คลังเก็บป้ายกำกับ: CRYPTOCURRENCY

บริษัทคริปโตเริ่มเจอปัญหา เป็นสปอนเซอร์รถแข่ง F1 แต่แสดงโลโก้ในสิงคโปร์ไม่ได้

ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา เราเห็นบริษัทคริปโตจำนวนมากแห่กันไปเป็นสปอนเซอร์การแข่งขันกีฬาประเภทต่างๆ (ข่าวเก่า) ถ้านับเฉพาะวงการรถแข่ง F1 ก็มีทีมแข่งรถหลายทีมที่มีสปอนเซอร์เป็นบริษัทคริปโต เช่น McLaren มี OKX, Mercedes มี FTX, Redbull มี Vela หรือถ้าใหญ่หน่อยคือ Crypto.com ถึงขั้นเป็นสปอนเซอร์งานแข่ง Miami Grand Prix ทั้งงานเลย

แต่เมื่อการแข่ง F1 หมุนเวียนสนามแข่งไปหลายประเทศที่มีกฎระเบียบต่างกัน และสัปดาห์นี้ F1 มีแข่งที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งธนาคารกลาง Monetary Authority of Singapore (MAS) มีกฎหมายด้านการโฆษณาคริปโตที่เข้มงวด ทำให้ทีมแข่งรถเหล่านี้ต้องปรับตัวตาม

เงื่อนไขของ MAS คือทีมแข่งรถแต่ละทีมสามารถโชว์โลโก้สปอนเซอร์สายคริปโต ได้เฉพาะบนตัวรถและเสื้อของนักขับเท่านั้น ไม่สามารถแสดงโลโก้บนป้ายโฆษณาตามพื้นที่อื่นๆ ในสนามได้ทั้งหมด

ประเด็นเรื่องการแสดงโฆษณาสปอนเซอร์บางหมวด ไม่ใช่เรื่องใหม่ของวงการ F1 เพราะในอดีตก็มีข้อจำกัดเรื่องการห้ามโฆษณาเหล้าหรือบุหรี่ในหลายประเทศ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่บริษัทคริปโตเริ่มเจอข้อห้ามและกฎระเบียบแบบเดียวกัน

No Description

ที่มา – Bloomberg

from:https://www.blognone.com/node/130704

ประเมินมูลค่าตลาด NFT เดือนกันยายน 2022 ลดลง 97% จากจุดพีคเดือนมกราคม 2022

บริษัทวิจัยคริปโต Dune Analytics ออกรายงานมูลค่าการซื้อขาย NFT ในปี 2021 และ 2022 แยกเป็นรายเดือน โดยใช้สถิติจากเว็บไซต์สาย NFT หลายแห่งมารวมกัน

จุดพีคของวงการ NFT อยู่ที่เดือนมกราคม 2022 มูลค่าการซื้อขาย 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่ลดลงอย่างรวดเร็วหลังจากนั้น โดยเฉพาะตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นมา ส่วนมูลค่าของเดือนกันยายน 2022 อยู่ที่ 466 ล้านดอลลาร์เท่านั้น มูลค่าหายไปถึง 97% เลยทีเดียว

ตัวเลขนี้ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนัก เพราะก่อนหน้านี้มีสถิติจากอีกบริษัทคือ DappRadar ที่วิเคราะห์มูลค่าตลาดของ OpenSea ก็ให้ตัวเลขใกล้เคียงกันว่าลดลงถึง 99%

Dune Analytics วิเคราะห์ว่าขาลงของตลาด NFT มีผลจากภาวะตลาดคริปโตขาลงที่เป็นเทรนด์ใหญ่กว่าด้วย

ที่มา – Bloomberg

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130692

FTX ชนะการประมูลซื้อสินทรัพย์ของ Voyager เสนอราคาที่ 1,422 ล้านดอลลาร์

Voyager แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตที่ยื่นล้มละลายไปเมื่อเดือนกรกฎาคม ประกาศว่าหลังบริษัทจัดการประมูลขายสินทรัพย์ของธุรกิจเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ก็ได้ FTX แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตรายใหญ่ เป็นผู้เสนอราคาสูงสุดและชนะการประมูล

มูลค่าที่ FTX เสนอในการซื้อสินทรัพย์คือ 1,422 ล้านดอลลาร์ ซึ่งแบ่งเป็นมูลค่าคริปโตของ Voyager ทั้งหมดตามราคาตลาด 1,311 ล้านดอลลาร์ และส่วนเพิ่มเติมที่ FTX จ่ายเพิ่มอีก 111 ล้านดอลลาร์ เงินจากการขายสินทรัพย์นี้จะถูกนำไปชำระหนี้ Three Arrows Capital เจ้านี้รายใหญ่ก่อน

ที่มา: Voyager

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130638

Interpol ออกหมายแดง ขอตำรวจทั่วโลกคุมตัว Do Kwon

อัยการโซลแถลงว่า Interpol ออกหมายแดงแจ้งขอความร่วมมือตำรวจทั่วโลกคุมตัว Do Kwon หลังจากออกหมายจับในเกาหลีใต้ไปก่อนหน้านี้ ขณะที่ตัว Do Kwon อยู่ในสิงคโปร์

คาดว่า Do Kwon ตอนนี้อยู่ในสิงคโปร์โดยถือใบอนุญาตทำงานในสิงคโปร์แต่ใบอนุญาตก็จะหมดอายุในวันที่ 7 ธันวาคมนี้ การออกหมายแดงน่าจะทำให้เขาเดินทางไปยังประเทศอื่นๆ ได้ยากขึ้นมาก

ที่มา – Strait Times

No Description

ภาพ Do Kwon ผู้ก่อตั้งเครือข่าย Terra จาก @terra_money

from:https://www.blognone.com/node/130612

แอปเทรดหุ้น Robinhood ประกาศเพิ่มเหรียญ USDC ในการซื้อขาย

Robinhood แพลตฟอร์มซื้อขายหุ้นในอเมริกา ประกาศเพิ่ม stablecoin USDC ของ Circle เป็นสินทรัพย์ที่สามารถซื้อขายได้บนแพลตฟอร์มมีผลตั้งแต่เมื่อคืนนี้ รวมทั้งรองรับการโอนย้ายผ่านเครือข่าย Polygon และ Ethereum ด้วย

ความเคลื่อนไหวนี้เป็นประเด็นสำคัญ เนื่องจากเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตรายใหญ่อย่าง Binance ประกาศหยุดสนับสนุน USDC ซึ่งถึงตอนนี้ยังเป็น stablecoin ที่มีมูลค่ารวมในตลาดเป็นอันดับ 2 ส่วน BUSD ของ Binance อยู่ในอันดับ 3

ที่มา: CoinDesk

No Description

from:https://www.blognone.com/node/130527

Do Kwon ผู้ก่อตั้ง Luna บอก “ไม่ได้หนี” หมายจับเกาหลีใต้, คาดตอนนี้อยู่ในสิงคโปร์

Do Kwon ผู้ก่อตั้งเหรียญ Terra และ Luna ที่โดนหมายจับจากอัยการเกาหลีใต้ ร่วมกับผู้บริหารคนอื่นๆ อีก 5 คน โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ว่า “เขาไม่ได้หนี” (I am not “on the run”) และบอกว่ายินดีให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับหน่วยงานภาครัฐ

ก่อนหน้านี้ ตำรวจเกาหลีใต้ออกชี้แจงว่า Do Kwon และพวกหลบไปอยู่ที่สิงคโปร์แล้ว ทำให้ Kwon ต้องออกมาตอบโต้ แต่เขาเองก็ไม่ได้เปิดเผยว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน

ตัวของ Kwon บอกว่าพวกเขากำลังพยายามต่อสู้คดีในหลายประเทศ และจะให้ข้อมูลเพื่อล้างมลทินของตัวเองในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

สำนักอัยการเกาหลีใต้กำลังอยู่ระหว่างการเพิกถอนพาสปอร์ตของ Kwon ซึ่งถ้าถอนสำเร็จ จะทำให้ Kwon ต้องเดินทางกลับประเทศภายใน 14 วัน

ส่วนตำรวจของสิงคโปร์ก็ให้ข้อมูลกับ Bloomberg ว่ายินดีให้ความร่วมมือกับตำรวจของเกาหลีใต้ โดย Kwon มีใบอนุญาตทำงานในสิงคโปร์ที่จะหมดอายุวันที่ 7 ธันวาคม และก่อนหน้านี้เขาเคยยื่นขอ EntrePass ใบอนุญาตทำธุรกิจในสิงคโปร์ แต่ถูกปฏิเสธ

No Description

ภาพ Do Kwon ผู้ก่อตั้งเครือข่าย Terra จาก @terra_money

ที่มา – Bloomberg

from:https://www.blognone.com/node/130486

ก.ล.ต. เสนอแก้กฎ ห้ามผู้ประกอบการสินทรัพย์ดิจิทัล รับฝากแบบมีผลตอบแทน แบบ Zipmex

สัปดาห์ที่แล้ว นอกจาก สำนักงาน ก.ล.ต. รับฟังความเห็นการแก้ไขหลักเกณฑ์ซื้อขายคริปโต ต้องซื้อขั้นต่ำ 5,000 บาท จำกัดความเสี่ยงรายย่อย ยังมีรับฟังความเห็นอีกเรื่องที่จะแก้ไขหลักเกณฑ์ ห้ามผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล รับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลและนำสินทรัพย์ดิจิทัลที่รับฝากไปให้กู้ยืมหรือลงทุน และจ่ายผลตอบแทนแก่ผู้ฝาก (deposit taking and lending)

ประเทศไทยเพิ่งมีกรณีของบริษัท Zipmex ที่มีบริการ ZipUp+ รับนำสินทรัพย์ดิจิทัลไปลงทุนต่อ แลกกับผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น แต่สินทรัพย์ดิจิทัลที่นำไปลงทุนต่อนั้นเกิดปัญหา ทำให้ไม่สามารถนำมาคืนผู้ฝากได้

สำนักงาน ก.ล.ต. เคยระบุว่าไม่ทราบเรื่อง ZipUp+ มาก่อน และถือเป็นช่องว่างของการกำกับดูแล จึงกลายมาเป็นเหตุผลให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. ลงมติห้ามผู้ประกอบการสินทรัพย์ดิจิทัล ให้บริการ deposit taking และ lending เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน

กฎเกณฑ์นี้ไม่ครอบคลุมถึงการนำสินทรัพย์ดิจิทัลไปฝากเพื่อยืนยันธุรกรรม (consensus) เช่น กรณีของบล็อกเชนแบบ Proof of Stake ที่ต้องนำเหรียญไปค้ำประกันเป็นระยะเวลาหนึ่ง และไม่รวมถึงการแจก airdrop ให้ลูกค้า

สำนักงาน ก.ล.ต. อยู่ระหว่างเปิดรับฟังความเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง สามารถแสดงความคิดเห็นกลับไปยัง ก.ล.ต. ได้ภายในวันที่ 17 ตุลาคม 2565

No Description

ที่มา – สำนักงาน ก.ล.ต.

from:https://www.blognone.com/node/130477

ก.ล.ต. เสนอแก้หลักเกณฑ์ซื้อขายคริปโต ต้องซื้อขั้นต่ำ 5,000 บาท จำกัดความเสี่ยงรายย่อย

สำนักงาน ก.ล.ต. เสนอ “หลักการปรับปรุง” แนวทางการกำกับดูแลการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล มีสาระสำคัญ 2 ข้อคือ

  1. ผู้ประกอบธุรกิจประเภทศูนย์ซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี นายหน้าซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี และผู้ค้าคริปโทเคอร์เรนซี จะต้องเปิดเผยคำเตือนความเสี่ยง โดยขึ้นข้อความว่า “คริปโทเคอร์เรนซีไม่ได้มีการกำกับดูแลการออกและเสนอขายตามกฎหมายของประเทศไทย และมีราคาผันผวนสูงโดยอาจไม่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับ ท่านอาจสูญเสียเงินของท่านทั้งจำนวน” ด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่ มองเห็นได้ชัดเจน
  2. ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล* ประเภทศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล นายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลและผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัล จะต้องกำหนดมูลค่าการซื้อสินทรัพย์ดิจิทัลต่อธุรกรรมขั้นต่ำ 5,000 บาท เพื่อจำกัดการเข้าถึงการซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีสำหรับผู้ลงทุนรายย่อย เพราะสินทรัพย์มีความเสี่ยงสูง

กรณีของข้อ 2 มีข้อยกเว้นสำหรับ โทเคนดิจิทัลที่ได้รับอนุญาตให้เสนอขายตาม พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ เช่น โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (investment token) เพราะถือว่าเปิดเผยข้อมูลตามที่กำหนดแล้ว และเงื่อนไขขั้นต่ำ 5,000 บาท ใช้เฉพาะการซื้อสินทรัพย์ดิจิทัลด้วยเงินบาท ไม่นับรวมการแลกเปลี่ยนกันระหว่างสินทรัพย์ดิจิทัล

ผู้ที่สนใจสามารถร่วมแสดงความเห็นผ่านแบบฟอร์มบนเว็บไซต์ ก.ล.ต.

No Description

ที่มา – สำนักงาน ก.ล.ต.

from:https://www.blognone.com/node/130438

กลุ่มขุดเหมือง Ethermine ยุติการขุด หลัง Ethereum เปลี่ยนมาใช้ Proof of Stake

Ethermine กลุ่มขุดเหมือง Ethereum รายใหญ่แห่งหนึ่งของโลก ประกาศยุติกิจกรรมการขุดเหมือง Ethereum เนื่องจากปัจจัย Ethereum เปลี่ยนระบบจาก Proof of Work ที่ใช้กำลังขุด มาเป็น Proof of Stake ที่ใช้เหรียญค้ำประกันแทน หลังจากนี้ทางกลุ่มไม่มีกิจกรรมใดอีก และเปิดให้ถอนเหรียญออกได้เพียงอย่างเดียว

Ethermine ได้สรุปว่าที่ผ่านมา 7 ปี ขุดเหมืองไปทั้งหมด 3,271,518 บล็อค และได้ผลตอบแทนเป็นเหรียญ 9,836,656 ETH หากตีตามราคาเหรียญในปัจจุบันคือราว 5.77 แสนล้านบาท

Ethermine ถือเป็นกลุ่มขุดเหมืองที่สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของ Ethereum จาก PoW มาเป็น PoS ในขณะที่กลุ่มขุดเหมืองบางแห่งมีมุมมองคัดค้าน และอาจแยกขุด Ethereum PoW (ที่จะกลายเป็นเชนสายรอง) ต่อไปแทน

No Description

ที่มา – Ethermine, Bloomberg

from:https://www.blognone.com/node/130432

Ethereum รวมสายเชนเรียบร้อย เปลี่ยนเป็น Proof of Stake คาดใช้พลังงานน้อยลง 99.9%

โครงการบล็อกเชน Ethereum ควบรวมสายเชน 2 สายเข้าด้วยกัน หรือที่เรียกว่า The Merge เสร็จเรียบร้อย เมื่อราว 14.00 น. ของวันนี้ 15 กันยายน ส่งผลให้ตอนนี้สายเชนของ Ethereum เปลี่ยนมาใช้กระบวนการยืนยันข้อมูลแบบ Proof of Stake แทน Proof of Work แล้ว

สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้คือ การรวมสายเชนทดสอบ Beacon Chain (ที่เปลี่ยนเป็น Proof of Stake ไปก่อนหน้า) และสายเชนหลัก Mainnet เข้าด้วยกัน (ดูภาพประกอบ) ในช่วงเวลาประมาณ 13.45 น. และเสร็จสิ้นตอนประมาณ 14.00 น.

ตอนนี้ Ethereum เปลี่ยนมาเป็นการยืนยันข้อมูลด้วยการค้ำประกันเหรียญ (stake) แทนการคำนวณ (work) ทำให้ใช้พลังงานน้อยลงมาก คาดว่าจะใช้พลังงานลดลง 99.9% เมื่อเทียบกับยุค Proof of Work

No Description

ที่มา – Coindesk

from:https://www.blognone.com/node/130425