คลังเก็บป้ายกำกับ: ALL-IN-ONE_PC

MSI PRODP20ZA คอมจิ๋ว เทรดหุ้น เล่นเกมเบาๆ ต่อได้ 3 จอ ดูหนัง 4K เริ่มหมื่นกว่า

MSI PRODP20ZA มินิพีซีขนาดฝ่ามือ เล่นเกมเบาๆ ดูหนัง 4K เทรดหุ้น ต่อได้ 3 จอ ประหยัดไฟ

MSI PRODP20ZA

MSI PRODP20ZA มินิพีซีเครื่องจิ๋ว แต่ประสิทธิภาพเกินตัว พร้อมการเชื่อมต่อครบครัน รองรับการอัพเกรดเพิ่มได้ ปรับเปลี่ยนการทำงานได้หลายสไตล์ เข้ากับสภาพแวดล้อมการทำงานในยุคใหม่ได้หลายรูปแบบ ขุมพลัง AMD Ryzen 5000 series และแรม DDR4 รวมถึงกราฟิก Radeon Graphic ที่ตอบสนองได้ทั้งงานในสำนักงานทั่วไป งานเอกสาร และการทำบัญชี ไปจนถึงการตกแต่งภาพ รวมถึงการใช้งานส่วนตัว เช่นท่องอินเทอร์เน็ต ขายของออนไลน์ และความบันเทิงภายในบ้าน หรือเป็นพีซีเริ่มต้นการเรียนรู้สำหรับเด็กๆ ด้วยมิติที่เล็กกว่าเคสคอมทั่วไปหลายเท่า น้ำหนักเบา จึงติดตั้งได้ง่าย ใช้งานในจุดต่างๆ ของบ้านหรือสำนักงานได้ดี รองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายรุ่นใหม่ กับดีไซน์ที่เข้ากับเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน และที่น่าสนใจคือ ประหยัดการใช้พลังงานลง ใครที่ชอบด้วยงบประมาณเริ่มต้นเพียง 15,000 บาท กับการรับประกัน 2 ปีอุ่นใจ ในแบบ Onsite Pickup & Return อีกด้วย ซื้อสินค้า MSI ได้ที่: https://msi.gm/DP20ZA-NBS

MSI PRODP20ZA มินิพีซีตัวจิ๋ว เพื่องานและความบันเทิง


จุดเด่น

Advertisementavw
  1. มิติที่เล็กมาก ขนาดเทียบเท่าฝ่ามือเองครับ เทียบกับเราเตอร์ขนาดย่อมๆ ก็ยังได้ เล็กกว่าพีซี 6-8 เท่าเลยทีเดียว เพราะขนาด 2.6L เท่านั้น ประหบัดพื้นที่บนโต๊ะไปได้เยอะ
  2. น้ำหนักประมาณ 1.5Kg เท่านั้นครับ วางมุมไหนก็ได้ โต๊ะไม่เอียงแน่นอน
  3. ออกแบบให้วางแนวตั้งหรือแนวนอนก็ได้หมด แล้วแต่ผู้ใช้จะดีไซน์ จัดโต๊ะคอมได้ง่ายขึ้น
  4. วางตรงไหนในห้องก็ได้ แทบจะเป็นดีไซน์แบบเดียวกับเฟอร์นิเจอร์สไตล์โมเดิร์นในปัจจุบัน ต่อสายเข้าจอ ก็พร้อมทำงาน เพราะมี WiFi ในตัว
  5. ด้านหน้าทันสมัย เน้นเส้นสายสะดุดตา ติดอยู่นิดนึง คือปุ่มอาจจะดูกลมกลืนไปกับลายด้านหน้าอยู่บ้าง แต่ก็มีแสงไฟสถานะให้พอสังเกตครับ
  6. ด้านข้างซ้ายปิดทึบ ใช้วางแนวนอนได้, ด้านขวามีช่องระบายอากาศ สำหรับพัดลมซีพียู
  7. ด้านหลังจัดพอร์ตมาให้เยอะพอสมควร เช่น USB 3.2, USB 2.0, พอร์ตแสดงผล HDMI, DP และ VGA
  8. การใช้พลังงาน มาพร้อมอแดปเตอร์ 120W ขนาดย่อมๆ มาให้ ไม่เปลืองไฟครับ
  9. ต่อได้ 3 จอเลยครับ สำหรับคนที่ต้องใช้งานหลายจอพร้อมกัน

ข้อสังเกต

  • มีไฟสถานะแสดงผลไม่มาก
  • ไม่รองรับการอัพเกรดการ์ดจอแยก
  • ใช้แรมแบบ SODIMM เท่านั้น

Specification

Description
CPU MODEL AMD Ryzen 3 5300G, 4 core/ 8 thread
CPU COOLING Air cooling
MEMORY DDR4 SO-DIMM 2 slot, Max. 64GB
STORAGE SSD 256GB, PCIe GEN3x4
2x M.2 slot
2x 2.5″ Drive bay
WIRELESS LAN INTEL/3168.NGWG, 802.11ac 1×1+BT 4.2
AUDIO Realtek ALC233, 2.1 Channel HD Audio
I/O PORTS (FRONT) 1 x USB 3.2 Gen 2 Type A
1 x USB 3.2 Gen 2 Type C
Front Audio Mic-In x1,
Headphone x1
I/O Port (Rear) USB 3.2 Gen 2 Type A x1
USB 2.0 TYPE A x3
LAN (RJ-45) x1
WiFi Antenna x2
VGA x1
HDMI x1
DP Out x1
COM Port x1
Power 120W Adaptor
Keyboard/ Mouse RF1430, MA04
PRODUCT DIMENSIONS (WXDXH) 160.55 x 193.3 x 85mm
WEIGHT 1.42Kg.
VESA SIZE 75 x 75 mm
Source: MSI Pro DP20Z

ข้อมูลเพิ่มเติม: MSI PRODP20ZA


Hardware / Design

MSI PRODP20ZA

การออกแบบของมินิพีซีจาก MSI รุ่นนี้ ส่วนตัวผมมองว่ามินิมอลกว่ารุ่นที่เราเคยรีวิวไปก่อนหน้านี้เสียอีก เพราะตัวถังแค่ 2.3L เท่านั้น มิติประมาณ 16cm x 19.3cm x 8.5cm หากเทียบกับเกมมิ่งตัวน้องอย่าง Trident AS ก็ยังเล็กกว่ามาก แต่จะพอๆ กับ MSI CUBI 5 ที่เราเคยรีวิวไปก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ดี Pro DP20ZA มีความคล่องตัว และสนับสนุนการติดตั้งฮาร์ดแวร์เพิ่มเติมได้มากกว่า

ด้านหน้าออกแบบมาในโทนสีดำ มีเส้นสายที่มีการสลับไปมา ดูมีมิติ และทันสมัย แทรกปุ่มเพาเวอร์และแสงไฟสถานะมาด้วย พร้อมพอร์ตต่อพ่วง และโลโก้ MSI สีเงิน ซึ่งเป็นแนวที่เราอาจไม่ได้เห็นกันบ่อยบนพีซีขนาดเล็ก เพราะส่วนใหญ่จะเป็นแบบเรียบ ไม่มีลวดลายมากนัก

MSI PRODP20ZA

เมื่อมาดูกันแบบใกล้ๆ จะเห็นได้ว่าเส้นสายที่อยู่ด้านหน้านี้ จะมีมิติยื่นออกมา สลับกับภายในที่เป็นสีดำเงา โดยปุ่มเพาเวอร์จะซ่อนอยู่ในนี้ด้วย ซึ่งหากไม่ได้กด หรือมีแสงไฟสถานะลอดออกมา ก็แทบจะดูไม่ออกว่าเป็นปุ่มเปิดการทำงาน ไฟจะมีสีฟ้าและสีขาว อยู่ตรงด้านบนขวา ใกล้กันก็จะเป็นพอร์ต Front panel ที่อยู่หน้าเครื่อง ประกอบด้วย USB Type-C, Type-A และหูฟัง ไมโครโฟน

MSI PRODP20ZA

ด้านข้างขวา จะเป็นช่องระบายความร้อน โดยเราจะเห็นพัดลมพื้นฐานของทาง AMD ดูดลมเข้ามาจากช่องนี้ เพื่อระบายความร้อนให้กับฮีตซิงก์ของซีพียู ที่อยู่ด้านใน และโลโก้ Pro series และใกล้ๆ กับช่องพัดลม และใกล้กับด้านหน้าจะมีระบุไว้ว่า Design and Engineering by MSI

MSI PRODP20ZA

ด้านซ้ายจะเป็นช่องเล็กๆ สำหรับติดตั้ง VESA Mount กับด้านหลังจอมอนิเตอร์ และฝาผนังเป็นแบบ 75mm x 75mm ส่วนตัวมองว่าเป็นประโยชน์ค่อนข้างมาก เพราะผู้ใช้สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้หลายแบบ ไม่ว่าจะใช้ติดตั้งจอทีวีในบ้าน สำนักงาน สำหรับต้อนรับแขก พรีเซนเทชั่น หรือจะต่อกับจอภาพบางรุ่น เพื่อประหยัดพื้นที่บนโต๊ะทำงาน ยิ่งใช้งานแบบไร้สาย ก็จะทำให้โต๊ะไม่ดูรกรุงรังอีกด้วย

MSI PRODP20ZA

MSI PRODP20ZA วางได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน ขึ้นอยู่กับการจัดวางองค์ประกอบบนโต๊ะ และความสะดวก ด้วยความกว้าง x ยาวระดับ 160.5 x 193mm เท่านั้น จึงไม่เปลืองพื้นที่บนโต๊ะทำงาน เรียกว่าโต๊ะขนาด 120cm ก็ยังเหลือพื้นที่ใช้สอยได้อีกมากมาย

ด้านหน้าที่มีพอร์ตต่อพ่วงมาให้ทั้ง USB และแจ๊ค 3.5mm อีกด้านจะเป็นโลโก้ MSI บนเพลทสีเงินสวยงาม

และอีกสองด้านที่เหลือ จะเป็นช่องระบายอากาศ ซึ่งมาในแบบตะแกรงขนาดเล็ก เพื่อให้อากาศไหลเวียนในตัวเคสได้ดีขึ้น ซึ่งหากดูตามการใช้งานแล้ว พีซีเครื่องนี้แทบไม่เกิดความร้อนขึ้นมากมายนัก โดยพัดลมซีพียูสามารถจัดการเรื่องอุณหภูมิได้ดีทีเดียว

MSI PRODP20ZA

ด้านหลังตัวเครื่องมาพร้อมช่องระบายความร้อนแบบตะแกรงช่องเล็กและพอร์ตต่อพ่วงมากมาย รวมถึงจุดติดตั้งเสาสัญญาณ WiFi อีกด้วย และเป็นจุดที่ใช้ไขน็อต เพื่อแกะฝาครอบ สำหรับการอัพเกรด

MSI PRODP20ZA

การดีไซน์โดยรวมถือว่าทำได้ค่อนข้างดีทีเดียว แตกต่างจากมินิพีซีทั่วไป ทั้งเส้นสาย พอร์ตการเชื่อมต่อ เพียงแต่อาจจะเน้นไปที่ Business เป็นหลัก ทำให้ไม่ได้ใส่เรื่องของแสงสีมากมายนัก แต่ก็เข้ากับเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านได้ดี ดูมินิมอลมากขึ้น


Connector / Thin And Weight

MSI PRODP20ZA

พอร์ตการเชื่อมต่อด้านหน้า มีเป็นพอร์ต USB 3.2 Gen2 Type-C ที่ใช้ได้ทั้งการชาร์จไฟ และโอนถ่ายข้อมูลความเร็วสูง ส่วนที่เป็น Type-A ผมว่าเหมาะกับผู้ใช้ที่มี External HDD หรือ SSD ที่ต่อภายนอก โอนถ่ายไฟล์ข้อมูลได้ไว เพราะเป็น USB 3.2 Gen2 ความเร็วระดับ 10Gbps เร็วกว่า Gen1 เท่าตัวเลยทีเดียว หรือใครสะดวกจะใช้พอร์ตด้านหลัง จะใช้พอร์ตนี้ในการต่อ เมาส์ คีย์บอร์ดได้เช่นกัน

ใกล้กันจะเป็นแจ๊ค 3.5mm ที่ทาง MSI ใส่แยกเอามาไว้ให้เป็น หูฟัง และไมโครโฟน เพื่อความสะดวกในการใช้งาน จะต่างจากบนโน๊ตบุ๊คที่เป็นคอมโบมาให้ อาจจะไม่สะดวก เมื่อต้องแยกใช้ไมโครโฟน กับเอาท์พุตเสียง เพื่องานในสำนักงาน

MSI PRODP20ZA

ด้านหลังจะเป็นพอร์ตเชื่อมต่อหลักจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น USB 2.0 Type-A 2 พอร์ต จุดนี้ผมมองว่าเหมาะกับการต่อเมาส์ คีย์บอร์ดเป็นหลัก เพราะไม่ได้เน้นความเร็ว ส่วนด้านล่างจะเป็น USB 3.2 Gen2 ซึ่งตอบโจทย์พรินเตอร์รุ่นใหม่ หรืออุปกรณ์เก็บข้อมูล และอื่นๆ ที่เน้นเรื่องความเร็ว ใกล้กันเป็นพอร์ตเชื่อมต่อเครือข่าย RJ-45 สำหรับ Gigabit LAN และพอร์ตแสดงผล ที่ถือว่าเป็นจุดเด่นของมินิพีซีจาก MSI รุ่นนี้ เพราะมีให้ถึง 3 พอร์ตด้วยกัน ประกอบด้วย

  • VGA สำหรับต่อจอพื้นฐานแอนาลอกบนความละเอียด Full-HD
  • DisplayPort ต่อจอแสดงผลดิจิตอล รองรับความละเอียด 4K เหมาะกับจอรุ่นใหม่
  • HDMI ใช้ได้ทั้งจอมอนิเตอร์ โปรเจกเตอร์ และจอพื้นฐานที่มีอยู่ทั่วไป
MSI PRODP20ZA

เสาสัญญาณ WiFi รองรับ 802.11ac และ Bluetooth 4.2 ทำให้การเชื่อมต่อของคุณไม่ติดขัด เพราะมีให้เลือกทั้ง LAN และ WiFi


Inside / Upgrade

MSI PRODP20ZA

การแกะอัพเกรดทำได้ค่อนข้างง่ายบน MSI PRODP20ZA นี้ เพราะไขน็อตเพียง 4 ตัวเท่านั้น สามารถไขออกได้ทั้ง 2 ด้านซ้ายและขวา

MSI PRODP20ZA

ด้านที่เป็นช่องระบายอากาศ จะเห็นพัดลมซีพียูขนาดใหญ่ พร้อมฮีตซิงก์ติดตั้งมากลางตัวเครื่อง ซึ่งข้อดีคือ การกระจายลมออกไปได้ทั่วๆ ภายในเคส และให้ลมออกได้ถึง 3 ด้านด้วยกัน โดยสามารถอัพเกรดได้สูงสุด AMD Ryzen 7 5700G ซึ่งเป็นรุ่นท็อปสุดที่วางจำหน่าย

MSI PRODP20ZA

พื้นที่ติดตั้ง Storage ด้านใน ติดตั้งได้ถึง 3 แบบ และยังอัพเกรดได้ โดยที่ติดตั้งมาให้เริ่มต้นเป็น SSD M.2 NVMe PCIe 256GB การถอดใช้เพียงไขควงแกะน็อตยึดเพียงตัวเดียวเท่านั้น แต่พื้นที่ค่อนข้างแคบเล็กน้อย

MSI PRODP20ZA

ด้านล่างจะเป็นสล็อตสำหรับติดตั้งแรมเป็นแบบ SODIMM DDR4 3200 เดิมจะติดตั้งมาให้ 8GB มาตรฐาน แต่สามารถอัพเกรดเพิ่มได้จากสล็อตที่เหลือ อัพเกรดได้สูงสุด 64GB (32GB x2)

MSI PRODP20ZA

แรมในแบบ SODIMM DDR4 3200 8GB จาก Samsung ที่ติดตั้งมาในระบบ

MSI PRODP20ZA

ด้านบนของโมดูล SSD M.2 เป็นพอร์ต SATA III เพิ่มเติมมาให้ สำหรับติดตั้งฮาร์ดดิสก์ 2.5″ หรือสำหรับโน๊ตบุ๊ค รวมถึง SSD SATA III เพิ่มได้อีก 2 ตัวด้วยกัน

MSI PRODP20ZA

นอกจากนี้แล้ว อีกฝั่งหนึ่งที่อยู่ด้านหลังของเมนบอร์ด ก็สามารถแกะเปิดออกมาได้ ให้คุณสามารถอัพเกรดอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลเพิ่มเติมได้อีก

MSI PRODP20ZA

MSI PRODP20ZA มีสล็อต M.2 PCIe รองรับการติดตั้ง SSD M.2 NVMe PCIe เพิ่มได้อีก 1 โมดูล รวมเป็น 2 โมดูลทั้งด้านหน้าและหลัง ได้ทั้งพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่มากขึ้น และความเร็วที่จาก SSD อีกด้วย เหมาะกับคนที่ไม่สะดวกจะใช้อุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบต่อภายนอก


Performance / Software

MSI PRODP20ZA

โปรแกรม CPUz รายงานซีพียูที่ติดตั้งมาบน MSI PRODP20ZA รุ่นนี้เป็น AMD Ryzen 3 5300G เป็นแบบ 4 core/ 8 thread ความเร็วสูงสุดประมาณ 4.2GHz ซีพียูรุ่นนี้ ถือว่าเป็นกลุ่มของกราฟิกในตัว ให้ประสิทธิภาพในด้านต่างๆ ได้ดี ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน ความบันเทิง หรือเล่นเกมเบาๆ แต่อาจจะไม่ได้เจาะจงสำหรับงานเฉพาะทาง เช่นงานตัดต่อ แต่งภาพจริงจังหรืองานด้านวิศวกรรมโหดๆ ได้มากนัก

MSI PRODP20ZA

ติดตั้งแรม DDR4 3200 ในแบบ SODIMM 8GB และใส่เพิ่มอีก 8GB เป็น 16GB มีให้ติดตั้งได้ 2 สล็อต

MSI PRODP20ZA

การทดสอบเบื้องต้นบน CPUz นี้ เทียบกับซีพียูรุ่นพี่อย่าง AMD Ryzen 7 2700X ที่เป็นแบบ 8 core/ 16 thread ซีพียู Ryzen 3 สามารถเบียดบี้ได้อย่างสูสี และโดดเด่นในงาน Single core ด้วยสัญญาณนาฬิกาที่สูง แม้จะเป็นรองในแง่ของ Multi-thread เพราะคอร์ เธรดน้อยกว่านั่นเอง

MSI PRODP20ZA

กราฟิกเป็นแบบ Integrate ที่มาในตัวซีพียู AMD Ryzen 3 รุ่นนี้ กับ Radeon Graphic ที่อาจจะไม่ได้ตอบโจทย์กับการเล่นเกมโดยตรง เพราะจะเน้นที่การทำงาน ดูหนัง กับงานกราฟิกพื้นฐาน แต่ก็สามารถเล่นเกมที่ไม่ใช้ทรัพยากรมากๆ หรือแนวเกมออนไลน์ เช่น Genshin, Chrono Odyssy รวมถึงเกมพีซีที่แค่ปรับ Detail ก็สามารถเล่นได้ในหลายๆ เกม สามารถชมในส่วนการทดสอบเกมด้านล่างนี้ได้

MSI PRODP20ZA

การทดสอบ PCMark10 ให้ผลออกมาได้น่าพอใจ เพราะถ้าเทียบกับพีซีพื้นฐานขนาดใหญ่ MSI Pro DP20ZA นี้ ทำงานร่วมกับแอพพลิเคชั่นในชีวิตประจำวันได้ดีพอสมควร กับคะแนนรวมที่มากถึง 5,621 คะแนน รวมถึงคะแนน Essentials และ Productivity ที่มาแตะเกือบ 10,000 เพราะหลายครั้งที่เราทดสอบมาใน 2 ส่วนนี้ เฉลี่ยจะอยู่ที่ 10,000 ต้นๆ แสดงถึงความไม่ธรรมดาของซีพียูและการทำงานในภาพรวม

MSI PRODP20ZA

สำหรับ CINEBench นั้น จะเป็นการทดสอบด้านกราฟิก 3D Animation แม้ว่าจะเป็นซีพียูน้องเล็กอย่าง AMD Ryzen 3 แต่ก็สามารถผ่านการทดสอบได้ไม่ยาก แม้ว่าจะทำคะแนนได้ไม่สูงนัก เมื่อเทียบกับซีพียูรุ่นพี่ๆ ที่มี Core/ Thread จำนวนมากกว่า แต่ก็แสดงให้เห็นว่าพลังของซีพียูระดับ 4 core นี้ ก็พอจะช่วยให้ใช้งานได้ แต่อย่างไรก็ไม่ได้จะแนะนำให้ใช้งานกับโปรแกรมขั้นสูงเช่นนี้ เพราะไม่ได้ออกแบบมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ และอาจใช้เวลาในการประมวลผลมากเกินไป แต่ถ้าเป็นโมเดล AMD Ryzen 7 ก็พอจะช่วยงานนี้ได้ดียิ่งขึ้น

MSI PRODP20ZA

กับผลทดสอบด้านเกมกราฟิก ด้วยโปรแกรม 3DMark กับกราฟิก Radeon Graphic บนซีพียู AMD Ryzen 3 5300G นี้ แม้ว่าจะไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมเป็นหลัก แต่ก็แสดงศักยภาพได้ดีในระดับหนึ่ง โดยคะแนนอาจจะไม่ได้สูงมากนัก แต่ก็ผ่านการทดสอบมาได้ อยู่ในเกณฑ์ของกราฟิกบนซีพียูในหลายๆ รุ่น อย่างไรก็ดี หากมีความต้องการเล่นเกม ร่วมไปกับการใช้งานพื้นฐาน บนเคสขนาดเล็กเช่นนี้ แนะนำโมเดลที่เป็น Ryzen 7 5700G ที่จะช่วยเพิ่มเฟรมเรตได้พอสมควร

ทดสอบการเล่นเกม

MSI PRODP20ZA

เราทดสอบการเล่นเกม เพื่อให้เห็นศักยภาพของมินิพีซีจาก MSI รุ่นนี้ กับเกมพื้นฐานแนว MOBA อย่าง DOTA2 กับการปรับ Detail Fastest mode บนความละเอียด Full-HD เพื่อเน้นความลื่นไหล ตัวเกมสามารถให้เฟรมเรตได้ถึง 80-90fps. แต่ถ้าปรับเป็น High ให้เฟรมเรตเฉลี่ยที่ 47-48fps. แม้จะมีเอฟเฟกต์จากเวทย์ของฮีโรก็ตาม แนะนำตั้งค่านี้ได้เลยหากต้องการเล่น

MSI PRODP20ZA

ส่วนเกม PUBG บนความละเอียด Full-HD 1080p ตั้งค่า Very Low Detail ให้เฟรมเรตได้ในระดับ 39-45fps มีบ้างที่ขึ้นไป 50fps. บางจังหวะ แต่ก็ทำให้เล่นเกมนี้ได้ แนะนำให้ตั้ง Render scale ในระดับ 70-90 จะไม่กระทบต่อเฟรมเรตมากนัก และเล่นเกมได้สบายตามากขึ้น

MSI PRODP20ZA

มาสู่บททดสอบในด้านงานวีดีโอกันบ้าง ด้วยการ Export คลิปวีดีโอความละเอียด Full-HD มีความยาว 15 นาที ใส่เอฟเฟกต์ทั่วไป ด้วยการ Insert ภาพและเสียง ระบบใช้เวลาในการทำงานประมาณ 32 นาที ก็เป็นอันเสร็จสิ้น อย่างที่ได้แนะนำไปว่า หากต้องการจะเน้นไปที่การทำงานที่หนักมากขึ้น กับโปรแกรมเฉพาะทาง ทางเลือกของโมเดลรุ่น AMD Ryzen 7 มีความน่าสนใจ ส่วนในช่วงการใช้งานอาจมีบางจังหวะที่กระตุกเล็กน้อย เช่น ระหว่างการเลื่อนไทม์ไลน์ และพรีวิวภาพ เป็นปกติของการใช้งานที่เป็นซีพียูรุ่นน้องเล็ก และการ์ดจอแบบออนบอร์ดนั่นเอง แต่ในภาพรวมถือว่าทำงานได้ดีในระดับหนึ่ง

MSI PRODP20ZA

และในครั้งนี้เราใช้งานร่วมกับจอแสดงผล MSI PRO MP241X ซึ่งเป็นจอที่ให้พื้นที่แสดงผล 23.8″ ใกล้เคียงกับ MSI PRO MP243 ความละเอียด Full-HD โดยเป็นจอพาแนล VA ให้ความสว่างสดใส และมุมมองที่กว้างใกล้เคียงกับ IPS เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน หรือจะนำไปใช้ในสำนักงาน กับความสว่างสดใส และสีสันที่คมชัด ปรับแต่งได้ง่ายผ่านทางปุ่ม OSD ด้านหลังจอ มาพร้อมพอร์ตแสดงผล ที่มีให้เลือกทั้ง HDMI และ VGA เพื่อความสะดวกต่อการใช้งาน

MSI PRODP20ZA

แต่ที่น่าสนใจคือ MSI PRO MP241X รุ่นนี้ มี VESA Mount ด้านหลัง สำหรับติดตั้งกับ Wall mount หรือ Arm table เพื่อแขวนหรือติดกับขาจับจอบนโต๊ะได้ง่าย รวมถึงเมื่อใช้ร่วมกับอแดปเตอร์ ก็จะสามารถต่อ MSI Pro DP20ZA เข้ากับด้านหลังจอ เพื่อประหยัดพื้นที่บนโต๊ะทำงานได้อีกด้วย นับว่าเป็นโซลูชั่นที่เหมาะกับการทำงานในทืุกวันนี้ได้เป็นอย่างดี

MSI PRODP20ZA

นอกจากนี้ยังมีพื้นที่แสดงผลขนาดใหญ่ ทำให้แบ่งหน้าจอในการใช้งานได้สะดวก และใช้งานได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการทำงานเอกสาร ตรวจเช็คไฟล์งาน หรือจะด้านความบันเทิง ดูหนัง พร้อมดูหุ้นไปพร้อมกัน ด้วยการปรับแต่งเพียงเล็กน้อย เช่น การเพิ่มหรือลด Scale บนหน้าจอ ก็ช่วยให้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้นแล้ว

MSI PRODP20ZA

ด้วยมุมมองที่กว้าง ก็ทำให้การใช้งานด้านภาพและวีดีโอได้ชัดเจน ผิดเพี้ยนน้อย รวมถึงใช้ในการแบ่งปันหน้าจอให้กับคนข้างๆ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน ลูกค้าหรือสมาชิกภายในบ้านให้เห็นได้อย่างชัดเจน

MSI PRODP20ZA

นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถต่อจอแสดงผลได้ถึง 3 จอพร้อมกัน ผ่านทางพอร์ตสัญญาณ Output ที่อยู่ทางด้านหลังของ MSI PRODP20ZA ไม่ว่าจะเป็น HDMI, DisplayPort และ VGA ให้คุณขยายศักยภาพการทำงานของคุณได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การท่องอินเทอร์เน็ตหาข้อมูล เทรดหุ้น ไปจนถึงการสตรีมมิ่งได้แบบลื่นๆ เลยทีเดียว


Battery / Heat / Noise

MSI PRODP20ZA

สุดท้ายก็เป็นเรื่องของอุณหภูมิในการทำงาน เห็นเคสเล็กๆ แบบนี้ แต่ก็จัดการเรื่องอุณหภูมิได้ดีพอสมควร โดยเฉพาะกับพัดลมซีพียูขนาดใหญ่ และครอบคลุมอุปกรณ์อื่นๆ ทั่วทั้งเมนบอร์ด ลมที่พัดเข้าไป ก็สามารถกระจายลมไปได้ทั่ว ลดความร้อนได้ดี โดยอุณหภูมิสูงสุดในการทดสอบบนแบบ Full load บนโปรแกรม FURmark อยู่ที่ราว 76 องศาเซลเซียสเท่านั้น โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 65-68 องศาเซลเซียสเท่านั้น ถือว่าทำได้ดี เพราะโอกาสการใช้งานซีพียูระดับ 100% แบบนี้ มีไม่มากนัก ฉะนั้นหากเป็นการทำงานโดยทั่วไปน่าจะอยู่ที่ราว 55-60 องศาเซลเซียส เท่านั้น


Conclusion / Award

MSI PRODP20ZA

สรุปภาพรวมของ MSI PRODP20ZA รุ่นนี้ ผมว่าเหมาะกับคนที่ต้องการคอมทำงาน หรือใช้ในสำนักงานยุคใหม่ เน้นความมินิมอล ดูมันสมัย ลองนึกภาพดูครับว่า บ้านที่เป็นแบบ Smart Home ใช้งานไร้สายให้มากที่สุด โต๊ะคอมที่ไม่ต้องเทอะทะ และพีซีที่จัดวางได้ในทุกแนว ตกแต่งห้องได้สวย แต่ทำงานที่เหมือนกับใช้คอมเครื่องใหญ่ จะต่อ 3 จอก็ง่าย ทำงานเอกสาร ท่องเน็ตหาข้อมูล หรือจะเทรดหุ้น สตรีมมิ่งวีดีโอไปพร้อมกัน ก็ยังได้ครับ

แต่ก็บอกตรงๆ ว่าอาจจะไม่ใช่สำหรับคอเกม ด้วยสเปคที่ไม่ได้ใส่การ์ดจอแยกมาให้ จะเล่นได้ในบางเกม ที่ไม่ได้เรียกใช้ทรัพยากรมากมายนัก เกมออนไลน์พอเล่นได้แบบที่เราได้ทดสอบบน DOTA2 และ PUBG ที่เล่นได้ลื่นในระดับ Low หรือ Medium Detail ในแง่ของการอัพเกรด ก็ยังทำได้ แม้ในเคสจะมีพื้นที่จำกัดก็ตาม เพราะเพิ่มได้ทั้ง SSD และ RAM บนสล็อตที่เหลือ 

สุดท้ายก็คือ พอร์ตที่ให้มาก็เรียกว่าเกือบครบครัน ให้คุณต่อพ่วงอุปกรณ์ได้อย่างเต็มที่ รวมถึงมี WiFi มาในตัวอีกด้วย สนนราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 15,000 บาท การรับประกัน 3 ปี เป็นแบบ Onsite Pickup and Return อุ่นใจได้ในการใช้งาน โดยซีรีย์ DP20ZA จะมีทั้งหมด 3 รุ่น

ซื้อสินค้า MSI ได้ที่: https://msi.gm/DP20ZA-NBS

  • MSI PRODP20ZA 5M-205TH เริ่มต้น 23210.-
  • MSI PRODP20ZA 5M-206TH 18920.-
  • MSI PRODP20ZA 5M-207TH 15070.-

ข้อมูลเพิ่มเติม: MSI PRODP20ZA

from:https://notebookspec.com/web/682753-msi-pro-dp20za-mini-pc

Advertisement

จอคอมมือสอง 2023 น่าซื้อมั้ย? เลือกแบบไหนดี เช็คอย่างไรให้ได้ของดี คุ้มค่า

จอคอมมือสอง 2023 รุ่นไหนน่าใช้ เลือกอย่างไรดี จอคอมเกมมิ่ง วิธีเช็คง่ายๆ ก่อนเลือกซื้อ

จอคอมมือสอง

จอคอมมือสอง อย่าไปซื้อ! ปี 2023 แล้วซื้อจอใหม่ดีกว่า… มักคำเตือนแบบนี้มักจะเป็นเรื่องที่หลายคนอาจเคยเจอ เมื่อรู้ว่าเราจะซื้อจอมือ 2 มาใช้งาน ซึ่งก็อาจจะเป็นคำเตือนที่ดี แต่บางทีก็ขัดกับใจใครบางคน เพราะบางทีงบประมาณจำกัด แต่ก็อยากได้จอคอมใหญ่ๆ ความละเอียดสูงมาใช้ 2K, 4K หรือยิ่งได้รีเฟรชเรตสูงๆ 144Hz ขึ้นไป แบบจอเกมมิ่ง ก็ยิ่งดี แต่ราคาต้องเป็นมิตรกับเงินในกระเป๋าด้วย การที่จะได้จอที่ถูกใจมานั้น คงไม่ใช่แค่กำเงินที่มี แล้วเดินไปหาอย่างเดียว เพราะคุณจะต้องพอเช็คสภาพจอ รวมถึงกลไกต่างๆ ในการขายของจากบรรดาพ่อค้า วันนี้เรามาดูกันครับว่า การจะเลือกจอมือ 2 เหล่านี้ จะซื้ออย่างไร ที่ไหนและต้องเช็คอะไรบ้าง


จอคอมมือสอง น่าซื้อมั้ย? เลือกแบบไหนดี


จอคอมมือสอง น่าซื้อมั้ย?

จอคอมมือสองน่าซื้อมั้ย ข้อนี้ต้องถามใจคุณดูก่อนว่า คุณพร้อมที่จะรับสภาพได้แค่ไหน มีความอดทนมากพอมั้ย และจอที่คุณมองไว้ เหมาะสมกับงบประมาณที่ตั้งเอาไว้หรือไม่ เพราะราคาจะเป็นตัวกำหนด บางครั้งถูกมากไป ก็ได้ลุ้น แพงไปก็อาจจะไม่คุ้ม ฉะนั้นก็ต้องอยู่กลางๆ แต่หากคุณได้จอดีๆ มาใช้ ในราคาที่ถูกกว่าราคากลางในตลาด ก็ถือว่าคุณโชคดีมาก แต่กว่าจะได้จอมือสองแบบนั้นก็คงจะไม่ง่าย

Advertisementavw
จอคอมมือสอง

จอคอมมือสอง ก็คล้ายกับของมือสองอื่นๆ ในตลาด มีให้ลุ้นกันอยู่ตลอดเวลา สิ่งที่ดีที่สุดก็คือ การได้ของที่ถูกใจ ในราคาถูกมาใช้ แต่ของเหล่านั้น ก็ถูกใช้งานมาแล้ว โอกาสที่มีข้อบกพร่องหรือเกิดความเสียหายก็มีเช่นกัน เช่นเดียวกับสภาพของจอ บางคนก็ดูแลดี เก็บรักษาอยู่ในห้อง แต่บางคนก็ไม่ได้ดูแล มีกระแทกบ้าง สัตว์เลี้ยงมาแทะ ซนชนจนหล่นตกแตก หรือบางทีก็ชอบเอานิ้วจิ้มจอ เป็นต้น ก็อาจจะมีผลต่อการใช้งานเช่นกัน

จอคอมมือสอง

รวมถึงของที่ใช้แล้ว ก็มีความเสื่อมเป็นธรรมดา ยิ่งเป็นจอที่มีอายุในตลาดมายาวนาน และใช้งานต่อเนื่อง ลองนึกสภาพว่า ผู้ใช้ไม่เหมือนกัน บางท่านก็อาจจะเปิดใช้ทำงานแค่วันละ 5-8 ชั่วโมง ส่วนเกมเมอร์บางคน อาจจะเล่นต่อเนื่องวันละ 12 ชั่วโมง ความเสื่อมสภาพของหน้าจอ หรืออายุการทำงาน ก็แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เมื่อครบปี โอกาสที่คุณจะรับไปใช้ต่อ แล้วเกิดปัญหาหรือการแสดงผลที่ผิดเพี้ยนได้บ้าง ก็มีอยู่ไม่น้อย

จากข้อมูลพื้นฐานของผู้ผลิต จอภาพในแบบ LED นั้น จะมีอายุการใช้งานราวๆ 80,000-120,000 ชั่วโมง หรือราวๆ 20 ปี ในกรณีที่ใช้วันละ 8 ชั่วโมงนะ (อ้างอิง: digitalworld839.com) ยังไม่รวมปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น อุณหภูมิ ความชื้นหรือสิ่งสกปรกอื่นๆ ที่อาจทำให้แผงวงจรหรือพาแนลเสียหายได้

จอคอมมือสอง

ยังไม่รวมถึงสภาพแวดล้อมหรือการจัดเก็บดูแล บางบ้านอยู่ในห้องปรับอากาศ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่ ก็จะยังอยู่ในสภาพที่ดี เพราะชิ้นส่วนภายใน ไม่เจอกับอุณหภูมิที่สูง ก็จะทนทานกว่าจอภาพที่อยู่ในห้องธรรมดา อากาศร้อน หรือบางทีก็เสี่ยงกับความชื้น เช่นวางใกล้หน้าต่าง หรือสัตว์เลี้ยง แมลง มด สิ่งเหล่านี้ มีส่วนทำให้จอภาพเสียได้ไวขึ้น

แม้จะมีความเสี่ยง แต่ถ้าคุณได้จอคอมมือสองที่ถูกใจ ในราคาถูกลงเกือบครึ่ง สภาพดี มีประกัน แบบนี้ใครก็อยากเสี่ยง ไม่มีผิดหรือถูก ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของแต่ละบุคคล ดังนั้นถ้าคุณชอบของดี ราคาโดน เราไปดูรายละเอียดกันครับ ว่าจะเลือกอย่างไรบ้าง


ซื้อที่ไหนดี?

หลายคนตัดสินใจว่าจะเลือกซื้อจอคอมมือ 2 มาใช้เป็นการชั่วคราว และเก็บเงินซื้อจอใหม่ที่ดีกว่า อาจจะด้วยสาเหตุที่จอเก่าเสีย ส่งต่อให้คนอื่นหรือบางทีก็งบประมาณจำกัด ต้องการจะใช้จอที่มีคุณสมบัติตามต้องการ ซึ่งของใหม่อาจจะราคาสูงเกินเอื้อม แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าซื้อจอได้ที่ไหนบ้าง เรามีข้อมูลมาเป็นแนวทางครับ

ห้างไอที ร้านตู้ มีร้านเยอะ ความหลากหลายอยู่ที่จังหวะ ราคาอาจสูงบ้าง แต่เห็นของ เช็คสภาพได้เลย ร้านออนไลน์ มีให้เลือกหลากหลาย ชำระผ่านแพลตฟอร์ม ราคาอยู่ที่สภาพและความต้องการ จัดส่งมั่นใจได้ กลุ่มและคอมมูนิตี้ มีให้เลือกเยอะ ราคาดี มีให้บิดกับพ่อค้า ความไว้วางใจ ชำระเงิน ส่งของ เร็วช้าอยู่ที่เครดิต

ห้างไอที: ห้างเหล่านี้ หลายๆ แห่งจะมีบรรดาร้านที่มีจำหน่ายอุปกรณ์คอมมือสองอยู่ด้วย จะมีทั้งร้านเล็กและร้านใหญ่ บางร้านก็จะมีหน้าร้านออนไลน์เอาไว้ด้วย คุณสามารถสอบถามข้อมูล ราคา ก่อนจะเข้าไปดูตัวจริงที่ร้าน ข้อดีของการซื้อแบบนี้อยู่ที่ การได้เห็นตัวจริงสินค้า สภาพ มีร้านการันตี หน้าร้านชัดเจน ต่อรองราคาได้ และมั่นใจเรื่องการบริการ แต่อาจจะมีให้เลือกไม่หลากหลาย รวมถึงราคาอาจจะสูงเล็กน้อย เพราะร้านมีค่าใช้จ่าย รวมถึงเราต้องเดินทางไป และบางครั้งก็อาจจะไม่มีของที่เราต้องการ

จอคอมมือสอง

ร้านค้าออนไลน์: ในนี้เราจะรวมเว็บไซต์ที่เป็นตลาดซื้อขายเข้าไปด้วย ซึ่งในบ้านมีให้เลือกเข้าไปช้อปมากมายเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น Shopee, Lazada, Kaidee หรือ Pantipmarket เป็นต้น ข้อดีของร้านค้าเหล่านี้คือ แพลตฟอร์มที่ช่วยในการจัดการ ตั้งแต่ คัดกรองสินค้า ผู้จำหน่าย รวมถึงการค้นหา การชำระเงิน ส่วนใหญ่จะปลอดภัย สะดวก แต่ที่เหลือคือ ผู้ซื้อและผู้ขาย ต้องเช็คสินค้าและดูรายละเอียดให้ครบถ้วน ก่อนจ่ายเงิน และหลังจัดส่ง รวมถึงมีสินค้าให้เลือกหลากหลาย สอบถามรายละเอียดในแต่ละร้านได้โดยไม่ต้องโทรหา หรือเดินหาด้วยตัวเอง แค่แชทผ่านช่องทางที่กำหนด ทำราคาได้ค่อนข้างดี มีระบบจัดส่งที่วางใจได้ แต่คุณจะไม่ได้เห็นสินค้าแบบสัมผัสได้ หรือว่าทดสอบได้นั่นเอง

จอคอมมือสอง

Group หรือ Community: ส่วนใหญ่จอคอมมือสองจะเป็นกลุ่มใน Facebook ที่มักรวมกันเป็น Community ที่มีคนที่เป็นสมาชิกที่ชื่นชอบในสินค้าหรืออุปกรณ์แบบเดียวกัน เช่น กล้อง การ์ดจอ คอมพิวเตอร์ รวมถึงจอคอมด้วยเช่นกัน ข้อดีของ Community แบบนี้คือ ไม่ใช่แค่การมองหาแล้วซื้อ แต่คุณยังเปิดรับสินค้า ให้ผู้ขายเข้ามานำเสนอได้ บางครั้งแข่งกันเรื่องราคา ผู้ซื้อก็จะได้ราคาพิเศษไป แม้จะเป็นข้อดี แต่ก็ต้องยอมรับว่า ผู้ซื้อก็ต้องรับความเสี่ยงด้วยเช่นกัน เพราะกลุ่มไม่ได้เป็นแพลตฟอร์ม การคัดกรองค่อนข้างยาก มีทั้งผู้ที่จำหน่ายจริง และคนที่ไม่สุจริตเข้ามาแฝงอยู่ด้วยเช่นกัน ขั้นตอนที่สำคัญคือ การชำระเงิน การส่งของ จนกว่าจะถึงปลายทาง เพราะโอกาสที่ผิดพลาดก็มีสูง จากเคสต่างๆ เช่น โอนเงินแล้ว แต่ไม่ส่งของ ส่งของไม่ตรงกับที่สั่งซื้อ ส่งของเสียมาให้ หรือบางครั้งก็เป็นการหมุนเงินก่อน กว่าจะส่งของก็เป็นเดือนๆ หรือบางทีก็ไม่ส่ง การติดตามก็ยาก ช่วงหลายปีมานี้ ก็มีการใช้วิธี Verify ตัวบุคคล การสร้างเครดิตผู้ขาย รวมถึงการชำระแบบผ่านกลางแอดมินเป็นต้น

ห้างไอที ร้านค้าออนไลน์ Group หรือ Community
ความสะดวก ต้องเดินทางไป ดูข้อมูลง่าย ดูข้อมูลง่าย
ความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับช่วงเวลา มีหลายร้านให้เลือก มีผู้ค้าจำนวนมาก
เช็คสินค้า เช็คได้ทันที ดูจากภาพ วีดีโอ ดูจากภาพ วีดีโอ
การชำระเงิน สะดวกจ่ายได้เลย หลายช่องทางตามสะดวก ขึ้นอยู่กับผู้ขาย
การจัดส่ง รับกลับได้ทันที รอร้านตามกระบวนการ ช้า/เร็ว อยู่ที่ความรับผิดชอบผู้ขาย
การรับประกัน เช็คได้ที่ร้าน ตามเงื่อนไข ตามที่ตกลงกับผู้ขาย
ความเชื่อมั่น มีหน้าร้านอุ่นใจ มีแพลตฟอร์มคืนได้ อยู่ที่เครดิตและความรับผิดชอบ
ราคา บวกจากปกติอยู่บ้าง ตามกลไกตลาด ถูก แพงอยู่ที่จังหวะและความต้องการ

เลือกอย่างไร?

ก่อนจะเลือกจอคอมมาใช้งาน ก็ต้องดูจากความต้องการของตนเองก่อนว่า อยากได้จอแบบไหน มาใช้งานอะไรบ้างในชีวิตประจำวัน ก่อนที่จะไปส่องจอคอมมือสอง เพราะจอแต่ละแบบก็มีคาแรคเตอร์ที่ไม่เหมือนกัน อีกทั้งราคาก็จะต่างกันด้วย เราไปดูกันก่อนว่าจอแบบไหน มีลักษณะอย่างไร

จอคอมมือสอง

จอคอมใช้งานทั่วไป: โดยพื้นฐานจะใช้สำหรับงานทั่วไป เช่นงานเอกสาร การเรียนรู้ หรือทำรายงาน แต่งภาพบ้าง สามารถใช้จอใหญ่ระดับ 24″-27″ ได้ ความละเอียด Full-HD และมีฟีเจอร์ถนอมสายตา เช่น Low Blue Light อัตรารีเฟรชเรตพื้นฐาน 60Hz อาจจะรองรับ HDR ได้บ้าง พาแนล IPS ปรับแต่งได้บ้าง แต่อาจไม่ถึงขั้นมี Game Mode ราคาจะไม่ค่อยสูง เหมาะกับการใช้งานภายในบ้าน หรือสำนักงาน

จอคอมทำงานเฉพาะทาง: จอคอมในกลุ่มนี้ ต้องการขอบเขตสี และความแม่นยำของสีสูง เพื่อให้สอดคล้องกับการทำสื่อสิ่งพิมพ์หรืองานด้านการออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นกราฟิก 3 มิติ แอนิเมชั่น คอมพิวเตอร์กราฟิก รวมถึงงานด้านภาพ ตัดต่อวีดีโอ ดังนั้นสิ่งที่จำเป็นคือ จอต้องมีการแสดงภาพที่แม่นยำ สีสันคมชัด มองเห็นในมุมต่างๆ ได้ไม่ผิดเพี้ยน ปัจจุบัน เช่น มีขอบเขตสีครอบคลุมระดับ 100% sRGB พร้อมความแม่นยำของสี Delta E (ΔE) < 2 (น้อยกว่า 2) ความละเอียดสูง เพื่อให้รองรับงานและแอพพลิเคชั่นได้ดี เช่น 2K หรือ 4K มีความสว่างสูง ลดแสงสะท้อน การมีอัตรารีเฟรชเรตสูง ก็ถือว่าตอบโจทย์ได้ดีเช่นกัน แต่ด้วยศักยภาพที่เหนือกว่าจอทั่วไป ก็ทำให้ราคาของจอภาพพุ่งสูงกว่าจอแบบอื่นๆ

จอคอมมือสอง

จอคอมเล่นเกม: Gaming monitor เป็นจอคอมที่เราเห็นได้บ่อย เมื่อค้นหาคำว่า จอเกมมิ่ง จอเล่นเกมนี้จะต่างจากแบบทั่วไปในหลายด้าน ว่ากันตั้งแต่พื้นที่แสดงผล ตั้งแต่ 24″ ขึ้นไป หากคุณอยากใช้จอใหญ่ 27″-29″ อาจจะยังไม่ทำให้คุณต้องถอยร่นจากจอมากนัก เห็นได้เต็มตายิ่งขึ้น รวมถึงความละเอียด ส่วนใหญ่อยากได้ฟีเจอร์ครบ เทคโนโลยีจัดเต็ม 24″ Full-HD เป็นตัวเริ่มต้น แต่ถ้าเครื่องคอมคุณแรงพอ การ์ดจอเทพ จัดไป 2K (1440p) และ 4K (2160p) แต่อย่าลืมอัตรารีเฟรชเรตที่สูงขึ้น เริ่มต้นที่ 144Hz จะเพิ่มอรรถรสในการเล่นได้ดีทีเดียว

จอคอมมือสอง

นอกจากนี้หากคุณเลือกจอที่มีการปรับแต่งเพิ่มได้ เช่น Game Mode ให้เลือก รวมถึงเทคโนโลยีสนับสนุน เช่น nVIDIA G-Sync หรือ AMD FreeSync เป็นต้น เช่นเดียวกับฟีเจอร์ที่ติดกับตัวจอมาด้วย ในการช่วยให้การเล่นเกมสนุกหรือได้เปรียบมากขึ้น เช่น Crosshair หรือ Night Vision เป็นต้น และที่สำคัญถ้าได้ปุ่มที่ปรับแต่ง OSD ได้ง่าย ยิ่งใช้ซอฟต์แวร์ปรับแต่งได้ก็จะดีไม่น้อย แต่ทั้งหมดนี้ ส่วนใหญ่จะมาพร้อม Gaming monitor ที่ราคาค่อนข้างสูงเลยทีเดียว

จอคอมมือสอง

จอคอมสำหรับความบันเทิง: จะเน้นไปที่จอคอมที่มีพื้นที่แสดงผลขนาดใหญ่ ให้ความละเอียดสูง และมีสีสันสดใส ไม่จำเป็นต้องมีอัตรารีเฟรชเรตที่สูงมาก แต่ให้การสนับสนุนด้านภาพที่ดี มีความสว่างสูง และมุมมองที่กว้าง เพื่อการรับชมได้อย่างชัดเจน ซึ่งรวมถึงพาแนลแบบ IPS ปัจจุบันก็มีเทคโนโลยีใหม่ๆ มากมาย บนจอกลุ่มนี้ ไม่ว่าจะเป็น OLED, Mini OLED, QuantumDot เป็นต้น ที่นอกจากจะให้ความคมชัดสดใส สีดำดำสนิทแล้ว ก็ยังสนับสนุนหรือได้ Certified DisplayHDR ที่ทำให้การแสดงผลมีความกลมกลืนสวยสมจริง ให้ขอบเขตสีที่กว้าง และผู้ใช้ยังสามารถเลือกโหมดการแสดงผลให้เข้ากับการใช้งานได้อีกด้วย สนนราคาก็ขึ้นอยู่กับพาแนลที่ใช้และเทคโนโลยีที่เติมเข้ามานั่นเอง


เช็คสภาพจอได้อย่างไร?

เมื่อได้รับจอคอมมาแล้วต้องเช็คอะไรบ้าง? เป็นคำถามที่น่าสนใจ สำหรับคนที่ซื้อจอมือสองมาใช้ โดยเฉพาะคนที่ซื้อแบบออนไลน์ และไม่ได้ทดสอบมาก่อน แนะนำว่าให้รีบทดสอบก่อนภายใน 7 วัน ที่มักจะเป็นประกันแบบสากล มีความผิดปกติจะได้แจ้งกับผู้ขายให้ได้รับทราบก่อน เผื่อว่าอาจจะต้องส่งคืน หรือส่งเคลม (อย่างไรก็ดี ย้ำกันอีกทีว่า การซื้อของมือสอง ก็อาจจะไม่ได้ใหม่กริ๊บ สวยไร้ริ้วรอยเสมอไป ยกเว้นว่าคุณได้มาครอบครอง ก็ถือว่าโชคดีสุดๆ)

จอคอมมือสอง

สภาพโดยทั่วไป น่าจะเป็นสิ่งที่เห็นได้ง่ายที่สุด ก่อนจะไปดูสิ่งอื่นๆ ว่ากันที่ กรอบจอ ไม่อ้า ไม่กางออก ไม่แตกหัก งานประกอบเรียบสนิท ไม่มีคราบกาวไหลเยิ้ม อย่างน้อยถ้าเป็นงานซ่อม ก็ต้องออกมาดี รวมถึงด้านหลังจอ ควรยึดกับฐานได้แน่น ไม่หลวมหลุดแกว่งไปมา ซึ่งจะบอกถึงความแข็งแรงได้ดี

จอคอมมือสอง

ฐานขาตั้ง ข้อต่อ ขาตั้งจอควรมีความแข็งแรง รองรับน้ำหนักได้ หากเป็นจอที่ปรับมุม ก้ม-เงย, หันซ้าย-ขวา, หรือ Pivot ได้ ก็ควรให้เป็นไปตามนั้น ยกเว้นว่าคุณยอมรับสภาพนั้นอยู่แล้ว เพื่อราคาที่ถูกลงมากๆ ก็เป็นข้อยกเว้น เพราะอย่าลืมว่า เวลาที่ใช้งาน สายตาคุณจะไม่แกว่งไปตามจอภาพนั่นเอง

จอคอมมือสอง

ปุ่มปรับแต่ง สำคัญมากๆ สำหรับการใช้งาน เพราะบางครั้งคุณต้องปรับเลื่อนเลือกฟังก์ชั่น เพิ่ม-ลดความสว่าง หรือการเปลี่ยนโหมดการใช้งาน บางรุ่นมีแค่ OSD settings มาให้ แต่ไม่ได้มีซอฟต์แวร์ หากปุ่มเสียไปกด เลื่อน เลือกไม่ได้ ก็จะปรับอะไรไม่ได้เลย จึงต้องเช็คให้แน่ใจ

จอคอมมือสอง

พอร์ตสัญญาณ ควรจะต้องใช้ได้ทุกช่อง ให้ต่อสายจากคอมมาเช็คในทุกๆ พอร์ต ไม่ว่าจะเป็น VGA, DVI, HDMI หรือ DisplayPort บางรุ่นมี USB Type-A, Type-C สำหรับ PD Charging หรือช่อง Audio-Out มาอีกด้วย วันนี้คุณอาจไม่ได้ใช้ แต่วันข้างหน้าก็ไม่แน่ ยิ่งมีฟีเจอร์ KVM หรือ Display-Out ต่อจอเสริมได้ ก็ควรจะต้องใช้งานได้ตามปกติ

จอคอมมือสอง

ระบบไฟ ตรงนี้ก็เป็นเรื่องที่จำเป็น ไม่ว่าจะใช้อแดปเตอร์ตัวแปลงไฟ หรือต่อสาย Powercord ต่อตรงก็ตาม ต้องแน่น ไม่หลุดหลวม เพราะโอกาสที่เกิดการลัดวงจร หรือภาพดับบ่อยๆ สามารถส่งผลเสียต่อการใช้งานอยู่ไม่น้อยเลย

จอคอมมือสอง

อุปกรณ์เสริม บางครั้งอาจจะครบ หรือไม่ครบ ก็ไม่ได้เป็นประเด็น แต่สิ่งที่ควรมี ก็ต้องมี เช่น น็อตสกรูสำหรับยึดจอเข้ากับขาตั้ง หรือสายไฟ สายสัญญาณ ในส่วนอื่นๆ ที่เสริมมานั้น ก็แล้วแต่กรณีไป ซึ่งถ้าเป็นเฉพาะของจอรุ่นนั้นๆ ก็ควรต้องสอบถามผู้ขายให้แน่ใจ

จอคอมมือสอง

หลังจากที่เช็คสภาพจอโดยทั่วไปแล้ว ก็ได้เวลาเช็คสิ่งสำคัญ นั่นคือการแสดงผล แม้จะเป็นจอคอมมือสอง แต่ก็ควรจะอยู่บนพื้นฐานของการใช้งานได้จริง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความสว่าง ภาพที่คมชัด ไม่มี Dead/Bright dot จนรบกวนการใช้งาน ไปจนถึงไม่มีเส้น แตก ลายเมื่อใช้งานต่อเนื่อง เป็นต้น แล้วจะเช็คได้อย่างไร?

เช็คบนวินโดว์ เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการตรวจเช็ค ด้วยการเปิดจอในหน้า Desktop ว่างๆ ด้วยการคลิ๊กขวาบนเดสก์ทอป จากนั้นเลือก View > เอาเครื่องหมายหน้า Show icon ออก แล้วเปลี่ยนสีของหน้าจอ ไปเป็นสีต่างๆ แล้วสังเกตสิ่งเหล่านี้

จอคอมมือสอง
  • เปิดหน้าจอสีขาว ต้องไม่มีจุดดำหรือ Dead pixel หรือถ้ามีมากสุดแค่จุดเดียว ก็ทำให้คุณเสียสมาธิและเสียอารมณ์ในการใช้งานได้แล้ว ยกเว้นว่าคุณรับได้
  • เปิดหน้าจอสีดำ ต้องไม่มีจุดสะดุดตา สีขาวหรือสีแดง ที่เป็น Hot pixel หรือ Bright pixel เพราะจะอารมณ์เดียวกันกับ Dead pixel และเป็นไปได้ว่า จะมีแนวโน้มเกิดขึ้นเพิ่มได้อีกด้วย
  • ไม่มีเส้นในแนวยาว หรือแนวตั้งปรากฏให้เห็น ไม่ว่าจะตอนเปิดจอใหม่ๆ หรือใช้งานไปนานๆ ก็ตาม
  • อาการแสงรั่ว ตรงนี้อยู่ที่การผลิตจอ ซึ่งเราแทบจะไม่เห็นกันในจอรุ่นใหม่ๆ ถามว่าน่ากังวลมั้ย ก็อาจจะมีอยู่บ้าง เมื่อเราใช้ในสภาพแวดล้อมที่มืดๆ ตรงจุดที่รั่วออกมาเยอะ อาจทำให้ความชัดลดลง และมีความรำคาญบ้างในบางครั้ง ซึ่งหากคุณงบน้อยจริง ต้องซื้อจอรุ่นเก่า พอรับได้ก็ดี แต่ถ้าจะซื้อจอกลางเก่ากลางใหม่ ก็ให้สังเกตเอาไว้หน่อยครับ รั่วเล็กน้อย แค่ขอบมุม พอได้ แต่ถ้ารั่วออกมากินพื้นที่จอเยอะเกินไป ก็ลองคุยกับผู้ขายดูอีกที

แต่ถ้าในกรณีที่ไม่แน่ใจจอคอมมือสองที่ได้มานี้ ใช้งานได้ดีมั้ย อยากจะเช็คการแสดงผลให้ละเอียดไปกว่านั้น ก็สามารถใช้ซอฟต์แวร์ทดสอบมาเป็นตัวช่วยได้ เรียกว่า DPT หรือ Dead Pixel Tester ดาวน์โหลดได้ ที่นี่ โปรแกรมนี้สามารถแสดงผลให้เราทราบได้เลยว่า มีความผิดปกติใด เกิดขึ้นกับจอคอมมือสองที่ซื้อมาบ้าง ไม่ใช่แค่ Dead/ Hot/ Bright Pixel เท่านั้น แต่การแสดงผลสีขาว/ ดำ หรือวงกลม สมดุล เส้นขอบแนว ก็ทำได้หมด จากตัวอย่างที่เรานำมาให้ชมนี้

จอคอมมือสอง ซื้อได้ ควรระวัง
สภาพโดยรวม ไม่แตกร้าว เบี้ยวหัก เสียหาย แตก งอ ชิ้นส่วนหาย
ขาตั้ง ฐาน รับน้ำหนักจอได้ สมดุล ปรับหมุนปกติ เอียง พับ เขย่าหรือเสียสมดุลเมื่อใช้
จอภาพ แสดงผลชัดเจน สว่าง สีสดใส ไม่มัว ภาพคมชัด ไม่กระพริบ จอสีเหลือบ มีเส้น หรือ Dead pixel เยอะ
พอร์ต ใช้งานได้ครบ ต่อพ่วงได้ตามปกติ พอร์ตเสีย สัญญาณขาดหาย ขั้วต่อเบี้ยง เอียง เสียบไม่แน่น
ปรับแต่ง ปุ่มใช้งานปกติ ตั้งค่าการทำงานได้ เปิด OSD settings ไม่ได้ ปุ่มพัง กดไม่ติด
เสียง เสียงดัง ฟังชัด ไม่ขาดหาย เสียงแตก ติดๆ ดับๆ
ประกัน ประกันศูนย์ ประกันร้าน ประกันใจ

Conclusion

จอคอมมือสอง

นอกจากคอมมือสอง จอคอมมือสองก็เป็นอีกสิ่งที่น่าสนใจ สำหรับคนที่งบประมาณจำกัด หรือบางทีอาจจะหามาใช้เป็นจอสำรอง และนำไปใช้เป็นจอเสริม ต่อแบบมัลติมอนิเตอร์ได้อีกด้วย แต่จากที่ว่ามาทั้งหมด จะเห็นได้ว่า การมองหาจอคอมให้ได้แบบที่ต้องการ บางครั้งก็ไม่ได้ง่าย และมีความเสี่ยงอยู่ไม่น้อย เมื่อมีการซื้อหาแบบออนไลน์ เพราะหลายท่านก็ไม่สะดวก ที่จะเดินทางไปดูที่ร้าน หรือชอบซื้ออยู่กับบ้านมากกว่า ดังนั้นการพิจารณาตามความเหมาะสม ไม่เร่งรีบ หรือเช็คให้ถี่ถ้วนจะเป็นการดี นอกเหนือจากให้ความสำคัญกับสเปค ความสวยงาม บางครั้งถ้าถึงขั้นจะต้องขอ Live เพื่อดูการใช้งานจริงๆ ได้ ก็คงต้องทำ เพราะเมื่อเงินโอนออกจากคุณไปแล้ว โอกาสจะได้คืนก็จะยากขึ้น ในกรณีที่ปลายทางไม่มีของอยู่จริง หรือเป็นมิจฉาชีพมาหลอกคุณนั่นเอง การเลือกซื้อจากร้านค้าที่มีแพลตฟอร์มก็ช่วยได้ในระดับหนึ่ง หรืออยากจะไปช้อปดูหน้าร้าน จ่ายเพิ่มอีกหน่อย แต่ได้เห็นของเช็คสภาพได้เลย ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ แต่ถ้าคุณคร่ำหวอดในตลาดมากพอ และรู้ช่องทางซื้อ จะทางไหนก็เลือกหากันได้เลย ตามความสะดวกของแต่ละบุคคลครับ


2nd hand gaming monitor 2023 63

จอคอมไม่ติด ไฟกระพริบ เช็คอาการ แก้ไขใน 7 ขั้นตอนปี 2023

from:https://notebookspec.com/web/684875-select-2nd-hand-display-2023

MSI PRO AP242 All-in-One PC ฟังก์ชั่นครบ แต่งภาพ เทรดหุ้น จบได้ทุกงาน สำนักงานยุคใหม่

MSI PRO AP242 ออลอินวันพีซียุคใหม่ ต่อได้ 3 จอ กล้องชัดลำโพงเสียงจัด ความปลอดภัยสุดล้ำ

MSI PRO AP242

MSI PRO AP242 เป็นออลอินวันพีซี ที่มาแบบครบเครื่อง ราคาเบาๆ เริ่มที่ 2 หมื่นกว่าบาท แต่ได้คอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งจอมาในตัว ขุมพลัง Intel Core i5 Gen12 และแรม 8GB หน้าจอ 24″ Full-HD พาแนล IPS คมชัดและมุมมองที่กว้าง มิติกำลังพอเหมาะ น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายง่าย สะดวกกับการจัดวางบนโต๊ะหรือคนที่มีพื้นที่ทำงานจำกัด พร้อมกล้องเว็บแคม Full-HD และไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน โดยให้ความปลอดภัยมาเต็มพิกัด ไม่ว่าจะเป็นการ สแกนใบหน้าหรือ Tobii Aware รองรับการเชื่อมต่อ WiFi 6 รวมถึงพอร์ตต่อพ่วงมากมาย เช่น USB-C, HDMI และ DP เป็นต้น รองรับการต่อจอภายนอกเพิ่มได้อีก 2 จอและซอฟต์แวร์เสริมการทำงาน ในการตรวจเช็ค ปรับปรุงตั้งค่า เพื่อการใช้งานที่คล่องตัว การรับประกัน 3 ปี พร้อม On-site pickup and return ติดต่อ รับซ่อม และส่งคืน ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย สนนราคาอยู่ที่ 27,400 บาท

MSI PRO AP242 สวยลงตัว งาน บันเทิง


จุดเด่น

Advertisementavw
  • มิติที่บางเบา กระทัดรัด เคลื่อนย้ายสะดวก
  • มาพร้อมความปลอดภัยครบครัน
  • รองรับการสแกนใบหน้าเข้าระบบ
  • กล้องเว็บแคม Full-HD
  • มีระบบรักษาความเป็นส่วนตัว Tobii Aware
  • ลำโพงด้านหลัง ให้พลังเสียงในระดับที่ดี
  • รองรับการต่อจอภายนอกเพิ่มได้
  • มีพอร์ต USB-C
  • ประกอบง่าย ไม่ต้องใช้เครื่องมือ
  • มี Windows 11 Home มาในตัว
  • รับประกัน 3 ปี พร้อม On-site pickup and return

ข้อสังเกต

  • พอร์ต USB ความเร็วสูงอยู่ด้านหลัง การต่ออุปกรณ์ต้องขยับเล็กน้อย
  • ถ้าเพิ่มแรมเป็น 16GB จะทำให้ไหลลื่นมากขึ้น
  • การปรับ OSD ต้องใช้ร่วมกับซอฟต์แวร์ Display Kit

Specification

Description
CPU Intel® Core™ i5-12400
OS Windows 11 Home
CHIPSET Intel® H610
STORAGE 1x 256GB M.2 SSD (auto switch)
1x 2.5” HDD / SSD
GRAPHICS Intel® UHD Graphics
PANEL RESOLUTION 23.8″ IPS Grade Panel LED Backlight (1920*1080 FHD) with MSI Anti-Flicker technology
AUDIO SPEAKER 2x 2.5W
I/O 1x USB 3.2 Gen 2 Type C
1x USB 3.2 Gen 2 Type A
2x USB 3.2 Gen 1 Type A
2x USB 2.0 Type A
1x RJ45
1x HDMI out (2.0)
1x DP out (1.4)
1x Mic-in
1x Line-out
AUDIO Realtek ALC897
LAN Realtek RTL8111H
WIRELESS LAN Intel Wireless AC 3168
Intel Wireless AX201
BLUETOOTH 4.2 (with Intel AC 3168) / 5.2 (with Intel AX201)
WEBCAM Built-in FHD Webcam which supports Windows Hello
Removable webcam cover design
KEYBOARD / MOUSE Optional
AC ADAPTER 120W
ADJUSTMENT (TILT) -5° ~ 20°
NET WEIGHT 4.63 kg / 10.21 lbs
Price 27,400 บาท

รายละเอียดเพิ่มเติม: MSI PRO AP242


Install

MSI PRO AP242

ในปัจจุบันเรียกว่าแทบแยกไม่ออก สำหรับ All-in-One PC กับจอมอนิเตอร์ของทาง MSI เพราะอย่างที่เห็นคือดีไซน์มาบาง กระทัดรัดมากๆ ครับ เรื่องการจัดวางองค์ประกอบ และปุ่มควบคุมที่ถูกซ่อนเอาไว้ ก็ดูลงตัวไม่น้อยเลย แต่หลายคนอาจจะสงสัยว่า การประกอบติดตั้งใช้งาน จะยุ่งยากมั้ย มาดูขึ้นตอนกันครับ

MSI PRO AP242

จากชิ้นส่วนที่มีอยู่ในกล่องนั้น ประกอบด้วยกัน 3 ส่วน ชิ้นหลักอยู่ที่ขาตั้ง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการใช้งาน จะมีสลักที่เป็นล็อคแบบนี้ สำหรับต่อเข้าไปด้านหลังจอ

MSI PRO AP242

เริ่มแรกให้นำชิ้นขาตั้ง วางให้ตรงกับจุดยึดบริเวณด้านหลังของจอ และกดลงไป โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ ตัวล็อคที่อยู่บนขาตั้ง จะทำงานอัตโนมัติ และถ้าต้องการถอดขาตั้งออก ก็เพียงปลดล็อค แล้วดึงออกจากด้านหลังเครื่องได้เลย

MSI PRO AP242

ชิ้นวงกลมที่ให้มาด้วยนี้ ใช้เป็นตัวฐาน ติดตั้งได้แบบไม่ต้องใช้ตัวล็อคเช่นกัน แค่เสียบขาตั้งลงไป แล้วหมุนฐานครึ่งรอบ เมื่อล็อคกันดีแล้ว ก็ใช้งานได้ทันที

MSI PRO AP242

ทั้งหมดทุกชื้นที่นำมาประกอบกัน ไม่ต้องใช้เครื่องมืออื่นใด ที่เหลือจะมีตัวเก็บสายกลมอันเล็กที่สามารถประกบเข้ากับขาตั้ง และเสียบสายเพื่อใช้งานได้เลย

MSI PRO AP242

สำหรับออลอินวันพีซีรุ่นนี้ ใช้ตัวแปลงที่เป็นอแดปเตอร์ 120W @6.15A โดยเป็นแจ๊คหัวกลม ต่อเข้ากับพอร์ตด้านหลังตัวเครื่อง สายที่ให้มาความยาวมากกว่า 3 เมตร ซึ่งช่วยให้คุณจัดการพื้นที่วางได้ยืดหยุ่นมากขึ้น

MSI PRO AP242

นอกจากนี้ในกล่องยังมีเมาส์ คีย์บอร์ดแบบไร้สายในแบบคอมโบ เพื่อนำมาใช้ร่วมกันกับตัวเครื่อง ซึ่งข้อดีคือ ใช้ตัวรับ-ส่งสัญญาณตัวเดียวเท่านั้น ทำให้ประหยัดพอร์ตบนพีซี เพื่อไปใช้งานกับอุปกรณ์อื่นเพิ่มเติมได้

MSI PRO AP242

เมาส์ไร้สายที่ให้มาด้วยนี้โมเดล MA004 ขนาดมาตรฐาน ไม่ได้เป็นไซส์เล็ก จับกระชับมือดีทีเดียว ใช้พลังงานจากถ่านขนาด AAA จำนวน 2 ก้อน แต่ที่ชื่นชอบก็คือ มีสวิทช์เปิด-ปิดการใช้งานมาอีกด้วย


Hardware & Design

MSI PRO AP242

มาในเรื่องดีไซน์ของ MSI PRO AP242 ออกแบบให้ใช้พื้นที่ติดตั้งน้อยลง เพื่อจะได้เหลือพื้นที่ใช้สอยบนโต๊ะมากขึ้น ตัวฐานเป็นแบบวงกลม เส้นผ่านศูนย์กลางแค่ 23cm เท่านั้น และวัดความยาวของจอได้ประมาณ 54cm แต่ผมมองว่าเป็นจอที่กว้าง เพราะออกแบบขอบจอมาให้บาง แทบจะเป็นแบบไร้ขอบ บนหน้าจอระดับ 23.8” เช่นนี้ ทำให้สัดส่วนพื้นที่ในการแสดงผลกับบอดี้มีมากกว่า 80% เลยทีเดียว

ขอบด้านข้างสังเกตได้ว่ามิตินั้นบางพอสมควร ซึ่งเป็นแบบที่ถูกใช้อยู่ในจอของ MSI หลายรุ่น เพื่อให้พื้นที่ในการแสดงผลที่กว้างมากขึ้น

MSI PRO AP242

ขอบด้านล่าง ก็แทบจะเรียกได้ว่า บางเป็นพิเศษ แต่ก็เสริมความแข็งแรงมาด้านใน ทำให้ดูเหมือนเป็นแค่จอภาพ ที่ไม่มีพีซีติดตั้งมาด้านหลังด้วย ซึ่งจากที่เรานำจอ MSI Modern MD241 มาวางคู่กัน เกือบแยกไม่ออกเลยทีเดียว ว่าฝั่งไหนเป็นพีซี มีโลโก้ MSI สีขาววางอยู่ตรงกลาง

MSI PRO AP242

มาดูที่ด้านข้างกันบ้าง จุดหนาสุด ถ้าวัดเฉพาะขอบจอด้านหน้า มาที่ส่วนยื่นบริเวณที่เป็นชุดคอมทางด้านหลัง ความหนาประมาณ 5.5cm เท่านั้น โดยขาตั้งให้สมดุลได้ค่อนข้างดี เพราะไม่โยกคลอนได้ง่าย และรองรับการปรับได้รูปแบบเดียวคือ มุมก้ม-เงย อยู่ที่ระกับ -5 – 20 องศา ซึ่งพอให้การใช้งานบนโต๊ะทำงานได้สะดวกในระดับหนึ่ง

MSI PRO AP242

แม้ว่าการปรับเลื่อนจะได้เพียงมุมก้ม-เงย แต่ด้วยความเบาของตัวเครื่องที่อยู่ราวๆ 4Kg. และ MSI ยังดีไซน์ตัวฐาน ให้เอียงเล็กน้อย ทำให้คุณจับตัวเครื่องหันซ้าย-ขวาได้ไม่ยาก ทดแทนการปรับตัวหมุนที่ฐานได้ดีทีเดียว

MSI PRO AP242

กล้องเว็บแคมที่ติดตั้งมาบน MSI PRO AP242 All-in-One PC เครื่องนี้ ให้ความละเอียดระดับ Full-HD มีความคมชัดสูง ซึ่งมาพร้อมเซ็นเซอร์ที่วางใกล้กัน สำหรับตรวจเช็คการเคลื่อนไหว รวมถึงไมโครโฟนในการตัดเสียงรบกวนในการสนทนาได้ดีเลย

MSI PRO AP242

เชื่อว่าหลายคนก็ให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัย ในการเลือกใช้พีซีสักเครื่อง คงไม่ได้หยุดแค่การ กรอกพาสเวิร์ดแล้วเข้าใช้งานได้เลย เพราะบางคนก็แอบมองรหัสเรา ก็แอบใช้ได้แล้ว MSI PRO AP242 มีระบบ Log-in ได้ทั้ง ใส่รหัสหรือการสแกนใบหน้าด้วยกล้องเว็บแคม ผ่านทาง Windows Hello นั่นเอง

Tobii Aware

MSI PRO AP242

แต่นอกเหนือจากระบบความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน อย่างการตั้งรหัสเข้าเครื่อง หรือการสแกนใบหน้าแล้ว MSI ยังได้เสริมความปลอดภัยไปอีกขั้น ด้วยฟีเจอร์ที่เรียกว่า Tobii Aware ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่ทำงานร่วมกับกล้องเว็บแคมของ MSI ในการเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับผู้ใช้ได้มากขึ้น ด้วยเงื่อนไขหลักๆ คือ

  • Privacy Screen – เมื่อคุณไม่ได้นั่งอยู่หน้าเครื่อง ระบบจะเบลอหน้าจอให้ทันที และจะกลับมาชัดเหมือนเดิม เมื่อคุณเข้ามานั่งใช้งาน แต่จะเพิ่มความปลอดภัยไปอีกชั้น นั่นคือ ระบบจะ Lock Windows ทันที เพื่อไม่ให้ผู้อื่น มาแอบเข้าใช้งานได้ ซึ่งตรงนี้ ไม่ต้องกลัวว่าจะเสียเวลาล็อคอินใหม่ เพราะแค่คุณมาอยู่ตรงหน้ากล้อง ระบบก็เปิดให้พร้อมใช้งานได้แล้ว
  • Peeker Detection – และเป็นเรื่องปกติที่เมื่อคุณนั่งหันหน้าเข้าคอม บางคนที่อาจจะไม่ประสงค์ดี แอบยื่นหน้ามาดูจอได้ ระบบนี้จะทำให้หน้าจอเบลอ เมื่อกล้องตรวจพบว่ามีใบหน้าเข้ามาใกล้หน้าจอ หรือยู่ด้านหลังของคุณ
  • Auto Lock Windows – ระบบนี้จะช่วยเสริมการทำงานของ Privacy Screen ด้วยการ Lock หน้าจอให้ทันที เมื่อคุณเดินออกไปจากหน้าคอม โดยผู้ใช้เลือกเวลาได้ว่า จะให้ล็อคหลังจากที่ออกไปจากหน้าจอเมื่อไร มีให้เลือกตั้งแต่ 0-5 นาที
MSI PRO AP242

ตัวอย่างดังเช่นภาพด้านบนนี้ เมื่อคุณออกห่างจากหน้าจอ ระบบจะทำการเบลอหน้าจอให้ทันที หรือในกรณีที่มีคนจะแอบใช้คอมของคุณ เมื่อไม่อยู่ที่โต๊ะ ระบบก็จะเบลอหน้าจอเช่นเดียวกัน เรียกว่าเป็นความปลอดภัย 2 ชั้น กรณีที่คุณซีเรียสกับความเป็นส่วนตัว

MSI PRO AP242

MSI ให้กล้องเว็บแคมความละเอียด Full-HD ภาพคมชัด เห็นรายละเอียดได้ครบ รองรับ Windows Hello ล็อกอินด้วยใบหน้า และยังมีของเล่นเล็กๆ มาให้ครับ Webcam Cover สำหรับคนที่ใช้กล้องเว็บแคมเป็นประจำ และต้องการความเป็นส่วนตัว ไม่ต้องกลัวใครมา Hack กล้องเว็บแคมคุณได้ ดูมินิมอลดีทีเดียว

MSI PRO AP242

ด้วยความเป็น ออล-อิน-วันพีซี ข้อดีก็คือ รวมคอมพิวเตอร์และจอเอาไว้ด้วยกันแล้ว จึงประหยัดพื้นที่บนโต๊ะไปได้มากทีเดียว เหลือพื้นที่ให้คุณใช้งานได้อีกมากมาย โดยเฉพาะคนที่มีห้องเล็กๆ หรือต้องทำงานบนโต๊ะมาตรฐาน 120cm นอกจากนี้ ยังไม่ต้องต่อสายต่างๆ ให้วุ่นวาย อย่างเช่น MSI PRO AP242 เครื่องนี้ มีทั้ง WiFi, กล้องเว็บแคม และจอคอมในตัวอยู่แล้ว ที่เหลือก็แค่ต่อ สายไฟ AC เข้ากับเครื่องเท่านั้น ก็ใช้งานได้ทันที


Screen & Speaker

MSI PRO AP242

จอ IPS ที่มากับ MSI เครื่องนี้ มองเห็นได้ชัด ด้วยมุมมองที่กว้าง ให้ความละเอียดที่ระดับ Full-HD 1080p และยังเป็นจอแบบ Anti-Glare ลดแสงสะท้อน เข้ากับการใช้งานในออฟฟิศได้ดีเลยทีเดียว หรือจะใช้ใกล้กับบริเวณที่มีแสงมาก ก็ยังมองเห็นได้ชัด รองรับกับแอพพลิเคชั่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานเอกสาร ดูหนัง หรือแม้กระทั่งการตกแต่งภาพ หรือท่องอินเทอร์เน็ตก็ตาม

MSI PRO AP242

ท่องเว็บ เล่นอินเทอร์เน็ตและเทรดหุ้น น่าจะเป็นสิ่งที่ผู้ใช้งานหลายคน เลือก ออลอินวันพีซีมาใช้ในชีวิตประจำวัน เพราะสะดวก จบในตัวและได้จอใหญ่ ไม่ต้องไปซื้ออะไรเพิ่ม กับการแสดงผลถือว่า 24″ กำลังดี ให้พื้นที่แสดงผลข้อมูลกว้างขวาง เรียกว่าแค่กรอกตาไปมา ก็มองได้ทั่ว เรื่องความคมชัดและสีสันสดใส ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญ เพราะไม่ว่าจะใช้ดูหุ้น กราฟ รวมถึงต้องมองเห็นรายละเอียดได้ชัดเจน จุดที่น่าสนใจคือ สามารถเปิดดูกราฟ และข้อมูลการเทรดไปพร้อมๆ กัน หรือจะแบ่งหน้าจอ เพื่อดูข่าว และเทรดคริปโตไปพร้อมกันได้ ประสิทธิภาพแรงพอสำหรับการใช้งานมัลติทาส์กได้ดีทีเดียว

MSI PRO AP242

ชมภาพยนตร์และการสตรีมมิ่ง ในด้านความบันเทิงสีสันที่สดใสคือหัวใจของจอบนออลอินวันจาก MSI เครื่องนี้ก็ว่าได้ เพราะไม่เพียงให้แค่ภาพที่คมชัด แต่ยังเลือกการแสดงผลได้อย่างเต็มตา ยิ่งเป็นวีดีโอในแบบ Full screen และปรับแสงที่เหมาะสมบน OSD ในโหมด Cinema ก็ได้ความสว่างสดใสมากขึ้น และหน้าจอแสดงผลเอง ยังรองรับการปรับ HDR ได้อีกด้วย การดูวีดีโอสตรีมมิ่งบอกได้เลยว่า ภาพดูสดใสและแสงที่ได้มีความอิ่มมากขึ้น แบบที่แทบจะไม่ต้องไปแตะกับค่าอื่นๆ เลย

MSI PRO AP242

ในแง่ของการทำงาน หน้าจอขนาด 24″ เช่นนี้ ก็เหมาะกับการใช้งานพื้นฐานต่างๆ ได้ไม่ยาก หากเป็นงานเอกสาร ซอฟต์แวร์สำนักงาน ให้คุณลองปรับ Scale ของหน้าจอได้อย่างเหมาะสม จากเดิม 100% โดยส่วนตัวมองว่าเป็นหน้าจอที่กำลังพอเหมาะ ซึ่งมองเห็นฟอนต์ได้ง่าย รวมถึงการทำงานในด้านของภาพหรือวีดีโอ ก็อยู่ในระดับที่ดี แต่อาจจะไม่ได้กว้างขนาดที่เวลาคุณวาง Tools ต่างๆ จะมองเห็นได้ครบทุกจุด แต่ก็แนะนำว่าให้ลองปรับขนาดของ Font เล็กลงอีกหน่อย ก็จะทำให้ใช้งานด้านนี้ได้ดียิ่งขึ้น

MSI PRO AP242

อย่างไรก็ดีหากคุณมองว่ายังได้พื้นที่การทำงานบน ออลอินวัน MSI รุ่นนี้ไม่เต็มอิ่ม หรืออยากได้จอส่วนต่อขยาย สำหรับใช้งานอื่นๆ ด้วย เช่น การแสดงหน้าจอพรีวิวฟุตเทจวีดีโอ หรือจะให้โชว์ไฟล์บน File Explorer ไว้ใช้งาน หรือการเปรียบเทียบเอกสาร MSI PRO AP242 รุ่นนี้ สามารถต่อจอแสดงผลผ่านทาง HDMI ได้อีกด้วย อย่างเช่น ในครั้งนี้เราได้จอ MSI Modern MD241 มาใช้งานร่วมกัน ซึ่งดูลงตัวมากขึ้น

MSI PRO AP242

เพราะจอรุ่นนี้ นอกจากจะให้ความละเอียดระดับ 1080p แล้วยังมาพร้อมกับคุณภาพในด้านการแสดงผลสูง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความแม่นยำสี และเทคโนโลยีถนอมสายตา ที่สำคัญยังรองรับการปรับหมุนในแนวต่างๆ ได้ครบ ไม่ว่าจะเป็น ก้ม-เงย, ปรับความสูง, หันซ้าย-ขวา และการปรับ Pivot 90 องศา เรียกว่าปรับจูนเข้ากับ

MSI PRO MP242 รุ่นนี้ เค้าใส่เทคโนโลยีถนอมสายตามาเต็ม ไม่ว่าจะเป็น การลดแสงสีฟ้า, ลดการกระพริบของจอ และเป็นจอที่ลดแสงสะท้อนมาให้ เอาง่ายๆ ว่าวันนี้คุณจะสามารถเคลียร์เอกสาร ดูหนัง หรือจะเทรดหุ้นกันได้ยาวๆ แบบไม่แสบตา ซึ่งเดิม MSI จะใส่ไว้ในจอระดับงานธุรกิจ และวันนี้ก็เอามาลงในจอทำงาน และใช้ในชีวิตประจำวัน


OSD settings

MSI PRO AP242

โดยพื้นฐานของจอบนออลอินวัน MSI รุ่นนี้ มีปุ่มด้านหลังมาให้ก็จริง แต่ใช้สำหรับเป็นปุ่มเพาเวอร์ และเพิ่ม-ลดความสว่าง แต่ทาง MSI เสริมซอฟต์แวร์อย่าง DisplayKit มาให้ ซึ่งคุณจะสามารถปรับแต่งการแสดงผลของจอได้เหมือนกับการปรับใช้ OSD เลยทีเดียว แต่สะดวกกว่า เพราะใช้เมาส์คลิ๊กเท่านั้น

MSI PRO AP242

ในหน้าแรก Split Window จะให้คุณเลือก Split หน้าต่างโปรแกรมได้ 4 รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น 2 หรือ 4 หน้าต่างบนหน้าจอเดียวกัน

MSI PRO AP242

และยังตั้งค่าในหน้าของ Display ได้อีกด้วย เลือกการปรับแต่งทั้งแนวตั้งหรือแนวนอน ความละเอียด อัตรารีเฟรชเรต ไปจนถึงการแสดงผล

MSI PRO AP242

มาถึงส่วนที่เป็นหัวใจสำคัญของโปรแกรมนี้ และเป็นสิ่งที่ช่วยให้คุณปรับแต่งค่าต่างๆ ของหน้าจอได้ถูกใจ เพราะคุณสามารถเลือกโพรไฟล์การแสดงผลได้ถึง 7 โพรไฟล์ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นใช้งานทั่วไป เล่นเกม FPS, RTS หรือการชมภาพยนตร์และถนอมสายตา แต่ที่น่าสนใจก็คือ ระบบจะให้การปรับเห็นผลในแบบเรียลไทม์ เรียกว่าปรับก็เห็นผลลัพทธ์ได้ทันที ส่วนตัวผมมองว่าสะดวกกว่าการกดปุ่มเยอะเลย

MSI PRO AP242

แท็ป Tools เป็นเครื่องมือที่ช่วยปรับจูนเมาส์ คีย์บอร์ด และการซูม-ย่อขยายหน้าจอ และการจัดการเรื่องสัญญาณภาพต่อภายนอกได้รวดเร็ว คล้ายกับการกด Win+P แต่ทุกอย่างรวมเอาไว้ในที่เดียว ปรับเปลี่ยนได้ง่ายกว่าเดิม

MSI PRO AP242

MSI ก็ให้จอระดับคุณภาพมาบน ออลอินวันพีซี รุ่นนี้ด้วย เพราะให้ค่า Gamut Volume ไปถึง 98.5% sRGB แสดงให้เห็นถึงความเป็นจอ High Gamut ที่เป็นจอระดับ Creator ได้ในระดับเริ่มต้น และยังได้ค่า Delta-E น้อยกว่า 2 จัดว่ามีความเที่ยงตรงของสีมากพอสมควร รองรับการใช้งานด้านภาพและวีดีโอพื้นฐานได้ดี เช่น การพรีเซนเทชั่นงานวีดีโอ และการทำชิ้นงาน เพื่อนำเสนอและงานพิมพ์ให้กับงานลูกค้าได้ในระดับหนึ่ง

MSI PRO AP242

ด้วยระบบเสียง dts ที่มาบน MSI PRO AP242 รุ่นนี้ จัดว่าเร้าใจเลยทีเดียว โดยเฉพาะการชมภาพยนตร์แนวแอ็คชั่นไซไฟ ไม่ว่าจะเป็น Avenger: End Game, Transformer หรือใครชอบแนวยกพลขึ้นบก อย่าง Saving Private Ryan ที่จัดว่าระทึกเร้าใจ แต่แนะนำว่า หากจะให้เสียง มีความแน่นทุ้ม ลองขยับจอเข้าไปใกล้ผนังสัก 15-20cm จะได้อรรถรสในการฟังมากขึ้น


Keyboard & Mouse

MSI PRO AP242

เมาส์และคีย์บอร์ดไร้สาย ที่มีมาให้ใช้งานคู่กับ MSI ดูลงตัวกับการใช้งานได้ดีทีเดียว เพราะใช้ USB Receiver เพียงตัวเดียวเท่านั้น ทำให้โต๊ะทำงานของคุณดูโล่ง สะอาดตา และมีที่วางของอย่างอื่นได้อีกมากมาย

MSI PRO AP242

เมาส์ไร้สายรุ่นนี้ มาในมิติกำลังพอเหมาะถนัดมือสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป แต่เคลื่อนไหวได้สะดวก โดยเฉพาะกับคนที่ชอบเมาส์เบาๆ ตอบสนองได้ดี ใช้ถ่าน AAA จำนวน 2 ก้อนเท่านั้น เท่าที่ลองก็ใช้งานกันแบบยาวๆ หรือจะพกไปใช้กับโน๊ตบุ๊คนอกบ้านก็ได้นะ พกพาใส่กระเป๋าไปได้ไม่เกะกะ

MSI PRO AP242

สำหรับมือผู้รีวิวเอง ก็ประมาณนี้เลยขนาดกำลังดี และมีปุ่มด้านข้างมาให้ เลือกใช้งานหรือ Undo ได้ตามสะดวก ปุ่มคลิ๊กเสียงดังเล็กน้อย แต่ก็นุ่มนวล เช่นเดียวกับ Scroll wheel ที่ทำขึ้นมาให้ใช้งานถนัดมือ

MSI PRO AP242

คีย์บอร์ดไร้สายตัวบาง ขนาดกระทัดรัด แต่ก็มี Number Pad มาให้ พร้อมปุ่มขนาดใหญ่ ที่ให้การกดที่แม่นยำ และมีปุ่มฟังก์ชั่นมัลติมีเดียมาให้ใช้ เช่น เพิ่ม-ลดเสียง, Play/ Pause หรือจะ FW/RW รวมถึงไฟสถานะ การตอบสนองอยู่ในระดับที่ดี กดไม่ต้องลึก เหมาะกับคนที่ชอบการพิมพ์สัมผัส รวมถึงคนที่เล่นอินเทอร์เน็ต คีย์หาข้อมูลเป็นประจำ


Connector

MSI PRO AP242

สำหรับพอร์ตต่อพ่วง มีให้ใช้งานอย่างครบครันเลยทีเดียว ส่วนหนึ่งเพราะความเป็นพีซี ไม่ได้เป็นจอแสดงผลเพียงอย่างเดียว เลยทำให้ไม่ต่างไปจากคอมพิวเตอร์พีซี หรือโน๊ตบุ๊คมากนัก เหมาะทั้งการใช้งานทั่วไปในบ้าน สำนักงานหรือธุรกิจส่วนตัว ไม่ว่าคุณจะมีฮาร์ดไดรฟ์ต่อภายนอก พรินเตอร์ แฟลชไดรฟ์ เพราะมีพอร์ต USB Type-A ให้รวม 5 พอร์ตด้วยกัน หรือจะใช้ต่อจอเพิ่ม เพื่อขยายพื้นที่การทำงาน ด้วยพอร์ต HDMI และ DisplayPort

  • 1x USB 3.2 Gen 2 Type C
  • 1x USB 3.2 Gen 2 Type A
  • 2x USB 3.2 Gen 1 Type A
  • 2x USB 2.0 Type A
  • 1x RJ45
  • 1x HDMI out (2.0)
  • 1x DP out (1.4)
  • 1x Mic-in
  • 1x Line-out
MSI PRO AP242

แต่จุดที่ติดตั้งพอร์ต อาจจะอยู่ลึกเข้าไปนิดหน่อย อาจจะต้องเอียงตัวจอ ให้สามารถติดตั้งพอร์ตได้ง่ายกว่าเดิม และมีจุดที่ติดอยู่นิดหน่อยก็คือ ด้วยการที่พอร์ตความเร็วสูง USB 3.2 อยู่ในบริเวณด้านใต้นี้ด้วย การต่อพอร์ตก็จะยุ่งยากหน่อย เพราะคุณอาจจะต้องก้มลงมาดู เวลาใส่หรือถอด หากเป็นไปได้ก็ให้มองหาสาย USB Extended ต่อมาวางไว้ด้านหน้า ก็จะง่ายขึ้น

MSI PRO AP242

ด้านข้างก็มีพอร์ตมาให้ แต่เป็น USB 2.0 Type-A เหมาะกับการเชื่อมต่ออุปกรณ์อย่าง USB Flash drive หรือ USB Receiver เพราะไม่ต้องใช้ความเร็วสูงมากนัก อีกทั้งอยู่ตรงด้านขวาของตัวเครื่องใช้งานได้ง่ายกว่า

MSI PRO AP242

โดยการต่อจอเพิ่ม ก็สามารถเลือกได้ว่าคุณจะต่อจากพอร์ตใด มีให้เลือกทั้งแบบ HDMI และ DP ขึ้นอยู่กับจอที่คุณนำมาใช้ อย่างเช่น MSI Modern MD241 ที่มี HDMI มาให้ คุณอาจจะเลือกจออีกรุ่นที่เป็น DP เพื่อการขยายเป็น 3 จอก็ได้เช่นกัน


Performance & Software

MSI PRO AP242

หลังจากที่เราได้ลองใช้งานในโหมดการทำงานต่างๆ กันมาพอสมควรแล้ว ต่อไปจะเป็นการทดสอบประสิทธิภาพด้วยโปรแกรมทดสอบในด้านต่างๆ กัน

MSI PRO AP242

CPUz รายงานข้อมูลซีพียูเป็น Intel Core i5-12400 ทำงานแบบ 6 core/ 12 thread และความเร็วบูสท์อยู่ที่ราวๆ 4.4GHz ทำงานคู่กับชิปเซ็ต Intel H610 พร้อมการเชื่อมต่อแบบ PCI-Express 3.0

MSI PRO AP242

มีแรมมาให้เป็น DDR4 3200 ความจุ 8GB ซึ่งสามารถอัพเกรดเพิ่มเติมได้ในภายหลัง แนะนำอยากจะให้อัพเกรดเพิ่ม เพื่อให้การใช้งานไหลลื่นมากกว่า และยังเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกราฟิกการ์ดได้อีกด้วย

MSI PRO AP242
MSI PRO AP242

โดยกราฟิกที่มาพร้อมกับซีพียูรุ่นนี้ เป็นกราฟิกในเจนเนอเรชั่นใหม่อย่าง Intel UHD Graphic 730 และบน GPUz ก็รายงานมาตรงกัน ซึ่งมีชุด Shader แชร์แรมร่วมกับระบบอัตโนมัติ รวมถึงความเร็วในการบูสท์สูงกว่า 1,450MHz เลยทีเดียว

MSI PRO AP242

จากนั้นมาดูการทดสอบแรก เทียบกับซีพียูพีซีอย่าง Intel Core i7-10700 ที่มีจำนวน Core/ Thread มากกว่า ซีพียูบน MSI PRO AP242 รุ่นนี้เรียกว่าหายใจรดต้นคอก็ว่าได้ เพราะมีคะแนน Multi-thread ห่างอยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่กลับทำคะแนนได้ดีกว่าในส่วนของ Single-thread

MSI PRO AP242

ส่วน SSD ที่ติดตั้งมาให้นั้น เป็นรุ่น WD SN530 ความจุ 256GB ประสิทธิภาพจัดว่าอยู่ในระดับเบื้องต้น ความเร็วประมาณ 2,485MB/s สำหรับการ Read และ Write ใกล้ๆ 1,000MB/s แม้จะดูไม่ร้อนแรงจัดมากนัก แต่ก็เร็วกว่า SSD พื้นฐานและไวกว่า HDD พอสมควร คุณอาจจะเริ่มต้นใช้งานไปก่อน และอัพเกรดหรือเปลี่ยนในภายหลังก็ได้ แต่ที่น่าสนใจคือ MSI All-in-One รุ่นนี้ ยังรองรับการอัพเกรดเพิ่มเติมได้ หรือจะเพิ่มด้วยชุดคิทอัพเกรด HDD ในแบบ SATA ก็ได้เช่นกัน

MSI PRO AP242

ส่วนการทดสอบด้วยโปรแกรม PCMark10 คะแนนในภาพรวมไปได้มากถึง 5,029 คะแนน ซึ่งจัดว่าทำได้ค่อนข้างดี ส่วนหนึ่งมาจากการที่ซีพียูตอบโจทย์งานในส่วนต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็น Productivity กับงานด้านเอกสารและงานวีดีโอ Digital Content ทำให้มั่นใจได้ว่า ผู้ใช้จะสามารถใช้งานเหล่านี้ได้ไหลลื่นพอสมควร

สำหรับ 3DMark แม้จะดูโหดหินไปสักหน่อย เพราะใช้กราฟิกของซีพียูเป็นหลัก รวมถึงแรมมีให้ 8GB ก็อาจจะอึดอัดไปบ้าง แต่ก็ยังทำผลทดสอบผ่านออกมาได้ แม้ตัวเลขไม่ได้สูงมากนัก แต่อย่าลืมว่าเป็นพีซีออลอินวัน ที่ใช้กราฟิกในตัว ซึ่งคะแนนทีได้นี้ เป็นเครื่องยืนยันความสามารถในด้านเกมได้ดีในระดับหนึ่ง ยังพอตอบโจทย์เกมออนไลน์แบบง่ายๆ ได้อีกด้วย

MSI PRO AP242

ขยับมาที่ DOTA2 กันบ้าง บนความละเอียดระดับ Full-HD ด้วยการตั้งค่า Detail ในระดับต่างๆ ดังนี้ เน้นที่ความลื่นไหล ลองที่โหมด Fastest ภาพอาจไม่สวย ตัวละครจะดูแปลกๆ แต่เฟรมเรตไปได้เกือบ 100fps. เมื่อมีเอฟเฟกต์โจมตีด้วยเวทย์ใหญ่ แต่ถ้าเน้นไหลลื่นด้วย ภาพดีกว่าเดิมพอสมควร Medium ดูเหมาะ เพราะ Hero ของคุณยังดูสวยอลังการ เล่นไปได้ราวๆ 55fps. สวยๆ แต่ถ้าเอาภาพงามๆ ตัวละครคมกริบ High ได้แต่เฟรมเรตไม่ถึง 30fps. ไม่แนะนำครับ แต่ถ้าเป็นไปได้ถ้าคุณอัพแรมเพิ่มขึ้น จะได้ความสวยงามกับเฟรมเรตที่ดีขึ้นอีกระดับได้ไม่ยาก

MSI PRO AP242

มากันที่เรื่องของอุณหภูมิในการทำงานบน MSI PRO AP242 รุ่นนี้กัน ทดสอบกันแบบโหดๆ เพื่อจำลองการทำงานกับการเรียกใช้ซีพียูหนักๆ Full load 100% ตามภาพที่ปรากฏอยู่นี้ และมีซอฟต์แวร์ตรวจเช็คสถานะ MSI Center แสดงให้เห็นถึงการออกแบบชุดระบายความร้อน ที่คอนโทรลได้ในระดับ 77-78 องศาเซลเซียสเท่านั้น กับความเร็วที่พุ่งไปมากกว่า 3GHz โดยพัดลมทำงานไปประมาณ 50% ก็ถือว่า MSI ก็มีการจัดวางโครงสร้างได้ดี ทำให้ผู้ใช้สามารถทำงานได้แบบไม่ต้องกังวลเรื่องของความร้อนขณะใช้งาน

MSI PRO AP242

MSI Center นอกเหนือจากการเป็นซอฟต์แวร์ตรวจสอบ บอกสถานะระบบได้แล้ว ยังมีฟังก์ชั่นอีกมากมายให้ได้เลือกใช้ ซึ่งหากเริ่มติดตั้งเราจะสามารถเลือกธีมของการใช้งานคุณได้อีกด้วย เช่น Gaming, Work, Entertainment ในส่วนนี้เราแนะนำให้คุณจัดการได้ตามความเหมาะสม หรือเลือกที่จะไม่ใช้ฟังก์ชั่นบางอย่างก็ได้เช่นกัน แต่โดยส่วนตัวมองว่า หากคุณได้ลองปรับจูนหรือใช้โหมดการทำงานที่เหมาะกับตัวคุณดู จะพบว่าช่วยอำนวยความสะดวกให้ไม่น้อยเลยทีเดียวครับ


Conclusion

Conclusion Content MSI

สุดท้ายนี้ ถ้าใจให้ผมสรุปกับการใช้งานและความชื่นชอบบน All-in-One PC จากทาง MSI PRO AP242 รุ่นนี้ เรื่องแรกคือ ความง่ายและสะดวกในการใช้งาน หากใครไม่อยากจะยุ่งยากกับการถอด ประกอบ เดินสายหรือมีฟังก์ชั่นที่ซับซ้อนเกินไป พีซีรุ่นนี้ตอบโจทย์คุณได้ครับ เพราะง่ายตั้งแต่ประกอบ ไปจนถึงการใช้งาน กล้องชัด ความลื่นไหลของการทำงานอยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดยเฉพาะงานเอกสาร ท่องเว็บ เทรดหุ้น ดูคริปโตหรือจะดูหนัง 4K ระบบก็อยู่ในระดับที่พร้อม แต่ถ้าจะให้ดี อัพเกรดเพิ่มความจุ SSD และใส่แรมเป็น 16GB ก็จะทำให้งานต่างๆ ต่อเนื่องมากขึ้น ส่วนการเล่นเกม เพราะกราฟิกเป็นแบบออนซีพียูเท่านั้น กราฟิกเกมเบาๆ ออนไลน์ให้ความสนุกได้ แต่ถ้าเกมจะโหดหนัก เลือกใช้งานพีซีมีการ์ดจอแยกจะเหมาะกว่า

นอกจากนี้หน้าจอที่ชัด มุมมองกว้างช่วยให้การใช้งานสะดวกกว่า ระบบความปลอดภัยมาแบบจัดเต็ม Tobii Aware ก็ใช้ง่ายมาก แทบไม่ต้องคีย์รหัสทุกครั้ง เพราะระบบจัดการ Lock และ Unlock ให้ทันที พอร์ตต่อพ่วงก็มีให้ใช้ครบครัน โดยเฉพาะพอร์ต USB Type-A ก็มีให้ถึง 5 พอร์ต และมี USB-C มาให้อีก เลือกติดตั้งอุปกรณ์ได้บนพื้นที่โต๊ะตามความเหมาะสม และที่ดูน่าสนใจก็ตรงมี Windows 11 Home มาให้ เปิดเครื่องก็พร้อมใช้งานได้ทันทีอีกด้วย ในราคา 27,400 บาท ถือว่าน่าใช้งานไม่น้อยเลย

MSI PRO AP242 Series ราคา 27,400 บาท รับประกัน 3 ปีเต็ม
ซื้อสินค้า MSI ได้ที่: https://msi.gm/nbsWTB

ติดตามโปรโมชั่นได้ที่:https://msi.gm/Promotionth
MSI Facebook: https://www.facebook.com/MSIThailandOfficial
MSI Call Center: 02 409 2984(8.30 –17.30 น.)
#MSI #Monitor

รับเพิ่มฟรี! ของพรีเมี่ยมสุดพิเศษ จาก MSI
เมื่อเขียนรีวิวการใช้งานสินค้าที่ร่วมรายการ
ดูเพิ่มเติมที่นี่: https://msi.gm/ShoutOutTH

from:https://notebookspec.com/web/674578-msi-pro-ap242-all-in-one-pc-2022

Commart Crazy Offer 2022 โปรโมชั่น Acer โน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง พีซี AIO ลดหนัก จัดเต็ม

Commart Crazy Offer 2022 โปรโมชั่น Acer จัดโปรโมชั่นในงานกลางปี เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค และพีซี รวมถึง All-in-One PC ลดจัดหนัก ของพรีเมียมมากมาย

Commart

Commart Crazy Offer 2022 โปรโมชั่น Acer จัดโปรโมชั่นในงานกลางปี เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค และพีซี รวมถึง All-in-One PC ลดจัดหนัก พร้อมของพรีเมียมมากมาย อาทิ บัตรเติมน้ำมัน PTT, เก้าอี้เกมมิ่ง และเซ็ตเกมมิ่งเกียร์เป็นต้น รวมถึงโปรโมชั่นร่วมกับบัตรเครดิต ผ่อน 0% ได้นานถึง 12 เดือน และข้อเสนอดีๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย ที่คุณไม่ควรพลาดภายในงาน ตั้งแต่วันที่ 7-10 กรกฏาคม 2565 ที่บูธ Acer ในศูนย์แสดงสินค้าไบเทค บางนา

Commart

พีซีสำเร็จรูป ที่มาพร้อมขุมพลัง Intel Gen 12 และกราฟิกการ์ดระดับ GeForce GTX และ RTX พร้อมของพรีเมียมเด็ดเป็นบัตรเติมน้ำมัน และโน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง ที่มีให้เลือกครบทุกไลน์ ตั้งแต่ Acer Swift 3 โน๊ตบุ๊คไลฟ์สไตล์ตัวแรง ไปจนถึง Predator Helios 300 ที่ทาง Acer เตรียมเก้าอี้เกมมิ่ง ให้นักช้อปไปใช้ได้ทันที

Advertisementavw
Commart

โปรเด็ด Acer Nitro 5 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คยอดนิยม ที่นำมาลงตลาดให้เกมเมอร์ได้ใช้กัน ลดจัดหนัก 4,000 บาท และบัตรเติมน้ำมัน

Commart

Acer All-in-One PC เริ่มต้นที่ 17,000 บาท กับ Aspire C series ที่มีให้เลือกหลายโมเดล หน้าจอขนาดใหญ่ ขุมพลัง Intel Core แรงตอบโจทย์กลุ่มคนทำงาน และไลฟ์สไตล์ใช้งานภายในบ้านได้อย่างลงตัว

Acer Commart Crazy 2022 1 3 1

นอกจากนี้ยังมีเกมมิ่งพีซีให้ได้เลือกใช้ และโปรโมชั่นพิเศษภายในงาน อาทิ Acer Nitro N50 เริ่มต้นที่ 30,990 บาท กับขุมพลัง Intel Core i5 และกราฟิกการ์ด GeForce GTX1660 SUPER และรุ่นใหญ่เกมมิ่งตัวแกร่ง Acer Predator Orion 3000 ลดหนักมาก เหลือเพียง 49,900 บาทเท่านั้น และยังมีบัตรเติมน้ำมันให้อีก 1,000 บาท

Commart

Acer TC series พีซีสำหรับสายทำงาน ราคาเริ่มต้นเพียง 15,990 บาทเท่านั้น

Commart

นอกจากนี้ยังมีจอคอมไซส์เล็ก ไปจนถึงจอใหญ่ ไซส์มหึมากับจอเกมมิ่ง และโปรเจกเตอร์ ยกขบวนมาให้เลือกใช้ พร้อมโปรโมชั่นสบายกระเป๋า เข้ามายกกันไปได้เลย เก้าอี้เกมมิ่งเริ่มที่ 3,190 บาทเท่านั้น

Commart

Acer ยังมีโปรเด็ดสำหรับพีซีที่ใช้ขุมพลังจาก AMD Ryzen ที่นอกจากจะทำโปรโมชั่นมาเป็นพิเศษ เพื่อเอาใจคนที่กำลังมองหาพีซีสำหรับทำงาน หรือเป็นพีซีเครื่องแรกภายในบ้าน ยังให้การรับประกันถึง 3 ปีเต็ม ฟรีค่าแรงและอะไหล่ และบริการเครื่องซ่อมถึงที่ 3 ปีด้วยกัน บริการดีๆ แบบนี้ไม่ควรพลาด

อย่าลืม! พบกับโปรโมชั่นสุดฮอต ดีลสุดฮิตจากทาง Acer ได้ในงาน Commart Crazy Offer 2022

from:https://notebookspec.com/web/656853-commart-crazy-offer-2022-acer

รีวิว ASUS ExpertCenter A5 AiO 24 ออลอินวัน 2 จอในเครื่องเดียว สเปคแรงโปรแกรมครบ ค่าตัว 31,990 บาท

ASUS ExpertCenter A5 AiO 24 พีซีสองหน้าจอในเครื่องเดียว แคชเชียร์และพนักงานต้อนรับชอบ

asus aio cover

เมื่อเห็นคำว่า Expert ขึ้นมาในชื่อรุ่นของพีซี ASUS เช่น ASUS ExpertCenter A5 AiO 24 เครื่องนี้เมื่อไหร่ นั่นคือพีซี All-In-One ที่เกิดมาเพื่อการทำงานโดยเฉพาะ ซึ่งเครื่องนี้ต้องถือว่าทาง ASUS เองก็จัดสเปคและใส่ฟีเจอร์แปลกใหม่มาได้น่าสนใจเป็นอย่างมาก ที่โดดเด่นเลยคือหน้าจอเสริม “ASUS VeriView” ขนาดเล็กที่ติดตั้งมาด้านหลังตัวเครื่องใกล้กับกล้องสแกนใบหน้า ซึ่งมีประโยชน์ต่อผู้ใช้ที่เปิดกิจการร้านอาหาร, ร้านกาแฟ รวมถึงเคานเตอร์ Information ของตึกสำนักงานหรือโรงแรมต่างๆ นั่นเพราะผู้มาติดต่อสามารถมองภาพหรือวิดีโอที่ต้องการนำเสนอได้สะดวก ไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไรมากมายเหมือนในปัจจุบันนี้อีกด้วย

Advertisementavw

หรือถ้าใครทำออฟฟิศแล้วต้องการหาพีซีตั้งในสำนักงานสักเครื่อง ASUS ExpertCenter A5 AiO 24 เครื่องนี้ก็ถือว่าได้สเปคที่ดีไม่ต้องอัพเกรดก็ได้ เพียงแค่ติดตั้งเครื่อง, ตั้งค่าให้เรียบร้อยจากนั้นก็เริ่มทำงานได้เลย เพราะมีทั้ง Windows 11 Home และ Microsoft Office Home & Student 2021 ติดตั้งมาครบพร้อมทำงานในทันที จัดว่าเป็น All-In-One PC ที่เหมาะกับคนทำงานออฟฟิศทุกคนอย่างแน่นอน

ASUS

NBS Verdict

ASUS

ต้องถือว่า ASUS ExpertCenter A5 AiO 24 เป็น AIO ที่ทำมาเพื่อคนทำงานจริงๆ และเลือกได้สองแบบ ว่าจะเอามาใช้ในสำนักงานเป็นหลักก็ได้และมีรุ่นที่มีหน้าจอหลังที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คนที่ต้องพบปะกับลูกค้าเป็นประจำ เช่น พนักงานต้อนรับของโรงแรมหรือออฟฟิศก็เปิดวิดีโอพรีเซนต์องค์กรของตัวเองเพื่อแสดงอัตลักษณ์ขององค์กร, แคชเชียร์ของร้านค้าและร้านกาแฟก็ได้ใช้หน้าจอหลังแสดง QR Code ชำระเงินหรือโชว์โปรโมชั่นพิเศษในช่วงนั้นๆ ก็ได้ เรียกว่าจอ VeriView ด้านหลังเครื่องมีประโยชน์ต่อคนทำงานและลูกค้าเป็นอย่างมาก

ด้านของสเปคและองค์ประกอบของตัวเครื่อง ต้องถือว่าทาง ASUS จัดมาให้ได้ครบเครื่องคุ้มค่าเป็นอย่างมาก ในแง่ของสเปคต้องถือว่ามาครบเครื่องพร้อมทำงานเป็นอย่างมากและอาจจะไม่ต้องอัพเกรดเครื่องแล้วก็ได้ โดยได้ Intel Core i5, RAM 16GB, M.2 NVMe SSD 512GB พร้อม Windows 11 Home และติดตั้ง Microsoft Office Home & Student 2021 ติดตั้งมาครบถ้วน นอกจากนี้ยังมีกล้อง IR สำหรับสแกนใบหน้าติดตั้งมาให้และมีบานชัตเตอร์ที่สไลด์ปิดตัว Webcam เมื่อไม่ใช้เพื่อความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน ป้องกันการโดนแฮ็คกล้องได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม จุดสังเกตเล็กน้อยของ ASUS ExpertCenter A5 AiO 24 เครื่องนี้ต้องถือว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น คือเรื่องการอัพเกรดตัวเครื่องที่ต้องให้ศูนย์บริการเป็นผู้จัดการให้, รุ่นที่ติดตั้งหน้าจอแยกด้านหลังเครื่องนั้นต้องเป็นตัวท็อปรา คา 31,990 บาทเท่านั้น รวมไปถึงคีย์บอร์ดและเมาส์ที่แถมมาให้ในเซ็ต หากใช้ทำงานทั่วไปหรือเป็นพนักงานต้อนรับและแคชเชียร์ของร้านค้าก็ถือว่าไม่มีปัญหา แต่ถ้าทำงานออฟฟิศต้องถือว่าเมาส์คีย์บอร์ดในเซ็ตนั้นเรียบง่ายและฟังก์ชั่นเรียบง่ายเกินไป ยังไม่สมราคา AIO ที่ตั้งราคามาระดับ 3 หมื่นบาทนัก อย่างน้อยเมาส์ที่แถมมาให้ควรมีปุ่ม Forward, Backward ติดตั้งมาด้วย ส่วนคีย์บอร์ด ถ้าให้ดีควรมีปุ่มลัดเรียกโปรแกรม VeriView เพิ่มเข้ามาด้วยเพื่อให้เรียกโปรแกรมนี้มาใช้ได้สะดวก ไม่ต้องคอยกดเรียกที่ Taskbar อย่างเดียวเช่นนี้

ข้อดีของ ASUS ExpertCenter A5 AiO 24
  1. หน้าจอหลัง VeriView ขนาด 5.65 นิ้ว ช่วยให้พนักงานแคชเชียร์หรือพนักงานต้อนรับของสำนักงานหรือโรงแรมทำงานสะดวกขึ้น
  2. หน้าจอทัชสกรีน 23.8 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS แตะเลือกและใช้งานได้สะดวก
  3. หน้าจอขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB และถนอมสายตา ได้รับการรับรองจาก TUVRheinland
  4. สเปคจากโรงงานดี ใช้ทำงานได้สบายๆ ด้วย Intel Core i5, RAM 16GB, M.2 NVMe 512GB
  5. มี Microsoft Office Home & Student 2021 ติดตั้งมาให้ใช้งานได้ทันที ไม่ต้องซื้อเพิ่มเติม
  6. ติดตั้งพอร์ตมาครบเครื่อง ทั้ง USB-A 3.2, USB-C 3.2, HDMI 2.0a, SD Card Reader
  7. ต่อหน้าจอแยกด้วย HDMI, VGA ได้เลย ถ้าต้องใช้หน้าจอเสริมเยอะก็ต่อใช้งานได้สะดวก
  8. Webcam มีบานสไลด์ปิดกล้องหน้าพร้อมกล้อง IR สแกนใบหน้าปลดล็อคเครื่องติดตั้งมาให้
  9. ไมโครโฟนที่ติดตั้งมามีระบบ AI Noise Cancellation จัดเสียงรบกวนเวลาติดต่อกับผู้อื่นได้
  10. มีปุ่มลัดปิด/เปิดไมค์และเปิดฟังก์ชั่น AI Noise Cancellation ให้ใช้งานบนคีย์บอร์ด
ข้อสังเกตของ ASUS ExpertCenter A5 AiO 24
  1. รุ่นเริ่มต้นไม่มีหน้าจอแยกด้านหลังเครื่องติดตั้งมาให้ ต้องเลือกตัวท็อปเท่านั้น
  2. รุ่นวางจำหน่ายในประเทศไทยไม่มีพอร์ต Thunderbolt 4 และถูกเปลี่ยน DisplayPort เป็น VGA
รีวิว ASUS ExpertCenter A5 AiO 24

Specification

ASUS ExpertCenter A5 AiO 24

สเปคของ ASUS ExpertCenter A5 AiO 24 เครื่องนี้ จะมีสเปคให้เลือก 2 รุ่นด้วยกัน ซึ่งจุดแตกต่างอยู่ที่หน้าจอ ASUS VeriView ที่ติดตั้งด้านหลังเครื่องเพียงจุดเดียวเท่านั้น นอกจากนั้นแชร์สเปคร่วมกันทั้งหมด โดยมีสเปคดังนี้

สเปคของ ASUS ExpertCenter A5 AiO 24 A5402WHAK-BA013WS A5402WHAT-BA003WS
ซีพียู Intel Core i5-11500B
แบบ 6 คอร์ 12 เธรด
ความเร็ว 3.3-4.6GHz
การ์ดจอ Intel UHD Graphics
SSD M.2 NVMe PCIe 3.0 ความจุ 512GB
RAM 16GB DDR4 บัส 3200MHz แบบ SO-DIMM
หน้าจอ จอทัชสกรีน 23.8 นิ้ว Full HD พาเนล IPS, 100% sRGB จอทัชสกรีน 23.8 นิ้ว Full HD พาเนล IPS, 100% sRGB

VeriView 5.65 นิ้ว ความละเอียด 2160×1080 พิกเซล

การเชื่อมต่อ USB-C 3.2 Gen 2 x 1

USB-A 3.2 Gen 1 x 3

USB 2.0 x 2

HDMI 2.0a x 1

VGA x 1

RJ45 LAN x 1

3-in-1 SD Card Reader x 1

Headphone out x 1

Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax แบบ Dual band 2*2

Bluetooth 5.0

โปรแกรม Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

ราคา 28,990 บาท 31,990 บาท

Hardware & Design

ASUS

ดีไซน์ตัวเครื่องของ ASUS ExpertCenter A5 AiO 24 เครื่องนี้จะเน้นความเรียบง่ายไม่หวือหวาและขอบหน้าจอบาง 3 ด้าน เพื่อให้เห็นพื้นที่บนหน้าจอกว้างที่สุด ขอบบนหน้าจอจะมีโมดูลของกล้อง Webcam และ IR Camera ติดตั้งมาให้ใช้พร้อมบานสไลด์ปิดกล้อง Webcam เวลาไม่ต้องใช้งานอีกด้วย 

ASUS

ASUS
ASUS

ด้านก้านขาตั้งของหน้าจอที่ล็อคอยู่ตรงกลางด้านหลังของตัวเครื่องจะเป็นแบบล็อคความสูงแต่สามารถกดหน้าจอก้มเงยให้เข้ากับองศาการมองเห็นได้ โดยอยู่ที่ช่วง -5~20 องศาด้วยกัน ทำให้ผู้ใช้สามารถปรับหน้าจอให้เข้ากับองศาการมองเห็นของเราได้สะดวก นอกจากนี้ยังรองรับ VESA Mount 75×75 ได้อีกด้วย ดังนั้นถ้าใครซื้อแขนจับหน้าจอมาใช้ก็สามารถต่อแทนตัวขาตั้งเดิมของเครื่องได้เช่นกัน

ASUS

ASUS
ASUS
ASUS

ด้านดีไซน์ด้านหลังของตัวเครื่อง จะเห็นว่าส่วนของหน้าจอกับชิ้นส่วนภายในของตัวเครื่องจะแยกเป็น 2 ระดับด้วยกัน จะเห็นว่าส่วนที่หนาขึ้นมาจากบานหน้าจอและเซาะร่องเอาไว้เป็นแนวเฉียงพร้อมช่องระบายความร้อนจะเป็นส่วนที่ติดตั้งชิ้นส่วนภายในเครื่องเอาไว้ ส่วนฐานตัวเครื่องจะเป็นทรง 4 เหลี่ยมเรียบง่ายและใช้สีดำเป็นหลัก ไม่ได้เป็นดีไซน์พิเศษเช่นเป็นก้านเหล็กเส้นหรือใช้รูปทรงพิเศษทำให้ใช้พื้นที่นี้วางของใช้บางชิ้น เช่น กระดาษ Post-it, External SSD หรือแม้แต่ SD Card ที่ต้องใช้งานบ่อยๆ เอาไว้ให้หาเจอได้ง่ายๆ ด้วย

ASUS

ASUS
ASUS
ASUS
ASUS

ส่วนด้านหลังของตัวเครื่องที่ใส่พาร์ทภายในเครื่องเอาไว้จะยกตัวเฉียงขึ้นเล็กน้อย และมีเส้นเฉียงตรงจากมุม 4 ด้านของตัวขาจับหน้าจอไปยังมุมของตัวเครื่อง ยิงเลเซอร์โลโก้ ASUS เอาไว้มุมขวามือ มีหน้าจอติดเอาไว้เหนือจุดเชื่อมต่อขาตั้งและมุมล่างขวามือจะเป็นชุดพอร์ตด้านหลังเครื่องทั้งหมด ซึ่งจัดไว้เป็นหมวดหมู่หาง่าย ส่วนขอบบนที่เป็นชุด Webcam และกล้อง IR จะมีคำว่า ASUS ExpertCenter สลักเอาไว้เพื่อบอกซีรี่ส์ของ AIO เครื่องนี้

Screen & Speaker

ASUS

ASUS
ASUS
ASUS
ASUS
ASUS
ASUS

หน้าจอทัชสกรีนขนาด 23.8 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ของ ASUS ExpertCenter A5 AiO 24 เครื่องนี้จะเป็นหน้าจอขอบบาง 3 ด้าน ส่วนขอบล่างของหน้าจอจะหนาขึ้นเล็กน้อยพร้อมติดป้ายชื่อซีรี่ส์ ASUS ExpertCenter เอาไว้ ด้านขอบบนของหน้าจอเป็นโมดูลชุดกล้อง Webcam พร้อมกล้อง IR Camera สแกนใบหน้าปลดล็อคเครื่องได้และมีม่านชัตเตอร์แบบมีตัวสไลด์ปิดซ่อนอยู่ด้านหลัง ถ้าสไลด์ปิดกล้อง Webcam เอาไว้ รูกล้องจะเปลี่ยนจากกล้องปกติเป็นจุดสีส้มแทน

gamut

brightness 2
bright zone 2
accuracy 2
sum 2

ด้านขอบเขตสีที่วัดด้วย Spyder5Elite ว่าหน้าจอของ ASUS ExpertCenter A5 AiO 24 เครื่องนี้แสดงผลได้ดีระดับไหน ผลที่ได้คือ 94% sRGB, 70% AdobeRGB, 72% DCI-P3 จัดว่าใกล้เคียงกับที่ทางบริษัทเคลมเอาไว้ในหน้าสเปคว่าได้ 100% sRGB แต่เมื่อเทียบความเที่ยงตรงสี Delta-E แล้ว ได้ผลเฉลี่ยที่ 2.42 ซึ่งถ้าค่านี้เกินกว่า 2 เมื่อไหร่ แสดงว่าความเบี่ยงเบนสีจะมากไปบ้าง ถ้าใช้แต่งภาพเพื่อโชว์ขึ้นโซเชียลเน็ตเวิร์คถือว่าใช้งานได้ แต่ไม่แนะนำสำหรับคนที่ต้องทำงานอาร์ตเวิร์คแบบจริงจังนัก 

ความสว่างของหน้าจอที่ Spyder5Elite วัดได้ เมื่อเปิดความสว่าง 100% จะสว่าง 191 nit ซึ่งถือว่าสว่างเพียงพอใช้งานในอาคารได้อย่างแน่นอน และจากที่ผู้เขียนทดลองใช้แล้วถือว่าสว่างกำลังพอดี ไม่สว่างเกินไปจนปวดตานัก ส่วนพื้นที่ความสว่างบนหน้าจอเมื่อแบ่งเป็น 9 โซนแล้ว จะเห็นว่ามีแค่ตรงกลางหน้าจอเท่านั้นที่ความสว่างไม่ลดลงเลย โดยแสดงผลเป็น 0% ส่วนพื้นที่อื่นบนหน้าจอจะมีความสว่างลดลงตั้งแต่ 4-11% ซึ่งการที่ความสว่างบนหน้าจอ ASUS ExpertCenter A5 AiO 24 ลดลงแทบทุกโซนเช่นนี้ ผู้เขียนเห็นว่าถ้าเอามาทำอาร์ตเวิร์คแบบจริงจังอาจจะมีโอกาสไกด์สีผิดได้ด้วย

สุดท้าย คะแนนสรุปของจอนี้ทำได้ 3.5 จาก 5 คะแนน โดยจุดเด่นของ ASUS ExpertCenter เครื่องนี้จะอยู่ที่ค่า Contrast ที่ทำได้เต็ม 5 คะแนน ส่วนขอบเขตสีได้ 4.5 จาก 5 คะแนน ซึ่งถือว่าทำได้ดีไม่แพ้กัน สะท้อนให้เห็นจากการวัดขอบเขตสีที่ได้กล่าวไปข้างต้น อาจพูดได้ว่าสีสันบนหน้าจอ AIO เครื่องนี้สวยสดใสเป็นอย่างมาก เหมาะกับการใช้ทำงานสำนักงานต่างๆ แต่ถ้าต้องใช้แต่งภาพ ทำสีทำรูปแนะนำให้ต่อหน้าจอที่ออกแบบมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ เช่น ASUS ProArt Series จะดีกว่า

ASUS

ASUS
ASUS
ASUS
back monitor

ด้านหน้าจอ VeriView ด้านหลังตัวเครื่องที่หันหน้าเข้าคู่สนทนานั้น จะเป็นหน้าจอ 5.65 นิ้ว ความละเอียด 2160×1080 พิกเซล ซึ่งการตั้งค่าจากโรงงานเมื่อดูในส่วนของ Display จะเห็นว่าจอนี้ถูกเซ็ตเอาไว้อยู่เหนือหน้าจอหลักที่แทนด้วยหมายเลข 1 คุมการแสดงผลด้วยโปรแกรม ASUS VeriView ซึ่งหน้าจอขนาด 5.65 นิ้วนี้สามารถแสดงผลได้ทั้งภาพนิ่งหรือวิดีโอก็ได้ ซึ่งเมื่อเลือกภาพที่ต้องการโชว์บนหน้าจอด้านหลังแล้ว ระบบ Windows จะแสดงภาพหรือวิดีโอดังกล่าวขึ้นมาที่มุมล่างขวาพร้อมตัวเลือกว่าต้องการปิดหรือว่าปักหมุดภาพดังกล่าวค้างเอาไว้ก็ได้

1 2
2

สำหรับหน้าตาโปรแกรม ASUS VeriView จะถูกติดตั้งมาให้พร้อมใช้งานใน ASUS ExpertCenter A5 AiO 24 เลือกตั้งค่าได้ว่าเราต้องการแสดงภาพแบบไหน ซึ่งมีแท็บ Preview แสดงภาพตัวอย่างที่จะขึ้นบนจอ VeriView กับ Current View คือแสดงผลภาพหน้าจอหลักของเราขึ้นไปบนจอหลังได้ด้วย

เวลาใช้งานให้คลิกเปิดตรง Screen Switch ก่อน ค่อยเลือกรูปแบบการแสดงผลฝั่งขวามือ ซึ่งมีทั้ง Content Display ที่เป็นวิดีโอ, Text Mode แสดงตัวอักษรที่พิมพ์เอาไว้ เช่น แสดงโปรโมชั่นที่ต้องการแจ้งลูกค้าหรือประโยคต้อนรับก็ได้ ส่วน QR Code ก็สลับมาใช้ตอนรับชำระค่าสินค้าหรือบริการจากลูกค้าได้ทันทีอีกด้วย ซึ่งเมื่อเลือกได้ก็ให้กด Apply จากนั้นภาพจะไปแสดงที่จอ ASUS VeriView ต่อ

ซึ่งการออกแบบเพิ่มหน้าจอเสริมของ ASUS เข้ามาด้านหลังเครื่องเช่นนี้ ต้องถือว่าเป็นการออกแบบที่ดีและฉีกกรอบเดิมๆ เพราะผู้เขียนเองเชื่อว่ามาถึงปี 2022 นี้แล้ว เวลาไปทานอาหารหรือซื้อสินค้ากับร้านค้าปลีกหลายๆ ร้าน หลายคนก็ไม่ค่อยได้พกเงินสดเยอะเหมือนสมัยก่อน แล้วเลือกจ่ายผ่านทาง QR Code หรือขอเลข PromptPay เพื่อชำระเงินผ่านทางออนไลน์กันเป็นหลักแล้ว การที่ ASUS มีหน้าจอ VeriView ติดตั้งมาให้ด้านหลังเครื่องเช่นนี้ ทำให้แคชเชียร์ของร้านขายของหรือร้านกาแฟสามารถโชว์ QR Code หรือเลข PromptPay ให้ลูกค้าโอนเงินได้อย่างรวดเร็ว ประหยัดเวลาและลดการสัมผัสได้มาก

ด้านลำโพงของ ASUS ExpertCenter A5 AiO 24 เครื่องนี้ ต้องถือว่าเป็นลำโพงระดับทั่วไปเหมือนกับเครื่องอื่นๆ ที่ผู้เขียนได้ทดสอบมา ซึ่งคุณภาพเสียงที่ได้ถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ กล่าวคือได้เสียงดังฟังชัดเจนและเสียงเครื่องดนตรีกับเสียงนักร้องดังฟังชัดเจน ฟังป็อป, ร็อค, แจ๊สหรือเมทัลพอได้แต่เบสถือว่าบางไม่ค่อยชัดเจนและแรงปะทะไม่ค่อยหนักแน่นเท่าไหร่ ดังนั้นถ้าใครอยากฟังเพลงหรือดูหนังเป็นหลักก็แนะนำให้ต่อลำโพงแยก แต่ถ้าใช้งานเพียงแค่ฟังประชุมออนไลน์หรือแค่ดูเนื้อหาวิดีโอเพื่อการทำงานทั่วไป ไม่ได้เน้นความบันเทิงก็ถือว่าใช้งานได้ดีไม่มีปัญหาแน่นอน

Keyboard & Mouse

ASUS

ASUS
ASUS
ASUS
ASUS

เซ็ตคีย์บอร์ดและเมาส์ที่ติดมากับ ASUS ExpertCenter A5 AiO 24 เครื่องนี้จะเชื่อมต่อแบบไร้สายด้วย USB Dongle คลื่น 2.4GHz ตัวเดียวใช้ร่วมกันทั้งสองอุปกรณ์ สามารถต่อเข้าที่ USB 2.0 หลังเครื่องแล้วใช้งานได้ทันที สำหรับการรับส่งข้อมูลถือว่าใช้งานได้ดีไม่มีปัญหา

สำหรับคีย์บอร์ดเป็นแบบ Full-size แบบ Rubberdome ปุ่มเตี้ยทรงสี่เหลี่ยมเหมือนกับแป้นคีย์บอร์ดของโน๊ตบุ๊คในปัจจุบันนี้ มีปุ่ม Function Hotkey ติดตั้งมาให้ครบถ้วนพร้อมใช้งานและปุ่ม Fn อยู่ฝั่งขวามือของ Spacebar ขณะที่ปุ่มลัดสำหรับปิดไมค์และเปิด AI Noise cancellation จะอยู่มุมบนขวามือถัดจากปุ่ม Print screen ซึ่งถ้าต้องการตัดเสียงรบกวนสามารถกดได้เลย

ASUS
ASUS

สำหรับ Function Hotkey ที่ F1-F12 จะมีติดตั้งมาแทบทุกปุ่ม ยกเว้น F4 เพียงปุ่มเดียวเท่านั้นที่ ASUS เว้นว่างเอาไว้ โดยแต่ละปุ่มจะมีฟังก์ชั่นดังนี้

  • F1-F3 – ปิด, ลดหรือเพิ่มเสียง
  • F5-F6 – ลดหรือเพิ่มแสง
  • F7 – ปุ่ม Project ตั้งค่าหน้าจอหลักและจอเสริม
  • F8 – ปุ่มล็อคเครื่องกลับไปหน้า Sign in
  • F9-F11 – ปุ่ม Back, Play/Pause, Forward สำหรับโปรแกรมเล่นหนังหรือเพลง
  • F12 – ปุ่มเรียก Snipping Tool

ซึ่งปุ่มลัดทั้งหมดนี้ถือว่าได้มาค่อนข้างครบถ้วนระดับหนึ่งแล้ว แต่อย่างไรก็ตามผู้เขียนคิดว่าถ้าให้ดีขึ้นอีกนิด แนะนำว่าให้เอา Snipping Tool ไปรวมกับปุ่ม Print Screen จากนั้นก็เพิ่มปุ่มเรียก MyASUS และ ASUS VeriView เข้ามาจะดีกว่า เพราะสองโปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมเฉพาะของ ASUS ExpertCenter A5 AiO 24 นี้โดยเฉพาะอยู่แล้ว จะได้เรียกใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น ไม่ต้องเรียกจาก Taskbar ที่ต้องปักหมุดเอาไว้เสมอไป

ASUS

ASUS
ASUS
ASUS

ส่วนด้านหลังของคีย์บอร์ดจะมีสันอยู่ขอบบนของตัวเครื่องที่ช่วยให้คีย์บอร์ดทำมุมเฉียงขึ้นเล็กน้อย ทำให้พิมพ์งานได้สะดวกยิ่งขึ้น และมุมขวาของตัวคีย์บอร์ดจะเป็นช่องใส่ถ่าน AAA x 2 ก้อนให้คีย์บอร์ดทำงานได้ สามารถสไลด์แล้วเปิดออกมาเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้เลย

แต่จุดน่าสังเกตคือตัวแป้นคีย์บอร์ดไม่มีขาตั้งปรับความสูงติดตั้งมาให้ คาดว่าเพราะการดีไซน์ตัวสันสูงที่มีช่องใส่แบตเตอรี่อยู่ข้างใน ทำให้ใส่ขาตั้งเอาไว้ที่ริมสองยฝั่งไม่ได้ แต่จริงๆ แล้วผู้เขียนเห็นว่าถ้าปรับแต่งดีไซน์ที่เก็บแบตเตอรี่โดยเลื่อนช่องมาอยู่ตรงกลางก็สามารถติดขาตั้งเพิ่มเข้าไปที่ริมสองฝั่งเพิ่มได้ ช่วยให้ผู้ใช้ที่รู้สึกว่าความชันของสันใต้คีย์บอร์ดไม่มากพอกางขาตั้งปรับความสูงเพิ่มได้ด้วย

ASUS

ASUS
ASUS
ASUS

สำหรับเมาส์ของ ASUS ExpertCenter A5 AiO 24 นี้จะเป็นเมาส์ดีไซน์เรียบง่ายและค่อนข้างแบน เหมาะกับวิธีจับเมาส์แบบ Palm ก็วางมือราบกับเมาส์ได้และ Fingertip Grip ก็สะดวก เพราะเมาส์ไม่หนักเกินไป แต่ Claw Grip จะไม่ค่อยถนัดนักเนื่องจากท้ายเมาส์ไม่โด่งเท่าที่ควร ทำให้ตอนดึงเข้ามาติดอุ้งมือแล้วรู้สึกว่ามันจับไม่ค่อยอยู่และไหลหลุดมือนิดหน่อย ตัวเมาส์ใช้ถ่าน AA x 1 ก้อน และมีช่องเก็บ USB Dongle ด้วย

อย่างไรก็ตาม เมาส์นี้มีแค่ปุ่มคลิกซ้ายขวากับสกรอล์เมาส์เท่านั้น ไม่มีปุ่ม Back, Forward ที่เมาส์สายทำงานหลายๆ รุ่นในปัจจุบันนี้ติดตั้งมาให้ใช้กัน ซึ่งส่วนตัวคิดว่าเมาส์นี้เรียบง่ายเกินไป อาจจะทำให้คนที่ต้องทำงานกับเว็บแอพฯ ผ่านเบราเซอร์ทำงานได้ไม่สะดวกเท่าที่ควร

Connector

ASUS

ASUS
ASUS
ASUS
ASUS

พอร์ตของ ASUS ExpertCenter A5 AiO 24 เครื่องนี้จะมีอยู่ 3 ฝั่งด้วยกัน คือด้านหลังตัวเครื่องกับซ้ายและขวาของตัวเครื่อง กระจายตัวและแยกสัดส่วนได้ดีโดยเอาพอร์ตที่ใช้บ่อยมาติดไว้ด้านข้างและพอร์ตที่ต่อและปล่อยไว้ได้เลยอย่าง LAN, HDMI ไว้ด้านหลังและร้อยผ่านช่องที่เจาะเอาไว้ตรงขาตั้งหน้าจอได้ด้วย ซึ่งพอร์ตมีดังนี้

  • ด้านหลังเครื่องจากซ้ายมือ – อแดปเตอร์ของตัวเครื่อง, VGA, RJ45 LAN, USB 2.0 x 2, USB-A 3.2 Gen 1 x 2, HDMI 2.0a x 1
  • ด้านข้างตัวเครื่องทั้งซ้ายและขวา
    •  ฝั่งซ้ายมือจากบนลงล่าง – 3-in-1 SD Card Reader x 1, USB-C 3.2 Gen 2 x 1, USB-A 3.2 Gen 1 x 1, Audio combo x 1
    • ฝั่งขวามือ – DVD-RW x 1

ถ้ามองทั่วไปต้องถือว่า ASUS ติดตั้งพอร์ตที่ต้องใช้งานมาครบถ้วนไม่ว่าจะ USB-A 3.2 Gen 1 ถึง 3 ช่อง, USB-C สำหรับโอนถ่ายข้อมูลอย่างรวดเร็ว หรือจะ HDMI, VGA ที่ใช้ต่อหน้าจอแยกได้สูงสุด 3 หน้าจอทีเดียว ในส่วนนี้ถือว่า ASUS ก็ให้มาจัดเต็มใช้ได้ เหมาะจะซื้อไปเป็นพีซีตั้งทำงานที่ออฟฟิศหรือจะตั้งไว้ที่ร้านค้าตรงแคชเชียร์ก็ทำหน้าที่ได้ดีอย่างแน่นอน

แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าเทียบพอร์ตกับรุ่นที่วางจำหน่ายต่างประเทศต้องถือว่าทาง ASUS ยังยื้อไม่ให้พอร์ต Thunderbolt 4 ที่ด้านข้างตัวเครื่องคู่กับ USB-C 3.2 Gen 2 และให้ VGA มาแทน DisplayPort ด้านหลังเครื่องด้วย ซึ่งถ้ามองทั่วไปถือว่ายังใช้งานได้ดีและหน้าจอในออฟฟิศบางรุ่นก็อาจจะมีพอร์ต VGA อยู่ แต่ก็ต้องถือว่าเริ่มน้อยแล้วและหน้าจอทำงานหลายแบรนด์ทยอยเปลี่ยนเป็น DisplayPort, HDMI กันมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วย

Performance & Software

cpu
ram 2

ซีพียูที่ติดตั้งมาใน ASUS ExpertCenter A5 AiO 24 เครื่องนี้เป็น Intel Core i5-11500B แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3-4.6GHz เป็นรหัสพิเศษของสถาปัตยกรรม Tiger Lake ซึ่งถ้าใช้ทำงานออฟฟิศทั่วไปถือว่าทำงานได้ดีหายห่วงและยังรองรับชุดคำสั่งที่ต้องใช้งานครบถ้วนด้วย ดังนั้นถ้าใครซื้อไปใช้ทำงานทั่วไปไม่ต้องกังวลเลยว่าซีพียูจะทำงานได้ไม่ดีหรือไม่เต็มที่ ส่วนแรมที่ติดตั้งมาในเครื่องมีความจุ 16GB DDR4 บัส 3200MHz ใช้ทำงานกับไฟล์ Excel ที่มีตารางเยอะๆ หรือคนที่ต้องเปิดเบราเซอร์ทำงานผ่าน Web app ต่างๆ หลายแท็บก็ทำงานได้ไม่มีปัญหาแน่นอน

gpu

กราฟฟิคการ์ดในตัวเครื่องจะเป็น Intel UHD Graphics ที่ติดตั้งเอาไว้ในซีพียู ซึ่งสามารถแสดงผลภาพขึ้นหน้าจอความละเอียดสูงและรองรับการ์ดจอแยกได้อย่างแน่นอน รองรับ OpenCL, OpenGL 4.6, DirectCompute, DirectML, Vulkan ด้วย ยกเว้นแค่ชุดคำสั่งของ NVIDIA ได้แก่ CUDA, Ray Tracing, PhysX เท่านั้น

device mgr 1

ใน Device Manager เมื่อเช็คแล้วจะเห็นว่า ASUS ใส่พาร์ตสำคัญต่างๆ มาครบถ้วน ไม่ว่าจะกล้องสแกนใบหน้า IR Camera ที่ทำงานร่วมกับ Windows Hello ได้และชิป TPM 2.0 สำหรับรักษาความปลอดภัยของข้อมูลภายในตัวเครื่องด้วย ติดตั้งการ์ด Wi-Fi 6 รุ่น Intel AX201 ทำให้เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพและรับส่งข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว

ssd test

สำหรับ SSD แบบ M.2 NVMe ที่ติดตั้งไว้ในเครื่องเป็น WDC PC SN530 ความจุ 512GB ซึ่งเป็นรหัส OEM ของ WD Blue SN550 ความจุ 512GB ซึ่ง Western Digital เคลมความเร็ว Sequential Read ไว้ที่ 2,400MB/s และ Sequential Write 1,750MB/s พอวัดด้วย CrystalDiskMark แล้ว ได้ผลคือ Sequential Read 2,381.8MB/s และ Sequential Write 1,700.89MB/s นับว่าใกล้เคียงกับที่ Western Digital เคลมเอาไว้

ส่วนการอัพเกรด เนื่องจากอินเตอร์เฟสของ M.2 NVMe ใน ASUS ExpertCenter A5 AiO 24 เครื่องนี้เป็น PCIe 3.0 x4 ดังนั้น M.2 NVMe ที่เหมาะสมกับ AIO เครื่องนี้ได้แก่ WD Black SN750 หรือ 750 SE ก็ได้, Samsung 980, Transcend 220S ก็สามารถทำให้เครื่องนี้โหลดโปรแกรมและงานที่ต้องใช้งานขึ้นมาได้อย่างรวดเร็วแน่นอน

r15 2
r20 2

ส่วนการทดสอบเรนเดอร์ 3D CG ด้วย CINEBENCH R15 ที่ทดสอบทั้งซีพียูและการ์ดจอออนบอร์ดแล้ว จะเห็นว่าคะแนน OpenGL ทำได้ 72 fps ส่วน CPU ทำได้ 1,432 cb กล่าวคือซีพียู Intel Core i5-11500B ใน ASUS ExpertCenter A5 AiO 24 เครื่องนี้จัดว่ามีกำลังประมวลผลที่ดี ระดับพอเปิด Preview ตัวอย่างโมเดลได้ แต่ถ้านำไปเรนเดอร์งานเลยคาดว่าการ์ดจอออนบอร์ดในตัวซีพียูจะทำได้ไม่ลื่นไหลเท่ากับพีซีหรือโน๊ตบุ๊คที่มีการ์ดจอแยกติดตั้งมาให้ แต่ในแง่กำลังประมวลผลของซีพียูอย่างเดียวที่ CINEBENCH R20 วัดได้จัดว่าสูงทีเดียว โดยทำได้ 3,585 pts ดังนั้นถือว่าซีพียู Intel ใน AIO เครื่องนี้มีประสิทธิภาพสูงไว้ใจได้แน่นอน

3dmark 1

ด้าน 3DMark Time Spy ที่ทดสอบการเล่นเกม 3D เป็นหลัก จะเห็นว่าคะแนนรวมทำได้เพียง 716 คะแนนเท่านั้น แม้จะดูน้อยก็จริงแต่ถ้าสังเกตที่คะแนนแยกหมวดหมู่จะเห็นว่า CPU score นั้นสูงถึง 5,313 คะแนน เรียกว่าไม่แพ้ซีพียูประสิทธิภาพสูงรุ่นอื่นๆ แต่การ์ดจอ Intel UHD Graphics ในเครื่องนั้นทำได้แค่ 622 คะแนนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม AIO เครื่องนี้ก็เน้นทำงานออฟฟิศเป็นหลักอยู่แล้ว จึงถือว่าไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

pcmark10 2

หลังจากทดสอบด้วย PCMark 10 ว่า ASUS ExpertCenter A5 AiO 24 เครื่องนี้ใช้ทำงานออฟฟิศทั่วไปได้ดีหรือไม่ จะเห็นว่าได้คะแนนรวม 4,783 คะแนน ซึ่งค่าเฉลี่ยของโน๊ตบุ๊คและพีซีสายทำงานหลายๆ รุ่นที่ทำได้ดีและไหลลื่น จะอยู่ราว 5,000 คะแนนด้วยกัน ซึ่งถ้าดูจุดเด่นโดยแยกเป็นหมวดหมู่ จะเห็นว่า AIO เครื่องนี้จะเด่นเรื่องการใช้ทำงานพื้นฐานอย่างการเรียกโปรแกรมต่าง, เปิดเบราเซอร์หรือประชุมออนไลน์ได้อย่างดีไม่มีปัญหาและทำงานเอกสารด้วย Microsoft Word, Excel ได้เป็นอย่างดี ส่วนการตัดต่อแต่งภาพถือว่าทำได้ระดับหนึ่ง อาจจะใช้แต่งภาพอัพโหลดขึ้นโซเชียลเน็ตเวิร์คได้อย่างแน่นอน

นอกจากนี้ในคอมพิวเตอร์ของทาง ASUS เอง ก็มีโปรแกรมคอยตั้งค่าและมอนิเตอร์การทำงานตัวเครื่องอย่าง MyASUS ติดตั้งมาให้ ซึ่งโปรแกรมนี้ช่วยให้เจ้าของเครื่องสามารถเช็คได้ว่าตอนนี้เครื่องทำงานได้ดีตามปกติหรือไม่ และถ้ามีปัญหาก็สามารถติดต่อผู้เชี่ยวชาญของ ASUS ให้เข้ามาดูแลซ่อมเครื่องผ่านโปรแกรมนี้ได้ด้วย

Heat & Noise

ASUS

ด้านความร้อนของ ASUS ExpertCenter A5 AiO 24 เครื่องนี้ ต้องถือว่าไม่มีปัญหา โดยตัวเครื่องจะมีช่องระบายความร้อนอยู่ขอบบนของตัวเครื่อง โดยซ่อนอยู่ระหว่างฝาหลังและตัวพาเนลหน้าจอ ซึ่งเวลาใช้งานตามปกติถือว่าไม่มีปัญหาเรื่องเสียงดังหรืออุณหภูมิตัวเครื่องเลยและเย็นตลอดเวลาด้วย แต่ถ้ารันโปรแกรมหนักๆ อย่างเช่นตัดต่อวิดีโอสั้นๆ อาจจะมีเสียงลมของพัดลมโบลวเวอร์เป่าออกมาบ้างเล็กน้อย ซึ่งโอกาสใช้งานหนักจนพัดลมทำงานเต็มประสิทธิภาพนั้นถือว่าเกิดขึ้นได้น้อยมากจนแทบไม่มี ดังนั้นเรื่องความร้อนถือว่าไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

User Experience

ASUS ExpertCenter DSC01562 1

ในแง่การใช้งานจริง ต้องถือว่า ASUS ExpertCenter A5 AiO 24 เครื่องนี้เป็น All-In-One PC ที่ตอบโจทย์คนทำงานเป็นอย่างมาก เพราะสเปคจากโรงงานของ ASUS ถือว่าทำออกมาได้ดีและไม่ต้องอัพเกรดแล้วก็ได้ เพียงแค่เลือกรุ่นที่ตรงกับเป้าหมายการใช้งานก็เพียงพอแล้ว ว่าจะซื้อรุ่นเริ่มต้นไปใช้ในสำนักงานก็ดี หรือถ้าเป็นแคชเชียร์หรือพนักงานต้อนรับของโรงแรมก็เลือกรุ่นที่มีหน้าจอ VeriView ติดตั้งเอาไว้ด้านหลังเครื่องเพื่อให้ลูกค้าหรือผู้มาติดต่อสามารถทราบข้อมูลไม่ว่าจะโปรโมชั่นหรือเปิด QR Code รับชำระเงินก็ได้ จัดว่าสะดวกทีเดียว

ด้านของการใช้ทำงานออฟฟิศตามปกติ ต้องถือว่า Intel Core i5-11500B แบบ 6 คอร์ 12 เธรดที่จับคู่กับแรม 16GB DDR4 ในเครื่องนั้นรองรับโปรแกรมต่างๆ ได้เป็นอย่างดี รวมทั้งเป็น SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ไม่ได้เป็นแบบ 256GB พร้อมกับ Harddisk อีกหนึ่งตัวติดตั้งไว้ในเครื่อง ทำให้ผู้ใช้สามารถติดตั้งและเรียกโปรแกรมที่ใช้งานบ่อยๆ ขึ้นมาใช้งานได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งถ้าใครทำงานออฟฟิศเป็นหลัก ในเครื่องก็มี Microsoft Office Home & Student 2021 ติดตั้งมารอเอาไว้แล้วด้วย เพียงแค่เปิดเครื่องแล้ว Sign in ก็ทำงานได้ทันที ซึ่งถือว่าครบถ้วนมาก ไม่ต้องเสียเงินเพิ่มเลย และจากการใช้ทำงานออฟฟิศทั่วไปทั้งเปิดเบราเซอร์และทำงานกับโปรแกรม Microsoft Office ที่ติดตั้งไว้ในเครื่อง ก็ถือว่า ASUS ExpertCenter A5 AiO 24 เครื่องนี้ทำงานได้ดีไม่มีปัญหา เปิดโปรแกรมได้อย่างรวดเร็วไม่ต้องอัพเกรดก็ยังได้

ด้านของหน้าจอ VeriView ที่ติดตั้งมาด้านหลังเครื่องแม้จะจำกัดเอาไว้เฉพาะรุ่นราคา 31,990 บาทก็ตาม แต่ถ้าพร้อมเพิ่มเงินสักนิดหน่อยก็ถือว่าคุ้มค่า เนื่องจากหน้าจอนี้ใช้โชว์วิดีโอนำเสนอองค์กร, ข้อความบอกโปรโมชั่นของทางร้านหรือจะเปลี่ยนเป็น QR Code เพื่อรับชำระเงินก็ได้ และใช้งานได้เหมือนกับเรามีหน้าจอแยกอีกจอหนึ่งหันเข้าหาลูกค้าจริงๆ แต่ไม่ต้องเปลืองพื้นที่วางหน้าจอเพิ่มและองศาหน้าจอก็หันเข้าหาลูกค้าได้พอดีและภาพคมชัดเจน ส่วนฝั่งผู้ใช้ก็แค่เลือกภาพที่ต้องการโชว์ขึ้นหน้าจอหลังผ่านทาง ASUS VeriView เท่านั้นก็พอ ซึ่งทำงานได้ดีและสะดวกมาก ดังนั้นถ้าใครมีแผนเปิดร้านกาแฟด้วยตัวเองแล้วมีช่องทางชำระเงินผ่าน QR Code ก็น่าลงทุนซื้อ AIO เครื่องนี้ไปใช้ในร้านมาก และเมื่อเก็บร้านเสร็จก็ใช้พีซีเครื่องนี้นั่งทำบัญชีและสั่งของเข้าร้านต่อได้เลย และส่วนตัวแนะนำว่าถ้าตั้งตามร้านค้าก็ควรซื้อสายล็อคโน๊ตบุ๊คมาต่อเข้าช่อง Kensington Lock ด้านหลังเครื่องด้วย จะได้ปลอดภัยยิ่งขึ้น

Conclusion & Award

ASUS ExpertCenter DSC01563 1

ถ้าไม่ได้ติดใจเรื่องพอร์ต Thunderbolt 4 ที่ถูกถอดออกไปและพอร์ต DisplayPort ของรุ่นต่างประเทศที่ถูกเปลี่ยนเป็น VGA แล้ว ต้องถือว่า ASUS ExpertCenter A5 AiO 24 เครื่องนี้เป็น AIO ที่เหมาะจะซื้อไว้ทำงานเอกสารและงานทั่วไปในออฟฟิศเป็นอย่างมาก เพราะสเปคจัดว่าดีและจบจากโรงงาน ไม่ต้องอัพเกรดก็ทำงานได้ดีและมี Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้ครบจบในตัว นอกจากนี้ยังต่อหน้าจอแยกได้มากสุด 3 หน้าจอพร้อมกันอีกด้วย ถ้าใครมีงานที่ต้องเปิดค้างเอาไว้หลายหน้าจอก็ทำงานได้สะดวกขึ้นแน่นอน

ด้านของรุ่นที่มีจอ ASUS VeriView ติดตั้งไว้ด้านหลังตัวเครื่อง ก็เป็นรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในร้านค้าหรือร้านกาแฟ รวมไปถึงส่วนต้อนรับของโรงแรมที่สามารถแสดงวิดีโอหรือข้อมูลต่างๆ ให้ลูกค้าได้รับทราบ รวมถึง QR Code รับชำระเงินก็ได้ ถือว่าสะดวกและไม่ต้องหาอุปกรณ์เสริมมาใช้ให้รกวุ่นวาย ยิ่งถ้าเป็นร้านกาแฟพอเก็บร้านก็ทำบัญชีและสั่งของต่อได้เลย ดังนั้นถ้าใครมองหา AIO ดีๆ สักเครื่อง ผู้เขียนก็แนะนำให้ดู ASUS ExpertCenter A5 AiO 24 เครื่องนี้เป็นตัวเลือกแรกๆ เช่นกัน

award

award new Design

best design

หน้าจอ ASUS VeriView ที่ติดตั้งมาด้านหลังเครื่อง ถือเป็นดีไซน์ที่สร้างสรรค์, แตกต่างแถมยังใช้งานได้จริงและไม่มีใครเหมือน ซึ่งการออกแบบนี้ถือเป็นการออกแบบที่ชาญฉลาด ตอบโจทย์ยุคที่คนนิยมชำระเงินผ่านทาง QR Code มากขึ้นเรื่อยๆ และยังเปลี่ยนไปแสดงวิดีโอนำเสนออัตลักษณ์องค์กรได้อีก นับเป็นการแหวกขนบเดิมๆ ได้ดีมาก

award new performance

best performance

สเปคที่ได้จากโรงงานไม่ว่าจะ Intel Core i5-11500B, RAM 16GB DDR4, SSD แบบ M.2 NVMe 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021 มาครบถ้วนโดยไม่ต้องหาโปรแกรมหรืออัพเกรดอะไรเพิ่ม ถือเป็นสเปคตอบโจทย์คนทำงานออฟฟิศทั่วไปแน่นอน

from:https://notebookspec.com/web/644409-review-asus-expertcenter-a5-aio-24

รีวิว MSI Modern AM242P สเปคแรงจบพร้อมกล้องสแกนหน้า ขาตั้งเลื่อนขึ้นลงสะดวก เริ่มที่ 30,900 บาท

MSI Modern AM242P AIO ติดกล้องสแกนหน้ามาให้ ถอดฮาร์ดดิสก์เปลี่ยนได้ง่ายๆ คนทำงานถูกใจสิ่งนี้!

msi modern cover

MSI Modern AM242P All-in-One PC ดีไซน์สวยรุ่นใหม่ของ MSI เอาใจคนทำงานออฟฟิศหรือคนที่ต้องการพีซีเอาไว้ใช้ทำงานช่วง Work From Home หรือต้องเข้าออกออฟฟิศบ้างเป็นระยะๆ และไม่อยากเปลืองพื้นที่ก็ต้องถือว่าพีซีเครื่องนี้เป็นรุ่นที่น่าสนใจ เพราะนอกจากดีไซน์ตัวเครื่องที่ปรับความสูงต่ำ, ก้มเงยหน้าจอได้สะดวกมากหรือจะต่อขาตั้งหน้าจอ (VESA Arm) ก็ได้ นอกจากนี้ MSI ก็ติดตั้งกล้อง Webcam พร้อมกล้อง IR สำหรับสแกนใบหน้าปลดล็อคเครื่องและมีช่องฮาร์ดดิสก์สำหรับคนที่ต้องการเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ลูกใหม่มาเซฟงานเพิ่มหรือเปลี่ยนเป็น SSD ไว้ลงโปรแกรมได้สะดวกรวดเร็วก็ได้เช่นกัน

Advertisementavw

ด้านสเปคต้องถือว่าแรงจบในตัวเพราะ MSI ติดตั้งซีพียู Intel Tiger Lake ประสิทธิภาพสูง, แรม 16GB, SSD แบบ M.2 NVMe ความเร็วสูงและติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 11 Home มาให้พร้อมใช้งานทันที และถ้าใช้งานต่อเนื่องทั้งวันก็มีระบบระบายความร้อน Silent PRO Cooling ที่ช่วยระบายความร้อนชิ้นส่วนภายในทั้ง CPU, RAM, SSD ให้เย็นต่อเนื่องอีกด้วย

MSI AM242P DSC00330

NBS Verdict

MSI AM242P DSC00328

ถ้าใครมีพื้นที่ในคอนโดมิเนียม, ห้องนอนหรือออฟฟิศจำกัดล่ะก็ All-in-One PC เรียกว่าเป็นคำตอบที่ดี โดยเฉพาะ MSI Modern AM242P เครื่องนี้ที่นอกจากดีไซน์สวยประหยัดพื้นที่แล้ว ยังปรับระยะสูงต่ำและก้มเงยให้เข้ากับโต๊ะทำงานและระยะการมองเห็นได้สะดวก และทาง MSI ก็ออกแบบโดยใส่ใจผู้ใช้หลายอย่างไม่ว่าจะกล้อง IR สำหรับสแกนใบหน้าปลดล็อคเครื่องหรือจะช่องเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ให้เจ้าของเครื่องใช้พีซีเครื่องนี้ทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้น รวมทั้งมีช่องร้อยสายไฟที่ขาตั้งหน้าจอเพื่อให้จัดสายไฟเป็นระเบียบยิ่งขึ้นอีกด้วย

นอกจากนี้เรื่องพอร์ตที่ติดตั้งมาให้ก็ต้องถือว่า MSI ให้มาแบบครบเครื่องยทั้ง USB-A, USB-C 3.2 Gen 2 อย่างละ 2 ช่องและ HDMI ทั้ง In และ Out สำหรับใช้ MSI Modern AM242P เครื่องนี้เป็นเครื่องหลักแล้วต่อหน้าจอเสริมก็ได้ หรือจะใช้เครื่องนี้เป็นหน้าจอเสริมของโน๊ตบุ๊คเครื่องประจำก็สะดวก เรียกว่าปรับการใช้งานได้ตามความสะดวกของแต่ละคนได้ทันที

แต่อย่างไรก็ตามจุดสังเกตเล็กๆ น้อยๆ ที่ผู้เขียนพบเจอระหว่างทดสอบและใช้งานจริง ซึ่งแม้ไม่เป็นปัญหาหลักก็ตาม ได้แก่เรื่องลำโพงที่ติดมากับตัว MSI Modern เครื่องนี้ถือว่าแค่พอใช้ประชุมงานออนไลน์ได้ แต่ไม่เหมาะกับการฟังเพลงหรือดูหนังด้วยมิติเสียงที่ถือว่าแบนไม่ค่อยมีมิติเท่าไหร่ แนะนำให้ต่อลำโพงแยกดีๆ สักชุดให้ได้อรรถรสยิ่งขึ้น และเวลาประกอบเครื่องเพื่อใช้งานครั้งแรกควรเตรียมไขควงมาด้วยเพราะทาง MSI ใช้วิธียึดขาตั้งกับตัวเครื่องเข้ากันด้วยน็อต 4 ตัว ไม่ได้เป็นกริ๊บล็อคเหมือนกับหน้าจอคอมพิวเตอร์หลายๆ รุ่นที่ผู้เขียนเคยทดสอบหรือใช้งานมาก่อนหน้านี้

ข้อดีของ MSI Modern AM242P
  1. สเปคสูงสุดติดตั้ง Intel Core i7-1165G7 มาให้ ประสิทธิภาพดีทำงานหนักได้สบายๆ
  2. ติดตั้งแรมมาให้ 16GB DDR4 จัดว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานในปัจจุบันนี้
  3. ช่องฮาร์ดดิสก์ด้านหลังเครื่องสามารถขันน็อตแล้วถอดเปลี่ยนได้สะดวก
  4. ให้พอร์ตใช้งานมาอย่างครบเครื่องทั้ง USB-A, USB-C, HDMI อย่างละ  2 ช่อง
  5. ขาตั้งตัวเครื่องออกแบบมาอย่างดี สามารถสไลด์ตัวหน้าจอให้สูงขึ้นหรือเตี้ยลงก็ได้ง่ายๆ และปรับก้มเงยได้สะดวก
  6. รองรับการต่อขาตั้งหน้าจอแบบ VESA Mount ทำให้จัดโต๊ะทำงานได้สะดวกขึ้น
  7. ขาตั้งหน้าจอมีช่องจัดสายไฟ ทำให้ผู้ใช้จัดระเบียบสายไฟบนโต๊ะทำงานได้ง่าย
  8. ติดตั้งกล้อง IR Camera สำหรับสแกนใบหน้าปลดล็อคเครื่องได้สะดวกรวดเร็ว
  9. ระบบระบายความร้อน Silent PRO Cooling ช่วยรักษาอุณหภูมิให้เครื่องเย็นและเสียงไม่ดังไป
ข้อสังเกตของ MSI Modern AM242P
  1. ลำโพงที่ติดตั้งมาให้เสียงที่พอใช้ประชุมออนไลน์ได้ แต่เสียงตอนดูหนังฟังเพลงถือว่าแบนไม่ค่อยมีมิตินัก
  2. ขาตั้งต้องขันน็อตเพื่อล็อคเข้ากับตัวเครื่อง เวลาประกอบเครื่องควรเตรียมไขควงไว้ด้วย

รีวิว MSI Modern AM242P

Specification

MSI Modern AM242P

นอกจากฟีเจอร์เด่นของ MSI Modern AM242P เครื่องนี้ที่ผู้เขียนได้กล่าวโดยสังเขปไปข้างต้นแล้ว สเปคของ All-in-One PC เครื่องนี้ก็จัดว่าดีพร้อมใช้ทำงานออฟฟิศได้เป็นอย่างดี ซึ่งสเปคโดยสรุปจะเป็นดังนี้

  • CPU : สูงสุด Intel Core i7-1165G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.8-4.7 GHz
  • GPU : สูงสุด Intel Iris Xe Graphics
  • SSD & HDD : M.2 NVMe ความจุ 512GB, 2.5″ SATA III 1TB 7200RPM
  • RAM : 16GB DDR4 รองรับสูงสุด 64GB
  • Display : 23.8 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 2, USB-A 3.2 Gen 2 x 2, USB-C 3.2 Gen 2 x 2, HDMI In x 1, HDMI out x 1, RJ45 LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : IR Camera รองรับการสแกนใบหน้า
  • OS : Windows 11 Home
  • Weight : 8.45 กิโลกรัม
  • Adjustment : ปรับก้มเงย -4 ~ 20 องศา, ความสูง 0 ~ 130 มม.
  • Price : เริ่มต้น 25,400 บาท (รุ่นปรับหน้าจอขึ้ลงไม่ได้), 30,900 บาท (รุ่นปรับหน้าจอเลื่อนขึ้นลงได้)

Hardware & Design

MSI AM242P DSC00333

ดีไซน์ตัวเครื่องของ MSI Modern AM242P เครื่องนี้ จะเป็น All-in-One PC ดีไซน์เรียบง่าย ขอบหน้าจอบางเลือกได้ระหว่างสีขาวหรือดำ ส่วนขอบหน้าจอด้านบนจะมีติ่งยื่นขึ้นมาเล็กน้อยโดยเป็นโมดูลของกล้อง Webcam กับกล้อง IR Camera สำหรับสแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อคเครื่อง ไม่ได้แยก Webcam เป็นอุปกรณ์อีกชิ้นเหมือน MSI Pro AP241 ที่รีวิวไปก่อนหน้านี้ ข้อดีคือสามารถใช้กล้องได้เลยไม่ต้องเปลืองช่อง USB และติ่งด้านบนก็ไม่สูงเกินไปจนรกสายตาอีกด้วย

MSI AM242P DSC00282

ส่วนด้านหลังตัวเครื่องจะแบ่งออกเป็น 2 ระดับด้วยกัน คือส่วนบนที่เป็นชุดหน้าจออย่างเดียวพร้อมโลโก้ MSI แบบตัวอักษรที่มักใช้กับพีซีหรือโน๊ตบุ๊คสายทำงาน ส่วนครึ่งล่างจะเป็นชุดตัวเครื่อง โดยจากซ้ายมือจะเป็นช่องสำหรับถอดเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ ตรงกลางเป็นตัวยึดขาตั้งหน้าจอและพอร์ตถูกรวมเอาไว้ฝั่งขวามือเป็นกลุ่ม ถือว่าทาง MSI ออกแบบได้เป็นระเบียบดีทีเดียว ส่วนของปลั๊กตัวเครื่องจะเป็นอแดปเตอร์แยกอีกก้อนเหมือนกับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คไม่ได้รวมเอาไว้ด้านในตัวหน้าจอ ซึ่งข้อดีคือถ้าตัวอแดปเตอร์เสียต้องการส่งเคลมหรือซ่อมก็สามารถส่งเคลมแยกชิ้นได้ไม่ต้องส่งไปทั้งเครื่อง

MSI AM242P DSC00258

MSI AM242P DSC00276
MSI AM242P DSC00281
MSI AM242P DSC00280

ส่วนขาตั้งของ MSI Modern AM242P ตัวนี้จัดว่าทาง MSI ออกแบบมาเป็นอย่างดีและใส่ใจผู้ใช้เป็นอย่างมาก เพราะมันสามารถสไลด์ตัวให้สูงขึ้นหรือเตี้ยลงเพื่อให้เข้ากับโต๊ะทำงานของผู้ใช้แต่ละคนได้ง่ายๆ แค่เอามือช้อนใต้หน้าจอแล้วยกขึ้นหรือกดลงเบาๆ ตัวหน้าจอก็สไลด์ขึ้นลงตามที่เราต้องการและตัวรางก็ออกแบบมาแข็งแรงมั่นคงไม่ออกอาการหลวมอ่อนเลย สามารถสไลด์ความสูงได้ 0 ~ 130 มม. ซึ่งถ้าใครนั่งทำงานอยู่ที่บ้านแล้วนั่งนานจนเมื่อยแล้วจะเปลี่ยนอิริยาบทบ้างก็ดึงจอสไลด์ขึ้นแล้วกดลงตอนกลับมานั่งทำงานตามปกติก็ได้ นับว่าใช้งานได้สะดวกมาก

MSI AM242P DSC00277

MSI AM242P DSC00278
MSI AM242P DSC00279

ด้านมุมก้มและเงยของ MSI Modern AM242P สามารถปรับองศาก้มเงยได้ -4 ~ 20 องศา โดยตัวคานหมุนจะเป็นโมดูลตัวกลางระหว่างตัวแผ่นยึดหลังหน้าจอและตัวฐานสไลด์ปรับความสูง ซึ่งงานประกอบถือว่าแข็งแรงมาก สามารถปรับหน้าจอก้มหรือเงยขึ้นแล้วใช้งานได้สบายๆ ไม่มีอาการตัวคานหมุนรับน้ำหนักหน้าจอไม่ไหวจนทำให้หน้าจอก้มลงเลยแม้แต่น้อย สามารถปรับองศาหน้าจอให้เข้ากับมุมสายตาของผู้ใช้ได้ง่ายและรวดเร็ว

MSI AM242P DSC00299

MSI AM242P DSC00284
MSI AM242P DSC00291

ด้านขาตั้งหน้าจอโลหะจะถูกเจาะช่องสำหรับร้อยสายไฟต่างๆ ไม่ว่าจะสายไฟ AC, HDMI หรือจะเอาไว้ใช้จัดสายไฟตอนเสียบชาร์จสมาร์ทโฟนก็ได้ ส่วนวิธีการประกอบหน้าจอเข้ากับขาตั้งแนะนำให้เริ่มจากเอาหน้าจอคว่ำลงกับพื้นโต๊ะแล้วเอาฐานจับหน้าจอที่ติดกับเสามาขันน็อตทั้ง 4 ตัวเข้าหากันก่อน จากนั้นค่อยเขาฐานหน้าจอมาสวมเข้ากับตัวเสาแล้วขันน็อตแบบมีปีกให้เข้ากับตัวเสาให้เรียบร้อยก่อนตั้งขึ้น อย่างไรก็ตามตอนประกอบเครื่องใช้งานครั้งแรกผู้เขียนแนะนำให้เตรียมไขควงมาด้วยหนึ่งตัวเพื่อขันน็อตล็อคฐานจับหน้าจอเข้ากับตัวหน้าจอด้วย

Screen & Speaker

MSI AM242P DSC00266

MSI AM242P DSC00269
MSI AM242P DSC00268
MSI AM242P DSC00270
MSI AM242P DSC00271

หน้าจอของ MSI Modern AM242P มีขนาด 23.8 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS และเป็นหน้าจอแบบ Anti-Flicker ที่หน้าจอจะไม่มีอาการกระพริบเวลาใช้งาน ทำให้นั่งทำงานได้ต่อเนื่องโดยสายตาไม่ล้าง่าย ส่วนดีไซน์หน้าจอจะเป็นแบบขอบบางทั้ง 3 มุม คือขอบบนและฝั่งซ้ายขวา เว้นแต่ขอบล่างของหนาจอที่จะหนากว่าเล็กน้อยเท่านั้นและมีโลโก้ MSI ติดเอาไว้ตรงกลางขอบล่างด้วย

MSI AM242P DSC00289

ส่วนขอบบนของหน้าจอจะมีติ่งกล้อง Webcam พร้อมกล้อง IR Camera สำหรับสแกนใบหน้าปลดล็อคเครื่อง ทำงานกับฟีเจอร์ Windows Hello ซึ่งผู้ใช้เพียงแค่ล็อคอินแล้วกรอกรหัสผ่านให้เรียบร้อยก็จัดการสแกนใบหน้าเอาไว้เพื่อปลดล็อคได้เลย และส่วนตัวผู้เขียนแนะนำว่าให้ทำ Improve recognition ให้ระบบ Windows Hello สามารถจดจำใบหน้าของเราได้ดีขึ้นจะทำให้เครื่องสแกนใบหน้าเราได้เร็วกว่าเดิม

gamut 1

brightness 1
bright zone
accuracy 1
rating

ด้านขอบเขตสีหน้าจอเมื่อวัดด้วยอุปกรณ์อย่าง Spyder5Elite แล้ว จะเห็นว่าขอบเขตสีหน้าจอของ MSI Modern AM242P กว้างดีทีเดียว โดยได้ผลลัพธ์คือ 98% sRGB, 73% AdobeRGB และ 73% DCI-P3 ซึ่งถือว่ากว้างทีเดียวและค่า Delta-E เพื่อวัดเปรียบเทียบความแม่นยำสีบนหน้าจอได้ค่าเฉลี่ยที่ 1.93 ก็ถือว่าสีสันบนหน้าจอเที่ยงตรงระดับหนึ่งเลยทีเดียว

ความสว่างหน้าจอที่ Spyder5Elite วัดได้เมื่อตั้งความสว่าง 100% จะอยู่ที่ 147.5 nits ซึ่งแม้จะมองเห็นได้สะดวกไม่สว่างเกินไปจนแสงแยงตาก็ตามแต่ถือว่าค่อนข้างมืดไปแม้จะใช้งานในอาคารอย่างเดียว ซึ่งถ้าสว่างขึ้นอีกราว 50 nits จะดีมาก และเมื่อแบ่งตารางความสว่างออกเป็น 9 ช่องจะยิ่งเห็นว่าพื้นที่ที่สว่างที่สุดของหน้าจอจะอยู่ที่ตรงกลางของหน้าจอและบรรทัดกลางฝั่งซ้ายและบรรทัดล่างตรงกลางเท่านั้น ส่วนโซนอื่นจะมีความสว่างดรอปลงเกิน 10% ทั้งหมด ซึ่งมีผลต่อการแต่งภาพหรือทำงานอาร์ตระดับมืออาชีพเพราะอาจจะไกด์สีหรือปรับความสว่างผิดได้แต่ถ้าแต่งภาพเพื่ออัพโหลดขึ้นโซเชียลเน็ตเวิร์คก็ไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งถ้าต้องทำงานอาร์ตหรือแต่งภาพบ่อยๆ จะแนะนำให้หาหน้าจอ MSI Creator Series ที่ทำมาเพื่อผู้ใช้สายครีเอเตอร์มาต่อแยกเลยจะดีกว่า

ส่วนนคะแนนโดยสรุปของ MSI Modern AM242P ตัวนี้จะได้คะแนนเฉลี่ยที่ 4 จาก 5 คะแนน ถ้าดูแยกกันจะเห็น่วา Gamut (ขอบเขตสี) และ Contrast นั้นจะโดดเด่นได้ 5 คะแนนเต็ม ถัดมาเป็น White Point กับ Color Uniformity ทำได้ 4.5 คะแนน ส่วน Color Accuracy ทำได้ 4 คะแนน โดยรวมแล้วต้องถือว่าเรื่องขอบเขตสีหน้าจอนี้ทำได้ดีระดับหนึ่งเลย

MSI AM242P DSC00295

ลำโพงของ MSI Modern AM242P เครื่องนี้จะติดตั้งเอาไว้ด้านหลังบริเวณขอบบนด้านหลังเครื่อง โดยมีกำลังขับ 2.5 วัตต์ต่อตัว โดย MSI ติดตั้งมาให้ 2 ดอก และจากการทดลองฟังเพลงด้วยลำโพงนี้แล้ว ส่วนตัวผู้เขียนถือว่ายังไม่น่าประทับใจเท่าที่ควรเนื่องจากเนื้อเสียงที่ได้ออกไปทาง Flat และไม่ค่อยมีมิติเท่าไหร่ ได้เสียงร้องที่ชัดเจนแต่เสียงเครื่องดนตรีไม่ค่อยเด่นเท่านัก ซึ่งถ้าต้องการดูหนังฟังเพลงให้ใช้ลำโพงแยกดีๆ สักคู่ไปเลย แต่ถ้าใช้งานแค่ประชุมออนไลน์ก็จัดว่าลำโพงนี้ได้ยินเสียงพูดชัดเจนดี

Keyboard & Mouse

MSI AM242P DSC00301

เมาส์และคีย์บอร์ดในกล่องของ MSI Modern เครื่องนี้จะเป็นเซ็ตแบบไร้สายและรับส่งข้อมูลด้วย USB Wireless Dongle ตัวเดียวรับสัญญาณจากทั้งเมาส์และคีย์บอร์ดทั้งคู่ ข้อดีคือไม่มีสายไฟบนโต๊ะทำงานและสามารถหยิบย้ายเซ็ตเมาส์คีย์บอร์ดนี้ให้ห่างจากหน้าจอได้ในระยะอาณัติสัญญาณของ USB Dongle ได้ด้วย

MSI AM242P DSC00302

MSI AM242P DSC00303
MSI AM242P DSC00304
MSI AM242P DSC00308
MSI AM242P DSC00311

คีย์บอร์ดในเซ็ตของ MSI Modern เครื่องนี้จะเป็นดีไซน์ Full-size ปุ่ม Enter แบบ ANSI เป็น Rubberdome ตัวปุ่มสกรีนภาษาอังกฤษก็ตามแต่เชื่อว่าเวอร์ชั่นจำหน่ายในประเทศไทยจะสกรีนตัวอักษรไทยมาให้อย่างแน่นอน และที่ปุ่ม F1-F12 ก็ถูกเซ็ต Function Hot Key ไว้ให้ครบถ้วน ถ้าต้องการใช้งานให้กดปุ่ม Fn ค้างเอาไว้ก่อนแล้วค่อยกด Hot Key ที่ต้องการ

ส่วนรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ทาง MSI เซ็ตเอาไว้ให้คีย์บอร์ดตัวนี้ได้แก่ไฟแสดงสถานะแบตเตอรี่ที่มุมขวาของคีย์บอร์ดเหนือ Numpad ให้ผู้ใช้ได้ทราบว่าตอนนี้แบตเตอรี่ของคีย์บอร์ดจะหมดแล้วหรือยังจะได้เตรียมเปลี่ยนได้ทันเวลาและเปลี่ยนโลโก้ของปุ่ม Windows จากแบบของ Windows 10 ที่บานหน้าต่างวางตัวเฉียงเป็นของ Windows 11 รุ่นใหม่ล่าสุดที่หน้าต่างหันหน้าตรงแล้วและเป็นระบบปฏิบัติการในเครื่องนี้ด้วย

MSI AM242P DSC00309
MSI AM242P DSC00310

ด้านปุ่ม Function Hot Key ที่ติดมาที่ปุ่ม F1-F12 นั้น จะมีคำสั่งดังนี้

  • F1 – ปุ่ม Media ไว้เรียก Windows Media Player ขึ้นมาใช้งาน
  • F2-F3 – ลดหรือเพิ่มเสียง
  • F4 – ปิดเสียงลำโพง
  • F5-F8 – เล่นเพลงก่อนหน้า, เล่นเพลงถัดไป, หยุดชั่วคราวหรือเล่นต่อ, ปุ่ม Stop หยุดเล่นเพลง
  • F9 – ปุ่ม Home สำหรับใช้กับเว็บเบราเซอร์
  • F10 – ปุ่ม E-mail เรียกโปรแกรมอ่านเมล์
  • F11 – ปุ่มคำสั่ง This PC (My Computer)
  • F12 – ปุ่มเรียกโฟลเดอร์ Favorite ขึ้นมาใช้งาน

ซึ่งการ Mapping ปุ่ม Function Hot Key ทั้ง 12 ปุ่ม นับเป็นปุ่มแบบมาตรฐานสำหรับพีซีหรือโน๊ตบุ๊คสายทำงานราว 5-10 ปีก่อน ซึ่งโดยรวมจัดว่าค่อนข้างครอบคลุมการใช้งานแล้วแต่ส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าปุ่มที่ F9-F12 อาจจะเปลี่ยนเป็น Hot Key อื่นอย่าง Snipping Tool, Calculator, ปุ่มล็อคหน้าจอ (Windows+L) หรือ Recent App น่าจะได้ใช้ประโยชน์มากกว่า 

MSI AM242P DSC00313

MSI AM242P DSC00315
MSI AM242P DSC00316
MSI AM242P DSC00317

ส่วนด้านหลังของคีย์บอร์ดจะเป็นแบบ 2 ชั้น คือมีส่วนขอบบนที่รวมชุดคอนโทรลเลอร์, ช่องแบตเตอรี่ AAA x 2 ก้อนกับที่ใส่ USB Wireless Dongle อีกหนึ่งช่อง ส่วนริมฝั่งซ้ายและขวาเป็นขาตั้งคีย์บอร์ด ซึ่งถ้าความสูงของสันคีย์บอร์ดสูงไม่พอก็สามารถกางขาตั้งเพิ่มได้

MSI AM242P DSC00318
MSI AM242P DSC00319

โดยตัวขาตั้งจะทำให้คีย์บอร์ดสูงขึ้นจากเดิมราว 1-2 เซนติเมตร ซึ่งส่วนตัวจากที่ผู้เขียนทดลองใช้งานดูแล้วต้องถือว่าความสูงเฉพาะสันของคีย์บอร์ดก็จัดว่าสูงระดับหนึ่งแล้ว แต่ถ้าใครพิมพ์งานไม่สะดวกก็กางออกเพื่อให้ทำงานได้ง่ายขึ้น ส่วนสัมผัสและการตอบสนองตอนใช้งานจัดว่าตอบสนองได้ดีในระดับใช้ทำงานออฟฟิศทั่วไป ตัวปุ่มเป็น Rubberdome เสียงเบาไม่ดังรบกวนเพื่อนร่วมงานอย่างแน่นอน

MSI AM242P DSC00320

MSI AM242P DSC00321
MSI AM242P DSC00322
MSI AM242P DSC00324

เมาส์ในเซ็ตจะเป็นเมาส์แบบ 5 ปุ่ม คือคลิกซ้ายขวา, คลิกกลางที่รวมกับ Scroll mouse และ Forward, Backward ทรง False-Ambidextrous กล่าวคือเป็นทรง Ambidextrous จับถนัดทั้งสองมือแต่ปุ่ม Forward, Backward ที่ติดมาข้างเมาส์เอื้อกับคนถนัดขวาเป็นหลักและสัดส่วนเมาส์จะเอื้อกับการจับแบบ Palm, Claw Grip เป็นหลักแต่จะจับแบบ Fingertip ก็ได้เพราะน้ำหนักเมาส์ถือว่าเบาระดับหนึ่ง ทำให้ลากเมาส์ไปมาได้อย่างรวดเร็ว

MSI AM242P DSC00325
MSI AM242P DSC00326

ส่วนด้านใต้เมาส์จะมี Glide หรือแผ่นรองใต้เมาส์ให้ลากเมาส์ได้ไหลลื่น 2 แผ่นติดเอาไว้เป็นแผ่นเล็กทรงโค้งขอบบนและขอบล่างเป็นชิ้นใหญ่ทรงครึ่งวงกลม ติดสวิตช์เลื่อนเปิดปิดเมาส์เอาไว้ที่มุมซ้ายล่างของสติกเกอร์สีดำโดยสไลด์เปิดแล้วเมาส์จะมีไฟเลเซอร์สีแดงติดขึ้นมา ส่วนแบตเตอรี่จะใช้ถ่าน AAA x 2 ก้อน ซึ่งหาซื้อได้ง่ายตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป เวลาเมาส์และคีย์บอร์ดแบตเตอรี่จะหมดก็สามารถซื้อแพ็ค 4 ก้อนมาเตรียมเปลี่ยนได้เลย

Connector

MSI AM242P DSC00283

ตัวปุ่มควบคุมตั้งค่าหน้าจอ 5-Way Navigator จะเป็นก้านทรงจอยสติ๊กติดเอาไว้ด้านหลังฝั่งซ้ายล่าง (ถ้าหันหน้าเข้าหน้าจอจะอยู่ฝั่งขวามือ) ถัดลงมาจากถาดสำหรับถอดเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ในเครื่อง ซึ่งวิธีการใช้งานแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือเลื่อนจอยสติ๊กเลยเพื่อปรับความสว่างหรือกดลงไปตรงๆ เพื่อเปิดหน้ารวมคำสั่งขึ้นมา Overlay บนหน้าจอก็ได้

main OSD

โดยหน้าต่าง Overlay ของ MSI Modern AM242P ตัวนี้จะมีคำสั่งตั้งค่าต่างๆ เอาไว้ครบถ้วน ทั้งการเปลี่ยนโหมด, ปรับความสว่าง, Contrast และอื่นๆ หรือจะเลือก Input Source เปลี่ยนการแสดงผลให้เป็นหน้าจอเสริมตอนต่อกับโน๊ตบุ๊คก็ได้

MSI AM242P DSC00285
MSI AM242P DSC00287

พอร์ตที่อยู่ด้านหลังเครื่องจะรวมเอาไว้ที่ฝั่งขวามือหรือฝั่งซ้ายเมื่อหันหน้าเข้าหาหน้าจอ แยกชุดพอร์ตเป็น 2 กลุ่มคือที่อยู่ด้านหลังเครื่องหรือด้านข้าง โดยพอร์ตที่ MSI ติดตั้งมาให้ All-in-One PC เครื่องนี้ได้แก่

  • ด้านหลังเครื่องจากซ้ายไปขวา – Kensington Lock, HDMI In, HDMI Out, USB 2.0 x 2, RJ45 LAN
  • ด้านข้างเครื่องจากบนลงล่าง – USB-C 3.2 Gen 2 x 2, USB-A 3.2 Gen 2 x 2, Audio Combo x 1, ไฟแสดงสถานะการทำงานของตัวเครื่อง, ปุ่ม Power

จะเห็นว่า MSI จัดหมวดหมู่ให้พอร์ตที่ถอดเข้าออกไม่บ่อยเช่น HDMI, RJ45 LAN ติดเอาไว้ด้านหลังเครื่องเพื่อให้ผู้ใช้ร้อยสายจากช่องขาตั้งหน้าจอเข้ามาต่อได้ง่ายๆ และ USB 2.0 x 2 ช่องหลักๆ แล้วผู้เขียนมองว่าเอาไว้ใช้กับ External Harddisk กรณีต่อเป็น Backup drive หรือต่อ USB Dongle เพื่อใช้งานแล้วเอา USB 3.2 Gen 2 ทั้ง Type-A, Type-C ที่โอนไฟล์เข้าออกได้เร็วติดตั้งเอาไว้ด้านข้างทำให้ต่อและถอดอุปกรณ์เข้าออกได้ง่าย เป็นวิธีการจัดระเบียบพอร์ตที่ดี

MSI AM242P DSC00292
MSI AM242P DSC00294

ด้านหลังเครื่องฝั่งซ้ายที่เป็นช่องฮาร์ดดิสก์ตัวเสริมของ MSI Modern AM242P จะขันน็อตล็อคเอาไว้ 1 ตัว เมื่อขันออกแล้วเราสามารถใช้นิ้วเกี่ยวที่ขอบถาดฮาร์ดดิสก์แล้วดึงออกเหมือนตอนถอดเปลี่ยน 2.5″ SATA III HDD ของโน๊ตบุ๊คแล้วเปลี่ยนใส่ฮาร์ดดิสก์ลูกใหม่ที่มีความจุสูงขึ้นหรือใส่ SATA III SSD เอาไว้เป็นไดรฟ์เสริมสำหรับติดตั้งโปรแกรมที่ใช้งานเป็นประจำได้เลย

ซึ่งการดีไซน์ All-in-One PC ให้มีไดรฟ์เสริมเช่นนี้ยังพบเห็นไม่กี่รุ่นเท่านั้น แต่ก็นับเป็นการออกแบบที่ดีและใช้งานได้จริง ซึ่งผู้เขียนหวังว่า MSI จะนำดีไซน์นี้ไปใส่กับ AIO รุ่นอื่นๆ ของทางบริษัทด้วยจะช่วยให้ผู้ใช้ถอดอัพเกรดฮาร์ดดิสก์ได้สะดวกขึ้น

Performance & Software

device mgr 1

ใน Device Manager ที่แสดงฮาร์ดแวร์ภายใน MSI Modern AM242P เครื่องนี้ จะเห็นว่าทาง MSI ติดตั้งชิ้นส่วนมาให้หลายอย่าง ไม่ว่าจะกล้อง IR สแกนใบหน้าปลดล็อคเครื่องใน Biomectric devices, การ์ด Wi-Fi ของ Intel รุ่น Intel AX201 คลื่น 160 MHz และรองรับ Bluetooth 5.2 และมีชิป TPM 2.0 สำหรับรักษาความปลอดภัยของข้อมูลในตัวเครื่องและเป็นส่วนสำคัญที่ Microsoft บังคับสำหรับพีซีหรือโน๊ตบุ๊คที่ต้องการติดตั้ง Windows 11

cpu

ซีพียูที่ติดตั้งมาให้จะเป็น Intel Core i7-1165G7 มี 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.8-4.7 GHz รองรับชุดคำสั่งหลักสำหรับใช้ทำงานกับโปรแกรมต่างๆ ครบถ้วน มีค่า TDP อยู่ที่ 28 วัตต์ ซึ่งถ้าใครใช้ทำงานออฟฟิศทั่วไป ซีพียูนี้ก็สามารถทำงานได้เป็นอย่างดีแน่นอน

ram 1
ram2

แรมเป็นแบบ SO-DIMM ความจุ 16GB DDR4 บัส 3200 MHz โดยแรมติดเครื่องผลิตโดย Samsung สามารถอัพเกรดเพิ่มความจุได้สูงสุด 64GB ซึ่งถ้าใครใช้งานเอกสารทั่วๆ ไปไม่ได้ประมวลผลทำงานหนักๆ ก็สามารถใช้งานแรม 16GB ได้เลย

gpu 1

การ์ดจอเป็นแบบออนบอร์ดที่ติดมากับซีพียูรุ่น Intel Iris Xe Graphics เป็นการ์ดจอออนบอร์ดติดมากับ Intel Core i7 รองรับ OpenCL, OpenGL 4.6, DirectCompute, DirectML, DirectML, Vulkan ครบถ้วน รวมทั้งรองรับ DirectX 12 สามารถใช้ทำงานกราฟฟิคอย่างการตัดต่อแต่งภาพได้แน่นอน

ssd 2

ตัว SSD แบบ M.2 NVMe รุ่น WD SN530 ความจุ 256GB หรือรหัส OEM ของ WD Blue SN550 ที่ติดตั้งมาเป็น C:\ ของ MSI Modern AM242P เครื่องนี้ เมื่ออ้างอิงสเปคจากหน้าเว็บไซต์ที่ Western Digital เคลมไว้ว่าทำความเร็ว Sequential Read ได้ 2,400 MB/s และ Sequential Write ได้ 950 MB/s นั้น เมื่อวัดด้วย AS SSD แล้วได้ Sequential Read 2,209 MB/s และ Sequential Write 913 MB/s ก็ถือว่าใกล้เคียงกับสเปคหน้าเว็บไซต์ที่เคลมเอาไว้ ซึ่งผู้เขียนแนะนำว่าให้ลงโปรแกรมที่ใช้งานเป็นประจำเอาไว้เพื่อให้บูตได้อย่างรวดเร็วแล้วเอาไฟล์งานหรือโปรแกรมรองไปใส่ HDD ตัวรองความจุ 1TB จะดีกว่า

r15 1
r20 1

ด้านการทดสอบเรนเดอร์ 3D CG โดย CINEBENCH R15 จะทำคะแนน OpenGL ได้ 85.66 fps ส่วนคะแนนของ CPU ทำคะแนนได้ 854 cb แสดงให้เห็นว่า MSI Modern AM242P นั้นสามารถเรนเดอร์ 3D CG ได้ระดับหนึ่ง ส่วนการทดสอบเรนเดอร์ภาพโดยเน้นการประมวลผล CPU ด้วย CINEBENCH R20 ได้คะแนน 2043 pts ดังนั้นถ้าใครต้อง Preview โมเดล 3D CG หรือต้องทำงานกับโมเดล 3 มิติบ้างก็สามารถทำงานได้อย่างแน่นอน

3dmark

ด้าน 3DMark Time Spy ที่ใช้ทดสอบว่า MSI Modern AM242P เครื่องนี้สามารถเล่นเกมได้ดีหรือไม่ ได้ผลคะแนนรวมออกมาที่ 1,353 คะแนน ซึ่งเป็นคะแนนทั่วไปที่พีซีหรือโน๊ตบุ๊คที่ใช้การ์ดจอออนบอร์ด และเมื่อดูแยกจะเห็นว่าซีพียูทำคะแนนได้ 4,289 คะแนน ขณะที่ Graphics score อยู่ที่ 1,208 คะแนน

ซึ่งในแง่ของการทำงานต้องถือว่า Intel Iris Xe Graphics สามารถทำหน้าที่ของมันได้เป็นอย่างดีแต่ในแง่ของการเล่นเกมจะไม่แนะนำเท่าไหร่ ซึ่งจากที่ทดสอบมาถ้าต้องการเล่นเกมเพื่อผ่อนคลายบ้างจะแนะนำให้เล่นเกม 8-bit หรือเอาเกมมือถือมาเล่นในคอมพิวเตอร์จะดีกว่า ไม่แนะนำเกม 3D อย่างเช่น PUBG, Genshin Impact นัก

pcmark10

เมื่อทดสอบการทำงานออฟฟิศด้วย PCMark 10 แล้ว จะเห็นว่าคะแนนรวมทำได้ 4,233 คะแนน ซึ่งคะแนนรวมในระดับนี้จัดว่าสามารถใช้ทำงานออฟฟิศได้อย่างแน่นอน

ถ้าดูจุดเด่นแยกไปตามหมวดหมู่ที่ PCMark 10 ทดสอบจะเห็นว่า MSI Modern AM242P เครื่องนี้จะเด่นในหมวดหมู่ Essential อย่างการเปิดโปรแกรมต่างๆ ขึ้นมาใช้งาน, ประชุมออนไลน์และใช้งานเว็บเบราเซอร์เข้าเว็บไซต์หรือทำงานผ่านเบราเซอร์ โดยได้คะแนน 8,802 คะแนน ถัดลงมาเป็นหมวด Productivity ซึ่งวัดการใช้งานกับโปรแกรม Word, Excel ว่าสามารถทำทำงานได้ดีแค่ไหน โดยทำได้ 5,365 คะแนน สุดท้ายเป็นงานตัดต่อวิดีโอ, แต่งภาพในหมวด Digital Content Creation ที่ทำได้ 4,359 คะแนน ซึ่งหมวดนี้ถ้าไม่มีการ์ดจอแยกก็จะทำคะแนนได้ไม่สูงนักอยู่แล้ว แต่เมื่อใช้แต่งภาพจริงแล้วถือว่า MSI Modern AM242P สามารถแต่งภาพได้ดีไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

affinity 1

ส่วนโปรแกรม Affinity Photo ที่เป็นโปรแกรมแต่งภาพเหมือนกับ Adobe Photoshop เมื่อทดสอบแล้วจะเห็นว่า Intel Core i7-1165G7 และการ์ดจอ Intel Iris Xe Graphics นั้น สามารถใช้ทำงานแต่งภาพได้ดีทีเดียว โดยเฉพาะกำลังประมวลผล CPU เมื่อใช้ทำงานกับไฟล์ภาพ Vector หรือ Raster ภาพก็ทำได้ดีระดับหนึ่งทีเดียว

hwmonitor 1

ส่วนอุณหภูมิในตัวเครื่องที่มีฟีเจอร์ระบายความร้อน Silent PRO Cooling ผู้เขียนใช้ CPUID HWMonitor จับเมื่อทดสอบ Benchmark ด้วย 3DMark, PCMark 10 แล้ว แม้จะเห็นว่าอุณหภูมิ CPU จะสูงถึง 100 องศา แต่เกิดจากการทดสอบด้วยตัวโปรแกรมเท่านั้น กลับกันเมื่อใช้งานจริงต้องถือว่า MSI Modern AM242P เครื่องนี้นอกจากเสียงจะเบาไม่รบกวนเวลาใช้งานแล้วตัวเครื่องยังเย็น ทำงานต่อเนื่องไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

User Experience

MSI AM242P DSC00327

การทดสอบใช้ MSI Modern AM242P ต้องถือว่าเป็น All-in-One PC ที่ตรงคอนเซปท์ที่ทาง MSI ตั้งใจออกแบบมาให้เป็นพีซีที่ฟังก์ชั่นครบทั้งระบบยืนยันตัวตนปลดล็อคเครื่องด้วยกล้อง IR Camera, ดีไซน์เรียบร้อยคล้ายเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งและประหยัดพื้นที่วางคอมพิวเตอร์ไปพร้อมๆ กัน แต่ประสิทธิภาพการทำงานจัดว่าไว้ใจได้ จากที่ผู้เขียนทดลองใช้ทำงานเปิดเว็บไซต์เพื่ออ่านข้อมูล, ข่าวและเขียนบทความและทำงานอาร์ตเวิร์ค เช่น ปกบทความหรือย่อขนาดไฟล์ภาพให้เล็กลงแล้ว ต้องถือว่าสเปคที่ MSI เซ็ตอัพมาให้ AIO เครื่องนี้ลงตัวทีเดียว

นอกจากนี้จุดที่ผู้เขียนชอบเป็นส่วนตัวจากที่ทดลองใช้งานมา คือ การปรับความสูงและระยะก้มเงยของตัวเครื่องทำได้ง่ายและสไลด์ให้เข้ากับระยะการมองเห็นและเข้ากับสายตาของผู้ใช้ได้ง่าย ทำให้คนที่ยัง Work From Home แล้วต้องเวียนเข้าออกออฟฟิศเป็นระยะๆ สามารถใช้พีซีเครื่องนี้เป็นพีซีเครื่องหลักทำงานได้สบายๆ นอกจากนี้ยังติดตั้งพอร์ตมาให้ครบพร้อมใช้งานทำให้โหลดไฟล์เข้าออกพีซีเครื่องนี้ได้อย่างรวดเร็ว

ด้านของช่องฮาร์ดดิสก์ด้านหลังเครื่องถือว่าเป็นดีไซน์ที่ดี ทำให้ผู้ใช้สามารถถอดเปลี่ยนไดรฟ์สำหรับเก็บข้อมูลหรือจะเปลี่ยนไปใส่ SSD เป็นไดรฟ์เสริมก็ได้และทำได้สะดวกเพียงแค่ใช้ไขควงอันเดียวขันน็อตออกแล้วถอดฮาร์ดดิสก์ในตัวออกมาเปลี่ยนแล้วใส่กลับไปได้เลย จัดเป็นดีไซน์และพอร์ตที่ผู้เขียนชื่นชอบเป็นส่วนตัว เพราะถ้าใครมีงานที่ต้องแบ็คอัพเยอะก็สามารถเซฟงานเอาไว้ในนี้แล้วถอดเปลี่ยนเอาไดรฟ์ใหม่ใส่ได้เลย

Conclusion & Award

MSI AM242P DSC00329

สุดท้าย MSI Modern AM242P เครื่องนี้ถือว่าเป็น AIO เครื่องที่ให้สเปคมาดีเพียงพอสำหรับการทำงานได้เป็นอย่างดี เหมาะกับคนที่อยากได้พีซีเครื่องใหม่ไว้ใช้งานไม่ว่าจะซื้อทดแทนเครื่องเก่าหรือหามาใช้ที่ออฟฟิศก็เป็นตัวเลือกที่ดีทั้งคู่ ถือว่าทาง MSI จัดสเปคและออกแบบมาได้ครบเครื่องและมีพอร์ตครบพร้อมใช้งาน ทำให้โอนไฟล์เข้าออกเครื่องรวมทั้งต่ออุปกรณ์เสริมได้ครบถ้วนอีกด้วย

นอกจากนี้ฟีเจอร์รักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกเวลาใช้งานอย่างกล้อง IR Camera นั้นนับเป็นฟีเจอร์ที่สำคัญและควรมีติดเอาไว้กับพีซีและโน๊ตบุ๊คในปัจจุบัน ซึ่ง MSI ก็ติดตั้งกล้องนี้มาให้กับตัวเครื่องเลย ทำให้รักษาความเป็นส่วนตัวและปลดล็อคเครื่องได้สะดวกมาก เมื่อต้องการใช้งานก็นั่งหน้าคอมพิวเตอร์และเคาะปุ่ม Enter ก็ปลดล็อคมาให้ใช้งานได้ทันที นับว่าประหยัดเวลาและหวังว่าผู้ผลิต All-in-One PC รายอื่นๆ จะติดตั้งกล้อง IR Camera นี้มาเป็นอุปกรณ์พื้นฐานเหมือนพีซีเครื่องนี้เลยจะดีมาก

award

award new performance

best performance

แง่ประสิทธิภาพการใช้งานนั้น นอกจากตัวเครื่องจะได้ Intel Core i7-1165G7, RAM 16GB กับ M.2 NVMe SSD 256GB และอัพเดทเป็น Windows 11 Home มาให้ใช้งานแล้ว ยังมีกล้อง IR Camera ติดตั้งมาสแกนใบหน้าปลดล็อคเครื่องและช่องเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ด้านหลังเครื่องด้วย ทำให้ผู้ใช้ถอดเปลี่ยนได้สะดวกและนับเป็นจุดเด่นของ AIO เครื่องนี้

ช่องทางติดต่อและสั่งซื้อ

  • MSI Call Center: 02 409 2984 (8.30 – 17.30 น.)

from:https://notebookspec.com/web/633482-review-msi-modern-am242p

5 คอม All In One น่าใช้ ซื้อติดออฟฟิศหรือให้ลูกหลานเรียนออนไลน์ก็ดี อัพเดท 2022

คอม All In One น่าใช้ในปี 2022 ก็มีรุ่นดีรุ่นเด็ดหลายรุ่นจาก 2021 ให้เลือกด้วยนะ

aio cover

คอม All In One ในปัจจุบันนี้ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากรูปลักษณ์เรียบง่ายสวยงาม แต่ทำงานออฟฟิศต่างๆ ได้สะดวก อุปกรณ์พร้อม แค่เปิดเครื่องก็พร้อมทำงานได้ทันที ไม่ต้องมีเคสตัวเครื่องเหมือนพีซีทั่วไป แค่เสียบปลั๊ก, เมาส์และคีย์บอร์ดก็พร้อมทำงานได้เลยและยังติดตั้งระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows 10 Home มาให้และบางเครื่องยังได้ Microsoft Office Home & Student 2019 มาพร้อมใช้งานอีกด้วย

Advertisementavw

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องทำใจสักหน่อยถ้าซื้อคอม All In One มาใช้งาน คือสเปคของพีซีกลุ่มนี้จะอยู่ในระดับกลางๆ พอทำงานออฟฟิศทั่วไปหรือให้ลูกหลานใช้เรียนออนไลน์ที่บ้านได้ แต่ถ้าทำงานหนักๆ แล้วต้องอัพเกรดแรมเพิ่ม การแกะพีซีประเภทนี้จะทำได้ยากมาก ถ้าไม่ระวังอาจจะทำให้ตัวเครื่องหักบิ่นเสียหายได้ง่ายๆ ผิดกับเครื่องแบบเดิมที่เป็นเคสแยกกับหน้าจอที่เปิดฝาข้างเครื่องแล้วถอดเปลี่ยนชิ้นส่วนได้ทันที ดังนั้นนี่คือสิ่งที่ต้องแลกกันหากต้องการประหยัดพื้นที่บนโต๊ะทำงานของนั่นเอง

คอม All In One

5 คอม All In One ดีไซน์สวย ทำงานดี ใช้ในออฟฟิศสะดวก

สำหรับผู้ใช้ที่จะหาคอม All In One มาใช้ทำงานในออฟฟิศหรือร้านอาหารเล็กๆ ของตัวเองล่ะก็ ในปี 2022 ก็มีเครื่องรุ่นใหม่ผสมกับรุ่นที่ยังวางขายอยู่ตั้งแต่ปี 2021 ที่ผ่านมาด้วย โดยผู้เขียนเลือกมาแนะนำทั้งหมด 5 รุ่นด้วยกัน ได้แก่

  1. HP 205 Pro G4 (16,745 บาท)
  2. MSI Pro AP241 (เริ่ม 18,500 บาท)
  3. Acer Aspire C22-1650 (25,990 บาท)
  4. ASUS V241EAK (17,990~24,990 บาท)
  5. Lenovo IdeaCentre AIO3 (16,900 บาท)
1. HP 205 Pro G4 (16,745 บาท)

HP AIO DSC00800

HP 205 Pro G4 เครื่องนี้เป็น AIO เพื่อสายทำงานเครื่องแรกที่เลือกมาแนะนำในบทความนี้ ซึ่งเพิ่งเปิดตัวใหม่ล่าสุด สเปคถือว่าใช้ทำงานออฟฟิศต่างๆ ได้เป็นอย่างดีและรองรับการอัพเกรดเพิ่ม SSD, RAM ได้ด้วย แต่แนะนำให้ช่างผู้ชำนาญการเป็นคนอัพเกรดเครื่องให้จะดีกว่า ส่วนรีวิวฉบับเต็มสามารถอ่านได้ที่นี่

สเปคของ HP 205 Pro G4 เครื่องนี้ใช้ซีพียู AMD Ryzen 3 4300U แบบ 4 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 2.7-3.7GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics แบบ 5 คอร์ เรนเดอร์ภาพขึ้นหน้าจอ 23.8 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี HDD ความจุ 1TB 7200RPM ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อม RAM 4GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB 2.0 x 2, USB 3.0 x 2, HDMI 1.4 x 1, Audio Combo x 1, 13-in-1 SD Card Reader x 1 และมีช่อง DVD-RW ให้ใช้ เชื่อมต่อ Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0 ด้วย ซึ่งถ้าใครหาคอม All In One ดีๆ ไม่แพงจะดูรุ่นนี้เอาไว้ก็ได้ แต่แนะนำให้เพิ่มแรมและ M.2 SATA III SSD เข้าไปอีกชิ้นจะทำให้บูตเครื่องและทำงานได้ไหลลื่นขึ้น

สเปคของ HP 205 Pro G4
  • CPU : AMD Ryzen 3 4300U แบบ 4 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 2.7-3.7 GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 5 คอร์
  • HDD : HDD ความจุ 1TB 7200RPM
  • RAM : 4GB DDR4 บัส 3200 MHz 
  • Display : 23.8 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 2, USB 3.0 x 2, HDMI 1.4 x 1, Audio Combo x 1, 13-in-1 SD Card Reader x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ติดตั้งไมค์ Dual Array
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 5.85 กิโลกรัม
  • Price : 16,750 บาท (HP Thailand)
2. MSI Pro AP241 (เริ่ม 18,500 บาท)

MSI Pro AP241

MSI Pro AP241 เครื่องนี้ต้องถือว่าเป็นคอม All In One อีกเครื่องที่ได้รีวิวไปก่อนหน้านี้เช่นกัน ซึ่งจุดเด่นของเครื่องนี้คือพาเนลหน้าจอขอบเขตสีกว้างทีเดียว เมื่อวัดด้วย Spyder5Elite แล้วได้ขอบเขตสี 94% sRGB ซึ่งถ้าใครอยากแต่งภาพเพื่ออัพโหลดขึ้นโซเชียลเน็ตเวิร์คบ่อยๆ ก็แนะนำเครื่องนี้เช่นกัน

สเปคของเครื่องนี้เริ่มต้นด้วยรุ่นซีพียู Intel Pentium Gold G6405 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 4.1GHz และเลือกรุ่นได้ถึง Intel Core i7-11700 แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.5-4.9GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel UHD Graphics เรนเดอร์ภาพต่างๆ ขึ้นหน้าจอ 24 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 256GB ติดตั้ง Windows 10 มาให้พร้อมฮาร์ดดิสก์ความจุ 1TB อีกลูกสำหรับเซฟข้อมูลงานในเครื่องได้ มีแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz ที่ตัวเครื่องมีพอร์ต USB-A 3.2 Gen 1 x 4, USB-A 2.0 x 2, HDMI x 1, VGA x 1, LAN x 1, Line in/out x 1 คู่ เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ได้ด้วย ซึ่งถ้าใครหาคอม All In One ดีๆ ใช้งานได้ยาวๆ ผู้เขียนก็แนะนำ MSI เครื่องนี้เช่นกัน

สเปคของ MSI Pro AP241
  • CPU
  • GPU : Intel UHD Graphics
  • HDD
    • SSD แบบ M.2 NVMe 256GB
    • HDD ความจุ 1TB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz 
  • Display : 24 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 Gen 1 x 4, USB-A 2.0 x 2, HDMI x 1, VGA x 1, LAN x 1, Line in/out x 1 คู่
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : MSI FHD ProCam-A
  • Software : Windows 10 Home/Pro, Windows 11
  • Weight : 4.63 กิโลกรัม
  • Price : เริ่มต้น 18,500 บาท (MSI Thailand)
3. Acer Aspire C22-1650 (25,990 บาท)
Acer%20Aspire

Acer Aspire C22-1650 เครื่องนี้เป็นคอม All In One อีกรุ่นที่ไม่น่ามองข้าม เพราะนอกจาดีไซน์ตัวเครื่องจะสวยงามเรียบหรูแล้ว สเปคยังดีและได้ซอฟท์แวร์สำหรับคนทำงานติดตั้งมาครบเครื่องทั้ง Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student อีกด้วย สรุปคือเปิดเครื่อง ก่อน Sign in ให้เรียบร้อยแล้วเริ่มทำงานได้เลย

สเปคที่เลือกมาแนะนำเป็นรุ่น Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics เรนเดอร์ภาพขึ้นหน้าจอขนาด 23.8 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ได้อย่างไหลลื่น มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student มาครบเครื่องพร้อมทำงานและแรมอีก 8GB DDR4 พร้อมพอร์ต USB-C 3.2 Gen 2 x 1, USB 3.2 Gen 1 x 2, USB 2.0 x 1, HDMI x 2, Card Reader x 1, LAN x 1 เชื่อมต่อ Wi-Fi ได้และรองรับ Bluetooth 4.2 ด้วย ถ้าใครต้องการเครื่องสเปคดีและคุ้มค่าก็ดู Acer Aspire เครื่องนี้เป็นคอม All In One เครื่องใหม่ประจำบ้านหรือออฟฟิศได้เลย

สเปคของ Acer Aspire C22-1650
  • CPU : Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 
  • Display : 23.8 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-C 3.2 Gen 2 x 1, USB 3.2 Gen 1 x 2, USB 2.0 x 1, HDMI x 2, Card Reader x 1, LAN x 1
  • Wireless : Wi-Fi รองรับ Bluetooth 4.2
  • Webcam : มี พร้อมไมค์ในตัว
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student
  • Price : 25,990 บาท (Acer Thailand)
4. ASUS V241EAK (17,990~24,990 บาท)
ASUS Vivo AiO V241E Review 1 1

ASUS V241EAK เครื่องนี้เป็นคอม All In One ที่แม้จะเปิดตัวมานานพอควรและรีวิวไปตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2021 ก็ตาม แต่ข้อดีคือเครื่องนี้มีให้เลือกสองสเปคและใช้ Intel Core รุ่นที่ 11 ทั้งสองรุ่น และหน้าจอขอบเขตสีกว้าง 98% sRGB อีกด้วย

สเปคของเครื่องนี้มีให้เลือกสองระดับคือ เป็นรุ่น Intel Core i3-1115G4 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 4.1GHz ใช้การ์ดจอ Intel UHD Graphics หรือ Intel Core  i5-1135G7 ความเร็ว 2.4-4.2GHz การ์ดจอ Intel Iris Xe Graphics กับแรม 8GB DDR4 หน้าจอตัวเครื่อง 23.8 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS พร้อมพอร์ต USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 Gen 1 x 4, HDMI 1.4b x 2, LAN x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0 พร้อม Webcam 720p HD ติดตั้งมาให้

จุดแตกต่างกันของสองเครื่องนี้คือ รุ่น Intel Core i3 จะใช้ SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home แต่ถ้า Intel Core i5 ตัว SSD แบบ M.2 NVMe เหลือ 256GB แต่เพิ่มฮาร์ดดิสก์ SATA III 1TB 7200RPM มาให้อีกหนึ่งลูก ติดตั้ง Windows 10 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2019 มาให้ ในส่วนนี้ผู้ใช้ต้องชั่งน้ำหนักกันเองเล็กน้อยว่าจะเลือกรุ่นไหน ถ้าเป็นผู้เขียนจะเลือกรุ่น Intel Core i5 เพราะครบเครื่องกว่าแล้วอัพเกรด SSD ในเครื่องให้ความจุเยอะขึ้นแทน ถ้าใครหาคอม All In One ดีๆ ไม่เกี่ยงว่าเปิดตัวมานานแล้วก็เลือกรุ่นนี้ได้

สเปคของ ASUS V241EAK
  • CPU
    • Intel Core i3-1115G4 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 4.1GHz
    • Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2GHz
  • GPU : Intel UHD Graphics หรือ Intel Iris Xe Graphics
  • SSD :
    • M.2 NVMe ความจุ 512GB
    • M.2 NVMe ความจุ 256GB กับ ฮาร์ดดิสก์ SATA III 1TB 7200RPM
  • RAM : 8GB DDR4 
  • Display : 23.8 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 Gen 1 x 4, HDMI 1.4b x 2, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD
  • Software :
    • Intel Core i3 ได้เฉพาะ Windows 10 Home
    • Intel Core i5 ได้ Windows 10 Home, Microsoft Office Home & Student 2019
  • Price :
5. Lenovo IdeaCentre AIO3 (16,900 บาท)

IdeaCentre%20

Lenovo IdeaCentre AIO3 เครื่องสุดท้ายจาก Lenovo เป็นรุ่นน่าใช้ราคาไม่แพงและดีไซน์ให้มีช่องสำหรับเก็บสายไฟติดมาที่ขาตั้งตัวเครื่องที่เป็นเหล็กเส้นเส้นเดียว ให้ดีไซน์โมเดิร์นดูดีมีเอกลักษณ์อีกด้วย

สเปคของเครื่องนี้เป็น AMD Ryzen 5 3500U แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.1-3.7GHz ใช้การ์ดจอ AMD Radeon Graphics แบบ 8 คอร์ สำหรับแสดงผลขึ้นหน้าจอขนาด 21.5 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ได้ ส่วนฮาร์ดดิสก์ในเครื่องมีความจุ 1TB 5400RPM ติดตั้ง Windows 10 Home มาให้ มีแรม 4GB DDR4 ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อมี USB 2.0 x 2, USB-A 3.1 x 2, HDMI x 1, Card Reader x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0 พร้อมกล้อง Webcam 720p HD ด้วย เรียกว่าเป็นคอม All In One ดีไซน์ดีน่าใช้อีกรุ่น

สเปคของ Lenovo IdeaCentre AIO3
  • CPU : AMD Ryzen 5 3500U แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.1-3.7GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 8 คอร์
  • HDD : 1TB 5400RPM
  • RAM : 4GB DDR4 
  • Display : 21.5 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 2, USB-A 3.1 x 2, HDMI x 1, Card Reader x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD
  • Software : Windows 10 Home
  • Price : 16,900 บาท (ราคากลาง)

สรุปสเปค 5 คอม All In One น่าซื้อมาประจำออฟฟิศ ทำงานสบายๆ ดีไซน์สวยโปรแกรมครบด้วย

สำหรับคอม All In One ทั้ง  5 รุ่นที่เลือกมาแนะนำจะมีสเปคดังนี้

สเปคคอม All In One CPU, GPU RAM, SSD, Software หน้าจอ, Webcam การเชื่อมต่อ ราคา
HP 205 Pro G4 AMD Ryzen 3 4300U

AMD Radeon Graphics แบบ 5 คอร์

HDD 1TB 7200RPM

4GB DDR4 บัส 3200 MHz

Windows 11 Home

23.8″ FHD IPS

กล้อง 5 ล้านพิกเซล ไมค์ Dual Array

USB 2.0 x 2

USB 3.0 x 2

HDMI 1.4 x 1

Audio Combo x 1

13-in-1 SD Card Reader x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

16,750 บาท
MSI Pro AP241 Intel Pentium Gold G6405

Intel UHD Graphics

M.2 NVMe 256GB

HDD 1TB

Windows 10 Home/Pro, Windows 11

24″ FHD IPS

MSI FHD ProCam-A

USB-A 3.2 Gen 1 x 4

USB-A 2.0 x 2

HDMI x 1

VGA x 1

LAN x 1

Line in/out x 1 คู่

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.2

เริ่มต้น 18,500 บาท
Acer Aspire C22-1650 Intel Core
i5-1135G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe 512GB

8GB DDR4

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student

23.8″ FHD IPS

มี Webcam พร้อมไมค์ในตัว

USB-C 3.2 Gen 2 x 1

USB 3.2 Gen 1 x 2

USB 2.0 x 1

HDMI x 2

Card Reader x 1

LAN x 1

Wi-Fi

Bluetooth 4.2

25,990 บาท
ASUS V241EAK Intel Core
i3-1115G4

Intel UHD Graphics

M.2 NVMe 512GB

8GB DDR4

Windows 10 Home

23.8″ FHD IPS

720p HD

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 Gen 1 x 4

HDMI 1.4b x 2

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

17,990 บาท
Lenovo IdeaCentre AIO3 AMD Ryzen 5 3500U

AMD Radeon Graphics แบบ 8 คอร์

1TB 5400RPM

4GB DDR4

21.5″ FHD IPS

720p HD

USB 2.0 x 2

USB-A 3.1 x 2

HDMI x 1

Card Reader x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

16,900 บาท

จะเห็นว่าคอม All In One ในปัจจุบันนี้ถ้าหาเครื่องเอาไว้ทำงานเป็นเครื่องออฟฟิศ, ให้ลูกหลานใช้เรียนออนไลน์แล้วไม่อยากเสียเวลาทำความเข้าใจเยอะ ขอแค่ต่อเมาส์คีย์บอร์ดก็ใช้งานได้เลย ก็น่าซื้อคอม All In One แบบนี้ไปใช้งานมาก และปัจจุบันนี้ก็ไม่แพงอีกด้วย


บทความที่เกี่ยวข้อง

aio cover

printer cover

macbook reset cover

from:https://notebookspec.com/web/641718-5-all-in-one-pc-in-2022

รีวิว HP 205 Pro G4 AIO สเปคทำงานดี อัพเกรดได้ ลำโพงคุณภาพกับค่าตัว 16,750 บาทเท่านั้น

HP 205 Pro G4 AIO ราคาเป็นมิตร อัพเกรดได้ลำโพงดีเสียงกระหึ่มสะใจ!

hp aio cover

สำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการพีซีเข้าใจง่ายๆ อาจจะเอาไว้ทำงานออฟฟิศหรือเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องแรกให้ลูกใช้เรียนหรือทำการบ้าน HP 205 Pro G4 เครื่องนี้ถือว่าเป็น All-In-One PC ที่น่าสนใจไม่แพ้พีซีเครื่องอื่นด้วยความเข้าใจง่าย ใช้งานสะดวกและสเปคสามารถทำงานทั่วไปอย่างงานเอกสารหรือเปิดดูหนังฟังเพลงต่างๆ ได้สบายๆ ด้วยซีพียู AMD Ryzen พร้อมติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมใช้งานทันทีอีกด้วย

Advertisementavw

นอกจากนี้ เมื่อเป็น AIO ทาง HP เองก็มีประกันดูแลตัวเครื่องแบบ On-site Service ยาวนานถึง 3 ปี ดูแลถึงบ้าน ดูแลทั้งค่าแรงและชิ้นส่วนที่เสียหายอีกด้วย ดังนั้น ถ้าใครเน้นใช้งานทั่วไปก็ไม่ต้องกลุ้มใจเรื่องการดูแลตัวเครื่องเลย และบริการของทาง HP ก็ถือว่าทำได้ดีไว้ใจได้ในระดับหนึ่งอีกด้วย

HP 205 Pro G4

NBS Verdict

HP AIO DSC00752

HP 205 Pro G4 ถือว่าเป็น AIO รุ่นเริ่มต้น เป็นพีซีเครื่องแรกสำหรับลูกหลานใช้เรียนออนไลน์หรือทำการบ้านก็ได้ไม่มีปัญหา นอกจากนี้ยังได้อุปกรณ์ติดเครื่องมาครบถ้วน หรือใครไม่ได้ใช้อะไรมาก เน้นเปิดคอมพิวเตอร์ดูหนังฟังเพลงเป็นหลัก ก็เหมาะกับเครื่องนี้เช่นกันเพราะกำลังขับของลำโพงจัดว่าน่าประทับใจไม่น้อย มิติเสียงอิ่มแน่นดูหนังฟังเพลงได้อรรถรสเป็นอย่างมากไม่ต้องต่อลำโพงแยกก็ดูหนังฟังเพลงได้เต็มอิ่มแน่นอน

นอกจากนี้ด้านสเปคจัดว่าเพียงพอใช้งานด้วยซีพียู AMD Ryzen 3 4300U แบบ 4 คอร์ 4 เธรด ซึ่งสามารถทำงานต่างๆ ได้สบายๆ นอกจากนี้ยังติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมใช้งานและจากหน้าสเปค จะรองรับการอัพเกรด เพิ่ม SSD แบบ M.2 SATA และ เพิ่ม RAM ให้ตัวเครื่องสามารถทำงานได้ไหลลื่นกว่าเดิม รวมทั้งติดตั้งพอร์ตหลักๆ มาให้ค่อนข้างครบทีเดียว อาจจะขาด USB-C อยู่บ้างแต่ก็แลกกับการได้ไดรฟ์ DVD-RW มาเผื่อเปิดไฟล์ที่ไรท์เก็บเอาไว้ในแผ่นซีดีหรือดีวีดีแผ่นนั้นๆ ได้ด้วย

ในทางกลับกัน สเปคตั้งต้นที่ทาง HP เซ็ตอัพให้กับ AIO เครื่องนี้ค่อนข้างกั๊กและให้สเปคแค่เพียงพอรัน Windows 11 ได้เท่านั้นเพราะมีแรมเพียง 4GB และใช้ HDD เพียงลูกเดียวเท่านั้นในยุคที่ AIO หลายๆ รุ่นเปลี่ยนไปใช้ SSD แบบ M.2 SATA หรือ M.2 NVMe เป็นไดรฟ์ C:\ กันหมดแล้ว ดังนั้นถ้าต้องการเปิดโปรแกรมหรือรันงานสักอย่างจะกินเวลามากกว่าปกติ แม้จะมีพอร์ตสำหรับอัพเกรดฝังอยู่ในเครื่องก็ตาม แต่ในมุมของผู้ใช้ทั่วไปที่ไม่เชี่ยวชาญเรื่องคอมพิวเตอร์ก็คงจะไม่กล้าแกะเอง หรือคนที่พอมีความสามารถก็ค่อนข้างอึดอัดใจว่าถ้าแกะแล้วชิ้นส่วนใดๆ อาจจะเสียหายได้ ดังนั้นทางที่ดีสุดคือควรเรียกผู้เชี่ยวชาญจากทาง HP มาอัพเกรดให้จะดีที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงที่จะทำเครื่องเสียหายได้อีกด้วย

ข้อดีของ HP 205 Pro G4
  1. ซีพียู AMD Ryzen 3 4300U มีกำลังประมวลผลดีระดับหนึ่ง ใช้ทำงานเอกสารได้ดี
  2. Webcam สามารถสไลด์เก็บหลังจอได้ ช่วยป้องกันการเจาะระบบเข้ามาขโมยใช้กล้อง
  3. ลำโพงติดเครื่องเสียงดังมาก เนื้อเสียงมีมิติเทียบชั้นลำโพงแยกดีๆ ชุดหนึ่ง
  4. หน้าจอขอบเขตสีกว้าง 97% sRGB และค่าเทียบความเที่ยงตรงสี Delta-E <2 แสดงสีสันหน้าจอได้แม่นยำ
  5. มีช่องอ่าน DVD-RW ติดตั้งมาให้ เผื่อกรณีต้องใช้สื่อที่เป็นแผ่น CD, DVD ทำงาน
  6. รองรับการอัพเกรดแรม SO-DIMM x 2 ช่องและมีช่อง M.2 SATA x 1 ช่องในเครื่อง
  7. ตัวเครื่องยังรักษาอุณหภูมิให้ไม่เกิน 70 องศาได้แม้จะรันโปรแกรมกินทรัพยากรมากอยู่
  8. ติดตั้ง 13-in-1 SD Card Reader มาไว้ใช้โอนไฟล์ได้ไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์เสริม
  9. ได้ประกันดูแลตัวเครื่อง 3 ปี On-site service ช่วยดูแลเครื่องเมื่อมีปัญหาได้ยาวนาน
ข้อสังเกตของ HP 205 Pro G4
  1. ไดรฟ์ C:\ ของตัวเครื่องยังเป็นฮาร์ดดิสก์จานหมุนอยู่ ทั้งที่ควรเป็น SSD ได้แล้ว
  2. ช่อง SD Card Reader ซ่อนอยู่ขอบล่างหน้าจอถ้าไม่สังเกตก็หาไม่เจอ
  3. ถ้าต้องการเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์หรือเพิ่มแรม แนะนำให้ติดต่อช่างเพื่ออัพเกรด

รีวิว HP 205 Pro G4

Specification

HP AIO DSC00803

HP 205 Pro G4 เครื่องนี้เป็น AIO ที่รองรับการอัพเกรดสเปคตัวเครื่องเพื่อให้ทำงานได้ดีขึ้น โดยทั่วไปเครื่องนี้จะเหมาะกับการทำงานออฟฟิศทั่วไปเป็นอย่างมาก ซึ่งสเปคจะเป็นดังนี้

สเปคของ HP 205 Pro G4
  • CPU : AMD Ryzen 3 4300U แบบ 4 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 2.7-3.7 GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 5 คอร์
  • HDD : HDD ความจุ 1TB 7200RPM
    • รองรับการอัพเกรดเพิ่ม M.2 SATA x 1 ช่อง
  • RAM : 4GB DDR4 บัส 3200 MHz 
    • รองรับการอัพเกรดเพิ่มแรม SO-DIMM x 2 ช่อง
  • Display : 23.8 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 2, USB 3.0 x 2, HDMI 1.4 x 1, Audio Combo x 1, 13-in-1 SD Card Reader x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ติดตั้งไมค์ Dual Array
  • OS : Windows 11 Home
  • Weight : 5.85 กิโลกรัม
  • ประกัน 3 ปี On-site service
  • Price : 16,750 บาท (HP Thailand)

Hardware & Design

HP AIO DSC00801

HP AIO DSC00778
HP AIO DSC00807

ดีไซน์ของ HP 205 Pro G4 เน้นความเรียบง่าย ตัวเครื่องขนาด 23.8 นิ้ว ดีไซน์ให้กรอบหน้าจอ 3 ด้านบางพิเศษ สังเกตว่าไอคอนบนหน้าจอจะชิดขอบสามฝั่งและมีกรอบด้านล่างตัวเครื่องจะเป็นแผงเจาะรูประเอาไว้พร้อมติดโลโก้ HP สีเงินตรงกลางแผ่นประ เมื่อกดเปิดเครื่องจะมีไฟสีขาวติดขึ้นมาแสดงสถานะว่าตัวเครื่องเปิดขึ้นมาพร้อมทำงานแล้ว

HP AIO DSC00779

ขาตั้งจะเป็นเหล็กเส้น 2 เส้น แข็งแรงพิเศษ ดัดโค้งเป็นทรงเหมือนดวงดาวเพื่อรับน้ำหนักเครื่อง 5.85 กิโลกรัมเอาไว้ ซึ่งข้อดีของขาตั้งหน้าจอแบบนี้ทำให้ผู้ใช้สามารถเอาสายไฟของเมาส์และคีย์บอร์ดที่แถมมาให้ในเซ็ตลอดเข้าไปได้สะดวก จัดสายไฟให้เข้าที่ได้ง่ายๆ

HP AIO DSC00791

HP AIO DSC00780
HP AIO DSC00782
HP AIO DSC00781

ตัวขาตั้งก้านเหล็กรูปดาวของ HP 205 Pro G4 เครื่องนี้ ถ้าสังเกตที่ช่องขาตั้งด้านใต้เครื่อง จะเห็นว่าทางบริษัทเว้นระยะเอาไว้เล็กน้อยเพื่อให้ปรับหน้าจอก้มมาด้านหน้าหรือเอนไปด้านหลังได้ โดยระยะอยู่ราว 80~100 องศา ทำให้ผู้ใช้สามารถปรับองศาการมองหน้าจอได้สะดวกขึ้น

HP AIO DSC00765

ขอบบนตัวเครื่องจะเว้นช่องว่างเป็นแนวยาว เพื่อดึงลมเย็นเข้าและระบายอากาศร้อนในตัวเครื่องออกได้ ซึ่งดีไซน์นี้ถือว่าหลบสายตาของผู้ใช้ได้ดีไม่เป็นช่องหลังเครื่องเหมือน AIO บางรุ่น

HP AIO DSC00783

HP AIO DSC00810
HP AIO DSC00811

ด้านหลังเครือ่งจะเป็นบอดี้พลาสติกผิวไม่เรียบพร้อมโลโก้ HP สีดำตรงกลางตัวเครื่อง ถัดมาด้านล่างเป็นชุดพอร์ตและฝั่งซ้ายมือจะเป็นช่อง DVD-RW และปุ่ม Power ที่ขอบล่างซ้ายมือ (เมื่อหันหน้าเข้าหาจอจะเป็นด้านหลังฝั่งขวา) ส่วนความหนาตัวเครื่องจะเห็นว่าจากบนลงล่างจะเป็นแนวโค้งมาจนถึงกลางเครื่องที่กลายเป็นแนวตรงลงไปจนสุดขอบล่างเครื่อง และริมเครื่องสองฝั่งจะโค้งเข้าหาผู้ใช้ ช่วยให้กดปุ่มเปิดเครื่องและไดรฟ์ DVD-RW ได้สะดวก

แต่จุดสังเกตคือตัวเครื่องด้านหลังจะเป็นแบบเรียบ ไม่ได้เจาะช่องสำหรับรองรับ VESA Mount มาให้เหมือน AIO หลายๆ รุ่นในปัจจุบัน ทำให้ต่อเข้ากับแขนจับหน้าจอคอมพิวเตอร์ไม่ได้ ดังนั้นรูปแบบการจัดโต๊ะทำงานก็จะจำกัดให้อยู่เฉพาะใช้ขาตั้งของตัวเครื่องเท่านั้น ซึ่งถ้าทาง HP จะออกรุ่นใหม่ก็แนะนำให้ดีไซน์ขาตั้งตัวเครื่องใหม่ให้รองรับ VESA Mount ด้วยจะดีกว่า

Screen & Speaker

HP AIO DSC00756

HP AIO DSC00761
HP AIO DSC00809
HP AIO DSC00798
HP AIO DSC00762
HP AIO DSC00763
HP AIO DSC00764

หน้าจอของ HP 205 Pro G4 เครื่องนี้มีขนาด 23.8 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS เป็นหน้าจอด้านกันแสงสะท้อนและขอบหน้าจอบาง สังเกตว่ากรอบหน้าจอทั้ง 3 มุมจะบางมากจนเกือบไม่มีกรอบหน้าจอเลย และมีขอบด้านล่างตัวเครื่องหนาอยู่ฝั่งเดียว เวลาทำงานหรือดูคอนเทนต์ต่างๆ บนหน้าจอจะกว้างและขอบหน้าจอไม่รบกวนสายตาอีกด้วย

ด้านขอบบนของหน้าจอจะมีกล้อง Webcam ติดตั้งเอาไว้พร้อมไมค์ Dual Array สำหรับประชุมหรือเรียนออนไลน์ได้ โดยตัวกล้องจะเป็นแบบสไลด์เก็บได้เมื่อไม่ต้องการใช้งานเป็นกลไกดึงเปิดดันปิดด้วยมือ ถ้าไม่ต้องการใช้งานก็กดเก็บกลับเข้าไปได้ช่วยป้องกันการถูกเจาะระบบเข้ามาใช้กล้อง Webcam ของเราโดยพละการได้อีกด้วย

1 2

2 2
3 2
4 2
5 2

ด้านขอบเขตสีของหน้าจอเมื่อวัดด้วย Spyder5Elite แล้ว ต้องถือว่าทาง HP เลือกใช้พาเนลหน้าจอคุณภาพดีทีเดียว โดยได้ 97% sRGB, 73% AdobeRGB, 73% DCI-P3 และค่าความเพี้ยนสีหรือ Delta-E อยู่ที่ 1.63 หรือน้อยกว่า 2 ช่วยการันตีว่าสีสันบนหน้าจอของ HP เครื่องนี้เที่ยงตรงและแสดงสีได้หลากหลายเฉดอีกด้วย

กลับกันความสว่างหน้าจอต้องถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ เมื่อปรับความสว่างอยู่ที่ 100% แล้ว จะสว่าง 192.4 nits เท่านั้น หากเป็นโน๊ตบุ๊คสักเครื่องต้องถือว่าไม่ค่อยสว่าง แต่ในฐานะ AIO ที่มักจะวางเอาไว้ในห้องอาคารเป็นประจำอยู่แล้ว ก็จัดว่าไม่แย่นักและสว่างเพียงพอใช้งานอีกด้วย กลับกันพอแบ่งพื้นที่บนหน้าจอนี้เป็น 9 ช่องเพื่อวัดความสว่างเป็นโซนไป จะเห็นว่าพื้นที่หลายๆ ส่วนจะมีความสว่างลดลงเกิน 5% หลายจุดและกรอบกลางฝั่งซ้ายมือจะมีความสว่างลดลงมากสุดที่ 10% ทีเดียว หากจะใช้แต่งภาพอัพโหลดขึ้นโซเชียลเน็ตเวิร์คก็ถือว่าพอใช้งานได้

สรุปผลคะแนนพาเนลหน้าจอแล้ว จะเห็นว่าจอของ HP 205 Pro G4 เครื่องนี้ได้คะแนนเฉลี่ยที่ 3.5 เต็ม 5 คะแนน ซึ่งอยู่ในระดับกลางๆ ไล่เลี่ยกับ AIO ราคาคุ้มค่าหลายๆ รุ่นในปัจจุบันนี้ จุดเด่นของจอนี้ที่ได้คะแนนเต็มคือ Gamut, Contrast ที่ทำได้ 5 คะแนนเต็ม และถัดลงมาเป็น Color Accuracy ที่ได้ 4 คะแนน ด้านอื่นๆ จะไล่เลี่ยอยู่ที่ 3-3.5 คะแนนเท่านั้น 

HP AIO DSC00806
HP AIO DSC00804

ลำโพงที่ติดตั้งมาให้ในตัวเครื่องมี 2 ดอก ปิดเอาไว้ด้วยขอบล่างของหน้าจอตัวเครื่องและขับเสียงออกด้านหน้าและมีช่องด้านล่างเจาะเว้นไว้เพิ่มเติมเพื่อให้ดอกลำโพงทำงานได้เต็มที่ ซึ่งเสียงที่ลำโพงคู่ดอกนี้ขับได้ต้องถือว่ายอดเยี่ยมทีเดียว ได้เสียงที่ดังกระหึ่มไม่แพ้ลำโพงแยกหลายๆ รุ่น ซึ่งจากที่ทดลองเปิดเพลงฟังแล้วแนะนำให้เปิดเสียงดังเพียง 50~70% ก็เพียงพอแล้ว ไม่ดังเกินไปจนหนวกหูผู้ใช้และคนรอบตัวเกินไป

ด้านเนื้อเสียงถือว่าสเตจเสียงกว้างกำลังดี ได้เสียงสเตอริโอฟังชัดเจน เครื่องดนตรีไม่เฟดและซัพพอร์ตเสียงนักร้องหลักได้เป็นอย่างดีและเสียงเบสหนักแน่นมีพลัง สามารถฟังเพลงแนว EDM ได้สบายๆ หลากหลายแนวไม่มีปัญหา ซึ่งผู้เขียนนับว่า HP 205 Pro G4 เครื่องนี้เป็น AIO ที่คุณภาพเสียงดีน่าประทับใจมากที่สุดรุ่นหนึ่งเท่าที่ได้ทดลองใช้งานและรีวิวมาเลย

Keyboard & Mouse

HP AIO DSC00768

HP AIO DSC00769
HP AIO DSC00770
HP AIO DSC00771
HP AIO DSC00773

คีย์บอร์ดในเซ็ตที่แถมมาให้พร้อมตัวเครื่อง จะเป็นคีย์บอร์ด Rubberdome ขนาด Full-size ปกติที่หาซื้อได้ทั่วไปตามร้านคอมพิวเตอร์ ไม่มีปุ่ม Function Hotkey ติดมาที่ปุ่ม F1-F12 เหมือน AIO หลายๆ รุ่นที่ได้รีวิวไปก่อนหน้านี้ อย่างมากก็มีแค่ปุ่มลัดสำหรับปิด, ลดและเพิ่มเสียงกับปุ่ม Sleep ติดตั้งมาให้เหนือปุ่มลูกศรเท่านั้น

HP AIO DSC00794
HP AIO DSC00797

อย่างมากคีย์บอร์ดนี้จะมีขาตั้งให้ปรับองศาคีย์บอร์ดให้เฉียงขึ้นได้หนึ่งองศาเท่านั้น โดยรวมๆ แล้วต้องถือว่าคีย์บอร์ดนี้ของ HP ดูค่อนข้างเรียบออกไปทางจืดชืดไปหน่อย เนื่องจากปัจจุบันนี้คีย์บอร์ดไม่ว่าจะเป็นแบบติดมากับโน๊ตบุ๊คหรือคีย์บอร์ดแยกก็มักเสริม Function Hotkey กับปุ่ม Fn มาให้ใช้งานได้สะดวกขึ้นแล้ว ไม่ได้ปล่อยว่างเอาไว้เช่นนี้ ซึ่งอาจจะดีกับผู้ใช้บางคนที่ชอบใช้คีย์บอร์ดแบบเดิมๆ แต่ในเมื่อมาถึงปี 2022 แล้ว คีย์บอร์ด AIO สักเครื่องหนึ่งก็ไม่น่าปล่อยให้โล่ง ไม่มีปุ่มลัดอะไรไว้อำนวยความสะดวกเช่นนี้

HP AIO DSC00776
HP AIO DSC00777

เมาส์ในเซ็ตก็ถือว่าเรียบง่ายไม่แพ้กันกับคีย์บอร์ด ใช้ดีไซน์พื้นฐานแบบ Ambidextrous จับถนัดทั้งสองมือสังเกตที่สันโค้งหลังเมาส์จะเห็นว่าไม่ค่อยโด่งสูง เหมาะกับการจับแบบ Palm Grip เป็นหลัก ถ้าใครเป็นคนนิ้วยาวจะจับแบบ Claw Grip ไม่สะดวกนัก แต่เนื่องจากน้ำหนักเบาเลยจับแบบ Fingertip Grip เอาปลายนิ้วจับแล้วเลื่อนเมาส์ไปมาได้สะดวกพอควร

อย่างไรก็ตามปุ่มบนเมาส์มีเพียง 3 ปุ่ม คือคลิกซ้ายขวาและกลาง ไม่มีปุ่ม Forward, Back ติดมาด้านข้างเมาส์ให้กดเวลาเปิด File Explorer หรือเปิดเบราเซอร์เข้าเว็บไซต์เลย ซึ่งทั้งสองปุ่มนี้จัดเป็นอีกสองปุ่มสำคัญในยุคที่ใช้งานอินเตอร์เน็ตทำงานเป็นประจำอยู่แล้ว ซึ่งทาง HP ควรเลือกเมาส์ที่แถมมาให้ในเซ็ตให้มีสองปุ่มนี้เพิ่มด้วยจะดีและช่วยผู้ใช้ทำงานได้สะดวกขึ้น

Connector

HP AIO DSC00788

ชุดพอร์ตของ HP 205 Pro G4 เครื่องนี้ จะแยกอยู่ 2 จุดด้วยกัน คือกรอบหลังหน้าจอที่มีพอร์ต Audio Combo, LAN RJ45, HDMI 1.4, ช่องเสียบปลั๊ก, USB 2.0 x 2, USB 3.0 x 2 ช่องด้วยกัน ถัดลงมาด้านใต้ช่องเสียบปลั๊กจะมี Kensington Lock สำหรับล็อคตัวเครื่องไว้กับโต๊ะเพื่อป้องกันการโจรกรรมได้

ส่วนพอร์ตที่แยกออกมาหนึ่งช่องเป็นพิเศษ คือ 13-in-1 SD Card Reader ที่ซ่อนอยู่ด้านใต้ขอบหน้าจอฝั่งขวามือ ซึ่งดีไซน์นี้ถึงจะสวยงามซ่อนได้เรียบร้อยก็ตามที แต่ส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าไม่ค่อยเป็นมิตรกับผู้ใช้นักเพราะหายากพอควรตอนทดลองใช้งานใหม่ๆ ถ้าจะออกแบบให้เป็นมิตรกว่านี้แนะนำให้ย้ายไปอยู่ขอบข้างเครื่องจะดีกว่า

HP AIO DSC00805
HP AIO DSC00789
HP AIO DSC00786
HP AIO DSC00766

ส่วนจุดที่นึกไม่ถึงคือ HP 205 Pro G4 เครื่องนี้ติดตั้งช่อง DVD-RW มาให้ใช้งานอีกหนึ่งช่อง โดยซ่อนอยู่ด้านหลังตัวเครื่องฝั่งขวามือเมื่อหันหน้าเข้าหน้าจอ ซึ่งไดรฟ์นี้ต้องถือว่าเป็นไดรฟ์ที่ไม่ค่อยได้ใช้งานมากนักแล้วในยุคที่ใช้ USB และ External Harddisk โอนไฟล์เป็นหลัก แต่อย่างไรก็ตาม บางบริษัทหรือหน่วยงานภาครัฐบางแห่งและสื่อการเรียนการสอนบางประเภทก็ยังใช้ไดรฟ์ดังกล่าวอยู่ ก็ต้องถือว่า HP AIO เครื่องนี้ยังออกแบบมารองรับกลุ่มผู้ใช้ได้กว้างขวางระดับหนึ่ง

Performance & Software

cpu 2
gpu

ซีพียูของ HP 205 Pro G4 เครื่องนี้ติดตั้งเป็น AMD Ryzen 3 4300U แบบ 4 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 2.7-3.7 GHz เป็น AMD Zen 2 “Renoir” ขนาด 7 นาโนเมตร ผลิตโดย TSMC ประสิทธิภาพจัดว่าดีหายห่วง รองรับชุดคำสั่งพื้นฐานสำหรับใช้ทำงานกับโปรแกรมและระบบปฏิบัติการอย่างครบถ้วน ถ้าใช้ทำงานเอกสารหรือเรียนออนไลน์ทั่วไม่มีปัญหาแน่นอน

ด้านกราฟฟิคการ์ดเป็นจีพียูออนบอร์ดรุ่น AMD Radeon Graphics แบบ 5 คอร์ ความเร็ว 1400 MHz รองรับการเรนเดอร์ภาพและวิดีโอความละเอียดสูงขึ้นหน้าจอได้โดยไม่มีปัญหา รองรับชุดคำสั่ง OpenCL, OpenGL 4.6, DirectCompute, DirectML, Vulkan ครบถ้วน

ram 2
ram2 2

แรมที่ติดตั้งมาให้ในเครื่องเป็น SO-DIMM จำนวน 1 แถว ความจุ 4GB DDR4 บัส 3200 MHz ชิปแรมผลิตโดย Samsung และตามสเปคแล้วผู้ใช้สามารถถอดเครื่องเพิ่มแรมได้อีก 1 แถวด้วย แต่อย่างไรก็ตาม นี่คือคอขวดแรกของ HP AIO เครื่องนี้ เพราะความจุ 4GB ในปัจจุบันถือว่าเป็นขั้นต่ำที่ระบบปฏิบัติการ Windows 11 ต้องการเพื่อใช้รันซอฟท์แวร์และโปรแกรมเบื้องหลังของตัวเครื่องด้วย ดังนั้นผู้เขียนแนะนำว่าถ้าซื้อมาควรอัพเกรดเป็น 8GB ขึ้นไปตั้งแต่เริ่มต้นเลยจะดีกว่า

device mgr 1

ภายในเครื่องเมื่อดูจาก Device Manager แล้ว จะเห็นว่า HP AIO เครื่องนี้ใช้การ์ด Wi-Fi 5 ที่รองรับ Bluetooth 5.0 ของ Realtek รุ่น RTL88822CE ซึ่งหากเอาไว้ใช้งานทั่วไปจัดว่าไม่มีปัญหาอะไรนัก สามารถรับส่งสัญญาณอินเตอร์เน็ตได้อย่างรวดเร็ว และติดตั้งชิป TPM 2.0 ซึ่งจำเป็นสำหรับ Windows 11 มาให้ครบถ้วนอีกด้วย

hd tune

ฮาร์ดดิสก์ที่ติดตั้งเป็นไดรฟ์ C:\ ของตัวเครื่องเป็นของ Western Digital Blue ความจุ 1TB เมื่อวัดความเร็วด้วย HD Tune แล้วได้ความเร็วอ่านเขียนข้อมูลอยู่ที่ 2.9~185.6 MB/s ความเร็วเฉลี่ยอยู่ที่ 122.7 MB/s จัดเป็นความเร็วมาตรฐานทั่วไปของฮาร์ดดิสก์รุ่นนี้อยู่แล้ว ถ้าใช้งานทั่วไปอย่างงานออฟฟิศหรือให้ลูกหลานเรียนออนไลน์ก็จัดว่าใช้งานได้ไม่มีปัญหา

แต่จากมุมมองของผู้เขียนถือว่าความเร็วอยู่ในระดับทั่วไปใช้งานได้ไม่มีปัญหา แต่ถ้าดูจากหน้าสเปคที่ทาง HP โชว์ไว้ที่หน้าเว็บไซต์ จะเห็นว่าตัวเครื่องนี้รองรับ M.2 SATA III x 1 ช่อง ซึ่ง AIO หลายรุ่นในปัจจุบันก็ติดตั้งระบบปฏิบัติการไว้ใน SSD กันหมดแล้วเพื่อให้บูตเครื่องโหลดโปรแกรมขึ้นมาใช้งานได้อย่างรวดเร็ว อย่างน้อยก็เร็วกว่าฮาร์ดดิสก์ทั่วไปราว 4-5 เท่าแล้ว ถ้าใครมีแผนซื้อ HP 205 Pro G4 เครื่องนี้ไปทำงานออฟฟิศแนะนำให้อัพเกรดใส่ SSD แล้วย้าย Windows 11 Home ในเครื่องมาไดรฟ์นี้แล้วใช้ Western Digital Blue เป็นฮาร์ดดิสก์สำรองไฟล์งานต่างๆ ก็พอ

ด้าน M.2 SATA III ก็แนะนำให้ลองเริ่มต้นจาก WD Blue, WD Green ความจุราว 256~512GB เท่านี้ก็บูตเครื่องโหลดไฟล์หรือเปิดโปรแกรมได้อย่างรวดเร็วแตกต่างจากเดิมอย่างชัดเจนแล้ว

r15 2
r20 2

ด้านการทดสอบเรนเดอร์ภาพ 3D CG ด้วย CINEBENCH R15 ว่าประสิทธิภาพของ AMD Ryzen 3 4300U กับ AMD Radeon Graphics 5 คอร์ในตัวเครื่องสามารถเรนเดอร์งานได้ดีไหม ผลคือได้คะแนน OpenGL 36.81 fps และ CPU 530 cb ซึ่งอยู่ในระดับทั่วๆ ไปของซีพียูรุ่นเริ่มต้นเช่นนี้ กล่าวคือมันใช้แสดงผลภาพ 3D ได้ระดับหนึ่งแต่ไม่ถึงกับซีพียูระดับกลาง เช่น AMD Ryzen 5 หรือ Intel Core i5 ขึ้นไป ซึ่งกลุ่มนั้นพลังประมวลผลต่อคอร์จะสูงกว่า

ส่วน CINEBENCH R20 ที่ทดสอบเน้นพลังการประมวลผลของซีพียูอย่างเดียว ได้ 1270 pts เทียบคือพลังประมวลผลของตัวซีพียูจัดว่าไม่มีปัญหา กำลังต่อคอร์ถือว่าดีพอรองรับโปรแกรมที่กินพลังประมวลผลของซีพียูหนักๆ ได้อย่างแน่นอน

3dmark 2

จากการทดสอบด้วย 3DMark Sky Diver ที่ใช้ทดสอบพีซีหรือโน๊ตบุ๊คที่ใช้การ์ดจอออนบอร์ด ได้ผลคะแนนรวมที่ 5,552 คะแนน แยกเป็นซีพียู 7,107 คะแนนและการ์ดจอออนบอร์ดที่ 5,384 คะแนน ซึ่งคะแนนอาจจะดูสูงแต่ HP 205 Pro G4 เครื่องนี้ก็ไม่ได้ตอบโจทย์การเล่นเกมฟอร์มยักษ์เท่าตระกูล AMD Ryzen ตระกูล H ที่มีการ์ดจอออนบอร์ดในตัวเหมือนกัน

กล่าวคือ เมื่อนำไปทดสอบใช้งานจริงแล้วการ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics 5 คอร์ตัวนี้จะเหมาะกับเกมที่ทำด้วย Flash, Java หรือแอพฯ ส่งเสริมการเรียนรู้ทั่วไปสำหรับเด็กเล็กมากกว่า ดังนั้นผู้เขียนไม่แนะนำให้คาดหวังในแง่การเล่นเกมกับ HP AIO เครื่องนี้นัก

pcmark10 2

กลับกัน จุดที่พอคาดหวังกับ HP 205 Pro G4 ได้ระดับหนึ่งจากที่ผู้เขียนได้ทดสอบและใช้งานจริง คือการนำเครื่องไปทำงานออฟฟิศหรือเรียนออนไลน์ทั่วไปเสียมากกว่า โดยผลจาก PCMark 10 ทำคะแนนเฉลี่ยได้ที่ 3,245 คะแนน

หากใครได้ติดตามรีวิวมาอย่างต่อเนื่องอาจจะตั้งข้อสงสัยว่าเมื่อ HP AIO เครื่องนี้ที่ทำคะแนนได้เท่านี้จะดีหรือ? ในส่วนนี้ถ้ามองแยกคะแนนเป็นกลุ่มๆ จะเห็นว่าด้านการใช้งานทั่วไป เช่นการประชุมออนไลน์ เปิดโปรแกรมและแอพฯ ต่างๆ ขึ้นมาใช้งานในหมวด Essentials ทำได้ 5,284 คะแนน ไม่ยิ่งหย่อนกว่าส่วนของ Productivity ที่วัดการทำงานกับโปรแกรม Microsoft Word, Excel ที่ทำได้ 5,459 คะแนนเลย กลับกัน คะแนนในส่วนที่จัดว่าพอทำได้คืองาน Digital Content Creator หรืองานตัดต่อแต่งภาพและวิดีโอทำได้แค่ 3,217 คะแนน ซึ่งถือว่าน้อยสุดเป็นปกติอยู่แล้วหากพีซี, โน๊ตบุ๊คเครื่องนั้นๆ ไม่ได้มีการ์ดจอแยกติดตั้งมาให้ในตัว

หากให้จำกัดความว่า HP AIO เครื่องนี้จะเหมาะกับผู้ใช้กลุ่มไหนบ้าง ณ จุดนี้จะมี 2 กลุ่มหลัก แยกเป็นกลุ่มออฟฟิศที่ต้องการซื้อพีซีแบบสำเร็จรูปทดแทนพีซีเซ็ตเก่าทั้งหมด และอีกกลุ่มคือกลุ่มครอบครัวอย่างผู้ปกครองซื้อพีซีเครื่องแรกให้ลูกหลานเอาไว้ทำรายงานหรือเรียนออนไลน์ก็เหมาะกับ HP 205 Pro G4 เครื่องนี้เช่นกัน

Heat & Noise

HP AIO DSC00765

ความร้อนและอุณหภูมิตัวเครื่องจากที่ทดลองใช้ HP 205 Pro G4 เครื่องนี้สักระยะ เวลาใช้งานปกติจะไม่มีเสียงรบกวนเวลาใช้งานเลยและตัวเครื่องก็เย็นแทบจะตลอดเวลาอีกด้วย อย่างมากเวลารันโปรแกรม Benchmark อยู่ ก็จะมีเสียงพัดลมโบลวเวอร์ภายในเครื่องดังขึ้นเล็กน้อยแค่พอแว่วๆ เท่านั้น ไม่ได้ดังรบกวนเวลาใช้งานนัก

hwmonitor 2

ส่วนอุณหภูมิที่ CPUID HWMonitor จับได้ตอนผู้เขียนทดลองรัน 3DMark แล้ว อุณหภูมิของซีพียูจะอยู่ที่ 33~70 องศาเซลเซียส เฉลี่ยที่ 45 องศาเท่านั้น ต้องถือว่าทั้งตัวซีพียูและระบบระบายความร้อนที่ HP เซ็ตอัพมาให้ในเครื่องถือว่าทำออกมาได้ดีทีเดียว จะรันงานหนักๆ ก็ไม่ร้อนเกินไปอย่างแน่นอน

User Experience

HP AIO DSC00754

กล่าวถึงประสบการณ์การใช้ HP 205 Pro G4 เครื่องนี้แล้ว ในฐานะของ All-In-One PC เครื่องหนึ่งต้องถือว่าเป็นเครื่องที่ดีไซน์เรียบง่ายดูดีพอควร เหมาะกับการวางไว้ใช้ในสำนักงานอย่างไม่ต้องสงสัย สามารถปรับองศาก้มเงยของหน้าจอได้สะดวก ช่วยให้ผู้ใช้ที่มีส่วนสูงร่างกายแตกต่างกันสามารถใช้พีซีเครื่องนี้ทำงานได้เป็นอย่างดี และกล้อง Webcam พร้อมไมค์ Dual Array ที่ติดตั้งมาให้ใช้งานก็ทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี ซึ่งถ้านับในฐานะพีซีสำหรับใช้งานทั่วไป ต้องถือว่า HP AIO เครื่องนี้ทำหน้าที่ได้ดี

ถัดมา เรื่องลำโพงที่ผู้เขียนขอยกให้เป็นลำโพงที่เสียงดีสุดในหมู่ All-In-One PC ที่ได้ทดสอบและรีวิวมา ซึ่งเนื้อเสียงของลำโพงตัวนี้จัดว่าหนักแน่น ฟังเพลงดีมากจนไม่ต้องพึ่งลำโพงแยกเลยก็ได้ เนื้อเสียงจัดว่าน่าประทับใจและสเตจจัดว่ากว้างกำลังดีและเสียงไม่กลบกันเองและแรงปะทะของเบสจัดว่ามีพลังหนักแน่นทีเดียว ซึ่งจากที่ทดลองเปิดเพลงฟังแล้วผู้เขียนขอแนะนำให้ตั้งเสียงลำโพงให้ดังเพียง 50~70% ก็ดังฟังชัดเจนแล้ว หากเสียงดังกว่านี้อาจจะดังจนรบกวนคนใกล้ตัวหรือมีปัญหากับการได้ยินในระยะยาวได้

HP AIO DSC00752

อย่างไรก็ตาม ส่วนที่ผู้เขียนยังกังขาและอยากให้ HP นำไปปรับปรุง AIO ซีรี่ส์ใหม่ๆ ในอนาคตเพิ่มเติมด้วยมีอยู่สองส่วน ได้แก่ เรื่องเมาส์และคีย์บอร์ดที่แถมมาในกล่องปัจจุบันนี้ควรเปลี่ยนเป็นไร้สายที่เชื่อมต่อด้วย USB Wireless Dongle ร่วมกันเหมือนแบรนด์คู่แข่งได้แล้ว เหตุผลไม่ได้เป็นแค่เรื่องความสวยงามเท่านั้น แต่รวมถึงความสะดวกเวลาลากเมาส์ทำงานแล้วสายเมาส์จะไม่รั้งมือผู้ใช้เอา นอกจากนี้ยังช่วยลดปัญหาเรื่องสายรกรุงรังด้านหลังเครื่องและต้องเสียเวลาเก็บสายไฟอีกด้วย

ประเด็นถัดมาคือสเปคของตัวเครื่องที่ให้มาเท่ากับสเปคขั้นต่ำที่ Microsoft กำหนดให้ Windows 11 เท่านั้น ซึ่งจุดนี้ผู้เขียนเห็นว่าทาง HP ออกทางกั๊กไปบ้างและอาจจะเป็นจุดอ่อนที่ถูกเปรียบกับแบรนด์คู่แข่งหลายๆ เจ้าที่ไดรฟ์ C:\ ของ AIO หลายๆ รุ่นจะเป็น SSD แล้ว ไม่ว่าจะเป็น M.2 SATA, M.2 NVMe ก็ตาม เพื่อให้บูตเครื่อง, โหลดไฟล์งานและเปิดโปรแกรมได้อย่างรวดเร็ว กลับกัน HP 205 Pro G4 เครื่องนี้ยังคงใช้ HDD จานหมุนปกติและมีแรมติดเครื่องเพียง 4GB เวลาใช้งานจริงจะเสียเวลารอให้เครื่องตอบสนองนานพอควร ทั้งตอนเปิดเครื่องและเรียกโปรแกรม เป็นคอขวดไปโดยปริยาย ซึ่งให้ดีอย่างน้อยก็น่าจะใส่ M.2 SATA ความจุ 256GB มาเป็นไดรฟ์ C:\ สักหน่อยจะดีกว่า

อย่างไรก็ตาม ยังดีที่ทาง HP ยังให้พอร์ต RAM แบบ SO-DIMM มา 2 ช่อง และช่อง SSD แบบ M.2 PCIe 3.0 x4 อีก 1 ช่อง ผู้ใช้จึงยังพอแกะเครื่องอัพเกรดได้บ้าง แต่ในแง่อัพเกรดเครื่องย้าย Windows ไป SSD ยังไง AIO ก็ยังไม่ค่อยเป็นมิตรกับผู้ใช้ทั่วไปนักเพราะมีชิ้นส่วนที่ต้องแกะเยอะกว่าฝาหลังของโน๊ตบุ๊คหลายชิ้นทีเดียว ดังนั้นผู้เขียนแนะนำให้ซื้อ RAM, SSD มาเตรียมให้เรียบร้อยค่อยติดต่อช่างหรือยกเครื่องไปศูนย์บริการเพื่อให้ผู้ชำนาญการของ HP เป็นผู้จัดการเลยจะดีที่สุด

Conclusion & Award

HP AIO DSC00800

โดยรวมแล้ว HP 205 Pro G4 เครื่องนี้ เป็น All-In-One PC ที่ผู้เขียนยกให้เป็นคอมพิวเตอร์ที่เหมาะกับผู้ใช้ที่หาพีซีเครื่องแรกให้คนใกล้ตัวหรือซื้อเอาไว้ให้ลูกหลานใช้เรียนออนไลน์ในช่วงที่โรงเรียนหลายๆ แห่งยังไม่เปิดให้เข้าเรียนตามปกติก็ได้ หรือจะเป็นเครื่องฟลีตซื้อปริมาณมากของออฟฟิศสำนักงานสักแห่งก็เป็นตัวเลือกที่ดี เนื่องจากสเปคพื้นฐานออกมาดีในระดับหนึ่งแล้ว ไม่ว่าจะซีพียู AMD Ryzen 3 4300U พร้อมติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมพอร์ตที่จำเป็นต้องใช้งานครบถ้วน

ด้านเสียงลำโพงติดเครื่องก็เป็นจุดเด่นจุดแข็งอีกจุดหนึ่งที่ผู้เขียนชื่นชอบและยกให้เป็นลำโพงติด AIO ที่ดีสุดอีกรุ่นหนึ่งโดยไม่ต้องสงสัย ด้วยเนื้อเสียงที่ครบถ้วนและเบสที่มีแรงปะทะกำลังดี ฟังเพลงได้หลากหลายแนว ดูหนังก็ได้อารมณ์ ไม่ต้องพึ่งลำโพงแยกก็ใช้งานได้ดีมาก

อย่างไรก็ตาม จุดที่ผู้เขียนขอตั้งธงเอาไว้เล็กน้อยคือเรื่องสเปคที่ทำมาให้เพียงพอผ่านเกณฑ์ติดตั้ง Windows 11 เพียง RAM 4GB และฮาร์ดดิสก์ทั่วไปนั้นตอบสนองได้ไม่รวดเร็วพอและกินเวลาโหลดไฟล์นานในปี 2022 นี้ ผู้เขียนขอแนะนำว่าถ้าสั่งซื้อเครื่องเมื่อไหร่ ควรเลือกอัพเกรดเพิ่มแรมไปอย่างน้อย 8GB และให้ดีควรเพิ่ม SSD เข้าไปที่พอร์ต PCIe 3.0 x4 เพื่อรันเป็นไดรฟ์ C:\ สักหน่อย จะช่วยให้ทำงานได้ดีขึ้นอย่างแน่นอน 

award

award new multi media

best multimedia

ลำโพงของ HP 205 Pro G4 เครื่องนี้ จัดเป็นจุดเด่นที่น่าประทับใจที่สุดในหมู่ All-In-One PC ที่ผู้เขียนได้รีวิวมา เสียงดังกระหึ่มและเนื้อเสียงหนักแน่นมีมิติไม่แพ้ลำโพงแยกราคาแพงหลายๆ รุ่น ถ้าใครซื้อไว้เพื่อใช้งานทั่วไปและดูหนังฟังเพลงน่าจะชื่นชอบอย่างแน่นอน

from:https://notebookspec.com/web/640546-review-hp-205-pro-g4

MSI PRO AP241Z ออลอินวันพีซี จอใหญ่ พลังแรง Ryzen 7 เทรดคริปโต เกมเบาๆ เอาอยู่

MSI PRO AP241Z พีซีระดับมือโปร ขุมพลัง Ryzen 7 จอใหญ่คมชัด ทำงานหรือความบันเทิงก็ลงตัว

MSI PRO AP241

MSI PRO AP241Z 5M เป็น All-in-one PC ในซีรีส์สำหรับการทำงานระดับองค์กร รวมถึงผู้ใช้ที่ต้องการประสิทธิภาพในการทำงานที่สูง เพื่อให้รองรับกับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้ ไม่ว่าจะเป็นงานด้านสำนักงาน เอกสาร หรือจะเป็นมัลติมีเดีย หรือความบันเทิงในรูปแบบต่างๆ รวมถึงการเล่นเกมแบบเบาๆ หรือจะเทรดหุ้นและคริปโต มาพร้อมขุมพลัง AMD Ryzen 7 5700G รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมแรม DDR4 16GB โดยมีกราฟิก Radeon Vega ที่ทำให้การเล่นเกมหรืองานกราฟิกคล่องตัวขึ้น และจอแสดงผลขนาดใหญ่ 24″ Full-HD ให้ความคมชัดสดใส และเทคโนโลยีที่ช่วยถนอมสายตา เพิ่มความปลอดภัยให้กับข้อมูลธุรกิจ Trusted Platform Module และติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมใช้งาน อีกทั้งรองรับการประชุมและเรียนออนไลน์ ด้วยกล้องเว็บแคมระดับ Full-HD คมชัดสดใส รวมถึงฟีเจอร์อื่นๆ ที่ออกแบบมาเพื่อผู้ใช้โดยเฉพาะ เข้ามาเพิ่มเติมไลน์ผลิตภัณฑ์ของ MSI All-in-One PC ให้ครบทุกระดับ


MSI PRO AP241Z ออลอินวันพีซี


จุดเด่น

Advertisementavw
  • รูปลักษณ์ที่เรียบง่ายเข้ากับเฟอร์นิเจอร์ในบ้านหรือสำนักงาน
  • ซีพียู Ryzen 7 ตอบสนองในงานต่างๆ ได้
  • สามารถต่อจอแสดงผลภายนอกได้
  • มีฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยข้อมูล
  • เล่นเกมได้บนความละเอียด Full-HD
  • จอภาพมีความคมชัด มุมมองกว้าง

ข้อสังเกต

  • น่าจะเพิ่มการปรับแต่ง OSD เข้ามาด้วย
  • ปรับเลื่อนได้เพียงมุมก้ม-เงยเท่านั้น

Specification

MSI PRO AP241Z 5M
CPU AMD Ryzen 7 5700G
OS Windows 11 Home, Pro
Chipset AMD A520
Storage 1x M.2 SSD 256GB
1x 2.5” HDD 1TB
Memory 2x DDR4 2666/ 3200MHz SO-DIMMs, up to 64GB
Graphics AMD Radeon™ Graphics
Panel 24″ IPS Grade Panel LED Backlight (1920*1080 FHD)
with MSI Anti-Flicker technology
Audio Realtek ALC897
LAN Realtek RTL8111H
Wireless LAN . Intel Wi-Fi 6E AX210
Bluetooth 5.2 (with Intel Wi-Fi 6E AX210)
USB 3.2 Port 4x USB 3.2 Gen 1 Type A
USB 2.0 port 2x USB 2.0 Type A
Port 1x HDMI, 1x COM Port
Mic-in/Headphone-out 1x Mic-in, 1x Line-out
AC Adapter AC Adapter 120W
Adjustment (Tilt) -5° ~ 20°
Dimension (WxDxH) 541.93 x 227.93 x 426.45mm
Weight 4.63 kg

ข้อมูลเพิ่มเติม: MSI


Unbox

MSI PRO AP241

MSI PRO AP241Z 5M All-in-one PC เมื่อแกะกล่องออกมา จะมีอุปกรณ์หลักๆ จะประกอบไปด้วย หน้าจอขนาด 24″ เป็นแบบ Flat มาเป็นชิ้นแบบนี้ให้เรารอประกอบ

MSI PRO AP241

ด้านหลังจะเป็นตัวล็อค สำหรับขาตั้ง ที่มีมาให้ในกล่อง และรูยึดน็อตสำหรับ Wall Mount รวมถึงช่องลำโพงด้านหลัง ที่มีอยู่ทั้ง 2 ด้าน

MSI PRO AP241

การติดตั้งทำได้ง่าย เพราะชุดตัวล็อค ทำงานอัตโนมัติ แบบไม่ต้องใช้เครื่องมือแต่อย่างใด

MSI PRO AP241

ง่ายๆ คือ นำขาตั้งที่มีตัวล็อควงกลม มาวางใส่ลงในช่องดังกล่าวนี้ จากนั้นกดลงไปตรงๆ

MSI PRO AP241

เมื่อกดตัวล็อคลงไปแล้ว จะมีเสียงดังกริ๊ก ซึ่งหมายถึงตัวล็อคยึดกับฝาหลังเป็นที่เรียบร้อย โดยจะสังเกตได้จาก ตัวล็อคจะยื่นออกมาตามภาพ

MSI PRO AP241

ที่เหลือเป็นการใส่ฐาน ซึ่งจะเป็นฐานวงกลม มีรูอยู่ตรงริมของฐาน ใส่ขาตั้งลงไปในจุดนี้ จากนั้นหมุนให้เข้ากับฐาน ก็เป็นอันเสร็จสิ้น

MSI PRO AP241

เมื่อติดตั้งเสร็จเรียบร้อย MSI PRO AP241Z 5M ก็พร้อมสำหรับการทำงาน ที่เหลือคือ ต่อสายไฟเข้ากับตัวเครื่อง เพื่อเริ่มต้นการใช้งาน

MSI PRO AP241

โดยที่ All-in-one PC รุ่นนี้ มาพร้อมกับตัวแปลงไฟขนาดย่อม 120W และต่อเข้ากับด้านหลังที่เป็นช่อง DC jack ก็เป็นอันเสร็จสิ้น ที่เหลือคือ เปิดเครื่อง ก็พร้อมใช้งานได้แล้ว

MSI PRO AP241

แต่ยังๆ ยังไม่หมดแค่นี้นะครับ ในกล่องของ AIO จาก MSI PRO รุ่นนี้ ยังมาพร้อม เมาส์และคีย์บอร์ดไร้สาย กล้อง MSI FHD webcam โดยแยกเป็นโมดูล ที่เชื่อมต่อเข้ากับพอร์ต USB ทางด้านหลังเครื่อง ติดเข้ากับบนจอหรือถ้าไม่ใช้งาน ก็ถอดออกได้เช่นกัน ค่อนข้างสะดวกเลยทีเดียว


Design

MSI PRO AP241

ในด้านของดีไซน์ MSI PRO AP241Z 5M ทำออกมาบนพื้นฐานของความเรียบง่าย แต่เน้นความคล่องตัว ซึ่งเหมาะกับการทำงานในบ้าน เช่นในกลุ่มของ WFH และการเรียนออนไลน์ รวมถึงใส่ฟีเจอร์มาให้กลุ่มสำนักงาน ที่ใช้งานอย่างจริงจังมาด้วย เพียงแต่อยู่ในรูปทรงที่ประหยัดพื้นที่ มิติที่บาง และโทนสีที่เข้ากันได้กับเฟอร์นิเจอร์ในสำนักงานได้อย่างลงตัว กับบอดี้สีดำ จะใช้บนโต๊ะสีขาวหรือสีดำก็ได้ ที่สำคัญคือ ขอบจอบางพิเศษ ทำให้ลดความอึดอัดไปได้เยอะ

MSI PRO AP241

ด้านหลังค่อนข้างเรียบง่าย สบายตา เพราะขาตั้งทรงกระบอกแบบนี้ ด้านข้างขาตั้งเป็นลำโพง ซ้าย-ขวา และมีโลโก้ MSI สีขาวอยู่มุมบนซ้าย

MSI PRO AP241

กับรูปทรงเช่นนี้ ที่ดูสบายตาจัดวางบนโต๊ะทำงานได้แบบไม่เปลืองพื้นที่ จุดสำคัญคือ ขอบด้านข้างของจอ บางเพียง 2.5cm (ไม่รวมจุดที่ยึดกับขาตั้งด้านหลัง)

MSI PRO AP241

จุดที่ยึดตัวเครื่องกับขาตั้ง สามารถปรับมุมก้ม-เงยได้เท่านั้น แต่ไม่สามารถปรับระดับความสูงได้

MSI PRO AP241

โลโก้ MSI สีขาวที่ดูโดดเด่นอยู่มุมบนซ้ายของหลังจอ สะดุดตาดีทีเดียว ทำให้ด้านหลังจอดูไม่เรียบจนเกินไป

MSI PRO AP241

ปุ่มเพาเวอร์ถูกย้ายมาอยู่ด้านหลังเครื่อง ซ่อนเอาไวไม่ให้ดูรกสายตา แทนที่จะอยู่ด้านหน้า แต่ก็ใช้งานได้สะดวกทีเดียว ด้านข้างจะเป็นปุ่มที่ใช้ปรับเพิ่ม-ลดระดับเสียง

MSI PRO AP241

ด้านข้างขวาของตัวเครื่อง มีพอร์ต USB 2.0 Type-A มาให้ใช้กับเมาส์ คีย์บอร์ดโดยตรง หรือจะใช้สำหรับอุปกรณ์ USB อื่นๆ ก็ได้เช่นกัน

MSI PRO AP241

ด้านหน้ามีสัญลักษณ์ของปุ่มเพาเวอร์ และซ้าย-ขวามาให้เล็กๆ เพื่อให้ดูมินิมอล พร้อมแสงไฟด้านใต้ เพื่อบอกสถานะในการทำงาน

MSI PRO AP241

กรอบจอด้านหน้าเพียง 0.7cm โดยประมาณ ซึ่งเล็กมากๆ จนแทบจะเป็นแบบไร้ขอบกันเลยทีเดียว ทำให้ได้พื้นที่ในการทำงานเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งดูเต็มตา เหมาะทั้งการทำงานและการชมภาพยนตร์

MSI PRO AP241
MSI PRO AP241

ความสูงของขอบด้านล่างจอ จากพื้นโต๊ะอยู่ที่ประมาณ 10.5cm เรียกว่าถ้าเป็นโต๊ะทำงานมาตรฐานทั่วไป ก็มองได้พอดีสายตา

MSI PRO AP241

พอร์ตต่อพ่วงที่มีมาให้ จัดว่าครบครันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น COM Port ที่ใช้ร่วมกับอุปกรณ์สำนักงานหรือซอฟต์แวร์เฉพาะบางอย่างที่ยังคงมีใช้กันอยู่ และมีพอร์ต USB 3.2 Gen1 ในแบบ Type-A มาให้ 4 ช่องด้วยกัน และไมโครโฟน รวมถึง Line-Out สำหรับหูฟังและลำโพง และพอร์ต HDMI-Out ในการส่งสัญญาณภาพไปยังจอแสดงผลอื่นๆ ได้อีกด้วย

MSI PRO AP241

นอกจากนี้ MSI PRO AP241Z 5M ยังมาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 11 Home หรือ Windows 11 Pro สำหรับการใช้งานในสำนักงาน


Function

MSI PRO AP241

และส่วนที่เพิ่มเติมเข้ามาให้กับผู้ใช้ นั่นคือ กล้องเว็บแคม MSI ที่ให้ความละเอียดระดับ Full-HD 1080p ให้ภาพที่คมชัดและความสว่างได้ดีทีเดียว

สำหรับตัวกล้อง ถ่ายภาพได้สูงสุดในระดับ 2.1 ล้านพิกเซล Full-HD 1080p บนสัดส่วน 16:9 และรองรับวีดีโอที่ 1080p ได้ที่ 30fps.

MSI PRO AP241

จากการทดสอบ All-in-one PC จากทาง MSI นี้ โดยพื้นฐานของห้องที่มีแสงไฟปกติ ก็ให้ความสว่างได้ดีมากพอ ในการสนทนาหรือประชุมออนไลน์ แต่หากเพิ่มแสงเข้าไป สำหรับคนที่จะจัดเป็นการเรียนการสอน ก็ทำให้ภาพที่ได้สว่างมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ก็ให้ภาพลื่นไหล ไม่สะดุดในการประชุมออนไลน์ แม้จะทำงานร่วมกับโปรแกรมอื่นๆ อยู่ก็ตาม


Adjustable

MSI PRO AP241

การปรับเลื่อนของ MSI PRO รุ่นนี้ ทำได้เพียงการปรับมุมก้มและเงย (Tilt) เท่านั้น อยู่ในระดับ -5 – 20 องศา ซึ่งอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แต่ก็เพียงพอต่อการใช้งานพื้นฐานในปัจจุบัน และง่ายต่อการนั่งหรือยืน รวมถึงการปรับให้เข้ากับระยะการทำงานของแต่ละบุคคลได้ง่าย

MSI PRO AP241

ด้านล่างนี้จะเป็นมุมมองจากการปรับเลื่อนในมุมต่างๆ และแม้ว่าโดยพื้นฐาน จะไม่มีแกนหมุนให้หันซ้าย-ขวาได้ แต่คุณสามารถขยับหมุนทั้งตัวเครื่องได้ง่ายมาก ส่วนหนึ่งทาง MSI ออกแบบฐานและขาตั้งให้ยกด้านท้ายเล็กน้อย และมีน้ำหนักที่เบา ทำให้ตอนขยับหันซ้าย-ขวาสะดวก เหมือนกับการขยับจอภาพเปล่าๆ อีกด้วย


Performance

MSI PRO AP241

หัวใจหลักที่เป็นขุมพลังบน MSI PRO AP241Z 5M รุ่นนี้ อยู่ที่ซีพียู AMD Ryzen 7 5700G ที่ถือว่าเป็นซีพียูที่มี APU ตัวท็อป ที่ช่วยให้การทำงานในด้านต่างๆ ลื่นไหลได้ดี รวมถึงการเล่นเกมอีกด้วย โดยเราจะทดสอบกับการเล่นเกมในปัจจุบันให้ได้ชมกันในส่วนของ Game Performance ต่อไป

มาพร้อมหน้าจอแสดงผล 24″ ซึ่งเป็นพาแนลในระดับ IPS ให้ภาพที่คมชัดระดับ 178/178 องศา ทั้งมุมมองด้านข้างซ้ายและขวา โดยมี Resolution 1080p หรือ Full-HD เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในปัจจุบันได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการท่องเน็ต เช็คเอกสารหรือการชมภาพยนตร์ นอกจากนี้ยังเปิดดูกราฟการเทรดคริปโต ได้แบบเต็มหน้าจอ หรือจะแบ่งครึ่ง เพื่อดูความเคลื่อนไหวของกราฟ 2 เหรียญพร้อมๆ กันได้อีกด้วย หรือซูมเข้าไปดู Detail ก็ยังลื่นไหล

MSI PRO AP241

นอกจากจะเป็นพาแนล IPS ที่มีมุมมองที่กว้าง มองจากด้านข้างก็ยังชัดเจนแล้ว MSI ยังได้ใส่ฟีเจอร์ที่สำคัญมาให้กับเหล่าคนทำงาน เทรดหุ้น คริปโตฯ ให้ใช้งานได้สบายตา ไม่เมื่อยล้า แม้จะต้องจ้องจอนานๆ ด้วย MSI Eye Care ซึ่งจัดมาให้เป็นชุด ไม่ว่าจะเป็น Anti-Flicker ลดอาการภาพสั่นไหว พร้อมกับลดแสงสีฟ้า ที่ช่วยถนอมสายตา Less Blue Light และยังเป็นจอแบบ Anti-Glare ลดแสงสะท้อนจากแสงภายโดยรอบ ไม่ให้มารบกวนสายตาอีกด้วย เท่านี้จะเทรดหุ้น ดูเอกสาร หรือท่องเน็ต ก็ทำได้ยาวๆ

MSI PRO AP241

ในการทดสอบแรกนี้ เป็นการจำลองใช้งาน ด้วยการดูวีดีโอสตรีมมิ่งบน Youtube ผ่านทาง Google Chrome ทั้งหมด 10 วีดีโอด้วยกัน รวมถึงการเปิดดูภาพ และการทำงานเล็กๆ น้อยๆ ระบบก็ยังใช้แรมไปเพียง 7-8GB เท่านั้น ยังมีเรี่ยวแรงเหลือเฟือในการทำอย่างอื่นได้

MSI PRO AP241
MSI PRO AP241

ภาพที่ได้มีความสดใสคมชัด โดยเฉพาะคนที่ต้องใช้งานหลายรูปแบบในชีวิตประจำวัน เช่น งานเอกสาร ท่องอินเทอร์เน็ตหรือการชมภาพยนตร์ก็ตาม และที่สำคัญขนาดหน้าจอ ยังแบ่งการทำงานในแบบมัลติทาส์กได้ดีพอสมควร บนพื้นที่ 23.8″ ความละเอียด Full-HD เช่นนี้

MSI PRO AP241

มาดูที่การชมภาพยนตร์และการสตรีมมิ่งกันบ้าง สีสันที่ได้ค่อนข้างเห็นได้ชัดกับสีสันที่สดใสและความต่อเนื่องของภาพ ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ความคมชัดสูง ซึ่งรองรับการเล่นไฟล์วีดีโอความละเอียดสูงได้อย่างเหมาะสม ส่วนหนึ่งเป็้นเพราะทาง MSI ก็เป็นอีกหนึ่งค่ายผู้เชียวชาญในด้านของจอภาพ และเกมมิ่งมอนิเตอร์ ซึ่งก็ทำให้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีมาสู่จอภาพในกลุ่มนี้ได้ไม่ยาก

MSI PRO AP241

ความลื่นไหลและความสดใสของภาพบน All-in-one PC จาก MSI ไม่เพียงทำให้ผู้ใช้ภายในบ้าน ได้รับความบันเทิงอย่างเต็มอิ่ม แต่ในสำนักงาน ยังกลายเป็นเครื่องที่เอาไว้ใช้พรีเซนเทชั่นงาน เพื่อใช้ในการนำเสนองานได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่งหรือวีดีโอก็ตาม

MSI PRO AP241

มาดูที่การทดสอบด้วยโปรแกรม PCMark10 กันบ้าง ตัวเลขที่เป็น Overall สูงถึงเกือบ 6 พันคะแนน โดยมีคะแนนในกลุ่มของ Essentials ที่สูงระดับ 10,172 คะแนน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในงานสำนักงานที่โดดเด่น

MSI PRO AP241
MSI PRO AP241

มาถึงการทดสอบด้านเกม 3 มิติด้วยโปรแกรม 3DMark Time Spy และ Fire Strike ก็ยังเป็นตัวเลขที่ทำออกมาได้ดี ส่วนหนึ่งเพราะพลังจากกราฟิก Radeon Graphic ที่มาพร้อมกับซีพียู AMD Ryzen 7 5700G นี้ ทำให้แสดงศักยภาพในด้านของเกมได้ดีพอสมควร เรียกว่าเป็นไลน์ของ APU ที่อยู่ในระดับต้นๆ บนท้องตลาดเวลานี้

MSI PRO AP241

ส่วนประสิทธิภาพบน Storage ที่ติดตั้งมาบน MSI เครื่องนี้ กับ SSD 256GB ที่มาในแบบ M.2 NVMe PCIe ที่อยู่ภายในเครื่อง ให้ความเร็วในการอ่านข้อมูลสูงถึง 2,500MB/s และเขียนได้เกือบ 1,000MB/s อยู่ในระดับที่ดี เมื่อเทียบกับพีซีในแบบออลอินวันหลายรุ่นในท้องตลาด นอกจากนี้ยังมีฮาร์ดดิสก์มาให้จัดเก็บข้อมูลอีก 1TB

การทดสอบในด้านของกราฟิกแอนิเมชั่น ซึ่งการทำงานของซีพียูในระดับ 8 core/ 16 thread ของซีพียู AMD Ryzen 7 รุ่นนี้ ก็แสดงศักยภาพออกมาได้ดีทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น CINEBench R15 หรือ R20 ก็ตาม ด้วยผลทดสอบที่อยู่ในระดับต้นๆ ซึ่งก็หมายถึงระบบสามารถตอบโจทย์ในงานด้านนี้ได้ดีในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะคนที่เริ่มต้นกับงานในด้านนี้ หรือกับการทำงานในสำนักงานก็ตาม

MSI PRO AP241

มาที่การทดสอบเรนเดอร์วีดีโอ กับตัวอย่างการสร้างงานเป็น Content Creator แบบมือใหม่ กับวีดีโอที่เป็นเกมกราฟิกความละเอียด Full-HD จากไฟล์วีดีโอประมาณ 5 ตัว ขนาดไฟล์รวม 2.1GB ใช้เวลาในการเรนเดอร์ออกมาเป็น 1080p ซึ่งผลที่ได้ใช้เวลาประมาณ 5.51 นาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจไม่น้อยเลย สำหรับพีซีออลอินวันเช่นนี้


Game Performance

MSI PRO AP241

มาดูที่การทดสอบเกมกันบ้าง DOTA2 เราลองเริ่มต้นกับการเล่นบน 1080p หรือ Full-HD และตั้ง Detail เอาไว้ที่ Best Looking ซึ่งผลที่ได้เฟรมเรตยังอยู่ที่ระดับ 50-60fps. โดยเฉลี่ย ซึ่งถือว่าลื่นไหลได้ดี รวมถึงเมื่อมีเอฟเฟกต์จากการร่ายเวทย์ใหญ่ของฮีโร่ ก็ยังไม่ทำให้เฟราเรตหล่นลงไปมากนัก ส่วนหนึ่งต้องถือว่าการทำงานของ Radeon Graphic และแรมระบบ DDR4 16GB ยังคงทำงานได้เป็นอย่างดี

MSI PRO AP241

จากนั้นเราลองปรับ Detail ให้ลงมาที่ Fastest เพื่อลองดูว่า ถ้าลดกราฟิกลงมา เฟรมเรตจะลื่นขึ้นมากน้อยเพียงใด ผลที่ได้คือ เฟรมเรตไปแตะระดับ 120fps. ได้ไม่ยาก แม้ภาพจะไม่ได้สวยมากนัก แต่ก็ลื่นไหล เล่นได้สบายตาเลยทีเดียว ถ้าใครเป็นคอเกมแนว MOBA ก็สามารถสนุกได้บน MSI PRO AP241Z 5M เครื่องนี้แบบลื่นๆ ทั้งการเล่น Best Looking และ Fastest

MSI PRO AP241

ถัดมาเพิ่มความโหดของเกมขึ้นอีกนิด ด้วยการทดสอบบนเกม Battle Royale ยอดฮิตอย่าง PUBG เริ่มต้นกับการปรับ High settings บน Resolution 1080p และผลที่ได้ก็ตามคาด นั่นคือ เฟรมเรตไปอยู่ที่ราวๆ 20++ fps. เกือบๆ 30fps. ในบางจังหวะ แม้จะใช้ Render scale 70 ก็ตาม แต่ภาพที่ได้ค่อนข้างสวยทีเดียว

MSI PRO AP241

ดังนั้นเราจึงลองปรับเป็น Low ที่เรียกว่าให้สอดคล้องกับพีซีที่เป็นแบบออลอินวันเช่นนี้ และตัวเลขเฟรมเรตนั้น ออกมาได้น่าสนใจ นั่นคือ ไปได้มากกว่า 60fps. ทำให้ลื่นไหล แต่ภาพอาจจะไม่ได้สวยงามมากนัก เพราะถูกลดความละเอียดลง แต่ก็เล่นได้สนุกมากขึ้น ไม่อึดอัดมากนัก

MSI PRO AP241

สุดท้าย เพื่อให้คอเกมแนวนี้ เล่นเกม PUBG ได้สนุกกับ MSI PRO AP241Z 5M เราลองปรับไปที่ความละเอียด Medium และเพิ่ม Render scale ไปที่ระดับ 120 ผลที่ได้คือ ภาพที่ดูสวยงามมากขึ้น มองเห็นระยะไกลได้สบาย และดูลื่นไหลได้มากกว่า High setting เฟรมเรตเริ่มต้นอยู่ที่ราว 28-29fps. แต่สามารถขยับได้มากกว่านั้น ในหลายๆ ช่วง และไปได้กว่า 30fps. ให้เห็นหลายครั้ง จัดว่าเป็นค่า Settings ที่เหมาะกับคอเกม หากจะเล่นบน MSI เครื่องนี้

MSI PRO AP241

สุดท้ายก็เป็นสิ่งสำคัญ ที่เราพยายามทดสอบให้ได้ชมกันทุกครั้ง นั่นคือ เรื่องของอุณหภูมิภายในของระบบ ด้วยโปรแกรม OCCT โดยการทดสอบ Burn-In ซีพียูให้ทำงานไปที่ 100% เป็นเวลาต่อเนื่อง ซึ่งในช่วงที่เราแคปมา 13 นาทีนี้ สูงสุดอยู่ที่ประมาณ 77 องศาเซลเซียสเท่านั้น และนิ่งๆ อยู่ที่ราว 68-69 องศาเซลเซียส และเลยจากช่วงเวลานี้ก็ขยับขึ้น-ลงเบาๆ เล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งทาง MSI ออกแบบการระบายความร้อนมาให้กับ MSI PRO AP241Z 5M เครื่องนี้ไว้เป็นอย่างดี

MSI PRO AP241

ส่วนที่สำคัญคือ MSI ออกแบบระบบ Silent Pro Cooling มากับ พีซีเครื่องนี้ ที่เป็นระบบระบายความร้อนแบบเดียวกับใน Server ที่ช่วยในการลดความร้อนภายในได้อย่างรวดเร็ว และทั่วถึงอุปกรณ์ต่างๆ ภายในเครื่อง พร้อมกับการแยกระบบไหลเวียนอากาศที่คล่องตัว และยังมีเสียงรบกวนน้อย ผู้ใช้จึงแทบไม่รู้สึกถึงเสียงการทำงาน และใช้งานได้ยาวนานมากขึ้น เพื่อให้ไม่รบกวนการทำงาน แม้จะใช้กันหลายๆ เครื่องในสำนักงานนั่นเอง

MSI PRO AP241

นอกจากนี้เพื่อให้ใช้งานในด้านของข้อมูลธุรกิจที่มีความสำคัญได้อย่างปลอดภัย MSI รุ่นนี้ยังมาพร้อม FW TPM หรือ Trusted Platform Module ซึ่งเป็นการเพิ่มระบบความปลอดภัยในระดับฮาร์ดแวร์ ให้คุณสามารถเก็บข้อมูล พาสเวิร์ด ด้วยการเข้ารหัสข้อมูลที่เป็นการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงมาในตัวอีกด้วย


Conclusion

MSI PRO AP241

นับว่าเป็นพีซีออลอินวันจาก MSI อีกทางเลือกหนึ่งสำหรับสำนักงาน หรือโฮมออฟฟิศ รวมไปถึงพีซีสำหรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างคล่องตัว ด้วยการออกแบบให้มีรูปลักษณ์ทันสมัย น้ำหนักเบา และมิติที่บาง ทำให้ง่ายต่อการติดตั้ง และไม่เปลืองพื้นที่โต๊ะทำงาน ซึ่งสอดคล้องกับในวิถีชีวิตของสำนักงานหรือที่พักอาศัยของผู้ใช้ในปัจจุบัน ขุมพลังที่แรงระดับ AMD Ryzen 7 ก็ดูเหมือนจะทำให้งานหลายๆ อย่างง่ายขึ้น และทำงานหลายอย่างพร้อมๆ กันได้ จะสังเกตได้จากผลทดสอบต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งในด้านซอฟต์แวร์สำนักงาน ความบันเทิงและการเล่นเกมแอ็คชั่นที่เล่นกันอยู่ในเวลานี้ อีกทั้งมีพอร์ตต่อพ่วง ในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่เป็น External ต่างๆ ไว้เกือบครบถ้วน ใช้งานง่าย การระบายความร้อนก็ทำได้ดี ที่สำคัญเสียงรบกวนที่น้อยมากๆ เรียกว่าแทบจะไม่มีเสียงในระหว่างการใช้งาน และไม่ใช่แค่การเป็นพีซีประสิทธิภาพสูงในแบบออลอินวันเท่านั้น แต่ยังมี Windows 11 และฟีเจอร์ที่เป็น TPM ที่เข้ามามีบทความในด้านข้อมูลในงานธุรกิจ และการรับประกันยาวนานถึง 3 ปี ยิ่งเพิ่มความมั่นใจได้เป็นอย่างดี เรียกว่าในภาพรวมก็มีทุกอย่างเกือบจะครบเครื่องที่ทำให้ผู้ใช้ ไม่ต้องไปหาสิ่งใดมาเพิ่มเติม


สรุปราคา All-in-One PC : MSI PRO AP241Z 5M

  • MSI PRO AP241Z 5M-022TH: ซีพียู AMD Ryzen 7-5700G ราคา 35,900 บาท (ปกติ 39,490.-)
  • MSI PRO AP241Z 5M-023TH: ซีพียู AMD Ryzen 5-5600G ราคา 29,900 บาท (ปกติ 32,890.-)
  • MSI PRO AP241Z 5M-024TH: ซีพียู AMD Ryzen 3-5300G ราคา 25,900 บาท (ปกติ 28,490.-)

ข้อมูลเพิ่มเติม: MSI PRO AP241Z 5M

ออลอินวัน MSI PRO AP241Z เริ่มต้นที่ 25,400 บาท รับประกัน 3 ปีเต็ม
ซื้อสินค้า MSI ได้ที่: https://msi.gm/nbsWTB
รับฟรี Alessi Alessandro M.และ สมาชิก Centr membership นาน 3 เดือน เมื่อเขียนรีวิวการใช้งานสินค้า MSI ดูเพิ่มเติมที่นี่: https://msi.gm/ShoutOutTH
ติดตามโปรโมชั่นได้ที่: https://msi.gm/Promotionth
MSI Facebook: https://www.facebook.com/MSIThailandOfficial
MSI Call Center: 02 409 2984 (8.30 – 17.30 น.)

from:https://notebookspec.com/web/637561-msi-pro-ap241-aio-pc

HP ประกาศเปิดตัว 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ในครึ่งปีแรก

HP หนึ่งในแบรนด์กลุ่มสินค้า PC Desktop และ Notebook ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ และมีแผนวางจำหน่ายในช่วง 2 ไตรมาสแรก ปี 2022 ในทั้ง 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ All-in-One PCs / Desktop PCs โดย 2 กลุ่มแรกนี้ HP มุ่งเน้นไปที่ไลฟ์สไตล์ในการทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพบนฟีเจอร์ HP Presence และฟีเจอร์ AI ส่วนกลุ่มท้ายสุด คือ Z Desktop Workstation เพื่อรองรับลักษณะงานที่ต้องการการประมวลผลที่มีประสิทธิภาพสูง ซับซ้อน และ แสดงผลแบบเรียลไทม์

 
HP All-in-One PCs
EliteOne 800 G9 AiO Desktop PCs มาพร้อมฟีเจอร์ HP Presence เข้ามาช่วยให้การทำงานร่วมกันเป็นเรื่องง่ายขึ้น ถึงแม้ว่าจะทำงานอยู่ที่บ้านในรูปแบบ WFH ก็สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่พลาดทุกการประชุมออนไลน์ผ่านกล้องด้วยฟีเจอร์ HP Auto Frame ที่ความละเอียด 5MP ไม่สะดุดในทุกการเคลื่อนไหว และใช้ AI-noise ช่วยจัดการกับเสียงรบกวนรอบๆ ตัว ได้ความคมชัดทั้งเสียงและไหลลื่นในทุกอริยาบถ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Woft Security for Business เข้าช่วยแบ่งเบางานให้กับผู้ดูแลระบบขององค์กรทำให้การรักษาความปลอดภัยจากการถูกโจมตีทำได้อย่างมีประสิทธิภาพและง่ายมากขึ้น และคาดว่า EliteOne 800 G9 AiO Desktop PCs จะวางจำหน่ายในเดือน พฤษภาคม 2022 นี้
 
มาดูคุณสมบัติเด่นของ HP EliteOne 800 G9 AiO Desktop PC มีอะไรมาให้บ้าง
  • ฟีเจอร์ HP Presence
  • ระบบประมวลผล Intel 12th Gen
  • Microsoft Windows 11
  • มีขนาดหน้าจอ 23.8″ หรือ 27″
  • รองรับการเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi 6E และ Bluetooth Version 5.2
  • การ์ดจอ Nvidia RTX
  • ขาตั้งยังมีตัวเลือกการชาร์จแบบไร้สาย (Wireless Charging)
 
Desktop PCs
ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2022 นี้ HP มีแผนนำผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Desktop PCs รุ่นใหม่ Elite 800 G9 Desktop PCs Series วางจำหน่าย พร้อมกับเทคโนโลยีด้านการประมวลผลเวอร์ชั่นล่าสุดอย่าง 12th Gen Intel และ Nvidia RTX โดยมีวัตถุประสงค์เน้นความคล่องตัวในการทำงานได้กับทุกสถานที่ นำระบบ AI เข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพให้การทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว และมีความปลอดภัย เรามาดูรุ่นย่อยของ Desktop PCs ที่จะประกาศจำหน่ายในช่วงต้นปีนี้กัน ว่ามีอะไรที่น่าสนใจบ้าง
  1. HP Elite Mini 800 G9 Desktop PC มีขนาดเล็กเท่ากับหนังสือ สามารถเชื่อมต่อร่วมกับจอแสดงผลได้สูงสุด 8 จอ สามารถจับคู่กับ HP E-Series Conferencing Monitor สำหรับการทำงานเว็บแคม ไมโครโฟน และลำโพง คาดว่าจะวางจำหน่ายในช่วงปลายเดือน มีนาคม 2022 นี้
  2. HP Elite SFF 800 G9 Desktop PC ออกแบบมามีรูปทรงกระทัดรัดประหยัดพื้นที่ คาดว่าจะวางจำหน่ายในช่วงปลายเดือน มีนาคม 2022 นี้
  3. HP Elite Tower 800 G8 Desktop PC สำหรับรองรับการประมวลผลชุดโปรแกรมจำพวกงานกราฟฟิกเนื้อหาที่มีความซับซ้อน คาดว่าจะวางจำหน่ายในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2022 นี้
  4. นอกจากนี้ เอชพียังได้ประกาศเปิดตัว HP Elite 600 G9 Series Desktop PCs ซึ่งคาดว่าจะวางจำหน่ายในปลายเดือนมีนาคม 2022 และ HP Pro 400 G9 Series Desktop PCs จะวางจำหน่ายในเดือนพฤษภาคม 2022 ทั้ง 2 รุ่นนี้ จะใช้ระบบประมวลผลของ Intel 12th Gen เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด และใช้การ์ดหน่วยความจำ DDR5  
 
Workstations
กลุ่มผลิตภัณฑ์ Desktop Z by HP รองรับรูปแบบงานเฉพาะทางที่ต้องอาศัยการประมวลผลบนอุปกรณ์ Desktop PC ที่มีประสิทธิภาพสูง อย่างเช่น งานออกแบบสร้างงาน 3D ที่มีความเนื้องานและการแสดงผลที่ซับซ้อนสูงมาก และในงาน CES 2022 เมื่อต้นเดือนมกราคม HP ได้ประกาศเปิดตัว HP Z2 Mini G9 ซึ่งเป็นเครื่องเวิร์กสเตชันขนาดเล็กที่ทรงพลังที่สุดในโลก รุ่นไหนบ้างในกลุ่ม Workstations ที่ HP จะนำออกมาวางจำหน่ายสู่ตลาด PC
 
Z2 SFF G9 ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับการออกแบบที่มีประสิทธิภาพสูง การจำลอง และการติดตามรังสีแบบเรียลไทม์
  1. Z2 SFF G9 เหมาะสำหรับรูปแบบงานกราฟฟิก งานออกแบบ Designer ที่เน้นประสิทธิภาพของการประมวลผลข้อมูลที่ค่อนข้างเร็ว ใช้การแสดงผลด้วยการ์ดจอ Nvidia RTX ทำงานร่วมกับระบประมวลผล Intel Core K-Series ในรุ่น SFF เป็น Workstation ที่มีขนาดเล็ก และประสิทธิไม่ได้เล็กตามตัวเลย คาดว่าจะวางจำหน่ายในเดือนมีนาคม 2022 นี้
  2. HP Z2 Tower G9 มีระบบประมวลผลที่ทรงพลัง Intel Core Next-Gen เวอร์ชั่นล่าสุด K-Series และแสดงผลด้วยการ์ดจอ Nvidia RTX เทคโนโลยีสุดล้ำนี้ คาดว่าจะวางจำหน่ายในเดือนมีนาคม 2022 นี้
  3. HP Z1 Tower G9 ถูกออกแบบให้เป็น Workstation ที่ราคาย่อมเยา โดยมีการรับรอง ISV-certified ทางด้านฮาร์ดแวร์ และมาตรฐานความปลอดภัย Industry-leading security คาดว่าจะวางจำหน่ายในบางตลาดในเดือนมีนาคม นี้
 

from:https://www.techtalkthai.com/hp-desktop-pc-workstation/