คลังเก็บป้ายกำกับ: Cloud_Storage

Amazon S3 เข้ารหัสข้อมูลด้วยกุญแจของ AWS เองเป็นค่าเริ่มต้น

AWS ปรับกระบวนการเก็บข้อมูลของบริการ Amazon S3 ใหม่โดยค่าเริ่มต้นจะเปิดใช้การเข้ารหัสแบบ server side encryption (SSE) ที่ใช้กุญแจของ S3 เอง กลายเป็นกระบวนการเก็บข้อมูลแบบขั้นพื้นฐาน มีผลกับออปเจกต์ใหม่เท่านั้น

กระบวนการเข้ารหัสแบบ SSE-S3 เป็นค่าเริ่มต้นที่ผู้ใช้ไม่ต้องจัดการกุญแจด้วยตัวเอง สำหรับลูกค้าที่ต้องการจัดการกุญแจเข้ารหัสเอง ตัวบริการ Amazon S3 มีตัวเลือก SSE-C สำหรับลูกค้าที่นำกุญแจมาเอง และ SSE-KMS ที่ใช้กุญแจจากบริการ AWS KMS มาจัดการ โดยทั้งหมดนี้กระบวนการเข้ารหัสฝั่งเซิร์ฟเวอร์ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่ในกรณีที่คนร้ายได้กุญแจสำหรับ S3 API ไปก็ยังอ่านข้อมูลได้อยู่ดี แต่ก็น่าจะสร้างความมั่นใจได้มากขึ้นว่าข้อมูลถูกเข้ารหัสในดิสก์แน่ๆ ในกรณีที่คนร้ายอาจจะได้ฮาร์ดดิสก์จากศูนย์ข้อมูล AWS ไปก็จะอ่านข้อมูลไม่ได้

AWS เปิดฟีเจอร์ SSE-S3 นี้มาตั้งแต่ปี 2011 แต่เพิ่งเปิดใช้งานเป็นค่าเริ่มต้นในปีนี้

AWS รองรับการเข้ารหัสแบบ client side ด้วย โดยซัพพอร์ตด้วย AWS SDK เข้ารหัสข้อมูลตั้งแต่ก่อนส่งเข้าไปยัง AWS ทำให้แม้กุญแจ S3 API หลุดไปคนร้ายก็ยังอ่านข้อมูลไม่ได้ ถ้าคนร้ายไม่ได้กุญแจเจ้ารหัสข้อมูลไปพร้อมกัน

ที่มา – [AWS] (https://aws.amazon.com/blogs/aws/amazon-s3-encrypts-new-objects-by-default/)

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/132176

Proton เปิดตัว Proton Drive คลาวด์สตอเรจแบบเข้ารหัส end-to-end

Proton ผู้ให้บริการออนไลน์แบบเข้ารหัส ที่เป็นที่รู้จักจาก Proton Mail ประกาศบริการตัวใหม่ Proton Drive คลาวด์สตอเรจที่เข้ารหัสแบบ end-to-end โดยเบื้องต้นเปิดให้ใช้งานผ่านแอปใน Android และ iOS ก่อน

ในการแชร์ไฟล์ให้กับคนอื่น สามารถสร้างลิงก์สำหรับเข้าถึงไฟล์ได้ จึงรองรับกับคนที่ไม่มีบัญชี Proton โดยสามารถตั้งเงื่อนไขรหัสผ่านและวันหมดอายุ ข้อมูลทั้งหมดมีการเข้ารหัสทั้งชื่อไฟล์ โฟลเดอร์ metadata และข้อมูลอื่น

Proton Drive มีทั้งการใช้งานแบบฟรีและเสียเงิน โดยแบบฟรีได้พื้นที่ 1GB สามารถจ่ายเงินเพิ่มเป็น 200GB ที่ 3.99 ดอลลาร์ต่อเดือน หรือ 500GB ที่ 9.99 ดอลลาร์ ในแผนใช้งาน Proton Unlimited ที่ได้ Proton Mail, Proton Calendar และ Proton VPN ด้วย

ที่มา: The Verge

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/131771

Synology สุดแกร่ง! รายรับมากกว่า 2 หมื่นล้านบาท! ตั้งเป้าเป็นเบอร์หนึ่งในตลาด NAS โลก

การเก็บรักษาข้อมูลภายใต้ระบบความปลอดภัยสูงสุด ถือเป็นประเด็นหลักที่หลายองค์กรทั่วโลกต้องคำนึงถึง เนื่องจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ อาจสร้างความเสียหายทางธุรกิจได้ในพริบตา บริษัท Synology Inc จำกัด ผู้ให้บริการด้านการจัดการและปกป้องข้อมูลชั้นนำระดับโลก เล็งเห็นถึงความสำคัญเหล่านี้ และต้องการช่วยให้ธุรกิจทุกประเภทสามารถบริหารและจัดการข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยการนี้นางสาวโจแอน แวง (Joanne Weng) Sales Director กล่าวว่า “เพราะความปลอดภัยด้านข้อมูลของลูกค้า คือสิ่งสำคัญสำหรับเรา เราจึงนำเสนอโซลูชันใหม่ ๆ ภายใต้หลักการของการพัฒนาที่ตอบโจทย์ความต้องการด้านการจัดการข้อมูล ที่มุ่งเน้นการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภายใต้ต้นทุนที่คุ้มค่า ซึ่งที่ผ่านมา การดำเนินธุรกิจในปี 2564 บริษัทเรา มีรายได้รวมทั่วโลกกว่า 600 ล้านเหรียญสหรัฐหรือกว่า 21,633,240,000 บาท และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีประมาณ 20-30% เราเป็นแบรนด์อันดับ 1 ในตลาด NAS ทั่วโลก”

นอกจากนั้นแล้ว ในปี 2566 นี้ บริษัทฯ ยังเตรียมเปิดตัว Synology Scale Out ที่เน้นความสามารถในการขยายความจุมากกว่า 12PB โดยเพิ่มคลัสเตอร์ได้ และออกแบบขึ้นมา โดยคำนึงถึงความยืดหยุ่นที่เน้นการทำงานแบบไม่มีจุดล้มเหลวแม้เพียงจุดเดียวหรือไม่มีเหตุการณ์ใดที่ทำให้การทำงานหยุดชะงักได้เลย

นางสาวโจแอน แวง Sales Director (กลาง), นางสาวธัชวรรณ ชินชนากานต์ Regional Sales Manager (ASEAN) (ซ้าย)

ด้าน นางสาวธัชวรรณ ชินชนากานต์ Regional Sales Manager (ASEAN) ได้เผยถึงกลยุทธ์การทำธุรกิจในส่วนของประเทศไทยในปี 2566 ว่า “สำหรับแผนการตลาดในประเทศนั้น ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง (SMB) ยังคงเป็นตลาดหลักของเรา แต่ที่ผ่านมาเราก็เห็นการเติบโตที่แข็งแกร่งในตลาดกลุ่มเอ็นเตอร์ไพรส์มากขึ้นด้วย นอกจากนี้ ในกลุ่มผู้ใช้งานตามบ้าน เราเห็นถึงความต้องการในการทดแทน External HDD ด้วย NAS และความต้องการสำรองรูปภาพ ซึ่งเป็นทิศทางที่ Synology ต้องการจะโฟกัสไปในปี 2566

 

from:https://www.enterpriseitpro.net/synology-launching-new-storage-new-release/

Cloudflare เปิดตัว R2 Super Slurper เครื่องมือถ่ายโอนข้อมูลจาก Amazon S3 อัตโนมัติ

เมื่อเดือนกันยายน 2021 Cloudflare ได้เปิดตัว R2 Storage บริการเก็บข้อมูลแบบ object storage แบบเดียวกับ Amazon S3 แต่ไม่คิดค่าแบนด์วิดท์นำข้อมูลออก และเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาก็ได้เปิดให้ทุกคนใช้งานแล้ว โดยตอนเปิดตัวบอกว่าจะมีเครื่องมือสำหรับไมเกรตจาก S3 ให้ใช้ด้วย

ล่าสุด Cloudflare เปิดตัว R2 Super Slurper เครื่องมือสำหรับถ่ายโอนข้อมูลจาก Amazon S3 ไปยัง R2 แล้ว โดยมีโหมดการทำงานให้เลือก 2 โหมด ดังนี้

  1. โอนข้อมูลทีเดียวทั้งหมด อันนี้ก็ตรงไปตรงมา เพียงแค่ชี้ไปยัง S3 bucket ที่ต้องการแล้วเครื่องมือจะดูดข้อมูลทั้งหมดไปยัง R2 bucket ให้เอง

  1. โอนข้อมูลตามรีเควส อันนี้เป็นวิธีที่ฉลาดในการลดค่าใช้จ่ายฝั่งต้นทาง เพราะหากใช้วิธีแรกและมีข้อมูลจำนวนมากก็แปลว่าจะมีค่าใช้จ่ายแบนด์วิดท์ขาออกเยอะมากด้วย ซึ่งวิธีที่ 2 นี้จะเป็นการเปิดรับรีเควสจาก user หากออบเจ็คที่ถูกรีเควสเข้ามาไม่มีอยู่ใน R2 ก็ค่อยไปดึงจาก S3 แล้วเก็บลง R2 ด้วย แปลว่าออบเจ็คแต่ละอันจะถูกรีเควสจาก S3 เพียงแค่หนึ่งครั้ง และอาจมีบางเคสที่ข้อมูลบางจุดก็จะไม่ถูกรึเควสเลย ทำให้ค่าใช้จ่ายแบนด์วิดท์ไม่พุ่งพรวดในทีเดียว

ทั้งนี้ เครื่องมือ R2 Super Slurper ไม่ได้จำกัดการใช้งานเฉพาะ Amazon S3 เท่านั้น แต่ยังทำงานร่วมกับ S3-compatible storage ยี่ห้ออื่นได้ด้วย

ขณะนี้ R2 Super Slurper ยังอยู่ระหว่างการทดสอบในวงปิดอยู่ หากสนใจสามารถลงทะเบียนขอร่วมทดสอบได้ที่นี่ โดยจะเปิดเป็น open beta เร็วๆ นี้

ที่มา – Cloudflare
ภาพทั้งหมดโดย Cloudflare

from:https://www.blognone.com/node/131500

Red Hat โยกธุรกิจสตอเรจพร้อมทีมงานไปอยู่กับ IBM

เมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา IBM ประกาศว่า ธุรกิจสตอเรจของทั้ง Red Hat และ IBM จะรวมเข้าเป็นกลุ่มเดียวกันภายใต้เครือ IBM เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมสตอเรจแบบที่เป็นทั้ง Software-Defined และ Cloud-Native ให้เร็วกว่า ไปได้ไกลกว่าเดิม

ลูกค้าของทั้ง Red Hat และ IBM จะได้รับประโยชน์จากความสามารถใหม่ๆ ของทั้งสองฝั่ง และพาให้ IBM ก้าวสู่การเป็นผู้นำในตลาดระบบสตอเรจระดับองค์กร และซอฟต์แวร์สตอเรจบนไฮบริดคลาวด์ไปพร้อมๆ กัน

โดยกลุ่มธุรกิจที่ควบรวมนี้จะทำหน้าที่พัฒนาและจำหน่ายตัว Red Hat OpenShift Data Foundation และ Red Hat Ceph Storage รวมทั้งบริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องบนคลาวด์ ซึ่งทั้งสองตัวนี้ต่างได้รับความนิยมในชุมชนโอเพ่นซอร์สทั้ง Rook และ Ceph

ลูกค้าเดิมจะไม่เจอกับการเปลี่ยนแปลงจากรูปแบบการใช้งานปกติ โดย Red Hat จะยังจำหน่ายและซัพพอร์ตทั้งสองตัวนี้บนแพลตฟอร์ม Red Hat ต่อไปอีกหลายปี โดยจะนำมาให้ใช้ในรูปของโซลูชั่นสตอเรจแบบผสานบนทั้ง Red Hat OpenShift Container Platform และ Red Hat OpenStack Platform

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ 

from:https://www.enterpriseitpro.net/red-hat-transfers-storage-portfolio-and-teams-to-ibm/

NetApp รุกตลาดไฮบริดมัลติคลาวด์เต็มพิกัดด้วย BlueXP

ผู้จำหน่ายโซลูชั่นในด้านสตอเรจและเทคโนโลยีสำหรับคลาวด์ NetApp กำลังหันหัวเสือเตรียมรุกตลาดไฮบริดและมัลติคลาวด์เต็มพิกัดด้วยการเปิดตัว BlueXP ระบบควบคุมจากศูนย์กลางตัวใหม่ที่ใช้จัดการสตอเรจและบริการดาต้าต่างๆ ครอบคลุมทั้ง On-Premises, ไพรเวท, และพับลิกคลาวด์

BlueXP เป็นเทคโนโลยีตัวแรกที่เปิดให้ผู้ใช้ตั้งค่าสตอเรจและบริการข้อมูลทั้งหลายจากฝั่ง On-Premises ไปที่คลาวด์ทั้งไพรเวทและพับลิกได้บนหน้าอินเทอร์เฟซเดียวกัน โดยทาง Ronen Schwartz รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไปด้านคลาวด์สตอเรจ ของ NetApp กล่าวว่า

“BlueXP จะทำให้สตอเรจข้อมูลทั้งหมดอยู่รวมศูนย์กลางเดียวกัน มีให้สำหรับผู้ใช้ NetApp ทุกคนไม่ว่าจะอยู่ On-Premises หรือบนคลาวด์ ทำให้ใช้งานได้มีประสิทธิภาพขึ้นมาก ถือว่า BlueXP นี้เป็นก้าวสำคัญของ NetApp เลยทีเดียว เป็นผลจากความพยายามที่ผ่านมามากมาย”

“เราได้พัฒนานวัตกรรมใหม่เยอะมาก ทั้งการเป็นคนแรกที่นำสตอเรจ On-Premises ขึ้นบนทั้ง AWS, Azure, และ Google Cloud ที่ไม่ใช่แค่โยกข้อมูลขึ้นคลาวด์ธรรมดาเท่านั้น แต่ยังทำให้ระบบเป็นคลาวด์นาทีฟอย่างแท้จริงอีกด้วย”

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – CRN

from:https://www.enterpriseitpro.net/netapp-%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2/

NetApp รุกตลาดไฮบริดมัลติคลาวด์เต็มพิกัดด้วย BlueXP

ผู้จำหน่ายโซลูชั่นในด้านสตอเรจและเทคโนโลยีสำหรับคลาวด์ NetApp กำลังหันหัวเสือเตรียมรุกตลาดไฮบริดและมัลติคลาวด์เต็มพิกัดด้วยการเปิดตัว BlueXP ระบบควบคุมจากศูนย์กลางตัวใหม่ที่ใช้จัดการสตอเรจและบริการดาต้าต่างๆ ครอบคลุมทั้ง On-Premises, ไพรเวท, และพับลิกคลาวด์

BlueXP เป็นเทคโนโลยีตัวแรกที่เปิดให้ผู้ใช้ตั้งค่าสตอเรจและบริการข้อมูลทั้งหลายจากฝั่ง On-Premises ไปที่คลาวด์ทั้งไพรเวทและพับลิกได้บนหน้าอินเทอร์เฟซเดียวกัน โดยทาง Ronen Schwartz รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไปด้านคลาวด์สตอเรจ ของ NetApp กล่าวว่า

“BlueXP จะทำให้สตอเรจข้อมูลทั้งหมดอยู่รวมศูนย์กลางเดียวกัน มีให้สำหรับผู้ใช้ NetApp ทุกคนไม่ว่าจะอยู่ On-Premises หรือบนคลาวด์ ทำให้ใช้งานได้มีประสิทธิภาพขึ้นมาก ถือว่า BlueXP นี้เป็นก้าวสำคัญของ NetApp เลยทีเดียว เป็นผลจากความพยายามที่ผ่านมามากมาย”

“เราได้พัฒนานวัตกรรมใหม่เยอะมาก ทั้งการเป็นคนแรกที่นำสตอเรจ On-Premises ขึ้นบนทั้ง AWS, Azure, และ Google Cloud ที่ไม่ใช่แค่โยกข้อมูลขึ้นคลาวด์ธรรมดาเท่านั้น แต่ยังทำให้ระบบเป็นคลาวด์นาทีฟอย่างแท้จริงอีกด้วย”

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – CRN

from:https://www.enterpriseitpro.net/netapp-bluexp-press-release/

Google Workspace Individual ขยายพื้นที่เป็น 1TB พร้อมให้บริการในไทย

Google Workspace Individual ประกาศขยายพื้นที่จาก 15GB เป็น 1TB พร้อมให้บริการในไทยแล้ว

Credit: Google

Google Workspace Individual เป็นบริการสำหรับการใช้งานแบบคนเดียว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟีเจอร์ที่มากกว่า Google Apps ปกติ เช่น รองรับการทำ Goup calls นานขึ้น, ระบบ Intelligent Noise Cancellation บน Google Meet และระบบ Professional booking page ล่าสุด Google ได้ประกาศขยายพื้นที่ Secure Cloud Storage จาก 15GB เป็น 1TB แล้ว ช่วยแก้ไขปัญหาพื้นที่ Gmail หรือ Drive เต็ม โดยผู้ใช้งานจะได้รับการอัปเกรดอัตโนมัติ

นอกจากนี้ Google ยังประกาศขยายบริการนี้ไปในหลายประเทศรวมถึงประเทศไทยอีกด้วย ผู้ที่สนใจสามารถทดลองใช้งานบริการนี้ได้ฟรี 14 วัน

ที่มา: https://blog.google/products/workspace/workspace-individual-storage/

from:https://www.techtalkthai.com/google-workspace-individual-expands-storage-to-1-tb-and-services-to-thailand/

ฟีเจอร์ SFTP บน Azure Blob Storage เข้าสู่สถานะ Generally Available แล้ว

เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2021 Microsoft ได้ประกาศเพิ่มฟีเจอร์ SFTP ให้ Azure Blob Storage โดยที่ผ่านมาให้ใช้งานฟรีระหว่างที่ยังอยู่ในสถานะ public preview (คิดค่าบริการเฉพาะการเก็บข้อมูล, ค่าเขียนอ่าน, ค่าแบนด์วิดท์ ตามปกติ)

ขณะนี้ผ่านมา 1 ปี Microsoft ได้ประกาศให้ฟีเจอร์ SFTP บน Azure Blob Storage เข้าสู่สถานะ Generally Available (GA) แล้ว และจะเริ่มคิดค่าบริการการเปิดใช้งาน SFTP endpoint ที่ 0.30 ดอลลาร์สหรัฐต่อชั่วโมง หรือตกเดือนละราว 219 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8,300 บาท) เท่ากันทุก region

ทั้งนี้ Microsoft เคยบอกไว้แต่แรกว่าฟีเจอร์ SFTP ของ Azure จะมีราคาถูกกว่า AWS Transfer Family ที่เป็นบริการคล้ายกัน โดยฝั่ง AWS คิดค่าบริการ SFTP endpoint ที่ 0.30 ดอลลาร์สหรัฐต่อชั่วโมงเช่นกัน แต่คิดค่าอัพโหลด/ดาวน์โหลดข้อมูลผ่าน SFTP ที่ 0.04 ดอลลาร์สหรัฐต่อ GB ด้วย

เห็นราคาแบบนี้แล้วหากไม่ได้ใช้งาน SFTP เยอะจริงๆ การตั้ง VM เพื่อเป็น SFTP server เองอาจยังคุ้มกว่า

ที่มา – Microsoft Blog, Microsoft Learn

from:https://www.blognone.com/node/131151

Google Cloud เปิดคำสั่งจัดการไฟล์มในสตอเรจใหม่ เร็วกว่า gsutil หลายเท่าตัว

Google Cloud ออกคำสั่งแบบ command line สำหรับจัดการไฟล์ในคลาวด์สตอเรจ gcloud storage แทนที่คำสั่ง gsutil เดิม โดยความเปลี่ยนแปลงสำคัญคือคตวามเร็วสูงกว่ามาก

gcloud storage อาศัยกระบวนการคำนวณค่าแฮช CRC32 ที่เร็วกว่าเดิม ร่วมกับการดาวน์โหลดและอัพโหลดแบบขนาน เมื่อทดสอบดาวน์โหลดและอัพโหลดไฟล์จากตลาวด์สตอเรจโดยใช้ไฟล์จำนวน 100 ไฟล์ อัตราการดาวน์โหลดเร็วขึ้นถึง 79% ขณะที่การอัพโหลดเร็วขึ้น 33% และเมื่อวัดประสิทธิภาพไฟล์เดี่ยวขนาดใหญ่ ประสิทธิภาพการดาวน์โหลดเพิ่มถึง 94% และการอัพโหลดเพิ่มถึง 57%

นอกจากประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นแล้ว การปรับปรุงครั้งนี้ยังทำให้กระบวนการจัดการตลาวด์สตอเรจของ Google Cloud ไปอยู่ใต้คำสั่ง gcloud ไม่แยกออกจากคำสั่งอื่นๆ อีกต่อไป ส่วนสคริปต์ที่ใช้คำสั่ง gsutil จะใช้ได้ต่อไป โดยกูเกิลเขียนตัวแปลงคำสั่งให้ไปเรียกคำสั่ง gcloud storage แทน ผู้ที่ต้องการใช้งานสามารถอัพเดต Google Cloud SDK ได้ทันที

ที่มา – Google Cloud Blog

No Description

from:https://www.blognone.com/node/130832