คลังเก็บป้ายกำกับ: DIGITAL_WORKPLACE

UIH Webinar: Managing the Future of Work 2022

UIH ร่วมกับ HUAWEI ขอเรียนเชิญผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานด้าน IT เข้าร่วมงานสัมมนา UIH Webinar เรื่อง “Managing the Future of Work 2022” เพื่ออัปเดตแนวโน้มการทำงานวิถีใหม่แบบ Hybrid Digital Workplace ในปี 2022 พร้อมแนะนำโซลูชันดิจิทัลจาก HUAWEI และ UIH ในวันพุธที่ 15 ธันวาคม 2021 เวลา 14:00 น. ผ่านทาง Live Webinar ฟรี

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: Managing the Future of Work 2022
วันเวลา: วันพุธที่ 15 ธันวาคม 2021 เวลา 14:00 – 16:00 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 500 คน
ภาษา: ไทย
ลิงก์ลงทะเบียน: https://us06web.zoom.us/webinar/register/5816376740920/WN_sq35xOCnR6Cu1DGYKsLfEA

เข้าร่วม Webinar นี้เพื่ออัปเดตแนวโน้มการทำงานวิถีใหม่แบบ Hybrid Digital Workplace ในปี 2022 พร้อมแนะนำโซลูชันดิจิทัลจาก UIH, HUAWEI และ Cloud HM ที่จะช่วยให้ทุกพื้นที่เป็นที่ทำงานได้อิสระและคล่องตัว สนับสนุนด้วยโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยี Cloud ที่แข็งแกร่ง พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญที่รู้ใจ ช่วยบริหารจัดการระบบ IT แบบครบวงจร

from:https://www.techtalkthai.com/uih-webinar-managing-the-future-of-work-2022/

Live Webinar: ปรับกระบวนการทำงานในธุรกิจสู่ระบบ Paperless ด้วยเทคโนโลยี Digital Workplace จาก kintone

บริษัท Cybozu, Inc. และบริษัท Material Automation (Thailand) Co., Ltd. ขอเรียนเชิญผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ ในหัวข้อเรื่อง “ปรับกระบวนการทำงานในธุรกิจสู่ระบบ Paperless ด้วยเทคโนโลยี Digital Workplace จาก kintone” ทำความรู้จักกับ kintone เทคโนโลยี Digital Workplace สำหรับองค์กรที่รวบรวมฟังก์ชั่นการทำงานให้มาอยู่ในรูปแบบของออนไลน์ ทำให้คุณสามารถทำงานได้อย่างทุกที่ ทุกเวลา และสามารถช่วยให้คุณรับมือกับระบบ paperless ในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่เข้าร่วม webinar ลุ้นรับ Power Bank (13000mah) จำนวน 3 รางวัล

ลงทะเบียนเข้าร่วม kintone Live Webinar ได้ฟรี

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม Webinar ในวันและเวลาที่สะดวกได้ที่นี่ โดยขอความกรุณากรอกข้อมูลสำหรับลงทะเบียนให้ครบถ้วน เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน

วันที่: วันอังคาร ที่ 26 ตุลาคม 2564

เวลา: 14.00-15.00 น.

ภาษา: ไทย

ลงทะเบียนได้ที่นี่: https://us06web.zoom.us/webinar/register/8816330758914/WN_bZXJtcW8RJO7LzU_Jl5LEQ

หัวข้อการบรรยาย

  1. ทำไมองค์กรในปัจจุบันจึงควรปรับตัวเพื่อเป็น Digital Workplace
  2. ทำความรู้จักกับ kintone: เทคโนโลยี Digital Workplace จากประเทศญี่ปุ่น
  3. รับมือกับระบบ Paperless ด้วยระบบ e-approval และ e-signature บน kintone
    1. ตัวอย่างการรับมือกับใบเบิกค่าใช้จ่ายในรูปแบบต่างๆ
    2. ตัวอย่างการตั้งค่าระบบ workflow
    3. ตัวอย่างการใช้งาน e-signature
    4. ตัวอย่างการเรียกดู graph แบบ real time
  4. เติมเต็มการทำงานแบบ Digital Workplace ด้วย kintone
  5. ถาม-ตอบ / จับรางวัล

สำหรับผู้ที่สนใจและต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อทีมงาน Material Automation (Thailand) Co., Ltd. ได้ที่ โทร. 065-524-0759 หรือ E-mail: mat_marketing@mat.co.th

from:https://www.techtalkthai.com/webinar-turn-your-business-to-paperless-with-kintone-digital-workplce/

เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วย Anywhere Workspace Solution by VMware & Fusion Advantec

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสอย่างโควิด-19 หลายๆ องค์กรมีการปรับตัวเพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้ การทำงานที่บ้าน หรือ Work from Home หรือ Work form Anywhere เริ่มเป็นเรื่องที่หลายคนคุ้นชินและกระแสนี้จะยังคงอยู่ต่อไปไม่เฉพาะแค่ช่วงโควิด-19 ระบาดเท่านั้น

วันนี้เราขอแนะนำ Solution ที่เป็น Cloud Subscription ภายใต้ชื่อ Anywhere Workspace ซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่างผู้ให้บริการด้าน Digital Workspace ชั้นนำในประเทศคือ Fusion Advantec และ VMware ในการให้บริการ Services ใหม่ล่าสุดที่มี Integrated Technology ที่ดีที่สุดด้าน Work from Anywhere ของตลาดในเวลานี้

รูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิง จากการที่พนักงานที่ใช้งานอยู่ภายในองค์กร (Network Perimeter) แล้ววันนึงจะต้องเปลี่ยนมาเป็นการทำงานจากที่ไหนก็ได้ ด้วย Solution VMware Anywhere Workspace เป็นการ Integrate Solutions ที่จะเข้าช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ และสร้างช่วยให้พนักงานทำงานได้จากทุกที่พร้อมด้วยมั่นใจในความปลอดภัยของข้อมูลในองค์กร มีประสบการณ์ที่ดีในขั้นตอนการทำงานต่างๆ ไม่ว่า เราสามารถสรุปสิ่งที่ VMware Anywhere Workspace จะเข้ามาเสริมสร้างการทำงานในโลกปัจจุบันได้ดังนี้

1. Manage Multi-Modal Employee Experience หรือก็คือการสร้างประสบการณ์ที่ดีในการทำงานแก่พนักงานเป็นต้นว่า การนำอุปกรณ์การลงทะเบียนใช้งาน (Devices Enrollment), หรือพนักงานสามารถทำ Self Service เพื่อติดตั้งและเข้าใช้งาน Applications ขององค์กร ที่อยู่ภายใน Data Center, Cloud หรือ SaaS Application ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย, การสื่อสารข้อมูลจากองค์กรไปสู่พนักงานทุกๆคนได้อย่างรวดเร็ว (Notification)

2. Secure the Distribute Edge ซึ่งหมายถึงการที่บุคลากรด้าน IT ก็สามารถบริหารจัดการข้อมูลผู้ใช้งาน, อุปกรณ์, Applications และกำหนดนโยบายด้าน IT Security และสิทธิ์ในการเข้าถึง Application ที่อยู่ภายใน Data Center หรือ Cloud ได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่ว่าผู้ใช้งานจะอยู่ที่ใดก็ตาม

3. Automate the Workspace ซึ่งหมายถึงความสามารถในการสร้างกระบวนการทำงาน (Workflow) แบบอัตโนมัติของฝ่าย IT เองเพื่อลดระยะเวลาและรับมือกับเหตุการณ์ที่เป็น Incidents ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและอัตโนมัติ ในส่วนของพนักงานเองเราสามารถสร้างกระบวนการทำงาน หรือ Workflow อัตโนมัติให้แกพนักงาน ยกตัวอย่างเช่น การ Review/Approval ต่างๆ ผ่าน Mobile Workflow สิ่งเหล่านี้จะเข้ามาช่วยให้พนักงานได้รับรู้ถึงประสิทธิภาพที่สูงและรวดเร็วในการทำงานจากภายนอกองค์กร ซึ่งสุดท้ายก็นำมาซึ่งกำลังใจในการทุ่มเทให้กับการทำงานนั่นเอง

VMware Anywhere Workspace คือ โซลูชั่นใหม่ที่เกิดจากการผสาน 3 Solutions จาก VMware ซึ่งได้แก่ Workspace ONE, VMware Carbon Black และ VMware SASE เข้าไว้ด้วยกัน ในส่วนของ Workspace ONE นั้นเป็น Solution ที่ประกอบไปด้วย Unified Endpoint Management (UEM), Horizon (Virtual Desktop and Application) ซึ่ง Workspace ONE เป็น Solution หลักที่หลายๆ องค์กรนำไปพัฒนาสิ่งที่เรียกว่า Digital Workspace ในปัจจุบันนั้น เราก็สามารถนำคุณสมบัติที่สำคัญเหล่านั้นมาในเข้าใน Anywhere Workspace ด้วย และเพิ่มแนวคิดและการสร้างสถาปัตยกรรมแบบ Zero Trust Networks Access (ZTNA) เข้ามาทำงานร่วมกัน

1. VMware Workspace ONE
หน้าที่สำคัญอีกอย่างของ Workspace ONE คือการจัดการการเข้าถึง Applications ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Mobile, Web หรือ Virtualized App ในรูปแบบการสร้าง Enterprise App Catalog รวมทั้งความสามรถในการทำ Mobile Single Sign On (Mobile SSO), Multi Factor Authentication (MFA), Contextual Conditional Access ซึ่งคือการดูเงื่อนไขเช่น Devices Security Posture, Location ของผู้ใช้งาน ก่อนที่จะอนุญาตให้เข้าใช้งาน Applications ขององค์กรได้ VMware Workspace ONE มีการทำงานบนระบบคลาวด์และ On-Premises และเป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการ ทั้งผู้ใช้งานสามารถทำงานได้จากทุกที่ สะดวกต่อการใช้งานในยุคปัจจุบัน

2. VMware Carbon Black Cloud Endpoint
VMware Carbon Black Cloud Endpoint เป็น Platform รักษาความปลอดภัยทางด้าน Endpoint และ Workloadในองค์กร มีความสามารถเป็น Next Generation Anti-Virus, Enterprise EDR (Endpoint Detection and Response) รวมไปถึงการรองรับการทำ Audit & Remediation สำหรับองค์กรที่มี Security Operation Center (SOC) โดยช่วยให้องค์กรป้องกันการโจมตีจากภัยคุกคามประเภทต่างๆ และสามารถช่วยค้นหาภัยคุกคาม รวมถึงตรวจจับ Security Threat ได้โดยบน Carbon Black Console การทำงานบอง Carbon Black จะมีการวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ไม่หวังดีต่อองค์กร (Behavior Based Analysis) ซึ่งจะมีความละเอียดในการตรวจวิเคราะห์ความเสี่ยงบน Endpoint หรือ Workload พร้อมทั้งสามารถ Block Malicious Application/Malware ที่มีความเสี่ยงและการทำ Quarantine Endpoint ที่มีความเสี่ยงนั้นเพื่อลดโอกาสการแพร่กระจายการโจมตีไปยังระบบอื่นๆ ในองค์กร และยังสามารถกำหนดคำสั่งตามนโยบายขององค์กรในด้านความปลอดภัยทาง Cyber ได้อีกด้วย VMware Carbon Black ยังมีความสามารถในการ Integrate และ Share Threat Score กับ VMware Workspace ONE ผ่าน Workspace ONE Intelligence (Add On Module on Workspace ONE) ได้อีกด้วย

3. VMware SASE (Secure Access Services Edge)
VMware SASE เป็น Network & Security Services on Cloud และเป็น Cloud Architecture ที่ประกอบไปด้วย Components ที่สำคัญคือ Unified Access Gateway (UAG), Velocloud SD-WAN Gateway และ NSX Firewall รวมทั้งสามารถ Integrate กับ Cloud Security ภายนอกเพื่อที่จะช่วยให้การเข้าใช้งาน หรือการ Access ของ User ในองค์กร เปลี่ยนไปจากเดิมๆ โดยการเชื่อมต่อไม่จำเป็นต้อง Route traffic กลับมาที่ Data Center (เช่น VPN) อีกต่อไป โดยสามารถเข้าถึง Application องค์กรจากไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น ทำงานจากบ้าน, สาขา, สำนักงานใหญ่ ตลอดจน โรงงาน หรือ Cafe ก็สะดวกง่ายต่อการใช้งาน ด้วย VMware SAASE POP การเข้าใช้งาน หรือการ Access นั้น ก็ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเสมือนนั่งอยู่ในองค์กร โดย VMware SASE POP นั้น มี Cloud Web Security ที่จะช่วยป้องกันการใช้งานทั้ง Internal Apps และ External Apps , SaaS App ที่ User ต้องการใช้งาน เพิ่มขีดจำกัดการใช้งานผ่าน App ที่หลากหลายมากขึ้น เมื่อการใช้งานได้มากขึ้น ด้านความปลอดภัย Cloud Web Security ของ VMware มองเห็น และมุ่งเน้นที่จะครอบคลุมการทำงานของ User ในส่วนนี้ด้วย การทำงาน ของ Cloud Web Security จะช่วยค้นหาภัยคุกคาม รวมถึงตรวจจับ Service ที่เป็น Threat ได้ หรือพฤติกรรมของผู้ไม่หวังดี เป็น Threats และทำให้เกิด Data Leak ขององค์กรได้ สามารถ Block Application ที่มีความเสี่ยง กำหนดคำสั่งตามนโยบายขององค์กร นอกจากนั้นใน VMware SASE ยังได้เพิ่มคุณสมบัติด้านความปลอดภัยจาก Product VMware ด้วย NSX Cloud Firewall

Reference New Vmware SASE by Vmware

 

บทสรุปถึงประโยชน์ของการทำ VMware Anywhere Workspace กับทาง Fusion Advantec

ประโยชน์ข้อที่ 1. ผู้ใช้งานจะได้รับประสบการณ์ที่ดีจากการใช้งาน Applicationด้วยอุปกรณ์อะไรก็ได้ จากสถานที่ใดก็ได้
Anywhere Workspace จะสร้างประสบการณ์การทำงานผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ ได้หลากหลายชนิด ใช้งานง่าย สะดวก และบริหารจัดการ แบบไร้ข้อจำกัด ตั้งแต่ก่อนเริ่มทำงาน Pre-Onboarding ในองค์กร รวมไปถึงการมี self-service ในการช่วยเหลือพนักงานได้ทุกที่ทุกเวลา อิสระในการทำงาน ทำงานได้อย่างต่อเนื่องไร้ขีดจำกัดของสถานที่ และสะดวกสบายในการใช้งานเพิ่มมากขึ้น อาทิเช่น สามารถเตรียม device ให้พร้อมก่อนการใช้งานของพนักงาน ลง app ที่ใช้ในการทำงาน สร้าง policy ห้ามใช้ สิ่งที่ไม่เหมาะกับการทำงาน ก่อนพนักงานจะมาถึง ลงได้ที่ละหลาย ๆ เครื่องพร้อม ๆ กัน ไม่ต้องลงทีละเครื่อง ง่ายต่อการบริหารจัดการ

ประโยชน์ข้อที่ 2. IT สามารถจัดการ Security และสร้าง Zero Trust Architecture ในองค์กรด้วยโซลูชั่นเดียว
Anywhere Workspace ที่มี VMware Carbon Black, Workspace ONE UEM, Cloud Security ใน VMware SASE จะสร้าง Model ระบบรักษาความปลอดภัยที่จะติดตามไปผู้ใช้งานไปทุกที่ ทุกอุปกรณ์เคลื่อนที่ เครือข่ายประเภทใด ๆ เราเรียกสถาปัตยกรรมนี้ว่า Zero Trust Architecture ผู้ดูแลระบบ สามารถสร้างเงื่อนไขในการเข้าใช้งานได้อย่างสะดวก ง่ายต่อการใช้งาน รวมถึง ผู้ดูแลระบบ สามารถตรวจสอบ จัดลำดับความสำคัญ และแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว และง่ายมากยิ่งขึ้น เมื่อต้องดูแล user จำนวนมาก ๆ ที่กระจายใช้งานอยู่ตามสถานที่ต่าง ๆ

ประโยชน์ข้อที่ 3. IT สามารถบริหารจัดการทุกอย่างเบ็ดเสร็จใน Platform เดียว
การทำงานของ IT Admin ที่สะดวกมากขึ้น โดยมองภาพรวมของ Devices, Users, Applicationและ Workflow Automation เราสามารถจัดลำดับความสำคัญของงาน แก้ปัญหาให้กับ User ได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้นผ่าน Remote Assist ที่สามารถควบคุมหน้าจอของ Users ดูสถานะของ Devices , App Deployment สามารถสร้าง Automated Policy แบบ Real Time ได้ซึ่งจะส่งผลต่อการบริหารจัดการการทำงานขององค์กรได้มีรวดเร็วยิ่งขึ้น ลดความซับซ้อนของงาน Operation หลาย ๆขั้นตอน ทำให้ได้ประสิทธิภาพมากขึ้นไปด้วย

ประโยชน์ข้อที่ 4. ได้รับการบริการที่ดีจากผู้เชี่ยวชาญและ Technology Partner ชั้นนำของโลก
เรามีทีมงานในประเทศไทยที่มีประสบการณ์ในการออกแบบทำ Solution ติดตั้ง และ Support ให้กับลูกค้าองค์กรในหลายกลุ่มอุตสาหกรรมมาเป็นเวลานาน จนมีความชำนาญและทักษะที่สำคัญ ทีมงานทุกคนจะได้รับการฝึกอบรมและมี Certificate ที่รับรองการเป็นผู้เชี่ยวชาญใน Digital Workspace ตลอดจนมีความเข้าใจใน Platform ของอุปกรณ์อย่าง iOS, Android, Windows, Mac OS ตลอดจนระบบ Security และ Application ในองค์กรเป็นอย่างดี

ที่มา:
https://xtravirt.com/blog/vmware-anywhere-workspace-pulling-the-threads-of-remote-working-together/
https://www.vmware.com/solutions/anywhere-workspace.html

ติดต่อ ฝ่ายขาย เบอร์ 02-965-8006-8 หรือ ติดต่อ คุณสุทธินันท์ Tel. 081-923-3660 Email: info@fusion.co.th Website: https://www.fusion.co.th/

from:https://www.enterpriseitpro.net/anywhere-workspace-solution-by-vmware-fusion-advantec/

[บทความ] 5 เรื่องควรรู้ ของ Hybrid Workplace วิถีการทำงานยุคใหม่

สถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงปัจจุบันส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คนอย่างมาก ทั้งด้านสุขภาพ สังคม เศรษฐกิจ ตลอดจนวิถีชีวิตที่ต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการควบคุมโรคระบาด ทำให้องค์กรและผู้ประกอบการธุรกิจต่าง ๆ ต้องปรับตัว และหาโซลูชันที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินงานต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเกิดเป็นเทรนด์การทำงานรูปแบบ Hybrid Workplace ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั้งในต่างประเทศ

วันนี้ทาง แคนเนอน จึงได้แนะนำข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องราวเกี่ยวกับ Hybrid Workplace มานำเสนอ 5 ข้อด้วยกันคือ

1. รู้จัก Hybrid Workplace

Hybrid Workplace เป็นรูปแบบการทำงานที่ต่อยอดมาจาก Work From Home ที่ให้พนักงานทำงานจากบ้าน แต่การทำงานแบบไฮบริดจะแตกต่างออกไปตรงที่การทำงานแบบไฮบริดเป็นแบบผสมผสานที่มอบความยืดหยุ่นให้พนักงานสามารถทำงานได้จากทั้งที่บ้าน และในออฟฟิศ โดยใช้เทคโนโลยีเป็นตัวเชื่อมต่อการทำงานให้สะดวกรวดเร็ว เข้าถึงข้อมูลได้อย่างปลอดภัย ทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพเหมือนกัน

2. อุปกรณ์สำนักงาน และซอฟต์แวร์ที่มีประสิทธิภาพ คือ หัวใจของ Hybrid Workplace

ในอนาคตพนักงานทุกคนอาจจะไม่ได้ทำงานในออฟฟิศพร้อมกันอีกต่อไป การทำงานแบบไฮบริด จึงเป็นทางเลือกที่หลายองค์กรชั้นนำของโลกเตรียมนำมาปรับใช้ ควบคู่กับการพัฒนาข้อมูลทางธุรกิจให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัลไฟล์ การจัดเก็บข้อมูลบนระบบคลาวด์ การใช้ซอฟต์แวร์จัดการไฟล์เอกสารต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความแม่นยำ อำนวยความสะดวกให้พนักงานสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายไม่ว่าจะทำงานที่ไหน หรือใช้ซอฟต์แวร์เชื่อมต่ออุปกรณ์สำนักงานอื่น ๆ เข้าด้วยกัน ซึ่งช่วยลดขั้นตอนการทำงาน และช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายขององค์กรได้ดี

3. ออฟฟิศ คือศูนย์บัญชาการ

ในรูปแบบการทำงานแบบไฮบริด ออฟฟิศยังเป็นศูนย์กลางให้พนักงานสามารถเข้ามารวมตัวแลกเปลี่ยนความคิดเห็น วางแผนงานร่วมกัน แต่คำนึงถึงการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่าสูงสุด มีการลดขนาดพื้นที่ออฟฟิศเพื่อประหยัดต้นทุน และผันเงินไปลงทุนเรื่องการนำเทคโนโลยี และโซลูชันที่ทันสมัยมาใช้เพื่อทำให้ธุรกิจคล่องตัว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

4. Hybrid Workplace จะแข็งแรง ต้องมีระบบป้องกันและการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล

ทุกองค์กรต่างมีข้อมูลที่เป็นความลับ ซึ่งการทำงานนอกออฟฟิศจำเป็นจะต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการเกิดเหตุการณ์ที่เป็นภัยต่อองค์กร โดยบริษัทจะต้องมีการวางแผนกลยุทธ์การทำงานที่รัดกุม ซึ่งการเลือกอุปกรณ์ที่นำมาใช้นอกจากจะช่วยในเรื่องการอำนวยความสะดวกแล้ว ยังต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานอีกด้วย

5. Hybrid Workplace คือคำตอบของ Work Life Balance

คนทำงานยุคนี้ให้ความสำคัญกับ Work Life Balance หรือการจัดการชีวิตทำงานและชีวิตส่วนตัวให้มีความสมดุล การทำงานแบบไฮบริดนับว่าตอบโจทย์ชีวิตของคนยุคนี้ได้อย่างลงตัว ข้อดีของการทำงานแบบไฮบริดคือพนักงานมีอิสระในการออกแบบไลฟ์สไตล์การทำงานของตัวเองให้ยืดหยุ่น การไม่ต้องเข้าออฟฟิศทุกวันทำให้ลดความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง ทำให้มีเวลาเหลือใช้ชีวิตส่วนตัว และดูแลสุขภาพมากขึ้น และผลลัพธ์จากหลายบริษัทชั้นนำระดับโลกยังพิสูจน์แล้วว่าการทำงานแบบผสมผสานทำให้ผลลัพธ์ของงานที่ออกมามีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

from:https://www.enterpriseitpro.net/canon-hybrid-workplace/

Webinar : เปลี่ยนแปลงองค์กรให้ทันสมัยใหม่ด้วยเทคโนโลยี Microsoft (25 ส.ค. 2563)

ขอเชิญร่วมงานสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อ “Digital Workplace เปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรสมัยใหม่ด้วยเทคโนโลยีจาก Microsoft” ในวันที่ 25 สิงหาคม 2563 เวลา 10:30 – 12:00 น.

โดยท่านจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับทิศทางขององค์กรยุคใหม่ ในการเปลี่ยนผ่านไปใช้ Digital Workplace การใช้งาน Office 365 E1 พร้อมลุ้นของรางวัลจาก อินแกรม ไมโคร

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนได้ที่ https://partner-apac.ingrammicro.com/TH-Event-Microsoft-DigitalWorkplace-e-20200825https://bit.ly/3atOcQB

from:https://www.enterpriseitpro.net/webinar-digital-workplace/

Avaya ร่วมต้านภัย COVID-19 เปิดให้บริการ Avaya Spaces ระดับ Business ฟรี

Avaya คือผู้ให้บริการในด้าน Collaboration ชั้นนำ ได้เปิดให้บริการ Avaya Spaces ซึ่งเป็นเครื่องมือทางด้าน Team Collaboration และ Online Meeting แบบ Cloud-based ระดับ Business ฟรี 3 เดือน เพื่อหลีกเลี่ยงการเดินทางหรือพบปะผู้คนจำนวนมากทำให้ลดความเสี่ยงการติดเชื้อไวรัส COVID-19 ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อบริษัท Westcon Group (Thailand) เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ก้าวสู่การเป็น Digital Workplace ด้วยระบบ Collaboration แบบครบวงจร

หลายองค์กรทั่วโลกต่างพยายามพลิกโฉมองค์กรตนเองให้กลายเป็น Digital Workplace ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มเครื่องมือให้ผู้ที่ทำงานในแต่ละฝ่ายและแผนกได้มีโอกาสพูดคุยกันมากขึ้น การอนุญาตให้พนักงานสามารถทำงานได้จากนอกสถานที่ หรือการเพิ่มช่องทางติดต่อใหม่ๆ สำหรับลูกค้า เช่น การแชตหรือการโทรออนไลน์ เป็นต้น ทำให้แอปพลิเคชันสำหรับแชต รับส่งเอกสาร โทรผ่านอินเทอร์เน็ต การแชร์วิดีโอ และการประชุมออนไลน์ถูกนำเข้ามาใช้งานมากขึ้นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการใช้แอปพลิเคชันหลากหลายประเภทโดยไม่มีการควบคุม ย่อมเกิดปัญหาการในการใช้แอปพลิเคชัน เช่น การใช้งานแอปพลิเคชันซ้ำซ้อน ก่อให้เกิดความสับสนทั้งระหว่างพนักงานเองและลูกค้า ยังไม่รวมถึงประเด็นด้านความมั่นคงปลอดภัยและการบริหารจัดการที่ทำได้ยาก ด้วยเหตุนี้ การมีระบบ Collaboration แบบครบวงจรที่ตอบโจทย์ความต้องการทั้งหมดภายในระบบเดียวจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดที่จะยกระดับการติดต่อสื่อสารและการทำงานเป็นทีมให้ขึ้นไปสู่การเป็น Digital Workplace อย่างแท้จริง

Avaya Spaces มิติใหม่แห่งการติดต่อสื่อสารและทำงานเป็นทีม

Avaya Spaces เป็นเครื่องมือระดับ Enterprise-class ทางด้าน Team Collaboration และ Online Meeting ผ่านระบบ Cloud แบบครบวงจร มาพร้อมกับระบบ Messaging, Audio & Video Conferencing, File Sharing และอื่นๆ สามารถใช้บริการทั้งหมดที่กล่าวมานี้ภายใต้แอปพลิเคชันเดียว ทำให้ใช้งานได้ง่าย รองรับการทำงานทั้งบน PC, MAC และอุปกรณ์เคลื่อนที่ ไม่ว่าจะเป็น Apple iOS หรือ Android ถูกออกแบบมาสำหรับสนับสนุนการทำงานเป็นทีมที่ต้องการยกระดับการติดต่อสื่อสารให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถจัดการงานที่ได้รับมอบหมาย และเพิ่ม Productivity ของเพื่อนร่วมทีมทั้งหมด

Avaya Spaces มีจุดเด่นสำคัญ 5 ประการ ได้แก่

  • Cloud Spaces – ให้บริการพื้นที่ส่วนบุคคลบน Cloud สำหรับเชื่อมต่อสมาชิกในทีมและงานทั้งหมดเข้าด้วยกัน ผ่านการแชต การรับส่งข้อความ หรือการประชุมออนไลน์ ซึ่งทำได้ทั้งบนเว็บเบราว์เซอร์หรือแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคลื่อนที่
  • Chat – การพูดคุยและรับส่งข้อความได้จากหลายอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือสมาร์ตโฟน พร้อมคุณสมบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยสูง
  • Meet – การประชุมออนไลน์ที่รองรับภาพและเสียงระดับ HD สามารถแชร์หน้าจอและไฟล์ข้อมูลระหว่างกัน ไม่ว่าผู้เข้าร่วมประชุมจะอยู่ที่ไหนหรือเชื่อมต่อผ่านอุปกรณ์ใดก็ตาม สามารถให้บริการการประชุมสูงสุดถึง 200 คน
  • Organize – แก้ปัญหาการค้นอีเมลหรือแอปพลิเคชันเพื่อหาไฟล์ข้อมูลล่าสุด สมาชิกในทีมสามารถแชร์ไฟล์ แชต และประชุมผ่านทาง Cloud Spaces ที่มีการจัดการเป็นอย่างดี
  • Manage – ช่วยให้ประสานการทำงานระหว่างสมาชิกในทีมต่าง ๆ ภายในบริษัท ช่วยให้การมอบหมายงานและการติดตามความคืบหน้าของงานทำได้สะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

Avaya Spaces แบ่งแผนการใช้งานออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ Essential, Business และ Power ดังแสดงในตารางด้านล่าง

Avaya ร่วมต้านภัย COVID-19 เปิดให้บริการ Avaya Spaces ระดับ Business

เนื่องด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย Avaya ได้เปิดให้บริการ Avaya Spaces ระดับ Business ฟรีจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2020 สำหรับสถาบันการศึกษาและองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร และสำหรับองค์กรสามารถใช้งานได้ฟรี 3 เดือน นับจากวันที่ลงทะเบียน เพื่อหลีกเลี่ยงการเดินทางหรือพบปะผู้คนจำนวนมากโดยไม่จำเป็น

Avaya Spaces ระดับ Business ให้บริการ Cloud Meeting และโซลูชัน Team Collaboration ซึ่งช่วยให้พนักงานภายในองค์กรสามารถเชื่อมต่อและทำงานร่วมกันได้จากทุกที่และทุุกอุปกรณ์ รองรับทั้งการรับส่งข้อความ แชร์ไฟล์ โทรผ่านอินเทอร์เน็ต หรือประชุมผ่านระบบวิดีโอออนไลน์ซึ่งรองรับผู้เข้าร่วมประชุมได้สูงสุดถึง 200 คน ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อทดลองใช้งานฟรีตามลิงค์ด้านล่าง

Westcon Group ผู้จัดจำหน่ายโซลูชันของ Avaya อย่างเป็นทางการในประเทศไทย

Westcon Group (Thailand) เป็นผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางด้าน Data Center, Infrastructure, Collaboration และ Security ครอบคุลม 12 ประเทศในเขตภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งพร้อมนำเสนอโซลูชันและนวัตกรรมชั้นแนวหน้า เช่น Analytics, AI, Cloud, Cybersecurity, IoT และ SD-WAN จากเจ้าของผลิตภัณฑ์ระดับโลกเพื่อช่วยให้ธุรกิจตั้งแต่ SMB ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่สามารถทำ Digital Transformation ได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืน

Westcon Group (Thailand) เป็นผู้จัดจำหน่าย (Distributor) โซลูชันของ Avaya อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ด้วยประสบการณ์ในการออกแบบ ติดตั้ง และดูแลระบบ Collaboration ของ Avaya ให้แก่องค์กรชั้นนำทั่วไทยมานานกว่า 10 ปี ทำให้มั่นใจว่าสามารถให้คำปรึกษาแนะนำบริการ Avaya Spaces เพื่อยกระดับการติดต่อสื่อสารและทำงานเป็นทีมให้แก่องค์กรได้ดียิ่งขึ้น

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือติดต่อเพื่อขอทดลองใช้งาน Avaya Spaces ฟรีได้ที่อีเมล products.th@westcon.com หรือโทร 02 938 9477-9 หรือ Inbox มาที่ Facebook Page: https://www.facebook.com/westcongroupthailand/

from:https://www.techtalkthai.com/avaya-fights-covid-19-use-avaya-spaces-business-for-free/

[Video Webinar] Workplace Transformation with Cisco Webex

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าชมการบรรยาย Cisco Webinar เรื่อง “Workplace Transformation with Cisco Webex” พร้อมอัปเดตเทคโนโลยีล่าสุดของ Cisco Webex ว่าช่วยพลิกโฉมการติดต่อสื่อสารและการผสานงานร่วมกันระหว่างแต่ละทีมในองค์กรในยุคดิจิทัลได้อย่างไร พร้อมสาธิตการใช้ Cisco Webex ในการประชุมออนไลน์แบบง่ายๆ ที่เพิ่งจัดไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หรือต้องการรับชมการบรรยายซ้ำอีกครั้ง สามารถเข้าชมวิดีโอบันทึกย้อนหลังได้ที่บทความนี้ครับ

ผู้บรรยาย: คุณธนดร พร้อมมูล Collaboration Sales Specialist จาก Cisco Thailand

องค์กรทั่วโลกต่างกำลังเดินหน้าเพื่อพลิกโฉมสถานที่ทำงานของตนเองให้กลายเป็น Digital Workplace หลายองค์กรเริ่มเปิดให้พนักงานสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นไซต์ลูกค้า โรงแรม หรือแม้แต่ร้านกาแฟ และภายใต้สถานการณ์ที่ไวรัส COVID-19 และฝุ่น PM2.5 กำลังเป็นปัญหาอยู่ในปัจจุบัน ทำให้หลายองค์กรอนุญาตให้พนักงานสามารถทำงานจากที่บ้านได้ เหล่านี้ก่อให้เกิดความท้าทายในการติดต่อสื่อสารและผสานความร่วมมือกันระหว่างพนักงานในแต่ละทีมมากขึ้น

ภายใน Cisco Webinnar นี้ ท่านจะได้พบกับการนำ Cisco Webex แพลตฟอร์ม Collaboration ยอดนิยมมาใช้ขจัดปัญหาในการติดต่อสื่อสารและยกระดับการผสานความร่วมมือของพนักงานในองค์กรให้เพิ่มสูงขึ้น ช่วยให้ทั้งพนักงานและลูกค้าสามารถเชื่อมต่อถึงกันได้อย่างไร้ขอบเขต ไม่ว่าจะผ่านอุปกรณ์ใด สถานที่ใด หรือเวลาใดก็ตาม ก้าวขึ้นสู่การเป็น Digital Workplace อย่างแท้จริง โดยเนื้อหาการบรรยายจะประกอบด้วย

  • ปัญหาและความท้าทายในการติดต่อสื่อสารและการผสานความร่วมมือในยุคดิจิทัล
  • ทำความรู้จักกับ Cisco Webex แพลตฟอร์ม Collaboration ที่ช่วยให้ทุกคนสามารถเชื่อมต่อกันได้ง่ายยิ่งขึ้น
  • แนะนำฟีเจอร์ของ Cisco Webex ที่ช่วยให้การประชุมออนไลน์ทำได้ง่าย สะดวก และรวดเร็ว
  • เปรียบเทียบ Cisco Webex ทั้งเวอร์ชันฟรีที่รองรับการประชุมได้สูงสุดถึง 50 คน, Meeting Center, Training Center และ Event Center
  • แนะนำการพลิกโฉมสถานที่ทำงานขององค์กรให้กลายเป็น Digital Workplace
  • สาธิตการใช้ Cisco Webex เพื่อสร้างการประชุมออนไลน์แบบง่ายๆ

from:https://www.techtalkthai.com/video-webinar-workplace-transformation-with-cisco-webex/

[Cisco Webinar] Workplace Transformation with Cisco Webex

Cisco ขอเชิญผู้ที่สนใจเข้าฟังบรรยาย Cisco Webinar เรื่อง “Workplace Transformation with Cisco Webex” พร้อมอัปเดตเทคโนโลยีล่าสุดของ Cisco Webex ว่าช่วยพลิกโฉมการติดต่อสื่อสารและการผสานงานร่วมกันระหว่างแต่ละทีมในองค์กรในยุคดิจิทัลได้อย่างไร พร้อมสาธิตการใช้ Cisco Webex ในการประชุมออนไลน์แบบง่ายๆ ในช่วงที่ฝุ่น PM2.5 และไวรัส COVID-19 กำลังเป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ ในวันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ 2020 เวลา 14:00 – 15:15 น. ผ่านช่องทาง Live Webinar ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: Workplace Transformation with Cisco Webex
ผู้บรรยาย: คุณธนดร พร้อมมูล Collaboration Sales Specialist จาก Cisco Thailand
วันเวลา: วันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ 2020 เวลา 14:00 – 15:15 น.
ช่องทางการบรรยาย: Cisco Webex
ภาษา: ไทย
ลิงค์ลงทะเบียน: https://mytrials-apj.webex.com/mytrials-apj/onstage/g.php?MTID=e638bf6aeddd808cd5fbc1ab1b9000006

องค์กรทั่วโลกต่างกำลังเดินหน้าเพื่อพลิกโฉมสถานที่ทำงานของตนเองให้กลายเป็น Digital Workplace หลายองค์กรเริ่มเปิดให้พนักงานสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นไซต์ลูกค้า โรงแรม หรือแม้แต่ร้านกาแฟ และภายใต้สถานการณ์ที่ไวรัส COVID-19 และฝุ่น PM2.5 กำลังเป็นปัญหาอยู่ในปัจจุบัน ทำให้หลายองค์กรอนุญาตให้พนักงานสามารถทำงานจากที่บ้านได้ เหล่านี้ก่อให้เกิดความท้าทายในการติดต่อสื่อสารและผสานความร่วมมือกันระหว่างพนักงานในแต่ละทีมมากขึ้น

ภายใน Cisco Webinnar นี้ ท่านจะได้พบกับการนำ Cisco Webex แพลตฟอร์ม Collaboration ยอดนิยมมาใช้ขจัดปัญหาในการติดต่อสื่อสารและยกระดับการผสานความร่วมมือของพนักงานในองค์กรให้เพิ่มสูงขึ้น ช่วยให้ทั้งพนักงานและลูกค้าสามารถเชื่อมต่อถึงกันได้อย่างไร้ขอบเขต ไม่ว่าจะผ่านอุปกรณ์ใด สถานที่ใด หรือเวลาใดก็ตาม ก้าวขึ้นสู่การเป็น Digital Workplace อย่างแท้จริง โดยเนื้อหาการบรรยายจะประกอบด้วย

  • ปัญหาและความท้าทายในการติดต่อสื่อสารและการผสานความร่วมมือในยุคดิจิทัล
  • ทำความรู้จักกับ Cisco Webex แพลตฟอร์ม Collaboration ที่ช่วยให้ทุกคนสามารถเชื่อมต่อกันได้ง่ายยิ่งขึ้น
  • แนะนำฟีเจอร์ของ Cisco Webex ที่ช่วยให้การประชุมออนไลน์ทำได้ง่าย สะดวก และรวดเร็ว
  • เปรียบเทียบ Cisco Webex ทั้งเวอร์ชันฟรีที่รองรับการประชุมได้สูงสุดถึง 50 คน, Meeting Center, Training Center และ Event Center
  • แนะนำการพลิกโฉมสถานที่ทำงานขององค์กรให้กลายเป็น Digital Workplace
    สาธิตการใช้ Cisco Webex เพื่อสร้างการประชุมออนไลน์แบบง่ายๆ

กด Interested หรือ Going เพื่อติดตามอัปเดตและรับการแจ้งเตือนบน Facebook Event: https://www.facebook.com/events/2827506750649661/

from:https://www.techtalkthai.com/cisco-webinar-workplace-transformation-with-cisco-webex/

Microsoft ขอเชิญร่วมสัมมนาฟรี Reimaging Office of the Future 14 พ.ค. 2019

Microsoft ขอเรียนเชิญฝ่าย HR, การเงิน, IT และผู้ที่สนใจด้านการทำ Digital Transformation ในธุรกิจองค์กรทุกอุตสาหกรรม เข้าร่วมงานสัมมนาฟรี “Reimagine Office of the Future” เพื่อทำความรู้จักกับที่ทำงานแห่งอนาคตซึ่งจะนำเทคโนโลยีล่าสุดเข้ามาใช้เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของธุรกิจ และรองรับการทำงานในรูปแบบที่เปลี่ยนไปของพนักงานในอนาคตได้ในระยะยาว เหมาะสำหรับธุรกิจองค์กรที่ต้องการวางแผนปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานภายในองค์กรให้ดียิ่งขึ้น ในวันที่ 14 พฤษภาคม 2019 โดยมีรายละเอียด กำหนดการ และวิธีการลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรีดังนี้

Reimagine Office of the Future

วันที่ 14 พฤษภาคม 2019
เวลา 9.30 – 11.30
สถานที่ The Crystal Box, Gaysorn Urban Resort, 127 Gaysorn Tower, 19th – 20th Floor, Ratchadamri Road, Lumpini, Pathumwan, Bangkok 10330

ในงานสัมมนาครั้งนี้ ทีมผู้บริหารจาก Microsoft จะมาถ่ายทอดถึงแนวทางการออกแบบที่ทำงานของ Microsoft เองซึ่งมีการนำเทคโนโลยีมาใช้เป็นหัวใจหลักในการทำงานของแผนกต่างๆ เพื่อเป็นแนวทางให้กับธุรกิจองค์กรต่างๆ ได้นำไปประยุกต์ใช้ในธุรกิจของตนเอง เหมาะสำหรับทั้งแผนก HR ที่ต้องการรู้จักกับเทรนด์การทำงานใหม่ๆ ในอนาคต, ฝ่ายการเงินที่จะได้มองเห็นหนทางในการนำเทคโนโลยีมาใช้ลดต้นทุนในการทำงาน และผู้ดูแลระบบ IT ที่ต้องการรู้จักการประยุกต์นำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้เสริมประสิทธิภาพในการทำงานและการสื่อสารภายในองค์กร

นอกจากนี้ก็จะยังมีการนำเสนอถึง Software ล่าสุดจาก Microsoft และ Hardware ชั้นนำอย่าง Microsoft Surface สำหรับใช้ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะทางในธุรกิจที่หลากหลายด้วย ซึ่งทางทีมงาน Microsoft เองก็ได้เตรียม Show Case รูปแบบต่างๆ เอาไว้เพื่อให้ผู้ที่มาร่วมงานได้สัมผัสกับการใช้งานเทคโนโลยีจริงอย่างเต็มที่

กำหนดการ

09:00 Registration
09:30 Keynote speech: Culture, Space, Technology
10:00 Reimagine: Mobility, Productivity, Collaboration & Creativity
10:30 A Microsoft Surface-powered Office of the Future
11:00 Experiential technology showcase and networking

ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรี

ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรีๆ ทันทีที่ https://www.microsoftevents.com/profile/form/index.cfm?PKformID=0x6836904abcd

from:https://www.techtalkthai.com/microsoft-reimaging-office-of-the-future-free-seminar-invitation/

เชิญร่วมงานสัมมนา The Challenges of Logistics 4.0: Building Digital Workplace โดย CS LOXINFO

CS LOXINFO ผู้นำด้าน Data Center และ ICT Services จัดงานสัมมนา The Challenges of Logistics 4.0: Building Digital Workplace อัปเดตเทคโนโลยี Digital Workplace และ Hyper-converged Infrastructure เพื่อช่วยให้การทำงานและการประชุมสำหรับธุรกิจ Logistics เป็นเรื่องง่าย พร้อมพบโปรโมชันสุดพิเศษจาก Office 365 ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรี

รายละเอียดงานสัมมนา

หัวข้อ: The Challenges of Logistics 4.0: Building Digital Workplace
วัน: วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ 2019
เวลา: 8:30 – 13:00 น.
สถานที่: ห้อง Victor 1 ชั้น 2 FYI Center (MRT ศูนย์สิริกิติ์, แผนที่)
ลิงค์ลงทะเบียน: https://seminar.csloxinfo.com/event/37/2/the-challenges-of-logistics-4.0-building-digital-workplace

งานสัมมนานี้ถูกจัดขึ้นสำหรับลูกค้าองค์กรกลุ่ม Logistics เท่านั้น ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-263-8000 ต่อ 2033 หรืออีเมล corpmkt@csloxinfo.net

from:https://www.techtalkthai.com/the-challenges-of-logistics-4-0-by-cs-loxinfo/