คลังเก็บป้ายกำกับ: DISPLAY

รวมข่าวลือ Apple วันนี้: MacBook จอสัมผัส, จะทำชิ้นส่วนหน้าจอเอง, ปุ่มปรับเสียง iPhone แบบใหม่

มีรายงานข่าวลือเกี่ยวกับสินค้าใหม่ และแผนงานในอนาคตหลายอย่าง นำมารวมกันไว้ในข่าวเดียว รายละเอียดดังนี้

MacBook จอสัมผัส

ที่ผ่านมาแอปเปิลมีท่าทีชัดเจน ที่จะไม่ทำ MacBook และสินค้าตระกูล Mac ทั้งหมดแบบจอสัมผัส เหตุผลหนึ่งเพื่อแยกความแตกต่างกับ iPad อย่างไรก็ตาม Mark Gurman แห่ง Bloomberg อ้างแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้อง ว่าแอปเปิลเตรียมเปิดตัว MacBook Pro จอ OLED แบบสัมผัสรุ่นแรกในปี 2025

ข้อมูลที่เขาบอกคือดีไซน์ตัวเครื่อง ยังคงเป็น MacBook แบบเดิมที่คุ้นเคย แต่เพิ่มจอสัมผัสเข้ามา ระบบปฏิบัติการยังเป็น macOS ไม่ได้รวมเข้ากับ iPadOS แต่อย่างใด

พัฒนาชิ้นส่วนหน้าจอแสดงผลเอง

ในข่าวก่อนหน้านี้ แอปเปิลเตรียมใช้ชิปสำหรับบางฟังก์ชันที่พัฒนาออกแบบขึ้นมาเอง เพื่อลดการพึ่งพาชิปเฉพาะจาก Qualcomm หรือ Broadcom รายงานล่าสุดบอกว่าชิ้นส่วนจอแสดงผล (Display) แอปเปิลก็เตรียมเปลี่ยนมาใช้ตัวที่พัฒนาเองเช่นกัน จากปัจจุบันใช้จอแสดงผลจาก Samsung หรือ LG

สินค้าตัวแรกที่แอปเปิลจะใช้จอแสดงผลพัฒนาเองคือ Apple Watch Ultra โดยกำหนดภายในปีหน้า 2024 จอดังกล่าวใช้เทคโนโลยี microLED จากนั้นเตรียมนำไปใช้กับ iPhone และอุปกรณ์อื่นต่อไป ทั้งนี้แอปเปิลจะทำเฉพาะงานออกแบบ ส่วนงานผลิตจะใช้โรงงานของซัพพลายเออร์ข้างนอก

No Description

ปุ่มด้านข้าง iPhone แบบใหม่

ข้อมูลนี้มาจากนักวิเคราะห์ขาประจำคนเดิม Ming-Chi Kuo โดยบอกว่า iPhone 15 Pro จะใช้ปุ่มสัมผัสแบบไม่ขยับ (Solid-state) โดยเปลี่ยนในปุ่มที่ยังเป็นแบบขยับคือ ปุ่ม Power และปุ่มปรับระดับเสียง

การทำงานของปุ่มแบบใหม่จะใช้ระบบสัมผัส และตอบสนองด้วย Taptic Engine แบบเดียวกับปุ่ม Home ใน iPhone 7 หรือแทร็กแพด Force Touch ใน MacBook ข้อดีคือปุ่มจะมีความทนทานมากขึ้น และสามารถออกแบบระบบกันน้ำได้ดีขึ้น

แอปเปิลยังมีแผนขยายการใช้ปุ่มดังกล่าวใน iPhone 15 รุ่นทั่วไป และขยายไป iPad Pro กับ Apple Watch Ultra ด้วย

No Description

ข่าวอื่น

  • Ming-Chi Kuo รายงานว่า MacBook รุ่นใช้จอ OLED จะออกมาเร็วที่สุดปีหน้า
  • Mac Pro เริ่มทดสอบแล้ว ด้วยระบบปฏิบัติการเวอร์ชันที่ยังไม่ออกมาคือ macOS 13.3 จึงคาดว่าจะเปิดตัวในต้นปีนี้

ที่มา: Bloomberg [1], [2], MacRumors [1], [2], [3]

from:https://www.blognone.com/node/132220

Samsung เผยจอ UDR สว่างจ้า 2000 นิต แสดงสีสันได้ละเอียดกว่า HDR ทั่วไปมาก

ในงาน CES 2023 คราวนี้ Samsung ยังได้โชว์ของเทพด้วยความภาคภูมิใจเป็นจอ UDR 2000 ซึ่งนอกจากจะมีแสงสว่างจ้าสุด ๆ แล้ว ยังสามารถแสดงภาพที่มีความลุ่มลึกของสีได้กว้างขวางกว่า จึงจะมีสีสันสดสมจริงมาก ๆ นับเป็นการสร้างมาตรฐานมือถือระดับสูงรุ่นใหม่ที่จอสู้แดดได้ดีแล้ว ยังต้องจอสวยได้ในทุกสถานการณ์อีกด้วย

จอที่มาตั้งโชว์ในงานเค้าก็วางเทียบเลย ระหว่างจอ HDR (Hight Dynamic Range) ธรรมดาที่เราคุ้นชินกันดี กับจอ UDR (Ultra Dynamic Range) และถึงแม้จะมองผ่านภาพถ่าย แต้ก็เห็นความแตกต่างได้ชัดเจน อย่างพวกดาวเม็ดเล็ก ๆ ในอวกาศก็จะสว่างดูออกง่ายมากขึ้นในจอ UDR

โดยจอของ Samsung ก็ได้การรับรองมาตรฐานมาจากบริษัทวิทยาศาตร์ความปลอดภัย UL Solutions มาถึง 2 มาตรฐาน ได้แก่ UDR 2000 และ UDR 1500 โดยตัวเลขที่ตามหลังจะสื่อถึงค่าความสว่างของจอ แปลว่า Samsung เค้าผลิตจอ UDR ที่สว่าง 2,000 และ 1,500 นิตได้นั่นเอง

ดังนั้นตอนนี้จอดี ๆ จะมาสนแค่เรื่องความละเอียดจอก็คงธรรมดาเกินไป (แถมดูไม่ออกด้วย) ต้องหันมาดูเรื่องคุณภาพด้านอื่น ๆ อย่างความสว่าง ที่ยิ่งมีค่านิตสูงก็ยิ่งเอาออกไปใช้งานด้านนอกสู้แสงแดดได้ดียิ่งขึ้น และอีกด้านคือความสามารถในการจัดการ Dynamic Range เพราะจะส่งผลต่อการแสดงภาพที่สวย สีดูเป็นธรรมชาติและนุ่มลึกสำหรับผู้ใช้งานครับ

 

ที่มา : samsungdisplay

from:https://droidsans.com/samsung-udr-2000-at-ces-2023/

BOE โชว์เทคโนโลยีจอ 600Hz ตัวแรกของโลก ทดสอบครั้งแรกบนโน้ตบุ๊คเกมมิ่ง พร้อมสาธิตเล่นเกม DOTA 2 ให้ดู

ขึ้นชื่อว่าแบรนด์ BOE เค้ามีเทคโนโลยีหน้าจอล้ำ ๆ ออกมาให้ดูก่อนใครได้ตลอดจริง ๆ อย่างเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาก็เพิ่งเปิดตัวจอมอนิเตอร์ขนาด 27 นิ้ว อัตรารีเฟรช 500Hz ตัวแรกของโลกไป แต่ยังไม่ทันได้อึ้งกันครบปีเลย ล่าสุดดันของแรงกว่าออกมาให้ดูอีกแล้ว โชว์เทคโนโลยีการผลิตหน้าจออัตรารีเฟรช 600 Hz ได้สำเร็จเป็นเจ้าแรก แถมเลือกเอามาสาธิตให้ดูด้วยโน้ตบุ๊คอีกต่างหาก

ทาง BOE ได้โชว์ความสำเร็จนี้ครั้งแรกในงาน World Display Industry Conference 2022 ซึ่งจัดขึ้นในประเทศจีน โดยสาธิตเป็นวิดีโอเดโม่ที่ด้านในมีโน้ตบุ๊คเกมมิ่งจอ 16 นิ้วไม่ทราบรุ่นอยู่ตัวหนึ่ง ใช้สเปคการ์ดจอเป็น NVIDIA RTX และกำลังเล่นเกม DOTA 2 ให้ดูอยู่ ซึ่งก็ได้อธิบายว่าเครื่องนี้ใช้หน้าจอเป็น 600 Hz อย่างที่กล่าวไป แต่ก็ไม่มีข้อมูลอื่นบอกแล้วว่ามันบ่งบอกความเป็น 600Hz ไว้ยังไงบ้าง (FPS เกมก็ไม่มี)

หากเครื่องดังกล่าวเป็นของจริง นี่ก็เป็นการทะลุขีดจำกัดในวงการพีซีไปไกลทีเดียว เพราะยังไม่เคยมีโน้ตบุ๊คเกมมิ่งแบรนด์ไหนทำสำเร็จมาก่อน ใกล้เคียงสุดก็คือ Alienware x17 R2 ที่ใช้หน้าจอ 17 นิ้ว Full HD อัตรารีเฟรชอยู่ที่ 480Hz ส่วนวงการพีซีก็คือแชมป์เก่าของตัวเองอย่างจอมอนิเตอร์ 500Hz ตัวที่กล่าวไป

นอกจากจอ 600Hz นี้แล้ว ในงานเดียวกันนี้ทาง BOE ก็ยังขนทัพเทคโนโลยีจออื่น ๆ ของตัวเองมาสาธิตพร้อมกันด้วย เช่น จอ Mini-LED ขนาด 34 นิ้ว แบบ ultra-wide อัตรารีเฟรช 165Hz ที่มาพร้อมมาตรฐาน HDR1000 มีค่าคอนทราสต์จัดถึง 100,000:1 อีกตัวก็เป็นจอทีวีแบบ Mini-LED 4K ขนาด 86 นิ้ว ใช้เทคโนโลยี MLED backlight ด้วย เรียกสุดทุกตัวไม่เป็นสองรองใครจริง ๆ กับแบรนด์นี้


 

 

ที่มา : VideoCardz, ITHome

from:https://droidsans.com/boe-world-first-600hz-display-panel-on-laptops/

LG เปิดแพแนลตัวจอ micro-LED บิดได้พับได้ แถมยืดขยายได้ 20%

LG Display เปิดตัวแพแนลจอแบบใหม่ขนาด 12 นิ้วที่มาสามารถพับ บิดและยืดได้โดยที่ไม่เสียหาย สิ่งที่น่าสนใจคือสามารถยืดขยายออกได้ราว 20% ของขนาดความยาวจอหรือขยายออกได้ถึงขนาด 14 นิ้ว เพราะทำจากวัสดุแบบเดียวกับที่ใช้ทำคอนแทคเลนส์

แพแนลจอนี้ใช้เทคโนโลยี micro-LED ความละเอียด 100 ppi เทียบเท่ากับจอโทรทัศน์ LG เผยว่าคุณสมบัติของจอที่สามารถโค้งตามลักษณะพื้นผิวได้ ทำให้มีความเป็นไปได้ที่จะนำมาใช้กับผลิตภัณฑ์เสื้อผ้า อุปกรณ์สวมใส่ ยานพาหนะ รวมถึงเกมมิ่งด้วย

LG ได้พัฒนาเทคโนโลยีจอขยายได้มาตั้งแต่ปี 2020 และคาดว่าจะพัฒนาสำเร็จในปี 2024

ที่มา: LG Display via Engadget

No Description

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/131406

VESA เปิดตัว DisplayPort 2.1 ทำงานร่วมกับ USB4 ดีขึ้น, ลือ Radeon 7000 จะรองรับแล้ว

Video Electronics Standards Association (VESA) ออกสเปกของ DisplayPort เวอร์ชัน 2.1 ที่เป็นการอัพเกรดจาก DisplayPort 2.0 ที่ออกในปี 2019 แต่ผ่านมา 3 ปีแล้วยังไม่มีผู้ผลิตฮาร์ดแวร์รายใดนำไปใช้งาน

DisplayPort 2.1 มีอัตราการส่งข้อมูลเท่ากับเวอร์ชัน 2.0 (สูงสุดทำได้ที่ 80 Gbps) แต่ปรับปรุงเรื่องการเชื่อมต่อผ่านอินเทอร์เฟซของพอร์ต USB4 ที่เริ่มทำมาใน DisplayPort Alt Mode 2.0 ในปี 2020 ให้ดีขึ้น (สาย USB Type-C ที่เป็น USB4 จะสามารถส่งข้อมูลได้ทั้ง USB4 และ DisplayPort), รองรับการทำ bandwidth management ผ่าน USB4

VESA ยังระบุว่ากำลังทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ฮาร์ดแวร์ (ไม่ระบุชื่อว่ามีใครบ้าง) เพื่อให้สินค้าที่เตรียมจะรองรับ DisplayPort 2.0 ผ่านมาตรฐานของ DisplayPort 2.1 ไปด้วยเลย ไม่ต้องแยกเวอร์ชันกัน

ในประเด็นเรื่องอุปกรณ์ที่รองรับ Kyle Bennett นักข่าวสายฮาร์ดแวร์ ให้ข้อมูลว่า AMD Radeon RX 7000 ที่จะเปิดตัว 3 พฤศจิกายน จะเป็นจีพียูตัวแรกที่รองรับ DisplayPort 2.0/2.1 ในขณะที่คู่แข่ง GeForce RTX 40 ที่เพิ่งเปิดตัว ยังรองรับเฉพาะ DisplayPort 1.4a ที่เก่ามากแล้วเท่านั้น

ที่มา – VESA, Neowin

from:https://www.blognone.com/node/130976

รัฐ California อนุญาตให้รถทุกคันสามารถเลือกใช้ป้ายทะเบียนแบบดิจิทัลได้แล้ว

หลังจากผ่านกฎหมายอนุญาตให้รถจำนวนหนึ่งทดสอบการใช้งานป้ายทะเบียนดิจิทัลมาเป็นระยะเวลา 4 ปี ในที่สุดรัฐ California ก็อนุญาตให้รถทุกคันสามารถเลือกใช้ป้ายแบบดิจิทัลได้แล้ว

ป้ายทะเบียนรถแบบดิจิทัลก็คือหน้าจอแสดงผลสีขาว-ดำอย่างหนึ่งที่จะแสดงข้อมูลทะเบียนรถและข้อความอื่นๆ ที่ปรับแต่งได้ผ่านทางแอปที่ใช้งานควบคู่กัน โดยตอนนี้ยังมีผู้ผลิตป้ายทะเบียนแบบดิจิทัลที่ได้รับการอนุมัติใช้งานโดยรัฐ California แค่รายเดียวในท้องตลาดที่ นั่นคือ Reviver

ในตอนนี้ Reviver มีป้ายทะเบียนให้เลือกใช้งาน 2 แบบ คือ RPlate ซึ่งเป็นป้ายสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล และ RFleet ป้ายทะเบียนสำหรับรถยนต์ใช้งานขององค์กรหรือบริษัทต่างๆ

ป้ายทะเบียนของ Reviver มีแผ่นวัสดุใสปิดทับส่วนหน้าจอแสดงผล ซึ่งทางบริษัทระบุว่าแผ่นวัสดุปิดทับนี้มีความแข็งแรงมากกว่ากระจก 6 เท่า จึงทำให้ป้ายมีความทนทานสามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องกลัวปัญหาการแตกเสียหายโดยง่ายเหมือนจอแสดงผลทั่วไป

ป้ายทะเบียนแบบ RPlate นั้นมีทั้งแบบใช้แบตเตอรี่และเชื่อมต่อกับแอปผ่านทางบลูทูธหรือ LTE และแบบต่อสายใช้ไฟจากระบบไฟฟ้าภายในตัวรถ โดย Reviver จะคิดค่าบริการใช้งานป้ายเดือนละ 19.95 ดอลลาร์ (ต่อเนื่องนาน 48 เดือน) หรือเหมาจ่ายปีละ 275 ดอลลาร์ (ใช้งานขั้นต่ำ 4 ปี) ทั้งนี้ Reviver ระบุว่าแบตเตอรี่ของป้าย RPlate รุ่นไร้สายจะรองรับการใช้งานได้นานราว 5 ปี ส่วนรุ่นใช้สายจะมีฟีเจอร์ระบบติดตามตำแหน่งผ่าน GPS และไฟส่องป้ายเพิ่มขึ้นมาเหนือกว่าป้ายแบบไร้สาย

ส่วนป้ายแบบ RFleet นั้นจะมีเฉพาะรุ่นแบบใช้สายไฟเชื่อมต่อเท่านั้น โดย Reviver คิดค่าใช้งานป้ายแบบนี้เดือนละ 24.95 ดอลลาร์ (ต่อเนื่องนาน 48 เดือน) หรือเหมาจ่ายปีละ 275.40 ดอลลาร์ (ใช้งานขั้นต่ำ 4 ปี) ทั้งนี้ผู้ที่ใช้งานป้ายแบบ RFleet จะมีได้บริการซอฟต์แวร์สำหรับบริหารจัดการรถเพิ่มมาด้วย

ทั้งนี้รถยนต์ที่ติดป้ายทะเบียนแบบดิจิทัลนี้สามารถวิ่งได้ทั่วทั้งประเทศสหรัฐอเมริกา เพียงแต่การจดทะเบียนใช้ป้ายแบบนี้ยังไม่ได้มีอนุญาตให้รถที่จดทะเบียนในทุกรัฐ โดยนอกเหนือจากรัฐ California แล้วมีอีกเพียง 2 รัฐเท่านั้นที่อนุญาตให้รถที่จดทะเบียนในรัฐดังกล่าวสามารถใช้ป้ายแบบดิจิทัลได้ คือ รัฐ Arizona และ Michigan

ที่มา – Gizmodo, Ars Technica

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130931

JR East ติดตั้งระบบแสดงข้อความถอดคำพูดพร้อมแปลภาษาเจ้าหน้าที่ได้แบบเรียลไทม์

JR East บริษัทเดินรถไฟโดยสารสายตะวันออกของญี่ปุ่นได้อุปกรณ์แสดงผล HUD (ย่อมาจาก Head-Up Display) บริเวณโต๊ะของเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการ โดยระบบจะถอดคำพูดเจ้าหน้าที่เป็นข้อความแสดงผลแบบเรียลไทม์และสามารถแปลข้อความจากภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาอังกฤษ, จีน หรือเกาหลีได้ด้วย

ระบบนี้พัฒนาโดย Kyocera อุปกรณ์ HUD ที่จะฉายภาพให้ปรากฎบนแผ่นกระจกกั้นหน้าโต๊ะปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ตัวมันมีช่องรับสัญญาณเสียงจากไมโครโฟนและช่องเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ควบคุมอื่น (อาจเป็นแท็บเล็ตหรือแผงควบคุมที่มีปุ่มกดเพื่อใช้เลือกคำสั่งที่มีการตั้งโปรแกรมไว้ล่วงหน้าเป็นการเฉพาะ) ภายในมีระบบซอฟต์แวร์ถอดข้อความเสียงเป็นคำพูดและระบบแปลภาษา โดย Kyocera ระบุว่านอกเหนือจาก 3 ภาษาที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว สามารถตั้งโปรแกรมเพิ่มเติมแปลเป็นภาษายูเครนและภาษาเวียตนามได้ด้วย

No Description

พื้นที่แสดงผลบนกระจกจะมีขนาดยาว 30 เซนติเมตร สูง 18 เซนติเมตร โดยนอกเหนือจากการแสดงข้อความคำพูดเป็นตัวอักษรแล้ว ยังจะใช้เพื่อการแสดงแผนที่เส้นทางรถไฟและแผนที่ในสถานี เพื่อช่วยให้คำแนะนำแก่ผู้มาติดต่อขอความช่วยเหลือกจากเจ้าหน้าที่ JR East ได้สะดวกยิ่งขึ้นด้วย โดยมันจะมีพื้นที่หน้าจอส่วนหนึ่ง (ในภาพประกอบข่าวคือพื้นที่บริเวณสีแดง, หรือจากวิดีโอท้ายข่าวเป็นพื้นที่บริเวณสีฟ้า) ใช้สำหรับแสดงข้อความคำพูดของผู้มาติดต่อเพื่อให้เจ้าหน้าที่อ่านโดยเฉพาะ

ระบบแสดงข้อความนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นประโยชน์ต่อชาวต่างชาติที่ทำให้เข้าใจการสื่อสารผ่านตัวช่วยการแปลภาษาเท่านั้น แต่ยังทำให้ผู้มีปัญหาการได้ยินเสียง หรือแม้กระทั่งชาวญี่ปุ่นทั่วไปเองก็สามารถติดต่อกับเจ้าหน้าที่ได้สะดวกยิ่งขึ้นด้วย เพราะทุกวันนี้หลังการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ทำให้การสวมใส่หน้ากากอนามัยกลายเป็นเรื่องปกติ ทำให้การพูดคุยในสถานีรถไฟอันมีคนพลุกพล่านและมีเสียงแวดล้อมรบกวนระหว่างสนทนาตลอดเวลาอาจไม่ราบรื่นนัก เนื่องจากไม่อาจอ่านริมฝีปากของคู่สนทนาในระหว่างพูดคุยไปพร้อมกันได้

JR East เริ่มติดตั้งระบบแสดงข้อความถอดจากคำพูดแบบเรียลไทม์นี้ที่สถานี Shinjuku และจะติดตามเก็บข้อมูลการทดสอบใช้งานจนถึงวันที่ 26 ธันวาคมนี้เพื่อนำข้อมูลไปปรับปรุงการทำงานของระบบก่อนพิจารณาขยายผลติดตั้งใช้งานในจุดอื่นต่อไป

ที่มา – Yahoo! Japan, Kyocera Japan Newsroom

from:https://www.blognone.com/node/130838

[ลือ] Apple จะเปิดตัวจอ Mini LED ขนาด 27 นิ้วต้นปีหน้า มี ProMotion

Ross Young นักวิเคราะห์จากบริษัทวิเคราะห์สายซัพพลายเชนหน้าจอ เปิดเผยต่อ Super Followers ของเขาใน Twitter ว่า Apple จะเลื่อนไปเปิดตัวหน้าจอ Mini LED รุ่นขนาด 27 นิ้วในปีช่วงไตรมาสแรกของปีหน้าแทนและน่าจะเป็นช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์

คาดว่าจอ Mini LED จะมาพร้อมกับเทคโนโลยี ProMotion ที่มีอัตรา refresh rate อยู่ที่ 120Hz ยังไม่แน่ว่าจอ Mini LED ขนาด 27 นิ้วนี้จะเป็นจอประเภทใด แต่เป็นไปได้ว่าจะคล้ายกับจอ Studio Display ที่มีขนาด 27 นิ้ว แต่ราคาแพงกว่า

ก่อนหน้านี้ Young ได้คาดการณ์ว่า Apple จะเปิดตัวจอในปีนี้ แต่น่าจะมีปัญหาเรื่องซัพพลายเชนทำให้ต้องเลื่อนการเปิดตัวออกไป

ที่มา: MacRumors

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130805

Samsung โชว์จอม้วนได้แบบใหม่สำหรับคอมพิวเตอร์ ดึงออกด้านข้างเพื่อขยายจอได้

ในงาน Intel Innovation Keynote 2022 ที่ผ่านมา JS Choi ซีอีโอของบริษัท Samsung Display เผยโฉมหน้าจอ OLED แบบม้วนได้แบบใหม่ หน้าจอสามารถดึงออกเพื่อขยายขนาดได้จากทางด้านข้าง โดยสามารถขยายถึงขนาดใหญ่สุดถึง 17 นิ้ว จากขนาดเล็กสุดที่ 13 นิ้ว Choi กล่าวว่าจอสไลด์ได้ผลิตมาสำหรับคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานในลักษณะเหมือนแท็บเล็ต

ทั้งนี้ ยังไม่ได้มีการเปิดเผยข้อมูลสเปคและรายละเอียดอื่น ๆ

ที่มา: SamMobile

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130653

VESA ออกมาตรฐานใหม่ ClearMR ใช้วัดคุณภาพจอภาพ Hz สูง ว่ามีโอกาสแสดงภาพเบลอมากน้อยแค่ไหน

องค์กรมาตรฐานการผลิตจอภาพหรือ VESA ประกาศออกมาตรฐานใหม่ชื่อว่า ClearMR ใช้กำกับคุณภาพจอมอนิเตอร์ที่สามารถผลิตให้มีอัตราส่วนระหว่างพิกเซลคมชัดต่อพิกเซลเบลอ (motion blur) ต่ำมาก ๆ ได้ โดยมาตรฐานนี้จะเน้นใช้วัดกับจอที่มีอัตราการตอบสนองค่อนข้างถี่ เช่น จอเกมมิ่ง เนื่องจากเป็นจอที่มีอัตรารีเฟรชหรือค่า Hz สูงกว่าจอปกติ ทำให้แสดงผลภาพออกมาได้ถี่กว่า และมีโอกาสจะแสดงภาพเบลอออกมาได้มากกว่านั่นเอง

มาตรฐาน ClearMR นี้จะใช้ค่าวัดใหม่เรียกว่า Clear Motion Ratio (CMR) ซึ่งเอามาแทนที่ค่า Motion Picture Response Time (MPRT) ตัวเก่า เนื่องจาก MPRT ใช้วิธีวัดความเร็วการเปลี่ยนสีของพิกเซลไล่ตั้งแต่ขาวไปดำ แต่มีปัญหาคือผู้ผลิตบางเจ้ามักแอบใช้เทคนิคเร่งความเร็วการกะพริบสีทางอ้อม เช่น สั่งให้แสดงค่าสีสว่างหรือมืดกว่าปกติบางครั้ง ซึ่งทำให้ดูเหมือนกะพริบเร็วขึ้น แต่จริง ๆ เท่าเดิม แถมใช้วัดความเบลอจริงไม่ได้

เทคนิค CMR จึงเปลี่ยนมาใช้วิธีวัดความชัดของภาพโดยตรงผ่านการเอากล้องความเร็วสูงและเครื่องวัดสีมานั่งจับคุณภาพให้ดูกันสด ๆ เลย สำหรับมาตรฐานการวัดจะถูกแบ่งออกเป็นชั้น ๆ ตั้งแต่ ClearMR 3000 – ClearMR 9000 ซึ่งในแต่ละชั้นก็ได้ค่า CMR ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่าจำนวนครั้งที่ตรวจเจอพิกเซลชัดมีมากกว่าพิกเซลเบลอกี่เท่า เช่น ClearMR 7000 มีจำนวนต่างกัน 65-75 เท่า หรือได้ค่า CMR ที่อยู่ระหว่าง 6,500 – 7,500 เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น


 

ปัจจุบันมีหลายบริษัทเริ่มส่งสินค้าตัวเองไปวัดมาตรฐานใหม่นี้กันแล้ว เช่น LG ได้ส่ง UltraGear ไปทดสอบ 3 รุ่น (48GQ900, 32GQ850 และ 27GP850) ได้มาตรฐานแต่ละรุ่นอยู่ราว ๆ ClearMR 6000 ถึง 7000 ขณะที่ HP ก็ส่งโน้ตบุ๊คตัวแรกอย่าง Omen 25i ไป ได้มาตรฐานอยู่ที่ ClearMR 5000

ทั้งนี้ทาง VESA ไม่ได้กำหนดว่าจอที่จะนำมาทดสอบให้ผ่าน ClearMR ได้ต้องมีรีเฟรชเรตขั้นต่ำเท่าไหร่ แต่นักวิจัยจาก Samsung Display’s America R&D Lab ระบุว่าควรเป็นจอขั้นต่ำ 90-120 Hz ขึ้นไปถึงจะได้อย่างน้อยสุดคือ ClearMR 3000 เพราะฉะนั้นมาตรฐานนี้จึงไม่เหมาะกับจอ 60Hz ธรรมดา แต่เหมาะกับจอเกมมิ่งหรือโน้ตบุ๊คไฮเอนต์มากกว่า

 

 

ที่มา : VESA, Ars Technica

from:https://droidsans.com/vesa-new-clearmr-motion-blur-certification/