คลังเก็บป้ายกำกับ: DATA_CENTER_UPS

เวอร์ทีฟเปิดตัวเครื่องสำรองไฟแบบโมดูลขนาดกลางประสิทธิภาพสูงสำหรับการใช้งานที่มีความหนาแน่นสูงในเอเชีย [Guest Post]

Vertiv™ Liebert® APM Plus รุ่นใหม่ออกแบบมาเพื่อลดการใช้พลังงานและการปล่อย CO2

กรุงเทพฯ ประเทศไทย [24 พฤศจิกายน 2565– วันนี้ เวอร์ทีฟ ผู้ให้บริการระดับโลกด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่สำคัญและโซลูชันด้านความต่อเนื่องได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ Vertiv™ Liebert® APM Plus ซึ่งเป็นระบบสำรองไฟหรือ UPS แบบโมดูลที่รองรับความหนาแน่นสูงและไม่ต้องใช้หม้อแปลงไฟฟ้า ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงสุด 97% ในโหมด Double Conversion และประสิทธิภาพสูงสุดถึง 99% ในโหมด Eco อีกด้วย โดย ณ ขณะนี้ผลิตภัณฑ์รุ่น Liebert APM Plus มีจำหน่ายตั้งแต่กำลังไฟ 50 ถึง 500kW ทั่วทั้งทวีปเอเชีย รวมถึงประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอินเดีย

สถาปัตยกรรม Liebert APM Plus ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการกระจายความร้อน ลดความต้องการและการใช้พลังงานของระบบปรับอากาศของดาต้า เซ็นเตอร์ ดังนั้นประสิทธิภาพการทำงานที่กล่าวมาจะช่วยลดการปล่อยก๊าซ CO2 ให้เหลือน้อยที่สุด ซึ่งช่วยให้ดาต้า เซ็นเตอร์สามารถปฏิบัติตามมาตรฐานข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมได้

Liebert APM Plus เป็นรุ่นอัปเกรดจาก Liebert® APM เหมาะสำหรับดาต้า เซ็นเตอร์ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่สำหรับโทรคมนาคม ไฮเปอร์สเกล และโคโลเคชัน มีขนาดตัวเครื่องที่กะทัดรัดกว่า เพียงแค่ 600 มม. ซึ่งเล็กกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 50% โดยไม่ลดประสิทธิภาพ รวมถึงใช้พื้นที่น้อยกว่าและสามารถทำงานได้ผ่านพาวเวอร์โมดูลที่มีความหนาแน่นสูงพิเศษ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการสำรองพลังงานให้พร้อมใช้งานสำหรับงานที่มีความสำคัญต่อธุรกิจ

ด้วยเทคโนโลยี FlexPower™ ในตัว ผลิตภัณฑ์ Liebert APM Plus จึงสามารถเพิ่มความจุของระบบได้ง่ายและรวดเร็วเพราะมีการออกแบบให้เป็นโมดูล โดยในแต่ละ FlexPower™ โมดูลจะสามารถปรับเปลี่ยนกำลังไฟฟ้าได้อีกทั้งยังควบคุมได้อย่างอิสระเพื่อให้ควบคุมการทำงานได้โดยอัตโนมัติ ทำให้พร้อมใช้งานได้อย่างครอบคลุมได้ดีขึ้นกว่าเดิม

Liebert APM Plus ออกแบบให้ถอดเปลี่ยนชิ้นส่วนสำคัญได้ โดยจะช่วยให้มีค่าเวลาเฉลี่ยในการซ่อมแซมต่ำ อุปกรณ์ UPS ที่ทนทานรุ่นนี้ทนอุณหภูมิได้สูงถึง 50 องศาเซลเซียส ซึ่งมีระบบปรับลดระดับอัตโนมัติ ระบบยังออกแบบมาให้ใช้ตัวเลือกด้านการตรวจสอบอัจฉริยะรูปแบบต่างๆ ได้ ทั้งยังทำงานร่วมกับบริการ Vertiv™ Environet™ Alert และ Vertiv™ LIFE™ ได้อีกด้วย

คุณ Arunangshu Chattopadhyay ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ด้านพลังงานและหัวหน้าฝ่ายสนับสนุนด้านเทคนิคส่วนกลางแห่งเวอร์ทีฟเอเชียกล่าวว่า “เรามุ่งมั่นจัดหาโซลูชันที่สามารถตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศดิจิทัลที่เติบโตอย่างรวดเร็ว จึงได้ออกแบบ Liebert® APM Plus ให้มีความยืดหยุ่นและเพียบพร้อมไปด้วยคุณสมบัติที่ดีขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นผลิตภัณฑ์ UPS รุ่นนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งในการรองรับความพร้อมใช้งานของลูกค้าในปัจจุบัน นอกจากนี้ Liebert APM Plus ยังใช้พื้นที่เพียงเล็กน้อย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานกับโซลูชันเวอร์ทีฟ™ แบบผสานรวม เช่น SmartRow™ และ SmartAisle™ รวมถึงระบบจ่ายกระแสไฟอย่าง Liebert® APT”

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชันเครื่องสำรองไฟของเวอร์ทีฟได้ที่ www.Vertiv.com

เกี่ยวกับเวอร์ทีฟ

เวอร์ทีฟ (NYSE:VRT)  นำซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ ระบบวิเคราะห์ และบริการที่เกี่ยวเนื่องกันมาใช้เพื่อให้ลูกค้าต่างมั่นใจได้ว่า แอปพลิเคชันอันสำคัญยิ่งนั้นจะสามารถทำงานได้ต่อเนื่อง เกิดประโยชน์สูงสุด และเติบโตไปพร้อมกับความต้องการทางธุรกิจของลูกค้า เวอร์ทีฟสามารถเอาชนะความท้าทายอันยิ่งใหญ่ที่สุดซึ่งดาต้า เซ็นเตอร์ เครือข่ายการสื่อสาร รวมไปถึงสิ่งอำนวยความสะดวกในทางการค้าและอุตสาหกรรมที่กำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบันด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านพลังงาน การระบายความร้อน โซลูชันแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน IT และบริการต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ระบบคลาวด์จนถึงเอดจ์ของเครือข่าย เวอร์ทีฟมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองโคลัมบัส มลรัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา มีพนักงานประมาณ 24,000 คน และดำเนินธุรกิจในกว่า 130 ประเทศ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและเนื้อหาข่าวล่าสุด เข้าไปเยี่ยมชมได้ที่ Vertiv.com

แถลงการณ์คาดการณ์ล่วงหน้า

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ประกอบด้วยข้อความเกี่ยวกับการคาดการณ์อนาคตภายใต้การตีความตามกฎหมายปฏิรูปการฟ้องร้องคดีหลักทรัพย์ส่วนบุคคล พ.ศ. 2538 มาตรา 27 ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และมาตรา 21E ของพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์ ข้อความเหล่านี้เป็นเพียงการคาดคะเนเท่านั้น เหตุการณ์หรือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงอาจแตกต่างอย่างมากจากที่ระบุไว้ในข้อความเกี่ยวกับการคาดการณ์อนาคตที่ระบุไว้ในที่นี้ ผู้อ่านจะได้รับการอ้างอิงถึงสิ่งที่เวอร์ทีฟยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์รวมถึงรายงานประจำปีล่าสุดในแบบฟอร์ม 10-K และรายงานรายไตรมาสที่ตามมาในแบบฟอร์ม 10-Q เพื่ออธิบายเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงอันสำคัญเหล่านี้และปัจจัยอื่นๆ อันเกี่ยวโยงกับเวอร์ทีฟ ทั้งนี้ การดำเนินงานของเวอร์ทีฟไม่มีภาระผูกพันและปฏิเสธข้อผูกมัดใดๆ อย่างชัดแจ้งในการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงข้อความเกี่ยวกับการคาดการณ์อนาคต ไม่ว่าจะเป็นผลมาจากข้อมูลใหม่ เหตุการณ์ในอนาคต หรือเหตุอื่นใดก็ตาม

from:https://www.techtalkthai.com/vertif-launches-high-performance-medium-sized-modular-power-backups-for-high-density-applications-in-asia/

สรุปงาน Aruba Atmosphere 2022 SEATH : ก้าวสู่นวัตกรรมใหม่ Enterprise Networking & Security ด้วยอุปกรณ์เครือข่ายที่ชาญฉลาดมากยิ่งขึ้น

ในช่วงปีที่ผ่านมา ถือเป็นช่วงที่เทคโนโลยีในวงการ Enterprise Networking และ Security มีการปรับตัวสู่ทิศทางใหม่ในหลายแง่มุม และ Aruba Networks ในฐานะของผู้นำนวัตกรรมด้าน Enterprise Networking และ Security เอง ก็ได้มีการนำเสนอแนวคิดใหม่ๆ ภายในโซลูชันของตนเองมากมาย เพื่อให้ธุรกิจองค์กรได้นำไปปรับประยุกต์ใช้ สำหรับเตรียมก้าวสู่การผลักดันสร้างสรรค์สิ่งใหม่เพื่อเร่งสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจในยุคดิจิทัลแล้ว

ทีมงาน TechTalkThai และ APDT.news มีโอกาสได้เข้าร่วมงาน Aruba Atmosphere 2022 SEATH & INDIA ในครั้งนี้ที่มาจัดในประเทศไทย จึงขอนำสรุปประเด็นสำคัญจากงานสัมมนาครั้งนี้ พร้อมเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่นำมาจัดแสดงในบูธกันดังนี้ครับ

3 ปัจจัยสู่การทำ Networking Modernization

เทรนด์หลักที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลกในวงการ Network อยู่นี้ก็คือการทำ Network Modernization หรือการปรับปรุงระบบเครือข่ายให้มีความทันสมัย ตอบรับต่อโลกของการทำงานที่กำลังเปลี่ยนไปสู่ยุค Hybrid Work ซึ่งมีทั้งโจทย์ของการรองรับการทำงานจากนอกสถานที่ได้อย่างอิสระ ไปจนถึงการใช้งาน Cloud เป็นหลักในการทำงาน ในขณะที่การรักษาความมั่นคงปลอดภัยก็ต้องสูงยิ่งขึ้นตามความซับซ้อนของภัยคุกคามที่กำลังเกิดขึ้นในทุกวัน

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในวงการ Enterprise Networking และ Security ในยามนี้ ได้ทำให้สถาปัตยกรรมของระบบเครือข่ายนั้นพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ และทำให้เหล่าผู้ดูแลระบบเครือข่ายทั่วโลกต้องเร่งปรับตัวกันอย่างรวดเร็ว ต้องมีการนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้งานอย่างต่อเนื่อง และต้องปรับวิธีการดูแลรักษาระบบเครือข่ายใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับความคาดหวังในการได้รับประสบการณ์ที่ดีของผู้ใช้งาน

ในมุมของ HPE Aruba สิ่งที่จะสามารถตอบโจทย์เหล่านี้ได้ คือการปรับระบบเครือข่ายให้มีคุณสมบัติ 3 ประการ ดังนี้

1.Automation
การทำ Automation ได้กลายเป็นคุณสมบัติสำคัญประการแรกของระบบเครือข่ายแห่งอนาคต เพราะด้วยระบบเครือข่ายที่มีการขยายตัวออกไปยังภายนอกองค์กร ทำให้มีองค์ประกอบภายในระบบเครือข่ายที่หลากหลายยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อประสบการณ์ของผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น รวมถึงยังมีการใช้งานอุปกรณ์ Internet of Things (IoT) ที่หลากหลายยิ่งขึ้น ในขณะที่ประเด็นด้าน Cybersecurity เองก็ยังมีความสำคัญที่ไม่อาจมองข้ามไปได้ ทำให้ภาระในการบริหารจัดการและการดูแลรักษาระบบเครือข่ายนั้นสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว

ด้วยเหตุเหล่านี้ การบริหารจัดการระบบเครือข่ายด้วยวิธีการแบบดั้งเดิมจึงไม่อาจเพียงพออีกต่อไป และหลายองค์กรเองก็ยังต้องเผชิญความกดดันจากการขาดแคลนบุคลากรที่จะมาดูแลรักษาระบบ IT Infrastructure สำคัญเหล่านี้ด้วย ดังนั้นการมีเทคโนโลยีที่สามารถติดตั้งใช้งานบริหารจัดการได้ง่าย ทำงานได้แบบอัตโนมัติ และมี AI เป็นตัวช่วยจึงกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา เพื่อให้ธุรกิจองค์กรยังคงสามารถจัดการและควบคุมการใช้ระบบเครือข่ายของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2.Security
จากความต้องการในการใช้งานระบบเครือข่ายในรูปแบบที่เปลี่ยนไป ทั้งจากภายในและภายนอกองค์กร ทำให้การปกป้องดูแลผู้ใช้งานและอุปกรณ์ขององค์กรนั้นต้องมีการปรับตัวตามไปด้วย ดังนั้นสถาปัตยกรรมด้าน Network Security อย่างในอดีตที่มีการแยกส่วนของการปกป้องผู้ใช้งานภายในองค์กรนั้นจึงไม่เพียงพออีกต่อไป

เพื่อตอบโจทย์นี้เทคโนโลยีด้าน Network และ Security ต้องถูกผสานรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน และทำงานได้ตามหลักการของ Zero Trust เพื่อควบคุมทุกการยืนยันตัวตนและเชื่อมต่อสื่อสารระหว่างผู้ใช้งานหรืออุปกรณ์ที่ใช้งาน ไปยังส่วนอื่นๆ ของระบบเครือข่ายหรือ Internet ให้เป็นไปตามนโยบายด้านความมั่นคงปลอดภัยขององค์กร เพื่อลดความเสี่ยงที่ระบบ IT จะถูกโจมตีต่อเนื่องด้วยวิธีการต่างๆ และจำกัดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

3.Agility
ความคล่องตัวนั้นได้กลายมาเป็นอีกคุณสมบัติสำคัญของระบบเครือข่ายในทุกวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับระบบเครือข่ายที่มีขนาดใหญ่ เพื่อให้การเพิ่มเติมบริการหรือการปรับเปลี่ยนการทำงานของระบบเครือข่ายนั้นเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและคล่องตัว ตอบสนองต่อกลยุทธ์ของธุรกิจและการทำงานที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งการมาของ COVID-19 ได้ทำให้ความสำคัญของประเด็นนี้ยิ่งทวีคูณขึ้น จากการที่ธุรกิจองค์กรทั่วโลกต่างต้องรีบเปลี่ยนสถาปัตยกรรมของระบบเครือข่ายเพื่อปรับตัวไปสู่การทำงานแบบ Remote Working อย่างเต็มตัวก่อนที่จะปรับมาสู่ Hybrid Working ในปัจจุบัน

นอกจากความคล่องตัวในเชิงเทคนิคแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ธุรกิจองค์กรต้องคำนึงถึงก็คือความคล่องตัวในแง่ของการลงทุนเพิ่มขยายระบบ IT ภายในองค์กร ซึ่งเทรนด์ของการใช้งานระบบ IT ในแบบ as-a-Service นั้นก็สามารถตอบโจทย์นี้ได้เป็นอย่างดี และ Aruba ก็จะตอบสนองต่อความต้องการของธุรกิจองค์กรทั่วโลกนี้ ด้วยบริการ Network-as-a-Service หรือ NaaS นั่นเอง

ในการช่วยให้ธุรกิจองค์กรทั่วโลกก้าวไปสู่การทำ Network Modernization ได้อย่างสำเร็จนี้ ทาง Aruba ได้นำเสนอ Aruba ESP Solutions เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายทั้ง 3 ประการดังกล่าวภายในโซลูชันเดียว โดยภายในโซลูชันดังกล่าวนี้จะมีการแบ่งระบบออกเป็น 4 ชั้น ดังนี้

  1. Connect โดยมี Switch, AP, Gateway สำหรับรองรับการเชื่อมต่อทั้งภายในและภายนอกองค์กร รวมถึงยังรองรับการทำงานจากภายนอกองค์กรได้อย่างสะดวกสบาย เชื่อมต่อเครือข่ายระหว่างสาขาได้ง่ายด้วย SD-WAN
  2. Protect ปกป้องทุกการเชื่อมต่อสื่อสาร โดยผสานระบบ Security เข้าเป็นส่วนหนึ่งของระบบเครือข่ายโดยตรง เพื่อปกป้องทั้งอุปกรณ์ของผู้ใช้งานและอุปกรณ์ IoT ด้วยการทำ Zero Trust และเสริม Security เข้าไปในระบบ SD-WAN ให้ธุรกิจสามารถก้าวสู่การทำ SASE ด้วยเทคโนโลยี Cloud Security ได้ทันที
  3. Automation การติดตั้งใช้งานและการดูแลรักษาระบบทั้งหมดจะต้องเกิดขึ้นได้อย่างง่ายดายและเป็นอัตโนมัติ เพื่อให้ตอบโจทย์ต่อระบบเครือข่ายที่ต้องขยายและเปลี่ยนแปลงตามระบบ IT ได้อย่างรวดเร็วและยืดหยุ่น โดย Aruba มีการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาเสริมในการทำ Automation
  4. Adapt เพิ่มความยืดหยุ่นในการวางระบบเครือข่ายให้สูงยิ่งขึ้น ทั้งในแง่ของการลงทุนที่มีทางเลือกใหม่อย่าง NaaS และการบริหารจัดการที่สามารถเลือกได้ว่าจะดูแลรักษาระบบเครือข่ายด้วยตนเอง หรือ Outsource ออกไปให้กับผู้ให้บริการ Managed Services

อัปเดตเทคโนโลยีและโซลูชันล่าสุดจาก Aruba ในปี 2022

นอกจากการนำเสนอในเชิงวิสัยทัศน์แล้ว งานสัมมนาครั้งนี้ก็ได้มีการนำนวัตกรรมใหม่ๆ จาก HPE Aruba มาเปิดตัวในภูมิภาค APAC กันอย่างหลากหลาย ดังนี้ครับ

โซลูชันแรกคือ Aruba Central NetConductor ที่จะช่วยให้การวางระบบ Network และ Security ภายในองค์กรกลายเป็นรูปแบบ Overlay ได้ ด้วยการตั้งค่าในแบบ Intent-based และบังคับใช้งานนโยบายเหล่านี้ได้แบบอัตโนมัติ ทำให้การบริหารจัดการเครือข่ายในภาพรวมทั้งในส่วนของ Network และ Security ถูกผสานรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน โดยการตั้งค่าทั้งหมดนี้จะอาศัยการผสมผสานกันระหว่าง Protocol มาตรฐานของอุตสาหกรรม เพื่อให้มั่นใจว่าทุกการทำงานนั้นจะเป็นไปอย่างมีแบบแผน และปรับเปลี่ยนได้ในอนาคตเมื่อมีมาตรฐานใหม่ๆ ออกมาให้ใช้งาน

ถัดมาที่ถูกเน้นย้ำเป็นอย่างมากในงานสัมมนาครั้งนี้ ก็คือ Aruba EdgeConnect SD-WAN Fabric ที่มีทั้ง EdgeConnect Mobile, Mibrobranch, SD-Branch และ Enterprise ให้เลือกใช้งานได้ตามรูปแบบของสาขาที่ธุรกิจองค์กรต้องการ เพื่อเชื่อมต่อเครือข่ายและรักษาความมั่นคงปลอดภัยให้กับระบบเครือข่ายได้อย่างครอบคลุมไม่ว่าโครงสร้างของธุรกิจและนโยบายในการทำงานจะเป็นอย่างไร และปกป้องผู้ใช้งานได้ในทุกการเข้าถึงทุก Application ทั้งภายใน Data Center และบน Cloud

ในส่วนของ Aruba EdgeConnect Microbranch ที่ Aruba ระบุว่าได้รับความนิยมสูงมากนั้น ก็คือการเสริมความสามารถ SD-WAN Gateway เข้าไปยัง Access Point รุ่น Remote ของ Aruba โดยตรง ทำให้การวางระบบเครือข่ายสำหรับสาขาขนาดเล็กมากๆ ที่มีผู้ใช้งานเพียงแค่ 1 คน แต่อาจมีหลายอุปกรณ์ที่ต้องใช้งาน และต้องการส่งมอบประสบการณ์ในการทำงานให้กับพนักงานหรือผู้บริหารที่ทำงานจากที่บ้านนั้นเป็นไปได้เสมือนการมาทำงานที่ออฟฟิศ เกิดขึ้นได้อย่างสะดวกและง่ายดายภายในอุปกรณ์เพียงแค่ชุดเดียว สามารถนำไปใช้ได้ทั้งสำหรับสาขาของร้านค้าขนาดเล็ก หรือการวางระบบให้พนักงานสามารถทำงานจากที่บ้านได้อย่างมั่นคงปลอดภัย ตอบโจทย์การเพิ่มขยายสาขาจำนวนหลายสิบหรือหลายร้อยแห่งในระยะเวลาอันสั้นได้เป็นอย่างดี

ทางด้าน Aruba EdgeConnect Enterprise ก็มีประกาศอัปเดตครั้งใหญ่ในฐานะของโซลูชัน SD-WAN แรกที่ได้รับ ICSA Secure SD-WAN Certification ที่รับรองถึงความสามารถในการทำ Next-Generation Firewall และ Cybersecurity อื่นๆ สามารถทำงานได้อย่างมีมาตรฐาน ตรวจจับและยับยั้งป้องกันภัยคุกคามในหลากหลายรูปแบบได้อย่างแม่นยำ เพื่อปกป้องการเชื่อมต่อของระบบ SD-WAN และควบคุมการเข้าถึงใช้งานระบบเครือข่ายของผู้ใช้งานได้อย่างมั่นใจ

อีกหนึ่งนวัตกรรมที่น่าสนใจนั้นก็คือ Open Locate ที่ทาง Aruba ได้ทำการใส่ GPS ลงไปใน AP รุ่น Wi-Fi 6E และรองรับมาตรฐาน 802.11mc / Fine Time Measurement (FTM) ทำให้การระบุจุดติดตั้ง Access Point มีความแม่นยำสูงยิ่งขึ้นกว่าในอดีต และนำตำแหน่งจุดติดตั้งไปใช้อ้างอิงกับระบบแผนที่อื่นๆ ได้อย่างเป็นสากล ในขณะที่ยังสามารถให้บริการข้อมูลพื้นที่ตำแหน่งให้กับ Mobile Application ได้ สร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการพัฒนา Location-based Application ที่ต้องใช้ข้อมูลตำแหน่งภายในอาคารได้อย่างง่ายดาย ตอบโจทย์ได้ดีทั้งในแง่ของการติดตั้งใช้งาน และการต่อยอดสร้างคุณค่าเพิ่มเติมจากระบบเครือข่ายไร้สายที่ธุรกิจมีการใช้งานอยู่

ในฝั่งของ Data Center Networking ทาง Aruba ได้พูดคุยถึงเทรนด์ Distributed Services Switch ด้วย Aruba CX 10000 Series Switch with Pensando ที่ใช้เทคโนโลยีชิป DPU และ Software จาก AMD Pensando เข้ามาเสริมให้กับ Data Center Switch ทำให้ Top-of-Rack Switch มีความสามารถด้าน Security ในตัวในระดับประสิทธิภาพเดียวกับการทำ Switching ได้ทันที อย่างเช่น การทำ Firewall เพิ่มเติมภายในอุปกรณ์ Switch ช่วยเสริม Data Center Network Security ได้โดยไม่เกิดผลกระทบต่อประสิทธิภาพด้านระบบเครือข่าย และไม่มีความซับซ้อนของการรับส่งข้อมูลภายในระบบเครือข่ายอย่างในอดีตอีกต่อไป ตอบโจทย์ของธุรกิจที่ต้องการทำ Security ให้กับ Network Traffic ในแบบ East-West ซึ่งมีปริมาณมหาศาล และยากต่อการดูแลรักษาในอดีตได้ทันที

สุดท้ายก็คือการพูดคุยถึง NaaS – Network as a Service ที่ธุรกิจองค์กรสามารถเลือกใช้งานระบบ IT Infrastructure ในฝั่งของ Network และ Security จาก Aruba ทั้งหมดได้ โดยคิดค่าใช้จ่ายในแบบ Subscription-based ซึ่งจะมีทั้ง Hardware และ Software รวมอยู่ภายในบริการ พร้อมระบบ Data Analytics สำหรับวิเคราะห์ข้อมูลการใช้งานและการปรับแต่งระบบเครือข่าย เปิดให้สามารถบริหารจัดการได้ทั้งโดยฝ่าย IT ขององค์กร และผู้ให้บริการ Managed Services ซึ่งจะช่วยให้เทคโนโลยีด้าน Network และ Security ขององค์กรสามารถถูกใช้งานได้โดยตลาดที่มีขนาดกว้างมากยิ่งขึ้น ในขณะที่มีความสามารถเทียบเท่าได้กับโซลูชันในระดับธุรกิจองค์กร

Aruba ระบุว่าเทรนด์ของการปรับไปใช้งาน NaaS นั้นโตเร็วมากจากการมาของ Hybrid Work ที่ธุรกิจต้องการระบบเครือข่ายใหม่ที่มีความซับซ้อนสูง บนการออกแบบสถาปัตยกรรมที่แตกต่างออกไป ดูแลง่าย ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการลงทุนเริ่มต้นไม่สูงมาก

ในการใช้งาน NaaS นั้น ธุรกิจองค์กรจะสามารถใช้งานผ่านบริการ HPE GreenLake for Aruba Service Packs รองรับ 8 Use Case ได้แก่ Outdoor Wireless, Indoor Wireless, Remote Wireless, Wired Core, Wired Aggregation, Wired Access, SD-Branch และ UXI โดยสามารถเสริมความสามารถในส่วนของ Network Management และ Network Security จากโซลูชันของ Aruba ที่ต้องการได้ทั้งหมด ซึ่งสัญญาในการใช้บริการดังกล่าวนี้จะอยู่ที่ระยะเวลา 3-5 ปี

และทั้งหมดนี้ก็คือประเด็นสำคัญจากงานสัมมนา Aruba Atmosphere 2022 SEATH & INDIA ในครั้งนี้ครับ ถ้าหากท่านใดมีข้อสงสัยหรือคำถามใดๆ เพิ่มเติม ก็สามารถติดต่อทีมงาน HPE Aruba สามารถติดต่อ HPE Aruba ได้ที่อีเมล: nawarat.ch@hpe.com หรือติดต่อพาร์ทเนอร์รายต่างๆ ของ Aruba ทั่วประเทศ เพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมหรือนัดทดสอบเทคโนโลยีหรือโซลูชันต่างๆ ที่ต้องการได้ทันทีครับ

 

from:https://www.techtalkthai.com/aruba-atmosphere-2022-seath/

Eaton จับมือกับ Microsoft ด้านเทคโนโลยี grid-interactive

การร่วมมือกันทำงานในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงกรอบการทำงานเชิงกลยุทธ์ใหม่ระหว่าง Eaton และ Microsoft ที่ออกแบบมาเพื่อจัดการกับการพัฒนาอุตสาหกรรมที่สำคัญ ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล ความยั่งยืน และการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงาน
 

EATON
สอดคล้องกับพันธกิจของ Eaton คือการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมผ่านการใช้เทคโนโลยีและบริการสำหรับการจัดการพลังงาน ส่งมอบโซลูชันแบบยั่งยืนที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถจัดการพลังงานไฟฟ้า ไฮดรอลิกและเครื่องกลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัยยิ่งกว่า มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และวางใจได้มากยิ่งขึ้น
 
หลายปีที่ผ่านมา Eaton และ Microsoft ได้เพิ่มความสามารถด้านดิจิทัลให้กับ UPS ซึ่งช่วยให้สามารถใช้เป็นแหล่งพลังงานแบบกระจาย (DER) โซลูชันนี้จะช่วยให้ศูนย์ข้อมูล แบบ ‘grid-interactive’ รุ่นใหม่ รวมถึงศูนย์ที่ดำเนินการโดย Microsoft เพื่อรองรับโครงข่ายไฟฟ้าด้วยการจัดหาบริการที่มีความยืดหยุ่นสำหรับการผลิตพลังงานหมุนเวียนผันแปรในระดับสูง
 
Eaton ได้ประกาศว่าจะขยายความร่วมมือกับ Microsoft เพื่อเร่งการใช้งานเทคโนโลยีเครื่องสำรองไฟฟ้า EnergyAware (UPS) ในกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักทั่วโลก โดยมีองค์ประกอบสำคัญของกรอบข้อตกลงเชิงกลยุทธ์ คือการรวมเทคโนโลยี EnergyAware UPS ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ Eaton ในโครงการของ Microsoft หน้าที่หลักของ UPS คือการให้การป้องกันพลังงานสำรองสำหรับการใช้งานและสิ่งอำนวยความสะดวกที่สำคัญต่อภารกิจ และเพื่อปกป้องเหตุจากไฟฟ้าดับหรือปัญหาคุณภาพไฟฟ้า
 
การขายความยืดหยุ่นในกริดเป็นโอกาสสำหรับศูนย์ข้อมูลในการสร้างรายได้จากสินทรัพย์ที่มีการใช้งานน้อยเกินไป เช่น การจัดหาการจัดเก็บพลังงานและการจัดหาบริการตอบสนองความถี่ที่รวดเร็ว ซึ่งผู้ดำเนินการโครงข่ายต้องการมากขึ้นเมื่อกำลังการผลิตหมุนเวียนเพิ่มขึ้น และกริดสูญเสียความเฉื่อยที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเชื้อเพลิงฟอสซิล
 
UPS แบบ grid-interactive ช่วยแยกพลังงานที่ระดับกริด ซึ่งหมายความว่าผลประโยชน์ด้านความยั่งยืนของ UPS ครอบคลุมมากกว่าศูนย์ข้อมูล สิ่งนี้เปลี่ยนแปลงในแง่ของการจัดการพลังงานภายในโปรไฟล์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรวมของศูนย์ข้อมูล
 
 

from:https://www.techtalkthai.com/eaton-and-microsoft-collaborate-on-ups-grid-interactive-technology/

CISA เตือนระวังการโจมตี UPS ที่เข้าถึงได้จากอินเทอร์เน็ต

Cybersecurity and Infrastructure Security Agency (CISA) ได้ออกโรงเตือนองค์กรในสหรัฐฯให้ระวังการโจมตีระบบ UPS ว่าอาจถูกโจมตีได้ หากเปิดการเข้าถึงผ่านอินเทอร์เน็ต

UPS รุ่นใหม่มักมีฟีเจอร์ที่เปิดให้ผู้ดูแลสามารถรีโมตเข้ามาติดตามประสิทธิภาพและบำรุงรักษาได้ ประเด็นที่ CISA เตือนคือ “พบการโจมตีของคนร้ายกับระบบ UPS เปิดเชื่อมต่อผ่านอินเทอร์เน็ตโดยบ่อยครั้งจะใช้ Default Credential ที่ผู้ใช้ละเลยไม่ได้เปลี่ยน” ด้วยความสำคัญที่ UPS คือสิ่งจำเป็นยามฉุกเฉินจึงเตือนให้องค์กรกวดขันการใช้งาน UPS หากปิดกั้นทางอินเทอร์เน็ตได้ก็จะดีมาก แต่ต้องหาให้ได้ก่อนว่าในองค์กรมี UPS ที่มีความเสี่ยงเท่าไหร่ หากยังทำไม่ได้ก็ขวางการใช้งานด้วย VPN และเพิ่ม MFA ตั้งรหัสใหม่ที่แข็งแรงอย่าใช้ค่าเริ่มต้น

ที่มา : https://www.bleepingcomputer.com/news/security/cisa-warns-of-attacks-targeting-internet-connected-ups-devices/

from:https://www.techtalkthai.com/cisa-warns-about-internet-connected-ups/

[Guest Post] Eaton เปิดตัวไมโครดาต้าเซ็นเตอร์และ UPS รุ่นใหม่ มอบประสิทธิภาพการใช้งานเอดจ์และการจัดการพลังงานที่ยอดเยี่ยม

iCube 2.0 และ 9PX UPS คือผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาล่าสุดของ Eaton เพื่อมอบโซลูชันที่ตอบโจทย์การใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและรองรับการใช้งานเอดจ์แก่องค์กรที่ต้องการโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูลสำหรับอนาคต

Eaton iCube 2.0 (Micro Data Center 2.0)

 

Eaton บริษัทจัดการพลังงานระดับโลก ประกาศเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่สองรายการในกลุ่มผลิตภัณฑ์ไมโครดาต้าเซ็นเตอร์ (MDC) และเครื่องสำรองไฟ (UPS) ตระกูล 9PX ได้แก่ iCube 2.0 และ 9PX lithium-ion UPS ผลิตภัณฑ์ใหม่เหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะและจัดการกับจุดอ่อนขององค์กรในเอเชียที่กำลังมองหาโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูลสำหรับอนาคต พร้อมช่วยให้ธุรกิจบรรลุความเป็นเลิศด้านข้อมูลและเทคโนโลยีเชิงปฏิบัติการ ขณะที่วางตำแหน่งองค์กรเพื่อความสำเร็จในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่กำลังดำเนินอยู่

“ในขณะที่ทั่วโลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน กระบวนการดิจิทัลไลเซชั่นที่มีโรคระบาดเป็นตัวเร่งก็ทำให้การประมวลผลเอดจ์เติบโตขึ้น ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องกำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการประมวลผล จัดการ และส่งมอบข้อมูล และด้วยสภาพการณ์นี้เอง โซลูชัน MDC และ UPS จึงมีบทบาทสำคัญเพิ่มมากขึ้นในการลดช่องว่างการประมวลผลแบบเอดจ์ และสร้างความมั่นใจว่าแอปพลิเคชันที่สำคัญจะยังคงทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด” คุณปริญญา พงศ์รัตนกูล ผู้จัดการประจำประเทศไทย กล่าว “ด้วยเหตุที่การทำงานระยะไกลยังคงดำเนินต่อไป ประกอบกับการเติบโตของดิจิทัลไลเซชั่น ความต้องการการประมวลผลที่รวดเร็วและยั่งยืนจึงมีแต่จะเพิ่มขึ้น ซึ่งการเปิดตัว iCube 2.0 และ 9PX Lithium-ion UPS จะช่วยตอบสนองความต้องการนี้ ในขณะที่ยังคงรับประกันด้านประสิทธิภาพพลังงาน”

iCube 2.0 – โซลูชันศูนย์ข้อมูลขนาดเล็กที่ได้รับการยกระดับเพื่อความเป็นเลิศด้านการประหยัดพลังงานในการประมวลผลเอดจ์

iCube 2.0 เป็นการอัปเกรดจากโซลูชัน MDC 1.0 ที่มีอยู่ก่อนแล้วของ Eaton โดยได้รับการออกแบบมาเพื่อจัดการกับความท้าทายหลัก ๆ และจุดบอดที่พบโดยทั่วไปในการติดตั้งใช้งานที่เครือข่ายเอดจ์ เช่น ข้อจำกัดด้านพื้นที่ และการขาดความเชี่ยวชาญทางเทคนิคในการออกแบบและติดตั้งใช้งานโซลูชันตั้งแต่เริ่มต้น

iCube 2.0 แตกต่างจากโซลูชัน MDC 1.0 รุ่นแรก  ตรงที่ไมโครดาต้าเซ็นเตอร์รุ่นใหม่นี้สามารถปรับแต่งได้ตามขนาดของตู้แร็ค ผู้จัดการฝ่ายไอทีสามารถเลือกขนาดตู้ของ iCube 2.0 ซึ่งมีตั้งแต่ตู้แร็คพื้นฐานที่มาพร้อมอุปกรณ์สำคัญที่ออกแบบมาสำหรับสำนักงานขนาดเล็ก ไปจนถึงตู้แร็คหลายชั้นแบบสำเร็จรูปสำหรับสำนักงานขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ความยืดหยุ่นนี้ช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่ห้อง และปรับขนาดการใช้งานได้ตามการปฏิบัติงานที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ยังมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งใช้งานและการบำรุงรักษาที่ลดลง ส่งผลให้องค์กรมีความคุ้มค่ามากขึ้นด้วยต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของ (TCO) ที่ลดลง

iCube 2.0 เป็นโซลูชันที่ครบวงจรและสำเร็จรูป โดยรูปแบบปลั๊กแอนด์เพลย์ช่วยให้ผู้จัดการฝ่ายไอทีติดตั้งใช้งานได้ง่าย อีกทั้งไม่จำเป็นต้องบำรุงรักษาและใช้กำลังคนมาก เพราะมีระบบซอฟต์แวร์การจัดการอัจฉริยะที่ติดตั้งมาในตัว ซึ่งช่วยตรวจสอบพารามิเตอร์ด้านสิ่งแวดล้อมอย่างครอบคลุม ตลอดจนมีการแจ้งเตือนอัตโนมัติและการวิเคราะห์เชิงคาดการณ์เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ในขณะเดียวกัน อัตราการต้านทานแผ่นดินไหวที่ระดับ 8 ของ iCube 2.0 และการรับรองต่างๆ ทำให้สามารถใช้งาน iCube 2.0 ได้อย่างปลอดภัยในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวย ซึ่งอาจเต็มไปด้วยฝุ่น ความร้อน ความชื้น และแม้กระทั่งแผ่นดินไหว

9PX lithium-ion UPS – วิธีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและชาญฉลาดยิ่งขึ้นในการปกป้องแหล่งจ่ายไฟของโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง

ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดในตระกูล 9PX UPS ระดับองค์กรของ Eaton เป็นการนำลิเธียมไอออน (Li-ion) มาใช้กับผลิตภัณฑ์รุ่นปัจจุบันของบริษัทที่ทำงานด้วยพลังแบตเตอรี VRLA เพื่อให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยได้รับการทดสอบเปรียบเทียบว่าดีที่สุดในตลาด ซึ่งตอกย้ำผลงานที่ได้รับการพิสูจน์แล้วของ Eaton ในการติดตั้งใช้งาน Li-ion UPS โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ช่วยลดต้นทุนการผลิตและการใช้งาน โซลูชัน UPS ที่ใช้พลังแบตเตอรี่ Li-ion จึงได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีขนาดเล็กลง รอบการชาร์จสั้นลง อายุการใช้งานยาวนานขึ้น และประหยัด TCO

เครื่องสำรองไฟ Li-ion 9PX ของ Eaton มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ซึ่งเป็นหนึ่งในแบตเตอรี่ Li-ion ที่ปลอดภัยและมีอายุการใช้งานยาวนานที่สุดที่มีจำหน่ายในท้องตลาดปัจจุบัน โดยได้รับการรับรองมาตรฐาน Energy Star และให้ประสิทธิภาพพลังงานระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรมสูงถึง 94% ในโหมดออนไลน์ นอกจากการปล่อย CO2 ที่ลดลงแล้ว โซลูชัน UPS ยังทำให้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่วางได้มากขึ้น ด้วยพื้นที่ทางกายภาพที่น้อยลงและน้ำหนักโดยรวมลดลง เครื่องสำรองไฟรุ่นใหม่นี้ยังได้ติดตั้งซอฟต์แวร์ระบบจัดการแบตเตอรี่อัจฉริยะ (BMS) ตลอดจนคุณสมบัติที่สำคัญในด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ทำให้องค์กรสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการพลังงานและความจุ  รวมทั้งป้องกันเหล่าแฮกเกอร์อีกด้วย

มากไปกว่านั้น 9PX Li-ion UPS ยังมาพร้อมกับ Intelligent Power Manager ของ Eaton ซึ่งรองรับการทำงานร่วมกับสภาพแวดล้อมเสมือนอย่าง VMware และ HyperV ตลอดจนปรับปรุงความยืดหยุ่นของโครงสร้างพื้นฐานจากพลังงานที่ไม่พึงประสงค์และเหตุการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมด้วยการกู้คืนระบบจากความเสียหายโดยอัตโนมัติ และความสามารถขั้นสูงในการลดโหลดเพื่อให้ปฏิบัติการที่สำคัญสามารถเดินหน้าต่อไปได้

ด้วยต้นทุนด้านพลังงานและการระบายความร้อนที่ลดลง รวมถึงอายุการใช้งานยาวนาน 8-10 ปี ผลิตภัณฑ์ 9PX Li-ion UPS ของ Eaton จึงช่วยประหยัด TCO โดยรวมในระยะยาว เนื่องจากไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่ภายนอก หรือใช้แรงงานและค่าขนส่งที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับองค์กรที่เผชิญกับความท้าทายในการให้บริการอันเนื่องมาจากสถานที่ห่างไกลหรือการใช้งานขนาดใหญ่ สถานที่ที่ไฟฟ้าดับบ่อยครั้ง หรือมีการใช้แอปพลิเคชันที่สำคัญที่เครื่องหยุดทำงานไม่ได้แม้สักวินาที

“พลังงานคงที่มีความจำเป็นเพื่อให้แอปพลิเคชันหรือเซิร์ฟเวอร์ทำงานต่อเนื่องทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคของการประมวลผลเอดจ์ แต่นั่นก็อาจเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาวเช่นกัน” คุณปริญญา กล่าวเสริม “การสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจและความคล่องตัวในระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนเป็นความท้าทายที่องค์กรต่าง ๆ จะเผชิญมากขึ้น แต่ด้วยเทคโนโลยี พันธมิตร และกลยุทธ์ที่เหมาะสม ธุรกิจต่าง ๆ จะสามารถเดินทางข้ามผ่านปัญหาที่ซับซ้อนเหล่านี้ได้ และก้าวนำไปข้างหน้าในที่สุด”

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ iCube 2.0 และ 9PX Li-ion UPS ได้บนหน้าเว็บของแต่ละผลิตภัณฑ์ สำหรับธุรกิจที่กำลังมองหาโซลูชันที่เป็นนวัตกรรมใหม่เพื่อรองรับโครงสร้างพื้นฐานของศูนย์ข้อมูลในอนาคต สามารถลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมการสัมมนาออนไลน์ที่กำลังจะมีขึ้น และขอเข้าชมวิดีโอได้ที่ Transform Your Data Center resource hub ของ Eaton

เกี่ยวกับ Eaton Electrical Sector

ธุรกิจไฟฟ้าของ Eaton เป็นผู้นำระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญเชิงลึกในระดับภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายพลังงานและการป้องกันวงจร, คุณภาพไฟฟ้า, พลังงานสำรองและการจัดเก็บพลังงาน, การควบคุมและระบบอัตโนมัติ, ความปลอดภัยในชีวิตและความมั่นคง, โซลูชั่นโครงสร้าง และการแก้ปัญหาสภาพแวดล้อมที่รุนแรงและเป็นอันตราย Eaton กำลังขับเคลื่อนสิ่งที่สำคัญในอุตสาหกรรมและทั่วโลก ด้วยการช่วยลูกค้าแก้ปัญหาความท้าทายด้านการจัดการพลังงานไฟฟ้าที่สำคัญที่สุด ผ่านบริการแบบ end-to-end, ช่องทางและแพลตฟอร์มดิจิทัลแบบบูรณาการ ตลอดจนข้อมูลเชิงลึก

ภารกิจของ Eaton คือการปรับปรุงคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมผ่านการใช้เทคโนโลยีและบริการการจัดการพลังงาน เรามอบโซลูชันที่ยั่งยืนที่ช่วยให้ลูกค้าจัดการกำลังไฟฟ้า ไฮโดรลิก และพลังงานกลได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเชื่อถือได้มากขึ้น Eaton ทำรายได้ 17.9 พันล้านดอลลาร์ในปี 2563 และขายผลิตภัณฑ์ให้แก่ลูกค้าในกว่า 175 ประเทศ เรามีพนักงานประมาณ 94,000 คน สำหรับข้อมูล

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-eaton-micro-data-center-ups/

[Guest Post] เพียงเลือกใช้ APC-UPS รุ่นที่มีระบบ SmartConnect ผู้ซื้อก็จะได้รับระบบ monitoring ดีๆ แบบนี้พร้อมใช้ ฟรี(Free)! โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆเพิ่มอีก

เปิดตัวสินค้าล่าสุด SmartConnect UPS with Lithium Ion battery technology รับส่วนลดพิเศษสูงสุดถึง 20% จากราคาปกติ รวมค่าบริการติดตั้ง SmartConnect

Schneider electric เสนอโปรแกรมพิเศษให้ลูกค้าพิจารณาเลือกใช้งาน APC SmartConnect UPS ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษ

  1. ระบุขนาด UPS (kVA) และรูปแบบ (Tower/Rack) เทคโนโลยีแบตเตอรี่ (lead acid/LiOn)
  2. ระบุกับตัวแทนจำหน่ายว่าต้องการใช้ SmartConnect UPS และพร้อมให้ส่งสินค้าติดตั้งก่อนวันที่ 30 เมษายน

APC SmartConnect มาพร้อมกับคุณสมบัติดังนี้

  • เข้าถึงได้จากอุปกรณ์ที่อินเตอร์เน็ตเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตจากเว็ปหรืออุปกรณ์พกพา
  • ระบบล็อคอินและสมัครสมาชิกที่เรียบง่าย
  • ไม่มีจำเป็นต้องใช้ ซอฟแวร์พิเศษ SNMP trap หรือ การเขียนโปรแกรม
  • ระบบแจ้งเตือนเชิงรุก และ การแนะนำผลกระทบ (Lifecycle Recommendations)
  • Smart-UPS เชื่อมต่อโดย ยึดมั่นในมาตรฐานอุตสาหกรรมล่าสุด ในการป้องกันการเก็บข้อมูล
  • การช่วยเหลือปรับปรุง แก้ปัญหา และ สนับสนุน

from:https://www.techtalkthai.com/apc-ups-smartconnect-with-free-monitoring-systems-until-30-april-2021/

แนะนำ Eaton 9SX UPS อุปกรณ์สำรองไฟฟ้าสำหรับ Server, Storage และอุปกรณ์ Network

สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางที่ต้องใช้ระบบ IT ในการทำงานทุกวัน UPS ขนาดเล็กสำหรับปกป้องอุปกรณ์สำคัญอย่าง Server, Storage หรืออุปกรณ์ Network ที่มีราคาสูงนั้นถือเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจลงได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดปัญหากับระบบไฟฟ้าจนอาจทำให้อุปกรณ์ที่มีราคาแพงและข้อมูลภายในอุปกรณ์เหล่านั้นเกิดความเสียหาย

Eaton 9SX UPS ถือเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์เรือธงของ Eaton ที่เหล่าธุรกิจทั่วโลกให้ความไว้วางใจ เลือกใช้ในการปกป้องอุปกรณ์สำคัญเหล่านี้เพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้อย่างไม่สะดุด และบทความนี้เราก็จะพาทุกท่านไปรู้จักกับ Eaton กันครับ

Eaton 9SX UPS: ระบบ Online Double-Conversion UPS ประสิทธิภาพสูง รองรับการทำ Hot-Swappable Battery

Eaton 9SX UPS นี้เป็นอุปกรณ์ UPS จาก Eaton ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาทดแทนรุ่น 9130 ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในอดีต โดยมีการใช้สถาปัตยกรรมการทำงานแบบ Online Double Conversion พร้อมระบบที่จะคอยตรวจสอบปัจจัยด้านพลังไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งในส่วนของ Voltage และ Frequency รวมถึงสามารถทำ Automatic By-pass ได้เมื่อเกิด Overload หรือระบบ UPS มีปัญหา ทำให้มีโอกาสเกิด Unplanned Downtime น้อยลง

ในเชิงของประสิทธิภาพและความคุ้มค่าในการใช้พลังงาน Eaton 9SX UPS นี้สามารถรองรับการใช้งานได้ตั้งแต่ 1-3 kVA ต่ออุปกรณ์ พร้อมค่า Power Factor ที่ 0.9 ประหยัดพลังงานกว่า UPS อื่นๆ ในระดับที่ใกล้เคียงกันถึง 28% ทำให้สามารถรองรับการสำรองไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ได้จำนวนมากขึ้น และยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี Eaton ABM ซึ่งใช้เทคนิคการชาร์จไฟแบบ 3-stage ที่ช่วยให้อายุการใช้งานของแบตเตอรี่นั้นยาวนานกว่าเดิมถึง 50% เลยทีเดียว

แน่นอนว่าความง่ายดายในการดูแลรักษาก็เป็นอีกประเด็นสำคัญ และแบตเตอรี่ภายใน Eaton 9SX UPS นี้ก็มาพร้อมกับการทำ Hot-Swappable Battery ได้ในตัว และยังทำ Maintenance Bypass ได้ ทำให้การเปลี่ยนแบตเตอรี่นั้นสามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่มี Downtime ต่อระบบที่ใช้งานอยู่ โดย Eaton 9SX UPS นี้จะสามารถแนะนำผู้ใช้งานได้ว่าควรเปลี่ยนแบตเตอรี่เมื่อใด ทำให้การวางแผนเพื่อเปลี่ยนอุปกรณ์นั้นเป็นไปได้อย่างเหมาะสมเมื่อถึงเวลาอันควร

นอกจากแบตเตอรี่ภายในแล้ว Eaton 9SX UPS นี้ก็ยังรองรับการเสริม External Hot-Swappable Battery Module ได้สูงสุดอีกถึง 4 ชุด เพื่อให้จ่ายไฟฟ้าสำรองได้ยาวนานมากยิ่งขึ้นและอาจยาวนานถึงหลายชั่วโมงได้ในบางกรณี เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการลดความเสี่ยงในจุดนี้ลงไปได้อีกระดับ

Eaton วางให้ 9SX UPS นี้เป็นโซลูชันสำหรับสำรองไฟฟ้าให้กับ Server, Storage และอุปกรณ์ Network สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง ที่อาจจะไม่ได้มีห้อง Data Center ขนาดใหญ่เป็นของตัวเอง แต่มีเพียงตู้ Rack ในห้อง Server เล็กๆ หรือใช้ Tower Server ในห้องทำงานเลยเป็นหลัก

บริหารจัดการได้ง่าย ด้วยหน้าจอ LCD และวิธีการบริหารจัดการอื่นอีกหลากหลาย

ตามมาตรฐานของระบบ UPS ที่การติดตามตรวจสอบการทำงานนั้นจะต้องทำได้ทั้งผ่านหน้าจอ LCD และบริหารจัดการผ่านระบบเครือข่ายหรือช่องทางอื่นๆ Eaton 9SX UPS ก็มีทั้งหน้าจอ LCD และ Intelligent Power Software สำหรับใช้ในการบริหารจัดการได้ตามต้องการ

อีกความสามารถที่ถูกเสริมเข้ามาให้ง่ายดายต่อการใช้งานและการวางแผนในระยะยาวภายในระบบนี้ ก็คือระบบ Energy Meter ที่จะช่วยวัดปริมาณการใช้พลังงานและสรุปค่า kWh ออกมา ทำให้เราสามารถทราบถึงการใช้พลังงานที่เกิดขึ้นจริงในระบบ และประเมินการเพิ่มอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับ UPS หรือเพิ่มจำนวนอุปกรณ์ UPS ในการใช้งานได้อย่างเหมาะสม

ผสานระบบ Virtualization และกระบวนการทำ Disaster Recovery ทำงานร่วมกับโซลูชันอื่นได้มากมาย

อีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้ Eaton ตอบโจทย์การใช้งานในธุรกิจองค์กรได้เป็นอย่างดี ก็คือความสามารถในการทำงานร่วมกับโซลูชันอื่นๆ เพื่อส่งสัญญาณไปแจ้งเตือนเมื่อมีปัญหาทางด้านระบบไฟฟ้าเกิดขึ้น และทำให้ระบบในภาพรวมสามารถตัดสินใจเพื่อทำ High Availability (HA) หรือ Disaster Recovery (DR) ต่อไปได้

Eaton 9SX นี้สามารถทำงานร่วมกับโซลูชันชั้นนำอย่างเช่น VMware, Microsoft, Cisco, Dell EMC, HPE, Citrix, Nutanix, Red Hat และอื่นๆ ได้ ทำให้ในระบบ Virtualization นั้นสามารถทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับระบบไฟฟ้าและทำการย้าย Virtual Machine (VM) ออกไปยังเครื่อง Host อื่น, Cluster อื่น หรือแม้แต่สาขาอื่นได้อย่างทันท่วงที ช่วยลด Downtime ที่อาจเกิดขึ้นกับระบบ และลดความเสี่ยงที่ข้อมูลในระบบสำคัญจะสูญหายลงไปได้อีกชั้นหนึ่ง

นอกจากนี้ ใน Eaton 9SX ก็ยังมีการเสริมระบบ Load Segment Control ที่สามารถแบ่งได้ 2 Group ในการใช้งาน พร้อมเปิดให้ผู้ดูแลระบบสามารถกำหนดลำดับในการจ่ายพลังงานให้กับอุปกรณ์อื่นๆ ได้, กำหนดลำดับในการ Shutdown ระบบเมื่อเกิดปัญหากับระบบไฟฟ้าได้ และยังช่วยทำ Remote Reboot ให้กับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่ได้ เรียกได้ว่าเสริมทุกสิ่งที่จะช่วยให้ผู้ดูแลระบบทำงานได้ง่ายขึ้นเข้าไปนั่นเอง

มีหลายขนาดและหลาย Form Factor ให้เลือกใช้ได้ตามต้องการ

Eaton 9SX UPS นี้ มีทั้งรุ่นแบบ Tower และ Rack ให้ใช้ โดยทั้งสอง Form Factor นี้ต่างก็รองรับการใช้งานได้ตั้งแต่ 1 – 3 kVA ดังนั้นผู้ที่สนใจจึงสามารถเลือกซื้อ Form Factor ที่เหมาะสมกับธุรกิจของตนเองไปใช้งานได้ทันที

ติดต่อ Eaton ได้ทันที

ผู้ที่สนใจโซลูชันด้านการสำรองไฟฟ้า สามารถติดต่อตัวแทนจำหน่ายของอีตั้น คือ บริษัท อินแกรม ไมโคร (ประเทศไทย) จำกัด หรือ ทีมงาน Eaton ได้ทันทีที่ 02-511-5300 Email: EatonIDCSupport@Eaton.com หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ Eaton เพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ http://www.eaton.com

from:https://www.techtalkthai.com/eaton-9sx-ups-for-server-storage-and-network-appliance/

แนะนำ Eaton 93PS UPS: ระบบ Online UPS สำหรับ Data Center ประหยัดพลังงาน และเพิ่มขยายได้ตามการเติบโตของระบบ IT

ยิ่งข้อมูลมีความสำคัญต่อธุรกิจมากขึ้นเท่าไหร่ ระบบสำรองไฟหรือ UPS นั้นก็ยิ่งกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจองค์กรที่มีการจัดเก็บข้อมูลสำคัญทางธุรกิจหรือระบบ Big Data เอาไว้ภายใน EDGE Node หรือ Data Center ของตนเองเพื่อให้สามารถเข้าถึงได้อย่างรวดเร็วและควบคุมความมั่นคงปลอดภัยได้ตามต้องการ ในบทความนี้เราจะมาแนะนำเทคโนโลยี UPS สำหรับ Data Center จากผู้ผลิตชั้นนำอย่าง Eaton กับผลิตภัณฑ์รุ่น Eaton 93PS ให้ทุกท่านได้รู้จักกันครับ

Eaton 93PS UPS: โซลูชั่น Data Center UPS ที่ทั้งคุ้มค่า, ยืดหยุ่น, ประหยัดพื้นที่ และง่ายในการบำรุงรักษา

Credit: Eaton

Eaton 93PS UPS นี้เป็นโซลูชั่นระบบ Online UPS ที่ถูกออกแบบมาสำหรับใช้งานภายในห้อง Server หรือ Data Center โดยเฉพาะ และให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าในการใช้พลังงาน, การเพิ่มขยายระบบ, ความมั่นคงทนทาน, ความง่ายในการดูแลรักษา และความปลอดภัยต่อการใช้งานเป็นหลัก เพื่อให้มั่นใจได้อยู่เสมอว่าระบบ IT หรือ ข้อมูลสำคัญภายในห้อง Server หรือ Data Center นั้นจะมีพลังไฟฟ้าเพียงพอต่อการทำงานอยู่เสมอไม่ว่าในสถานการณ์ใด

ระบบของ Eaton 93PS UPS นี้รองรับการใช้พลังงานได้ตั้งแต่ 15kw – 40kW โดยภายในจะมี Battery ให้ใช้งานได้ถึง 4 String โดยแต่ละ String ติดตั้งได้ 32 Block และออกแบบมาให้ทำงานได้แบบ 3in/3out ทำให้มีความยืดหยุ่นต่อการใช้งาน ซึ่ง Eaton 93PS นี้สามารถเลือกใช้งานได้ใน Frame 2 ขนาด ได้แก่ขนาดเล็กที่รองรับการติดตั้ง 1 โมดูลภายใน และขนาดใหญ่ที่รองรับการติดตั้งได้ 2 โมดูลภายใน และมีแบบใช้กับ External Battery สำหรับเพิ่มเวลาการสำรองไฟฟ้าได้ตามต้องการ

รายละเอียดเชิงเทคนิคทั้งหมดของ Eaton 93PS สามารถตรวจสอบได้ที่ Datasheet https://dl.techtalkthai.com/eaton_93ps_datasheet_1260887_guide.pdf

สำหรับจุดเด่นอื่นๆ ที่น่าสนใจของ Eaton 93PS มีดังนี้

ประหยัดพลังงานเสมอ ไม่ว่าจะ Load มากหรือน้อย

Credit: Eaton

โดยทั่วไปแล้ว UPS จะทำงานได้ประสิทธิภาพสูงขึ้นเมื่อจ่ายพลังงานไปยัง Load มากขึ้น ซึ่ง Eaton 93PS มาพร้อมกับเทคโนโลยี Energy Saving System (ESS) ที่ช่วยให้มีประสิทธิภาพในการใช้พลังงานนั้นสูงถึง 99% ในโหมด ESS และ 96% ในโหมด Double conversion

อย่างไรก็ดี สำหรับกรณีที่ Load ไม่สูงซึ่งเป็นกรณีที่เกิดขึ้นภายใน Data Center ของธุรกิจองค์กรส่วนใหญ่นั้น เทคโนโลยี UPS ทั่วๆ ไปอาจไม่สามารถจ่ายพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากนัก แต่ทาง Eaton เองก็ได้เสริมเทคโนโลยี Variable Module Management System (VMMS) ที่ช่วยให้เกิดการใช้พลังงานในแต่ละ Uninterrupted Power Module (UPM) นั้นมีความเหมาะสมต่อปริมาณของพลังงานที่ต้องการใช้ โดยคำนึงถึงประเด็นด้านประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน และมีการกระจายการใช้ UPM หลายๆ ชุดร่วมกันโดยอัตโนมัติ ทำให้แม้ในสภาวะที่ Load ไม่สูงนัก Eaton 93PS UPS ก็ยังคงทำงานให้โดยมีประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ดีกว่าปกติ และประหยัดพลังงานลงไปได้สูงถึง 30-40% เมื่อเทียบกับ UPS ทั่วไปหากคำนวณปัจจัยด้านการระบายความร้อนที่เกิดขึ้นด้วย

ทั้งนี้ Eaton เองก็มีเครื่องมือสำหรับการประเมิน Total Cost of Ownership หรือ TCO สำหรับช่วยประกอบการตัดสินใจในเชิงความคุ้มค่าให้ใช้งานได้ฟรีที่ http://tco.eaton.com/EatonTCOCalc/EatonTCOCalc_Client/app/index.html ด้วย ซึ่งเราสามารถเลือกรุ่นและรูปแบบการใช้งานต่างๆ กันมาเปรียบเทียบกันให้เห็นภาพได้อย่างชัดเจน ถึงความคุ้มค่าในการใช้งานเป็นระยะเวลาได้ถึง 10 ปีเลยทีเดียว

มีระบบ Redundancy ภายในตัว ใช้พื้นที่ติดตั้งน้อย

การประหยัดพื้นที่ภายใน Data Center หรือห้อง Server ก็ถือเป็นเรื่องสำคัญเพื่อรองรับต่อการมาของแนวโน้มด้าน Edge Computing และ Edge Data Center ดังนั้น Eaton 93PS นี้จึงถูกออกแบบมาให้ประหยัดพื้นที่ด้วย และสามารถออกแบบระบบให้ทำงานแบบ Redundant ได้ภายใน Frame ชุดเดียวกัน สามารถใช้พื้นที่ติดตั้งได้น้อยลง และเมื่อระบบมีการขยายขนาดขึ้น ก็สามารถออกแบบระบบให้ทำงานร่วมกันแบบ Redundant ข้ามระหว่าง Frame ได้สูงสุดถึง 4 Frame สำหรับพลังงานรวมกันสูงสุดที่ 160kW เลยทีเดียว

เพิ่มขยายและซ่อมบำรุงได้ง่าย ไม่ต้องหยุดการทำงานของระบบ

Credit: Eaton

แนวคิดสำคัญหนึ่งของ Eaton 93PS นี้คือ Pay as you grow หรือการที่ธุรกิจสามารถเริ่มต้นลงทุนใช้งาน Eaton 93PS จากระบบเล็กๆ เท่าที่ต้องใช้งานก่อนได้ แล้วจึงค่อยเพิ่มขยายในภายหลังเมื่อระบบเติบโตขึ้น แนวคิดนี้เป็นแนวคิดแบบเดียวกับเทคโนโลยีการ Scale-Out ที่เรามักพบเห็นได้ในระบบ IT นั่นเอง

Eaton 93PS นี้สามารถทำการเพิ่มขยายระบบได้ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง โดยไม่ต้องมีการหยุดการทำงานของระบบแต่อย่างใด โดยสำหรับการอัปเกรดด้วยการเพิ่ม UPM ภายใน Frame เดียวกันหรือการเพิ่ม Frame ใหม่เข้ามาในระบบนี้ก็สามารถทำได้ทันทีอย่างง่ายดาย โดยหากมีระบบใดมีปัญหาขัดข้อง ทีมงานมืออาชีพผู้เชี่ยวชาญจาก Eaton ก็พร้อมที่จะทำการถอดเปลี่ยน และซ่อมบำรุงระบบให้ทำงานได้ตามปกติภายในเวลาเพียงไม่ถึง 10 นาทีเท่านั้น

ออกแบบให้ตอบโจทย์การใช้งานจริง เห็นสถานะได้ชัดจากระยะไกล

อีกจุดหนึ่งที่ Eaton ได้ทำการออกแบบเอาไว้นั้นก็คือการทำให้ผู้ดูแลระบบ IT สามารถมองเห็นสถานะการทำงานของ Eaton 93PS UPS ได้จากระยะไกล ด้วยสัญญาณไฟขนาดใหญ่ที่เด่นชัดหน้า Frame ซึ่งจะบอกถึงสถานะการทำงานที่เป็นปกติด้วยสีเขียว, การทำงานด้วยการใช้พลังงานจาก Battery หรือ Bypass ด้วยสีเหลือง และการแจ้งเตือนว่ามีปัญหาด้วยสีแดง

บริหารจัดการได้ง่ายดาย ผ่าน Eaton Intelligent Power Manager

เพื่อตอบรับต่อแนวโน้มด้านการทำ IT Automation ทาง Eaton ก็ตอบโจทย์นี้ได้ด้วย Eaton Intelligent Power Management ซึ่งเป็นระบบ Software สำหรับตรวจสอบการทำงานและบริหารจัดการอุปกรณ์ UPS ทั้งหมดได้จากศูนย์กลาง และยังสามารถนำสถานะการทำงานของระบบ UPS ไปใช้เป็นเงื่อนไขในการทำ Automation ร่วมกับระบบอื่นๆ เช่นการสั่งปิด Server, การย้าย VM หรืออื่นๆ โดยอัตโนมัติได้ โดยรองรับการ Integrate ระบบเข้ากับโซลูชันของผู้ผลิตรายอื่นๆ ได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น VMware, Citrix, HPE, Nutanix, Cisco, NetApp, Dell EMC, Microsoft หรือแม้แต่ OpenStack ก็ตาม

ติดต่อ Eaton ได้ทันที

ผู้ที่สนใจโซลูชันด้านการสำรองไฟฟ้า สามารถติดต่อทีมงาน Eaton ได้ทันทีที่ Email: EatonIDCSupport@Eaton.com หรือโทร 02-511-5300 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ Eaton ได้ที่ http://www.eaton.com

from:https://www.techtalkthai.com/eaton-93ps-ups-data-center-online-ups-introduction/

Delta UPS มาตรฐานระดับโลก อุปกรณ์สำรองไฟฟ้าสำหรับ Server และเครือข่าย

Quickserv ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางระบบ IT Server และเครือข่าย กับบทความสำคัญของตัวแทนจำหน่าย Delta UPS อุปกรณ์สำรองไฟฟ้ามาตรฐานระดับโลกให้กับองค์กรชั้นน

องค์กร บริษัท หรือห้างร้านที่กำลังมองหา UPS เพื่อสำรองไฟฟ้าในกรณีฉุกเฉินเมื่อเกิดไฟฟ้าดับหรือเหตุการณ์ขัดข้องเพื่อให้เครือข่าย เครื่อง Server รวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง วันนี้ Quickserv พร้อมแล้วที่จะนำเสนอโซลูชั่นของ Delta UPS อุปกรณ์สำรองไฟฟ้ามาตรฐานระดับโลกจาก Delta Electronics บริษัทชั้นนำจากประเทศไต้หวัน ผู้นำโซลูชั่นทางด้านระบบ Data Center, UPS, การจัดการพลังงาน รวมถึงการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ที่ได้เริ่มดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ปี .. 2531 อีกทั้งยังมีประสบการณ์ในการผลิต ออกแบบและจำหน่าย UPS ให้กับองค์กรชั้นนำทั่วโลกมาเป็นระยะเวลานานกว่าทศวรรษ ทำให้ปัจจุบัน Delta Electronics ขึ้นแท่นเป็นองค์กรระดับโลกที่ผลิตสินค้ากลุ่มไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ให้กับหลากหลายธุรกิจ เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมต่าง ดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีการหยุดชะงักและไม่มีอุปสรรคในเรื่องของพลังงานไฟฟ้า

Quickserv ตัวแทนจำหน่าย Delta UPS อย่างเป็นทางการจาก Delta Electronics

ปัจจุบันบริษัทควิกเซิร์ฟ โปรไวเดอร์ จำกัด หรือ Quickserv ได้รับการแต่งตั้งจาก บริษัท Delta Electronics ให้เป็นตัวแทนจำหน่าย Delta UPS เพื่อนำเสนอโซลูชั่นอุปกรณ์สำรองไฟฟ้าให้กับภาคธุรกิจและองค์กรต่าง ในประเทศไทย อาทิ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ, งานโทรคมนาคม, Data Center, Work Station, Server และอุปกรณ์เครือข่าย ทั้งสำหรับอุปกรณ์ขนาดเล็กตลอดไปจนถึงโครงการขนาดใหญ่ รวมถึงระบบสื่อสาร ภาคอุตสาหกรรม ธนาคารโรงพยาบาล บริษัทการบิน ระบบโลจิสติกส์และสาธารณูปโภคพื้นฐานต่าง โดยในปัจจุบัน Quickserv ได้จำหน่าย Delta UPS ซีรีย์ยอดนิยม 2 ซีรีย์ ได้แก่

  • Delta UPS N Series เครื่องสำรองไฟฟ้าระบบ True Online ที่ให้ประสิทธิภาพดีเยี่ยมขนาดเล็ก ตั้งแต่ 1-3 kVA สำหรับไฟ 1 เฟส สำหรับการใช้งานในองค์กรขนาดเล็กและขนาดกลางรวมถึงการใช้เป็น UPS สำหรับคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ IT ซึ่งง่ายสำหรับการติดตั้ง ใช้พื้นที่น้อย เหมาะสำหรับการใช้งานกับอุปกรณ์เครือข่าย Workstation, เครื่อง POS (Point of Sale), ตู้ ATM, อุปกรณ์เครือข่ายสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก หรือการสำรองไฟสำหรับอุปกรณ์เครือข่ายที่กระจายตามอาคาร อีกทั้งยังเหมาะสำหรับการใช้เป็นเครื่องสำรองไฟสำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนตัวภายในบ้านอีกด้วย
  • Delta UPS RT Series เครื่องสำรองไฟฟ้าระบบ True Online ที่สามารถติดตั้งได้ทั้ง แบบ Rack และ Tower ขนาด ตั้งแต่ 1-10 kVA สำหรับไฟ 1 เฟส มีให้เลือกมากมายหลายรุ่นตั้งแต่รุ่นเพื่อการสำรองไฟเพื่อใช้งานกับคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่ายและสำนักงานขนาดเล็ก ไปจนถึงรุ่นที่มีกำลังไฟสูงเพื่อใช้กับเครือข่าย ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ อาทิ การใช้เป็นอุปกรณ์สำรองไฟฟ้าสำหรับ Network และ Data Center, เครือข่าย VoIP และระบบโทรคมนาคมที่ต้องการ UPS ประสิทธิภาพสูงเพื่อการจ่ายไฟฟ้าสำรองได้ยาวนานอย่างต่อเนื่องในกรณีที่เกิดไฟฟ้าขัดข้อง

ข้อดีของ Delta UPS ที่ทำให้องค์กรชั้นนำเลือกใช้

Delta UPS ถูกออกแบบมาให้รองรับกับการใช้งานเพื่อตอบสนองการดำเนินงานของภาคธุรกิจและองค์กร ตั้งแต่บริษัทขนาดเล็ก ขนาดกลาง ไปจนถึงเครือข่ายขนาดใหญ่ มีให้เลือกใช้ตั้งแต่ UPS แบบ 1 เฟส ไปจนถึง 3 เฟส พร้อมระบบ True Online Double Conversion เริ่มตั้งแต่การใช้เป็นอุปกรณ์สำรองไฟฟ้าสำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและอุปกรณ์ต่อพ่วง, ใช้เป็น UPS สำหรับเซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์เครือข่ายที่ต้องการกำลังไฟสูงเกินกว่า 1kVA ไปจนถึงความต้องการใช้งานในระดับกำลังไฟสูงกว่า 20kVA  ขึ้นไป ตอบสนองการใช้งานตั้งแต่ระบบรักษาความปลอดภัย, ระบบกล้องวงจรปิด ระบบ POS สำหรับธุรกิจห้างร้าน ไปจนถึงธุรกิจขนาดใหญ่ที่ต้องการอุปกรณ์สำรองไฟฟ้าสำหรับระบบงานที่มีความสำคัญสูง อย่างเช่น ธุรกิจโทรคมนาคม สถาบันการเงินและธุรกิจธนาคาร Data Center โรงพยาบาล และภาคอุตสาหกรรม รวมถึงการใช้เป็นระบบสำรองไฟฟ้าให้กับระบบเครือข่ายหรือ Server ที่มูลค่าสูงเพื่อป้องกันความเสียหายในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

Delta UPS แต่ละรุ่นออกแบบมาให้มีฟังก์ชั่นสะดวกสำหรับการใช้งาน พร้อมระบบซอฟต์แวร์การจัดการที่ครบถ้วนซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ฟรี ซอฟแวร์ใช้งานง่าย สามารถตรวจสอบสถานะการทำงานและสภาพของแบตเตอรี่ได้ผ่านทางหน้าจอ พร้อมระบบ Intelligent Battery Management ที่ช่วยให้แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานยาวนาน คงทน สามารถเชื่อมต่อผ่านสาย USB เพื่อใช้งานร่วมกับโมดูลเสริมสำหรับ SNMP และ Software สำหรับการบริหารจัดการโดยเฉพาะได้ อีกทั้งยังมีระบบการแจ้งเตือนเมื่อมีเหตุผิดปกติผ่านทาง Email และ SMS

Delta UPS เป็นอุปกรณ์สำรองไฟฟ้าที่มั่นใจได้ในเรื่องของความทนทานในระดับสูงสุด มีวิธีการดูแลรักษาที่ง่าย รองรับการเพิ่มจำนวนได้ตามต้องการ ยังประหยัดพื้นที่ในการจัดวาง แต่ละรุ่นออกแบบมาให้สะดวกสำหรับการจัดวางและการใช้งาน ไม่สิ้นเปลืองพื้นที่อีกทั้งยังสะดวกสำหรับการเคลื่อนย้าย คุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายในการลงทุน มาพร้อมกับการรับประกันเป็นระยะเวลาสูงสุดถึง 3 ปี แบบ Onsite ด้วยการบริการจากช่างผู้ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านจาก Quickserv อีกทั้งหากมีปัญหาเครื่องเสีย Quickserv ยังนำเสนอการเปลี่ยน Delta UPS เครื่องใหม่ให้ทันที

องค์กรชั้นนำทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่ไว้วางใจเลือกใช้ Delta UPS ได้แก่ ระบบสำรองไฟของกล้องวงจรปิด กรุงเทพมหานคร, ระบบสำรองไฟสำหรับด่านเก็บเงินทางด่วนกรุงเทพ, ระบบสำรองไฟของศูนย์ข้อมูลและสาขาของธนาคารชั้นนำทั่วประเทศ, ระบบสำรองไฟของศูนย์ข้อมูลผู้ให้บริการโทรคมนาคม และระบบสำรองไฟของเครื่อง CT Scan และ MRI ในโรงพยาบาลชั้นนำหลายแห่ง   

นอกจากความเชี่ยวชาญและประสบการณ์เฉพาะด้านที่เกี่ยวกับ Server และ อุปกรณ์เครือข่ายรวมถึงระบบ Internet Data Center เป็นระยะเวลานานกว่า 7 ปี ที่ทำให้ Quickserv ได้รับความไว้วางใจ Delta Electronics ให้เป็นตัวแทนจำหน่าย Delta UPS แล้ว Quickserv ยังมีเกียรติบัตรที่สามารถรับรองและการันตีคุณภาพโดยการยอมรับให้เป็น Intel Technology Provider ในระดับ Platinum Partner เพียงรายเดียวในไทยที่ได้รับ Server Specialist Certification อีกด้วย

ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดและขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Delta UPS ผ่านทาง Quickserv ได้ที่ : https://www.quickserv.co.th/ups/DELTA.html

from:https://www.techtalkthai.com/delta-ups-for-servers-and-networks/

มี Data Center เองได้ไม่ต้องสร้างห้อง ด้วย Eaton Micro Data Center ตอบโจทย์ SMB และ Edge Computing

ถึงแม้ว่าการใช้ Cloud จะได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ แต่สุดท้ายแล้ว Data Center ภายในธุรกิจต่างๆ เองก็ไม่หายไปอย่างแน่นอน ด้วยแนวโน้มของ Hybrid Cloud และ Edge Computing ที่เข้ามาเติมเต็มความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลและประมวลผลให้กับ Public Cloud ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในเวลานี้ บทความนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับเทคโนโลยี Micro Data Center ของ Eaton ที่จะช่วยพลิกโฉมจากการสร้าง Data Center ขนาดใหญ่ ลงมาเหลือเพียงตู้ Rack เพียงตู้เดียวที่มีทุกอุปกรณ์ครบจบในตัวกันครับ

 

ทำไมธุรกิจถึงยังคงต้องมี Data Center เพื่อใช้งานภายในองค์กร?

ถึงแม้การเติบโตของ Cloud ทั่วโลกและในไทยนั้นจะเป็นไปอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานที่แทบทุกธุรกิจต้องใช้งานกันแล้ว แต่ Data Center ภายในธุรกิจหรือองค์กรเองนั้นก็ไม่ได้สูญหายไปเสียทีเดียว ในขณะที่บางธุรกิจเองก็กลับต้องลงทุนสร้าง Data Center เพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ ซึ่งที่มาของเหตุการณ์เหล่านี้ก็เกิดขึ้นจากสาเหตุหลักๆ เลย นั่นก็คือ Cloud นั้นไม่ได้สามารถตอบโจทย์ได้ทุกอย่างในธุรกิจองค์กร

ลองนึกถึงองค์กรขนาดใหญ่ที่มีระบบ Application อันหลากหลายและซับซ้อนซึ่งทำงานร่วมกันอยู่ ระบบเหล่านี้ไม่สามารถย้ายขึ้นบริการ Cloud ทั้งหมดได้ในชั่วข้ามคืน อีกทั้งการค่อยๆ ย้ายบางระบบขึ้นไปนั้นก็อาจกระทบต่อการทำงานของระบบที่เหลืออยู่ ทำให้เหล่าองค์กรขนาดใหญ่นั้นก็ยังคงต้องมี Data Center เอาไว้สำหรับรองรับ Application ที่ใช้งานอยู่เดิม และเติมเต็มด้วยบริการ Cloud สำหรับระบบ Application ใหม่ๆ ที่พัฒนาขึ้นมาหรือระบบเดิมที่พอจะย้ายขึ้นไปเพื่อลดค่าใช้จ่ายได้

หรือสำหรับธุรกิจขนาดเล็กลงมา หลายๆ ธุรกิจเองก็ยังคงเลือกที่จะใช้ Data Center ของตนเองต่อไปเพราะการย้ายข้อมูลสำคัญทางธุรกิจขึ้นไปใช้งานบน Cloud ให้ได้อย่างมั่นคงปลอดภัยนั้นก็ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญมาช่วยดูแลและจัดการประเด็นเหล่านี้ ในขณะที่การย้ายบางระบบขึ้นไปใช้บน Cloud นั้นก็อาจทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าเดิมเป็นอย่างมากในระยะยาว อีกทั้งในองค์กรเองยังไงก็ยังคงต้องมีการติดตั้ง Network Appliance หรือ Security Appliance และอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานภายในองค์กร ทั้ง Microsoft Active Directory, NAS Storage และอื่นๆ อยู่ดี การมี Data Center เพื่อรองรับระบบเหล่านี้จึงยังคงเป็นทางเลือกของหลายๆ ธุรกิจอยู่

นอกจากนี้ การมาของเทคโนโลยี Big Data Analytics, Internet of Things (IoT) และ Artificial Intelligence (AI) นั้นต่างก็ต้องการระบบจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่พร้อมหน่วยประมวลผลประสิทธิภาพสูง ที่สามารถรับข้อมูลจากระบบอื่นๆ ได้ในแบบ Real-time เพื่อทำการประมวลผลทันที แนวคิดของ Edge Computing ที่ทำการสร้างระบบ Data Center ขนาดเล็กๆ กระจายไปยังสาขาหรือโรงงานต่างๆ เพื่อจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลก่อนจะทำการส่งผลลัพธ์บางส่วนขึ้นไปบน Cloud นั้นก็เป็นแนวคิดที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว ทำให้องค์กรเองต้องมองหาวิธีการสร้าง Data Center ขนาดเล็กในราคาที่คุ้มค่าเพื่อตอบโจทย์ความต้องการทางธุรกิจเหล่านี้ให้ได้

 

Eaton Micro Data Center: ยกห้อง Data Center มาใส่ไว้ในตู้ Rack เพียงตู้เดียว

แนวคิดของ Eaton Micro Data Center นั้นก็คือการสร้างตู้ Rack ที่มีทั้งระบบไฟ, ระบบระบายความร้อน, ระบบสำรองไฟฟ้า, ระบบ Sensor ตรวจสอบการทำงาน และระบบ Monitoring ครบสมบูรณ์ภายในตัว สำหรับ Computer Server ที่ติดตั้งภายใน Rack ตู้นี้สามารถทำงานได้เสมือนกับการติดตั้งใช้งานภายใน Data Center ใหญ่ๆ ได้เลย ทำให้องค์กรนั้นไม่ต้องลงทุนเสียพื้นที่สร้างห้องขนาดใหญ่หลายล้านบาทในการที่จะมี Data Center เป็นของตนเอง

ภายใน Eaton Micro Data Center แต่ละชุดจะประกอบไปด้วยส่วนประกอบหลักๆ ดังต่อไปนี้

Credit: Eaton
  • Rack Enclosure ขนาด 42U (2000mmH x 600mmW x 1200mmD) รองรับน้ำหนัก ได้ 1,500kg พร้อมระบบกันฝุ่น (IP) 42 และลดเสียงในตัวเครื่อง
  • Power Distribution Module ขนาด 3U ที่มี Lightning Protection ในตัว พร้อม Eaton G3 Series Managed PDU สำหรับการจ่ายระบบไฟฟ้าภายใน Micro Data Center
  • Eaton 9PX On-line UPS ขนาด 3RMU เพื่อรองรับ Output ขนาด 6kVA
  • ระบบทำความเย็น (Cooling System) แบบติดตั้งพร้อมใช้งานในตู้แร็คขนาด 5RMU
  • ปริมาณการจ่ายลมเย็น เพื่อควบคุมอุณหภูมิภายใน (Total Air Volume) 580m3/h
  • เครื่องเป่าลม Blower Type เป็นแบบ Centrifugal blower
  • เครื่องควบคุมการไหลของสารทำความเย็น Expansion Valve เป็นแบบ Thermal balance expansion valveมี Filter Class ระดับ G2 ให้ค่าความเย็นที่เครื่องทำได้ในช่วง (Cooling Capacity) 0.9 – 3.5kW มีค่าการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ต่ำประหยัดไฟ (Consumption) < 1.1kW
  • Sensor ตรวจจับอุณหภูมิ, ความชื้น, ควัน, น้ำ และการเปิดปิดตู้ Rack
  • ระบบ Monitoring ขนาด 1U สำหรับรวบรวมข้อมูลการทำงานของ UPS, ระบบ Cooling และ Sensor ต่างๆ พร้อมแสดงผลผ่านทางหน้าจอ LCD และเข้าถึงได้จากระยะไกล
  • มีพื้นที่ว่างสำหรับติดตั้งอุปกรณ์ IT มากถึง 27U
  • สามารถ Download Application “Eaton Interactive” การใช้งานแบบเสมือนจริง 3 มิติ หรือ AR (Augmented Reality) ได้ที่ App Store
    Credit: Eaton

ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่มีมาให้ใน Eaton Micro Data Center ดังนั้นพื้นที่ที่เหลือภายในตู้ Rack นี้ ก็สามารถนำไปใช้ติดตั้งอุปกรณ์ Server, Storage, Network และ Security ให้พร้อมใช้งานได้ทันที

 

ประหยัดเวลา ประหยัดค่าใช้จ่าย ลดความเสี่ยง

ด้วยความสำเร็จรูปของ Eaton Micro Data Center นี้ ก็ทำให้การติดตั้งใช้งานนั้นเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ไม่ต้องเสียเวลาออกแบบ, เดินสาย และเชื่อมต่อระบบต่างๆ เข้าด้วยกันเอง แต่ข้อดีเรื่องความเร็วนี้ก็อาจเทียบไม่ได้เลยกับการประหยัดค่าใช้จ่ายเมื่อเทียบกับการลงทุนสร้าง Data Center เองทั้งหมดเพื่อรองรับความต้องการของธุรกิจ ซึ่ง Eaton Micro Data Center เองก็สามารถตอบโจทย์ได้ในราคาที่คุ้มค่า และมั่นใจได้ว่าภายใน Rack นี้จะมีอุปกรณ์ต่างๆ มาให้ครบถ้วน รวมถึง Sensor สำหรับตรวจจับความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นภายใน Micro Data Center ของเราด้วย

 

เมื่อเทคโนโลยีสามารถทำ Consolidation ได้มากขึ้น Micro Data Center ก็สามารถรองรับระบบขนาดใหญ่มากขึ้นได้ตาม

 

Credit: Eaton

 

ด้วย Eaton Micro Data Center การลงทุนสร้าง Data Center นั้นก็สามารถลดขนาดลงมาเหลือตู้ Rack เพียงตู้เดียวได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าระบบ IT ภายใน Data Center นั้นจะต้องมีขนาดเล็กตาม เพราะหากเราประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ได้อย่างเหมาะสม ระบบเหล่านี้ก็อาจมีประสิทธิภาพและความสามารถที่ไม่แพ้ Data Center แบบเดิมๆ เลย เช่น

  1. การนำระบบ Hyper-Converged Infrastructure (HCI) มาใช้งาน ทำให้สามารถนำเทคโนโลยี Virtualization มาใช้ควบรวมระบบ Server, Storage และ Networking เข้าด้วยกันภายใน Server จำนวนไม่กี่เครื่องที่มีประสิทธิภาพสูงได้ ทำให้การรองรับ Server นั้นสามารถทำได้ตั้งแต่ 10-100 เครื่อง ไปจนถึง Virtual Desktop จำนวนหลายร้อยเครื่องภายในพื้นที่เพียง 2U – 4U ได้
  2. การนำเทคโนโลยี Network Functions Virtualization (NFV) มาใช้งาน ก็จะทำให้อุปกรณ์ Physical Server เพียงไม่กี่ชุด สามารถทำการจำลองอุปกรณ์ด้าน Network และ Security ขึ้นมาใช้งานได้โดยไม่ต้องติดตั้ง Hardware เพิ่มเติม ทำให้สามารถประหยัดพื้นที่ติดตั้งอุปกรณ์ใน Micro Data Center ลงไปได้เป็นอย่างมาก เหลือแต่อุปกรณ์ที่จำเป็นต้องลงทุนเป็น Hardware Appliance จริงๆ เท่านั้น
  3. การนำเทคโนโลยี Container มาใช้งาน ด้วยคุณสมบัติที่สามารถประหยัดทรัพยากรได้ยิ่งกว่าเทคโนโลยี Virtualization ก็ทำให้ Container นั้นเริ่มกลายเป็นทางเลือกในการ Deploy ระบบต่างๆ มากขึ้นเรื่อยๆ โดยปัจจุบันระบบ IoT เองก็เริ่มใช้งาน Container กันมากขึ้น อีกทั้งในอนาคตเทคโนโลยีฝั่ง Network และ Security เองก็จะถูกนำเสนอในรูปแบบของ Container ด้วย
  4. การนำ All-Flash Storage มาใช้งาน นอกจาก All-Flash Storage จะประหยัดพลังงานมากๆ แล้ว เทคโนโลยีด้านการทำ Data Reduction เองก็ถือว่าล้ำหน้าและสามารถช่วยลดพื้นที่จัดเก็บข้อมูลลงไปได้อย่างมหาศาล ในขณะที่ประสิทธิภาพเองนั้นก็สูงกว่า SAN Storage แบบเดิมๆ อย่างเห็นได้ชัด ทำให้การติดตั้งระบบที่ต้องการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ด้วยประสิทธิภาพที่สูงมากๆ นั้นยังสามารถเป็นไปได้ภายใน Micro Data Center

จะเห็นได้ว่าการเลือกใช้เทคโนโลยีนั้นมีผลต่อประสิทธิภาพและความหนาแน่นภายใน Data Center เป็นอย่างมาก ดังนั้นการเลือกลงทุนใน Micro Data Center ในทุกๆ วันนี้เองก็ทำให้เหล่าธุรกิจและองค์กรมีทางเลือกที่หลากหลายกว่าแต่ก่อนที่ทุกอย่างต้องติดตั้งเป็น Physical Hardware ทั้งหมด ซึ่งแนวทางดังกล่าวนี้เองก็ทำให้การประยุกต์ใช้ Micro Data Center นั้นสามารถตอบโจทย์ธุรกิจหรือองค์กรได้อย่างหลากหลายยิ่งขึ้นกว่าเดิม

 

SMB/Branch Data Center, Disaster Recovery (DR), Hybrid Cloud, Edge Computing: 4 กรณีการใช้งานหลักของ Micro Data Center

กรณีการใช้งาน Eaton Micro Data Center นั้นจะแบ่งออกเป็น 4 กรณีหลักๆ ดังนี้

  1. การทำหน้าที่เป็น Data Center หลักให้กับธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดกลาง เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการสร้างห้อง Data Center หรือการทำหน้าที่เป็น Data Center สำหรับสาขาที่กระจายไปตามที่ต่างๆ ของธุรกิจขนาดใหญ่ เพื่อให้รวดเร็วและง่ายดายต่อการลงทุนและการจัดการ
  2. การทำหน้าที่เป็น Disaster Recovery (DR) Site สำหรับระบบที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก โดยอาจทำการสำรองระบบและข้อมูลระหว่างอาคารหรือระหว่างสาขาก็ได้
  3. การตอบโจทย์ด้าน Hybrid Cloud ของธุรกิจและองค์กรที่ต้องการให้สาขาต่างๆ มีทรัพยากรในการประมวลผลของตัวเอง ควบคู่ไปกับการทำงานร่วมกับระบบต่างๆ ที่อยู่บน Cloud
  4. การรองรับ Edge Computing ด้วยการนำ Micro Data Center ไปกระจายตามพื้นที่หลากหลาย เพื่อรวบรวมข้อมูลจากระบบ IoT และ Application ต่างๆ มาทำการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล ก่อนจะส่งข้อมูลบางส่วนขึ้นไปยังระบบ Cloud ทำให้การจัดการกับข้อมูลมีความ Real-time มากยิ่งขึ้น และกินทรัพยากรบน Cloud น้อยลงไปด้วย

จะเห็นได้ว่ารูปแบบการนำ Eaton Micro Data Center นั้นมีหลากหลาย และแน่นอนว่าอุปกรณ์หรือระบบต่างๆ ที่จะมีการติดตั้งใช้งานภายในก็จะต้องออกแบบให้แตกต่างกันไปด้วย การรู้จักเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อให้การนำเทคโนโลยีต่างๆ มาได้ใช้ได้อย่างคุ้มค่าสูงสุดจึงเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่เหล่าผู้ดูแลระบบ IT ควรให้ความสำคัญด้วยเช่นกัน

 

ติดต่อ Eaton ได้ทันที

ผู้ที่สนใจโซลูชัน Eaton Micro Data Center สามารถติดต่อทีมงาน Eaton ได้ทันทีที่ Email: EatonIDCSupport@Eaton.com หรือโทร 02-511-5300 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ Eaton ได้ที่ http://www.eaton.com

from:https://www.techtalkthai.com/eaton-micro-data-center-for-smb-and-edge-computing/