คลังเก็บป้ายกำกับ: FIBER_OPTICS

นักวิจัยเดนมาร์กสร้างชิปที่ส่งข้อมูลได้เร็ว 1.84 Pbps (1.84 พันล้านล้านบิตต่อวินาที)

นักวิจัยจาก Technical University of Denmark สร้างชิปที่สามารถส่งข้อมูลผ่านสายใยแก้วได้เร็ว 1.84 Pbps (ประมาณ 1.84 ล้าน Gbps) หรือเปรียบเทียบง่ายๆ ว่าหากไฟล์รูปภาพมีขนาด 1MB ก็เท่ากับว่าสามารถส่งไฟล์รูปได้วินาทีละ 230 ล้านรูป

การส่งข้อมูลนี้ใช้ชิปโฟโตนิกซึ่งเป็นชิปที่ส่งข้อมูลด้วยแสงแตกต่างจากชิปทั่วไปที่ส่งด้วยสัญญาณไฟฟ้า โดยชิปแบบโฟโตนิกนี้สามารถตรวจจับ, สร้าง, ส่ง และปรับแต่งสัญญาณแสงเพื่อแบ่งการโอนถ่ายข้อมูลออกเป็นหลายพันช่องสามารถส่งข้อมูลด้วยแสงเป็นระยะทางไกลกว่า 7.9 กิโลเมตร

สำหรับงานวิจัยนี้ทีมวิจัยได้แบ่งการส่งข้อมูลเพื่อส่งผ่านแกนของเส้นใยแก้วแต่ละแกน เป็นการแยกช่องสัญญาณด้วยตัวนำก่อนเป็นอย่างแรกจำนวน 37 ช่อง ในแต่ละแกนของเส้นใยแก้วก็มีการแบ่งช่องสัญญาณด้วยความถี่ของคลื่นแสงโดยแบ่งออกเป็น 223 ช่องความถี่ ซึ่งข้อมูลแต่ละชุดจะถูกประมวลด้วยคลื่นแสงคนละย่านความถี่กัน (เปรียบเปรยคล้ายคลึงกับการส่งสัญญาณด้วยคลื่นวิทยุที่ใช้เสาอากาศและเสารับสัญญาณชุดเดียวกัน แต่สามารถส่งข้อมูลที่แยกจากกันได้โดยใช้ความถี่คลื่นแตกต่างกันไปคนละช่อง)

อันที่จริงก่อนหน้านี้เคยมีงานวิจัยพัฒนาการส่งข้อมูลด้วยความเร็ว 10.66 Pbps ให้เห็นมาก่อนแล้ว แต่ครั้งนั้นการทำงานยังต้องใช้อุปกรณ์ที่ใหญ่โตยากจะสร้างขึ้นมาใช้งานได้ในสถานการณ์จริงนอกห้องปฏิบัติการและประสิทธิภาพในการส่งข้อมูลก็ไม่ดีนัก แต่งานวิจัยจาก Technical University of Denmark นี้อาศัยเพียงแค่ชิปคอมพิวเตอร์ตัวเดียวเป็นแหล่งกำเนิดแสงเพื่อการส่งข้อมูล ซึ่งดูมีความเป็นไปได้สูงที่จะได้รับการพัฒนาไปสู่การสร้างชิปเพื่อใช้งานจริงในท้องตลาด

ในการทดสอบความสามารถในการส่งข้อมูลของชิปนั้น ทีมวิจัยต้องสร้างข้อมูลเทียม (dummy data) ปริมาณมหาศาล เนื่องจากไม่มีคอมพิวเตอร์ใดในโลก ณ ตอนนี้ที่สามารถป้อนหรือรับข้อมูลมากมายเพียงนี้ได้ทัน ทีมวิจัยใช้การส่งข้อมูลเทียมเหล่านี้ผ่านช่องสัญญาณทุกช่อง และทำการทดสอบเพื่อตรวจสัญญาณฝั่งขาออกทีละช่องเพื่อยืนยันว่าการส่งข้อมูลเกิดขึ้นจริงและมีความถูกต้องหรือไม่

Asbjørn Arvad Jørgensen หัวหน้าทีมวิจัยกล่าวว่าปริมาณการรับส่งข้อมูลของอินเทอร์เน็ตทุกวันนี้โดยเฉลี่ยมีค่าราว 1 Pbps ในขณะที่ความเร็วที่ทีมวิจัยทำการทดลองนี้แทบจะเร็วเป็น 2 เท่าของค่าดังกล่าว ยิ่งถ้าพิจารณาจากข้อมูลที่ว่าการทดสอบนี้ใช้สายใยแก้วที่มีขนาดเล็กกว่า 1 ตารางมิลลิเมตร ซึ่งนั่นยิ่งทำให้เห็นว่าโลกเรามีโอกาสเพิ่มความเร็วในการรับส่งข้อมูลได้อีกมาก

ตัวชิปที่ทีมวิจัยสร้างขึ้นแม้จะส่งข้อมูลได้เร็วมากแต่ยังไม่สมบูรณ์เสียทีเดียว ในตอนนี้มันยังต้องอาศัยการต่ออุปกรณ์เลเซอร์และตัวเข้ารหัสสัญญาณมาเชื่อต่อกับช่องปล่อยสัญญาณแต่ละช่องอยุ่ แต่ Jørgensen ระบุว่าสามารถปรับปรุงโดยผนวกรวมส่วนประกอบเหล่านี้ไปอยู่ในตัวชิปเป็นชิ้นงานเดียวกันได้ในอนาคต ซึ่งขนาดของชิปก็จะมีขนาดใกล้เคียงกล่องไม้ขีดไฟ ซึ่งนั่นน่าจะทำให้การผลิตเพื่อใช้งานจริงในท้องตลาดไม่ไกลเกินเอื้อม

ผู้ที่สนใจสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานวิจัยชิปส่งข้อมูลระดับ Pbps นี้ได้ที่นี่

No Descriptionที่มาภาพ: pixabay: chaitawat, License CC 0)

ที่มา – Interesting Engineering

from:https://www.blognone.com/node/131085

NTT ข้อมูลระดับ 1.2 เทราบิตต่อวินาทีต่อช่องสัญาณในสายไฟเบอร์ได้สำเร็จ

NTT ประกาศความสำเร็จในการส่งข้อมูลระดับ 1.2 เทราบิตต่อวินาทีต่อช่องสัญญาณ (wavelength) ได้สำเร็จ นับเป็นความเร็ว 1.5 เท่าตัวจากเดิมที่เคยมีงานวิจัยส่งข้อมูลระดับ 800 กิกะบิตต่อวินาที กระบวนการส่งสัญญาณจะเข้ารหัส (modulate) แบบ 64QAM ที่อัตรา 140 giga baud

ในอุตสาหกรรมทุกวันนี้ยังใช้งานที่แบนวิดท์ระดับ 100 กิกะบิตต่อวินาทีต่อช่องสัญญาณ
รายงานของ NTT ไม่บอกรายละเอียดของความสำเร็จนัก เช่น ระยะทางส่งข้อมูลที่ใช้งานได้ แต่ระบุว่าเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการส่งข้อมูลที่แบนวิดท์ต่ำกว่านี้เพื่อให้ส่งข้อมูลได้ไกลขึ้น

ที่มา – NTT

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130272

นักวิจัยใช้ใยแก้วนำแสงสร้างเซ็นเซอร์ติดเตียงผู้ป่วยเพื่อป้องกันการเกิดแผลกดทับ

นักวิจัยจาก University of South Australia พัฒนาเซ็นเซอร์โดยใช้ใยแก้วนำแสงติดผ้าปูเตียงสำหรับปูบนเตียงผู้ป่วย สามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวของร่างกายผู้ป่วยเพื่อช่วยเฝ้าระวังไม่ให้ผู้ป่วยเกิดแผลกดทับจากการนอนบนเตียงด้วยท่าทางเดิมเป็นเวลานานเกินไป

ตัวเส้นใยแก้วที่ใช้เป็นเซ็นเซอร์นี้ถูกออกแบบให้ติดตั้งเป็นแนวต่อเนื่องกระจายไปทั่วพื้นที่ของเตียง เมื่อผู้ป่วยนอนบนเตียงที่ติดตั้งชุดเซ็นเซอร์นี้ไว้ แรงกดทับจากน้ำหนักของร่างกายคนจะไปทำให้ใยแก้วเกิดการยืดตัวหรือโค้งงอตามตำแหน่งต่างๆ ที่มีแรงกดทับกระทำกับมัน

No Descriptionผู้ร่วมการทดลองนอนบนผ้าปูเตียงที่ติดเซ็นเซอร์ใยแก้วนำแสงไว้

ในระหว่างการใช้งานเซ็นเซอร์จะมีการปล่อยแสงเข้าสู่ปลายด้านหนึ่งของใยแก้วนำแสง และใช้เครื่องตรวจสอบการกระเจิงของแสงต่อเข้ากับปลายอีกด้านหนึ่งของเส้นใยแก้ว เมื่อผู้ป่วยมีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนท่าทางการนอนก็จะทำให้เส้นใยแก้วเกิดการขยับ ส่งผลให้รูปแบบการยืดตัวและโค้งงอของเส้นใยแก้วตามตำแหน่งต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมและทำให้ลักษณะการกระเจิงของแสงที่ตรวจได้มีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย

No Descriptionเมื่อเส้นใยแก้วมีการยืดตัวหรือโค้งงอจะส่งผลให้การกระเจิงของแสงภายในเส้นใยแก้วเปลี่ยนแปลงไปด้วย

โดยอาศัยหลักการตรวจสอบการเคลื่อนไหวร่างกายของผู้ป่วยตามที่กล่าวมา หากเซ็นเซอร์พบว่าผู้ป่วยนอนนิ่งในท่าเดิมเป็นเวลาต่อเนื่องกันนานเกินไปก็จะทำการแจ้งเตือนให้เจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยทำการเปลี่ยนท่าทางการนอนของผู้ป่วยเพื่อป้องกันการเกิดแผลกดทับ

ทั้งนี้นอกจากจะสามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวร่างกายของผู้ป่วยที่นอนอยู่บนเตียงได้แล้ว เซ็นเซอร์ใยแก้วนำแสงนี้ยังไวพอที่จะตรวจจับความเปลี่ยนแปลงของแรงกดทับแม้เพียงเล็กน้อยในระดับที่สามารถรับรู้ถึงการเต้นของหัวใจและการหายใจของคนได้ด้วย

ทีมนักวิจัยคิดว่าเซ็นเซอร์ใยแก้วนำแสงนี้จะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสะดวกสบายมากขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับการใช้อุปกรณ์ที่มีอยู่ในปัจจุบันซึ่งจะต้องติดเซ็นเซอร์ที่เชื่อมต่อสายสัญญาณเข้ากับร่างกายของผู้ป่วยโดยตรง หรือหากเปรียบเทียบกับวิธีการใช้กล้องวงจรปิดจับภาพผู้ป่วยเพื่อช่วยตรวจสอบการเคลื่อนไหวร่างกายแล้ว ก็ถือว่าการใช้เซ็นเซอร์ใยแก้วนำแสงนี้จะช่วยรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ป่วยได้ดีกว่า

ผู้ที่สนใจสามารถอ่านรายละเอียดของงานวิจัยนี้เพิ่มได้ที่นี่

ที่มา – New Atlas

from:https://www.blognone.com/node/129799

Corning Webinar: เตรียมโครงสร้างเน็ตเวิร์กอย่างไรให้พร้อมรับยุค Thailand 4.0

Corning ร่วมกับ Masstron ขอเรียนเชิญผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานด้าน Network และ Data Center เข้าร่วมงานสัมมนา Corning Webinar เรื่อง “เตรียมโครงสร้างเน็ตเวิร์กอย่างไรให้พร้อมรับยุค Thailand 4.0” พร้อมแนะนำกลยุทธ์การอัปเกรดโครงข่ายจาก 10G สู่ 400G อย่างยั่งยืน ในวันอังคารที่ 29 มีนาคม 2022 เวลา 14:00 น. ผ่านทาง Live Webinar

พิเศษ!! ลงทะเบียนและเข้าร่วมงานเพื่อลุ้นรับ USB Flash Drive 16 GB รูป MTP Connector สุดเท่จาก Corning

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: เตรียมโครงสร้างเน็ตเวิร์กอย่างไรให้พร้อมรับยุค Thailand 4.0
ผู้บรรยาย: คุณอินทิรา เลิศพนานนท์ Sales Engineer จาก Masstron (Thailand)
วันเวลา: วันอังคารที่ 29 มีนาคม 2022 เวลา 14:00 – 15:00 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 500 คน
ภาษา: ไทย
ลิงก์ลงทะเบียน: https://us06web.zoom.us/webinar/register/WN_AVqGmc_FRYSSU-X7lEjksQ

Data Center มีแนวโน้มต้องการโครงข่ายเน็ตเวิร์กความเร็วสูงเพื่อรองรับอัตราการรับส่งข้อมูลที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ การวางกลยุทธ์และเตรียมความพร้อมสำหรับขยายประสิทธิภาพของโครงข่ายอย่างยั่งยืนกลายเป็นความท้าทายที่ทุกองค์กรต้องเผชิญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อประเทศไทยก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจ 4.0

เข้าร่วม Webinar นี้เพื่ออัปเดตแนวโน้มด้าน Data Center Networking ล่าสุด รวมไปถึงการวางรากฐานโครงสร้างเน็ตเวิร์กและการเดินสายเคเบิลให้พร้อมขยายประสิทธิภาพตามการเติบโตของธุรกิจในอนาคต พร้อมแนะนำโซลูชัน Optical Fiber ระดับ 10G สู่ 400G จาก Corning

เนื้อหาการบรรยายประกอบด้วย

  • แนวโน้มด้าน Data Center Networking กับนโยบาย Thailand 4.0
  • เปรียบเทียบ Unstructured Cabling VS. Structured Cabling
  • แนวทางปฏิบัติในการวางโครงสร้างเน็ตเวิร์กและสายเคเบิลอย่างเป็นระบบ
  • แนะนำโซลูชัน Optical Fiber จาก Corning
  • การเตรียมความพร้อมในการอัปเกรดโครงข่ายจาก 10G สู่ 400G อย่างยั่งยืน

from:https://www.techtalkthai.com/corning-webinar-ready-your-network-infrastructure-to-realize-thailand-4-0/

[Case Study] Australian Data Centres เลือกวางระบบ Cabling ด้วยโซลูชัน EDGE™ HD จาก Corning

Australian Data Centres (ADC) ผู้ให้บริการ Data Center และ Cloud Services ชื่อดังจากออสเตรเลีย เลือกวางโครงข่าย Fiber Optics ใน Data Center ของตนด้วยโซลูชัน EDGE™ HD – Preterminated Optical Cabling System แบบ High-density จาก Corning เพื่อยกระดับความเร็ว ความเสถียร และประสิทธิภาพในการรับส่งข้อมูลให้พร้อมรองรับความต้องการของลูกค้าในยุคดิจิทัล

Australian Data Centres คือใคร

Australian Data Centres (ADC) เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการ Data Center และ Cloud Services ชั้นนำของประเทศออสเตรเลีย มี Data Center ตั้งอยู่ ณ เมือง Canberra ให้บริการตั้งแต่การเช้าตู้ Rack ขนาดเล็กไปจนถึงห้อง Data Center แบบครบวงจรสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ ADC เป็น Data Center แห่งแรกในแถบเมืองหลวงที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน Tier III จากสถาบัน Uptime

ADC เริ่มให้บริการอย่างเต็มศักยภาพเมื่อปี 2011 และกลายเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการ Data Centre Facilities Supplies Panel  ที่ได้รับการยอมรับจากหน่วยงานรัฐบาลกลางของออสเตรเลีย ซึ่งเป็นโซลูชันที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องประสิทธิภาพ ความคุ้มค่า และการรักษาสิ่งแวดล้อมสำหรับสินทรัพย์ด้าน Information Technology & Telecommunications (IT&T) ของประเทศ

เลือกใช้ EDGE™ HD – Preterminated Optical Cabling System แบบ High-density จาก Corning

เพื่อเพิ่มศักยภาพและความยืดหยุ่นของ Hardware และ Software Infrastructure ให้สามารถตอบรับความต้องการของลูกค้าได้ทั้งในปัจจุบันและอนาคต ADC จำเป็นต้องวางโครงข่าย Fiber Obtics ที่สามารถมั่นใจได้ว่าจะไม่เกิด Downtime เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการข้อมูลของลูกค้าทั้งหมดได้อย่างมั่นคงปลอดภัย

ADC ได้เลือกใช้เทคโนโลยี EDGE™ HD จาก Corning ซึ่งเป็นโซลูชัน Preterminated Optical Cabling System แบบ High-density ที่ง่ายต่อการติดตั้งและสามารถยกระดับประสิทธิภาพของเครือข่ายใน Data Center ไปอีกขั้น โดยโซลูชันประกอบด้วย Optical Trunks, Harnesses, Modules, Housings และ Jumpers ซึ่งทั้งหมดนนี้นอกจากจะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังใช้พลังงานสำหรับจ่ายไฟและทำความเย็นน้อยกว่าระบบที่ใช้สายทองแดงอีกด้วย

“หน่วยงานรัฐและลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ไม่สามารถรับเรื่องการเชื่อมต่อล่มได้ เพื่อบรรลุความคาดหวังของลูกค้า เราจำเป็นต้องจัดหาผลิตภัณฑ์และบริการที่สามารถลดความเสี่ยงให้เหลือน้อยที่สุด และรับประกันเรื่องการเชื่อมต่อของลูกค้าตลอดเวลา” — Chris Carr, Technical & Operations Director จาก ADC

ติดตั้งเร็ว ผสานงานอย่างไร้รอยต่อ ใช้พื้นที่น้อย และประสิทธิภาพสูง

เทคโนโลยี EDGE™ HD ของ Corning ช่วยสนับสนุนการเชื่อมต่อ Data Center ของ ADC ด้วยคุณสมบัติสำคัญ 4 ประการ ได้แก่

  • ติดตั้งได้อย่างรวดเร็ว – โซลูชัน EDGE™ HD สามารถติดตั้งเพื่อใช้งานได้เร็วกว่าระบบสายเคเบิลทั่วไปถึง 35% ช่วยให้ธุรกิจสามารถเริ่มให้บริการสู่ตลาดได้เร็วกว่า
  • ผสานการทำงานได้อย่างไร้รอยต่อ – อุปกรณ์ที่ถูกปรับแต่งเชิงวิศวกรรมมาเป็นอย่าง สามารถทำงานร่วมกับ SAN Director ที่ใช้อยู่ได้อย่างง่ายดาย
  • ใช้งานได้หนาแน่นในพื้นที่จำกัด – Corning EMF Frame สามารถติดตั้งได้แม้แต่ภายในห้อง Meet-me Rooms (MMRs) ช่วยให้ ADC สามารถใช้สอยพื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด
  • ประสิทธิภาพสูง – เมื่อใช้งานคู่กับ Corning® SMF-28® Ultra Optical Fiber ทำให้ ADC สามารถเดินสายในท่อได้มากขึ้น ใช้ตู้เก็บสายที่มีขนาดเล็กลง และสร้างรากฐานการวางโครงข่ายให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นได้

โซลูชันพร้อมใช้งานแบบเสร็จสรรพที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ

ด้วยความมั่นคงปลอดภัยอันยอดเยี่ยมและการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้โซลูชัน Fiber Optics ของ Corning และบริการจาก ADC สามารถตอบโจทย์ความต้องการของกองทัพและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องใช้งานอย่างต่อเนื่องแบบ 24/7 ตลอดทั้งปี

การใช้งาน EDGE™ HD และ SMF-28® Ultra Optical Fiber ช่วยเปิดโอกาสใหม่ในการให้บริการลูกค้าของ ADC ซึ่งล่าสุดในปี 2017 ADC ได้ขยายพื้นที่ให้บริการและยังคงเลือกใช้โซลูชัน Fiber Optics จาก Corning เพื่อตอบรับความต้องการด้าน IT ของลูกค้าทั้งในปัจจุบันและอนาคต

“ในเรื่องธุรกิจ เราต้องคิดการณ์ไกลเรื่องเทคโนโลยี เราตั้งเป้าที่จะนำเสนอชุดโซลูชันสำหรับ Data Center ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในแถบเมืองหลวงของออสเตรเลียตลอดมา ด้วยการสนับสนุนจากผลิตภัณฑ์ที่ไว้วางใจได้และพร้อมใช้งานในอนาคตของ Corning ทำให้ ADC สามารถให้บริการโซลูชันระดับเฟิร์สคลาสแก่ลูกค้า และตอบโจทย์ความต้องการของพวกเราที่เพิ่มมากขึ้นและเปลี่ยนแปลงไปได้อย่างง่ายดาย” — Chris Carr, Technical & Operations Director จาก ADC

ผู้ที่สนใจสามารถอ่าน Case Study ของ Australian Data Centres ฉบับเต็มได้ที่นี่

from:https://www.techtalkthai.com/case-study-adc-chose-edge-hd-cabling-solution-from-corning/

ฟรี White Paper: 50 ปีในวงการไฟเบอร์ สร้างอนาคตแห่งระบบออฟติกไปด้วยกัน โดย Corning

Corning ผู้ให้บริการโซลูชัน Fiber Optics ชั้นนำจากสหรัฐฯ ร่วมกับ IDC ออกเอกสารวิจัยตลาดเรื่อง “50 ปีในวงการไฟเบอร์ สร้างอนาคตแห่งระบบออฟติกไปด้วยกัน” เพื่อบอกเล่าวิวัฒนาการของเทคโนโลยี Fiber Optics จากอดีตจนถึงปัจจุบัน การประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรม 4.0 และยุค 5G ไปจนถึงเบื้องหลังการผลิตสาย Fiber Optics ที่ทำให้ Corning กลายเป็นผู้นำในตลาด ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดเอกสารไปศึกษาได้ฟรี

Fiber Optics ได้สร้างเครือข่ายโดยการเชื่อมโยงเราเข้าหากัน อีกทั้งส่งมอบการเชื่อมต่อที่ว่องไว ซึ่งมีความจำเป็นในโลกที่ต้องการความรวดเร็วสูงเช่นทุกวันนี้ บริษัท Corning ได้เฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีแห่งนวัตกรรม Fiber Optics ไว้ใน White Paper วาระครบรอบพิเศษร่วมกับรายงานวิจัยตลาดโดย IDC ฉบับนี้ มีความยาวทั้งสิ้น 10 หน้า โดยเนื้อหาประกอบด้วย

  • สรรค์สร้างนวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต
  • ไฟเบอร์: รากฐานของเศรษฐกิจดิจิทัลของทุกวันนี้
  • ประโยชน์ของไฟเบอร์
  • การผลิตแก้วบริสุทธิ์สูงสำหรับสายไฟเบอร์ออฟติก
  • กรณีศึกษา: GovDC ส่งมอบประสบการณ์ผู้ใช้งานอันไร้รอยต่อสำหรับพลเมืองชาวออสเตรเลีย

Corning_50_Years_of_Fiber_TH

from:https://www.techtalkthai.com/white-paper-50-years-of-fiber-by-corning/

อังกฤษลงทุนเกือบ 200 ล้าน วางสายไฟเบอร์ออฟติกส์ตามท่อน้ำ พร้อมระบบมอนิเตอร์ท่อน้ำเสียหาย

รัฐบาลอังกฤษลงทุน 4 ล้านปอนด์หรือกว่า 185 ล้านบาทวางสายไฟเบอร์ออฟติกส์ตามท่อน้ำ เพื่อขยายการใช้งานอินเทอร์เน็ตในพื้นที่ห่างไกลแบบไม่ต้องเจาะถนน และส่วนหนึ่งของการลงทุนจะสร้างระบบมอนิเตอร์การชำรุดของท่อน้ำด้วย ลดปริมาณน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคที่ต้องเสียหายไปจากการชำรุด

Matt Warman รัฐมนตรีกระทรวงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลกล่าวว่า ค่าใช้จ่ายในการขุดถนนเป็นอุปสรรคใหญ่ที่บริษัทโทรคมนาคมต้องเจอ เมื่อต้องขยายการใช้งานอินเทอร์เน็ตไปในพื้นที่ชนบท แต่ในพื้นดินยังมีเครือข่ายท่อน้ำที่วิ่งไปทั่วประเทศ รัฐบาลอังกฤษจึงเปิดรับผู้สร้างนวัตกรรมมาพัฒนาระบบที่ช่วยให้ประหยัดน้ำ และเสริมสร้างการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต

ภาพสายไฟเบอร์ออฟติกส์ทั่วไป

พื้นที่กว่า 96% ของสหราชอาณาจักรจะสามารถเข้าถึงบรอดแบนด์ความเร็วสูงได้แล้ว โดยมีความเร็วในการดาวน์โหลดอย่างน้อย 24 Mbps แต่มีเพียง 12% ที่สามารถเข้าถึงความเร็วที่เร็วขึ้นผ่านบรอดแบนด์แบบไฟเบอร์ได้เต็มรูปแบบ

โซลูชันใดๆ ที่จะใช้ทดสอบสายเคเบิลใยแก้วนำแสงในท่อจ่ายน้ำจะต้องได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานตรวจสอบน้ำดื่ม หรือ DWI ก่อนนำไปใช้งานจริง โดยเปิดให้หน่วยงาน หรือบริษัทที่สนใจสร้างนวัตกรรมสมัครเข้ามาภายในวันที่ 4 ตุลาคม

ที่มา – The Guardian, Gov.UK

from:https://www.blognone.com/node/124124

ญี่ปุ่นทำลายสถิติเชื่อมต่อเน็ตเวิร์คเร็วที่สุดในโลก 319 Tb/s ผ่านสายไฟเบอร์ระยะทาง 3,000 กิโลเมตร

วิศวกรจาก KDDI Research ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยผลการทดลอง ส่งข้อมูลดิจิทัลผ่านสายไฟเบอร์ใยแก้วแบบ 4 คอร์ ในงาน Conference on Optical Fiber Communications ที่จัดขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยส่งสัญญาณความเร็ว 319 Tb/s (เทราบิตต่อวินาที) ทำลายสถิติ เดิมที่ University College London เคยทำร่วมกับ Xtera และ KDDI Research เอง ไว้ที่ 178 Tb/s ในปี 2020

การทดลองครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตบนสายไฟเบอร์ออฟติกส์ขนาด 125 ไมโครเมตรจำนวน 4 คอร์ และทดสอบส่งข้อมูลผ่านสายระยะทางกว่า 3,000 กิโลเมตร มีข้อสำคัญคือสายแบบ 4 คอร์นี้สามารถนำมาปรับใช้กับโครงสร้างสายไฟเบอร์ปัจจุบันได้ในอนาคต เนื่องจากมีขนาดไม่ต่างจากสายไฟเบอร์อินเทอร์เน็ตทั่วไป แค่ต้องนำมาดัดแปลงใช้งานกับเทคนิคส่งสัญญาณแบบใหม่

ภาพสายไฟเบอร์ออฟติกส์ทั่วไป

เทคนิคส่งสัญญาณนี้ เริ่มโดยการแบ่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตเป็นหลายช่วงคลื่นความถี่ต่างกัน ผ่านเทคนิค wavelength-division multiplexing (WDM) เพื่อให้ส่งข้อมูลได้มากขึ้น จากนั้นยิงเลเซอร์แบบ 552-channel แยกแต่หลายช่วงคลื่นนี้ ไปผ่าน dual polarization modulation เพื่อให้แต่ละช่วงคลื่นส่งสัญญาณออกไปไม่พร้อมกัน เกิดเป็นลำดับการส่งสัญญาณหลายแบบ

สัญญาณที่มีลำดับต่างกันนี้ จะถูกแบ่งส่งไปยังคอร์ทั้ง 4 คอร์ของสายไฟเบอร์สลับกัน วิ่งต่อไปเป็นระยะทางราว 70 กิโลเมตร ก่อนจะไปถึงจุดขยายสัญญาณที่ใช้ตัวขยายสัญญาณสองแบบ แบบหนึ่งใช้ธาตุธูเลียม (Thulium-doped) และอีกแบบใช้เออร์เบียม (Erbium-Doped) หลังจากนั้นจึงเดินทางต่อและใช้การขยายสัญญาณแบบรามาน (Raman amplification) ตามปกติ ก่อนจะผ่านสายไฟเบอร์อีกส่วน และกลับไปเริ่มขั้นตอนขยายสัญญาณใหม่อีกครั้ง วนไปจนครบระยะ 3,000 กิโลเมตร

อย่างไรก็ตาม แม้ขนาดของสายไฟเบอร์ 4 คอร์นี้จะไม่ต่างจากสายไฟเบอร์แบบเดิมมากนัก แต่ขั้นตอนการขยายสัญญาณที่ซับซ้อน ทำให้การอัพเกรดโครงสร้างอาจจะต้องใช้เวลานาน แต่เทคโนโลยีเช่นนี้ก็น่าจะทำให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตที่มีโครงข่ายไฟเบอร์ระดับประเทศหรือระดับทวีปอยู่แล้วสามาารถอัพเกรดโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่นับวันจะขยายตัวขึ้นได้ในอนาคต

ที่มา – Interesting Engineer

from:https://www.blognone.com/node/123752

ทีโอที จัดโปรเน็ตไฟเบอร์แท้ เพิ่มความเร็วในเวลากลางคืนและวันหยุดด้วยโปร TOT Extra Top Speed

ในยุค Social ที่ใคร ๆ ชอบใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อความบันเทิง ไม่ว่าจะดูหนัง ดูคอนเสิร์ตหรือ LIVE ก็ตาม ถ้ายิ่งเป็นอินเทอร์เน็ตที่ความเร็วสูงและเสถียรก็ช่วยให้ความบันเทิงของเราไม่ขาดตอน โดยเฉพาะอินเทอร์เน็ตจากผู้ให้บริการชั้นนำเช่น ทีโอที ที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศและมีคุณภาพน่าเชื่อถือ

TOT fiber 2U จัดโปรโมชั่น Extra Top Speed เน็ตไฟเบอร์ออพติกที่รับส่งข้อมูลได้เร็วและเสถียร เพิ่มความเร็วในช่วงกลางคืนของวันธรรมดา และวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ให้แรงกว่าปกติ 2-3 เท่าตัว โดยแพ็กเกจที่ทาง ทีโอที จัดโปรโมชั่นจะมี 2 แพ็กเกจด้วยกัน ได้แก่

No Description

  • 100/100 Mbps ในเวลากลางวัน (06:01-18:00 น.) เพิ่มเป็น 300/300 Mbps ในเวลากลางคืน (18:01-06:00 น.) และวันเสาร์อาทิตย์ 24 ชั่วโมง ราคา 700 บาท/เดือน (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
  • 200/200 Mbps ในเวลากลางวัน (06:01-18:00 น.) เพิ่มเป็น 500/500 Mbps ในเวลากลางคืน (18:01-06:00 น.) และวันเสาร์อาทิตย์ 24 ชั่วโมง ราคา 900 บาท/เดือน (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

จะเห็นว่าโปรโมชั่นทั้งหมดมีความพีคที่ความเร็วทั้งอัปโหลดและดาวน์โหลดเท่ากัน ตอบสนองการใช้งานทั้งการชมรายการบันเทิง แคสเกมให้เพื่อน ๆ รับชม หรือวิดีโอคอลที่ความละเอียดสูง ขณะที่การใช้งานช่วงกลางวันก็ยังมีความเร็วเพียงพอสำหรับบางวันที่เราอยู่บ้านพักผ่อน

No Description

ผู้สนใจสมัครออนไลน์ได้ 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2563 และได้สิทธิ์แลกซื้อ ONU Wireless ในราคา 9 บาท มีให้เลือกถึง 3 แบบ ได้แก่

  • ONU 4 Port Wireless
  • ONU 1-4 Port + Access Point
  • IP Phone ATA

นอกจากนี้ทาง ทีโอที ยังฟรีค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ได้แก่:

  • ค่าติดตั้งอุปกรณ์พร้อมเดินสายภายใน 1 จุด โดยฟรีค่า Drop Optic ไม่เกิน 300 เมตรและสายภายในตัวอาคารไม่เกิน 15 เมตร มูลค่า 5,770 บาท
  • ค่าธรรมเนียมแรกเข้า มูลค่า 1,000 บาท
  • ค่าเปลี่ยนแพ็กเกจ มูลค่า 1,000 บาท
  • ค่าบำรุงรักษารายเดือน มูลค่า 100 บาท

สนใจสมัครใช้บริการ : http://bit.ly/2mLT0fz

from:https://www.blognone.com/node/112673

[PR] UIH ยกระดับโครงข่าย Terabit ทั่วไทย

UIH รุกอัปเกรดโครงข่ายสื่อสารทั่วประเทศ เพิ่มศักยภาพรองรับ Bandwidth เติบโตระดับ Terabit ในภูมิภาค พร้อมเป็นศูนย์กลางโครงข่ายระดับอาเซียน

คุณสันติ เมธาวิกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ จำกัด (UIH) 
ในกลุ่มบริษัท เบญจจินดา โฮลดิ้ง กล่าวว่า UIH ผู้ให้บริการโครงข่ายและดิจิทัลโซลูชัน (Digital Infrastructure and Solution Provider) พร้อมเป็นศูนย์กลางโครงข่ายระดับอาเซียน ด้วยการอัปเกรดโครงข่ายสื่อสาร Backboneรับส่งข้อมูลด้วย Bandwidth ระดับ Terabit per second และสามารถรองรับได้ถึง 
8 Tbps เชื่อมต่อข้อมูลระหว่างชายแดนไทยทั่วประเทศกับประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งได้เพิ่มสาย Fiber Obtics หลักเส้นที่ 3 ตามแนวทางรถไฟ ระยะทาง 2,500 กิโลเมตร เพื่อสร้างความเสถียรของโครงข่ายและเตรียมรับมือ กับปริมาณการใช้ Bandwidth ระหว่างประเทศที่มีแนวโน้มสูงขึ้น

จากรายงานข้อมูลของ Telegeography คาดการณ์ปริมาณ Bandwidth ระหว่างประเทศปี 2016 –  2023 
ในเอเชียเติบโตเฉลี่ยปีละ 47% หรือมีปริมาณ Bandwidth ประมาณ 1,128 Tbps ขณะที่ประเทศไทยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละ 33% หรือมีปริมาณ Bandwidth ประมาณ 22.72 Tbps โดยกลุ่มผู้ใช้บริการที่ใช้งาน Bandwidth และมีอัตราเติบโตสูงในเอเชีย คือ กลุ่มผู้ให้บริการ Content เช่น Google, Facebook, Microsoft, กลุ่มสถาบันวิจัย-การศึกษา และ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต

โดยโครงข่าย Fiber ระดับ Terabit ของ UIH พัฒนาบนเทคโนโลยี DWDM (Dense Wavelength Division Multiplexing) ที่ทันสมัยที่สุด และมีระบบ Automatically Switched Optical Network หรือ ASON ซึ่งมีคุณสมบัติในการบริหารจัดการเส้นทาง Fiber โดยระบบจะเลือกเส้นทาง Fiber บนโครงข่ายที่ดีที่สุดเพื่อรับส่งข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว รองรับบริการโซลูชันการสื่อสารข้อมูลธุรกิจทั้งภายในและระหว่างประเทศ สำหรับลูกค้าองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น Video Conference, Video Streaming, ดาวโหลดอัปโหลดข้อมูลความละเอียดสูง Ultra High Definition หรือ 4K, AI, Big Data Analytics, IoT เป็นต้น

นอกจากนี้ UIH ยังวางจุดเชื่อมโครงข่ายไปต่างประเทศ 7 แห่ง บริเวณจังหวัดติดชายแดนในประเทศไทย เพื่อเชื่อมต่อกับประเทศใน AEC ประกอบด้วย จุดที่จังหวัดสงขลา เชื่อมต่อมาเลเซีย จุดที่สระแก้วเชื่อมต่อกัมพูชา จุดที่มุกดาหารและหนองคาย เชื่อมกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จุดที่เชียงราย ตาก เชื่อมกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ และมีจุดเชื่อมต่อ (Point of Presence: PoP) ในฮ่องกงและสิงคโปร์ เพื่อเชื่อมต่อโครงข่ายออกสู่
ทั่วโลก

“UIH ในฐานะ International Gateway สู่ AEC พร้อมยกระดับโครงข่ายก้าวไปอีกขั้น ด้วยความเร็วระดับ Terabit เชื่อมต่อระหว่างประเทศ รับเทรนด์การเติบโตของการใช้งาน Bandwidth ในภูมิภาคนี้” — คุณสันติกล่าว

คุณสันติ ระบุอีกว่า สำหรับภาคใต้เป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญของการวางโครงข่าย UIH โดยเฉพาะในอำเภอหาดใหญ่ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในสงขลาและเป็นศูนย์กลางธุรกิจการสื่อสารในภาคใต้ โดย UIH มีจุดวางโครงข่ายที่หาดใหญ่เชื่อมต่อไปยังเมืองปาดังเบซาร์ และสะเดา (จังโหลน) บริเวณติดชายแดนไทย มาเลเซีย และร่วมมือกับพันธมิตรโทรคมนาคมในมาเลเซียเชื่อมโครงข่ายตรงไปยังสิงคโปร์ และโครงข่ายทั่วโลก

from:https://www.techtalkthai.com/uih-upgrades-internet-to-terabit-per-second/