความชัดในรายละเอียด Stinger 2 ให้ได้ดีกว่า ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะให้สเตจเสียงที่กว้างกว่ารุ่นเดิม จึงเก็บเสียงในบางอย่างได้มากขึ้น โดยเฉพาะเกมที่มีสภาพแวดล้อมรอบตัวมีการเปลี่ยนแปลงเยอะ เช่น ในเกมอย่าง COD หรือ God of War เกมเมอร์ในสายนี้ จะได้ประโยชน์มากขึ้น รวมถึงคนที่ชอบแนวความบันเทิง ก็น่าจะชื่นชอบ เพราะให้ระยะของเสียงได้พอสมควร

HyperX Cloud Stinger

ในส่วนของเกม DOTA2 เสียงเอฟเฟกต์มาเต็ม และยังสามารถดันระดับเสียงที่สูงๆ ได้ เสียงการโจมตีด้วยเวทใหญ่ ฟังแล้วขนลุกเลยทีเดียว แต่ข้อดีคือ การใช้ Voice chat ก็ชัดเจน เพียงแต่เรื่องของมิติอาจจะไม่ได้จัดจ้าน งานละเอียด แต่ในแง่ของเสียงกลาง ยังคงมาจะแจ้งเสมอ ใครที่เล่นเกมแนว MOBA นี้ บอกได้เลยว่าคุณจะได้ความสนุกมากขึ้น และยังสวมใส่ได้แบบยาวๆ เพราะน้ำหนักที่เบา รวมถึงเมมโมรีโฟมที่กระชับ

HyperX Cloud Stinger

ในแง่ของความบันเทิง ผมให้ HyperX Cloud Stinger 2 เด่นกว่าในทุกด้าน โดยเฉพาะการเก็บรายละเอียด กับความบึ้มบั้ม เน้นไปทางหนักเสียงทุ้มได้เยอะ ภาพยนตร์แนวที่เป็นแอ็คชั่น ยังคงเป็นตัวเอก ตัวอย่างเช่น Godzilla, Transformer และ Resident Evil หนังแนวนี้ เตรียมหลอนกับเสียงได้เลย โดยเฉพาะซีนที่เน้นให้ตกใจ มีสะดุ้งเอาง่ายๆ เช่นเดียวกับเสียงก็อตซิลลา เวลาลุยกับ Mechagodzilla จัดได้ว่าสะใจ เพิ่มความเร้าใจได้มากขึ้น เสียงถ้าเทียบกับ Stinger Wireless ให้เสียงแหลมกับรายละเอียดได้น้อยกว่าเล็กน้อย

ส่วนการฟังเพลง ขอให้เป็นรองจากเรื่องการชมภาพยนตร์และการเล่นเกม เพราะเก็บรายละเอียดของเสียงแหลมได้บ้างก็จริง แต่ถ้าจะเอาเบสหนักๆ กับเครื่องดนตรีบางชิ้น อาจจะไม่เต็มมากนัก แต่เสียงนักร้อง สามารถเด่นออกมาได้น่าสนใจ แต่ที่ชอบคือ เพลงแนวป๊อปหรือคลาสสิค จะได้อารมณ์ของเสียงที่ Mix กันได้เป็นอย่างดี แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความชื่นชอบของแต่ละบุคคลด้วย เพราะยังปรับจูนในส่วนของ Mixer ได้อีกเล็กน้อย สิ่งที่ได้ก็คือ การดันระดับเสียงได้แบบไม่แตกพร่า ถือว่า HyperX ทำออกมาได้ดีทีเดียว

เรื่องของเสียงสนทนาอยู่ในเกณฑ์ที่ดีให้ความคมชัด ส่วนหนึ่งคือ การเป็น Bi-Directional รับเสียงทางเดียว ก็เป็นประโยชน์ต่อการใช้งาน ไม่เพียงแค่การแชตในเกมเท่านั้น แต่ยังใช้ในโอกาสอื่นๆ ได้อีกด้วย เช่น การบันทึกเสียง การสนทนาออนไลน์ หรือการประชุม ที่ต้องการคุณภาพเสียงที่ดี ตัดเสียงรบกวนได้ดีในระดับหนึ่ง ซึ่งก็ดูจะมีความน่าใช้กว่า Cloud Stinger Wireless อยู่เล็กน้อย อย่างไรก็ดีการที่เป็นไมโครโฟนแบบ Flip up เพื่อปิดการทำงานหรือ Mute เสียง ก็ดูจะคล่องตัวการกดปุ่มอยู่มากทีเดียว ใครที่เป็นสายแชตหนักๆ ในแต่ละวัน หรือเป็นเกมเมอร์ที่เล่นเป็นทีม ลงดันด้วยกันบ่อยๆ หรือเกมที่แชตเป็นหลัก ภารกิจเป็นรอง ก็น่าสนใจทีเดียว


Conclusion

HyperX Cloud Stinger 2 headset Game 19

ถ้าจะให้นิยามของหูฟังเกมมิ่ง HyperX Cloud Stinger 2 รุ่นนี้ “ยกระดับ อัพเลเวล เกมสนั่น ดนตรีมันส์” น่าจะประมาณนี้ แม้ว่าคาแรคเตอร์ของหูฟัง จะเป็นเรื่องเกมเป็นหลักก็ตาม เพราะจากที่ได้ใช้งานมาราวๆ อาทิตย์หนึ่ง หลายๆ สิ่งดูจะเริ่มเข้าที่เข้าทาง อารมณ์ในการเล่นเกม เสียงยังคงสดใส ใส่ได้เต็ม ลุยกับเกมต่างๆ ได้ดี แม้เรื่องทิศทางเสียงจะไม่ได้มาเต็มแบบพี่ๆ ที่เป็น Cloud ตัวหลัก แต่ในแง่ของเสียงกลาง กับสเตจเสียง เข้ามาทดแทนได้พอสมควร โดยเฉพาะในแง่ของการฟังเพลงนั้น ดูจะทำได้เกินค่าตัวเลยทีเดียว ใครที่คิดว่าจะเริ่มต้นกับหูฟังเล่นเกม ราคาได้ สเปคโดน สวมใส่สบาย หูฟังจาก HyperX รุ่นนี้ ก็ถือว่าเป็นน้องเล็กมาแรง แม้จะดูขาดๆ ไปบ้าง เรื่องฟังก์ชั่น เพราะเป็นแบบต่อสาย ไม่มีคอนโทรลบนสาย และไร้แสง RGB แต่ถ้าคุณได้ลองฟังเสียงสักที ก็อาจจะวางไม่ลงได้เลยครับ

from:https://notebookspec.com/web/668817-hyperx-cloud-stinger-2-headset

7 คีย์บอร์ดเกมมิ่ง 2022 ตัวเด็ดน่าใช้ เกมเมอร์ถูกใจ ฟีเจอร์ครบเครื่อง เริ่มแค่ 2,890 บาท!!

คีย์บอร์ดเกมมิ่ง 2022 ช่วงปลายปีก็ยังมีของดีน่าซื้อให้เลือกอยู่นะ!

Share image Edit Name 3gamingkeyboard 1

พีซีก็พร้อมแต่เกมมิ่งเกียร์ยังเป็นของพื้นๆ ก็คงจะตอบรับการกดปุ่มรัวนิ้วได้ไม่ทันใจจนเกมเมอร์หลายๆ คนคงอยากได้คีย์บอร์ดเกมมิ่ง 2022 ดีๆ สักตัวเอาไว้แทนคีย์บอร์ดเกมมิ่งตัวเก่าที่ใกล้เสียหรือแทนคีย์บอร์ดยางที่กดหลายๆ ปุ่มพร้อมกันแล้วมันตอบสนองได้ไม่เร็วทันใจและบางปุ่มก็กดไม่ติดตอนรัวปุ่มในจังหวะตัดสินแพ้ชนะเสียด้วยจนบางคนพาลอารมณ์เสียไปโดยปริยาย

Advertisementavw

อันที่จริง เหตุผลที่เกมเมอร์หลายๆ คนหันมาใช้คีย์บอร์ดเกมมิ่ง 2022 ไม่ใช่แค่เรื่องรูปลักษณ์อย่างเดียว แต่เพราะ Mechanical Keyboard ถูกออกแบบให้สวิตช์แต่ละปุ่มแยกเป็นเอกเทศ ซึ่งนอกจากจะแข็งแรงใช้งานได้นานหลายปีแล้ว ยังมีฟีเจอร์ด้านเกมมิ่งอย่าง Anti-Ghosting, N-key Rollover เป็นฟีเจอร์สองตัวที่ช่วยให้เกมเมอร์รัวปุ่มบนคีย์บอร์ดได้พร้อมกันหลายปุ่มแล้วแป้นคีย์บอร์ดก็ยังใช้งานได้ไม่มีปัญหา ในขณะที่คีย์บอร์ดยางเมื่อกดหลายๆ ปุ่มพร้อมกันก็เจออาการ “กดไม่ไป” อย่าแน่นอน นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นอื่นอย่างปุ่มมาโคร, ไฟ RGB ฯลฯ ซึ่งปรับแต่งได้ด้วยโปรแกรมเฉพาะของผู้ผลิตแต่ละแบรนด์ด้วย

คีย์บอร์ดเกมมิ่ง 2022

สรุปสเปคคีย์บอร์ดเกมมิ่ง 2022 ทั้ง 7 รุ่นน่าใช้ ถูกใจเกมเมอร์แน่นอน

สเปคคีย์บอร์ดเกมมิ่ง 2022 Switch

Connection

Feature

Software

Profile

Support OS ราคา
(บาท)
HyperX Alloy Origins Core HyperX Blue (Clicky)

HyperX Red (Linear)

HyperX Aqua (Tactile)

USB-C
ถอดสายได้

Game mode

100%
Anti-Ghosting

N-Key Rollover

HyperX NGENUITY

Onboard
3 Profiles

Windows

macOS

2,890
Logitech G Pro X Gaming Keyboard GX Blue (Clicky)

GX Red (Linear)

GX Brown (Tactile)

MicroUSB
ถอดสายได้

Game mode

100%
Anti-Ghosting

N-Key Rollover

Logitech
G HUB

Onboard
4 Profiles

Windows

macOS

3,959
Razer BlackWidow V3 TENKEYLESS Razer Green (Clicky)

Razer Yellow (Linear)

USB-A
ถอดไม่ได้
แต่จัดทิศทางสายได้

Game mode

100%
Anti-Ghosting

N-Key Rollover

Razer Synapse 3

Onboard
5 Profiles

Windows 2,890
Razer Huntsman V2 TKL Razer Optical Switch แบบ Linear / Clicky

USB-C
ถอดสายได้

Game mode

100%
Anti-Ghosting

N-Key Rollover

Razer Synapse 3

Onboard
5 Profiles

Windows 5,690
Corsair K70 RGB TKL CHAMPION SERIES CHERRY MX Speed (Linear)

USB
ถอดสายได้

Game mode

100%
Anti-Ghosting

N-Key Rollover

Corsair iCUE

Onboard
50 Profiles

Windows 5,190
SteelSeries Apex Pro TKL SteelSeries OnmiPoint

USB-A
ถอดไม่ได้
แต่จัดทิศทางสายได้

Game mode

100%
Anti-Ghosting

N-Key Rollover

SteelSeries
Engine

Onboard
5 Profiles

Windows

macOS

Xbox

PlayStation

6,190
MOUNTAIN Everest Max CHERRY MX Red

MX Brown

MX Blue

MX Silent Red

MX Speed Silver

USB-C
ถอดสายได้

มี USB-A 3.2 Gen 1 Passthrough

Game mode

100%
Anti-Ghosting

N-Key Rollover

Base Camp

Onboard
5 Profiles

Windows 10,990
~
11,390

7 คีย์บอร์ดเกมมิ่ง 2022 ไซซ์ TKL ไม่กินพื้นที่ รัวปุ่มได้ทุกเกม

หากคีย์บอร์ดตัวเก่าใกล้เสียหรือใช้คีย์บอร์ดยางมานาน ชักจะเล่นเกมได้ไม่ดีเหมือนแต่ก่อนแล้ว ผู้เขียนก็มีคีย์บอร์ดเกมมิ่ง 2022 น่าใช้มาอัพเดทช่วงปลายปีให้เกมเมอร์เลือก 7 รุ่น และราคาก็ไม่แพงมาก แต่ผู้เขียนจะเน้นแนะนำคีย์บอร์ดไซซ์ Tenkeyless หรือ TKL เป็นหลัก เพราะขนาดกะทัดรัดไม่กินพื้นที่บนโต๊ะเกินไปด้วย โดยมีรุ่นแนะนำดังนี้

  1. HyperX Alloy Origins Core (2,890 บาท)
  2. Logitech G Pro X Gaming Keyboard (3,959 บาท)
  3. Razer BlackWidow V3 TENKEYLESS (2,890 บาท)
  4. Razer Huntsman V2 TKL (5,690 บาท)
  5. Corsair K70 RGB TKL CHAMPION SERIES (5,190 บาท)
  6. SteelSeries Apex Pro TKL (6,190 บาท)
  7. MOUNTAIN Everest Max (11,390 บาท)
1. HyperX Alloy Origins Core (2,890 บาท)

1781b7bcddb6c8360d5f80a9c841e89f

HyperX Alloy Origins Core เป็นเกมมิ่งคีย์บอร์ด 2022 น่าใช้ตัวแรกที่อยากแนะนำให้เกมเมอร์ที่ไม่อยากจ่ายเงินซื้อคีย์บอร์ดแพงเกินไปได้ใช้กัน ข้อดีของมันคืองานประกอบแข็งแรงทนทาน มีไฟ RGB และปรับแต่งฟังก์ชั่นการทำงานด้วยซอฟท์แวร์ HyperX NGENUITY ได้ด้วย

ดีไซน์ของคีย์บอร์ดนี้เป็น TKL พร้อมไฟ RGB ปรับแต่งไฟได้แยกปุ่มแบบ Per-key ใช้สวิตช์ที่ HyperX พัฒนาเอง มี HyperX Blue แบบ Clicky, HyperX Red แบบ Linear และ HyperX Aqua แบบ Tactile ให้เลือก เชื่อมต่อด้วยสาย USB-C แบบถอดได้ มีฟังก์ชั่น Game mode, 100% Anti-Ghosting, N-Key Rollover รวมทั้งเซฟโปรไฟล์คีย์บอร์ดได้ 3 แบบ ใช้งานได้ทั้ง Windows, macOS ส่วนบอดี้ตัวคีย์บอร์ดเป็นอลูมิเนียมคุณภาพดีแข็งแรงทนทาน หากเกมเมอร์อยากได้เกมมิ่งคีย์บอร์ดงานประกอบแข็งแรง เรียบร้อยแต่ฟังก์ชั่นมาครบเครื่อง ก็ซื้อ HyperX Alloy Origins Core ได้เลย

สเปคของ HyperX Alloy Origins Core
  • Connection : USB-C แบบถอดสายได้
  • Switch : HyperX Blue (Clicky), HyperX Red (Linear), HyperX Aqua (Tactile)
  • Features : Game mode, 100% Anti-Ghosting, N-Key Rollover
  • Software : HyperX NGENUITY เซฟ Profile ได้ 3 แบบ
  • Supported OS : Windows, macOS
  • Price : HyperX Aqua 3,290 บาท, HyperX Red และ HyperX Blue 2,890 บาท
2. Logitech G Pro X Gaming Keyboard (3,959 บาท)

9c8d3abe112d30116834111180f4b139

คีย์บอร์ดเกมมิ่ง 2022 ตัวถัดมาที่ผู้เขียนแนะนำ คือ Logitech G Pro X Gaming Keyboard ซึ่งจุดเด่นของคีย์บอร์ดนี้นอกจากมีไฟ RGB “LIGHTSYNC” และถอดสาย MicroUSB ที่ใช้เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ได้เหมือนกันแล้ว คีย์บอร์ดนี้ยังถอดเปลี่ยนสวิตช์บนแป้นได้ หากเกมเมอร์คนไหนซื้อคีย์บอร์ดนี้มาใช้แล้วไม่ชอบสวิตช์ Logitech GX Switch อยากหาสวิตช์ใหม่มาเปลี่ยนใส่เองก็ถอดเปลี่ยนได้เลย

ดีไซน์คีย์บอร์ดนี้จะเป็นแบบ TKL พร้อมปุ่มพิเศษติดตั้งมาให้ 2 ปุ่ม ที่แถบบนของคีย์บอร์ด เป็นปุ่ม Game mode และปุ่มสำหรับเปิด/ปิดไฟ RGB โดยรุ่นที่ขายในประเทศไทยจะใช้ GX Blue (Clicky) เป็นหลัก แต่จะมี GX Brown (Tactile), GX Red (Linear) ด้วย รองรับ 100% Anti-Ghosting, N-Key Rollover และเซฟโปรไฟล์ออนบอร์ดได้ 4 โปรไฟล์ ใช้งานได้ทั้ง Windows และ macOS ปรับแต่ตั้งค่าได้ด้วยโปรแกรม Logitech G HUB หากเกมเมอร์กำลังหาคีย์บอร์ดเกมมิ่ง 2022 เอาไว้เล่นเกมและใช้เกมมิ่งเกียร์ของทาง Logitech อยู่แล้ว ก็แนะนำให้ดู G PRO X Gaming Keyboard ตัวนี้เลย

สเปคของ Logitech G Pro X Gaming Keyboard
  • Connection : MicroUSB แบบถอดสายได้
  • Switch : GX Blue (Clicky), GX Red (Linear), GX Brown (Tactile)
  • Features : Game mode, 100% Anti-Ghosting, N-Key Rollover
  • Software : Logitech G HUB เซฟ Profile ได้ 4 แบบ
  • Supported OS : Windows, macOS
  • Price : 3,290 บาท (Hardware Corner Shopee)
3. Razer BlackWidow V3 TENKEYLESS (2,890 บาท)

33c8d84638b7154093e2aa71a99b94a7

เชื่อว่ามีเกมเมอร์หลายๆ คนชื่นชอบแบรนด์งูเขียวอยู่ไม่มากก็น้อยและคิดจะซื้อคีย์บอร์ดเกมมิ่ง 2022 ตัวใหม่มาเล่นเกมอยู่แน่นอน หากถามหาจากแบรนด์นี้ล่ะก็ Razer BlackWidow V3 TENKEYLESS รุ่นนี้จัดว่าน่าสนใจ เพราะดีไซน์คีย์บอร์ดสวยมีเอกลักษณ์และโครงคีย์บอร์ดเป็นอลูมิเนียม ได้ความแข็งแรงสวยงามและปรับไฟ RGB ได้ เซ็ตฟังก์ชั่นของคีย์บอร์ดด้วยโปแกรม Razer Synapse 3 ได้อีกด้วย

สวิตช์ของ Razer BlackWidow V3 ตัวนี้ก็เป็นสวิตช์ที่ทางบริษัทพัฒนาเอง มี Razer Green (Clicky) และ Razer Yellow (Linear) ให้เลือกซื้อได้ มีฟีเจอร์ 100% Anti-Ghosting, N-Key Rollover, Game mode เซฟโปรไฟล์ไว้ในคีย์บอร์ดได้ 5 แบบ เชื่อมต่อด้วยสาย USB-A เส้นเดียวใช้งานได้ทันทีพร้อมร่องใต้คีย์บอร์ดเพื่อจัดทิศทางสายแต่ถอดไม่ได้ รองรับระบบปฏิบัติการ Windows เป็นหลัก ดังนั้นถ้าเกมเมอร์คนไหนอยากได้คีย์บอร์ดเกมมิ่ง 2022 ดีๆ เอาไว้ใช้สักตัวในระดับราคา 2-3 พันบาท ก็มี Razer ตัวนี้ให้เลือกด้วย

สเปคของ Razer BlackWidow V3 TENKEYLESS
  • Connection : USB-A แบบถอดไม่ได้แต่มีร่องจัดทิศทางสาย
  • Switch : Razer Green (Clicky), Razer Yellow (Linear)
  • Features : Game mode, 100% Anti-Ghosting, N-Key Rollover
  • Software : Razer Synapse 3 เซฟ Profile ได้ 5 แบบ
  • Supported OS : Windows
  • Price : 2,890 บาท (Razer Shopee Mall สวิตช์ Razer Yellow / Razer Green)
4. Razer Huntsman V2 TKL (5,690 บาท)

razer huntsman v2 tkl hero desktop

Razer Huntsman V2 TKL ตัวนี้แม้ราคาจะสูงกว่า BlackWidow ในข้อที่แล้วก็ตาม แต่ทางบริษัทก็อัพเกรดมันให้ดีขึ้นและคุ้มค่าตัวกว่าเดิม ไม่ว่าจะเสริมโฟมยางเข้าไปในตัวคีย์บอร์ดเพื่อให้เสียงตอนพิมพ์หรือเล่นเกมหนักแน่นยิ่งขึ้น, เปลี่ยนสายเชื่อมต่อเป็น USB-C แบบถอดได้และให้ที่รองข้อมือมาด้วย ดังนั้นผู้ใช้แค่เปิดกล่อง เซ็ตตั้งค่าด้วย Razer Synapse 3 ก็พร้อมเล่นเกมทันที

ฟีเจอร์ของ Huntsman V2 TKL นี้ รองรับ N-Key Rollover, 100% Anti-Ghosting, Game mode แล้ว ยังเซ็ตอัพโปรไฟล์สำหรับคีย์บอร์ดได้ 5 แบบ และอัพเกรดมาใช้ Razer Optical Switch ซึ่งตัวสวิตช์แยกเป็น Linear หรือ Clicky แล้วออกแบบให้ตอบสนองเร็วเป็นพิเศษโดยทริกเกอร์การทำงานด้วยแสงเลเซอร์ ส่วนระบบปฏิบัติการรองรับ Windows เป็นหลัก ซึ่งถ้าใครหาคีย์บอร์ดเกมมิ่ง 2022 ที่ตอบสนองได้เร็วทันใจเป็นพิเศษก็ซื้อตัวนี้ไปใช้ได้เช่นกัน

สเปคของ Razer Huntsman V2 TKL
  • Connection : USB-C แบบถอดสายได้
  • Switch : Razer Optical Switch แยกเป็น Linear หรือ Clicky
  • Features : Game mode, 100% Anti-Ghosting, N-Key Rollover
  • Software : Razer Synapse 3 เซฟ Profile ได้ 5 แบบ
  • Supported OS : Windows
  • Price : 5,690 บาท ทั้งสองสวิตช์ (Razer Shopee Mall)
5. Corsair K70 RGB TKL CHAMPION SERIES (5,190 บาท)

0642141d161ab4a7c1a38a65f9e3967b

คีย์บอร์ดเกมมิ่ง 2022 อีกรุ่นซึ่งเลือกใช้วัสดุคุณภาพดีสมราคา ก็ต้องเป็น Corsair K70 RGB TKL CHAMPION SERIES รุ่นนี้ ซึ่งจุดเด่นอย่างแรกคือ Tournament Switch สำหรับสลับโหมดการทำงานของคีย์บอร์ดเพื่อป้องกันการกดมาโครผิดพลาด, ใช้สวิตช์ CHERRY MX ซึ่งตอบสนองดีรองรับการกด 100 ล้านครั้ง พร้อมชิป Corsair AXON ให้ตัวคีย์บอร์ดตอบสนองการกดของผู้ใช้ได้เร็วยิ่งขึ้นและมีปุ่ม Multimedia Key ติดตั้งมาให้เป็นพิเศษด้วย

ฟีเจอร์ของ K70 RGB TKL ก็มี N-Key Rollover, 100% Anti-Ghosting และ Game mode เช่นเดียวกับเกมมิ่งคีย์บอร์ดตัวอื่น เชื่อมต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ด้วยสาย USB ปรับแต่งและเซฟโปรไฟล์คีย์บอร์ดได้ 50 โปรไฟล์ด้วยโปรแกรม Corsair iCUE ใช้สวิตช์ CHERRY MX Speed แบบ Linear ซึ่งตอบสนองได้เร็วกว่า CHERRY MX Red รองรับการทำงานกับระบบปฏิบัติการ Windows เป็นหลัก ซึ่งถ้าเกมเมอร์คนไหนชอบเล่นเกมแบบ Competitive หรือมีแข่งเป็นระยะๆ ล่ะก็ แนะนำให้ลงทุนซื้อตัว Corsair K70 ตัวนี้ไว้เล่นเกมได้เลย

สเปคของ Corsair K70 RGB TKL CHAMPION SERIES
  • Connection : USB แบบถอดสายได้
  • Switch : CHERRY MX Speed (Linear)
  • Features : Game mode, 100% Anti-Ghosting, N-Key Rollover
  • Software : Corsair iCUE เซฟ Profile ได้ 50 แบบ
  • Supported OS : Windows
  • Price : 5,190 บาท ทั้งสองสวิตช์ (Corsair Shopee Mall)
6. SteelSeries Apex Pro TKL (6,190 บาท)

buyimg apexprotkl 001 mar21.jpg 1850x800 q100 crop scale optimize subsampling 2

สำหรับ SteelSeries Apex Pro TKL นั้นจัดเป็นคีย์บอร์ดเกมมิ่ง 2022 ที่ดีไซน์เรียบเท่และยังแข็งแรงด้วยเพราะบอดี้คีย์บอร์ดเป็นอลูมิเนียมเกรด 5000 สำหรับอากาศยาน ติดหน้าจอ OLED สำหรับแสดงการตั้งค่าและแจ้งเตือนรวมทั้งปุ่มคอนโทรลที่ใช้กับจอนี้ติดตั้งมาให้ มีที่วางข้อมือสำหรับคีย์บอร์ดติดมาให้พร้อมมีช่องจัดสายไฟใต้ฐานคีย์บอร์ดด้วย

Apex Pro TKL ตัวนี้จะใช้สวิตช์ OmniPoint ที่ทางบริษัทออกแบบเอง กดได้มากสุด 100 ล้านครั้งแต่จะอยู่เฉพาะโซนปุ่มหลัก ตอบสนองคล้าย Linear มีฟีเจอร์ Game mode, 100% Anti-Ghosting, N-Key Rollover เซฟโปรไฟล์ออนบอร์ดได้ 5 โปรไฟล์ ปรับแต่งได้ด้วยโปรแกรม SteelSeries Engine เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ด้วยสาย USB พร้อมใช้งานได้ทันที รองรับระบบปฏิบัติการ Windows, macOS, Xbox, PlayStation ซึ่งถ้าใครหาคีย์บอร์ดเกมมิ่ง 2022 ไว้ใช้เล่นเกมทั้งฝั่งพีซีและคอนโซลล่ะก็ SteelSeries รุ่นนี้จัดว่าน่าสนใจมาก

สเปคของ SteelSeries Apex Pro TKL
  • Connection : USB แบบถอดไม่ได้แต่มีร่องจัดทิศทางสาย
  • Switch : SteelSeries OmniPoint สัมผัสคล้าย Linear
  • Features : Game mode, 100% Anti-Ghosting, N-Key Rollover
  • Software : SteelSeries Engine เซฟ Profile ได้ 5 แบบ
  • Supported OS : Windows, macOS, Xbox, PlayStation
  • Price : 6,190 บาท (IT City Shopee Mall)
7. MOUNTAIN Everest Max (11,390 บาท)

Mountain Everest Max Gunmetal Gray 45 RGB

MOUNTAIN Everest Max เป็นคีย์บอร์ดเกมมิ่ง 2022 ตัวสุดท้ายที่ผู้เขียนเลือกมาแนะนำและมีบทความรีวิวฉบับเต็มให้อ่านแล้วด้วย ซึ่งจุดเด่นของคีย์บอร์ดนี้ คือดีไซน์ Modular แบบถอดและต่อชิ้นส่วนคีย์บอร์ดเข้าออกได้ตามถนัด จะใช้เป็น Full-size หรือ TKL ก็ได้และมี Display Dial หน้าจอปรับแต่งตั้งค่าคีย์บอร์ดพร้อมปุ่ม Customize Key ติดมาให้เหนือแป้น Numpad พร้อมช่อง USB-A 3.2 Gen 1 Passthrough ติดมาให้และยังถอดเปลี่ยนสวิตช์ได้ด้วยและมีที่รองข้อมือแถมมาให้ จัดเป็นเกมมิ่งคีย์บอร์ดที่ดีและครบเครื่องมากตัวหนึ่ง

ตัว Everest Max จะเลือกใช้สวิตช์ CHERRY MX โดยเลือกสวิตช์ได้หลายแบบว่าจะเอา MX Red, MX Brown, MX Blue, MX Silent Red, MX Speed Silver ก็ได้ รองรับฟีเจอร์เกมมิ่งครบถ้วนทั้ง 100% Anti-Ghosting, N-Key Rollover, Game mode เซฟโปรไฟล์แบบออนบอร์ดได้ 5 โปรไฟล์ ปรับแต่งการทำงานได้ด้วยโปรแกรม Base Camp เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ได้ด้วยสาย USB-C แบบถอดสายได้ รองรับเฉพาะ Windows เท่านั้น ซึ่งถ้าเกมเมอร์คนไหนหาคีย์บอร์ดน่าใช้ ปรับแต่งได้ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ล่ะก็ MOUNTAIN Everest Max ตัวนี้จัดเป็นคีย์บอร์ดเกมมิ่ง 2022 สำเร็จรูปที่ดีสุดเท่าที่ผู้เขียนได้ทดลองใช้มาเลย

สเปคของ MOUNTAIN Everest Max
  • Connection : USB-C แบบถอดสายได้ มี USB-A 3.2 Gen 1 Passthrough
  • Switch : CHERRY MX Red, MX Brown, MX Blue, MX Silent Red, MX Speed Silver
  • Features : Game mode, 100% Anti-Ghosting, N-Key Rollover
  • Software : Base Camp เซฟ Profile ได้ 5 แบบ
  • Supported OS : Windows
  • Price : สวิตช์ปกติ 10,990 บาท ยกเว้น Silent Red, Speed Silver ราคา 11,390 บาท (Mountain Shopee Mall)

blurrystock HIbAmybJHVs unsplash

จะเห็นว่าคีย์บอร์ดเกมมิ่ง 2022 ตอนนี้มีคีย์บอร์ดสเปคและดีไซน์ดีน่าสนใจให้เกมเมอร์ได้ซื้อไปเล่นเกมกัน ตั้งแต่ราคาช่วง 2-3 พันบาทที่ฟีเจอร์และฟังก์ชั่นก็มากเพียงพอตอบโจทย์เกมเมอร์โดยส่วนใหญ่ได้เป็นอย่างดีแล้ว หรือจะเพิ่มงบมาซื้อรุ่นราคาครึ่งหมื่นเพื่อฟีเจอร์ที่เยอะและแปลกยิ่งขึ้นก็ได้ก็ดีเช่นกัน

แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนขอแนะนำกับเกมเมอร์ที่กำลังจะซื้อเกมมิ่งเกียร์ชิ้นใหม่อยู่ ไม่ว่าจะคีย์บอร์ดเกมมิ่ง 2022 หรือเมาส์เกมมิ่งก็แนะนำให้ซื้อเป็นเซ็ตเดียวกันทั้งเมาส์, หูฟัง, คีย์บอร์ด ฯลฯ นั่นเพราะตอนตั้งค่าเกมมิ่งเกียร์ก็ใช้ซอฟท์แวร์ตั้งค่าตัวเดียวกันเซ็ตอุปกรณ์ทุกชิ้นพร้อมกันได้หมดและบางแบรนด์ยังมีฟังก์ชั่นว่าถ้ากดปุ่ม Game mode บนคีย์บอร์ดแล้วเมาส์ก็จะเปลี่ยนโหมดตามโดยอัตโนมัติอีกด้วย จัดว่ามีประโยชน์และประหยัดเวลามาก


บทความที่เกี่ยวข้อง

everestmax cover

xpg summoner cover

alien cover

from:https://notebookspec.com/web/669235-7-mechanical-gaming-keyboard-2022