คลังเก็บป้ายกำกับ: Environment

Epson เตรียมเลิกขายเครื่องพิมพ์เลเซอร์ภายในปี 2026 โดยให้เหตุผลด้านสิ่งแวดล้อม

บริษัท Epson ผู้ผลิตเครื่องปริ๊นเตอร์รายใหญ่ระดับโลกสัญชาติญี่ปุ่น ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่าเตรียมจะเลิกขายเครื่องปริ๊นเตอร์แบบเลเซอร์ในปี 2026 หันไปขายแบบอิงค์เจ็ต (หมึกแทงค์/ตลับ) เพียงอย่างเดียว โดยให้เหตุผลด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

คุณโคอิชิ คูโบตะ ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาดของ Epson กล่าวว่า เครื่องพิมพ์เลเซอร์นั้นสิ้นเปลืองพลังงานมาก เพราะสร้างความร้อนสูงจากขั้นตอนการพิมพ์หมึกลงบนกระดาษ ขณะที่เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ตทำงานด้วยกลไกที่ใช้พลังงานต่ำกว่า แถมยังสิ้นเปลืองทรัพยากรที่ใช้ร่วม เช่น หมึกพิมพ์ น้อยกว่าด้วย

ตัวเลขที่คำนวนออกมาระบุว่าในอัตราการพิมพ์ที่เท่ากัน เครื่องพิมพ์แบบอิงค์เจ็ตใช้พลังงานน้อยกว่าเครื่องพิมพ์เลเซอร์ถึง 85%,ใช้วัสดุสิ้นเปลืองน้อยกว่า 59% และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่า 85% โดยเปรียบเทียบว่าหากใช้ต้นไม้มาช่วยดูดซับ แบบเลเซอร์ต้องใช้มากถึง 6 ต้น ขณะที่อิงค์เจ็ตเหลือแค่ต้นเดียว

ปัจจุบันทางบริษัทฯ ได้หยุดจำหน่ายเครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์ไปแล้วในหลายประเทศ มีเฉพาะในโซนเอเชียและยุโรปบางแห่งที่ยังขายอยู่ แต่ก็ใช้วิธีหยุดการออกรุ่นใหม่และลดจำนวนเครื่องพร้อมขายลงเรื่อย ๆ เหลือเฉพาะส่วนอะไหล่และหมึกสำหรับลูกค้าเดิมเท่านั้น พร้อมเดินหน้ายุติการขายอย่างเป็นทางการในปี 2026 ตามที่วางแผนไว้ต่อไป

เปรียบเทียบปริมาณขยะที่เกิดจากการพิมพ์เอกสาร 1 ล้านหน้า ระหว่างเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ต vs. เครื่องพิมพ์เลเซอร์

 

 

ที่มา : The Register, Epson

from:https://droidsans.com/epson-will-end-the-sale-and-of-laser-printer-by-2026/

คุยเรื่องสิ่งแวดล้อมและความหลากหลาย กับ Monica Bauer รองประธานฝ่ายกิจการองค์กร PepsiCo

คุยเรื่องสิ่งแวดล้อม ความหลากหลาย และการเพิ่มขีดความสามารถให้ผู้หญิง กับ Monica Bauer รองประธานฝ่ายกิจการองค์กรของ PepsiCo บริษัทอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก

ที่ผ่านมาสิ่งแวดล้อมคือเรื่องใหญ่ที่แบรนด์มากหน้าหลายตาให้ความสำคัญกันมากขึ้น PepsiCo ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก คือหนึ่งในบริษัทที่มีแผนงานด้านสิ่งแวดล้อมชัดเจนและที่สำคัญคือมีเป้าหมายที่มุ่งมั่น ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ใช้น้ำสุทธิเป็นบวก (Net Water Positive)  หรือพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้มีความยั่งยืนมากขึ้น

แน่นอนว่าการบรรลุเป้าหมายดังกล่าวไม่ใช่เรื่องง่าย แบรนด์ต้องกำหนดแผนปฏิบัติอย่างจริงจัง Brand Inside ได้มีโอกาสไปพูดคุยกับคุณ Monica Bauer รองประธานฝ่ายกิจการองค์กรของ PepsiCo มีหน้าที่ดูแลหลายตลาดทั้งเอเชีย-แปซิฟิก และลาตินอเมริกา มีผลงานโดดเด่นในด้าน Women Empowerment เป็นหนึ่งในผู้เขียนหนังสือ “A Woman’s Guide to Power, Presence and Protection: 12 Rules for Gaining the Credit, Respect and Recognition You Deserve”   ซึ่งวันนี้เธอจะมาเล่าให้เล่าฟังว่า ปัจจุบัน PepsiCo วางแผนสู้วิกฤติสิ่งแวดล้อมอย่างไรบ้าง

Monica เริ่มบทสนทนาชวนให้เราเห็นภาพกว้าง ๆ ว่า ตอนนี้ PepsiCo กำลังผลักดันแผน pep+ (หรือ PepsiCo Positive) เปลี่ยนแปลงการประกอบธุรกิจโดยคำนึงถึงข้อจำกัดทรัพยากรโลก ด้วยการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์แบบครอบคลุมตั้งแต่การผลิตจนถึงมือผู้บริโภค เพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2030 และใช้น้ำสุทธิเป็นบวก (Net Water Positive) ภายในปี 2040 รวมไปถึงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้มีความยั่งยืนมากขึ้น

PepsiCo
Monica Bauer รองประธานฝ่ายกิจการองค์กร PepsiCo

โครงการ pep+ ประกอบด้วย 3 เสาหลักด้วยกัน นั่นก็คือ การเกษตรเชิงบวก (Positive Agriculture) ห่วงโซ่คุณค่าเชิงบวก (Positive Value Chain) และทางเลือกเชิงบวก (Positive Choices) เธออธิบายเรื่องของการเกษตรเชิงบวกต่อไปว่า “จริงๆ แล้วเราก็เป็นบริษัทด้านการเกษตร” โดยสินค้าของเราส่วนใหญ่มาจากผลผลิตทางการเกษตรที่นำมาแปรรูป อย่างในไทยก็มีการซื้อมันฝรั่งจากเกษตรกรไทยกว่า 100,000 กิโลกรัมทุก ๆ ปี โดยทำงานร่วมกับเกษตรกรรายย่อยในประเทศไทยกว่า 4,000 คน 

เป้าหมายของเสาหลักนี้ก็คือปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรที่ทำงานร่วมกับเราทั้งในแง่เศรษฐกิจ สังคม และปรับปรุงการผลิตให้มีความยั่งยืน ถ้าจะพูดให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น เธอยกตัวอย่าง การที่ PepsiCo  ทำงานกับเกษตรกร มีการช่วยสนับสนุนการเพาะปลูกของเกษตรกร มีการแบ่งปันเทคโนโลยีเช่นการจัดการน้ำและแปลงซึ่งช่วยเพิ่มผลผลิตให้พวกเขาได้จาก 1.5 ตันต่อไร่ เป็น 4 ตันต่อไร่ แต่ก็สามารถลดน้ำที่เหลือทิ้งสูญเปล่าได้ และรับซื้อผลผลิตทั้งหมดที่ได้มาตรฐานตามที่กำหนดไว้ ในราคาที่ตกลงกันไว้ รวมไปถึงความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ อาทิ GIZ ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการพัฒนาระหว่างประเทศของรัฐบาลเยอรมนี เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นความร่วมมือในการสนับสนุนการปลูกข้าว ซึ่งเป็นพืชหลักของเกษตรกร ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในขณะที่ใช้แนวทางการเกษตรกรรมฟื้นฟู (Regenerative Agriculture) ซึ่งเป็นระบบการเกษตรที่มีการเพิ่มพูน ความอุดมสมบูรณ์ของดินและฐานทางชีวภาพของดิน ควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพทางการผลิต และลดระดับการทำลายระบบนิเวศน์

เธอเล่าถึงอีก 2 เสาหลักให้ฟังว่า ในด้านห่วงโซ่คุณค่าเชิงบวก PepsiCo มีการตั้งเป้าหมายเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ในปี 2040 ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ PepsiCo มุ่งมั่นที่จะบรรลุก่อนกรอบเวลาที่ระบุในข้อตกลงปารีส 10 ปี เป้าหมายในการใช้น้ำสุทธิเป็นบวก หรือการนำน้ำไปใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด และไม่มีเหลือทิ้ง (Net Water Positive)  ภายในปี 2030 และรวมไปถึงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้มีความยั่งยืนมากขึ้น พร้อมผลักด้านทางเลือกเชิงบวกพัฒนาผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม และดีต่อมนุษยชาติมากขึ้น (เช่น ถั่วและเมล็ดพืช) รวมไปถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ลดการใช้น้ำตาลและโซเดียมมากขึ้น  

Monica ชวนให้นึกภาพว่า PepsiCo จะผลิตเลย์ที่ใช้มันฝรั่งที่ปลูกแบบยั่งยืน บรรจุในบรรจุภัณฑ์ที่รีไซเคิลได้ ผ่านการผลิตแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions)และใช้น้ำสุทธิเป็นบวก มีโซเดียมต่ำในตลาด เธอบอกว่านี่ก็คือภาพโมเดลที่เธออยากจะยกตัวอย่างให้เราเห็นภาพว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร และด้วยความที่ PepsiCo คือบริษัทอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก มีแบรนด์ในมือจำนวนมาก เธอบอกว่า ทางบริษัทมุ่งมั่นจะทำแบบนี้ในทุกผลิตภัณฑ์

เราตั้งคำถามกับ Monica ว่า อะไรคืออุปสรรคของบริษัทข้ามชาติที่เข้ามาผลักดันโครงการในประเทศไทย (และในแต่ละประเทศจากภูมิภาคอันหลากหลายทั่วโลก) เธอตอบอย่างชวนคิดว่า ที่จริงเธอพยายามมอง PepsiCo ในแต่ละประเทศเป็นบริษัทท้องถิ่น 

อย่างในประเทศไทย PepsiCo จ้างงานคนไทยกว่า 10,000 คน รวมถึงทำงานกับเกษตรกรไทยกว่า 4,000 คน มีโรงงานในประเทศไทยถึง 4 แห่ง PepsiCo จึงพยายามอย่างมากในการทำความเข้าใจประเด็นปัญหาต่าง ๆ ในมุมมองแบบคนท้องถิ่นจริง ๆ ถ้าจะยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่าย ๆ ก็เช่น เลย์มีการผลิตรสชาติที่มีเฉพาะในไทย ไปจนถึงการปั้นแบรนด์ตะวัน (Tawan) ที่มีแค่ในประเทศไทยเท่านั้น

Monica แชร์ให้เราฟังอีกหนึ่งเรื่องซึ่งเป็นสิ่งที่เธอสนใจผลักดันอย่างยิ่งนั่นคือ ความหลากหลายในที่ทำงาน เธอเล่าว่า ความหลากหลายนำมาซึ่งนวัตกรรม และนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีในท้ายที่สุด ซึ่งแน่นอนไม่ใช่ว่าตั้งเป้าหมายว่าจะจ้างพนักงานในระดับสูงในสัดส่วนที่เพศชายเท่ากับหญิงแล้วจบไป แต่ต้องมีกระบวนการที่ชัดเจนตั้งแต่สรรหาจนถึงรักษาพนักงานเอาไว้ เช่น ต้องสร้างวัฒนธรรมดึงดูดให้ผู้หญิงมาสมัคร มีแนวทางพัฒนารวมถึงสร้างสวัสดิการตอบโจทย์พนักงานที่หลากหลาย

หลายเป้าหมายของโครงการ pep+ เอาเข้าจริงก็ค่อนข้างเป็นภาพระยะยาว ซึ่ง Monica สร้างความกระจ่างให้เราว่า แม้หลายอย่างจะเป็นสิ่งที่จะได้เห็นในระยะ 10 หรือ 20 ปี แต่เอาเข้าจริง PepsiCo มองว่าแผนเหล่านั้นเป็นเหมือนการเดินทางที่มีพัฒนาการไปเรื่อย ๆ ไม่ใช่ลดจาก 100 เหลือ 0 ในปี 2040 แค่ปีเดียว ยกตัวอย่างเช่น ในปีนี้ คาดว่าจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ราว 25% และลดการใช้น้ำได้ 18% เพราะแน่นอนว่าในการไปถึงเป้าหมายที่มุ่งมั่นนี้ก็จำเป็นต้องรอปลดล็อกเทคโนโลยีบางตัวก่อน

ประเด็นอย่างหนึ่งที่ PepsiCo ต้องเจอคือการตกเป็นเป้าของสื่อในประเด็นสิ่งแวดล้อม ซึ่งเรื่องนี้ Monica ให้มุมมองกับเราไว้ได้น่าสนใจ โดยเธอชี้ว่า ที่จริง PepsiCo ค่อนข้างผลักดันหลายสิ่งออกมาอย่างที่ได้พูดไปก่อนหน้าแถมหลายเรื่องก็เป็นที่ยอมรับโดยหลายภาคส่วน แต่เธอก็ทราบดีว่ายังมีอีกหลายประเด็นที่ต้องทำ PepsiCo ก็จะเดินหน้าทำอย่างเต็มกำลังและร่วมมือกับพันธมิตรหลากหลายเพราะแน่นอนว่าความท้าทายนี้ไม่ได้เป็นเรื่องของคนใดคนหนึ่งแต่เป็นปัญหาซับซ้อนที่ทั้งสังคมต้องเผชิญ และก็จะทำงานร่วมกัน

Monica ทิ้งท้ายเรื่องของธุรกิจในวิกฤติสิ่งแวดล้อมว่า หลายคนอาจจะมองเรื่องการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมว่าเป็นต้นทุน แต่ที่จริงแล้วหลายครั้งหลายหน สิ่งเหล่านี้กลับช่วยให้ธุรกิจประหยัดได้มากขึ้น เธอยกตัวอย่างว่า ถ้าเรามีโรงบำบัดน้ำที่ดีเราก็จะประหยัดน้ำ ถ้าเราติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เราก็จะประหยัดค่าไฟ หรือถ้าเราใช้รถยนต์ไฟฟ้าบางครั้งเราก็จะได้เงินสนับสนุนจากรัฐ และสิ่งที่สำคัญคือการผลักดันประเด็นสิ่งแวดล้อมจะทำให้เราอยู่ใกล้กับผู้บริโภคมากขึ้น

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post คุยเรื่องสิ่งแวดล้อมและความหลากหลาย กับ Monica Bauer รองประธานฝ่ายกิจการองค์กร PepsiCo first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/monica-bauer-vp-pepsico-interview/

AWS จะ “เป็นบวกทางน้ำ” คืนน้ำสะอาดให้ชุมชนมากกว่าที่ตนเองใช้ในการดำเนินงาน

AWS ประกาศว่าบริษัทตั้งเป้าจะเป็นบวกทางน้ำ (water positive) ภายในปี 2030 กล่าวคือ AWS จะคืนน้ำสะอาดให้ชุมชนต่างๆ มากกว่าที่ใช้ในการดำเนินกิจการ เช่นการใช้น้ำระบายความร้อนศูนย์ข้อมูล

นอกจากนี้ AWS ยังรายงานว่าในปี 2021 บริษัทมีประสิทธิภาพในการใช้น้ำ วัดด้วยหน่วย WUE (Water Usage Effectiveness) อยู่ที่ 0.25 (เลขยิ่งน้อยยิ่งดี)

สำหรับการเป็นบวกทางน้ำ AWS มี 4 กลยุทธ์ด้วยกันคือ

  • ใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการนำเทคโนโลยี IoT ของตนเข้ามาวิเคราะห์การใช้น้ำแบบเรียลไทม์และตรวจหาการรั่วของท่อน้ำ รวมถึงการลดการใช้น้ำระบายความร้อนศูนย์ข้อมูลให้ได้มากที่สุด โดยการเปลี่ยนไปใช้ลมแทนซึ่งศูนย์ข้อมูลในสวีเดนและไอร์แลนด์ใช้น้ำระบายความร้อนเพียง 5% ของทั้งปีเท่านั้น รวมถึงนำน้ำกลับมาใช้ซ้ำหลายรอบด้วย
  • ใช้แหล่งน้ำที่ยั่งยืน เช่นน้ำที่ผ่านการบำบัดและใช้น้ำฝน โดยน้ำที่บำบัดมาแล้วก็เหมาะกับการนำมาใช้ในอุตสาหกรรมและการชลประทาน ทำให้เหลือน้ำสะอาดไว้ให้ประชาชนอุปโภค ปัจจุบัน AWS ใช้น้ำบำบัดในการระบายความร้อนศูนย์ข้อมูลแล้ว 20 แห่งทั่วโลก
  • แบ่งปันน้ำให้เกษตรกร หลัง AWS ใช้น้ำในศูนย์ข้อมูลแล้ว น้ำก็ยังสะอาดพอจะใช้ต่อได้ในเรื่องอื่น เช่นในรัฐโอเรกอน AWS บริจาคน้ำถึง 96% ให้เกษตรกรท้องถิ่นนำไปใช้ในสวนต่อโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
  • จัดหาน้ำสะอาด โดย AWS ตั้งโปรเจ็คในหลายประเทศเช่นบราซิล, อินเดีย, อินโดนีเซีย และแอฟริกาใต้ ส่งน้ำสะอาดราว 1.6 พันล้านลิตรสู่ชุมชน เช่นในอินเดียได้ร่วมกับ WaterAid สร้างท่อส่งน้ำสะอาด 5 ท่อ และระบบเติมน้ำบาดาล ส่งน้ำสะอาดปีละ 47 ล้านลิตรให้ประชาชน 500 ครัวเรือน หรือราว 2,100 ชีวิต

ที่มา – AWS re:Invent

alt="G5GnfZ.jpg"ฟาร์มกังหันลมของ Amazon ที่รัฐเท็กซัส | ภาพโดย Amazon

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/131651

iOS 16 จะมีฟีเจอร์ Clean Energy Charging สำหรับผู้ใช้ iPhone ในอเมริกา ภายในปีนี้

iOS 16 เปิดให้ผู้ใช้ iPhone ได้อัพเดตกันไปแล้ว โดยฟีเจอร์บางอย่างเช่น iCloud Shared Photo Library หรือ คลังรูปภาพ iCloud ที่แชร์ ยังไม่เปิดให้ใช้งาน แต่ขณะเดียวกัน แอปเปิลก็บอกใบ้ถึงฟีเจอร์ใหม่ที่ไม่เคยพูดถึงมาก่อนอีกอย่างด้วย

คุณสมบัติใหม่ที่ว่าคือ Clean Energy Charging หรือการชาร์จด้วยพลังงานสะอาด ซึ่งแอปเปิลยังไม่ได้ลงรายละเอียดมากนัก แต่บอกว่ามีเป้าหมายในการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของ iPhone ด้วยการปรับเวลาขณะชาร์จให้เหมาะกับช่วงเวลา โดยเน้นโหลดมากขึ้นถ้าระบบไฟฟ้าตอนนั้นใช้แหล่งพลังงานสะอาด ซึ่งแอปเปิลบอกว่ามีผลเฉพาะผู้ใช้งานในอเมริกาเท่านั้น

ฟีเจอร์อื่นของ iOS 16 ที่ยังไม่เปิดใช้งาน และระบุว่าจะมาในปีนี้เช่นกันคือ Live Activities แสดงผลเรียลไทม์ตอนล็อกหน้าจอ ทั้งผลการแข่งขันกีฬา แอปเรียกรถ และแอปสั่งอาหาร

ที่มา: 9to5Mac

No Description

from:https://www.blognone.com/node/130361

Nokia เปิดตัว Circular บริการ Subscription ใช้งานสมาร์ทโฟนแบบจ่ายรายเดือน

HMD Global เปิดตัวสมาร์ทโฟน-แท็บเล็ต แบรนด์ Nokia 4 รุ่นใหม่ พร้อมเปิดตัวบริการใช้งานมือถือแบบ Subscription มีรายละเอียดดังนี้

สมาร์ทโฟน 4 รุ่นใหม่ HMD Global บอกว่าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่สุดเท่าที่มีมา ได้แก่ Nokia X30 5G สมาร์ทโฟนที่ใช้อะลูมิเนียมรีไซเคิล 100% และพลาสติกรีไซเคิล 65%, Nokia G60 5G ใช้พลาสติกหลังจากการรีไซเคิล 100% พร้อมแนวคิด 3-3-3 คือการันตีอัพเดต Android 3 ปี, มีอัพเดตความปลอดภัยทุกเดือน 3 ปี และรับประกัน 3 ปี

Nokia C31 สมาร์ทโฟนตระกูล C เน้นแบตเตอรี่อึด ใช้งานได้นาน 3 วัน และ Nokia T21 แท็บเล็ตตัวเครื่องอะลูมิเนียม ใช้พลาสติกรีไซเคิล 60% หุ้มเสาอากาศ

ไฮไลท์ของการเปิดตัวนี้คือบริการชื่อ Circular ที่เป็นบริการ Subscription จ่ายค่าใช้สมาร์ทโฟนแบบรายเดือน ทำให้ไม่ต้องจ่ายเครื่องราคาเต็ม (ขออภัยด้วยที่อีกแบรนด์ยังไม่ได้ทำ) โดย Nokia จะใช้แอป MyDevice ในการควบคุมปิดเปิดการใช้งาน ผู้ใช้งานจะมีค่าธรรมเนียมแรกเข้า และจ่ายค่าใช้เครื่องรายเดือน เบื้องต้น Nokia จะให้บริการนี้เฉพาะในอังกฤษและเยอรมนี ซึ่งต้องซื้อเครื่องกับทาง Nokia โดยตรง ไม่ผ่านผู้ให้บริการเครือข่าย

HMD Global บอกว่าบริการนี้จะทำให้การใช้สมาร์ทโฟนมีความยั่งยืน เพราะ Nokia จะควบคุมทั้งการนำไปรีไซเคิล นำไปซ่อมแก้ไข จนถึงนำไปให้ผู้ใช้งานคนอื่นต่อ ลดปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ ผู้สมัครใช้งานยังได้รับการประกันความเสียหายของเครื่องด้วย

ที่มา: HMD Global

No Description

from:https://www.blognone.com/node/130203

Google Maps แสดงแผนที่คุณภาพอากาศ AQI แต่ยังจำกัดบางประเทศ ไม่มีไทย

Google Maps เวอร์ชันมือถือ เพิ่มฟีเจอร์รายงานคุณภาพอากาศ Air Quality Index (AQI) แต่ยังจำกัดเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกา อินเดีย ออสเตรเลีย เพียง 3 ประเทศในระยะแรก

วิธีใช้งานคือกดปุ่ม Layer แล้วจะมีแผนที่ Air Quality เพิ่มเข้ามา

กูเกิลบอกว่านำข้อมูลคุณภาพอากาศมาจากหน่วยงานภาครัฐ เช่น ของสหรัฐอเมริกานำมาจาก Environmental Protection Agency (EPA) และยังดึงข้อมูลจาก PurpleAir เครือข่ายเซ็นเซอร์ตรวจวัดคุณภาพอากาศภาคเอกชนด้วย

No Description

ที่มา – Google

from:https://www.blognone.com/node/128903

Cloudflare เปิดให้ผู้ใช้เลือกรัน cron ด้วยศูนย์ข้อมูลที่ใช้พลังงานหมุนเวียนเท่านั้น

Cloudflare เพิ่มฟีเจอร์ Green Compute ให้กับ Worker Cron Trigger ทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกรันงานในศูนย์ข้อมูลที่ใช้พลังงานหมุนเวียนเท่านั้น

ทาง Cloudflare ระบุว่าตอนนี้ที่จริงทั้งบริษัทถือว่าใช้พลังงานหมุนเวียนเต็มที่อยู่แล้ว ตามมาตรฐานอุตสาหกรรม เช่น RE100 แต่กระบวนการนับการใช้พลังงานหมุนเวียนยังมีข้อจำกัด เพราะนับเฉพาะส่วนของ Cloudflare เองไม่ได้นับทั้งอาคาร และในกรณีที่อาคารไม่ได้เชื่อมต่อกับผู้ผลิตพลังงานหมุนเวียนทาง Cloudflare ก็อาศัยการซื้อเครดิตพลังงานหมุนเวียนมาชดเชยส่วนที่ตัวเองใช้งานไป แนวทาง Green Compute จะเปิดให้ผู้ใช้เลือกศูนย์ข้อมูลที่รันด้วยพลังงานหมุนเวียนทั้งอาคารจริงๆ

บริการนี้ที่จริงเปิดตัวมาตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ตอนนี้ผู้ใช้ทุกคนสามารถเลือกใช้งานได้แล้ว

ที่มา – Cloudflare

from:https://www.blognone.com/node/128178

พนักงาน Salesforce หลายร้อยคนเข้าชื่อคัดค้านแผน NFT บอกทำลายสิ่งแวดล้อม

Thomson Reuters Foundation ได้เอกสารภายในของ Salesforce ที่มีพนักงานร่วมลงชื่อมากกว่า 400 คน คัดค้านแผนการของบริษัทด้านการทำ NFT ซึ่งรวมถึงการให้บริการ NFT กับองค์กรอื่นด้วย

ที่มาที่ไปของเรื่องนี้คือ Salesforce ประกาศเป็นการภายในว่ากำลังมองหาโอกาสธุรกิจด้าน NFT หลายอย่าง เช่น การเปิดบริการ NFT Cloud ให้ลูกค้าองค์กรของ Salesforce มาเช่าเป็นแพลตฟอร์มซื้อขาย NFT ของตัวเองได้

หลังประกาศเรื่องนี้ กลุ่มพนักงานจึงเข้าชื่อคัดค้านแผนการทำ NFT โดยให้เหตุผลเรื่องการทำลายสิ่งแวดล้อม และเป็นสินทรัพย์ทางการเงินที่เน้นการเก็งกำไร ไม่มีการกำกับดูแล ซึ่งขัดแย้งกับคุณค่าองค์กรที่ Salesforce ยึดถือ พนักงานรายหนึ่งให้สัมภาษณ์ว่าจะลาออกหากบริษัทเดินหน้าต่อเรื่อง NFT

No Description

Salesforce เป็นบริษัทที่ชูจุดขายเรื่องสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด ตัวอย่างคือ ซีอีโอ Mark Benioff เคยประกาศแผนการปลูกต้นไม้ 1 พันล้านต้น และบริษัทเพิ่งออกโฆษณาในการแข่งขันซูเปอร์โบล์วปี 2022 ใช้ธีมว่า Team Earth ระบุว่าบริษัทเป็นมิตรกับโลก

โฆษกของ Salesforce ระบุว่าบริษัทรับฟังความเห็นของพนักงานเสมอ และจะจัดงานพูดคุยประเด็นนี้กับพนักงานในสัปดาห์หน้า

ที่มา – Thomson Reuters Foundation

from:https://www.blognone.com/node/127243

Coca-Cola ถูกตอกหน้า! หลังวางแผนลดพลาสติกใช้แล้วทิ้งแค่ 25% แม้สร้างขยะมากสุด 4 ปีซ้อน

ขวดโค้กคือขยะที่มีให้เห็นได้ทุกริมหาด สะท้อนชัดเป็นเบอร์ต้นด้านสร้างขยะ แต่ Coca-Cola ตั้งเป้าลดพลาสติกใช้แล้วทิ้งแค่ 25% องค์กรสิ่งแวดล้อมวิจารณ์จึงออกมาโต้

Coca-Cola จะลดขยะ 25% นักเคลื่อนไหวบอกไม่พอ

เมื่อวานนี้ Coca-Cola ประกาศว่าจะเปลี่ยนขวดเครื่องดื่ม 25% เป็นแบบรีไซเคิลได้ ภายในปี 2030 หลังจากโดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่องมาหลายปีว่าเป็นผู้สร้างมลพิษจากพลาสติกรายใหญ่

โดย Coca-Cola ระบุอย่างผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการว่าขวดดังกล่าวจะมาในรูปแบบของขวดแก้วหรือพลาสติกที่สามารถส่งมอบคืนได้หรือนำกลับมาเติมซ้ำ ณ จุดจ่ายเครื่องดื่ม

แต่องค์กรด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลกจำนวนมากมองว่า ความพยายามของ Coca-Cola ไม่เพียงพอ 

Kate Melges ผู้เป็น Global Plastics Corporate Lead ของ Greenpeace โต้ตอบแถลงการณ์ครั้งนี้ว่า “โค้กสามารถสร้างความเป็นผู้นำโดยการมุ่งมั่นเป็น 2 เท่า เปลี่ยนไปใช้บรรจุภัณฑ์รีไซเคิลให้ได้ 50% ภายในปี 2030 สร้างเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและไร้ขยะ ซึ่งเป็นสิ่งที่โลก ชุมชน และสิ่งแวดล้อมของเราต้องการเป็นอย่างยิ่ง”

โดนเล่นหนัก เพราะเป็นผู้สร้างมลพิษตัวยง

Greenpeace องค์กรรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลก ชี้ว่า ในแต่ละปี Coca-Cola ผลิตขวดพลาสติกกว่า 1.2 แสนล้านชิ้น และการใช้ขวดแบบใช้แล้วทิ้งก็ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนที่ตั้งอยู่ใกล้โรงงานผลิตปิโตรเคมีและปลายน้ำของขยะพลาสติก

ถ้าถามว่า Coca-Cola สร้างผลกระทบหนักขนาดไหน ต้องบอกว่า Coca-Cola เป็นแบรนด์ที่สร้างขยะพลาสติกมากที่สุดในโลก 4 ปีซ้อน จากข้อมูลในรายงานประจำปีของ Break Free From Plastic ความเคลื่อนไหวด้านขยะพลาสติกที่กว่า 11,000 องค์กรทั่วโลกเข้าร่วม

ส่วนอีก 4 แบรนด์ที่เป็นผู้สร้างขยะพลาสติกมากเป็นอันดับ 2-5 ได้แก่ PepsiCo, Unilever, Nestle, และ Procter & Gamble

ที่มา – Coca-Cola, Reuters, Greenpeace, BreakFreeFromPlastic, MarketWatch

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post Coca-Cola ถูกตอกหน้า! หลังวางแผนลดพลาสติกใช้แล้วทิ้งแค่ 25% แม้สร้างขยะมากสุด 4 ปีซ้อน first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/coke-being-criticized-after-lauched-its-recycle-commitment/

Dell เปิดตัว Concept Luna ต้นแบบพีซีเพื่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

เดลล์เปิดตัว Concept Luna พีซีต้นแบบบนแนวคิดเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เดลล์ผลักดันมาโดยตลอด โครงการนี้เป็นความร่วมมือกับอินเทล เพื่อสร้างอุปกรณ์และชิ้นส่วนที่สามารถถอดเปลี่ยนหรือใช้งานซ้ำได้ ซึ่งเดลล์ประเมินว่าปริมาณคาร์บอนที่ใช้ตลอดกระบวนการจะลดลงถึง 50%

ไฮไลท์ของ Concept Luna ที่ทำให้ลดการใช้พลังงานเช่น การลดขนาดเมนบอร์ดลง ทำให้ใช้พลังงานการผลิตน้อยลงตาม การดีไซน์ภายในใหม่ทำให้พึ่งพาพัดลมน้อยลง ใช้แบตเตอรี่ที่เล็กลง แต่ยังได้ประสิทธิภาพ และตัวบอดี้ผลิตโดยใช้พลังงานหมุนเวียน

นอกจากนี้ Concept Luna ยังส่งเสริมแนวทางการซ่อมเปลี่ยนชิ้นส่วนที่ง่ายขึ้น ลดจำนวนสกรูลงเหลือ 4 ตัวเท่านั้น งานประกอบมีขนาดระดับฝ่ามือที่ไม่ยากในการถอดเปลี่ยน

สถานะของโครงการนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาเพื่อนำมาใช้กับโน้ตบุ๊คของเดลล์ในอนาคต

ที่มา: Dell

alt="Dell Concept Luna"

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/126372