คลังเก็บป้ายกำกับ: BACKUP_SOLUTION

NetApp ประกาศเลย์ออฟพนักงานถึง 8 เปอร์เซ็นต์ เพื่อจัดสรรทรัพยากรใหม่

บริษัทด้านเทคโนโลยีสตอเรจและการจัดการบนคลาวด์ NetApp ได้ประกาศเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า เตรียมเลย์ออฟพนักงานทั่วโลกประมาณ 8 เปอน์เซ็นต์ ตามข้อมูลที่ยื่นแบบฟอร์มให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดสรรทรัพยากรใหม่ไปเน้นธุรกิจที่มีโอกาสมากที่สุดก่อน

แผนการเลย์ออฟนี้มีกำหนดจะเสร็จภายในปีงบประมาณ 2023 ของ NetApp ซึ่งน่าจะภายในวันที่ 28 เมษายน ครั้งนี้ไม่ใช่การเลย์ออฟครั้งแรกของบริษัท ช่วงครึ่งปีแรกของปีงบประมาณ 2022 ก็มีเลย์ออฟไปแล้ว 1 เปอร์เซ็นต์เพื่อปรับโครงสร้าง ลดการใช้พื้นที่สำนักงาน

นอกจากนี้ก็มีเลย์ออฟอีก 1 เปอร์เซ็นต์ช่วงต้นปีงบประมาณ 2023 เพื่อปรับโครงสร้าง จัดสรรทรัพยากรใหม่ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ ทั้งนี้เมื่อกรกฎาคม 2023 NetApp มีพนักงานทั่วโลกประมาณ 12,000 คน อ้างอิงจากข้อมูลที่ยื่นต่อคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ

การเลย์ออฟครั้งนี้คาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายจากการจ่ายค่าชดเชยและสวัสดิการที่เกี่ยวข้องจากการปรับโครงสร้างองค์กรอยู่ในช่วง 85 – 95 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ รวมแล้วในช่วงเดือนแรกของปีนี้ มีบริษัทไอทีที่ประกาศเลย์ออฟไปอย่างน้อย 17 บริษัท

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – CRN

from:https://www.enterpriseitpro.net/netapp-laying-off-8-percent-of-workforce/

ดาวน์โหลดฟรี! (ภาษาไทย) “เหตุผล 12 ประการที่ทำให้ Veeam เป็นระบบแบ็คอัพที่ดีที่สุดสำหรับ VMware”

เวอร์ช่วลไลเซชั่นกลายเป็นมาตรฐานไปแล้วในดาต้าเซ็นเตอร์ปัจจุบัน โดยมี VMware เป็นตัวผลักดันความก้าวหน้านี้ในองค์กรส่วนใหญ่ ทุกวันนี้เกือบทุกอย่างถูกทำเป็นเวอร์ช่วลกันหมด ไม่ว่าจะเป็นไฟล์เซิร์ฟเวอร์ ไปจนถึงแอพพลิเคชั่นและฐานข้อมูลสำคัญที่อยู่เบื้องหลังธุรกิจระดับโลก ดังนั้นการสำรองระบบ VMware จึงจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ และเป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณาเวลาวางยุทธศาสตร์ปกป้องข้อมูล

รายงานฉบับนี้จึงออกมาอธิบายถึงแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด ในหัวข้อที่ชื่อว่า “12 เหตุผลที่ทำให้ Veeam เป็นโซลูชั่นแบ็คอัพที่ดีที่สุดสำหรับ VMware” โดยจัดทำเป็นภาษาไทยทั้งฉบับ อ่านง่าย เข้าใจง่าย และดาวน์โหลดได้ฟรี!!

คลิกลงทะเบียนดาวน์โหลดฟรี!!

 

from:https://www.enterpriseitpro.net/whitepaper-veeam-backup-for-vmware/

ป้องกันและกู้คืนข้อมูลจากการมาเยือนของแรนซัมแวร์ [Guest Post]

เพื่อลดผลกระทบจากการโจมตีของแรนซัมแวร์ องค์กรต่างๆ ต้องการโซลูชันที่นอกเหนือจากหลักการของ Zero Trust เราจำเป็นต้องมีกลยุทธ์ที่ช่วยลดผลกระทบของการแพร่กระจายของข้อมูลและปกป้องข้อมูลด้วยตัวเลือกการกู้คืนข้อมูลที่รวดเร็วและยืดหยุ่นด้วยกลยุทธ์ Zero Loss ของ Commvault ที่ประกอบด้วยพื้นฐาน 3 ประการ ดังนี้

1. End-To-End Data Visibility: การมองเห็นข้อมูลในองค์กรตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง           

องค์กรจะไม่สามารถปกป้องข้อมูลได้หากไม่เห็นข้อมูลทั้งหมด Commvault เป็นแพลตฟอร์มที่สามารถบริหารจัดการ

2. รองรับทุก Workload: Broadest Workload Protection

ความสามารถในการรองรับ Workload ได้อย่างครอบคลุมและยืดหยุ่นในทุกสภาพแวดล้อมทั้ง On-premises, Cloud, Hybrid-Cloud และ SaaS applications ได้แบบ Native ทำให้ช่วยลดช่องโหว่จากการโจมตีทางไซเบอร์ได้มากยิ่งขึ้น

3.การกู้คืนระบบได้อย่างรวดเร็วเพื่อความต่อเนื่องของธุรกิจ: Faster Business Response

ความสามารถในการกู้คืนข้อมูลสำรองจาก Secure Isolating Networks หรือจาก Commvault Cloud DR ซึ่งเป็น free service ในการสำรองข้อมูลเก็บไว้ที่ Cloud ของ Commvault เป็นต้น

โดย Commvault มีกระบวนการรักษาความปลอดภัยแบบหลายชั้น (Multilayer Security framework) ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติสากลด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ตามมาตรฐานขององค์กร NIST ด้วยกระบวนการดังต่อไปนี้

1) Identify – ประเมินค้นหาภัยคุกคามและลดความเสี่ยง ด้วยการควบคุมการเข้าถึงข้อมูลที่สามารถรองรับการระบุตัวตนด้วย Multi-Factor Authentication (MFA), การจัดการสิทธิ์ใช้งานข้อมูลด้ายการกำหนด Role based security

2) Protect – ปกป้องข้อมูลด้วยการทำ Air Gap Solution สำหรับการจัดเก็บข้อมูลสำรองไว้ใน Secure zone (Isolating Networks) รวมไปถึงการทำ Immutable สำหรับป้องกันการลบและแก้ไขข้อมูลสำรอง

3) Monitor – ตรวจสอบ Activity ที่มีความผิดปกติและการแจ้งเตือนด้วย feature Ransomware Detection and Protection ผ่าน Single Dashboard Management

4) Respond – วิเคราะห์ข้อมูลและตอบสนองดูแลการปฏิบัติการอย่างเป็นระบบ

5) Recover – ความสามารถในการกู้คืนข้อมูลโดยไม่มีข้อจำกัดด้านสภาพแวดล้อม เช่น การกู้คืนข้อมูลข้าม Hypervisor หรือ Cloud โดยไม่จำเป็นต้องอาศัย Third party

ทั้งหมดนี้ คือโซลูชันการป้องกันภัยจากแรนซัมแวร์ที่มีกระบวนการที่มาพร้อมกับการปกป้องข้อมูลแบบหลายชั้น ทำให้มั่นใจได้ว่าการมาเยือนของแรนซัมแวร์จะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของคุณ

ท่านใดสนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชัน Commvault ได้ที่ บริษัท คอมพิวเตอร์ยูเนี่ยน จำกัด โทร. 02-311-6881 #7151, 7158 หรือ Email : cu_mkt@cu.co.th

ทั้งนี้ทางคอมพิวเตอร์ยูเนี่ยนมีทีม CU as-a-Service ที่มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่สามารถให้คำแนะนำและปรึกษาด้านการออกแบบและดีไซน์โซลูชัน รวมถึงการให้บริการ POC และติดตั้งใช้งาน โดยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.cu.co.th/distributor/service/ หรือแสกน QR Code

from:https://www.techtalkthai.com/commvault-protect-and-recovery-your-data-after-ransomware/

Synology สุดแกร่ง! รายรับมากกว่า 2 หมื่นล้านบาท! ตั้งเป้าเป็นเบอร์หนึ่งในตลาด NAS โลก

การเก็บรักษาข้อมูลภายใต้ระบบความปลอดภัยสูงสุด ถือเป็นประเด็นหลักที่หลายองค์กรทั่วโลกต้องคำนึงถึง เนื่องจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ อาจสร้างความเสียหายทางธุรกิจได้ในพริบตา บริษัท Synology Inc จำกัด ผู้ให้บริการด้านการจัดการและปกป้องข้อมูลชั้นนำระดับโลก เล็งเห็นถึงความสำคัญเหล่านี้ และต้องการช่วยให้ธุรกิจทุกประเภทสามารถบริหารและจัดการข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยการนี้นางสาวโจแอน แวง (Joanne Weng) Sales Director กล่าวว่า “เพราะความปลอดภัยด้านข้อมูลของลูกค้า คือสิ่งสำคัญสำหรับเรา เราจึงนำเสนอโซลูชันใหม่ ๆ ภายใต้หลักการของการพัฒนาที่ตอบโจทย์ความต้องการด้านการจัดการข้อมูล ที่มุ่งเน้นการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภายใต้ต้นทุนที่คุ้มค่า ซึ่งที่ผ่านมา การดำเนินธุรกิจในปี 2564 บริษัทเรา มีรายได้รวมทั่วโลกกว่า 600 ล้านเหรียญสหรัฐหรือกว่า 21,633,240,000 บาท และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีประมาณ 20-30% เราเป็นแบรนด์อันดับ 1 ในตลาด NAS ทั่วโลก”

นอกจากนั้นแล้ว ในปี 2566 นี้ บริษัทฯ ยังเตรียมเปิดตัว Synology Scale Out ที่เน้นความสามารถในการขยายความจุมากกว่า 12PB โดยเพิ่มคลัสเตอร์ได้ และออกแบบขึ้นมา โดยคำนึงถึงความยืดหยุ่นที่เน้นการทำงานแบบไม่มีจุดล้มเหลวแม้เพียงจุดเดียวหรือไม่มีเหตุการณ์ใดที่ทำให้การทำงานหยุดชะงักได้เลย

นางสาวโจแอน แวง Sales Director (กลาง), นางสาวธัชวรรณ ชินชนากานต์ Regional Sales Manager (ASEAN) (ซ้าย)

ด้าน นางสาวธัชวรรณ ชินชนากานต์ Regional Sales Manager (ASEAN) ได้เผยถึงกลยุทธ์การทำธุรกิจในส่วนของประเทศไทยในปี 2566 ว่า “สำหรับแผนการตลาดในประเทศนั้น ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง (SMB) ยังคงเป็นตลาดหลักของเรา แต่ที่ผ่านมาเราก็เห็นการเติบโตที่แข็งแกร่งในตลาดกลุ่มเอ็นเตอร์ไพรส์มากขึ้นด้วย นอกจากนี้ ในกลุ่มผู้ใช้งานตามบ้าน เราเห็นถึงความต้องการในการทดแทน External HDD ด้วย NAS และความต้องการสำรองรูปภาพ ซึ่งเป็นทิศทางที่ Synology ต้องการจะโฟกัสไปในปี 2566

 

from:https://www.enterpriseitpro.net/synology-launching-new-storage-new-release/

มาแล้ว! VDO สาธิตการใช้งานจริง “แนวปฏิบัติในการแบ็กอัพเซิร์ฟเวอร์อย่างมีประสิทธิภาพ”

สำหรับผู้ที่พลาดงาน Webinar “แนวปฏิบัติในการแบ็กอัพเซิร์ฟเวอร์อย่างมีประสิทธิภาพ” โดยจึดขึ้นทาง Veeam และในนั้นมีการสาธิตการแบ็กอัพให้ทุกท่านได้ดู ทางทีมงาน Enterprise ITPro ได้นำ VDO มาลงไว้ ณ ที่นี่

โดยรายละเอียดมีดังนี้
Veeam Software ได้จัดงานสัมมนาออนไลน์ภายใต้หัวข้อ “แนวปฏิบัติในการแบ็กอัพเซิร์ฟเวอร์อย่างมีประสิทธิภาพ” (Veeam Backup & Replication — physical server Backup Best Practices) โดยจะมีเรื่องราวเชิงลึกในด้านเทคนิคการทำการแบ็กอัพเซิร์ฟเวอร์ทั้งแบบ Windows และ Linux ผ่านทางโซลูชั่น Veeam® Backup & Replication™

สิ่งที่ท่านจะได้ทราบเกี่ยวกับ VDO สัมมนาครั้งนี้
– วิธีการติดตั้งและคอนฟิกระบบแบ็กอัพสำหรับ Windows และ Linux
– การแบ็กอัพเครื่องเซิร์ฟเวอร์และเวิร์กสเตชั่น (แบบฟิสิคัล)
– วิธีการเซตอัพและตัวเลือกต่างๆ สำหรับใช้ในการป้องกันระบบ

from:https://www.enterpriseitpro.net/veeam-software/

แนวทางการวางกลยุทธ์สู่ Zero Loss Strategy ด้วย Commvault

ความปลอดภัยของข้อมูล (Data Security) เป็นรากฐานที่มีความสำคัญต่อการปกป้ององค์กรจากการโจมตีของแรนซัมแวร์ เราจำเป็นต้องมีโซลูชันการปกป้องข้อมูลที่สามารถเตรียมรับมือต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปขององค์กร และมั่นใจได้ว่าจะสามารถกู้คืนข้อมูลได้อย่างรวดเร็วเพื่อกลับมาดำเนินธุรกิจอีกครั้ง หากคุณได้รับผลกระทบจากการโจมตีทางไซเบอร์

Commvault ขอนำเสนอกลยุทธ์ “Zero Loss Strategy” ซึ่งเป็นกระบวนการรักษาความปลอดภัยแบบหลายชั้น (Multilayer Security framework) ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้คุณวางแผน, จัดการและลดผลกระทบของแรนซัมแวร์และการโจมตีทางไซเบอร์ได้ดียิ่งขึ้น โดยยึดหลักการของ Zero trust (Never trust, Always verify) หลักการ Commvault’s Zero Loss Strategy ประกอบด้วยพื้นฐาน 3 ประการ ดังนี้

1.End-To-End Data Visibility: การมองเห็นข้อมูลในองค์กรตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง

องค์กรจะไม่สามารถปกป้องข้อมูลได้หากไม่เห็นข้อมูลทั้งหมด Commvault เป็นแพลตฟอร์มที่สามารถบริหารจัดการข้อมูลผ่านหน้าเดียว (Single Centralized Management) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้

  • ความสามารถในการระบุข้อมูลที่สำคัญและละเอียดอ่อน (Critical and Sensitive data) ทางธุรกิจ และปกป้องข้อมูลด้วยการกำหนด Policy ที่เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล
  • การตรวจสอบความผิดปกติแบบ Real-Time (Live monitoring) เพื่อตรวจหา Activity ที่ผิดปกติ เช่น ความผิดปกติของ Job activity ที่มีจำนวนการสร้าง/ลบ/แก้ไข ข้อมูล backup ที่มีการเปลี่ยนแปลงแบบกะทันหัน, การตรวจสอบนามสกุลไฟล์ของ Malware บนเครื่อง Client เป็นต้น รวมถึงการใช้ Machine learning(ML) ในการแจ้งเตือนสำหรับความผิดปกติที่เกิดขึ้น
  • ความสามารถในการปกป้องข้อมูลด้วยการเข้ารหัสข้อมูล(encryption), Immutability data และ Air Gap โซลูชัน
  • มี Security Health Assessment Dashboard ในการติดตาม, ประเมินความเสี่ยงและควบคุมความปลอดภัยภายในสภาพแวดล้อมขององค์กร

2. รองรับทุก Workload: Broadest Workload Protection

ความสามารถการรองรับ Workload ได้อย่างครอบคลุมและยืดหยุ่นในทุกสภาพแวดล้อมทั้ง On-premises, Cloud, Hybrid-Cloud และ SaaS applications ได้แบบ Native ทำให้ช่วยลดช่องโหว่จากการโจมตีทางไซเบอร์ได้มากยิ่งขึ้น รวมถึงสนับสนุนการรองรับแอปพลิเคชันรุ่นเก่าอย่าง AS/400 , Mainframe, Modern application และ Containers

3.การกู้คืนระบบได้อย่างรวดเร็วเพื่อความต่อเนื่องของธุรกิจ: Faster Business Response

ความเร็วและความแม่นยำมีความสำคัญต่อการตอบสนองต่อการโจมตีของแรนซัมแวร์ องค์กรใช้เวลาโดยเฉลี่ย 22 วันในการกู้คืนจากการโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ แต่คุณคงไม่มีเวลาถึงสามสัปดาห์ Commvault จะช่วยให้มั่นใจว่าคุณมีสำเนาสำรองที่ปลอดภัย (Clean backup copies) เพื่อหลีกเลี่ยงการหยุดชะงักของธุรกิจ ด้วยการแยกไฟล์ที่น่าสงสัยโดยอัตโนมัติ รวมทั้งสามารถกู้คืนข้อมูลสำรองจาก Secure Isolating Networks, Commvault Cloud DR ซึ่งเป็น free service ในสำรองข้อมูลเก็บไว้ที่ Cloud ของ Commvault เป็นต้น

นอกจากนี้ Commvault ยังสามารถนำรูปแบบการปกป้องข้อมูลด้วยกฎ 3-2-1 ไปใช้อย่างง่ายดายเพื่อความยืดหยุ่นในการกู้คืนข้อมูล สามารถ Integrate กับเครื่องมือตรวจจับ, วิเคราะห์ และตอบสนองต่อภัยคุกคามด้านความปลอดภัย เช่น SIEM และ SOAR ได้เป็นต้น

ท่านใดสนใจติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชัน Commvault ได้ที่

บริษัท คอมพิวเตอร์ยูเนี่ยน จำกัด โทร. 02-311-6881 #7151, 7158 หรือ Email : cu_mkt@cu.co.th

ทั้งนี้ทางคอมพิวเตอร์ยูเนี่ยนมีทีม CU as-a-Service ที่มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่สามารถให้คำแนะนำและปรึกษาด้านการออกแบบและดีไซน์โซลูชัน รวมถึงการให้บริการ POC และติดตั้งใช้งาน โดยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.cu.co.th/distributor/service/ หรือแสกน QR Code

from:https://www.techtalkthai.com/zero-loss-strategy-by-commvault/

[VDO Webinar] วิธีการป้องกันสภาพแวดล้อมไฮบริดของคุณโดย Veeam

องค์กรต่างๆ กำลังเริ่มประยุกต์รูปแบบการทำงานแบบไฮบริดคลาวด์เข้ามาใช้ในหน่วยงานของตนมากขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อใช้งานเวิร์กโหลดใหม่ได้นั่นเอง ดังนั้นแนวทางในการสำรองข้อมูลจึงมีความซับซ้อนเพิ่มมากขึ้นตลอดจนยังมีค่าใช้จ่ายมากขึ้น อันเนื่องจากสภาพแวดล้อมมีการขยายตัวมากขึ้นรวมถึงความต้องการก็ขยายตามไปด้วย

Veeam Backup & Replication จึงเป็นโซลูชั่นเดียวที่สามารถจัดการกับความซับซ้อนในการป้องกันข้อมูลที่อยู่ในโลกของไฮบริดคลาวด์ ด้วยคุณสมบัติด้านความปลอดภัยทำให้การป้องกันเป็นไปได้ง่ายและยังสามารถดึงข้อมูลลับมาใช้งานได้อย่างรวดเร็วภายในแพลตฟอร์มเดียว

from:https://www.enterpriseitpro.net/vdo-webinar-veeam-for-hybrid-cloud/

Commvault โซลูชันจัดการและปกป้องข้อมูลในการทำ Cloud Transformation

Cloud Transformation เป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจในรูปแบบ Digital Transformation ซึ่งหลายท่านคงเคยได้ยินกับนโยบายของ Cloud First ทั้งนี้การประยุกต์ใช้งานคลาวด์มีปัจจัยมากมายที่องค์กรต้องคิด แต่หัวใจสำคัญที่แท้จริงก็คือ “ข้อมูล” ที่มีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ ซึ่งต้องปกป้องไว้ไม่ให้เกิดความเสียหาย โดยเราจะมาพูดถึงปัจจัย 3 ประการ หากท่านต้องมองหาโซลูชันด้านการจัดการและปกป้องข้อมูลในการทำ Cloud Transformation

1) สามารถรองรับข้อมูลได้ทุก Workload

โซลูชันที่สามารถรองรับข้อมูลที่กระจายตัวอยู่บนหลากหลายแพลตฟอร์มได้ จะช่วยลดความซับซ้อน เพิ่มความคล่องตัวและยืดหยุ่นต่อการบริหารจัดการข้อมูลในทุก Environment รวมไปถึงยังช่วยป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลและลดช่องโหว่จากการโจมตีทาง Cyber Attack อีกด้วย ด้วยเหตุนี้เอง นี่คือสิ่งสำคัญว่าทำไมโซลูชันการปกป้องข้อมูลต้องมีความสามารในการถรองรับ Workload ได้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีเก่าอย่าง AS/400 หรือเทคโนโลยีสมัยปัจจุบันอย่าง SaaS และ Container เป็นต้น

ในมุมของ Commvault เองผู้ใช้งานสามารถมีทางเลือกกับการวางกลยุทธ์ทั้งในรูปแบบของ Cloud/Multi Cloud ร่วมทั้ง Hybrid Cloud Solution โดยอาจจะเป็นการเริ่มต้นจากการใช้งานบน On-premise และย้าย(Migration Data) ไปสู่ Cloud หรือบริหารจัดการข้อมูลผ่านบริการ SaaS มายัง On-premise หรือสำรองข้อมูลบน Cloud เพื่อลดค่าใช้จ่ายที่ต้องย้ายออกข้อมูล โดยสามารถเลือกผสมผสานโซลูชันด้วย Commvault ไม่ว่าจะเป็น Scale-out with HCI Solution (HyperScale X), Cloud Storage (Metallic) และซอฟต์แวร์ Backup & Recovery

2) การรวบรวมและคัดกรองข้อมูล (Data Consolidation)

การย้าย (Migration Data) ข้อมูลโดยที่ไม่ได้คัดกรองข้อมูลเป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำอย่างยิ่ง จากผลสำรวจพบว่า ข้อมูลในองค์กรมากกว่า 50% ประกอบไปด้วยข้อมูลที่มีความซ้ำซ้อนกัน ,ข้อมูลที่ไม่ได้ใช้งานแล้วและไม่ได้สร้างคุณค่าให้กับองค์กรแล้ว เราเรียกว่า ROT Data ซึ่งนำไปสู่ปัญหาการกระจัดกระจายของข้อมูล (Data fragmentation and sprawl) ทำให้องค์กรต้องมีต้นทุนการจัดเก็บข้อมูลที่เพิ่มขึ้น รวมไปถึงความเสี่ยงการถูกโจรกรรม/การละเมิดข้อมูลจากภัยคุกคามต่างๆ โดย Commvault มีโซลูชัน File Storage Optimization สำหรับบริหารจัดการข้อมูลภายในองค์กร สำหรับค้นหา (Advanced search) และคัดกรองข้อมูล(Data Consolidation) เพื่อเตรียมพร้อมในการย้าย (Migration Data) ข้อมูลไปสู่ระบะ Cloud ได้

3) ความยืดหยุ่นและคล่องตัว

นอกจากโซลูชันการสำรองข้อมูลจาก Commvault จะครอบคลุมกับ Workload ทุกประเภทในองค์กรแล้ว โซลูชันจาก Commvault ยังรองรับการขยายตัวได้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการ Scale Out หรือกระจายข้อมูลไปยังผู้ให้บริการคลาวด์หลายเจ้า หรือ Storage ยี่ห้อที่ต่างกันก็ทำงานร่วมกันได้ โดยสามารถบริหารจัดการผ่าน Single Management Platform เดียวกันได้ ผ่านหน้า Dashboard Report ที่ทำให้มองเห็นภาพรวมข้อมูลขององค์กร ทำให้ผู้ดูแลระบบสามารถ Monitoring และแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็วและตรงจุดมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการทำ Default Configuration สำหรับการกำหนด Backup and Recovery plan เพื่อลดความผิดพลาดที่เกิดจากมนุษย์ (Human Error) และทำให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารจัดการมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ท่านใดสนใจติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชัน Commvault ได้ที่

บริษัท คอมพิวเตอร์ยูเนี่ยน จำกัด โทร. 02-311-6881 #7151, 7158 หรือ Email : cu_mkt@cu.co.th

ทั้งนี้ทางคอมพิวเตอร์ยูเนี่ยนมีทีม CU as-a-Service ที่มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่สามารถให้คำแนะนำและปรึกษาด้านการออกแบบและดีไซน์โซลูชัน รวมถึงการให้บริการ POC และติดตั้งใช้งาน โดยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.cu.co.th/distributor/service/ หรือแสกน QR Code

from:https://www.techtalkthai.com/commvault-for-cloud-transformation-data-protection/

เชิญร่วมงานสัมมนา Cohesity Cyber Resilience Day Seminar (27 ตุลาคมนี้)

ในปัจจุบันนี้ข้อมูลมีความสำคัญต่อองค์กรต่างๆ แล้วทำไมองค์กรของคุณต้องให้ความสนใจกับการจัดการข้อมูล (Data Management) เพราะข้อมูลคือพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้องค์กรเติบโตและเป็นรากฐานของการดำเนินธุรกิจ หรือการจัดการภายในองค์กร เพื่อการตัดสินใจและการดำเนินการที่ถูกต้องที่สุดและดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็น การปรับปรุงด้านการตลาด การทำแคมเปญ การเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการดำเนินธุรกิจในการลดต้นทุน เพื่อนำไปสู่การเพิ่มรายได้และผลกำไรให้กับองค์กร แต่ข้อมูลเหล่านั้นจะมีคุณภาพสามารถนำไปใช้ประโยชน์ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอย่างที่ควรจะเป็นหรือไม่นั้น ต้องอาศัยการจัดการข้อมูลที่ดีเข้ามาช่วยนั่นเอง

การจัดการข้อมูล (Data Management) คือกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลของบริษัท หรือองค์กรใด ๆ ตั้งแต่ขั้นตอนของการนำเข้าข้อมูล การจัดเก็บข้อมูล การจัดระเบียบข้อมูล และการบำรุงรักษารวบรวมข้อมูลเหล่านั้นให้คงอยู่ สามารถนำออกมาใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้การจัดการข้อมูลยังครอบคลุมหน้าที่ในการวางแผนการใช้ข้อมูล ตรวจสอบ ประมวลผลและส่งมอบข้อมูลเหล่านั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับบริษัท หรือองค์กรอีกด้วยและเพื่อให้องค์กรสามาถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าของตนในยุค Digital Transformation ได้อย่างไร

ทาง Cohesity  ประเทศไทย เรียนเชิญทุกท่านหาคำตอบไปพร้อมกันได้ที่ งานสัมมนา Cohesity Cyber Resilience Day Event ในวันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2565 ตั้งแต่เวลา 8:00 น. ถึง 13:00. น. ที่โรงแรมแบงค็อก แมริออท เดอะ สุรวงศ์

ท่านใดสนใจ สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ลิงค์ลงทะเบียนด้านล่างนี้ – คลิกลงทะเบียน!

 

from:https://www.enterpriseitpro.net/cohesity-resilience-day-event-on-27-oct/

Veeam กำไรเกือบ 40,000 ล้านบาท! โชว์ผลเติบโตต่อเนื่อง 18 ไตรมาส พร้อมขึ้นแท่นผู้นำ

Veeam ได้จัดงานแถลงข่าวให้แก่สื่อมวลชนโดยมีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเติบโตของ Veeam ในช่วงปีที่ผ่านมา พร้อมๆ กับการกล่าวถึงงานประจำปีอันยิ่งใหญ่ของพวกเขากับงานที่ชื่อว่า VeeamOn ซึ่งมีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 600 คนทั้งคู่ค้าและลูกค้าที่เข้ามาในงาน

โดยในงานแถลงข่าวนี้มีผู้บริหารของ Veeam เข้ามาร่วมพูดคุยหลายท่าน อันประกอบด้วยคุณ เบนิ เซีย รองประธานประจำภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาหลี ของ Veeam, คุณเจษฎา ภาสวรวิทย์ ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย ของ Veeam และคุณเรย์มอนด์ โกะ หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมระบบ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น ของ Veeam

เริ่มแรก เบนิ เซีย มาเล่าให้ฟังถึงภาพรวมของ Veeam รวมถึงผลประกอบการในปีที่ผ่านมา โดยชี้แจงให้เห็นว่า ผลประกอบการของ Veeam มีการเติบโตแบบ double-digit ถึง 18 ไตรมาสต่อเนื่อง และมีผลกำไรแบบ ARR จากทั่วโลกอยู่ที่ 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2564 (เงินไทยราวๆ 40,000 ล้านบาท) คิดเป็นร้อยละ 27 โดยไตรมาสที่ 2 ปี 2565 ซึ่งเป็นไตรมาสที่ 18 ของการเติบโตอย่างต่อเนื่องมีการเติบโตอยู่ที่ร้อยละ 22

ขณะที่การเติบโตในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น Veeam มีการเติบโตอยู่ที่ร้อยละ 32 และร้อยละ 27 เฉพาะไตรมาสที่ 2 ปี 2565 โดยมีสัดส่วนลูกค้าใหม่เข้ามาที่ร้อยละ 31 ในช่วงไตรมาสที่ 2 ปี 2565 ซึ่งการเติบโตของภูมิภาคเอเชียแปซิกและญี่ปุ่นนี้กล่าวได้ว่าเป็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดจนมีตัวเลขการเติบโตเฉพาะภูมิภาควิ่งแซงหน้าการเติบโตในระดับโลก เขายังบอกต่อด้วยว่า Veeam คืออันดับหนึ่งในแวดวงของการสำรองและบริหารจัดการข้อมูลในเวลานี้ ซึ่งไม่เกินจริงเลยเพราะองค์กรราวๆ 450,000 แห่งที่อยู่ใน 180 ประเทศ ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ Veeam หมดแล้ว ตัวอย่างเช่น Linsay Australia, Mahindra Rise, Granules, EGAT, ธนาคารกสิกรไทย, ESSILOR ฯลฯ

ด้านเจษฎา ภาสวรวิทย์ ได้ให้ข้อมูลว่าในประเทศไทย Veeam เองก็เป็นที่รู้จักและองค์กรต่างๆ ได้เข้ามาใช้งานเป็นจำนวนมาก โดยเขายกตัวอย่างองค์กรใหญ่ๆ ในเมืองไทยที่ใช้ Veeam เช่น ธนาคารกสิกรไทย การไฟฟ้าฝ่ายผลิต ทิพยประกันภัย และ TRC (จริงๆ แล้วมีอีกมากมายแต่ สามารถเอ่ยนามในระดับโลกได้ประมาณนี้) องค์กรที่ใช้ Veeam นั้น จะเน้นไปที่เรื่องของการจัดเก็บและกู้คืนข้อมูลและจัดการข้อมูล พร้อมย่นระยะเวลาในการทำงานไปได้อย่างมากมาย

เจษฎา ภาสวรวิทย์ ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย ของ Veeam

 

ตัวอย่างเช่น ธนาคารกสิกรไทยสามารถลดระยะเวลาในการสำรองข้อมูลได้ถึง 900 ชั่วโมง และลดต้นทุนด้านไอทีมากกว่า 2.5 ล้านบาท หรืออย่างบริษัท ทิพยประกันภัย สามารถลดระยะเวลาในการสำรองข้อมูลจำนวนมากกว่า 300 TB ได้ถึง 50% แม้แต่ กฟผ. สามารถกู้ข้อมูลได้รวดเร็วขึ้นถึง 12 เท่า จากระยะเวลา 1 ชั่วโมงเหลือแค่ 5 นาที รวมทั้งช่วยให้ TRC สามารถลดลระยะเวลาในการค้นหาและกู้ข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น 10 เท่า พร้อมลดต้นทุนในการบริหารจัดการ DR Site ได้ถึง 50%

และสำหรับงาน VeeamOn ที่จัดขึ้นนั้นก็เป็นการแสดงให้เห็นถึงพันธะสัญญาไม่ว่าจะเป็นทั้งวิสัยทัศน์, เทคโนโลยีใหม่ๆ ตลอดจดประสิทธิภาพของ Veeam ที่จะช่วยให้ลูกค้าในเมืองไทยเชื่อมั่นถึงโซลูชั่นของ Veeam ได้นั่นเอง

ด้าน เรย์มอนด์ โกะ ได้ออกมาโฟกัสถึงเทคโนโลยีต่างๆ ที่น่าสนใของ Veeam เขาเล่าให้ฟังว่า Veeam เป็นเทคโนโลยีที่มีความสามารถในการแบ็กอัพในแง่ของเวอร์ชวลที่ยอดเยี่ยม และไม่แค่นั้นพวกเขากำลังขยายระบบแบ็กอัพและการป้องกันไปยังส่วนอื่นๆ ทั้งไฮบริดคลาวด์, ออน-พรีมีส ตลอดจนแอปพลิเคชั่นที่รันบนคลาวด์ (SaaS) ซึ่ง Veeam ทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้ให้บริการคลาวด์ระดับโลกเช่น AWS, Azure ทำให้ผู้ใช้อุ่นใจได้

เรย์มอนด์ โกะ หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมระบบ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น ของ Veeam

เรย์มอนด์ บอกต่อไปว่า ในปี 2565 ส่วนของครึ่งปีแรก จะเปิดตัว Veeam Backup for Microsoft 365 v6, Veeam Backup for Salesforce, และ Veeam Backup for AWS v5, Azure v4, GCP v3 ก่อน จากนั้นช่วงครึ่งปีหลังจะเปิดตัว Veeam Backup & Replication and Suite v12 ซึ่งเป็นโซลูชั่นเรือธงของบริษัท โดยในส่วนของตัว V12 จะมีความสามารถที่เพิ่มเข้ามาอีกมากมายโดยเช่น ระบบการป้องกันแบบ DRaas, Object Storage, Kasten K10 integration และ Modern Mobility

ในช่วงตอบคำถามนั้นทาง Enterprise ITPro ได้สอบถามถึงเรื่องของปัจจัยทีทำให้การเติบโตของตลาดแบ็กอัพในวงการตลอดจนการเติบโตของ Veeam ว่ามีเหตุหรือปัจจัยอย่างไรบ้าง? เรย์มอนด์บอกว่า สิ่งหนึ่งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและเป็นปัจจัยก็คือการเกิด “Disruptive” โดยแบ่งเป็นทั้ง Positive Disruptive อันประกอบด้วยการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของเทคโนโลยีเช่น การใช้งานคลาวด์ที่มีมากขึ้น การใช้งานเทคโนโลยีอย่างพวก Container และ Microservices และอื่นๆ จัดเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกที่ทำให้ตลาดการบริหารจัดการข้อมูลเติบโตไปตามกลไก ส่วนประเด็นที่สองที่เขาบอกว่าเป็น Negative Disruptive ก็อย่างเช่น การเกิดภัยทางด้านไซเบอร์ หรือ Cyber Attacked ไม่ว่าจะเป็นพวก Ransomware หรือมัลแวร์ต่างๆ สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยเชิงลบที่ทำให้องค์กรจำเป็นต้องหาโซลูชั่นมาคอยดูแลและปกป้องข้อมูล ซึ่งลำพังเพียงแค่โซลูชั่นด้านการป้องกันมัลแวร์มันไม่เพียงพอแล้ว

Veeam ขึ้นแท่น No.1 .ใน Magic Quadrant ของ Gartner

เราต่อกันด้วยเรื่องเทคโนโลยี AI ที่กำลังเป็นประเด็นยอดฮิตในปัจจุบัน ซึ่ง Veeam มองว่า AI เป็นเรื่องที่ถามกันมาเยอะมาก เทคโนโลยีของ Veeam สามารถจัดการงานได้อย่างอัตโนมัติในแง่ของการแบ็กอัพและสำรองข้อมูล โดยตรวจสอบได้ทั้งในเชิงพฤติกรรมการทำงาน หากมีการกระทำแบบนี้ จะต้องอย่างไร? หากมีการกระทำแบบนั้นจะต้องทำอย่างไร? อันนี้ถือเป็นความอัจฉริยะของ Veeam และจะถือว่าเป็น AI ก็ว่าได้

เราถามถึงความสัมพันธ์ของ Local Cloud Provider ในเมืองไทยกันบ้างว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างไร คุณเจษฎา เข้ามาตอบคำถามนี้และบอกว่าผู้ให้บริการคลาวด์ในเมืองไทยส่วนใหญ่ใช้ Veeam ให้บริการแก่ลูกค้าอยู่แล้ว ดังนั้นความสัมพันธ์อยู่ในขั้นที่ดีมากและยังทำงานกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าได้โซลูชั่นที่ดีที่สุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการแบ็กอัพไปใช้งานกันได้อย่างเชื่อมั่น!

from:https://www.enterpriseitpro.net/veeam-go-to-no-1-the-backup-and-data-protection/