คลังเก็บป้ายกำกับ: COOKIE

วิธีบล็อกคุกกี้ป๊อปอัพ (Cookie Consent Popups) ในทุกเว็บไซต์ครั้งเดียวจบ

วิธีบล็อกคุกกี้ป๊อปอัพ (Cookie Consent Popups) ในทุกเว็บไซต์ครั้งเดียวจบ
ดร.อเสข ขันธวิชัย

เชื่อว่าหลายคนหงุดหงิดกับป๊อปอัพแจ้งเตือนความยินยอมเกี่ยวกับคุกกี้ ที่จะถามทุกครั้งที่เราเข้าเว็บไซต์ต่าง ๆ โดยรวม ๆ จะระบุว่าเว็บไซต์นี้มีคุกกี้ที่เข้าถึงข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์และข้อมูลส่วนตัวต่าง ๆ “คุณจะอนุญาตหรือไม่?” “คุณจะยอมรับหรือไม่?” และอีกหลายหลายข้อความในทำนองเดียวกัน เจ้า คุกกี้ ป๊อป อัพ หรือ Cookie Consent Popups ตัวนี้มันคืออะไร? เราควรบล็อกคุกกี้หรือไม่? และมีวิธีบล็อก คุกกี้ ป๊อป อัพ ในทุกเว็บไซต์ครั้งเดียวจบไม่ต้องมาถามอีกเลย ทำอย่างไร? บทความนี้เรามีคำตอบ

หมายเหตุ: นโยบายการใช้งานเทคโนโลยีการติดตามตัวบุคคล คุกกี้ (Cookies) ของ แอพดิสคัส.com

 

การขอความยินยอมเกี่ยวกับคุกกี้ หรือ Cookie Consent Popups คืออะไร?

คุกกี้ของเว็บไซต์มีประโยชน์ในการช่วยทำให้การทำงานเบื้องหลังมีประสิทธิภาพ สะดวกสบายสำหรับผู้ใช้งานอย่างเรา เช่น การเลือกภาษา การลงชื่อเข้าใช้ เป็นต้น หากเราปิดกั้นหรือบล็อกคุกกี้เหล่านี้จะทำให้เราต้องมาเลือกภาษาหรือลงชื่อเข้าใช้ใหม่ทุกครั้ง สำหรับบางคนก็ถือว่าสร้างความหงุดหงิดใหม่ขึ้นมาอีก ดังนั้นเราอาจต้องเลือกระหว่างการบล็อกคุกกี้ครั้งเดียวจบไม่ต้องมาถามอีกในทุกเว็บไซต์หรือความสะดวกในการใช้งานเว็บไซต์ ก่อนตัดสินใจเรามีทางเลือกให้
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าคุกกี้มีหลายประเภท และหลายวัตถุประสงค์ บทความนี้จะไม่ลงทฤษฎีหรือนิยาม ขอกล่าวง่าย ๆ ว่า คุกกี้ในการท่องเว็บไซต์ทมี 2 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่ คุกกี้ของเว็บไซต์นั้นเอง และคุกกี้ของบุคคลที่สาม(ที่ฝังโดยเว็บไซต์นั้นเองหรือมาในรูปแบบอื่น)

  • คุกกี้ของเว็บไซต์นั้นเอง เป็นคุกกี้ที่ช่วยเพิ่มประสบการณ์ที่ดีในการท่องเว็บไซต์ของเรา เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานเว็บไซต์นั้น ๆ ดังที่กล่าวมาข้างต้น แต่ก็อาจแฝงการเก็บข้อมูลการท่องเว็บไซต์หรือข้อมูลส่วนบุคคลก็เป็นไปได้ ใช่ว่าจะปลอดภัย 100%
  • คุกกี้ของบุคคลที่สาม เป็นคุกกี้ที่สามารถติดตามการท่องอินเทอร์เน็ตของเราในทุกเว็บไซต์ เก็บข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลอื่น ๆ เพื่อนำไปวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งานของเรา สำหรับนำไปแสดงผลโฆษณาต่าง ๆ อย่างที่เราเคยไปค้น Google เรื่องใดเรื่องนึง แล้วพอเข้าไปเว็บไซต์อื่นจะมีโฆษณาเกี่ยวกับสิ่งที่เราค้นหาตามมาด้วยนั่นหละครับ

บล็อกคุกกี้ ป๊อปอัพ Cookie Consent Popups
หลายคนมองว่าคุกกี้ของบุคคลที่สามมันคือสปายแวร์หรือเปล่า ทำไมบราวเซอร์หรือระบบปฏิบัติการยินยอมให้มันทำได้ คำตอบคือ ไม่ใช่ครับ! มันไม่ได้มีแต่ข้อเสีย ข้อดีของคุกกี้ของบุคคลที่สาม มีหลายอย่าง เช่น มันจะเก็บข้อมูลความชื่นชอบส่วนบุคคลนำไปแสดงผลโฆษณา ก็จะทำให้โฆษณาตรงกับสิ่งที่เราชื่นชอบ ลองนึกภาพว่าเราดู YouTube แล้วโฆษณาขึ้นแต่สิ่งที่เราไม่ชอบ กับโฆษณาขึ้นแต่สิ่งที่ตรงกับรสนิยมของเรา อันไหนดีกว่ากัน รวมทั้งคุกกี้ของบุคคลที่สามจะช่วยลดจำนวนป้ายโฆษณาที่คั่นระหว่างบทความลงด้วย และลดความถี่ของ ป้ายขอความยินยอมเกี่ยวกับคุกกี้ หรือ Cookie Consent Popups ลงไปด้วย

แล้วทำไมถึงต้องมีการขอความยินยอมเกี่ยวกับคุกกี้ หรือ Cookie Consent Popups ด้วย?

คำตอบก็เพราะ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) นั่นเองครับ ที่เมื่อก่อนไม่มีไม่ใช่ว่าเมื่อก่อนเข้าไม่เก็บข้อมูลส่วนบุคคลของเราไปนะ เขาเก็บครับ แต่เขาไม่แจ้งเราเท่านั้นเอง ความจริงแล้วผมเขียนบทความนี้เพราะความเข้าใจผิดแบบนี้หละครับ เพราะเมื่อวานไปเจอความคิดเห็นใต้โพสของสำนักข่าวนึงเข้า เขาด่าคนที่ตำหนิเขาว่าไม่คลิกเข้าไปอ่านรายละเอียดว่า “จะคลิกเข้าไปอ่านทำไม เข้าไปทีไรก็ขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลทุกครั้ง จะดูดข้อมูลเอาไปทำอะไรไม่รู้”

“Cookie consent banners are a joke,”

Sergio Maldonado, co-founder and CEO at software development firm PrivacyCloud

วิธีบล็อกคุกกี้ป๊อปอัพ (Cookie Consent Popups) ในทุกเว็บไซต์ครั้งเดียวจบ

การปิดกั้น การปฏิเสธ หรือ บล็อกคุกกี้ ขอความยินยอมในการเข้าถึงข้อมูลของเว็บไซต์ต่าง ๆ ในครั้งเดียวจบทำได้ไม่ยาก แต่การรอบรับคุกกี้เหล่านี้ทีเดียวจบในทุกเว็บไซต์ บทความนี้ไม่มีคำแนะนำนะครับ
สิ่งที่จะแนะนำคือเครื่องมือที่ชื่อว่า Consent-O-Matic ที่พัฒนาโดย Midas Nouwens และทีมงาน นักวิจัยด้านสิทธิดิจิทัล Aarhus University ประเทศเดนมาร์ก ซึ่งเครื่องมือนี้เกิดมาจากความเบื่อหน่ายกับนโยบายปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล GDPR ของยุโรป คล้าย พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ของเรานั่นหละครับ ที่เขามองว่ามันไม่มีประโยชน์เลย และการบังคับให้เว็บไซต์ต่าง ๆ แสดง ป้ายขอความยินยอมเกี่ยวกับคุกกี้ หรือ Cookie Consent Popups แก้ปัญหาอะไรไม่ได้ ปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้จริง เพราะบางเว็บไซต์อาจมีแต่ป๊อปอัพขออนุญาต พอเราปฏิเสธก็เมินคำปฏิเสธนั้น เปิดใช้งานคุกกี้เหมือนเดิม แถมน่ารำคาญด้วย โดย Consent-O-Matic จะดำเนินการตอบป๊อปอัพให้เราเองอัตโนมัติ (ค่าเริ่มต้นจะปฏิเสธทั้งหมด) เราจึงไม่ต้องมากดเองทุกครั้งที่เข้าเว็บไซต์
เมื่อติดตั้งแล้ว Consent-O-Matic จะทำหน้าที่เป็นส่วนขยายของเว็บบราวเซอร์ (สำหรับ Chrome ปุ่มส่วนขยายเป็นรูปจิกซอร์ด้านบนทางขวา แล้วเลือกส่วนขยายนี้ที่มีโลโก้เป็นรูปแม่กุญแจที่มีดาวล้อมรอบ) โดยปกติ Consent-O-Matic จะทำงานอัตโนมัติทันทีเลย แต่เราสามารถเรียกส่วนขยายนี้ขึ้นมาใช้งาน เพื่อดูเมนูอื่น ๆ ซึ่งมี 2 ปุ่มหลัก ๆ ให้เลือก ได้แก่ GDPR autofill didn’t work? (ปุ่ม Let us know!) เอาไว้ใช้กรณีที่ส่วนขยายนี้ไม่ทำงานสำหรับเว็บไซต์นี้ และปุ่ม More Add-on Settings สำหรับการเข้าไปอนุญาตสำหรับคุกกี้บางประเภทที่เรามองว่าอนุญาตได้ เช่น การปรับขนาดตัวอักษร การล็อกอินเข้าใช้งาน เป็นต้น

บล็อกคุกกี้ ป๊อปอัพ Cookie Consent Popups Consent-O-Matic

สำหรับปุ่ม Let us know! มีขึ้นมาเพราะว่า ตอนนี้ Consent-O-Matic สามารถทำงานได้กับป๊อปอัพที่สร้างโดย QuantCast, OneTrust, TrustArc, Cookiebot และ Crownpeak เท่านั้น แม้เว็บไซต์ส่วนใหญ่ 58% จะใช้เครื่องมือเหล่านี้ในการสร้าง แต่ก็ยังไม่ครอบคลุมทั้งหมด ดังนั้นหากเราเจอเว็บไซต์ไหนที่ยังมีป๊อปอัพแสดงขึ้นมาอยู่ก็กดรายงานไปที่ปุ่ม Let us know! ได้เลยครับ

ดาวน์โหลด Consent-O-Matic รองรับบน Chrome, Firefox และ Safari

แต่หากทดลองใช้งานแล้วพบว่า Consent-O-Matic แทบไม่ได้ช่วยเราเลย ก็ยังมีเครื่องมืออีก 2 ตัวที่น่าสนใจ เพื่อน ๆ สามารถดาวน์โหลดมาทดลองใช้งานกันได้นะครับ

1. Super Agent รองรับสำหรับ Chrome, Firefox, Opera, Safari และ Edge
2. I don’t care about cookies รองรับสำหรับ Chrome, Firefox, Edge, Opera, Pale Moon, Adblock Plus, AdBlock และ uBlock Origin

 

แต่สำหรับการบล็อกคุกกี้ของบุคคลที่สามทำได้ง่ายกว่ามาก เพราะทุกเว็บบราวเซอร์จะมีการตั้งค่าเกี่ยวกับการบล็อกคุกกี้ของบุคคลที่สามอยู่แล้ว ทั้ง Chrome, Edge, Firefox, Safari และอื่น ๆ ตัวอย่างเช่นของ Google Chrome ให้เข้าไปที่การตั้งค่า (Settings) เมนู Privacy and security เมนูย่อย Cookies and other site data แล้วเลือกการตั้งค่าตามภาพ

how to block cookie consent pop ups 2 | cookie | วิธีบล็อกคุกกี้ป๊อปอัพ (Cookie Consent Popups) ในทุกเว็บไซต์ครั้งเดียวจบ

อย่างไรก็ตาม ดังที่เว็บบราวเซอร์ระบุชัดในทางเลือกการตั้งค่าทุกอันจะแนะนำให้บล็อกเฉพาะคุกกี้ของบุคคลที่สามก็พอ ไม่จำเป็นต้องบล็อกทั้งหมด เพราะมันจะสร้างประสบการณ์ในการท่องเว็บที่แย่ได้ ลองนึกภาพว่าเราต้องล็อกอินเข้าใช้ Facebook ทุกครั้ง หรือ ตั้งค่าธีมพื้นหลัง twitter ใหม่ทุกครั้ง จะเป็นอย่างไร? ที่กล่าวมาสุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับสไตล์การใช้งานของเราเองครับ เมื่อเรารู้วิธีแล้วหากลองใช้งานแล้วเปลี่ยนใจก็เปลี่ยนกลับได้ตลอดเวลา หวังว่าบทความนี้จะช่วยเพิ่มประสบการณ์ที่ดีในการท่องเว็บไซต์ของทุกคนนะครับ

ข่าว: วิธีบล็อกคุกกี้ป๊อปอัพ (Cookie Consent Popups) ในทุกเว็บไซต์ครั้งเดียวจบ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/how-to-block-cookie-consent-pop-ups/

สถิติพบหลัง GDRP เว็บข่าวต่างๆ มีการใช้ Cookie น้อยลง

Reuters Institute ที่มหาวิทยาลัย Oxford ได้จัดทำรายงานติดตามเว็บไซต์ข่าวกว่า 200 แห่งในประเทศยุโรปอย่าง ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมันนี โปแลนด์ สเปนและสหราชอาณาจักรฯ โดยเก็บข้อมูลเป็น 2 ช่วงคือเมษายน 2018 และกรกฏาคม 2018 พบว่ามีการใช้ Cookie ในการติดตามผู้ใช้งานลดลงเฉลี่ยถึง 22%

credit : Bleepingcomputer

สถิติที่น่าสนใจหลังประกาศใช้ GDPR มีดังนี้

  • สหราชอาณาจักรฯ มีการใช้ Cookie เพื่อติดตามผู้ใช้งานลดลงถึง 45%
  • เยอรมันนีลดการใช้งาน Cookie น้อยสุดที่ 6%
  • โปแลนด์เป็นประเทศเดียวที่มีการใช้งานสวนทางกับประเทศอื่นคือใช้ Cookie เพิ่มขึ้นกว่า 20%
  • ส่วนประกอบของเว็บไซต์ที่มีการหยุดการใช้งาน Cookie มากที่สุด 27% คือส่วนการออกแบบเว็บไซต์และเครื่องมือปรับแต่งค่า
  • เครื่องมือโฆษณาและการตลาดลดการติดตั้ง Cookie ลง 14%
  • Social Media มีการลดการติดตั้ง Cookie เพียง 9% เท่านั้น เช่น ปุ่มกดไลค์ของ Facebook หรือปุ่มจาก Twitter
  • ผู้ให้บริการติดตามรายใหญ่แทบไม่ได้รับผลกระทบ เช่น เว็บข่าวมีการลดการใช้งาน Cookie จาก Google เพียง 1% และ 2% จาก Amazon สุดท้าย 5% จาก Facebook
credit : Bleepingcomputer

สามารถติดตามสถิติของการใช้งาน Cookie จากบริษัทให้บริการเนื้อหาต่างๆ ได้ตามรูปด้านล่าง โดยภาพรวมนักวิจัยพบว่าเว็บไซต์ข่าวต่างๆ กว่า 99% ที่ใช้ Cookie อยู่แล้วและลดการใช้งาน Cookie หลังจากประกาศ GDPR มาเหลือ 98% ซึ่งแทบไม่เปลี่ยนแปลงเลย มีความเห็นจากนักวิจัยว่า “การมาถึงของ GDPR ทำให้เว็บไซต์ข่าวต้องปรับตัวในหลายฟีเจอร์ รวมถึงการใช้บริการจาก Third-party ด้วยและควรลบโค้ดที่ไม่ได้มีบทบาทสำคัญออกไปหรือประเมินว่าส่วนไหนละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน

credit : Bleepingcomputer

from:https://www.techtalkthai.com/research-finding-reveals-news-sites-less-use-tracking-cookies/

คนรู้จักเยอะจริง แต่ยังขึ้นครองตลาดไม่ได้! ส่ง OREO THINS มาสู้ หวังยึดที่ 1 ตลาดคุกกี้ปีหน้า

เชื่อว่าถ้าพูดชื่อแบรนด์ “OREO” ใครๆ ก็ต้องรู้จัก แต่ปัญหาคือ แค่รู้จักไม่พอ รอบนี้เลยส่ง OREO THINS มาแข่งในตลาดคุกกี้ ผู้บริหารยอมรับว่าคาดหวังไว้มากกับตัวนี้ เพราะต้องการขึ้นเป็นผู้นำในตลาดคุกกี้ปีหน้าให้ได้

ส่งผลิตภัณฑ์ใหม่ OREO THINS มาแข่งในตลาด 1.3 หมื่นล้าน

ต่อจากนี้ไปเราจะได้เห็น OREO ในรูปแบบใหม่กันแล้ว ชื่อว่า “OREO THINS” เพราะจะเริ่มมีการจำหน่ายตามเซเว่น-อีเลฟเว่น หลังจากนั้นจะกระจายสินค้าไปตามร้านค้าโมเดิร์นเทรดและร้านค้าทั่วไป

ก่อนไปรู้จัก OREO THINS ทำความรู้จักกับ OREO ในภาพรวมตลาดกันก่อน สิ่งแรกที่ต้องรู้คือ OREO อยู่ในตลาดที่เรียกว่า “บิสกิต” (แล้ว OREO ก็แยกย่อยลงไปอยู่ในหมวดคุกกี้อีกที) โดยภาพรวมแล้วตลาดบิสกิตมีมูลค่าอยู่ที่ 12,954 ล้านบาท และตลาดนี้มีอัตราการเติบโตอยู่ที่มากกว่า 2% ทุกปี ซึ่ง OREO ครองอันดับที่ 4 ในตลาดบิสกิต

ส่วนตลาดคุกกี้ OREO THINS ครองอยู่อันดับที่ 2 ของตลาดด้วยส่วนแบ่งที่ 5.2% ในขณะที่ 1 ของตลาดครองที่ 8% ฐานันท์ สุวรรณรักษ์ ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย บริษัท มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด บอกชัดเลยว่า “เราคาดหวังกับ OREO THINS ไว้มาก เพราะเอาออกมาขายเพียง 5 วัน ยอดขายก็สูงกว่า 10 เท่าจากที่เราคาดการณ์ไว้ก่อนหน้าแล้ว”

ฐานันท์ สุวรรณรักษ์ ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย บริษัท มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด

OREO THINS เน้นเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ไม่ใช่แค่ขนมเด็ก

OREO THINS มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้คือ รูปร่างหน้าตายังเหมือนเดิม แต่บางลง เทียบชัดๆ เลยคือ ของเดิมน้ำหนัก 9.8 กรัม ตัวใหม่เหลือ 5.9 กรัม ส่วนขนาดตัวเก่าอยู่ที่ 12.3 มิลลิเมตร ตัวใหม่อยู่ที่ 7.2 มิลลิเมตร และที่สำคัญความหวานลดลงมาก เพราะตัวใหม่นี้ต้องการให้คนที่เป็นคนรุ่นใหม่รับประทานได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ต้องการให้เป็นภาพจำขนมสำหรับเด็กแบบในอดีตอีกแล้ว แต่มาในราคากล่องละ 35 บาท ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่นี่

แต่ก็ต้องยอมรับว่าในอดีต ภาพจำของ OREO คือขนมสำหรับเด็กจริงๆ เพราะด้วยรสหวานที่ไม่เหมาะกับคนรุ่นใหม่รักสุขภาพ และภาพของการซื้อมาทานในครอบครัวยังคงเป็นภาพลักษณ์ที่โดดเด่น ในจุดนี้ OREO ก็ตระหนักดีกว่า ในตลาดนั้นสามารถทำยอดขายส่วนใหญ่อยู่ที่ครอบครัวและเด็กซึ่งคิดเป็นเพียง 12% เท่านั้น แต่หลังจากที่ส่ง OREO THINS มาใหม่นี้ จะเข้าไปทำตลาดกับ 88% ที่เหลือซึ่งก็คือ ผู้ใหญ่ทั่วไป คนทำงาน และโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่เริ่มทำงาน อายุประมาณ 18 – 34 ปี

ส่วนงบการตลาดในครั้งนี้จะใช้เงินกว่า 80 ล้านบาทในการสร้างการรับรู้ผ่านสื่อต่างๆ ทั้งโฆษณา ทีวี เปิดตัวในห้างสรรพสินค้าและรวมถึงกิจกรรมบนโลกออนไลน์ด้วย

ปีหน้าต้องขึ้นที่ 1 ตลาดคุกกี้ในประเทศไทย

การส่ง OREO THINS มาในประเทศไทยครั้งนี้ไม่ใช่ที่แรก แต่ได้ส่งไปก่อนแล้วในจีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฮ่องกง ส่วนไทยที่มาในรอบนี้จะเปิดตัวไปพร้อมๆ กับมาเลเซีย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์

ที่น่าสนใจคือ ในจีนและสิงคโปร์ที่ยอดขาย OREO เริ่มตกในช่วงที่ผ่านมา แต่พอเมื่อส่ง OREO THINS เข้าไปกลับทำให้ยอดขายดีดตัวกลับมาพุ่งอีกครั้ง ทำให้ค่อนข้างมั่นใจว่าในไทยจะได้รับการตอบรับที่ดี

ผู้บริหารมอนเดลีซ ผู้จัดจำหน่าย OREO ในไทย บอกเลยว่า “ผ่านมาเพยงครึ่งปีนี้ ยอดขายของเราก็เกิน 10% มาแล้ว การส่ง OREO THINS มาในครั้งนี้ จะทำให้เราขึ้นที่ 1 ของตลาดคุกกี้ในปีหน้าอย่างแน่นอน”

ปัญหาของ OREO คือ Brand Awareness ที่สูง แต่แค่นั้นไม่พอ

แน่นอนว่า ชื่อ OREO ติดปากไปแล้ว แต่ที่เป็นปัญหาคือ “ชื่อติดปากจริง แต่คนไม่ได้ซื้อเยอะขนาดนั้น” ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าภาพจำเป็นกลุ่มเป้าหมายเฉพาะกลุ่มคือ เด็กและครอบครัว ส่นตัวขนมก็วางตำแหน่งแห่งที่ของตัวเองไว้ที่ขนมหวาน (อาจหวานมากสำหรับหลายคน) แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญคือ ความไม่หลากหลายของ OREO นั่นเอง

แม้ว่าจะส่งหลากหลายผลิตภัณฑ์มาก่อนหน้า ทั้งตัว Mini-OREO หรือตัวไอศกรีมก็ตาม แต่ปัญหาคือสินค้าทุกตัวยังตอกย้ำภาพลักษณ์ของความเป็นขนมหวานสำหรับเด็กอยู่ ความหวังของรอบนี้จึงตกเป็นของ OREO THINS ที่จะเข้ามาช่วยขยายฐานกลุ่มเป้าหมายให้กับ OREO ทั้งในด้านความกว้างและความหลากหลายของลูกค้านั่นเอง

สรุป

OREO ส่งผลิตภัณฑ์ใหม่ OREO THINS มาสู่ตลาด ความน่าสนใจคือ “บางกว่าเดิม หวานน้อยลงกว่าเดิม” เหตุผลก็เพราะต้องการขยายฐานลูกค้าให้กว้างกว่าเดิมที่มีแต่เด็กและครอบครัว เพราะถูกจดจำในฐานะที่เป็น “ขนมหวาน” มาโดยตลอด นอกจากนั้นก็เชื่อว่าผลิตภัณฑ์ใหม่จะตีตลาดได้อย่างแน่นอน เพราะหลังจากที่ได้เห็นการส่ง OREO THINS เข้าไปในจีนและสิงคโปร์ได้รับการตอบรับทีดีมาก จึงทำให้ผู้บริหารคาดว่า ในปีหน้า OREO จะสามารถขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ของตลาดคุกกี้ในไทยได้อย่างแน่นอน

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/oreo-thins-cookie-market/