คลังเก็บป้ายกำกับ: CAMPAIGN

อารียา พรอพเพอร์ตี้ ตั้งเป้า NET ZERO 2050 ชูกลยุทธ์ Sustainable Happiness ผลักดัน หมู่บ้านปลอดขยะ

อารียา พรอพเพอร์ตี้ วางกลยุทธ์ “Sustainable Happiness” ส่งเสริมให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมเดินหน้าสู่ NET ZERO 2050 ผ่านการดำเนินงานใน 4 ภารกิจสำคัญ ผลักดัน หมู่บ้านปลอดขยะ เสริมแกร่งด้วยเทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน ส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า และช่วยลดมลพิษที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมจากกระบวนการก่อสร้าง

Areeya

วิวัฒน์ เลาหพูนรังษี ประธานกรรมการอาวุโส บมจ. อารียา พรอพเพอร์ตี้ กล่าวว่า บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัย ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคม และพร้อมเดินหน้าสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ โดยยึดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals : SDGs) และ ESG (Environment-Social-Governance) เป็นหลักในการวางกลยุทธ์ Sustainable Happiness เพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน

ล่าสุด พร้อมแล้วที่จะเดินหน้าสู่ NET ZERO 2050 ผ่านการดำเนินงานใน 4 ภารกิจสำคัญ ที่บริษัทฯ ได้ยึดถือปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย

  • ผลักดัน หมู่บ้านปลอดขยะ เราเชื่อว่าจุดเริ่มต้นของความยั่งยืน เริ่มต้นได้จากที่บ้าน โดยเราปลูกฝังให้ลูกบ้าน Areeya Family แยกขยะอย่างถูกวิธี ด้วยการ มอบถังแยกขยะ และจับมือกับ แบรนด์ HUPPO มอบเครื่อง Food Waste Decomposter ที่ช่วยเปลี่ยนขยะจากเศษอาหารให้เป็นปุ๋ย ให้กับบ้านทุกหลังในโครงการใหม่ของอารียาฯ ทั้งทำแผนสร้างคุณค่าให้กับขยะ Recycle ด้วยการผลักดัน Upcycling โดยนำขยะพลาสติก กระดาษ และวัสดุเหลือใช้ต่าง ๆ ที่ถูกทิ้งแล้วมาสร้างมูลค่าเพิ่ม
  • เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน บริษัทฯ มีแอปพลิเคชัน Recycle Time เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2561 ซึ่งจะมีทีมงานเข้ารับขยะรีไซเคิลของลูกบ้าน Areeya Family ที่คัดแยกไว้ถึงหน้าบ้าน โดยสามารถตรวจสอบตารางการเก็บขยะ ข้อมูลสถานะและยอดเงินสะสมในบัญชีแบบ Real Time และสามารถสะสมยอดเงินได้ไม่จำกัด ปัจจุบันสามารถแยกขยะไปแล้วกว่า 266 ตัน หรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้กว่า 4 หมื่นต้น
  • ส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ติดตั้งเครื่องชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า EV Charger รองรับยานยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น อาทิ COMO Bianca, COMO Bianca ll และ AREN รวมทั้งอาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัท อีกทั้งยังมีการจัดแคมเปญ “COLORS FREEVERRR” ซื้อบ้านแถมรถ โดยมอบ รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ในเมือง สำหรับลูกค้าที่จอง และโอนฯ โครงการ The Colors
  • ช่วยลดมลพิษที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมจากกระบวนการก่อสร้าง แม้ภาคอสังหาริมทรัพย์จะไม่ใช่กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงที่สุด แต่บริษัทได้ตระหนัก และต้องการที่จะมีส่วนร่วมในการป้องกัน และลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เราจึงให้ความสำคัญกับการจัดการกับของเสีย หรือ Waste Management ในกระบวนการก่อสร้าง เพื่อทำให้ทุกโครงการคุณภาพของอารียาฯ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

อารียา พรอพเพอร์ตี้ ในบทบาทของภาคธุรกิจอสังหาฯ มีความมุ่งมั่นที่จะช่วยผลักดัน เป้าหมาย NET ZERO 2050 อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมที่จะรับผิดชอบต่อสังคม และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันความเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ เราจึงปลูกฝังให้ลูกบ้าน พนักงานองค์กร ตระหนักรู้และมีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม ให้การรวมพลังของทุกคนนำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

from:https://www.thumbsup.in.th/areeya-net-zero?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=areeya-net-zero

เคล็ดลับการขายบนโซเชียลให้ยอดปังตลอดปี!

ไม่ว่าคุณจะทำงานในอุตสาหกรรมใด คุณต้องการให้แน่ใจว่าการลงทุนของคุณคุ้มค่า ในด้านการตลาดย่อมทำให้เกิดคำถามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น โฆษณาบนโซเชียลมีเดียของคุณเพียงพอหรือไม่ คุณใช้เงินไปกับการทำคอนเท้นต์บนโซเชียลมีเดียมากมายขนาดไหน? แคมเปญคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่?

สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นคำถามที่ควรพิจารณา การมีโครงร่างงบประมาณโซเชียลมีเดียจะช่วยให้คุณตอบคำถามเหล่านั้นได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าบริษัทของคุณจะใหญ่หรือเล็ก งบประมาณก็ยังคงเป็นสิ่งสำคัญ เมื่อคุณเริ่มติดตามการใช้จ่าย คุณจะวิเคราะห์ประสิทธิภาพของกลยุทธ์ได้ง่ายขึ้น ดังนั้นเรามาลองแยกย่อยปัจจัยบางอย่างที่คุณต้องพิจารณาเมื่อคุณทำการจัดสรรงบประมาณการตลาดบนโซเชียมีเดียกัน

 

ตั้งเป้าหมาย – จัดสรรงบ ก่อนยิงแอด

คุณจะไม่รู้วิธีจัดสรรงบประมาณของคุณจนกว่าคุณจะรู้เป้าหมายโซเชียลมีเดียของคุณ ตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้น คุณอาจลงทุนมากขึ้นในการสร้างแคมเปญที่เพิ่มการรับรู้ ซึ่งแบรนด์ควรลำดับความสำคัญที่ต้องการแล้วจัดสรรรงบประมาณของคุณ การสร้างการมีส่วนร่วมมากขึ้น การเข้าถึงผู้ชมใหม่ การเสริมสร้างชุมชนที่แน่นแฟ้น และการเพิ่มรายได้คือเป้าหมายสี่อันดับแรกที่นักการตลาดควรมีในการทำงานร่วมกันประเภทนี้

สร้างคอนเทนต์สุดปัง! ให้คนอยากแชร์ซ้ำ

โซเชียลมีเดียเร่งการแข่งขันทางธุรกิจ แต่การพัฒนาเนื้อหาที่สร้างสรรค์และให้ข้อมูลช่วยให้แบรนด์โดดเด่นท่ามกลางผู้คนจำนวนมาก การเผยแพร่และลงทุนในเนื้อหาอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิดีโอขนาดสั้นนื่องจากวิดีโอนั้นเป็นรูปแบบเนื้อหายอดนิยม นั่นจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการบรรลุเป้าหมายบนโลกโซเชียล หากกลยุทธ์ด้านเนื้อหาของคุณต้องการจำนวนโพสต์รายวันที่มากขึ้น งบประมาณของคุณในพื้นที่นี้อาจมากกว่าของแบรนด์ที่โพสต์เพียงสองสามครั้งต่อสัปดาห์ และวิธีหนึ่งในการลดค่าใช้จ่ายคือการสร้างกลยุทธ์เนื้อหาที่ผู้ใช้สร้างขึ้น

ระบบหลังบ้านต้องพร้อม คลิกให้น้อย จ่ายเงินได้ไว

ทีมโซเชียลจำนวนมากใช้ทรัพยากรที่มาพร้อมกับค่าใช้จ่ายรายเดือนหรือรายปี ซึ่งรวมถึงการสมัครสมาชิกของเครื่องมือการจัดการและวิเคราะห์โซเชียลมีเดีย หรือการสนับสนุนลูกค้าและแพลตฟอร์มอีเมลต่างๆ ซึ่งแบรนด์ควรแบ่งปันงบมาส่วนนี้เพราะเครื่องมือโซเชียลมีเดียนั้นทั้งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ และสร้างข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งธุรกิจของคุณ

ยิงแอดในแคมเปญที่เหมาะสม อย่าถี่จนเหมือนสแปม

การโฆษณาเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่มีงบประมาณสูง แต่ผู้บริโภคส่วนใหญ่กล่าวว่าโฆษณาบนโซเชียลมีเดียเป็นแหล่งข้อมูลที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเป็นอย่างมาก ด้วยการเข้าถึงแบบออร์แกนิกและการแข่งขันที่สูง การมีงบประมาณการโฆษณาบนโซเชียลมีเดียเป็นวิธีสำคัญที่จะช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อแบรนด์ของเรา สำหรับบริษัทที่ดำเนินการแคมเปญหลายช่องทาง คุณจะต้องตัดสินใจว่าจะจัดสรรให้แต่ละช่องทางเป็นจำนวนเท่าใดให้เหมาะสมและคุ้มค่ามากที่สุด

จับมืออินฟลู – ครีเอเตอร์ สร้างสีสันให้แบรนด์บ้าง

ระหว่างการทำงานร่วมกันของแบรนด์และแคมเปญการตลาดแบบอินฟลูเอนเซอร์ การเป็นพันธมิตรกับแบรนด์เหล่านี้มีอยู่ทุกที่บนโซเชียลมีเดีย พวกเขาเพิ่มการแสดงแบรนด์ของคุณอย่างมีประสิทธิภาพและดึงดูดลูกค้าใหม่ ๆได้อย่างมากมาย เมื่อพูดถึงการทำงานกับผู้สร้างเนื้อหา นักการตลาดมองว่างบประมาณเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่มากของพวกเขา แบรนด์จึงควรทำวิจัยและตัดสินใจว่าควรจัดลำดับความสำคัญของช่องและประเภทเนื้อหาใดก่อน เพื่อสร้างช่องทางที่ดีและเหมาะสมกับงบประมาณของแบรนด์

ที่มา : skylead.io

from:https://www.thumbsup.in.th/selling-tips?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=selling-tips

KFC ส่งแคมเปญใหม่ ขอส่ง “ตะกร้าบักเก็ต” ให้แบรนด์ร้านอาหารคู่แข่ง

KFC

KFC ส่ง ตะกร้าบักเก็ต จากผู้พันแซนเดอร์ส มอบความสุข ความปรารถนาดี ชวนเพื่อน ๆ จากแบรนด์ร้านอาหารต่าง ๆ ทั้งรุ่นเล็กหรือรุ่นใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นตัวตลก ราชา หรือมังกร ได้รับตะกร้าบักเก็ตสุดพิเศษที่ฉีกทุกกฎการให้ของขวัญ พร้อมฉลองเปิดตี้อร่อยจนต้องเลียนิ้ว เนื่องในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้

ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ในไทย เรียกได้ว่าเป็นสมรภูมิดุเดือดของตลาดตะกร้าของขวัญมาอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยทุกบ้าน ทุกสถานที่ทำงานจะเต็มไปด้วยตะกร้าของขวัญที่บ่อยครั้งไม่ใช่สิ่งที่ผู้รับต้องการ และสุดท้ายต้องถูกนำไปทิ้งอย่างน่าเสียดาย KFC จึงใช้โอกาสนี้นำบักเก็ต หนึ่งในสัญลักษณ์โดดเด่นที่สุดของแบรนด์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในช่วงเวลาสำคัญที่ทุกคนรอคอยมาตลอดทั้งปี มาสร้างความตื่นเต้นเปิดมิติใหม่กับตะกร้าบักเก็ตปีใหม่ โดย KFC ได้จับมือกับ Wunderman Thompson Bangkok สร้างสรรค์ ตะกร้าบักเก็ต พิเศษสำหรับใส่บักเก็ตไก่ทอด KFC โดยเฉพาะ ที่ผลิตขึ้นจำนวนจำกัด จากวัสดุธรรมชาติฝีมือช่างไทยในจังหวัดเชียงราย

ซูเฮล ลิมบาดะ ประธานบริหารฝ่ายการตลาด ของเคเอฟซี ประเทศไทย กล่าวว่า ขณะที่ทุกคนเตรียมเฉลิมฉลองช่วงเวลาพิเศษกับแก๊งเพื่อน และครอบครัว การนำเอาไอคอนระดับโลกอย่างบักเก็ตของ KFC มาผสมผสานเข้ากับตะกร้า เปลี่ยนเป็นของขวัญในรูปแบบที่ไม่เหมือนใคร เป็นการแสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์ในการส่งความสุข และความปรารถนาดีในแบบ It’s Finger Lickin’ Good. ที่จะเป็นเทรนด์การให้ของขวัญปีใหม่ที่สนุกและอร่อยจนต้องเลียนิ้ว ตามแบบฉบับเฉพาะของแบรนด์

ภาคย์ วรรณศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายความคิดสร้างสรรค์ ของวันเดอร์แมน ธอมสัน ประเทศไทย เสริมว่า KFC เป็นผู้นำที่ต้องการเชื่อมต่อ และตอบโจทย์ทางด้านวัฒนธรรมอยู่เสมอ และมองหาโอกาสที่จะผสานแบรนด์ KFC เข้ากับวัฒนธรรมไทยด้วยวิธีที่โดดเด่นที่สุด เพื่อผลักดันยอดขาย และสร้างแบรนด์ไปพร้อมกัน แม้ KFC จะไม่เชิงเกี่ยวข้องกับการให้ของขวัญส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เสียทีเดียว แต่ตะกร้าบักเก็ตส่งความสุขจากลุงแซนเดอร์ส จะเข้ามาเปลี่ยนทุกอย่าง และกลายเป็นสัญลักษณ์ใหม่ในช่วงเทศกาลให้ของขวัญของคนไทย

from:https://www.thumbsup.in.th/kfc-new-campaign-bucket?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=kfc-new-campaign-bucket

กรุงศรี คอนซูมเมอร์ เปิดตัวแคมเปญ “บัตรรู้ใจ ใช่ทุกมื้อ” กระตุ้นยอดหมวดร้านอาหาร รับเทศกาลส่งท้ายปี

กรุงศรี คอนซูมเมอร์ จับมือพันธมิตรร้านอาหารทั่วไทย เปิดตัวแคมเปญใหม่ “บัตรรู้ใจ ใช่ทุกมื้อ” มอบเครดิตเงินคืนรวมสูงสุด 17% เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรตามเงื่อนไข ที่ร้านอาหารทั่วไทยและแอปเดลิเวอรี่ชั้นนำที่ร่วมรายการ พร้อมเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ U EATS ในแอป UCHOOSE เอาใจสายกิน รวมโปรเด็ดและดีลสุดคุ้มจากร้านอาหารชั้นนำ หวังเพิ่มความผูกพันกับลูกค้าต่อเนื่อง เสริมภาพลักษณ์แบรนด์ในฐานะบัตรเครดิตที่มอบดีลสุดคุ้มในหมวดร้านอาหาร กระตุ้นยอดใช้จ่าย รับเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี ตั้งเป้ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรหมวดร้านอาหารตลอดปี 2565 รวม 15,000 ล้านบาท เติบโตกว่า 65%

นายสมหวัง โตรักตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด ในฐานะตัวแทนบัตรเครดิตในเครือ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ กล่าวว่า “หมวดร้านอาหารและบริการส่งอาหาร นับเป็นหนึ่งในหมวดใช้จ่ายผ่านบัตรที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยในปี 2565 นี้ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ มียอดใช้จ่ายผ่านบัตรเฉลี่ยต่อเดือนในหมวดดังกล่าว เติบโตสูงถึง 65% เมื่อเทียบกับยอดใช้จ่ายเฉลี่ยในปี 2564 เพื่อต้อนรับฤดูกาลแห่งการเฉลิมฉลองส่งท้ายปี และเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ของบัตรเครดิตในเครือกรุงศรี คอนซูมเมอร์ในฐานะ บัตรเครดิตที่มอบดีลสุดคุ้มในหมวดร้านอาหาร บัตรเครดิตในเครือกรุงศรี คอนซูมเมอร์ จึงจับมือพันธมิตรร้านอาหารทั่วไทย เปิดตัวแคมเปญใหม่ “บัตรรู้ใจ ใช่ทุกมื้อ” ที่มอบสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกบัตรเครดิต กรุงศรี บัตรกรุงศรี เฟิร์สช้อยส์ บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน และบัตรเครดิตโลตัส มอบเครดิตเงินคืน รวมสูงสุดถึง 17% เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรตามเงื่อนไข ที่ร้านอาหารทั่วไทยและแอปเดลิเวอรี่ชั้นนำที่ร่วมรายการ ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2565 ถึง 31 มกราคม 2566”

“นอกจากนี้ เพื่อสร้างความผูกพันกับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ยังได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ U EATS ในแอปพลิเคชัน UCHOOSE สำหรับสมาชิกบัตรเครดิตในเครือกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ซึ่งเป็นแหล่งรวมโปรโมชั่นสุดคุ้มจากร้านอาหารชั้นนำทั่วไทย รวมถึงแอปฟู้ดเดลิเวอรี่ พร้อมรีวิวร้านอาหาร และดีลสุดพิเศษจากพันธมิตรร้านอาหารของเรา ให้สมาชิกบัตรได้สามารถเลือกซื้อ ทั้งนี้ คาดว่าแคมเปญ“บัตรรู้ใจ ใช่ทุกมื้อ” และฟีเจอร์ใหม่ล่าสุด U EATS นี้จะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์แบรนด์บัตรเครดิตในเครือกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ในฐานะ บัตรเครดิตที่มอบดีลสุดคุ้มในหมวดร้านอาหาร พร้อมกระตุ้นยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในเครือกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ตั้งเป้ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรในหมวดร้านอาหารและบริการส่งอาหาร รวม 15,000 ล้านบาท ตลอดปี 2565”

แคมเปญ “บัตรรู้ใจ ใช่ทุกมื้อ” จากกรุงศรี คอนซูมเมอร์ มอบสิทธิพิเศษสุดคุ้มถึง 2 ต่อ ต่อที่ 1 รับเครดิตเงินคืน 7% สำหรับวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ และ 3% สำหรับวันอื่นๆ เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตร 1,000 บาทขึ้นไป/เซลล์สลิป ณ ร้านอาหารทั่วไทยและแอปเดลิเวอรีชั้นนำ (จำกัดเครดิตเงินคืนสูงสุด 600 บาท/บัญชีบัตรหลัก/ตลอดรายการ) สำหรับสมาชิกบัตรเครดิต กรุงศรี บัตรกรุงศรี เฟิร์สช้อยส์ บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน และบัตรเครดิตโลตัส

ต่อที่ 2 พิเศษ! แลกรับเครดิตเงินคืนเพิ่ม 10% สำหรับสมาชิกบัตรเครดิต กรุงศรี และบัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตร 1,000 บาทขึ้นไป/เซลล์ สลิป รับสิทธิ์แลก 1,000 คะแนน เพื่อรับเครดิตเงินคืนเพิ่ม 100 บาท (จำกัดการแลกคะแนนสูงสุดไม่เกิน 500,000 คะแนน/บัญชีบัตร/วัน) (เงื่อนไขเป็นไปตามที่กำหนด) ณ ร้านอาหารทั่วไทย อาทิ ร้านอาหารในเครือเซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป (CRG), ร้านอาหารในเครือไมเนอร์ ฟู้ด, Starbucks, Sukishi, Sushiro, Haidilao Hot Pot, Mo-Mo Paradise, Ootoya, Bonchon, แหลมเจริญซีฟู้ด, Coffee Beans by Dao, After You, บุญตงกี่, โอ้กะจู๋, Audrey, Hong Bao, Teppen, Tsuta, Water Library, ป้าบุญล้อม และอื่นๆ อีกมากมาย รวมถึง แอปฟู้ดเดลิเวอรี่ชั้นนำ อาทิ Foodpanda, Grabfood, Lineman, Robinhood, Shopeefood, Air Asia Food

สมาชิกบัตรที่สนใจ สามารถร่วมอิ่มฟินรับปลายปี กับ “บัตรรู้ใจ ใช่ทุกมื้อ” ได้ง่ายๆ เพียงลงทะเบียนรับสิทธิ์ผ่านแอป UCHOOSE เพื่อร่วมรายการ ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2565 ถึง 31 มกราคม 2566 ข้อมูลเพิ่มเติม ติดตามได้จาก www.krungsricard.com/th/Promotion/Dining/Restaurant-Cashback

from:https://www.thumbsup.in.th/krungsri-consumer-restaurant?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=krungsri-consumer-restaurant

Content audit คืออะไร

ไม่ว่าคุณจะเป็นแบรนด์เล็กหรือใหญ่ที่มีเว็บไซต์เป็นของตนเอง ต่างก็ต้องคอยตรวจเช็คเว็บไซต์ของคุณ ว่าเข้าถึงผู้ใช้งานได้ง่ายหรือไม่ คอนเทนต์ดึงดูดใจทั้งคนอ่านทั่วไปและ SEO หรือเปล่า เพื่อให้การลงทุนของคุณไม่เสียเปล่า และนี่คือสิ่งที่คุณต้องเตรียมพร้อมในการตรวจสอบหลังบ้านของคุณค่ะ

การตรวจสอบเนื้อหาคือการตรวจสอบเนื้อหาทั่วทั้งไซต์ของคุณอย่างเป็นระบบ รวมถึง:

  • บล็อก
  • แลนดิ้งเพจ
  • หน้าผลิตภัณฑ์หรือบริการ
  • หน้าเนื้อหาหลัก

การตรวจสอบนี้ช่วยให้คุณเข้าใจว่าเนื้อหาของคุณทำงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายหรือไม่ รวมถึงการเข้าถึงผู้ชมที่คุณต้องการ

ข้อดีของการทำ Content Audit

1. แสดงให้คุณเห็นว่าเนื้อหาใดต้องปรับปรุง

นอกจากการแสดงให้คุณเห็นว่าเนื้อหาของคุณใช้งานได้ตามปกติแล้ว การตรวจสอบเนื้อหายังให้ทิศทางที่เป็นรูปธรรมแก่คุณในด้านต่างๆ ที่คุณต้องปรับปรุง

เนื่องจากการตรวจสอบเนื้อหาช่วยให้คุณเข้าใจว่าสิ่งใดใช้ได้ผลและไม่ได้ผล (เพราะคุณจะเห็นผลของทั้งสองฝั่งในไซต์ของคุณ) คุณจึงสามารถนำไปใช้กับการสร้างเนื้อหาในอนาคตเพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น

2. ช่วยให้คุณมองเห็นเนื้อหาของคุณโดยรวมจากภาพรวม

หากคุณมีเนื้อหาจำนวนมากบนเว็บไซต์ของคุณ การตรวจสอบอาจเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบเนื้อหาให้เสร็จสิ้นเป็นวิธีเดียวที่จะเจาะลึกเนื้อหาทั้งหมดของคุณและทำความเข้าใจอย่างแท้จริงว่าเนื้อหานั้นส่งผลแก่ธุรกิจของคุณอย่างไร

หรือแม้ว่าคุณจะมีธุรกิจขนาดเล็กและมีเนื้อหาไม่มาก การตรวจสอบเนื้อหาก็ยังมีประโยชน์ มันจะช่วยคุณเพิ่มประสิทธิภาพเนื้อหาที่คุณมีเพื่อให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

การตรวจสอบเนื้อหาสามารถช่วยให้คุณเข้าใจสิ่งที่คุณมี สิ่งที่คุณต้องการ สิ่งที่คุณไม่ต้องการ และสิ่งที่คุณสามารถทำได้ในอนาคตเพื่อให้แน่ใจว่าภาพรวมของเนื้อหาของคุณมีส่วนสนับสนุนต่อเป้าหมายของคุณ

ข้อควรจำ: ไม่มีวิธีใดที่สมบูรณ์แบบในการตรวจสอบเนื้อหา การตรวจสอบของคุณสามารถเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นอยู่กับประเภทของเนื้อหาที่คุณกำลังวิเคราะห์และเป้าหมายที่คุณหวังว่าจะบรรลุเมื่อการตรวจสอบเสร็จสิ้น ด้วยเหตุนี้ให้ปรับแต่งการตรวจสอบเนื้อหาของคุณเพื่อให้เหมาะกับความต้องการของไซต์และกลยุทธ์เนื้อหาของคุณ

from:https://www.thumbsup.in.th/content-audit?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=content-audit

ทำไมหลายๆ แบรนด์ถึงเริ่มสนใจในการผลิตเพลงลง TikTok

เป็นเวลาหลายปีที่นักการตลาดได้ใช้การตลาดด้วยเพลงเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์การตลาด โดยหลายๆแบรนด์เลือกที่จะดึงศิลปินที่อยู่ในกระแสหลักมาสร้างสรรค์เพลงต้นฉบับของแบรนด์เอง 

แม้ว่าผลงานเหล่านี้มักจะเป็นเพลงประกอบโฆษณาทางทีวีหรือบนแพลตฟอร์มสตรีมเพลงต่างๆ แต่ก็มีการสร้างขึ้นโดยเฉพาะสำหรับ TikTok แอปโซเชียลที่กำลังโดดเด่นนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งถือโอกาสที่ดีสำหรับแบรนด์ในอการพึ่งพาสิ่งที่แพลตฟอร์มนำเสนอและถูกใช้งานกับเหล่าครีเอเตอร์อยู่แล้ว ด้วยตัว TikTok เองที่มีการอัปโหลดเพลงจำนวนมากและแบรนด์สามารถมีเพลงที่เป็นที่นิยมไปทั้งแพลตฟอร์มได้ในเวลาเพียงไม่กี่วัน”

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา TikTok ได้ช่วยนำเพลงฮิตเก่าๆ กลับมาสู่ชาร์ต ในการคิดการตลาดเพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่อายุน้อยและกลุ่มที่เบื่อหน่ายโฆษณาจำนวนมากโดยการเปิดรับกระแสความนิยมของดนตรีบน TikTok นักการตลาดรายใหญ่ได้เริ่มเปลี่ยนความพยายามในการสร้างแบรนด์เพลงของตนไปยังรูปแบบของแพลตฟอร์มนี้มากยิ่งขึ้น โดยทำงานร่วมกับครีเอเตอร์ชั้นนำและนักดนตรีชั้นนำในการสร้างเพลงต้นฉบับที่สามารถเป็นที่นิยม TikTok ด้วย และวิธีเหล่านี้รวมถึงการนำเพลงที่เป็นสัญลักษณ์และเป็นที่จดจำมาสู่ TikTok และร่วมมือกับเหล่าครีเอเตอร์ 

ความพยายามในการสร้างแบรนด์ให้มีส่วนผสมของดนตรีมักถูกใช้เพื่อการสร้างแบรนด์และมีส่วนร่วมกับผู้บริโภคที่อายุน้อย ซึ่งเป็นความจำเป็นที่เพิ่มขึ้นสำหรับนักการตลาดทุกกลุ่ม เพราะเมื่อนำความพยายามเหล่านี้มาสู่ TikTok แล้วนั้น ความสำเร็จสามารถวัดได้มากกว่าการดู like และ comment แต่สามารถดูได้โดยการมีส่วนร่วมกับเนื้อหาของผู้บริโภค เพราะโดยพื้นฐานแล้วแบรนด์สามารถเปลี่ยนจากการมีผู้สร้างคนหนึ่งขยายแบรนด์ออกไปเป็น 200,000 คนในแอปโดยใช้เสียงหรือการเต้นหรืออะไรก็ตามที่แบรนด์พยายามจะสื่อสารได้

from:https://www.thumbsup.in.th/song-to-tiktok?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=song-to-tiktok

กลับมาแล้ว! SET Awards 2022 งานประกาศรางวัลอันทรงเกียรติของบริษัทจดทะเบียน และผู้เกี่ยวข้องกับตลาดทุน


กลับมาอีกครั้งสำหรับงาน SET Awards 2022 งานประกาศรางวัลอันทรงเกียรติของบริษัทจดทะเบียน และผู้เกี่ยวข้องกับตลาดทุน

ถ้าถามว่างานนี้สำคัญอย่างไร คงต้องตอบว่า SET Awards เป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจของบริษัทจดทะเบียน และผู้เกี่ยวข้องกับตลาดทุน มีการพิจารณาอย่างเข้มข้นจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และรายชื่อผู้เคยรับรางวัลนี้ล้วนเป็นบริษัทชั้นนำในตลาดฯ

งานประกาศรางวัล SET Awards 2022 มีบริษัทที่ผ่านเกณฑ์เข้าชิงรางวัลหลายบริษัท มีรางวัลใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในปีนี้ด้วย ดังนั้นลองมาลงลึกรายละเอียดไปด้วยกันว่า SET Awards 2022 มีความน่าสนใจอย่างไร และมีบริษัทในตลาดทุนที่คุณชื่นชอบติดรายชื่อรับรางวัลหรือไม่?

งานประกาศรางวัล SET Awards 2022

หลังจากจัดงานแบบ Virtual มาถึง 2 ปี ในปีนี้ก็กลับมาจัดงานในรูปแบบ Hybrid ผ่านการกลับมาใช้สถานที่จริงในการประกาศ และขึ้นรับรางวัล ควบคู่ไปกับการถ่ายทอดสดผ่านระบบออนไลน์

แต่ที่เหมือนเดิมกับทุกครั้งคือความหลากหลายของรางวัลที่ครอบคลุมทั้งบริษัทจดทะเบียน บริษัทหลักทรัพย์ หลักทรัพย์จัดการกองทุน ที่ปรึกษาทางการเงิน องค์กรสร้างสรรค์ธุรกรรมทางการเงิน ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ครอบคลุมตลาด SET และ mai

จึงไม่แปลกที่รางวัลนี้จะเป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจของบริษัทที่ผ่านเกณฑ์เข้าชิงรางวัล และถูกวางเป็นหลักหมุดความสำเร็จสำคัญขององค์กร และผู้เกี่ยวข้องเสมอ

ที่สำคัญยังเป็นแรงขับเคลื่อนให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุนยกระดับองค์กรให้ดีขึ้นเพื่อมีส่วนร่วมในรางวัลนี้

รางวัลที่หลากหลาย กระจายทุกผู้เกี่ยวข้อง

ด้านรางวัล SET Awards 2022 จะแบ่งเป็นกลุ่มรางวัล Business Excellence ที่มอบให้แก่บริษัทจดทะเบียน ผู้บริหารสูงสุดของบริษัท จดทะเบียนในตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน และทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ มี 8 กลุ่มรางวัล คือ

  • Best CEO Awards and Young Rising Star CEO Award
  • Best Company Performance Awards
  • Best REIT Performance Award
  • Best Investor Relations Awards
  • Best Innovative Company Awards
  • Deal of the Year Awards
  • Best Securities Company Awards
  • Best Asset Management Company Awards

กับกลุ่มรางวัล Sustainability Excellence ที่มอบให้แก่บริษัทจดทะเบียนที่ดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี

คำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียอย่างรอบด้านเพื่อให้ธุรกิจมีการเติบโตด้านเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล มี 4 กลุ่มรางวัล คือ

  • Best Sustainability Awards
  • Highly Commended in Sustainability Awards
  • Commended Sustainability Awards
  • Rising Star Sustainability Awards

Best Securities Company Awards รางวัลสำหรับองค์กรที่ให้บริการด้านหลักทรัพย์ดีเด่น

หากเจาะไปที่รางวัลที่น่าสนใจ รางวัล Best Securities Company Awards คือหนึ่งในนั้น เพราะเป็นรางวัลที่ให้กับบริษัทหลักทรัพย์ที่ยอดเยี่ยม จากการพิจารณาผลงานในแง่ความสามารถในการดำเนินการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ที่โดดเด่นและมีผลงานการวิเคราะห์หลักทรัพย์ที่มีคุณภาพ

แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ

  • Best Securities Company Awards – Institutional Investors : ด้านการให้บริการหลักทรัพย์แก่นักลงทุนสถาบัน
  • Best Securities Company Awards – Retail Investors : ด้านการให้บริการหลักทรัพย์แก่นักลงทุนบุคคล

โดยจะมีการสำรวจความคิดเห็นจากลูกค้าทั้งรายบุคคลและองค์กร ในเรื่องของคุณภาพการให้บริการ การปฏิบัติงาน การสื่อสารและกิจกรรมสำหรับนักลงทุน

รวมทั้งคุณภาพของบทวิเคราะห์ ความสม่ำเสมอของบทวิเคราะห์ การนำเสนอผลงานการวิเคราะห์หลักทรัพย์ ถือว่าเป็นการประเมินความสามารถในการให้บริการแบบเต็มรูปแบบไม่แพ้รางวัลประเภทอื่น ๆ

ปัจจุบันมีนักลงทุนบุคคลหน้าใหม่เข้ามาในตลาดทุนมากขึ้น การพึ่งพาบริษัทหลักทรัพย์ที่ให้คำแนะนำอย่างมีประสิทธิภาพ ย่อมติดอาวุธให้นักลงทุนได้ไม่ยาก รวมถึงนักลงทุนสถาบันที่เป็นหนึ่งในส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนตลาดทุน หากได้รับการบริการที่มีประสิทธิภาพ ย่อมเอื้อต่อการเข้าลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้

รางวัลนี้บริษัทที่ได้รับเลือกจะต้องมีความสามารถในการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ผลการวิเคราะห์หลักทรัพย์ การปฏิบัติอย่างเหมาะสม เรียกว่าบริษัทหลักทรัพย์ใดที่ได้รางวัลนี้ก็การันตีความสามารถในการดำเนินงานได้ไม่ยาก

ซึ่งสำหรับปี 2022 นี้ มีรายชื่อบริษัทที่มีความโดดเด่นและได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Best Securities Company Awards แล้ว ดังนี้

  • ด้านการให้บริการหลักทรัพย์แก่นักลงทุนสถาบัน : CGS-CIMB, CS, KGI, KKPS
  • ด้านการให้บริการหลักทรัพย์แก่นักลงทุนบุคคล : BLS, KS, YUANTA

และอีกหนึ่งความยอดเยี่ยมที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือรางวัลเกียรติยศแห่งความสำเร็จ SET Awards of Honor สำหรับบริษัทหรือบุคคลที่สามารถรักษาความยอดเยี่ยม ได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป

สำหรับรางวัลนี้บอกเลยว่าเก่งหรือยอดเยี่ยมอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องมาพร้อมกับความสม่ำเสมอ ความทุ่มเทของผู้บริหาร และทีมงานที่เกี่ยวข้อง จนสามารถรักษาความยอดเยี่ยมได้ตลอด 3 ปี

ร่วมรับชมไปพร้อมกันว่าบริษัทที่คุณชื่นชอบ หรือลงทุนอยู่จะได้รับรางวัล SET Awards 2022 หรือไม่ ในวันที่ 28 ตุลาคม 2565 เวลา 14:30 น. ผ่าน

Facebook : https://www.facebook.com/set.or.th/
Youtube : https://www.youtube.com/c/setthailand
Website : www.set.or.th/setawards

 

 

บทความนี้เป็น Advertorial

from:https://www.thumbsup.in.th/set-awards-2022?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=set-awards-2022

สิ่งที่แบรนด์ควรรู้ในการจัดสรรงบการตลาดบนโซเชียลอย่างมีคุณค่า

โซเชียลมีเดียทำให้แบรนด์และธุรกิจมีแพลตฟอร์มในการมีส่วนร่วมกับลูกค้า แต่แทนที่จะแค่รักษาความสัมพันธ์ของคุณกับลูกค้าที่มีอยู่ คุณยังสามารถใช้เพื่อค้นหาและเปลี่ยนแปลงเป็นการซื้อขายที่มีคุณค่าได้

การขายบนโซเชียลมีเดียเป็นกลยุทธ์การสร้างความสนใจในตัวสินค้าที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้แบรนด์สามารถโต้ตอบกับผู้มีแนวโน้มจะเป็นลูกค้าผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ ด้วยกลยุทธ์นี้ แบรนด์ต้องใช้การรับฟังจากโซเชียลเพื่อเรียนรู้ว่ากลุ่มเป้าหมายของพวกเขากำลังพูดถึงอะไรทางออนไลน์

พวกเขาใช้ข้อมูลเชิงลึกที่ได้รับจากการฟังทางสังคมเพื่อเชื่อมต่อและสร้างความสัมพันธ์อย่างแท้จริงผ่านการสนทนาทางสังคมที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ชมของพวกเขา การขายทางสังคมเป็นการนำประสบการณ์การทำธุรกรรมที่ลูกค้าและบริษัททำร่วมกัน ซึ่งนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่เป็นธรรมชาติมากขึ้นและเกิดการค้าชายกันในระยะยาวมากยิ่งขึ้น ซึ่งต่อไปนี้คือเคล็ดลับที่จะช่วยทีมขายของคุณในการเริ่มต้นบนโซเชียลมีเดีย

1. รูปโปรไฟล์ต้องดูน่าเชื่อถือ

รูปภาพของคุณมีความสำคัญในโลกดิจิทัลเช่นเดียวกับในโลกแห่งความเป็นจริง รูปโปรไฟล์ของคุณเป็นสิ่งแรกที่ผู้มีโอกาสเป็นลูกค้าจะได้เห็น สร้างความประทับใจด้วยภาพถ่ายที่ดูเป็นมืออาชีพที่ต้องสร้างความสมดุลระหว่าง ความน่าเชื่อถือและความเป็นมิตร สร้างโปรไฟล์โดยคำนึงถึงผู้ที่มีแนวโน้มที่จะเป็นลูกค้า

2. หาบทสนทนาที่เกี่ยวกับแบรนด์เพื่อหากลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง

Social listening เพื่อใช้ในการขายและติดตามผลนั้นเป็นกลยุทธ์ที่มีคุณภาพเป็นอย่างมากนการทำความเข้าใจว่าผู้มีแนวโน้มจะเป็นลูกค้าว่าต้องการอะไร ตรวจสอบการสนทนาที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับแบรนด์เพื่อดูว่าลูกค้าปัจจุบันประสบปัญหาใดบ้าง และการตรวจสอบโซเชียลมีเดียยังช่วยให้สามารถติดตามการสนทนาที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ที่จะสามารถนำมาใช้ปรับปรุงกลยุทธ์การขายผ่านโซเชียลได้

3. เลือกช่องทางที่เหมาะกับแบรนด์

เครือข่ายสังคมคือความความสำคัญทางด้านสถานที่และเวลา เมื่อแบรนด์เริ่มหากลุ่มลูกค้าที่จะติดตามได้เหมาะสมแล้ว แบรนด์ต้องให้การช่วยเหลือที่มีคุณค่าอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นอันดับแรกเลือกเครือข่ายของแบรนด์อย่างชาญฉลาด ซึ่งมีหลายวิธีในการใช้งานโซเชียลมีเดียในการรักษาเครือข่าย:

  • แบ่งปันความเชี่ยวชาญของคุณ
  • เสนอวิธีแก้ปัญหา
  • ให้ความสำคัญกับลูกค้าอยู่เสมอ
  • ใช้แฮชแท็กที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดเป้าหมายเนื้อหาให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

4. สร้างความไว้วางใจด้วยการแบ่งปันเรื่องราวความสำเร็จ

อาจเน้นย้ำถึงคุณลักษณะที่น่าประทับใจของผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ได้รับความไว้วางใจจากผู้มีแนวโน้มจะเป็นลูกค้า ให้ใช้โซเชียลมีเดียเพื่อแสดงหลักฐานที่จะสนับสนุนแบรนด์ของคุณ แสดงเรื่องราวความสำเร็จต่างๆหรือรีวิวจากลูกค้าปัจจุบันของคุณ แชร์เรื่องราวเหล่านี้ไปยังไซต์ของคุณก็จะสามารถช่วยสร้างความน่าไว้วางใจในการซื้อขายกับแบรนด์ได้

5.  ติดตามผลลัพธ์ผ่านโซเชียล

วิธีที่ดีที่สุดในการทำให้การขายผ่านโซเชียลดีขึ้นคือการเรียนรู้จากความพยายามที่มีอยู่ ค้นคว้าและให้ความสนใจกับเมตริกการขายทางโซเชียลที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ของคุณให้ได้มากที่สุด รวบรวมข้อมูลเชิงลึกจากความพยายามที่ผ่านมาทั้งของแบรนด์เองและของคู่แข่ง ให้ดูว่าสิ่งใดได้ผลและไม่ได้ผล

from:https://www.thumbsup.in.th/how-to-brand-manage-benefit?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=how-to-brand-manage-benefit

เคล็ดลับการประชาสัมพันธ์ที่ดีสำหรับการทำแคมเปญ

ในการสร้างสรรค์สื่อประชาสัมพันธ์แต่ละครั้งนั้น จำเป็นต้องมีแนวทางหรือแผนงานในการทำตลอดทั้งปี และเฉลี่ยมาในแต่ละเดือน แต่ละสัปดาห์ เพื่อให้การทำคอนเทนต์เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

วันนี้ thumbsup มีแนวทางในการสร้างสรรค์แผนงานมาฝากกัน

1. กำหนดเป้าหมาย ข้อจำกัด และตัวชี้วัดความสำเร็จของคุณ

ก่อนอื่นคุณต้องตอบคำถามเหล่านี้ก่อน

  • แบรนด์มีการกำหนดสิ่งที่ตั้งเป้าไว้เพื่อให้ทำงานได้ตามแผนอย่างไรบ้าง?
  • คุณต้องการเพิ่มยอดขายสำหรับบริการบางอย่างหรือไม่?
  • ทีมของคุณต้องการเข้าถึงผู้ชมใหม่ๆ หรือไม่?
  • คุณแค่ต้องการสร้างความสัมพันธ์เชิงบวกกับลูกค้าปัจจุบันของคุณหรือไม่?

สิ่งที่คุณต้องเอาไว้ให้ยึดมั่นและเจาะจงอย่างถูกวิธี โดยจำกัดให้ scope แคบลงเพื่อให้ง่ายต่อการทำงานมากที่สุด

 2. รู้จักผู้ชมของคุณ

หากคุณไม่แน่ใจเกี่ยวกับผู้ชมของคุณในตอนนี้ ก็ถึงเวลาที่แบรนด์ควรระบุให้แน่ชัดว่าต้องการเป็นใครเป็นกลุ่มเป้าหมายในตอนจบของแคมเปญ เพราะนี่คือตัวแปรสำคัญในการคิดแคมเปญที่เหมาะสมต่อไป

3. เลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะสม

ต่อไปคือการคิดว่าแพลตฟอร์มใดที่เหมาะกับแคมเปญของคุณ ตัวอย่างเช่น ถ้ากลุ่มผู้บริโภคที่มีอายุระหว่าง 50-65 ปี อาจไม่เลื่อนดูโซเชียลมีเดียมากพอๆ กับอายุ 18-35 ปี อย่างไรก็ตาม เราจะเห็นพฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดียในกลุ่มคน Gen X (40-55) ว่ามีการใช้งาน Facebook มากกว่าชาว Millennials (24-39) เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญในการวางแผนงานที่ดี คือ การทำวิจัยตลาดแบรนด์ของคุณให้ดีก่อนตัดสินใจในการเลือกแพลตฟอร์มเพื่อใช้สื่อสารกับลูกค้าแต่ละกลุ่ม

3. เข้าใจกลุ่มเป้าหมาย

แบรนด์จำเป็นต้องจัดลำดับความสำคัญของการให้ข้อมูลต่อกลุ่มลูกค้า อาจเริ่มที่การคิดว่า

  • ใครกำลังพูดถึงแบรนด์ของคุณ
  • ที่พวกเขากำลังพูดถึงแบรนด์ของคุณ พวกเขารู้สึกอย่างไรเมื่อพูดถึงแบรนด์ของคุณ
  • เมื่อมีการสนทนาเกี่ยวกับแบรนด์ของคุณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ข้อมูลนี้ช่วยให้คุณพบโอกาสสื่อที่ชนะใจลูกค้าหรือไม่

4. มีไอเดียที่สร้างสรรค์

ไอเดียสร้างสรรค์ในการดึงดูดความสนใจจากลูกค้า แต่นอกเหนือจากนั้นคือความซื่อตรงและซื่อสัตย์ต่อลูกค้าที่แบรนด์ต้องมี หากแบรนด์ปรับตัวเองให้เข้ากับลูกค้าเพียงเพราะต้องการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ก็อาจสร้างลูกค้าได้ในระยะสั้น แต่ความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาวอาจน่าเป็นห่วง

ดังนั้น การวางแผนสื่อสารการตลาดไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ควรมีแนวทางให้ชัดเจนทุกครั้ง เพื่อเป็นการทำงานที่ตรงกัน

ที่มา : fortunepr.co.uk

from:https://www.thumbsup.in.th/pr-technic-for-campaign?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=pr-technic-for-campaign

8 ขั้นตอนการสร้างแอดบน Instragram ให้ปั๊วะปัง

Instagram มีผู้ใช้งานอยู่ 2 พันล้านคนในแต่ละเดือน ซึ่งผู้คนเหล่านั้นใช้เวลาเฉลี่ยในการเลื่อนดูแพลตฟอร์มเป็นเวลา 53 นาทีในแต่ละวัน ด้วยการใช้งานของผู้คนที่มากขนาดนั้น โฆษณาบน Instagram อาจช่วยให้แบรนด์ขยายการเข้าถึงได้อย่างมาก

ขั้นตอนที่ 1 เลือกวัตถุประสงค์ของโฆษณา

ในการสร้างแคมเปญใหม่ทุกครั้ง ขั้นตอนแรกควรเป็นการหาวัตถุประสงค์ให้เจอ โดยควรคิดวัตถุประสงค์ให้เหมาะกับแพลตฟอร์มนี้

ขั้นตอนที่ 2 ตั้งชื่อแคมเปญโฆษณา 

นี่เป็นวิธีที่ที่จะเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงแคมเปญว่าคืออะไร จากนั้นให้เลือกหมวดหมู่ที่เกี่ยวข้องและระบุรายละเอียดของแคมเปญ 

หากคุณเลือกตรง Advantage Campaign Budget แพลตฟอร์มจะกระจายงบประมาณโฆษณาของคุณทั่วทั้งชุดโฆษณาโดยอัตโนมัติ หรือคุณสามารถจัดสรรการใช้จ่ายสำหรับชุดโฆษณาแต่ละชุดด้วยตนเอง

ขั้นตอนที่ 3 ตัดสินใจว่าจะออกแบบโฆษณาของคุณอย่างไร

ส่วนนี้แบรนด์สามารถออกแบบโฆษณาด้วยตัวเองได้หรือใช้ “Dynamic creative” โดยระบบจะจัดการออกแบบโฆษณาให้เพียงอัปโหลดองค์ประกอบต่างๆเช่น รูปภาพ CTAs ข้อความโฆษณา เป็นต้น

ขั้นตอนที่ 4 เลือกการเพิ่มประสิทธิภาพและวิธีการกระจายข้อมูลของคุณ

ขั้นตอนนี้ ตัดสินใจว่าจะจ่ายเงินแบบไหน อย่างไร เมื่อแสดงโฆษณา

ขั้นตอนที่ 5. กำหนดงบประมาณโฆษณาและกำหนดเวลา

เมื่อคุณโฆษณาบน Instagram คุณสามารถควบคุมได้อย่างเต็มที่ว่าจะแสดงโฆษณาเมื่อใดและใช้จ่ายกับโฆษณาเหล่านั้นเป็นจำนวนเท่าใด

ขั้นตอนที่ 6 กำหนดเป้าหมายผู้ชมของคุณ

การกำหนดเป้าหมายผู้ชมเป็นวิธีที่จะเพิ่มประสิทธิภาพกลยุทธ์การโฆษณาบน Instagram ซึ่งทำให้แบรนด์ไม่ต้องเสียเงินในการกำหนดเป้าหมายไปทุกคน

ขั้นตอนที่ 7 เลือกตำแหน่งโฆษณาของคุณ

นี่คือที่ที่คุณจะตัดสินใจว่าจะแสดงโฆษณาของคุณที่ใด

ขั้นตอนที่ 8 เลือกรูปแบบโฆษณา Instagram ของคุณ

มีรูปแบบต่างๆ ให้เลือกตามวัตถุประสงค์ของโฆษณาที่คุณเลือก แต่รูปแบบโฆษณา Instagram พื้นฐานมีดังนี้:

  • โฆษณาแบบรูปภาพ: ประกอบด้วยรูปภาพเดียว คุณจึงต้องการให้แน่ใจว่าเป็นรูปภาพที่ครอบคลุมเนื้อหาที่ต้องการแล้ว
  • โฆษณาแบบภาพสไลด์: ให้ผู้ใช้เลื่อนดูรูปภาพหรือวิดีโอหลายรายการ
  • โฆษณาแบบสไลด์โชว์: คล้ายกับโฆษณาแบบภาพสไลด์ แต่รูปภาพจะเล่นโดยอัตโนมัติ (ไม่ต้องเลื่อน)
  • โฆษณาวิดีโอบน Instagram: วิดีโอคลิปเหล่านี้มีความยาวตั้งแต่ 3 วินาทีถึง 60 วินาที

ที่มา :exploreig.com

from:https://www.thumbsup.in.th/ig-guide?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=ig-guide