คลังเก็บป้ายกำกับ: FITBIT

Fitbit รองรับ Google Maps/Pay, ใช้แอพบนสมาร์ททีวี, ออกฮาร์ดแวร์ราคาถูกมากขึ้น

Fitbit เริ่มรีแบรนด์ตัวเองเป็น “Fitbit by Google” พร้อมประกาศแนวทางใหม่หลังเข้ามาเป็นบริษัทลูกของกูเกิลตั้งแต่ปี 2021

No Description

โฆษณา Fitbit by Google พร้อมโชว์ฟีเจอร์ Google Maps และ Google Pay/Wallet

ที่มา – Fitbit

from:https://www.blognone.com/node/131349

หัวหน้าทีมฮาร์ดแวร์กูเกิลบอกอยากทำ Pixel Watch มานาน แต่มาสำเร็จได้หลังซื้อ Fitbit

Rick Osterloh หัวหน้าทีมฮาร์ดแวร์ของกูเกิล ให้สัมภาษณ์ในโอกาสเปิดตัว Pixel Watch นาฬิกาสมาร์ทวอทช์รุ่นแรกของบริษัท เผยเบื้องหลังว่ากูเกิลอยากทำสมาร์ทวอทช์ของตัวเองมาก่อนหน้านี้ แต่ไม่สามารถทำได้จนซื้อกิจการ Fitbit (ประกาศซื้อปลายปี 2019 ซื้อเสร็จต้นปี 2021) เพื่อมาเติมเต็มในฝั่งสุขภาพและฟิตเนส ซึ่งเขามองว่าเป็นแอพที่สำคัญของนาฬิกายุคนี้

Osterloh บอกว่าแนวคิดในการออกแบบ Pixel Watch มี 3 อย่างคือ ให้ข้อมูลสุขภาพและฟิตเนสในเชิงลึกผ่านแอพ Fitbit, ผนวกกับพลังบริการและแอพของกูเกิล และรวมสองอย่างเข้าด้วยกันในดีไซน์ที่สวยงาม ผลคือ Pixel Watch เป็นนาฬิกาที่ใส่เป็นแฟชั่นก็สวย เป็นอุปกรณ์ด้านฟิตเนสที่ดี และเป็น Google Assistant บนข้อมือของคุณ

No Description

ปัญหาคือกระบวนการซื้อ Fitbit ที่ยาวนาน ทำให้กูเกิลไม่สามารถเริ่มงานกับ Fitbit ก่อนได้เลย ต้องรอกระบวนการเสร็จสิ้นก่อน แต่เมื่อเริ่มงานด้วยกันแล้วก็เข้ากันได้อย่างรวดเร็ว สิ่งที่ Fitbit มีคือเทคโนโลยีการวัดค่าสัญญาณร่างกายจากเซ็นเซอร์ ส่วนกูเกิลมี AI ที่ใช้ปรับปรุงคุณภาพสัญญาณลักษณะนี้อยู่แล้ว นำมารวมกันได้ทันที ซึ่ง Osterloh บอกว่าความแม่นยำทัดเทียมกับการใช้สายวัดที่หน้าอกเลยทีเดียว

ฮาร์ดแวร์ของ Pixel Watch ยังเป็นลูกผสม เพราะใช้ SoC หลักที่รัน Android (เป็น Exynos 9110) แต่ใช้ MCU (microcontroller unit) จากฝั่ง Fitbit ที่ทำให้วัดค่าการเต้นของหัวใจได้ถี่ระดับทุกวินาที ต่อเนื่องตลอดเวลา

Osterloh ยังโดนคำถามว่ากูเกิลจะเลิกทำ Pixel Watch เหมือนกับอีกหลายๆ โครงการที่ล้มเลิกไป รวมถึงโครงการ Android Wear / Wear OS ที่ถูกทอดทิ้งมาหลายปี ทำๆ เลิกๆ หรือไม่ คำตอบของเขาคือตอนนี้ไม่มีใครตั้งคำถามแล้วว่ากูเกิลจริงจังกับสมาร์ทโฟน Pixel หรือไม่ ซึ่งเขาก็จะพิสูจน์ให้เห็นกับ Pixel Watch

ที่มา – The Verge

from:https://www.blognone.com/node/130820

Fitbit จะเริ่มรองรับบัญชี Google Account ปี 2023 แต่ยังไม่บังคับย้ายจาก Fitbit Account

กูเกิลเริ่มซื้อกิจการ Fitbit ช่วงปลายปี 2019 และซื้อเสร็จต้นปี 2021 แต่หลังจากนั้น การหลอมรวมผลิตภัณฑ์ของทั้งสองฝั่งก็เกิดขึ้นอย่างช้าๆ ปัจจุบันการใช้งาน Fitbit ยังต้องใช้บัญชี Fitbit Account เท่านั้น

ล่าสุด Fitbit ประกาศรีแบรนด์ตัวเองเป็น Fitbit by Google และขึ้นข้อความบนหน้า Help ว่าเตรียมจะเปิดให้ใช้บัญชี Google Account บนฮาร์ดแวร์ของ Fitbit ในปี 2023 แต่ยังไม่ระบุเวลาชัดเจน แสดงให้เห็นทิศทางของ Fitbit ที่จะเข้ามาใกล้กับบริษัทแม่มากขึ้น แม้ยังไม่บังคับย้ายข้อมูลจาก Fitbit Account ก็ตาม

เหตุการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับฮาร์ดแวร์ของ Nest ที่กูเกิลเริ่มย้ายบัญชี Nest มาเป็น Google Account ในปี 2019

ที่มา – Fitbit, 9to5google, ภาพจาก Google

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130585

Fitbit เปิดตัวสมาร์ทวอทช์-แบนด์ รุ่นอัพเกรด: Inspire 3, Versa 4 และ Sense 2

Fitbit เปิดตัวสมาร์ทวอทช์และสมาร์ทแบนด์รุ่นใหม่ 3 รุ่น ได้แก่ Inspire 3, Versa 4 และ Sense 2 ซึ่งเป็นรุ่นอัพเกรดจากรุ่นก่อนหน้าที่ทั้งหมดเปิดตัวเมื่อปี 2020

โดยสมาร์ทวอทช์ Sense 2 ชูจุดขายด้านการตรวจจับข้อมูลสุขภาพ แบตเตอรี่อยู่ได้นาน 6 วัน รองรับการตรวจจับคลื่นหัวใจผิดปกติ ECG และอัลกอริทึม PPG, อัตราการเต้นหัวใจ, อุณหภูมิที่ผิวหนัง และฟีเจอร์ EDA ตรวจวัดระดับความเครียดจากการตอบสนองของร่างกาย ราคาขาย 299.95 ดอลลาร์

สมาร์ทวอทช์ Versa 4 เน้นการออกกำลังกาย รองรับโหมดออกกำลังกายมากกว่า 40 รายการ พร้อมแสดงค่าแบบเรียลไทม์ รวมทั้ง GPS และ Active Zone Minutes แบตเตอรี่อยู่ได้นาน 6 วัน มาพร้อมดีไซน์ที่บางและเบาลงกว่าเดิม ราคาขาย 229.95 ดอลลาร์

สุดท้ายสมาร์ทแบนด์ Inspire 3 แทร็กกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งการนอนหลับ อัตราเต้นหัวใจ ก้าวเดิน พร้อมแบตเตอรี่ที่อยู่ได้นานถึง 10 วัน ราคาขาย 99.95 ดอลลาร์ โดยทั้งสามรุ่น Fitbit เปิดให้พรีออเดอร์ได้แล้วตั้งแต่วันนี้

ที่มา: Fitbit

No Description

from:https://www.blognone.com/node/130017

Fitbit เตรียมปิดบริการ Fitbit Connect ไม่สามารถซิงก์เพลงลงอุปกรณ์ได้โดยตรง

Fitbit อัพเดตข้อมูลในหน้าสนับสนุน โดยจะปิดการใช้งานโปรแกรมสำหรับเดสก์ทอป Fitbit Connect มีผลตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2022 เป็นต้นไป ซึ่งโปรแกรมนี้ใช้สำหรับการติดตั้ง Fitbit ครั้งแรก รวมทั้งการซิงก์ไฟล์เพลงไปที่อุปกรณ์

โดย Fitbit แนะนำให้ใช้การซิงก์ข้อมูลต่าง ๆ จากนี้ ผ่านแอปในสมาร์ทโฟนทั้ง Android และ iOS แทน

ส่วนที่อาจกระทบผู้ใช้งานมากที่สุดคือการตัดความสามารถซิงก์ไฟล์เพลงเพื่อฟังออฟไลน์บนอุปกรณ์ผ่านเดสก์ทอป โดย Fitbit บอกว่าให้เปลี่ยนมาใช้การซิงก์เพลงผ่านแอปที่รองรับ โดยตอนนี้มี 2 แอปคือ Deezer และ Pandora ส่วนไฟล์เพลงที่เคยซิงก์ไปก่อนหน้าจะยังฟังได้ต่อตามเดิม ส่วนคนที่ใช้งานแอปฟังเพลงอื่น อาจต้องรอจนกว่า Wear OS จะเข้ามาแทนที่

ที่มา: 9to5Google

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/129717

ยอดขาย Smart Watch ทั่วโลกในไตรมาสแรกของปี 2022 เพิ่มขึ้น แต่ Smart Band ตกฮวบ

ความนิยมของ Smart Watch ในปัจจุบันดูท่าจะพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อล่าสุดมีการเปิดเผยข้อมูลการจัดส่งสินค้าประเภทนาฬิกาข้อมือ (รวมนาฬิกาข้อมือธรรมดา, สมาร์ทวอทช์ และสมาร์ทแบนด์) ทั่วโลกในไตรมาสแรกของปี 2022 พบว่ายอดการจัดส่ง Smart Watch เพิ่มขึ้น สวนทางกับ Smart Band ที่เหมือนจะได้รับความนิยมน้อยลงมาก เมื่อเทียบกับในช่วงปีที่ผ่านมา

จากข้อมูลผลสำรวจของ Canalys พบว่ายอดส่งมอบของ Smart Watch ทั่วโลกเพิ่มขึ้นถึง 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันนี้ของปีที่แล้ว ส่วน Smart Band นั้นมียอดลดลงกว่า 37% ซึ่งถือเป็นการลดลงอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่หก นับตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ของปี 2020

ส่วนแบรนด์ที่ครองแชมป์ส่งมอบ Smart Watch ได้มากที่สุดในครั้งนี้ คือ Apple ด้วยยอดรวมกว่า 9.2 ล้านเรือน นับเป็น 22.1% ของส่วนแบ่งการตลาดทั้งหมด ด้าน Huawei รั้งอันดับที่สองด้วยยอดส่งมอบรวม 4.6 ล้านเรือน นับเป็น 11.1% ของส่วนแบ่งการตลาด ส่วน Xiaomi ทำได้ 4.2 ล้านเรือน, Samsung ทำได้ 3.4 ล้านเรือน และ Fitbit ทำได้ 2.9 ล้านเรือน

ทั้งนี้นักวิเคราะห์ของ Canalys คาดการณ์ว่าหลังจากนี้ความต้องการของ Smart Band จะลดลงอีก เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อที่สูงมากขึ้น ทำให้ผู้บริโภคต้องลดการใช้จ่ายลง โดยคาดว่าแบรนด์อย่าง Xiaomi และ Fitbit น่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุด

 

ที่มา : gsmarena

from:https://droidsans.com/global-smartwatch-shipments-rise-in-q1/

กูเกิลจับมือซัมซุง เปิดตัว Health Connect แพลตฟอร์มเก็บข้อมูลสุขภาพบน Android

กูเกิลจับมือกับซัมซุง เปิดตัว Health Connect เป็นแพลตฟอร์มและ API สำหรับ Android ให้นักพัฒนาแอพสายสุขภาพ-ฟิตเนส สามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพที่เก็บไว้ในอุปกรณ์ Android ได้จากที่เดียว

แนวคิดเรื่องแพลตฟอร์มเก็บข้อมูลสุขภาพไม่ใช่เรื่องใหม่ และกูเกิลก็มี Google Fit ของตัวเองมานานแล้ว แต่ในโลก Android เดิมเป็นวิธีต่างคนต่างทำ แพลตฟอร์มของใครของมัน เช่น ซัมซุงมี Samsung Health ของตัวเอง หรือ Fitbit ในยุคก่อนโดนกูเกิลซื้อ

การมาถึงของ Health Connect เป็นความร่วมมือระหว่างผู้เล่นรายใหญ่บน Android คือ Samsung Health, Google Fit, Fitbit จะมาอยู่บนแพลตฟอร์มเดียวกัน และมีนักพัฒนาบางรายอย่าง MyFitnessPal, Leap Fitness, Withings ประกาศร่วมสนับสนุนแล้ว

นักพัฒนาแอพที่สนใจสามารถลองเล่น Health Connect ได้แล้ว ตัวอย่างข้อมูลที่เก็บคือ น้ำหนัก อัตราการเผาผลาญ รอบเดือน โภชนาการ การนอนหลับ ระดับน้ำตาลในเลือด อุณหภูมิร่างกาย เป็นต้น

No Description

No Description

ที่มา – Android Developers

from:https://www.blognone.com/node/128468

Fitbit เรียกคืนสมาร์ทวอทช์ Ionic หลังพบปัญหาแบตร้อนจนไหม้ผิวหนัง คืนเงินให้เต็มจำนวน

Fitbit ประกาศเรียกคืนสินค้าสมาร์ทวอทช์รุ่น Ionic ที่วางขายช่วงปี 2017-2020 (ปัจจุบันเลิกทำแล้ว เปลี่ยนเป็น Fitbit Sense) หลังพบปัญหาความร้อนที่แบตเตอรี่ และอาจเผาไหม้ผิวหนังขณะสวมใส่ได้

Fitbit แนะนำให้ลูกค้าเลิกใช้อุปกรณ์เหล่านี้โดยทันที โดยจะคืนเงินให้เต็มจำนวนคือ 299 ดอลลาร์ (กระบวนการอาจแตกต่างตามแต่ละประเทศ ซึ่งในหน้าเว็บขอคืนเงินก็มีประเทศไทยให้เลือก) ลูกค้ายังจะได้ส่วนลดค่าซื้อสินค้าอื่นของ Fitbit เพิ่มเติมด้วย

การเรียกคืน Fitbit Ionic เกิดจากมีลูกค้าร้องเรียนปัญหาไปยังหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค (Consumer Product Safety Commission – CPSC) ของสหรัฐอเมริกาในเรื่องแบตเตอรี่ร้อนจำนวน 174 เคส และอาการบาดเจ็บจากการไหม้ผิวหนังอีก 118 เคส

ที่มา – Fitbit, Engadget

from:https://www.blognone.com/node/127444

รีวิว fitbit Charge5 มาพร้อมหน้าจอสี AMOLED และ GPS ในตัว

รีวิว Fitbit Charge 5 ฟิตเนสแทรคเกอร์ที่หน้าตาจะแตกต่างจากตัว fitbit Charge 4 โดยสิ้นเชิง พร้อมฟังก์ชั่นล้ำๆ  ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอสีแบบ AMOLED และ Always-on-display ช่วยเพิ่มความสะดวกในการมองเห็นขณะออกกำลังกายมี GPS ในตัวและเป็นตัวแรกที่มีเซนเซอร์ EDA ช่วยวัดการตอบสนองของร่างกายต่อความเครียด รวมถึงแบตเตอร์รี่สามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 7 วันอีกด้วย วางจำหน่าย 3 สี ในราคา 7,690 บาท

DSC08261

  • Graphite/Black
  • Soft Gold/Lunar White
  • Platinum/Mineral Blue

โดยสีที่เราจะมารีวิวให้ชมกันจะเป็นสีฟ้า Mineral Blue ค่ะ

แกะกล่อง fitbit Charge5

DSC09481
DSC09498
DSC09500

  • fitbit Charge5
  • สายชาร์จพร้อมหัวชาร์จ
  • สายซิลิโคนแบบยาวสำหรับเปลี่ยนอีก 1 ชิ้น
  • คู่มือการใช้งานสารพัดภาษา (ไม่มีภาษาไทยเช่นเคย T-T )

DSC09525

เมื่อพูดถึงแบรนด์ fitbit แล้ว มั่นใจในวัสดุประกอบได้เลยค่ะ ตัวเรือนอลูมิเนี่ยมสีเงินดูเรียบหรู ออกแบบมาให้ง่ายกับการแต่งตัวแมทเข้ากับเสื้อผ้าโดยใช้สีโทนขรึม ตัวสายที่มีความยืดหยุ่นสวมใส่ทำกิจกรรมสบายได้ตลอดทั้งวันรวมถึงใส่นอนและใส่อาบน้ำ ตัวสายสามารถถอดเปลี่ยนได้ตามชอบ สีที่เราได้มารีวิวจะเป็นสี Mineral Blue ที่จะไม่ได้เป็นฟ้าสดใสแต่จะเป็นฟ้าอมเทาหม่น

DSC08268

หน้าจอทรงยาวครั้งนี้มาพร้อมจอสีที่สว่างสดใสสู้แดดสว่างกว่า Charge 4 ถึง 2 เท่าในเวลากลางวัน หน้าจอแบบสัมผัส ใช้การแสดงผลแบบ Always-on-display เป็นตัวแรกที่จะช่วยเพิ่มความสะดวกให้มองเห็นหน้าจอได้ตลอดเวลาในการออกกำลังกาย พร้อมปกป้องหน้าจอด้วย Corning Gorilla Glass 3

DSC09505

ด้านหลังเป็นเซ็นเซอร์วัดค่าต่างๆ พร้อมแถบแม่เหล็กสำหรับชาร์จ และสลักสำหรับเปลี่ยนสาย วิธีเปลี่ยนสายเปลี่ยนได้ง่ายมากค่ะแค่ใช้เล็บดันสลักออก

การเชื่อมต่อ

เชื่อมต่อง่ายผ่านสมาร์ทโฟน สำหรับการใช้งานครั้งแรกก่อนอื่นต้องดาว์นโหลดแอปพลิเคชั่น fitbit ก่อนค่ะ ซึ่งมีทั้งใน iOS  และ Android

Screenshot 20211228-191112 Companion-Device-Manager
Screenshot 20211228-191811 Fitbit
Screenshot 20211228-194433 Fitbit

รองรับการใช้งาน iOS 12.2 และ Andriod 8.0 ขึ้นไป เชื่อมต่อ Bluetooth ใส่รหัส 4 หลัก ที่ปรากฏบนหน้าจอ fitbit เพื่อทำการเชื่อมต่อ สำหรับใครใช้ Android คือสามารถเชื่อมต่อได้อย่างรวดเร็วผ่าน Google Fast Pair หลังจากนั้นก็พร้อมใช้งานได้เลยค่ะ เราสามารถเลือกเปลี่ยนหน้าปัดเป็นแบบอืนๆ ซึ่งมีให้เลือกเพียบเลยภายในแอปฯ

Screenshot 20220109-164726 Fitbit
Screenshot 20220109-164658 Fitbit

บนหน้าจอของฟิตบิทจะมีการแจ้งการวัดค่าต่างๆ แบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเป็นอัตราการเต้นของหัวใจ เวลาในการนอนพร้อมบอก Score ในการนอนได้บนหน้าจอโดยไม่ต้องเปิดเข้าไปดูในสมาร์ทโฟน รวมถึงเราสามารถดูการแจ้งเตือนข้อความต่างๆ ไม่ว่างเป็น Line, Facebook, WhatsApp ได้จากบนหน้าจอ..แต่น่าเสียดายที่รุ่น Charge 5 ยังไม่รองรับภาษาไทยในตอนนี้

DSC08294

นับจำนวนการก้าวเดินในแต่ละวันรวมถึงระยะทางด้วย รุ่นนี้มาพร้อม GPS ในเครื่อง ดูได้จากบนหน้าจอไม่ต้องพกมือถือระหว่างการออกกำลังกายเดิน วิ่ง หรือทำกิจกรรมอื่นๆ

DSC08255

 

Screenshot 20220106-001344 Fitbit
Screenshot 20220106-001254 Fitbit

พร้อมโหมดการออกกำลังกายสามารถเลือกประเภทการออกกำลังกายได้ถึง 20 ประเภท อาทิ กอล์ฟ พิลาทิส การปั่นจักรยาน เทนนิส ฯลฯ ระบบตรวจจับการออกกำลังกายอัตโนมัติ และค่าประมาณ V02 max

DSC08259

สามารถติดตามอัตราการเต้นของหัวใจในปัจจุบันและวัดการเผาผลาญพลังงานได้ตลอดเวลา อัตราการเต้นของหัวใจขณะพักเป็นเครื่องบ่งชี้สุขภาพหัวใจโดยรวม ยิ่งเลขน้อย ยิ่งได้คะแนนมาก

DSC08303

การกันน้ำอยู่ในระดับ 5ATM ใส่อาบน้ำ เล่นน้ำได้ ในความลึกไม่เกิน 50 เมตร มีโหมด Water Lock ป้องกันไม่ให้น้ำหยดน้ำสัมผัสโดนหน้าจอโดยไม่ตั้งใจ

DSC09518
DSC09524

แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน 7 วันต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ตรงนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ ด้วยค่ะ อย่างการเปิดแสงหน้าจอ Max หรือการใช้งาน GPS ก็จะทำให้การใช้งานสั้นลง

49887

เซนเซอร์ EDA – Fitbit Charge 5 เป็นแทรคเกอร์ตัวแรกที่มีเซนเซอร์ EDA ที่คอยวัดการตอบสนองของร่างกายต่อความเครียด ที่วัดจากการเปลี่ยนแปลงของต่อมเหงื่อบริเวณนิ้วมือ โดยการใช้ 2 นิ้วแตะบริเวณด้านข้างของจอเพื่อทำการ EDA Scan ทำหลังจากการออกกำลังกายก็จะเป็นการ Cooldown เพื่อให้ร่างกายเข้าสู่สภาวะปกติลดอัตราการเต้นของหัวใจลงหลังจากการออกกำลังกายอย่างหนักหน่วง

49888

ตรงนี้เราสามารถตั้งเวลาในการทำ EDA Scan ได้ตั้งแต่ 2-7 ด้วยค่ะ บันทึกอารมณ์ในแต่ละครั้งของวันในแอปได้ง่ายๆ จาก Very stressed ไปจนถึง Very Calm เป็นการฝึกสมาธิเรียกสติในอีกทาง

49873

 

ตรวจสอบความอิ่มตัวของออกซิเจน (SpO2) – โหมดฮิตที่จะไม่มีไม่ได้ สำหรับการวัดค่าออกซิเจนในเลือด ตัวนี้เราก็สามารถเช็คได้จากหน้าจอโดยต้องเปิดเข้าไปดูในสมาร์ทโฟนค่ะ

Active Zone Minutes  เป็นตัวช่วยให้ผู้ใช้งานปรับเปลี่ยนความหนักเบาของการออกกำลังกายได้ โดยวัดจากกิจกรรมส่วนบุคคลที่นอกเหนือจากการก้าวเดิน ระบบนี้สามารถวัดระยะเวลาที่คุณใช้ในแต่ละระดับของอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งช่วยให้คุณวัดกิจกรรมระดับปานกลางและหนัก เพื่อจะได้บรรลุเป้าหมายระยะเวลา 150 นาทีของการออกกำลังกายซึ่งจะช่วยเสริมสร้างสุขภาพของคุณ

Screenshot 20220106-001406 Fitbit
49884

Stress Management Score บริหารความเครียดเพื่อช่วยให้คุณมีสุขภาพดี, ประเมินระดับความเครียดของร่างกายคุณแบบรายวัน โดยวิเคราะห์ระดับกิจกรรม การนอนหลับและอัตราการเต้นของหัวใจ

Screenshot 20220109-165840 Fitbit

Sleep Score  เพื่อเข้าใจการนอนหลับและพัฒนาการนอนให้ดีขึ้นแบบรายวัน Sleep Stage หรือคะแนนด้านการนอนหลับที่จะช่วยให้คุณค่อย ๆ แสดงคุณภาพการนอนในแต่ละวันได้อย่างชัดเจน และการแจ้งเตือนเมื่อถึงเวลาเข้านอน และฟีเจอร์ปลุกแบบ Smart wake

Screenshot 20220107-192020 Fitbit

และสำหรับสาวๆ fitbit Charge 5 มีแจ้งวันตกไข่รวมถึงช่วงเวลาของการมีประจำเดือนที่ค่อนข้างแม่นยำเลยทีเดียวภายในแอพพลิเคชั่นของ fitbit จะมีคลิปการออกกำลังกายในรูปแบบต่างๆ ทั้งแบบเสียเงินและฟรีดูได้ฟรีทุกสัปดาห์  โดยคลิ๊กที่แถบด้านล่างเข้าไปที่ Discover เลือก Workouts

49877
49876

­FITBIT PREMIUM

สำหรับคอนเทนต์เสียเงินสามารถเข้าถึงคอนเทนต์การออกกำลังกายแบบหนักหน่วงกับ Fitbit Premium กว่า 200 แบบจากเทรนเนอร์ที่ได้รับการรับรองและแบรนด์ดังต่าง ๆ เช่น Daily Burn, barre3, obé เป็นต้น ยังสามารถสนุกไปกับทีมเทรนเนอร์ของวิลล์สมิธในรูปแบบเวอร์ชวล เพื่อให้การออกกำลังกายของคุณนั้นมีความสนุกและดุเดือดมากยิ่งขึ้นกับหลักสูตร StrongWill ซึ่งจะนำเสนอโปรแกรมการออกกำลังกายเพื่อเรียกเหงื่อและกระตุ้นฮอร์โมนเอ็นดอร์ฟิน ถึง 6 รูปแบบ

49881
49880
49879

ให้คุณออกกำลังกายเพื่อปั๊มหัวใจในแบบที่คุณชื่นชอบ เช่น BODYPUMPTM, BODYATTACKTM, BODYCOMBATTM และอีกมากมาย ที่ทำได้ทั้งที่บ้านและที่ยิม จะได้รับการออกกำลังกาย LES MILLS ใหม่ 25 รายการซึ่งมีอยู่ในแอพ Fitbit นอกจากนี้ ความหนักเบาของการออกกำลังกายและอุปกรณ์ยังสามารถปรับเปลี่ยนได้ นี่เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการทำให้หัวใจได้เต้นอย่างหนัก และบรรลุเป้าหมาย Active Zone Minute (AZM) และถ้าคุณเป็นสมาชิกระดับพรีเมียม ฟีเจอร์ Daily Readiness Score จะเปิดให้ใช้งานในเร็วๆ นี้ ซึ่งจะกำหนดระดับการเตรียมร่างกายและเป้าหมาย AZM ได้แบบรายวัน นอกจากนี้สมาชิก Fitbit Premium จะได้รับบทวิเคราะห์เชิงลึกและแนวทางในการพัฒนาคุณภาพการนอนอีกด้วย

DSC08276

สรุปการใช้งาน

หลังจากอยู่ด้วยกันมาเกือบ 2 อาทิตย์ คือชอบมากใส่ตลอดเวลาจะมีถอดแค่ตอนอาบน้ำ น้ำหนักเบา หน้าจอสวยสว่างสู้แดด มีเซนเซอร์ EDA ที่คอยวัดการตอบสนองของร่างกายต่อความเครียด ตรวจสอบความอิ่มตัวของออกซิเจน (SpO2) ส่วนตัวคิดว่าแบรนด์ fitbit ทำออกมาดีแทบทุกรุ่น มีการพัฒนาตัวสินค้าอย่างต่อเนื่อง ทรงสวยดูแพงรวมถึงเจ้าตัว fitbit Charge 5 ด้วยเช่นกัน แบตเตอรี่ทนทาน ใช้งานจบบนหน้าจอ ที่เหลือก็รออัพเดทเรื่องรองรับภาษาไทยอย่างเดียว

 

ข่าว: รีวิว fitbit Charge5 มาพร้อมหน้าจอสี AMOLED และ GPS ในตัว มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/fitbit-charge5-review-with-amoled-color-screen-and-built-in-gps/

Fitbit Charge 5 เริ่มวางจำหน่ายแล้วในประเทศไทย พร้อมเพิ่มฟีเจอร์พรีเมี่ยมใหม่ล่าสุด

Fitbit Charge 5 ประกาศอัพเดท การวางจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่วันนี้ ในราคา 7,690 บาท โดยมาพร้อมกับสมาชิก Fitbit Premium เป็นระยะเวลา 6 เดือน

ผู้สนใจสามารถสั่งซื้อ Charge 5 ผ่านช่องทางออนไลน์กันได้แล้ววันนี้ ที่ Fitbit.com และมีวางจำหน่ายที่ B2S, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล, Dotlife, JD Central, Lazada, PowerBuy, ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน, Shopee, Super Sport และห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์

Fitbit Charge 5

รายละเอียด Fitbit Premium และฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่มีเพิ่มเติมมีดังนี้:

  • ฟิตบิตได้จับมือกับ Calm แอปพลิเคชั่นอันดับ 1 สำหรับการนอนหลับ ทำสมาธิ และผ่อนคลาย ซึ่งสมาชิก Fitbit Premium สามารถใช้งานได้เเล้ววันนี้ โดยผู้ใช้งานสามารถติดตามการนอนหลับ และดูฟีเจอร์ Calm ที่ช่วยลดความเครียดได้ถึงจำนวน 30 รายการ นอกจากนั้นผู้ใช้งาน Fitbit Sense ยังสามารถเห็นผลลัพธ์ของการใช้งาน Calm ที่มีผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจ และการตอบสนอง EDA จากฟีเจอร์ดังกล่าว
  • สำหรับผู้ใช้งาน Sense และ Versa 3 ก็สามารถใช้งานฟีเจอร์การตรวจจับเสียงกรนและเสียงรบกวน (Snore & Noise Detect)  ได้เเล้ววันนี้ ฟีเจอร์ดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าใจสภาพแวดล้อมการนอนหลับของตนเอง ซึ่งไมโครโฟนของ Sense และ Versa 3 นั้นสามารถตรวจจับเสียงได้เกือบทุกวินาทีเพื่อที่จะติดตามเสียงกรน และเสียงของสภาพแวดล้อมในขณะนอนหลับได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีระบบวิเคราะห์เสียง เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับรู้ถึงเสียงที่อาจรบกวนในขณะนอนหลับจนต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกและทำให้เกิดการพักผ่อนไม่เพียงพอได้ ทั้งนี้ ตามข้อสัญญาที่มีผลผูกพันทางกฎหมายต่างๆ ที่ระบุไว้ เราขอยืนยันว่าข้อมูลด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้ใช้ Fitbit จากฟีเจอร์นี้ รวมถึงข้อมูลการใช้งานประเภทอื่นๆ จะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อการโฆษณาบน Google และข้อมูลเหล่านี้ก็จะถูกแยกออกจากข้อมูลโฆษณา Google อื่นๆ อีกเช่นเดียวกัน

ในช่วงปีที่ผ่านมา เราต้องเผชิญกับความเจ็บป่วย ความสูญเสีย ความเครียดที่เพิ่มขึ้น การเปลี่ยนแปลงทั้งในแง่พฤติกรรมการนอน การรับประทานอาหาร และการออกกำลังกาย สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เราต้องรักษาตัวเองให้แข็งแรงและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น แต่สำหรับหลาย ๆ คน ความแข็งแกร่งมีนิยามที่เปลี่ยนไป ความแข็งแรงไม่ได้วัดกันที่น้ำหนักที่เราสามารถจะยกได้หรือความเร็วที่เราวิ่งได้อีกต่อไป แต่มันยังรวมถึงขีดจำกัดที่ร่างกายและจิตใจของเราจะรับได้อีกด้วย

เมื่อนิยามของความแข็งแกร่งเปลี่ยนไป ฟิตบิทจึงได้เปิดตัว Fitbit Charge 5 ฟิตเนสแทรคเกอร์สุดล้ำ ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้คุณสามารถวัดความพร้อมของร่างกาย ตรวจเช็คความเครียด ดูแลสุขภาพหัวใจ วัดคุณภาพการนอนหลับ และสุขภาพในทุกมิติไว้ในเครื่องเดียว ด้วยดีไซน์ที่บางลงและทันสมัยมากขึ้น จอภาพสีที่สว่างขึ้น กับแบตเตอรีที่อึดสามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 7 วัน โดย Fitbit Charge 5 มาพร้อมกับฟีเจอร์ที่สะดวกสบายให้คุณได้ใช้งานตามต้องการโดยไม่มีอุปสรรค์ใด ๆ

และด้วยสมาชิก Fitbit Premium นาน 6 เดือนที่มาพร้อมกับตัวเครื่อง[1] ทำให้คุณสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกด้านสุขภาพได้มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งคำแนะนำที่สามารถนำไปปฏิบัติตามได้และวิธีการออกกำลังกายกว่า 500 แบบ ซึ่งรวมไปถึงข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพจิตและการกินที่ช่วยให้คุณสามารถเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับร่างกายของคุณได้ในแต่ละวัน

เสียเหงื่ออย่างชาญฉลาด

ด้วยฟังก์ชั่นใหม่ Daily Readiness ที่มาพร้อมกับ Fitbit Premium ซึ่งจะสามารถใช้ได้เร็ว ๆ นี้ในฟิตบิทรุ่น Charge 5, Sense, Versa 3, Versa 2, Luxe และ Inspire 2 ทำให้คุณสามารถทำความเข้าใจร่างกายของตัวเอง ว่าพร้อมสำหรับการออกกำลังกายหรือไม่ หรือควรจะให้ความสำคัญกับการพักฟื้น โดยในตอนเช้าของทุกวัน คุณจะได้รับคะแนนที่ประเมินความอ่อนล้าของร่างกาย ระดับการเต้นของหัวใจ (HRV) และคุณภาพจากการนอนหลับครั้งล่าสุด และข้อมูลที่วิเคราะห์ว่าปัจจัยใดมีผลกับคะแนน พร้อมคำแนะนำ เช่น Active Zone Minutes และคอนเทนท์บน Fitbit Premium ที่ช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง   

โดย Fitbit Charge 5 ยังมาพร้อมกับ GPS ในตัวเครื่อง พร้อมโหมดการออกกำลังกว่า 20 แบบ ระบบตรวจจับการออกกำลังกายอัตโนมัติ และค่าประมาณ V02 max ของคุณ นอกจากนี้ ด้วยสมาชิก Fitbit Premium คุณยังสามารถเข้าถึงคอนเทนต์การออกกำลังกายกว่า 200 แบบจากเทรนเนอร์ที่ได้รับการรับรองและแบรนด์ดังต่าง ๆ เช่น Daily Burnbarre3obé และการออกกำลังกายด้วยพลังงานสูงแบบใหม่จาก LES MILLS

ลดความเครียด ผ่อนคลายจิตใจ

ในช่วงปี 2020 พบว่า ผู้ใหญ่กว่า 40% ต้องเผชิญกับความเครียดเป็นอย่างมาก และเพื่อช่วยให้คุณสามารถจัดการความเครียดได้ดียิ่งขึ้น Charge 5 จะเป็นแทรคเกอร์ตัวแรกที่มีเซนเซอร์ EDA ที่คอยวัดการตอบสนองของร่างกายของคุณต่อความเครียด ที่วัดจากการเปลี่ยนแปลงของต่อมเหงื่อบริเวณนิ้วมือ ซึ่ง ฟิตบิท ได้เปิดตัว EDA เป็นครั้งแรกเมื่อฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้วพร้อมกับ Fitbit Sense และพบว่า 70% ของผู้ใช้ สามารถลดอัตราการเต้นของหัวใจลงได้ ในระหว่างการทำ EDA Scan เป็นเวลา 2 นาที ซึ่งพิสูจน์ว่าเครื่องมือเหล่านี้สามารถช่วยลดความเครียดได้จริง[2]

ซึ่ง Fitbit Charge 5 ยังมีฟีเจอร์ Stress Management Score บนแอปพลิเคชัน Fitbit ที่ช่วยให้คุณได้ข้อมูลในทุกเช้าว่า คุณพร้อมสำหรับความท้าทายที่มากขึ้นหรือต้องการการพักผ่อน ด้วยระบบสมาชิก Premium คุณยังสามารถเข้าถึงคอนเทนต์การทำสมาธิกว่า 300 แบบจากแบรนด์และผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ เพื่อช่วยให้คุณจัดการความเครียดได้อีกด้วย นอกจากนี้ ฟิตบิทยังจะประกาศความร่วมมือกับ Calm แอปพลิเคชั่นอันดับ 1 ด้านการนอน นั่งสมาธิ และการผ่อนคลาย ซึ่งจะช่วยให้สมาชิก Fitbit Premium เข้าถึงเนื้อหาของ Calm ได้อีกด้วย[3]

ลงลึกกับสุขภาพของคุณในทุกด้าน

เรายังช่วยให้คุณใส่ใจสุขภาพหัวใจของตัวเอง โดยที่ Fitbit Charge 5 สามารถตรวจจับการเต้นของหัวใจของคุณตลอดเวลา และทำการแจ้งเตือนเมื่ออัตราการเต้นของหัวใจสูงหรือต่ำกว่าระดับปกติที่เป็นระดับเฉพาะตัวของคุณ ซึ่งอาจจะช่วยบ่งบอกอาการของหัวใจที่ต้องได้รับการดูแลจากแพทย์

นอกจากจะช่วยจัดการสุขภาพหัวใจของคุณแล้ว Charge 5 ยังนำเสนอภาพรวมของเมตริกที่สำคัญต่อสุขภาพของคุณผ่านทาง Health Metrics Dashboard ในแอป Fitbit ซึ่งรวมถึงข้อมูลอัตราการหายใจ การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิผิวหนัง และ SpO2[4] และด้วยสมาชิกแบบ Premium คุณยังสามารถแทร็คการเปลี่ยนแปลงในระยะยาวและข้อมูลเฉพาะตัวของคุณ

และเพราะว่าการนอนก็สำคัญกับสุขภาพ คุณจะได้รับบริการจากเครื่องมือเกี่ยวกับการนอนหลับชั้นนำอย่างต่อเนื่อง เช่น Sleep Score แบบรายวัน Sleep Stages และฟีเจอร์ปลุกอย่าง SmartWake   นอกจากนี้ สมาชิก Fitbit Premium จะได้รับบทวิเคราะห์เชิงลึกและแนวทางในการพัฒนาคุณภาพการนอนอีกด้วย

ออกแบบมาสำหรับความสะดวก สมรรถภาพ และความสบาย

นอกเหนือจากการสนับสนุนด้านสุขภาพและฟิตเนสแล้ว Fitbit Charge 5 ยังมอบฟีเจอร์เพื่อความสะดวกให้คุณ ด้วยการปัดเพียงปลายนิ้ว ดูสถิติ จ่ายเงินแบบไร้การสัมผัส รับ/ส่งการแจ้งเตือน จากสมาร์ทโฟนของคุณ (พร้อมฟังก์ชั่นตอบกลับด่วนบนมือถือในระบบ Android) ไม่เพียงเท่านั้น คุณยังสามารถเลือกหน้าปัดนาฬิกาสีสดใสได้ถึง 20 แบบเพื่อปรับเปลี่ยนการมองเห็นข้อมูลที่คุณอยากรู้มากที่สุด 

ด้วยขนาดที่บางกว่ารุ่นก่อนหน้า 10% ฟิตบิต Charge 5 ยังมีดีไซน์แบบแอโรไดนามิกส์ที่เพิ่มสมรรถภาพและดีไซน์ทางวิศวกรรมสำหรับการสวมใส่แบบไร้รอยต่อ ด้วยหน้าจอสีแบบ AMOLED Charge 5 เป็นแทรคเกอร์ตัวแรกที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ Always-on-display ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกให้คุณมองเห็นหน้าจอได้ตลอดเวลาออกกำลังกาย ด้วยหน้าจอที่สว่างเป็นสองเท่าของรุ่นก่อนหน้า คุณยังสามารถมองเห็นค่าต่าง ๆ ได้แม้ในวันแดดจ้า นอกจากนี้ คุณยังสามารถปรับเปลี่ยนลุคได้ตลอดเวลา ด้วยสายรัดข้อมือซิลิโคนแบบอินฟินิตีน้ำหนักเบา สายรัดข้อมือแบบสปอร์ตระบายอากาศ สายรัดข้อมือไนลอนแบบนิ่ม และสายรัดข้อมือหนังทำมือสุดพรีเมี่ยมจาก Horween


[1] สำหรับผู้ใช้งานใหม่และผู้ใช้งานปัจจุบันของ Fitbit Premium โดยเป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไข  คอนเทนต์ Fitbit Premium อาจแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ และบางคอนเทนต์มีให้ใช้งานเฉพาะในภาษาอังกฤษ

[2] จากการรวบรวมข้อมูลโดยไม่ระบุตัวตนจากผู้ใช้ Fitbit Sense ที่อายุมากกว่า 18 ปี 10,000 คนจากทั่วโลก ระหว่างเดือนธันวาคม 2020 ถึงเดือนมกราคม 2021

[3] คอนเทนต์จาก Calm รองรับการใช้งานในภาษาอังกฤษ สเปน โปรตุเกส ฝรั่งเศส เยอรมัย ญี่ปุ่น และเกาหลี

[4] Health Metric Dashboard สามารถใช้งานได้ในบางพื้นที่ และไม่ควรใช้สำหรับการวินิจฉัยทางการแพทย์

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/fitbit-charge-5-is-now-available-in-thailand/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=fitbit-charge-5-is-now-available-in-thailand