คลังเก็บป้ายกำกับ: Cloud_Computing

Cloudflare เตรียมขึ้นราคาเป็นครั้งแรกเดือนมกราคมปีหน้า ลูกค้าเก่าจ่ายราคาเดิมถึงกลางปี

Cloudflare ประกาศขึ้นราคาเป็นครั้งแรกตั้งแต่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2017 โดยปัจจุบัน Cloudflare มีแพ็คเกจให้บริการอยู่ 4 ระดับหลักๆ คือ Free, Pro, Business และ Enterprise ซึ่งก็จะได้ฟีเจอร์เพิ่มมากขึ้นตามลำดับ แต่ตัวฟรีก็มาพร้อมกับระบบป้องกัน DDoS แบบไม่จำกัด, ใบรับรองความปลอดภัยฟรี รวมถึง CDN เช่นกัน

ส่วนแพ็คเกจ Pro ราคา 20 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน (ราว 700 บาท) ได้ฟีเจอร์ความปลอดภัยมากขึ้นเช่น WAF และตัวช่วยต่างๆ ให้เว็บโหลดเร็วขึ้น

แพ็คเกจ Business ราคา 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน (ราว 7,000 บาท) ก็ได้การรับรอง PCI DSS 3.2 เหมาะสำหรับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมการเงิน, การันตี uptime 100% และระบบป้องกันบอทขั้นสูง ส่วนแพ็คเกจ Enterprise จะไม่มีการกำหนดราคาตายตัว ต้องคุยกับเซลส์เป็นเคสๆ แต่ก็ได้ฟีเจอร์เต็มที่ทุกอย่าง

Cloudflare จะปรับราคาขึ้นในวันที่ 15 มกราคม 2023 โดยแพ็คเกจ Pro จะขึ้นราคาเป็น 25 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน (ราว 870 บาท) และ Business จะขึ้นเป็น 250 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน (ราว 8,700 บาท) ทั้งนี้ลูกค้าเดิมหรือลูกค้าใหม่ที่สมัครใช้งานก่อน 15 มกราคม 2023 จะได้สิทธิ์จ่ายราคาเดิมไปจนถึง 14 พฤษภาคม 2023 นอกจากนี้ยังออกแพ็คเกจรายปีที่หารออกมาแล้วได้ราคาเดิม แต่ต้องจ่ายล่วงหน้าทั้งปี

Matthew Prince ซีอีโอของ Cloudflare ระบุว่าการขึ้นราคานี้ไม่ได้ทำเพื่อให้บริษัทมีกำไรมากขึ้น แต่เพื่อนำรายได้ไปลงทุนกับการพัฒนาเครือข่ายของตนเองต่อไป รวมถึงยืนยันว่าตัวฟรีจะฟรีต่อไปไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง และจะนำฟีเจอร์จากแพ็คเกจเสียเงินมาให้ตัวฟรีเรื่อยๆ เหมือนเดิม

ที่มา – Cloudflare Blog

from:https://www.blognone.com/node/131679

VMware เปิดตัว VMware Tanzu บน sovereign cloud ช่วยจัดการกับเวิร์คโหลดได้ดีขึ้น

Vmware ประกาศเปิดตัว VMware Tanzu บน sovereign cloud, VMware Aria Operations Compliance pack สำหรับ sovereign clouds และโซลูชันสำหรับสภาพแวดล้อมในการทำงานแบบเปิดรูปแบบใหม่ รองรับผู้ให้บริการ VMware Sovereign Cloud ที่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว เป็นจำนวนถึง 25 รายทั่วโลก

ด้วยนวัตกรรมของ Sovereign SaaS ใหม่เหล่านี้ จะช่วยให้พันธมิตรสามารถส่งมอบการบริการที่เทียบเท่ากับการให้บริการที่มีอยู่บนพลับบลิกคลาวด์ และยังเพิ่มความมั่นใจว่า ข้อมูลจะได้รับการคุ้มครองและสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนด ตามความต้องการของพื้นที่ ภายใต้อาณาเขตของประเทศต่างๆ นั้นได้ดียิ่งขึ้น

VMware Sovereign Cloud Framework และส่วนประกอบต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้องได้มารวมกันเป็น VMware Sovereign Cloud Initiative ที่ความสอดคล้องกับ Gaia-X และ การจัดการข้อมูลภายใต้ข้อกำหนด (Data Sovereignty) กฏระเบียบของการจัดการข้อมูลภายใต้ข้อกำหนด (Data Sovereignty) ระดับโลก ทำให้การส่งมอบ sovereign clouds เป็นไปได้ง่ายยิ่งขึ้น

Rajeev Bhardwaj รองประธานฝ่ายโซลูชันแพลตฟอร์มผู้ให้บริการคลาวด์ของ VMware กล่าวว่า “หากไม่มี Cloud Sovereignty ก็จะไม่สามารถมี Data Sovereignty ได้เลย และข้อกำหนดต่างๆ ไม่จำเป็นต้องมาเสี่ยงกับนวัตกรรมคลาวด์ เรากำลังสร้างแผนปฏิบัติการใหม่ด้วยการนำบริการ SaaS เข้าสู่สภาพแวดล้อมที่มีความปลอดภัยสูงสุด ซึ่งจะช่วยให้ผู้ให้บริการ VMware Sovereign Cloud สามารถช่วยลูกค้าให้สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมและขับเคลื่อนดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน ในขณะที่ยังสามารถลดความเสี่ยงในการปลดล็อกการสร้างมูลค่าจากข้อมูลที่มี”

 

from:https://www.enterpriseitpro.net/vmware-new-tanzu-for-sovereign-cloud/

เรียกแล้วมาทันที AWS เปิดตัว Lambda SnapStart ลดเวลา cold start ได้ถึง 90% ใช้ฟรีด้วย

สำหรับนักพัฒนาที่รันโค้ดแบบ serverless บน AWS Lambda ก็ต้องเจอปัญหา cold start กันมาทุกคน นั่นคือเมื่อตัวฟังก์ชันไม่ได้ถูกเรียกใช้มาระยะเวลาหนึ่งทำให้ AWS ปิดฟังก์ชันไป และในการเรียกใช้งานครั้งต่อไปหากไม่อยู่ในแคชก็จะต้องรันใหม่ตั้งแต่ต้น กินเวลานานหลายวินาที ส่งผลต่อประสิทธิภาพของแอพโดยรวมได้

แม้ที่ผ่านมา AWS จะพยายามลดเวลา cold start มาตลอด แต่ก็ยังกินเวลาหลายวินาที ล่าสุดได้เปิดตัว Lambda SnapStart ที่โฆษณาว่าช่วยลดระยะเวลา cold start ลงได้มากถึง 90% หรือแทบจะไม่มีการรอ cold start เลยทีเดียว

หลักการทำงานคือเมื่อฟังก์ชันถูกเรียกใช้งานครั้งแรกตามปกติ ระบบจะเก็บ snapshot ของฟังก์ชันด้วย Firecracker หลังจากนั้นเมื่อฟังก์ชันตายไปแล้วและถูกเรียกขึ้นมาใหม่ก็จะดึง snapshot มารันได้เลย ไม่ต้อง cold start ใหม่หมดตั้งแต่เริ่ม โดยจะเก็บ snapshot ไว้ให้ 14 วัน

alt="GEWB7u.jpg"

alt="GEWfgZ.jpg"

ทั้งนี้ Lambda SnapStart ยังมีให้ใช้เฉพาะบน Lambda ที่รัน Java ด้วย Amazon Corretto 11 JDK เท่านั้น สามารถเปิดใช้งานได้เลยทั้งฟังก์ชันที่มีอยู่แล้วและฟังก์ชันที่จะสร้างใหม่โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม อย่างการเดโมบนโค้ด Java ได้จากที่มา (โชว์ลดการ start ฟังก์ชันจาก 6.3 วินาที เหลือเพียง 181.9 มิลลิวินาที)

ที่มา – AWS re:Invent 2022
ภาพทั้งหมดโดย Blognone

from:https://www.blognone.com/node/131654

AWS เปิดตัว EC2 รุ่นใหม่ C7gn, Hpc7g แกนกลาง Graviton 3E ใหม่ ใช้ hypervisor รุ่นใหม่ Nitro v5

วันนี้ที่งาน AWS re:Invent 2022 AWS ได้เปิดตัว EC2 รุ่นใหม่หลายตัว โดยแกนกลางเป็น Graviton ซีพียูที่ออกแบบเอง และรันผ่าน Nitro ฮาร์ดแวร์ hypervisor ของตัวเองที่ขณะนี้เดินทางมาถึง v5 แล้ว

C7gn เป็น EC2 ในกลุ่มที่เน้นซีพียู (Compute Optimized) เช่นนำมาทำระบบเน็ตเวิร์ค, วิเคราะห์ข้อมูล หรือการคำนวณแบบคลัสเตอร์ ใช้ซีพียู Graviton 3E รุ่นใหม่ที่เปิดตัวพร้อมกัน รองรับแบนด์วิดท์เน็ตเวิร์ค 200 Gbps และประมวลผลแพ็คเก็ตได้สูงขึ้น 50% (เทียบกับ C6gn) มีให้เลือกหลายขนาด สูงสุด 64 vCPU และแรม 128 GiB เริ่มให้ทดลองแล้วผ่านการลงทะเบียน

alt="G5yLUu.jpg"

HPC7g เป็น EC2 ตัวใหม่อีกตัวที่ใช้แกนเป็น Graviton 3E เช่นกัน จัดอยู่ในกลุ่ม Compute Optimized ประมวลผลเวคเตอร์ได้เร็วขึ้น 35% เมื่อเทียบกับ Graviton 3 ทำให้เป็น EC2 สำหรับงาน HPC ที่มีอัตราราคาต่อประสิทธิภาพที่ดี รองรับเน็ตเวิร์ค 200Gbps เช่นกัน เลือกขนาดได้สูงสุด 64 vCPU และแรม 128GiB เช่นกัน

alt="G5yJB0.jpg"

R7iz เป็น EC2 ที่ใช้ซีพียู Intel Xeon gen 4 (Sapphire Rapids) เร่งความเร็วได้สูงสุดทุกคอร์ที่ 3.9 GHz เหมาะกับงานด้านการเงิน, การจำลองเวิร์คโหลด และรวมถึงใช้งานเป็นฐานข้อมูลได้เช่นกัน เลือกขนาดได้สูงสุดถึง 128 vCPU และแรม 1TiB

ส่วนฮาร์ดแวร์ hypervisor ของ AWS อย่าง Nitro ที่ใช้งานมานาน ขณะนี้เดินทางมาถึงรุ่น v5 แล้ว มีทรานซิสเตอร์มากขึ้น 2 เท่า, DRAM เร็วขึ้น 50% และแบนด์วิดท์ของ PCIe สูงขึ้น 2 เท่า ออกแบบโดย Annapurna Labs บริษัทชิปจากอิสราเอลที่ซื้อกิจการมาตั้งแต่ปี 2015

alt="G5yy0I.jpg"

alt="G5yFcP.jpg"

alt="G5ye8Z.jpg"

ที่มา – AWS re:Invent 2022
ภาพทั้งหมดโดย Blognone

from:https://www.blognone.com/node/131653

Gartner ประเมินการใช้จ่ายพับลิกคลาวด์ทั่วโลกปี 2023 จะแตะ 6 แสนล้านดอลลาร์

Gartner ออกรายงานพยากรณ์การใช้จ่ายพับลิกคลาวด์ของปี 2023 คาดเติบโต 20.7% มีมูลค่ารวม 5.92 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่ตัวเลขปี 2022 ประเมินว่าอยู่ที่ 4.90 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นอัตราเติบโตที่มากขึ้น

Sid Nag รองประธานฝ่ายวิจัยของ Gartner ให้ความเห็นว่าปัญหาเงินเฟ้อและปัญหาเศรษฐกิจในภาพใหญ่ ส่งผลทั้งบวกและลบต่อการใช้จ่ายพับลิกคลาวด์ แต่ด้วยจุดเด่นที่รองรับการเปลี่ยนแปลงและสเกลที่รวดเร็ว จึงเป็นทางเลือกที่สำคัญของผู้ใช้งาน และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายทางไอทีรวมได้

Gartner ประเมินว่าส่วนโครงสร้างพื้นฐาน IaaS ยังเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของพับลิกคลาวด์ ในปีหน้าจะเติบโต 29.8% ขณะที่ส่วนของแอพพลิเคชันอย่าง PaaS และ SaaS จะได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากต้องมีบุคลากรฝั่งนักพัฒนา ขณะที่องค์กรก็ต้องควบคุมค่าใช้จ่ายในการรับพนักงานเพิ่ม อย่างไรก็ตามภาพรวมส่วนนี้ยังเติบโต

ที่มา: Gartner

from:https://www.blognone.com/node/131319

Basecamp ประกาศเตรียมย้ายออกจากคลาวด์ เหตุเพราะแพงและทำอินเทอร์เน็ตรวมศูนย์

David Heinemeier Hansson (@dhh) ผู้ร่วมก่อตั้ง Basecamp และบริการอีเมล HEY เขียนบล็อกระบุแนวทางว่า Basecamp กำลังเตรียมแผนเพื่อย้ายบริการออกจากคลาวด์แล้วแม้ว่าที่ผ่านมาบริษัทจะใช้คลาวด์มาตลอดก็ตามที

Hansson ระบุว่าคลาวด์นั้นได้เปรียบเมื่อโหลดมีความไม่แน่นอนสูงๆ เช่น สมัย HEY เปิดบริการใหม่ๆ ก็คาดเดาได้ยากว่าคนจะใช้งานมากน้อยแค่ไหน จากที่คาดไว้ว่าจะมีคนใช้งาน 30,000 คนในช่วง 6 เดือนแรกกลับมีผู้สมัครถึง 300,000 รายใน 3 สัปดาห์เท่านั้น แต่หลังจากนั้นโหลดก็ค่อนข้างนิ่งแล้ว โดยเฉพาะ Basecamp ที่เปิดบริการมานาน เขาให้เหตุผลที่ย้ายออกไว้ 3 ข้อได้แก่

  1. ราคาแพง: HEY บริการเดียวจ่ายค่าฐานข้อมูล SQL (RDS) และ Elasticsearch กว่า 500,000 ดอลลาร์ต่อปีให้ AWS แม้ว่าจะเพราะว่าใช้ข้อมูลเยอะแต่ราคานี้ก็แพงเกินไป และองค์กรซื้อเซิร์ฟเวอร์เองได้เยอะถ้ามีงบประมาณเท่ากัน
  2. การจัดการไม่ได้ง่ายทั้งหมด: Hansson ระบุว่ามีแต่คนที่ไม่เคยจัดการโครงสร้างขนาดใหญ่ที่เชื่อว่าพอย้ายไปคลาวด์แล้วการจัดการจะง่ายจนลดคนดูแลได้
  3. ระบบรวมศูนย์; เวลาที่ศูนย์ข้อมูลหลักของ AWS ล่มไปสักแห่ง อินเทอร์เน็ตแทบจะหายไปครึ่งโลก แนวทางนี้ไม่ใช่อินเทอร์เน็ตที่ DARPA ออกแบบไว้

ตอนนี้ Hansson ยังไม่ระบุแผนชัดเจนว่าจะย้ายบริการออกจากคลาวด์มากน้อยเพียงใดในกรอบเวลาเท่าใด

ที่มา – @dhh

No Description

from:https://www.blognone.com/node/131098

AWS เปิด Region ใหม่ในกรุงเทพ มี 3 Availabiltiy Zone

AWS ประกาศเปิด Region ใหม่ในกรุงเทพ ใช้ชื่อว่า AWS Asia Pacific (Bangkok) และจะประกอบไปด้วย 3 Availability Zone นับเป็นผู้ให้บริการคลาวด์ยักษ์ใหญ่ของโลกเจ้าแรกนอกจาก Azure และ Google Cloud Platform ที่มาตั้งศูนย์ข้อมูลแบบเต็มรูปแบบในไทย

AWS ประกาศด้วยว่าจะลงทุนในไทยเป็นเม็ดเงินจำนวน 1.9 แสนล้านบาท เป็นะระยะเวลา 15 ปี

No Description

from:https://www.blognone.com/node/130977

Google Cloud เซ็นสัญญา Coinbase เตรียมรองรับการจ่ายค่าคลาวด์ด้วยคริปโต

Google Cloud ประกาศความร่วมมือกับบริษัทคริปโตชื่อดัง Coinbase ในหลายด้าน โดย Google Cloud จะใช้งานบริการของ Coinbase หลายตัวดังนี้

  • Google Cloud จะรับชำระเงินจากลูกค้าบางราย (ที่เป็นบริษัทแนว Web3) เป็นเงินคริปโต ผ่านระบบ Coinbase Commerce ที่ให้บริการจ่ายเงินเป็นคริปโตสำหรับธุรกรมต่างๆ
  • Google BigQuery เพิ่มชุดข้อมูลคริปโตจากบล็อกเชนชื่อดัง ผ่านบริการ Coinbase Cloud Nodes
  • กูเกิลจะใช้บริการ Coinbase Prime ให้กับลูกค้าสถาบันการเงิน

หลังประกาศข่าวความร่วมมือกับกูเกิล หุ้นของ Coinbase ขึ้นทันที 8.4%

หลายคนอาจสงสัยว่า กูเกิลได้อะไรจากข้อตกลงนี้ คำตอบคือ Coinbase จะย้ายระบบของตัวเองจาก AWS มาอยู่บน Google Cloud นั่นเอง (น่าจะเป็นดีลที่ฝั่งกูเกิลคุ้มค่า)

หน้าตาของ Coinbase Commerce

No Description

ที่มา – Google, CNBC

from:https://www.blognone.com/node/130901

ไมโครซอฟท์เริ่มให้บริการระบบจัดการไฮบริดคลาวด์ Azure Arc ในไทย ผ่าน AIS Cloud X

ไมโครซอฟท์เริ่มให้บริการ Azure Arc บริการจัดการคลาวด์แบบไฮบริด ให้กับลูกค้าในประเทศไทย ผ่านพาร์ทเนอร์ในไทยคือ AIS Cloud X

Azure Arc เปิดตัวครั้งแรกในปี 2019 นิยามตัวเองว่าเป็นระบบจัดการ Azure ที่อยู่ในเครื่องต่างถิ่นฐานกัน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบนคลาวด์ไมโครซอฟท์ หรือเครื่อง on-premise ในองค์กร (ที่ติดตั้งซอฟต์แวร์ของ Azure เช่น Azure Stack) โดยบริหารงานจากที่เดียว ข้อดีจากการมีระบบจัดการกลางคือเรื่องความปลอดภัยแบบรวมศูนย์ และการจัดการทั้งเซิร์ฟเวอร์-คอนเทนเนอร์ไปพร้อมๆ กัน

ที่มา – อีเมลประชาสัมพันธ์ Microsoft Thailand

from:https://www.blognone.com/node/130691

อินเทลเปิดบริการ Developer Cloud ให้นักพัฒนาเช่าเครื่องทดสอบซีพียู-จีพียูที่ยังไม่วางขาย

เก็บตกประเด็นเล็กๆ ที่น่าสนใจจากงานแถลงข่าวอินเทลเมื่อคืนนี้คือ อินเทลจะเปิดบริการ Intel Developer Cloud ให้เช่าเครื่องผ่านคลาวด์เหมือนกับบริการคลาวด์อื่นๆ

สิ่งที่ต่างออกไปคือ อินเทลจะเปิดให้นักพัฒนาสามารถใช้งานซีพียูและจีพียูใหม่ๆ ของอินเทล ที่เปิดตัวแล้วแต่ยังไม่วางขายจริงได้ก่อนใคร เพื่อให้นักพัฒนาสามารถปรับแต่งซอฟต์แวร์ของตัวเองเข้ากับซีพียู-จีพียูเหล่านี้ได้ล่วงหน้า

ตัวอย่างหน่วยประมวลผลที่อินเทลยกตัวอย่าง ได้แก่ Xeon Scalable 4th Gen รุ่นใหม่, จีพียู Flex สำหรับศูนย์ข้อมูล, จีพียูรุ่นใหญ่ Ponte Vecchio และชิปเร่งประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ Habana Gaudi 2 เป็นต้น

ตอนนี้ Intel Developer Cloud ยังเปิดทดสอบ Beta Trial สำหรับนักพัฒนาแบบจำกัดวง

No Description

ที่มา – Intel

from:https://www.blognone.com/node/130659