คลังเก็บป้ายกำกับ: Digital_Advertising

สกิลที่ต้องมี เมื่อทำงานด้านโซเชียลมีเดีย

อาชีพที่เกี่ยวกับโซเชียลมีเดียกำลังเริ่มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยคุณนำทางอาชีพที่กำลังพัฒนานี้ เราได้รวบรวมคู่มือนี้เกี่ยวกับงานในโซเชียลมีเดียว่าทักษะใดที่คุณต้องมี ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา 

โซเชียลได้กลายเป็นช่องทางสำหรับทุกสิ่งตั้งแต่การค้นพบผลิตภัณฑ์ไปจนถึงการแชร์รีวิว ในการใช้ประโยชน์จากโอกาสที่กำลังเติบโตนี้ นักการตลาดส่วนมากกำลังทบทวนโครงสร้างทีมโซเชียลของตน เพราะจากลักษณะการทำงานร่วมกันของงานโซเชียลมีเดียที่มีมากขึ้น ช่องทางนี้ถูกใช้เพื่อสนับสนุนการทำงานทางธุรกิจหลายอย่าง รวมถึงทรัพยากรบุคคล การบริการลูกค้า และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การตอบสนองความต้องการภายในและภายนอกองค์กร เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นต้องมีทีมผู้เชี่ยวชาญ นักยุทธศาสตร์ และผู้จัดการที่มีความหลากหลายและความเชี่ยวชาญทางด้านนี้อย่างจริงจัง

1. ทักษะเฉพาะทาง

“สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคุณรู้จักตัวคุณ” การรู้จักสิ่งที่ตัวเองมีถือเป็นสิ่งที่จะช่วยให้สามารถพัฒนาต่อไปได้ ประมาณตัวเองแล้วรู็จักในการศึกษาเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เพราะงานในด้านโซเชียลมีเดียนี้ต้องมีการตามเทรนด์อยู่เสมอ หาว่ารูปแบบใดที่เป็นตัวขับเคลือ่อนรูปแบบการมีส่วนร่วม

2.การกำหนดทิศทางของแบรนด์

ในบทบาทของโซเชียลมีเดีย คุณจะต้องสามารถตัดสินใจว่าได้ว่าจะกำหนดลักษณะบุคลิกของแบรนด์ให้ออกมาเป็นอย่างไร อาจต้องทำให้เชื่อมโยงเข้ากับที่ที่สังคมหรือกลุ่มลูกค้าที่คุณสนใจต้องการ

3. การวิเคราะห์ข้อมูล

องค์กรมากกว่าครึ่งใช้ข้อมูลโซเชียลทุกวัน การวิเคราะห์ทางสังคมเป็นตัวขับเคลื่อนการตัดสินใจเชิงรุกให้กับแบรนด์ ทางที่ดีก็ครต้องวิเคราะห์และตีความข้อมูลทางโซเชียลและสื่อสารมันออกมาได้อย่างดีด้วย

4. ทิศทางที่สร้างสรรค์

บนโซเชียล แคมเปญที่จัดการได้รับผลตอบรับที่ดี มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน นั่นคือทิศทางที่สร้างสรรค์อย่างชัดเจน สิ่งนี้ขยายได้ดีกว่าคอนเท้นต์ธรรมดาทั่วไป อาจเป็นเรื่องของระยะของแคมเปญ หรือ mood and tone เป็นต้น

5. บริการลูกค้า

ในไม่ช้าโซเชียลมีเดียจะกลายเป็นช่องทางหลักสำหรับการบริการลูกค้าและการสนับสนุนต่างๆ ผู้บริโภคหันไปใช้โปรไฟล์สาธารณะของแบรนด์เพื่อขอความช่วยเหลือหรือเมื่อมีสิ่งที่ต้องการ ซึ่งคุณควรจะต้องเข้าถึงการบริการลูกค้าเพื่อจัดการกับคำขอเหล่านี้ได้

from:https://www.thumbsup.in.th/skills-must-have-socialmedia?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=skills-must-have-socialmedia

ลักษณะของคอนเทนต์ที่มีคุณค่า แนวทางในการปรับตัวของแบรนด์

เนื้อหาที่มีคุณภาพเป็นเรื่องที่ไม่มีตัวชี้วัดออกมาเป็นรูปธรรม บางแบรนด์ต้องการบทสรุประดับง่ายเพื่อการเข้าถึงที่มาก ในขณะที่บางแบรนด์ต้องการข้อมูลเชิงลึกและข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อเจาะลึกขึ้นกว่าเดิม เนื้อหาที่มีคุณภาพจะมีจุดที่แตกต่างจากเนื้อหาที่มีอยู่ทั่วไปคือผู้อ่านจะพบว่ามีประโยชน์ น่าจดจำ และมีแนวโน้มที่จะแบ่งปันเนื้อหาเหล่านั้น

เมื่อพูดถึงการใช้ SEO เรามักจะเขียนเกี่ยวกับสิ่งที่ผู้คนกำลังค้นหา สิ่งนี้ทำให้เนื้อหามีประโยชน์ แต่ถ้าคุณอ่านเว็บไซต์ที่ขึ้นมาลำดับต้น ๆ หลายแห่ง พวกเขามักจะพูดในสิ่งเดียวกัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่คุณต้องทำจริงๆ ก็คือสร้างสิ่งที่ดีกว่าที่มีอยู่ เมื่อเขียนเนื้อหาใหม่ คุณจะได้เปรียบเพราะคุณสามารถดูเนื้อหาตามลำดับเหล่านั้นแล้วสามารถทำให้คอนเทนต์แตกต่างออกไปจากคอนเทนต์เหล่านั้นได้

การสร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพต้องใช้ความทุ่มเทและความเชี่ยวชาญเป็นอย่างมาก เช่นการใช้เนื้อหาส่วนใหญ่ที่สร้างโดย SEO ซึ่งมีการจัดอันดับในเครื่องมือค้นหา คีย์เวิร์ดที่ผู้คนใช้ และ SEO ก็มีประโยชน์สำหรับผู้ใช้เช่นกัน เรามักจะครอบคลุมสิ่งที่ผู้ใช้ค้นหาและตอบคำถามเกี่ยวกับหัวข้อนี้ ซึ่งสำหรับผู้ใช้จำนวนมาก เนื้อหาประเภทนี้เป็นการมักจะเป็นหัวข้อที่น่าสนใจสำหรับพวกเขา เราสามารถเข้าถึงข้อมูลทุกสิ่งที่ผู้คนค้นหาด้วยคียเวิร์ดสำคัญ ทุกเนื้อหาที่อยู่ในอันดับต้น ๆของหน้าเพจ และทุกสิ่งที่เนื้อหาที่มีอยู่ถูกพูดถึง คุณสามารถแยกความแตกต่างของเนื้อหาของคุณออกจากเนื้อหาที่มีอยู่ในปัจจุบันได้โดยคิดในเรื่องของ:

  • การแบ่งปันประสบการณ์ เรื่องราว และข้อมูลเชิงลึกของคุณ
  • ข้อมูลที่คุณสร้างเอง
  • มีความคิดเห็น ทัศนคติที่แตกต่าง หรือมีมุมมองที่ต่างออกไป

และคุณสามารถปรับปรุงเนื้อหาปัจจุบันของคุณได้เสมอเมื่อคุณมีทรัพยากรมากขึ้นและต้องการได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น

ที่มา : yoast.com

from:https://www.thumbsup.in.th/value-brand-content?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=value-brand-content

วิธีเพิ่มประสิทธิภาพคอนเทนต์ เพื่อให้ง่ายต่อการค้นหาของลูกค้า

SEO และคอนเทนต์ ต่างก็มีประสิทธิภาพในตัวเอง แต่การรวมตัวของทั้งสองอย่างนี้นั้น จะทำให้แบรนด์ได้เห็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ซึ่งการรวมกันนี้ไม่ใช่แคการเพิ่มประสิทธิภาพของเนื้อหาสำหรับการค้นหา แต่จะต้องมีการใช้แนวทางที่แตกต่างออกไปในการสร้างกลยุทธ์ของเนื้อหา

เพราะเมื่อเราพูดถึงการเพิ่มประสิทธิภาพเนื้อหาสำหรับการค้นหา เรามักจะเน้นสิ่งที่ต่างๆเหล่านี้เป็นพื้นฐาน 

  • คียเวิร์ด
  • แท็กชื่อหัวข้อ
  • เนื้อหาส่วนหัว 

ซึ่งตัวอย่างเล่านี้คือสิ่งที่ต้องคิดเป็นสิ่งสำคัญจริงๆเมื่อสองสามปีก่อน แต่ในปัจจุบันแบรนด์ต้องทำมากกว่านั้นเพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น 

ซึ่งวิธีที่จะได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นจากเนื้อหาของคุณคือการเริ่มต้นด้วยการคิดถึงผู้ชม 

  • เขียนเพื่อใคร?
  • พวกเขาสนใจอะไร?
  • พวกเขามีคำถามอะไรที่คุณสามารถตอบได้?
  • พวกเขาใช้คำศัพท์อะไรในหัวข้อที่คุณเขียน
  • เป็นคำเดียวกับที่คุณใช้ หรือเป็นคำที่ต่างกัน?

หากแตกต่างกัน คุณต้องจดจำและเปลี่ยนแปลงตามภาษาของพวกเขา โดยใช้คำที่พวกเขาใช้แม้ว่าจะไม่ใช่คำที่เป็นแบรนด์ของคุณก็ตาม

ทุกสิ่งที่คุณสร้างควรได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยผู้ชมของคุณ หากคุณไม่ได้ให้เนื้อหาที่มีคุณค่า ผู้คนอาจจะไม่กลับมาอ่านเนื้อหาของคุณอีก เพราะฉะนั้นเป้าหมายของคุณในการพัฒนาเนื้อหาทั้งหมดคือการเป็นแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้สำหรับผู้ชมของคุณ เมื่อผู้ใช้รู้ว่าพวกเขาสามารถได้รับคำตอบที่ต้องการจากคุณ พวกเขาก็มักจะกลับมาและแบ่งปันเนื้อหาของคุณกับผู้อื่น ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโต

เมื่อคุณได้ระบุแล้วว่าคุณกำลังสร้างส่วนเนื้อหานี้ให้ใคร หลังจากนั้นก็ถึงเวลาเริ่มระดมความคิด โดยคุณสามารถเริ่มจากการตรวจสอบคอนเท้นต์ที่ผู้ชมของคุณสนใจ และตรวจสอบให้แน่ใจว่าเนื้อหาของคุณสอดคล้องกับจุดประสงค์ในการค้นหาและใช้เครื่องมือ SEO สำหรับการสร้างแนวคิดในการใช้คีย์เวิร์ดที่เหมาะสม ค้นหาคียเวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์หรือบริการหลักของคุณ ค้นหาคำถามที่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของคุณถามเป็นประจำ บ่อยครั้งที่คำถามเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการพัฒนาเนื้อหา

ที่มา : searchenginejournal.com

from:https://www.thumbsup.in.th/content-enhancement?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=content-enhancement

วิธีปรับกลยุทธ์แบรนด์เพื่อเพิ่ม Engagement ใน TikTok

TikTok มีการดาวน์โหลดมากกว่า 3 พันล้านครั้งทั่วโลก และเป็นแอปที่มีการดาวน์โหลดมากที่สุดในปี 2021 ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ใช้ทั่วไปเปิดแอปประมาณ 15 ครั้งต่อวัน นั่นเป็นเวลามากสำหรับพวกเขาที่จะดูและมีส่วนร่วมกับเนื้อหาของคุณได้

TikTok จึงเป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบสำหรับคุณในการแสดงสิ่งที่คุณขายเพราะแพลตฟอร์มนี้เหมาะทั้งการโปรโมตผลิตภัณฑ์ของคุณ ขยายฐานผู้ชมและดึงดูดลูกค้าใหม่ได้อีกด้วย อีกทั้งโซลูชันการโฆษณาของ TikTok ทำงานได้ดีมากเมื่อผสมผสานกับเนื้อหาของครีเอเตอร์

และนี่คำแนะนำของเราเกี่ยวกับวิธีการปรับปรุง TikTok ของแบรนด์เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค

ใครคือกลุ่มเป้าหมายของคุณ และใครที่คุณหวังว่าจะให้เข้าถึงบน TikTok ของคุณ อย่างไรก็ตามอย่ากังวลหากแบรนด์หรือผลิตภัณฑ์ของคุณดึงดูดความสนใจเฉพาะกลุ่ม เพราะบนแพลตฟอร์มนี้มักเน้นความสนุกสนานเป็นหลัก ผู้คนที่ใช้จึงเฉพาะกลุ่มมากๆ นอกจากนี้แบรนด์ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้ติดตามการงานทั้งหมดของคุณ เพื่อค้นหาว่าเนื้อหาใดที่เหมาะกับแบรนด์ของคุณ ซึ่งบน TikTok สามารถดูได้ทั้ง การเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับเนื้อหาและผู้ติดตาม แบรนด์ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าจัดลำดับความสำคัญของความคิดสร้างสรรค์และอย่ากลัวที่จะทดลองซ้ำ 

เมื่อแบรนด์กำลังทำงานเกี่ยวกับกลยุทธ์ ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้คำนึงถึงการโพสต์บนแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่องแล้วหรือยัง ซึ่งการโพสต์อย่างต่อเนื่องนั้นจะช่วยให้ถูกปรากฏบน For You Pages (FYPs) และจะเพิ่มการมองเห็นแบรนด์ของคุณอีกด้วย และเช่นเดียวกับการโพสต์เป็นประจำ การใช้แฮชแท็กและการดูเทรนด์ก็จะช่วยให้เนื้อหาของคุณปรากฏบน FYP อีกทั้งแฮชแท็กยังช่วยในเรื่องการมีส่วนร่วมของผู้ชม เนื่องจาก TikTokers มักจะมีส่วนร่วมกับเนื้อหาที่แชร์แฮชแท็ก ฉะนั้นควรตรวจสอบแนวโน้มและคิดว่าสิ่งใดที่สอดคล้องกับแบรนด์ของคุณ 

ท้ายที่สุดการใช้อินฟลูเอนเซอรืเพื่อขยายฐานผู้ชม เพิ่มจำนวนผู้ติดตาม เพิ่มยอดขาย และเพิ่มการมีส่วนร่วมด้วยความเชี่ยวชาญและความคิดสร้างสรรค์ของพวกเขา

ที่มา : partner.studentbeans.com

from:https://www.thumbsup.in.th/strategy-tiktok-engagement?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=strategy-tiktok-engagement

Discord หนึ่งในช่องทางสื่อสารออนไลน์ที่แบรนด์ควรรู้จักไว้

Discord คืออนาคตของชุมชนออนไลน์ แม้โดยทั่วไปแล้ว แพลตฟอร์มดังกล่าวจะเกี่ยวข้องกับเกมเมอร์ซะส่วนใหญ่ แต่แพลตฟอร์มนี้มีผู้ใช้ในปัจจุบันมากถึง 300 ล้านคน แล้วยิ่งมีแนวโน้มที่จะมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน Gen Z ซึ่งส่วนใหญ่จะมีจุดหมายในการสื่อสารที่ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้นและเป็นพื้นที่ที่พวกเขาสามารถอเชื่อมต่อในชุมชนขนาดเล็กหรือประสบการณ์ร่วมกันที่ใหญ่กว่า

ดังนั้นคำถามที่เกิดขึ้นคือแบรนด์จะเริ่มต้นอย่างไรและ Discord ควรมีบทบาทอย่างไรในกลยุทธ์ของการมีส่วนร่วมกับผู้ชม?

อย่างแรก discord เหมาะกับแบรนด์ที่ต้องการสื่อสารในรูปแบบใหม่ๆหรือสื่อสารผ่านชุมชนของผู้คน เพราะตัวแพลตฟอร์มมีจุดประสงค์ในการขับเคลื่อนข้อมูลผ่านการกระชับความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของผู้คน แบรนด์บนดิสคอร์ดควรโฟกัสอยู่ที่สองสิ่งคือ หนึ่งคือการมอบประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครและไม่สามารถทำซ้ำได้ในที่อื่น สองคือแบรนด์ต้องอำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อและการสนทนาระหว่างสมาชิกในชุมชน 

ผู้คนกำลังมองหาการมีส่วนร่วมมากขึ้น, บทสนทนาที่มากขึ้น, การให้ข้อมูลที่มากขึ้น และ Discord เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่นำเสนอสิ่งนั้นได้ดี

เซิร์ฟเวอร์ Discord มีการแชทที่เกิดขึ้นตลอด 24 ชั่วโมงทุกวันไม่เว้นวันหยุด และการสนทนาเกิดขึ้นใน Discord มักจะเร็วกว่าแพลตฟอร์มอื่นมาก ผู้ใช้มีส่วนร่วมในการสนทนา ทั้งรูปแบบวิดีโอและ/หรือโทรด้วยเสียง แชร์หน้าจอ และส่งข้อความโดยตรงถึงกัน และหัวข้อภายในเซิร์ฟเวอร์ Discord มีการจัดระเบียบตามรูปแบบ “ช่อง” ซึ่งช่วยให้มั่นใจว่าการสนทนาจะเน้นและไปในทางเดียวกัน

ทั้งหมดนี้ การจัดตั้งชุมชน Discord อาจต้องการความสนใจและการลงทุนมากขึ้นเพื่อเข้าถึงผู้คนกลุ่มนี้ อย่างไรก็ตาม มีการแลกเปลี่ยนของชุมชนนี้จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นกับแบรนด์ เพราะ Discord ช่วยให้ผู้คนสามารถสนทนาแบบสองทางระหว่างแบรนด์และชุมชนได้ ทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร ไม่ใช่แค่ลูกค้าปลายทางเท่านั้น

ที่มา : hp.com

from:https://www.thumbsup.in.th/discord-brand-communication?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=discord-brand-communication

รวมสถิติข้อมูลของ TikTok ประจำปี 2022

TikTok กลายเป็นโซเชียลแพลตฟอร์มที่มาแรงที่สุด ไม่ใช่เฉพาะในไทย แต่รวมถึงในระดับโลกที่แม้แต่ Meta (บริษัทแม่ของเฟซบุ๊กและอินสตราแกรม) ยึดเป็นคู่แข่งหลัก พร้อมยังพยายามเลียนแบบฟีเจอร์เด่นมาใส่ในแอพลิเคชั่นของตัวเอง

ด้วยจุดเด่นของ TikTok ที่มีอัลกอริทึมนำเสนอเนื้อหาโดยอิงจากสิ่งที่ผู้ใช้สนใจ ทำให้คอนเทนต์การตลาดไม่รู้สึกว่าถูกยัดเยียดในการขายสินค้าที่มากเกินไป ทั้งยังมีการรับรู้และการมีส่วนร่วมสูง กลายเป็นกระแสไวรัล โด่งดังได้ภายในคลิปสั้นคลิปเดียว

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำหรับการทำตลาดดิจิทัล ที่สามารถเข้าถึงผู้คนจำนวนมากอย่างกลุ่ม Gen Y และ Gen Z ซึ่งถือเป็นกลุ่มผู้ใช้หลักบน TikTok โดยที่แบรนด์มองข้ามไม่ได้

วันนี้ Thumbsup มาส่องสถติที่น่าสนใจของ TikTok ทั้งในแง่จำนวนผู้ใช้งาน การตลาดและมุมของอินฟลูเอนเซอร์บนแพลตฟอร์มกันครับ

TikTok Users

  • Facebook และ Instagram เป็น Platform Socia media ที่ได้รับความนิยมสูงสุด แต่ในกลุ่ม GenZ(ผู้ที่เกิดระหว่างปี 1997 ถึง 2012) ใช้งาน TikTok มากที่สุด
  • จนถึงปี 2022 มีผู้ใช้งานคนไทยกว่า 35.80 ล้านบัญชี (อายุมากกว่า 18 ปีขึ้นไป)
  • TikTok เป็นแอพพลิเคชั่นที่มีการดาวน์โหลดมากที่สุดในปี 2564 โดยมีการดาวน์โหลดมากกว่า 700 ล้านครั้ง 
  • ผู้ใช้ TikTok ใช้เวลาเฉลี่ย 19.6 ชั่วโมงต่อเดือนเท่ากับ Facebook (19.6 ชั่วโมง) เป็นรองเพียง YouTube (23.7 ชั่วโมงต่อเดือน)

Marketing Stats

  • ในปี 2564 ผู้ใช้ TikTok ใช้จ่ายในแอพพลิเคชั่นมากกว่า 2.3 พันล้านดอลลาร์  เทียบกับปี 2563 ที่มีการใช้จ่าย 1.3 พันล้านดอลลาร์ใน ถือเป็นการเติบโตกว่า 77% ใน 1 ปี  
  • กลุ่มเป้าหมายของโฆษณา TikTok ในประเทศไทยเป็นผู้หญิง 60.6% และผู้ชาย 39.4%
  • 67% ของผู้ใช้ระบุว่า TikTok กระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจซื้อ แม้ว่าจะไม่ได้วางแผนมาก่อน
  • 39% ของผู้บริโภคเจน Z เผยว่าการตัดสินใจซื้อสินค้าของพวกเขามีอิทธิพลโดยตรงจากการดู TikTok

Influencer Marketing

  • นอกจากนี้ในมุมของอินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามน้อยกว่า 5,000 คนระบุว่าวิดีโอมีอัตราการมีส่วนร่วม (Engagement) ใน TikTok สูงสุด (17.9%) ขณะที่อินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 1 ล้านคนมีอัตราการมีส่วนร่วมที่ 13.48%
  • คอนเทนต์ครีเอเตอร์ใน TikTok อายุ 18-24 ปี มากถึง 53% สะท้อนถึงอายุส่วนใหญ่ของอินฟลูเอนเซอร์ในแพลตฟอร์ม

from:https://www.thumbsup.in.th/tiktok-statistics-2022?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=tiktok-statistics-2022

TikTok เปิดตัวฟีเจอร์โฆษณาช็อปปิ้งใหม่ 3 ตัว

เพียงหนึ่งเดือนหลังจากที่ TikTok ละทิ้งแผนการที่จะนำโฆษณาช้อปปิ้งเข้าไปเผยแพร่ในสหรัฐอเมริกา แพลตฟอร์มวิดีโอขนาดสั้นนี้ประกาศว่าจะเปิดตัวชุดโฆษณาการค้าใหม่ที่ชื่อว่าการโฆษณาช้อปปิ้ง พวกเขาจะทดสอบรูปแบบโฆษณาใหม่สามรูปแบบ ได้แก่ โฆษณาวิดีโอช็อปปิ้ง โฆษณารายการแคตตาล็อก และโฆษณาช็อปปิ้งแบบสด

โฆษณาวิดีโอช็อปปิ้ง

โฆษณาวิดีโอช็อปปิ้งจะถูกวางไว้ในหน้า For You และอนุญาตให้ผู้ทำโฆษณาสามารถไฮไลต์ผลิตภัณฑ์ในฟีดโฆษณาวิดีโอบนTikTokได้ 

TikTok กล่าวว่าโฆษณา Shopping จะมอบประสบการณ์แบบไดนามิกโดยอิงจากความตั้งใจของผู้ซื้อในการซื้อ โฆษณาวิดีโอช็อปปิ้งจะสร้างหน้า Landing Page โดยอัตโนมัติและพร้อมที่จะให้ผู้ลงโฆษณาบางรายเลือกทำการทดสอบ

โฆษณาตามรายการในแคตตาล็อก

โฆษณาตามรายการในแคตตาล็อกช่วยให้ผู้ทำโฆษณษสามารถทำการปรับแต่งการแสดงแคตตาล็อกผลิตภัณฑ์ของตนได้ทั่วทั้งแอปและขยายการเข้าถึง ผู้ลงโฆษณาสามารถโปรโมตผลิตภัณฑ์ของตนได้บนพื้นที่ที่เลือกซื้อได้ เช่น “สินค้าแนะนำ” หรือ “ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง” โฆษณาตามรายการในแคตตาล็อกกำลังได้รับการทดสอบในสหรัฐอเมริกา

โฆษณาช็อปปิ้งไลฟ์สด

โฆษณา LIVE Shopping ช่วยให้ผู้โฆษณาสามารถนำผู้ใช้จากหน้า For You ไปยังกิจกรรมไลฟ์สดของพวกเขา เพื่อให้พวกเขาสามารถเข้าร่วมและซื้อสินค้าได้ ซึ่งกำลังทดสอบฟีเจอร์โฆษณาช็อปปิ้งสดในที่ที่ TikTok Shop ให้บริการ ซึ่งรวมถึงสหราชอาณาจักร อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม

ที่มา : today.yougov.com

from:https://www.thumbsup.in.th/tiktok-launch-3-feature?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=tiktok-launch-3-feature

Brand Safety สิ่งที่แบรนด์ต้องรู้เพื่อปกป้องชื่อเสียง

ความปลอดภัยของแบรนด์คือการลดความเสี่ยงในการโฆษณา ซึ่งหมายถึงมาตรการที่จะปกป้องแบรนด์จากเหตุการณ์ที่อาจคุกคามต่อชื่อเสียงของแบรนด์ได้ โดยส่วนใหญ่มาตรการเหล่านี้มุ่งเน้นไปที่การป้องกันไม่ให้โฆษณามีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ตัวอย่างเช่น บริษัทสามารถสร้างมาตรการด้านความปลอดภัยของแบรนด์เพื่อป้องกันไม่ให้โฆษณาที่เสียค่าใช้จ่ายปรากฏในเนื้อหาของแบรนด์ หากสิ่งนี้เกิดขึ้นผู้คนอาจเข้าใจผิดเกี่ยวกับจุดยืนดังกล่าวว่าเป็นการรองรับเนื้อหาเหล่านี้ ซึ่งผลการศึกษาจาก Digital Turbine พบว่า 49% ของผู้บริโภคกล่าวว่าการรับรู้แบรนด์ของตนได้รับผลกระทบในทางลบเมื่อเนื้อหาของแบรนด์ปรากฏควบคู่ไปกับเนื้อหาที่ไม่เป็นที่ต้องการ

การปกป้องชื่อเสียงแบรนด์จำเป็นต้องมีการทำงานร่วมกัน การมองการณ์ไกล และการวางแผน แต่อีกหนึ่งวิธีในการปกป้องธุรกิจออนไลน์คือการสร้างแนวทางความปลอดภัยของแบรนด์ที่เข้าใจและจัดการกับโซเชียลมีเดียอย่างถูกต้อง

ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารและการตลาดต้องคำนึงถึงด้านความปลอดภัยของแบรนด์ที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งรวมถึง:

  • โฆษณาโซเชียลแที่ปรากฏควบคู่ไปกับเนื้อหาที่เป็นอันตรายหรือสร้างความเสียหาย
  • เนื้อหาที่ผู้ใช้สร้างขึ้นซึ่งมีการกล่าวอ้างที่เป็นเท็จเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือแบรนด์

อีกทั้งสังคมบนโซเชียลมีเดียยังเป็นเครื่องมือตรวจจับและป้องกันความเสี่ยงที่ทรงพลังอีกด้วย ซึ่งประโยชน์ของการรับฟังนี้คือแบรนด์สามารถใช้เพื่อติดตามการสนทนาในวงกว้างได้และสามารถระบุแหล่งที่มาของความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นก่อนที่จะควบคุมไม่ได้ เพราะในปัจจุบันโซเชียลมีเดียกลายเป็นจุดศูนย์กลางในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค เป็นที่แรกที่พวกเขาหันไปหาข้อมูล ความบันเทิง หรือช่องทางในการแสดงความคิดเห็น หากบริษัทต่างๆ ต้องการอยู่ในความโปรดปรานของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีลำดับความสำคัญเหล่านี้ พวกเขาจะต้องคิดทบทวนหลักเกณฑ์ด้านความปลอดภัยของแบรนด์จากมุมมองที่ให้ความสำคัญกับเสียงบนโซเชียลมีเดียเป็นอันดับแรก

ที่มา : bannerflow.com

from:https://www.thumbsup.in.th/brand-safety?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=brand-safety

เคล็ดลับในการวางแผนสื่อให้แข็งแกร่ง

ผู้ผลิตโฆษณาหลายรายได้ลดค่าใช้จ่ายทางการตลาดเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับภาวะตกต่ำของเศรษฐกิจ และแบรนด์อื่นๆ ก็หยุดงบประมาณไว้ชั่วคราวแล้วด้วย แต่แท้จริงแล้วโฆษณาดิจิทัลยังคงเติบโต! โฆษณาดิจิทัลเติบโต 13% ในปี 2565 และจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง 

ROI ในช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอยสามารถทำได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการวางแผนสื่อที่แข็งแกร่ง และการจดจ่อและคล่องตัวไปกับนวัตกรรมและโอกาสนั้นเป็นสิ่งสำคัญสำหรับแบรนด์ 

หากโฆษณาดิจิทัลของแบรนด์ได้ผล ให้แบรนด์ดำเนินการต่อไป อย่าหลงไปกับกระแสความกดดันจากรอบข้าง อย่าปล่อยให้ความกลัวมาชี้นำกลยุทธ์ทางการตลาด ให้ใช้ข้อมูลเป็นแนวทางในการทำ

และเป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่าที่เคยเป็นมาในการเช็คให้แน่ใจว่าแบรนด์มี tracking ที่เหมาะสม รวมไปถึงการ track การสื่อสารแลกเปลี่ยนในโฆษณาและคียเวิร์ดในตลอดทุกขั้นตอนของกระบวนการซื้อขาย อาจรวมไปถึงการติดตามผลกำไร และลูกค้าที่อาจซื้อซ้ำในอนาคต พฤติกรรมผู้บริโภคบ่งบอกว่าผู้คนใช้เวลานานขึ้นในการตัดสินใจที่สำคัญในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำ ส่งผลให้อัตรา Conversion ลดลงตามช่องทางที่ลดลง การติดตามอย่างเหมาะสมจึงยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นในช่วงภาวะถดถอย

ขั้นตอนต่อไปคือการได้รับข้อมูลที่อัปเดตล่าสุด การเข้าถึงข้อมูลได้ทันทีเป็นสิ่งที่ต้องมี เพื่อตอบสนองต่อแนวโน้มที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จากนั้นให้ทบทวนการใช้จ่ายด้านการตลาดและระบุส่วนที่มีประสิทธิภาพที่อ่อนแอ โดยตั้งคำถามว่า แต่ละช่องทางเป็นไปตามวัตถุประสงค์ในแผนการโฆษณาของแบรนด์หรือไม่ โดยอย่าลืมว่างบประมาณในการทดสอบไม่ใช่งบประมาณที่สูญเปล่า

สรุปการวางแผนสื่อที่ดีคือ :

  • เตรียมความพร้อมและบอกกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเสมอ
  • กำหนดความคลาดเคลื่อนตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อเตรียมรับมือเมื่อเกิดปัญหาขึ้น
  • เชื่อมั่นในกระบวนการและข้อมูลของแพลตฟอร์มในการทำงาน
  • จัดลำดับความสำคัญของข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์
  • ตัดแคมเปญที่ผลงานไม่ดีและทำการทดสอบเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีอยู่เสมอ

เพราะการวางแผนสื่อที่แข็งแกร่งนั้นมีความสำคัญต่อเป้าหมายในอนาคต แบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับการให้เหตุผล  การเตรียมตัว และการเพิ่มประสิทธิภาพจะทำให้การเติบโตอย่างต่อเนื่องเป็นจริง แม้ในช่วงเวลาที่ไม่แน่นอนที่สุด

ที่มา : online.maryville.edu

from:https://www.thumbsup.in.th/media-planning?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=media-planning

วิธีสร้าง ads ที่มีความหมายต่อลูกค้าด้วยงบประมาณที่เหมาะสม

เมื่อเศรษฐกิจตกต่ำและความไม่แน่นอนก็มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งแรกที่แบรนด์ควรทำคือการใช้จ่ายให้คุ้มค่ามากที่สุด

นี่คือทริคในการเมคชัวร์ว่าไม่มีงบประมาณที่สูญเปล่าไปกับการผลิตโฆษณาในยุคที่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำและสามารถใช้ประโยชน์สูงสุดจากงบประมาณการตลาดในขณะที่สร้างผลลัพธ์ที่มีความหมายสำหรับธุรกิจได้

1. ตรวจสอบโฆษณาของคุณ

จากการศึกษาพบว่า 26% ของงบประมาณการตลาดสูญเปล่าไปกับช่องทางและกลยุทธ์ที่ไม่มีประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้นแบรนด์ต้องไม่เสียเปล่าไปกับการโฆษณา โดยทำความเข้าใจว่าสิ่งใดที่ใช้ได้ผลและไม่ได้ผลกับมัน

อาจทำการตรวจสอบดังนี้

  • การกำหนดเป้าหมาย : ตรวจสอบผู้คนเหล่านี้เหมาะสมกับแบรนด์หรือไม่ หรือแบรนด์สามารถทำการจำกัดเป้าหมายให้แคบลงได้อีกหรือไม่ อาจทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นแต่จะช่วยให้มีคุณภาพสูงขึ้น
  • การมีส่วนร่วม : อาจสังเกตุว่าโฆษณษใดที่มีการดึงดูดการมีส่วนร่วมมากที่สุด และโฆษณาใดที่มีการขับเคลื่อนน้อยที่สุด หรือดูว่าโฆษณาที่มีส่วนร่วมมากที่สุดนั้นเป็นตัวสร้างรายได้ที่ดีสำหรับแบรนด์หรือไม่
  • ช่องทาง : ดูว่าแชแนลใดทำให้เกิด Conversion มากที่สุดและช่องทางใดทำให้เกิด Conversion น้อยที่สุด สังเหตุว่าช่องทางเหล่านั้นผ่านมาตรฐานในอุตสาหกรรมของแบรนด์หรือไม่

2. ทดสอบอยู่เสมอ

ความคล่องตัวเป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่ดีที่แบรนด์สามารถใช้ได้ในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ดังนั้นใช้สิ่งนี้เป็นโอกาสในการพิสูจน์คุณค่าของแบรนด์ หากแบรนด์กำลังจะทำให้ค่าโฆษณาทุกบาทมีค่า แบรนด์จะต้องทดสอบข้อความและคอนเท้นต์ก่อนเปิดตัว และเพิ่มประสิทธิภาพโฆษณาอยู่ตลอด ทั้งในด้านเว็บไซต์และหน้า Landing Page อย่างต่อเนื่องเพื่อนำไปสู่ conversion ตลอดช่วงของแคมเปญ

3. ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของลูกค้า

บ่อยครั้งที่เราใช้เวลามากมายในการปรับปรุงโฆษณาจนลืมเกี่ยวกับส่วนของ customer journey แต่เมื่อเราใช้เวลาในการเพิ่มประสิทธิภาพประสบการณ์ของลูกค้าทั้งหมดตั้งแต่แรกจนจบแล้ว นั่นจะเป็นผลลัพธ์ที่มีค่ามากสำหรับแบรนด์ เพราะประสบการณ์ของลูกค้าได้กลายเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของการตัดสินใจซื้อสำหรับลูกค้า

ต่อไปนี้คือสองวิธีที่จะสามารถสร้างประสบการณ์ของลูกค้าที่ไร้รอยต่อเพื่อเพิ่ม Conversion ของแคมเปญและความภักดีของลูกค้า:

ใช้เวลาในการทำความเข้าใจผู้ชมของคุณอย่างแท้จริง เพราะการวิเคราะห์อย่างรอบคอบไม่เพียงแต่ช่วยให้แบรนด์กำหนดเป้าหมายกลุ่มที่ถูกต้อเพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยให้แบรนด์สร้าข้อความที่เป็นที่พอใจกับลูกค้าอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าแบรนด์จะค้นคว้าข้อมูลผู้ชมของอย่างละเอียดถี่ถ้วนมากแค่ไหน แบรนด์ก็ยังต้องลบสมมติฐานออกจากการตลาดและทดสอบทุกอย่างในภาคสนาม เพราะความต้องการและบริบทของลูกค้านั้นเปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอ เพื่อที่แบรนด์จะสามารถจัดการประสบการณ์ลูกค้าได้อย่างเหมาะสมเพื่อให้สอดคล้องกับลูกค้าได้ตลอดเวลา

4.ใช้ระบบอัตโนมัติ

การทำสามข้อข้างต้นอาจทำได้ยาก เพราะฉะนั้นระบบอัตโนมัติจึงเป็นกุญแจสำคัญในการทำสิ่งต่างๆ ได้มากขึ้นโดยใช้เวลาน้อยลงและเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้นในวงกว้างเมื่อตั้งค่าอย่างเหมาะสม ช่วยให้แบรนด์ประหยัดเวลาอันมีค่าในงานที่ซับซ้อน และแบรนด์สามารถใช้ความพยายามมากขึ้นในการเชื่อมต่อกับผู้ชมและมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้พวกเขา

from:https://www.thumbsup.in.th/meaningful-advertising?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=meaningful-advertising