คลังเก็บป้ายกำกับ: FEATURES

YouTube Shorts ทดสอบฟีเจอร์ขายของในแอป แบบ TikTok

YouTube กำลังทดสอบฟีเจอร์ใหม่เพื่อซื้อขายสินค้าใน YouTube Shorts ให้ครีเอเตอร์ในสหรัฐฯ และผู้ชมในสหรัฐฯ อินเดีย บราซิล แคนาดา และออสเตรเลีย โดยครีเอเตอร์สามารถใส่แท็กสินค้าของตนเองในวิดีโอบน YouTube Shorts และผู้ซื้อสามารถกดซื้อของได้เลยภายในแอปพลิเคชัน ขณะนี้เปิดทดลองให้ครีเอเตอร์บางคนในสหรัฐฯ

YouTube ทดลองฟีเจอร์ดังกล่าวเพราะต้องการเพิ่มแหล่งรายได้ของบริษัทขณะที่เศรษฐกิจชะลอตัวทำให้ธุรกิจโฆษณาของแพลตฟอร์มชะลอตัวลงด้วย นอกจากนี้ YouTube ยังต้องการแข่งขัน TikTok ที่เพิ่งทดลองฟีเจอร์ลักษณะเดียวกันไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อขยายสู่บริการอีคอมเมิร์ซมากขึ้น

Michael Martin ผู้จัดการทั่วไปของฝั่ง YouTube Shopping เผยว่าบริษัทมีแผนการ 2 อย่างในปี 2023 คือการจ่ายค่าคอมมิชชันให้กับครีเอเตอร์ที่ขายสินค้าผ่านลิงก์ในวิดีโอ และจะจ่ายเงินในครีเอเตอร์ 45% จากรายได้ที่ได้จากการโฆษณาใน Shorts

ที่มา: Financial Times

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/131513

Chrome เพิ่มฟีเจอร์ติดตามราคาสินค้า, แถบแสดงผลการค้นหาด้านข้าง และการซิงก์รหัสผ่าน

Google เตรียมเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ที่สำคัญ 3 อย่างให้กับ Chrome เวอร์ชั่น 108 ที่กำลังจะปล่อยให้ผู้ใช้อัพเดตใช้งานกัน โดยมีทั้งระบบติดตามราคาของสินค้าบนร้านค้าออนไลน์, การเพิ่มแถบแสดงผลการค้นหาด้วย Google Search บริเวณด้านข้างของหน้าจอ รวมถึงการซิงก์รหัสผ่านของผู้ใช้จากการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ของบัญชีผู้ใช้คนเดียวกัน

รายละเอียดของฟีเจอร์ใหม่ข้างต้นมีดังนี้

1. ระบบติดตามราคาสินค้า
เมื่อผู้ใช้เปิดดูสินค้าในร้านค้าออนไลน์ จะปรากฏปุ่มสัญลักษณ์แจ้งเตือนพร้อมข้อความ “Track price” ขึ้นในช่อง address bar ของ Chrome หากผู้ใช้ต้องการติดตามราคาของสินค้าตัวดังกล่าวก็สามารถกดปุ่มที่ว่านี้ หลังจากนั้นหากมีการลดราคาสินค้าตัวนั้นไม่ว่าบนเว็บไซต์ใดก็ตาม ระบบจะส่งอีเมลแจ้งให้ผู้ใช้ทราบ

No Description

2. แถบแสดงผลการค้นหาด้านข้างของหน้าจอ
เมื่อผู้ใช้ทำการค้นหาข้อมูลด้วย Google Search และทำการคลิกลิงก์ใดลิงก์หนึ่งจากหน้าแสดงผลการค้นหาแล้ว จะมีปุ่มสัญลักษณ์ Google (ตัว G แบบ 4 สี) ปรากฏขึ้นในแถบ address bar ซึ่งเมื่อผู้ใช้คลิกสัญลักษณ์ดังกล่าวจะเป็นการเปิดแถบแสดงผลการค้นหาด้านข้างของหน้าจอ Chrome โดยฟีเจอร์นี้จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถกดลิงก์เพื่อเปลี่ยนไปดูผลการค้นหาลิงก์อื่นได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องกดปุ่ม back เพื่อย้อนกลับไปหน้าแสดงผล

ทั้งนี้ผู้ที่ใช้ Chrome เวอร์ชั่น 107.0.5304.88 อยู่ในปัจจุบันก็สามารถใช้งานฟีเจอร์นี้ได้แล้ว

No Description

3. การซิงก์รหัสผ่านจากหลายอุปกรณ์
สำหรับผู้ใช้ที่มีการใช้งาน Chrome บนอุปกรณ์หลายเครื่องและมีการบันทึกรหัสผ่านไว้หลายที่ ฟีเจอร์นี้จะช่วยให้ซิงก์ข้อมูลรหัสผ่านเหล่านั้นเข้าด้วยกัน ผู้ใช้สามารถเปิดการซิงก์รหัสผ่านได้จากเมนู Setting

No Description

ทั้งนี้ข้อมูลจากหน้าเว็บ Chrome Developers ของ Google ระบุว่า Chrome เวอร์ชั่น 108 จะปล่อยให้ใช้งานจริงในวันที่ 29 พฤศจิกายนนี้

ที่มา – BGR

from:https://www.blognone.com/node/131354

Gmail ออกฟีเจอร์ใหม่ในสหรัฐฯ แสดงสถานะพัสดุที่สั่งในช่อง inbox

Gmail ออกฟีเจอร์ใหม่โดยจะแสดงเลขพัสดุ (tracking number) และสถานะของพัสดุรวมถึงวันที่คาดว่าพัสดุจะมาถึงผู้รับด้านบนช่อง inbox ของ Gmail เลยโดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องกดลิงก์เข้าสู่เว็บไซต์ภายนอกเพื่อติดตามสถานะพัสดุ ฟีเจอร์นี้สามารถใช้ได้กับบริษัทขนส่งในสหรัฐฯ เกือบทุกแห่ง

No Description

ผู้ใช้จะต้องกดอนุญาตเพื่อให้ Gmail เปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ก่อน โดยจะมีแถบขึ้นในช่อง inbox ที่มีหัวข้อว่า “Track your package in Gmail” และมีตัวเลือกให้ผู้ใช้อนุญาตและไม่อนุญาตให้เปิดใช้งานฟีเจอร์

นอกจากนี้ ในอนาคตฟีเจอร์นี้จะแสดงสถานะให้ผู้ใช้รู้ด้วยเมื่อของจะมาส่งช้ากว่ากำหนด

ที่มา: Google

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/131304

Telegram ทดสอบฟีเจอร์จ่ายเงินเพื่อดูโพสต์ แต่ไม่ใช้ระบบ in-app purchase

นักวิเคราะห์สายโซเชียลมีเดีย Matt Navarra สังเกตเห็นฟีเจอร์ใหม่และโพสต์ลงใน Twitter ว่าช่อง Telegram บางช่องสามารถใช้ฟีเจอร์ที่ให้ผู้ใช้ต้องชำระเงินจึงจะดูโพสต์ได้แล้ว อย่างไรก็ตาม Telegram ยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ จึงน่ายังอยู่ในช่วงทดลองอยู่เท่านั้น

สิ่งสำคัญ คือ แม้ว่าฟีเจอร์จ่ายเงินเพื่อดูโพสต์จะเปิดทดลองในแอปพลิเคชันบนระบบ iOS แต่ Telegram กลับให้ตัดบัตรเครดิตโดยตรงแทนที่จะใช้ระบบจ่ายเงินภายในแอปของ Apple ซึ่งถือว่าผิดนโยบายของ Apple ซึ่งดูเหมือนว่า Telegram จะพยายามหลีกเลี่ยงการโดนหักค่าคอมมิชชัน 30% จากฝั่ง Apple

ประเด็นจากที่ Apple บังคับให้ใช้ระบบการชำระเงินของตัวเองก็มีมาตลอด อย่างกรณีเกาหลีใต้ที่ออกกฎหมายจน Apple ต้องยอมเปิดให้จ่ายเงินด้วยวิธีอื่นแทนบน App Store

ก่อนหน้านี้ Telegram ก็ได้พยายามหารายได้ด้วยการเปิดให้สมัครสมาชิก Premium ที่ต้องเสียค่าบริการเพื่อเข้าถึงฟีเจอร์เพิ่มเติมด้วย

ที่มา: Twitter @MattNavarra via 9to5Mac

from:https://www.blognone.com/node/131198

iPhone 14 โทรเรียก 911 เพราะเข้าใจผิดว่าคนนั่งรถไฟเหาะเป็นผู้ประสบอุบัติเหตุรถชน

หนึ่งในฟีเจอร์ของ iPhone 14 ที่ถือเป็นของใหม่สำหรับสมาร์ทโฟนจาก Apple คือระบบ Crash Detetcion ที่จะตรวจจับว่าผู้ใช้งานประสบอุบัติเหตุรถชนหรือไม่ หากมันตรวจจับการชนก็จะช่วยโทรติดต่อเจ้าหน้าที่ 911 เพื่อให้มาช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ อย่างไรก็ตามดูเหมือนระบบ Crash Detetcion จะยังมีข้อผิดพลาดอยู่บ้าง เมื่อมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ 911 ได้รับสายที่โทรจาก iPhone 14 อัตโนมัติในระหว่างที่ผู้ใช้กำลังนัง่รถไฟเหาะ

ระบบ Crash Detetcion นั้นอาศัยการตรวจจับอัตราเร่งที่ซึ่งเป็นสิ่งบ่งชี้แรงที่กระทำต่อตัวสมาร์ทโฟน หากอัตราเร่งที่วัดได้มีค่าสูง ย่อมหมายถึงมีแรงกระทำมาก และหากค่าของอัตราเร่งที่เซ็นเซอร์ในสมาร์ทโฟนวัดได้มีการเปลี่ยนแปลงค่าอย่างรวดเร็วก็ย่อมสื่อถึงแรงกระแทกรุนแรงที่กระทำต่อตัวสมาร์ทโฟน (อีกนัยหนึ่งก็หมายถึงแรงที่กระทำต่อผู้ใช้ที่พกสมาร์ทโฟนติดตัวอยู่) ซึ่งเมื่อมันตรวจจับการกระแทกที่ประเมินว่าเป็นอุบัติเหตุมันจะแสดงหน้าจอแจ้งเตือนและเตรียมนับถอยหลังเพื่อโทรแจ้งเหตุฉุกเฉินโดยอัตโนมัติหากผู้ใช้ไม่ทำการยกเลิกการโทรเสียก่อน

การนั่งรถไฟเหาะที่มีการเปลี่ยนแปลงของแรงกระทำต่อผู้ที่ขึ้นไปนั่ง ทั้งการเบรก, การเลี้ยวเปลี่ยนทิศทางของเครื่องเล่น, การตกจากยอดสูงของรางด้วยความเร็วสูง เหล่านี้ล้วนมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอัตราเร่งที่เซ็นเซอร์ในสมาร์ทโฟนของผู้ที่นั่งรถไฟพึงวัดได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามค่าอัตราเร่งที่จะตรวจวัดได้จากการนั่งรถไฟเหาะย่อมแตกต่างจากค่าที่ควรจะเป็นในกรณีที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ซึ่งดูเหมือนว่าระบบ Crash Detetcion ของ iPhone 14 จะยังไม่อาจแยก 2 สิ่งนี้ออกจากกันได้

มีรายงานว่านับตั้งแต่การเปิดตัวและวางขาย iPhone 14 เป็นต้นมา เจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 911 ของสำนักงาน Warren County ได้รับสายจากการโทรอัตโนมัติด้วยระบบ Crash Detection ของ iPhone 14 ที่ผู้ใช้พกติดตัวขึ้นไประหว่างเล่นรถไฟเหาะในสวนสนุก Kings Island ซึ่งอยู่ในพื้นที่เขตรับผิดชอบ โดยมีการโทรอัตโนมัติด้วยระบบนี้เข้ามาที่สำนักงานจำนวน 6 ครั้ง

ข้อแนะนำสำหรับผู้ใช้ iPhone 14 ที่ต้องการนั่งรถไฟเหาะ จึงอาจมีทางเลือกคือการไม่เอาสมาร์ทโฟนติดตัวขึ้นไปด้วย หรือไม่ก็ปิดการทำงานระบบ Crash Detetcion หรืออีกทางคือเลือกเปิดโหมดการบินเพื่อตัดระบบการสื่อสารไม่ให้มันทำการโทรโดยอัตโนมัติ

ที่มา – The Wall Street Journal ผ่าน The Verge

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130848

TikTok เพิ่มฟีเจอร์ตัดต่อวิดีโอใหม่ พร้อม Photo Mode สำหรับโพสต์รูป

TikTok เพิ่มฟีเจอร์ใหม่สำหรับตัดต่อวิดีโอและเสียง รวมถึงการปรับแต่งตัวอักษร โดยผู้ใช้สามารถเพิ่มไฟล์วิดีโอและจัดเรียงพร้อมกันได้ พร้อมตัด ปรับแต่ง ตัดแบ่ง และกำหนดความเร็วของวิดีโอได้ รวมถึงตัด ปรับแต่ง กำหนดระยะเวลาของเสียงรวมถึงใส่เสียง sound effect ได้

ผู้ใช้ยังสามารถเพิ่มภาพซ้อนภาพหรือวิดีโอซ้อนวิดีโอได้ในหนึ่งโพสต์ พร้อมทั้งหมุนและซูมวิดีโอได้ด้วย นอกจากนี้ TikTok ได้เพิ่มฟีเจอร์ให้ผู้ใช้แก้ไขและจัดวางตัวอักษรง่ายขึ้น รวมทั้งสามารถกำหนดระยะเวลาที่จะให้ตัวอักษรปรากฎคลิปวิดีโอได้

No Description

ฟีเจอร์ใหม่อีกอย่างหนึ่ง คือ Photo Mode สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการโพสต์ภาพ ผู้ใช้สามารถโพสต์ภาพคุณภาพสูงได้ทีละหลายภาพและให้เปลี่ยนทีละภาพเองโดยอัติโนมัติได้ รวมทั้งยังสามารถเพิ่มเพลงประกอบภาพได้ นอกจากนี้ โพสต์ใน Photo Mode สามารถใส่คำอธิบายได้ยาวสูงสุด 2,200 ตัวอักษร

ขณะนี้ฟีเจอร์สามารถใช้ได้ในสหรัฐฯ และเกือบทุกประเทศทั่วโลกแล้ว

ที่มา: TikTok

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130816

Meta เปิดให้ลองใช้ฟีเจอร์ใหม่ เชื่อม Facebook กับ Instagram ได้ง่ายขึ้น

Meta เปิดให้ผู้ใช้ทั่วโลกทดลองใช้ฟีเจอร์ใหม่เพื่อให้ผู้ใช้สร้างบัญชีและสลับแอปพลิเคชันระหว่าง Facebook และ Instagram ได้ง่ายขึ้น

ฟีเจอร์แรก Meta ได้เพิ่มหน้าสำหรับการสลับบัญชีระหว่างแอปพลิเคชันทั้ง 2 ในหน้านี้จะแสดงบัญชีของผู้ใช้และการแจ้งเตือนจากทั้ง 2 แอป ผู้ใช้สามารถกดสลับบัญชีข้ามแอปได้ในหน้านี้ ผู้ใช้สามารถทดลองได้บนระบบ iOS, Android และบนเว็บไซต์

No Description

นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถสร้างบัญชีใหม่บน Facebook และ Instagram ได้ง่ายขึ้น ผู้ใช้สามารถสร้างบัญชีบนแอปใดแอปหนึ่ง และใช้ข้อมูลการล็อกอินจากแอปนั้นเพื่อสร้างบัญชีบนอีกแอปหนึ่งได้โดยไม่ต้องกรอกข้อมูลใหม่ Meta เปิดให้ทดลองใช้ฟีเจอร์นี้ใน iOS และ Android

ทั้งนี้ ผู้ใช้จะสามารถใช้ฟีเจอร์ทั้ง 2 ได้เมื่อบัญชีจากทั้ง 2 แอปพลิเคชันอยู่ในศูนย์จัดการบัญชี (Accounts Center) เดียวกันเท่านั้น

Meta เผยว่าจะยังคงให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูลผู้ใช้ เช่น ถ้าหากผู้ใช้เปิดใช้งานการยืนยันตัวตน 2 ขั้นตอน (Two-Factor Authentication) ในบัญชี Facebook ผู้ใช้จะไม่สามารถล็อกอินเข้า Facebook บนอุปกรณ์ใหม่โดยใช้ข้อมูลล็อกอินจาก Instagram ได้ นอกจากนี้ จะมีการแจ้งเตือนเมื่อมีการสร้างบัญชีใหม่จากบัญชีที่มีอยู่แล้ว

ที่มา: Meta

No Description

from:https://www.blognone.com/node/130632

Instagram กำลังพัฒนาฟีเจอร์กรองภาพเปลือย หวังแก้ปัญหาคุกคามทางเพศ

Meta ยืนยันว่า Instagram กำลังพัฒนาฟีเจอร์กรองภาพเปลือยออกจากข้อความส่วนตัวของผู้ใช้เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้เห็นภาพที่ไม่พึงประสงค์

การพัฒนาฟีเจอร์ Nudity protection เพิ่งจะอยู่ในขั้นเริ่มต้น โดยจะมีลักษณะคล้ายกับฟีเจอร์ Hidden Words ที่ผู้ใช้สามารถกรองคำที่ไม่ต้องการเห็นในช่องข้อความส่วนตัวออก Meta เผยว่าทางบริษัทจะไม่สามารถดูรูปที่ถูกส่งมาและไม่สามารถส่งต่อได้เช่นกันเพื่อป้องกันความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้

ฟีเจอร์นี้ถูกคิดค้นมาเพื่อแก้ปัญหาการคุกคามทางเพศทางอินเทอร์เน็ต หลังจากรายงานผลสำรวจจาก Pew Research Center เมื่อปีที่แล้วเผยว่าผู้หญิงอายุต่ำกว่า 35 ปีถึง 33% เคยถูกคุกคามทางเพศผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ และชาวอเมริกัน 41% เคยถูกคุกคามทางเพศทางออนไลน์

ที่มา: Bloomberg และ The Verge

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130583

Facebook ออกฟีเจอร์ใหม่ ให้ครีเอเตอร์ใกล้ชิดกับผู้ติดตามมากขึ้น

Facebook ออกฟีเจอร์ใหม่สำหรับครีเอเตอร์ที่ผลิตเนื้อหาโดยใช้ Page เพื่อให้สามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ติดตามเพจได้มากขึ้นและให้ผู้ใช้ค้นพบครีเอเตอร์ที่สนใจได้มากขึ้น

ฟีเจอร์แรกมีชื่อว่า “Creator Endorsement” ครีเอเตอร์สามารถแนะนำครีเอเตอร์คนอื่น ๆ ให้กับผู้ติดตามของตนเองได้ ผู้ใช้จะได้รับการแจ้งเตือนและเลือกได้ว่าต้องการติดตามครีเอเตอร์ที่ถูกแนะนำหรือไม่

Facebook ยังเพิ่มฟีเจอร์ติดป้าย “Rising Creator Labels” ให้กับครีเอเตอร์ที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นและผลิตเนื้อหาที่มีคุณภาพ สร้างสรรค์ และถูกต้องตามแนวทางของบริษัท โดยครีเอเตอร์ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับแรกจะมีป้ายติดที่หน้าเพจของตนเองและจะแสดงบนฟีดของผู้ใช้ภายใต้หัวข้อ “Discover more rising creators to follow”

ครีเอเตอร์ยังสามารถตั้งค่าให้เนื้อหาบางอย่างเห็นได้เฉพาะผู้ติดตามหรือสมาชิกที่เป็น Top fans ของเพจ โดยเข้าไปตั้งค่าที่ Audience Setting และเลือก “Top fans” ขณะโพสต์ ในอนาคต Facebook วางแผนจะให้ครีเอเตอร์สามารถตั้งค่าให้ผู้ติดตามบางคนสามาถเข้าถึงเนื้อหาพิเศษได้ก่อนผู้ติดตามคนอื่นด้วย นอกจากนี้ ยังสร้างเทมเพลตให้กับครีเอเตอร์เพื่อกล่าวถึง Top fans ใหม่ ๆ ของเพจซึ่งช่วยให้ครีเอเตอร์และผู้ใช้มีปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้นและเพิ่มยอด engagement

นอกจากนี้ ผู้ใช้ iOS ยังมีฟีเจอร์ที่ช่วยให้สามารถสร้าง story, reel หรือไลฟ์สดได้รวดเร็วมากขึ้นผ่านแถบ navigation bar ของ Facebook ซึ่งบริษัทไม่ได้เผยว่าจะมีในระบบ Android ด้วยหรือไม่และเมื่อไร

ที่มา: TechCrunch

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130530

ALKOO แอพนำทางของญี่ปุ่นไอเดียเจ๋ง โชว์เงาอาคารในแผนที่ให้คนเลือกทางเดินหลบร้อน

ALKOO แอพนำทางที่พัฒนาโดยบริษัทญี่ปุ่น NAVITIME โชว์ไอเดียน่าสนใจด้วยการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ชื่อ “Shade Map” เอาใจผู้ใช้งานที่นิยมการเดินตามท้องถนน ด้วยการแสดงเงาอาคารในแผนที่ภายในแอพแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถวางแผนเลือกเส้นทางเพื่อเดินหลบร้อนได้ง่ายขึ้น

ข้อมูลแผนที่ใน ALKOO นั้นมีโมเดล 3 มิติของตัวอาคารอยู่แล้ว เมื่อประกอบกับข้อมูลเวลาก็ทำให้ตัวแอพสามารถรู้ตำแหน่งดวงอาทิตย์ในแผนที่ และคำนวณการเกิดเงาของอาคารที่ทอดลงบนพื้นได้

No Descriptionฟีเจอร์ “Shade Map” ที่ออกแบบมาเพื่อกลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการค้นหาเส้นทางเดินหลบแดด

No Descriptionตัวอย่างเปรียบเทียบการแสดงผลเงาอาคารที่แตกต่างกันในช่วงเวลา 10.00 น., 14.00 น. และ 17.00 น.

ฟีเจอร์ “Shade Map” นี้เพิ่งถูกใส่มาในแอพเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แม้ว่ามันจะมีแต่การแสดงผลเงาอาคารโดยไม่มีข้อมูลเงาของสิ่งปลูกสร้างอื่น เช่น รางรถไฟลอยฟ้า หรือทางเดินในร่มย่านร้านค้า แต่กระนั้นมันก็ยังถูกใจคนญี่ปุ่นกันมาก เพราะผ่านมาไม่กี่สัปดาห์จำนวนผู้ใช้งานแอพ ALKOO ก็เพิ่มสูงขึ้นเป็น 3 เท่าเมื่อเทียบกับจำนวนผู้ใช้ก่อนมีฟีเจอร์นี้ จึงน่าจะสรุปได้ว่าเป็นฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์การใช้งานของผู้ใช้อย่างแท้จริง

ที่มา – SoraNews24, NAVITIME

from:https://www.blognone.com/node/129885