คลังเก็บป้ายกำกับ: AZURE

Microsoft ซื้อกิจการ Fungible ผู้ผลิตชิป DPU สำหรับ Data Center

ไมโครซอฟท์ประกาศซื้อกิจการ Fungible Inc. ผู้ผลิตชิป DPU (Data Processing Unit) สำหรับงานประมวลผลข้อมูล โดยไม่ได้เปิดเผยมูลค่าของดีลดังกล่าว

ไมโครซอฟท์บอกว่าเทคโนโลยีของ Fungible จะเข้ามาเสริมประสิทธิภาพการทำงานของเครือข่ายและสตอเรจในศูนย์ข้อมูล ให้ยังมีความเสถียรและปลอดภัย โดยทีมงานของ Fungible จะเข้ามาร่วมทีมวิศวกรรมโครงสร้างศูนย์ข้อมูลของไมโครซอฟท์ เพื่อพัฒนาโซลูชัน DPU เสริมประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์

Fungible ก่อตั้งในปี 2016 โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาสเกลที่เกิดขึ้นในศูนย์ข้อมูล คือการประมวลผลข้อมูลระหว่างโนดที่ไม่มีประสิทธิภาพ จึงพัฒนา DPU และซอฟต์แวร์ที่ทำงานแก้ไขปัญหาดังกล่าว

ที่มา: ไมโครซอฟท์

No Description

from:https://www.blognone.com/node/132198

เจาะลึกโซลูชันเชิงเทคนิคภายใน Cloud X ได้แก่ VMware Tanzu, MS Azure Arc, Veeam Data Protection, Blendata B-Log ว่าตอบโจทย์การทำงานอย่างไรได้บ้าง

“พันธกิจหลักของ AIS Cloud X คือ ต้องการทำให้การเข้าถึงระบบคลาวด์รวดเร็วขึ้น มีความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลมากขึ้น และช่วยให้มีการลงทุนอย่างคุ้มค่ามากที่สุด”

AIS Cloud X Intelligent Cloud Ecosystem พร้อมให้ใช้งานที่หลากหลาย ผสานการทำงานทั้ง EDGE และ Cloud ตอบรับการพัฒนา Application เพื่อช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้งานบนระบบ Cloud ให้กับองค์กร โลกได้เปลี่ยนเร็วมาก และอยู่บนความไม่แน่นอน Application และ Business ต่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุนี้ทาง AIS Business ได้เล็งเห็นถึงนวัตกรรมของระบบ Cloud ที่จะเข้ามาเป็นเครื่องที่สำคัญต่อการขับเคลื่อนความต่อเนื่องของธุรกิจแบบยั่งยืน ซึ่งระบบ Cloud จะยังคงให้บริการในรูปแบบเดิมไม่ได้อีก นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการระดมทีมพัฒนาจากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่โดดเด่นจากเหล่าพันธมิตรเข้ามาผสานรวมกันจนเกิดบริการ AIS Cloud X ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

AIS’s Partnership Journey

เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับบริการของ AIS Cloud X การส่งมอบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์แก่องค์กรที่หลากหลาย ตลอดเส้นทางการเดินทางของ AIS Business ได้ผสานความร่วมมือจากพันธมิตรที่ได้รับการยอมรับระดับโลกในด้านเทคโนโลยี Cloud Computing ซึ่งก้าวของความสำเร็จเหล่านี้ได้เริ่มขึ้นเมื่อ:   

ปี 2016 :  AIS ได้เริ่มต้นการให้บริการ Cloud Computing ด้วยการผสานเข้ากับนวัตกรรมจากทาง Microsoft เพื่อความเสถียรภาพของการเชื่อมต่อ โดยการบูรณาการนำเอา Edge Node เข้ามาตั้งอยู่ใน Data Center เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการเชื่อมต่อ และช่วยลดระยะเวลาในการเข้าถึง Application

ปี 2017 : AIS พบว่า ในประเทศไทยเริ่มมี Content เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจำเป็นจะต้องอาศัยประสิทธิภาพของการให้บริการมากขึ้นเช่นกัน AIS จึงได้ร่วมมือกับ VMware เพื่อสร้าง Local Cloud ขึ้น โดยตั้งอยู่ภายใน Data Center ของทาง AIS เอง

ปี 2018 : หลังจากที่ AIS ได้ร่วมมือกับ VMware เพื่อสร้าง Local Cloud ขึ้นมาแล้วนั่น ยังขยายขีดความสามารถเพิ่มเติมด้วยการผสานรวมเข้ากับ CS LOXINFO บริษัทที่มีประสบการโดยตรงเกี่ยวกับการทำระบบ Cloud Computing มากกว่า 10 ปี นอกจากนี้ยังมี Data Center และศูนย์บริการด้าน Call Center ที่มีความน่าเชื่อถือ

ปี 2019 : AIS ได้จับมือกับ Veeam โดยการทำ disaster recovery ซึ่งเป็นอีกบริการของทาง AIS ไม่ว่าจะเป็น Cloud-to-Cloud (C2C) หรือ On-Prem-to-Cloud 

ปี 2020 : AIS เปิดบริการ AIS ExpressRoute เพื่อให้ธุรกิจองค์กรสามารถเชื่อมต่อเครือข่ายตรงไปยัง Microsoft Azure ได้ด้วยความเร็วสูง และมีค่าใช้จ่ายในการลงทุนที่คุ้มค่ายิ่งกว่าวิธีการอื่นๆ ซึ่งในปีเดียวกัน AIS ยังได้ยกระดับขึ้นไปเป็นผู้ให้บริการ #1 VMware Cloud in Thailand 

ปี 2021 : AIS เป็น Strategic Partnership กับ Microsoft เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในระดับความเชี่ยวชาญขั้นสูงให้กับเทคโนโลยีต่างๆ ใน Cloud Ecosystem 

ปี 2022 : ในปี 2022 ได้เป็น Microsoft Thailand Partner of the Year 2022, VMware Thailand Cloud Provider of the Year 2022, VMware LAUNCH PARTNER for Sovereign Cloud (First Sovereign Cloud Partner in Thailand and SEAK 2022) และ Veeam The Best Partner of the year Cloud Service Provider

AIS Cloud X ช่วยสร้างความยืดหยุ่นให้กับการบริหารจัดการคลาวด์ในระดับองค์กร รองรับการใช้งานได้หลายมิติแบบไร้รอยต่อ (Flexible Cloud Deployment) ผสานการทำงานร่วมกับการ 5G, Edge Computing, Multi-Cloud พร้อมแพลตฟอร์ม Cloud-Native ที่รองรับการพัฒนาแอปพลิเคชัน ภายใต้แนวคิดการเขียนโค้ดอย่างรวดเร็วตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย (DevSecOps) และคอนเทนเนอร์ (Container) พร้อมบริการที่ช่วยจัดการข้อมูล ทั้งการจัดเก็บการประมวลผล และการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อป้องกันด้านความปลอดภัย และการใช้งานข้อมูลเพื่อธุรกิจ (Data Driven Business) ตลอดจนระบบสำรองกู้คืนข้อมูลที่รองรับระบบคลาวด์แบบกระจายตัว (Hybrid Cloud Environment) รวมถึงการทำงานร่วมกับ VMware ในการเป็นพาร์ทเนอร์ระดับผู้ให้บริการ Sovereign Cloud รายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุด เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการเก็บข้อมูลภายในประเทศ

VMware Tanzu Solutions บน AIS Cloud X

VMware Tanzu ช่วยสร้างความยืดหยุ่นในการใช้ประโยชน์จากเครื่องมือใหม่ๆ จากการให้บริการแบบเนทีฟคลาวด์ที่คล่องตัวแบบกำหนดเองและปรับปรุงแอปพลิเคชันให้ทันสมัยและปรับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อเปลี่ยนแปลงความต้องการทางธุรกิจของลูกค้า และมีความปลอดภัยสูง สนับสนุนขีดความสามารถอย่างยืดหยุ่นในการบริหารจัดการ Multi-Cloud ช่วยให้มีการปรับใช้งานจากโค้ดสู่ Production ได้อย่างรวดเร็วแบบไร้รอยต่อ เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถขับเคลื่อนไปสู่ตลาด (Go to Market) เพื่อการบริการลูกค้าได้อย่างทันท่วงที

“ปณิธานหลักของ VMware คือ การนำเสนอระบบงานระดับองค์กร มีความยืดหยุ่น ปรับขยายได้ง่าย และมีความน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ VMware ได้สร้างความแข็งแกร่งในมิติที่มีหลากหลายมากขึ้นด้วยการผนึกกำลังร่วมกับผู้ให้บริการระบบคลาวด์ เพื่อส่งต่อความยั่งยืนสู่ลูกค้าต่อไป”

ประโยชน์ของโซลูชัน VMware Tanzu บน AIS Cloud X ช่วยอะไรได้บ้าง – VMware เข้ามาช่วยเติมเต็มให้กับ Cloud Infrastructure ระดับองค์กรครบทุกมิติและพร้อมเดินหน้าสู่อนาคตเพื่อเป็นผู้ช่วยสำคัญที่จะขยายขีดความสามารถให้ระดับองค์กรได้รับประสบการณ์จากเทคโนโลยีที่ทำให้กระบวนการบริการ Modern Lifecycle ได้โดยอัตโนมัติในทุกวัฏจักรของระบบคลาวด์

  • VMware Tanzu สำหรับ Kubernetes Operations – สามารถสร้าง Cluster on Demand เพื่อปรับใช้งาน Workload บนระบบ Cloud ได้ สามารถทำในส่วนของการปรับใช้งานอัตโนมัติแบบ across-cluster และ across-cloud ซึ่งความสามารถนี้มีให้ใช้งานอยู่บน AIS Cloud X เช่นกัน นอกเหนือจากนั้น VMware Tanzu ยังสามารถเชื่อมต่อกับ Microservice ที่อยู่ระหว่าง Cloud ได้ด้วย
  • VMware Tanzu Application Platform – เป็น Platform as a Service ซึ่งสามารถทำงานอยู่บน Kubernetes ใดๆ ก็ได้ สร้างประสบการณ์การพัฒนาแอปพลิเคชันให้กับ DEV โดยจะไม่ต้องเสียเวลาในการจัดเตรียม infrastructure as code ให้ความสำคัญมุ่งไปที่โค้ดมากกว่าการติดตามเทคโนโลยีต่างๆ เพราะจะมีมาตรฐานที่เปิดให้เชื่อมต่อกับโอเพนซอร์ซ Ecosystem ใหม่ๆ ได้ นอกจากนี้ยังมี API Portal ให้เข้าไปดาวน์โหลดเฟรมเวิร์คมาพัฒนาได้อย่างง่ายดาย และสามารถรันอยู่บน Kubernetes ใดๆ ก็ได้เช่นกัน

ข้อดีของ TKG หรือ Tanzu Kubernetes Grid บน AIS Cloud X

“ช่วยให้สามารถติดตั้งและรันอยู่บนระบบนิเวศใดก็ได้ โดยจะได้รับประสบการณ์มาตรฐานเดียวกัน ผ่านสิ่งที่เรียกว่า Local Control Plan”

จุดเด่นและข้อดีของบริการ VMware Tanzu เมื่อรันอยู่บน AIS Cloud X:

  • มีฐานข้อมูลอยู่ในประเทศไทย 
  • สามารถเชื่อมต่อโอนถ่ายข้อมูลระหว่างกันผ่านเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดของ AIS 5G ซึ่งเชื่อมต่อโดยตรงกับระบบ Cloud X อยู่แล้ว ทำให้ได้รับ High Brand-width และ Throuthput ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด 
  • เรื่องความปลอดภัยของระบบเครือข่าย AIS Cloud X มี Native Firewall ที่รวมเข้ามาใน Portal ของ Cloud X ทั้ง Web Apps Firewall, Anti DDos และ SSL Offload นอกจากนี้ยังมี Security Gateway เข้ามาช่วยในเรื่อง Load Balancer โดยที่ผู้ใช้งานสามารถทำการกำหนดตั้งค่าการเข้าออกของข้อมูลได้ด้วยตัวเอง
  • AIS Cloud X มีหน้าเว็บ Portal ที่สามารถแสดงในรูปแบบกราฟให้เห็นถึงประสิทธิภาพการทำงานของระบบได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น CPU, Network Connectivity, RAM หรือการเรียกดูภาพรวมของการทำงานของทรัพยากรต่างๆ 
  • 100% Native S3 สามารถเชื่อมต่อด้วย API ที่อยู่ภายใน Data Center ของ AIS Cloud X ได้ โดยที่ทุกการเชื่อมต่อและการประมวลผลต่างๆ จะอยู่ภายใต้การดูแลของทาง AIS Business
  • SLA การันตีที่ 99.99% 
  • AIS Cloud X ได้มอบระบบสำรองข้อมูลมาให้พร้อมใช้งาน

นอกจากนี้ Cloud X ยังได้เพิ่มความพร้อมใช้งานให้กับระบบด้วยแอปพลิเคชันของ VMware และ Veeam ทำให้ Cloud X มีความสามารถในการเชื่อมต่อกับ Cloud ทั่วไปหรือ Cloud on Pre-premise เพื่อทำการ Migration / Backup / Replication / Work Load ระหว่างคลาวด์ได้ และสร้างความมั่นใจว่าข้อมูลจะไม่สูญหายไปไหนด้วย Near Zero (RPO) จาก Veeam

  • On boarding and Migration
  • Move On-Premise to Cloud
  • Cloud to Cloud Disaster Recovery
  • Near Zero Recovery Point Objective (RPO) 

Azure Arc Solutions บน AIS Cloud X

Azure Arc เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยขยายความสามารถในการบริหารจัดการและให้บริการ Azure ในทุกสภาพแวดล้อมได้ทุกที่ นั่นหมายความว่าสามารถปรับใช้ จัดการ และควบคุมทรัพยากรที่ทำงานในสภาพแวดล้อมแบบไฮบริดและมัลติคลาวด์ และนำบริการต่างๆ เช่น ฐานข้อมูล Azure SQL และ Azure PostgreSQL Hyperscale ไปยัง on-premise datacenter, edge location หรือผู้ให้บริการระบบคลาวด์อื่นๆ ในเรื่อง Security บน Azure Arc สามารถทำการ Streamlined Security บน Cloud, AIS Cloud X และบน Data Center ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อความมั่นใจในการนำเวิร์คโหลดไปรันได้อย่างปลอดภัยไม่ว่าที่ใดก็ตาม โดยการทำ Dev/Sec/Ops, Identity Management, Assess and Protect, Intelligent actions และ Global coverage

ครั้งแรกในประเทศไทยกับการให้บริการโซลูชัน Azure Ecosystem โดย AIS เป็นผู้ให้บริการรายแรกและรายเดียวที่พร้อมนำโซลูชัน Azure Arc ช่วยให้องค์กรสามารถสร้างนวัตกรรมได้จากทุกที่ โดยเปิดโอกาสให้องค์กรสามารถนำบริการต่างๆ ของ Azure จาก Global มาใช้งานได้ทั้งบน On-premise หรือบน AIS Cloud X ซึ่งอยู่ในประเทศไทย (Azure go Local) อีกทั้งยังช่วยให้การบริหารจัดการ Azure ที่อยู่หลากหลายสภาพแวดล้อม (Hybrid Environment) เป็นไปได้อย่างคล่องตัว ยืดหยุ่น ปลอดภัย พร้อมตอบสนองการทำงานของแอปพลิเคชันยุคใหม่ที่หลากหลาย

AIS Cloud X ได้นำทั้ง 4 บริการของ Azure มาปรับใช้บน Local Resource เพื่อบริหารจัดการบน Azure ได้ คือ

  • รองรับบริการ Azure Arc enabled servers เพื่อบริหารจัดการ servers ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นบน Cloud, On-Premise หรือว่า AIS Cloud X
  • รองรับบริการ Azure Arc enables Kubernetes หมายความว่า จะสามารถทำการ Auto-Scale Server ได้
  • รองรับบริการ Azure Arc enables SQL Managed Instance ผู้ใช้งานระดับองค์กรจะสามารถ deploy Managed Instance ของ Azure SQL ที่ดูแลโดย Microsoft ลงไปยังที่ใดก็ได้ไม่ว่าจะเป็น On-premise, Kubernetes Cluster หรือคลาวด์อื่น
  • รองรับบริการ SQL Server – Azure Arc สามารถรับ SQL Server อยู่บน AIS Cloud X แล้วนำ Azure Arc มาช่วยจัดการให้ได้

ตัวอย่างสถาปัตยกรรมของ SQL Server บน Azure Arc enable servers

Veeam Data Protection บน AIS Cloud X

บริการ AIS Backup on Cloud เลือกใช้เทคโนโลยี Veeam® Availability Suite โซลูชันระดับองค์กรที่นำ Veeam® Backup & Replication™ และ Veeam® ONE™ มาไว้ด้วยกัน เพื่อส่งมอบประสบการณ์ในการสำรองข้อมูลและการกู้ข้อมูลให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เสริมประสิทธิภาพให้กับบริการ Enterprise Cloud ให้มีความปลอดภัย และมีความเสถียรระดับสูงสุด

  • Veeam® Backup & Replication™ การปกป้องข้อมูลแบบ 4-in‑1 สำหรับ RPO ที่ดีที่สุด Veeam มอบความยืดหยุ่นในการปกป้องข้อมูลของคุณใน 4 วิธีที่แตกต่างกันเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนด RPO และ RTO ของคุณได้ดีที่สุด ทั้งหมดในผลิตภัณฑ์เดียว เรียบง่าย ยืดหยุ่น เชื่อถือได้ และทรงพลัง ด้วยการ Backup, Replication, Storage Snapshots และ CDP ทำให้สามารถสร้างความมั่นใจในความยืดหยุ่นของธุรกิจ ไม่มีการสูญเสียของข้อมูลและการหยุดชะงักของการปฏิบัติงาน และการปกป้องข้อมูลขององค์กรจากผู้ไม่หวังดี 
  • Veeam ONE™ นำเสนอการตรวจสอบและการวิเคราะห์ที่มีประสิทธิภาพสำหรับสภาพแวดล้อมไอทีของคุณ เพื่อการมองเห็นและการควบคุมเพื่อจัดการ เพิ่มประสิทธิภาพ วางแผนและควบคุม ด้วยข้อมูลเชิงลึกสำหรับ Veeam® Backup & Replication™ รวมถึง VMware vSphere และ Microsoft Hyper‑V ทำให้ Veeam ONE™ มอบการตรวจสอบ การรายงาน และระบบอัตโนมัติที่ชาญฉลาดและล้ำลึกผ่านเครื่องมือแบบโต้ตอบ ระบุและแก้ไขปัญหาจริงของลูกค้าก่อนที่จะเริ่มต้น 

Veeam สามารถเข้ามาช่วยจัดการข้อมูลบนระบบคลาวด์ได้ 4 แบบ ที่จะเข้ามาช่วยการทำ Transformation คือ

  1. Backup to Cloud – การสำรองข้อมูลได้มากกว่าแห่งเดียว หรือที่เรียกว่า Off-site Data เพราะหัวใจสำคัญที่สุดขององค์กรคือข้อมูล ดังนั้นเราจึงเป็นที่เก็บข้อมูลสำรองอีกหนึ่งชุดให้แก่คุณ
  2. Migration to Cloud – การย้ายข้อมูลด้วย Cloud Computing ซึ่งในปัจจุบันองค์กร ย้ายระบบจากศูนย์ข้อมูลที่มีอยู่ (ศูนย์ข้อมูลในพื้นที่) ไปยัง Public Cloud ย้ายระบบจาก Cloud หนึ่งไปยัง Cloud อีกแห่งหนึ่งหรือที่รู้จักกันว่าการโยกย้าย Cloud-to-Cloud ในมุมของ Veeam จะใช้วิธีที่เรียกว่า Direct Restore เพื่อเข้าช่วยจัดการ
  3. Backup on Cloud – Veeam ขยายขีดความสามารถด้วย Veeam Kasten K10 ผสานรวมกับ VMware Tanzu Kubernetes Grid (TKG) เพื่อให้บริการแอปพลิเคชัน สำรองข้อมูลและความคล่องตัว การจัดการข้อมูล K10 สามารถปรับใช้กับ vSphere ได้อย่างราบรื่นทั่วทั้ง TKG และการกระจาย Kubernetes อื่น ๆ K10 มีความเรียบง่ายในการปฏิบัติงานเป็นหลัก ทำให้ Kubernetes เคลื่อนย้ายแอปพลิเคชันและสำรองข้อมูลได้ง่ายเหมือนนับ 1-2-3 เมื่อใช้ K10 คู่กับ Tanzu Kubernetes ทำให้สามารถจัดการข้อมูลระดับ Application Container ได้ง่ายและรวดเร็ว
  4. Recover from Cloud – Veeam จดสิทธิบัตร “Instant Recovery” เพื่อการกู้คืนที่รวดเร็วปานสายฟ้าตามขนาดสำหรับ VMs, Applications, Servers และ NAS เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์การกู้คืน

Veeam Kasten K10 รองรับอะไรได้บ้าง

K10 ออกแบบมาให้ผสานการทำงานร่วมกับ Kubernetes เป็นหลัก ไม่ว่าจะใช้ Distributions ตัวไหน K10 ก็สามารถรองรับได้ เช่น VMware Tanzu เป็นต้น มีความยืดหยุ่นสูง และมีความปลอดภัยในระดับผู้ดูแลระบบขององค์กรทั้งการสำรองและกู้คืนข้อมูลในส่วนของแอปพลิเคชัน

Audit Reporting – โจทย์ที่สำคัญของการทำระบบ Backup Data คือเรื่อง Audit Reporting เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือเป็นสำคัญ และจัดการด้วยเครื่องมือที่เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบ ทำให้สามารถทราบได้ว่ามีอะไรเสี่ยงบ้าง หรือรู้ความเสี่ยงก่อนที่จะเกิดเหตุ ซึ่งภารกิจนี้เป็นหน้าที่หลักของ Veeam ด้วยการนำเสนอเครื่องมือที่เข้ามาช่วยทำเรื่อง Monitoring และ Reporting Veeam ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ด้าน Infrastructure ของ Virtualization สำหรับตรวจสอบดูความเคลื่อนไหวบนระบบนิเวศ เพื่อให้ทราบถึงความเสี่ยงแบบทันท่วงที และสามารถจัดทำ Reporting ที่มีความน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ยังสามารถทำการ Backup ได้ด้วย เพราะฉะนั้น คุณสมบัติเหล่านี้ของ Veeam จึงสามารถการันตีมาตรฐานการปกป้องข้อมูลให้กับกระบวนการ Audit ในระดับองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพและช่วยอำนวยความสะดวกในส่วนงาน Operation ปฏิบัติงานได้ง่ายขึ้น

ภารกิจต่อมาของ Veeam คือ ระบบ Protection ที่สามารถตอบโจทย์ศูนย์ข้อมูลได้มากกว่า 1 แห่ง นั่นหมายความว่าโซลูชันของ Veeam สามารถรองรับการทำงานในเรื่องของ DR ได้ด้วย ซึ่งขับเคลื่อนด้วยเครื่องมือที่สามารถทำการโอนย้ายระบบไปรันในอีกศูนย์ข้อมูลได้ทันที ถ้าเกิดเหตุการณ์เสี่ยงต่อข้อมูลขึ้น โดยการจัดการเพียงแค่คลิ๊กเดียว จากการทำ Planning ไว้ล่วงหน้า ประโยชน์ที่องค์กรจะได้รับ คือ

  • Recovery Time ได้ 
  • SLA ควบคลุมได้     
  • Human Error ไม่มี

เรื่อง Security 

Veeam มีโซลูชันที่เข้ามาป้องกันพวก Ransomware ได้ด้วยเช่นกัน จึงสามารถทำเป็น Single Platform ในการทำเรื่อง Data Protection ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

Blendata B-Log Solutions บน AIS Cloud X

Blendata B-Log เป็นส่วนหนึ่งในเรื่อง Security ซึ่ง AIS ให้ความสำคัญไม่แพ้กันก็คือประเด็นในเรื่องของข้อมูล Log ควรต้องเป็นประโยชน์ใช้สืบค้นหลักฐานได้จริงเมื่อเกิดเหตุ โดยกลไกภายใต้บริการนี้ก็คือโซลูชันจาก Blendata ที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาข้อมูล Log ได้อย่างรวดเร็ว ตรงตามความต้องการ ลืมไปได้เลยกับประสบการณ์แย่ๆที่การค้นหาข้อมูลช้าเสียจนท่านต้องล้มเลิกความตั้งใจ

AIS Business-Log Management ยังมีข้อดีอีกมากมายดังนี้

  • การให้บริการเป็นรูปแบบจ่ายตามจริง ตามขนาดพื้นที่จัดเก็บ หรือปริมาณนำเข้าข้อมูล
  • ค่าบริการสามารถจ่ายได้แบบรายเดือน นั่นหมายความว่าท่านสามารถทดลองใช้หรือวางแผนค่าใช้จ่ายได้ง่ายกว่าการลงทุนของตัวเอง ซึ่งมีราคาสูงทำให้ธุรกิจขนาดเล็กและกลางเข้าถึงยาก
  • Log สามารถขยายตัวได้ง่ายเพราะโครงสร้างพื้นฐานอยู่บน AIS Cloud ดังนั้นจึงได้ข้อดีของคลาวด์มาเต็มๆ
  • รองรับข้อมูล Log ที่เก็บจากทุกอุปกรณ์
  • คอมไพล์กับ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ซึ่งได้กำหนดให้ข้อมูล Log ที่เก็บต้องมีความน่าเชื่อถือ ป้องกันการถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลงแม้แต่ผู้ดูแลระบบ ยกเว้นแค่ผู้เกี่ยวข้องเช่น เจ้าหน้าที่หรือผู้ตรวจสอบระบบสารสนเทศขององค์กร รวมถึงต้องมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในการบริการจัดการ เทคนิคและ กายภาพ 
  • รวมศูนย์การบริหารจัดการโดยท่านสามารถเข้าถึงข้อมูล Log ของท่านได้ผ่าน Self Service Portal เพื่อดูสรุปข้อมูลจาก Dashboard ถึงภาพรวมและสถานะของ Log รวมถึงค้นหาข้อมูลและนำข้อมูลออกในรูปแบบ CSV พร้อมทั้งสร้างรายงานสำหรับผู้บริหาร

AIS Business Contact Center ยังช่วยให้ท่านสามารถอุ่นใจพร้อมรับเรื่องตลอดแบบ 24×7 เพื่อคำปรึกษากรณีความกังวลใจหรือจากปัญหาต่างๆ ไม่เพียงเท่านั้นทีมงานของ AIS ยังติดตามปัญหาที่เกิดขึ้นแบบ Proactive หากพบปัญหาที่เกี่ยวกับ Log ของท่านเช่น ไม่มีข้อมูลส่งเข้ามาในระบบ ซึ่งเรื่องเหล่านี้มักเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุแต่หากไม่ได้ติดตามหลายท่านก็อาจพลาดไปได้

บทสรุป 

AIS Cloud X เป็นสูตรสำเร็จที่ลงตัวและครบเครื่องด้านการให้บริการระบบคลาวด์ที่มีความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการสูง ด้วยการผสานรวมพลังขีดความสามารถที่โดดเด่นเฉพาะตัวจากเหล่าพันธมิตรระดับ Global ทั้งหลายอย่าง VMware Tanzu, MS Azure Arc, Veeam Data Protection และ Blendata B-Log เพื่อขับเคลื่อนบริการที่มีประสิทธิภาพและมีความน่าเชื่อถือระดับองค์กร ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงของผู้ใช้บริการได้รวดเร็วขึ้น มีความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลมากขึ้น และช่วยให้มีการลงทุนอย่างคุ้มค่าได้มากที่สุด 

นอกจากนี้ เมื่อ AIS Cloud X ผนึกกำลังกับการเชื่อมต่อด้วยเครือข่าย 5G ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ในสายเลือดเดียวกัน จึงทำให้การทำงานไร้ซึ่งรอยต่อ ตอบโจทย์ความต่อเนื่องของการดำเนินธุรกิจและยกระดับไปสู่ยุค Digital Transformation ได้อย่างยั่งยืน  

AIS Business พาร์ตเนอร์ที่ช่วยตอบโจทย์ทุกเรื่อง ICT & Digital ที่คุณมั่นใจ

“Your Trusted Smart Digital Partner”

ปรึกษาและวางแผนพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อรองรับการทำงานและต่อยอดธุรกิจได้ที่

Email: business@ais.co.th

Website: https://business.ais.co.th

from:https://www.techtalkthai.com/deep-dive-into-cloud-x-solutions-vmware-tanzu-ms-azure-arc-veeam-data-protection-blendata-b-log/

ระวัง! พบช่องโหว่ร้ายแรงบน Azure Cosmos DB

นักวิจัยของ Microsoft Security Response Center (MSRC) ร่วมกับ Orca Security ออกมาเผยช่องโหว่ร้ายแรงบน Microsoft Azure Cosmos DB ที่กระทบกับฟีเจอร์ Cosmos DB Jupyter Notebooks โดยเป็นบั๊กที่เปิดให้รันโค้ดอันตรายได้จากระยะไกลหรือ RCE

ช่องโหว่นี้ทำให้มองได้ว่า แม้แต่ระบบสถาปัตยกรรมแบบคลาวด์นาทีฟ ที่มีแบ๊กอย่างระบบแมชชีนเลิร์นนิ่งนี้ก็ยังมีจุดอ่อนโดยเฉพาะด้านการยืนยันตัวตน ที่คุมในส่วนเฮดเดอร์การให้สิทธิ์ไม่เพียงพอ จนผู้ใช้ที่ไม่ได้ยืนยันตนได้สิทธิ์ทั้งอ่านและเขียนข้อมูลบน Azure Cosmos DB Notebooks จนเปิดให้ใส่โค้ดทับได้

Lidor Ben Shitrit และ Roee Sagi จาก Orca กล่าวว่า “ถ้าผู้โจมตีทราบตัว forwadingID ของโน้ตบุ๊ก ซึ่งก็เป็น UUID ของ Notebook Workspace แล้ว ก็จะสามารถได้สิทธิ์สูงสุดในโน้ตบุ๊กนั้น ที่ลามไปถึงการปรับแแก้ไฟล์ระบบของคอนเทนเนอร์ที่รันโน้ตบุ๊กดังกล่าวได้ด้วย”

“ซึ่งการเปิดให้แก้ไฟล์ระบบของคอนเทนเนอร์ หรือก็คือเวิร์กสเปซที่โน้ตบุ๊กดังกล่าวโฮสต์อยู่ชั่วคราว ก็จะทำให้ได้สิทธิ์โจมตีแบบ RCE บนโน้ตบุ๊กคอนเทนเนอร์นั้นๆ ด้วย” อนึ่ง Cosmos DB จัดเป็นฐานข้อมูล NoSQL แบบกระจายที่ตั้ง ที่รองรับการขยายระบบ มีประสิทธิภาพและเสถียรภาพสูง

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – DCK

from:https://www.enterpriseitpro.net/alert-critical-vulnerability-in-microsoft-azure-cosmos-db/

เชิญร่วมงาน Webinar – Access your desktop and applications virtually anywhere with Azure Virtual Desktop (29 พ.ย.นี้)

Softline Thailand กับแบรนด์ใหม่ภายใต้ชื่อ ‘NOVENTIQ’

ขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ภายใต้หัวข้อ Access your desktop and applications virtually anywhere with Azure Virtual Desktop สัมมนาที่จะพาทุกท่านไปรู้จักกับผลิตภัณฑ์จาก Microsoft อย่าง Azure Virtual Desktop ตัวช่วยที่พร้อมสนับสนุนการทำงานภายในองค์กร เพิ่มตัวเลือกให้พนักงานสามารถทำงานได้จากทุกที่ ทุกอุปกรณ์ โดยยังคงอยู่ภายใต้แนวคิดเรื่องของความปลอดภัย (Security) เป็นหลัก

นอกจากนี้เนื้อหาอื่นๆ ใน session ยังมีการแนะนำวิธีการ Deployment หรือการนำเอา Azure Virtual Desktop ไปติดตั้งและปรับใช้ ตลอดไปจนถึงการนำเอา AVD ไปบริหารจัดการภายในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กำหนดการ

วัน: วันอังคารที่ 29 พ.ย.65
เวลา : 10:00 – 12:00 น.
ผู้บรรยาย: Wasant Udomthreesap, Service Manager, Noventiq Thailand

ท่านที่สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่นี่ :

https://forms.office.com/r/eVbZ6S65Lz

#Noventiq #Rebranded #FromSoftlinetoNoventiq
#MicrosoftAzure #SQLServer #digitaltransformation #technology

from:https://www.enterpriseitpro.net/softline-thailand-noventiq-webinar/

บั๊กใน systemd ของ Ubuntu ลากบริการจำนวนมากของ Azure ล่ม

Azure รายงานปัญหาบริการจำนวนมากที่ใช้ Ubuntu 18.04 เป็นฐาน ล่มไปทั่วโลก โดยเฉพาะบริการสำคัญๆ เช่น Azure Container Apps, Azure Kubernetes Service (AKS), Azure Database for PostgreSQL เป็นต้น

บั๊กนี้เกิดจากอัพเดตของ systemd จาก Ubuntu เป็นเวอร์ชั่น systemd 237-3ubuntu10.54 ที่หลังจากอัพเดตแล้วไม่สามารถ resolve DNS ได้อีกต่อไป เครื่องเซิร์ฟเวอร์ไม่สามารถติดต่อเซิร์ฟเวอร์ภายนอกได้ จนระบบล่มในที่สุด ทาง Canonical แนะนำวิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นด้วยการตั้ง FallbackDNS เสียก่อน

ลูกค้าที่ใช้ virtual machine ตามปกติ หากรัน Ubuntu 18.04 ก็จะได้รับผลกระทบด้วย แต่ผู้ใช้จำนวนมากอาจจะเจอปัญหาเนื่องจากบริการระดับแพลตฟอร์มของ Azure ล่มไป

ที่มา – Azure Status

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130111

ไมโครซอฟท์กำลังเจอปัญหาทรัพยากร Azure เต็มในบางภูมิภาค

บริการ Microsoft Azure อาจกำลังเผชิญปัญหาด้าน Capacity อย่างเงียบๆ อ้างอิงตามข้อมูลของสำนักข่าว The Information ที่ระบุบนหน้าเว็บกล่าวว่ามีดาต้าเซ็นเตอร์มากถึงยี่สิบกว่าแห่งของ Azure ที่ Capacity กำลังจะเต็มล้นแล้ว โดยระบุว่าได้ข้อมูลจาก แหล่งข่าวจากผู้จัดการและวิศวกรในไมโครซอฟท์สองท่านที่ไม่ประสงค์ออกนาม

นอกจากนี้ยังมีบทความของ The Telegraph เขียนว่า ลูกค้าใหม่หลายรายกำลังถูกจำกัดไม่ให้ลงทะเบียนใช้บริการเพิ่มเติมโดยเฉพาะ Cosmos DB และการเปิดเวอร์ช่วลแมชชีนในเซิร์ฟเวอร์รีเจี้ยน UK West และ UK South ที่สำคัญ บทความดังกล่าวยังโยงไปถึงสาเหตุที่น่าจะมาจากการที่ไมโครซอฟท์ออกปากที่จะช่วยเหลือยูเครน และภาวะขาดแคลนชิปทั่วโลก

รวมทั้งอ้างถึงข้อความที่ไมโครซอฟท์ส่งไปยังผู้ให้บริการไอทีอย่าง QuoStar ทำนองว่า “โชคไม่ดีที่ตอนนี้ภูมิภาค UK South มีดีมานด์สูง จึงไม่สามารถตอบการร้องขอได้ในตอนนี้” สำหรับกรณียูเครนนั้น ไมโครซอฟท์ได้ช่วยอัพเครือข่ายโดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐขึ้นคลาวด์ตัวเองด้วย

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – ITPro

from:https://www.enterpriseitpro.net/microsoft-face-claims-of-azure-capacity-issues/

Microsoft ชะลอการขยายทีมงานสำหรับกลุ่ม Windows และ Office

แนวโน้มจากภัยโรคระบาด และผลพวงจากการโจมตีที่ยูเครน สองเหตุการณ์ส่งผลกระทบด้านเศษษฐกิจเป็นวงกว้าง ถึงแม้แต่ละองค์กรจะเริ่มปรับตัวรับมือสู่การขับเคลื่อนเดินหน้าต่อไปได้บ้างแล้ว แต่ความไม่แน่นอนกับสถานการณ์ที่ยังไม่กลับสู่ปกติ การรัดเข็มขัดระงับการบวมของต้นทุน เพื่อเพิ่มช่องว่างกับผลกำไรให้กว้างขึ้น เป็นวิธีการที่มีโอกาสสมฤทธิ์ผลมากที่สุด

Credit: Microsoft
เงินเดือนพนักงาน เป็นต้นทุนก้อนใหญ่ที่สุดสำหรับองค์กร ในสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจเช่นนี้ มีสองทางเลือกสำหรับองค์กรที่ต้องแบกรับภาระไว้อย่างหนักหนา คือ การลดต้น หรือ การคงที่ในส่วนต้นทุนของเงินเดือน ซึ่ง Microsoft เลือกอย่างหลังเพื่อชะลอการขยายทีมพนักงานสำหรับกลุ่ม Windows และ Office ในช่วงปีงบประมาณ 2565 นี้
 
ประเด็นสำคัญสำหรับแผนการชะลอการจ้างงานของ Microsoft ได้แก่
  • ภาวะเศรษฐกิจยังคงตึงตัว โดยผู้บริษัทของ Microsoft ได้แจ้งแผนนี้ให้กับทีมที่ดูแลผลิตภัณฑ์ Office เพื่อให้เตรียมแผนรับมือกับการทำงานภายใต้การทรงตัวของจำนวนทีมงาน
  • แม้ว่าธุรกิจในส่วนของผลิตภัณฑ์ Office และ Windows กำลังเติบโต แต่ก็ยังตามไม่ทันธุรกิจคลาวด์ของ Azure อยู่ดี
  • สองสัปดาห์ก่อน Microsoft ประกาศแผนการอนุมัติงบประมาณในส่วนของเงินเดือนเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าตัว เพื่อปรับค่าตอบแทนให้กับพนักงาน (อ่านข่าวนี้เพิ่มเติมได้ที่) https://www.techtalkthai.com/microsoft-doubles-budget-for-employee-salaries/
 
บริษัท Microsoft ไม่ใช่เพียงองค์กรเดียวที่เลือกแผนการรัดเข็มขัดต้นทุนค่าแรงของพนักงาน Meta บริษัทแม่ของ Facebook ผู้ผลิตชิป Nvidia และ Snap บริษัทโซเชียลมีเดีย ต่างก็ได้มีการประกาศแผนการชะลอการจ้างพนักงานเพิ่มในปีงบประมาณนี้เช่นกัน ด้วยสาเหตุเดียวกันในทั้งสองเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นและยังไม่รู้ตอนอวสานของเรื่อง
 
การจำหน่ายผลิตภัณฑ์และบริการด้านเทคโนโลยีซอฟต์แวร์เป็นธุรกิจหลักของ Microsoft แต่เมื่อลูกค้ามีงบประมาณที่จำกัด การปรับแผนให้ตุ้นทุนทรงตัวไม่บวมจนกระทบกำไรจากการขายที่ได้รับอยู่เป็นประจำ ซึ่งเกือบ 88% ของรายได้ประจำไตรมาสของ Microsoft มูลค่ากว่า 11,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็นรายรับเชิงพานิชย์แบบ (commercial in nature)
 
จากการคาดการณ์ กลุ่มผลิตภัณฑ์ Windows และ Office ยังคงมีทิศทางที่ยังเติบโตได้ แต่ไม่หวือหวาเหมือนกลุ่มคลาวด์ Azure แม้จะเป็นอันดับสองรองจาก Amazon Web Services ก็ตาม
 
กลุ่มผลิตภัณฑ์พีซี การเติบโตลดลง 11% สำหรับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งแน่นอนฉุดให้รายได้จากการขายลิขสิทธิ์ Windows กระทบตามไปด้วย
 
การพยุงต้นทุนไม่ให้บวมเกินขนาด เป็นวิถีธรรมชาติของธุรกิจระดับองค์กรที่จะทำให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้ พนักงานก็เป็นปัจจัยสำคัญที่เป็นกลไกในการขับเคลื่อนธุรกิจไม่ให้หยุดชะงัก
 

from:https://www.techtalkthai.com/microsoft-cautious-the-hiring-employee-for-windows-and-office-teams/

Microsoft เปิดตัวผลิตภัณฑ์ Cloud for Sustainability เพื่อลดคาร์บอนเท่ากับ “0”

ภาวะโลกร้อน ส่งผลกระทบต่อผู้คนและระบบนิเวศที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่น่าเป็นห่วง คลื่นความร้อนที่สูงขึ้นทุกปี สังเกตได้จากสภาพอากาศประจำฤดูที่ผิดแปลกไปจากในอดีต พายุที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น ฝนตกต่างฤดู น้ำแข็งขั้วโลกละลายทำให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น สัดส่วนแผ่นดินของโลกลดลง

ปัญหาโลกร้อนถูกบรรจุเข้ามาเป็นวาระระดับโลก โดยมีการลงนามจากกลุ่มประเทศต่างๆ เพื่อพันธกิจร่วมกัน คือ การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นวิธีการที่ดีที่สุดและจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจากทั่วโลก
 
Microsoft องค์กรด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีที่มีส่วนร่วมในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินธุรกิจด้าน Cloud ที่มีศูนย์ Data Center ให้บริการลูกค้าอยู่ทั่วทุกมุมโลก
 
Cloud for Sustainability คือ ปณิธานที่แน่วแน่ของ Microsoft เพื่อลบก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากระบบนิเวศภายในปี 2573 และตั้งเป้าต่อยอดภายในปี 2593 ปริมาณค่าก๊าซเรือนกระจกจากธุรกิจจะต้องเท่ากับ “0”
Microsoft Cloud for Sustainability Solution เป็นพยายามที่ Microsoft ยินดีภูมิใจเสนอออกมาสู่สาธารณะ พร้อมเปิดให้ใช้งานความสามารถในระดับองค์กรเพื่อการบันทึกข้อมูล จัดทำรายงาน และสู่กระบวนการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการเชื่อมต่อข้อมูลโดยอัตโนมัติ และช่วยระบุพื้นที่ที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อเฝ้าติดตามวัดผล
 
ก่อนหน้านี้ Microsoft ได้มีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับตัวอย่างของ Emissions Impact Dashboard (EID) สำหรับ Azure ช่วยให้ลูกค้า Azure สามารถติดตามการปล่อยมลพิษจากการใช้งานบนระบบคลาวด์ได้ และขยายความสามารถของ EID ไปใช้งานบน Microsoft 365 โดยภารกิจหลักเช่นเดียวกับ Azure แต่กลุ่มผู้ใช้งานจะมีความหลากหลายมากกว่า
 
กลุ่มลูกค้าระดับองค์กรสามารถใช้ความสามารถจาก Emissions Impact Dashboard สำหรับ Microsoft 365 เพื่อวัดค่าตัวเลขของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มาจากการใช้งานบน Exchange Online, SharePoint, OneDrive for Business และ Microsoft Teams
 
Deloitte โชว์ผลการวิจัยและสำรวจกลุ่มธุรกิจกว่า 500 แห่งในประเทศออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ พบว่า 1 ใน 3 ของจำนวนธุรกิจยังไม่มีแผนและกระบวนการเกี่ยวกับการเยียวยาสภาพอากาศ และในจำนวนที่กล่าวมานี้มีอยู่ 60% ที่ไม่ได้ให้ความสำคัญต่อการลดคาร์บอนไดออกไซด์
 
  • 70% ของกลุ่มธุรกิจที่สำรวจทั้งหมด มีเจตนารมณ์ที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ภายใน 3 ปีข้างหน้า
  • 40% ของกลุ่มธุรกิจที่สำรวจทั้งหมด มีความมุ่งมั่นที่จะทำภารกิจช่วยลดก๊าซมลพิษแบบยั่งยืน และมองว่าจะเป็นพันธกิจสามอันดับแรกๆ ขององค์กรด้วย
 
Microsoft จะไม่เดียวดายในความพยายามนี้ เพราะได้มีเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่รายใหญ่ลุกขึ้นมาประกาศจุดยืนบนภารกิจเดียวกันอย่าง Salesforce, Google และ IBM 
 
การสร้างโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเป็นตัวชี้วัด จะดำเนินการให้มีความแพร่หลายออกไปเป็นวงกว้างนั้น จะต้องอาศัยพันธมิตรเข้ามาช่วยขยายความสามารถของเครื่องมือนี้สู่องค์กรต่างๆ เพื่อเป้าหมายของภารกิจเดียวกันแบบยั่งยืน
 

from:https://www.techtalkthai.com/microsoft-announces-cloud-for-sustainability/

โนเกีย เตรียมพัฒนาสวิตช์สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ของ Azure เพื่อยกระดับแบนด์วิธ

โนเกียวางแผนจะจัดหาฮาร์ดแวร์สำหรับสวิตชิ่งในดาต้าเซ็นเตอร์ให้กับทางไมโครซอฟท์ เพื่อรองรับการเติบโตของแบนด์วิธบนคลาวด์ Azure ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความร่วมมือระหว่างสองบริษัทเพื่อทำเครือข่ายที่ทั้งปลอดภัย และรองรับการขยายระบบได้ยืดหยุ่นมากในดาต้าเซ็นเตอร์

โดยรวมถึงการริเริ่มพัฒนาโอเพ่นซอร์ส “SONiC” ที่เป็นแพลตฟอร์มแบบ Chassis-based ด้วย โครงการนี้เปิดตัวตั้งแต่พฤษภาคม 2020 ในรูปของระบบปฏิบัติการเน็ตเวิร์กแบบโอเพ่นซอร์สที่ทำงานบนลีนุกซ์ คำว่า “Chassis-based” นี้ หมายถึงการติดตั้งที่เชื่อมต่อเครือข่ายที่แตกต่างกัน ที่ทำให้ได้การควบคุมการไหลเวียนของข้อมูลและการส่งต่อแพ็กเก็ตของข้อมูลบนเครือข่ายมากขึ้น

สำหรับ Nokia เองมีแผนจะจัดเราเตอร์แบบ Chassis-based รุ่น 7250 IXR แก่ไมโครซอฟท์ ซึ่งจะนำมาใช้รองรับรูปแบบการใช้งาน “ที่มีความหนาแน่นสูง” ระดับ 400GE ในสถาปัตยกรรมเครือข่าย “tier-2” ของไมโครซอฟท์ สวิตช์ระดับองค์กรนี้มีฟีเจอร์มากกว่าสมาร์ทสวิตช์ทั่วไป ส่วนใหญ่ก็สามารถปรับแต่งได้ จัดการได้จากศูนย์กลางเดียวกัน

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – ITPro

//////////////////

สมัครสมาชิก Enterprise ITPro เพื่อรับข่าวสารด้านไอที

form#sib_signup_form_4 {
padding: 5px;
-moz-box-sizing:border-box;
-webkit-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 input[type=text],form#sib_signup_form_4 input[type=email], form#sib_signup_form_4 select {
width: 100%;
border: 1px solid #bbb;
height: auto;
margin: 5px 0 0 0;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn {
margin: 5px 0;
padding: 6px 12px;
color:#fff;
background-color: #333;
border-color: #2E2E2E;
font-size: 14px;
font-weight:400;
line-height: 1.4285;
text-align: center;
cursor: pointer;
vertical-align: middle;
-webkit-user-select:none;
-moz-user-select:none;
-ms-user-select:none;
user-select:none;
white-space: normal;
border:1px solid transparent;
border-radius: 3px;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn:hover {
background-color: #444;
}
form#sib_signup_form_4 p{
margin: 10px 0 0 0;
}form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message {
padding: 6px 12px;
margin-bottom: 20px;
border: 1px solid transparent;
border-radius: 4px;
-webkit-box-sizing: border-box;
-moz-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-error {
background-color: #f2dede;
border-color: #ebccd1;
color: #a94442;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-success {
background-color: #dff0d8;
border-color: #d6e9c6;
color: #3c763d;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-warning {
background-color: #fcf8e3;
border-color: #faebcc;
color: #8a6d3b;
}

from:https://www.enterpriseitpro.net/nokia-to-offer-data-centre-switches/

Azure Webinar : Securing the hybrid cloud with azure [19 พ.ย. 2021 – 10.00น.]

เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว หลายองค์กรมีการใช้งานบนคลาวด์มากยิ่งขึ้น เพื่อให้ระบบไอทีสามารถรองรับกับการขยายตัวทางธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง แต่หลายองค์กรยังมีความจำเป็น ต้องมีระบบ IT อยู่บน On-Premises เพื่อรองรับกับแอปพลิเคชั่นภายในองค์กร ที่ยังไม่พร้อมในการย้ายไปใช้งานบนคลาวด์อยู่ จึงต้องมีการปรับใช้เทคโนโลยีต่างๆ มาช่วยเพื่อสนับสนุนการทำงานแบบไฮบริด เพื่อให้พนักงานสามารถเข้าถึงข้อมูลและแอปพลิเคชั่นได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัย

องค์กรยุคดิจิทัลจะสามารถเสริมความแข็งแกร่งในการรักษาความปลอดภัย และยกระดับการควบคุมการเข้าถึงข้อมูลและแอปพลิเคชั่นภายในองค์กร รวมถึงปกป้องการโจมตีทางไซเบอร์ในรูปแบบต่างๆ ได้อย่างไร คุณสามารถหาคำตอบได้จากที่นี่…..

สร้างองค์กรของคุณให้สามารถทำงาน Work Form Home ได้อย่างปลอดภัย  และรองรับการทำงานแบบไฮบริดได้จากที่นี่!!!

ลงทะเบียนเพื่อรับฟังแบบเต็มๆ กับ  Azure Webinar:  Securing the Hybrid Cloud with Azure

ในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2564 เวลา 10.00 – 12.00 น. ผ่าน Microsoft Teams

ลงทะเบียนเข้าร่วมฟังได้ที่ https://forms.office.com/r/gDSXi4kn4w

——————————————————————————

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  02-089-4431 / thachpan@metrosystems.co.th

from:https://www.techtalkthai.com/msc-webinar-securing-the-hybrid-cloud-with-azure-19-nov-2021/