คลังเก็บป้ายกำกับ: Cloud

HUAWEI CONNECT 2022 เปิดฉากแล้ว “จาง ผิงอัน” เผย! พร้อมสนับสนุนสตาร์ทอัพ 10,000 ราย

งาน HUAWEI CONNECT 2022 เปิดฉากแล้ววันนี้ที่กรุงเทพฯ โดยเคน หู (Ken Hu) ประธานหมุนเวียนของหัวเว่ย ได้กล่าวคำปราศรัยสำคัญในหัวข้อ “Unleash Digital” (ปลดปล่อยพลังแห่งดิจิทัล) ขณะที่จาง ผิงอัน (Zhang Ping’an) ซีอีโอของหัวเว่ย คลาวด์ (Huawei Cloud) ได้ประกาศแผนเปิดตัวรีเจียนใหม่ ๆ ในอินโดนีเซียและไอร์แลนด์ พร้อมเผยโฉมแผนระบบนิเวศอย่าง “Go Cloud, Go Global” (ลุยโลกด้วยคลาวด์) และตอกย้ำพันธสัญญาในการให้บริการทุกสิ่งแบบ Everything as a Service ส่วนคุณแจ็กเกอลีน สือ (Jacqueline Shi) ประธานฝ่ายการตลาดและบริการขายระดับโลกของหัวเว่ย คลาวด์ เปิดเผยว่า หัวเว่ย คลาวด์ จะเปิดตัวนวัตกรรมใหม่กว่า 15 รายการทั่วโลก ครอบคลุมทั้งคลาวด์เนทีฟ การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ ธรรมาภิบาลข้อมูล คอนเทนต์ดิจิทัล การพัฒนาซอฟต์แวร์ และบริการแพลตฟอร์ม (aPaaS) อย่างมาโครเวิร์ส (MacroVerse)

คุณเคน หู เปิดเผยว่า องค์กรต่าง ๆ ควรนำระบบคลาวด์มาใช้เพื่อให้พัฒนาได้อย่างก้าวกระโดด เมื่อเทคโนโลยีอัจฉริยะดิจิทัลคืออนาคต โดยหัวเว่ย คลาวด์ ได้ผสานรวมบริการกว่า 240 รายการ และเอพีไอ (API) กว่า 50,000 รายการ เพื่อนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ การพัฒนาแอปพลิเคชัน และบิ๊กดาตา รวมถึงเครื่องพัฒนาต่าง ๆ ยกขึ้นคลาวด์ นวัตกรรมและความเชี่ยวชาญของหัวเว่ย คลาวด์ จะช่วยให้องค์กรต่าง ๆ ย้ายขึ้นคลาวด์ได้เร็วขึ้นและดีขึ้น

เคน หู (Ken Hu) ประธานหมุนเวียนของหัวเว่ย

หัวเว่ย คลาวด์ มีความมุ่งมั่นในการสร้างเครือข่ายระดับโลกหนึ่งเดียว ซึ่งทำให้เข้าถึงบริการต่าง ๆ บนหัวเว่ย คลาวด์ จากทุกที่ทั่วโลกภายในเวลาเพียง 50 มิลลิวินาที องค์กรต่าง ๆ จะไม่จำเป็นต้องสร้างศูนย์ข้อมูลของตนเองอีกต่อไป โดยหัวเว่ย คลาวด์ จะเปิดตัวรีเจียนใหม่ในอินโดนีเซียและไอร์แลนด์ และภายในปลายปีนี้ หัวเว่ย คลาวด์ จะมีรีเจียนรวมกัน 29 จุด และพื้นที่ให้บริการ (AZ) 75 แห่ง ครอบคลุมกว่า 170 ประเทศและภูมิภาค

จาง ผิงอัน ยังได้เปิดตัวแผน “Go Cloud, Go Global” โดยหัวเว่ย คลาวด์ มุ่งให้บริการทุกสิ่งแบบ Everything as a Service เพื่อแบ่งปันประสบการณ์เจาะจงแต่ละท้องถิ่นที่จำเป็นในการให้บริการในกว่า 170 ประเทศและภูมิภาค พร้อมข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับธุรกิจและอุตสาหกรรมในภูมิภาคหลัก ๆ พร้อมมอบเทคโนโลยีและโซลูชันสนับสนุนอีโคซิสเต็มระดับโลก ความพยายามเช่นนี้จะช่วยให้องค์กรต่าง ๆ ใช้คลาวด์ได้ดีขึ้น และประสบความสำเร็จในการลุยโลกมากขึ้น

หัวเว่ย คลาวด์ ยึดมั่นในหลักการ “จากท้องถิ่นให้ท้องถิ่น” เพื่อสร้างระบบนิเวศดิจิทัลระดับโลก โดยในอีก 3 ปีข้างหน้า หัวเว่ย คลาวด์ จะให้การสนับสนุนสตาร์ทอัพที่มีแววอย่างน้อย 10,000 รายทั่วโลก ด้วยการสนับสนุนต่าง ๆ เช่น การปรับปรุงประสิทธิภาพต้นทุน การสนับสนุนทางเทคนิค การฝึกอบรมผู้ประกอบการ และทรัพยากรธุรกิจอื่น ๆ ปัจจุบัน มีองค์กรกว่า 120 รายในเอเชียแปซิฟิกเข้าร่วมโครงการสตาร์ทอัพของหัวเว่ย คลาวด์ แล้ว

นอกจากนี้ หัวเว่ยยังใช้แพลตฟอร์มระดับแถวหน้าในอุตสาหกรรมเพื่อส่งเสริมนวัตกรรมคลาวด์ โดยคุณแจ็กเกอลีน สือ ได้เปิดตัวบริการใหม่ของหัวเว่ย คลาวด์ รวม 15 รายการ ไม่ว่าจะเป็นซีซีอี เทอร์โบ (CCE Turbo) บริการคลาวด์เนทีฟแบบทุกหนทุกแห่ง (UCS) โซลูชันผานกู่ (Pangu) เพื่อพยากรณ์คลื่นลมทะเล ดาตาอาร์ทส์ เลคฟอร์เมชัน (DataArts LakeFormation) เวอร์ชวล ไลฟ์ (Virtual Live) โค้ดเช็ค แอนด์ คลาวด์เทสต์ (CodeCheck and CloudTest) คูเมสเสจ (KooMessage) คูเสิร์ช (KooSearch) และคูแกลเลอรี (KooGallery)

ในวันข้างหน้า หัวเว่ย คลาวด์ จะเดินหน้าให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญ แก่อุตสาหกรรมต่าง ๆ ต่อไป เพื่อปลดล็อกความเป็นดิจิทัลด้วยบริการทุกสิ่ง และวางรากฐานคลาวด์ในโลกอัจฉริยะ

from:https://www.enterpriseitpro.net/huawei-connect-2022-in-bangkok/

กูเกิ้ลปิดดิลซื้อ Mandiant 5.4 พันล้านเหรียญฯ แล้ว

หลังจากรอคอยมาหลายเดือน กูเกิ้ลก็สามารถจบดิลการซื้อบริษัท Mandiant มูลค่ารวมกว่า 5.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อเอามารวมกับ Google Cloud ได้แล้ว โดยกูเกิ้ลประกาศการปิดดีลอย่างเป็นทางการเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมานี้เอง

ถือเป็นการขยายความครอบคลุมของบริการด้านความปลอดภัยบนคลาวด์ของกูเกิ้ลด้วยการเอาขุมกำลังด้านระบบตรวจจับอันตรายเชิงลึกของ Mandiant เข้ามาใช้ ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 9 กันยายน ตลาด Nasdaq ก็ออกแถลงการณ์วันเทรดวันสุดท้ายของหุ้น Mandiant ด้วย

โดยถ้าการควบกิจการเป็นไปตามแผน หุ้นจะถูกแขวนไว้ในวันปิดดีล (12 กันยายน) และระงับการซื้อขายโดยสิ้นเชิงในวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา ดีลนี้ผ่านการเห็นชอบโดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมแล้ว ตอนนี้เหลือแค่การอนุญาตของทางการในบางประเทศเท่านั้น

ซีอีโอของกูเกิ้ลคลาวด์ Thomas Kurian กล่าวว่า ทั้งเราและ Mandiant ต่างได้ประโยชน์จากการรวมกิจการครั้งนี้ ด้วยการผสานบริการความปลอดภัยที่มีอยู่เดิมเข้ากับระบบรวบรวมข้อมูลด้านอันตรายทางไซเบอร์ชั้นนำจาก Mandiant ทำให้ช่วยปกป้ององค์กรทั่วโลกได้ครอบคลุมทุกขั้นตอนของวงจรชีวิตด้านความปลอดภัย

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – Datacenterknowledge

from:https://www.enterpriseitpro.net/google-completes-54-billion-acquisition-mandiant/

VMware ยืนยันดีลกับ Broadcom ยังอยู่ในกระบวนการ พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์มัลติคลาวด์ใหม่

ในงานประชุมประจำปี VMware Explore เมื่อสัปดาห์ก่อนที่ซีอีโอ Rangarajan Raghuram ออกมากล่าวเปิดนั้น ไม่ใช่งานที่เกิดขึ้นทั่วไปเหมือนก่อนอีกแล้ว โดยเฉพาะเมื่อดีล Broadcom ที่จะซื้อ VMware มูลค่าสูงถึง 6.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กำลังเดินหน้า

และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อซีอีโอ Broadcom คุณ Hock Tan ก็เข้าร่วมงานครั้งนี้ด้วย ทั้งนี้ซีอีโอวีเอ็มแวร์กล่าวในงานก่อนเลยต่อหน้าสื่อว่า ดีลซื้อกิจการยังคงดำเนินการตามขั้นตอน โดยคาดว่าจะปิดดีลได้ภายในปีงบประมาณ 2023 ของ Broadcom ที่น่าจะอยู่ในช่วงพฤศจิกายนนี้ถึงตุลาคมปีหน้า

ดีลนี้ที่ประกาศเป็นทางการเมื่อพฤษภาคมที่ผ่านมา กำลังรออนุมัติทางหน่วยงานต่างๆ ซึ่งระหว่างนี้ทีมบริหารของ VMware จะยังดำเนินธุรกิจไปตามปกติ ร่วมกับการฝึกอบรมทีมของ Broadcom เกี่ยวกับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของ VMware

ทาง Reghuram ยังกล่าวด้วยว่าทีมงาน Broadcom “ตื่นเต้นมาก” กับความรู้ที่เราให้ แต่เขาก็ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับแผนดำเนินงานหลังขายกิจการเรียบร้อย ย้ำเพียงว่าลูกค้า VMware สบายใจได้ เชื่อว่า Broadcom จะยังสานต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ VMware เหมือนที่เคยเป็นมา

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – DatacenterKnowledge

from:https://www.enterpriseitpro.net/vmware-ceo-says-broadcom-deal-on-track/

AIS Business เปิดตัว “AIS Cloud X” ระบบนิเวศคลาวด์อัจฉริยะ ผนึกพาร์ทเนอร์ระดับโลก พร้อมประกาศเป็นผู้ให้บริการ Sovereign Cloud รายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ในช่วงที่ภาคธุรกิจต่างเดินหน้าทรานฟอร์มองค์กรเพื่อเพิ่มศักยภาพ ความรวดเร็วในการทำธุรกิจ รวมถึงรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่อาจคาดเดาไม่ได้ โดยมีดิจิทัลเทคโนโลยีและโซลูชันเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้การทรานฟอร์ม ยืดหยุ่น คล่องตัว และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด AIS Business ในฐานะผู้นำด้านดิจิทัลโซลูชันสำหรับองค์กร จึงจัดงาน AIS Business Cloud 2022 งานสัมมนาทางด้านเทคโนโลยีคลาวด์ ภายใต้แนวคิด “Compute | Connect | Complete” เพื่อร่วมผลักดันให้ภาคธุรกิจไทยตระหนักถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลง และเทรนด์เทคโนโลยีอนาคตที่จะช่วยสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน เพราะวันนี้ “คลาวด์ (Cloud)” เป็นเสาหลักสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่หลีกเลี่ยงไม่ได้  

ภายในงาน ทาง AIS Business จึงได้เปิดตัว “AIS Cloud X” ระบบนิเวศคลาวด์อัจฉริยะ (Intelligent Cloud Ecosystem) ที่จะช่วยให้ธุรกิจสามารถบริหารจัดการคลาวด์ได้อย่างยืดหยุ่น รองรับการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบอย่างไร้รอยต่อ (Flexible Cloud Deployment) ผสานการทำงานกับเครือข่าย 5G, Edge Computing, Multi-Cloud พร้อมแพลตฟอร์ม Cloud Native ที่จะรองรับการพัฒนาแอปพลิเคชัน ภายใต้แนวคิดการเขียนโค้ดอย่างรวดเร็วตามกฏความปลอดภัย (DevSecOps) และคอนเทนเนอร์ (Container) พร้อมบริการที่ช่วยจัดการข้อมูล ทั้งการจัดเก็บ การประมวลผล และการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อป้องกันด้านความปลอดภัย และการใช้งานข้อมูลเพื่อธุรกิจ (Data Driven Business) ตลอดจนระบบสำรองกู้คืนข้อมูลที่รองรับระบบคลาวด์ที่กระจายตัว (Hybrid Cloud Environment) และข้อมูลแอปพลิเคชันที่อยู่ในรูปแบบ Cloud Native หรือ Container รวมถึงการทำงานร่วมกับ VMware ในการเป็นพาร์ทเนอร์ผู้ให้บริการ Sovereign Cloud รายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความมั่นใจเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการเก็บข้อมูลในประเทศ

นอกจากนี้ AIS Cloud X ยังสามารถต่อเชื่อมกับระบบโครงสร้างพื้นฐานครบวงจร และ 5G  จึงเป็นระบบนิเวศคลาวด์ที่สมบูรณ์อย่างไร้รอยต่อ พร้อมช่วยธุรกิจให้สามารถพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคลาวด์ รวมถึงแอปพลิเคชันและโซลูชัน ที่ต้องการการประมวลผลอย่างรวดเร็ว รองรับงานที่ต้องการความแม่นยำสูง (Critical Mission) และงานที่ต้องการความหน่วงต่ำ (Low Latency) อีกทั้งยังมี 5G NEXTGen Platform ที่ช่วยให้การพัฒนาแอปพลิเคชันบน 5G คล่องตัว บริหารจัดการง่าย รวมถึงช่วยขยายขีดความสามารถเพื่อรองรับการเติบโต การแข่งขันทางธุรกิจ และสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างทันทีทันใด  

“การที่องค์กรและภาคธุรกิจจะสามารถทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันเพื่อเปลี่ยนกระบวนการทำงานและปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจ (Business Model) ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น จำเป็นต้องอาศัยการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลและแพลตฟอร์มภายในองค์กรที่แข็งแรง ไม่ว่าจะเป็นคลาวด์ (Cloud) ความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security) และไอโอที (IoT) ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ AIS ที่เราประกาศไปเมื่อช่วงต้นปี ถึงความมุ่งมั่นในการนำศักยภาพของโครงข่าย 5G เข้ามาเสริมความสมบูรณ์ของโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลและแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะโซลูชันคลาวด์ ที่นับว่าเป็นหัวใจสำคัญที่องค์กรภาคธุรกิจต้องลุกขึ้นมาให้ความสำคัญอย่างจริงจัง เพราะคลาวด์จะช่วยให้องค์กรสามารถขับเคลื่อนได้อย่างรวดเร็ว รับมือกับการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค และบริบทใหม่ๆ ของโลกได้อย่างทันท่วงที” คุณธนพงษ์ อิทธิสกุลชัย หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร AIS  กล่าว

คุณธนพงษ์ อิทธิสกุลชัย หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร AIS

“ที่ผ่านมา AIS Business ยังได้รางวัลจากพาร์ทเนอร์ระดับโลก อย่าง Microsoft Thailand Partner  of the Year 2022 และ VMware Thailand Cloud Partner of the Year 2022 สะท้อนให้เห็นเป็นความมุ่งมั่นในการพัฒนาโซลูชันคลาวด์ที่ตอบโจทย์องค์กรมาโดยตลอด และเราเชื่อมั่นว่าการเปิดตัว AIS Cloud X ในวันนี้ จะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่จะช่วยให้องค์กรสามารถบริหารจัดการแพลตฟอร์มคลาวด์ ทั้ง Hybrid และ Multi-Cloud พร้อมเชื่อมต่อ 5G และระบบนิเวศคลาวด์ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับการพัฒนาแอปพลิเคชันแบบ Cloud Native ขององค์กรได้อย่างคล่องตัว โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องใช้แพลตฟอร์มหรือแอปพลิเคชันในการให้บริการลูกค้าซึ่งต้องทำงานอยู่บนพื้นฐานของการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา” คุณธนพงษ์กล่าวเสริม

สำหรับงาน AIS Business Cloud 2022 นับเป็นงานสัมมนาทางด้านเทคโนโลยีคลาวด์ที่จัดขึ้นภายใต้แนวคิด Compute | Connect | Complete  โดยภายในงาน AIS Business ได้ประกาศความแข็งแกร่งของระบบนิเวศคลาวด์ ด้วยการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ระดับโลกอย่าง VMware ในการเป็นผู้ให้บริการ Sovereign Cloud รายแรกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดย Sovereign Cloud คือ โซลูชันคลาวด์ที่จะช่วยเพิ่มความมั่นใจเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด ช่วยลดต้นทุนและความซับซ้อนในการออกแบบระบบเหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการเก็บข้อมูลในประเทศ หรือมีการกำกับดูแลจากหน่วยงานเฉพาะ

นอกจากนี้ภายในงานยังมีการอัปเดตถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีคลาวด์ ที่จะมาช่วยเพิ่มขีดความสามารถการทำงานของภาคธุรกิจและองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ

  • Azure Arc: ครั้งแรกในประเทศไทยกับการให้บริการโซลูชัน Azure Ecosystem โดย AIS เป็นผู้ให้บริการรายแรกและรายเดียวที่พร้อมนำโซลูชัน Azure Arc ช่วยให้องค์กรสามารถสร้างนวัตกรรมได้จากทุกที่ โดยเปิดโอกาสให้องค์กรสามารถนำบริการต่างๆ ของ Azure จาก Global มาใช้งานได้ทั้งบน On-premise หรือบน AIS Cloud X ซึ่งอยู่ในประเทศไทย (Azure go Local) อีกทั้งยังช่วยให้การบริหารจัดการ Azure ที่อยู่หลากหลายสภาพแวดล้อม (Hybrid Environment) เป็นไปได้อย่างคล่องตัว ยืดหยุ่น ปลอดภัย พร้อมตอบสนองการทำงานของแอปพลิเคชันยุคใหม่ที่หลากหลาย 
  • VMware Secure Multi-Cloud Managed Services: โซลูชันที่ผสานระบบการจัดการและระบบรักษาความปลอดภัยหลากหลายของ VMware ประกอบด้วย VMware SD-WAN ดูแลการใช้งานระบบเครือข่าย และ VMware Carbon Black ดูแลระบบความปลอดภัยของ Endpoint และ VM บนคลาวด์ และ VMware Cloud Health ที่ช่วยบริหารจัดการคลาวด์แบบ End-to-End เพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยให้กับองค์กรที่มีการใช้งานคลาวด์จากหลายสถานที่ร่วมกัน 
  • Veeam: โซลูชัน Backup, Recovery และ Migrate ข้อมูลบน Cloud ที่ช่วยสร้างความปลอดภัยให้กับข้อมูลในองค์กร โดย AIS พร้อมให้บริการ Backup ที่หลากหลาย เช่น Backup as a Service, Backup for Microsoft 365, Backup for Azure, Backup for VMware Tanzu (Cloud-native Application) ซึ่งเป็นบริการล่าสุดด้วยโซลูชันสำรองข้อมูล Kasten K10
  • AIS 5G NEXTGen Platform: 5G Platform รายแรกในประเทศไทย ที่รวบรวมการบริหารใช้งานทั้ง เครือข่าย 5G, ความสามารถของ Network Slicing, Edge Compute (MEC), ผู้ให้บริการ Cloud Hyper-scalers ชั้นนำ, แอปพลิเคชัน ต่างๆ ไว้ด้วยกัน ทำให้หน่วยงานธุรกิจและภาครัฐ, ผู้ให้บริการแอปพลิเคชันและโซลูชันต่างๆ, และ System Integrators สามารถบูรณาการและให้บริการ 5G solutions ได้อย่างครบวงจร
  • Business Log Management หรือ B-Log: โซลูชันที่ Blendata ร่วมกับ AIS พัฒนาบริการเก็บ Log สำหรับธุรกิจโดยเฉพาะ เพิ่มประสิทธิภาพด้วยการประมวลผล Big Data ตอบโจทย์ทั้งในด้านการเก็บข้อมูลให้ปลอดภัยบนระบบคลาวด์มาตรฐานโทรคมนาคมของ AIS และการเก็บข้อมูลให้เป็นไปตามพรบ.คอมพิวเตอร์และพรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงมีระบบช่วยในการค้นหาข้อมูล ทำรายงานสรุปผลในรูปแบบของกราฟ และยังขยายระบบได้อย่างรวดเร็วบนคลาวด์ 
  • Opstella: บริการ DevSecOps Platform ที่ Opsta ร่วมกับ AIS พัฒนาบนแพลตฟอร์ม VMware Tanzu รองรับการพัฒนา Cloud-Native Application เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนาแอปพลิเคชัน ได้ง่ายขึ้น ช่วยให้ทีมพัฒนาสามารถส่งมอบแอปพลิเคชันได้รวดเร็ว มีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น และยังลดความยุ่งยากในการบริหารจัดการ Multi-Cloud ได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย
  • Intelligent Box: โซลูชัน e-Document ที่ถูกพัฒนาโดย NETbay ออกแบบโซลูชั่นที่ช่วยให้คุณสามารถช่วยสร้างเอกสารแบบอัตโนมัติ การแชร์เอกสาร หรือการจัดเก็บและแลกเปลี่ยนกันระหว่างแต่ละหน่วยงาน สามารถใช้งานระบบได้บนทุกอุปกรณ์ ทุกทีทุกเวลาด้วยความปลอดภัย
  • Frontline Worker: โซลูชันที่พัฒนาบน Microsoft 365 และ Cloud และ AIS ช่วยให้พนักงานหน้าร้านสามารถสื่อสารข้อมูลกับลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว เพิ่มประสิทธิภาพของยอดขาย สร้างรายงานการขายเพื่อติดตามยอดขายได้ ในส่วนของ Application รองรับการใช้งานบนมือถือและ Tablet สื่อสารได้อย่างปลอดภัยในรูปแบบ Push-to-Talk สามารถเชื่อมต่อกับระบบและหัวหน้างาน ไปจนถึงเรื่องการจัดลำดับความสำคัญและการอบรมพนักงานผ่านทาง Online 

“เพราะคลาวด์ คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะช่วยให้การทำ Digital Transformation ขององค์กรเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ AIS Business จึงมุ่งคิดค้นพัฒนาร่วมกับพาร์ทเนอร์ระดับโลกเพื่อสร้าง Digital Ecosystem ให้สอดคล้องกับทิศทางและตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมต่างๆมาอย่างต่อเนื่อง  ทำให้วันนี้เรามีความพร้อมในการส่งมอบโซลูชันคลาวด์แบบ Total Solution ที่มีความหลากหลายในระบบประมวลผล Compute ที่ลูกค้าสามารถเลือกใช้ได้ตามโจทย์ทางธุรกิจที่แตกต่างกัน อีกทั้งยังสามารถ Connect เชื่อมต่อการประมวลผลกับโครงข่าย 5G และ MEC และสุดท้ายจะช่วยให้ภาคธุรกิจ องค์กร ใช้งานโซลูชันคลาวด์ได้อย่าง Complete ยกระดับความสามารถขององค์กรให้พร้อมต่อความท้าทายใหม่ๆ ในบริบทโลกที่เกิดการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา” คุณธนพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย

from:https://www.techtalkthai.com/ais-business-launches-ais-cloud-x-intelligence-cloud-ecosystem-as-the-first-sovereign-cloud-in-southeast-asia/

ทำความรู้จักกับ “Zerto” เทคโนโลยีการปกป้องข้อมูลขององค์กรคุณได้อย่างต่อเนื่อง (CDP)

Zerto เป็นโซลูชั่นที่พัฒนาขึ้นให้เป็นแพลตฟอร์มปกป้องข้อมูลแบบต่อเนื่องหรือ CDP ที่เป็นการรวมเอาการกู้คืนระบบจากภัยพิบัติ, การสำรองข้อมูล, และการรองรับโมบิลิตี้ระหว่าง Cloud ภายใต้การจัดการข้อมูลเดียวกัน ที่ใช้งานได้ง่ายและสะดวก เป็นโซลูชั่นปกป้องข้อมูลที่ครอบคลุมระบบทั้งฝั่ง On-Premises, Hybrid Cloud, และmulti-cloud ช่วยประหยัดทั้งทรัพยากรและค่าใช้จ่ายด้วยการหันมาใช้แพลตฟอร์มที่เป็นแบบซอฟต์แวร์ทั้งหมดของ Zerto แทนการใช้โซลูชั่นแยกแต่ละจุด

คุณจะได้รับประโยชน์จากระบบจัดการข้อมูลและการกู้คืนอัตโนมัติแบบยูนิฟายด์นี้ได้ไม่ว่าจะเป็นworkloads แบบvirtual, container, หรือcloud-nativeโดย Zerto ที่อยู่ภายใต้การดูแลของ Hewlett Packard Enterprise จะให้ประสบการณ์ใช้งานที่พร้อมเข้าถึงข้อมูลของคุณได้ตลอดเวลา (Always-on) ด้วยการจัดการงานด้านการปกป้อง, กู้คืน, และทำMobilityทั้งแอปพลิเคชั่น และข้อมูล private, public, and hybrid clouds ได้อย่างง่ายดาย เราได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้ากว่า 9,500 รายทั่วโลก มีบริการบนPublic cloud ทั้ง Microsoft Azure, IBM Cloud, AWS, Google Cloud, Oracle Cloud, และผู้ให้บริการด้าน MSP อีกกว่า 350 ราย

คุณสมบัติและมุมมองการใช้งานของ Zerto ในแบบกรณีต่างๆ

 Zerto มีคุณสมบัติและการใช้งานที่น่าสนใจ โดยสามารถแบ่งออกเป็นรูปแบบและกรณีการทำงานในหลากหลายลักษณะทั้งนี้ก็เพื่อการปกป้องข้อมูลของคุณได้อย่างต่อเนื่องนั่นเอง โดยเราได้ยกตัวอย่างคุณสมบัติต่างๆ เช่น

การกู้คืนจากวิกฤติ (DR)

Zerto เป็นแพลตฟอร์มที่กู้ระบบได้อย่างรวดเร็ว ช่วยลดโอกาสการหยุดชะงักของธุรกิจได้เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเกิดจากภัยธรรมชาติ, ฮาร์ดแวร์ล้มเหลว, Ransomware, หรือภาวะหยุดชะงักอื่นๆ ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจ และที่วางแผนไว้ล่วงหน้า มีคุณลักษณะดังนี้

  • Unlock RPO ให้เหลือในหน่วยวินาที และ RTO ลงมาอยู่ระดับนาทีได้ด้วยการคัดลอกข้อมูลแบบ Always-on
  • ทำfailover, failback, หรือโยกย้ายข้อมูลไปมาได้แค่ไม่กี่คลิก
  • ทำรายงาน DR ให้อัตโนมัติเพื่อตอบโจทย์ด้านcomplianceตามมาตรฐาน
  • ทำFailoverเชิงรุกไปยังไซต์อื่นได้ก่อนเกิดเหตุอันตราย
  • คัดลอกขึ้นไปบนpublic cloud, a service provider หรือ secondary site ได้ง่ายๆ โดยไม่เกิดการหยุดชะงัด
การสำรองระบบอย่างต่อเนื่อง จัดเก็บข้อมูลระยะยาว

Zerto ช่วยให้การทำให้การ Backup เป็นเรื่องง่ายด้วยวิธีการสำรองข้อมูลแบบต่อเนื่อง อาศัยเทคโนโลยีการ Journaling เฉพาะตัว การันตีความพร้อมในการให้บริการเสมอของระบบลูกค้าด้วยกระบวนการรักษาความต่อเนื่องในการทำงานได้อย่างง่ายดาย

  • ได้ RPO ที่เร็วมากแค่หลักวินาที และ RTO ในระดับไม่กี่นาที
  • กู้คืนไฟล์ โฟลเดอร์ VM ได้ทันทีโดยไม่กระทบกับระบบหลัก
  • เก็บกักข้อมูลในสตอเรจแบบประหยัดค่าใช้จ่ายทั้งฝั่ง On-Premises และPublic cloud (มีStorageให้เลือกหลายระดับ) เพื่อสอดคล้องตามข้อกำหนดขององค์กร
  • กู้คืนแอปพลิเคชั่นที่ประกอบด้วยหลายวีเอ็ม (Multi-VM) ได้แค่ไม่กี่คลิก ให้การ write-order ข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำและเสถียร
  • กู้คืนเมื่อโดน Ransomware เล่นงานและลดการสูญเสียข้อมูลภายในไม่กี่วินาที รักษาความปลอดภัยของข้อมูลสำรองด้วยการจัดเก็บแบบแก้ไขไม่ได้
  • ทดแทนการแบ็คอัพด้วย Snapshot ได้อย่างสิ้นเชิง
ให้ความคล่องตัว และเพิ่มความง่ายในการโยกข้อมูล

ด้วยระบบของ Zerto ทำให้องค์กรเคลื่อนย้ายแอปพลิเคชั่นหรือดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งหมดได้อย่างอิสระ คุณสามารถ Migrate สิ่งต่างๆ ได้ทั้งระหว่างไซต์ On-Premises หรือขึ้นบนคลาวด์โดยไม่กระทบกับงานหลัก ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว  จัดการโอนถ่ายหรือเปลี่ยนแปลงระบบงานใหม่ขึ้นไปใช้บนคลาวด์ได้อย่างง่ายดาย

  • ย้ายข้อมูลเข้าออก Public clouds ต่างๆ ได้ง่ายและรวดเร็ว
  • เพิ่มการทดสอบก่อนทำการย้ายจริงได้ ด้วยการทดสอบ Failover และ Rollback ได้ภายในคลิกเดียว
  • ไม่ต้องกลัวข้อมูลหายระหว่างทาง เมื่อซิงค์ข้อมูลต้นทางไปยังไซต์งานปลายทางแล้ว ระบบปกป้องข้อมูลต่อเนื่อง (CDP) จะรักษาการซิงค์ระหว่างทั้งสองฝั่งให้อยู่ตลอดเวลา
  • แพลตฟอร์มของ Zerto ใช้ได้กับรูปแบบคลาวด์ของคุณได้ไม่ว่าจะเป็น Multi-cloud หรือ Hybrid

Cloud ไม่ว่าจะใช้ VMware, Hyper-V, Azure, IBM Cloud, AWS, Google Cloud หรือผู้ให้บริการด้าน MSP อีกหลายร้อยราย

ให้ความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพและไว้ใจได้

ด้วยความสามารถในการกู้คืนที่ง่าย และยืดหยุ่น เลือกข้อมูลได้อย่างละเอียด หากเมื่อองค์กรถูกโจมตีทางไซเบอร์ Zerto จะช่วยทำให้คุณกู้คืนระบบกลับมาได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังมอบความสามารถในการมองเห็นและการตรวจสอบด้านความปลอดภัยในทุกมิติ เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ต่างๆ แบบเชิงรุก ไม่ว่าจะเป็น

  • การกู้คืนหลังโดน Ransomware โจมตี กู้กลับไป ณ ช่วงเวลาต่างๆ ได้ในหลักไม่กี่วินาทีก่อนเกิดเหตุดังกล่าวได้อย่างง่าย
  • การตรวจสอบด้านความปลอดภัยในระบบที่แยกออกมาให้ ก่อนจะทำการกู้คืนกลับไปยังระบบหลัก
  • คอยตรวจสอบเหตุการณ์ผิดปกติบนเครือข่ายด้วย Zerto Analytics
สอดรับกับมาตรฐานและข้อปฏิบัติต่างๆ ที่กำหนด

ความยืดหยุ่นของระบบ และรูปแบบการทำงานอัตโนมัติของ Zerto รองรับงานด้านคอมพลายแอนซ์ได้อย่างง่ายดาย และประหยัดค่าใช้จ่าย ทั้งการ:

  • จำกัดบริเวณข้อมูล จัดเก็บ และตรวจสอบตามข้อกำหนดของมาตรฐานและกฎหมายต่างๆ
  • ทำรายงานด้านข้อกำหนดต่างๆ ให้อัตโนมัติสำหรับการทดสอบการกู้คืนจากภัยพิบัติ ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องตามกฎหมายและมาตรฐานที่กำหนดไว้ตามต้องการ

หลักการทำงานของ Zerto

Zerto เป็นแพลตฟอร์มศูนย์กลางแบบรวมศูนย์ สำหรับงานทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการกู้คืนระบบ กู้ข้อมูล หรือโยกย้ายข้อมูลแบบต่างๆ แพลตฟอร์ม Zerto ทำงานบนพื้นฐานของการปกป้องข้อมูลแบบต่อเนื่อง (CDP) ที่ให้ทั้งประสิทธิภาพ ความยืดหยุ่นในการเลือกข้อมูลอย่างละเอียด ลดดาวน์ไทม์และเหตุข้อมูลสูญหายได้

ตัวกลไกของ CDP ก็มีความสามารถในการจัดการและทำออโตเมชั่นงานสำคัญบนตำแหน่งต่างๆ ให้เป็นอย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นการทำ Failovers , Failback การย้ายข้อมูล ทดสอบ หรือย้ายทั้งระบบ ทำได้ง่ายแค่ไม่กี่คลิก พร้อมทั้งคอยตรวจสอบประสิทธิภาพ ปริมาณการใช้งาน หรือแม้แต่คาดการณ์การใช้ทรัพยากรในอนาคตด้วยบริการวิเคราะห์ข้อมูลที่มาพร้อมกัน ใช้งานได้ทุกที่ บนทุกอุปกรณ์ คุณจึงมั่นใจได้ว่าข้อมูลจะได้รับการปกป้อง และทรัพยากรจะได้รับการจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ระบบ Continuous Data Protection (CDP)

Continuous Data Replication – Zerto ให้ Recovery Point Objective (RPO) ได้ละเอียดถึงหลักวินาทีได้ด้วยการคัดลอกการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วแทบจะเรียลไทม์ จนเกือบเสมือนการซิงค์ข้อมูลเลยทีเดียว ทำงานในระดับ Hypervisor จึงทำให้ไม่มีผลกระทบกับระบบหลัก ให้การกู้คืนที่ทั้งละเอียดและยืดหยุ่นในวินาทีที่ต้องการ

Journal-Based Recovery –All checkpoints จัดเก็บเป็น Journal ย้อนกลับไปได้ถึง 30 วัน จึงสามารถทำ RPO ได้ในระดับวินาทีสำหรับทำ DR และ Backup operations สามารถกู้คืนไฟล์ โฟลเดอร์ VM หรือทั้งแอปพลิเคชั่น ทั้งไซต์งานได้แบบแทบไม่มีการสูญเสียข้อมูล

Application Consistency– แอปพลิเคชั่นระดับองค์กรมักประกอบด้วยหลาย VM และหลายองค์ประกอบที่ dependencies ทำให้การแบ็คอัพแบบเดิมอย่างการสำรองข้อมูลทีละส่วน (Incremental) ยากต่อการกู้คืนแอปพลิเคชั่นให้กลับมาทำงานได้อย่างสมบูรณ์ หรือทำ RTO ได้ตามเกณฑ์ที่ต้องการ Zerto จึงเข้ามาแก้ปัญหานี้ด้วยความสามารถอย่าง Virtual Protection Group (VPG) ที่ให้กู้คืนแอปพลิเคชั่น (และVMที่เกี่ยวข้องทั้งหมด) ได้แค่คลิกเดียว จากจุดเวลาเดียวกันได้อย่างเสถียร

จัดเก็บข้อมูลระยะยาวได้ – ทำได้ตามข้อกำหนดมาตรฐานและกฎหมายต่างๆ ที่ต้องการให้จัดเก็บข้อมูลในระยะยาว ไม่ว่าจะหลายเดือนหรือเป็นปีได้ซึ่ง optimizing costs โดย Zerto สามารถทยอยคัดลอกจากบันทึกข้อมูลถ่ายลงสตอเรจที่ประหยัดค่าใช้จ่ายให้ ไม่ว่าจะอยู่บน On-Premises หรือ Public cloud ลดทั้งค่าใช้จ่ายและช่วงเวลาในการแบ็คอัพแต่ละครั้ง (Backup Window) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การทำ Orchestration และ Automation

ความสามารถในการบริหารจัดการและทำ Automation ที่มาพร้อมกับระบบ Zerto นี้ ทำให้จัดโหลดงานต่าง ๆ ไม่ว่าขนาดเล็กหรือใหญ่ได้เร็วขึ้นเพียงแค่ไม่กี่คลิก ลดภาระได้เป็นอย่างดีแม้แต่งานที่ซับซ้อนที่สุดอย่างการกู้คืนจากภัยพิบัติ, การสำรองระบบ, การย้ายระบบขึ้นคลาวด์, หรือทำโครงการเปลี่ยนระบบมาใช้เทคโนโลยีใหม่ (Modernization) ทำให้มีทรัพยากรด้านไอทีเหลือพอที่จะหันมาเน้นด้านการพัฒนานวัตกรรมและบริการอื่นๆ ที่ช่วยยกระดับธุรกิจของคุณได้

  • ตั้งค่าการกู้คืนต่างๆ ทั้งหมดได้ล่วงหน้า ทั้งลำดับการ Boot เครื่อง หรือการ Re-IP สำหรับ Failover ให้พร้อมรับมือภัยพิบัติหรือเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ช่วยให้กระบวนการกู้คืนระบบง่ายขึ้นมาก ใช้งานได้ง่ายมากด้วย ทีมงานไอทีของคุณสามารถจัดการได้แค่ 3 คลิกเท่านั้น
  • ด้วยการทดสอบแบบไม่กระทบระบบหลัก ทำให้คุณตรวจเช็คความสามารถในการกู้คืน, migration dry-run หรือ Test against production replicas ได้โดยไม่กระทบกับการทำงานหลัก หรือระบบปกป้องข้อมูลแต่อย่างใด
  • ด้วย REST API แบบยืดหยุ่น ช่วยด้านการติดตั้งและป้องกันได้แบบอัตโนมัติ พร้อมตัวอย่างการใช้งานแบบพร้อมนำไปใช้ต่อ

เทคโนโลยีด้านการวิเคราะห์

ฟีเจอร์ Zerto Analytics ที่มาพร้อมกับแพลตฟอร์ม Zerto ให้มุมมองหนึ่งเดียวที่ครอบคลุมระบบทั่วทั้งมัลติไซต์ มัลติคลาวด์ของคุณ Zerto Analytics ช่วยให้คุณตัดสินใจบนข้อมูลได้แม่นยำมากขึ้น ใช้วางแผนในการดำเนินงานด้านไอทีได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างรวดเร็วต่อเนื่อง

  • ให้การมองเห็นแบบมัลติไซต์ มัลติคลาวด์ รวมถึงมีแอพบนอุปกรณ์พกพาสำหรับตรวจสอบ SLA ได้จากทุกที่ทุกเวลาด้วย
  • มีรายงาน Compliance รายงานผลตรวจ Audit และเช็คความสอดคล้องตามข้อกำหนดอยู่เสมอด้วย built-in reporting and testing ที่ไม่มีผลกระทบต่อระบบที่ใช้งานจริง
  • คำนวณทรัพยากรระบบที่ต้องใช้ในอนาคตได้ด้วย Resource Planner (อยูใน Zerto Analytics) เพื่อวางแผนระบบโครงสร้างพื้นฐานได้อย่างแม่นยำบนข้อมูลแอปพลิเคชั่นของคุณ คาดการณ์และคำนวณขนาดของระบบป้องกันที่ต้องใช้สำหรับ VM ทั้งที่ได้รับการปกป้องแล้ว และยังไม่ได้รับการปกป้อง
  • ทำรายงานการแบ็คอัพแบบสดเรียลไทม์ ให้คุณได้ข้อมูลที่แม่นยำ ในเวลาที่ทันท่วงทีตามต้องการ ครอบคลุมทุกทรัพยากรและการดำเนินงานด้านการกู้คืนระบบ

 หากสนใจ สามารถทดลองฟรี เพียงแสกน QR Code ด้านล่าง

สนใจข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม ติดต่อ HPEGroup@vstecs.co.th

from:https://www.enterpriseitpro.net/zerto-platform-continuous-data-protection/

VMware เปิดตัวชุดจัดการมัลติคลาวด์ใหม่ล่าสุดแบบ end-to-end นามว่า “VMware Aria”

ที่งาน VMware Explore 2022 ทาง วีเอ็มแวร์ ได้เปิดตัวนวัตกรรม บริการ ข้อเสนอใหม่ และขยายความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์เพื่อสานต่อความมุ่งมั่นในการช่วยให้ลูกค้าใช้งานและเติบโตในมัลติคลาวด์ในปัจจุบัน

เป็นความสามารถใหม่ที่สร้างขึ้นจากบริการ VMware Cross-Cloud™ ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อให้องค์กรมีข้อได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ Cloud-Smart โดย VMware Cross-Cloud เป็นบริการแบบ unified service ซึ่งมีแนวทางที่เรียบง่ายในการสร้าง การใช้งาน การเข้าถึง และการรักษาความปลอดภัยแอปพลิเคชันบนคลาวด์ที่ใช้งานบนอุปกรณ์ต่างๆ – สำหรับทุกแอปแพลตฟอร์ม และรองรับการทำงานจากทุกๆ ที่

นายรากู รากูราม ซีอีโอของ VMware กล่าวว่า “ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้มาใหม่ที่เกิดและเติบโตในคลาวด์หรือผู้ให้บริการที่เป็นที่ยอมรับ เป้าหมายสูงสุดสำหรับลูกค้าคือระบบมัลติคลาวด์ที่ช่วยให้พวกเขาเร่งการสร้างนวัตกรรมดิจิทัลได้ดียิ่งขึ้น เราร่วมกับพาร์ทเนอร์นำเสนอเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อช่วยให้ลูกค้าได้รับประโยชน์ด้วยแนวทาง Cloud-Smart”

นอกจากนี้ VMware ยังเปิดตัวพอร์ตโฟลิโอการจัดการมัลติคลาวด์ตัวล่าสุด VMware Aria ชุดโซลูชั่นแบบ end-to-end สำหรับการจัดการแอปพลิเคชั่นและโครงสร้างพื้นฐานบนคลาวด์เนทีฟ ข้อเสนอใหม่นี้จะช่วยลูกค้าจัดการต้นทุน ขณะที่สามารถทำงาน กำหนดค่า และส่งมอบไพรเวทคลาวด์และพับบลิกคลาวด์สาธารณะได้อย่างดีขึ้น

 

from:https://www.enterpriseitpro.net/vmware-aria-end-to-end-multi-cloud-management/

เริ่มต้น 9 เหรียญฯ!! หัวเว่ยจัดแคมเปญพิเศษ Huawei Cloud 828 ราคาสุดคุ้ม

กลับมาอีกครั้งกับมหกรรม Huawei Cloud 828 Carnival เป็นโซลูชั่นด้านบริการคลาวด์สุดพิเศษจากหัวเว่ยโดยมีราคาเริ่มต้นเพียงแค่ 9 เหรียญ

บริการในโครงการพิเศษนี้มีให้ผู้ใช้ได้ใช้งานที่หลากหลาย อาทิเช่น Cloud Connnect (CC), Content Delivery Network (CDN), Host Security Service (HSS), ECS S6 สำหรับการประมวลผลทั่วไป, C6 ECS ที่มีประสิทธิภาพสูง เป็นต้น

นอกจากนั้นแล้วหากผู้ที่คลิกเยี่ยมชมไซต์ของ Huawei Cloud 828 Carnival ลงทะเบียนวันนี้รับบัตรกำนับ $50 USD ฟรี (สำหรับผู้ใช้ทั่วไป) และ $500 USD ฟรี สำหรับองค์กร!

ดูรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Huawei Cloud 828 Carnival

from:https://www.enterpriseitpro.net/huawei-828-cloud-carnival/

N-able เปิดตัว Cloud User Hub สำหรับ Microsoft 365

ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์จัดการระบบไอที N-able ประกาศเปิดตัวโซลูชั่น N-able Cloud User Hub ใหม่ หลังการเข้าซื้อธุรกิจของ Spinpanel เมื่อกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยเป็นแพลตฟอร์มจัดการและทำงานอัตโนมัติสำหรับระบบ Microsoft 365 แบบ Multi-Tenant

ถือว่า Cloud User Hub ถูกออกแบบมาสำหรับผู้ให้บริการโซลูชั่นคลาวด์ของไมโครซอฟท์โดยเฉพาะ เปิดให้ผู้ใช้จัดการและรักษาความปลอดภัยแบบอัตโนมัติสำหรับทั้ง Tenant, ผู้ใช้ระบบ, และไลเซนส์ต่างๆ ของไมโครซอฟท์

ทั้งหมดนี้รวมอยู่ในฮับศูนย์กลางหนึ่งเดียวที่ช่วยลดความซับซ้อนในการทำงานโดยรวม ยกระดับประสิทธิภาพขึ้น ให้พาร์ทเนอร์ MSP ขยายบริการของธุรกิจได้เป็นอย่างดี ตอบโจทย์เทรนด์การให้บริการทรัพยากรบนคลาวด์ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

Mike Adler ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ของ N-able กล่าวว่า การจัดการและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรบนคลาวด์ได้อย่างเหมาะสม จะนำไปสู่การรองรับการขยายตัวในอนาคต ให้ประสิทธิภาพที่ดีขึ้น และความสามารถในการให้บริการที่ดีกว่าทั้งกับตัว MSP และลูกค้าเอง

อ่านเพิ่มเติมทีนี่ – ITPro

from:https://www.enterpriseitpro.net/nable-cloud-user-hub-launchs/

เร่งประสิทธิภาพให้กับนวัตกรรมของคุณด้วยเทคโนโลยี HPC สุดล้ำจาก HPE

บริษัทวิจัยชั้นนำ Hyperion Research ได้ตีพิมพ์ผลการศึกษา1 ที่พบว่าองค์กรต่างๆ มองความคุ้มค่าของการลงทุนในระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูงหรือ HPC ควรจะทำให้ได้กำไรต่อหนึ่งดอลลาร์สหรัฐฯ อยู่ที่ 44 ดอลลาร์ฯ โดยเฉลี่ย ซึ่ง “ระบบสำหรับพัฒนานวัตกรรม” นี้ได้ทวีความสำคัญอย่างมากต่อธุรกิจในหลายองค์กร โดยเฉพาะการปฏิวัติทางดิจิตอล การเร่งเวลาพัฒนาผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด การยกระดับประสบการณ์ใช้งานของลูกค้า และการเพิ่มกำไรโดยรวม

ถึง ROI ของ HPC จะสูงเช่นนี้ แต่ว่าหลายกลุ่มธุรกิจก็กำลังเผชิญกับผลตอบแทนการลงทุน (หรือกำไร) จาก HPC ที่แตกต่างกัน ที่มีน้อยถึงระดับดอลลาร์ฯ เดียวก็มี2

เร่งความเร็วในการพัฒนานวัตกรรมด้วย HPE ในฐานะพาร์ทเนอร์ที่คอยดูแลระบบ HPC แบบครบวงจร

 

เส้นทางสู่โลกดิจิทัล เพื่อเป้าหมายในการขับเคลื่อนนวัตกรรมที่เร็วกว่า

 เทคโนโลยีล้าสมัย

ที่ไม่สามารถไล่ตามความต้องการทางธุรกิจได้

  • โหนดประมวลผล PCIe Gen3
  • สตอเรจคู่ขนาน PCIe Gen3
  • เครือข่ายระดับ 56 หรือ 100 Gbps
เส้นทางจาก Edge ที่เหนือกว่า
  • โหนดประมวลผล PCIe Gen4
  • สตอเรจคู่ขนาน PCIe Gen4
  • เครือข่ายระดับ 200 Gbps

ระวังเหตุไม่คาดฝันระหว่างทาง!

 อุปสรรคที่มักเจอ
  • การเลือกผลิตภัณฑ์จากหลายผู้จำหน่าย
  • ทำให้ยากต่อการระบุตำแหน่งปัญหาในระบบ
  • มักต้องใช้เวลาแก้ปัญหานาน
มาทางด่วนกันดีกว่า
  • ใช้บริการ HPE Pointnext ที่เป็นศูนย์กลางติดตามหนึ่งเดียว
  • ระบุปัญหาและวิธีแก้ไขอย่างรวดเร็ว
  • กู้คืนระบบได้รวดเร็วตาม SLA
 ใช้ซอฟต์แวร์จัดการคลัสเตอร์จาก HPE
ใช้โหนดประมวลผลแบบ PCIe Gen4 จาก HPE
ใช้สตอเรจคู่ขนาน PCIe Gen4 จาก HPE

เตรียมจอดสู่การส่งมอบ

พับลิกคลาวด์
  • ความกังวลด้านความปลอดภัย
  • คอขวดด้านประสิทธิภาพ
  • มีค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนย้ายข้อมูล
การจัดซื้อแบบปกติ (ซื้อขาด หรือเช่าทำสัญญา)
ใช้แพลตฟอร์ม HPE GreenLake ที่ดูแลตั้งแต่ Edge ถึงคลาวด์

 ถึงเป้าหมายแล้ว!

ด้วยประสิทธิภาพ เสถียรภาพ และความยืดหยุ่นทางการเงินที่ไร้เทียมทานของบริการ HPC แบบ End-to-End จาก HPE ที่ผลักดันนวัตกรรมให้ได้กำไรเร็วกว่าเดิม

  • พัฒนานวัตกรรมเร็วขึ้น ด้วยประสิทธิภาพระดับ PCIe Gen4 แบบ End-to-End ทั้งเซิร์ฟเวอร์และสตอเรจ
  • ลดความเสี่ยง ด้วยการตรวจสอบที่ครอบคลุมทั้งระบบจาก HPE Pointnext Service ที่กู้คืนระบบตามข้อตกลงการให้บริการได้เร็วขึ้น
  • ใช้จ่ายได้สอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจ ด้วยทางเลือกในการจัดหาที่มีให้ครอบคลุมทุกขั้นตอน

ทำไมต้องใช้ HPC จาก HPE?

  • เป็นผู้จำหน่าย HPC อันดับ 1 ของโลก ที่มีส่วนแบ่งการตลาดทิ้งห่างอันดับสองมากกว่า 10%3
  • ให้บริการระดับโลก มีรายได้ต่อปีจากแค่ HPC ถึงระดับหลายพันล้านดอลลาร์ฯ4
  • ด้วยทรัพย์สินทางปัญญา ของ HPC ที่อัจฉริยะครอบคลุมทุกด้าน (ซอฟต์แวร์ การประมวลผล การเชื่อมต่อ และสตอเรจ)
  • มีทีมช่วยเหลือที่แข็งแกร่ง จากผู้เชี่ยวชาญด้าน HPC กว่า 1,000 คนทั่วโลก
  • ให้บริการนวัตกรรมใหม่ อย่างบริการคลาวด์ HPE GreenLake และ HPE Accelerated Migration

เรียนรู้เพิ่มเติมจาก

hpe.com/info/hpc
hpe.com/info/hpc-storage
สนใจข้อมูลเพิ่มเติม https://www.metroconnect.co.th/products/hpe-hardware/ หรือสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม ติดต่อฝ่ายการตลาด โทร: 02-089-4343 email: mktmcc@metroconnect.co.th

from:https://www.enterpriseitpro.net/hpe-hpc-for-new-innovation/

นักวิจัยทดสอบความปลอดภัยบริการฐานข้อมูล SQL บนคลาวด์ เจอกูเกิลจับได้หลังเจาะสำเร็จ

ทีมวิจัยความปลอดภัยของ Wiz ผู้ให้บริการรักษความปลอดภัยบนคลาวด์ทดสอบความปลอดภัยของบริการฐานข้อมูลแบบ SQL บนคลาวด์โดยเจาะเฉพาะบริการ PostgreSQL ที่ได้รับความนิยมสูง โดยการออกแบบของ PostgreSQL นั้นไม่ได้คำนึงถึงการใช้งานพร้อมกันหลายองค์กร (multi-tenant) ผู้ให้บริการคลาวด์ต้องหาทางจัดการแยกข้อมูลออกจากกัน พร้อมกับจำกัดสิทธิ์ของลูกค้าไม่ให้เข้ามายุ่งกับระบบเกินความจำเป็น แม้บัญชีของลูกค้าจะมีสิทธิ์ผู้ดูแลฐานข้อมูลเต็มรูปแบบก็ตาม

การโจมตีที่พบบ่อยในการให้บริการ SQL-as-a-Service เช่นนี้คือคำสั่ง COPY [ชื่อตาราง FROM PROGRAM [ชื่อโปรแกรม] เพราะเป็นคำสั่งที่รันโปรแกรมในเครื่องได้โดยตรง แต่กูเกิลก็ล็อกสิทธิ์นี้เอาไว้ ทาง Wiz หาช่องโหว่อื่น และพบว่าหากเปลี่ยนเจ้าของตารางให้เป็น cloudsqladmin แล้วนำคำสั่ง FROM PROGRAM ไปซ่อนไว้ในฟังก์ชั่น INDEX แทน จากนั้นจึงสั่ง ANALYZE ตัว PostgreSQL ก็จะรันฟังก์ชั่นด้วยสิทธิ์ของเจ้าของตาราง

การรันคำสั่งได้เช่นนี้ ทำให้ Wiz สามารถรันคำสั่งในเครื่องด้วยสิทธิ์ของผู้ใช้ postgres ได้ เมื่อเข้าไปใน shell ก็พบว่าตัวโปรแกรมรันอยู่ในคอนเทนเนอร์อีกชั้น แต่ใช้เน็ตเวิร์คของโฮสต์โดยตรง จากนั้นก็ตรวจหาว่ามีไฟล์ใดที่แก้ไขได้ แต่เจ้าผู้รันมีสิทธิ์เหนือกว่า postgres ก็พบว่ามีไฟล์ iptable-save ในเครื่องที่แก้ไขจากการเปิดสิทธิ์ให้เครื่องภายนอกเชื่อมต่อเข้ามาในหน้าคอนฟิกของ Google Cloud เอง โดยตัวเจ้าของไฟล์เป็นสิทธิ์ root จากนั้นจึงเจาะออกจากคอนเทนเนอร์ผ่านทาง Google Cloud guest agent ที่รันอยู่ในเครื่อง โดย Wiz สามารถสร้างบัญชี SSH บนโฮสต์ได้สำเร็จและล็อกอินเข้าไปยังเครื่องได้

แต่หลังจากล็อกอินสำเร็จไปไม่นาน ทีมงาน Google Cloud ก็เมลหาทีมงาน Wiz ว่ากำลังวิจัยความปลอดภัยอยู่ใช่หรือเปล่า และขอให้ช่วยแจ้งความคืบหน้าของการวิจัย ทาง Wiz ระบุว่านี่เป็นครั้งแรกในรอบปีที่บริการคลาวด์สามารถจับการทดสอบความปลอดภัยได้กลางทาง หลังจากนั้นจึงรายงานรายละเอียดและหาวิธีการปิดช่องโหว่ต่อไป

ทีมงาน Wiz ทดสอบแบบเดียวกันกับคลาวด์รายอื่นๆ ด้วย และพบว่าผู้ให้บริการคลาวด์แต่ละรายพยายามจัดการสิทธิ์ของผู้ใช้แตกต่างกันไป ทาง Google Cloud เสนอว่าอาจจะสร้างโครงการ PostgreSQL ที่เสริมความแข็งแกร่งด้านความปลอดภัยแล้ว เพื่อให้ผู้ให้บริการคลาวด์อื่นๆ ใช้แนวทางร่วมกันได้มากขึ้น และยังมี Aiven ผู้ให้บริการฐานข้อมูลบนคลาวด์ก็เตรียมจะเปิด PostgreSQL รุ่นปรับปรุงสำหรับให้บริการคลาวด์ออกมาเป็นโอเพนซอร์สเช่นกัน

ที่มา – Wiz

No Description

from:https://www.blognone.com/node/129824