คลังเก็บป้ายกำกับ: ENERGY

Equinix เริ่มทดลองใช้ Fuel Cells จ่ายไฟฟ้าให้กับ Data Center

Equinix ผู้ให้บริการ Data Center รายใหญ่ของโลก ประกาศเริ่มการทดลองใช้ Fuel Cells จ่ายพลังงานไฟฟ้าให้กับ Data Center

ในครั้งนี้ Equinix ได้ประกาศความร่วมมือกับ Centre for Energy Research & Technology (CERT) ภายใต้ National University of Singapore เพื่อเริ่มทำการวิจัยในการนำ Fuel Cells หรือเซลส์เชื้อเพลิง มาใช้ในการจ่ายพลังงานไฟฟ้าให้กับศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ โดยเป็นหนึ่งในแผน Climate Neutral ที่ต้องการจะลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2030 ของ Equinix

เซลส์เชื้อเพลิงนั้นอาศัยกระบวนการทางเคมีเพื่อเปลี่ยนให้เป็นพลังงานไฟฟ้า โดยเป็นวิธีที่ช่วยลดมลพิษที่เกิดขึ้นจากการผลิตพลังงานไฟฟ้าได้เป็นอย่างดี สำหรับการวิจัยครั้งนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่

  1. การใช้เซลส์เชื้อเพลิงแบบ Proton Exchange Membrane (PEM) ซึ่งใช้ไฮโดรเจนและออกซิเจนในการสร้างพลังงานไฟฟ้า ในการออกแบบจะมีการผลิตไฮโดรเจนออกมาร่วมด้วย เพื่อให้สามารถนำไปใช้งานอื่นต่อไป
  2. การใช้ Fuel-flexible linear generator ซึ่งจะรองรับการปรับเปลี่ยนรูปแบบเชื้อเพลิงที่นำมาใช้ได้ เช่น ไฮโดรเจน, ก๊าซชีวภาพ หรือ Renewable Liquid Fuel อื่นๆ

ในโครงการจะมีการประเมินอย่างรอบคอบ โดยมีการนำตัวแปรต่างๆมาวิเคราะห์ด้วย เช่น ที่ตั้งของศูนย์ข้อมูล, สภาพอากาศ, ความต้องการใช้พลังงาน, ความสามารถในการจัดเก็บพลังงาน, และข้อกำหนดของแต่ละประเทศ โดย Equinix คาดหวังว่าจะประสบความสำเร็จในการทดลอง และสามารถนำเทคโนโลยีนี้มาใช้งานในศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีอยู่ได้

ไม่เพียงแต่ Equinix เท่านั้นที่เริ่มนำเซลส์เชื้อเพลิงมาทดลองใช้งานกับศูนย์ข้อมูล ที่ผ่านมา Microsoft ได้ประสบความเร็จในการใช้งานเซลส์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนเพื่อผลิตไฟฟ้าขนาด 3MW มาแล้ว และ NorthC ผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลในประเทศเนเธอร์แลนด์ก็ประสบความสำเร็จในการใช้เซลส์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนเพื่อจ่ายพลังงานสำรองแทนที่เครื่องสำรองไฟสำหรับศูนย์ข้อมูลอีกด้วย

ที่มา: https://www.theregister.com/2022/09/22/equinix_fuel_cell_datacenter/

from:https://www.techtalkthai.com/equinux-starts-research-project-using-fuel-cells-to-power-data-center/

iOS 16 จะมีฟีเจอร์ Clean Energy Charging สำหรับผู้ใช้ iPhone ในอเมริกา ภายในปีนี้

iOS 16 เปิดให้ผู้ใช้ iPhone ได้อัพเดตกันไปแล้ว โดยฟีเจอร์บางอย่างเช่น iCloud Shared Photo Library หรือ คลังรูปภาพ iCloud ที่แชร์ ยังไม่เปิดให้ใช้งาน แต่ขณะเดียวกัน แอปเปิลก็บอกใบ้ถึงฟีเจอร์ใหม่ที่ไม่เคยพูดถึงมาก่อนอีกอย่างด้วย

คุณสมบัติใหม่ที่ว่าคือ Clean Energy Charging หรือการชาร์จด้วยพลังงานสะอาด ซึ่งแอปเปิลยังไม่ได้ลงรายละเอียดมากนัก แต่บอกว่ามีเป้าหมายในการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของ iPhone ด้วยการปรับเวลาขณะชาร์จให้เหมาะกับช่วงเวลา โดยเน้นโหลดมากขึ้นถ้าระบบไฟฟ้าตอนนั้นใช้แหล่งพลังงานสะอาด ซึ่งแอปเปิลบอกว่ามีผลเฉพาะผู้ใช้งานในอเมริกาเท่านั้น

ฟีเจอร์อื่นของ iOS 16 ที่ยังไม่เปิดใช้งาน และระบุว่าจะมาในปีนี้เช่นกันคือ Live Activities แสดงผลเรียลไทม์ตอนล็อกหน้าจอ ทั้งผลการแข่งขันกีฬา แอปเรียกรถ และแอปสั่งอาหาร

ที่มา: 9to5Mac

No Description

from:https://www.blognone.com/node/130361

ร้อนไปด้วยกัน! บ้านนับหมื่นในสหรัฐฯ โดนล็อกระบบแอร์เพราะ “ภาวะฉุกเฉินด้านพลังงาน”

ไม่กี่วันที่ผ่านมาลูกค้าราว 22,000 หลังคาเรือนของบริษัทการไฟฟ้าภาคเอกชน Xcel Energy ใน Colorado ต้องพากันเหงื่อแตกเพราะตัวปรับอุณหภูมิของระบบปรับอากาศในบ้านโดนสั่งล็อกจากทางไกลไม่ให้ปรับใช้งานได้ พร้อมข้อความแจ้งจาก Xcel Energy ว่าสั่งล็อกเพราะ “ภาวะฉุกเฉินด้านพลังงาน”

ข้อความแจ้งเตือนที่ลูกค้า Xcel Energy ได้รับมีดังนี้

เนื่องจากภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก ซึ่งนั่นอาจส่งผลกระทบต่อเครือข่ายระบบไฟฟ้า, ตัวปรับอุณหภูมิของคุณจึงถูกปรับค่าในระหว่าง 8.00 – 20.00 น. เนื่องจากคุณได้เข้าร่วมในโปรแกรม Community Energy Savings

ผลก็คือแม้อากาศในบ้านจะร้อนแค่ไหน แต่ลูกค้า Xcel Energy กลุ่มนี้ก็ไม่สามารถปรับตั้งค่าอุณภูมิของระบบปรับอากาศได้ตามต้องการ มีผู้ใช้บางคนโพสต์ระบายอารมณ์เล่าว่าที่บ้านของเขาร้อนถึง 32 องศาเซลเซียส แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะระบบปรับอากาศถูกล็อกเอาไว้ไม่ให้ปรับลดอุณหภูมิห้อง (กรุณาจินตนาการนึกภาพการเปิดแอร์แล้วมันถูกล็อกค่าอุณหภูมิไว้สัก 30 องศาเซลเซียส ซึ่งก็คงไม่รู้จะเปิดไปทำไม)

ด้าน Xcel Energy บอกว่าพวกเขาได้ล็อกระบบปรับอากาศของลูกค้ากลุ่มนี้จริงด้วยเหตุผลเพื่อลดปริมาณการใช้ไฟโดยรวมของระบบไม่ให้พุ่งสูงเกินไปดังที่ได้แจ้งไว้ผ่านข้อความ ทั้งนี้ Xcel Energy ระบุว่ามีเฉพาะลูกค้าที่สมัครใจเข้าร่วมโปรแกรม Community Energy Savings กับทางบริษัทเท่านั้นที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมการประหยัดพลังงานแบบไม่ได้ตั้งใจในครั้งนี้ โดยโปรแกรมดังกล่าวเป็นโครงการที่ Xcel Energy เสนอให้ลูกค้าโดยมีข้อแลกเปลี่ยนเป็นเครดิตค่าไฟแรกเข้า 100 เหรียญ และได้เครดิตเพิ่มเติมปีละ 25 เหรียญตลอดเวลาที่เข้าร่วมโปรแกรมนี้

งานนี้อาจทำให้หลายคนใน Colorado รู้สึกอยากคิดใหม่เลยทีเดียวกับการใช้อุปกรณ์สมาร์ทโฮม

ที่มา – BGR

No Descriptionภาพ: Wikimedia Commons

from:https://www.blognone.com/node/130230

เยอรมนีสั่งจำกัดเวลาเปิดป้ายโฆษณาดิจิทัลเพื่อประหยัดไฟฟ้า

เยอรมนีสั่งจำกัดเวลาเปิดป้ายโฆษณาดิจิทัลหลังต้นทุนค่าพลังงานในประเทศกำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนนี้ ป้ายโฆษณาดิจิทัลทั้งหมดจะเปิดไฟได้เพียงวันละ 6 ชั่วโมง จาก 4 โมงเย็นถึง 4 ทุ่มเท่านั้น

ข้อบังคับนี้ยกเว้นให้กับป้ายโฆษณาที่ทำหน้าที่อย่างอื่นด้วย เช่น ป้ายรถเมลอาจจะบอกข้อมูลรถเมลที่กำลังเข้าป้ายสลับกับการแสดงโฆษณา

แต่การบังคับใช้จริงก็ยังมีข้อกังวลอยู่มากเพราะป้ายโฆษณาจำนวนมากแทบไม่มีใครดูแลที่ตัวป้าย และปกติป้ายก็เปิดไฟไว้ตลอดเวลาแม้จะไม่ได้แสดงภาพหรือข้อความอะไรก็ตามเนื่องจากต้องรับข้อมูลโฆษณาของวันต่อไป ระบบอาจจะไม่รองรับการปิดจากระยะไกล โดยข้อบังคับนี้ระบุให้ปิดไฟตัวป้ายจริงๆ ไม่ใช่แค่การแสดงภาพพื้นดำเฉยๆ ทำให้ผู้ให้บริการป้ายโฆษณาบางรายไม่แน่ใจว่าต้องทำอย่างไรจจึงครบถ้วนตามข้อกำหนด

ที่มา – The Register

No Description

ภาพโดย StockSnap

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130084

TerraPower บริษัทพลังงานนิวเคลียร์ที่ก่อตั้งโดยบิลล์ เกตต์ ระดมทุน 750 ล้านดอลลาร์ นำโดยกลุ่ม SK ของเกาหลีใต้

กลุ่ม SK ของเกาหลีใต้ประกาศลงทุนในบริษัท TerraPower ผู้พัฒนาโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กที่ก่อตั้งโดย บิลล์ เกตต์ โดยทาง SK ลงทุนรอบนี้ 250 ล้านดอลลาร์ พร้อมกับตัวบิลล์ เกตต์ เองและนักลงทุนกลุ่มอื่นๆ รวมมูลค่าการระดมทุน 750 ล้านดอลลาร์

TerraPower พยายามพัฒนาโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กและติดตั้งเป็นโมดูล (Small Modular Reactors – SMR) ทำให้ต้นทุนการดูแลรักษาต่ำ ใช้ชื่อว่า Natrium เป็นเตาปฎิกรณ์นิวเคลียร์ที่ส่งความร้อนออกมาภายนอกด้วยเกลือเหลว (molten salt) คาดว่าแต่ละชุดจะผลิตไฟฟ้าได้ 345 เมกกะวัตต์ และเร่งได้ถึง 500 เมกกะวัตต์ในช่วงต้องการพลังงานสูง

ทาง SK ระบุว่าต้องการมีส่วนร่วมในโครงการ TerraPower ในเกาหลีและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคต โดยก่อนหน้านี้ทาง SK ก็ลงนามบันทึกความเข้าใจในการพัฒนาเตาปฎิกรณ์แบบ SMR กับ TerraPower ไปก่อนแล้ว

ที่มา – TerraPower, Korea JoongAng Daily

No Description

from:https://www.blognone.com/node/129843

แคนาดาและเยอรมนีเตรียมลงนามสร้างโรงงานพลังงานลมผลิตไฮโดรเจน

รัฐบาลเยอรมนีออกแถลงการณ์ว่าในวันที่ 23 สิงหาคมนี้ นาย Justin Trudeau นายกรัฐมนตรีแคนาดาและนาย Olaf Scholz นายกรัฐมนตรีเยอรมนีจะลงนามในโปรเจ็ค โรงงานผลิตไฮโดรเจนและแอมโมเนียจากพลังงานลม โดยจะสร้างโรงงานผลิตไฮโดรเจนและแอมโมเนียเพื่อการส่งออกขึ้นในเมือง Stephenville รัฐ Newfoundland and Labrador ที่สำคัญคือโรงงานจะใช้พลังงานลมในการผลิตไฮโดรเจนแทนก๊าซธรรมชาติซึ่งมีข้อดีคือจะไม่ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

บริษัท World Energy GH2 ซึ่งอยู่เบื้องหลังโครงการนี้ระบุว่าจะสร้างกังหันลมจำนวน 164 ตัวที่ท่าเรือน้ำลึกริมชายฝั่งเมือง Stephenville ในมลรัฐ Newfoundland and Labrador เพื่อเป็นแหล่งพลังงานในการผลิตก๊าซไฮโดรเจน และมีแผนจะขยายโครงการให้ใหญ่ขึ้นอีก 3 เท่าในอนาคต

หากโครงการนี้สำเร็จจะเป็นประโยชน์กับเยอรมนีในการเป็นแหล่งพลังงานใหม่เนื่องจากราคาก๊าซธรรมชาติเพิ่มสูงขึ้นจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน รวมถึงรัสเซียได้ส่งก๊าซธรรมชาติให้ประเทศยุโรปน้อยลงจนอาจนำมาซึ่งการขาดแคลนก๊าซธรรมชาติได้

ส่วนทางฝั่งแคนาดา การสร้างโรงงานพลังงานสีเขียวจะทำให้แคนาดากลายเป็นศูนย์กลางพลังงานสีเขียวของอเมริกาเหนือและเป็นผู้ริเริ่มการใช้พลังงานสีเขียวซึ่งนาย Tom Rose นายกเทศมนตรีเมือง Stephenville มองว่าเป็นพลังงานที่จะใช้เป็นหลักในอนาคตและจะเป็นที่ต้องการสูง

ที่มา: CTV News

No Description

from:https://www.blognone.com/node/129837

Microsoft ทดสอบระบบเซลล์เชื้อเพลิงเพื่อปั่นไฟขนาด 3 เมกะวัตต์ เป็นผลสำเร็จ

เมื่อ 2 ปีก่อน Microsoft ได้ทดสอบระบบไฟสำรองพลังเซลล์เชื้อเพลิงขนาด 250 กิโลวัตต์ และประสบความสำเร็จสามารถจ่ายไฟได้ต่อเนื่องนาน 48 ชั่วโมง ล่าสุดพวกเขาได้ทดสอบระบบเซลล์เชื้อเพลิงขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 3 เมกะวัตต์ แล้วเป็นที่เรียบร้อย และเตรียมพร้อมที่จะนำระบบเซลล์เชื้อเพลิงนี้ไปใช้งานจริงแทนเครื่องปั่นไฟดีเซลเพื่อใช้เป็นระบบไฟสำรองให้กับศูนย์ข้อมูล

เซลล์เชื้อเพลิงที่ Microsoft ทดสอบในครั้งนี้เป็นแบบ proton exchange membrane (PEM) ผลิตโดยบริษัท Plug โดยทำการทดสอบกันบนลานกว้างในพื้นที่สำนักงานของ Plug ซึ่งตั้งอยู่ที่เมือง Latham ใน New York

No Descriptionระบบเซลล์เชื้อเพลิงที่ผลิตโดย Plug ในระหว่างการทดสอบ

ระบบนี้ประกอบด้วยเซลล์เชื้อเพลิงขนาด 125 กิโลวัตต์จำนวน 36 เซลล์ โดยแบ่งติดตั้งในตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุตจำนวน 2 ตู้ เมื่อเซลล์เชื้อเพลิงทั้งหมดทำงานเต็มพิกัดจะสามารถผลิตไฟฟ้าด้วยกำลัง 3 เมกะวัตต์ คำนวณค่าประสิทธิภาพได้ราว 66.67% ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยประสิทธิภาพเซลล์เชื้อเพลิงทั่วไป (ข้อมูลจากกระทรวงพลังงานของสหรัฐฯ ระบุว่าประสิทธิภาพเซลล์เชื้อเพลิงประเภทต่างๆ โดยทั่วไปมีค่าอยู่ในช่วง 40-60%)

No Descriptionเซลล์เชื้อเพลิงถูกติดตั้งใส่ตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุต จำนวน 2 ตู้ โดยแบ่งตู้ละ 18 เซลล์

สำหรับชุดเซลล์เชื้อเพลิงที่ทำการทดสอบในครั้งนี้ใช้ก๊าซไฮโดรเจนที่เกิดขึ้นในระหว่างการผลิตคลอรีนและการผลิตโซเดียมไฮดรอกไซด์ ซึ่งอาจเรียกก๊าซเหล่านี้ว่า “บลูไฮโดรเจน” อันหมายถึงก๊าซไฮโดรเจนที่เกิดขึ้นโดยอาศัยพลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิลซึ่งยังคงมีการปลดปล่อยคาร์บอนออกสู่บรรยากาศในระหว่างกระบวนการให้ได้มาซึ่งก๊าซเชื้อเพลิง

แต่สำหรับเซลล์เชื้อเพลิงรุ่นที่ Microsoft ตั้งใจจะใช้งานจริงในอนาคตนั้น พวกเขาต้องการใช้ก๊าซไฮโดรเจนที่ได้มาจากแหล่งพลังงานสะอาด หรือที่เรียกกันในวงการว่า “กรีนไฮโดรเจน” เท่านั้น โดยกรีนไฮโดรเจนจะหมายถึงก๊าซที่ได้จากกระบวนการอิเล็กโทรไลซ์ซึ่งเป็นการใช้พลังงานไฟฟ้าแยกโมเลกุลของน้ำออกเป็นไฮโดรเจนและออกซิเจน ทั้งนี้ที่มาของพลังงานไฟฟ้าดังกล่าวจะถูกจำกัดว่าต้องมาจากพลังงานไฟฟ้าส่วนเกินของระบบผลิตไฟพลังงานสะอาด เช่นฟาร์มผลิตไฟฟ้าพลังงานลม และฟาร์มผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เท่านั้น

No Descriptionระบบเซลล์เชื้อเพลิงซึ่งติดตั้งทำการทดสอบในพื้นที่บริเวณสำนักงานของ Plug ในเมือง Latham

ระบบปั่นไฟด้วยเซลล์เชื้อเพลิงขนาด 3 เมกะวัตต์นี้ ถือเป็นระบบเซลล์เชื้อเพลิงขนาดใหญ่ที่สุดที่ Plug เคยสร้างมา และจากนี้หลังการทดสอบประสบผลสำเร็จด้วยดี Plug ก็เตรียมที่จะปรับปรุงระบบรุ่นต้นแบบนี้ให้พร้อมสำหรับการจำหน่ายจริงในเชิงพาณิชย์

ทางด้าน Microsoft ผู้ว่าจ้าง Plug ก็เล็งจะนำระบบปั่นไฟด้วยเซลล์เชื้อเพลิงนี้ไปใช้งานจริงกับระบบไฟสำรองของศูนย์ข้อมูล ทดแทนเครื่องปั่นไฟดีเซลที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน อันเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการหันมาใช้แหล่งพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ซึ่ง Microsoft ตั้งเป้าจะเปลี่ยนค่าปริมาณการปลดปล่อยคาร์บอนให้ติดลบให้ได้ภายในปี 2030

ที่มา – Microsoft

from:https://www.blognone.com/node/129715

Radiant สตาร์ทอัพด้านพลังงานเปิดตัวเครื่องปั่นไฟพลังนิวเคลียร์ขนาดเท่าตู้คอนเทนเนอร์

บริษัท Radiant ซึ่งบริหารงานโดยอดีตพนักงาน SpaceX ได้เปิดตัวโครงการ Kaleidos เตาปฏิกรณ์ปรมาณูขนาดเล็กแบบเคลื่อนย้ายได้ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานผลิตไฟฟ้า

Kaleidos เป็นชุดปั่นไฟที่ประกอบไปด้วยเตาปฏิกรณ์ปรมาณูแบบฟิสชั่นสามารถสร้างพลังงานไฟฟ้าด้วยกำลัง 1.2 เมกะวัตต์ นานต่อเนื่อง 8 ปี มันถูกออกแบบมาเพื่อทดแทนการใช้งานเครื่องปั่นไฟแบบเครื่องยนต์ดีเซล ผู้ใช้สามารถเดินเครื่องเพื่อเริ่มผลิตกระแสไฟฟ้าได้ภายในเวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมงหลังการติดตั้ง โดยทาง Radiant ระบุว่า Kaleidos สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลายไม่ว่าจะเพื่อการทหาร, ใช้เพื่อการบรรเทาทุกข์ในพื้นที่ที่ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ รวมทั้งใช้งานในพื้นที่ทุรกันดารต่างๆ

Doug Bernauer ซีอีโอของ Radiant ซึ่งเคยทำงานให้ SpaceX นาน 12 ปี ได้อธิบายถึงที่มาของ Kaleidos ว่าเป็นการหยิบเอางานที่เคยพัฒนาให้กับ SpaceX ในแผนการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการตั้งอาณานิคมบนดาวอังคาร โดยงานของเขาในตอนนั้นคือการพัฒนาแหล่งพลังงานเพื่อการดำรงชีวิตบนดาวเคราะห์สีแดง ตัว Bernauer เองคิดว่าผลงานการคิดค้นเหล่านั้นสามารถนำมาใช้งานบนโลกได้ด้วยเช่นกัน

No Descriptionภาพจำลองของ Kaleidos แสดงให้เห็นเตาปฏิกรณ์และส่วนประกอบอื่นๆ ติดตั้งอยู่ในโครงสร้างตู้คอนเทนเนอร์

กระบวนการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์โดยส่วนใหญ่ในปัจจุบันนั้น จะใช้เตาปฏิกรณ์สร้างพลังงานความร้อน ภายในเตาจะมี “แกนเชื้อเพลิง” ที่บรรจุเม็ดเชื้อเพลิงนิวเคลียร์เอาไว้ ซึ่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่นิยมใช้ส่วนใหญ๋คือไอโซโทปของยูเรเนียม เมื่อปฏิกิริยานิวเคลียร์ถูกเริ่มด้วยการยิงนิวตรอนไปยังแกนเชื้อเพลิงเหล่านี้ นิวตรอนของสารเชื้อเพลิงที่อยู่ในแกนจะแตกตัวและพุ่งไปกระทบอะตอมอื่นๆ ของสารเชื้อเพลิงต่อกันไปอีกเป็นทอดๆ เกิดเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่และมีการปลดปล่อยพลังงานความร้อนออกมา

การควบคุมระดับพลังงานของเตาปฏิกรณ์สามารถทำได้ด้วยการสอดหรือดึงสิ่งที่เรียกว่า “แกนควบคุม” เข้าหรือออกจากเตา โดยแกนควบคุมนี้ทำหน้าที่เสมือนเป็นตัวดูดซับนิวตรอนที่พุ่งไปมาภายในเตา การสอดแกนควบคุมลงลึกไปในเตาจะเป็นการหน่วงปฏิกิริยานิวเคลียร์ที่เกิดขึ้น ในทางกลับกันหากทำการดึงแกนควบคุมออกมาจากเตามากเท่าไหร่ก็จะเป็นการเร่งให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่มากขึ้นนั่นเอง

พลังงานความร้อนที่เกิดขึ้นจากปฏิกิริยาฟิสซั่นดังที่อธิบายข้างต้นจะถูกถ่ายเทผ่านแผงระบายความร้อนต่อไปยังสารหล่อเย็นซึ่งโดยทั่วไปก็คือน้ำ โดยน้ำหล่อเย็นเหล่านี้จะมีการปนเปื้อนกัมมันตรังสีเนื่องจากสัมผัสกับแกนเชื้อเพลิงภายในเตาโดยตรง ดังนั้นมันจะถูกหมุนเวียนอยู่ในระบบปิดเท่านั้นเพื่อป้องกันการรั่วไหลของกัมมันตรังสีออกสู่ภายนอก จากนั้นน้ำหล่อเย็นที่ร้อนจัดจนเปลี่ยนสถานะเป็นไอน้ำจะถูกหมุนเวียนไปแลกเปลี่ยนความร้อนให้กับน้ำอีกส่วนหนึ่ง และน้ำส่วนที่สองนี้เมื่อได้รับความร้อนจนอยู่ในสถานะไอน้ำเช่นกันจะหมุนเวียนไปขับใบพัดของเครื่องปั่นไฟได้เป็นพลังงานไฟฟ้าออกมาในท้ายที่สุด (อย่างไรก็ตาม มีโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์บางแห่งจะใช้ไอน้ำของสารหล่อเย็นที่ปนเปื้อนกัมมันตรังสีไปขับใบพัดของเครื่องปั่นไฟโดยตรงเช่นกัน)

สำหรับ Kaleidos เองก็มีกลไกการทำงานคล้ายคลึงกับระบบการผลิตไฟของโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ทั่วไปดังที่อธิบายข้างต้น หากแต่มีการออกแบบที่มุ่งเน้นเพื่อให้เหมาะกับการใช้งานในกระบวนการขนาดเล็กและมีความปลอดภัยในระหว่างการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์และการใช้งานเพิ่มมากขึ้น เตาปฏิกรณ์ของ Kaleidos มีแกนควบคุมทั้งหมด 16 แกน โดย Radiant ออกแบบแท่งควบคุมให้สามารถเคลื่อนที่ขึ้น-ลง ในตำแหน่งที่ล้อมแกนเชื้อเพลิงเอาไว้โดยรอบ

No Descriptionเตาปฏิกรณ์ของ Kaleidos มีแกนเชื้อเพลิงอยู่ในใจกลางของเตาและแท่งควบคุมเรียงตัวล้อมรอบด้านนอก

โดยเชื้อเพลิงที่บรรจุภายในแกนคืออนุภาค TRISO (TRi-structural ISOtropic) อันเป็นอนุภาคที่ประกอบไปด้วยองค์ประกอบธาตุยูเรเนียม, คาร์บอน และออกซิเจนอยู่ตรงใจกลาง และมีเปลือกหุ้มภายนอก 3 ชั้นซึ่งประกอบไปด้วยชั้นของไพโรไลติกคาร์บอนและซิลิกอนคาร์ไบด์ซึ่งล้วนแล้วแต่มีคุณสมบัติทนความร้อนสูง ผลพวงจากโครงสร้างที่พิเศษของอนุภาค TRISO ที่มีเปลือกหุ้ม 3 ชั้นนี้ ทำให้มันมีคุณสมบัติพิเศษคือไม่มีทางหลอมละลาย (การหลอมละลายของแกนเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ถือเป็นอุบัติภัยที่ร้ายแรง อาจกล่าวได้ว่ามหันตภัยของอุบัติเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั้งหลายเกิดขึ้นทันทีที่แกนปฏิกรณ์หลอมละลาย) จึงมีความปลอดภัยในการใช้งานสูงมาก

No Descriptionโครงสร้างอนุภาค TRISO ซึ่งมีเปลือกหุ้มภายนอก 3 ชั้น โดยมีไพโรไลติกคาร์บอนชั้นใน, ซิลิกอนคาร์ไบด์ และไพโรไลติกคาร์บอนชั้นนอก

พลังงานความร้อนจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิสชั่นที่ได้จากเตาจะถูกถ่ายเทไปขับเคลื่อนระบบปั่นไฟผ่านการพาความร้อนของสารหล่อเย็น โดย Kaleidos ใช้ฮีเลียมเป็นสารหล่อเย็นแกนเชื้อเพลิงแทนการใช้น้ำ ทั้งนี้ฮีเลียมเป็นก๊าซที่ไม่สามารถแตกตัวเป็นไอโซโทปที่ปลดปล่อยกัมมันตรังสีได้ จึงถือได้ว่าเป็นการออกแบบที่เน้นเรื่องความปลอดภัยเพิ่มขึ้นอีกจุดหนึ่ง

อีกสิ่งหนึ่งที่ Kaleidos แตกต่างจากกระบวนการผลิตไฟของโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ทั่วไปคือการออกแบบระบบปั่นไฟโดยใช้คาร์บอนไดออกไซด์แบบยิ่งยวด (sCO2 Power Cycle) แทนการใช้ไอน้ำมาปั่นเครื่องผลิตไฟ ทั้งนี้การใช้คาร์บอนไดออกไซต์แบบยิ่งยวดมีข้อดีเหนือกว่าไอน้ำในแง่ของค่าสัมประสิทธิ์ความร้อน กล่าวคือจะมีการสูญเสียพลังงานความร้อนไปแบบสูญเปล่าน้อยกว่าไอน้ำนั่นเอง

นอกจากนี้ Radiant ได้ใช้ชุดโปรแกรม NEAMS มาช่วยในการพัฒนา Kaleidos และจะใช้มันช่วยในการควบคุมระบบการทำงานของ Kaleidos ด้วยในอนาคต โดย NEAMS คือโปรแกรมจำลองการทำงานเตาปฏิกรณ์ที่พัฒนาโดยสำนักพลังงานนิวเคลียร์ของกระทรวงพลังงานสหรัฐอเมริกา (U.S. Department of Energy-Office of Nuclear Energy)

การใช้งาน NEAMS จะทำให้สามารถคำนวณได้ว่าระดับอุณหภูมิของแกนเชื้อเพลิง, แท่งควบคุม, สารหล่อเย็น และชิ้นส่วนอื่นๆ รวมทั้งฉนวนหุ้มเตาควรมีอุณหภูมิเท่าไหร่ในระหว่างที่เตาปฏิรกรณ์กำลังทำงาน ซึ่งค่าที่คำนวณได้จะถูกเปรียบเทียบกับค่าอุณหภูมิที่ได้จากการวัดค่าจริงเพื่อนำไปสั่งการกลไกการเคลื่อนแกนควบคุมของเตาเพื่อปรับระดับการทำงานให้เหมาะสม

No Descriptionการใช้งาน NEAMS คำนวณค่าอุณหภูมิของชิ้นส่วนต่างๆ ของระบบเตาปฏิกรณ์ เปรียบเทียบกับค่าที่วัดจริงเพื่อใช้สำหรับควบคุมการทำงาน Kaleidos

ในตอนนี้ Kaleidos ยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา โดย Bernauer ให้สัมภาษณ์แก่ Interesting Engineering ว่าตั้งเป้าจะพัฒนาอุปกรณ์ให้สมบูรณ์และทดสอบระบบต่างๆ ทั้งหมดให้เสร็จสิ้นในอีกราว 4 ปีข้างหน้า โดยในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้จะมีการทดสอบชุดระบายความร้อนขนาด 20 ตัน (ชุดระบายความร้อนนี้ คือตัวนำความร้อนจากภายในเตาออกมาสู่ฮีเลียมอันเป็นสารหล่อเย็นที่จะพาความร้อนไปปั่นไฟ) และคาดว่าระบบปั๊มฮีเลียมจะแล้วเสร็จก่อนสิ้นปีนี้ ทั้งนี้หากการพัฒนา Kaleidos สำเร็จและผ่านการทดสอบตามแผน ก็คาดว่าจะสามารถผลิตออกจำหน่ายจริงภายใน 1-2 ปีหลังทดสอบเสร็จสิ้น โดยตอนนี้ Radiant ได้เปิดรับสมัครพนักงานเพิ่มอีกหลายตำแหน่งเพื่อเดินหน้าพัฒนา Kaleidos

ที่มา – Interesting Engineering – 1, 2

from:https://www.blognone.com/node/129600

สหรัฐฯ อนุมัติเตาปฎิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กเป็นครั้งแรก แต่ละชุดผลิตไฟฟ้าเพียง 50 เมกกะวัตต์

กรรมการกำกับนิวเคลียร์สหรัฐฯ (U.S. Nuclear Regulatory Commission – NRC) ประกาศอนุมัติให้ใช้งานเตาปฎิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กของบริษัท NuScale ได้ หลังจากบริษัทพยายามขออนุญาตมาหลายปี โดยเตาปฎิกรณ์เหล่านี้ผลิตไฟฟ้าเพียงเตาละ 50 เมกกะวัตต์ (ตามสเปคได้ถึง 77 เมกกะวัตต์) โดยฟีเจอร์สำคัญคือมันสามารถหยุดทำงานได้โดยไม่ต้องการระบบหล่อเย็นทำงานขณะปิดการทำงาน

ในการติดตั้งจริง NuScale จะติดตั้งเตาปฎิกรณ์ทีละ 12 ชุด ทำให้โรงงานไฟฟ้าแต่ละแห่งผลิตไฟฟ้าได้ 600 เมกกะวัตต์ บริษัทพยายามชูประเด็นว่าเนื่องจากแต่ละโมดูลมีขนาดเล็กและเรียบง่าย ทำให้การก่อสร้างจริงจะมีต้นทุนต่ำกว่าโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์แบบเดิมๆ

ตัวเตาปฎิกรณ์ของ NuScale จะแช่อยู่ในสระน้ำชั้นใต้ดิน โดยการออกแบบทำให้เตาปฎิกรณ์สามารถปิดการทำงานได้เองแม้ไม่มีพลังงานจากภายนอก ที่ผ่านมาอุบัติเหตุนิวเคลียร์ครั้งใหญ่ๆ มักเป็นประเด็นเกี่ยวเนื่องจากเงื่อนไขที่โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ต้องการให้ระบบหล่อเย็นทำงานตลอดเวลาแม้จะปิดการทำงานไปแล้วแต่ก็ตาม เช่น เชอร์โนบิลที่เป็นเกิดอุบัติเหตุขณะจำลองเหตุไฟดับและต้องการทดสอบระบบหล่อเย็น, หรือฟุกุชิม่าที่เกิดน้ำท่วมปั๊มจนระบบหล่อเย็นไม่ทำงาน

แม้ว่า NRC จะอนุมัติการใช้งานตัวเตาปฎิกรณ์ แต่ทาง NuScale ก็ต้องหาลูกค้าที่จะนำไปติดตั้งจริงอีกครั้ง ตอนนี้กลุ่มลูกค้า 18 รายเซ็นเพียง MOU กับ NuScale โดยยังไม่ยืนยันชัดเจนว่าจะเริ่มสร่างโรงงานไฟฟ้าจริง

ที่มา – ArsTechnica

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/129599

การไฟฟ้าจีนใช้ AI ช่วยลดเวลาแก้ปัญหาไฟฟ้าดับจากหลายชั่วโมงเหลือ 3 วินาที

State Grid Xinjiang Electric Power Company หน่วยงานการไฟฟ้าที่รับผิดชอบระบบจ่ายไฟในเขต Xinjiang ได้นำเอาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาช่วยในการจ่ายไฟคืนให้แก่ระบบเมื่อเกิดปัญหาไฟฟ้าดับ ช่วยลดเวลาการทำงานจากหลายชั่วโมงลงเหลือเพียงแค่ 3 วินาที

ทางบริษัทการไฟฟ้าของ Xinjiang ได้นำเอาปัญญาประดิษฐ์มาใช้งานในระบบการจ่ายไฟให้แก่ย่าน Qitailu ซึ่งเป็นย่านที่พักอาศัยของผู้คนราว 200 หลังคาเรือน ตั้งอยู่ในเมือง Urumqi ของมณฑล Xinjiang โดยก่อนหน้านี้ได้มีการทดลองใช้งานมาแล้ว 1 เดือน

โดยปกติแล้วปัญหาไฟฟ้าดับที่เกิดขึ้นในระบบจ่ายไฟฟ้า หรือที่เรียกว่าการเกิด fault นั้น อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ การดำเนินการของผู้ดูแลระบบจำเป็นจะต้องคนหาจุดที่เกิด fault และตัดแยกจุดดังกล่าวออกจากเครือข่ายระบบจ่ายไฟ ก่อนทำการกำหนดทิศทางการจ่ายไฟจากแหล่งผลิตไฟเข้าสู่พื้นที่ที่ประสบปัญหาไฟฟ้าดับ แล้วจึงทำการเชื่อมต่อวงจรจ่ายไฟคืนให้แก่ระบบได้ โดยกระบวนการทั้งหมดนี้อาจกินเวลานานหลายชั่วโมง

สาเหตุที่กระบวนการแก้ปัญหาไฟฟ้าดับทั้งหมดกินเวลาหลายชั่วโมงนั้น เนื่องจากเมื่อเกิด fault ขึ้นในระบบไฟฟ้าแล้ว คอมพิวเตอร์ซึ่งใช้สำหรับระบบควบคุมสั่งการเครือข่ายระบบจ่ายไฟจะอาศัยข้อมูลจากอุปกรณ์และเซ็นเซอร์ต่างๆ ที่ติดตั้งกระจายอยู่ในระบบจ่ายไฟมาประมวลผลและสร้างโค้ดจำนวนมากเพื่อแสดงข้อมูลของ error ในระบบ จากนั้นเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบจะต้องคิดประมวลข้อมูลโค้ดเหล่านั้นด้วยตนเองเพื่อวิเคราะห์หาจุดที่เกิดปัญหา แล้วจะต้องสั่งการตัดแยก fault ออกจากระบบ รวมทั้งคิดหาเส้นทางการจ่ายไฟคืนให้แก่พื้นที่ประสบปัญหาไฟดับด้วยตนเองทั้งหมด

ทั้งนี้กระบวนการแก้ปัญหาไฟฟ้าดับของระบบจ่ายไฟนั้น หากแบ่งออกเป็นระบบจ่ายไฟแรงดันสูง, แรงดันปานกลาง และแรงดันต่ำแล้ว ระบบจ่ายไฟแรงดันต่ำถือเป็นระบบที่มีความซับซ้อนในการวิเคราะห์และแก้ปัญหายากที่สุด เนื่องจากสายไฟแรงดันต่ำนั้นมีการติดตั้งกระจายตัวเป็นบริเวณกว้าง และมีอุปกรณ์ปลีกย่อยที่เชื่อมต่อกับภาคผู้ใช้มากกว่า ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิด fault หลากหลายประเภทและหลายตำแหน่งมากกว่าระบบจ่ายไฟแรงดันสูงและแรงดันปานกลาง

การนำเอาปัญญาประดิษฐ์มาช่วยงานแก้ปัญหาไฟฟ้าขัดข้อง ทำให้มันสามารถใช้การวิเคราะห์ด้วยภาษาธรรมชาติจนเข้าใจข้อมูลโค้ดที่ถูกสร้างขึ้นโดยคอมพิวเตอร์ของระบบควบคุมการจ่ายไฟได้แทบจะในทันที จากนั้นมันจะสั่งการตัดแยกจุดทีเ่กิด fault และค้นหาเส้นทางการจ่ายไฟคืนระบบได้อย่างรวดเร็วโดยอาศัยการวิเคราะห์ที่อิงจากชุดข้อมูลที่มันเคยเรียนรู้เอาไว้ โดยทำทุกขั้นตอนทั้งหมดนี้ในเวลาแค่ 3 วินาที

อันที่จริงแล้วการใช้ปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยในการควบคุมระบบการจ่ายไฟนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่เสียทีเดียว ในประเทศจีนมีการนำเอาเทคโนโลยีนี้เข้ามาใช้เพิ่มขึ้นมากนับตั้งแต่การก่อสร้างฟาร์มผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในจีน เนื่องจากการจ่ายกระแสไฟของฟาร์มผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนดังกล่าวนั้นมีการเปลี่ยนแปลงสถานะการจ่ายไฟที่เปลี่ยนแปลงผันผวนอย่างต่อเนื่อง หากแต่ว่าการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ในช่วงเวลาก่อนหน้านี้จะเน้นหนักไปที่ระบบจ่ายไฟแรงดันสูงและแรงดันปานกลางเท่านั้น การนำเอามันมาใช้ควบคุมและแก้ปัญหาระบบไฟฟ้าในระดับแรงดันต่ำอย่างที่ทำอยู่ในย่าน Qitailu นี้ถือเป็นครั้งแรก

ที่มา – South China Morning Post

No Description

from:https://www.blognone.com/node/129579