คลังเก็บป้ายกำกับ: Cloud

VMware เปิดตัว VMware Tanzu บน sovereign cloud ช่วยจัดการกับเวิร์คโหลดได้ดีขึ้น

Vmware ประกาศเปิดตัว VMware Tanzu บน sovereign cloud, VMware Aria Operations Compliance pack สำหรับ sovereign clouds และโซลูชันสำหรับสภาพแวดล้อมในการทำงานแบบเปิดรูปแบบใหม่ รองรับผู้ให้บริการ VMware Sovereign Cloud ที่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว เป็นจำนวนถึง 25 รายทั่วโลก

ด้วยนวัตกรรมของ Sovereign SaaS ใหม่เหล่านี้ จะช่วยให้พันธมิตรสามารถส่งมอบการบริการที่เทียบเท่ากับการให้บริการที่มีอยู่บนพลับบลิกคลาวด์ และยังเพิ่มความมั่นใจว่า ข้อมูลจะได้รับการคุ้มครองและสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนด ตามความต้องการของพื้นที่ ภายใต้อาณาเขตของประเทศต่างๆ นั้นได้ดียิ่งขึ้น

VMware Sovereign Cloud Framework และส่วนประกอบต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้องได้มารวมกันเป็น VMware Sovereign Cloud Initiative ที่ความสอดคล้องกับ Gaia-X และ การจัดการข้อมูลภายใต้ข้อกำหนด (Data Sovereignty) กฏระเบียบของการจัดการข้อมูลภายใต้ข้อกำหนด (Data Sovereignty) ระดับโลก ทำให้การส่งมอบ sovereign clouds เป็นไปได้ง่ายยิ่งขึ้น

Rajeev Bhardwaj รองประธานฝ่ายโซลูชันแพลตฟอร์มผู้ให้บริการคลาวด์ของ VMware กล่าวว่า “หากไม่มี Cloud Sovereignty ก็จะไม่สามารถมี Data Sovereignty ได้เลย และข้อกำหนดต่างๆ ไม่จำเป็นต้องมาเสี่ยงกับนวัตกรรมคลาวด์ เรากำลังสร้างแผนปฏิบัติการใหม่ด้วยการนำบริการ SaaS เข้าสู่สภาพแวดล้อมที่มีความปลอดภัยสูงสุด ซึ่งจะช่วยให้ผู้ให้บริการ VMware Sovereign Cloud สามารถช่วยลูกค้าให้สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมและขับเคลื่อนดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน ในขณะที่ยังสามารถลดความเสี่ยงในการปลดล็อกการสร้างมูลค่าจากข้อมูลที่มี”

 

from:https://www.enterpriseitpro.net/vmware-new-tanzu-for-sovereign-cloud/

ยอดขาย VMware ทะยานขึ้นระดับ 3.2 พันล้านดอลล์ อานิสงค์จาก SaaS เป็นหลัก

ซีอีโอ Broadcom คุณ Hock Tan เคยกล่าวไว้ตอนปิดดีลซื้อกิจการมูลค่า 6.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำเร็จเมื่อพฤษภาคมที่ผ่านมาว่า เขาต้องการให้รายได้ของ VMware มาจากฝั่งค่าสมัครใช้บริการมากขึ้น จึงต้องพยายามให้ได้อัตราการสมัครสมาชิกมากขึ้นไปด้วย ให้ขึ้นได้ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ต่อปี

ซึ่งล่าสุด ซีอีโอ VMware คุณ Raghu Raghuram ประกาศว่า ยอดขายของบริษัทไตรมาสที่ผ่านมาได้ตามเป้า แม้รายรับโดยรวมจะเพิ่มแค่เปอร์เซ็นต์หลักเดียว แต่ถ้าดูเฉพาะส่วนของซับสคริปชั่นแล้วเติบโตได้มากคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ถึงสองหลักเลยทีเดียว

พร้อมให้เครดิตว่าเป็นผลจากการผลักดันของผู้ผลิตชิปที่เป็นบริษัทแม่อย่างบรอดคอม ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนานวัตกรรมใหม่มากมาย ทั้ง VMware vSphere 8, VMware vSAN 8, และ VMware Aria โดยบริษัทมุ่งมั่นที่จะช่วยลูกค้าปฏิวัติธุรกิจให้เป็นระบบดิจิตอล ดึงศักยภาคของมัลติคลาวด์ให้ถึงขีดสุด

สำหรับตัวเลขยอดขายไตรมาสที่ 3 ของปีงบประมาณ 2023 ล่าสุดนั้นเท่ากับ 3.21 พันล้านดอลลาร์ฯ มากกว่าปีที่แล้วที่อยู่ที่ 3.18 พันล้านดอลลาร์ฯ ซึ่งในยอดนี้กว่า 31 เปอร์เซ็นต์เป็นรายได้จากค่าสมัครบริการทั้งสิ้น อย่างรายได้ค่าสมาชิกประจำปีหรือ ARR ของส่วน SaaS ก็โตมากถึง 24 เปอร์เซ็นต์

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – CRN

from:https://www.enterpriseitpro.net/%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2-vmware-%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a-3-2/

ยอดขาย VMware ทะยานขึ้นระดับ 3.2 พันล้านดอลล์ อานิสงค์จาก SaaS เป็นหลัก

ซีอีโอ Broadcom คุณ Hock Tan เคยกล่าวไว้ตอนปิดดีลซื้อกิจการมูลค่า 6.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำเร็จเมื่อพฤษภาคมที่ผ่านมาว่า เขาต้องการให้รายได้ของ VMware มาจากฝั่งค่าสมัครใช้บริการมากขึ้น จึงต้องพยายามให้ได้อัตราการสมัครสมาชิกมากขึ้นไปด้วย ให้ขึ้นได้ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ต่อปี

ซึ่งล่าสุด ซีอีโอ VMware คุณ Raghu Raghuram ประกาศว่า ยอดขายของบริษัทไตรมาสที่ผ่านมาได้ตามเป้า แม้รายรับโดยรวมจะเพิ่มแค่เปอร์เซ็นต์หลักเดียว แต่ถ้าดูเฉพาะส่วนของซับสคริปชั่นแล้วเติบโตได้มากคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ถึงสองหลักเลยทีเดียว

พร้อมให้เครดิตว่าเป็นผลจากการผลักดันของผู้ผลิตชิปที่เป็นบริษัทแม่อย่างบรอดคอม ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนานวัตกรรมใหม่มากมาย ทั้ง VMware vSphere 8, VMware vSAN 8, และ VMware Aria โดยบริษัทมุ่งมั่นที่จะช่วยลูกค้าปฏิวัติธุรกิจให้เป็นระบบดิจิตอล ดึงศักยภาคของมัลติคลาวด์ให้ถึงขีดสุด

สำหรับตัวเลขยอดขายไตรมาสที่ 3 ของปีงบประมาณ 2023 ล่าสุดนั้นเท่ากับ 3.21 พันล้านดอลลาร์ฯ มากกว่าปีที่แล้วที่อยู่ที่ 3.18 พันล้านดอลลาร์ฯ ซึ่งในยอดนี้กว่า 31 เปอร์เซ็นต์เป็นรายได้จากค่าสมัครบริการทั้งสิ้น อย่างรายได้ค่าสมาชิกประจำปีหรือ ARR ของส่วน SaaS ก็โตมากถึง 24 เปอร์เซ็นต์

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – CRN

from:https://www.enterpriseitpro.net/vmware-saas-rev-growth/

Kasten by Veeam เปิดตัวเวอร์ชั่นใหม่ Kasten K10 V5.5 เพื่อปกป้องข้อมูลบน Kubernetes ด้วยระบบอัตโนมัติ

Kasten by Veeam® ได้ประกาศเปิดตัวแพลตฟอร์มจัดการข้อมูลบน Kubernetes ใหม่ชื่อ Kasten by Veeam K10 V5.5 เพื่อรองรับการเติบโตของแอพพลิเคชั่นบน K8S ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ขาดคนที่มีทักษะรองรับทำให้หลายองค์กรไม่สามารถขยายระบบได้อย่างราบรื่นตามธรรมชาติของคลาวด์

ตัว Kasten ใหม่นี้จะช่วยอุดช่องโหว่ดังกล่าวด้วยความสามารถใหม่ที่รวมเอาการทำงานแบบอัตโนมัติ และการรองรับการขยายตัวของคลาวด์เข้าด้วยกัน

เป็นการเติมเต็มให้แก่ชุดผลิตภัณฑ์ปกป้องและกู้คืนระบบยุคใหม่ที่มีอยู่เดิมของ Veeam ให้ครอบคลุมทรัพย์สินดิจิตอลทั้งหมดทั้งส่วนของเวอร์ช่วล คลาวด์นาทีฟ SaaS Kubernetes หรือแม้แต่โหลดงานบนระบบกายภาพ

ถือเป็นการปฏิวัติการทำงานบน Kubernetes ใหม่ที่รองรับความซับซ้อนในการขยายตัว โดยเฉพาะจากความหลากหลายของระบบที่ติดตั้งได้เป็นอย่างดี ตอบโจทย์ให้องค์กรต่างๆ สามารถจัดการระบบที่ขยายตัวนี้ได้อย่างยืดหยุ่น

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – ETW

from:https://www.enterpriseitpro.net/kasten-by-veeam-announces-new-kasten-k10-v5-5/

แบบสำรวจชี้ ‘NIPA Cloud’ ขึ้นแทนอันดับ 1 คลาวด์ไทยที่คนเลือกใช้มากที่สุด [Guest Post]

ณ งาน Industrial IoT Solution Expo 2022 เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา NIPA Cloud ได้เข้าร่วมสนทนา แลกเปลี่ยนความรู้ และจัดแสดงผลงานด้าน IoT ที่บูทของเราเอง ซึ่งก็มีผู้แวะเวียนมาเป็นจำนวนมาก และได้รับการตอบรับจากผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างดี

ภายในงาน NIPA Cloud ได้มีโอกาสพูดคุยกับตัวแทนจากบริษัทผู้ให้บริการโทรคมนาคมเจ้าใหญ่รายหนึ่งที่ทำแบบสำรวจการเลือกใช้คลาวด์ในไทยหรือ local cloud โดยผลสำรวจเผยว่า คลาวด์ไทยที่ได้รับเลือกมากที่สุดเป็นอันดับ 1 คือ NIPA Cloud เพราะนอกจากคุณภาพของคลาวด์ที่ทัดเทียมสากลแล้ว บริการจากทีมงานมืออาชีพตลอด 24 ชั่วโมง ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ใช้บริการไม่แพ้กัน

เราขอขอบพระคุณผู้ใช้บริการทุกท่านที่ไว้วางใจใช้บริการคลาวด์กับ NIPA Cloud และในฐานะคลาวด์อันดับ 1 ที่คุณเลือก เรามั่นใจว่าเราจะสร้างความประทับใจในทุกมิติให้กับท่านต่อไป เพื่อให้ธุรกิจไทยก้าวทันความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่กำลังจะเข้ามาในอนาคต และพัฒนาให้วงการเทคโนโลยีไทยล้ำหน้าไม่แพ้ของต่างชาติได้อย่างแท้จริง

สำหรับผู้ที่สนใจต้องการใช้ public cloud จาก NIPA Cloud ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนได้ที่ https://bit.ly/3ClSCqq รับฟรี สิทธิ์ทดลองใช้ 1 เดือน พร้อมบริการ Migration & Consulting จากทีมงานผู้เชี่ยวชาญ

ติดตาม NIPA Cloud ตามช่องทางต่าง ๆ ได้ที่ https://linktr.ee/nipacloud 

สนใจบริการคลาวด์ ติดต่อ
Office: 02-107-8251 ext. 444, 416, 417
Mobile (TH): 086-019-4000
Mobile (EN): 081-841-4949
Email: sales@nipa.cloud
Inbox: http://m.me/nipacloud

from:https://www.techtalkthai.com/nipa-cloud-thailand-most-complete-enterprise-cloud-edge-ecosystem-guest-post/

สรุปงาน User Conference : NDBS Thailand & SAP User Conference 2022: อนาคตของ SAP กับการมุ่งสู่ Cloud Solution อย่างเต็มตัวและประเด็นที่ธุรกิจต้องเตรียมรับมือปี 2023

ในวันที่ 21 ตุลาคม 2022 ที่ผ่านมานี้ ทางทีมงาน TechTalkThai ได้มีโอกาสไปร่วมงาน Conference NDBS Thailand  & SAP User Conference 2022 ซึ่งเป็นงาน Conference ใหญ่ประจำปีที่ได้รวมลูกค้าผู้ใช้งาน SAP กว่า 300 รายมาร่วมอัปเดตเทคโนโลยีและแบ่งปันประสบการณ์การใช้งาน SAP ซึ่งภายในงานก็มีประเด็นที่น่าสนใจมากมาย และทีมงาน TechTalkThai ก็ขอนำสรุปเอาไว้ดังนี้นะครับ

NDBS Thailand ขอขอบคุณลูกค้าทั่วไทย กับสถิติลูกค้า SAP ในไทยมากกว่า 500 ราย

Khun Wisit Wirayagorn Managing Director , NTT DATA Business Solutions Thailand

 

งาน Conference ครั้งนี้เปิดงานโดยคุณวิศิษฐ์ วิระยากรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นทีที เดต้า บิสซิเนส โซลูชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ออกมากล่าวขอบคุณถึงลูกค้าทุกๆ รายที่ทำให้ NDBS Thailand หรือที่คุ้นเคยกันในชื่อเดิมว่า ISS Consulting สามารถเติบโตมาจนถึงปัจจุบันนี้ได้ ด้วยการมีลูกค้าธุรกิจองค์กรไทยที่ไว้วางใจใช้บริการจาก NDBS Thailand มาแล้วถึง 518 ราย โดยมีธุรกิจองค์กรที่เลือกใช้ SAP S/4HANA และ SAP ECC 6.0 รวมกันเกือบ 200 ราย และ SAP Business One เกินกว่า 100 รายแล้วในทุกวันนี้

ประเด็นหนึ่งที่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ NDBS Thailand ในปีนี้ ก็คือการที่ ISS Consulting ได้ทำการ Rebrand เมื่อต้นปี 2022 มาสู่การเป็นบริษัทหนึ่งในเครือของ NTT DATA ภายใต้ชื่อ NTT Data Business Solutions หรือ NDBS Thailand ซึ่งถึงแม้ทีมงานทั้งหมดจะยังคงเป็นทีมงานเดิมของ ISS Consulting แต่ด้วยโอกาสใหม่ๆ และความร่วมมือที่เกิดขึ้นกับบริษัทอื่นในเครือของ NTT ก็ทำให้ NDBS Thailand มีการเติบโตที่น่าสนใจมาก ทั้งในแง่ของฐานลูกค้าที่กว้างขึ้นและเปิดไปสู่ตลาดโลกมากขึ้น ไปจนถึงความร่วมมือในเชิงเทคโนโลยีเพื่อสร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆ ให้กับลูกค้าของ NDBS Thailand

ทั้งนี้ในงาน NDBS Thailand & SAP User Conference 2022 ปีนี้ ก็จัดขึ้นในธีม Follow the Path to SAP Cloud Solutions เพื่อตอกย้ำถึงการก้าวสู่การเป็น Cloud Business อย่างเต็มตัวของ SAP และ NDBS Thailand  ร่วมกัน ซึ่งในงานครั้งนี้ก็ได้มีพันธมิตร อย่างเช่น Microsoft Azure และ AWS มาออกบูธเพื่อให้ลูกค้าที่ใช้งาน SAP อยู่สามารถเรียนรู้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน SAP Cloud Solutions บนผู้ให้บริการ Cloud ชั้นนำระดับโลกทั้งสองรายนี้ได้

แน่นอนว่าในงาน Conference ครั้งนี้ก็ยังคงอัดแน่นไปด้วยเนื้อหาเชิงธุรกิจ เทคโนโลยี และการแบ่งปันประสบการณ์ระหว่างธุรกิจที่ใช้งาน SAP เช่นเคย โดยมีการแบ่ง Track ของเนื้อหาออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้

Digital Core Experience เล่าถึงโซลูชัน RISE with SAP และ SAP S/4HANA เป็นหลัก เพื่อให้ธุรกิจสามารถทำ Business Transformation ได้อย่างง่ายดายบนบริการ Cloud ด้วย SAP S/4HANA Cloud, RISE with SAP on Azure, RISE with SAP on AWS และการอัปเกรดจาก SAP ECC 6.0 มาสู่ SAP S/4HANA

Intelligent Enterprise Solution & Innovation เล่าถึงโซลูชันของ SAP สำหรับตอบโจทย์ Business Unit ต่างๆ นอกเหนือจากโซลูชันหลักอย่าง ERP ไม่ว่าจะเป็น SAP CX, Qualtrics, SAP Ariba, HXM – SAP SuccessFactors และ SAP Analytics Cloud, ที่มีความสามารถใหม่ๆ ในการวางแผนธุรกิจได้อย่างแม่นยำและครอบคลุมยิ่งกว่าเดิม พร้อมโซลูชันที่สามารถต่อยอดศักยภาพจากระบบ Business Application ทั้งหมดของ SAP ได้ ไม่ว่าจะเป็น SAP Integrated Business Planning (IBP) สำหรับการวางแผนด้าน Supply Chain โดยเฉพาะ, SAP Business Technology Platform (BTP) สำหรับการพัฒนาระบบต่อยอดจาก SAP ด้วย Low-Code และ SAP iRPA สำหรับทำ Automation ด้วย Robot รวมถึง SAP Concur เพื่อจัดการด้าน Business Expense

SAP Business One Solution เล่าถึงโซลูชันระบบ ERP สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางที่ตลาดกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ครอบคลุมตั้งแต่การเริ่มต้นวางระบบใหม่ ไปจนถึงการต่อยอดและอัปเกรดจากระบบเดิมที่มีอยู่ แนะ Solution Adds-On ที่ทาง NDBS Thailand พัฒนาต่อยอดเพิ่มเติมสำหรับลูกค้าในประเทศไทย

ความท้าทายที่ทุกธุรกิจต้องเผชิญในปี 2022-2023 พร้อมวิสัยทัศน์แห่งอนาคตจาก SAP

Khun Atul Tuli, Managing Director, SAP Indochina

 

คุณ Atul Tuli ผู้ดำรงตำแหน่ง Managing Director แห่ง SAP Indochina ได้ขึ้นมาเล่าถึงภาพของปัจจุบันและอนาคตที่ธุรกิจทั่วภูมิภาคอินโดจีนต้องเผชิญ ด้วยคำว่า “Never Normal” หรือการที่ธุรกิจจะไม่สามารถกำลับไปดำเนินการได้อย่างในอดีตอีกต่อไป และต้องเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาจากปัจจัยใหม่ๆ ที่ยังคงผันผวนอยู่ตลอด

ในมุมของ SAP นั้น คุณ Atul ได้สรุปถึงความท้าทายที่ธุรกิจจะต้องเผชิญหลังจากนี้ด้วยกัน 3 ประการ

Business Transformation ที่จะยังคงต้องเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและหยุดยั้งไม่ได้ แม้ว่าธุรกิจจะเคยทำการ Transform ตัวเองไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่ความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีและปัจจัยภายนอกก็จะยังคงดำเนินต่อไป ในขณะที่กระบวนการต่างๆ ของธุรกิจเองก็มีความหลากหลาย ที่ผ่านมามีเพียงน้อยรายเท่านั้นที่สามารถ Transform ได้ครบทั้งหมดอย่างสมบูรณ์ ดังนั้นการทำ Business Transformation จึงจะอยู่คู่กับธุรกิจทั่วโลกไปอีกนาน

Supply Chain Resiliency สองปีที่ผ่านมา ความผันผวนของ Supply Chain ได้กลายเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของธุรกิจ เพราะการมาของโรคระบาดทำให้ธุรกิจต่างๆ ทั่วโลกต้องหยุดชะงักอย่างไม่คาดฝัน ดังนั้นการบริหารจัดการ Supply Chain จึงได้กลายเป็นวาระสำคัญของธุรกิจทั่วโลกที่จะทำให้การทำงานยังคงเป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง และหลังจากนี้ ธุรกิจเองก็จะต้องเสริมความมั่นคงและความยืดหยุ่นด้าน Supply Chain เพื่อเสริมรากฐานและลดความเสี่ยงในการดำเนินงานกันต่อไป

Sustainability Outcomes ความยั่งยืนกำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญของธุรกิจทั่วโลกที่จะต้องเร่งปรับการดำเนินงานให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พลังงาน และความเป็นอยู่ของผู้คนให้ได้ และกลายเป็นภารกิจหลักของธุรกิจองค์กรหลายแห่งที่ต้องเร่งลงมือทำเพื่อสร้างอนาคตให้กับโลกใบนี้

แน่นอนว่า SAP เองก็ได้มีการพัฒนาโซลูชันหรือนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมาช่วยธุรกิจตอบโจทย์เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็น RISE with SAP ที่ช่วยให้การทำ Business Transformation เป็นไปได้ด้วยการนำ Cloud มาเร่งความเร็วในการใช้เทคโนโลยี และช่วยให้ธุรกิจสามารถโฟกัสกับการ Transform ตนเองได้อย่างต่อเนื่อง หรือ SAP Ariba ที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงเครือข่ายของ Supplier ได้ง่ายขึ้น และตอบโจทย์ด้านการเร่งสร้างความแข็งแกร่งให้กับ Supply Chain หรือการเสริมความสามารถด้านการทำ Sustainability Report เพื่อช่วยให้ธุรกิจสามารถติดตามการลดมลภาวะหรือ CO2 ที่ปล่อยออกมาในการดำเนินธุรกิจ และสร้างเป็นรายงานสำหรับใช้ในการปรับปรุงกระบวนการทำงาน และตอบโจทย์ด้าน ESG Report ได้

ทางด้านคุณนพดล เจริญทอง Head of Mid-market for Thailand and Emerging แห่ง SAP Indochina ก็ได้เล่าถึงวิสัยทัศน์โดยรวมของ SAP ที่ต้องการช่วยให้ธุรกิจองค์กรไทยก้าวสู่การเป็น Sustainable Intelligent Enterprise ได้อย่างยั่งยืน ด้วยโซลูชันที่หลากหลายจาก SAP ซึ่งไม่ได้มีเพียง ERP เพียงอย่างเดียว เช่น

Khun Noppadon Chareonthong Head of MID Market Indochina and Emerging, SAP Indochina

 

Sustainability Solution เป็นหนึ่งในสิ่งที่เสริมเข้ามาใน SAP เพื่อตอบโจทย์ด้าน ESG โดยเฉพาะ ซึ่ง SAP มีครอบคลุมตั้งแต่ส่วนของการติดตามกระบวนการและการเงินที่เกี่ยวข้องกับการสร้าง CO2, การวิเคราะห์ Carbon Footprint, การจำลองสถานการณ์ว่าถ้าหากมีการเปลี่ยนแปลงกระบวนการใดๆ แล้วจะส่งผลต่อ CO2 อย่างไร ไปจนถึงการออกรายงาน ESG Report สำหรับส่งมอบในตลาดหลักทรัพย์

SAP Business Technology Platform (BTP) ซึ่งทำหน้าที่เป็น Platform กลางสำหรับให้ธุรกิจสามารถเชื่อมผสานความสามารถและข้อมูลของแต่ละระบบใน SAP เพื่อสร้างเป็นโซลูชันใหม่ๆ หรือทำ Data Warehouse ได้ตามต้องการอย่างรวดเร็วในแบบ Low-Code/No-Code และทำงานร่วมกับโซลูชันด้าน Automation ต่างๆ ที่ SAP มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็น AI, Chatbot, RPA ก็ตาม อีกทั้งยังมี Guideline สำหรับการผสมผสานแต่ละระบบเพื่อรองรับกรณีการใช้งานในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ธุรกิจองค์กรนำไปปรับประยุกต์ใช้งานได้โดยง่าย

SAP Intelligent Asset Management เป็นโซลูชันอีกกลุ่มหนึ่งที่น่าจับตามองสำหรับใช้ในการติดตามและบริหารจัดการทรัพย์สินของธุรกิจให้มีประสิทธิภาพ สามารถใช้งานได้อย่างคุ้มค่า และเสริมความมั่นคงให้กับธุรกิจได้เป็นอย่างดี ซึ่งโซลูชัน กลุ่มนี้ก็มีผลิตภัณฑ์ย่อยภายในที่หลากหลาย และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ต่อยอดเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ดีให้กับธุรกิจได้ อีกทั้งยังเป็นกุญแจสำคัญอันหนึ่งในการเสริมความยั่งยืนให้กับธุรกิจ ด้วยการติดตามและปรับปรุงการใช้งานทรัพย์สินต่างๆ ให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

คุณ Atul และคุณนพดลได้ทิ้งท้ายไว้ว่า SAP กับ NDBS Thailand  นั้นมีเป้าหมายร่วมกันในการเร่งสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับธุรกิจองค์กรไทย ให้ก้าวไปสู่การเป็น Sustainable Intelligent Enterprise ซึ่งหลังจากนี้ความร่วมมือระหว่าง SAP และ NDBS ก็จะยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่องและแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น จากขีดความสามารถใหม่ๆ ของ NDBS ที่ได้รับจากการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ NTT และโซลูชันใหม่ๆ ที่พัฒนาโดย SAP ซึ่งจะนำมาปรับใช้ให้บริการในไทยได้มากขึ้นหลังจากนี้

ก้าวสู่ Cloud อย่างเต็มตัว ไปกับสองพันธมิตรใหม่ Microsoft Azure และ AWS

ในงาน Conference ครั้งนี้ NDBS Thailand  ยังได้เปิดตัวถึงพันธมิตรใหม่สองรายอย่าง Microsoft Azure และ AWS ที่จะเป็นผู้ให้บริการ Cloud Infrastructure สำหรับการให้บริการ SAP Cloud Solutions โดยมีทีมงานของ SAP คอยดูแลรักษาระบบให้ตลอด 24 ชั่วโมงบนบริการ Cloud ชั้นนำเหล่านี้

SAP on Azure

Khun Vasupon Thankakan Microsoft Azure Business Group Lead

 

Microsoft นั้นสามารถรองรับการใช้งาน SAP บน Azure ได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น RISE with SAP, SAP HANA, SAP S/4HANA, SAP BW/4HANA, SAP Business Suite, SAP HEC, SAP Business One และอื่นๆ อีกมากมาย โดยทาง Microsoft ได้มีการพัฒนา Azure Center for SAP Solutions ซึ่งจะช่วยให้การติดตั้งใช้งาน SAP บน Azure พร้อมการดูแลรักษา, เสริมความมั่นคงปลอดภัย และการติดตามค่าใช้จ่ายเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและง่ายดายจากศูนย์กลาง

ในแง่ของการต่อยอด SAP นั้น Azure เองก็สามารถรองรับได้อย่างหลากหลาย เช่น ใช้ MS 365 และ MS Teams เชื่อมต่อกับ SAP โดยตรง สามารถนำข้อมูลจาก SAP มาแสดงใน Teams เพื่อให้ง่ายต่อการสื่อสาร ประสานงาน และประชุมงานอย่างมั่นคงปลอดภัยมี Azure Virtual Desktop ให้บน Cloud สามารถใช้เป็นอุปกรณ์หลักในการเชื่อมต่อเข้าถึงข้อมูลธุรกิจสำคัญบน SAP ได้อย่างวางใจสามารถนำข้อมูลจาก SAP มาวิเคราะห์ได้บน Microsoft Power BI หรือทำโซลูชัน Low-Code/No-Code และ Automation ร่วมกับเครื่องมือต่างๆ ใน Microsoft Power ได้ สามารถนำโซลูชันด้าน AI จาก Microsoft มาใช้ต่อยอดวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจใน SAP ร่วมกับข้อมูลภายนอกได้่ สามารถใช้ Microsoft Azure IoT เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT และระบบ OT ภายในธุรกิจขึ้นสู่ SAP ได้ มี Microsoft Hololens สำหรับใช้เชื่อมต่อข้อมูลจาก SAP มาสู่ Mixed Reality Application ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ได้

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://azure.microsoft.com/en-us/solutions/sap/azure-solutions/

Discussion Panel: แบ่งปันประสบการณ์การใช้งาน SAP ระหว่างผู้ใช้งานในกลุ่มหลากหลายอุตสาหกรรม

สำหรับในงาน Conference ครั้งนี้ ไฮไลท์หนึ่งก็คือการแบ่งประสบการณ์ระหว่างธุรกิจองค์กรไทยที่มีการใช้งานโซลูชันต่างๆ ของ SAP เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้บริหารธุรกิจอื่นๆ ได้สามารถนำไปต่อยอดได้

สำหรับในช่วงเช้านั้นจะเป็น Discussion Panel ของธุรกิจองค์กรไทยที่ใช้โซลูชันที่น่าสนใจอย่างหลากหลายจาก SAP ได้แก่

บริษัท เอเซีย เมทัล จำกัด(มหาชน) เลือกใช้ SAP S/4HANA มาได้เป็นเวลา 5 ปีแล้ว ซึ่ง SAP ถือเป็นโซลูชันที่ผสานรวมข้อมูลจากแผนกที่หลากหลายให้กลายเป็นข้อมูลกลางชุดเดียวกันได้ จึงง่ายต่อการนำไปใช้ในการบริหารธุรกิจ และยังมี SAP for Steel Business ที่ช่วยให้การใช้งาน SAP เพื่อรองรับธุรกิจเฉพาะทางเป็นไปได้อย่างราบรื่น รวมถึงยังมีการต่อยอดระบบนำ IoT มาประยุกต์ใช้งานรับข้อมูลจากเครื่องจักรเพื่อนำมาป้อนเข้าระบบ SAP โดยตรง สามารถลดการทำงานและเพิ่มความแม่นยำของข้อมูลได้ดี

บริษัท อินฟินิธัส บาย กรุงไทย จำกัด  บริษัทในเครือธนาคารกรุงไทย ที่ตัดสินใจวางระบบ SAP ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มเปิดบริษัทเลย เพื่อวางมาตรฐานการทำงานให้เป็นระบบตั้งแต่ก้าวแรก โดยเลือกใช้ SAP ByDesign ที่สามารถขึ้นระบบได้เร็วและมี Best Practice ให้นำไปประยุกต์ใช้งาน และสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่มีความคล่องตัวสูงได้

บริษัท มอนเด นิสซิน (ประเทศไทย) จำกัด เปลี่ยนการใช้งานจากระบบ ERP เดิมที่มีปัญหาเยอะและเลิกพัฒนาต่อ มาสู่การใช้ SAP S/4HANA เพื่อบริหารธุรกิจ โดยปรับใช้ Best Practice ของ SAP ในการจัดเก็บข้อมูลและออกรายงานทางธุรกิจ ทำให้การตัดสินใจในเชิงธุรกิจกลายเป็น Data Driven ทั้งหมด และทำการ Integrate ระบบอื่นๆ เข้ากับ SAP เพื่อให้ SAP กลายเป็นศูนย์กลาง ซึ่งในอนาคตก็มีแผนที่จะนำระบบ IoT เข้ามาเชื่อมผสานสกับ SAP ด้วย

บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เดิมทีมีการใช้งาน SAP อยู่แล้ว แต่ล่าสุดได้มีการนำ SAP Ariba มาเสริมในการบริหารจัดการด้านการจัดซื้อ เนื่องจากธุรกิจนั้นต้องเน้นการ Sourcing ผลิตภัณฑ์ต่างๆ เป็นหลัก ทำให้การต่อยอดธุรกิจด้วยการใช้ Ariba Network ที่ช่วยให้สามารถเชื่อมโยงถึง Supplier ทั่วโลกได้นั้น ทำให้ขอบเขตของการ Sourcing ทำได้อย่างกว้างขวาง รวดเร็ว และเป็นอัตโนมัติมากยิ่งขึ้น ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานได้ดี และยังได้ปรับปรุงกระบวนการจัดซื้อให้เป็นไปตาม Best Practice ของ SAP Ariba ด้วยเช่นกัน

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นหน่วยงานภาครัฐที่ได้ใช้ SAP S/4HANA ในการบริหารจัดการโครงการและการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อสร้างความคล่องตัวในการดำเนินงานให้สูงขึ้น โดยมีการแบ่งปันถึงหัวใจสำคัญในการขึ้นระบบ SAP ให้ประสบความสำเร็จว่า ต้องอาศัยความร่วมมือของผู้บริหารและทีมงานในการออกแบบระบบให้สอดคล้องต่อการทำงาน ไปพร้อมๆ กับการปรับปรุงกระบวนการทำงาน ซึ่งการศึกษาและทำความเข้าใจกับ Best Practice ของ SAP ก่อนนำมาปรับใช้นั้นถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะขาดไปไม่ได้เลยในโครงการลักษณะนี้

บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) ใช้ SAP และ SAP BPC  ในการบริหารจัดการธุรกิจที่มีบริษัทลูกหลากหลายและมีสาขาในต่างประเทศจากศูนย์กลาง โดยการใช้กระบวนการต่างๆ ของ SAP เพื่อปรับให้กระบวนการทำงานในแต่ละประเทศมีความเป็นมาตรฐาน และตรงตาม ข้อบังคับทางกฎหมายของแต่ละประเทศได้ ในขณะที่ก็ยังคงต้องสามารถนำข้อมูลการดำเนินธุรกิจในแต่ละประเทศมาผสานวิเคราะห์รวมกันได้

ส่วนในช่วงบ่ายนั้นก็เป็น Discussion Panel ของ SAP Business One โดยเฉพาะ ซึ่งก็มีธุรกิจ 4 แห่งที่มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ ดังนี้

บริษัท จำเริญแพทย์ภัณฑ์ จำกัด ใช้ SAP Business One เชื่อมต่อกับระบบ Warehouse Management System เพื่อบริหารธุรกิจไปจนถึงส่วนของคลังสินค้า โดยให้ข้อคิดว่าก่อนขึ้นระบบ SAP ควรจะมีเป้าหมายของธุรกิจที่ชัดเจนก่อน เพื่อให้การตัดสินใจทำหรือไม่ทำแต่ละสิ่งบน SAP นั้นเป็นไปได้อย่างเหมาะสม และทำให้ได้รับระบบที่ตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุดมาใช้งาน

บริษัท โอเร็กซ์ เทรดดิ้ง จำกัด ใช้ SAP Business One เชื่อมต่อกับระบบบริหารจัดการคลังสินค้าและ E-Commerce ซึ่งมีบทเรียนว่าการเลือก Implementer ที่ดีจะทำให้โครงการ SAP ประสบความสำเร็จได้ และการ Clean ข้อมูลก็เป็นอีกขั้นตอนสำคัญก่อนที่จะปรับให้ธุรกิจสามารถทำงานบนระบบดิจิทัลได้อย่างคล่องตัว

บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จํากัด เป็นอีกธุรกิจที่ใช้ SAP Business One เชื่อมต่อกับ Warehouse Management System เช่นกัน รวมถึงยังทำ IBP โดยการใช้ Cloud ทำให้ระบบสามารถเพิ่มขยายจากการมีเพียง 20 SKU ไปสู่ 400 SKU จำหน่ายตามหน้าร้านใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งมีข้อมูลเติบโตขึ้นอย่างมหาศาลได้โดยไม่หยุดชะงัก

บริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) เลือกใช้ SAP Business One บริหารจัดการโรงไฟฟ้า 27 แห่งที่แยกออกเป็นหลายบริษัทย่อยภายในเครือได้จากศูนย์กลาง เพื่อให้มีข้อมูลที่เป็นมาตรฐานพร้อมต่อการเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ และเมื่อมีการขยายธุรกิจจากเดิมที่ทำพลังงานแสงอาทิตย์เป็นหลัก มาสู่พลังงานชีวมวลด้วย ก็ทำให้สามารถบริหารจัดการคลังและการจัดซื้อวัตถุดิบซึ่งมีรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่แตกต่างจากเดิมได้อย่างยืดหยุ่น

NDBS Thailand ขอขอบคุณลูกค้าทุกราย ที่ให้ความไว้วางใจในการติดตั้งและดูแลรักษาระบบ SAP มาตลอด 23 ปี

สุดท้ายคุณวิศิษฐ์ ได้กล่าวขอบคุณต่อลูกค้าของ NDBS Thailand  หรืออดีต ISS Consulting ที่ให้ความไว้วางใจมาตลอด 23 ปีที่ผ่านมามากกว่า 500 องค์กร ที่ทำให้งานในครั้งนี้ประสบความสำเร็จลุล่วงได้ด้วยดี อีกทั้งยังได้กล่าวขอบคุณต่อเหล่าพันธมิตรรายใหม่ๆ อย่าง Microsoft และ AWS ที่มาร่วมจัดงานกันในครั้งนี้เพื่อให้ความรู้แก่ชุมชนผู้ใช้งาน SAP ในการก้าวไปสู่การใช้งาน Cloud ได้อย่างมั่นใจ

สำหรับในปีหน้า ทาง NDBS Thailand ก็ยังคงมีความมุ่งมั่นที่จะจัดงาน NDBS Thailand  & SAP User Conference 2023 ต่อไปอย่างแน่นอน และจะมีการเพิ่มเติมเนื้อหาใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับแนวโน้มที่เกิดขึ้นต่อธุรกิจไทย และนวัตกรรมใหม่ๆ จาก SAP อย่างอัดแน่นเช่นเคย

เกี่ยวกับ NTT DATA Business Solutions (Thailand) Ltd.

บริษัท NTT DATA Business Solutions  (Thailand) Ltd. ภายใต้กลุ่ม บริษัท NTT DATA ผู้ให้บริการระบบ SAP และ Data Center ระดับโลก และเป็นผู้นำทางด้าน Digital Transformation และเป็นสมาชิก SAP Global Partner ที่พร้อมคำปรึกษา และบริการด้านการออกแบบ พัฒนา ติดตั้งโซลูชัน SAP Solution และ IT Solution อื่น ๆ ให้กับลูกค้าในประเทศไทย เพื่อพัฒนาระบบบริหารการจัดการในองค์กรในทุกกลุ่มประเภทธุรกิจ

สำหรับธุรกิจที่ต้องการปรึกษาด้านโซลูชั่น SAP เพื่อพัฒนาระบบบริหารการจัดการในองค์กรให้ดีขึ้น NTT DATA Business Solutions Thailand  พร้อมให้คำปรึกษาในทุกกลุ่มประเภทธุรกิจ ติดต่อได้ที่ โทร 02 237 05553 หรือติดตาม ได้ที่ email: marketing-solutions-th@nttdata.com หรือ www.nttdata-solutions.com

   

 

from:https://www.techtalkthai.com/ndbs-thailand-and-sap-user-conference-2022/

เชิญร่วมงาน Webinar – Access your desktop and applications virtually anywhere with Azure Virtual Desktop (29 พ.ย.นี้)

Softline Thailand กับแบรนด์ใหม่ภายใต้ชื่อ ‘NOVENTIQ’

ขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ภายใต้หัวข้อ Access your desktop and applications virtually anywhere with Azure Virtual Desktop สัมมนาที่จะพาทุกท่านไปรู้จักกับผลิตภัณฑ์จาก Microsoft อย่าง Azure Virtual Desktop ตัวช่วยที่พร้อมสนับสนุนการทำงานภายในองค์กร เพิ่มตัวเลือกให้พนักงานสามารถทำงานได้จากทุกที่ ทุกอุปกรณ์ โดยยังคงอยู่ภายใต้แนวคิดเรื่องของความปลอดภัย (Security) เป็นหลัก

นอกจากนี้เนื้อหาอื่นๆ ใน session ยังมีการแนะนำวิธีการ Deployment หรือการนำเอา Azure Virtual Desktop ไปติดตั้งและปรับใช้ ตลอดไปจนถึงการนำเอา AVD ไปบริหารจัดการภายในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กำหนดการ

วัน: วันอังคารที่ 29 พ.ย.65
เวลา : 10:00 – 12:00 น.
ผู้บรรยาย: Wasant Udomthreesap, Service Manager, Noventiq Thailand

ท่านที่สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่นี่ :

https://forms.office.com/r/eVbZ6S65Lz

#Noventiq #Rebranded #FromSoftlinetoNoventiq
#MicrosoftAzure #SQLServer #digitaltransformation #technology

from:https://www.enterpriseitpro.net/softline-thailand-noventiq-webinar/

เชิญร่วมงาน Webinar : HPE ProLiant – เซิร์ฟเวอร์ที่ถูกออกแบบมาสำหรับโลกไฮบริดของคุณ (15 พ.ย.นี้)

บริษัท ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด ขอเรียนเชิญทุกท่านเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ ในหัวข้อที่ชื่อว่า “HPE ProLiant – เซิร์ฟเวอร์ที่ถูกออกแบบมาสำหรับโลกไฮบริดของคุณ” โดยในงานนี้คุณจะได้พบกับเรื่องราวและเทคโนโลยีในแนวคิด Data Modernization, ประเด็นการเปลี่ยนแปลงของโลกเทคโนโลยีจากอดีตไปสู่ยุคใหม่, เทคโนโลยีในการประมวลผลในแบบ Next Generation ตลอดจนการบริการในแบบ As-a-service ที่มีประสิทธิภาพ

นอกจากนั้นแล้วเราจะพาคุณไปพบกับผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่ล่าสุดอย่างตัว HPE Proliant ใน Gen 11 ที่อัดแน่นด้วยขุมพลังจากหน่วยประมวลผลของ AMD ที่ได้พัฒนาในด้านวิศวกรรมการประมวลผลแห่งอนาคตเพื่อรองรับโลกไฮบริดของคุณ ทั้งในแง่ของประสิทธิภาพ, การเร่งความเร็วในการทำงานได้สูงถึง 33% , และรองรับงานเวิร์กโหลดที่เกี่ยวกับระบบดิจิทัลของคุณได้ย่างยอดเยี่ยม

กำหนดการ

วัน : อังคารที่ 15 พฤศจิกายน 2565
เวลา : 14:00 – 15:30 น.
ช่องทางการบรรยาย : zoom (ภาษาไทย)
วิทยากรผู้บรรยาย : วิทยากรจากทาง HPE

สิ่งที่ท่านจะได้ทราบเกี่ยวกับงานสัมมนาครั้งนี้

– The transformation imperative – ความจำเป็นของการเปลี่ยนแปลง
– Next-generation compute – การประมวลผลในยุคอนาคต
– As-a-service approach – การเข้าถึงบริการในรูปแบบใหม่

ท่านที่สนใจ สามารถลงทะเบียนได้ที่ Link ข้างล่างนี้

https://us02web.zoom.us/webinar/register/WN_AnJw5t9FQHuEY_WDzkj5mw

Lucky Draw: ลุ้นของรางวัลในงาน (สงวนสิทธิ์สำหรับผู้ที่ลงทะเบียน และอยู่ร่วมงานจนจบงานเท่านั้น)

from:https://www.enterpriseitpro.net/webinar-hpe-proliant-for-hybrid-environment-new/

ธุรกิจคลาวด์ไมโครซอฟท์พุ่งแรงมาก ท่ามกลางภาวะยอดขายรวมบริษัทที่โตช้าลงเป็นประวัติการณ์

ไมโครซอฟท์เผยผลประกอบการไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2023 แม้รายรับรวมชะลอตัวลง และรายได้สุทธิลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยอยู่ที่ 50.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ถือเป็นอัตราเติบโตที่ช้าที่สุดภายในรอบ 5 ปี

เมื่อพิจารณาแบบปีต่อปี (YoY) รายรับเพิ่มขึ้นมา 11% แต่รายรับสุทธิลงมาอยู่ที่ 17.6 พันล้านดอลลาร์ฯ ลดลง 14% เมื่อเทียบปีต่อปี แม้ตัวเลขนี้ดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ก่อนหน้า แต่ก็ยังส่งผลต่อราคาหุ้นในตลาดช่วงนี้อยู่ดี

ไมโครซอฟท์ให้เหตุผลเกี่ยวกับการชะลอการใช้จ่ายของลูกค้า ร่วมกับการผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่สูงขึ้น แต่ถ้าดูเฉพาะธุรกิจคลาวด์ถือว่ารายรับดีมาก โตขึ้นเยอะมาก แข็งแกร่งสุดๆ

โดยรายรับเฉพาะธุรกิจคลาวด์ปะจำไตรมาสเท่ากับ 20.3 พันล้านดอลลาร์ โตขึ้น 20% บริการคลาวด์ที่เกี่ยวข้องต่างทำกำไรดีมากทั้งสิ้น โดยเฉพาะตัว Microsoft Azure ที่ขึ้นเป็นผู้นำตลาดด้านคลาวด์ในปัจจุบัน ทำรายได้โตขึ้นถึง 35%

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – ITPro

from:https://www.enterpriseitpro.net/microsofts-stellar-cloud-performance-bolsters-growth/

AWS เปิดตัว Amazon Neptune บริการ Graph Database แบบ Serverless

Amazon Web Services ประกาศเปิดตัวบริการ Amazon Neptune Serverless ให้บริการ Graph Database แบบ Serverless แล้ว

Amazon Neptune Serverless เป็นการต่อยอดจากบริการ Amazon Neptune เดิมให้สามารถทำงานแบบ Serverless ได้ โดย Amazon Neptune เป็น Graph Database ที่มีความสามารถหลากหลาย รองรับการใช้ Query language หลายแบบ เช่น Apache TinkerPop, Gremlin, openCypher และ RDF/SPARQL มีเครื่องมือสำหรับผู้ดูแลระบบหลายตัวรวมอยู่ด้วย เช่น Snapshots, Streams, High Availability, Database Cloning, Backup, Recovery และ Patching ซึ่งการนำขึ้นมาใช้งานแบบ Serverless จะช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถ Automate งานต่างๆได้สะดวกยิ่งขึ้น รวมถึงรองรับการทำ Auto-scaling ตามปริมาณการใช้งานได้แบบอัตโนมัติ แทนที่การขยายแบบ Manual แบบเดิม ช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นจากการใช้งานได้สูงสุดถึง 90% ตัวบริการยังรองรับการใช้งานในระบบขนาดใหญ่ โดยมีพื้นที่เก็บข้อมูลสูงสุด 128 TiB

Neptune Serverless เป็นบริการ Serverless ตัวล่าสุดจาก Amazon โดยก่อนหน้านี้ได้เคยเปิดตัว Amazon Redshift ระบบ Cloud-based Data Warehouse และ Amazon Aurora ระบบ Relational Database แบบ Serverless มาแล้ว ปัจจุบัน Amazon Neptune Serverless ให้บริการในบาง Region ได้แก่ US East (Ohio, N. Virginia), US West (N. California, Oregon), Asia Pacific (Tokyo), และ Europe (Ireland, London)

ที่มา: https://siliconangle.com/2022/10/27/aws-debuts-amazon-neptune-serverless-optimize-graph-database-environments/

from:https://www.techtalkthai.com/aws-launches-amazon-neptune-serverless-graph-database-services/