คลังเก็บป้ายกำกับ: CONVERGED_INFRASTRUCTURE__HCI

TTT 2022 Reinforce: มุ่งสู่ Hyper-converged อีกก้าวการปฏิรูป Data Center ให้ทันสมัย โดย Nutanix

ทุกวันนี้หลายองค์กรกำลังพูดถึงเรื่อง Hybrid Multi-cloud กันหนาหูมากขึ้น แต่ก่อนที่จากก้าวสู่โลกที่มีความซับซ้อนมากกว่าเดิม โครงสร้างในองค์กรเองก็ต้องถูกปฏิรูปให้สอดคล้องกันเพื่อให้การทำงานเป็นไปได้อย่างไร้รอยต่อกับระบบสมัยใหม่ด้วย ซึ่งเทคโนโลยีหนึ่งที่ตอบโจทย์เหล่านั้นก็คือ Hyper-converged Infrastructure (HCI) โดยในงาน TTT 2022 Reinforce คุณทวิพงศ์ อโนทัยสินทวี Country Manager จาก Nutanix (Thailand) ตัวจริงด้าน HCIให้เกียรติมาเล่าวิวัฒนาการของ HCI ว่าตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันมีการเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง ทีมงาน TechTalkThai ขอสรุปประเด็นนี้มาให้ติดตามกันอีกครั้งครับ

ย้อนกลับไปหลายปีก่อนจะเห็นได้ว่ารูปแบบ Infrastructure ในองค์กรนั้นเกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันของอุปกรณ์แต่ละหน้าที่อย่าง Server, Storage และ Network แต่ความยุ่งยากและซับซ้อนคือแต่ละส่วนก็อาจจะมีหลายยี่ห้อ ทำให้การบริหารจัดการเป็นไปได้ยากใช้ทักษะสูง ยิ่งซ้ำเติมปัญหาการขาดแคลนบุคลากร IT ที่ไม่เคยพอต่อตลาด

ผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ของโลกตระหนักถึงข้อจำกัดเหล่านั้นดี ซึ่งพวกเขาต้องการคอนเซปต์ของ Web Scale ที่เน้นความง่าย ทนทาน และขยายตัวได้เรื่อยไป จึงนำไปสู่แนวทางที่เน้นการใช้เซิร์ฟเวอร์มาทำงานร่วมกัน และยกความซับซ้อนไปสู่ส่วนของซอฟต์แวร์แทน ที่มีความคล่องตัวและเปลี่ยนได้ง่ายกว่า รวมพลังของเซิร์ฟเวอร์ให้ทำงานทดแทนกันได้ รวมถึงพร้อมรับการเพิ่มของใหม่เข้ามาในระบบได้โดยง่ายอีกด้วย

Hyper-converged Infrastructure ได้อาศัยแนวคิดเดียวกันนี้เพื่อกรุยทางใหม่ให้โซลูชันระดับองค์กร โดยสิ่งที่ Nutanix ได้พยายามแก้ปัญหาระบบโครงสร้างพื้นฐานเมื่อ 10 กว่าปีก่อนก็คือการยุบรวมฮาร์ดแวร์ของเซิร์ฟเวอร์และ Storage เข้าด้วยกัน บริหารจัดการการทำงานด้วยซอฟต์แวร์แต่นั่นเป็นเพียงอดีตที่ผ่านมา “ความน่าตื่นเต้นของโลกใบนี้คือนวัตกรรมใหม่ๆเกิดขึ้นเสมอ เช่นเดียวกับ HCI ที่เราต้องมองให้สูงขึ้นไป” — คุณทวิพงศ์กล่าว

การเดินทางขั้นถัดมาของ Hyper-converged Infrastructure ยุคปัจจุบันสะท้อนมาจากมุมมองของผู้ใช้ต่อแพลตฟอร์มเฉกเช่นเดียวกับที่พวกเขามีต่อบริการคลาวด์ซึ่งมีพร้อมทุกอย่าง ตัว Nutanix HCI เองจึงได้มีการปรับตัวให้มีความสามารถที่ครบวงจรในแพลตฟอร์มเช่นกันคือ

  • มีความสามารถรองรับ Virtualization และ Kubernetes
  • ครอบคลุมการสำรองและกู้คืนข้อมูล พร้อมเข้าสู่การทำ DR
  • มีเครื่องมือด้าน Security ที่จำเป็นในการทำ Microsegmentation ให้ทรัพยากรภายในถูกปกป้องทุกภาคส่วน
  • มีฟีเจอร์ช่วยดูแลด้านข้อมูลให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการข้อมูลภายใต้ HCI ได้อย่างสะดวกครอบคลุม
  • รองรับการทำงานร่วมกับผู้ให้บริการคลาวด์ และถูกจัดการได้จากซอฟต์แวร์ของ Nutanix ไม่ต้องเสียเวลาเรียนรู้วิธีการใช้งานของผู้ให้บริการอื่น

สุดท้ายนี้คุณทวิพงศ์ได้แนะนำแนวทางในการเลือก HCI ที่เหมาะสมไว้ว่า “ต้องรองรับการใช้งานได้ทุกรูปแบบ ละเว้นการทำงานอย่างเจาะจง ที่จะนำองค์กรกลับสู่ความซับซ้อน ที่สำคัญคือต้องทำงานร่วมกับ Vendor รายอื่นได้ทั้งส่วนของ ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และผู้ให้บริการคลาวด์ ซึ่ง Nutanix เองมีคุณสมบัติเหล่านี้ครบถ้วนสมบูรณ์พร้อมให้บริการ”

ผู้ที่สนใจเรื่องอัปเดตเทรนด์เรื่อง Hyper-converged Infrastructure สามารถรับชมวิดีโอการบรรยายเรื่อง “มุ่งสู่ Hyper-converged อีกก้าวการปฏิรูป Data Center ให้ทันสมัย” โดยคุณทวิพงศ์ อโนทัยสินทวี Country Manager, Nutanix (Thailand) ภายในงานสัมมนา TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure ที่เพิ่งจัดไปเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ได้ที่นี่

ต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อทีม Nutanix (Thailand) ได้ที่ LINE: @NutanixThailand หรือ Facebook: Nutanix Thailand

from:https://www.techtalkthai.com/ttt-2022-reinforce-hyper-converged-infrastructure-by-nutanix/

Dell เปิดตัวระบบ HCI ขนาดเล็ก ทำงานบน Microsoft Azure Stack

Dell ได้ประกาศเปิดตัว Dell Integrated System for Microsoft Azure Stack HCI ขนาดเล็ก รองรับการทำงานแบบ Single-node

Credit: Dell Technologies

Dell ได้ร่วมมือกับ Microsoft ในการปรับปรุง Dell Integrated System for Microsoft Azure Stack HCI โดยปรับปรุงให้สามารถทำงานแบบ Single-node ได้ เหมาะกับลูกค้าที่ต้องการระบบขนาดเล็กเพื่อใช้งานในศูนย์ข้อมูลของตนเอง และยังมีการปรับปรุงให้รองรับ Microsoft Azure Stack HCI เวอร์ชันล่าสุดด้วย โดยจุดเด่นของโซลูชันมีดังนี้

  • รองรับการใช้งานแบบ Single-node Configuration ตัวระบบทำงานบน Microsoft Azure Stack ที่มีระบบ Management, Security และ Application Service มาอย่างครบครัน
  • ปรับปรุงการทำงานของ GPU Support เพื่อรองรับการทำงานของระบบ AI และ Machine Learning ผู้ใช้งานสามารถเลือกระหว่าง NVIDIA A2 GPU และ NVIDIA A30 GPU ได้ตามความเหมาะสม
  • ปรับปรุงด้านความปลอดภัย รองรับการทำงานร่วมกับ Microsoft Azure Arc ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและรองรับการทำ Compliance

ที่มา: https://www.dell.com/en-us/blog/delivering-new-innovations-for-hybrid-cloud-environments-with-microsoft/

from:https://www.techtalkthai.com/dell-launches-small-hci-system-support-microsoft-azure-stack/

เจาะลึกเทรนด์ Cloud & Data Center ของไทยในงาน TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day

เจาะลึกเทรนด์ด้าน Data Center และกลยุทธ์ Hybrid Multi-cloud ในไทย การปฏิรูป Data Center ด้วยเทคโนโลยี Hyper-converged Infrastructure แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดของการทำ Cloud Migration และการวางสถาปัตยกรรมระบบ Container และ Kubernetes เพื่อการพัฒนา Cloud Native Apps อย่างมั่นคงและยั่งยืน ในงาน TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day วันที่ 5 ตุลาคม 2020 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม BITEC

📆 วันพุธที่ 5 ตุลาคม 2022
⏰ เวลา 8:00 – 17:00 น.
🏢 Grand Hall, BITEC Bangna
🇹🇭 บรรยายภาษาไทยทุกเซสชัน

กำหนดการบรรยาย Track 1: Cloud & Data Center

09:00 – 09:30 สรุปเทรนด์ Data Center และกลยุทธ์ Hybrid Multi-Cloud ในไทยปี 2022
คุณณัฐพัชญ์ นราพิมพ์สกุล Head of Consulting & Professional Services, True IDC
09:30 – 10:00 ปรับเปลี่ยนสถาปัตยกรรม Infrastructure อย่างไร เมื่อ Cloud เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจดิจิทัลในยุคปัจจุบันและอนาคต
คุณโชติวิทย์ จารุวรรณสถิตย์ Advisory Solution Architect & Field CTO, Dell Technologies
10:00 – 10:30 Google Cloud Migration – นำระบบขึ้นสู่ Cloud อย่างมั่นใจ
คุณธีระ วิวัฒน์โชติพร Senior Google Cloud Solutions, Tangerine
10:30 – 11:00 พักรับประทานอาหารว่างและเยี่ยมชมบูธ
11:00 – 11:30 วางรากฐานองค์กรให้พร้อมก้าวสู่การทำ Application Modernization
คุณเต็มภูมิ ชัยวัฒนายน Specialist Solution Engineer, VMware Tanzu และคุณธนกร อินทรัตน์ System Engineer, Veeam Software (Thailand)
11:30 – 12:00 มุ่งสู่ Hyper-converged อีกก้าวการปฏิรูป Data Center ให้ทันสมัย
คุณทวิพงศ์ อโนทัยสินทวี Country Manager, Nutanix (Thailand)
12:00 – 13:30 พักรับประทานอาหารกลางวันและเยี่ยมชมบูธ

งานสัมมนานี้เหมาะสำหรับ: CIO, CTO, CISO, DPO, IT Manager, Compliance Manager, Cloud Architect, Security Engineer, Security Analyst, Network Engineer, IT Admin, IT Auditor และผู้ที่สนใจด้าน Cloud, Data Center, Networking และ Cybersecurity

🎉 พิเศษ!! ลงทะเบียนและเข้าร่วมงานเพื่อลุ้นรับ MacBook Air (M2), AirPods Max และ Sandisk Extreme Portable SSD อย่างละ 2 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 130,000 บาท

ดูรายละเอียด กำหนดการ และลงทะเบียนได้ที่: https://conf.techtalkthai.com/re22/

เกี่ยวกับงานสัมมนา TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day

จากซีรีส์งานสัมมนาออนไลน์ TTT Virtual Summit ที่มีคนติดตามมากกว่า 8,000 คน สู่งานสัมมนาใหญ่ Enterprise IT Infrastructure Day ส่งท้ายปี 2022 ในรูปแบบ Physical Event ภายใต้แนวคิด Reinforce เสริมแกร่งรากฐานระบบ IT พลิกโฉมสู่ธุรกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืนและมั่นคงปลอดภัย ภายในงานท่านจะได้อัปเดตแนวโน้ม นวัตกรรม แนวทางปฎิบัติ และกรณีศึกษาที่น่าสนใจทางด้าน IT Infrastructure สำหรับองค์กร ครอบคลุมทั้งด้าน Cloud & Data Center, Networking, Cybersecurity และ Standards & Compliance ผ่านการบรรยายรวม 20 เซสชัน

นอกจากนี้ยังมีบูธจัดแสดงนวัตกรรมสำหรับองค์กรอีกกว่า 30 บูธ สำหรับให้ผู้เข้าร่วมงานขอคำปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแชร์ประสบการณ์ด้าน Enterprise IT Infrastructure โดยตรงกับผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงาน องค์กร และบริษัท IT/Consult ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ

from:https://www.techtalkthai.com/ttt-2022-reinforce-track-1-cloud-and-data-center/

ขอเชิญร่วมงานสัมมนาออนไลน์ “ก้าวสู่ยุคโรงงานอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ด้วยการ Digital Transformation ผ่านโซลูชั่น Sangfor ที่เรียบง่าย เชื่อถือได้และมีความปลอดภัยขั้นสูงสุด”

Get-On และ Sangfor ขอเชิญผู้สนใจทุกท่านเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อ “ก้าวสู่ยุคโรงงานอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ด้วยการ Digital Transformation ผ่านโซลูชั่น Sangfor ที่เรียบง่าย เชื่อถือได้และมีความปลอดภัยขั้นสูงสุด” โดยงานจะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน 2565 เวลา 10.00 – 12.00 น.

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ : ก้าวสู่ยุคโรงงานอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ด้วยการ Digital Transformation ผ่านโซลูชั่น Sangfor ที่เรียบง่าย เชื่อถือได้และมีความปลอดภัยขั้นสูงสุด

วันเวลา : วันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน 2565 เวลา 10.00 – 12.00 น.

วิทยากร

  1. วีรกุล ธนากรวิเศษ ,  Sangfor Cloud Product Manager
  2. สุภาส จำปาทอง, Sangfor Solution Consultant
  3. ธีระชัย เกษมพงศ์จรัส , Get-On Presales

ลงทะเบียนได้ที่ : https://sangfor.zoom.us/webinar/register/WN_iZhpYRidTW61rmge6eLwAQ

การระบาดของ Covid-19 ครั้งใหญ่ที่กินเวลานานกว่าสองปี ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาพรวมของเศรษฐกิจโลกอย่างมาก และด้วยเหตุนี้การดำเนินธุรกิจของกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตจึงเป็นไปได้อย่างยากลำบาก โดยจะเห็นได้ว่ากลุ่มผู้ผลิตได้มีการปรับนโยบายในหลายแง่มุมเช่น การลดต้นทุนการผลิต การเพิ่มยอดการผลิต การพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดแบบให้ลูกค้าได้มีประสบการณ์ร่วม รวมถึงการแสวงหากลยุทธ์ใหม่ๆ ในการเพิ่มกำไรให้กับธุรกิจ

โดยในปี 2023 นี้ นอกจากมีการคาดการณ์ว่ากลุ่มธุรกิจในภูมิภาค APEC กว่า 50% จะมีการลงทุนในส่วนของเทคโนโลยีมากขึ้นแล้ว แนวคิดแบบ Cloud-first หรือนโยบายการเปลี่ยนมาใช้ระบบคลาวด์แทนระบบ On-premise ก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะสามารถช่วยเพิ่มความสามารถในการผลิตแบบรายวันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้นองค์กรก็ควรที่จะให้ความสำคัญกับระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยไม่น้อยไปกว่ากัน เพราะหากอิงจากสถิติ ณ ปัจจุบัน การโจมตีทางไซเบอร์ก็ยังคงเพิ่มขึ้นสูงอย่างต่อเนื่องและไม่มีทีท่าว่าจะลดลงในอนาคต

ร่วมลุ้นของรางวัลมากมาย อาทิเช่น Wireless Charger, ไม้เซลฟี่, แก้ว Starbuck และตุ๊กตา

from:https://www.techtalkthai.com/geton-x-sangfor-webinar-dx-by-sangfor-hci/

TechTalk Webinar : Modernize Your Business with the Leading HCI Platform

ขอเรียนเชิญทุกท่านเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อ “Modernize Your Business with the Leading HCI Platform” ซึ่งท่านจะได้เรียนรู้กับโซลูชัน Nutanix เพื่อนำไปใช้ในองค์กร โดยงานจะจัดขึ้นในวันอังคารที่ 2 สิงหาคม 2565 เวลา 10.00 – 12.00 น. โดยมีกำหนดการลงทะเบียนดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ : Modernize Your Business with the Leading HCI Platform

วิทยากร :

  • Miss Aumaporn Sengsui, Senior Vice President – Sales, The Practical Solution Public Company Limited.
  • Mr.Thawipong Anotaisinthawee, Country Manager, Nutanix (Thailand) Co.,Ltd.
  • Mr. Peemphol AumMongkhon, Pre-sales Engineer Professional, VSTECS (Thailand) Co.,Ltd.
  • Mr. Tanakiat Waradetjumroen, Technical Consultant, The Practical Solution Public Company Limited.
  • Mr. Watcharapol Sansudjai, Technical Consultant, The Practical Solution Public Company Limited.

วันเวลา : วันอังคารที่ 2 สิงหาคม 2565 เวลา 10.00 – 12.00 น.

ช่องทางการบรรยาย : https://us06web.zoom.us/webinar/register/WN_nGw2aunuSiKdkhRHhSDwuw

ลิงก์ลงทะเบียน : ในสภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวน และ ทุกองค์กรมีความจำเป็นต้อง ปรับโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน แต่ล่ะกลุ่มธุรกิจ องค์กรต่างต้องการให้มีผู้นำในด้านเทคโนโลยีที่สามารถให้คำปรึกษา ปรับตัวได้ตามยุคสมัยมาดูองค์กรของตนให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในโลกเศรษกิจปัจจุบัน Nutanix ได้พัฒนาเทคโนโลยี และโซลูชันต่างๆขึ้นมามากมายในช่วงที่ผ่านมาบนพื้นฐานของ Nutanix Enterprise Cloud Platform ตอบโจทย์การใช้งานได้ในทุกกลุ่มธุรกิจ ด้วย Portfolio product ของนูทานิคซ์ ที่ครอบคลุม การใช้งานได้ทุก work load พร้อมทั้งรองรับการใช้งานในรูปแบบ Hybrid Multi-Cloud ช่วยให้ง่ายต่อการบริหารจัดการ ทั้ง on premise และ On Cloud ได้ในหน้าจอเดียวบริหารจัดการง่าย เพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้กับองค์ของคุณ

from:https://www.techtalkthai.com/vstecs-nutanix-tps-webinar-modernize-your-business-with-the-leading-hci-platform/

ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของคุณให้ทันสมัย ด้วยเทคโนโลยี Hybrid Multi-cloud

Hybrid หรือ Multi-cloud กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เพราะในที่สุดแล้วองค์กรต่างพบว่ารูปแบบดังกล่าวนี้สามารถช่วยผสมผสานความต้องการของตัวเองได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังเปิดกว้างไม่ต้องยึดติดกับผู้ให้บริการเจ้าหนึ่งเจ้าใดอีกด้วย แต่ความท้าทายของการก้าวเข้าสู่ยุค Hybrid Multi-cloud นี้อาจจะไม่สวยหรูอย่างที่คิด หากระบบไอทีเดิมของท่านยังไม่ได้ถูกปฏิรูปให้สอดคล้องกับการทำงานยุคใหม่

ที่งาน TTT Virtual Summit 2022 กับหัวข้อ Data Center Technology คุณทวิพงศ์ อโรทัยสินทวี ผู้จัดการประจำประเทศไทยของนูทานิกซ์ จะมาแนะนำเคล็ดลับสำหรับการเลือกระบบ Hyper-converged สำหรับยุคปัจจุบันที่ถูกออกแบบมาให้พร้อมทำงานด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างแท้จริง

เมื่อพูดถึงการทำงานแบบเก่าหลายท่านคงจะหวนคิดถึงการทำงานแบบ Server, Storage และ Network ที่ในองค์กรหนึ่งต้องมีแต่ละทีมที่มีทักษะต่างกันไปทำให้เกิดกำแพงการทำงาน อีกทั้งการขาดบุคคลากรที่มีทักษะในวงการไอทีเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเรื่อยมาและไม่มีท่าทีลดลงเลย นอกจากเรื่องทักษะแล้วการออกแบบเช่นนี้ยังทำให้เกิด Single Point of Failure เช่นหากส่วนของ Network ไม่สามารถเข้าถึง Storage ได้ข้อมูลทั้งฟาร์มก็จะได้รับผลกระทบทันที

นอกจากปัญหาข้างต้นแล้วสถาปัตยกรรมแบบเก่ายังคงทำให้เกิดต้นทุนสูงมาก เพราะแต่ละฮาร์ดแวร์ก็มีซอฟต์แวร์ควบคุมของตัวเอง Storage ก็มี Controller ที่มีซอฟต์แวร์ชุดหนึ่งด้วยความซับซ้อนนี้เองจึงนำไปสู่ข้อจำกัดในการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เพราะหากเปลี่ยนแปลงบางอย่างเล็กน้อยก็ต้องไปกระทบปัจจัยอื่นมากมาย

อย่างไรก็ดีในที่สุดเมื่อเทคโนโลยีคลาวด์ถือกำเนิดขึ้นโครงสร้างพื้นฐานก็ได้ถูกผลิกโฉมไปจาก Hardware Defined สู่โลกแห่ง Software Define หรือสถาปัตยกรรมที่เรียกว่า Web Scale กล่าวคือระบบโครงสร้างพื้นฐานของคลาวด์เหล่านี้ต้องไม่ก่อให้เกิด Single Point of Failure เนื่องจากการ Downtime ของคลาวด์จะขัดแย้งกับแนวทางธุรกิจโดยตรง รวมถึงต้องขยายตัวเพิ่มจำนวนได้รวดเร็วและไม่จำกัด จึงนำไปสู่การควบรวมระบบ Server และ Storage เข้าด้วยกันโดยอาศัยซอฟต์แวร์เข้ามาช่วยบริหารจัดการทรัพยากร กลายเป็นเทคโนโลยี Hyper-converged ยุคที่หนึ่งนั่นเอง

แต่โลกแห่งเทคโนโลยีนั้นไม่เคยหยุดนิ่งการก่อกำเนิดแอปพลิเคชันหนึ่งยังเหลืองานอยู่อีกมากทั้งเรื่องของ Virtualization, Container, Backup & Recover, DR, Security, Data Management, Hybrid Multi-cloud Management ด้วยเหตุนี้เองการอัปเกรตสู่เทคโนโลยี Hyper-converged ยุคถัดไปจึงถือกำเนิดขึ้นแล้ว ซึ่งหมายถึงการต้องผนวกโซลูชันที่จำเป็นเหล่านี้เข้ามาเช่น ซอฟต์แวร์ Hypervisor, Container, Data Protection ให้ครอบคลุมกับงานที่เหลืออยู่ภายในตัวโซลูชัน Hyper-converged

ด้วยเหตุเอง Nutanix ผู้นำในตลาด Hyper-converged เสมอมาจึงได้พัฒนาระบบของตนให้มาพร้อมกับฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์พื้นฐาน ซึ่งผู้ใช้งานแพลตฟอร์มของ Nutanix สามารถเริ่มต้นสู่การสร้างแอปพลิเคชันได้อย่างรวดเร็วด้วยเครื่องมือครบถ้วนและไม่ต้องยุ่งยากกับการพึ่งพาเครื่องมืออื่นๆ ในทางกลับกันแม้ Nutanix จะมีความครอบคลุมแทบทุกด้านแต่ก็ยังเปิดกว้างให้ผู้ใช้งานสามารถทำงานร่วมกับผู้ให้บริการรายอื่นได้ ตลอดจนมีพาร์ทเนอร์ที่ช่วยในระดับแอปพลิเคชันอย่าง Red Hat OpenShift และ Citrix ที่จะเข้ามาตอบโจทย์ระดับองค์กรและ End User

ผู้ที่สนใจเกี่ยวกับเทคโนโลยี Hybrid Multi-cloud สามารถรับชมวิดีโอการบรรยายเรื่อง “ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของคุณให้ทันสมัย ด้วยเทคโนโลยี Hybrid Multi-cloud” โดยคุณทวิพงศ์ อโนทัยสินทวี Country Manager จาก Nutanix (Thailand) ภายในงานสัมมนา TTT Virtual Summit: Enterprise Cloud & Data Center 2022 ที่เพิ่งจัดไปเมื่อวันที่ 21 – 23 มิถุนายน ได้ที่นี่

from:https://www.techtalkthai.com/tvs-2022-cd-hybrid-multi-cloud-by-nutanix/

Evergreen Storage: ปรับมุมคิดธุรกิจองค์กร ลงทุนระบบ Storage เดียว ใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนานกว่า 10 ปี

การปรับการลงทุนด้านระบบ IT Infrastructure มาสู่รูปแบบการเช่าใช้งานหรือในแบบ as-a-Service นั้นกำลังเป็นที่นิยมทั่วโลก จากความคล่องตัวด้านการลงทุนในระบบที่คิดค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริง ทำให้ธุรกิจสามารถเพิ่มขยายระบบ IT ได้อย่างยืดหยุ่นตามความต้องการ

ในบทความนี้ เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับแนวคิด Evergreen Storage ของ Pure Storage ที่ไม่เพียงแต่จะตอบโจทย์การใช้งาน All Flash Storage ได้ในแบบ Storage-as-a-Service เท่านั้น แต่เป็นอีกก้าวที่มีการคำนึงถึงเรื่องของกระบวนการในการอัปเกรดเทคโนโลยี, การเปลี่ยนอุปกรณ์ให้เป็นรุ่นใหม่และทนทานอยู่เสมอ ไปจนถึงการรักษ์โลกตามเทรนด์ Environmental, Social, and Governance หรือ ESG อย่างครบถ้วนอีกด้วย

 

Evergreen Storage Subscription: ใช้งานระบบ All Flash Storage จาก Pure Storage แบบคิดค่าใช้จ่ายรายปี พร้อม Journey ที่คำนึงถึงการบริหารจัดการดูแลรักษาระบบ All Flash Storage แบบครบวงจร

Pure Storage ในฐานะของผู้นำทางด้านเทคโนโลยี All Flash Storage มาอย่างยาวนาน ซึ่งมีความโดดเด่นทั้งในแง่ของเทคโนโลยีและธุรกิจจนได้รับเลือกจาก Gartner ให้เป็น Leader ใน Magic Quadrant ด้านระบบ Primary Storage และ Distributed File Systems & Object Storage แล้ว ก็ยังเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกบริการในรูปแบบ Storage-as-a-Service (STaaS) ที่ได้นำเสนอบริการนี้เป็นรายแรกๆ ของอุตสาหกรรมภายใต้ชื่อ Evergreen Storage Subscription

 

Credit: Pure Storage

 

บริการ Evergreen Storage Subscription นี้ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นให้ทั้งอุตสาหกรรมต้องพัฒนา Business Model สำหรับการเช่าใช้งานระบบ Storage ในแบบ Subscription โดยบริการดังกล่าวสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเป็นเจ้าของ (TCO) ของระบบ All Flash Storage ลงได้ถึง 30-60% เมื่อเทียบกับการจัดซื้อ Storage ใหม่ในทุกๆ รอบ 3-5 ปีดังที่เคยเป็นมาในอดีต และสามารถเพิ่มขยายระบบได้อย่างยืดหยุ่นง่ายดายตามความต้องการของธุรกิจบนสัญญาการใช้ Subscription ที่ชัดเจน

ถึงแม้ Pure Storage จะเป็นรายแรกที่ให้บริการในรูปแบบดังกล่าว แต่เงื่อนไขการให้บริการนั้นก็ยังถือว่าโดดเด่นกว่าผู้ผลิตรายอื่นๆ เป็นอย่างมาก จากการที่ Pure Storage ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ขึ้นมาให้รองรับการให้บริการ Storage-as-a-Service มาแต่แรก ส่งผลให้การนำเสนอบริการนั้นมีความแตกต่างในหลายประการ ดังนี้

 

 

  • ธุรกิจองค์กรสามารถใช้งานทุกความสามารถของ Pure Storage ได้อย่างครบถ้วนภายใน Subscription เดียว และจะได้รับความสามารถใหม่ๆ เพิ่มเติมทุกครั้งที่มีการอัปเกรด Software โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • ราคาของ Subscription มีความชัดเจนตรงไปตรงมา ด้วยราคาที่เท่าเดิมตลอดระยะเวลาการต่ออายุสัญญา ต่างจากการทำ Maintenance Agreement ในอดีตที่ตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไปมักมีราคาที่สูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด
  • รับประกันที่ระดับของพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่สามารถใช้งานได้จริง (Effective Capacity) แทนระดับความสามารถในการลดพื้นที่จัดเก็บข้อมูล (Efficiency Ratio) ทำให้ธุรกิจองค์กรสามารถวางแผนด้านการลงทุนได้อย่างแม่นยำ
  • การออกแบบระบบให้มีความมั่นคงทนทานระดับ 99.9999% พร้อมการอัปเกรดระบบในส่วนของ Hardware และ Software ได้โดยไม่ต้องหยุดการทำงานของระบบ ทำให้ Pure Storage สามารถเพิ่มประสิทธิภาพและพื้นที่จัดเก็บข้อมูลได้ตามความต้องการของธุรกิจองค์กรโดยไม่เกิด Downtime ในการใช้งาน
  • มีการอัปเกรดอุปกรณ์ในส่วนของ Storage Controller ให้เป็นชุดใหม่ในทุกๆ 3 ปี ทำให้ธุรกิจองค์กรมั่นใจว่า Hardware ที่ใช้งานจะเป็นชุดใหม่อยู่เสมอ ในขณะที่การอัปเกรด Software นั้นจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ระบบมีความสามารถใหม่ๆ เพิ่มเติมเข้ามาใช้งานได้อยู่ตลอด
  • มีบริการเสริมในการอัปเกรด Storage Controller เป็นรุ่นที่ใหญ่ขึ้นหรือ Generation ที่ใหม่ขึ้นได้ โดยใช้การ Trade In นำอุปกรณ์เก่าไปเป็นส่วนลดในการอัปเกรดระบบได้อย่างคุ้มค่า
  • มีบริการเสริมในการอัปเกรดหรือเพิ่มขยายระบบ Flash Storage Media ที่ใช้งานในแบบ Trade In เพื่อให้ระบบมีความจุที่สอดคล้องกับการเติบโตของธุรกิจได้
  • รองรับการใช้งานร่วมกับระบบ DevOps และ Kubernetes ได้อย่างสมบูรณ์ด้วยการนำความสามารถจาก Portworx ที่ Pure Storage ได้เข้าซื้อกิจการมาเสริมในผลิตภัณฑ์
  • มีการดูแลรักษาระบบในแบบ Proactive และ Predictive ด้วยการนำ AI ที่มีชื่อว่า Pure1 มาใช้วิเคราะห์แนวโน้มการเกิดปัญหาของระบบ และทำการซ่อมแซมแก้ไขระบบในส่วนนั้นก่อนที่ปัญหาจะเกิดขึ้นจริง

 

Credit: Pure Storage

 

เป้าหมายของบริการ Evergreen Storage Subscription โดย Pure Storage นี้คือการเปลี่ยนประสบการณ์ในการลงทุนและใช้งานระบบ All Flash Storage ให้มีความง่ายดายที่สุดสำหรับธุรกิจและผู้ดูแลระบบ IT เพื่อลดการจัดซื้อระบบ Storage ใหม่ทุกๆ 3-5 ปีที่มักจะมาพร้อมกับปัญหาด้านการสั่งซื้อ การติดตั้งใช้งาน และการโอนถ่ายย้ายข้อมูลออกไปทั้งหมด และทดแทนด้วยระบบ All Flash Storage ระบบเดียวที่สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องยาวนาน 10 – 20 ปี ด้วยการอัปเกรดอย่างต่อเนื่องที่ไม่มี Downtime เพื่อลดค่าใช้จ่ายแฝงที่อาจเกิดขึ้นกับธุรกิจในกระบวนการด้านการจัดซื้อระบบ Storage ใหม่ และลดเวลาที่ผู้ดูแลระบบ IT ต้องใช้ในทุกๆ รอบการอัปเกรดระบบ Storage ลงไปนั่นเอง

 

Credit: Pure Storage

 

Pure Storage ระบุว่าที่ผ่านมาได้มีการอัปเกรด Controller ให้กับกลุ่มลูกค้าธุรกิจองค์กรทั่วโลกไปแล้วมากกว่า 9,300 ชุด โดยที่ไม่เกิด Downtime ใดๆ ต่อระบบ และธุรกิจองค์กรไม่ต้องจัดซื้ออุปกรณ์ใหม่ทั้งหมดแต่อย่างใด ก็ถือเป็นข้อพิสูจน์ที่แข็งแกร่งถึงความเชื่อมั่นที่องค์กรทั่วโลกมีต่อบริการ Evergreen Storage Subscription ได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้บริการ Evergreen Storage Subscription ก็ยังสอดคล้องกับแนวคิดของระบบเศรษฐกิจแบบหมุนเวียนหรือ Circular Economy ที่มีการนำอุปกรณ์เก่าซึ่งธุรกิจองค์กรใช้งานภายในการทำ Subscription ไปทำการอัปเกรด, ใช้ซ้ำ หรือกำจัดในรูปแบบที่เหมาะสม เพื่อลดมลภาวะทางสิ่งแวดล้อม, เพิ่มความคุ้มค่าในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และลดค่าใช้จ่ายให้กับธุรกิจองค์กรในการบริโภคใช้งานเทคโนโลยีด้านระบบโครงสร้างพื้นฐาน IT ได้อย่างเหมาะสม ตอบสนองต่อเทรนด์ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

ผู้ที่สนใจบริการ Evergreen Storage Subscription สามารถติดต่อทีมงาน Pure Storage ประจำประเทศไทยเพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติม หรือนำเสนอบริการได้ทันที

 

Evergreen Storage Architecture: สถาปัตยกรรมเบื้องหลัง ที่ทำให้ Pure Storage มีบริการ Subscription ที่เหนือกว่าผู้ผลิตรายอื่นๆ

การที่ Pure Storage สามารถให้บริการ Evergreen Storage Subscription ได้นี้ก็เป็นเพราะการออกแบบเชิงวิศวกรรมของระบบที่เหมาะสมทั้งในส่วนของ Hardware และ Software ตั้งแต่แรก ทำให้ Pure Storage เป็นหนึ่งในผู้ผลิตไม่กี่รายเท่านั้นที่สามารถให้บริการในรูปแบบนี้ได้โดยไม่ต้องมีการนำอุปกรณ์ใหม่มาติดตั้งเพิ่มเติมและเกิดการโอนถ่ายย้ายข้อมูล แต่อาศัยการอัปเกรดหรือเปลี่ยน Hardware เป็นรุ่นใหม่ทีละส่วน พร้อมการอัปเกรด Software อย่างต่อเนื่องแทน

ด้วยเหตุนี้ Pure Storage จึงเรียกสถาปัตยกรรมเบื้องหลังเทคโนโลยีของตนเองว่า Evergreen Storage Architecture ที่มีคุณสมบัติดังนี้

  1. ออกแบบระบบให้เป็น Modular Architecture ทั้งในระดับของ Hardware และ Software ทำให้เมื่อมีส่วนใดของระบบหยุดทำงานหรือถูกถอดเพื่อสับเปลี่ยน ระบบส่วนที่เหลือก็ยังคงทำงานได้อย่างต่อเนื่องไม่สะดุดติดขัด ไม่ว่าจะเป็น Storage Controller, Flash Media หรือ Operating System (OS) ก็ตาม
  2. การใช้แนวคิด Software-Defined Storage (SDS) ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ ทำให้การเพิ่มความสามารถใหม่ๆ ภายในระบบเกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ธุรกิจองค์กรได้ใช้นวัตกรรมล่าสุดอยู่เสมอ
  3. การออกแบบในเชิงประสิทธิภาพ ที่ Storage Controller แต่ละชุดสามารถทำงานได้ถึงระดับประสิทธิภาพที่ 100% สำหรับแต่ละ Storage Array ทำให้เมื่อมี Storage Controller ชุดใดชุดหนึ่งเสียหายหรือมีการถอดเพื่ออัปเกรด ระบบก็ยังคงทำงานได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพ

อันที่จริงแล้ว Pure Storage นั้นได้ใช้สถาปัตยกรรมดังกล่าวในทุกๆ ผลิตภัณฑ์ของตนเองที่พัฒนาออกมาอยู่แล้ว ทำให้การนำเสนอบริการ Evergreen Storage Subscription นี้เกิดขึ้นได้อย่างง่ายดาย และช่วยให้ Pure Storage กลายเป็นผู้บุกเบิกตลาด Storage-as-a-Service หรือ STaaS รายแรกๆ ของโลกได้นั่นเอง โดยผลิตภัณฑ์ระบบ All Flash Storage และ Converged Infrastructure ที่โดดเด่นของ Pure Storage มีดังนี้

Credit: Pure Storage
  • Pure Storage FlashArray//C ระบบ All-QLC Flash Storage สำหรับระบบที่ต้องการจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ความจุสูงสุด 7.3PB ทำงานได้รวดเร็ว และมีค่าใช้จ่ายที่คุ้มค่า
  • Pure Storage FlashArray//X ระบบ 100% Native NVMe Storage ประสิทธิภาพสูง ความจุสูงสุด 3.3 PB สำหรับระบบงานในระดับ Tier 0 และ Tier 1 ที่รองรับ Workload ได้หลากหลายรูปแบบภายในระบบเดียว
  • Pure Storage FlashArray//XL ระบบ 100% Native NVMe Storage ประสิทธิภาพสูงสุด ความจุสูงสุด 5.5 PB สำหรับระบบ Business Application สำคัญขนาดใหญ่อย่างเช่น SAP HANA, Microsoft SQL Server และ Oracle ที่ต้องการประสิทธิภาพระดับ Hyperscale
  • Pure Storage FlashBlade ระบบ Unified Fast File and Object Storage ประสิทธิภาพสูงสำหรับจัดเก็บข้อมูล File หรือ Object หลายหมื่นล้านไฟล์ เพื่อเชื่อมต่อกับ Server จำนวนหลายหมื่นเครื่อง และให้บริการข้อมูลได้หลาย PB ด้วยความเร็วระดับหลายสิบล้าน IOPS
  • Pure Storage FlashStack ระบบ Software-Defined Hybrid-Cloud Infrastructure จากความร่วมมือของ Pure Storage และ Cisco ที่รวม Compute, Network และ Storage เข้าด้วยกัน สำหรับรองรับระบบ Data Center ที่ต้องการความเร็วในระดับ All Flash เพื่อใช้งานร่วมกับ Workload ของธุรกิจองค์กร
  • Pure Storage FlashRecover โซลูชันระบบ All-Flash Data Protection ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง Pure Storage และ Cohesity เพื่อให้การสำรองและกู้คืนข้อมูลเป็นไปได้อย่างรวดเร็วด้วยความเร็วระดับ All-Flash และคุ้มค่าสูงสุดด้วยการทำ Data Reduction
  • Pure Storage AIRI โซลูชันระบบ Full-Stack AI-Ready Infrastructure จากความร่วมมือของ Pure Storage และ NVIDIA เพื่อการประมวลผลทางด้าน AI ด้วยความเร็วสูงจาก GPU ที่ดีที่สุดของ NVIDIA และ All Flash Storage ที่เร็วที่สุดจาก Pure Storage
Credit: Pure Storage

จะเห็นได้ว่าโซลูชันของ Pure Storage นี้สามารถถูกนำไปใช้ตอบโจทย์การใช้งานได้ในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดกลาง ไปจนถึงธุรกิจองค์กรขนาดใหญ่ และผู้ให้บริการ Data Center หรือ Cloud ก็ตาม พร้อมรูปแบบการลงทุนที่ครบวงจร ทั้งการจัดซื้อตามปกติ, การใช้งานแบบ STaaS ด้วย Evergreen และอื่นๆ อีกมากมาย

 

สนใจโซลูชัน Pure Storage ติดต่อทีมงาน Pure Storage ได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจในโซลูชันของ Pure Storage หรือเทคโนโลยีด้านระบบ All Flash Storage สามารถติดต่อทีมงาน Pure Storage ประจำประเทศไทยได้ทันทีที่ asean@purestorage.com หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ Pure Storage ได้ที่ https://www.purestorage.com/ และสามารถติดตามข่าวสารได้ที่ Facebook Fan Page https://www.facebook.com/PureStorageTH ทันที

from:https://www.techtalkthai.com/pure-storage-evergreen-storage-subscription-for-long-lasting-enterprise-storage/

TTT Virtual Summit: Enterprise Cloud & Data Center 2022 | 21 – 23 มิ.ย. นี้

TTT Virtual Summit เป็นซีรีส์งานสัมมนาออนไลน์ของ TechTalkThai ที่มีคนสาย IT ติดตามมากกว่า 8,000 คน โดยครั้งที่ 3 ของปี 2022 นี้จัดขึ้นภายใต้ธีม Enterprise Cloud & Data Center 2022 เพื่ออัปเดตแนวโน้ม นวัตกรรม การประยุกต์ใช้ และแนวทางปฏิบัติทางด้าน Cloud และ Data Center ที่น่าสนใจในปี 2022 ทั้งเรื่อง Supercomputer, Cloud Native Technology, Industry Cloud, Container & Serverless, CPU & GPU, Server & Storage & HCI Trends และ Security & Compliance รวม 18 หัวข้อ

เนื้อหาทั้งหมดบรรยายโดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจาก Data Center Providers, Internet Service Providers, Cloud Providers และบริษัท IT/Consult ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ได้แก่ AIS, AMD, Cloudflare, Computer Union, Cyber Elite, Dell Technologies, Fortinet, HPE Aruba, Infor, Intel, Microsoft, Nutanix, Oracle, Red Hat, Tenable และ Veeam

📍 ไฮไลต์ของงาน: พบกับวิทยากรรับเชิญพิเศษจากศูนย์ทรัพยากรคอมพิวเตอร์เพื่อการคำนวณขั้นสูง (NSTDA Supercomputer Center: ThaiSC) ที่จะมาอัปเดต “แนวโน้ม ทิศทาง และตัวอย่างการใช้ Supercomputer ของไทยในปัจจุบัน” และ Microsoft ที่จะมาเจาะลึก “Microsoft Windows Server 2022 และ SQL Server 2022 กับการวางรากฐานสู่ Hybrid Cloud อย่างสมบูรณ์” ให้ทุกท่านได้ฟังกัน

📆 วันที่ 21 – 23 มิถุนายน 2022
⏰ เวลา 13:15 – 16:30 น.
🇹🇭 บรรยายภาษาไทยทุกเซสชัน

งานสัมมนานี้เหมาะสำหรับ: CIO, CTO, CISO, IT Manager, Cloud Architect, System Engineer, System Admin, และผู้ที่สนใจด้าน Cloud และ Data Center

🎉 พิเศษ!! ลงทะเบียนและเข้าร่วมงานเพื่อลุ้นรับ iPad Air รุ่นใหม่, iPhone 13, AirPods Max และ Redmi Watch 2 Lite รวม 9 รางวัล มูลค่ากว่า 80,000 บาท จับรางวัลใหญ่ทุกวัน !!

ดูรายละเอียด กำหนดการ และลงทะเบียนได้ที่: https://conf.techtalkthai.com/cd22/

from:https://www.techtalkthai.com/ttt-virtual-summit-enterprise-cloud-and-data-center-2022/

CU Webinar: Sangfor HCI จุดเริ่มต้นของ Cloud Solution ที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยในราคาที่เหมาะสม

Computer Union ขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อ “Sangfor HCI จุดเริ่มต้นของ Cloud Solution ที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยในราคาที่เหมาะสม” ซึ่งทุกท่านจะได้เรียนรู้กับฟีเจอร์ต่างๆของโซลูชัน Sangfor HCI โดยงานจะจัดขึ้นในวันอังคารที่ 7 มิถุนายน 2565 เวลา 14.00 – 15.30 น. มีกำหนดการลงทะเบียนดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ : Sangfor HCI จุดเริ่มต้นของ Cloud Solution ที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยในราคาที่เหมาะสม

ผู้บรรยาย : ทีมงานจาก Computer Union และ Sangfor (Thailand)

วันเวลา : วันอังคารที่ 7 มิถุนายน 2565 เวลา 14.00 – 15.30 น.

ช่องทางการบรรยาย : Zoom Webinar

ลิงก์ลงทะเบียน : https://us06web.zoom.us/webinar/register/WN_8rBW8mb1QeCFW1Nd3ZgItQ

ในงานสัมมนาครั้งนี้ท่านจะได้ทำความรู้จักกับ Sangfor HCI ที่สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม Hyper-Converged Infrastructure ภายใต้แนวคิด ‘Software Defined IT Infrastructure แบบรวมศูนย์’ จาก Sangfor ซึ่งเป็นผู้นำในด้าน Infrastructure พื้นฐานและการประมวลผลของคลาวด์ระดับโลก

ภายในของโซลูชัน Sangfor HCI นี้มีฟีเจอร์อีกมากมายาทิเช่น Live Migration, VM HA, Distributed Resource Scheduler และอื่นๆ โดยได้รับการยอมรับจาก Gartner Magic Quadrant ในกลุ่ม Hyper-Converged Infrastructure Software อีกด้วย

หัวข้อการบรรยาย

· Trend การใช้งานระบบโครงสร้างพื้นฐานแบบใหม่
· ทำไมต้องเลือกใช้ Sangfor HCI
· กรณีศึกษา (Success case)
· Q&A

from:https://www.techtalkthai.com/cu-webinar-sangfor-hci-07062022/

จบที่ SDC ที่เดียว บริการต่อ MA อุปกรณ์ IT Hardware

ด้วยสถานการณ์โควิดที่ยังระบาดอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ หลายๆ บริษัทคงกำลังมองหาวิธีลดค่าใช้จ่ายของธุรกิจ การเลือกทำ MA ให้กับอุปกรณ์ IT แทนที่จะอัปเกรดอุปกรณ์เป็นรุ่นใหม่ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง โดยเรามาดูกันว่าทำไม ลูกค้าส่วนใหญ่เลือกใช้บริการกับทาง SDC

โดยครอบคลุม การจำหน่าย บริการติดตั้ง บริการให้เช่า และบำรุงดูแลรักษาอุปกรณ์ต่อพ่วงคอมพิวเตอร์ หรือการให้บริการ MA (Maintenance Agreement Service) ภายใต้แบรนด์ชั้นนำทางด้าน IT อาทิ IBM, Dell, HP, Lenovo, Cisco และอื่นๆ ด้วยความพร้อมและความเชี่ยวชาญ SDC จึงมีธุรกิจองค์กรทั่วไทยตัดสินใจเลือกใช้บริการมากกว่า 300 แห่ง ครอบคลุมทุกอุตสาหกรรมในระยะเวลาเพียง 20 ปี

SDC ให้ความสำคัญกับระบบบริหารจัดการอะไหล่สำรองที่เพียงพอและเหมาะสมกับลูกค้า ตลอดอายุสัญญาการให้บริการ จึงสามารถมั่นใจได้ว่าในระยะเวลาที่ให้บริการ ทาง SDC จะสามารถจัดหาอะไหล่มาทดแทนอุปกรณ์ที่เสียหายได้อย่างแน่นอน และเพื่อความสะอาด ต้านภัยโควิด ทาง SDC มีการฆ่าเชื้อ Spare Part ทุกชิ้น ก่อนส่งมอบให้กับทางลูกค้า

การให้บริการของ SDC นี้ครอบคลุมตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันในแต่ละสัปดาห์ สามารถรับประกัน SLA ได้ถึง 4 ชั่วโมงและมี Response Time ภายในเวลาเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น และเพื่อให้การให้บริการมีความโปร่งใสสามารถติดตามได้ ทาง SDC จึงได้มีการจัดเตรียมช่องทางการติดต่อที่หลากหลาย ทั้ง Call Center, LINE Official Account และ Facebook

ไม่เพียงแต่การบริการที่ดีเท่านั้น แต่ SDC ยังได้ออกแบบให้รูปแบบการลงทุนใช้บริการมีความยืดหยุ่น ด้วยการเปิดให้ธุรกิจองค์กรสามารถกำหนด Payment Term ได้ด้วยตนเองให้เหมาะสมกับธุรกิจ และวางแผนการลงทุนใช้จ่ายได้ชัดเจนและง่ายดายยิ่งขึ้นกว่าเดิม

ผู้ที่สนใจบริการ Hardware Maintenance Agreement Service หรือเทคโนโลยีอื่นๆ ทางด้าน IT Infrastructure สามารถติดต่อทีมงาน SDC ได้ทันทีที่อีเมล marketing@systems.co.th หรือโทร 02-744-1600 หรือ LINE OA @sdc_executive และเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ SDC ได้ที่ http://www.systems.co.th/ma-service/special

from:https://www.techtalkthai.com/it-hardware-maintenance-agreement-service-by-sdc/