คลังเก็บป้ายกำกับ: โน๊ตบุ๊คทำงาน

CES 2023 – พาไปชมโน๊ตบุ๊ค MSI รุ่นใหม่ไลฟ์สไตล์ บาง แรง Intel Gen 13 + RTX เพื่อ Creator และเกมเมอร์

โน๊ตบุ๊ค MSI รุ่นใหม่ใน CES 2023 ขุมพลัง Intel Gen 13 + GeForce RTX 40 โฉมใหม่ เทคโนโลยีล้ำๆ

โน๊ตบุ๊ค MSI

โน๊ตบุ๊ค MSI ที่เปิดตัวครั้งใหญ่ในงาน CES 2023 ครั้งนี้ จัดว่ายกทัพมาครบทุกไลน์ผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ผู้ใช้ทั่วไป เกมเมอร์ และทำงานจริงจัง เรียกว่า All New เลยทีเดียว เพราะนอกจากรูปลักษณ์ที่ถูกปรับใหม่ให้ดูล้ำสมัยมากขึ้น ยังยกเครื่องมาใหม่ ใส่ขุมพลัง Intel Gen 13 รุ่นล่าสุด เกือบทุกซีรีส์ และหลายรุ่นก็มาพร้อมแรม DDR5 แล้ว พร้อมกับ SSD PCIe รุ่นใหม่ กับการ์ดจอระดับ GeForce RTX 40 series อีกด้วย บนโน๊ตบุ๊คเกมมิ่งตั้งแต่ระดับกลางขึ้นไป ยังไม่รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ทาง MSI เติมเข้ามาให้กับผู้ใช้โน๊ตบุ๊คได้สัมผัสกันอย่างจุใจเลยทีเดียว โดยในครั้งนี้จะเป็นส่วนของโน๊ตบุ๊คพกพก โน๊ตบุ๊คทำงาน และไลฟ์สไตล์ ใครที่กำลังมองหาโน๊ตบุ๊คใหม่สไตล์ล้ำสมัย มาใช้งานในปีนี้ ไม่ควรพลาดครับ


โน๊ตบุ๊ค MSI รุ่นใหม่ ในงาน CES 2023


MSI Creator series

มากันที่โน๊ตบุ๊ค MSI ในกลุ่มนักสร้างคอนเทนต์ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มตัดต่อวีดีโอ ตกแต่งภาพ กราฟิกดีไซน์และเหล่ายูทูปเบอร์ อย่าง Creator มีด้วยกัน 2 ซีรีส์ อย่าง Creator Z16 HX Studio และ Creator Z17 HX Studio จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่ได้รับการออกแบบมาอย่างสอดคล้อง ไม่ว่าจะเป็นความบาง เบา มิติที่ดูกระชับ ขอบจอบาง โดยบอดี้นั้นขึ้นรูปในแบบ CNC ที่ใช้วัสดุเป็นอลูมิเนียม ซึ่งบางเพียง 19mm และน้ำหนักเบาเพียง ปปปKg. เท่านั้น

Advertisementavw
โน๊ตบุ๊ค MSI

พร้อมพอร์ตการเชื่อมต่อที่ครบครัน เพื่อตอบสนองการสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการโอนถ่ายข้อมูลหรือการแสดงผลก็ตาม โดยที่ MSI CREATOR Z16 HX Studio นี้ มีทั้ง USB 3.2 Gen2 และ Thunderbolt 4 รวมถึงพอร์ต HDMI มาด้วย

และที่สุดของการทำงานคือ ขุมพลังอย่าง Intel Core i9-13950HX ซึ่งเป็นซีพียูที่มีประสิทธิภาพสูง ให้การทำงานแบบมัลติทากส์กรวมกันถึง 24 core และยังเป็นรุ่นใหม่ Intel Core Gen 13 จึงทำให้การทำงานในด้านคอนเทนต์ วีดีโอ กราฟิก 3 มิติ และงานด้านสตูดิโอ ภาพและเสียง ไหลลื่นได้ดีทีเดียว

โน๊ตบุ๊ค MSI

ไม่เพียงแค่นั้น เพราะทาง MSI ยังได้ใส่ขั้นสุดของเทคโนโลยีกราฟิกมาให้โน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ ด้วยกราฟิกการ์ด GeForce RTX ที่สนับสนุน nVIDIA Studio มาด้วย เพื่อให้สายทำงานและนักสร้างคอนเทนต์ได้ยกระดับการทำงานให้ไหลลื่นมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นงานด้าน 3D, Video และการบรอดแคส โดยทำงานร่วมกับการ์ดจอระดับ GeForce RTX ได้อย่างลงตัว

20230104 135156 1600x1200 1

จุดที่เป็นไฮไลต์อีกสิ่งหนึ่งบนโน๊ตบุ๊ค MSI รุ่นนี้ก็คือ ชุดระบายความร้อน Vapor Chamber ที่ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Cooler Boost มาพร้อมพื้นที่หน้าสัมผัสขนาดใหญ่ ช่วยลดเสียงรบกวน และให้ประสิทธิภาพในการระบายความร้อนที่ดีขึ้น เพิ่มเสถียรภาพในการทำงาน

โน๊ตบุ๊ค MSI

นอกจากนี้ยังมาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ 16″ ความละเอียด QHD+ (2560×1600) ให้ความแม่นยำสีสูง เพื่อการทำงานอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็น 100% DCI-P3 และ Delta-E <2 อีกด้วย โดยหน้าจอนี้ยังผ่าน Calman Verify ด้วยการ Calibrate สีบนหน้าจอ เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถใช้งานร่วมกับซอฟต์แวร์ด้านภาพและวีดีโอได้อย่างเหมาะสม

โน๊ตบุ๊ค MSI

และไม่ใช่แค่เรื่องของการทำงานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความบันเทิง ด้วยระบบเสียงชั้นยอดจากลำโพง 2W จำนวน 4 ตัว ที่ติดตั้งมาบนโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ รองรับเสียงคุณภาพสูง Hi-Res Audio และระบบเสียง DTS กับบิตเรตที่สูง เก็บรายละเอียดได้ดี พลังเสียงจัดจ้าน

สามารถปรับแต่ง และตรวจเช็คระบบการทำงานต่างๆ ผ่านทางซอฟต์แวร์ MSI Center ได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น การตั้งค่าจอ ระบบเสียง หรือการเลือกโหมดใช้งาน รวมถึงการมอนิเตอร์อุณหภูมิ ความเร็ว หรือการใช้แรมได้

โน๊ตบุ๊ค MSI

ด้วยคุณภาพและการออกแบบที่ลงตัว พร้อมความทนทานระดับ Military Grade ทำให้มั่นใจในการใช้งานในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี ไม่ใช่แค่การทำงานในสำนักงานเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการเดินทาง พกพา เคลื่อนย้ายไปใช้งานนอกบ้านได้อีกด้วย

โน๊ตบุ๊ค MSI

โดยในงานมีการจัดแสดงโน๊ตบุ๊ค MSI CREATOR 2 รุ่นด้วยกันคือ CREATOR Z16 HX Studio และ CREATOR Z17 HX Studio โดยจะต่างกันในแง่ของมิติ และดีไซน์อยู่เล็กน้อย องค์ประกอบส่วนใหญ่จะคล้ายกัน


MSI Modern series

สำหรับโน๊ตบุ๊ค MSI Modern ที่มาโชว์ตัวในงาน CES 2023 ครั้งนี้ มี 2 โมเดลด้วยกัน ตามไลน์เดิมที่เคยวางอยู่ในตลาด ประกอบด้วย Medern 14 C13M และ Modern 15 B13M ซึ่งทั้ง 2 รุ่นนี้ แม้จะค่อนข้างคล้ายคลึงกับในรุ่นก่อน แต่ก็มีการปรับปรุงในเรื่องของวัสดุ และดีไซน์อยู่พอสมควร ทำให้ดูพรีเมียมมากขึ้น โดยยังคงคอนเซปต์ บาง กระทัดรัด พกพาสะดวก น้ำหนักเท่าเดินประมาณ 1.4Kg เท่านั้น สำหรับ Modern 14 โดยที่ MSI Modern รุ่นใหม่ปี 2023 นี้ มาในสไตล์ที่ Slim บางลง และบางสุดเพียง 19.35mm เท่านั้น

โน๊ตบุ๊ค MSI

พร้อมกันนี้ยังได้เปลี่ยนไปใช้ขุมพลังรุ่นใหม่ อย่าง Intel Core Gen 13 ที่ให้การประมวลผลที่รวดเร็ว และมาคู่กับกราฟิกอย่าง Intel Iris Xe Graphic รุ่นใหม่ ในการตอบสนองด้านกราฟิก หรือด้านความบันเทิง โดยที่ยังใช้ร่วมกับแรมในแบบ DDR4 3200 และอัพเกรดเพิ่มเติมได้อีกด้วย

ส่วนคีย์บอร์ดนั้นเป็นแบบปุ่มใหญ่ ตอบสนองไวเช่นเดียวกัน และมีแสงไฟ Backlit สว่างขึ้นบนคีย์อีกด้วย โดยมีปุ่ม Hot key มากมายให้ใช้ พร้อมทัชแพดขนาดใหญ่กว่าเดิม และสนับสนุนการใช้งาน Multi-Gesture

โน๊ตบุ๊ค MSI

พอร์ตต่อพ่วงมีมาอย่างครบครัน อาทิ USB-A, USB-C 3.2 Gen2 ใช้กับ PD-In ชาร์จไฟได้ แสดงผล และต่อสัญญาณไปยังจอนอกได้อีกด้วย รวมถึงมี HDMI และ Micro-SD card reader มาอีกด้วย

และ MSI ไม่เคยลืมที่จะเพิ่มความแข็งแกร่ง ปลอดภัยให้กับโน๊ตบุ๊คทุกๆ รุ่น เช่นเดียวกับ MSI Modern นี้ ก็ให้ความทนทานในระดับ MIL-STD-810G เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแรงสั่นสะเทือน อุณหภูมิ ละอองน้ำ รวมถึงการกระแทก

โน๊ตบุ๊ค MSI

โดยสามารถทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ MSI Center ได้เช่นเดียวกับรุ่นอื่นๆ ในการตรวจเช็ค ปรับแต่ง และอัพเดตสิ่งต่างๆ ในระบบผ่านทางโปรแกรมนี้ได้ทันที


MSI Prestige series

สำหรับ โน๊ตบุ๊ค MSI Prestige เป็นโน๊ตบุ๊คในกลุ่มบางเบา ดีไซน์ลงตัว พกพาสะดวก โดยมี 3 โมเดลคือ Prestige 13 EVO, Prestige 14 EVO และ Prestige 16 EVO พร้อมจบได้ทุกงาน กับการออกแบบที่พิเศษมากขึ้น ด้วยวัสดุ Mg-Al หรือแมกนิเซียมอัลลอย ซึ่งโดดเด่นทั้งในด้านความแข็งแรง และน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ โดยที่ Prestige 13 EVO นี้ เบาเพียง 990 กรัมเท่านั้น แต่ให้ขุมพลังในการทำงาน พร้อมกับคุณสมบัติด้านความปลอดภัยมาอย่างครบครัน และระยะเวลาในการทำงานต่อการชาร์จที่ยาวนานเลยทีเดียว เหมาะกับผู้ใช้ที่เน้นการใช้งานนอกสถานที่

โน๊ตบุ๊ค MSI

แม้จะเป็นโน๊ตบุ๊คขนาดเล็ก หน้าจอ 13.3″ แต่เพื่อให้งานได้นานขึ้น MSI ใส่แบตระดับ 75Whrs มาให้ ซึ่งรองรับการใช้งานได้นานถึง 15 ชั่วโมงเลยทีเดียว พร้อมกันนี้ยังสนับสนุน Fast Charging โดยสามารถชาร์จได้ถึง 60% ภายใน 53 นาที ด้วยการชาร์จผ่าน PD-Charging 20V และสเปคยังระบุมาว่า ใช้ได้นานกว่า 1.5 ชั่วโมง ด้วยการชาร์จเพียง 15 นาทีเท่านั้น

โน๊ตบุ๊ค MSI

จอภาพขนาด 13.3″ พร้อมขอบจอที่บางเฉียบ ให้พื้นที่การมองภาพแบบเต็มตา สามารถทำงานหรือใช้ในความบันเทิงได้อย่างเต็มที่ สีสันสดใส ความละเอียดระดับ Full-HD และยังเป็นพาแนล IPS ให้ค่า sRGB 100%

โน๊ตบุ๊ค MSI

ขุมพลังที่นำมาใส่ไว้ในโน๊ตบุ๊ค MSI Prestige 13 นี้ มาพร้อม Intel Core Gen 13 รุ่นใหม่ ประสิทธิภาพสูง ใช้พลังงานต่ำ ตอบสนองในงานต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้ และประหยัดพลังงาน แต่ที่น่าสนใจคือ ข้อมูลแจ้งมาว่า ทำงานร่วมกับแรม DDR5 แล้ว และมีกราฟิก Intel Iris X รุ่นใหม่มาอีกด้วย

คีย์บอร์ดปุ่มขนาดใหญ่ กดง่าย สวยงาม และยังสว่างชัดเจนในที่มืด ด้วยแสงไฟ Backlit เป็นแบบสีเดียว เปิด-ปิดได้ ทัชแพดกว้างกว่าเดิม รองรับ Multi-Gesture ด้วยเช่นกัน

โน๊ตบุ๊ค MSI

พอร์ตต่อพ่วงก็ถือว่าเป็นจุดเด่นอีกอย่างหนึ่ง ของโน๊ตบุ๊ค MSI รุ่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นพอร์ต Thunderbolt 4 ที่มีให้ถึง 2 พอร์ต HDMI และUSB-A 3.2 พร้อม micro-SD card reader

ระบบความปลอดภัย มีมาให้แบบจัดเต็ม โดยโน๊ตบุ๊ค MSI Prestige 13 EVO นี้ มาพร้อมกล้อง IR FHD camera รองรับการสแกนใบหน้า เพื่อเข้าเครื่อง อีกทั้งเพิ่มในส่วนสแกนลายนิ้วมือมาให้ บนปุ่มเพาเวอร์ สำหรับการ Log-in เข้าระบบอีกด้วย และไม่พลาดกับฟีเจอร์อย่าง Tobii Aware ที่เข้ามาเสริมความเป็นส่วนตัวให้กับผู้ใช้ เมื่อไม่ได้ใช้งานอยู่หน้าจอ โดยระบบจะเบลอหน้าจอให้อัตโนมัติ ป้องกันการลอบมองหรือเข้าใช้งาน โดยไม่ได้รับอนุญาต

โน๊ตบุ๊ค MSI

อีกรุ่นหนึ่งเป็น MSI Prestige 16 Studio จะเป็นรุ่นที่เพิ่มฟังก์ชั่น และเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามา เพื่อมอบพลังในการสร้างสรรค์ผลงาน แก่เหล่านักสร้างคอนเทนต์ทั้งหลาย ดีไซน์ที่เน้นไปทางพรีเมียม ดูหรูหรา แต่ยังคงความ Mobility บางเบา พกพาสะดวก พร้อมระบบความปลอดภัยที่ครบครันเช่นกัน บนขุมพลัง Intel Core Gen 13

มาพร้อมการสนับสนุน nVIDIA Studio ร่วมกับกราฟิการ์ด GeForce RTX ทำให้การทำงานในด้าน 3D, Video หรือการบรอดแคสนั้นไหลลื่น

โน๊ตบุ๊ค MSI

เสริมความมั่นใจด้วยระบบระบายความร้อน Dynamic Cooler Boost ที่ออกแบบฮีตซิงก์และฮีตไปป์ พัดลมให้ลดความร้อนในระหว่างการทำงานได้อย่างรวดเร็ว เสียงรบกวนน้อยที่สุด โดยพื้นฐานการออกแบบ เรียกว่าเป็นโน๊ตบุ๊คในกลุ่ม Ultra-Slim ก็ไม่ผิดไปนัก เพราะบางเพียง 16.85mm เท่านั้น

โน๊ตบุ๊ค MSI

จอแสดงผลที่ให้มาบน MSI Prestige 16 Studio นี้ ให้พื้นที่แสดงผล 16″ ความละเอียด QHD+ 2560×1600 ขอบจอบางพิเศษ ให้ค่า DCI-P3 100% ความแม่นยำของสีสูง Delta-E <2 พร้อม Calman verified และเทคโนโลยี True Color และพิเศษคือ เป็นพาแนลแบบ Mini LED ซึ่งเม็ดพิกเซลเล็กลง แต่ให้ความสว่างสดใสมากขึ้น เหมาะทั้งการทำงาน และความบันเทิง ที่ให้สีสันสดใสสวยงาม รองรับระบบเสียง Hires และ DTS เพื่อเพิ่มอรรถรสในด้านความบันเทิง และไมโครโฟน ที่รองรับการสนทนาได้อย่างคมชัด

พอร์ตให้มาแบบจัดเต็มเช่นกัน เพราะมีทั้ง Thunderbolt 4, HDMI, USB 3.2 Type-A และ microSD card reader สำหรับ MSI Prestige 16 Studio นี้ มาพร้อมการใช้งานที่ยาวนานถึง 11 ชั่วโมง ต่อการชาร์จ และให้แบตเตอรี่ระดับ 82Whrs มาอีกด้วย เหมาะกับคนที่ใช้งานนอกบ้าน หรือไปพรีเซนต์งานลูกค้านอกสถานที่ และสนับสนุนการชาร์จไวด้วย PD Charging 100W


MSI Stealth series

โน๊ตบุ๊ค MSI Stealth นั้นแทบจะเรียกได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คทำงาน ที่สามารถเล่นเกมได้ดี บนบอดี้ที่บางเบา หากเทียบกับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คทั่วไป กับดีไซน์ที่ยังคงเป็นเอกลักษณ์ มีสไตล์ Stealth 14 Studio นั้น มาในโทนสีที่ดูเคร่งขรึม มีให้เลือกทั้ง Star Blue และ Pure White ที่จะเหมือนยานอวกาศ มีการตัดเส้นสายได้อย่างลงตัว จุดเด่นอยู่ที่บางเพียง 19mm และน้ำหนักแค่ 1.8Kg เท่านั้น ซึ่งเป็นรุ่นที่คว้ารางวัล Gaming Award ในงานนี้อีกด้วย

โน๊ตบุ๊ค MSI

กับความเบาบางนี้ ยังแฝงด้วยความแข็งแรง เพราะผลิตจาก Mg-Al หรือแมกนิเซียมอัลลอย ทำให้เบาลงกว่าโน๊ตบุ๊คที่ใช้วัสดุทั่วไป อีกทั้งลดการเกิดรอยนิ้วมือบนบอดี้ได้ง่ายอีกด้วย

20230104 134037 1600x1200 2

นอกจากการออกแบบที่สวยงามแล้ว MSI ยังได้เติมสีสันมาบน Stealth 14 Studio รุ่นนี้ ด้วยแสงไฟ RGB บนคีย์บอร์ด ซึ่งเป็นบบ RGB per-key คือแยกสีบนปุ่มได้อิสระ และด้านหลังเครื่องยังมีแสงไฟที่ปรับแต่งเพิ่มเติมได้

20230104 135637 1600x1200 1

พอร์ตต่อพ่วงตอบโจทย์ในการใช้งานครบเครื่อง ไม่ว่าจะเป็น USB 3.2 Type-C รองรับ PD Charging รวมถึง USB 3.2 Type-A และ Thunderbolt 4 พร้อมพอร์ตแสดงผล HDMI มาในตัว

ยกระดับความแรงด้วยซีพียู Intel Core Gen 13 รุ่นใหม่ ในแบบ H-series ที่พร้อมสำหรับงานด้านภาพ สตูดิโอ วีดีโอและการบรอดแคส รวมถึงการเล่นเกมได้อย่างเต็มที่

โน๊ตบุ๊ค MSI

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกราฟิกการ์ด GeForce RTX 40 รุ่นล่าสุด ให้ประสิทธิภาพที่มากพอสำหรับคอเกม และยังใช้พลังงงานได้อย่างคุ้มค่า รองรับ Ray-tracing ทั้งในงานและการเล่นเกม เช่นเดียวกับสนับสนุนไดรเวอร์ nVIDIA Studio ด้วยเช่นกัน โดยมีชุดคอนโทรลกราฟิกอย่าง MUX switch มาในตัว เพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกมได้มากขึ้น เช่นเดียวกับการสนับสนุนแรม DDR5 ที่ให้แบนด์วิทธิ์สูง และรองรับ SSD PCIe Gen4 อีกด้วย

โน๊ตบุ๊ค MSI

ไฮไลต์ที่น่าสนใจคือ โน๊ตบุ๊ค MSI รุ่นนี้มาพร้อมหน้าจอขนาด 14″ ที่ให้ความละเอียดได้สูงถึง QHD+ 2560×1600 และอัตรารีเฟรชเรตสูงถึง 240Hz ให้ภาพที่ดูสวย นุ่มนวล เพิ่มระดับความบันเทิงให้เร้าใจมากขึ้นด้วยลำโพงที่ติดตั้งมาให้ 2 ชุด และยังมีซับวูเฟอร์อีก 2 ชุด พร้อมระบบเสียง Nahimic สนับสนุน Hi-res Audio โดยที่ผู้ใช้ยังเพิ่มความสนุกสนานกับระบบเสียงรอบทิศทาง ด้วยการต่อพ่วงลำโพงบลูทูธเข้าไปเท่านั้น ก็จะได้มิติของเสียงที่เร้าใจมากขึ้น

โน๊ตบุ๊ค MSI

Vapor Chamber ขนาดใหญ่ เพื่อการระบายความร้อนให้กับซีพียูและกราฟิกได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการไหลเวียนของอากาศที่ดีขึ้น ลดเสียงรบกวน

โน๊ตบุ๊ค MSI

ส่วนอีกรุ่นหนึ่งจะเป็น โน๊ตบุ๊ค MSI Stealth 16 Studio ซึ่งฟีเจอร์และเทคโนโลยีส่วนใหญ่คล้ายคลึงกัน จะต่างกันในส่วนของมิติ และฟังก์ชั่นบางรายการ แต่ยังคงมาพร้อมขุมพลัง Intel Core Gen13 และแรม DDR5 รวมถึงกราฟิกการ์ด GeForce RTX 40 เพียงแต่มีหน้าจอใหญ่ขึ้น 16″
บนความละเอียด QHD+ 2560×1600 เช่นกัน แต่อัตรารีเฟเรชเรต 120Hz

20230104 134059 1600x1200 1

โดยที่เสริมระบบความปลอดภัยมาเต็มพิกัด ไม่ว่าจะเป็น Webcam shutter ปิดกล้องแบบ Manual ด้วยตัวเอง ชุดสแกนลายนิ้วมือ เพื่อเข้าระบบ พร้อมกล้อง FHD IR Camera ที่ใช้ในการสแกนใบหน้าได้

โน๊ตบุ๊ค MSI

เช่นเดียวกับระบบพลังงาน ที่ให้แบตขนาดใหญ่ถึง 99.9Whrs มาด้วย เรียกว่าเป็นไซส์ที่ใหญ่ที่สุดในเวลานี้ เพื่อให้ผู้ใช้งานนอกสถานที่ทำงานได้ยาวนานมากขึ้น และที่น่าสนใจคือ โน๊ตบุ๊ค MSI Stealth 16 Studio ใช้ชุดระบายความร้อนที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ กับไปป์ไลน์จำนวนมาก พัดลม 2 ตัว และเทคโนโลยี Cooler Boost 5 อีกด้วย

ให้การเชื่อมต่อเครือข่ายไร้สายแบบ WiFi 6E ร่วมกับ Intel KILLER ที่ให้การรับส่งข้อมูลรวดเร็ว เชื่อมต่อได้ไว ช่องทางขนาดใหญ่ในการติดต่อ และการสนับสนุน 2.5G LAN


MSI Summit series

โน๊ตบุ๊ค MSI Summit มีมาโชว์ตัวในงานนี้ถึง 3 รุ่นด้วยกัน ประกอบด้วย Summit E13 Flip Evo, Summit E14 Flip Evo และ Summit E16 โดยโน๊ตบุ๊คซีรีส์นี้ มุ่งเป้าไปที่งานธุรกิจ และผู้บริหาร รวมถึงผู้ที่ชื่นชอบความบางเบา แต่ให้การใช้งานได้อย่างหลากหลาย จุดเด่น ไม่ได้อยู่ที่ขนาดกระทัดรัด และขุมพลังที่แรงเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมหน้าจอที่พับได้ 360 องศา เป็นแบบทัชสกรีน รวมถึงใช้ร่วมกับปากกา MSI Pen ได้อีกด้วย เช่นเดียวกับระยะเวลาในการใช้งานที่ยาวนานต่อการชาร์จ และระบบความปลอดภัย ที่ทาง MSI จัดมาให้อย่างครบครัน พร้อมกับแพลตฟอร์ม Intel EVO เพื่อยืนยันว่า โน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ ให้ทั้่งประสิทธิภาพที่ดี น้ำหนักเบา การเชื่อมต่อไร้สายรุ่นใหม่ และประหยัดไฟใช้งานได้นาน

โน๊ตบุ๊ค MSI

โน๊ตบุ๊ค MSI Summit E13 Flip Evo และ E14 Flip Evo โดดเด่นด้วยดีไซน์พรีเมียม มีให้เลือกทั้งตัวเคสสีดำ ตัดเส้นสายสีทอง และแบบสีขาวทั้งตัว ทำให้เข้ากับสถานการณ์ต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น นั่งที่ทำงาน พบลูกค้า จิบกาแฟในคาเฟ่ และการพรีเซนเทชั่น ให้ความยืดหยุ่นด้วยการปรับพับหน้าจอเพื่อการใช้งานในรูปแบบต่างๆ เช่น โหมดโน๊ตบุ๊คปกติ, Tablet mode, Desk mode และ Tent mode

20230104 135055 1600x1200 1

หน้าจอแสดงผล 13.4″ FHD+ (Summit E13 Flip Evo) และ 14″ QHD (E14 Flip Evo) เป็นพาแนล IPS ให้ความคมชัดสูง ระดับ sRGB 100% พร้อมขอบจอที่บางพิเศษ ให้พื้นที่ในการรับชมกว้างขึ้น รองรับการทัชสกรีน และสนับสนุน MSI Pen สำหรับการเขียน จดบันทึกบนหน้าจอ

โน๊ตบุ๊ค MSI

ขุมพลัง Intel Core Gen13 ใหม่ล่าสุด และกราฟิก Intel Iris Xe ที่รองรับทั้งการทำงานและความบันเทิงครบครัน และทำงานร่วมกับแรม LPDDR5 รุ่นใหม่แล้ว และการสนับสนุน SSD M.2 PCIe Gen4

คีย์บอร์ดกดได้ไว ปุ่มใหญ่ ตอบสนองเร็ว พร้อมแสงไฟ Backlit สีขาวสว่างสดใส เพื่อการใช้งานในที่แสงน้อย เช่นเดียวกับทัชแพดขนาดใหญ่ ง่ายต่อการใช้งาน รองรับ Multi-Gesture ใช้หลายนิ้วพร้อมกัน ในการเลือกฟังก์ชั่นต่างๆ ได้ พอร์ตสำคัญมีให้ใช้งานครบครัน โดยเฉพาะพอร์ตความเร็วสูงอย่าง Thunderbolt 4, USB Type-A หรือจะเป็น HDMI และ microSD card reader ก็ตาม

โน๊ตบุ๊ค MSI

ทนทานด้วยการผ่านการรับรอง MIL-STD-810G ที่แม้จะมีขนาดเล็ก แต่ก็ช่วยให้ใช้งานได้อย่างอุ่นใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการตกกระแทก แรงสั่นสะเทือน หรือความร้อนเย็นมากๆ และความชื้นเป็นต้น โน๊ตบุ๊ค MSI Summit E13 Flip Evo มาพร้อมแบตเตอรี่ 70Whrs ใช้ได้นาน 14 ชั่วโมง ส่วน Summit E14 Flip Evo จะเป็นรุ่น 72Whrs รองรับการใช้งานได้ถึง 13 ชั่วโมง ต่อการชาร์จ อีกทั้งสนับสนุน PD-Charging อีกด้วย ชาร์จได้ถึง 60% ภายใน 53 นาที

นอกจากนี้ยังมี Tobii Aware เพื่อป้องกันผู้อื่นมาแอบมองข้อมูล หรือใช้งานขณะที่คุณไม่อยู่ที่หน้าจอ เพิ่มความเป็นส่วนตัวได้มากขึ้น เช่นเดียวกับกล้องเว็บแคม ที่มีปุ่มสำหรับเปิด-ปิดหน้ากล้อง ในกรณีที่ต้องการความเป็นส่วนตัว หลังจากเลิกประชุม ที่สำคัญคือ ให้การป้องกันอย่างเต็มระบบ ไม่ว่าจะใช้การสแกนใบหน้าผ่าน FHD IR Camera หรือการสแกนลายนิ้วมือเข้าใช้งาน

ส่วน MSI Summit E16 Flip นั้น เป็นโน๊ตบุ๊คในซีรีส์เดียวกัน แต่ออกแบบมาเพื่อ นักธุรกิจ และเจ้าของกิจการ รวมถึงนักสร้างงานอิสระ ที่ต้องการพื้นที่หน้าจอขนาดใหญ่มากขึ้น ในการทำงาน โดยสามารถตอบโจทย์ให้กับผู้ใช้กลุ่มนี้ด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ 16″ รองรับการทัชสกรีน และ MSI Pen พับได้ 360 องศา พร้อมขุมพลัง Intel Core Gen13 และกราฟิก GeForce RTX 40 series รวมถึงแรม LPDDR5

ให้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 82Whrs เพื่อการทำงานในแต่ละวันได้ยาวนานระดับ 11 ชั่วโมงต่อการชาร์จ อีกทั้งรองรับ PD-Charging 20V อีกด้วย เพื่อให้ใช้งานได้ต่อเนื่อง เช่นเดียวกับการระบบระบายความร้อนในแบบ Dynamic Cooler Boost ที่ช่วยลดความร้อนได้อย่างรวดเร็ว และมีเสียงรบกวนที่น้อย ไม่ทำให้การชมภาพยนตร์ หรือการนำเสนอผลงานของคุณถูกรบกวน


Conclusion

นอกจากโน๊ตบุ๊ค MSI ในกลุ่มบางเบา พกพาสะดวก และตอบโจทย์ในชีวิตประจำวันเหล่านี้แล้ว MSI ยังยกทัพเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คมาอวดโฉมภายในงานกันอย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น MSI Titan, Raider, Pulse, Katana รวมถึงซีรีส์ใหม่อย่าง MSI Cyborg ที่จัดเต็มทั้งด้านประสิทธิภาพและการแสดงผลอันยอดเยี่ยม ซึ่งสามารถเข้าไปดูบทความโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่เหล่านี้ได้ที่นี่ และเชื่อเหลือเกินว่าจะยังมีโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆ ทะยอยเปิดตัวกันอย่างสนุกจากทาง MSI ให้คุณได้สัมผัสกันอย่างเต็มอิ่มในช่วงปี 2023 นี้ ทาง Notebookspec จะนำข่าวสาร และการรีวิวมาให้ได้ชมกันอย่างต่อเนื่องต่อไปครับ สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทาง MSI ที่เปิดโอกาสให้เราได้ไปเยี่ยมชมและสัมผัสกับเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างใกล้ชิดในงาน CES 2023 มา ณ ที่นี้ด้วย รวมถึงขอบคุณผู้ชมทุกท่าน และขอต้อนรับเข้าสู่ปีใหม่ 2023 นี้ด้วยครับ

from:https://notebookspec.com/web/681406-msi-intel-gen-13-rtx-ces-2023

MSI MODERN 15 B12M โน๊ตบุ๊คจอใหญ่ พกพาได้ ทนทาน ทำงาน ดูหนัง เล่นเกมครบ

MSI MODERN 15 B12M โน๊ตบุ๊คทำงาน เรียนและงานออนไลน์ เบา 1.7Kg ชาร์จไว จอกางได้ 180 องศา คีย์บอร์ดใหญ่ เล่นเกมได้

MSI MODERN 15

MSI MODERN 15 B12M โน๊ตบุ๊คสำหรับกลุ่มคนทำงาน หรือใช้ในชีวิตประจำวัน ที่ต้องการโน๊ตบุ๊คจอใหญ่ แต่น้ำหนักเบา พกพาสะดวก ขุมพลัง Intel Core i7-1255U รุ่นใหม่ ประหยัดพลังงาน ใช้ได้นานขึ้น พร้อมกับ Intel Xe Graphic มีให้เลือกแรม 8GB – 16GB และ SSD ความเร็วสูงรุ่นใหม่ กล้องเว็บแคมชัด และไมโครโฟนเสียงคมชัด พอร์ตมีให้ครบครัน รวมถึง USB-C PD Charge ชาร์จได้ไว หรือจะเน้นไปที่ความบันเทิงก็มีจอแสดงผล 15.6″ ความละเอียด Full-HD ดูภาพได้เต็มตา พรีเซนเทชั่นสะดวก เพราะกางหน้าจอได้ 180 องศา พร้อมฟีเจอร์ Flip & Share ให้คนรอบข้างมองเห็นได้ถนัด พิมพ์งานก็สะดวก เพราะปุ่มคีย์ขนาดใหญ่ กดนุ่มเบาสบายนิ้ว และมีแสงไฟ Backlit เห็นได้ชัดแม้แสงน้อย ฮอตคีย์มีให้ใช้มากมาย และทัชแพดที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม 30% รองรับ Multi-Gesture ปรับใช้ฟังก์ชั่นได้หลากหลาย โดยมีซอฟต์แวร์ช่วยจัดการอย่าง MSI Center Pro มาให้ ที่สำคัญความทนทานมาตรฐาน MIL-STD แกร่งรองรับการใช้งานในสภาวะต่างๆ ได้ มีให้เลือกด้วยกัน 3 รุ่น ตั้งแต่ 25,990 บาท ไปจนถึง 30,990 บาท ซึ่งเป็นท็อปสุดที่เรารีวิวอยู่นี้ การรับประกัน 2 ปี โดยปีแรก ประกันแบบ Global เข้าเคลมได้ที่ศูนย์ MSI ทั่วโลก


MSI MODERN 15 จอใหญ่ น้ำหนักเบา สเปคแรง


จุดเด่น

Advertisementavw
  • หน้าจอขนาดใหญ่ แต่ไซส์พกพา
  • กางจอได้ 180 องศา
  • มีฟีเจอร์ Flip & Share สลับหน้าจอได้
  • MSI Center Pro ตรวจเช็ค ดูแลระบบด้วยตัวเอง
  • คีย์บอร์ดปุ่มใหญ่ มีแสงไฟ Backlit ปรับระดับได้
  • ซีพียู Intel Core i7 มาพร้อมแรม 16GB
  • มีพอร์ตจำนวนมากและ USB-C PD Charge
  • สามารถเล่นเกมเบาๆ ได้ เช่น DOTA2, PUBG

ข้อสังเกต

  • แรมเป็นแบบออนบอร์ด
  • จอแสดงผลเหมาะกับงานและความบันเทิงพื้นฐานทั่วไป
  • ถ้ามีพอร์ต RJ-45 มาให้เป็นทางเลือกนอกจาก WiFi ก็จะดี

Specification

Description
CPU Up to 12th Gen Intel® Core i7-1255U Processor
OS Windows 11 Home (MSI recommends Windows 11 Pro for business.)
DISPLAY 15.6″ FHD (1920×1080), IPS-Level
GRAPHICS Up to Intel® Iris® Xe graphics
MEMORY Max 16GB DDR4-3200 onboard
STORAGE 1x M.2 SSD slot (NVMe PCIe Gen3) 512GB
WEBCAM HD type (30fps@720p)
KEYBOARD Backlight Keyboard (Single-Color, White)
COMMUNICATION 802.11 ax Wi-Fi 6 + Bluetooth v5.2
AUDIO 2x 2W Speaker
I/O PORTS 1x Type-C USB3.2 Gen2 with PD charging
1x Type-A USB3.2 Gen2
1x (4K @ 30Hz) HDMI™
1x Micro SD Card Reader
2x Type-A USB2.0
AUDIO JACK 1x Mic-in/Headphone-out Combo Jack
BATTERY 39.3/53.8 Battery (Whr)
3-Cell
AC ADAPTER 65W adapter
DIMENSION (WxDxH) 359 x 241 x 19.9 mm
WEIGHT (W/ BATTERY) 1.7 kg
COLOR Classic Black
Price 30,990

ข้อมูลเพิ่มเติม: MSI


Hardware / Design

MSI MODERN 15

มาเริ่มกันที่เรื่องของดีไซน์ของ MSI MODERN 15 รุ่นนี้กันก่อนกับสีที่เรียกว่า Classic Black ออกเป็นโทนสีดำกึ่งด้านเล็กน้อย และเป็นสีเดียวกันตลอดทั้งบอดี้ ด้านบนมีโลโก้ MSI สีเงินเงาดูสะดุดตากับการออกแบบที่ดูเรียบง่าย เหมาะกับการนำไปใช้ในที่ต่างๆ

MSI MODERN 15

เป็นโน๊ตบุ๊คขนาด 15.6″ ในโทนสีดำ แต่กลับดูไม่ได้บึกบึน แม้จะไม่ได้มีเส้นสายนำสายตา ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการที่ MSI ทำให้กรอบบานของหน้าจอบางลง จนทำให้ดูมีความกระทัดรัดมากขึ้น ด้วยวัสดุที่กึ่งเงา ก็อาจจะมีรอยนิ้วมือได้บ้างในบางครั้ง แต่เช็ดออกง่ายเช่นกัน แต่จุดที่สำคัญคือ โน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ให้คุณใช้งานได้อย่างอุ่นใจ เพราะผ่านมาตรฐาน MIL-STD 810G ที่ให้ความมั่นใจในเรื่องของความทนทาน ใช้ในสภาพอากาศที่ร้อนหนาว และรองรับแรงกระแทกได้ทีระดับหนึ่ง คุณจะเอาไปใช้งานข้างนอกหรือไปไซต์งานยังสบายใจได้

MSI MODERN 15

จากบอดี้ที่เป็น Cover ด้านนอก มาสู่ขอบจอด้านใน อย่างที่ได้เห็นคือ ขอบจอซ้ายและขวา ที่บางเป็นพิเศษ ข้อดีคือ ทำให้ได้พื้นที่ในการแสดงผลมากขึ้น ในขณะที่บอดี้ไม่ใหญ่เทอะทะเกินไป และยังเป็นจอแบบ Anti-Glare ช่วยลดแสงสะท้อนได้ดีพอสมควร

ขอบจอในแต่ละด้าน มีความบางพิเศษ และดูลงตัวมากขึ้น ขอบบนหนาเล็กน้อย เพราะเป็นจุดที่ติดตั้งกล้องเว็บแคม ส่วนด้านล่าง เป็นตัวรับน้ำหนักกับส่วนของบานพับ ก็จะเพิ่มขนาดขึ้นมา โดยมีโลโก้ MSI จัดวางอยู่ตรงกลางชัดเจน

MSI MODERN 15

ในด้านของมิติจุดที่บางสุดเพียง 1.99cm เท่านั้น ทำให้ใส่ได้ทั้งซอฟต์เคสและกระเป๋าเอกสารบางๆ ได้ไม่ยาก ทำให้การพกพาก็สะดวกยิ่งขึ้น

MSI MODERN 15

ขอบด้านหลังของจอโน๊ตบุ๊ค MSI MODERN 15 ทำเป็นขอบยางยาวตลอดเกือบทั้งบอดี้ เมื่อคุณกางหน้าจอออก จะเป็นตัวยกทำมุมของคีย์บอร์ดให้สูงขึ้น รับกับการวางมือสะดวกกว่าเดิม อีกทั้งกันไม่ให้ขอบจอเป็นรอยอีกด้วย เรียกว่าออกแบบมาให้ใช้งานได้ประโยชน์ 2 ต่อ

MSI MODERN 15

จากมุมมองด้านข้าง ผมสังเกตว่าจะค่อนข้างต่างจาก MODERN 14 เล็กน้อย คือ จะไม่เว้าตรงกลางที่เป็นคีย์บอร์ดลงไป แต่ทำเสมอกันตลอดทั้งบอดี้ ซึ่งส่วนหนึ่งน่าจะทำให้เมื่อกางหน้าจอออกแล้ว พิมพ์ได้ระดับมากขึ้น ระยะของคีย์บอร์ดอยู่ในแนวระนาบพอดี และกางได้สุดๆ 180 องศา

MSI MODERN 15

และที่สำคัญคือ ไม่เพียงกางหน้าจอออกไปได้แบบสุดๆ เท่านั้น แต่ MSI ยังให้ฟีเจอร์อย่าง Flip & Share มาให้สำหรับคนที่ต้องใช้งานแชร์หน้าจอ ให้คนรอบข้างได้ดู โดยกดปุ่ม F12 เพื่อสลับหน้าจอ เพื่อคนที่อยู่ตรงข้ามได้มองเห็นชัดเจนได้อีกด้วย

บานพับมีด้วยกัน 2 จุดอยู่บริเวณซ้ายและขวาของตัวเครื่องรับหน้าที่ทั้งการรับน้ำหนักหน้าจอ และดันกับพื้นเมื่อต้องกางหน้าจอออกแบบสุดๆ 180 องศา ค่อนข้างมีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นโน๊ตบุ๊คจอใหญ่เช่นนี้ แต่ก็เป็นสไตล์ที่ทาง MSI ใช้อยู่บนโน๊ตบุ๊คทำงานทั่วไปหลายรุ่น

ด้านบน MSI MODERN 15 มาพร้อมกล้องเว็บแคม 720p ที่ให้ความคมชัดในระดับหนึ่ง จุดนี้มองว่าเหมาะกับการใช้สนทนา ประชุมออนไลน์และการเรียนได้ดี แต่ถ้าต้องการให้เห็นรายละเอียดได้มากขึ้น แนะนำให้หาแสงไฟมาเพิ่มบริเวณด้านหน้าคุณ จะเสริมความสว่างสดใสได้ไม่น้อย

MSI MODERN 15

คีย์บอร์ดมาในแบบ Full-size ปุ่มใหญ่พิเศษ แต่ที่สำคัญคือ ฟอนต์สวย มองเห็นง่าย และมีปุ่ม Number-pad มาในตัว เพิ่มการมองเห็นด้วยแสงไฟ Backlit บนตัวคีย์บอร์ด ปรับระดับความสว่างได้อีกด้วย

MSI MODERN 15

ด้านหลังเป็นจุดที่ใช้ในการระบายความร้อน ซึ่งเราจะเห็นการออกแบบในลักษณะนี้บน MSI MODERN 14 มาบ้างแล้ว โดยใช้ในการดูดลมเย็นเข้าด้านใต้ของเครื่อง เพื่อนำพาความร้อนออกไปบริเวณช่องลมออก ด้านใต้ของจอนั่นเอง

MSI MODERN 15

Keyboard / Touchpad

MSI MODERN 15

ทาง MSI จัดวางคีย์บอร์ดที่ตอบโจทย์คนเล่นเน็ต พิมพ์งานและใช้งานหนักมาให้บน MSI MODERN 15 ว่ากันตั้งแต่ปุ่มคีย์บอร์ดขนาดใหญ่ ในแบบ Island มีระยะห่างจากปกติเล็กน้อย เพื่อให้การพิมพ์แม่นยำมากขึ้น กับพื้นที่ปุ่มขนาดใหญ่ ทำให้การพิมพ์สัมผัสมีประสิทธิภาพ และจุดเด่นคือ ระยะ Travel key ที่สั้นประมาณ 1.5mm เท่านั้น ส่วนตัวมองว่าเหมาะกับงานพิมพ์เป็นหลัก การเล่นเกมอาจจะไวไปสักนิด แต่ก็พอปรับให้ชินได้

MSI MODERN 15

คีย์บอร์ดในแบบ Full-size ที่มีปุ่ม Number-Pad มาด้วย ฟอนต์มีความคมและสวยงาม มองเห็นได้ชัด การจัดเรียงปุ่มดูลงตัวทีเดียว

ปุ่มคีย์บอร์ดมีแสงไฟ Backlit มาให้ด้วย มองเห็นในที่แสงน้อยหรือใช้งานในห้องที่มืดได้ดี ไม่รบกวนคนอื่น ปรับความสว่างแสงได้ 2 ระดับ รวมถึงปิดใช้งานได้ หากคุณไม่ต้องการใช้ และยังช่วยประหยัดไฟ ใช้แบตได้นานขึ้นอีกด้วย

MSI MODERN 15

ปุ่มเพาเวอร์เปิดเครื่อง จะอยู่ด้านบนมุมขวาสุดของคีย์บอร์ด มีแสงไฟเล็กๆ ปรากฏขึ้น เมื่อระบบทำงาน

MSI MODERN 15

จุดที่ชอบเป็นพิเศษก็คือ ปุ่มลูกศร ขึ้น,ลง,ซ้าย,ขวา ที่เป็นแบบปุ่มเต็ม ไม่ย่อครึ่งปุ่ม ทำให้กดใช้งานได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อทำเอกสารหรือเลื่อนหน้าเว็บเป็นต้น

  • ปุ่มด้านบนสุดจะเป็นฮอตคีย์หรือฟังก์ชั่น การใช้ปุ่ม Fn+Lock เพื่อจะเปิดใช้ปุ่ม Fn ร่วมด้วยหรือไม่ใช้ก็ได้ ด้วยการกด Fn+Esc
  • เปิด-ปิดเสียง
  • ลดเสียง, เพิ่มเสียง
  • เปิด-ปิดใช้งานทัชแพด
  • เปิด-ปิดไมโครโฟน
  • ใช้งานกล้องเว็บแคม
  • เปิดใช้โปรแกรม MSI Center Pro
  • เพิ่ม-ลดแสงคีย์บอร์ด
  • เพิ่ม-ลดแสงสว่าง
  • ส่งสัญญาณไปยังจอภายนอก
  • เปิดใช้งาน Flip & Share
  • Printscreen
MSI MODERN 15

สัมผัสในการกดนุ่มนวลดีครับ ถ้ามองถึงระยะการกด ส่วนตัวรู้สึกว่าค่อนข้างสั้น และมีแรงต้านในระดับหนึ่ง ให้อารมณ์ในการกดที่ดี เพราะไม่จมลึกเกินไป และมีแรงสะท้อนเล็กๆ พิมพ์งานได้สนุก ที่สำคัญคนไม่พิมพ์สัมผัส ก็มองได้ง่าย ฟอนต์ใหญ่ ทั้งไทยและอังกฤษ

MSI MODERN 15

ทัชแพดขนาดใหญ่บน MSI MODERN 15 มีขนาดค่อนข้างใหญ่ เมื่อ เอาใจสายท่องอินเทอร์เน็ตและทำงาน พรีเซนเทชั่น ความลื่นไหลอยู่ในระดับที่ดี แตะสัมผัสเพื่อสั่งงานได้ง่าย เพราะรองรับ Multi-Gesture ใช้งาน 2 นิ้วหรือ 3 นิ้วได้สะดวกอีกด้วย พร้อมปุ่มคลิ๊กซ้าย-ขวาที่ซ่อนอยู่ใต้ทัชแพด

MSI MODERN 15

แถบวางมือด้านข้างซ้าย มีสติ๊กเกอร์ 3 ชิ้นด้วยกันคือ Intel Core i7, Intel Iris Xe Graphic และ HDMI มีพื้นที่สำหรับการวางมือ ใช้งานได้สะดวก ยิ่งเป็นคนที่พิมพ์งานบ่อยๆ ผมว่าน่าจะถูกใจไม่น้อย เพราะอุ้งมือคุณจะไม่ยื่นออกมาจากตัวเครื่องเลย


Screen / Speaker

MSI MODERN 15

MSI MODERN 15 มาพร้อมจอแสดงผลขนาดใหญ่ 15.6″ เป็นพาแนลในแบบ IPS ซึ่งทำให้มุมมองของภาพกว้างขึ้น โดยเฉพาะคนที่ต้องทำงานอยู่กับหน้าจอนานๆ ในแต่ละวัน อีกทั้งเป็นจอแบบ Anti-Glare ก็ยิ่งช่วยลดแสงสะท้อนได้ไม่น้อยเลย เรื่องสีสันอย่างที่ได้เห็นในภาพกันเลยครับ ส่วนตัวมองว่าให้ความสดใสได้ดีในระดับหนึ่ง หากเป็นการสตรีมมิ่งวีดีโอ หรือการดูภาพถ่าย จากทริปที่ไปเที่ยว ก็ให้ความรู้สึกเต็มอิ่มและได้ระลึกถึงบรรยากาศได้ดี หรือจะแชร์หน้าจอให้กับคนข้างๆ ได้ดูก็ง่ายมาก

MSI MODERN 15

ในด้านความแม่นยำของการแสดงผลและขอบเขตสีของหน้าจอ MSI MODERN 15 รุ่นนี้ ต้องถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปานกลางตามมาตรฐานของจอทำงานในปัจจุบัน ให้ค่าหลังจากการทดสอบได้ในส่วน Gamut Coverage/ Volume ที่เป็นขอบเขตสีของจอรุ่นนี้ อยู่ที่ประมาณ 60% sRGB และในส่วนของ Delta-E อยู่ที่ประมาณ 0.13 ก็จัดว่าเป็นจอภาพสำหรับการทำงานทั่วไป รวมถึงการแสดงผลที่ใช้ในชีวิตประจำวันได้ แต่ในด้านของงานกราฟิก หรือการแสดงผลภาพสี ที่ต้องการความแม่นยำสูง หรือการตรวจเช็คงานอาร์ตสิ่งพิมพ์ อาจจะต้องพึ่งพาจอภาพมาต่อพ่วงเสริมเข้าไป เพื่อให้มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น

MSI MODERN 15

แต่สำหรับการดูหนัง เล่นเกม หรือการเล่นไฟล์วีดีโอสตรีมมิ่งทั่วไป ถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียว การปรับสภาพแสงแบบสุดๆ ก็ให้ผลทดสอบในแง่ของความสว่าง (Brightness) ออกมาได้อย่างน่าสนใจ ใช้งานกับสภาพแสงภายนอกห้องได้อย่างชัดเจน โดยสรุปต้องถือว่าเป็นจอที่ใช้งานพื้นฐานได้ มีความสว่างสูง อีกทั้งตอบสนองกับการแสดงผลได้ดี ทั้งด้านของงานและความบันเทิง

MSI MODERN 15

ขยับมาดูทางด้านของเสียงที่ติดตั้งมาบนโน๊ตบุ๊ค MSI รุ่นนี้กันบ้าง ลำโพงเป็นแบบ 2W จำนวน 2 ตัว วางทางฝั่งซ้ายและขวา เป็นแนวเฉียงออกด้านข้างเล็กน้อย เพื่อให้เสียงกระจายออกไปได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งเป็นรูปแบบที่ใช้กันอยู่ทั่วไป เรื่องคุณภาพเสียงตอบโจทย์ด้านความบันเทิงได้ดี เสียงแม้จะออกโทนกลาง แต่เสียงเบสไม่หนักมาก อาจจะเน้นไปที่การดูหนัง และเล่นเกมเป็นหลัก ส่วนเสียงตัวละคร อาจไม่โดดเท่ากับเอฟเฟกต์ แต่ก็ให้อารมณ์ความสนุกได้ดีพอสมควร แต่แนะนำว่าให้วางโน๊ตบุ๊คไว้บนโต๊ะที่ระดับใกล้กับตัวคุณ จะได้อรรถรสของเสียงได้มากขึ้น


Connector / Thin And Weight

MSI MODERN 15

MSI MODERN 15 มีพอร์ตมาให้ค่อนข้างเยอะ พอร์ตทางด้านซ้ายของตัวเครื่อง ประกอบด้วย ช่องต่อไฟเลี้ยง DC, HDMI, USB 3.2 Gen2 Type-A, USB 3.2 Gen2 Type-C โดยพอร์ตนี้ จะรองรับการชาร์จไฟ PD และการถ่ายโอนข้อมูลความเร็วสูงเท่านั้น และสุดท้าย 3.5mm Audio jack

MSI MODERN 15

อีกหนึ่งประโยชน์จาก USB Type-C ที่มากับโน๊ตบุ๊ค สามารถชาร์จไฟในแบบ PD หรือ Fast Charge ได้ เรียกว่าพอสำรองให้ใช้งานได้ในระดับหนึ่ง กรณีที่เร่งด่วนหรือต้องใช้แบตมือถือชั่วคราว ให้การติดต่อธุรกิจสำคัญไปต่อได้ หรือจะใช้เพาเวอร์แบงก์ 65W ในแบบ PD ก็สามารถชาร์จไฟเข้าโน๊ตบุ๊คได้เช่นกัน

MSI MODERN 15

ทางด้านขวามีพอร์ต USB 2.0 Type-A ให้มา 2 ช่อง เหมาะกับการต่ออุปกรณ์พื้นฐานเช่น USB flash drive, Printer หรือของที่ไม่เน้นความเร็วสูงมากนัก และสล็อต microSD card reader

MSI MODERN 15

ช่องระบายความร้อน ที่อยู่ทางด้านหลังของตัวเครื่อง โดยระบายลมร้อนออกมาได้ดี เมื่อกางหน้าจอออก

MSI MODERN 15

อแดปเตอร์ 65W ที่ใช้สำหรับการชาร์จไฟให้กับโน๊ตบุ๊ค MSI รุ่นนี้ โดยคุณยังสามารถหาอแดปเตอร์ขนาดเล็ก ที่รองรับการชาร์จแบบ PD มาใช้ร่วมกันได้ ด้วยการต่อผ่านพอร์ตชาร์จ USB-C ที่มีมาบนโน๊ตบุ๊ค

MSI MODERN 15

น้ำหนักตัวเครื่อง MSI MEDERN 15 อยู่ที่ราวๆ 1.8Kg ซึ่งสูงกว่าที่เคลมเอาไว้เล็กน้อยครับ แต่ก็อยู่ในเกณฑ์ของโน๊ตบุ๊คจอใหญ่พกพาได้

MSI MODERN 15

และเมื่อรวมกับอแดปเตอร์แล้ว อยู่ที่ราวๆ 2.1Kg กับน้ำหนักประมาณนี้ การใส่กระเป๋าไปทำงาน หรือหาลูกค้าถือว่าทำได้ เพราะระยะการเดินทางไม่ไกล และบางครั้งก็วางได้ แต่ถ้าจะต้องสะพายไปด้วยไกลๆ ก็อาจจะต้องหาโซลูชั่นมาช่วยแบ่งเบา หรือจะไม่พกอแดปเตอร์ไปด้วย ก็พอจะช่วยได้ในระดับหนึ่ง เพราะแบตเดิมๆ ปรับจูนไว้ดีๆ ใช้งานได้ราว 5-6 ชั่วโมง


Inside / Upgrade

MSI MODERN 15

สำหรับอุปกรณ์ภายในและการอัพเกรดของ MSI MODERN 15 เมื่อเปิดด้านใต้ออกมา ด้วยการไขน็อต 4 แฉกจำนวนประมาณ 13 ตัวออกมาแล้ว การเปิดฝาเคสไม่ได้ยุ่งยาก เพียงแต่จะมีบางจุดที่ค่อนข้างแน่น อาจจะต้องเริ่มแกะจากขอบด้านหน้าก่อน แล้วค่อยๆ เลาะไปยังด้านหลังเครื่อง ภายใต้ฝาปิดจะออกมาเป็นเช่นนี้ พื้นที่เมนบอร์ดจะค่อนข้างใหญ่ และมองเห็นภายในได้เกือบทั้งหมด แบตเตอรี่ก็วางเอาไว้เกือบครึ่งหนึ่งของพื้นที่ภายใน

MSI MODERN 15

MSI ใส่แบตขนาด 39.3Whr มาไว้ให้ ซึ่งถือว่าไม่ได้เล็กหรือใหญ่ อยู่ในขนาดกลางๆ เมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊คระดับเดียวกันในท้องตลาด

MSI MODERN 15

ที่เห็นนี้คือ แรมหรือหน่วยความจำระบบ เป็นแบบ On-board โดยในรุ่นนี้ติดตั้งมาให้แล้ว 16GB เป็นแบบ DDR4 3200 แต่ไม่มีสล็อตเพิ่มเติมมาให้ ซึ่งก็จะคล้ายกับโน๊ตบุ๊คทำงานที่เน้นทำให้มิติบางลง ซึ่งมักจะมาพร้อม แรมในลักษณะนี้ อาจมีข้อจำกัดอยู่บ้างในการอัพเกรดเพิ่ม แต่โดยส่วนตัวมองว่า หากเป็นการทำงาน หรือการเรียนทั่วไป RAM 8GB ก็เพียงพอต่อการใช้งานได้แล้ว และอีกส่วนหนึ่งก็คือ ซอฟต์แวร์ MSI Center Pro ก็ยังให้คุณสามารถจัดสรรทรัพยากรในเครื่องได้ง่าย และมีระบบ Smart auto ai คอยจัดการระบบเครื่องให้ทำงานได้ไหลลื่นได้อีกทางหนึ่ง

MSI MODERN 15

ในส่วนของ Storage มาพร้อม SSD 512GB จากทาง Kingston บนอินเทอร์เฟส PCIe 3.0 x4 และมีมาให้เพียงสล็อตเดียวเท่านั้น ซึ่งการอัพเกรดอาจจะต้องเป็นการเปลี่ยนความจุ รองรับได้ถึง 1TB

MSI MODERN 15

MSI MODERN 15 มีพัดลมระบายความร้อนขนาดใหญ่ ที่นำมาระบายความร้อนภายในระบบ สามารถตอบโจทยช่วงการทำงานหนักได้ดีทีเดียว อาจจะมีเสียงอยู่บ้างในโหมดที่เป็น Full load แต่ก็ไม่ได้ดังจนถึงขั้นรบกวน อยู่ในเกณฑ์ของพัดลมโน๊ตบุ๊คทั่วไป ตรงนี้คุณสามารถเลือกปรับโหมดได้จาก MSI Center Pro ได้อีกด้วย

MSI MODERN 15

ฮีตไปป์ทองแดง 2 เส้นที่ช่วยในการนำพาความร้อนจากชุดซิงก์ระบายความร้อนของซีพียูไปยังพัดลม โดยเป็นไปป์ที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่

MSI MODERN 15

ภายในที่เป็นชุดลำโพงมีอยู่ทั้ง 2 ด้าน ติดตั้งในมุมเฉียงออก ทำมุมสะท้อนบนโต๊ะทำงาน ตามพื้นฐานการใช้งานของโน๊ตบุ๊คทั่วไป


Performance / Software

MSI MODERN 15

ซีพียูที่ติดตั้งมาบน MSI MODERN 15 รุ่นนี้ใช้เป็น Intel Core i7-1255U ทำงานในแบบ 10 คอร์ 12 เธรด สัญญาณนาฬิกาสูงสุด (Boost clock) 4.70GHz โดยเป็นซีพียูในรุ่นประหยัดพลังงาน แต่ให้ความเร็วและเทคโนโลยีต่างๆ มาครบถ้วน เช่นเดียวกับกราฟิกในตัว จุดเด่นอยู่ที่ค่า TDP 15W เท่านั้น กินไฟน้อย ความร้อนต่ำ เหมาะกับการใช้งานต่อเนื่อง

MSI MODERN 15

ส่วนแรมออนบอร์ดในเครื่องมีความจุ 16GB DDR4 3200MHz ติดตั้งมาให้บนเมนบอร์ดจากโรงงาน โดยรุ่นนี้จะมี 2 โมเดลคือ แรม 8GB และแรม 16GB โดยรุ่น 16GB จะมีอยู่บนโมเดลที่เป็น Intel Core i7 เท่านั้น แนะนำว่าหากคุณต้องการประสิทธิภาพและความไหลลื่นในการทำงานมากขึ้น เลือกตัวท็อปสุดก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ

MSI MODERN 15

ทดสอบในเบื้องต้น ทั้งในส่วนของ Single Thread และ Multi-Thread เมื่อเทียบกับซีพียูเดสก์ทอป Intel Core i7-10700 ก็เรียกว่าเป็นรองอยู่เล็กน้อย เพราะเป็นซีพียูในแบบประหยัดพลังงานและ Core/ Thread ที่น้อยกว่านั่นเอง แต่ใน Single-Thread ทำงานคอร์เดียว ทำคะแนนแซงหน้าได้

MSI MODERN 15

กราฟิกที่มากับโน๊ตบุ๊ค Intel Iris Xe Graphic ซึ่งเป็นกราฟิกออนซีพียู ที่มีประสิทธิภาพสูงในการใช้งานกับแอพพลิเคชั่นทั่วไป การชมภาพยนตร์ 4K หรือการเปิดไฟล์มัลติมีเดีย รวมไปถึงการเล่นเกมแบบเบาๆ โดยแชร์หน่วยความจำร่วมกับระบบแบบอัตโนมัติ

MSI MODERN 15

CrystalDiskMark เป็นการทดสอบระบบ Storage โดยให้ผลทดสอบมาในเกณฑ์มาตรฐาน นั่นคือ การอ่านข้อมูลอยู่ที่ราว 2,500MB/s Read และ 1,200MB/s Write โดยประมาณ ตามพื้นฐานของอินเทอร์เฟส PCIe 3.0 x4

MSI MODERN 15

CINEBench เป็นการทดสอบซีพียูในด้านของการเรนเดอร์ CG และผลที่ได้ก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจ แม้จะเป็นซีพียูในซีรีส์ “U” ที่ประหยัดพลังงาน แต่ก็ให้คะแนนน่าพอใจ แต่ก็แนะนำว่าโน๊ตบุ๊คถูกออกแบบมาเพื่องานเอกสาร แอพพลิเคชั่นในชีวิตประจำวัน และความบันเทิง เช่นการเล่นเกมที่ไม่หนักมากเท่านั้น หากจะจริงจังกับงานระดับนี้ แนะนำให้โน๊ตบุ๊คในกลุ่ม MSI Stealth, Titan หรือ Bravo จะตอบสนองได้ดียิ่งขึ้น

MSI MODERN 15

PCMark10 คะแนนออกมาเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ สำหรับผลของ Essential อาจจะลดลงมาเล็กน้อย หากเทียบกับโน๊ตบุ๊คที่ใช้ซีพียู Core i7 “P” series แต่ก็ใกล้เคียงกันมาก และการได้แรมมา 16GB ก็เป็นตัวที่ทำให้ผลคะแนนในหลายจุดเพิ่มขึ้นมาได้ ซึ่งรวมถึงด้าน Productivity อีกด้วย

MSI MODERN 15

3DMark แม้ว่า MSI MODERN 15 จะเป็นโน๊ตบุ๊คที่มีกราฟิกบนซีพียูอย่าง Intel Iris Xe Graphic แต่ก็รันโปรแกรม 3 มิติสุดโหดอย่างนี้ได้ และผลคะแนนที่ออกมา อาจจะไม่ได้สูงมากนัก แต่ถ้าดูจากรายละเอียด สามารถทำได้ดีกว่าผลทดสอบบน UHD Graphic ที่เราเคยได้ทดสอบมา ก็เป็นแนวโน้มที่ดีว่า สามารถรองรับการเล่นเกมพื้นฐานได้อยู่

MSI MODERN 15

มาถึงการทดสอบบนเกมพื้นฐานกันบ้าง แม้ระบบจะไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมโดยตรง แต่ถ้าดูจากผลที่ได้บน 3DMark ก็พอจะตอบโจทย์เหล่าเกมเมอร์ หรือคนทำงานที่อาจจะใช้เวลาว่างในช่วงพักมาผ่อนคลายด้วยการเล่นเกม ซึ่งเราก็นำเกมยอดนิยมอย่าง DOTA2 และ PUBG มาทดลองเล่นกันว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งผลที่ได้นั้น DOTA2 – ตั้งค่าไว้ที่ Fastest ให้เฟรมเรตได้สูงถึง 98-99fps. เลยลองขยับมาที่ High settings เพื่อเพิ่มความสวยงาม และดูจะลงตัวที่สุด เพราะรีดเฟรมเรตไปได้ถึง 49-51fps. ได้ภาพที่สวยขึ้นและยังไหลลื่นอีกด้วย

ส่วนเกม PUBG นั้นก็ค่อนข้างจะโหด กินสเปคเพิ่มขึ้นมาอีกหน่อย เพราะเราลองเริ่มต้นที่ Low settings ปรากฏว่าเฟรมไปอั้นๆ ที่ประมาณ 28fps. แต่พอลองปรับเป็น Very Low เฟรมเรต ก็ขยับไปได้ถึง 42fps. แม้จะมองเห็นภาพไม่ละเอียดสวยงามมากนัก แต่ก็เล่นได้ลื่นมากขึ้น

MSI Center Pro

MSI MODERN 15

สำหรับใครที่ใช้โน๊ตบุ๊คจากทาง MSI ที่รองรับซอฟต์แวร์นี้ แนะนำให้ติดตั้งและเปิดใช้งานเลยครับ เพราะเครื่องมือและฟังก์ชั่นต่างๆ จะช่วยให้คุณทำงานสะดวกมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างจากที่นำมาให้ชมนี้ เป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น โดยคุณสามารถใช้งานโน๊ตบุ๊คในโหมดต่างๆ ตามความเหมาะสม ด้วยการคลิ๊กเมาส์ไม่กี่ครั้งเท่านั้น และมีตัวเลือกเป็นแบบโพรไฟล์ให้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นด้านประสิทธิภาพ หรือการใช้พลังงานก็ตาม หรือจะใช้เป็น Ai ในแบบ Smart Auto ระบบจะประเมินให้ว่า ในช่วงเวลานั้น จะจัดการกับพลังงานหรือให้ประสิทธิภาพแบบใดดี

MSI MODERN 15

หรือจะเป็นการรายงานสถานะของฮาร์ดแวร์ เพื่อให้ระบบไหลลื่นขึ้น นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Optimize ระบบไว้ให้อีกด้วย เร่งความเร็วขึ้นได้ โดยที่ไม่ต้องไปปรับแต่งบน Windows ให้ยุ่งยาก ไม่ว่าจะเป็นการ Clear cache หรือ Clear Memory ก็ตาม และคุณยังเลือกสร้างการคืนค่าระบบ หรือการทำ Recovery เอาไว้ได้เองแบบง่ายๆ

MSI MODERN 15

หรือถ้าติดปัญหาในการใช้งาน ก็สามารถเลือกขอคำปรึกษา หรือแนวทางแก้ไขได้ มีทั้งระบบอัตโนมัติ บอร์ดแนะนำข้อมูลหรือติดต่อเจ้าหน้าที่ก็ได้เช่นกัน


Battery / Heat / Noise

MSI MODERN 15

อแดปเตอร์ที่มีมาให้เป็นแบบ 65W ขนาดกระทัดรัด ประมาณฝ่ามือเท่านั้น ใครที่ชอบการพกพา ก็ไม่ต้องกังวล เพราะใส่กระเป๋าติดไปกับโน๊ตบุ๊คได้ไม่สบาย พร้อมกับสายต่อที่เป็นแจ๊ค DC หัวกลมมาให้ คู่กับสายไฟ 3 ขา กับสายที่ยาวมากกว่า 2 เมตร เมื่อวัดความยาวรวมกัน ช่วยให้คุณลากสายได้แบบยาวๆ กรณีที่ปลั๊กต่ออยู่ไกล

MSI MODERN 15

ช่องชาร์จอยู่ทางด้านขวาของตัวเครื่อง ด้วยหัวต่อขนาดไม่ใหญ่นัก ทำให้ไม่เกะกะเวลาเชื่อมต่อ และยังมีพื้นที่สำหรับต่ออุปกรณ์ใกล้เคียงได้อีกด้วย

MSI MODERN 15

แบตเตอรี่ที่ทาง MSI ที่ติดตั้งมาให้เป็นแบบ 39.3Whr ขนาดไม่ใหญ่มากนัก ติดตั้งอยู่บริเวณด้านล่าง ใต้ทัชแพด ซึ่งมีโครงสร้างโลหะเสริมมาอย่างแข็งแรงเลยทีเดียว

MSI MODERN 15

ทดสอบระยะการใช้งานด้วย BatteryMon เพื่อดูระยะเวลาในการทำงานของแบตเตอรี่ ด้วยการเปิดสตรีมมิ่งยูทูปเป็นวีดีโอต่อเนื่อง ตั้งค่าความสว่างที่ 20% และระดับเสียง 20% เพื่อจำลองกับการใช้งานจริง ในการเล่น Video Playback ซึ่งผลที่ได้นั้น อยู่ที่ราวๆ 4-5 ชั่วโมง ซึ่งจัดว่าทำได้ดีพอสมควร กับแบตเตอรี่ประมาณนี้ ซึ่งหากได้รับการปรับจูนที่ดี รวมถึงการปิดแสงไฟ Backlit บนคีย์บอร์ด ก็น่าจะไปได้ถึง 6 ชั่วโมงแบบไม่ยาก ระยะเวลาในการทำงานนี้ ก็เท่ากับคุณออกไปใช้งานข้างนอกได้เกือบครึ่งวัน


Conclusion

MSI MODERN 15

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับ MSI MODERN 15 โน๊ตบุ๊คทำงานสายพกพา ราคาเบาๆ เอาเป็นว่าถ้าคุณชื่นชอบโน๊ตบุ๊คสไตล์เรียบง่าย ได้พอร์ตเยอะ สเปคซีพียูแรงๆ พกพาสะดวก ก็ไปเลือกตามโมเดลที่มีให้ 3 รุ่นกันได้เลย เริ่มแค่ 25,990 บาทเท่านั้น ข้อดี ก็จะเป็นเรื่องที่เราได้พูดถึงตั้งแต่ต้นคลิป อาทิ จอใหญ่ กางจอได้ 180 องศา แถมยังเป็นแบบ Flip & Share ชาร์จไฟเร็วรองรับ PD พอร์ตมีเยอะ และน้ำหนักเบา จะมีเพียงข้อสังเกตุเล็กๆ ที่สำหรับแอดมินก้อ ก็ไม่ได้ติดเรื่องนี้นะ เพราะเข้าใจอยู่ว่า โน๊ตบุ๊คทำงานส่วนใหญ่ ที่ทำให้บางลง มักจะมาพร้อม RAM On-board ที่มีข้อจำกัดในการอัพเกรดเพิ่มภายหลัง ซึ่งถ้ามองถึงการทำงาน หรือการเรียนทั่วไป RAM 8GB ก็เพียงพอต่อการใช้งานได้แล้ว ส่วนถ้าใครที่งานหนัก เปิด Web browser ทีละหลายหน้า ทำงานพร้อมกันหลายโปรแกรม หรือต้องใช้งานร่วมกับไฟล์ขนาดใหญ่ แนะนำว่าแรม 16GB เหมาะที่สุด เพราะเพิ่มขึ้นมาจากรุ่นเล็กสุด ประมาณ 5 พันบาท แต่ก็ได้ซีพียูแรงขึ้น แรมเยอะขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้เรื่องของพอร์ต ก็มีให้เลือกใช้มากมาย แบตก็ใช้ได้ราวๆ 5-6 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับการใช้งานของคุณ รวมถึงประสิทธิภาพในหลายๆ ส่วนก็ออกมาในแนวที่คุ้มค่าใช้งานได้อย่างหลากหลาย และยังมี Windows 11 Home มาให้ใช้กับการรับประกันแบบ Global อีกด้วย

  • สเปคแรก ราคา 25,990 บาท สเปค Intel Core i5 gen 12, RAM 8GB
  • สเปคที่ 2 ราคา 28,990 บาท สเปค Intel Core i7 gen 12 RAM 8GB
  • สเปคที่ 3 ราคา 30,990 บาท เป็น Intel Core i7 gen 12 เช่นกัน แต่จะได้แรมเพิ่มขึ้นเป็น 16GB
  • ซึ่งทั้ง 3 รุ่นนี้ รับประกัน 2 ปี โดยปีแรก ประกันแบบ Global ซึ่งหมายความว่า หากเราพกไปทำงานต่างประเทศ แล้วเครื่องเกิดมีปัญหา ก็สามารถนำ Modern15 เข้ารับบริการศูนย์ MSI ได้ที่ศูนย์บริการทุกที่ทั่วโลก

Award

award new value

MSI MODERN 15 รุ่นนี้ เป็นโน๊ตบุ๊คในกลุ่มงานธุรกิจและใช้ในชีวิตประจำวันได้ดี แม้จะไม่ได้มีดีไซน์ที่หวือหวา หรือฟีเจอร์ที่ล้ำสมัยแบบสุดๆ แต่เรื่องของฟังก์ชั่นพื้นฐานในการใช้งานมีอยู่อย่างครบครัน คุณจะได้หน้าจอขนาดใหญ่ และกางได้ 180 องศา ที่ Flip หน้าจอได้ แชร์หน้าจอก็สะดวก ได้แรม 16GB และมีซีพียู Intel Core i7 มาอีกด้วย ในราคา 30,990 บาทเท่านั้น และถ้าหากคุณไม่ได้เน้นความเร็วแรงมากนัก ใช้งานเอกสารพื้นฐาน เทรดหุ้น เรียนออนไลน์ หรือใช้เป็นเครื่องกลาง สำหรับทุกคนภายในบ้าน รุ่นที่เป็น Core i5 และแรม DDR4 8GB ก็เพียงพอแล้ว ความแข็งแรงอยู่ในเกณฑ์ที่ดี และคีย์บอร์ดขนาดใหญ่ แบตก็ใช้ได้นานพอสมควร ในงบประมาณเท่านี้ เราถือว่าค่อนข้างคุ้มค่าน่าสนใจไม่น้อยเลย

from:https://notebookspec.com/web/676081-msi-modern-15-b12m-i7-ram16

ASUS ExpertBook B5 Flip บางเบา พับได้ 360 องศา หน้าจอทัชสกรีน Thunderbolt 4 แบตอึด

ASUS ExpertBook B5 Flip จอทัชสกรีน พับได้ 360 ซีพียู Intel i7+DDR5 แบตใช้นาน มี Thunderbolt 4

ASUS ExpertBook B5 Flip cov4

ASUS ExpertBook B5 Flip B540RFB โน๊ตบุ๊คสำหรับงานธุรกิจ ที่ให้ความบางเบา สะดวกต่อการใช้งาน ด้วยฟังก์ชั่นที่หลากหลาย เสริมความปลอดภัยมาเต็มพิกัด และเตรียมประสิทธิภาพ สำหรับงานธุรกิจ ในชีวิตประจำวันเอาไว้มากมาย ตั้งแต่งานในสำนักงาน องค์กร ไปจนถึงการเทรดหุ้น และเรียนออนไลน์ วัสดุที่ทนทาน น้ำหนักเบา พับได้ 360 องศา เพื่อการใช้ในโอากสที่ต่างกัน แบตอึด ประหยัดพลังงาน ขุมพลัง Intel Core Gen 12 และแรม DDR5 พร้อมปากกาสไตลัส ASUS Pen ช่วยการบันทึกได้รวดเร็ว นำเสนอจินตนาการของคุณผ่านการวาดภาพบนหน้าจอ เพิ่มความปลอดภัยด้วยสแกนใบหน้าด้วย IR Camera เพื่อเข้าสู่ระบบ และสแกนลายนิ้วมือ เพื่อยืนยันตัวตน รวมถึงระบบ TPM 2.0 พร้อมกับมี Webcam Shield มาให้ด้วย ได้พอร์ต Thunderbolt 4 พร้อมการรับประกัน 3 ปี และมี Perfect Warranty อีก 1 ปีแรกอีกด้วย

ASUS ExpertBook B5 Flip


จุดเด่น

Advertisementavw
  • ระบบความปลอดภัยครบครัน
  • น้ำหนักเบา พกพาสะดวก
  • จอพับได้ 360 องศา เป็นโหมดแท็ปเล็ต
  • กล้อง IR camera สแกนใบหน้าได้
  • ได้ซีพียู Intel Core i7 gen 12 และ DDR5
  • อัพเกรดแรมเพิ่มได้
  • มีระบบ Ai Noise cancelling
  • มีพอร์ต Thunderbolt 4 ให้ 2 พอร์ต
  • ให้พอร์ต RJ-45 มาในตัว ไม่ต้องใช้ตัวแปลง
  • แบตอึดใช้ได้นานระดับ 10 ชั่วโมง
  • มีระบบสแกนลายนิ้วมือ

ข้อสังเกต

  • ปุ่มเพาเวอร์สัมผัสยาก เมื่ออยู่ในที่แสงน้อย
  • ปากกาเหมาะกับการใช้งานพื้นฐาน จดบันทึกทั่วไป

Specification

Description
CPU Intel Core i7-1260P 12 core/ 16 thread, Boost 4.70GHz
GPU Intel Iris Xe Graphic
RAM DDR5 4800 16GB (8GB on-board, 8GB slot)
Storage SSD M.2 NVMe PCIe 4.0 512GB, Upto 2TB
Display 14.0″ Full-HD IPS, Anti-Glare, Touch screen, 400-nits, 100% sRGB
Port I/O 2x Thunderbolt 4 Type-C (โอนถ่ายข้อมูล 40Gbps, ต่อจอ 4K และ PD charge 3.0)
1x USB 3.2 Gen 2 Type-A
1x USB 2.0 Type-A
1x HDMI 2.0
1x microSD card reader
1x 3.5mm Audio Combo jack
1x RJ-45
1x Kensington lock
Video Camera IR camera 720p HD Video, Webcam shield
Wireless Dual-band 2×2 WiFi 6E+ Bluetooth 5.2
Audio 2x Speaker
Weight 1.38Kg.
Dimension 32.34 x 22.31 x 1.79cm
Battery 63 Whr, 3-cell, Li-polymer
Security Fingerprint sensor
TPM 2.0
IR camera
Webcam shield
Kensington lock
Keyboard Full-size keyboard 1.5mm travel key, Backlit
Warranty 3 Year, Perfect Warranty 1 Year

ข้อมูลเพิ่มเติม: ASUS ExpertBook B5 Flip


Unbox

ASUS ExpertBook

เริ่มจากการแกะกล่องกันเลยครับ ภายในกล่อง ประกอบด้วยตัวโน๊ตบุ๊ค ASUS ExpertBook B5 Flip ที่มาพร้อมกับ ASUS Pen ซึ่งอยู่ภายในตัวเครื่อง และอแดปเตอร์ 65W พร้อมสายต่อเป็นแบบ USB-C และเหมือนกับในหลายๆ รุ่น ASUS ให้เมาส์ไร้สายมาด้วย เพื่อความสะดวกของผู้ใช้

ASUS ExpertBook

อแดปเตอร์ไม่ใหญ่เทอะทะครับ เพราะขนาดประมาณฝ่ามือเท่านั้น เป็นแบบ 65W สายต่อค่อนข้างยาวทีเดียว พร้อมกับที่พันเก็บสายมาให้ในตัว พกพาสะดวกทีเดียว

ASUS ExpertBook

อแดปเตอร์เมื่อเทียบกับมิติของโน๊ตบุ๊ค ขนาดเล็กกระทัดรัดแบบนี้ ช่วยให้หลายคนมั่นใจที่จะพกไปใช้งานข้างนอกได้สบาย น้ำหนักเฉพาะอแดปเตอร์นี้ประมาณ 300 กรัมเท่านั้น

ASUS ExpertBook

เมาส์ไร้สายที่มาพร้อมกับโน๊ตบุ๊ค เป็นเมาส์ออพติคอล ใช้ได้เกือบทุกพื้นผิว ขนาดกำลังพอดี ใช้ได้ทั้งคนที่ถนัดมือซ้ายและขวา โดยมี USB Receiver ขนาดเล็กมาด้วย และใช้ร่วมกับถ่าน AA จำนวน 1 ก้อน ติดอยู่อย่างเดียวคือ ไม่มีปุ่มเปิด-ปิดเมาส์มาให้ อาจจะทำให้เปลืองแบตอยู่บ้าง

ASUS ExpertBook

ตัวโน๊ตบุ๊ค ASUS ExpertBook B5 Flip ที่มาในกล่อง มาในโทนสีที่ดูเขร่งขรึม และบอดี้ที่บาง กระทัดรัดดีทีเดียว แพ๊คมาในกล่องที่กันกระแทกป้องกันไว้อย่างดี


Hardware / Design

ASUS ExpertBook

โน๊ตบุ๊คมาในโทนสีที่เรียกว่า Star Black ซึ่งถ้าดูจากคอนเซปต์ของทาง ASUS จะเปรียบประมาณท้องฟ้าในยามค่ำคืน และมีดาวสว่างกระจายทั่วท้องฟ้า จะดูเป็นโทนสีออกน้ำเงินเข้ม ไปจนถึงดำ และมีประกายเม็ดสีเล็กๆ ทั่วทั้งบอดี้ เลยเป็นที่มาของสีบนโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ เรื่องของผิวสัมผัสจับถนัดมือดีครับ

ASUS ExpertBook

โดยวัสดุที่ใช้เป็นแม็กนิเซียมและอะลูมิเนียม น้ำหนักเบา และมีความทนทานพอสมควร ตรงฝาด้านบนนี้ มีโลโก้ ASUS สีเงินเงาอยู่ตรงกลาง และมุมด้านบนซ้าย จะเป็นโลโก้ ExpertBook ที่มีแสงไฟสถานะปรากฏขึ้น เมื่อใช้งานกล้องหรือกำลัง Video Conference อยู่

ฝาด้านนอกของโน๊ตบุ๊คจะมีแสงไฟ LED ขนาดเล็กที่จะสว่างขึ้นเป็นแสงสีส้ม ASUS ออกแบบมาเพื่อให้คนอื่นที่เห็นคุณใช้งานแล้วแสงนี้ปรากฏขึ้น จะหมายถึงว่าคุณกำลังอยู่ในช่วงที่ประชุมหรือใช้งานสนทนาออนไลน์ ภาพทางด้านซ้ายเป็น ExpertBook B3 และด้านขวาเป็น B5 Flip ต่างกันตรงแสงไฟอยู่เล็กน้อย

ASUS ExpertBook

ขอบจอของโน๊ตบุ๊คทำออกมาได้ค่อนข้างบาง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ ExpertBook ในเกือบทุกรุ่น โดยด้านบนจะหนาขึ้นเล็กน้อย เพราะเป็นจุดที่ติดตั้งกล้องเว็บแคม พร้อมไมโครโฟนมาในตัว

สังเกตได้ว่าจากขอบบานของจอมาในแบบ NanoEdge Design ค่อนข้างบางทีเดียว โดยขอบซ้ายและขวานี้ บางเพียง 4mm โดยประมาณ ซึ่งทำให้มีพื้นที่ในการใช้งานมากยิ่งขึ้น และเทียบสัดส่วนพื้นที่การแสดงผล มาถึง 80% เมื่อเทียบกับบอดี้ของโน๊ตบุ๊ค จัดอยู่ในเกณฑ์สัดส่วนที่กว้างมากทีเดียว หากเทียบกับโน๊ตบุ๊คในระดับ 14″ ในท้องตลาด

ASUS ExpertBook

มองดูจากด้านข้าง จะเห็นว่า ASUS จัดพอร์ตมาให้เยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น Thunderbolt 4 x2 ช่อง สำหรับชาร์จไฟด้วย, RJ-45, HDMI, USB 3.2 Type-A และปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง กรณีที่ใช้โหมดแท็ปเล็ต ดูสวนทางกับบอดี้ที่บางแบบนี้

ส่วนโครงสร้างภายใน ทำจุดยึดมาให้แน่นหนา กับชิ้นโลหะขนาดใหญ่ ที่ทำเป็นบานพับ และมีน็อตสกรูที่เพิ่มเข้ามา ในการยึดจับ เสริมความแข็งแรง เมื่อต้องพับจอในรูปแบบต่างๆ บอดี้ใช้เป็นอลูมิเนียมอัลลอย และเสริมโครงสร้างที่เป็น Internal keyboard bracket และเพิ่มชั้นที่กันน้ำ เพื่อป้องกันของเหลวที่จะไหลลงมาได้ในระดับหนึ่ง

ASUS ExpertBook

บริเวณด้านหน้า มีเป็นช่องเว้าลึกเข้าไปเล็กน้อย ใกล้กับทัชแพด เพื่อให้มีพื้นที่ให้จับฝาเปิดได้ง่ายขึ้น แต่ด้วยบานพับที่แน่น ทำให้คุณอาจจะต้องจับ 2 มือในการเปิดฝาพับครับ ตรงนี้ผมถือว่าเป็นข้อดี เพราะเวลาเปิดฝาโน๊ตบุ๊คขึ้นมา ตัวจอจะไม่โยกคลอนหรือสั่นได้ง่ายๆ นั่นเอง

ASUS ExpertBook B5 Flip 32

ASUS เสริมการใช้งานบนทัชแพด ให้ใช้งานแทน Numpad ที่เป็นแบบปุ่ม ด้วยการเปิดใช้งานบนทัชแพดให้แล้ว นอกเหนือจากการใช้ Multi-Gesture ด้วยการใช้คลิ๊กซ้าย-ขวา และปัด เลื่อนด้วยการใช้สองนิ้วหรือสามนิ้วในการคอนโทรล โดย ASUS NumberPad 2.0 จะเป็นแถบตัวเลข ที่สว่างขึ้นเมื่อเปิดใช้งาน ด้วยการแตะที่รูปคีย์บอร์ด มุมขวาบนของทัชแพด จากนั้นแตะที่ตัวเลขบนทัชแพดได้ทันที แต่บน ASUS ExpertBook B5 Flip นี้ จะต่างจากรุ่นอื่นๆ ที่มีฟีเจอร์เดียวกันอยู่พอสมควร และใช้งานได้ง่ายกว่า เนื่องจากตัวเลขและพื้นที่กว้างมากขึ้น

ASUS ExpertBook

กล้องเว็บแคมเป็นแบบ IR Camera ซึ่งรองรับ Windows Hello สำหรับการล็อคอินเข้าสู่ระบบด้วยใบหน้าของผู้ใช้ ซึ่งตัวกล้องให้ความละเอียดระดับ HD 720p ซึ่งคุณภาพก็อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เพียงแต่ถ้าคุณต้องการความละเอียดในการใช้งานมากกว่านี้ ก็อาจจะต้องหากล้องเว็บแคมสำหรับสตรีมเมอร์สักรุ่นหนึ่งมาใช้ แต่แน่นอนว่าคุณจะต้องเสีย USB Type-A ไปหนึ่งพอร์ตในการใช้งาน

Camera2

ตัวอย่างของคุณภาพกล้อง เมื่อคุณใช้งาน จัดว่าให้มิติและความคมชัดได้ในระดับมาตรฐาน มีการจัดการเรื่องแสงได้ดีพอสมควร สีสันสดใส เหมาะกับการใช้ในงานประชุม เรียนออนไลน์ และการสนทนากับสมาชิกในบ้าน แต่ก็น่าเสียดายที่ไม่มีกล้องเสริมอย่างบน ExpertBook B3 ที่ช่วยเสริมการใช้งานบนโหมดแท็ปเล็ตได้สะดวกยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ คุณยังใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์ Motion tracker ของกล้องได้ สำหรับคนที่อาจจะใช้ในเรื่องของการประชุมหรือการเรียนการสอน เพราะตัวกล้องจะโฟกัสที่หน้าคุณเป็นหลัก เวลาที่คุณเคลื่อนไหวออก หรือเอียงไปจากมุมปกติของกล้อง หน้าคุณหรือของที่คุณโฟกัสเอาไว้ก็จะยังคงชัดเจน


Keyboard / Touchpad

ASUS ExpertBook

คีย์บอร์ดเป็นปุ่มสวิทช์สีดำ ตัดกับตัวอักษรภาษาไทย-อังกฤษได้คมชัดดี คนที่ใช้งานแบบต้องมองแป้นพิมพ์น่าจะชอบ เพราะมองเห็นชัด และยังเพิ่มความสะดวกมากขึ้น ด้วยแสงไฟ Backlit สว่างขึ้นทะลุตัวอักษร ทั้งไทย อังกฤษ และตัวเลขครบ เพื่อการใช้งานในที่มืดอีกด้วย ระยะการกดและตอบสนองประมาณ 1.4mm เท่านั้น ถือว่าค่อนข้างสั้น เหมาะสำหรับคนที่พิมพ์สัมผัส จะใช้งานได้ไวขึ้น

แต่ใครที่จะใช้ปุ่ม Page Up-Down ก็เหมือนเดิมครับ มาครึ่งปุ่ม ด้วยข้อจำกัดของพื้นที่ ให้ Priority ที่ปุ่มสำคัญอื่นที่ใช้บ่อยๆ มากกว่า

ASUS ExpertBook

โลโก้ ASUS ExpertBook B5 ที่ด้านล่างของขอบจอ จะต่างจากรุ่นอื่นๆ อย่าง B1 หรือ B3 เพราะดูเงางามมากกว่าการเป็นแบบเรียบๆ

ให้มาเต็มทุกปุ่ม ไม่มีกั๊กเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น เปิด-ปิดลำโพง, เพิ่ม-ลดเสียง, เพิ่ม-ลดแสงหน้าจอ, ปิดทัชแพด, ปรับแสงคีย์บอร์ด ทำได้ 2 ระดับ, ต่อสัญญาณภาพไปภายนอก, ล็อคหน้าจอ, เปิด-ปิดกล้อง, จับภาพหน้าจอ, เรียกใช้งานซอฟต์แวร์ MyASUS, เปิด-ปิดไมค์, เปิดใช้งานระบบ Noise Cancelling และ PrintScreen ที่เป็นคีย์ลัด

ASUS ExpertBook

นอกจากนี้คุณจะเห็นปุ่มตัวเลขด้านบน 1-4 ที่จะไม่เหมือนปุ่มอื่นๆ เพราะมีแสงไฟลอดจากด้านข้างปุ่มให้เห็นอีกด้วย โดยปุ่มทั้ง 4 นี้จะทำหน้าที่นอกเหนือจากการเป็นตัวตัวเลขทั่วไป เช่น

  • Fn+1 = Motion tracker กล้องจะตามโฟกัสคุณตลอดเวลาที่เคลื่อนไหว
  • Fn+2 = เหมือนโหมด Power Option
  • Fn+3 = Status light on-off เปิด-ปิด ไฟสถานะตรง Cover
  • Fn+4 = เปิด-ปิด WiFi
ASUS ExpertBook

แสงไฟ Backlit บนคีย์บอร์ด สามารถปรับความสว่างได้ถึง 2 ระดับ ด้วยการกดปุ่ม F7 ที่ฮอตคีย์ด้านบนสุด และเปิด-ปิดได้ตามความต้องการ เรื่องความสว่าง อยู่ในห้องมืด คุณก็ยังมองเห็นคีย์ได้อย่างชัดเจน นี่คือ ข้อดีอีกอย่างสำหรับโน๊ตบุ๊ค ASUS รุ่นนี้

ASUS ExpertBook
ASUS ExpertBook

ทัชแพดเน้นไปที่ความยาว ที่มีข้อดีตรงเหมาะกับการใช้งานในแบบ Multi-Gesture ร่วมกับ Windows ได้สะดวกทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นนิ้วเดียว เลื่อน แตะ เลือกหรือสองนิ้ว ซูม-ย่อ และสามนิ้วในการใช้งาน Task View หรือเลื่อนหน้าเดสก์ทอปอื่นๆ เป็นต้น

ASUS ExpertBook B5 Flip 34 1

นอกจากนี้แล้ว ASUS ยังดีไซน์ NumberPad มาให้กับผู้ใช้ โดยซ่อนเอาไว้บนทัชแพดนั่นเอง แค่คุณแตะเบาๆ ที่มุมขวาของทัชแพด ก็จะมีชุดตัวเลข ให้แตะใช้งานได้สะดวกเหมือนการมี NumberPad อยู่เลย ไม่ใช้ก็กดปิดได้ครับ

สติ๊กเกอร์ตรงพื้นที่วางมือ มีอยู่มากมายทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น ซีพียู Intel Core i7, Intel Iris Xe Graphic, มาตรฐาน Energy Star และฟีเจอร์ Eye Care กับโหมดถนอมสายตาที่มีมาให้บนโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้

ASUS ExpertBook

โดยรวมถือว่า ASUS ให้ฟังก์ชั่นของคีย์บอร์ดมาแบบเกินตัวสำหรับโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ ยิ่งคุณจำได้เยอะ ก็จะยิ่งเพิ่มความสะดวกมากขึ้น งานเร็วขึ้นครับ


Screen / Speaker

ASUS ExpertBook

ASUS ExpertBook B5 Flip มาพร้อมหน้าแสดงผล 14″ ให้ความละเอียด 1080p หรือ Full-HD พาแนลแบบ IPS ให้ความคมชัด โดยเป็นหน้าจอแบบ

ภาพจากมุมมองทั้ง 2 ด้านของจอภาพ จะเห็นได้ว่า มีความคมชัดสูง ทำให้มุมการมองกว้างมากขึ้น ส่วนจอภาพอาจจะดูเงาๆ อยู่บ้าง ด้วยความที่เป็นจอทัชสกรีน จึงมีการสะท้อนเล็กน้อย แต่ก็ยังจัดอยู่ในโหมดของ Anti-Glare ซึ่งช่วยลดแสงสะท้อนจากภายนอกได้ดีในระดับหนึ่ง

ASUS ExpertBook B5 Flip 37

นอกจากจะเป็นหน้าจอที่รองรับการทัชสกรีนแล้ว ก็ยังมาพร้อม ASUS Pen ในการบันทึกข้อมูลหรือเขียนบนหน้าจอได้เลย ด้วยการดึงออกมาจากช่องด้านข่างขวาของโน๊ตบุ๊ค และเสียบกลับเข้าไป เพื่อทำการชาร์จไฟ ซึ่งใช้เวลาชาร์จค่อนข้างสั้น แต่ใช้งานได้ยาวนานเลยทีเดียว

ASUS ExpertBook B5 Flip 6

ASUS Pen เป็นสไตลัสขนาดค่อนข้างเล็ก ผมว่าน่าจะเหมาะกับการจดบันทึกที่รวดเร็ว และการลากเส้นในเบื้องต้น ซึ่งมีจุดชาร์จที่จะชาร์จไฟ เมื่อเสียบเข้ากับช่องบนโน๊ตบุ๊ค ปุ่มกดบน-ล่าง ในการคอนโทรล ด้านท้ายจะเป็นจุดชาร์จ ที่ต่อเข้ากับในโน๊ตบุ๊ค และฝาปิดที่ดึงออกจากที่เก็บได้ง่ายขึ้น แต่การใช้งาน ด้วยความที่มีขนาดเล็ก มือผู้ใหญ่อาจจะต้องปรับตัวอยู่พอสมควร กว่าจะจับถือและเคลื่อนไหวลากเส้นได้อย่างคล่องตัว

ASUS ExpertBook

มิติของจอภาพที่ค่อนข้างบาง ก็ทำให้มิติโดยรวมของโน๊ตบุ๊คบางลงไปด้วย ซึ่งก็ถือเป็นผลดีต่อโน๊ตบุ๊ค Convertible แบบนี้ เมื่อพับเป็นโหมดแท็ปเล็ต

ASUS ExpertBook

รองรับการทำงานในโหมดต่างๆ หน้าจอสามารถพับได้หลากหลายโหมด ตั้งแต่เป็นโหมดโน๊ตบุ๊คปกติ, Tent mode, Stand และ Tablet ที่สะดวกต่อการใช้งาน และขนาดที่ไม่ใหญ่จนเกินไป ทำให้ง่ายการจับถือและนำไปพรีเซนท์งานกับลูกค้านอกสถานที่ รวมถึงการจดบันทึก โหมดต่างๆ เหล่านี้ ออกแบบมาเพื่อการใช้งาน และความบันเทิงส่วนตัวได้ง่าย เช่น สำหรับชมภาพยนตร์ หรือจะใช้เพื่อการเล่นเกมเบาๆ ในช่วงเวลาพัก เพราะเป็นจอทัชสกรีนได้ ใช้นิ้วแตะเลื่อนได้ รวมถึงในทุกๆ โหมด ก็สามารถนำปากกา ASUS Pen มาใช้งานร่วมกันได้อีกด้วย

ASUS ExpertBook

ชุดลำโพง จุดติดตั้งลำโพงทั้ง 2 ด้านอยู่บริเวณด้านใต้ เอียงไปทางซ้าย-ขวา ของโน๊ตบุ๊ค ให้ทิศทางเสียงยิงลงพื้น และสะท้อนขึ้นมา ซึ่งการใช้ในห้องทั่วไป มีเสียงที่เด่นชัดออกมาได้ดี เป็นแบบเดียวกับ B5 รุ่นก่อน แต่จะไม่เหมือน ASUS ExpertBook B3 ที่อยู่บริเวณด้านหน้า ที่เสียงจะค่อนข้างดังมากกว่า อย่างไรก็ดีจากที่เราทดสอบ มิติของเสียงยังคงให้ความคมชัด เสียงสนทนาชัดเจน เสียงเพลงอาจจะเด่นที่ดนตรี แต่ไม่ได้เน้นที่ความเปรี้ยงปร้างของเบส หรือเสียงกลางหนักหน่วง เพราะยังเป็นอารมณ์ของโน๊ตบุ๊คทำงาน พอให้ได้การสตรีมมิ่งและการเล่นเกมได้สนุก ซึ่งถ้าคุณอยากจะจริงจัง และเน้นความบันเทิง ได้ความเป็นส่วนตัว แนะนำหูฟังเกมมิ่งหรือฟังเพลงดีๆ สักรุ่น ของทาง ASUS ก็มีน่าสนใจหลายโมเดลเลยทีเดียว


Connector / Thin And Weight

ASUS ExpertBook

ASUS ExpertBook B5 Flip ให้พอร์ตความเร็วสูงมาอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น Thunderbolt 4 มีให้ถึง 2 พอร์ตด้วยกัน รองรับการโอนถ่ายข้อมูลระดับ 40Gbps ต่อจอแสดงผลภายนอกในระดับ 4K และเป็น USB PD charge 3.0 อีกด้วย เช่นเดียวกับ USB Type-A ก็ให้มาถึง 2 พอร์ต ในแบบ USB 3.2 Gen2 และ USB 2.0 แยกไว้ด้านซ้ายและขวา รวมถึงพอร์ต HDMI ในการต่อจอขนาดใหญ่ รวมถึง RJ-45 ที่เป็นไซส์มาตรฐาน ที่มีให้มาในตัวแบบไม่ต้องใช้ตัวแปลง มีน้ำหนักตัวอยู่ที่ 1.38 กิโลกรัม ชาร์จไฟผ่าน USB-C ด้วยอแดปเตอร์ AC 65Wที่เบาเพียง 300 กรัมเท่านั้น

ASUS ExpertBook

ทางด้านขวามือ ก็จัดเต็มไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น ASUS Pen ที่ซ่อนอยู่ภายใน ดึงออกมาใช้งานได้ทันที พร้อมปุ่มเพาเวอร์ ซึ่งมีระบบสแกนลายนิ้วมือมาในตัว ช่องต่อ 3.5mm ที่ใช้งานร่วมกับหูฟังและไมโครโฟน พอร์ต USB 2.0 และสล็อต microSD card reader เรียกว่ามีมาให้แบบครบๆ เช่นนี้ หาได้ยากในท้องตลาด

ASUS ExpertBook

และจุดที่ชื่นชอบเป็นที่สุดโดยส่วนตัวก็คือ แม้จะมีบอดี้กระทัดรัดก็ตาม แต่ ASUS ก็เว้นระยะห่างของพอร์ตไว้ระดับหนึ่ง ทำให้เวลาที่ติดตั้งอุปกรณ์ หรือต่อสาย จะไม่เบียดกันจนเกินไป เรียกว่าฮาร์ดแวร์ เช่น RJ-45 หรือว่าสายชาร์จ USB-C รวมถึง USB Flash Drive ในปัจจุบัน ใช้งานและต่อเข้าในพอร์ตใกล้ๆ ได้อย่างสะดวก

ASUS ExpertBook

การที่มีพอร์ต USB Type-A ทั้ง 2 ข้าง ช่วยให้ความยืดหยุ่นในการใช้งานของคนที่มีอุปกรณ์ USB มากกว่าชิ้นเดียว ทำให้การต่อพ่วงง่ายกว่าเดิม โดยเฉพาะเมาส์ หรือคีย์บอร์ดไร้สาย และการต่อเมาส์ทางขวา ก็สะดวกกว่าด้านซ้ายเยอะเลย

ASUS ExpertBook

น้ำหนักเฉพาะตัวโน๊ตบุ๊ค ASUS ExpertBook B5 Flip อยู่ที่ราว 1.39Kg. ซึ่งใกล้เคียงกับที่เคลมไว้ที่หน้าสเปคบนเว็บไซต์ ASUS

ASUS ExpertBook

และน้ำหนักเมื่อรวมกับอแดปเตอร์แล้ว อยู่ที่ราว 1.7Kg เท่านั้น ถือว่าค่อนข้างเบาทีเดียว สำหรับโน๊ตบุ๊คขนาด 14″ ที่เหมาะกับการพกพาไปใช้นอกสถานที่ได้สบายๆ


Performance / Software

ASUS ExpertBook

CPUz รายงานซีพียูที่ใช้เป็น Intel Core i7 1260p เป็นซีพียูระดับ 12 core/ 16 thread ซึ่งให้ความเร็วบูสท์สูงสุดที่ 4.70GHz

ASUS ExpertBook

โดยมีแรมมาให้ 16GB เป็นแบบ DDR5 แล้ว ทำให้การใช้งานด้านต่างๆ ได้รวดเร็วทันใจ รวมถึงยังมีสล็อตสำหรับการอัพเกรดเพิ่มได้อีกด้วย

ASUS ExpertBook

และในการทดสอบเบื้องต้นบน CPUz-Bench CPU ผลที่ได้เรียกว่า Single-thread แซงหน้า i7-10700 ที่เป็นซีพียูพีซีไปได้เล็กน้อย ส่วน Multi-thread ยังเป็นรองอยู่ในระดับหนึ่ง แต่ก็ถือว่าความแรงอยู่ในเกณฑ์ที่น่าประทับใจ

ASUS ExpertBook

สำหรับกราฟิกชิป เป็นแบบ Integrate graphic ซึ่งมากับซีพียู Intel Iris Xe Graphic ซึ่งประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์การใช้งานทั่วไป สำหรับงานสำนักงาน หรือการใช้บนซอฟต์แวร์พื้นฐาน และในด้านความบันเทิง รวมถึงการเล่นเกมที่ไม่ได้เรียกว่าใช้ทรัพยากรมากมายนัก ซึ่งในครั้งนี้เราทดสอบร่วมกับเกมให้ได้ชมด้วยว่า สามารถเล่นได้ดีมากน้อยเพียงใด

ASUS ExpertBook

CrystalDiskMark เป็นเรื่องที่น่าประทับใจ กับความรวดเร็วของ SSD ที่มาพร้อมกับโน๊ตบุ๊ค ASUS ExpertBook B5 Flip รุ่นนี้ เพราะความเร็ว Read/ Write ทะลุไปเกือบ 6,500MB/s และ 4,000MB/s ตามลำดับ ซึ่งเป็นผลดีมาจากการใช้ SSD ในแบบ PCIe 4.0 ที่ทำให้การเปิดไฟล์ โปรแกรม เข้าสู่เกม และโอนถ่ายข้อมูลรวดเร็วมากกว่าการใช้ SSD PCIe 3.0 อยู่ถึงสองเท่า

ASUS ExpertBook

PCMark10 กับผลทดสอบที่ทำได้ดีทีเดียวสำหรับในส่วน Essential ซึ่งเป็นกลุ่มหลักของโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ ด้วยการผสมสานของซีพียู Intel Core i7 ที่มีคอร์/เธรดจำนวนมาก รองรับงานมัลติทาส์กได้ดี ก็ยังมีแรม DDR5 และ SSD ความเร็วสูงมาด้วย จึงทำให้งานด้านเอกสาร และเปิดโปรแกรมต่างๆ ไหลลื่นมากขึ้น ส่วนในด้าน Digital Content ก็อยู่ในระดับที่น่าประทับใจ หากเทียบกับโน๊ตบุ๊คระดับธุรกิจในท้องตลาด ซึ่งโน๊ตบุ๊ค ASUS รุ่นนี้ ยังให้พลังในงานวีดีโอและมัลติมีเดียได้ดีพอสมควร

3DMark

ASUS ExpertBook

CINEBench ก็มาพร้อมผลที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น R15, R20 หรือ R23 ซึ่งถือว่าซีพียู Intel Core Gen 12 รุ่นใหม่นี้ ยังตอบโจทย์ในงานด้าน Render 3D ได้อย่างเต็มที่ โดยหากเทียบกับโน๊ตบุ๊ค Intel Core i5 Gen 11 ที่ใช้ DDR4 นั้น ASUS รุ่นนี้ ทำคะแนนแซงไปอย่างขาดลอย แม้ว่าจะไม่ได้เป็นงานหลักที่หลายๆ คนใช้ แต่ก็เป็นเครื่องการันตีในแง่ของผู้ใช้ที่เน้นการพรีวิว หรือตรวจงานวีดีโอ และกราฟิกได้ดีพอสมควร

Game

แม้จะเป็นโน๊ตบุ๊คสำหรับงานธุรกิจ และไลฟ์สไตล์ แต่ความสามารถและประสิทธิภาพในการเล่นเกม ยังอยู่ในระดับที่เล่นได้ในบางเกม ด้วยกราฟิก Intel Iris Xe ที่ช่วยให้การเล่นเกมพื้นฐานอย่าง DOTA2 และ PUBG ได้ไหลลื่น แต่แนะนำว่าควรจะตั้งความละเอียดที่ Low เอาไว้ก่อน ที่เหลือค่อยๆ ปรับ เพื่อให้สอดคล้องกับการเล่น บนโหมด 1080p โดยการทดสอบ DOTA2 นั้น เราใช้โหมด High เกือบๆ จะเป็น Best Looking ผลที่ได้เฟรมเรตยังไปแตะ 60fps. ได้ไม่ยาก ส่วนถ้าปรับที่ Best Looking จะได้มากกว่า 100fps. เลยทีเดียว ส่วน PUBG อยู่ที่ Low ภาพที่ได้ก็ยังดูดี มองเห็นศัตรูได้ชัด เฟรมเรตเฉลี่ยไปแตะที่ 30fps. ได้ครับ

DisplayCAL

การทดสอบความแม่นยำของสีหน้าจอ ซึ่งให้ผลของ Gamut Volume ได้ที่ 96.3% ซึ่งก็ถือว่ามีความแม่นยำของสีที่ดีพอสมควร ใกล้เคียงกับที่ทาง ASUS เคลมไว้ที่ sRGB 100% โดยที่ Gamut volume จัดว่าอยู่ในระดับสีค่อนข้างสดใส เพราะไปได้เกือบ 85% จึงเหมาะกับการดูภาพ ทำงานเอกสาร และการพรีวิว ทำพรีเซนเทชั่น พอจะตอบโจทย์ด้านความบันเทิงได้พอสมควร ส่วนค่าความสว่างทำในการทดสอบได้เกือบ 400cd/m2 ครับ ดังนั้นไม่ต้องกังวลเรื่องการใช้งานในสภาวะแสงน้อยหรือแสงมาก เพราะให้ความสว่างได้เกินกว่าที่เรามักจะเห็นกันบนโน๊ตบุ๊คทั่วๆ ไป


Battery / Heat / Noise

ASUS ExpertBook
Battmon ASUS

ในการทดสอบของเรา ใช้เป็นเงื่อนไขที่เราทำกับโน๊ตบุ๊คที่นำมาทดสอบทุกรุ่น นั่นคือ ชาร์จแบตจนเต็ม 100% แล้วทดสอบด้วย Video Playback หรือการสตรีมมิ่งบน Youtube กับวีดีโอระดับ 4K เปิดเสียงเอาไว้ที่ 25% และความสว่างระดับ 20% เพื่อเป็นการจำลองใช้งานจริง ที่เป็นรูปแบบของผู้ใช้ในชีวิตประจำวัน และผลทดสอบที่ได้จากโปรแกรม BattMon รายงานว่า ใช้งานได้ที่ระดับ 15 ชั่วโมง ในช่วงแรกครับ หลังจากที่รันไป 30 นาทีอยู่ที่ราวๆ 8 ชั่วโมง ซึ่งก็ถือว่าใกล้เคียงกับที่ทาง ASUS เคลมเอาไว้ว่า 10 ชั่วโมงครับ

ASUS ExpertBook

ผลทดสอบอุณหภูมิ เท่าที่เราได้ทดสอบด้วยโปรแกรม Furmark โหลดการทำงานของซีพียู 100% บนโหมด Performance อุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ราว 90 องศาเซลเซียสเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหากับการใช้งาน สังเกตได้ว่า วันที่ผมเอาไปใช้งานข้างนอก ไม่ได้อยู่ในห้องปรับอากาศ ก็ยังทำงานได้ดี และอย่างที่ได้ย้ำในทุกครั้งคือ โอกาสที่คุณจะเรียกใช้ซีพียูหนักๆ แบบนี้ ก็น้อยมากครับ รวมถึงชุดระบายความร้อนของโน๊ตบุ๊คก็ทำได้ดีทีเดียว ผมแนะนำว่า ถ้าคุณมีโหลดงานหนัก เลือกเป็น Performance mode ได้ครับ อาจจะมีเสียงเพิ่มขึ้นมาบ้าง ในบางจังหวะ แต่ก็ช่วยให้คุณได้ประสิทธิภาพ และการลดความร้อนที่รวดเร็วไปพร้อมๆ กัน


Inside / Upgrade

ASUS ExpertBook

การแกะอัพเกรดบน ASUS ExpertBook B5 Flip รุ่นนี้ ยังคงง่ายดาย ไม่ต่างจากในซีรีส์เดียวกัน เพราะไขน็อตสกรูประมาณ 11 ตัว ก็สามารถแกะฝาหลังออกมาได้แล้ว ไม่ได้ซับซ้อนมากมาย เช่นเดียวกับที่คุณเคยเจอบนโน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง ที่บางครั้งทั้งแกะและงัด ก็ยังไม่ค่อยจะออก โดยเมื่อแกะออกมาได้แล้ว ก็จะเห็นบรรดาฮาร์ดแวร์ภายในต่างๆ เหล่านี้

ASUS ExpertBook

ชุดพัดลมและฮีตซิงก์ระบายความร้อน ให้กับซีพียู Intel Core i7-1260P ที่เป็นแบบ 12 core/ 16 thread มาในแบบที่เรียบง่าย แต่ก็ประหยัดพื้นที่ในการจัดวางอุปกรณ์อื่นๆ เข้ามาได้อีกมากมายเลยทีเดียว โครงสร้างยังคงใกล้เคียงกับ ExpertBook B5 ที่เป็น Intel Gen 11 อยู่พอสมควร

ASUS ExpertBook

ASUS ExpertBook B5 Flip มีแรม DDR5 ออนบอร์ดมาให้แล้ว 8GB และติดตั้งเพิ่มเติมมาบนสล็อตอีก 8GB รวมเป็น 16GB และยังสามารถเปลี่ยน เพื่ออัพเกรดได้เพิ่มมากขึ้น แต่ความจุระดับนี้กับการเป็น DDR5 งานหลายอย่างก็ลื่น รวมถึงการเปิดโปรแกรม และโอนถ่ายข้อมูลที่รวดเร็ว

โดยที่มีความพิเศษอย่าง SSD M.2 NVMe PCIe 4.0 มาให้ด้วย ซึ่งติดตั้งมาที่สล็อตแรก ซึ่งอยู่ใกล้กับพัดลม 1 สล็อตความจุ 512GB และยังมีสล็อตว่างอีก 1 สล็อต รองรับการอัพเกรดได้สล็อตละ 1TB รวมทั้ง 2 สล็อตก็เป็น 2TB หรือจะใช้งานเป็นแบบ RAID ก็ได้อีกด้วย ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเร็วหรือความปลอดภัยได้อีกด้วย ผลที่ได้จากการทดสอบ ความเร็วในการอ่านข้อมูลของ SSD รุ่นนี้ มากถึง 6,400MB/s และเขียนข้อมูลอยู่ที่ประมาณ 4,000MB/s เลยทีเดียว

ASUS ExpertBook

ด้านล่างสุดเป็นชุดลำโพงที่ติดมาทั้ง 2 ข้างเอียงออกทางด้านข้าง ให้เสียงที่ค่อนข้างดีทีเดียว

ASUS ExpertBook

ส่วนที่เป็นจุดสำคัญของโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ อยู่ที่บานพับ ซึ่งออกแบบมาอย่างแข็งแรง ด้วยแผ่นโลหะขนาดใหญ่ และจุดยึดน็อตขนาดใหญ่ ด้านละ 3 จุด ทำให้รองรับการพับหน้าจอ เพื่อใช้งานในโหมดต่างๆ ได้อย่างแข็งแรง


Conclusion / Award

ถ้ามองกันในแง่ของความคล่องตัว เชื่อได้เลยว่า ASUS ExpertBook B5 รุ่นนี้ น่าจะตอบโจทย์ในแง่ของงานธุรกิจได้อย่างไม่ต้องสงสัย และไม่ใช่แค่การทำงานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการใช้ในชีวิตประจำวันของใครหลายคนได้เป็นอย่างดี ด้วยการจับคู่กันของ ซีพียู Intel Core i7 Gen 12 ที่เป็นรหัส P ซึ่งให้ Performance ได้อย่างคุ้มค่า มาคู่กับแรม DDR5 ที่แบนด์วิทธิ์มากกว่า DDR4 อยู่ไม่น้อยเลย ก็ยิ่งทำให้การใช้งาน ทั้งงานเอกสาร ไปจนถึงงานวีดีโอ ก็ลื่นไหลได้ โดยเฉพาะในงานพรีวิว ที่เน้นการแสดงผล พรีเซนเทชั่น แม้จอจะแค่ 14″ แต่ก็ยังต่อกับจอขนาดใหญ่ได้ถึง 3 จอด้วยกัน ผ่านช่องทางของ HDMI และ Thunderbolt 4 ที่มีให้ถึง 2 พอร์ต จึงเหมาะกับคนที่ใช้งานธุรกิจจริงจัง หรือต้องทำงานหลายอย่างพร้อมกัน เช่น ดูหุ้น เทรดคริปโต ดูวีดีโอสตรีมมิ่ง และหาข้อมูล ทำเอกสารไปพร้อมๆ กัน นอกจากนี้ยังได้ในเรื่องของพอร์ตที่ให้มาครบสุดๆ เรียกว่าจัดเต็มชนิดที่หาเทียบได้ยากในโน๊ตบุ๊คระดับเดียวกัน ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้บอดี้ ที่อาจจะดูเรียบง่าย แต่ก็ดูสะดุดตา เข้าได้ในทุกสถานการณ์ ที่สำคัญยังจัดแบตที่ใช้งานได้นานมาให้อีกด้วย การพกพาไปใช้งานข้างนอก จึงเป็นเรื่องที่ง่าย และสบายกว่าที่คุณเคยสัมผัส และที่น่าสนใจ นั่นก็คือ หน้าจอยังพับได้ 360 องศา และยังมาในแบบทัชสกรีน ดูลงตัวกับงานในหลายๆ ด้าน เพราะมีหลายโหมดให้เลือกใช้อีกด้วย ทั้งหมดนี้ผมเชื่อว่า ASUS รุ่นนี้เป็นโน๊ตบุ๊คที่มาสุดทาง สำหรับสายงานธุรกิจอย่างแท้จริง

การรับประกัน ASUS Exclusive Care

  • 3 Year Onsite Service: บริการตรวจซ่อมฟรีถึงที่ 3 ปี
  • 3 Year Global Warranty: ครอบคลุมการรับประกัน 3 ปี (57 ประเทศ)
  • 1 Year Perfect Warranty: เพิ่มการรับประกันอุบัติเหตุให้ใน 1 ปีแรก
NBS award 7 Design

เรื่องของรางวัล Best Design เราไม่ได้มองแค่ในเรื่องของการออกแบบหรือสวยงามอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงฟังก์ชั่น ที่จะเป็นภาพลักษณ์ให้กับผู้ใช้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นบอดี้ที่มีความกระทัดรัด แม้จะอยู่ในไซส์ 14″ ขอบจอที่บางเฉียบ ให้พื้นที่การแสดงผลที่กว้าง และการกางออกได้ 360 องศา ทำให้พับ ปรับใช้ในโหมดต่างๆ ได้ และยังเป็นจอทัชสกรีนอีกด้วย เช่นเดียวกับคีย์บอร์ดที่มีแสงไฟ ลูกเล่นของ NumberPad บนทัชแพด ก็ดูล้ำสมัยมากขึ้น ยังไม่รวมฟีเจอร์ที่มีความสมาร์ทอีกหลายอย่าง ซึ่งรวมเข้ากันเป็นโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้

NBS award 4 Mobility

คล่องตัว กระทัดรัด พกพาสะดวก แบตอึด ใช้งานได้นาน น่าจะเป็นสัญลักษณ์ของความเป็น Mobility บนโน๊ตบุ๊ค ASUS ExpertBook B5 รุ่นนี้ ซึ่งตอบโจทย์ในงานและชีวิตประจำวันได้ดีทีเดียว น้ำหนักอาจจะไม่ได้เบาที่สุด แต่เชื่อว่ารวมอแดปเตอร์แล้ว ประมาณ 1.7Kg ก็ดีพอให้พกพา และใช้งานในที่ต่างๆ ได้ไม่ยาก ผู้ใช้สามารถเลือกกระเป๋าในสไตล์ที่ชอบ หรือซอฟท์เคสแบบที่ใช้ มาใช้กับโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ได้ตามใจชอบเลยครับ

from:https://notebookspec.com/web/672520-asus-expertbook-b5-flip-2022

การ์ดจอโน๊ตบุ๊ค Intel, nVIDIA, AMD 2022 เล่นเกม ทำงาน ทำกราฟิก รุ่นไหนปัง!

การ์ดจอโน๊ตบุ๊ค 2022 เล่นเกม ทำงาน มีรุ่นไหนบ้าง Intel, nVIDIA หรือ AMD เลือกแบบไหน เช็คอย่างไร

การ์ดจอโน๊ตบุ๊ค

การ์ดจอโน๊ตบุ๊คปัจจุบัน มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น รองรับการใช้งานได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่การทำงาน ไปจนถึงเล่นเกม และมีให้เลือกเกือบทุกค่าย ไม่ว่าจะเป็น Intel, nVIDIA หรือ AMD ก็ตาม แต่ละค่ายก็มีเอกลักษณ์ที่ต่างกันออกแบบ ขึ้นอยู่กับโน๊ตบุ๊คที่เลือกใช้ด้วย เพราะบางรุ่นก็มาในแบบติดตั้งในซีพียู ที่เรียกว่า Integrate graphic หรือ iGPU และอีกแบบก็เป็นกราฟิกแยกหรือ Discrete Graphic ซึ่งจะมีในเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คแบบจริงจัง เพียงแต่เพิ่มรุ่นที่เป็นกราฟิกสำหรับโน๊ตบุ๊คบางเบา หรือโน๊ตบุ๊คที่ให้ประสิทธิภาพที่ดี แต่ประหยัดพลังงาน ไม่เพียงแค่นั้น การเลือกใช้งานการ์ดจอโน๊ตบุ๊ค ยังมีเรื่องของ สเปค รุ่น และฟีเจอร์ ที่จะช่วยให้งานของคุณไหลลื่นมากขึ้น เช่น MUX Switch, e-GPU, Ray tracing หรือ AMD FSR และ nVIDIA DLSS รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ อีกมากมาย ซึ่งวันนี้เราจะมาทำความรู้จักไปพร้อมๆ กันครับ

การ์ดจอโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ Intel, nVIDIA, AMD


การ์ดจอโน๊ตบุ๊คมีกี่แบบ

สำหรับโน๊ตบุ๊ค ก็ไม่ได้ต่างไปจากพีซีตั้งโต๊ะหรือเดสก์ทอปพีซีมากมายนัก เพราะการ์ดจอจะมีทั้งบนซีพียู ที่เรียกว่า Integrate Graphic หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า การ์ดจอออนบอร์ด ซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งบนตัวซีพียู และอีกแบบจะเรียกว่าการ์ดจอแยก หรือ Discrete Graphic และทั้ง 2 แบบนี้ ก็มีความแตกต่าง ทั้งในแง่ของการติดตั้งและการใช้งาน โดยการ์ดจอบนซีพียู จะเป็นการเริ่มต้นใช้งานของโน๊ตบุ๊คพื้นฐานทั่วไป ซึ่งมีอยู่บนโน๊ตบุ๊คทุกรุ่น เพราะติดกับซีพียูโมบายมาทุกรุ่น แต่การ์ดจอแยก จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานด้านนั้นๆ เช่น การเล่นเกมบนเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค หรือการทำงานบนโน๊ตบุ๊ค Workstation นั่นเอง

Advertisementavw
การ์ดจอบนซีพียู การ์ดจอแยก
ประสิทธิภาพ การทำงานทั่วไป เล่นเกมหรือทำงานเป็นหลัก
การใช้พลังงาน ใช้พลังงานน้อย ใช้พลังงานสูง
แชร์ทรัพยากร แชร์แรมระบบ มี VRAM แยก
การระบายความร้อน ใช้ชุดระบายความร้อนปกติ เพิ่มชุดระบายความร้อน
ค่าใช้จ่าย ขึ้นกับ Position ของโน๊ตบุ๊ค ขึ้นกับชิปกราฟิกที่เพิ่มเข้ามา

การ์ดจอออนบอร์ด: เป็นการ์ดจอในเบื้องต้น ที่ติดตั้งรวมเข้ามาในซีพียูแล้ว ใช้ในการแสดงผล และประมวลผลกราฟิกระดับพื้นฐาน รองรับการทำงาน ดูหนัง เปิดไฟล์เอกสาร และการเล่นเกมแบบง่ายๆ ได้อย่างครบครัน โดยจะใช้ทรัพยากร อย่างเช่น แรม ร่วมกับแรมของระบบ (Share memory) จึงเหมาะกับโน๊ตบุ๊คที่ไม่ได้เน้นประสิทธิภาพด้านกราฟิกหรือการเล่นเกมที่หนัก แต่ก็ใช้งานได้ดี ขึ้นอยู่กับความสามารถของกราฟิกบางรุ่น แต่ที่โดดเด่นคือ ใช้พลังงานน้อยลง ไม่ต้องดีไซน์ระบบระบายความร้อนมากนัก และยังพกพาสะดวก เราจึงเห็นกราฟิกรูปแบบนี้ ได้ตั้งแต่โน๊ตบุ๊คราคาประหยัด สำหรับผู้ที่เริ่มต้นใช้งาน ไปจนถึงโน๊ตบุ๊คบางเบา และใช้ในงานธุรกิจ และไลฟ์สไตล์ ที่ต้องการประหยัดพลังงาน ใช้ได้นาน ไม่ต้องชาร์จบ่อยอีกด้วย มีด้วยกันหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็น Intel หรือ AMD ก็ตาม

การ์ดจอโน๊ตบุ๊ค

การ์ดจอแยก: จะเป็นการ์ดจอที่เสริมเข้ามาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการใช้งาน โดยเฉพาะกับการเล่นเกม และโน๊ตบุ๊คทำงานเฉพาะทาง นอกเหนือจากการ์ดจอ Integrate ที่อยู่บนซีพียู ซึ่งจะเป็นชิปกราฟิก GPU ที่ติดตั้งเพิ่มเติมเข้ามาบนโน๊ตบุ๊ค รวมถึงการเพิ่ม VRAM แยกต่างหาก ไม่ต้องแชร์แรมระบบ ทำให้ได้พลังในการเล่นเกมหรือทำงานเฉพาะทางที่สูงมากขึ้น แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการใช้พลังงานที่มากกว่า และต้องการชุดระบายความร้อนที่ดี ซึ่งบางครั้งก็ส่งผลต่อมิติของโน๊ตบุ๊ค ที่ต้องมีความหนาและหนักมากขึ้นนั่นเอง รวมถึงราคาก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย มีให้เลือกทั้ง AMD Radeon Graphic และ nVIDIA GeForce หรือ Quadro เป็นต้น


MUX Switch คือ?

เมื่อมีทั้งการ์ดจอออนบอร์ด บนซีพียู และมีการ์ดจอแยกอยู่ด้วย แล้วแบบนี้ระบบจะงงมั้ย เวลาที่ทำงานหรือเล่นเกม โดยในอดีตระบบจะสลับการทำงานให้อัตโนมัติ เมื่อเข้าสู่การเล่นเกมตามเงื่อนไข แต่ก็มีบางครั้งที่เราต้องเข้าไปกำหนดค่าใน Driver ของการ์ดจอ เพื่อให้ระบบสลับการทำงานของชิปกราฟิกให้รวดเร็ว และถูกต้อง ซึ่งก็ดูจะวุ่นวายอยู่เหมือนกัน แต่ในปัจจุบันก็มีเทคโนโลยีและการปรับปรุงฟีเจอร์เข้ามา เพื่อให้ระบบจัดการกราฟิกได้ง่ายขึ้น

ASUS MUX
source: ASUS

MUX หรือ Multiplexer ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยในการจัดการระบบการทำงานของกราฟิก iGPU หรือเป็นชิปที่ Integrate อยู่บนซีพียู เพื่อที่จะควบคุมการแสดงผล ให้ปิดการทำงานของ iGPU เมื่อการ์ดจอแยกทำงาน (Discrete Graphic) ทำให้การตอบสนองรวดเร็วขึ้น ลด Latency ที่จะเกิดขึ้นในการแสดงผล และปิดการทำงานของ iGPU ไป เพื่อให้การ์ดจอแยกทำงานได้เต็มที่ ส่งผลดีต่อการเล่นเกม แต่ก็ทำให้มีการใช้พลังงานมากขึ้น ในปัจจุบัน MUX Switch ติดตั้งอยู่บนเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายรุ่น เช่น ASUS ROG, Dell G16 และ MSI Titan GT77 เป็นต้น


การ์ดจอโน๊ตบุ๊ค ดูตรงไหน

การ์ดจอโน๊ตบุ๊ค

การเช็ครุ่นการ์ดจอโน๊ตบุ๊ค มีด้วยกันหลายวิธี ตั้งแต่การใช้ฟังก์ชั่นบน Windows ไปจนถึงการติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติม แต่แบบไหนจะดีกว่ากัน คงต้องบอกว่า ถ้าเป็นฟังก์ชั่นเดิมๆ บนโน๊ตบุ๊ค ก็จะดูได้เพียงระดับหนึ่ง การจะลงรายละเอียด เช่น ข้อมูลภายในของตัวการ์ดจอ หรือจะ Monitor hardware ก็ทำได้ยาก การใช้โปรแกรมมาเสริม ก็ทำให้เราใช้งานได้ง่ายขึ้น เช่น จะดูเรื่องของความร้อน รอบพัดลม แรงดันไฟ ไปจนถึงสัญญาณนาฬิกา หรือบางโปรแกรมก็เช็ตได้ด้วยว่า เฟรมเรตในการเล่นเกมดีแค่ไหน ใช้งานก็ง่าย ไม่ซับซ้อน

DirectX Diagnostic: เป็นวิธีที่ดูการ์ดจอได้ค่อนข้างง่าย มีขั้นตอนอยู่ 2-3 สเตป ทำตามนี้ได้เลยครับ เริ่มด้วยกดปุ่ม Win+R, จากนั้นพิมพ์ dxdiag ในช่องว่าง แล้วกด Enter จะมีหน้าต่าง DirectX Diagnostic Tool ขึ้นมา ให้ไปดูที่แท็ป Display ได้เลย

การ์ดจอโน๊ตบุ๊ค

Advance Display: ให้เข้าไปที่ Settings แล้วเลือก System จากนั้นเลื่อนมาด้านล่าง เลือกที่ Advance Display จะมีชื่อของ Display Adaptor ปรากฏให้เห็น

Device Manager: เป็นวิธีที่ง่ายเลยทีเดียว หากเป็น Windows 11 ให้คลิ๊กขวาที่โลโก้ Windows จากนั้นเลือก Device Manager แล้วเลือกที่ Display Adaptor ก็จะบอกรุ่นของการ์ดจอให้เห็น

การ์ดจอโน๊ตบุ๊ค

CPUz: เป็นโปรแกรมที่ต้องดาวน์โหลดมาเพิ่มจาก ที่นี่ เมื่อติดตั้งแล้ว ให้เข้าไปที่แท็ป Graphic จะบอกรายละเอียดของการ์ดจอให้ได้ทราบ ละเอียดกว่าบน Device Manager

การ์ดจอโน๊ตบุ๊ค

GPUz: แต่ถ้าต้องการรายละเอียด ชนิดที่เห็นข้อมูลสำคัญ เช่น สัญญาณนาฬิกา, Shader, Memory speed หรือเฟิรมแวร์ ไบออส แนะนำโปรแกรมนี้ ดาวน์โหลดได้ ที่นี่ โดยเมื่อติดตั้งเสร็จแล้ว เข้าไปในหน้าแรก Graphic Card ตรงนี้จะให้ข้อมูลต่างๆ ของการ์ดจอโน๊ตบุ๊คได้อย่างครบถ้วน และยังใช้งานร่วมกับการ์ดจอออนบอร์ด และการ์ดจอแยก ไม่ว่าจะเป็น Intel, nVIDIA หรือ AMD ก็ตาม มีการอัพเดตข้อมูลสดใหม่อยู่เสมอ


e-GPU การ์ดจอต่อภายนอก

โน๊ตบุ๊คก็ฝังบอร์ดมาเช่นกัน การอัพเกรดก็แทบจะทำไม่ได้ เช่นเดียวกับซีพียู แต่ปัจจุบันก็ยังพอมีทางออกอยู่บ้าง เช่น การใช้การ์ดจอต่อภายนอกหรือ e-GPU ที่เป็น Box ใส่การ์ดจอต่อภายนอก ซึ่งใช้การ์ดจอพีซีปกติได้เลย เพียงแต่ข้อจำกัดจะอยู่ที่ โน๊ตบุ๊คที่คุณใช้จะต้องมีพอร์ต Thunderbolt รวมถึงการซื้อ Box สำหรับ e-GPU ไม่ได้ถูกราคาใกล้หลักหมื่น ส่วนเลือกการ์ดจอแรงแค่ไหน ราคาก็จะสูงตามไปด้วย นั่นก็ทำให้สายเกม เลือกซื้อเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คตัวแรงๆ ไปเลย จะได้จบในทีเดียว และค่าใช้จ่ายถูกกว่า

การ์ดจอโน๊ตบุ๊ค

อีกเรื่องหนึ่งก็คือ กราฟิก GPU บนโน๊ตบุ๊คนั้น จะมีให้ 2 แบบคือ รุ่นปกติ และรุ่นประหยัดพลังงาน เช่น nVIDIA GeForce ในซีรีส์ของ Max-Q ที่จะถูกปรับปรุงให้เหมาะสมกับการใช้พลังงานอยู่ด้วย โดยจะดรอปความเร็วและฟีเจอร์บางส่วนลงจากรุ่นปกติ เพื่อให้โน๊ตบุ๊คในกลุ่มบางเบาหรือกึ่งทำงาน ที่ต้องการการ์ดจอแยกได้สามารถพกพาและใช้งานได้ดียิ่งขึ้น


การ์ดจอ Intel

Graphic Max.frequency EU
Intel Core i3-1115G4 Intel UHD Graphic 1.25GHz 48
Intel Core i5-1145G7 Intel Iris Xe Graphic 1.30GHz 80
Intel Core i7-1195G7 Intel Iris Xe Graphic 1.40GHz 96
Intel Core i7-11600H Intel UHD Graphic 1.45GHz 32
Intel Core i9-11900H Intel UHD Graphic 1.45GHz 32
Intel Core i3-1210U Intel UHD Graphic 850MHz 64
Intel Core i5-1235U Intel Iris Xe Graphic 1.20GHz 80
Intel Core i5-1250P Intel Iris Xe Graphic 1.40GHz 80
Intel Core i5-1240P Intel Iris Xe Graphic 1.30GHz 80
Intel Core i7-1260P Intel Iris Xe Graphic 1.40GHz 96
Intel Core i7-12700H Intel Iris Xe Graphic 1.40GHz 96
Intel Core i9-12900H Intel Iris Xe Graphic 1.45GHz 96
Intel Core i9-12900HX Intel UHD Graphic 1.55GHz 96

Intel Graphic: การ์ดจอโน๊ตบุ๊คจากทาง Intel จะเป็นแบบ Integrate มากับซีพียูที่เป็นแบบเดสก์ทอปและโน๊ตบุ๊ค โดยจะมีให้ใช้งานอยู่ 2 เวอร์ชั่นด้วยกัน ประกอบด้วย Intel Iris Xe Graphic และ Intel UHD Graphic ไม่ว่าจะเป็นซีพียู Intel Gen 11 ที่เป็นแบบ G series เช่น Core i3-1115G4 หรือจะเป็น U series และ H series ไปจนถึง HX series ก็ต่างมีกราฟิกมาในตัวเช่นเดียวกัน โดยในรุ่น G1/G4 และ G7 ตามรหัสต่อท้ายของซีพียู Intel Gen 11 เช่น Intel Core i3-1115G4 หรือ Intel Core i5-1135G7 เป็นต้น โดยจะต่างกันทั้งในเรื่องความถี่สัญญาณนาฬิกาสูงสุดและ Execution Units รวมถึงการเชื่อมต่อของ PCIe จากตัวอย่างในตารางด้านบนนี้ จะมีข้อมูลบางส่วน จะเห็นได้ชัดว่า แม้บางครั้ง จะเป็นซีพียูในระดับเดียวกัน แต่ก็มีกราฟิก 2 โมเดล ดังนั้นการเลือกใช้ก็คงต้องพิจารณาในส่วนนี้ด้วย หากเน้นไปที่การใช้โน๊ตบุ๊คแบบไม่มีการ์ดจอแยก และทั้งหมดจะเป็นการแชร์หน่วยความจำหลักของระบบมาใช้อัตโนมัติ

การ์ดจอโน๊ตบุ๊ค

ถ้ามองกันที่โครงสร้างสถาปัตยกรรม Iris Xe Graphic จะมีความทันสมัย และความถี่สัญญาณนาฬิกาสูงกว่า รวมถึง CUs จำนวนมากกว่ากราฟิกรุ่นที่ผ่านๆ มาของ Intel โดยเริ่มต้นเปิดตัว Iris Xe ครั้งแรกบนซีพียู Intel Gen 11 ประมาณปี 2020 ซึ่ง Iris Xe Graphic บนซีพียู Intel Gen 12 จะได้รับการปรับปรุงเพิ่มเติมทั้งใน EUs และสัญญาณนาฬิกา มากขึ้น นอกจากนี้ยังเพิ่มเติมฟีเจอร์นหลายส่วนเข้ามา เช่น การเล่นเกมบนความละเอียดสูง 1080p @60fps. และ Ai ใหม่ ใช้พลังงานต่ำ รองรับ Intel Quick Sync แปลงไฟล์วีดีโอได้เร็วยิ่งขึ้น รองรับ API ใหม่ๆ ได้ดี รวมถึง OpenCL ด้วย

การ์ดจอโน๊ตบุ๊ค
source: Laptopmedia

ส่วน Intel UHD Graphic เป็นการ์ดจอโน๊ตบุ๊ค ที่มาพร้อมกับซีพียู Intel เช่นเดียวกัน และได้รับการปรับปรุงมาประมาณ 2-3 ปีแล้ว ล่าสุดกับซีพียู Intel Gen 12 จะมาพร้อม UHD Graphic 770 ที่มี CUs มากถึง 32 ชุดด้วยกัน ในส่วนของ UHD Graphic เอง แม้ว่าอาจจะดูมีอายุอานามมาพอสมควร แต่ก็ได้รับการปรับปรุงมาตลอด ทำให้มีฟีเจอร์ต่างๆ แทบไม่ต่างไปจาก Iris Xe Graphic อย่างไรก็ดี หากมองไปที่รายละเอียดในตาราง จะเห็นได้ว่า execution units และสัญญาณนาฬิกาของ Iris Xe Graphic นั้นสูงกว่า UHD Graphic ดังนั้นประสิทธิภาพที่ได้ ก็ดูจะน้อยกว่ากันพอสมควร


การ์ดจอ nVIDIA

การ์ดจอโน๊ตบุ๊ค

สำหรับการ์ดจอโน๊ตบุ๊คของทาง nVIDIA จะมีอยู่ด้วยกัน 3 ซีรีส์ หลักๆ คือ GeForce MX ซึ่งเป็นน้องเล็กสุดของการ์ดจอแยกบนโน๊ตบุ๊ค ซึ่งเน้นไปที่การทำงานเป็นหลัก โดยจะเพิ่มประสิทธิภาพในงานด้านกราฟิกได้ดีกว่าการ์ดจอ iGPU ที่อยู่บนซีพียูพื้นฐาน ส่วนที่เป็น GeForce GTX จะเป็นการ์ดจอโน๊ตบุ๊ค สำหรับเกมเมอร์ในระดับเริ่มต้น ซึ่งให้ประสิทธิภาพทั้งด้านการทำงาน และการเล่นเกมได้ดีพอสมควร ใอยู่ในโน๊ตบุ๊คราคาไม่สูงเกินไป และรุ่นพี่ใหญ่ท็อปสุด ก็จะเป็นการ์ดจอในตระกูล GeForce RTX ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มของฮาร์ดคอร์เกมเมอร์ได้ และมีอยู่ด้วยกันหลายโมเดลในปัจจุบัน ประสิทธิภาพจะเหนือกว่า GeForce GTX และฟีเจอร์อีกหลายอย่างที่ถูกเพิ่มเติมเข้ามา เช่น การสนับสนุน DLSS หรือ Ray tracing เป็นต้น ซึ่งจะทำให้การเล่นเกมไหลลื่น และมีความสวยงามมากขึ้น แต่ก็ต้องแลกมาด้วยราคาโน๊ตบุ๊ค ที่สูงขึ้นด้วยเช่นกัน จึงเหมาะกับเกมเมอร์ ที่เล่นเกมจริงจัง และยังพกพาไปเล่นข้างนอกได้อีกด้วย

Graphic CUDA Boost clock Memory Memory Interface
RTX 3050 2048 1.74GHz 4GB GDDR6 128-bit
RTX 3050 Ti 2560 1.69GHz 4GB GDDR6 128-bit
RTX 3060 3840 1.70GHz 6GB GDDR6 192-bit
RTX 3070 5120 1.62GHz 8GB GDDR6 256-bit
RTX 3070 Ti 5888 1.48GHz 8GB GDDR6 256-bit
RTX 3080 Ti 7424 1.59GHz 16GB GDDR6 256-bit

ที่มา: GeForce RTX

Graphic CUDA Boost clock Memory Memory Interface
GTX 1650 1024 1560 4GB GDDR6 128-bit
GTX 1650 Ti 1024 1485 4GB GDDR6 128-bit
GTX 1660 Ti 1536 1590 6GB GDDR6 192-bit

ที่มา: GeForce GTX

Graphic CUDA Boost clock Memory Memory Interface
MX330 384 1.59GHz 2GB GDDR5 64 bit
MX350 640 1.46GHz 2GB GDDR5 64 bit
MX450 896 930MHz 2GB GDDR6 64 bit

Max-Q คืออะไร

เป็นรหัสที่ต่อท้ายการ์ดจอโน๊ตบุ๊ค ให้ทราบการ์ดจอรุ่นนั้นๆ จะถูกลดทอนบางสิ่งลง เพื่อให้สามารถติดตั้งบนโน๊ตบุ๊คเกมมิ่งรุ่นใหม่ ที่มีขนาดบางลงได้ โดยไม่ทำให้อุณหภูมิสูงจนเกินไป และลดการใช้พลังงานได้มากขึ้นและไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพ จากการ์ดจอรุ่นปกติมากนัก โดยสเปคที่จะถูกลดลง เช่น สัญญาณนาฬิกาของ GPU และค่าการใช้พลังงาน TGP โดย ประสิทธิภาพของตัว Max-Q แทบไม่ต่างจากรุ่นปกติ และยังได้เทคโนโลยีต่างๆ เช่น Ray Tracing ที่มีอยู่ในการ์ดจอปกติของเครื่องพีซี ก็ถูกนำมาไว้ในการ์ดจอของโน๊ตบุ๊ค

การ์ดจอโน๊ตบุ๊ค

แต่ปัจจุบันดูเหมือนว่า nVIDIA จะไม่ได้ใส่คำว่า Max-Q ต่อท้ายผลิตภัณฑ์บนการ์ดจอโน๊ตบุ๊คที่เป็น GeForce 30 series แต่จะให้ทางผู้ผลิตโน๊ตบุ๊ค แจ้งข้อมูลในรูปแบบของค่าการใช้พลังงานกราฟิก TGP แทน โดยในส่วนของ Max-Q นั้น จะมีค่า TGP น้อยกว่าการ์ดจอในรุ่นปกติ รวมถึงค่า Base clock/ Boost clock ก็น้อยตามลงไปด้วย แต่ CUDA core และ VRAM ยังเท่ากัน


การ์ดจอ AMD

การ์ดจอโน๊ตบุ๊ค

สำหรับการ์ดจอโน๊ตบุ๊ค Radeon 600M series นั้น มาพร้อมกับซีพียู AMD Ryzen 6000 series อยู่บนซีพียูที่ใช้โค๊ตเนม Rembrandt หรือ Zen3+ รุ่นใหม่ เป็นกราฟิกแบบ Integrate ที่เปิดตัวไปเมื่อช่วงกลางปี 2022 ที่ผ่านมา และถือว่าเป็นกราฟิกที่สร้างความฮือฮาได้ไม่น้อย เพราะให้ประสิทธิภาพแรงใกล้เคียงกับการ์ดจอแยก แม้ว่าจะเป็นการแชร์หน่วยความจำจากระบบก็ตาม ซึ่งมีด้วยกัน 2 รุ่นคือ Radeon 660M และ 680M โดยชูฟีเจอร์สำคัญอย่าง FidelityFX Super Resolution ที่ช่วยในการอัพสเกลภาพให้มีความละเอียดสูงขึ้น แบบไม่ส่งผลกระทบต่อเฟรมเรต เพราะฉะนั้นใครที่เล่นเกมที่รองรับ FSR นี้ ก็จะสามารถเล่นได้ลื่นบนภาพที่มีความละเอียดมากขึ้นนั่นเอง

การ์ดจอโน๊ตบุ๊ค
Graphic CUDA Boost clock Memory Memory Interface
Radeon 660M 384 1.90GHz Share system
Radeon 680M 640 1.46GHz Share system

สำหรับการ์ดจอโน๊ตบุ๊ค AMD 6000 series นั้น เป็นการ์ดจอที่ถูกออกแบบมาเพื่อเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คโดยเฉพาะ และเป็นการ์ดจอแยก ที่ให้ประสิทธิภาพสูง ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มด้วยกันคือ 6000M เป็นกราฟิกที่เน้นสำหรับการเล่นเกมแบบจริงจัง ด้วยขุมพลังที่อัดแน่นมาให้กับเกมเมอร์โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น สัญญาณนาฬิกา VRAM หรือค่า TGP ก็ตาม ส่วน 6000S นั้น จะลดทอนบางอย่างลง เพื่อให้เหมาะกับโน๊ตบุ๊คที่มีประสิทธิภาพสูง แต่มีความบางเบา สำหรับเกมเมอร์แบบพกพา ประหยัดพลังงานมากขึ้น แต่ยังคงความแรงไว้ได้ใกล้เคียงกับ 6000M โดยทั้งคู่ใช้โครงสร้างจาก RDNA2 ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์สำคัญต่างๆ เช่น AMD Advantage, FidelityFX, Infinity Cache และ Ray tracing เป็นต้น เป็นการ์ดจอโน๊ตบุ๊คที่น่าจับตามอง สำหรับคอเกมในเวลานี้

การ์ดจอโน๊ตบุ๊ค
Graphic CUs Game clock Memory Memory type
Radeon 5300M 22 1.18GHz 3GB GDDR6
Radeon 5500M 22 1.48GHz 4GB GDDR6
Radeon 5600M 36 1.19GHz 6GB GDDR6
Radeon 5700M 36 1.62GHz 8GB GDDR6
Radeon 6600S 28 1.80GHz 4GB GDDR6
Radeon 6700S 28 1.90GHz 8GB GDDR6
Radeon 6800S 32 1.97GHz 8GB GDDR6
Radeon 6300M 12 1.58GHz 2GB GDDR6
Radeon 6500M 16 2.19GHz 4GB GDDR6
Radeon 6600M 28 2.17GHz 8GB GDDR6
Radeon 6700M 36 2.3GHz 10GB GDDR6
Radeon 6800M 40 2.3GHz 12GB GDDR6

ข้อมูลเพิ่มเติม: AMD Radeon RX


Conclusion

สุดท้ายนี้การเลือกใช้งานการ์ดจอโน๊ตบุ๊ค ก็คงต้องดูตามรูปแบบการใช้งานของแต่ละบุคคล และงบประมาณที่มี เพราะในกรณีที่คุณแค่ทำงาน และความบันเทิงเล็กน้อย หรือจะเล่นเกมเบาๆ ไม่ต้องใช้ทรัพยากรมาก โน๊ตบุ๊คที่มีการ์ดจอออนบอร์ด หรือ iGPU หลายรุ่นก็ตอบโจทย์คุณได้ ในงบประมาณที่ไม่แพงมากนัก หมื่นต้นๆ ก็มีให้เห็น แต่ถ้าคุณเน้นที่การเล่นเกม คุณอาจจะเริ่มต้นด้วย GTX1650Ti หรือ RTX3050 ก็ดูจะเหมาะสม เพราะเริ่มที่ 2 หมื่นกว่าบาทเท่านั้น หรืออาจจะสูงกว่านี้ ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบอื่นด้วย เช่น ซีพียู หรือว่าแรมที่ใช้ เพราะถ้าเป็นเซ็ตใหม่อย่าง Intel Gen 12 และใช้ DDR5 ราคาก็จะเพิ่มขึ้น รวมถึงความพรีเมียมของโน๊ตบุ๊ครุ่นนั้นๆ

NBS MSI

แต่ถ้าคุณชื่นชอบในการเล่นเกม และเป็นฮาร์ดคอร์เกมเมอร์ ที่ยังชีวิตด้วยเฟรมเรต กระตุกไม่ได้ แร๊คก็ไม่ควร การ์ดจอแยก RTX3070, RTX3080Ti หรือจะเป็น Radeon RX6700M หรือ RX6800M ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ และพาคุณไปให้สุดกับเกม ที่ให้ความสวยงามของเกม ได้มากกว่าเฟรมเรตอีกด้วย แต่อาจจะเคาะราคาไปเกือบแสนบาท หรือมากกว่านั้น แต่ก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าน่าสนใจ

from:https://notebookspec.com/web/670670-graphic-card-notebook-2022

7 โน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดี ใครอยากได้โน๊ตบุ๊คใหม่ต้องดู! ตอบโจทย์คนทำงานและเกมเมอร์ชัวร์!

ไม่ต้องสงสัยว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดี บทความนี้คัดมาให้แล้ว!

Share image Edit Name 2laptop7 1

เชื่อว่าผู้ใช้หลายคนก็อยากรู้ว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดีมาใช้งาน ยิ่งถ้าใครไม่ได้ติดตามเรื่องของโน๊ตบุ๊คอย่างต่อเนื่องแล้วเดินเข้าร้านขายคอมพิวเตอร์แล้วเจอโน๊ตบุ๊คหลากรุ่นหลายแบรนด์ก็ต้องมีตาลายเลือกไม่ถูกกันบ้างแน่นอน ซึ่งเป็นเรื่องปกติเพราะตัวแทนขายของแต่ละแบรนด์ก็จะเอารุ่นเด่นสเปคดีที่ตัวเองอยากขายมาตั้งโชว์กันอย่างเต็มที่ แต่จะตอบโจทย์การใช้งานของเราหรือไม่ ก็ต้องแยกเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

Advertisementavw

อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนเชื่อว่าผู้อ่านบางคนอาจจะไม่สะดวกนั่งอ่านนั่งหาข้อมูลโน๊ตบุ๊คแต่ละรุ่น หรือหาแล้วอาจจะยิ่งสงสัยเพราะแต่ละแบรนด์ก็มีรุ่นย่อยเยอะไปหมดจนเลือกซื้อไม่ถูกก็เป็นได้ ดังนั้นผู้เขียนจึงเลือกโน๊ตบุ๊ครุ่นน่าซื้อในช่วงปลายปี 2022 มาแนะนำเป็นแนวทางเลือกซื้อ จะได้หารุ่นที่ถูกใจมาใช้งานได้ในราคาที่คุ้มที่สุด

โน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดี

สเปคโดยสรุปของโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดีทั้ง 7 รุ่น 

สเปคของโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดี CPU, GPU SSD, RAM, Software หน้าจอ,
น้ำหนัก
การเชื่อมต่อ ราคา
(บาท)
Acer Aspire 3 A315-59-31F5 Intel Core
i3-1215U

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

4GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.77 กก.

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

17,900
Macbook Air M1 Apple M1

CPU 8 คอร์

GPU 7 คอร์

M.2 NVMe
256GB

Unified Memory 8GB

macOS Monterey

13.3″ QHD
(2560×1440)
IPS

1.29 กก.

Thunderbolt 4 x 2

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

32,900
ASUS ZenBook 14 OLED UM3402YA AMD Ryzen 5 5625U

AMD Radeon Graphics แบบ 7 คอร์

M.2 NVMe
512GB

16GB LPDDR4x
4266MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

14″ 2.8K HDR OLED

Refresh Rate 90Hz

1.39 กก.

USB-C 3.2 Gen 2 x 2

USB-A 3.2 Gen 2 x 1

HDMI 2.0b x 1

MicroSD Card Reader x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

34,990
Fujitsu Ultralight CH-X Intel Core
i5-1135G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB LPDDR4x
4266MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

13.3″ FHD IPS

749 กรัม

USB-A 3.1 x 2

USB-C 3.1 x 2

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

35,990
Colorful X15 Intel Core
i5-12500H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144Hz

1.9 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 1

USB-C 3.2 x 2

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

29,980
MSI Alpha 15 B5EEK-094TH AMD Ryzen 7 5800H

AMD Radeon RX 6600M

M.2 NVMe
1TB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144Hz

2.35 กก.

 USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

33,990
Gigabyte Aorus 15 XE5 Intel Core
i7-12700H

NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti 

M.2 NVMe
1TB

16GB DDR5
4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ QHD IPS

Refresh Rate 165Hz

2.4 กก.

USB-A 3.2 x 1

USB-C 3.2 x 2

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

69,990

ซื้อโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดี? เลือก 7 รุ่นนี้สิ ดีแน่นอน

สำหรับผู้ที่สงสัยว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดี? ในบทความนี้ผู้เขียนได้เลือกโน๊ตบุ๊ครุ่นน่าสนใจมาแนะนำทั้งหมด 7 รุ่น ซึ่งคละกันทั้งรุ่นที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นานหรือเปิดตัวมาระยะหนึ่งแล้วแต่ก็ยังน่าใช้อยู่ ซื้อไปก็ใช้ก็คุ้มค่าอย่างแน่นอน โดยมีโน๊ตบุ๊ครุ่นแนะนำดังนี้

  1. Acer Aspire 3 A315-59-31F5 – ราคาเป็นมิตรอัพเกรดสะดวก (17,900 บาท)
  2. Macbook Air M1 – ดีรอบด้านและยังน่าใช้ (32,900 บาท)
  3. ASUS ZenBook 14 OLED UM3402YA – ฟีเจอร์ครบเครื่องและคุ้มค่า (34,990 บาท)
  4. Fujitsu Ultralight CH-X – เบาที่สุดในโลกและสเปคยังไม่ตกยุค (35,990 บาท)
  5. Colorful X15 – เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่ถูกที่สุด (29,980 บาท)
  6. MSI Alpha 15 B5EEK-094TH – แรงเหลือๆ เอาใจสาย AMD (33,990 บาท)
  7. Gigabyte Aorus 15 XE5 – เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คแรงไม่ง้อพีซี ราคาเป็นมิตร (69,990 บาท)
1. Acer Aspire 3 A315-59-31F5 – ราคาเป็นมิตรอัพเกรดสะดวก (17,900 บาท) 

aspire3

ถ้าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดีแล้วอยากได้ความคุ้มค่าล่ะก็ Acer Aspire 3 A315-59-31F5 นี้ถือว่าตอบโจทย์เพราะนอกจากจะอัพเกรดเพิ่ม RAM, SSD ได้แล้ว ยังราคาไม่แพงมาก ไม่เกิน 20,000 บาทเท่านั้น หากผู้ใช้คนไหนสนใจรายละเอียดเกี่ยวกับโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ก็สามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่

สำหรับ Acer Aspire 3 รุ่นใหม่จะมีรุ่นติดตั้งซีพียู Intel Core i5 ขึ้นไปและมีการ์ดจอแยกให้เลือกด้วย แต่ถ้าใครทำงานเอกสารและเปิดเบราเซอร์เป็นส่วนใหญ่ก็ซื้อสเปคเริ่มต้นเครื่องนี้ได้ โดยรุ่นนี้ติดตั้ง Intel Core i3-1215U แบบ 6 คอร์ 8 เธรด (2P+4E) ความเร็ว 3.3-4.4GHz กับการ์ดจอ Intel Iris Xe Graphics มาให้ หน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาพร้อมแรม 4GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อ Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0 ได้และหนักเพียง 1.77 กิโลกรัมเท่านั้น จัดว่าราคาไม่แพงมากและตอบโจทย์ทั้งพนักงานออฟฟิศและนักเรียนนักศึกษาอย่างแน่นอน

สเปคของ Acer Aspire 3 A315-59-31F5
  • CPU : Intel Core i3-1215U แบบ 6 คอร์ 8 เธรด (2P+4E) ความเร็ว 3.3-4.4GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 4GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.77 กิโลกรัม
  • Price : 17,900 บาท (Advice)
2. Macbook Air M1 – ดีรอบด้านและยังน่าใช้ (32,900 บาท)

airm1

แม้ Apple จะเปิดตัว MacBook Air รุ่นใหม่ชิป Apple M2 ออกมาแล้วก็ตาม แต่ถ้าถามว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดี Macbook Air M1 รุ่นเริ่มต้นก็ยังน่าใช้ เพราะของชิป Apple M1 ก็ยังทำงานได้ไหลลื่นดีมาก โดยเฉพาะผู้ใช้ที่เน้นใช้งานเอกสาร, เปิดเว็บเบราเซอร์ไปจนโปรแกรมอย่าง Photoshop และ Lightroom ก็ยังรับไหวอยู่

สเปคของรุ่นเริ่มต้นเป็นชิป Apple M1 แบบซีพียู 8 คอร์ และจีพียูอีก 7 คอร์ มีหน้าจอขนาด 13.3 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1600) พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 256GB ติดตั้ง macOS Monterey มาให้พร้อมแรมแบบ Unified Memory อีก 8GB ด้วยกัน ส่วนพอร์ตการเชื่อมต่อมี Thunderbolt 4 x 2, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0 ได้และเบาเพียง 1.29 กิโลกรัมเท่านั้น เรียกว่าแม้จะเก่าตกรุ่นไปบ้างแต่ก็ยังน่าใช้อยู่หากถามว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดี

สเปคของ Macbook Air M1
  • CPU : Apple M1 แบบ 8 คอร์
  • GPU : จีพียู Apple M1 แบบ 7 คอร์ 
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 256GB
  • RAM : Unified Memory 8GB
  • Display : 13.3 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1600) พาเนล IPS
  • Ports : Thunderbolt 4 x 2, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : FaceTime Camera 720p HD
  • Software : macOS Monterey
  • Weight : 1.29 กิโลกรัม
  • Price : 32,900 บาท (ราคากลาง)
3. ASUS ZenBook 14 OLED UM3402YA – ฟีเจอร์ครบเครื่องและคุ้มค่า (34,990 บาท)

zenbook

ในโจทย์โน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดีก็มีโน๊ตบุ๊คซีพียู AMD Ryzen น่าใช้อย่าง ASUS ZenBook 14 OLED UM3402YA เป็นตัวเลือกที่ดีและน่าใช้มาก โดยทาง ASUS เองก็ใส่ฟีเจอร์ดีๆ มาแบบจัดเต็มไม่ว่าจะทัชแพดแบบพิเศษ ASUS NumberPad, ดีไซน์ปุ่มคีย์บอร์ดแบบ Dished Keycaps และยังติดตั้งหน้าจอ OLED คุณภาพสูงมาให้อีกด้วย ซึ่งผู้สนใจสามารถอ่านรีวิวรุ่นใกล้เคียงที่เป็นสเปค Intel ได้ที่นี่

ด้านสเปคติดตั้งซีพียู AMD Ryzen 5 5625U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.3-4.3GHz กับการ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics แบบ 7 คอร์มาให้ ส่วนหน้าจอมีขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K HDR พาเนล OLED ค่า Refresh Rate 90Hz กับ M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021 มาพร้อมใช้งานทันที ไม่ต้องซื้อซอฟท์แวร์เพิ่มและแรมอีก 16GB LPDDR4x บัส 4266MHz ส่วนพอร์ตมี USB-C 3.2 Gen 2 x 2 รองรับการต่อหน้าจอแยก DisplayPort และชาร์จแบตเตอรี่ Power Delivery, USB-A 3.2 Gen 2 x 1, HDMI 2.0b x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio combo x 1 และเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 และน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 1.39 กิโลกรัมเท่านั้น นับเป็นโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดีที่ติดตั้งซีพียู AMD ประสิทธิภาพดีและประหยัดพลังงานมาให้ใช้และได้ฟีเจอร์มาครบเครื่องมาก

สเปคของ ASUS ZenBook 14 OLED UM3402YA
  • CPU : AMD Ryzen 5 5625U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.3-4.3GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 7 คอร์
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB LPDDR4x บัส 4266MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K HDR พาเนล OLED ค่า Refresh Rate 90Hz
  • Ports : USB-C 3.2 Gen 2 x 2 รองรับ DisplayPort/PD, USB-A 3.2 Gen 2 x 1, HDMI 2.0b x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.39 กิโลกรัม
  • Price : 34,990 บาท (Advice)
4. Fujitsu Ultralight CH-X – เบาที่สุดในโลกและสเปคยังไม่ตกยุค (35,990 บาท) 

fujitsu

รุ่นถัดมาในโจทย์ว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดี ผู้เขียนแนะนำเป็น Fujitsu Ultralight CH-X ที่แม้จะวางขายมาระยะหนึ่งแล้ว แต่สเปคโดยรวมก็ยังทำงานได้เป็นอย่างดีและติดตั้งซอฟท์แวร์มาให้ครบเครื่องพร้อมใช้งานไม่พอ ตัวเครื่องยังเบาพกง่ายหนักไม่เกินกิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งถ้าใครสนใจสามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่

สเปคของ Fujitsu Ultralight รุ่นที่เลือกมาแนะนำติดตั้งซีพียู Intel 11th Gen อย่าง Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics หน้าจอมีขนาด 13.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home และ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้พร้อมใช้งาน มีแรม 16GB LPDDR4x บัส 4266MHz ส่วนพอร์ตการเชื่อมต่อมี USB-A 3.1 x 2, USB-C 3.1 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0 และตัวเครื่องเบาเพียง 749 กรัมเท่านั้น หากใครชื่นชอบโน๊ตบุ๊คน้ำหนักเบาพกสบายก็ควรซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้เลย 

สเปคของ Fujitsu Ultralight CH-X
  • CPU : Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB LPDDR4x บัส 4266MHz
  • Display : 13.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.1 x 2, USB-C 3.1 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 749 กิโลกรัม
  • Price : 35,990 บาท (ราคากลาง)
5. Colorful X15 – เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่ถูกที่สุด (29,980 บาท) 

colorful

ด้านเกมเมอร์ที่คิดอยู่ว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดี นาทีนี้ Colorful X15 ที่เพิ่งเปิดตัวไม่นานนี้จัดว่าน่าสนใจมาก เพราะได้สเปคแรงคุ้มค่าด้วยซีพียู Intel 12th Gen จับคู่การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX แล้วราคายังไม่เกิน 30,000 บาทเสียด้วยซ้ำ

สเปคของ Colorful X15 รุ่นแนะนำติดตั้งซีพียู Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.5GHz จับคู่การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 มาให้ ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับแรมอีก 16GB DDR4 บัส 3200MHz เรียกว่าครบเครื่องพร้อมเล่นเกมและทำงานได้อย่างแน่นอน ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อมี USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ส่วนน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 1.9 กิโลกรัม ถ้าใครคิดว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดี ก็แนะนำให้ดู Colorful X15 เครื่องนี้เอาไว้เผื่อใช้ได้เลย

สเปคของ Colorful X15
  • CPU : Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.5GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.9 กิโลกรัม
  • Price : 29,980 บาท (ราคากลาง)
6. MSI Alpha 15 B5EEK-094TH – แรงเหลือๆ เอาใจสาย AMD (33,990 บาท)

msialpha

MSI Alpha 15 B5EEK-094TH เครื่องนี้ก็เป็นรุ่นน่าสนใจในโจทย์โน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดีเช่นกันและราคาไม่แพงเกินไปแต่สเปคคุ้มค่า เป็นโน๊ตบุ๊คแบบ AMD Advantage ใช้ซีพียูและการ์ดจอแยก AMD ทั้งหมด และทางผู้ผลิตก็จัดสเปคมาดีไม่แพ้เกมมิ่งเครื่องอื่นอย่างแน่นอน

ซีพียูในเครื่องติดตั้ง AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4GHz กับการ์ดจอแยก AMD Radeon RX 6600M แรม 8GB GDDR6 มาให้ ซึ่งประสิทธิภาพจัดว่าสูสีกับ NVIDIA GeForce RTX 3060 ทีเดียว ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 1TB ติดตั้ง Windows 11 Home มาพร้อมใช้งานกับแรมอีก 16GB DDR4 บัส 3200MHz ติดตั้งพอร์ต USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ได้ มีน้ำหนัก 2.35 กิโลกรัม ดังนั้นถ้าใครคิดว่าจะหาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดีสักรุ่นล่ะก็ รุ่นนี้ก็จัดว่าน่าสนใจทีเดียว

สเปคของ MSI Alpha 15 B5EEK-094TH
  • CPU : AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4GHz
  • GPU : AMD Radeon RX 6600M แรม 8GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 1TB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.35 กิโลกรัม
  • Price : 33,990 บาท (ราคากลาง)
7. Gigabyte Aorus 15 XE5 – เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คแรงไม่ง้อพีซี ราคาเป็นมิตร (69,990 บาท) 

aorus

โน๊ตบุ๊ครุ่นสุดท้ายในโจทย์ว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดี ยกให้ Gigabyte Aorus 15 XE5 เป็นรุ่นดีแนะนำให้ซื้อด้วยสเปคที่แรงระดับ Desktop Replacement แรงจนแทนที่เกมมิ่งพีซีได้ มีกล้อง IR Camera สแกนใบหน้าปลดล็อคเครื่องให้ใช้งานได้ทันทีอีกด้วย จัดว่าน่าใช้มาก

ซีพียูใน Gigabyte Aorus 15 XE5 ติดตั้ง Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz มากับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6 หน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz ติดตั้ง M.2 NVMe SSD ความจุ 1TB กับ Windows 11 Home มาให้ มีแรม 16GB DDR5 บัส 4800MHz พอร์ตเชื่อมต่อมี USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ส่วนตัวเครื่องหนัก 2.4 กิโลกรัม ซึ่งตัวเครื่องถือว่าหนักระดับหนึ่งแต่ก็แรงจัดจ้านไม่ต้องประกอบเกมมิ่งพีซีก็ได้ ซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้เครื่องเดียวก็โอเคแล้ว

สเปคของ Gigabyte Aorus 15 XE5
  • CPU : Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 1TB
  • RAM : 16GB DDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p IR HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.4 กิโลกรัม
  • Price : 69,990 บาท (ราคากลาง)

student g82c6e52f3 1280

จะเห็นว่าในช่วงปี 2022 นี้ถ้าถามหาว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดี ก็จะมีทั้งรุ่นเก่าน่าใช้คละกับรุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวมาแล้วสเปคคุ้มค่าน่าซื้อผสมกัน ซึ่งทั้ง 7 รุ่นที่ผู้เขียนเลือกมาแนะนำก็เป็นส่วนหนึ่งของรุ่นน่าซื้อในตอนนี้ และผู้ใช้บางคนอาจจะมีตัวเลือกอื่นที่น่าสนใจนอกเหนือจากที่แนะนำก็เป็นไปได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม วิธีการที่ดีสุดเมื่อสงสัยว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นไหนดี ให้เริ่มดูจากโจทย์การใช้งานของแต่ละคนก่อนว่าอยากได้โน๊ตบุ๊คแบบไหน อยากได้โน๊ตบุ๊คทำงานหรือเล่นเกมแล้วค่อยดูว่างบประมาณที่พร้อมจ่ายซื้อเครื่องมีอยู่เท่าไหร่ ถ้าตอบโจทย์สองข้อนี้ได้ก็สามารถเลือกโน๊ตบุ๊คได้ระดับหนึ่งแล้ว และจะไปลงรายละเอียดว่าอยากได้ซีพียูรุ่นไหน ชอบแบรนด์ใดทีหลังก็ค่อยว่ากัน


บทความที่เกี่ยวข้อง

rogstrixscar17se cover

Share image Edit Name 1helios300 1

swift3 cover

from:https://notebookspec.com/web/660085-7-recommended-laptop-in-2022

5 Acer ซีพียู Intel Gen 12 เอาใจสายทำงาน เลือกได้ทั้งสายคุ้มสายเบา เริ่มต้นแค่ 17,900 บาทเท่านั้น

Acer ซีพียู Intel Gen 12 รุ่นใหม่ๆ สำหรับสายทำงานเริ่มมีให้เลือกซื้อเยอะขึ้นเรื่อยๆ แล้วนะ!

acer intel cover 1

ช่วงครึ่งหลังปี 2022 นั้นมีโน๊ตบุ๊ค Acer ซีพียู Intel Gen 12 เปิดตัวออกมามากมายทั้งสายเกมมิ่งและสายทำงาน และเมื่ออัพเกรดเป็น Intel 12th Gen แล้ว ประสิทธิภาพตอนทำงานก็ดีขึ้นอย่างชัดเจน เพราะซีพียูมีคอร์ 2 ชุดแยกเป็น P-Core และ E-Core ติดตั้งมาให้ในตัว ช่วยให้จัดการงานต่างๆ เสร็จเร็วยิ่งขึ้น ได้ประสบการณ์การใช้งานดีกว่า Intel 11th Gen อย่างชัดเจน หากใครมีแผนซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่อยู่แล้วก็อยากแนะนำให้ดูโน๊ตบุ๊ค Acer ที่ติดตั้งซีพียู Intel Gen 12 มาในเครื่องเลย จะได้ใช้ทำงานต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น

Advertisementavw

ซีรี่ส์ของโน๊ตบุ๊ค Acer ซีพียู Intel Gen 12 ในปัจจุบันนี้ ถ้าเป็นสายเกมมิ่งก็จะมี Predator กับ Nitro 5 ส่วนสายทำงานจะมีซีรี่ส์ Swift 3, Aspire 3 กับ Aspire 7 ให้เลือกซื้อไปใช้ และทั้งสองซีรี่ส์นี้จะมีจุดเด่นแตกต่างกัน อย่างเช่น Swift 3 จะเด่นเรื่องน้ำหนักเบาพกพาง่าย ส่วน Aspire 3 คือสเปคต่อราคาคุ้มค่าและอัพเกรดได้ และถ้าเน้นหารุ่นสเปคแรงเอาไว้ใช้ก็ขยับมา Aspire 7 แทนก็จะตอบโจทย์ยิ่งขึ้น ในส่วนนี้ขึ้นอยู่กับโจทย์การใช้งานของผู้ใช้แต่ละคนได้เลยว่าจะเอาเครื่องแรงหรือเบาเป็นหลัก

Acer ซีพียู Intel Gen 12 

ตารางสรุปสเปค Acer ซีพียู Intel Gen 12 ทั้ง 5 รุ่น

สเปค Acer ซีพียู Intel Gen 12 CPU, GPU SSD, RAM, Software หน้าจอ,
น้ำหนัก
การเชื่อมต่อ ราคา
(บาท)
Acer Swift 3 SF314-512-70UG Intel Core
i7-1260P

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB LPDDR4x 
4267MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

14″ QHD
(2560×1440)
IPS

1.25 กก.

Thunderbolt 4 x 2

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetootht 5.2

32,990
Acer Aspire 3 A315-59-31F5 Intel Core
i3-1215U

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

4GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.77 กก.

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

17,900
Acer Aspire 3 A315-59-54S1 Intel Core
i5-1235U

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.77 กก.

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

20,900
Acer Aspire 3 A315-59-71R0 Intel Core
i7-1255U

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.77 กก.

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

24,900
Acer Aspire 7
A715-51G-51BD
Intel Core
i5-1240P

NVIDIA GeForce GTX 1650

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate
144Hz

2.1 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetootht 5.2

29,990

5 Acer ซีพียู Intel Gen 12 น่าใช้ อัพเดทครึ่งหลังปี 2022

ณ ตอนนี้ โน๊ตบุ๊ค Acer ซีพียู Intel Gen 12 สายทำงานนั้นเปิดตัวมาให้ผู้ใช้จับจองกันหลายรุ่นแล้ว และได้สเปคต่อราคาคุ้มค่าอีกด้วย โดยมีทั้งเครื่องบางเบาพกง่ายและรุ่นที่สเปคต่อราคาคุ้มค่าน่าซื้อมาใช้งานให้เลือกกัน โดยผู้เขียนได้เลือกมาแนะนำในบทความนี้ทั้งหมด 5 รุ่นด้วยกัน ได้แก่

  1. Acer Swift 3 SF314-512-70UG (32,990 บาท)
  2. Acer Aspire 3 A315-59-31F5 (17,900 บาท)
  3. Acer Aspire 3 A315-59-54S1 (20,900 บาท)
  4. Acer Aspire 3 A315-59-71R0 (24,900 บาท)
  5. Acer Aspire 7 A715-51G-51BD (29,990 บาท)
1. Acer Swift 3 SF314-512-70UG (32,990 บาท)

Screenshot 2022 07 25 105322 1

Acer Swift 3 SF314-512-70UG เป็นโน๊ตบุ๊ค Acer ซีพียู Intel Gen 12 สเปคดีว่ารุ่นที่ผู้เขียนได้เขียนรีวิวขึ้นหน้าเว็บไซต์ไปก่อนหน้านี้ เหมาะกับผู้ใช้สายพกพาที่อยากได้ซีพียูประสิทธิภาพสูงมาใช้งาน เพียงเพิ่มเงินอีก 4,000 บาท ก็ขยับมาใช้รุ่นนี้ได้เลย

สเปคของเครื่องนี้ติดตั้งซีพียู Intel Core i7-1260P แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.4-4.7GHz มากับการ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics ด้านหน้าจอเป็นขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ติดตั้ง M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB พร้อม Windows 11 Home และ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้ แรมในเครื่องเป็นออนบอร์ด ความจุ 8GB LPDDR4x บัส 4267MHz พอร์ตการเชื่อมต่อมี Thunderbolt 4 x 2 ช่อง, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax และรองรับ Bluetooth 5.2 ได้ น้ำหนักเครื่อง 1.25 กิโลกรัมเท่านั้น ถ้าใครสนใจตระกูล Swift 3 ที่น้ำหนักเบาอยู่แล้ว แต่อยากได้ซีพียูประสิทธิภาพดีขึ้นก็มีรหัสนี้เป็นคำตอบ

สเปคของ Acer Swift 3 SF314-512-70UG
  • CPU : Intel Core i7-1260P แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.4-4.7GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 8GB LPDDR4x บัส 4267MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด 2K QHD (2560×1440) พาเนล IPS
  • Ports : Thunderbolt 4 x 2, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.25 กิโลกรัม
  • Price : 32,990 บาท (ราคากลาง)
2. Acer Aspire 3 A315-59-31F5 (17,900 บาท)

Screenshot 2022 07 25 105441 1

โน๊ตบุ๊ค Acer ซีพียู Intel Gen 12 รุ่นถัดมาเป็นเครื่องที่สเปคคุ้มค่าน่าใช้ อย่าง Acer Aspire 3 A315-59-31F5 ซึ่งมีรีวิวรุ่นใกล้เคียงเปิดให้อ่านบนหน้าเว็บไซต์ไปแล้ว หากใครอยากได้เครื่องสเปคดีราคาไม่แพง อัพเกรดง่ายก็น่าซื้อ Aspire 3 เครื่องนี้ไว้ใช้งานเช่นกัน

ซีพียูในรุ่นเริ่มต้นนี้เป็น Intel Core i3-1215U แบบ 6 คอร์ 8 เธรด (2P+4E) ความเร็ว 3.3-4.4GHz ใช้การ์ดจอ Intel Iris Xe Graphics สำหรับเรนเดอร์และแสดงผลขึ้นจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ของตัวเครื่องได้อย่างไหลลื่น ด้าน M.2 NVMe SSD ในเครื่องมีความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมแรม 4GB DDR4 บัส 3200MHz ด้านพอร์ตการเชื่อมต่อมี USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และรองรับ Bluetooth 5.0 ในตัว ส่วนน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 1.77 กิโลกรัม หากใครมองหาเครื่องสเปคคุ้มๆ อัพเกรดได้เยอะสักหน่อย Acer Aspire 3 เครื่องนี้ก็จัดว่าน่าสนใจ

สเปคของ Acer Aspire 3 A315-59-31F5
  • CPU : Intel Core i3-1215U แบบ 6 คอร์ 8 เธรด (2P+4E) ความเร็ว 3.3-4.4GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 4GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.77 กิโลกรัม
  • Price : 17,900 บาท (Advice)
3. Acer Aspire 3 A315-59-54S1 (20,900 บาท)

Screenshot 2022 07 25 105518 1

ถัดมาเป็น Acer Aspire 3 A315-59-54S1 รุ่นนี้เป็นโน๊ตบุ๊ค Acer ซีพียู Intel Gen 12 ที่แชร์สเปคร่วมกับ Aspire 3 ในข้อที่แล้วแทบทั้งหมด ยกเว้นว่าทางบริษัทอัพเกรดซีพียูให้เป็น Intel Core i5-1235U แบบ 10 คอร์ 12 เธรด (2P+8E) ความเร็ว 3.3-4.4GHz แล้วเพิ่มแรมเป็น 8GB DDR4 บัส 3200MHz แทน เรียกว่าเป็นรุ่นกลางราคาดีน่าซื้อมาใช้งานเช่นกัน

สเปคของ Acer Aspire 3 A315-59-54S1
  • CPU : Intel Core i5-1235U แบบ 10 คอร์ 12 เธรด (2P+8E) ความเร็ว 3.3-4.4GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.77 กิโลกรัม
  • Price : 20,900 บาท (Advice)
4. Acer Aspire 3 A315-59-71R0 (24,900 บาท)

Screenshot 2022 07 25 105600 1

โน๊ตบุ๊ค Acer ซีพียู Intel Gen 12 ในตระกูล Aspire 3 รุ่นสุดท้ายเป็น Acer Aspire 3 A315-59-71R0 รหัสนี้จะอิงสเปคจากรุ่นในข้อที่แล้วมาทั้งหมดแต่อัพเกรดซีพียูขึ้นมาเป็น Intel Core i7-1255U แบบ 10 คอร์ 12 เธรด (2P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz เท่านั้น ดังนั้นถ้าใครโฟกัสว่าอยากได้ซีพียูประสิทธิภาพสูงเพราะโปรแกรมที่ใช้มักกินทรัพยากรตัวเครื่องหนักอยู่เป็นประจำ ก็ขยับมาดูรุ่นนี้แทนได้เลย

สเปคของ Acer Aspire 3 A315-59-71R0
  • CPU : Intel Core i7-1255U แบบ 10 คอร์ 12 เธรด (2P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.77 กิโลกรัม
  • Price : 24,900 บาท (Advice)
5. Acer Aspire 7 A715-51G-51BD (29,990 บาท)

Screenshot 2022 07 25 105636 1

สำหรับโน๊ตบุ๊ค Acer ซีพียู Intel Gen 12 รหัสสุดท้ายจะเป็น Acer Aspire 7 A715-51G-51BD โดยรุ่นนี้จะมีการ์ดจอแยกตระกูล NVIDIA GeForce ติดตั้งมาให้ด้วย ช่วยให้ผู้ใช้ที่ต้องตัดต่อคลิปหรือแต่งภาพบ้างสามารถทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้น

สเปคของเครื่องนี้ใช้ซีพียู Intel Core i5-1240P แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3-4.4GHz จับคู่กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6 หน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมใช้งานกับแรมอีก 8GB DDR4 บัส 3200MHz ส่วนพอร์ตมี USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อไร้สายได้ด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ในตัว ส่วนน้ำหนักเครื่องเพิ่มขึ้นเป็น 2.1 กิโลกรัม ซึ่งสเปคนี้นับว่าทำงานก็ดีเล่นเกมก็ไหว ขอแค่อัพเกรดแรมเป็น 16GB ก็เพียงพอแล้ว

สเปคของ Acer Aspire 7 A715-51G-51BD
  • CPU : Intel Core i5-1240P แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3-4.4GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.1 กิโลกรัม
  • Price : 29,990 บาท (ราคากลาง)

acer laptop aspire 7 The Connectivity KSP 5 m

นอกจากสายเกมมิ่งแล้ว สายทำงานก็มีโน๊ตบุ๊ค Acer ซีพียู Intel Gen 12 น่าใช้ให้เลือกอีกมากมายตามงบประมาณของแต่ละคน และแยกเป็นสายคุ้มค่ากับสายพกพาอีกด้วย หากใครมีแผนซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่อยู่แล้ว ผู้เขียนก็อยากเชียร์ให้ดู Acer เจ้าแห่งความคุ้มค่าเอาไว้เลย และเน้นซื้อรุ่นที่ติดตั้งซีพียู Intel 12th Gen จะได้ใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจากทาง Intel ไปเลย หรือจะถอยลงมาซื้อ Intel 11th Gen ก็ได้ใช้เทคโนโลยีดีๆ จากทาง Intel เช่นกัน


บทความที่เกี่ยวข้อง

aspire3 cover

Share image Edit Name 1helios300 1

swift3 cover

from:https://notebookspec.com/web/659044-5-acer-with-intel-gen-12

9 โน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้อ สเปคดีคุ้มค่าน่าซื้อมาใช้ แบรนด์หน้าใหม่น่าสนใจเพียบ! เริ่มแค่ 18,990 บาทเท่านั้น

โน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้อในปีนี้พากันตบเท้าเปิดตัวกันต่อเนื่อง แต่จะมีรุ่นไหนน่าสนใจบ้างนะ?

laptop cover

โน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้อช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ ถือว่ามีรุ่นน่าสนใจสเปคดีให้เลือกมากมาย ตอบโจทย์ทั้งสายทำงานและมีเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่ตอบโจทย์ทั้งเกมเมอร์และคนทำงานที่ต้องตัดต่อวิดีโอด้วย และสิ่งที่น่าสนใจของปี 2022 นี้ คือมีผู้เล่นหน้าใหม่เอาโน๊ตบุ๊คราคาคุ้มค่ามาให้เลือกมากมายไม่พอ ยังมีดีไซน์ใหม่และแบรนด์เก่าแก่ที่ทำตลาดสินค้าไลน์อื่นมาก่อนแล้วเพิ่งนำโน๊ตบุ๊ครุ่นน่าสนใจกลับมาทำตลาดในประเทศไทยเพิ่มด้วย อาจจะพูดได้ว่าปีนี้มีตัวเลือกเด่นดีน่าสนใจตบเท้ามาให้เลือกกันมากมายเลยทีเดียว

Advertisementavw

ซึ่งโน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้อในบทความนี้ ผู้เขียนจะรวมเครื่องน่าสนใจรุ่นใหม่ๆ และแซมด้วยรุ่นที่เปิดตัวก่อนหน้านี้แต่สเปคยังถือว่าคุ้มค่า ใช้ได้อีกยาวๆ ให้เลือกด้วย เพื่อตอบโจทย์ทั้งนักเรียน, คนทำงาน และบางรุ่นก็ได้ Microsoft Office Home & Student 2021 ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งานอีกด้วย

โน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้อ

9 โน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้อ มีทั้งสายทำงานและเกมมิ่งให้เลือกตามชอบ!

สำหรับโน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้อในบทความนี้จะคละกันทั้งโน๊ตบุ๊คสายทำงาน และเกมมิ่งพีซีสำหรับเกมเมอร์หรือสายตัดต่อวิดีโอที่อยากได้พีซีประสิทธิภาพสูงเอาไว้ทำงาน และมีโน๊ตบุ๊คจากแบรนด์ดังต่างประเทศมาให้เลือกด้วย โดยทั้ง 9 รุ่นนี้ได้แก่

  1. Infinix INBook X2 (18,990 บาท)
  2. HP Pavilion x360 14-dy0123TU (24,990 บาท)
  3. Acer Swift 3 SF314 (25,990 บาท)
  4. Gigabyte G5 MD (35,990 บาท)
  5. MSI GF66 Katana 11UE (40,990 บาท)
  6. ASUS TUF Gaming F15 FX507ZE (42,990 บาท)
  7. LG Gram 15 15Z95P (53,900 บาท)
  8. LG Gram 17 17Z95P (85,900 บาท)
  9. ASUS ROG Flow Z13 GZ301ZC (59,990 บาท)
1. Infinix INBook X2 (18,990 บาท)

20220214 131403 c

เครื่องแรกที่เลือกมาแนะนำเป็น Infinix INBook X2 โน๊ตบุ๊คบางเบาจากแบรนด์ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนคุ้มค่าราคาเป็นมิตร โดยจุดเด่นของเครื่องนี้คือไฟส่องสว่างคู่หน้า “Dual-Starlight” สำหรับส่องใบหน้าผู้ใช้ให้สว่างขึ้น ไม่มืดเกินไปเวลาเปิดกล้องประชุมออนไลน์ ผู้สนใจสามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่

รุ่นที่เลือกมาแนะนำติดตั้งซีพียู Intel Core i5-1035G1 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 1.0-3.6 GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel UHD Graphics G1 สำหรับแสดงผล มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมแรมออนบอร์ด 8GB LPDDR4x บัส 3200MHz ส่วนหน้าจอมีขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มีพอร์ต USB-C 3.0 กับ USB-A 3.1 อย่างละ 2 ช่องและ HDMI x 1, Audio Combo x 1 กับ MicroSD Card Reader x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.1 ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องเพียง 1.24 กิโลกรัมเท่านั้น ถ้าใครหาโน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้อเครื่องใหม่เอาไว้ทำงานหรือเรียนออนไลน์เป็นหลักก็แนะนำให้ดูรุ่นนี้เอาไว้ได้เลย

สเปคของ Infinix INBook X2
  • CPU : Intel Core i5-1035G1 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 1.0-3.6 GHz
  • GPU : Intel UHD Graphics G1
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : ออนบอร์ด 8GB LPDDR4x บัส 3200MHz 
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB
  • Ports : USB-C รองรับการชาร์จแบตฯ Power Delivery, ต่อหน้าจอแยก DisplayPort x 1, USB-C x 1, USB 3.0 x 2, HDMI 1.4 x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera พร้อมดวงไฟคู่ Dual-Star light
  • OS : Windows 11 Home, Microsoft Office
  • Weight : 1.24 กิโลกรัม
  • Price : 18,990 บาท
2. HP Pavilion x360 14-dy0123TU (24,990 บาท)

20210819 141700 c

รุ่นถัดมาจะเป็น HP Pavilion x360 14-dy0123TU ที่วางขายมาสักระยะหนึ่งแล้ว แต่ทั้งสเปคและฟีเจอร์นับว่ายังทันสมัยใช้งานได้ดีอยู่ เพราะพับตัวเครื่องกลับ 360 องศาเป็นแท็บเล็ตได้, มี HP Stylus ไว้เขียนหน้าจอได้และ USB-C รองรับการต่อหน้าจอแยก DisplayPort 1.4 และรองรับ USB Power Delivery ชาร์จแบตเตอรี่ให้ตัวเครื่องได้ จัดว่าคุ้มค่าจนไม่ควรมองข้ามเลย

ด้านสเปคเรียกว่าไม่แพ้โน๊ตบุ๊คทำงานเครื่องไหนอย่างแน่นอน โดยซีพียูเป็น Intel Core i3-1125G4 มี 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.0-3.7 GHz กล่าวคือเทียบชั้น Intel Core i5~i7 ได้เลย ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics G4 เรนเดอร์ภาพขึ้นหน้าจอ มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home กับโปรแกรม Microsoft Office Home& Student 2019 มาให้ มีแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz หน้าจอทัชพาเนลของตัวเครื่องมีขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS รองรับปากกา HP Stylus เขียนวาดบนหน้าจอได้ มีพอร์ต USB-C 3.2 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 และหนักเพียง 1.5 กิโลกรัมเท่านั้น ถ้าใครหาโน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้อ ผู้เขียนมั่นใจว่า HP เครื่องนี้คือเครื่องที่ไม่ควรมองข้ามอย่างแน่นอน

สเปคของ HP Pavilion x360 14-dy0123TU
  • CPU : Intel Core i3-1125G4 มี 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.0-3.7 GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics G4
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200MHz 
  • Display : จอทัช 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS รองรับ HP Stylus
  • Ports : USB-C 3.2 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera
  • OS : Windows 10 Home, Microsoft Office Home& Student 2019
  • Weight : 1.5 กิโลกรัม
  • Price : 24,990 บาท (BaNANA)
3. Acer Swift 3 SF314 (25,990 บาท)

20210728 041614 c

Acer Swift 3 SF314 เป็นโน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้อที่เหมาะกับคนที่ต้องพกโน๊ตบุ๊คติดตัวไปติดต่อธุระหรือหาเครื่องเอาไว้ทำงานเอกสารทั่วไปมาก โดยเครื่องนี้มีที่สแกนลายนิ้วมือติดตั้งมาให้ใช้ปลดล็อคเครื่องได้สะดวก และน้ำหนักเครื่องเบามาก เพียง 1.2 กิโลกรัมเท่านั้น และพอร์ต USB-C ยังรองรับ Thunderbolt อีกด้วย ผู้สนใจสามารถอ่านรีวิวได้ที่นี่

สเปคเครื่องนี้สามารถทำงานออฟฟิศต่างๆ ได้อย่างแน่นอน โดยติดตั้งซีพียู Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2 GHz ใช้การ์ดจอ Intel Iris Xe Graphics ติดตั้ง SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home ติดตั้ง Microsoft Office Home & Student 2019 มาให้ ส่วนแรมออนบอร์ดในเครื่องมีความจุ 8GB LPDDR4x บัส 4266MHz ส่วนหน้าจอมีขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มีพอร์ต USB-C 3.2 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio Combo x 1 รองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ด้วย ดังนั้นถ้าใครหาโน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้อน้ำหนักเบาสักเครื่อง ต้องถือว่า Acer Swift 3 เครื่องนี้น่าสนใจมาก

สเปคของ Acer Swift 3 SF314
  • CPU : Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2 GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB LPDDR4x บัส 4266MHz
  • Display : จอ 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS 
  • Ports : USB-C 3.2 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera
  • OS : Windows 10 Home, Microsoft Office Home& Student 2019
  • Weight : 1.2 กิโลกรัม
  • Price : 25,990 บาท (TopValue)
4. Gigabyte G5 MD (35,990 บาท)

20210806 221934 c

ด้าน Gigabyte G5 MD เครื่องนี้เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้อเครื่องหนึ่งที่สเปคดี ตอบโจทย์ทั้งเกมเมอร์และคนทำงานเป็นอย่างมาก โดดเด่นเรื่องการอัพเกรดสเปคเครื่องที่ใส่ SSD แบบ M.2 NVMe ได้ 2 ช่องกับ 2.5″ SATA III HDD/SSD ได้อีกช่อง ใส่แรม SO-DIMM ได้ 2 สล็อต รองรับความจุสูงสุด 64GB ทีเดียว เรียกว่าอัพเกรดได้จัดเต็มสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการพื้นที่เก็บไฟล์งานหรือลงเกมหลายๆ เกมมาก ส่วนรีวิวฉบับเต็มอ่านได้ที่นี่

สเปคเครื่องนี้ใช้ซีพียู Intel Core i5-11400H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.7-4.5 GHz จับคู่การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 สามารถเล่นเกมความละเอียด 1080p ได้สบายๆ มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดต้ง Windows 11 Home พร้อมแรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz มาให้ เรียกว่าสเปคเดิมๆ เท่านี้ก็สามารถเล่นเกมระดับ AAA ได้ทุกเกมในปัจจุบันนี้แล้ว ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz พอร์ตที่ติดตั้งมาให้มี USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ด้วย ส่วนน้ำหนักอยู่ที่ 2.03 กิโลกรัม อาจจะหนักกว่าโน๊ตบุ๊ครุ่นก่อนหน้านี้ที่เลือกมาแนะนำเล็กน้อย แต่ก็ถือว่าเบากว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่น จัดเป็นโน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้อสำหรับเกมเมอร์และคนทำงานตัดต่อวิดีโอมากๆ

สเปคของ Gigabyte G5 MD
  • CPU : Intel Core i5-11400H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.7-4.5 GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : จอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera
  • OS : Windows 11 Home
  • Weight : 2.03 กิโลกรัม
  • Price : 35,990 บาท (ราคากลาง)
5. MSI GF66 Katana 11UE (40,990 บาท)

20220118 105652 c

MSI GF66 Katana 11UE เครื่องนี้ทางเว็บไซต์ได้ได้รีวิวไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยรุ่นที่เลือกมาแนะนำเป็นบอดี้ขนาด 15.6 นิ้วที่ขนาดพกพาง่ายกว่าเดิม ผิดกับสเปคเครื่องที่แรงพอเล่นเกมฟอร์มใหญ่ได้ทุกเกมในปัจจุบันนี้และสามารถอัพเกรดเพิ่ม RAM, SSD เพื่อรีดประสิทธิภาพเพิ่มได้ด้วย

ด้านสเปคตัวเครื่องจัดว่าแรงจบแน่นอนด้วย Intel Core i5-11400H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.7-4.5 GHz จับคู่กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6 มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับแรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz เรียกว่าสเปคแรงเสร็จสรรพ เพิ่ม SSD เอาไว้ติดตั้งเกมอย่างเดียวก็ได้ ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz ทำให้การแสดงผลภาพบนหน้าจอไหลลื่น มีพอร์ต USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1 รองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ส่วนน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 2.25 กิโลกรัม จัดว่าไม่หนักเกินไปจึงเข้าข่ายเป็นโน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้ออีกรุ่นที่ผู้เขียนเลือกมาแนะนำให้เลือกซื้อกัน

สเปคของ MSI GF66 Katana 11UE
  • CPU : Intel Core i5-11400H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.7-4.5 GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : จอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera
  • OS : Windows 11 Home
  • Weight : 2.25 กิโลกรัม
  • Price : 40,990 บาท (ราคากลาง)
6. ASUS TUF Gaming F15 FX507ZE (42,990 บาท)

20220201 235258 c

ถ้าอยากได้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้อที่ติดตั้ง Intel 12th Gen Alder Lake มาให้พร้อมทำงานแต่ไม่เอาราคาแพงมาก จะมี ASUS TUF Gaming F15 FX507ZE น้องใหม่ตระกูล TUF Gaming ที่ราคาไม่แพงเกินไป เข้าถึงง่ายเล่นเกมได้ทำงานดีอีกด้วย

สเปคเครื่องนี้ใช้ Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E Cores) ความเร็ว 3.5-4.7GHz จับคู่การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 แรม 4GB GDDR6 มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ มีแรม 8GB DDR5 บัส 4800MHz ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มีพอร์ต USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ส่วนตัวเครื่องหนักเพียง 2.2 กิโลกรัมเท่านั้น ต้องถือว่า ASUS TUF Gaming เครื่องนี้เป็นโน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้ออีกเครื่องที่ไม่ควรมองข้ามเลย

สเปคของ ASUS TUF Gaming F15 FX507ZE
  • CPU : Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E Cores) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : จอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera
  • OS : Windows 11 Home
  • Weight : 2.2 กิโลกรัม
  • Price : 42,990 บาท (ราคากลาง)
7. LG Gram 15 15Z95P (53,900 บาท)

20220218 230013 c

เชื่อว่าหลายคนอาจจะรู้จักชื่อ LG จากแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านมาโดยตลอด แต่จริงๆ แล้วไลน์อัพโน๊ตบุ๊คของทางบริษัทจัดว่าแข็งแกร่งและขึ้นชื่อเรื่องน้ำหนักเบาเป็นอย่างมาก โดยโน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้อนี้ผู้เขียนเลือก LG Gram 15 15Z95P ที่เป็นโน๊ตบุ๊ค Intel Evo หน้าจอ 15.6 นิ้วแต่เครื่องเบาสุดๆ เพียง 1.12 กิโลกรัมเท่านั้น ในแง่น้ำหนักต้องถือว่าเบากว่าโน๊ตบุ๊ค 14 นิ้วหลายๆ รุ่นด้วยซ้ำ และพอร์ตของตัวเครื่องก็ได้มาครบเครื่องจัดเต็มและสแกนลายนิ้วมือที่ปุ่ม Power เพื่อปลดล็อคเครื่องได้ด้วย

ด้านสเปคเครื่องนี้ใช้ซีพียู Intel Core i5-1155G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.5-4.5GHz เป็นซีพียูรุ่นพิเศษของทาง Intel ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics G7 มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ แรมเป็นออนบอร์ด ความจุ 16GB LPDDR4x บัส 4266MHz ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ขอบเขตสีกว้าง 99% sRGB ติดพอร์ต USB-C 4.0 x 2 รองรับ Thunderbolt 4, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, HDMI x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 และด้านแบตเตอรี่จัดว่าน่าสนใจมากเพราะในเครื่องมีแบตเตอรี่ 80Wh ซึ่งทางบริษัทเคลมไว้ว่าสามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานสุด 21 ชั่วโมงทีเดียว ถือว่าใช้งานได้นานต่อเนื่องมาก ซึ่งถ้างบประมาณไม่ใช่ปัญหา นี่คือโน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้อที่ผู้เขียนขอแนะนำให้ซื้อไว้ใช้งานเลย

สเปคของ LG Gram 15 15Z95P
  • CPU : Intel Core i5-1155G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.5-4.5GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics G7
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB LPDDR4x บัส 4266MHz
  • Display : จอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ขอบเขตสีกว้าง 99% sRGB
  • Ports : USB-C 4.0 x 2 รองรับ Thunderbolt 4, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera
  • OS : Windows 11 Home
  • Weight : 1.12 กิโลกรัม
  • Price : 53,990 บาท (ราคากลาง LG Thailand)
8. LG Gram 17 17Z95P (85,900 บาท)

20220218 233213 c

สำหรับโน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้อเครื่องถัดมา ถ้า LG ในข้อที่แล้วน่าสนใจแต่อยากได้หน้าจอใหญ่ขึ้นสเปคดีกว่าเดิมหน่อย แนะนำเป็น LG Gram 17 17Z95P เครื่องนี้ที่แชร์สเปคกับข้อที่แล้วแทบทั้งหมด แต่อัพเกรดสเปคหลายๆ ส่วนให้สเปคดีขึ้น ได้แก่ เปลี่ยนซีพียูเป็น Intel Core i7-1195G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.9-5.0GHz ใช้การ์ดจอ Intel Iris Xe Graphics G7 เหมือนกัน แต่อัพเกรดเพิ่มแรมออนบอร์ดเป็น 32GB LPDDR4x บัส 4266MHz แล้วขยายขนาดหน้าจอเป็น 17 นิ้ว ความละเอียด 2K WQXGA (2560×1600 พิกเซล) พาเนล IPS ขอบเขตสีกว้าง 99% DCI-P3 แต่น้ำหนักเครื่องเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น เป็น 1.35 กิโลกรัม ซึ่งถ้าใครอยากได้เครื่องใหญ่จอเต็มตาทำงานสะดวก ภาพคมชัดแนะนำให้เพิ่มงบโน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้อมาเป็นรุ่นนี้ได้เลย

สเปคของ LG Gram 17 17Z95P
  • CPU : Intel Core i7-1195G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.9-5.0GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics G7
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 32GB LPDDR4x บัส 4266MHz
  • Display : จอ 17 นิ้ว ความละเอียด 2K WQXGA (2560×1600 พิกเซล) พาเนล IPS ขอบเขตสีกว้าง 99% DCI-P3
  • Ports : USB-C 4.0 x 2 รองรับ Thunderbolt 4, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, HDMI x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera
  • OS : Windows 11 Home
  • Weight : 1.35 กิโลกรัม
  • Price : 85,900 บาท (ราคากลาง LG Thailand)
9. ASUS ROG Flow Z13 GZ301ZC (59,990 บาท)

Flow Z13 c

โน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้อเครื่องสุดท้ายเรียกว่าเอาใจสายทำงานที่ไม่จำกัดว่าโน๊ตบุ๊คต้องใช้ดีไซน์ Clamshell เหมือนที่ผ่านมาก็ได้และพกพาง่ายเป็นหลัก มี ASUS ROG Flow Z13 GZ301ZC เครื่องนี้ให้เลือกซื้อ ซึ่งรูปลักษณ์มาเป็นแท็บเล็ต Windows เครื่องหนึ่งพร้อมแป้นคีย์บอร์ดที่กลายเป็นตัวปิดหน้าจอในตัว รองรับการต่อกล่องการ์ดจอแยกเพื่อเล่นเกมได้ด้วย

สเปคของเครื่องนี้ใช้ซีพียู Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E Cores) ความเร็ว 3.5-4.7GHz จับคู่การ์ดจอแยกในเครื่องรุ่น NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6 มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ มีแรม 16GB LPDDR5 บัส 5200MHz ส่วนหน้าจอมีขนาด 13.4 นิ้ว ความละเอียด WUXGA (1920×1200 พิกเซล) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 120Hz มีพอร์ต USB 2.0 x 1, USB-C 3.2 x 1 รองรับ Thunderbolt, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ส่วนน้ำหนักเครื่องเพียง 1.18 กิโลกรัม ในแง่สเปคจากที่แนะนำมาอาจจะดูพื้นๆ ไม่ได้โดดเด่นนักเมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้อรุ่นอื่นๆ ที่เลือกมาแนะนำก่อนหน้านี้ แต่ใจความของเครื่องนี้คือการพกพาง่ายเอาไปทำงานที่ออฟฟิศหรือพกไปประชุมติดต่องานกับลูกค้าได้สะดวก เวลาพักผ่อนก็ต่อกล่องการ์ดจอแยก ROG XG Mobile เพื่อเล่นเกมฟอร์มยักษ์ได้สบายๆ ด้วย ดังนั้นถ้าซื้อไปใช้เฉพาะตัวแท็บเล็ตอย่างเดียวอาจจะใช้งานได้ไม่เต็มที่ ซึ่งถ้าใครอยากได้เครื่องนี้แนะนำให้เตรียมงบไว้ซื้อกล่องการ์ดจอแยกนี้ด้วยจะดีกว่า

สเปคของ ASUS ROG Flow Z13 GZ301ZC
  • CPU : Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E Cores) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB LPDDR5 บัส 5200MHz
  • Display : จอ 13.4 นิ้ว ความละเอียด WUXGA (1920×1200 พิกเซล) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 120Hz
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-C 3.2 x 1 รองรับ Thunderbolt, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera
  • OS : Windows 11 Home
  • Weight : 1.18 กิโลกรัม
  • Price : 59,990 บาท (ราคากลาง ASUS Thailand ยังไม่รวม ROG XG Mobile)

สรุปสเปค 9 โน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้อ สเปคดีแรงจบทั้งสายทำงานและเกมเมอร์

จะเห็นว่าโน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้อตอนนี้มีตัวเลือกเด็ดน่าสนใจให้เลือกมากมาย จะสายทำงานหรือเกมเมอร์ก็มีตัวเลือกดีๆ เพียบ ถ้าสรุปสเปคจะเป็นดังนี้

สเปคโน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้อ ซีพียู, การ์ดจอ SSD, RAM, ระบบปฏิบัติการ หน้าจอ, น้ำหนัก การเชื่อมต่อ ราคา
Infinix INBook X2 Intel Core
i5-1035G1

Intel UHD Graphics G1

M.2 NVMe
512GB

8GB LPDDR4x
3200MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office

14″ FHD IPS 100% sRGB

1.24 กก.

USB-C x 1
รองรับ USB-PD, DisplayPort 1.4

USB-C x 1

USB 3.0 x 2

HDMI 1.4 x 1

MicroSD Card Reader x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.1

18,990 บาท
HP Pavilion x360 14-dy0123TU Intel Core
i3-1125G4

Intel Iris Xe Graphics G4

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 10 Home

Microsoft Office Home& Student 2019

จอทัช 14″ FHD IPS

รองรับ HP Stylus

1.5 กก.

USB-C 3.2 x 1

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.2

24,990 บาท
Acer Swift 3 SF314 Intel Core
i5-1135G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB LPDDR4x
3200MHz

Windows 10 Home

Microsoft Office Home& Student 2019

14″ FHD IPS

1.2 กก.

USB-C 3.2 x 1

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

25,990 บาท
Gigabyte G5 MD Intel Core
i5-11400H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144 Hz

2.03 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.2

35,990 บาท
MSI GF66 Katana 11UE Intel Core
i5-11400H

NVIDIA GeForce RTX 3060

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144 Hz

2.25 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.2

40,990 บาท
ASUS TUF Gaming F15 FX507ZE Intel Core
i7-12700H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144 Hz

2.2 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

42,990 บาท
LG Gram 15 15Z95P Intel Core
i5-1155G7

Intel Iris Xe Graphics G7

M.2 NVMe
512GB

16GB LPDDR4x
3200MHz

15.6″ FHD IPS

99% sRGB

1.12 กก.

USB-C 4.0 x 2

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

MicroSD Card Reader x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

53,990 บาท
LG Gram 17 17Z95P Intel Core
i7-1195G7

Intel Iris Xe Graphics G7

M.2 NVMe
512GB

32GB LPDDR4x
3200MHz

17″ 2K WQXGA (2560×1600)
IPS

99% DCI-P3

1.35 กก.

USB-C 4.0 x 2

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

MicroSD Card Reader x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

85,900 บาท
ASUS ROG Flow Z13 GZ301ZC Intel Core
i7-12700H

NVIDIA GeForce RTX 3050

M.2 NVMe
512GB

32GB LPDDR5
5200MHz

13.4″ WUXGA (1920×1200)

IPS

Refresh Rate 120 Hz

1.18 กก.

USB 2.0 x 1

USB-C 3.2 x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

59,990 บาท

จากสเปคทั้ง 9 รุ่นที่เลือกมาแนะนำ จะเห็นว่าในปีนี้จะมีโน๊ตบุ๊คที่เป็น Intel 11th Gen ผสมกับ 12th Gen รวมๆ กันอยู่ ซึ่งซีพียูทั้งสองรุ่น ณ ตอนนี้ต้องถือว่าประสิทธิภาพดี จะทำงานหรือเล่นเกมก็สามารถรันได้อย่างดีแน่นอน แล้วจะเห็นว่าตอนนี้โน๊ตบุ๊ครุ่นน่าสนใจจะไม่ได้วนอยู่กับแบรนด์หลักๆ ที่เราคุ้นเคยอีกแล้ว เนื่องจากมีแบรนด์หน้าใหม่เข้ามาเป็นตัวเลือกใหม่ๆ ในตลาดมากมายทีเดียว ก็ไม่จำเป็นต้องฝังใจเลือกแต่แบรนด์หลักอีกต่อไปก็ได้ อาจจะเปิดใจมาลองแบรนด์ใหม่สเปคคุ้มแทนก็น่าสนใจเช่นกัน


บทความที่เกี่ยวข้อง

macbook reset cover

hp aio cover

laptop15000cover

from:https://notebookspec.com/web/583281-intel-laptop-2022-worth-your-money