คลังเก็บป้ายกำกับ: EMBEDDED

Nvidia เลี่ยงบาลีจาก “กฎห้ามส่งออกชิปไปจีน” ด้วยชิปทางเลือกใหม่

Nvidia เป็นบริษัทไอทีแทบจะเจ้าท้ายๆ ที่ยอมออกมาจากรัสเซียหลังประกาศสงครามกับยูเครน ล่าสุดก็กลายเป็นผู้ผลิตชิปเจ้าแรกที่ออกแบบและเสนอชิปเพื่อส่งออกไปจีน ในแบบที่สามารถผ่านเกณฑ์มาตรการควบคุมการส่งออกไปจีนของทางการสหรัฐฯ ได้

กฎดังกล่าวนี้เกิดขึ้นเพื่อจำกัดการพัฒนาเทคโนโลยี AI ของประเทศจีน ที่เชื่อว่ามีการนำไปสนับสนุนการทหารด้วย ก็วิเคราะห์ได้ว่าเป็นเพราะคู่แข่งอย่าง AMD และอินเทลต่างขยันทำยอดจนเติบโตเบียดกันเหลือเกิน ทำให้ไม่เหลือทางเลือกอื่นที่จะขยับเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง

โฆษกของ Nvidia ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Data Center Knowledge ว่า “ชิป NVIDIA A800 GPU ใหม่ที่กำลังเริ่มผลิตในไตรมาสที่สามนี้ ถือเป็นทางเลือกใหม่แทนที่จีพียู NVIDIA A100 ตัวหลัก เพื่อลูกค้าในจีนโดยเฉพาะ ซึ่งรุ่นนี้ผ่านการทดสอบจากทางการสหรัฐฯ แล้ว”

“โดยเป็นการจำกัดกำลังการประมวลผลให้ได้ตามเกณฑ์ พร้อมโปรแกรมให้ไม่สามารถปลดล็อกได้” ถือว่า Nvidia เปิดตัว A800 เพียงแค่เดือนเดียวเท่านั้นหลังจากรัฐบาลโจ ไบเดน ออกคำสั่งบริหารควบคุมการส่งออกชิปต่างๆ ไปยังประเทศจีน ที่เชื่อว่าเอาไปตรวจสอบ ควบคุมประชาชน พร้อมเร่งการพัฒนาด้านกลาโหม

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – DCK

from:https://www.enterpriseitpro.net/nvidia-skirts-u-s-export-controls-to-china-with-alternative-chip/

กูเกิลเปิดตัว KataOS ระบบปฏิบัติการใหม่สำหรับอุปกรณ์ฝังตัว เน้นความปลอดภัย เขียนด้วย Rust

นอกเหนือจาก Android, ChromeOS, Fuchsia ล่าสุดกูเกิลเปิดตัวระบบปฏิบัติการใหม่ (อีกแล้ว) ชื่อ KataOS สำหรับอุปกรณ์ฝังตัวที่เน้นความปลอดภัยสูง (กูเกิลใช้คำเรียกว่า secure operating system) เพื่อใช้งานประมวลผล machine learning ที่ปลายทาง (ambient ML หรือ AmbiML)

โครงการนี้เป็นผลงานวิจัยของ Google Research เลือกใช้เคอร์เนล seL4 ที่มีอยู่ก่อนแล้ว เป็นโครงการ microkernel แบบยูนิกซ์ที่เน้นความปลอดภัยสูง (อ่านบทความ Wikipedia ประกอบ) จากนั้นกูเกิลเขียนส่วนที่เหลือเกือบทั้งหมดด้วยภาษา Rust ที่อุดช่องโหว่เรื่องความปลอดภัยของหน่วยความจำ

แนวคิดของ KataOS คือการยืนยันได้ (verifiably) ว่าชิ้นส่วนต่างๆ ของ OS ปลอดภัยจริง (ด้วยอัลกอริทึมทางคณิตศาสตร์)

KataOS ถือเป็นชิ้นส่วนหนึ่งของ Project Sparrow โครงการใหญ่ที่ต้องการสร้างต้นแบบฮาร์ดแวร์ที่รัน KataOS โดยใช้ชิป root-of-trust จากโครงการ OpenTitan ที่เป็นสถาปัตยกรรม RISC-V อีกทีหนึ่ง แต่ก็บอกว่าจะรองรับสถาปัตยกรรมที่เป็น ARM64 ด้วยในอนาคต โดยเป้าหมายสุดท้ายคือต้องการโอเพนซอร์สทุกอย่าง ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ออกสู่สาธาณะ

No Description

ที่มา – Google Open Source

from:https://www.blognone.com/node/130978

กริ่งประตูแมว ทำจาก Raspberry Pi ช่วยให้เราทราบแล้วมาเปิดประตูให้

คุณกำลังเจอปัญหาแมวจะกลับเข้าบ้านแต่คุณไม่รู้ เลยไม่ได้เปิดประตูให้บ่อยๆ หรือไม่ แมวเองก็คงเคาะประตูไม่เป็น จึงเป็นที่มาของนักประดิษฐ์และพัฒนาอย่าง Tennis Smith ที่คิดค้นกริ่งประตูสำหรับแมวที่ใช้เครื่อง Raspberry Pi นี้

เป็นระบบที่ใช้ไมโครโฟนคอยฟังเสียงเหมียว ที่แมวมักจะร้องเรียกความสนใจจากเรา โดยไม่ต้องรอให้แมวกดออดด้วยตัวเอง ตัวเครื่อง Pi ทำหน้าที่แยกเสียงเหมียวออกจากเสียงอื่นๆ ด้วยกลไก AI แล้วส่งข้อความไปยังโทรศัพท์เจ้าของ

กริ่งประตูนี้ทำงานในรูปของอุปกรณ์ IoT ผ่านคลาวด์ Amazon Web Services (AWS) ซึ่งเครื่อง Raspberry Pi จะตีความเสียงเหมียวผ่าน Tensorflow Lite ที่เป็นทูลแมชชีนเลิร์นนิ่งโอเพ่นซอร์สสำหรับเทรนโมเดลแบบปรับแต่งเองแบบนี้ได้

ถ้า Tensorflow ตรวจจับเสียงแมว ก็จะส่งสัญญาณให้ AWS ส่งข้อความไปยังโทรศัพท์ สำหรับกลไกด้านในนั้น เป็นการฝังตัว Pi เข้ากับประตู พร้อมเชื่อมต่อกับไมโครโฟนผ่านสายเคเบิล CAT5 ที่ใช้อะแดปเตอร์ทั้ง USB และ RJ45 ทั้งหมดอยู่ในกล่องที่เจาะรูด้านล่างให้เสียงลอดเข้า

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – Tomshardware

from:https://www.enterpriseitpro.net/raspberry-pi-cat-doorbell-listens-for-meows/

คลิป VDO – การสร้างบอร์ดทดลอง SDR อย่างง่ายสำหรับจับคลื่นสั้น

วิธีหนึ่งที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับสัญญาณวิทยุที่ดีที่สุดก็คือ การสร้างขึ้นมาเอง โดยเฉพาะในยุคที่อุปกรณ์อย่างตัว SDR ถูกขนาดนี้ จึงมียูทูปเบอร์ชื่อ Aniss Oulhaci ออกมาสาธิตการทำบอร์ดทดลอง (Breadboard) ที่เอาไว้รับสัญญาณวิทยุ HF ผ่าน SDR (Software Defined Radio) ได้

ตัวรับนี้จำลองมาจากตัวตรวจจับ Tayloe มีวงจรพรีแอมป์ RF ที่ขยายสัญญาณที่รับมาจากเสาอากาศคลื่นสั้นอีกทีหนึ่ง จากนั้นจึงส่งต่อไปที่สวิตช์อนาล็อก 74HC4066D ที่ทำตัวเป็นสวิตชิ่งมิกเซอร์คอยผสมคลื่นเข้าสัญญาณ I และ Q จากตัว Local Oscillator

คู่สัญญาณ I และ Q ที่ใช้ผสมคลื่นวิทยุขาเข้านี้มาจากตัวสร้างสัญญาณนาฬิกา SI5351 และ 74HC74D Flip-Flop แล้วจึงส่งผ่านตัวกรองสัญญาณก่อนไปขยายด้วยแอมป์ LM358 OP อีกทีหนึ่ง ถึงจะจ่ายเข้าสเตอริโอซาวน์การ์ดของเครื่องคอมพิวเตอร์ได้

มีการใช้ Arduino ในการควบคุมตัวกำเนิดสัญญาณนาฬิกา ที่มีการใช้โปรแกรมควบคุมตัวเดียวกับที่ใช้กับ SDR Shield ดังนั้น เมื่อมีการป้อนสัญญาณเสียเข้า HDSDR ก็จะสามารถตรวจจับตัวกระจายสัญญาณวิทยุความยาวคลื่นสั้นได้ แม้จะตัวรับนี้จะไม่ได้มีประสิทธิภาพสูงเท่าในท้องตลาด แต่ก็ถือเป็นโปรเจ็กต์ทดลองที่น่าสนใจและเอาไปสานต่อได้ง่าย

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – Hackaday

from:https://www.enterpriseitpro.net/simple-breadboard-sdr-for-shortwave/

อินเทลเปิดตัวชิปกราฟิก Arc Pro เพื่องานกราฟิกโดยเฉพาะ

อินเทลประกาศเปิดตัวจีพียูซีรี่ส์ใหม่สำหรับทั้งเดสก์ท็อปและแล็ปท็อปในชื่อ “Arc Pro” เพื่อต่อกรกับการ์ดจอจาก AMD และ Nvidia โดย Intel Arc Pro A40 และ A50 ออกมาสำหรับเครื่องคอมพ์เวิร์กสเตชั่นเป็นหลัก ขณะที่รุ่น A30M ออกมาสำหรับแล็ปท็อปโดยเฉพาะ

ทั้งสามรุ่นนี้ อินเทลออกแบบมาเพื่อรองรับงานด้าน AI และแอพสร้างสรรค์งานกราฟิกต่างๆ อย่างเช่น Adobe Premiere Pro ซึ่งแต่ละรุ่นต่างมีฟีเจอร์ที่เบสออนฮาร์ดแวร์อย่าง Ray Tracing และ AV1 Hardware Acceleration ด้วย

สำหรับ Intel Arc Pro A40 จะมาในรูปลักษณ์ขนาดเล็กแบบสล็อตเดี่ยว ให้กำลังประมวลผลกราฟิกประมาณ 3.5 เทอราฟลอบ มีคอร์แบบ Ray-Tracing 8 คอร์ และหน่วยความจำ 6GB ขณะที่ A50 มาแบบดูอัลสล็อต กำลังประมวลผล 4.8 เทอราฟลอบ มีคอร์แบบ Ray-Tracing 8 คอร์ และหน่วยความจำ 6GB เช่นกัน

ดังนั้น A50 จึงเหมาะกับเครื่องเวิร์กสเตชั่นทั่วไปมากกว่า ทั้งนี้ทั้งสองรุ่นต่างมาพร้อม Mini DisplayPort 4 พอร์ตสำหรับใช้กับหลายหน้าจอพร้อมกันได้ อินเทลต้องการให้การ์ดจอเหล่านี้เอาใจผู้ใช้สายครีเอทีฟที่ใช้แอพอย่าง Blender, HandBrake, และ Premiere Pro รวมทั้งใช้กับธุรกิจกลุ่มวิศวกรรม การก่อสร้าง สถาปัตย์ และโรงงานต่างๆ ด้วย

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – ITPro

from:https://www.enterpriseitpro.net/intel-launches-arc-pro-gpus/

Raspberry Pi ถูกนำมาใช้เป็นระบบแมชชีนเลิร์นนิ่งในหัวกะโหลกหุ่น Terminator รุ่น T-800

มีโปรเจกต์ที่ใช้ Raspberry Pi ที่สร้างขึ้นโดย Michael Darby จาก 314Reactor ที่เป็นการนำโลกนิยายทางวิทยาศาสตร์ของหนัง Terminator ให้มีชีวิตเหมือนจริง ด้วยการใช้ Raspberry Pi 4 และอุปกรณ์เสริมเพิ่มเติมบางส่วน

จนออกมาเป็นหุ่นตัวร้ายที่ชื่อ T-800 Terminator ที่ชวนสยองขวัญในหนัง แต่ตัวกะโหลกที่สร้างขึ้นจริงนี้ยังปลอดภัยอยู่…ในปัจจุบัน โปรเจ็กต์นี้ถูกพัฒนาขึ้นจากการเลียนแบบพร็อพในหนังให้มีขนาดใหญ่พอจะบรรจุ Pi ขนาดเต็มได้

Darby ยังใส่ลำโพงสำหรับส่งเสียง และโมดูลกล้องในส่วนของตาด้วย มีการใช้แมชชีนเลิร์นนิ่ง (ML) เพื่อสังเคราะห์เสียงพูดและจดจำวัตถุต่างๆ ที่ตรวจจับผ่านโมดูลกล้อง Darby เองมีชื่อเสียงมากในการพัฒนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กในบล็อกตัวเองที่ชื่อ 314Reactor

ซึ่งเขามักจะแชร์โปรเจกต์ต่างๆ ผ่านช่องยูทูป ผลงานที่ผ่านมาที่น่าสนใจได้แก่ โปรเจ็กต์ Arc Reactor ที่ได้แรงบันดาลใจจากหนัง Iron Man ออกมาเป็นอุปกรณ์แบบสวมใส่ได้ (ที่ใช้ Arduino แทน Raspberry Pi) รวมทั้งตัว Artificial Life LED เป็นต้น

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – Tom’s Hardware

from:https://www.enterpriseitpro.net/raspberry-pi-terminator-t-800-skull/

[คลิป VDO] แก้ปัญหาเครื่อง Macbook Air รุ่น M2 ร้อนเกิน! ได้ด้วยงบแค่ 15 เหรียญฯ

Macbook Air รุ่นล่าสุดของแอปเปื้ลที่มาพร้อมกับชิป M2 ในรูปลักษณ์ที่บางเบาแต่สมรรถนะสูง แต่อย่างว่า คอมพ์ที่สวยงามโฉบเฉี่ยวพกง่ายนี้ย่อมมีความร้อนเป็นอุปสรรคสำคัญ ซึ่งล่าสุดยูทูปเบอร์สายเทคโนโลยี Max Tech ค้นพบวิธีแก้ปัญหานี้แล้ว

โดยเขาสามารถลดปัญหาโอเวอร์ฮีทบนเครื่อง Macbook Air M2 ได้แบบง่ายๆ และถูกมาก โชคไม่ดีที่เทคนิคนี้ต้องแลกกับการวอยด์รับประกันเครื่องด้วย การที่เครื่อง Macbook Air ดีไซน์เครื่องมาแบบไม่มีพัดลมหล่อเย็นนี้

เป็นเหตุผลที่ทำให้แล็ปท็อปตัวนี้บางเพียงแค่ 1.13 เซนติเมตร (0.44 นิ้ว) และหนักเพียงแค่ 1.24 กิโลกรัม (2.7 ปอนด์) ด้วยการหันมาใช้ฮีทซิงค์ในการถ่ายเทความร้อนแทน ที่สู้พัดลมจริงๆ ไม่ได้อยู่แล้ว โดยเฉพาะตอนใช้งานเครื่องหนักๆ

เพื่อที่จะรักษาอุณหภูมิไม่ให้สูงเกินไป เครื่องจึงมีกลไกในการลดประสิทธิภาพของชิป M2 เพื่อป้องกันโอเวอร์ฮีทจนสร้างความเสียหายกับชิ้นส่วนภายใน Max Tech จึงลองใช้ตัวแผ่นซิลิโคนระบายความร้อน Thermal Pad ที่ขายบนแอมะซอนแค่ 15.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ แปะบนเมนบอร์ดของเครื่อง ทำให้เครื่องร้อนช้าลงได้ง่ายๆ

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – Tom’s Hardware

from:https://www.enterpriseitpro.net/15-diy-mod-reduces-m2-macbook-airs-overheating-issues/

Intel® NUC เทคโนโลยีคอมพิวติ้งขั้นสูง ทุกรุ่น ทุกความต้องการ เพื่อการใช้งานทางธุรกิจที่ครบครัน

อินเทล ผู้ผลิตชิปรายใหญ่และมีประสิทธิภาพสูงระดับโลก กำลังเดินหน้าสู่โลกแห่งคอมพิวติ้งอย่างเต็มขั้น ด้วยการพัฒนาเครื่องพีซีและแล็ปท็อปของตนเอง ภายใต้แบรนด์ Intel® NUC (อินเทลนัค) โดยออกแบบให้สอดคล้องกับการใช้งานในยุค New Normal ที่ต้องการความง่าย สะดวกรวดเร็ว พกพาไปไหนได้อย่างคล่องแคล่ว และที่สำคัญให้ประสิทธิภาพการทำงานที่เหนือชั้นตอบโจทย์ความต้องการของทุกองค์กร

Intel® NUC คืออะไร?

Intel Next Unit of Computer หรือ Intel® NUC เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดจิ๋ว (Mini PC) ที่ทางอินเทล ได้มีการออกแบบและผลิตมาจำหน่ายเอง โดยมีจุดเด่นที่มีขนาดเล็กกระทัดรัด ทำให้ประหยัดพื้นที่ในงานการทำงานและสามารถเคลื่อนย้ายไปทำงาน ณ สถานที่อื่นๆ ได้อย่างรวดเร็ว และที่สำคัญอุปกรณ์ที่ติดตั้งมาในเครื่อง Intel® NUC นั้น นับได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูง ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยี Intel® CoreTM i , แพลตฟอร์ม Intel vPro® ,แพลตฟอร์ม Intel® EVOTM, เทคโนโลยีพอร์ตอย่าง Thunderbolt และอื่นๆ อีกมากมาย

ครบทุกเซกเมนต์ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน

อินเทล เข้าใจถึงความต้องการด้านการใช้งานที่แตกต่างกันไปในแต่ละองค์กร จึงได้ออกแบบ Intel NUC มาให้เลือกหลากหลายรุ่นและรูปแบบ อาทิเช่น Intel NUC Performance, Intel NUC Pro, Intel NUC P14E Laptop, Intel NUC M15 Laptop ฯลฯ โดยเราจะเจาะลึกลงรายละเอียดไปในแต่ละรุ่นดังนี้

Intel® NUC 11 Performance

Intel® NUC 11 Performance ถูกออกแบบมาเพื่อเร่งประสิทธิภาพการทำงานที่ยอดเยี่ยม มาพร้อมคุณสมบัติพิเศษก็คือเรื่องของ “ขนาด” ที่เล็กกะทัดรัดเท่าฝ่ามือ (ขนาดแค่ 4.4 นิ้ว) แต่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ที่ทรงพลัง ไม่ว่าจะเป็น ซีพียูในกลุ่มที่เป็น Core i Processor (i3 i5 และ i7 ความเร็วสูงสุด 2.8 GHz) ในเจเนอเรชั่น 11 และยังมาพร้อมกับชิปกราฟิกที่ให้ประสิทธิภาพสูงในด้านของการตัดต่อภาพ การสตรีมเกมส์ และงานกราฟิกอื่นๆ นั่นก็คือ Intel® Iris® Xe นั่นเอง (เป็นแพลตฟอร์ม Intel vPro®) และที่พิเศษสุดๆ ของชิปกราฟิกรุ่นนี้คือ รองรับการดูภาพยนต์ความละเอียดขนาด 8K ได้อย่างราบรื่นเลยทีเดียวครับ นอกจากนั้นแล้ว Intel® NUC 11 Performance ยังให้พอร์ตคุณภาพสูง อย่าง MiniDisplayPort Thunderbolt, HDMI และ USB 3 เป็นต้น หน่วยความจำเป็นแบบ SODIMMs และสตอเรจมีทั้งแบบ NVMe และแบบ SATA3 SSDs ให้ความเร็วในการทำงานมากขึ้น

ปัจจุบัน Intel® NUC 11 Performance มีทั้งรหัสที่เป็น Panther Canyon และ Panther Canyon Lite

 

Intel® NUC 11 Pro

ถัดจากรุ่น Performance ก็มาจะต่อกันที่รุ่น Intel® NUC 11 Pro เป็นรุ่นที่พิเศษมากขึ้น เหมาะสำหรับการใช้งานแบบ 7/24 คือใช้งานต่อเนื่อง 24 ขั่วโมงตลอด 7 วัน โดยใช้ซีพียูในกลุ่มที่เป็น Core i Processor (i3 i5 และ i7) ในเจเนอเรชั่น 11 สำหรับซีพียู Intel® NUC 11 Pro จะมีรุ่นของซีพียูมากกว่ารุ่น Performance โดยมีรุ่นให้เลือกถึง 5 รุ่น ความเร็วสูงสุดถึง 3.0 GHz (รุ่น Core i7 – 1185G7)และยังมาพร้อมกับชิปกราฟิกที่ให้ประสิทธิภาพสูงในด้านของการตัดต่อภาพ การสตรีมเกมส์ และงานกราฟิกอื่นๆ นั่นก็คือ Intel® Iris Xe นั่นเอง และที่พิเศษสุดๆ ของชิปกราฟิกรุ่นนี้คือ รองรับการดูภาพยนต์ความละเอียดขนาด 8K ได้อย่างราบรื่นเลยทีเดียวครับ นอกจากนั้นแล้ว Intel® NUC 11 Pro ยังให้พอร์ตคุณภาพสูง อย่าง MiniDisplayPort Thunderbolt, HDMI และ USB 3 เป็นต้น หน่วยความจำเป็นแบบ SODIMMs และสตอเรจจะเป็นแบบ NVMe ให้ความเร็วในการทำงานมากขึ้น (แต่สามารถปรับให้ใช้งานสตอเรจแบบ SATA ได้) อีกทั้งมีสล็อตในการใช้งาน Wi-Fi ที่สามารถอัปเกรดได้ (เช่น สามารถใช้งาน Wi-Fi6 และหากในอนาคตมี Wi-Fi 6e ก็เปลี่ยนได้ ซึ่งแตกต่างจากรุ่น Performance ที่ Wi-Fi ฝังลงมาที่เมนบอร์ดและไม่สามารถอัปเกรดได้)

ความสามารถของ Intel® NUC 11 Pro ก็คือจะมีช่องสล็อตเพิ่ม (Extension port) สำหรับในกรณีที่ต้องใช้ในการทำงานที่อาศัยพอร์ตหลายๆ จุด เพิ่มเข้าไปได้ (ขยายพอร์ตทั้ง USB และพอร์ต LAN) รวมไปถึงเทคโนโลยี Virtual Display Emulation จะช่วยในการจำลองจอเสมือนของเครื่องปลายทาง (ใช้การ Remote Desktop) และทำงานได้ทันที และ Persistent display emulation ที่สามารถจดจำจอในตำแหน่งต่างได้โดยไม่ต้องตั้งค่าใหม่ในทุกๆ ครั้ง

สิ่งหนึ่งที่สำคัญของ Intel® NUC 11 Pro คือ มีแบบแพลตฟอร์ม Intel vPro® ให้เลือกใช้งาน ซึ่งด้วยตัว แพลตฟอร์ม Intel vPro® นี้ ทำให้การจัดการคอมพิวเตอร์ในระยะไกลทำได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังมีระบบรักษาความปลอดภัยจากการโจมตีต่างๆ ด้วย

Intel® NUC Essential

Intel® NUC Essential ถือเป็นรุ่นเริ่มต้นและมีราคาประหยัดเหมาะสมกับงานทั่วๆ ไป โดยมีคุณสมบัติของอุปกรณ์อันประกอบด้วย ซีพียูที่เป็น Intel Pentium Silver/Celeron และมีชิปแสดงผล Intel UHD Graphics ที่ต้องบอกว่าสามารถแสดงผลในระดับ 4K ได้ถึง 2 จอภาพ รองรับหน่วยความจำแบบ DDR4 ได้สูงสุดถึง 32GB มาพร้อมกับพอร์ตต่างๆ เช่น HDMI 2.0 และ DisplayPort 1.4 รวมถึงพอร์ตอีเธอร์เน็ต 10/100/1000 Mbps มาให้ครบครัน Intel® NUC Essential เพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้งาน ในการเพิ่ม Front Panel Header ช่วยให้บริษัทที่ทำงานด้านตู้ Kiosk ตู้ขายสินค้าอัตโนมัติ หรืองานประเภทป้ายโฆษณาอัจฉริยะ สามารถออกแบบทำงานได้ง่ายขึ้น

Intel® NUC Enthusiast และ Intel® NUC Extreme

Intel NUC Enthusiast ออกแบบมาสำหรับผู้ที่ต้องการเครื่องพีซีขนาดเล็กแต่ให้ประสิทธิภาพสูง ทั้งเพื่อการเล่นเกมส์โดยเฉพาะ หรือการใช้ง่นที่ต้องการประสิทธิภาพของกราฟิกการ์ด ซึ่งรุ่นนี้จะเน้นการใช้ซีพียูที่เป็น Core i5 และ Core i7 ที่เป็นเจเนอเรชั่น 11 เป็นหลัก มาพร้อมกับชิปการ์ดจอที่ทรงพลัง NVIDIA GeForce RTX 2060 พร้อมทั้งขยายหน้าจอในการใช้งานทั้งเล่นเกมส์และสตรีมเกมส์ได้ถึง 6 จอ

แต่อย่างไรก็ตาม อินเทลยังได้ขยายไลน์ของกลุ่มที่เป็นตลาดเกมมิ่งขึ้นไปอีกขั้นด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ Intel® NUC Extreme ซึ่งจัดเป็นหนึ่งในกลุ่ม Intel® NUC Element ที่สามารถขยายความสามารถซีพียูในระดับสูงอย่างเช่น Core i9 และเป็นซีพียูรุ่น H Series ที่ให้ประสิทธิภาพของการทำงานได้เต็มขั้น และที่สำคัญสามารถอัพเกรดซีพียูได้ด้วย ด้วยการเปลี่ยนชุด Element

นอกจากนั้น Intel® NUC Extreme ในส่วนของตัวการ์ดจอจะถูกออกแบบให้สามารถถอดใส่การ์ดจอจากภายนอกได้ ช่วยให้ลูกค้าสามารถที่อัปเกรดการ์ดจอเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานได้ตามความต้องการ โดยปัจจุบัน Intel® NUC Extreme พัฒนามาถึงในยุค Gen 12th แล้ว คือ Intel® NUC extreme Dragon Canyon

Intel® NUC Element

Intel® NUC Element เป็นเครื่องที่ออกแบบมาเพื่อให้สามารถใช้งานในหลากหลายธุรกิจไม่ว่าจะเป็น องค์กรและบริษัททั่วไป, ภาคการศึกษา และงานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอุตสาหกรรมและโรงงาน โดยจุดเด่ดของ Intel® NUC Element ก็คือสามารถที่จะอัปเกรดซีพียูได้ตามประสิทธิภาพที่เราต้องการได้ และยังมีรุ่นที่ Intel® NUC Element Pro ที่จะมีออปชั่นเสริมจำพวกพอร์ต HDMI มากขึ้นเป็นต้น

นอกจากนั้นก็ยังมีรุ่นที่เป็น Intel® NUC Rugged Chassis Element โดยอินเทลได้ออกแบบมาเพื่อการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่สมบุกสมบันโดยเฉพาะ ตัวแชสซีสจะเป็นวัสดุที่เป็นโลหะทีมีความแข็งแรงและมีการออกแบบเพื่อการระบายความร้อน ซึ่งจะมาพร้อมกับแชสซีสที่ให้เลือก 3 แบบ และที่สำคัญก็สามารถอัปเกรดซีพียูได้ตามประสิทธิภาพที่เราต้องการ

ฟอร์มแฟคเตอร์ที่เป็น laptop

ไม่เพียงที่อินเทลจะออกแบบ Intel® NUC มาในฟอร์มที่เป็นมินิพีซีเท่านั้น แต่พวกเขายังได้ออกแบบ Intel® NUC สำหรับกลุ่มผู้ใช้งานที่เน้นใช้ในการพกพา โดยออกแบบเป็นลักษณะในฟอร์มแล็ปท็อปมาให้เลือกใช้ เป็น Intel® NUC laptop แต่ความพิเศษของ Intel® NUC laptop ก็คือเป็นลักษณะที่คล้ายกับรุ่น Element ที่สามารถเลือกซีพียูเพื่อการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น Celeron, Core i3, i5 หรือ i7 ก็ได้ครับ หรือแม้แต่ตัวการ์ดจอก็สามารถปรับเปลี่ยนและอัปเกรดได้ตามความต้องการของผู้ใช้งานได้เช่นกัน (ตัวบอดี้ของเครื่องไม่ต้องเปลี่ยนแต่อย่างใด เพราะอินเทลได้ออกแบบมาเพื่อรองรับการอัปเกรดเรียบร้อยแล้ว)

Intel® NUC P14E Laptop

สำหรับรุ่นนี้จะอยู่ในกลุ่มจำพวกที่เป็นแบบของ Intel® NUC Element (Camden County) ตัวแชสซีสเป็นโมดูล่าร์ขนาด 13.9 นิ้ว จอเป็นแบบทัชสกรีน ให้ความละเอียดหน้าจอเป็นแบบ IPS 3:2 ขนาด 3000×2000 พิกเซล 400nit และ sRGB 100% ส่วนขุมพลังของเครื่องนี้ประกอบด้วยชุดซีพียูที่เป็น Intel ในตระกูล U-Series มีตัวอ่านลายนิ้วมือ มาพร้อมกับพอร์ตต่างๆ ทั้ง Thunderbolt 4 และ USB-C และ USB 2.0 พร้อมเทคโนโลยี Intel® NUC Software Studio ในกลุ่มที่เป็น Intel NUC Element ผู้ใช้งานสามารถเลือกซีพียูและหน่วยความจำสำหรับใช้งานเองได้ตามที่เราต้องการ

Intel® NUC M15 Laptop

สำหรับ Intel® NUC M15 Laptop (Bishop County) เป็นแล็ปท็อปในแบบ Thin & Light ให้ประสิทธิภาพสูง และมีความโดดเด่นมากเพราะเป็นรุ่นที่ผ่านมาตรฐาน Intel® EVOTM Platform ด้วย โดยขุมพลังของรุ่นนี้จะใช้ซีพียูในตระกูล Intel® CoreTM i5 และ i7 ในเจเนอเรชั่นที่ 11 พร้อมทั้งชิปกราฟิกแบบ Intel® Iris® Xe ทำให้การแสดงผลของภาพและงานกราฟิกต่างๆ มีความโดดเด่นเป็นอย่างมาก

และเนื่องด้วยเป็นรุ่นที่ผ่านมาตรฐาน Intel® EVOTM Platform จึงทำให้มีคุณสมบัติมาพร้อมสรรพ ไม่ว่าจะเป็น แบตเตอรี่ที่มีอายุการใช้งานยาวนานในการทำงานถึง 7-9 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครับ มีพอร์กการเชื่อมต่อแบบ Thunderbolt ที่สามารถใช้ในการชาร์จ (เป็น Quick charge) และสามารถเป็นพอร์ตในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ External อื่นๆ ได้อย่างมากมาย รวมถึงระบบการเชื่อมต่อไร้สายที่เป็นแบบ Wi-Fi 6

ตัวสตอเรจนั้นเป็นแบบ M.2 PCIe Gen4 NVMEs SSD เร่งประสิทธิภาพในการบูธเครื่องได้รวดเร็วภายในระยะเวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาที ส่วนจอนั้นให้ความละเอียดสูงขนาด 15.6 นิ้ว และเป็นแบบทัชสกรีนด้วย (สำหรับในรุ่น Core i7)

บทสรุป

อินเทล พัฒนา Intel® NUC มาอย่างต่อเนื่อง และมีไลน์ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานที่แตกต่างกันโดยเฉพาะ ซึ่งบางรุ่นก็จะเป็นฟอร์มแฟคเตอร์แบบที่เป็นมินิพีซี และแบบแล็ปท็อป ให้คุณใช้ได้ความต้องการ
การจะเลือกนำ Intel® NUC ไปช้งานนั้น มีได้หลายหลายมา เช่น การเลือก Intel® NUC Pro ที่มีขนาดเล็ก ไปใช้งานสำหรับการควบคุมป้ายโฆษณาต่างๆ เนื่องจากมี ความสามารถของแพลตฟอร์ม Intel vPro® ที่ช่วยให้สามารถจัดการในระยไกลได้สะดวก แม่แต่การเลือกใช้กลุ่ม Intel® NUC Element ที่มีโครงสร้างแบบ Rugged ไม่มีปัญหาในเรื่องของฝุ่น ซึ่งอาจจะเหมาะสมในการใช้งานในโรงงาน หรือสถานที่ที่มีฝุ่นมาก เหล่านี้เป็นสิ่งที่หน่วยงานธุรกิจสามารถที่จะเลือกปรับ และเลือกใช้ให้เหมาะและตรงกับความต้องการได้มากที่สุด
และปัจจุบัน Intel® NUC ได้ใช้ขุมพลังซีพียูในตระกูลที่เป็น Intel® CoreTM i ในเจเนอเรชั่น 11 เป็นหลัก และในอนาคตก็เตรียมความพร้อมไว้สามารถรองรับซีพียูในตระกูล เจเนอเรชั่นที่ 12 อีกด้วย อีกทั้งผู้ใช้งานก็ยังสามารถอัปเกรดอุปกรณ์ได้เช่นกัน ทั้งนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานสูงสุด

 

from:https://www.enterpriseitpro.net/intel-nuc-line-up/

อินเทลได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “ชิป AI Gaudi2” ที่เปรียบดั่งเวทมนตร์ที่จะช่วยลูกค้า

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา อินเทลได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่จำนวนมากทั้งชิปซิลิกอน, ซอฟต์แวร์, และบริการต่างๆ ในงานอีเวนต์ Vision ครั้งแรกที่จัดขึ้นในเมืองดัลลัส รัฐเท็กซัส เริ่มจากการเปิดตัวชิป AI Gaudi 2 ที่เป็นชิป Xeon Scalable รุ่นที่ 4

นอกจากนี้ยังมีโครงการ Apollo AI ที่ร่วมมือกับ Accenture, แผนการพัฒนา IPU ใหม่ที่ยาวไปถึงปี 2026, ตัว GPU Solution, และชิป Core HX เจน 12 สำหรับแล็ปท็อปที่ใช้ทำงานแบบไฮบริดโดยเฉพาะ รวมไปถึงโมเดลบริการใหม่ๆ ที่จะเพิ่มเข้ามาในอนาคต

Pat Gelsinger ซีอีโอของอินเทล ออกมากล่าวว่า “เรากำลังอยู่ในตลาดที่เปลี่ยนแปลงเร็วมากที่สุดทั่วโลกตอนนี้ ที่องค์กรทั้งหลายต่างเผชิญกับความท้าทายที่ซับซ้อนและต้องเชื่อมต่อทั่วถึงกันหมด ดังนั้นความสำเร็จจึงขึ้นกับความเร็วในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่ทันสมัย”

“เราตื่นเต้นที่จะได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เปรียบดั่งเวทมนตร์เข้ามาช่วยทั้งลูกค้าและพาร์ทเนอร์ในการปฏิวัติระบบดิจิตอล แม้จะเป็นระบบที่ซับซ้อนมากที่สุดก็ตาม” อย่างชิป 12th Gen HX ก็ถือเป็นวิวัฒนาการที่สำคัญสำหรับคอมพิวเตอร์แบบพกพาสำหรับผู้ใช้องค์กร

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – CRN

//////////////////

สมัครสมาชิก Enterprise ITPro เพื่อรับข่าวสารด้านไอที

form#sib_signup_form_4 {
padding: 5px;
-moz-box-sizing:border-box;
-webkit-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 input[type=text],form#sib_signup_form_4 input[type=email], form#sib_signup_form_4 select {
width: 100%;
border: 1px solid #bbb;
height: auto;
margin: 5px 0 0 0;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn {
margin: 5px 0;
padding: 6px 12px;
color:#fff;
background-color: #333;
border-color: #2E2E2E;
font-size: 14px;
font-weight:400;
line-height: 1.4285;
text-align: center;
cursor: pointer;
vertical-align: middle;
-webkit-user-select:none;
-moz-user-select:none;
-ms-user-select:none;
user-select:none;
white-space: normal;
border:1px solid transparent;
border-radius: 3px;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn:hover {
background-color: #444;
}
form#sib_signup_form_4 p{
margin: 10px 0 0 0;
}form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message {
padding: 6px 12px;
margin-bottom: 20px;
border: 1px solid transparent;
border-radius: 4px;
-webkit-box-sizing: border-box;
-moz-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-error {
background-color: #f2dede;
border-color: #ebccd1;
color: #a94442;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-success {
background-color: #dff0d8;
border-color: #d6e9c6;
color: #3c763d;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-warning {
background-color: #fcf8e3;
border-color: #faebcc;
color: #8a6d3b;
}

from:https://www.enterpriseitpro.net/intel-vision-2022-ai-gaudi2-chip/

Raspberry Pi ได้อัปเดต OS ใหม่เพื่อป้องกันการโจมตีแบบ Brute Force

Raspberry Pi ได้ประกาศการอัปเดตระบบปฏิบัติการของอุปกรณ์ครั้งใหม่ที่เน้นการป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์โดยเฉพาะ อย่างปกติเวลาตั้งค่าใช้งานครั้งแรกจะให้ตั้งเฉพาะรหัสผ่านใหม่ แต่ตัวอัปเดตนี้จะบังคับให้ตั้งชื่อผู้ใช้ใหม่ด้วย

แม้เสียงตอบรับจากนักพัฒนาทั้งหลายจะพูดกันว่า การที่ใช้ยูสเซอร์เนมแบบดีฟอล์ตที่ตั้งมาให้เป็น “pi” นั้น ก็ไม่ได้เอื้อให้โดนแฮ็กง่ายอยู่แล้ว แต่ทาง Raspberry Pi ก็เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะช่วยป้องกันได้ทั้ง Brute Force และ Password Spray เพิ่มขึ้น

ทางวิศวกรหลักอาวุโสของ Raspberry Pi คุณ Simon Long กล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ว่า “การที่รู้แค่ชื่อผู้ใช้ไม่ได้ช่วยให้การแฮ็กง่ายขึ้นเท่าไร เพราะก็จำเป็นต้องรู้ทั้งรหัสผ่าน และต้องมีการเปิดการเข้าถึงจากระยะไกลตั้งแต่แรกด้วย”

“แต่อย่างไรก็ตาม การรู้ชื่อผู้ใช้ก็ช่วยให้การโจมตีแบบ Brute-Force ง่ายขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยจริง ดังนั้นในบางประเทศจึงเริ่มออกกฎหมายห้ามไม่ให้อุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตใช้ยูสเซอร์เนมที่มีมาให้แบบดีฟอลต์”

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – ITPro

//////////////////

สมัครสมาชิก Enterprise ITPro เพื่อรับข่าวสารด้านไอที

form#sib_signup_form_4 {
padding: 5px;
-moz-box-sizing:border-box;
-webkit-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 input[type=text],form#sib_signup_form_4 input[type=email], form#sib_signup_form_4 select {
width: 100%;
border: 1px solid #bbb;
height: auto;
margin: 5px 0 0 0;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn {
margin: 5px 0;
padding: 6px 12px;
color:#fff;
background-color: #333;
border-color: #2E2E2E;
font-size: 14px;
font-weight:400;
line-height: 1.4285;
text-align: center;
cursor: pointer;
vertical-align: middle;
-webkit-user-select:none;
-moz-user-select:none;
-ms-user-select:none;
user-select:none;
white-space: normal;
border:1px solid transparent;
border-radius: 3px;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn:hover {
background-color: #444;
}
form#sib_signup_form_4 p{
margin: 10px 0 0 0;
}form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message {
padding: 6px 12px;
margin-bottom: 20px;
border: 1px solid transparent;
border-radius: 4px;
-webkit-box-sizing: border-box;
-moz-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-error {
background-color: #f2dede;
border-color: #ebccd1;
color: #a94442;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-success {
background-color: #dff0d8;
border-color: #d6e9c6;
color: #3c763d;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-warning {
background-color: #fcf8e3;
border-color: #faebcc;
color: #8a6d3b;
}

from:https://www.enterpriseitpro.net/raspberry-pi-os-update/