คลังเก็บป้ายกำกับ: โน้ตบุ้คเล่นเกม

4 Acer Predator Helios 300 ตัวแรงน่าเล่นปลายปี 2022 หัวใจ Intel Gen 12 การ์ดจอ NVIDIA เริ่ม 65,900 บาท

Acer Predator Helios 300 ปลายปีนี้มีตัวแรง Intel Gen 12 ให้ซื้ออยู่นะ

Share image Edit Name 2predatorhelios 1

Acer Predator Helios 300 เป็นซีรี่ส์เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คตัวแรงระดับ Desktop Replacement จากทาง Acer ซึ่งสเปคนั้นสามารถทำงานสายครีเอเตอร์ได้สบายๆ ด้วยซีพียู Intel และการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce โดยเฉพาะรุ่นใหม่ล่าสุดที่อัพเกรดมาเป็น Intel 12th Gen ซึ่งมีทั้ง P-Core ไว้ทำงานหนักและ E-Core ใช้รันโปรแกรมเบื้องหลังและระบบ Windows แล้ว ประสิทธิภาพและประสบการณ์ใช้งานก็ไหลลื่นดีมาก และอุณหภูมิในเครื่องก็ไม่ร้อนนัก เพราะทาง Acer ติดตั้งระบบระบายความร้อนโลหะเหลวหรือ Liquid Metal ให้นำความร้อนออกจากตัวซีพียูได้ดีขึ้น และมีการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3000 Series ซึ่งประสิทธิภาพสูง ใช้เล่นเกมฟอร์มยักษ์ระดับ QHD~UHD ได้อย่างไหลลื่นแล้ว ยังใช้ทำงานกราฟิคได้ดีมากอีกด้วย ดังนั้นครีเอเตอร์คนไหนที่อยากได้โน๊ตบุ๊คแรงครบรอบด้านแล้วไม่อยากเปลืองพื้นที่ในห้อง ก็ซื้อ Acer Predator Helios 300 ไปต่อหน้าจอแยกก็พร้อมใช้ทำงานได้เลย

Advertisementavw

ส่วนฟังก์ชั่นเด่นประจำ Acer Predator Helios 300 นี้ คือ ปุ่ม Turbo สำหรับโอเวอร์คล็อกตัวเครื่องด้วยค่าที่ตั้งจากโรงงานให้ตัวเครื่องทำงานได้ดีกว่าเดิม หรือจะเปิด PredatorSense มาโอเวอร์คล็อกเครื่องด้วยตัวเองและปรับตั้งค่าพัดลมช่วยให้ระบายอากาศช่วยด้วยก็ได้ นอกจากนี้ Acer Predator ยังมีฟีเจอร์ปรับไฟคีย์บอร์ด Pulsar Lighting แบบ Per-Key RGB ได้ด้วย ดังนั้นจะประสิทธิภาพหรือความสวยงาม Acer Predator ก็ทำได้ดีไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

Acer Predator Helios 300

สเปคของ Acer Predator Helios 300 CPU

GPU

SSD

RAM

Software

หน้าจอ

น้ำหนัก

การเชื่อมต่อ ราคา
(บาท)
Predator Helios 300 PH315-749G Intel Core
i7-12700H

NVIDIA GeForce RTX 3060

M.2 NVMe
1TB

16GB DDR5
4800 MHz

Windows 11 Home

15.6″ QHD
(2560×1440)
IPS

Refresh Rate
165Hz

NVIDIA
G-SYNC

2.5 กก.

Thunderbolt 4 x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

MiniDP x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

65,900
Predator Helios 300 PH317-71ZW Intel Core
i7-12700H

NVIDIA GeForce RTX 3060

M.2 NVMe
1TB

16GB DDR5
4800 MHz

Windows 11 Home

17.3″ QHD
(2560×1440)
IPS

Refresh Rate
165Hz

NVIDIA
G-SYNC

2.5 กก.

Thunderbolt 4 x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

MiniDP x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

66,900
Predator Helios 300 PH315-77UZ Intel Core
i7-12700H

NVIDIA GeForce RTX 3070

M.2 NVMe
1TB

32GB DDR5
4800 MHz

Windows 11 Home

15.6″ QHD
(2560×1440)
IPS

Refresh Rate
165Hz

NVIDIA
G-SYNC

2.5 กก.

Thunderbolt 4 x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

MiniDP x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

77,900
Predator Helios 300 PH315-55-72J4 Intel Core
i7-12700H

NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti

M.2 NVMe
1TB

32GB DDR5
4800 MHz

Windows 11 Home

15.6″ QHD
(2560×1440)
IPS

Refresh Rate
165Hz

NVIDIA
G-SYNC

2.5 กก.

Thunderbolt 4 x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

MiniDP x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

79,900

4 Acer Predator Helios 300 ตัวแรงน่าเล่น ทำงานก็ลื่นเล่นเกมก็ดีไม่แพ้พีซี!

เกมเมอร์หรือครีเอเตอร์คนไหนที่คิดอยากซื้อ Acer Predator Helios 300 เครื่องใหม่มาทำงานและเล่นเกมในช่วงปลายปีนี้แล้วกำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะซื้อรุ่นไหนดี? ผู้เขียนก็เลือกรุ่นน่าสนใจทั้งหมด 4 รุ่น ซึ่งสเปคนั้นแรงตอบโจทย์ทั้งทำงานและเล่นเกมอย่างแน่นอน โดยรุ่นที่เลือกมาแนะนำมีดังนี้

  1. Predator Helios 300 PH315-749G (65,900 บาท)
  2. Predator Helios 300 PH317-71ZW (66,900 บาท)
  3. Predator Helios 300 PH315-77UZ (77,900 บาท)
  4. Predator Helios 300 PH315-55-72J4 (79,900 บาท)
1. Predator Helios 300 PH315-749G (65,900 บาท)

predator 1

Acer Predator รหัสแรกที่เลือกมาแนะนำเป็น Predator Helios 300 PH315-749G ซึ่งเป็นรุ่นราคาถูกและเข้าถึงง่ายที่สุด ได้ฟีเจอร์ของซีรี่ส์นี้มาครบถ้วน ส่วนสเปคของเครื่องนี้ได้ Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz ใช้การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6 ใช้หน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz รองรับ NVIDIA G-SYNC มี M.2 NVMe SSD ความจุ 1TB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ มีแรม 16GB DDR5 บัส 4800MHz มีพอร์ต Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, MiniDP x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ส่วนน้ำหนักอยู่ที่ 2.5 กิโลกรัม เป็น Acer Predator Helios 300 รุ่นใหม่ที่ราคาเข้าถึงง่ายที่สุดในตอนนี้ เหมาะกับเกมเมอร์และครีเอเตอร์อย่างแน่นอน

สเปคของ Predator Helios 300 PH315-749G
  • CPU : Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 
  • RAM : 16GB DDR5 บัส 4800 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz รองรับ NVIDIA G-SYNC
  • Ports : Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, MiniDP x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.5 กิโลกรัม
  • Price : 65,900 บาท (Advice)
2. Predator Helios 300 PH317-71ZW (66,900 บาท)

predator 2

รุ่นถัดมาเป็น Predator Helios 300 PH317-71ZW รุ่นนี้จะได้สเปคเหมือน Acer Predator Helios 300 ในข้อที่แล้วแทบทั้งหมด แต่เพิ่มเงินอีก 1,000 บาท เพื่อขยายขนาดหน้าจอเป็น 17.3 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz รองรับ NVIDIA G-SYNC ด้วย หากใครอยากได้จอใหญ่เต็มตาสักหน่อยก็ขยับมารุ่นนี้แทนดีกว่า

สเปคของ Predator Helios 300 PH317-71ZW
  • CPU : Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 
  • RAM : 16GB DDR5 บัส 4800 MHz
  • Display : 17.3 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz รองรับ NVIDIA G-SYNC
  • Ports : Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, MiniDP x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.5 กิโลกรัม
  • Price : 66,900 บาท (Advice)
3. Predator Helios 300 PH315-77UZ (77,900 บาท)

predator 3

Predator Helios 300 PH315-77UZ รหัสนี้แม้ผู้เขียนจะไม่ได้หยิบมาแนะนำบ่อยๆ แต่โดยองค์รวมแล้วสเปคจัดว่าตอบโจทย์ทั้งเกมเมอร์และครีเอเตอร์อย่างแน่นอน สำหรับสเปคของเครื่องนี้จะอัพเกรดการ์ดจอขึ้นมาเป็น NVIDIA GeForce RTX 3070 แรม 8GB GDDR6 และเพิ่มแรมเป็น 32GB DDR5 บัส 4800MHz แต่ขนาดหน้าจอจะอยู่ที่ 15.6 นิ้วเท่านั้น ซึ่งเป็นขนาดยอดนิยมของเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบันนี้ จะเอาติดตัวไปทำงานหรือต่อจอเล่นเกมที่บ้านก็ดีทั้งคู่

สเปคของ Predator Helios 300 PH315-77UZ
  • CPU : Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3070 แรม 8GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 
  • RAM : 32GB DDR5 บัส 4800 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz รองรับ NVIDIA G-SYNC
  • Ports : Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, MiniDP x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.5 กิโลกรัม
  • Price : 77,990 บาท (ราคากลาง)
4. Predator Helios 300 PH315-55-72J4 (79,900 บาท)

predator 4

ปิดท้ายด้วย Predator Helios 300 PH315-55-72J4 ตัวท็อปของซีรี่ส์ Acer Predator Helios 300 ซึ่งเครื่องนี้จะสเปคเหมือนรุ่นในข้อก่อนแทบทั้งหมด ยกเว้นการ์ดจอที่อัพเกรดขึ้นเป็น NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6 ซึ่งประสิทธิภาพสูงขึ้นอีกโดยราคาจะสูงขึ้นอีก 2,000 บาท ดังนั้นหากใครพร้อมจ่ายก็ซื้อรุ่นท็อปตัวนี้ไว้ใช้ก็ซื้อได้เลย และถ้าใครต้องการอ่านรีวิวประกอบการตัดสินใจสามารถคลิกอ่านได้ที่นี่

สเปคของ Predator Helios 300 PH315-55-72J4
  • CPU : Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 
  • RAM : 32GB DDR5 บัส 4800 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz รองรับ NVIDIA G-SYNC
  • Ports : Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, MiniDP x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.5 กิโลกรัม
  • Price : 79,900 บาท (Advice)

Helios 300 KSP 1 1

สำหรับ Acer Predator Helios 300 ที่เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเรือธงของทาง Acer จัดเป็นซีรี่ส์ที่น่าสนใจและรุ่นใหม่นี้ก็อัพเกรดระบบระบายความร้อนมาเป็นอย่างดี แม้จะเล่นเกมหรือทำงานหนักๆ ก็ไม่ต้องห่วงว่าประสิทธิภาพจะลดลงเลย และยังมีไฟ Per-Key RGB และยังโอเวอร์คล็อกได้ด้วย PredatorSense โปรแกรมตั้งค่าซึ่งติดมากับ Acer Predator ทุกเครื่องอีก ดังนั้นถ้าใครสนใจก็ซื้อมาใช้ได้เลย


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share image Edit Name 1acergaming 1

Share image Edit Name 3vero 1

Share image Edit Name 1vero 1

from:https://notebookspec.com/web/673027-4-recommend-acer-predator-helios-300

รีวิว MSI Bravo 15 B5E สเปค AMD ล้วน! แรง เย็น ราคาเป็นมิตร ตัวท็อป 29,990 บาทเท่านั้น!!

MSI Bravo 15 B5E แดงทั้งเครื่อง แรงได้ที่ เย็นได้โล่ ราคาเบาถูกใจเกมเมอร์!

Share image Edit Name 1bravo15 1

หากพูดถึงตระกูลเกมมิ่งของ MSI แล้ว MSI Bravo 15 B5E นั้นเป็นอีกซีรี่ส์ซึ่งทางแบรนด์มังกรแดงทำสเปคมาเป็น AMD ล้วน โดยจับคู่ซีพียู Ryzen และการ์ดจอ Radeon ไว้ด้วยกัน เพื่อใช้ฟีเจอร์พิเศษอย่าง AMD SmartShift Max ฟังก์ชั่น Machine Learning ซึ่งระบบจะจัดสรรค่าวัตต์ให้ซีพียูและการ์ดจอตามเหมาะสมเพื่อรีดประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้นหรือเน้นประหยัดพลังงานก็ได้ และ AMD S.A.M. ซึ่งเป็นฟังก์ชั่นที่ให้ซีพียูเชื่อมต่อตรงเข้ากับเมมโมรี่ของการ์ดจอเพื่อจัดการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งทั้งสองฟีเจอร์นี้เป็นฟังก์ชั่นเมื่อโน๊ตบุ๊คเครื่องนั้นๆ เป็น AMD ล้วนเท่านั้นอีกด้วย ซึ่งหากใครยังมีภาพจำที่ไม่ค่อยสวยงามกับโน๊ตบุ๊ค AMD ล้วนมาก่อนต้องขอให้ลบภาพนั้นทิ้งไปเลย เนื่องจากประสิทธิภาพของยุค AMD Ryzen นั้นดีขึ้นโดดเด่นชัดเจน เพียงแค่ติดตั้ง AMD Chipset Drivers และ AMD Radeon Graphics Drivers ที่เป็นเวอร์ชั่น WHQL ก็เพียงพอแล้ว

Advertisementavw

ส่วนฟีเจอร์เด่นซึ่งทางบริษัทเสริมเข้ามาให้ MSI Bravo 15 B5E ก็มีหลากหลายอย่าง ไม่ว่าจะระบบเสียง Nahimic by SteelSeries ซึ่งได้เสียงคุณภาพระดับ Hi-Res, Wi-Fi 6E ซึ่งเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้เร็วและเสถียรยิ่งขึ้น รวมทั้งออกแบบชุดระบายความร้อน MSI Cooler Boost ใหม่ให้ระบายความร้อนได้ดีขึ้นกว่า MSI Bravo 15 รุ่นก่อนเป็นอย่างมาก ดังนั้นเจ้าของเครื่องก็ไม่ต้องกังวลเรื่องความร้อนในเครื่องเลยแม้แต่น้อย

MSI Bravo 15 B5E

NBS Verdicts

MSI Bravo 15 NYX00548

MSI Bravo 15 B5E เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค AMD ล้วนรุ่นใหม่ซึ่งทาง MSI อัพเกรดภายในมาให้เยอะมากไม่ว่าจะระบบระบายความร้อน, การ์ดจอรุ่นใหม่ของ AMD Radeon รวมไปถึง Wi-Fi PCIe Card ใหม่ซึ่งต่ออินเตอร์เน็ต Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax ได้ และตั้งราคาเพียง 26,990 บาทในรุ่นเริ่มต้นและ 29,990 บาทในรุ่นสูงสุด ดังนั้นราคาจึงไม่แพงเกินไป เป็นมิตรต่อเกมเมอร์ที่เน้นความคุ้มค่าเป็นอย่างมาก

ด้านรูปลักษณ์และบอดี้ตัวเครื่องแม้จะเหมือน MSI Bravo 15 รุ่นก่อนหน้าจนอาจเรียกว่ารุ่นนี้เป็นไมเนอร์เชนจ์ก็ได้ แต่บอดี้ตัวเครื่องก็ยังแข็งแรงและงานประกอบแน่นไม่มีอาการบอดี้หลวมเลย ส่วนพอร์ตสำหรับต่อเกมมิ่งเกียร์และอุปกรณ์เสริมอื่นๆ ก็มีมาครบถ้วนทั้ง USB-C, USB-A, HDMI, LAN ดังนั้นจะต่อจอแยกเล่นเกมที่บ้านหรือพกไปทำงานทั้งในออฟฟิศหรือออกนอกสถานที่ก็ไม่มีปัญหา นั่นเพราะมีฟีเจอร์ AMD SmartShift Max และ AMD S.A.M. มาเสริมให้ทำงานและจัดการพลังงานได้ดีกว่าเดิมมาก

แต่จุดสังเกตซึ่งผู้เขียนยังกังขาอยู่เกี่ยวกับ MSI Bravo 15 B5E เครื่องนี้มี 2 อย่างหลักๆ ได้แก่เสียงของพัดลมแม้เสียงจะเบาตอนใช้งานตามปกติ แต่หากเร่งรอบให้ระบายอากาศได้ดียิ่งขึ้นเมื่อไหร่ เสียงก็จะดังขึ้นอย่างชัดเจน และอีกส่วนคือ แม้ทางผู้ผลิตจะให้ช่องแรมแบบ SO-DIMM มาถึง 2 ช่อง อัพเกรดความจุได้มากสุด 64GB ก็ตาม แต่มีช่องใส่ฮาร์ดดิสก์แบบ SSD ในเครื่องแค่ช่อง M.2 NVMe ช่องหลักเพียงอันเดียวเท่านั้น ไม่มีช่องเสริมหรือแม้แต่หัว 2.5″ SATA III ติดมาให้เลยแม้จะมีพื้นที่ในเครื่องพอใส่ก็ตาม ดังนั้นหวังว่าถ้ามีรุ่นย่อยอื่นๆ เสริมเข้ามา ก็อยากให้ทางบริษัทใส่อินเตอร์เฟส M.2 PCIe มาอีกสักช่องจะดีกว่า แต่หากไม่ซีเรียสเรื่องดังกล่าวอาจจะหา External HDD แบบ Game Drive มาต่อเสริมลงเกมไปก็พอแก้ปัญหานี้ได้ระดับหนึ่ง

ข้อดีของ MSI Bravo 15 B5E
  1. งานประกอบตัวเครื่องแข็งแรงและสวยงาม ดีไซน์จัดว่าเรียบร้อยซ่อนความเกมมิ่งไว้
  2. ขาบานพับหน้าจอกางได้แบนราบ 180 องศา ปรับองศาหน้าจอให้เข้ากับผู้ใช้ได้ง่าย
  3. สเปคตัวท็อปสุดราคา 29,990 บาท ได้ AMD Ryzen 7 5800H จัดว่าราคาคุ้มค่ามาก
  4. การ์ดจอ AMD Radeon RX 6500M ประสิทธิภาพดีใช้เล่นเกมในปัจจุบันได้ทุกเกม
  5. แบตเตอรี่ใช้งานได้นานกว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่น ซึ่งใช้งานได้นานสุดราว 8 ชั่วโมงครึ่ง
  6. พัดลมโบลวเวอร์คู่, ชุดซิ้งค์, ฮีตไปป์และครีบระบายความร้อนในเครื่องจัดการอุณหภูมิได้เป็นอย่างดี จะรันงานหรือเล่นเกมอยู่ก็ไม่ร้อนนัก
  7. รองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบ Wi-Fi 6E ซึ่งเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้เร็วและเสถียร
  8. อัพเกรดเพิ่มแรมได้มากสุด 64GB DDR4 โดยช่อง SO-DIMM x 2 ช่องในเครื่อง
  9. กดเปิดเป้าเล็งปืนบนหน้าจอ (Crosshair) ได้ ช่วยให้เกมเมอร์เล่นเกมได้สะดวกขึ้น
  10. ได้ฟีเจอร์ AMD SmartShift Max, AMD S.A.M. มาใช้งาน เร่งประสิทธิภาพตัวเครื่องให้ทำงานและเล่นเกมได้ดียิ่งขึ้น
ข้อสังเกตของ MSI Bravo 15 B5E
  1. มีช่อง M.2 NVMe SSD ช่องเดียว ไม่มีช่องอัพเกรดเพิ่มไดรฟ์เสริมภายในเครื่องเลย
  2. เสียงพัดลมระบายความร้อนตอนเร่งประสิทธิภาพเต็มส่งเสียงค่อนข้างดัง

รีวิว MSI Bravo 15

Specification

3 1

MSI Bravo 15 B5E เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นซีพียูและการ์ดจอ AMD ทั้งหมด ประสิทธิภาพดี พร้อมใช้เล่นเกมฟอร์มยักษ์ในปัจจุบันได้สบายๆ เชื่อว่าจะถูกใจเกมเมอร์และแฟนคลับ AMD อย่างแน่นอน โดยรายละเอียดสเปคมีดังนี้

สเปคของ MSI Bravo 15 B5E
  • CPU : แยกเป็น 2 รุ่นย่อย ได้แก่
    • AMD Ryzen 5 5600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz
    • AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4GHz
  • GPU : AMD Radeon RX 6500M แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz อัพเกรดได้สูงสุด 64GB
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 Gen 1 x 2, USB-C 3.2 Gen 1 x 1, HDMI รองรับการแสดงผลระดับ 4K 60Hz x 1, LAN RJ45 x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.35 กิโลกรัม
  • Price : แยกตามซีพียูที่ติดตั้งมาให้ในเครื่อง

Hardware & Design

MSI Bravo 15 NYX00499

MSI Bravo 15 NYX00529
MSI Bravo 15 NYX00530
MSI Bravo 15 NYX00550
MSI Bravo 15 NYX00533

ตัวเครื่อง MSI Bravo 15 B5E นี้ จะคงบอดี้ภายนอกเอาไว้เหมือนรุ่นก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะหน้าตาเรียบง่าย ไม่หวือหวาจนดูเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเกินไป ดีไซน์ซึ่งสื่อความเป็นเกมมิ่งมีเพียงไม่กี่ส่วน ได้แก่ ขอบตัวเครื่องและหน้าจอดีไซน์ให้ตัดเฉียงเล็กน้อยไม่เรียบเป็นระนาบสี่เหลี่ยมแบบโน๊ตบุ๊คทั่วไป และมีไฟ LED Backlit สีแดงและติดสติ๊กเกอร์เอาไว้บริเวณที่พักข้อมือสองฝั่ง ได้แก่ สติ๊กเกอร์ AMD Ryzen และ Radeon ฝั่งซ้ายมือ ส่วนฝั่งขวาจาก MSI ไว้ชูฟีเจอร์เด่นของเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ 

MSI Bravo 15 NYX00518

เหนือชุดแป้นคีย์บอร์ดจะมีช่องเจาะสำหรับดึงอากาศเย็นเข้าเจาะเอาไว้เป็น 3 ชุด เป็น 4, 8, 4 ช่อง ซึ่งไม่ใหญ่เกินไป แต่ก็ช่วยให้อากาศไหลเวียนในเครื่องได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังได้ความสวยงามเสริมด้วย แต่สังเกตว่าขอบของหน้าจอและตัวเครื่องจะมีระยะห่างเว้นจากกันเล็กน้อย นั่นเพราะทางผู้ผลิตดีไซน์ให้ MSI Bravo 15 B5E นี้สามารถกางได้กว้างยิ่งขึ้น

MSI Bravo 15 NYX00535

MSI Bravo 15 NYX00534
MSI Bravo 15 NYX00536
MSI Bravo 15 NYX00492

ขาบานพับหน้าจอของ MSI Bravo 15 B5E ถูกออกแบบให้อยู่นอกกรอบตัวเครื่อง ทำให้ผู้ใช้กางหน้าจอได้แบนราบ 180 องศา ดังนั้นจะวางบนโต๊ะทำงานหรือแท่นวางโน๊ตบุ๊คก็กางหน้าจอให้เข้ากับมุมสายตาของผู้ใช้ได้สะดวก และก้านบานพับแข็งแรง ไม่มีอาการโยกคลอนเวลากางหน้าจอออกมาใช้ทำงานหรือเล่นเกมอย่างแน่นอน โดยฐานบานพับหน้าจอภายในเครื่องจะเป็นก้านเหล็กขันน็อตติดเอาไว้

MSI Bravo 15 NYX00539

ฝาหลังของ MSI Bravo 15 B5E จะมีลวดลายเหมือนปีกนกและติดโลโก้ Thunderbird อยู่ตรงกลางตำแหน่งเดียวกับโลโก้มังกรของ MSI รุ่นอื่นๆ ซึ่งโลโก้นก Thunderbird นั้นเป็นสัตว์ในตำนานของทวีปอเมริกาเหนือจะสื่อถึงพละกำลังและความแข็งแรง จัดว่ามีความหมายที่ดีไม่แพ้มังกรซึ่งผู้ใช้คุ้นเคยเลย ถัดลงมาด้านล่างจะเห็นช่องระบายความร้อนของพัดลมโบลวเวอร์ทั้ง 2 ช่องติดเอาไว้ด้วย

หากดูฝาหลังตัวเครื่องเทียบกับซีรี่ส์ใกล้เคียงกันอย่าง MSI GF63 Thin จะเห็นว่า MSI Bravo 15 B5E จะมีลวดลายมากกว่า ไม่เรียบเกินไปแล้วมีแค่โลโก้มังกรของ MSI อยู่ส่วนตรงกลางค่อนบนเพียงจุดเดียวเท่านั้น น่าจะถูกใจเกมเมอร์ที่ชอบเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหน้าตาเรียบร้อยแต่ดีไซน์ไม่เรียบง่ายเกินไป

MSI Bravo 15 NYX00473

ด้านใต้ตัวเครื่องมีช่องระบายความร้อนดีไซน์รังผึ้ง เจาะช่องนำอากาศเย็นเข้าเครื่องไว้ในส่วนของฮีตไปป์และพัดลมโบลวเวอร์ทั้งสองตัวภายในเครื่อง มีแถบยางกันลื่นและยกตัวเครื่องให้เหนือพื้นติดเอาไว้ 4 จุดแล้วล็อคเอาไว้ด้วยน็อตหัวแฉกแบบ Philip Head อีก 13 ดอก

โดยน็อตตัวที่ 2 ถัดจากน็อตบนสุดเป็นตัวสั้นกว่าน็อตตัวอื่น ดังนั้นเมื่อเปิดฝาอัพเกรดเครื่องควรแยกเป็นสัดส่วนเอาไว้จะได้ไขกลับเข้าที่ได้ถูกต้อง ส่วนน็อตอีกตัวจะซ่อนอยู่ใต้สติ๊กเกอร์ Factory Seal ตอนเปิดฝาอัพเกรดให้ขันออกด้วย

Screen & Speaker

MSI Bravo 15 NYX00506

MSI Bravo 15 NYX00508
MSI Bravo 15 NYX00507
MSI Bravo 15 NYX00509
MSI Bravo 15 NYX00563

หน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มีค่า Refresh Rate สูงสุด 144Hz สามารถปรับลดค่า Refresh Rate ลงเหลือ 60Hz ได้ ส่วนมุมองศาการมองเห็นของจอนี้จะกว้าง 178 องศา โดยสีไม่เพี้ยนและไม่เกิดเงาขึ้นบนหน้าจอเลย ดังนั้นมองจากมุมไหนก็สามารถมองเห็นได้สะดวก ด้านกรอบหน้าจอส่วนบนจะมีกล้องเว็บแคมความละเอียด 720p กับไมโครโฟนอีก 2 ตัว ติดตั้งมาให้ใช้ประชุมงาน ส่วนขอบล่างของหน้าจอสกรีนโลโก้ MSI เอาไว้ ซึ่งการดีไซน์ให้กรอบจอฝั่งซ้ายและขวาบางลงเป็นพิเศษ ทำให้พื้นที่การแสดงผลมากขึ้นและเป็นตามที่โน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นเป็นในปัจจุบันนี้

MSI Bravo 15 NYX00551

ข้อดีของจอ MSI Bravo 15 B5E คือ ทาง MSI เสริมฟีเจอร์เปิดเป้าเล็งปืน (Crosshair) ค้างเอาไว้บนจอได้ ช่วยให้เวลาเล่นเกมแนว FPS สามารถเล็งเป้าหมายได้ง่าย ไม่ต้องห่วงว่าเกมนั้นๆ จะมีหรือไม่มีเป้าเล็งในเกมให้เล่น ส่วนวิธีการใช้งานแค่กด Fn+ลูกศรชี้ลง เพื่อเปิดหรือปิดเป้าเล็งนี้ได้เลย ซึ่งฟีเจอร์นี้มีติดมากับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คของ MSI บางรุ่นเท่านั้น

display 1

gamut 2
luminance 2

หน้าจอของ MSI Bravo 15 B5E เมื่อ Calibrate ด้วย DisplayCal 3 แล้ว ค่า Gamut coverage ซึ่งเป็นค่าขอบเขตสีจริงที่ตัวโปรแกรมและ Colorchecker ของ Calibrite วัดได้ จะอยู่ที่ 63.9% sRGB, 44.3% Adobe RGB, 45.5% DCI-P3 ส่วนค่า Gamut volume ซึ่งเป็นขอบเขตสีทั้งหมดโดยรวมซึ่งหน้าจอนี้แสดงได้จะอยู่ที่ 64.3% sRGB, 44.3% Adobe RGB, 45.6% DCI-P3 ค่าความเที่ยงตรงของสีบนจอ (Delta-E) เฉลี่ยอยู่ที่ 0.13~1.52 ซึ่งเมื่อ Delta-E <2 ก็ถือได้ว่าพาเนล IPS ของจอนี้ได้สีสันเที่ยงตรง แต่ก็ไม่กว้างระดับใช้พรู้ฟสีงานอาร์ตหรือใช้แต่งภาพทำงานแบบจริงจังได้ ทว่าหากใช้แต่งภาพอัพขึ้นโซเชียลเน็ตเวิร์คก็จัดว่าทำได้ดีไม่มีปัญหา

ความสว่างหน้าจอที่โปรแกรม DisplayCal 3 วัดได้ อยู่ที่ 276.70 cd/m2 ซึ่งถือว่าสว่างระดับพอใช้งานในห้องออฟฟิศได้อย่างแน่นอน ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนแนะนำให้ปรับความสว่างไว้ราว 70% จะสว่างกำลังดีไม่จ้าจนเกินไป แต่ถ้าไปนั่งทำงานตามร้านกาแฟหรือโดนแสงส่องสะท้อนหน้าจอจะปรับเอาไว้ 100% ก็สว่างพอสู้แสงแดดได้ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

MSI Bravo 15 NYX00479
MSI Bravo 15 NYX00475
MSI Bravo 15 NYX00483
MSI Bravo 15 NYX00484

ลำโพงกำลังขับ 2W x 2 ที่ติดตั้งมาให้เป็นลำโพงซึ่งได้ Nahimic by SteelSeries มาจูนเสียงให้ ได้เสียง Hi-Res คุณภาพและเนื้อเสียงของลำโพงนี้จะได้เสียงนักร้องและเสียงเครื่องดนตรีเป็นหลัก และโทนเสียงจะไปทางเสียงแหลมเสียส่วนใหญ่และเก็บรายละเอียดได้ค่อนข้างดี ส่วนโทนเสียงเบสจะพอมีแค่ซัพพอร์ตเสียงเครื่องดนตรีต่างๆ ได้ระดับหนึ่ง แรงปะทะไม่หนักแน่นนัก ซึ่งในแง่การเล่นเกมถือว่าไม่มีปัญหา แต่ถ้าเน้นดูหนังฟังเพลงแนะนำให้ต่อลำโพงแยกที่คุณภาพเสียงดีหนักแน่นขึ้นอีกนิดจะดีกว่า

Keyboard & Touchpad

MSI Bravo 15 NYX00517

MSI Bravo 15 NYX00513
MSI Bravo 15 NYX00514
MSI Bravo 15 NYX00519
MSI Bravo 15 NYX00523
MSI Bravo 15 NYX00521
MSI Bravo 15 NYX00522

คีย์บอร์ด Full-size ของ MSI Bravo 15 B5E ตัวนี้จะมีไฟ LED Backlit แบบปรับความสว่างได้และแสงไฟลอดตัวอักษรเป็นสีแดงด้วย จุดเด่นของคีย์บอร์ดนี้ สังเกตว่าทาง MSI ออกแบบให้ปุ่ม Ctrl กับ Shift ฝั่งซ้ายมือที่เกมเมอร์มักกดตอนเล่นเกมเป็นประจำมีความกว้างเท่ากัน ช่วยให้กดได้สะดวกแล้วนิ้วไม่ไหลไปกดโดนปุ่ม Windows ที่อยู่ข้างๆ กันได้

ด้าน Numpad ฝั่งขวามือจะมีขนาดเล็กกว่าปุ่มอื่นๆ เล็กน้อยและเซ็ตให้เลข 0 กับปุ่ม Enter จะเป็นปุ่มไซซ์เดียวกัน แต่ตัวปุ่ม Enter จะอยู่บรรทัดล่างสุดระดับเดียวกับปุ่มลูกศร ซึ่งตอนใช้งานจริงแม้จะมีปุ่มให้ใช้ครบถ้วนแต่เลย์เอ้าท์แตกต่างจาก Numpad ปกติจึงต้องปรับตัวสักนิดถึงจะใช้งานได้ถนัดมือ ส่วนปุ่ม Power ที่อยู่ถัดจากปุ่มเครื่องหมายทางคณิตศาสตร์จะมีปุ่ม Power ติดเอาไว้ด้วย ซึ่งโอกาสกดพลาดไปโดนนั้นค่อนข้างน้อยทีเดียว หากไม่ได้กดตัวเลขบ่อยๆ ก็แทบไม่มีปัญหาเลย

ส่วนปุ่มฟังก์ชั่นพิเศษบนแป้นคีย์บอร์ด จะมี Function Lock ตรงปุ่ม Esc, ปุ่ม Play/Pause ตรงลูกศรซ้าย, ปุ่มปิดหน้าจอซึ่งรวมเอาไว้กับลูกศรขวามือ, ลูกศรขึ้นเป็นใช้ปรับเร่งรอบพัดลมและกดลูกศรลงใช้เปิดเป้าเล็ง Crosshair สำหรับใช้เล็งปืนตอนเล่นเกมได้ง่ายยิ่งขึ้น

MSI Bravo 15 NYX00527

Function Hotkey ตรงปุ่ม F1~F11 ของ MSI Bravo 15 B5E จะเป็นคีย์ลัดทั่วไปของโน๊ตบุ๊คสายทำงานเป็นหลัก ไม่มีฟังก์ชั่นเกมมิ่งติดมาให้ใช้โดยมีคีย์ลัดดังนี้

  • F1~F3 – ปิด, ลดหรือเพิ่มเสียงลำโพง
  • F4 – ปิด/เปิดทัชแพด
  • F5 – ปิด/เปิดไมโครโฟน
  • F6 – ปิด/เปิดเว็บแคม
  • F7 – เรียกโปรแกรม MSI Center
  • F8 – ปรับความสว่างไฟ LED Backlit
  • F9~F10 – ลด/เพิ่มความสว่างหน้าจอ
  • F11 – ปุ่ม Project ตั้งค่าหน้าจอหลักและเสริม

หากสังเกตจะเห็นว่า Function Hotkey ที่ F1~F11 นั้น จะไม่มีคีย์ลัดเฉพาะสำหรับการเล่นเกม อย่างปุ่ม Windows Lock ที่ต้องเปิดหรือปิดใน MSI Center เท่านั้น ซึ่งผู้เขียนคิดว่าคีย์ลัดนั้นจะเซ็ตเอาไว้กับปุ่ม F12 ก็ยังดี นอกจากนี้หากทาง MSI เสริมฟีเจอร์เกมมิ่งอื่นๆ อย่างการตั้งค่าปุ่มมาโครหรือเปิดให้เซ็ตปุ่ม F12 ได้โดยอิสระใน MSI Center คิดว่าจะมีประโยชน์ต่อเกมเมอร์ยิ่งกว่านี้แน่นอน

MSI Bravo 15 NYX00528

ทัชแพดของ MSI Bravo 15 B5E จะมีขนาดไม่ใหญ่มาก โดยขอบทั้งสองฝั่งของทัชแพดจะอยู่กึ่งกลางของปุ่ม Alt ทั้งสองปุ่มพอดี ซึ่งสามารถลากนิ้วไปมาระหว่างขอบหน้าจอสองฝั่งได้และรองรับ Gesture Control ของ Windows 11 ครบถ้วน และตอนเล่นเกมยังกดล็อคการทำงานได้โดย Fn+F4 ได้ด้วย ดังนั้นทัชแพดของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้จึงใช้งานได้ดีไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

Connector / Thin & Weight

MSI Bravo 15 NYX00537
MSI Bravo 15 NYX00538

พอร์ตการเชื่อมต่อของ MSI Bravo 15 B5E จะติดตั้งพอร์ตต่างๆ เอาไว้ทั้งสองฝั่งของตัวเครื่องโดยแยกพอร์ตดังนี้

  • ฝั่งซ้ายจากซ้ายมือ – ช่องต่ออแดปเตอร์, USB-A 3.2 Gen 1, USB 2.0
  • ฝั่งขวาจากซ้ายมือ – Audio combo, USB-A 3.2 Gen 1, USB-C 3.2 Gen 1, HDMI รองรับการแสดงผล 4K 60Hz, LAN RJ45
  • การเชื่อมต่อไร้สาย – Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2

ซึ่งพอร์ตของ MSI Bravo 15 จัดว่าได้มาครบเครื่องแต่จะเน้นหนักที่ฝั่งขวามือเป็นหลัก ส่วนฝั่งซ้ายมือคาดว่าเอาไว้ต่ออุปกรณ์เสริมอย่างเมาส์หรือ External Harddisk แบบ Game Drive มากกว่า แต่ต้องถือว่าทางผู้ผลิตให้พอร์ตใช้งานมาครบถ้วนพร้อมใช้งานทีเดียว

ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 6E นั้นถือว่าเกินความคาดหมายของผู้เขียนไปมาก นั่นเพราะเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่ราคาไม่เกิน 30,000 บาท ณ ช่วงปลายปี 2022 นี้ หลายๆ รุ่นยังเป็น Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax อยู่ ไม่ได้เป็น Wi-Fi 6E เช่น MSI Bravo 15 B5E นี้ ดังนั้นการที่ MSI ให้ Wi-Fi PCIe Card นี้มา ต้องถือว่าทางบริษัทก็ใจกว้างทีเดียว

MSI Bravo 15 NYX00468

MSI Bravo 15 NYX00471
MSI Bravo 15 NYX00470

น้ำหนักของ MSI Bravo 15 B5E ที่ทางบริษัทเคลมเอาไว้หน้าสเปคอยู่ที่ 2.35 กิโลกรัม แต่พอชั่งดูแล้ว เครื่องนี้จะหนักเพียง 2.24 กิโลกรัม พอรวมกับอแดปเตอร์หนัก 499 กรัมแล้ว น้ำหนักทั้งหมดของเครื่องนี้อยู่ที่ 2.74 กิโลกรัม ซึ่งน้ำหนักโดยรวมทั้งหมดนี้ก็หนักอยู่ระดับหนึ่ง

ในแง่การพกพา มิติตัวเครื่องของ MSI Bravo 15 นี้จะหนากว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปเล็กน้อย ดังนั้นกระเป๋าเป้สำหรับโน๊ตบุ๊ค 15.6 นิ้วบางใบอาจใส่แล้วขอบเครื่องรั้งมุมกระเป๋าได้ หากจะซื้อเป้ใบอื่นนอกจากที่ทาง MSI แถมมาให้ในกล่องบรรจุผลิตภัณฑ์ล่ะก็ แนะนำให้เอาเครื่องไปทาบเช็คดูว่าเป้ใบนั้นกว้างพอหรือไม่

Inside & Upgrade

MSI Bravo 15 NYX00486

MSI Bravo 15 NYX00474
MSI Bravo 15 NYX00493
MSI Bravo 15 NYX00494
MSI Bravo 15 NYX00496

ภายในเครื่องเมื่อขันน็อต Philip Head ทั้ง 13 ดอกออกมาแล้ว ก็เอาการ์ดแข็งไล่ขอบเพื่อเปิดฝาเครื่องได้เลย แต่ส่วนที่ผู้เขียนแนะนำให้ระวังคือกรอบตัวเครื่องส่วนบน เมื่อไล่ขอบจนหมดให้จับเครื่องแล้วดันกรอบขึ้นบนเพื่อสไลด์กรอบเครื่องออก จะปลดล็อคได้ง่ายและเขี้ยวล็อคไม่พัง

อย่างไรก็ตาม บนเมนบอร์ดของ MSI Bravo 15 B5E จะมีสล็อตแรม SO-DIMM อยู่ 2 ช่อง ซ้อนกันสองชั้นจึงไม่กินพื้นที่บนบอร์ดมาก แต่ที่น่าเสียดายคือ ช่อง M.2 NVMe SSD มีแต่ช่องหลักเพียง 1 ช่องเท่านั้น ไม่มีช่องเสริมหรือแม้แต่ช่อง 2.5″ SATA III SSD ก็ไม่มีให้ใช้ ดังนั้นโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้จึงอัพเกรดได้แต่แรมที่รองรับสูงสุด 64GB DDR4 เท่านั้น ส่วนพื้นที่ติดตั้งเกมให้ซื้อ External HDD แบบ Game Drive มาต่อเครื่องแทนดีกว่า

Performance & Software

cpu 2

mb 2
ram1

ซีพียูของ MSI Bravo 15 B5E เป็น AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4GHz ซึ่งรองรับชุดคำสั่งพื้นฐานสำหรับใช้ทำงานครบถ้วน เป็นสถาปัตยกรรม 7nm FinFET มีค่า TDP 45 วัตต์ ซึ่งประสิทธิภาพนั้นสามารถใช้ทำงานและเล่นเกมต่างๆ ในปัจจุบันนี้ได้อย่างแน่นอน

อินเตอร์เฟสสำหรับเชื่อมต่อ M.2 NVMe SSD บนเมนบอร์ดจะเป็น PCIe 3.0 x4 โดยมี SSD ติดตั้งมาจากโรงงานที่ 512GB สามารถอัพเกรดความจุเป็น 1TB ได้ ส่วนแรมบนเมนบอร์ดมีอยู่ 2 ช่อง รองรับการอัพเกรดสูงสุด 64GB DDR4 บัส 3200MHz ทีเดียว จัดว่ารองรับเยอะ จะซื้อไว้เล่นเกมหรือใช้ทำงานตัดต่อแต่งภาพก็ได้

integrated gpu 1
discrete gpu

การ์ดจอของ MSI Bravo 15 นอกจาก AMD Radeon Graphics ที่ติดมาในซีพียู AMD Ryzen แล้ว จะมี AMD Radeon RX 6500M พร้อมแรม 4GB GDDR6 ซึ่งประสิทธิภาพของการ์ดจอนี้ถือว่าทำงานได้ดีทีเดียว รองรับ DirectX 12 รวมทั้งชุดคำสั่งต่างๆ ค่อนข้างครบถ้วน ได้แก่ OpenCL, OpenGL 4.6, DirectCompute, DirectML, Vulkan, Ray Tracing ครบถ้วน ใช้ทั้งทำงานและเล่นเกมได้ดีแน่นอน

dvmgr

พาร์ทภายในตัวเครื่องเมื่อเช็คผ่าน Device Manager จะมีพาร์ทต่างๆ ติดตั้งมาให้ครบถ้วน ไม่ว่าจะ AMD PSP 10.0 และ TPM 2.0 สำหรับรักษาความปลอดภัยข้อมูล มี Wi-Fi PCIe Card รหัส AMD RZ608 ซึ่งเป็นการ์ด Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ในตัว ขนาดตัวการ์ดอยู่ที่ M.2 2230 ซึ่ง RZ608 นี้ทาง AMD พัฒนาร่วมกับทาง MediaTek บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนคอมชั้นนำของโลก ดังนั้นประสิทธิภาพนั้นไว้ใจได้

ssd 2

M.2 NVMe SSD ใน MSI Bravo 15 B5E เมื่อเช็คแล้วเป็นรุ่น Samsung MZVLQ512HBLU-00B00 หรือ Samsung PM991a เมื่อเช็คสเปคจากหน้าเว็บไซต์แล้ว SSD นี้จะใช้อินเตอร์เฟส PCIe 3.0 x4 ความเร็ว Sequential Read 3,100 MB/s และ Sequential Write 1,800 MB/s พอทดสอบด้วย CrystalDiskMark 8 ก็ได้ความเร็ว Sequential Read 3,111.69 MB/s และ Sequential Write 1,866.87 MB/s ซึ่งเร็วตรงตามหน้าสเปคที่เคลมเอาไว้

ด้านความเร็วรับส่งข้อมูลของ Samsung PM991a นั้นจัดว่าเร็วทีเดียว แต่ Sequential Write นั้นอาจจะไม่สูงมาก ดังนั้นถ้ามีแผนอัพเกรดไดรฟ์ให้ประสิทธิภาพสูงขึ้น แนะนำให้เปลี่ยนเป็น WD Black SN750 SE, Samsung 980 หรือเป็น Transcend MTE220S ความจุ 1TB ก็ได้ ความเร็วตอนโหลดโปรแกรมทำงานหรือเล่นเกมจะได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

r15 2
r20 2

เมื่อทดสอบการเรนเดอร์ 3D CG ด้วย CINEBENCH R15 จะได้คะแนน OpenGL 160.17 fps และ CPU ได้ 2130 cb นั่นหมายความว่า MSI Bravo 15 B5E นั้นสามารถใช้เรนเดอร์และเปิดตัวอย่างโมเดลสามมิติได้อย่างไหลลื่นแน่นอน ส่วนพลังการประมวลผลของคอร์ซีพียูที่ทดสอบด้วย CINEBENCH R20 แล้ว ได้คะแนน 4,942 pts การันตีได้เลยว่า AMD Ryzen และการ์ดจอ AMD Radeon นั้น ใช้ทำงานได้ดีอย่างแน่นอน

3dmark 2

ผลการทดสอบเล่นเกมด้วย 3DMark Time Spy นั้นได้คะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 4,583 คะแนน แยกเป็น CPU Score 7,760 คะแนน และ Graphics score 4,275 คะแนน กล่าวคือ MSI Bravo 15 B5E เครื่องนี้ใช้เล่นเกมฟอร์มยักษ์ในปี 2022 ได้ไหลลื่นทุกเกมอย่างแน่นอน

ความแรงของการ์ดจอ AMD Radeon RX 6500M ตัวนี้ เมื่อเทียบกับ NVIDIA GeForce RTX 3050 ที่ติดตั้งอยู่ใน MSI GF63 Thin ซึ่งได้รีวิวไปก่อนหน้านี้ จะเห็นว่า Graphics score นั้นทำคะแนนได้ไล่เลี่ยกัน จึงสรุปได้ว่า MSI Bravo 15 B5E เครื่องนี้ประสิทธิภาพดีไม่แพ้กัน อยู่ที่รสนิยมของผู้ใช้แต่ละคนว่าชื่นชอบ AMD ล้วนพร้อมฟีเจอร์ AMD SmartShift Max และ AMD S.A.M. หรือต้องการการ์ดจอฝั่ง NVIDIA มากกว่ากัน

pcmark10 2

แง่การทำงานก็ถือว่ายอดเยี่ยมไม่แพ้กัน เมื่อทดสอบด้วย PCMark 10 แล้ว MSI Bravo 15 ทำคะแนนเฉลี่ยได้ 5,891 คะแนน ซึ่งถือว่าสูงมาก สามารถใช้ทำงานต่างๆ ได้ไหลลื่นอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเปิดโปรแกรม, เบราเซอร์, ประชุมออนไลน์หรือทำงานเอกสารก็ทำได้ดีไม่มีปัญหา ส่วนงานตัดต่อแต่งภาพหรือวิดีโอก็ทำงานได้ดีอย่างแน่นอน ทว่าจุดที่ AMD Radeon RX 6500M อาจจะทำงานได้ไม่สู้ NVIDIA GeForce RTX 3050 นั้นจะเป็นงานตัดต่อวิดีโอเท่านั้น แต่ถ้าไม่ได้เน้นเรื่องตัดต่อวิดีโอก็ไม่ต้องซีเรียสเรื่องนี้เลย

Screenshot 2022 10 27 160438

ในแง่ของการเล่นเกม ต้องถือว่า MSI Bravo 15 B5E นั้นเล่นเกมฟอร์มยักษ์บนจอความละเอียด 1080p ได้อย่างไหลลื่น ยิ่งถ้าเกมไหนใช้เอนจิ้นที่เอื้อทาง AMD อย่าง Resident Evil Village ล่ะก็ การ์ดจอ Radeon RX 6500M ก็สามารถรีดเฟรมเรทออกมาได้สูงและทำเฟรมเรทเฉลี่ยได้ไหลลื่นอีกด้วย ส่วนเกมอื่นๆ ไม่ว่าจะ Horizon Zero Dawn หรือจะ Apex Legends ก็เล่นได้สบายๆ อย่างแน่นอน

ทว่าจุดสังเกตของ Red Dead Redemption 2 ที่แม้ทางผู้พัฒนาจะเพิ่ม AMD FSR 2.0 มาให้แล้วก็ตาม แต่พลังการเรนเดอร์ของการ์ดจอแยกอย่างเดียวก็ถือว่าเหลือเฟือ แต่ถ้าเปิดฟังก์ชั่นนี้ไว้ระดับ Balance ก็จะได้เฟรมเรทเพิ่มขึ้นและได้ภาพที่ต่อเนื่องด้วย ทว่า Forza Horizon 5 จะแตกต่างไป เพราะเกมนี้ใช้แรมการ์ดจอเยอะมากจนแรม 4GB GDDR6 ที่ติดมาไม่พอใช้งานอย่างแน่นอน หากต้องการเล่นให้ภาพลื่นไหลไม่เกิดอาการภาพกระตุกควรปรับกราฟิกไว้ระดับ Medium แล้วดันกราฟิคบางตัวขึ้นเป็น High จะดีที่สุด

main

smart priority
general settings
feature set

โปรแกรม MSI Center ใน MSI Bravo 15 B5E จะเป็นโปรแกรมตั้งค่า, มอนิเตอร์, ช่วยอัพเดทเฟิร์มแวร์และไดรเวอร์ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดอยู่เสมอ ส่วนฟังก์ชั่นสำหรับการเล่นเกม จะมีคำสั่ง Smart Priority รวมถึงโหมด Extreme Performance สำหรับเร่งประสิทธิภาพตอนเล่นเกมให้ลื่นไหลยิ่งขึ้นก็ได้ เป็นโปรแกรมที่มีประโยชน์และทำงานได้ดีทีเดียว

Battery & Heat & Noise

MSI Bravo 15 NYX00485

แบตเตอรี่ใน MSI Bravo 15 B5E มีความจุแบบ Typical Capacity อยู่ 53.5Wh (4,700mAh) ส่วน Rated Capacity อยู่ที่ 52Wh (4,562mAh) ต้องถือว่ามีความจุไล่เลี่ยกับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่น ณ ปัจจุบันนี้ โดยตัวแบตเตอรี่ถูกเซ็ตเอาไว้ชิดกับลำโพงฝั่งขวามือ ส่วนฝั่งซ้ายเป็นพื้นที่ว่างซึ่งมีขนาดพอจะใส่ 2.5″ SATA III SSD ได้ 1 ชิ้นพอดี แต่ไม่มีหัวอินเตอร์เฟส SATA III ติดตั้งมาให้ ถ้าหาก MSI ใส่อินเตอร์เฟสนี้มาให้ ก็น่าจะมีประโยชน์ต่อผู้ใช้งานกว่านี้แน่นอน

battery

ส่วนระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่ เมื่อลดความสว่างต่ำสุด, ปิดไฟ LED Backlit ของคีย์บอร์ดและเปิดเสียงลำโพงดังเพียง 10% และเปิดโหมดประหยัดพลังงานแล้วดูคลิปบน YouTube ด้วย Microsoft Edge นาน 30 นาที จะเห็นว่า AMD SmartShift Max ของ MSI Bravo 15 บริหารจัดการพลังงานได้ดี ใช้งานได้ได้นาน 8 ชม. 25 นาที ก็ถือว่าน่าประทับใจมาก เนื่องจากเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่น ณ ตอนนี้ เมื่อถอดปลั๊กใช้แบตเตอรี่ในเครื่องแล้วจะใช้งานได้นานสุดเฉลี่ย 6~7 ชม. เท่านั้น แต่ Bravo 15 กลับทำได้นานกว่าที่คิดเอาไว้ทีเดียว

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ทำให้ MSI Bravo 15 B5E ทั้งทำงานและจัดการพลังงานแบตเตอรี่ได้ดี คือ การอัพเดท AMD Chipset Drivers ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด จะช่วยให้ตัวเครื่องจัดการแบตเตอรี่, ทำงานและเล่นเกมได้ดียิ่งกว่าเดิมอย่างแน่นอน

MSI Bravo 15 NYX00488

MSI Bravo 15 NYX00490
MSI Bravo 15 NYX00489
MSI Bravo 15 NYX00491
MSI Bravo 15 NYX00497
MSI Bravo 15 NYX00545
MSI Bravo 15 NYX00547

ระบบระบายความร้อน Cooler Boost ของ MSI Bravo 15 B5E นี้ ทางบริษัทออกแบบให้ฮีตไปป์ทั้ง 3 เส้นนำความร้อนจากซิ้งค์ที่มีหน้าสัมผัสใหญ่และปิดทั่วทั้งซีพียูและการ์ดจอแล้วนำความร้อนออกไปยังพัดลมโบลวเวอร์และครีบระบายความร้อนได้เป็นอย่างดี โดยลมจะเป่าออกฝั่งซ้ายและด้านหลังของตัวเครื่องรวม 3 ช่องด้วยกัน 

heat 2

อุณหภูมิภายใน MSI Bravo 15 B5E นั้นจัดว่าน่าประทับใจมาก ซึ่งผลการทดสอบด้วย CPUID HWMonitor นี้ผู้เขียนได้รันโปรแกรม Benchmark เพื่อเร่งความร้อนให้สูงสุดแล้วและเปิดเช็คดูอุณหภูมิในตัวเครื่องแล้ว แต่อุณหภูมิทั้ง Package ของ AMD Ryzen 7 5800H ในตัวเครื่องนั้นเฉลี่ย 52 องศา มีอุณหภูมิอยู่ที่ 35~67 องศาเซลเซียสเท่านั้น ต้องถือว่าระบบระบายความร้อน Cooler Boost และการทำฮีตซิ้งค์ให้มีหน้าสัมผัสใหญ่ ก็สามารถดึงความร้อนของซีพียูและการ์ดจอออกมาได้ดีมาก

User Experience

MSI Bravo 15 NYX00557

จุดน่าประทับใจของ MSI Bravo 15 B5E นั้น ต้องยกเรื่องประสิทธิภาพและการจัดการอุณหภูมิภายในเครื่องได้เป็นอย่างดี ตอนที่ผู้เขียนทดลองเล่นเกมต่อเนื่องราว 2 ชั่วโมงในอุณหภูมิห้อง ไม่เปิดแอร์ดู ก็ไม่มีอาการตัวเครื่องร้อนจนจับเครื่องไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียวและประสิทธิภาพของตัวเครื่องก็ลดลงไปแม้แต่นิดเดียว ดังนั้นกล่าวได้ว่า MSI Bravo 15 B5E นั้นเย็นตลอดเวลา ไม่มีปัญหาว่าเครื่องร้อนแม้แต่นิดเดียว

ด้านการเล่นเกม ผู้เขียนเชื่อว่าเกมเมอร์อาจไม่คุ้นชื่อการ์ดจอแยก AMD Radeon RX 6500M นัก แต่จริงๆ แล้วการ์ดจอแยกรุ่นนี้สามารถเล่นเกมต่างๆ ในปัจจุบันบนจอ Full HD ได้สบายๆ ซึ่งพอผู้เขียนลองนำไปเล่นเกมแล้วปรับกราฟิคสูงสุดก็สามารถเล่นได้สบายๆ แต่ยกเว้นบางเกมที่กินแรมการ์ดจอหนักๆ ก็แนะนำให้เริ่มปรับกราฟิคระดับ Medium ก่อนแล้วค่อยไล่การตั้งค่าบางตัวขึ้นเป็น High จะได้ภาพที่สวยและเกมเพลย์ที่ลื่นไหลแน่นอน

ส่วนการพกเครื่องไปทำงานนอกสถานที่ตามร้านกาแฟหรือยกเข้าห้องประชุมก็ไม่ต้องกังวล จากการทดสอบแล้วแบตเตอรี่ของ MSI Bravo 15 นั้นใช้งานต่อเนื่องได้ 8 ชั่วโมงครึ่ง จัดว่าใช้ได้นานโดยพอควร ดังนั้นถ้าใครเอาโน๊ตบุ๊คไปเข้าห้องเรียนหรือประชุมก็ไม่ต้องกังวลว่าจะอยู่ได้ไม่จบวัน อย่างมากอาจจะเตรียมอแดปเตอร์เอาไว้กรณีต้องเอาเครื่องไปพรีเซนต์งานแล้วต้องใช้การ์ดจอแยกนำเสนองานให้ลูกค้าดู กรณีนั้นค่อยเตรียมอแดปเตอร์ติดกระเป๋าไปก็ได้

จุดสำคัญที่ผู้เขียนพบเมื่อทดสอบเครื่องนี้อยู่ ถ้าใช้ทำงานเอกสารหรือเปิดเว็บทำงานถือว่าแรม 8GB DDR4 เดิมๆ ในเครื่องยังพอใช้ทำงานได้ แต่ถ้าเน้นเล่นเกมเมื่อไหร่แนะนำให้อัพเกรดแรมไป 16~32GB DDR4 จะดีที่สุด โดยเฉพาะเกมเมอร์ควรเพิ่มแรมไป 16GB ขึ้นไปจะดีที่สุด

Conclusion & Award

MSI Bravo 15 NYX00549

MSI Bravo 15 B5E ในสายตาของผู้เขียนถือเป็นรุ่นไมเนอร์เชนจ์จาก MSI Bravo 15 รุ่นก่อนที่ใช้ AMD Ryzen 7 4000 Series กับ AMD Radeon RX 5500M ให้เป็นซีรี่ส์รุ่นใหม่สุด ทำให้เล่นเกมและทำงานหนักได้ดีขึ้นมาก แม้จะซื้อเป็นรุ่นเริ่มต้นซีพียู AMD Ryzen 5 5600H ราคา 26,990 บาท แล้วเอาส่วนต่างมาจ่ายอัพเกรดแรมก็สมเหตุผลเหมือนกัน แต่ถ้าใครต้องการคอร์และเธรดเผื่อเอาไว้รันงานหนักๆ จะขยับมารุ่น AMD Ryzen 7 5800H ราคา 29,990 บาทก็ดี ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ที่งบประมาณและโจทย์การใช้งานของแต่ละคนว่าพร้อมจ่ายเท่าไหร่

ด้านดีไซน์นั้นก็ยังคงเรียบร้อยอยู่แต่ก็แฝงลายเส้นที่ดูเกมมิ่งเอาไว้ ทำให้เกมเมอร์ที่ชอบ AMD เป็นทุนเดิมแล้วอยากได้โน๊ตบุ๊ค AMD ล้วน สเปคแรงและพกไปทำงานหรือเข้าเลคเชอร์ได้โดยไม่เคอะเขินเกินไปก็น่าจะชอบเครื่องนี้ ประกอบกับราคาตัวท็อปไม่เกิน 30,000 บาทเข้าไปด้วย เชื่อว่าเกมเมอร์ชาวไทยน่าจะยอมรับราคาระดับนี้ได้แน่นอน

award

award new Battery Life

best battery life

แบตเตอรี่ของ MSI Bravo 15 รุ่นใหม่นี้ เมื่อประกอบกับฟีเจอร์ AMD SmartShift Max แล้ว ก็ใช้งานต่อเนื่องได้นาน 8 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งนานจนไม่ต้องกังวลว่าแบตฯ จะหมดระหว่างวันก็ได้ นับว่าทนใช้ได้นานกว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คในระดับราคาใกล้เคียงกันหลายๆ รุ่น

award new Design

best design

MSI Bravo 15 นี้ นอกจากดีไซน์ภายนอกจะดูเรียบร้อยแต่แฝงความเท่ดุดันเอาไว้ในตัว ก็ยังลบคำสบประมาทว่าโน๊ตบุ๊ค MSI ร้อน ไปได้อย่างหมดจด ด้วยการออกแบบระบบระบายความร้อนที่ดีเช่นนี้ จะใช้งานต่อเนื่องทั้งวันก็ไม่มีปัญหา

from:https://notebookspec.com/web/672554-review-msi-bravo-15-b5e

6 โน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง Acer รุ่นแนะนำทั้ง AMD, Intel สเปคดีแอดมินเชียร์! เริ่ม 35,790 บาท

อัพเดทโน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง Acer ช่วงปลายปี มีของแรงตัวไหนให้โดนบ้างนะ?

Share image Edit Name 1acergaming 1

โน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง Acer เป็นโน๊ตบุ๊คยอดนิยมอีกซีรี่ส์ที่เกมเมอร์หรือแม้แต่คนทำงานหาซื้อไปใช้งานกัน โดยเฉพาะใครที่ต้องการโน๊ตบุ๊คเครื่องแรงเอาไว้รันงานหนักๆ เช่น งานตัดต่อวิดีโอหรือแต่งภาพหนักๆ รวมไปถึงงานทำโมเดล 3D แล้วต้องใช้การ์ดจอแยกแต่ก็ไม่อยากจ่ายแพง ก็มีโน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง Acer เป็นตัวเลือกในใจของใครหลายๆ คนอย่างแน่นอน และนอกจากนี้ถ้าใครไม่สะดวกประกอบเกมมิ่งพีซีก็มี Acer Predator เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คระดับ Desktop Replacement ให้ซื้อไปต่อจอแยกแล้วเล่นเกมได้เลย ซึ่งตอบโจทย์ผู้ใช้หลายๆ คนอย่างแน่นอน

Advertisementavw

อย่างไรก็ตาม เมื่อทางผู้ผลิตซีพียูชั้นนำของโลกอย่าง AMD และ Intel พากันเปิดตัวซีพียูซีรี่ส์ใหม่ออกมาแล้ว ทาง Acer ก็จัดการอัพเกรดเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คในค่ายของตัวเองและเปิดตัวรุ่นย่อยซึ่งประกบกับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce ออกมาหลากหลายรุ่นเพื่อปรับกระบวนไลน์อัพสินค้าให้มีความสดใหม่และถูกใจเกมเมอร์ยิ่งขึ้น จะซื้อตอนไหนก็คุ้มค่าและถ้ายิ่งรอโปรโมชั่นหรืองานอีเว้นท์สำคัญๆ ก็จะได้ราคาและของแถมที่คุ้มกว่ากว่าเดิมอีกด้วย

โน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง Acer

สรุปสเปค 6 โน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง Acer ตัวเด็ดน่าซื้อ สเปคนี้แอดมินเชียร์ ซื้อไปเล่นคุ้มชัวร์!!

สเปคโน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง Acer CPU

GPU

SSD

RAM

Software

หน้าจอ

น้ำหนัก

การเชื่อมต่อ ราคา
(บาท)
Acer Nitro 5 AN515-46-R12A AMD Ryzen 5 6600H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR5
4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 165Hz

2.5 กก.

USB-C 3.2 x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

35,790
Acer Nitro 5 AN515-58-50WD Intel Core
i5-12500H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 165Hz

2.5 กก.

Thunderbolt 4 x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

37,990
Acer Nitro 5 AN515-58-705T Intel Core
i7-12700H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 165Hz

2.5 กก.

Thunderbolt 4 x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

39,490
Acer Nitro 5 AN515-46-R4Z0 AMD Ryzen 7 6800H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR5
4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 165Hz

2.5 กก.

USB-C 3.2 x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

39,490
Acer Nitro 5 AN515-58-729S Intel Core
i7-12700H

NVIDIA GeForce RTX 3060

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR5
4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 165Hz

2.5 กก.

Thunderbolt 4 x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

49,990
Acer Predator Helios 300 PH315-55-72J4 Intel Core
i7-12700H

NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti

M.2 NVMe
1TB

32GB DDR5
4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ QHD (2560×144)
IPS

Refresh Rate 165Hz

NVIDIA
G-SYNC

2.6 กก.

Thunderbolt 4 x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

79,900

6 โน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง Acer สเปคเด็ดแอดมินเชียร์ เลือกได้ทั้งรุ่น AMD และ Intel เลย!!

โน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง Acer ในช่วงปลายปี 2022 นี้ ผู้เขียนได้เลือกรุ่นที่ผู้เขียนถูกใจสเปคเป็นส่วนตัวมาแนะนำให้เกมเมอร์ได้เช็คสเปคและดูราคากันก่อนจะไปเดินซื้อกันในงาน COMMART ที่จะจัดในเร็ววันนี้ ซึ่งทั้ง 6 รุ่นที่ผู้เขียนเลือกมาแนะนำ ได้แก่

  1. Acer Nitro 5 AN515-46-R12A (35,790 บาท)
  2. Acer Nitro 5 AN515-58-50WD (37,990 บาท)
  3. Acer Nitro 5 AN515-58-705T (39,490 บาท)
  4. Acer Nitro 5 AN515-46-R4Z0 (39,490 บาท)
  5. Acer Nitro 5 AN515-58-729S (49,990 บาท)
  6. Acer Predator Helios 300 PH315-55-72J4 (79,900 บาท)
1. Acer Nitro 5 AN515-46-R12A (35,790 บาท)

acer1

Acer Nitro 5 AN515-46-R12A เป็นโน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง Acer รุ่นแรกซึ่งสเปคดูคุ้มค่าสุดสำหรับเกมเมอร์ที่มีงบประมาณจำกัด ซึ่งสเปคของมันสามารถใช้เล่นเกมฟอร์มยักษ์ในปัจจุบันนี้ได้สบายๆ ขอแค่อัพเกรดแรมเป็น 16GB DDR4 เท่านี้ก็เพียงพอ แล้วเอาเงินไปลงกับเกมมิ่งเกียร์เพิ่มได้เลย

ซีพียูในเครื่องเป็น AMD Ryzen 5 6600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3-4.5GHz ใช้การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 มีหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ แรมในเครื่องมี 8GB DDR5 บัส 4800MHz ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อมี USB-C 3.2 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 น้ำหนักตัวเครื่อง 2.5 กิโลกรัม จัดเป็นรุ่นเริ่มต้นสเปคแรงราคาสมเหตุผลและได้รุ่นสเปคแรงตอบโจทย์เกมเมอร์และคนที่ทำงานกราฟิคอย่างแน่นอน

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-46-R12A
  • CPU : AMD Ryzen 5 6600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3-4.5GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 8GB DDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz
  • Ports : USB-C 3.2 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.5 กิโลกรัม
  • Price : 35,790 บาท (Advice)
2. Acer Nitro 5 AN515-58-50WD (37,990 บาท)

acer2

ถ้าอยากได้โน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง Acer แต่ขอซีพียู Intel ไว้เน้นทำงานเป็นหลัก จะมี Acer Nitro 5 AN515-58-50WD รุ่นนี้ให้เลือก ซึ่งจุดแตกต่างจากโน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง Acer ในข้อก่อน คือซีพียูเป็น Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ (4P+8E) 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.5GHz มีแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz ได้พอร์ตเหมือนกันแต่ USB-C จะเป็นพอร์ต Thunderbolt 4 และเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax เท่านั้น ไม่ได้เป็น Wi-Fi 6E เหมือนรุ่น AMD แต่ถ้าใครเน้นทำงานแล้วไว้ใจประสิทธิภาพของซีพียู Intel ก็ขยับมาซื้อรุ่นนี้แทนได้เลย

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-58-50WD
  • CPU : Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ (4P+8E) 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.5GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz
  • Ports : Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.5 กิโลกรัม
  • Price : 37,990 บาท (BaNANA)
3. Acer Nitro 5 AN515-58-705T (39,490 บาท)

acer3

สำหรับโน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง Acer รุ่นแรงสุดของตระกูล Nitro ซีพยู Intel เป็นรุ่น Acer Nitro 5 AN515-58-705T ซึ่งรุ่นนี้อิงสเปคร่วมกับ Acer Nitro 5 ข้อก่อนทั้งหมด ยกเว้นซีพียูที่อัพเกรดเป็น Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz แทน ซึ่งข้อดีคือ เมื่อซีพียูเป็นตัวท็อปแล้วทำให้มีคอร์และเธรดไว้ใช้รันโปรแกรมที่กินทรัพยากรหนักๆ ได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้นถ้าใครเน้นโน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง Acer ที่ซีพียูแรงหน่อยก็ซื้อรุ่นนี้ไปใช้งานได้เลย

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-58-705T
  • CPU : Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz
  • Ports : Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.5 กิโลกรัม
  • Price : 39,490 บาท (Advice)
4. Acer Nitro 5 AN515-46-R4Z0 (39,490 บาท)

acer4

โน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง Acer ซีพียู AMD ตัวท็อปในช่วงปลายปี 2022 นี้จะเป็นรหัส Acer Nitro 5 AN515-46-R4Z0 ซึ่งอิงสเปคกับ Acer Nitro 5 AN515-46-R12A ในข้อแรกแทบทั้งหมด แต่เปลี่ยนซีพียูเป็น AMD Ryzen 7 6800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.7GHz แทน ได้ประสิทธิภาพดีขึ้นทั้งทำงานและเล่นเกมที่เน้นซีพียูเป็นหลัก หากใครหาโน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง Acer แบบนี้อยู่ก็ซื้อรุ่นนี้ไปใช้ได้เลย

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-46-R4Z0
  • CPU : AMD Ryzen 7 6800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 8GB DDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz
  • Ports : USB-C 3.2 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.5 กิโลกรัม
  • Price : 39,490 บาท (Advice)
5. Acer Nitro 5 AN515-58-729S (49,990 บาท)

acer5

ถ้าอยากได้โน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง Acer ตัวแรงจบจากโรงงาน Acer Nitro 5 AN515-58-729S เครื่องนี้ตอบโจทย์เกมเมอร์อย่างแน่นอน เพราะได้ซีพียู Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6 กับหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz พร้อม M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมติดตั้งเกมได้เลย ส่วนแรมจากโรงงานได้มากถึง 16GB DDR5 บัส 4800MHz ไม่ต้องอัพเกรดเพิ่มก็ได้ ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อมี Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 และเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ด้วย ส่วนน้ำหนักเครื่อง 2.5 กิโลกรัมเท่ากันกับโน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง Acer รุ่นอื่นที่เลือกมาแนะนำ หากใครมีงบพร้อมก็แนะนำให้ซื้อเครื่องนี้ไปใช้เลย

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-58-729S
  • CPU : Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 16GB DDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz
  • Ports : Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.5 กิโลกรัม
  • Price : 49,990 บาท (ราคากลาง)
6. Acer Predator Helios 300 PH315-55-72J4 (79,900 บาท)

acer6

โน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง Acer เครื่องสุดท้ายที่เลือกมาแนะนำเป็นตระกูล Predator รุ่น Acer Predator Helios 300 PH315-55-72J4 ซึ่งเป็นรุ่นแรงสุดที่ทาง Acer มีให้เลือกซื้อ ณ ตอนนี้ ข้อดีของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ คือ มีปุ่ม Turbo สำหรับเร่งประสิทธิภาพของตัวเครื่องและได้ไฟคีย์บอร์ด RGB แบบปรับสีไฟได้ตามต้องการ แถมยังระบายความร้อนได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ซีพียูของเครื่องนี้เป็น Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz ใช้การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6 ส่วนหน้าจอ 15.6 นิ้ว ได้อัพเกรดความละเอียดขึ้นเป็น QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz รองรับ NVIDIA G-SYNC ในตัว มี M.2 NVMe SSD ความจุ 1TB ติดตั้ง Windows 11 Home มาพร้อมแรม 32GB DDR5 บัส 4800MHz ส่วนพอร์ตมี Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, MiniDP x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 และน้ำหนักตัวเครื่องเพียง 2.6 กิโลกรัม ซึ่งสเปคของโน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง Acer เครื่องนี้แรงเหลือเฟือจนไม่ต้องประกอบเกมมิ่งพีซีก็ได้ หากใครไม่อยากเสียเวลาประกอบพีซีก็ซื้อเครื่องนี้ไปต่อจอแยกได้เลย

สเปคของ Acer Predator Helios 300 PH315-55-72J4
  • CPU : Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 
  • RAM : 32GB DDR5 บัส 4800 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz รองรับ NVIDIA G-SYNC
  • Ports : Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, MiniDP x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.6 กิโลกรัม
  • Price : 79,900 บาท (Advice)

Nitro 5 AGW KSP01

จะเห็นว่าปลายปีนี้โน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง Acer ตัวเด็ดๆ ก็มีให้เลือกมากมายหลายรุ่น ไม่ว่าจะสาย Nitro 5 หรือจะเอาของแรงอย่าง Acer Predator ก็ได้ แถมยังได้ซีพียูรุ่นใหม่รหัสแรงจาก AMD และ Intel อีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม นอกจากทั้ง 6 รุ่นที่ผู้เขียนหยิบมานำเสนอแล้ว ทาง Acer ก็มีเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คอีกหลากหลายสเปคให้เลือกด้วย ถ้าใครเจอโน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง Acer รุ่นที่ถูกใจ ก็ซื้อเอาไปใช้งานได้เลย เชื่อว่าถูกใจอย่างแน่นอน


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share image Edit Name 3vero 1

Share image Edit Name 1vero 1

Share image Edit Name 2acerlaptop 1

from:https://notebookspec.com/web/672165-6-recommend-acer-gaming-laptop

รีวิว ASUS ROG Zephyrus G14 2022 ของแดง AMD Advantage แบตอึด 10 ชม. แรงสะใจ!! ราคา 69,990 บาท

ASUS ROG Zephyrus G14 แรงและแบตอึด!! ดีจบทั้งเกมมิ่งและทำงาน!!

Share image Edit Name 3g142 1

 

Advertisementavw

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คในภาพจำของใครหลายๆ คนคงจะเป็นโน๊ตบุ๊คเครื่องใหญ่หนาหนักและดีไซน์ล้ำอนาคตไม่ใช่เครื่องมินิมอลแบบ ASUS ROG Zephyrus G14 รุ่นใหม่นี้ซึ่งได้ดีไซน์สวยเรียบหรูแต่ก็ยังได้สเปคแรงฟีเจอร์ล้นเหมือนเดิม ยิ่งไปกว่านั้นถ้าใครเป็นแฟนคลับ AMD ก็น่าจะตกหลุมรักเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ได้ง่ายๆ นั่นเพราะ Zephyrus G14 รุ่นนี้เป็น AMD Advantage หรือที่เกมเมอร์เรียกกันว่า “แดงทั้งเครื่อง” นั่นเอง

จุดเด่นของ ASUS ROG Zephyrus G14 อย่างแรกคือฝาหลังแบบเจาะรูที่ ASUS เรียกว่า AniMe Matrix โดยใช้เครื่อง CNC กับเทคนิค Vapor deposition process ให้ได้ช่องไฟ LED ปรับเปลี่ยนเล่นเล่นลวดลายได้ 14,969 ลาย ตัดกับเครื่องสีเทา Eclipse Gray ได้อย่างสวยงาม ได้ตัวเครื่องบางและน้ำหนักเบาเพียง 1.72 กิโลกรัม ใช้ซีพียู AMD Ryzen 7 หรือ Ryzen 9 6000 Series กับการ์ดจอ AMD Radeon RX 6700S หรือ RX 6800S พร้อมชิป MUX Switch ไว้จัดการทำงานได้ว่าจะให้อยู่ในโหมดประหยัดพลังงานหรือเรียกใช้เต็มประสิทธิภาพก็ได้ ทำให้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ใช้งานต่อเนื่องได้นานสุด 10 ชม. ทีเดียว

ระบบระบายความร้อนภายใน ASUS ROG Zephyrus G14 อย่าง ROG Intelligent Cooling ก็เทียบชั้นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คระดับเรือธงหลายๆ รุ่น ด้วยชุด Vapor Chamber กับโลหะเหลว (Liquid Metal) จาก Thermal Grizzly ช่วยให้ระบายความร้อนจากซีพียูและการ์ดจอได้อย่างรวดเร็วจับคู่กับพัดลม Arc Flow Fans พร้อมดีไซน์ช่องระบายอากาศ Anti-Dust Tunnel 2.0 ทำให้ใช้งานได้ต่อเนื่อง ไม่ต้องกลัวปัญหาเรื่องความร้อนสูงจน Throttle Down แม้แต่น้อย ถ้าใช้ทำงานออฟฟิศทั่วไปก็ยอดเยี่ยมด้วยฟีเจอร์ 0dB สั่งหยุดพัดลมทำงานชั่วคราวในโหมด Silent ไม่ให้เสียงพัดลมรบกวนเพื่อนร่วมงานร่วมโต๊ะคนอื่น จะพกไปทำงานในที่สาธารณะที่ไหนก็ไม่มีปัญหา นอกจากนี้ ASUS ROG Zephyrus G14 ก็มี Microsoft Office Home&Student 2021 ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งาน ตอบโจทย์ครบทุกมิติทั้งทำงานและเล่นเกม

ASUS ROG Zephyrus G14

หน้าจอ ROG Nebula Display ขนาด 14 นิ้ว ก็ยอดเยี่ยม ด้วยอัตราส่วน 16:10 ความละเอียด WQXGA (2560×1600) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 120Hz และ Response Time 3ms มีฟีเจอร์ป้องกันภาพฉีกขาด Adaptive-Sync รองรับการแสดงผลแบบ Dolby Vision HDR ด้วย แสดงผลขอบเขตสีได้กว้าง 100% DCI-P3 การันตีโดย PANTONE Validated เรียกว่าก้าวข้ามความเกมมิ่งมายังสายครีเอเตอร์ได้แบบย่อมๆ ส่วนลำโพงทั้ง 4 ดอก รองรับ Dolby Atmos มีไมโครโฟน 3D Mic Array พร้อมฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวน Two-Way AI Noise Cancellation และคีย์บอร์ดก็มีปุ่ม Hotkeys ให้ใช้งาน 4 ปุ่ม ตั้งค่าได้ มี N-Key Rollover ในตัว รัวปุ่มในนาทีสำคัญตัดสินแพ้ชนะได้โดยไม่ต้องกังวลว่าปุ่มจะทำงานไม่ทันอย่างแน่นอน

จุดเด่นของ ASUS ROG Zephyrus G14 ในฐานะที่เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค AMD Advantage ก็มีฟีเจอร์เด่นอยู่ในตัวหลายอย่างซึ่งผู้ใช้บางท่านอาจยังไม่ทราบ อย่างแรกคือ AMD SmartShift Max ฟีเจอร์ที่ซีพียูและจีพียูจะสื่อสารกันโดยตรงและใช้ Machine Learning เพื่อวิเคราะห์ว่างานหรือเกมนั้นพึ่งพากำลังของซีพียูหรือการ์ดจอมากกว่าแล้วถ่ายเทค่าวัตต์เพื่อเร่งประสิทธิภาพให้ทำงานดีขึ้น โดย AMD เคลมว่าฟีเจอร์นี้ทำให้โน๊ตบุ๊คทำงานดีขึ้นถึง 14%

ถัดมาคือ AMD Smart Access Memory หรือ AMD S.A.M. เป็นฟีเจอร์เฉพาะเมื่อพีซีหรือโน๊ตบุ๊คเครื่องนั้นใช้ซีพียู AMD Ryzen 5000 Series หรือ AMD Ryzen 3000 Series (บางรุ่น) แล้วจับคู่กับการ์ดจอแยก AMD Radeon RX 6000 Series ซีพียู AMD Ryzen จะสื่อสารกับแรมการ์ดจอโดยตรงเพื่อเร่งประสิทธิภาพตัวเครื่องให้สูงขึ้น ทำให้เล่นเกมได้อย่างลื่นไหลและได้เฟรมเรทตอนเล่นเกมสูงยิ่งขึ้น นับเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่อัดฟีเจอร์มาเยอะ ครบเครื่องที่สุดอีกเครื่องหนึ่งซึ่งเกมเมอร์ไม่ควรมองข้าม!

NBS Verdicts

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00090

ASUS ROG Zephyrus G14 นับเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คสุดทรงพลัง ฟีเจอร์ครบเครื่อง ซอฟท์แวร์ครบครันพร้อมใช้งานและจัดการพลังงานได้ดีเหลือเชื่อ จนเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คบางรุ่นต้องถอยให้ เพียงอัพเดท AMD Chipset Driver (ขณะที่ทดสอบเป็นเวอร์ชั่น 3.10.08.506) และไดรเวอร์การ์ดจอเป็นเวอร์ชั่นล่าสุด เท่านี้ Zephyrus G14 ก็ทรงพลังและจัดการพลังงานได้ยอดเยี่ยม จะซื้อเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ไว้พกไปทำงานออฟฟิศก็ได้หรือจะต่อจอแยกแล้วเล่นเกมที่บ้านก็ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

นอกจากประสิทธิภาพแล้ว ฟีเจอร์และการออกแบบก็จัดว่ายอดเยี่ยม ไม่ว่าจะฝาหลังเครื่องพร้อมไฟ LED “AniMe Matrix” การกางหน้าจอแล้วยกแป้นคีย์บอร์ดขึ้นเล็กน้อยด้วย ErgoLift Hinge รวมไปถึงการปลดล็อคเครื่องด้วยกล้องสแกนใบหน้า IR Camera ทำให้ไม่ต้องพิมพ์รหัสผ่านก็ใช้งานได้ทันทีเหมือนกับพี่ใหญ่ในซีรี่ส์อย่าง ASUS ROG Zephyrus M16 ด้วย และยังติดตั้งโปรแกรม Microsoft Office Home&Student 2021 มาพร้อมใช้งานเหมือนโน๊ตบุ๊คสายออฟฟิศเครื่องหนึ่งเลย ส่วนสายครีเอเตอร์จะซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้เอาไว้ใช้ตัดต่อแต่งภาพก็ไม่มีปัญหา การันตีคุณภาพด้วย PANTONE Validated แล้ว ส่วนตัวผู้เขียนยกให้เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่แม้แต่ผู้เขียนเองก็ยังอยากได้เป็นเจ้าของเองเสียด้วยซ้ำ

ส่วนข้อสังเกต แม้ผู้เขียนจะได้ใช้ ASUS ROG Zephyrus G14 มาราวสัปดาห์หนึ่งก็หาข้อสังเกตได้เพียงจุดเดียว นั่นคือ M.2 NVMe SSD และแรม SO-DIMM ในเครื่องมีสล็อตสำหรับอัพเกรดอย่างละช่องเท่านั้น ดังนั้น Zephyrus G14 เครื่องนี้อาจจะไม่โดนใจเกมเมอร์สายฮาร์ดคอร์ที่อยากเพิ่มแรมไป 32~64GB DDR5 หรือใส่ M.2 NVMe SSD เพิ่มเท่าไหร่ แต่ถ้าดูชิ้นส่วนบนเมนบอร์ดประกอบก็จะเห็นทันทีว่าชุด Vapor Chamber กินพื้นที่ไปจนแทบหมดแล้ว ซึ่งถ้าเป็นผู้เขียนเอง ก็อาจจะหาทางออกอื่นอย่างเสริมเกมมิ่งฮาร์ดดิสก์ต่อแยกภายนอกอย่าง Game Drive เพิ่มเข้าไปแทนก็พอชดเชยกันได้อยู่

ข้อดีของ ASUS ROG Zephyrus G14
  1. งานประกอบตัวเครื่องแข็งแรง ได้ความสวยเรียบหรูไม่เป็นเกมมิ่งเกินไป
  2. บานพับ ErgoLift Hinge ยกตัวเครื่องขึ้นเล็กน้อยให้พิมพ์งานได้สะดวกและกางไดด้ราบ 180 องศา
  3. มีไฟ AniMe Matrix เสริมความสวยโดดเด่นให้กับฝาหลังของตัวเครื่อง ตั้งเอฟเฟคได้
  4. สเปคเป็น AMD Advantage รีดประสิทธิภาพของ Ryzen 7 6800HS และ Radeon RX 6700S ออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม
  5. ติดตั้งระบบระบายความร้อน ROG Intelligent Cooling แบบ Vapor Chamber มาให้ ระบายความร้อนได้ดีมาก
  6. หน้าจอ ROG Nebula Display ได้ความละเอียดและ Refresh Rate สูง ขอบเขตสีกว้าง ได้รับการการันตี PANTONE Validated รองรับ Dolby Vision HDR ด้วย
  7. ติดตั้งกล้อง IR Camera มาสแกนใบหน้าปลดล็อคเครื่องได้โดยไม่ต้องพิมพ์รหัสผ่าน
  8. ได้แรม 16GB DDR5 บัส 4800MHz อัพเกรดได้มากสุด 24GB DDR5
  9. มีพอร์ต USB-C 3.2 Gen 2 x 2 ช่อง รองรับการต่อหน้าจอแยก DisplayPort ทั้งคู่ มีช่องซ้ายรองรับการชาร์จแบตเตอรี่แบบ Power Delivery 65 วัตต์
  10. มีพอร์ตใช้งานครบเครื่องทั้ง MicroSD Card Reader, HDMI 2.0b, USB-A 3.2 Gen 2 อีก 2 ช่องด้วย
  11. รองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi 6E และ Bluetooth 5.2 ในตัว
  12. ลำโพง Dolby Atmos จำนวน 4 ดอก รองรับเสียง Hi-Res ดูหนังฟังเพลงดีมีมิติมาก
  13. ระบบจัดการพลังงานทำได้ดีมาก ใช้งานต่อเนื่องได้นานสุด 10 ชั่วโมง
  14. น้ำหนักเครื่องเบาพกพาสะดวก เพียงแค่ 1.72 กิโลกรัมเท่านั้น
  15. มีซอฟท์แวร์ Microsoft Office Home&Student 2021 ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งาน
ข้อสังเกตของ ASUS ROG Zephyrus G14
  1. อัพเกรดได้เล็กน้อย มี M.2 NVMe SSD และแรม SO-DIMM อย่างละช่องเท่านั้น
  2. ไม่มีพอร์ต LAN ติดตั้งมาให้ ถ้าต้องการใช้งานต้องต่อผ่าน USB-A to LAN แทน
  3. ควรอัพเดท AMD Chipset Driver เวอร์ชั่นล่าสุดเสมอ เพื่อให้รีดประสิทธิภาพได้เต็มที่

รีวิว ASUS ROG Zephyrus G14

Specification

g14 spec

ASUS ROG Zephyrus G14 เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คกลุ่ม Advantage Edition ซึ่งเป็นสเปค AMD ล้วนทั้งซีพียูและการ์ดจอ ซึ่งสเปคของจัดว่าทรงพลังและครบเครื่อง ตอบโจทย์ทั้งใช้ทำงานและเล่นเกมอย่างแน่นอน ซึ่งสเปคมีรายละเอียดดังนี้

สเปคของ ASUS ROG Zephyrus G14
  • CPU : AMD Ryzen 7 6800HS แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.7GHz
  • GPU : AMD Radeon RX 6700S แรม 8GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 
  • RAM : 16GB DDR5 บัส 4800 MHz แยกเป็น Onboard กับ SO-DIMM อย่างละ 8GB DDR5 บัส 4800MHz อัพเกรดได้สูงสุด 24GB DDR5
    • รุ่น GA402RK -L8150WS ติดตั้งแรม 32GB DDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด WQXGA (2560×1600) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 120Hz, Response Time 3ms รองรับ Dolby Vision HDR, Adaptive-Sync, Pantone Validated
  • Ports : USB-A 3.2 Gen 2 x 2, USB-C 3.2 Gen 2 x 1 รองรับ Power Delivery และ DisplayPort, USB-C 3.2 Gen 2 x 1 รองรับ DisplayPort, HDMI 2.0b x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD IR Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home&Student 2021
  • Weight : 1.72 กิโลกรัม
  • Price : 69,990 บาท (ราคากลาง)
รุ่นย่อยอื่นๆ ของ ASUS ROG Zephyrus G14

Hardware & Design

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00091

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00070
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00072
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00060
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00058

ดีไซน์ของ ASUS ROG Zephyrus G14 ยังเน้นความเรียบง่ายเหมือนกับ ROG Zephyrus รุ่นก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะตัวเครื่องดีไซน์เรียบง่ายเหมือนโน๊ตบุ๊คทำงานสักเครื่องหนึ่งและตัวเครื่องสีเทา Eclipse Gray ดูเรียบร้อยเหมือนโน๊ตบุ๊คสายทำงานรุ่นประสิทธิภาพสูงสักเครื่องหนึ่ง ทั้งที่เครื่องนี้เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเต็มตัว

จุดที่เหมือนกับรุ่นก่อนหน้า คือ ปุ่ม Power ทรงหกเหลี่ยมอสมมาตรและขอบบนของตัวเครื่องที่ติดโลโก้ Zephyrus เอาไว้ แต่เปลี่ยนจากเพลตสะท้อนแสงแล้วสกรีนตัวอักษรเอาไว้ข้างในเป็นตัวอักษรบนพื้นบอดี้พลาสติกระหว่างช่องระบายความร้อนสองช่อง ทาบอยู่บนไฟ LED แสดงสถานะทั้ง 3 ดวงที่ขอบบนของตัวเครื่องแทน และสังเกตจะเห็นว่าด้านข้างซ้ายและขวาขอบบนเครื่องจะมีลำโพงติดตั้งเอาไว้อีก 2 ดอก เพื่อให้ได้เสียง Dolby Atmos ด้วย

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00087

ขอบตัวเครื่องของ ASUS ROG Zephyrus G14 ทั้งส่วนของหน้าจอและตัวเครื่องจะตัดเฉียงเข้าหากันเหมือนเครื่องหมายมากกว่า (>) เมื่อพับจอแล้วจะดูดติดด้วยแม่เหล็ก กำลังดูดดีมากและใช้นิ้วชี้เพียงนิ้วเดียวก็กางหน้าจอได้ แต่ส่วนตัวผู้เขียนแนะนำให้ใช้มืออีกข้างจับเครื่องจะกางได้ง่ายกว่า

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00057

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00056
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00054
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00017

ก้านบานพับหน้าจอแบบ ErgoLift Hinge เอกลักษณ์เฉพาะของโน๊ตบุ๊ค ASUS ก็ถูกนำมาใส่ให้ ASUS ROG Zephyrus G14 ด้วยเช่นกัน หากดูดีไซน์ภายในจะเห็นว่าก้านบานพับถูกออกแบบให้มีความโค้งและขาตั้งติดเข้ากับขอบล่างหน้าจอแบบแนวนอน พอกางหน้าจอก็จะดันตัวเครื่องให้เฉียงขึ้นเล็กน้อย เพิ่มพื้นที่ว่างใต้ตัวเครื่องให้ดึงลมเย็นเข้าไประบายความร้อนและช่วยให้ผู้ใช้วางมือพิมพ์งานได้สะดวกขึ้น และทางบริษัทก็ติดก้านพลาสติกมาซัพพอร์ตให้ขอบล่างของหน้าจอไม่สัมผัสกับพื้นโต๊ะโดยตรง ป้องกันรอยขูดเสียหายไปในตัวอีกด้วย

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00100

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00095
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00028
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00026
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00024

ฝาหลังของ ASUS ROG Zephyrus G14 ตัวนี้จะเป็นแบบทูโทน คือ ส่วนของฝาหลังแบบเรียบติดเพลต ROG เอาไว้มุมล่างซ้ายมือ ส่วนฝั่งขวาเป็นช่องไฟ LED เจาะรูด้วยเครื่อง CNC เทคนิค Vapor deposition process สามารถปรับเล่นลวดลายไฟบนฝาหลังได้กว่า 14,969 ลาย ซึ่งทาง ASUS เรียกว่า AniMe Matrix จัดเป็นเอกลักษณ์บนฝาหลังซึ่งไม่มีใครเหมือน ได้ความแตกต่างและสวยงามเป็นอย่างมาก ถ้าใครชอบความโดดเด่นก็เล่นเอฟเฟคไฟให้มีเอกลักษณ์ของตัวเองได้เลย

ด้านฝาหลังจะเห็นว่าเมื่อกางแล้ว จะไม่เห็นเพลตคำว่า Zephyrus และช่องระบายความร้อน แต่ถ้าพับหน้าจอเก็บเครื่องจะเห็นป้ายโลโก้อย่างชัดเจน ได้ความเรียบร้อยแต่ก็ซ่อนดีไซน์โฉบเฉี่ยวแบบเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเอาไว้ในตัว

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00021

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00120
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00122

ด้านใต้ของ ASUS ROG Zephyrus G14 จะใช้โครงหลักเป็นพลาสติกเนื้อแข็งและโซนตรงกลางเครื่องจะเป็นแผ่นอลูมิเนียมเจาะช่องลมเข้าเอาไว้ให้ดึงอากาศเย็นจากภายนอกเข้าไประบายความร้อนในเครื่อง ติดยางรองเครื่องไว้ 2 เส้นเป็นแนวยาวและยึดน็อตหัว Philips Head เอาไว้ทั้งหมด 11 ดอกด้วยกัน ซึ่ง 3 ดอก จะอยู่ตรงแผ่นอลูมิเนียมแล้วปิดด้วยจุกยางไว้

Screen & Speaker

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00045

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00048
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00046
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00049
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00051

จอ ROG Nebula Display ของ ASUS ROG Zephyrus G14 ขนาดอยู่ที่ 14 นิ้ว ความละเอียด WQXGA (2560×1600) พาเนล IPS อัตราส่วนหน้าจออยู่ที่ 16:10 ค่า Refresh Rate 120Hz, Response Time 3ms มีฟีเจอร์ Adaptive-Sync ป้องกันภาพฉีกขาดเวลาเล่นเกมหรือคอนเทนต์ที่ภาพเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วไม่ให้ภาพฉีกขาด พาเนลมีคุณภาพสูง รองรับการแสดงผลแบบ Dolby Vision HDR ได้รับการรับรอง Pantone Validated และทาง ASUS เคลมขอบเขตสีจากโรงงาน 100% DCI-P3 ใช้แต่งภาพได้สบายๆ

display 2

gamut 2
luminance 2

ความละเอียดหน้าจอระดับ QHD โดยปกติแล้วจะอยู่ที่ 2560×1440 พิกเซล แต่ ASUS ROG Zephyrus G14 จะเพิ่มอัตราส่วนหน้าจอในแนวตั้งขึ้นอีกเล็กน้อยเป็น 16:10 ทำให้ความละเอียดจอเพิ่มเป็น 2560×1600 พิกเซล ปรับค่า Refresh Rate ได้ว่าจะใช้ 60Hz หรือ 120Hz ซึ่งถ้าใช้ทำงานแล้วไม่อยากเปลืองแบตเตอรี่ก็ปรับลงมา 60Hz ก่อน พอจะเล่นเกมก็ปรับขึ้น 120Hz ทีหลังก็ได้

ขอบเขตสีหน้าจอบนหน้าสเปคอยู่ที่ 100% DCI-P3 เมื่อคาลิเบรตหน้าจอด้วย DisplayCal 3 จะเห็นว่า Gamut coverage ซึ่งเป็นค่าจากโรงงานอยู่ที่ 99.7% sRGB, 84.9% Adobe RGB, 98.2% DCI-P3 ซึ่งถือว่ากว้างใกล้เคียงกับที่เคลมเอาไว้ แต่พอคาลิเบรตเสร็จแล้วขอบเขตสีหน้าจอในหัวข้อ Gamut volume เพิ่มขึ้นเป็น 146.3% sRGB, 100.8% Adobe RGB, 103.6% DCI-P3 และความเที่ยงตรงสีของหน้าจอหรือค่า Delta-E ได้เฉลี่ยเพียง 0.07~1.54 เท่านั้น จัดว่าสีสันบนหน้าจอทั้งเที่ยงตรงและขอบเขตสีกว้างมาก นอกจากเล่นเกมแล้วยังเอาไปทำงานเกี่ยวกับภาพและสีสันได้สบายๆ

ด้านความสว่าง ทางผู้ผลิตเคลมว่า ASUS ROG Zephyrus G14 มีความสว่างถึง 500 nits ซึ่งโปรแกรม DisplayCal 3 เองก็วัดได้สว่าง 499.85 cd/m2 ซึ่งใกล้เคียงกับที่เคลมเอาไว้ จะนั่งทำงานนอกอาคารอย่างร้านกาแฟหรือโดนแสงอาทิตย์ส่องสะท้อนบนหน้าจอก็ไม่มีปัญหา ถ้านั่งทำงานในออฟฟิศผู้เขียนแนะนำว่าเปิดความสว่างราว 60% ก็สว่างพอแล้ว

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00052
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00053
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00018
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00019
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00013
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00014

ลำโพงทั้ง 4 ดอกที่ติดตั้งมาให้จะอยู่ตรงบอดี้ส่วนบนเหนือคีย์บอร์ดและด้านใต้ตัวเครื่องโซนละ 2 ดอกด้วยกัน รองรับเสียง Dolby Atmos และได้เสียงคมชัดระดับ Hi-Res ซึ่งเสียงตอนผู้เขียนทดลองฟังเพลงก็ได้มิติ เหมาะกับความบันเทิงทุกแบบไม่ว่าจะดูหนังหรือฟังเพลงก็ไม่มีปัญหา

ด้านการฟังเพลง ลำโพงชุดนี้จัดว่ามีมิติสเตจเสียงกว้าง รายละเอียดของเครื่องดนตรีกับนักร้องไม่กลบกันส่วนเบสมีน้ำหนักและกำลังขับพอสมควรแต่ไม่ถึงกับปะทะเป็นลูกๆ เป็นแบบช่วยขับให้เสียงเพลงมีมิติดียิ่งขึ้น เสริมความเด่นของเครื่องดนตรีและนักร้องนำให้มีพลัง ถือว่าลำโพงของ ASUS ROG Zephyrus G14 นี้ได้เสียงน่าประทับใจ เสียงไม่แห้งไม่ต้องต่อลำโพงแยกก็ได้ ความดังของลำโพงเมื่อวัดด้วยอุปกรณ์วัดเสียงแล้วอยู่ราว 80~85dB

Keyboard & Touchpad

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00063

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00061
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00062
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00073
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00127
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00126

คีย์บอร์ดของ ASUS ROG Zephyrus G14 เป็นแบบ Tenkeyless ขนาดปุ่มเท่ากับแป้นคีย์บอร์ดมาตรฐานทั่วไป รองรับ N-Key Rollover ซึ่งเป็นฟีเจอร์ช่วยให้ผู้ใช้สามารถกดปุ่มบนคีย์บอร์ดหลายๆ ปุ่มพร้อมกันได้แล้วคำสั่งจากปุ่มนั้นๆ ไม่ตกหล่น มีไฟ LED Backlit ปรับเอฟเฟคไฟ RGB ได้ตามต้องการในโปรแกรม Armoury Crate

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00066

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00077
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00075
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00074
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00123
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00125
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00124

ปุ่มฟังก์ชั่นต่างๆ บนคีย์บอร์ดของ ASUS ROG Zephyrus G14 ก็ติดตั้งมาครบถ้วนทั้งสายทำงานและเกมมิ่ง ได้แก่ปุ่ม Windows Lock ที่รวมเอาไว้กับปุ่ม Windows, คีย์ลัดที่ปุ่มลูกศรทั้ง 4 ปุ่ม ได้แก่ Home, End, Page Up, Page Down เหมือนกับโน๊ตบุ๊คสายทำงานรุ่นอื่นของ ASUS นอกจากนี้ยังมีปุ่ม Macro อีก 4 ปุ่ม แยกพิเศษให้เกมเมอร์สามารถเซ็ตมาโครได้ด้วย ค่าจากโรงงานจะเป็นฟังก์ชั่นลดหรือเพิ่มเสียง, ปิดหรือเปิดไมค์และคำสั่งเรียกโปรแกรม Armoury Crate ขึ้นมาใช้งาน

ข้อดีอย่างหนึ่งของโน๊ตบุ๊คจาก ASUS คือ เมื่อกดคีย์ลัดเพื่อตั้งค่าตัวเครื่องแล้ว บนหน้าจอจะมีกรอบแจ้งเตือนเป็นรูปภาพลอยขึ้นมาให้เห็นราว 1-2 วินาที เพื่อแจ้งผู้ใช้ว่าตัวเครื่องเปลี่ยนการตั้งค่าตามสั่งแล้ว เป็นฟังก์ชั่นแจ้งเตือนเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งเข้าใจได้ง่ายและดูใส่ใจผู้ใช้ดีมาก

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00076

Function Hotkey ตรงบรรทัดบนสุดของคีย์บอร์ดจะถูกเซ็ตเป็นคำสั่ง F1-F12 มาให้เป็นมาตรฐานจากโรงงาน แต่ถ้าไม่ต้องการก็ตั้งค่าในโปรแกรม Armoury Crate ได้ โดยมีคีย์ลัดดังนี้

  • F1 – ปิดเสียงลำโพง
  • F2~F3 – ลดหรือเพิ่มแสงไฟ LED Backlit ของคีย์บอร์ด
  • F4 – คีย์ลัด AURA Sync เปลี่ยนเอฟเฟคไฟคีย์บอร์ด 
  • F5 – ปุ่มปรับโหมดของตัวเครื่อง เลือกได้ระหว่าง Silent, Performance, Turbo
  • F6 – เรียกคำสั่ง Snipping Tool
  • F7~F8 – ลดหรือเพิ่มความสว่างหน้าจอ
  • F9 – ปุ่ม Project ตั้งค่าหน้าจอหลักและจอเสริม
  • F10 – เปิดหรือปิดทัชแพด
  • F11 – Sleep Mode
  • F12 – Airplane Mode

สังเกตว่าถัดจากปุ่ม F1-F12 แล้วจะเป็นปุ่ม Delete อีกเพียงปุ่มเดียว ไม่มีปุ่ม Print Screen เหมือนโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าตัดออกไปไม่มีปัญหานักเพราะทาง ASUS เลือกใส่เป็นคีย์ลัดเรียก Snipping Tool แทนแล้ว จะตัดออกไปก็ไม่มีปัญหาต่อการใช้งานนัก

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00078
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00081
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00130
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00129

ทางบริษัทเคลมว่าทัชแพดของ ASUS ROG Zephyrus G14 ถูกอัพเกรดให้ขนาดใหญ่ขึ้นกว่ารุ่นก่อนราว 50% ซึ่งมีขนาดใหญ่มากและสูงสุดขอบความสูงที่วางข้อมือและเยื้องมากินพื้นที่ Alt ฝั่งซ้ายเล็กน้อย พอวางมือแล้วสันมือส่วนแม่โป้งจะทาบลงบนแป้นคีย์บอร์ดไปส่วนหนึ่ง แต่ถ้าต่อเมาส์แยกอยู่ก็กดปิดทัชแพดทิ้งไปก็ได้ การตอบสนองของแป้นทัชแพดสามารถลากเคอร์เซอร์, คลิ๊กเมาส์และใช้ Gesture Control ของ Windows ได้ครบถ้วนไม่มีปัญหา

ทัชแพดนี้ จากที่ลองพกไปใช้ทำงานออฟฟิศทั่วไปถือว่ามีขนาดใหญ่ ใช้งานสะดวกและลากเมาส์บนหน้าจอจากขอบสู่ขอบได้สะดวกสบายมาก หากพกไปทำงานในร้านกาแฟแล้วต้องแชร์โต๊ะทำงานกับผู้อื่นแล้วไม่สะดวกหยิบเมาส์ออกมา ก็ใช้ทัชแพดอย่างเดียวก็สะดวกไม่แพ้กัน

Connector / Thin & Weight

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00082
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00083

พอร์ตการเชื่อมต่อของ ASUS ROG Zephyrus G14 ถูกติดตั้งไว้ด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ฝั่งเท่านั้น ซึ่งพอร์ตและการเชื่อมต่อไร้สายจะมีดังนี้

  • ฝั่งซ้ายจากซ้ายมือ – ช่องต่ออแดปเตอร์, HDMI 2.0b, USB-C 3.2 Gen 2 รองรับ Power Delivery และ DisplayPort, Audio combo
  • ฝั่งขวาจากซ้ายมือ – MicroSD Card Reader, USB-C 3.2 Gen 2 x 1 รองรับ DisplayPort, USB-A 3.2 Gen 2 x 2
  • การเชื่อมต่อไร้สาย – Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2

จะเห็นว่าพอร์ตเชื่อมต่อของ ROG Zephyrus G14 มีให้ใช้งานครบเครื่อง ไม่ต้องพึ่ง USB-C Multiport Adapter ก็ได้และยังมี MicroSD Card Reader ติดมาให้โอนไฟล์ภาพและคลิปออกมาได้โดยตรงซึ่งสะดวกมากและเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบันนี้ไม่ได้ติดตั้งมาให้เสียด้วย นอกจากนี้สังเกตว่าพอร์ต USB-C ทั้ง 2 ช่องใช้ต่อหน้าจอแยกได้ หากนับรวมกับ HDMI 2.0b เท่ากับว่า ROG Zephyrus สามารถต่อหน้าจอแยกได้ถึง 3 จอพร้อมกันทีเดียว

ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายก็เป็น Wi-Fi 6E ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด สามารถรับส่งข้อมูลได้รวดเร็วและเสถียรกว่า Wi-Fi 6 มาก แต่สังเกตว่าทาง ASUS ไม่ได้ให้พอร์ต LAN มาด้วย ถ้าต้องใช้งานก็หาซื้อ USB-A to LAN มาเผื่อเอาไว้สักอันก็ช่วยได้มากแล้ว

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC09995

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC09997
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC09996

น้ำหนักของ ASUS ROG Zephyrus G14 จากหน้าสเปคเคลมไว้ 1.72 กิโลกรัม แต่พอชั่งจริงด้วยตาชั่งดิจิตอลแล้วอยู่ที่ 1.69 กิโลกรัมเท่านั้น เมื่อรวมกับอแดปเตอร์ 240 วัตต์ น้ำหนัก 706 กรัมจะหนักเพียง 2.4 กิโลกรัม ซึ่งถ้านับเฉพาะตัวเครื่องอย่างเดียวก็เบากว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบัน ถ้ารวมอแดปเตอร์ก็หนักเท่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเครื่องเดียวเท่านั้น ถือว่าไม่หนักเกินไป ใส่กระเป๋าเป้ติดตัวไปไหนมาไหนได้สบายๆ

ทว่าตอนพก ROG Zephyrus G14 ไปทำงานนอกออฟฟิศก็ไม่ต้องเอาอแดปเตอร์ของเครื่องติดตัวไปก็ได้ เพราะพอร์ต USB-C ฝั่งซ้ายมือของเครื่องรองรับการชาร์จแบบ Power Delivery อยู่แล้ว แค่มีปลั๊ก GaN กำลังชาร์จ 65 วัตต์ขึ้นไปก็ชาร์จไฟให้เครื่องได้เลย ส่วนอแดปเตอร์ของเครื่องก็ไว้ที่บ้านหรือออฟฟิศไว้ใช้งานเวลาต้องรันงานหนักๆ แทน

Inside & Upgrade

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC09999

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00005
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00006
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00007
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00008
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00022
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00023

การเปิดฝาอัพเกรด ASUS ROG Zephyrus G14 สามารถขันเปิดฝาใต้ตัวเครื่องได้ง่ายๆ ด้วยน็อตหัวแฉก Philips Head หรือหัวแฉกบวกทั้งหมด 11 ดอกออกแล้วใช้การ์ดแข็งไล่ขอบเพื่อปลดฝาแล้วเริ่มอัพเกรดได้เลย จุดสังเกตคือ น็อตตรงกลางตัวเครื่อง 3 ดอกจะมีจุกยาง 3 เม็ดอุดเอาไว้เพื่อความสวยงาม อย่าลืมดึงจุกยางแล้วขันออกด้วย หากฝืนดึงจะทำให้ฝาหลังเสียหายได้ นอกจากนี้น็อตสองดอกตรงกลางและมุมล่างขวา รวม 3 ดอกจะมีจุกจับไม่ให้น็อตหลุดออกจากเบ้า เมื่อขันน็อตหลวมแล้ก็เอาการ์ดไล่ขอบเปิดฝาได้เลย

ภายในเครื่องจะเห็นว่าครึ่งบนจะเป็นชุด ROG Intelligent Cooling เป็นชุด Vapor Chamber กับพัดลมระบายความร้อนแบบเป่าออกด้านข้างและหลังของตัวเครื่อง ด้านล่างสุดเป็นแบตเตอรี่ขนาด 76Wh ส่วน M.2 NVMe SSD อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 ติดตั้งอยู่ตรงกลางฝั่งซ้ายและแรม SO-DIMM DDR5 อยู่ฝั่งขวามือและมีแผ่นพลาสติกป้องกันไฟฟ้าสถิตย์ปิดมาให้

สังเกตจะไม่เห็นการ์ด Wi-Fi PCIe นั่นเพราะทาง ASUS เอาไปซ้อนอยู่ใต้ M.2 NVMe สาเหตุเพราะพื้นที่เมนบอร์ดมีจำกัดและชิ้นส่วนต่างๆ อยู่ชิดกันหมด ไม่มีพื้นที่ติดตั้งหัวต่อ M.2 NVMe ตัวที่ 2 เลย ถ้าจะอัพเกรดก็ต้องถอดไดรฟ์เก่าออกอย่างเดียวเท่านั้น ส่วนแรมเป็น Onboard กับ SO-DIMM อีก 1 ช่อง แยกเป็นตัวละ 8GB DDR5 รองรับความจุสูงสุด 24GB DDR5 นั่นคือถอดแรม 8GB DDR5 เดิมจากโรงงานออกแล้วใส่ตัวใหม่ความจุ 16GB เข้าไปแทน ให้เป็น 8+16GB ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าความจุ 16GB จากโรงงานก็เยอะพอใช้งานแล้ว แต่ถ้าทำงานใช้โปรแกรมกินแรมเยอะๆ ก็ยังพออัพเกรดเพิ่มได้

ในแง่การใช้งานและเล่นเกม ASUS ROG Zephyrus G14 เป็นโน๊ตบุ๊คที่ดีและจบในตัวอยู่แล้ว เหมาะกับเกมเมอร์หรือผู้ใช้ที่ซื้อมาใช้งานและไม่ค่อยมีแผนอัพเกรดมาก ส่วนผู้ใช้ที่มีแผนหรือชอบอัพเกรดเครื่องอาจจะอึดอัดอยู่บ้าง ซึ่งผู้เขียนมองว่าถ้าอยากลงเกมเอาไว้เล่นอยู่หลายเกม อาจจะซื้อฮาร์ดดิสก์แบบ Game Drive ต่อภายนอกมาต่อผ่านพอร์ต USB แทนก็เป็นทางออกที่ดี

Performance & Software

cpu 1

ซีพียูของ ASUS ROG Zephyrus G14 เป็น AMD Ryzen 7 6800HS แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.7GHz รองรับชุดคำสั่งพื้นฐานครบถ้วน เป็นสถาปัตยกรรมแบบ 6 นาโนเมตร ค่า TDP สูงสุด 35 วัตต์ จัดว่าประหยัดพลังงานดีแต่ก็ยังได้ประสิทธิภาพสูงอยู่

อนึ่ง ผู้ใช้หลายคนอาจคุ้นเคยกับรหัสท้ายตัวเลของ AMD ว่ามีรหัส U ซึ่งเป็นซีพียูเน้นประหยัดพลังงาน, รหัส H เป็นรุ่นประสิทธิภาพสูง หรือ HX เป็นตัวบ่งบอกว่าเป็นรุ่นประสิทธิภาพสูงสุดของ AMD แต่รหัส HS หรือ HS Design Standard เป็นซีพียูกลุ่ม Mobile แบบพิเศษซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่ AMD Ryzen 4000 H-Series เป็นต้นมา โดยมีจุดเด่นดังนี้

  1. เป็นซีพียูสำหรับโน๊ตบุ๊คแบบประสิทธิภาพสูง แต่ใช้พลังงานน้อยกว่ารุ่นรหัสเดียวกัน 20% ให้ใช้งานด้วยแบตเตอรี่นานยิ่งขึ้น
  2. ค่า TDP สูงสุดแค่ 35 วัตต์ แต่ใช้คอร์ประมวลผลประสิทธิภาพสูงเหมือนรหัส H ทั่วไป
  3. จัดการอุณหภูมิของตัวชิปเซ็ตได้ดี ไม่ร้อนและลดเสียงตอนโน๊ตบุ๊คทำงานเบาลงด้วย

ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าซีพียูที่มีรหัส HS ก็คือซีพียูรหัส H แบบพิเศษที่จัดการพลังงานได้ดีขึ้น เย็นและประสิทธิภาพดีเท่ากันนั่นเอง ดังนั้นถ้าโน๊ตบุ๊คเครื่องไหนติดตั้งซีพียู AMD Ryzen แบบ HS Design Standard อยู่ ก็สามารถใช้งานต่อเนื่องได้หลายชั่วโมงแน่นอน

mb
ram 2

ด้านอินเตอร์เฟสของ SSD ในเครื่องเป็น PCIe 4.0 x4 มีแรม 16GB DDR5 บัส 4800MHz ให้ใช้งานตั้งแต่เริ่ม โดยแยกเป็น Onboard กับ SO-DIMM อย่างละ 8GB รองรับการอัพเกรดได้มากสุด 24GB ซึ่งถ้าใครต้องการอัพเกรดอาจจะเปิดฝาอัพเกรดอีกเล็กน้อยก็ได้ แต่ถ้าใช้งานเดิมๆ ประสิทธิภาพก็ดีเพียงพอตอบโจทย์ทั้งทำงานและเล่นเกมอยู่แล้ว

discrete gpu

การ์ดจอแยกในเครื่องติดตั้ง AMD Radeon RX 6700S แรม 8GB GDDR6 มาให้ เป็นการ์ดจอแยกประสิทธิภาพดี มี 1,792 Unified Shader รองรับ DirectX 12 รองรับชุดคำสั่งต่างๆ ค่อนข้างครบถ้วน ได้แก่ OpenCL, OpenGL 4.6, DirectCompute, DirectML, Vulkan, Ray Tracing ซึ่งครบพร้อมใช้ ช่วยให้ทำงานและเล่นเกมได้ดียิ่งขึ้น

device mgr 1

พาร์ทภายในตัวเครื่องเมื่อเช็คผ่าน Device Manager จะเห็นว่า ASUS ROG Zephyrus G14 ติดตั้งชิ้นส่วนสำคัญมาครบเครื่อง ได้แก่ กล้อง IR Camera สำหรับสแกนใบหน้าปลดล็อคเครื่อง ทำงานร่วมกับระบบ Windows Hello, ชิป TPM 2.0 และ AMD PSP 10.0

ชิป Wi-Fi PCIe ในเครื่องเป็น MediaTek Filogic 330 (MT7922) รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับความถี่คลื่น 2.4GHz, 5GHz, 6GHz ครบถ้วน แบนด์วิธคลื่น 160MHz และรองรับ Bluetooth 5.2 ด้วย และตัวการ์ดนี้มีฟีเจอร์สำคัญต่างๆ ครบเครื่อง ได้แก่ MU-MIMO, MU-OFDMA, QoS และ WPA3 อีกด้วย

ssd 2

M.2 NVMe SSD ของ ASUS ROG Zephyrus G14 ติดตั้ง Micron 2450 มาให้ใช้งาน โดย SSD รุ่นนี้เป็น M.2 2280 176-Layer NAND อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 โดยทางผู้ผลิตเน้นเรื่องการประหยัดพลังงานแต่ประสิทธิภาพก็ถือว่าดีใช้ได้ มีความเร็ว Sequential Read 3,500 MB/s และ Sequential Write 3,000 MB/s มีความทนทานต่อการเขียนข้อมูลทับลงในไดรฟ์ได้ 600 TBW

ความเร็วจากการทดสอบด้วย CrystalDiskMark 8 จะได้ Sequential Read 3,627.46 MB/s และ Sequential Write 3,474.24 MB/s จัดว่ารวดเร็วกว่าหน้าสเปคที่เคลมเอาไว้อย่างชัดเจน หากเน้นทำงานและเล่นเกมก็ไม่ต้องอัพเกรดก็ได้ แต่ถ้าอยากให้ประสิทธิภาพสูงขึ้นและรับส่งข้อมูลได้เต็มความเร็วอินเตอร์เฟส PCIe 4.0 ก็น่าเปลี่ยนเป็น Kingston Fury Renegade, WD Black SN850, Samsun 980 PRO แทนก็ยอดเยี่ยมเช่นกัน

r15 1
r20 1

ส่วนการทำงานกับโปรแกรม 3D เรนเดอร์โมเดลต่างๆ เมื่อทดสอบด้วย CINEBENCH R15 จะได้คะแนน OpenGL 191.46 fps และคะแนน CPU 1,930 cb ซึ่งผู้เขียนได้ลองรันการทดสอบนี้ซ้ำอีกหลายครั้งแล้ว พบว่าคะแนนซีพียูจะได้ใกล้เคียงกับการทดสอบครั้งนี้ แต่คะแนน OpenGL จะขึ้นลงอยู่ช่วง 191~199 fps กล่าวคือ ถ้าใครจะใช้ ASUS ROG Zephyrus G14 ทำงานหรือพรีวิว 3D Model ให้ลูกค้าดูก็ใช้งานได้ดีไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

ด้าน CINEBENCH R20 ที่เน้นทดสอบพลังการประมวลผลของซีพียูเป็นหลักได้ CPU 4,854 pts จัดว่าทำได้ดีเพียงพอจะใช้ทำงานหนักๆ อย่างเรนเดอร์ภาพและงานกราฟฟิคต่างๆ ก็ทำได้สบายๆ ไม่ต้องกังวลว่าถ้าซีพียูเป็น AMD แล้วจะทำงานได้ดีหรือไม่? 

3dmark

การทดสอบเล่นเกมโดยรัน 3DMark Time Spy จะได้คะแนนเฉลี่ยรวม 8,040 คะแนน แยกเป็น CPU score 8,788 คะแนน และ Graphics score 7,922 คะแนน ซึ่งคะแนนในระดับนี้หากจะเล่นเกมที่ความละเอียดจอ 1080p~2K ปรับกราฟฟิคเอาไว้ระดับ High ก็ได้ไม่มีปัญหาแน่นอน

Screenshot 2022 08 26 194608

ในแง่ใช้ทำงานทั่วไป ASUS ROG Zephyrus G14 ทำคะแนนใน PCMark 10 ได้สูงมากถึง 7,301 คะแนน เทียบชั้นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คระดับเรือธงหลายๆ รุ่น จะใช้ทำงานทั่วไปอย่างเปิดเบราเซอร์หรือแอพฯ มาทำงาน ตัดต่อวิดีโอแต่งภาพหรือแม้แต่ทำงานเอกสารก็ยอดเยี่ยมเช่นกัน ดังนั้นในแง่การทำงานไม่ว่าจะงานออฟฟิศทั่วไปหรืองานสายครีเอเตอร์ก็ทำได้ดีแน่นอน

g14 1080p

ด้านการเล่นเกม จะเห็นว่า ASUS ROG Zephyrus G14 แม้จะเป็นซีพียู AMD Ryzen 7 6800HS กับการ์ดจอ AMD Radeon RX 6700S แต่เมื่ออัพ AMD Chipset Driver และไดรเวอร์การ์ดจอเวอร์ชั่นล่าสุดแล้ว ก็เล่นเกมฟอร์มยักษ์ระดับ AAA บนหน้าจอ 1080p ได้สบายๆ ได้เฟรมเรทเฉลี่ยสูงมากและยิ่งถ้าเกมไหนใช้เอนจิ้นเอื้อทาง AMD อย่าง Resident Evil Village ก็จะได้เฟรมเรทสูงเป็นพิเศษด้วย

ประสบการณ์การเล่นเกมด้วย ASUS ROG Zephyrus G14 บทความละเอียดจอ 1080p ใช้คำว่า “แรงเหลือเฟือ” ได้อย่างเต็มปาก ด้วยพลังของ Ryzen จับคู่กับ Radeon ทำให้ภาพของเกมลื่นไหลต่อเนื่องรวมทั้งโหลดฉากได้อย่างรวดเร็วจนแทบไม่เห็นการเรนเดอร์แผนที่ต่อหน้าเหมือนเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คบางเครื่องเลย โดยเฉพาะ SCUM ถ้าเครื่องไม่แรงพอ เฟรมเรทเฉลี่ยก็จะไม่เกิน 60 Fps และบางครั้งก็จะมีอาการโหลดแผนที่สดๆ ให้เห็นด้วย แต่ Zephyrus G14 ไม่มีอาการนี้แม้แต่น้อย ด้านของ Apex Legends ก็สามารถเรนเดอร์ฉากตอนเล่นได้เร็วทันใจ กวาดเมาส์เร็วๆ เพื่อไล่ตามเป้าหมายก็ไม่มีอาการภาพฉีกหรือเกิดอาการเฟรมเรทตกเลย ดังนั้นสรุปได้ว่า ROG Zephyrus G14 สามารถเล่นเกมบนจอความละเอียด 1080p ได้สบายๆ

g14 native

หากขยับมาความละเอียด WQXGA ที่ 2560×1600 พิกเซลซึ่งเป็นความละเอียดดั้งเดิมของจอนี้ (Native Resolution) จะเห็นว่า Ryzen 7 6800HS และ Radeon RX 6700S ก็ทำผลงานได้ดีไม่แพ้กัน ถึงจะเทียบกับ 1080p แล้วเฟรมเรทจะลดลงไปบ้างแต่ยังเล่นได้ดีและลื่นไหลอยู่ แต่สำหรับ Resident Evil Village ก็ยังเป็นข้อยกเว้นอยู่ดี เนื่องจากการตั้งกราฟฟิคในเกมยังใช้ประโยชน์จาก AMD FidelityFX เข้ามาเสริมให้เฟรมเรทตอนเล่นเกมยังสูงอยู่เช่นเดิม

ถ้าเป็นเกมอื่นที่ไม่ได้เอื้อทาง AMD เต็มที่อย่าง SCUM การได้เฟรมเรทเฉลี่ย 40 Fps แล้วมีบางช่วงบางตอนเฟรมเรทเพิ่มขึ้นไปแตะระดับใกล้เคียง 60 Fps และยังเสถียรไม่มีการ “เกมเด้ง” หรือภาพหน่วง, กระตุกระหว่างเล่นเกมเลย ด้านของ Apex Legends ก็ยังเล่นได้ไหลลื่นดีไม่มีปัญหา เฟรมเรทสูงและภาพลื่นต่อเนื่องไม่แพ้ตอนเล่นบนความละเอียด 1080p เลยแม้แต่น้อย ดังนั้นสรุปได้เลยว่าสเปค Ryzen 7 6800HS และ Radeon RX 6700S สามารถเล่นเกมบนจอความละเอียด 2K ไม่ว่าจะ QHD หรือ WQXGA ก็เล่นได้สบายๆ

ในส่วนนี้ผู้เขียนขอเสริมให้เกมเมอร์เป็นพิเศษ ว่าถ้าจะต่อหน้าจอเกมมิ่งเข้ากับ ASUS ROG Zephyrus G14 นี้ แนะนำให้ต่อผ่าน HDMI 2.0b ด้านข้างตัวเครื่องก่อนเป็นจอแรก แล้วค่อยต่อจอ 2, 3 ผ่าน USB-C จะดีสุด เนื่องด้วยสเปคของ HDMI 2.0b จะรีดค่า Refresh Rate ได้ดีกว่านั่นเอง และหากผู้ใช้คนไหนอยากทราบว่าตอนนี้ AMD FidelityFX รองรับเกมไหนบ้าง? สามารถดูรายชื่อเกมได้ที่นี่

Screenshot 2022 08 25 002816

Screenshot 2022 08 25 003238
Screenshot 2022 08 25 003224
Screenshot 2022 08 25 003212
Screenshot 2022 08 25 003127
Screenshot 2022 08 25 003119
Screenshot 2022 08 25 003102
Screenshot 2022 08 25 003051
Screenshot 2022 08 25 002843

ด้านซอฟท์แวร์ปรับแต่งและมอนิเตอร์ประจำ ASUS ROG Zephyrus G14 ตัวหลักเป็น ASUS Armoury Crate ซึ่งซอฟท์แวร์นี้ใช้มอนิเตอร์การทำงาน, ปรับโหมดตัวเครื่อง, ตั้งค่าปุ่มมาโครหรือแม้แต่ตั้งเอฟเฟคไฟ AniMe Matrix บนฝาหลังตัวเครื่องได้ด้วย เป็นซอฟท์แวร์ที่ตั้งฟังก์ชั่นการทำงานให้เครื่องนี้ได้ครบเครื่องมาก

ด้านการตั้งค่าตัวเครื่องจะมีเคล็ดลับ 2 แบบ หากต้องการใช้งานทั่วไปแนะนำให้เลือกตรง GPU Mode ให้เป็น Optimized แล้วปล่อยให้เครื่องจัดการตัวเองได้เลย แต่ถ้าทำงานกราฟฟิคหรือเล่นเกมแล้วจะรีดประสิทธิภาพตัวเครื่องให้สูงสุด ให้เลือกเป็น Ultimate แล้วรีเซ็ตเครื่องหนึ่งครั้ง ก็จะได้เฟรมเรทตอนเล่นเกมสูงขึ้นอย่างแน่นอน

Screenshot 2022 08 25 003253

Screenshot 2022 08 25 003316
Screenshot 2022 08 25 003326
Screenshot 2022 08 25 003344

ด้าน MyASUS จะเป็นซอฟท์แวร์สำหรับตั้งค่าการใช้งานทั่วไปและอัพเดทเฟิร์มแวร์ทั่วไปในตัวเครื่อง ช่วย Optimize การทำงานต่างๆ, มอนิเตอร์ตัวเครื่องและใช้ติดต่อกับทาง ASUS ในกรณีต้องการให้ทีมช่างของ ASUS ช่วยดูแลตัวเครื่องเมื่อเกิดปัญหาได้อีกด้วย

Battery & Heat & Noise

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00010

แบตเตอรี่ของ ASUS ROG Zephyrus G14 เป็นลิเธียม โพลีเมอร์ ความจุ 76Wh ขนาดใหญ่โดยวางตัวยาว ขอบทั้งสองฝั่งของแบตเตอรี่ติดกับลำโพงของตัวเครื่อง มีความจุแบบ Typical Capacity 4,920mAh และ Rated Capacity ที่ 4,770mAh ซึ่งความจุนี้ถือว่าให้เยอะกว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบัน ใช้งานได้หลายชั่วโมงอย่างแน่นอน

battmon

เมื่อทดสอบตามมาตรฐานของทางเว็บไซต์ ปิดไฟ RGB, AniMe Matrix, ปรับลดความสว่างหน้าจอให้ลงมาต่ำสุด, เปิดเสียงลำโพง 10% และปรับโหมดตัวเครื่องให้เข้าโหม Silent แล้วใช้ Microsoft Edge ดูคลิป YouTube นาน 30 นาที จะเห็นว่าแบตเตอรี่ 76Wh ก็ใช้งานต่อเนื่องได้นานถึง 10 ชั่วโมง 19 นาทีทีเดียว โดยปกติแล้วเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบันหากใช้งานด้วยแบตเตอรี่ที่ติดตั้งมาในเครื่องจะใช้งานได้ราว 5~7 ชั่วโมง แต่ ASUS ROG Zephyrus G14 สามารถใช้งานได้นานกว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ เครื่องมาก

อย่างไรก็ตามผู้เขียนมีจุดสังเกตหนึ่ง คือ ก่อนได้ผลทดสอบนี้ ผู้เขียนได้ทดสอบเครื่องตามปกติโดยใช้ชิปเซ็ตไดรเวอร์แบบยังไม่ได้อัพเดทเป็นเวอร์ชั่น 3.10.08.506 จะใช้งานด้วยแบตเตอรี่ได้ราว 5 ชั่วโมง 30 นาทีเท่านั้น แต่เมื่ออัพเดท AMD Chipset Driver แล้ว ก็ได้ระยะเวลาใช้งานนานขึ้นมาก ดังนั้นถ้าใครซื้อ ROG Zephyrus G14 มา ขอให้อัพเดท Chipset Driver ด้วย

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00002
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00001
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00004

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00012
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00011
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00085
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00086

ระบบระบายความร้อน ROG Intelligent Cooling แบบ Vapor Chamber ผสานโลหะเหลวและระบายความร้อนออกจากเครื่องด้วยพัดลม Arc Flow Fans ด้านหลังและด้านข้างเครื่องฝั่งละ 2 ช่อง ซึ่งชุดระบายความร้อนนี้มีขนาดใหญ่และกินพื้นที่ภายในตัวเครื่องครึ่งหนึ่ง ซึ่งถ้าใช้งานทั่วไปอย่างทำงานเอกสารก็ไม่มีเสียงรบกวนด้วยฟีเจอร์ 0dB แต่ถ้าทำงานกราฟฟิคหรือเล่นเกมจะได้ยินเสียงพัดลมระบายความร้อนค่อนข้างชัดเจน แต่ข้อดีคือชุด Vapor Chamber นี้ทำงานได้ดีมาก ไม่มีปัญหาเรื่องความร้อนสูงเกินหรือ Throttle Down ลดประสิทธิภาพการทำงานลงเลยแม้แต่น้อย

temp 1

ส่วนอุณหภูมิที่ CPUID HWMonitor วัดได้ตอนทดสอบเล่นเกม จะเห็นว่าซีพียู AMD Ryzen 7 6800HS (ดูที่ AMD Radeon Graphics ซึ่งเป็นการ์ดจอออนบอร์ดแทน) ได้อุณหภูมิ 48~87 องศาเฉลี่ย 77 องศาเซลเซียส การ์ดจอ AMD Radeon RX 6700S อยู่ที่ 48~97 องศา เฉลี่ย 78 องศาเซลเซียส ไม่มีตัวเลขติดแดงโชว์ว่าอุณหภูมิร้อนเกินไปเลย และความร้อนที่ลงไปยัง M.2 NVMe SSD ซึ่งอยู่ถัดลงมาก็ไม่สูงมาก เฉลี่ยเพียง 58 องศาเซลเซียสเท่านั้น กล่าวคือ ROG Intelligent Cooling สามารถคุมความร้อนของซีพียูและการ์ดจอได้เป็นอย่างดี ไม่ต้องกังวลว่าเล่นเกมแไปแล้วอุณหภูมิตัวเครื่องจะสูงเกินจนใช้งานได้ไม่ดีไม่เต็มประสิทธิภาพ

User Experience

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00106

ASUS ROG Zephyrus G14 ถือว่าเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่ลงตัวทั้งด้านเกมมิ่งก็เล่นเกมได้ดี ทรงพลังเล่นเกมหนักๆ ได้ไม่มีปัญหาและยังใช้งานต่อเนื่องได้หลายชั่วโมงและยังชาร์จแบตเตอรี่ผ่านทางพอร์ต USB-C 3.2 ด้านซ้ายของตัวเครื่องได้ ขอแค่มีปลั๊ก GaN กำลังชาร์จเกิน 65 วัตต์ กับสาย USB-C สักเส้นติดกระเป๋าเอาไว้ จะไปนั่งทำงานที่ไหนก็ไม่ต้องกลัวว่าแบตเตอรี่จะหมดระหว่างทำงานอย่างแน่นอน แต่ถ้าใช้ทำงานเอกสารหรือเปิดเบราเซอร์ใช้งานตามปกติก็ใช้งานต่อเนื่องได้นานสุด 10 ชั่วโมง ไม่แพ้โน๊ตบุ๊คบางเบาหลายรุ่นเลย

ความปลอดภัยตอนใช้งานก็จัดว่าดีมาก เพราะ ROG Zephyrus G14 รุ่นก่อนหน้าไม่มีระบบปลดล็อคตัวเครื่องแบบ Biometric ติดมาให้ แต่รุ่นใหม่นี้ได้กล้อง IR Camera เอาไว้สแกนหน้าปลดล็อคเครื่องได้ ทำงานร่วมกับฟังก์ชั่น Windows Hello เพียงแค่กางจอให้กล้องสแกนหน้าเพียงอึดใจก็ปลดล็อคพร้อมใช้งานได้ทันที เป็นฟังก์ชั่นช่วยให้ชีวิตสะดวกขึ้นมากด้วย

ซึ่งผู้เขียนก็ได้เอาเครื่องนี้ติดไปนั่งทำงานตามร้านกาแฟ ก็ยอมรับว่าหน้าตาของมันเรียบร้อยขึ้นไม่ออกเกมมิ่งเกินไป แต่ประสิทธิภาพการทำงานจัดว่ารันโปรแกรมใหญ่กินทรัพยากรหนักๆ ได้ดีมากจนพลอยให้รู้สึกว่าโน๊ตบุ๊คบางเบาหลายๆ รุ่นทำงานช้าลงเสียอย่างนั้น และเรื่องการจัดการพลังงาน ผู้เขียนเลือกตั้งค่าเครื่องให้การ์ดจอทำงานแบบ Optimize แล้วปรับเข้าโหมด Silent เพื่อใช้ทำงานทั่วไป อย่างเปิดเว็บไซต์และทำงานเอกสารก็ใช้งานต่อเนื่องได้ทั้งวัน ไม่ต้องกลุ้มวิ่งหาปลั๊กมาต่อชาร์จเครื่องเลยก็ยังได้ ยิ่งถ้าใครเป็นสายทำงานแบบ Cafe Hopper ทำงานร้านนี้แล้วไปกินข้าวแล้วแวะอีกร้านต่อ มั่นใจว่าแบตเตอรี่ 76Wh ใน ASUS ROG Zephyrus G14 จะพร้อมใช้งานได้ทั้งวันอย่างแน่นอน

ด้านการเล่นเกมด้วย ASUS ROG Zephyrus G14 ถือว่าทรงพลังไม่แพ้สเปคอื่นอย่าง และเป็น AMD Advantage ขอเพียงแค่ลง AMD Chipset Driver และอัพเดทไดรเวอร์การ์ดจอให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด ปัญหาจุกจิกไม่ว่าจะเรื่องเฟรมเรทเหวี่ยง, เกมเด้ง, ภาพกระตุกใดๆ ไม่มีให้เห็นตอนใช้งานเลยแม้แต่น้อย เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คระดับ Desktop Replacement ซื้อเครื่องเดียวต่อจอแยกเล่นเกมหรือทำงานกราฟฟิคหนักๆ ได้เลย และราคา 69,990 บาท ก็ถือว่าไม่แพงไม่ถูกไปอีกด้วย ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนก็ประกอบเกมมิ่งพีซีสเปค AMD ล้วนใช้งานเป็นเครื่องหลักอยู่ ก็ขอยืนยันว่าปัจจุบันนี้สเปคซีพียู AMD Ryzen กับการ์ดจอ AMD Radeon นอกจากประสิทธิภาพดี ยังไม่มีปัญหาจุกจิกกวนใจเหมือนในอดีตแล้วด้วย

Conclusion & Award

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00104

หลังจากได้ใช้ ASUS ROG Zephyrus G14 มาราวหนึ่งสัปดาห์ก็ประทับใจเครื่องนี้ในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเรื่องประสิทธิภาพ, การจัดการพลังงาน, พอร์ตเชื่อมต่อและยังได้กล้องสแกนใบหน้าด้วย เรียกว่าฝั่งฮาร์ดแวร์มีให้แบบครบถ้วน ส่วนซอฟท์แวร์ก็มี Microsoft Office Home&Student 2021 ติดตั้งมาให้แบบครบเครื่อง เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คแค่ไม่กี่รุ่นที่ได้ซอฟท์แวร์ครบเครื่องระดับนี้ ถ้าซื้อมาแค่เปิดเครื่องอัพเดทไดรเวอร์ให้ครบก็พร้อมใช้งานทันที

ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องลูกเล่นและดีไซน์ตัวเครื่องต้องยกให้ไฟ AniMe Matrix ที่เป็นเอกลักษณ์ของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้กับดีไซน์ ErgoLift Hinge ช่วยยกตัวเครื่องให้เฉียงขึ้นหรือจะกางหน้าจอจนราบไปเลยก็ยังได้ และน้ำหนักเครื่อง 1.69 กิโลกรัม นั้นจัดว่าเบามากเมื่อในหมู่เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คด้วยกัน ดีต่อคนทำงานหรือเกมเมอร์ที่อยากได้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คสักเครื่องหนึ่ง เป็นจุดตัดที่ลงตัวที่สุด ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนเองหากจะเปลี่ยนโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่สักเครื่อง ASUS ROG Zephyrus G14 เครื่องนี้จะเป็นตัวเลือกอันดับแรกอย่างแน่นอน 

award

NBS award 7 Design

best design

การออกแบบตัวเครื่องที่สวยเรียบร้อยเหมือนโน๊ตบุ๊คทำงานน้ำหนักเบา เอื้อต่อหลักสรีระศาสตร์ด้วยบานพับ ErgoLift Hinge และน้ำหนักเบาเพียง 1.69 กิโลกรัมนั้นเป็นการดีไซน์ที่ดีมาก และยังมีกล้อง IR Camera ให้สแกนใบหน้าปลดล็อคเครื่อง เพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้ด้วย จัดเป็นการดีไซน์ที่ใส่ของดีมาให้ครบทุกด้าน

award new Gaming

best gaming

ประสิทธิภาพของ AMD Advantage เมื่อจับคู่ AMD Ryzen 7 6800HS กับ AMD Radeon RX 6700S แล้ว ทำให้ ROG Zephyrus G14 เครื่องนี้เล่นเกมฟอร์มยักษ์ ปรับกราฟฟิคสูงสุดก็ยังได้เฟรมเรทสูงและลื่นไหล จัดว่าน่าประทับใจมาก

award new Battery Life

best battery life

ASUS ROG Zephyrus G14 สามารถใช้งานได้นาน 10 ชั่วโมง อยู่ยาวกว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นที่ได้ทดสอบมาก่อนหน้านี้มาก ไม่ต้องกลัวว่าทำงานยังไม่เสร็จแล้วแบตเตอรี่จะหมดก่อน และยังรองรับการชาร์จแบบ Power Delivery กำลังไฟ 65 วัตต์อีก จัดว่าครบเครื่องมาก

from:https://notebookspec.com/web/664268-review-asus-rog-zephyrus-g14

แนะนำ 4 เทพ Acer Predator ตัวแรง ชนทุกเกมฟอร์มยักษ์ได้สบายๆ พร้อมฟีเจอร์ล้นตัว เริ่ม 54,900 บาท อัพเดท 2022

ถ้าจะซื้อเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คมาใช้ Acer Predator ซีรี่ส์นี้ถือว่าน่าซื้อมาก

predator cover

ถ้าพูดถึงเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คของ Acer หลายคนอาจจะคิดถึงตระกูล Nitro 5 ซึ่งราคาถูกและมีสเปคให้เลือกมากมาย แต่ถ้าเป็นรุ่นเรือธงสายเกมมิ่งก็ต้องยกให้ Acer Predator Series ที่สเปคสูงจนไม่ต้องประกอบเกมมิ่งพีซีก็ยังได้ แถมยังได้ฟีเจอร์ดีๆ อัดแน่นมาเต็มเครื่องพร้อมรองรับการอัพเกรดเพิ่มแรมและ M.2 NVMe SSD เข้าไปได้อีก

Advertisementavw

นอกจากไฟ RGB บนคีย์บอร์ดและแต่ละส่วนของตัวเครื่องและซีพียู Intel และการ์ดจอ NVIDIA GeForce รุ่นใหม่ล่าสุดแล้ว ระบบระบายความร้อนของตัวเครื่อง 5th Gen AeroBlade 3D ที่ออกแบบให้อากาศไหลผ่านดี รวมกับการออกแบบระบบไหลเวียนอากาศและแผ่นระบายความร้อน “PowerGem” ช่วยระบายความร้อนให้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ได้ดีขึ้น ทำให้ซีพียูรีดประสิทธิภาพได้มากกว่าเดิม 12% และเย็นเสมอแม้จะเล่นเกมต่อเนื่องหลายชั่วโมงแล้ว

Acer Predator

ด้านการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตก็ถือว่าไม่น้อยหน้าฟีเจอร์อื่น เพราะซีรี่ส์ Acer Predator ได้ติดตั้งการ์ด Wi-Fi 6 ประสิทธิภาพสูงรุ่น Intel Killer AX1650i คลื่น 160MHz กับชิป LAN Intel Killer E3100G พร้อม Advanced Stream Detect 2.0 คอยจัดการการรับส่งข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ตในตัวเครื่องพร้อมจัดลำดับความสำคัญให้เกม, โปรแกรมแชตและเว็บไซต์ยอดนิยมให้เชื่อมต่อได้อย่างรวดเร็วเป็นพิเศษ

Predator HELIOS 500 KSP 12 Medium

ด้านของพอร์ตก็เรียกว่าให้มาจัดเต็ม ไม่ว่าจะ USB-A 3.2 Gen 2, Thunderbolt 4 รองรับการต่อหน้าจอแยก DisplayPort และชาร์จแบตเตอรี่แบบ Power Delivery กำลังชาร์จ 100 วัตต์ได้ รวมทั้ง HDMI 2.1, Mini DisplayPort 1.4 รองรับการต่อหน้าจอแยกความละเอียดสูงสุด 8K 60Hz ได้ ซึ่งถ้าพกเครื่องไปทำงานก็ต่อชาร์จแบตเตอรี่ผ่าน Thunderbolt 4 ได้ พอกลับมาบ้านก็ต่อหน้าจอแยกและเสียบปลั๊กเพื่อรีดประสิทธิภาพสูงสุดและเล่นเกมโปรดได้เลย และลำโพงของตัวเครื่องยังรองรับ DTS:X Ultra ให้เสียงกระหึ่มรอบทิศ 360 องศาด้วย

HELIOS 500 KSP 10

ในเมื่อเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คระดับเรือธงของทางค่ายแล้ว ก็มีโปรแกรมตั้งค่าและมอนิเตอร์ตัวเครื่องเฉพาะตัวอย่าง PredatorSense ติดตั้งมาให้ใช้ กดเปลี่ยนโหมดการทำงานได้ง่ายๆ ว่าจะใช้งานปกติในโหมด Normal, เร่งประสิทธิภาพให้สูงขึ้นในโหมด Fast หรือรีดประสิทธิภาพของ Acer Predator ให้สูงสุดในโหมด Extreme ได้ นอกจากนี้ยังเลือกเปลี่ยนไฟ RGB ของคีย์บอร์ด, เช็คและตั้งค่าการทำงานของพัดลมระบายความร้อนได้ในตัว พร้อมโหมด Game Sync สำหรับปรับโปรไฟล์การทำงานของตัวเครื่องให้เข้ากับเกมนั้นๆ ได้อย่างอิสระและเซ็ตปุ่มมาโครได้ 3 โปรไฟล์ให้กดใช้งานได้สะดวก และโปรแกรมนี้ยังมีเวอร์ชั่นแอพฯ ในสมาร์ทโฟนให้โหลดมาติดตั้งได้ด้วยทั้งใน Play Store สำหรับ Android และ App Store ของ iOS ด้วย

4 Acer Predator ตัวเทพน่าซื้อ เกมเมอร์จัดแล้วคุ้ม ฟินแน่นอน

ถ้าเกมเมอร์คนไหนไม่อยากนั่งลุ้นกับราคาการ์ดจอที่ขึ้นลงแทบจะรายวันและอยากย้ายมาสายเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเพราะความสะดวกแต่ก็ขอสเปคจัดเต็มสักหน่อย ผู้เขียนก็แนะนำ Acer Predator ทั้งหมด 4 รุ่นสเปคแรงสุดๆ พกพาไปไหนมาไหนได้สบายๆ ท้าชนทุกเกมฟอร์มยักษ์ในปัจจุบันได้อีกด้วย ซึ่ง 4 รุ่นนี้มี

  1. Predator Helios 300 PH315-54-72BT
  2. Predator Helios 500 PH517-52-7290
  3. Predator Triton 500 SE PT516-51s-72QY
  4. Predator Triton 500 SE PT516-51s-7518
1. Predator Helios 300 PH315-54-72BT

 

20210916 042455 c

เริ่มต้นด้วย Predator Helios 300 PH315-54-72BT รุ่นเริ่มต้นของซีรี่ส์นี้ ซึ่งบอดี้ได้ความเท่แข็งแรงพร้อมคีย์บอร์ด RGB ที่เกมเมอร์นิยมกัน นอกจากนี้สเปคก็แรงพอเล่นเกมฟอร์มยักษ์ไปได้อีก 2-3 ปีอย่างแน่นอน

สเปคของรุ่นเริ่มต้นนี้ใช้ Intel Core i7-11800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.3-4.6GHz จับคู่กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6 ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 1TB ติดตั้ง Windows 10 Home มาในตัว มีแรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz ด้านพอร์ตเชื่อมต่อมี USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1 รองรับ Thunderbolt, HDMI x 1, Mini DisplayPort x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ด้วย ส่วนน้ำหนักเครื่อง 2.3 กิโลกรัม ซึ่งถ้าใครอยากได้ Acer Predator ไปเล่นเกมก็เริ่มรุ่นนี้ก่อนได้เลย

สเปคของ Predator Helios 300 PH315-54-72BT
  • CPU : Intel Core i7-11800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.3-4.6GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1 รองรับ Thunderbolt, HDMI x 1, Mini DisplayPort x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 10 Home
  • Weight : 2.3 กิโลกรัม
  • Price : 54,900 บาท (Advice, BaNANA) 
2. Predator Helios 500 PH517-52-7290

 

Predator Helios 500 ph517 bk

 

ขยับขึ้นมาเป็นรุ่นแรงจบ Predator Helios 500 PH517-52-7290 ที่ตัวเครื่องใหญ่และสเปคดีขึ้น โดยใช้ซีพียู Intel Core i7-11800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.3-4.6GHz เหมือนกันแต่เปลี่ยนการ์ดจอเป็น NVIDIA GeForce RTX 3070 แรม 8GB GDDR6 แทน และขยายหน้าจอเป็น 17.3 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz แทน มี M.2 NVMe SSD ความจุ 1TB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้และเพิ่มแรมเป็น 32GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt, HDMI x 1, Mini DisplayPort x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ด้วย แต่ตัวเครื่องจะหนักถึง 3.9 กิโลกรัม ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าน้ำหนักกับสเปคนี้เหมาะจะเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คแบบ Desktop Replacement หรือซื้อมาทำงานและเล่นเกมแทนเกมมิ่งพีซีเป็นหลัก ถ้าจะพกไปไหนมาไหนแนะนำให้หากระเป๋าใบใหญ่พิเศษสำหรับใส่โน๊ตบุ๊คเครื่องนี้จะดีกว่า

สเปคของ Predator Helios 500 PH517-52-7290
  • CPU : Intel Core i7-11800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.3-4.6GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3070 แรม 8GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB
  • RAM : 32GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 17.3 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt, HDMI x 1, Mini DisplayPort x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 3.9 กิโลกรัม
  • Price : 79,990 บาท (ราคากลาง) 
3. Predator Triton 500 SE PT516-51s-72QY

 

20211021 163335 c

สำหรับ Predator Triton 500 SE PT516-51s-72QY รหัสนี้เป็นบอดี้รุ่นใหม่ดีไซน์เรียบร้อยขึ้นและพกพาได้สะดวก แต่ก็ยังเล่นเกมฟอร์มยักษ์ปรับกราฟิคสูงสุดได้สมกับเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คตระกูล Acer Predator เช่นกัน และเสริมเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือปลดล็อคเครื่องเอาไว้ที่แป้นทัชแพดให้ผู้ใช้ปลดล็อคเครื่องได้สะดวกขึ้นอีกด้วย

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i7-11800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.3-4.6GHz กัยการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3070 แรม 8GB GDDR6 เช่นกัน ส่วนขนาดหน้าจอเป็นอัตราส่วนใหม่ 16 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1600) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz ใส่ M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home พร้อมแรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz มาให้ ด้านพอร์ตมี USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, SD Card Reader x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ส่วนน้ำหนักเครื่อง 2.4 กิโลกรัม จัดเป็น Acer Predator ดีไซน์สวยเรียบง่ายแต่แรงพร้อมเล่นเกมอย่างแน่นอน

สเปคของ Predator Triton 500 SE PT516-51s-72QY
  • CPU : Intel Core i7-11800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.3-4.6GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3070 แรม 8GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 16 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1600) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, SD Card Reader x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 10 Home
  • Weight : 2.4 กิโลกรัม
  • Price : 63,300 บาท (Advice) 
4. Predator Triton 500 SE PT516-51s-7518

Triton 500 SE PT516 bk

สุดท้ายเป็น Predator Triton 500 SE PT516-51s-7518 รุ่นแชร์ดีไซน์กับสเปคแทบทั้งหมดร่วมกับ Acer Predator ในข้อก่อน แต่อัพเกรดการ์ดจอเป็น NVIDIA GeForce RTX 3080 แรม 8GB GDDR6 เพิ่มความจุ M.2 NVMe SSD เป็น 1TB ติดตั้ง Windows 10 Home มาให้กับแรม 32GB DDR4 บัส 3200MHz ส่วนหน้าจอขนาด 16 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1600) พาเนล IPS แต่อัพเกรดพาเนลให้รองรับขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB ความสว่างสูงสุด 500 nit ซึ่งนอกจากเล่นเกมได้ไหลลื่นแล้ว ยังใช้ทำงานอาร์ตเวิร์คต่างๆ หรือพรู้ฟสีงานอาร์ตก็ได้ เรียกว่าดีรอบด้าน ตอบโจทย์คนที่อยากเปลี่ยนเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คสักครั้งแล้วเอาให้แรงจบไปทีเดียว

สเปคของ Predator Triton 500 SE PT516-51s-7518
  • CPU : Intel Core i7-11800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.3-4.6GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3080 แรม 8GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB
  • RAM : 32GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 16 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1600) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB ความสว่างสูงสุด 500 nit
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, SD Card Reader x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 10 Home
  • Weight : 2.4 กิโลกรัม
  • Price : 81,300 บาท (Advice) 

สรุปสเปค Acer Predator 4 รุ่นเทพ

เกมเมอร์ที่อยากหาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คสเปคแรงจบมาเล่นเกมสักเครื่อง ณ ตอนนี้ Acer Predator จัดเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากอีกซีรี่ส์หนึ่ง เพราะนอกจากฟีเจอร์จะจัดเต็มแล้ว ความแรงเรียกว่าไม่แพ้แบรนด์อื่นอย่างแน่นอน ซึ่งสเปคโดยสรุปจะเป็นดังนี้

สเปคของ Acer Predator CPU, GPU SSD, RAM, Software หน้าจอ, น้ำหนัก การเชื่อมต่อ ราคา (บาท)
Predator Helios 300 PH315-54-72BT Intel Core
i7-11800H

NVIDIA GeForce RTX 3060

M.2 NVMe
1TB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 10 Home

15.6″ QHD IPS

Refresh Rate 165Hz

2.3 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1 รองรับ Thunderbolt

HDMI x 1

Mini DisplayPort x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

54,900
Predator Helios 500 PH517-52-7290 Intel Core
i7-11800H

NVIDIA GeForce RTX 3070

M.2 NVMe
1TB

32GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

17.3″ QHD IPS

Refresh Rate 165Hz

Windows 11 Home

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt

HDMI x 1

Mini DisplayPort x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

79,990
Predator Triton 500 SE PT516-51s-72QY Intel Core
i7-11800H

NVIDIA GeForce RTX 3070

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 10 Home

16″ QHD IPS

Refresh Rate 165Hz

2.4 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt

HDMI x 1

LAN x 1

SD Card Reader x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

63,300
Predator Triton 500 SE PT516-51s-7518 Intel Core
i7-11800H

NVIDIA GeForce RTX 3080

M.2 NVMe
1TB

32GB DDR4
3200MHz

Windows 10 Home

16″ QHD IPS

Refresh Rate 165Hz

100% sRGB

2.4 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt

HDMI x 1

LAN x 1

SD Card Reader x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

81,300

Acer Predator ซีรี่ส์นี้นอกจากสเปคแรงตอบโจทย์เกมเมอร์และคนทำงานแล้ว ข้อดีคือพกพาไปไหนมาไหนสะดวกกว่าเกมมิ่งพีซีอย่างแน่นอน จะซื้อเป็นเครื่องหลักเครื่องเดียวใช้ทั้งทำงานและเล่นเกมก็เวิร์ค ไม่ต้องมีอุปกรณ์ซ้ำซ้อนอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนแนะนำว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คจะมีอายุการใช้งานของมันอยู่ระดับหนึ่งแล้ว แนะนำว่าถ้าต้องการใช้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเป็นหลักให้คุ้มค่าที่สุดก็ใช้และเวียนเปลี่ยนเครื่องเป็นระยะๆ เพื่อให้มูลค่าเครื่องไม่ตกมากแล้วเอาเงินที่ขายเครื่องเก่าไปต่อทุนเครื่องใหม่ได้ด้วย


บทความที่เกี่ยวข้อง

acermonitor cover

acer wide cover

aspireacer cover

from:https://notebookspec.com/web/646688-4-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e-acer-predator-for-gamer

ชี้เป้า Lenovo Legion สเปคเทพตัวเด็ด ทำงานลื่น เล่นเกมชิลๆ ลดราคาหนักมาก!

Lenovo Legion เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่ซื้อไปแล้วจะทำงานก็ดี ครีเอเตอร์ก็แฮปปี้

legion cover

ถ้าพูดถึงเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คในปี 2022 นี้ แต่ละแบรนด์ชั้นนำก็จะมีรุ่นดีรุ่นเด่นให้เลือกมากมาย ซึ่งมี Lenovo Legion รวมอยู่ในกลุ่มนั้นด้วยอย่างแน่นอน และมั่นใจว่าผู้ใช้หลายๆ คนก็เชื่อมั่นคุณภาพงานประกอบและสเปคของเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คแบรนด์นี้อย่างแน่นอน ซึ่งทาง Lenovo เองก็เติมฟีเจอร์มาให้เต็มที่ ไม่ว่าจะหน้าจอที่รองรับการแสดงผลแบบ Dolby Vision, ระบบจัดการพลังงานอย่างชาญฉลาดภายในเครื่องอย่าง Legion AI Engine, ระบบระบายความร้อนประสิทธิภาพสูง Coldfront 3.0 ทำให้เล่นเกมต่อเนื่องได้ยาวนานไม่ต้องกังวลเรื่องอุณหภูมิพุ่งขึ้นสูง และถ้าใครอยากให้เครื่องมีพื้นที่ SSD, RAM มากขึ้นก็เปิดฝาอัพเกรดได้ง่ายๆ อีกด้วย

Advertisementavw

ในเมื่อ Lenovo Legion เองก็เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเรือธงของทางค่ายแล้ว Lenovo ก็อัพเกรดสเปคให้ทันสมัยอยู่เรื่อยๆ โดยติดตั้งซีพียู AMD Ryzen, Intel Core Series รุ่นใหม่ล่าสุดอัพเดทเสมอและติดตั้งการ์ดจอแยกประสิทธิภาพสูงอย่าง NVIDIA GeForce Series มาให้ใช้งานพร้อมพอร์ตต่อหน้าจอแยกครบครันอีกด้วย จัดว่าตอบโจทย์ทั้งใช้งานแบบเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานหรือครีเอเตอร์แล้วกลับบ้านไปเล่นเกมก็ทำได้สบายๆ เลย

Lenovo Legion

4 Lenovo Legion ตัวเด็ดเทพ เล่นเกมลื่นทำงานดี พร้อมโปรโมชั่นและโค้ดสุดคุ้ม!

เกมเมอร์ที่กำลังอยากได้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่มาใช้งานแทนพีซีหรือโน๊ตบุ๊คเครื่องเก่าอยู่ ในตอนนี้ทาง Lenovo เองก็มีโค้ดส่วนลดสำหรับผู้ที่สั่งซื้อเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คตระกูล Legion ไปเล่นเกมด้วย เพียงแค่กรอกโค้ด NBS22B ก่อนชำระเงินก็ได้ส่วนลดเพิ่มเติมแล้ว ส่วนทั้ง 4 รุ่นที่เลือกมาแนะนำในบทความนี้ ได้แก่

  1. Legion 5 (17″, Gen 6)
  2. Legion 5 Pro (16″, AMD)
  3. Legion 5i Pro (16″, Gen 6)
  4. Legion 7 (16″, Gen 6)
1. Legion 5 (17″, Gen 6)

legion 1

Lenovo Legion 5 (17″, Gen 6) เครื่องนี้เป็น Legion รุ่นแรกที่น่าซื้อมาเล่นเกมหรือทำงานเป็นอย่างมาก ซึ่งได้ฟีเจอร์ครบเครื่องไม่ว่าจะระบบระบายความร้อน Coldfront 3.0, Legion AI Engine และจุดเด่นของเครื่องรุ่นนี้คือมีพอร์ต USB-C ที่รองรับการต่อหน้าจอแยก DisplayPort 1.4 ทั้ง 2 ช่อง และ 1 ใน 2 พอร์ตสามารถชาร์จแบตเตอรี่แบบ Power Delivery ได้อีกด้วย

สเปคของเครื่องนี้ติดตั้งซีพียู AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4GHz กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6 สามารถเล่นเกมฟอร์มยักษ์บนหน้าจอ 17.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS รองรับ Dolby Vision, AMD FreeSync, ค่า Refresh Rate 144Hz อีกด้วย ในเครื่องมี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ มีแรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz เรียกว่าไม่ต้องอัพเกรดก็ได้ พอร์ตเชื่อมต่อมี USB-C 3.2 Gen 2 x 2 รองรับการต่อจอแยก DisplayPort 1.4 ทั้งสองช่อง และช่องด้านหลังเครื่องรองรับ Power Delivery, USB-C 3.2 Gen 1 x 1, USB-A 3.2 Gen 1 x 3, HDMI 2.1 x 1, SD Card Reader x 1, RJ45 LAN x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 แต่น้ำหนักจะอยู่ที่ 2.98 กิโลกรัม เนื่องจากบอดี้ตัวเครื่องใหญ่ แต่ถ้าใครต้องการเครื่องใหญ่จัดเต็มสักเครื่อง ต้องถือว่า Lenovo Legion เครื่องนี้น่าสนใจมาก

สเปคของ Legion 5 (17″, Gen 6)
  • CPU : AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 3200MHz
  • Display : 17.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS รองรับ Dolby Vision, AMD FreeSync, ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB-C 3.2 Gen 2 x 2 รองรับการต่อจอแยก DisplayPort 1.4 ทั้งสองช่อง และช่องด้านหลังเครื่องรองรับ Power Delivery, USB-C 3.2 Gen 1 x 1, USB-A 3.2 Gen 1 x 3, HDMI 2.1 x 1, SD Card Reader x 1, RJ45 LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.98 กิโลกรัม
  • Price : 53,790 บาท รวมส่วนลดต่างๆ และใส่โค้ด NBS22B เหลือ 43,530.46 บาท สั่งซื้อได้ที่นี่
2. Legion 5 Pro (16″, AMD)

Legion 5Pro 16 AMD 88GMY501578 725x515 1

Lenovo Legion 5 Pro (16″, AMD) เครื่องนี้เทียบแล้วคือการต่อยอด Lenovo Legion 5 ในข้อที่แล้วโดยคงสเปคโดยส่วนใหญ่เอาไว้แทบทั้งหมดไม่ว่าจะซีพียูหรือพอร์ต แต่อัพเกรดเพิ่มความจุ M.2 NVMe SSD เป็น 1TB เพิ่มแรมเป็น 32GB DDR4 บัส 3200MHz และเปลี่ยนหน้าจอเป็นขนาด 16 นิ้ว ความละเอียด WQXGA (2560×1600) พาเนล IPS เป็นจอ Dolby Vision รองรับ AMD FreeSync, NVIDIA G-SYNC ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR 400 ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB ค่า Refresh Rate 165Hz แทน นับเป็นพาเนลหน้าจอคุณภาพสูงมากรุ่นหนึ่ง

สเปคของ Legion 5 Pro (16″, Gen 6)
  • CPU : AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB
  • RAM : 32GB DDR4 3200MHz
  • Display : 16 นิ้ว ความละเอียด WQXGA (2560×1600) พาเนล IPS เป็นจอ Dolby Vision รองรับ AMD FreeSync, NVIDIA G-SYNC ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR 400 ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB ค่า Refresh Rate 165Hz
  • Ports : USB-C 3.2 Gen 2 x 2 รองรับการต่อจอแยก DisplayPort 1.4 ทั้งสองช่อง และช่องด้านหลังเครื่องรองรับ Power Delivery, USB-C 3.2 Gen 1 x 1, USB-A 3.2 Gen 1 x 3, HDMI 2.1 x 1, SD Card Reader x 1, RJ45 LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.54 กิโลกรัม
  • Price : 59,090 บาท รวมส่วนลดต่างๆ และใส่โค้ด NBS22B เหลือ 52,093.86 บาท สั่งซื้อได้ที่นี่

ถ้าใครสนใจเป็น Legion 5 (15″, Gen 6) เน้นราคาเป็นมิตรกับกระเป๋าเงินแต่เล่นเกมฟอร์มยักษ์ได้ลื่นเหมือนกัน ในซีรี่ส์นี้จะมีรุ่นย่อยให้เลือก 5 สเปคย่อย แต่รุ่นที่ผู้เขียนเห็นว่าน่าสนใจและสเปคไม่หนีกับรุ่น Pro มาก จะเป็นรุ่นรหัสย่อย 82JU0125TA ที่อยู่ขวาสุดของตาราง โดยได้สเปคไล่เลี่ยกับรุ่น Pro แทบทั้งหมด แต่ลดขนาดหน้าจอเหลือ 15.6 นิ้ว ความละเอียด WQHD (2560×1440) พาเนล IPS รองรับ Dolby Vision ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB รองรับ AMD FreeSync, NVIDIA G-SYNC และค่า Refresh Rate 165Hz เหมือนกัน ลดความจุของ M.2 NVMe SSD เหลือ 512GB และแรมลดลงเหลือ 16GB DDR4 บัส 3200MHz ซึ่งสเปคระดับนี้ผู้เขียนเห็นว่ามันสามารถเล่นเกมฟอร์มยักษ์ในปัจจุบันได้สบายไปอีก 2-3 ปีแน่นอน

สเปคของ Legion 5 (15″, Gen 6)
  • CPU : AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512B
  • RAM : 16GB DDR4 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด WQHD (2560×1440) พาเนล IPS รองรับ Dolby Vision ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB รองรับ AMD FreeSync, NVIDIA G-SYNC และค่า Refresh Rate 165Hz
  • Ports : USB-C 3.2 Gen 2 x 2 รองรับการต่อจอแยก DisplayPort 1.4 ทั้งสองช่อง และช่องด้านหลังเครื่องรองรับ Power Delivery, USB-C 3.2 Gen 1 x 1, USB-A 3.2 Gen 1 x 3, HDMI 2.1 x 1, SD Card Reader x 1, RJ45 LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.54 กิโลกรัม
  • Price : 49,490 บาท รวมส่วนลดต่างๆ และใส่โค้ด NBS22B เหลือ 45,137.86 บาท สั่งซื้อได้ที่นี่

นอกจากนี้ยังมี Legion 5 (17″, Gen 6) สำหรับคนที่อยากได้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหน้าจอใหญ่เป็นพิเศษ ซึ่งยได้สเปคเท่ากันกับรุ่นด้านบน แต่หน้าจอเปลี่ยนเป็นขนาด 17.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS รองรับ Dolby Vision, AMD FreeSync ค่า Refresh Rate 144Hz แทน และน้ำหนักเครื่องจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.98 กิโลกรัม ซึ่งถ้าใครมีเป้ใบใหญ่อยู่แล้วและอยากได้โน๊ตบุ๊คตัวใหญ่สักนิดก็หันมาดูรุ่นนี้ได้เลย

สเปคของ Legion 7 (17″, Gen 6)
  • CPU : AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512B
  • RAM : 16GB DDR4 3200MHz
  • Display : 17.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS รองรับ Dolby Vision, AMD FreeSync ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB-C 3.2 Gen 2 x 2 รองรับการต่อจอแยก DisplayPort 1.4 ทั้งสองช่อง และช่องด้านหลังเครื่องรองรับ Power Delivery, USB-C 3.2 Gen 1 x 1, USB-A 3.2 Gen 1 x 3, HDMI 2.1 x 1, SD Card Reader x 1, RJ45 LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.98 กิโลกรัม
  • Price : 53,790 บาท รวมส่วนลดต่างๆ และใส่โค้ด NBS22B เหลือ 43,530.46 บาท สั่งซื้อได้ที่นี่
3. Legion 5i Pro (16″, Gen 6)

Legion5iPro 16 WMD00000493 725x515 v2

สำหรับ Lenovo Legion 5i Pro (16″, Gen 6) เครื่องนี้ก็อิงสเปคร่วมกับ Lenovo Legion ในข้อที่แล้ว แต่ได้คีย์บอร์ด Legion TrueStrike เป็นคีย์บอร์ดที่อัพเกรดสัมผัสการกดของปุ่มให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังได้ไฟ LED Backlit “RGB 4-Zone” ให้ได้สีสันสวยสดใส เลือกเปลี่ยนสีได้ตามรสนิยมของผู้ใช้กับลำโพง Nahimic ให้โทนเสียงแบบ 3 มิติ นอกจากนี้ยังใส่ซีพียู Intel Core i7-11800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.3-4.6GHz มาให้ นอกจากเล่นเกมได้ดีแล้ว ยังเหมาะกับการเอาไปตัดต่อวิดีโอหรือทำงานครีเอเตอร์ต่างๆ อีกด้วย

สเปคของ Legion 5i Pro (16″, Gen 6)
  • CPU : Intel Core i7-11800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.3-4.6GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB
  • RAM : 32GB DDR4 3200MHz
  • Display : 16 นิ้ว ความละเอียด WQXGA (2560×1600) พาเนล IPS เป็นจอ Dolby Vision รองรับ AMD FreeSync, NVIDIA G-SYNC ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR 400 ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB ค่า Refresh Rate 165Hz
  • Ports : USB-C 3.2 Gen 2 x 2 รองรับการต่อจอแยก DisplayPort 1.4 ทั้งสองช่อง และช่องด้านหลังเครื่องรองรับ Power Delivery, USB-C 3.2 Gen 1 x 1, USB-A 3.2 Gen 1 x 3, HDMI 2.1 x 1, SD Card Reader x 1, RJ45 LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.45 กิโลกรัม
  • Price : 70,590 บาท รวมส่วนลดต่างๆ และใส่โค้ด NBS22B เหลือ 63,359 บาท สั่งซื้อได้ที่นี่

นอกจากนี้ยังมีรุ่นราคาประหยัดอย่าง Legion 5i (15″, Gen 6) ซึ่งแชร์สเปคแทบทั้งหมดร่วมกันกับรุ่น Pro แต่ปรับลดสเปคลงเล็กน้อย คือเปลี่ยนหน้าจอเหลือ 15.6 นิ้ว ความละเอียด WQHD (2560×1440) พาเนล IPS เป็นจอ Dolby Vision ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB รองรับ NVIDIA G-SYNC และค่า Refresh Rate 165Hz ลดความจุ M.2 NVMe SSD เหลือ 512GB และแรมเหลือ 16GB DDR4 บัส 3200MHz แทน แต่ราคาถูกลงอย่างเห็นได้ชัด และเล่นเกมได้ไหลลื่นด้วย

สเปคของ Legion 5i (15″, Gen 6)
  • CPU : Intel Core i7-11800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.3-4.6GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด WQHD (2560×1440) พาเนล IPS เป็นจอ Dolby Vision ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB รองรับ NVIDIA G-SYNC และค่า Refresh Rate 165Hz
  • Ports : USB-C 3.2 Gen 2 x 2 รองรับการต่อจอแยก DisplayPort 1.4 ทั้งสองช่อง และช่องด้านหลังเครื่องรองรับ Power Delivery, USB-C 3.2 Gen 1 x 1, USB-A 3.2 Gen 1 x 3, HDMI 2.1 x 1, SD Card Reader x 1, RJ45 LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.45 กิโลกรัม
  • Price : 53,790 บาท รวมส่วนลดต่างๆ และใส่โค้ด NBS22B เหลือ 48,954.26 บาท สั่งซื้อได้ที่นี่
4. Legion 7 (16″, Gen 6)

Legion 7 Gen 6 16 AMD 88GMY701639 725x515 1

ถ้างบประมาณไม่ใช่ปัญหา ขอเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คระดับแรงสุดเท่าที่มีในตอนนี้จะมี Lenovo Legion 7 (16″, Gen 6) ตัวท็อปที่ Lenovo ใส่สเปคและฟีเจอร์มาให้เต็มที่ โดยเฉพาะระบบระบายความร้อน Coldfront 3.0 ที่อัพเกรดจากซิลิโคนทั่วไปเป็นระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ Vapor Chamber และ Q Control 4.0 สำหรับคุมความเร็วพัดลมและแรงดันไฟฟ้าเข้ามาให้ด้วย

สเปคเครื่องนี้ Lenovo ให้มาสุดทุกอย่างตั้งแต่ซีพียู AMD Ryzen 9 5900HX แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.6GHz จับคู่กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3080 แรม 16GB GDDR6 กับหน้าจอ 16 นิ้ว ความละเอียด WQXGA (2560×1600) พาเนล IPS รองรับ Dolby Vision, AMD FreeSync, NVIDIA G-SYNC, VESA DisplayHDR 400 ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB ค่า Refresh Rate 165Hz ใส่ M.2 NVMe SSD ความจุ 2TB ติดตั้ง Windows 11 Home กับแรม 32GB DDR4 บัส 3200MHz ส่วนพอร์ตมี USB-C 3.2 Gen 2 x 2 รองรับการต่อจอแยก DisplayPort 1.4 ทั้งสองช่อง และช่องด้านหลังเครื่องรองรับ Power Delivery, USB-C 3.2 Gen 1 x 1, USB-A 3.2 Gen 1 x 3, HDMI 2.1 x 1, SD Card Reader x 1, RJ45 LAN x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax ด้วยชิป Intel Killer Wi-Fi 6 AX1650 รองรับ Bluetooth 5.1 และหนัก 2.5 กิโลกรัม ในแง่ประสิทธิภาพของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้นับเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คระดับ Desktop Replacement ลงทุนซื้อเครื่องนี้มาแล้วก็แรงไม่ต้องประกอบพีซีก็ได้ นอกจากนี้ Legion 7 ก็ยังมีรุ่นแยกย่อยโดยได้ของแถมเพิ่มเติมอย่าง Lenovo Legion Phone Duel ด้วย สามารถคลิกดูในลิ้งค์ด้านล่างนี้ได้

สเปคของ Legion 7 (16″, Gen 6)
  • CPU : AMD Ryzen 9 5900HX แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.6GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3080 แรม 16GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 2TB
  • RAM : 32GB DDR4 3200MHz
  • Display : 16 นิ้ว ความละเอียด WQXGA (2560×1600) พาเนล IPS รองรับ Dolby Vision, AMD FreeSync, NVIDIA G-SYNC, VESA DisplayHDR 400 ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB ค่า Refresh Rate 165Hz
  • Ports : USB-C 3.2 Gen 2 x 2 รองรับการต่อจอแยก DisplayPort 1.4 ทั้งสองช่อง และช่องด้านหลังเครื่องรองรับ Power Delivery, USB-C 3.2 Gen 1 x 1, USB-A 3.2 Gen 1 x 3, HDMI 2.1 x 1, SD Card Reader x 1, RJ45 LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11axชิป Intel Killer Wi-Fi 6 AX1650 รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.5 กิโลกรัม
  • Price : 111,269 บาท รวมส่วนลดต่างๆ และใส่โค้ด NBS22B เหลือ 94,722.86 บาท สั่งซื้อได้ที่นี่

นอกจากนี้ Lenovo Legion 7 ยังมีรุ่นย่อยสเปคน่าสนใจ แต่เครื่องเบาพกพาสะดวก เล่นเกมฟอร์มยักษ์ในปัจจุบันได้สบายๆ ก็มี Legion Slim 7 (15″, Gen 6) ที่ได้เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาให้โดยรวมอยู่กับปุ่ม Power และสเปคจัดว่าดีทีเดียว โดยสเปคเครื่องนี้ลดซีพียูเหลือ AMD Ryzen 5 5600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz จับคู่การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 กับหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB และค่า Refresh Rate 165Hz มี M.2 NVMe SSD 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz ลดปริมาณพอร์ตลงเหลือ USB-C 3.1 Gen 2 x 2 รองรับ DisplayPort ทั้ง 2 ช่อง, USB-A 3.2 Gen 2 x 2, SD Card Reader x 1, Audio combo x 1 ต่อ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ได้และน้ำหนักเครื่องเบาลงเหลือ 1.9 กิโลกรัมเท่านั้น แต่ข้อดีของรุ่นนี้คือ เมื่อสั่งซื้อที่หน้าเว็บไซต์ ก็ยังสามารถปรับแต่งสเปคจากรุ่นพื้นฐานเพิ่มเติมได้อีกพอควรด้วย ซึ่งถ้าใครอยากอ่านรีวิวรุ่นปรับแต่งสเปคเต็มที่เท่าที่เว็บไซต์ Lenovo เปิดให้ปรับแต่ง Lenovo Legion รุ่นนี้ได้ สามารถคลิกอ่านได้ที่นี่

สเปคของ Legion Slim 7 (15″, Gen 6)
  • CPU : AMD Ryzen 5 5600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB และค่า Refresh Rate 165Hz
  • Ports : USB-C 3.1 Gen 2 x 2 รองรับ DisplayPort ทั้ง 2 ช่อง, USB-A 3.2 Gen 2 x 2, SD Card Reader x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11axชิป Intel Killer Wi-Fi 6 AX1650 รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.9 กิโลกรัม
  • Price : 50,190 บาท รวมส่วนลดต่างๆ และใส่โค้ด NBS22B เหลือ 46,489.80 บาท สั่งซื้อได้ที่นี่

สรุปสเปค Lenovo Legion 4 รุ่นเทพ แรงจบชนได้ทุกเกมฟอร์มยักษ์

สำหรับ Lenovo Legion ทั้ง 4 เครื่องที่เลือกมาแนะนำ จะมีสเปคแตกต่างกันดังนี้

รหัสรุ่น Lenovo Legion CPU, GPU SSD, RAM, Software หน้าจอ, น้ำหนัก การเชื่อมต่อ ราคา (บาท)
Legion 5
(17″, Gen 6)
AMD Ryzen 7 5800H

NVIDIA GeForce RTX 3060

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4 3200MHz

17.3″ FHD IPS

Dolby Vision

AMD FreeSync

Refresh Rate 144Hz

2.98 กก.

USB-C 3.2 Gen 2 x 2 รองรับการต่อจอแยก DisplayPort 1.4 ทั้งสองช่อง และช่องด้านหลังเครื่องรองรับ Power Delivery

USB-C 3.2 Gen 1 x 1

USB-A 3.2 Gen 1 x 3

HDMI 2.1 x 1

SD Card Reader x 1

RJ45 LAN x 1

Audio Combo x 1

43,530.46
Legion 5 Pro
(16″, Gen 6)
AMD Ryzen 7 5800H

NVIDIA GeForce RTX 3060

M.2 NVMe
1TB

32GB DDR4 3200MHz

16″ WQXGA (2560×1600)
IPS

Dolby Vision

AMD FreeSync

NVIDIA G-SYNC

VESA DisplayHDR 400

100% sRGB

Refresh Rate 165Hz

2.54 กก.

USB-C 3.2 Gen 2 x 2 รองรับการต่อจอแยก DisplayPort 1.4 ทั้งสองช่อง และช่องด้านหลังเครื่องรองรับ Power Delivery

USB-C 3.2 Gen 1 x 1

USB-A 3.2 Gen 1 x 3

HDMI 2.1 x 1

SD Card Reader x 1

RJ45 LAN x 1

Audio Combo x 1

52,093.86
Legion 5i Pro
(16″, Gen 6)
Intel Core
i7-11800H

NVIDIA GeForce RTX 3060

M.2 NVMe
1TB

32GB DDR4 3200MHz

16″ WQXGA (2560×1600)
IPS

Dolby Vision

AMD FreeSync

NVIDIA G-SYNC

VESA DisplayHDR 400

100% sRGB

Refresh Rate 165Hz

2.54 กก.

USB-C 3.2 Gen 2 x 2 รองรับการต่อจอแยก DisplayPort 1.4 ทั้งสองช่อง และช่องด้านหลังเครื่องรองรับ Power Delivery

USB-C 3.2 Gen 1 x 1

USB-A 3.2 Gen 1 x 3

HDMI 2.1 x 1

SD Card Reader x 1

RJ45 LAN x 1

Audio Combo x 1

63,359
Legion 7
(16″, Gen 6)
AMD Ryzen 9 5900HX

NVIDIA GeForce RTX 3080

M.2 NVMe
2TB

32GB DDR4 3200MHz

16″ WQXGA (2560×1600)
IPS

Dolby Vision

AMD FreeSync

NVIDIA G-SYNC

VESA DisplayHDR 400

100% sRGB

Refresh Rate 165Hz

2.54 กก.

USB-C 3.2 Gen 2 x 2 รองรับการต่อจอแยก DisplayPort 1.4 ทั้งสองช่อง และช่องด้านหลังเครื่องรองรับ Power Delivery

USB-C 3.2 Gen 1 x 1

USB-A 3.2 Gen 1 x 3

HDMI 2.1 x 1

SD Card Reader x 1

RJ45 LAN x 1

Audio Combo x 1

94,722.86

จะเห็นว่า Lenovo Legion ทั้ง 4 รุ่นที่เลือกมาแนะนำในบทความนี้จะมีตั้งแต่รุ่นคุ้มราคาหลักหมื่นกลางไปจนตัวท็อประดับ Desktop Replacement ซื้อแล้วต่อหน้าจอแยกเล่นเกมฟอร์มยักษ์ปรับสุดได้ทุกเกม ไม่ต้องประกอบเกมมิ่งพีซีก็ได้ ใช้โน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ทำงานและเล่นเกมได้เลย และสังเกตว่าถึงจะเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คก็ตามแต่ USB-C ที่ติดตั้งมาให้นอกจากต่อหน้าจอแยกได้แล้ว ยังชาร์จแบตเตอรี่แบบ Power Delivery ได้ด้วย ซึ่งผู้ใช้ที่อยากซื้อโน๊ตบุ๊คเพียงเครื่องเดียวจบ พกไปทำงานที่ออฟฟิศและต่อจอแยกเล่นเกมที่บ้านได้ด้วย แค่ซื้อปลั๊ก GaN กำลังชาร์จสูงสักตัวติดกระเป๋าเอาไว้ก็เพียงพอแล้ว แนะนำสำหรับผู้ใช้ที่อยากได้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คดีๆ เอาไว้ทำงานและเล่นเกมเป็นอย่างมาก


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share image Edit Name 1thinkpad

think cover

thinkbook new cover

from:https://notebookspec.com/web/646175-4-lenovo-legion-gaming-laptop

10 โน๊ตบุ๊ค AMD 2022 น่าซื้อ เกมเมอร์และคนทำงานฟินแน่นอน ไม่ง้อการ์ดจอราคาลงแล้ว เริ่มแค่ 24,190 บาท

โน๊ตบุ๊ค AMD 2022 น่าซื้อปีนี้มีของแรงให้เลือกเพียบ บอกเลยว่าคุ้มสะใจ!

amdlaptop cover

หลังจากผู้เขียนได้แนะนำโน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้อไปแล้ว แฟนคลับ AMD ก็คงมองหาโน๊ตบุ๊ค AMD 2022 น่าซื้อสำหรับทำงานและเล่นเกมอยู่เหมือนกัน และเชื่อว่าประสิทธิภาพของซีพียู AMD Ryzen รุ่นใหม่ๆ ตอนนี้สามารถจัดการงานได้ดีไม่แพ้กัน แต่ราคาเป็นมิตรกับกระเป๋าเงินอย่างแน่นอน ซึ่งเป็นเช่นนั้นจริงๆ และมีให้เลือกทั้งโน๊ตบุ๊คสายทำงานและเกมมิ่งที่รองรับการทำงานกราฟฟิคและตัดต่อวิดีโอได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

Advertisementavw

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนี้โน๊ตบุ๊ค AMD 2022 น่าซื้อจะมีแบรนด์ชั้นนำและสเปคคุ้มค่าอยู่หลักๆ 3 แบรนด์ด้วยกัน ได้แก่ HP, ASUS, Lenovo, Acer ซึ่งแบรนด์อื่นจากที่ผู้เขียนเช็คข้อมูลแล้ว ยังวนขาย AMD Ryzen รุ่นเก่าและราคาค่อนข้างสูงไม่คุ้มกับประสิทธิภาพที่ได้ จึงมีแบรนด์ไม่หลากหลายนักแต่เน้นเรื่องสเปคที่หลากหลายมากกว่า

โน๊ตบุ๊ค AMD 2022 น่าซื้อ

10 โน๊ตบุ๊ค AMD 2022 น่าซื้อ เลือกได้ทั้งสายทำงานและเกมมิ่งตัวเด็ด!

ตอนนี้โน๊ตบุ๊ค AMD 2022 น่าซื้อในปัจจุบันจะมีทั้งสเปคเพื่อทำงานออฟฟิศและสเปคเล่นเกมให้เลือกมากมาย และผู้เขียนจะเน้นเลือก Ryzen 5000 Series หรือใหม่กว่ามาแนะนำ และด้านการ์ดจอในตัวเครื่องนอกจากออนบอร์ดในตัวซีพียูแล้ว ก็จะมี GeForce และ Radeon ให้เลือกด้วย โดยทั้ง 10 รุ่นนี้ได้แก่

  1. HP Pavilion 15-eh1119AU (24,190 บาท)
  2. Lenovo IdeaPad Slim 5 Pro (29,990 บาท)
  3. Acer Nitro 5 AN515 (32,990 บาท)
  4. ASUS TUF Gaming A15 FA507RC (37,990 บาท)
  5. Lenovo Yoga 7 14ACN6 (38,990 บาท)
  6. HP Victus Gaming 16-e0231AX (39,900 บาท)
  7. Lenovo Legion 5 15ACH6H-82JU00L3TA (44,050 บาท)
  8. Lenovo Legion 5 15ACH6H-82NW0030TA (44,990 บาท)
  9. ASUS ROG Strix G17 GL743QM (59,900 บาท)
  10. ASUS ROG Zephyrus G14 GA402RK (79,990 บาท)
1. HP Pavilion 15-eh1119AU (24,190 บาท)

hp pavilion

เริ่มต้นด้วย HP Pavilion 15-eh1119AU ที่ผู้เขียนเลือกมาเป็นโน๊ตบุ๊ค AMD 2022 น่าซื้อที่ถึงจะเปิดตัวมาตั้งแต่กลางปี 2021 ที่ผ่านมาก็ตาม แต่สเปคและความคุ้มค่ายังไม่น่ามองข้ามในปี 2022 นี้เลย ซึ่งจุดเด่นคือได้ Microsoft Office มาพร้อมใช้งานและพอร์ต USB-C ใช้ต่อหน้าจอแยกแบบ DisplayPort 1.4 และชาร์จแบตเตอรี่ให้ตัวเครื่องแบบ USB Power Delivery ได้ด้วย

สเปคของเครื่องนี้จัดว่าดีพอทำงานออฟฟิศได้สบายๆ โดยซีพียูในเครื่องเป็น AMD Ryzen 7 5700U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 1.8-4.3GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics แบบ 8 คอร์ ใช้เรนเดอร์ภาพและวิดีโอต่างๆ ขึ้นหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ได้อย่างแน่นอน มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2019 มาให้พร้อมแรมออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 3200MHz เชื่อมต่ออุปกรณ์อื่นๆ ได้ด้วยพอร์ต USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Audio Combo x 1 และต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0 และน้ำหนักเครื่องเพียง 1.75 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊ค 15.6 นิ้วหลายๆ รุ่นถือว่าไม่หนักเกินไป จึงนับเป็นโน๊ตบุ๊ค AMD 2022 น่าซื้อรุ่นแรกที่ตอบโจทย์คนทำงานมาก

สเปคของ HP Pavilion 15-eh1119AU
  • CPU : AMD Ryzen 7 5700U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 1.8-4.3GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 8 คอร์
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : ออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 3200MHz 
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 10 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2019
  • Weight : 1.75 กิโลกรัม
  • Price : 24,190 บาท (Advice)
2. Lenovo IdeaPad Slim 5 Pro (29,990 บาท)

lenovo laptops ideapad 500 series 5 pro gen 6 14 amd feature 1

Lenovo IdeaPad Slim 5 Pro เครื่องนี้ถ้าดูจากองค์ประกอบของตัวเครื่องก็นับว่าเป็นโน๊ตบุ๊ค AMD 2022 น่าซื้ออีกเครื่อง เพราะถ้ายกยอดเรื่องสเปคที่ตอบโจทย์การทำงานได้สบายๆ อยู่แล้ว ทาง Lenovo ได้ติดตั้งกล้อง IR Camera สแกนใบหน้าปลดล็อคเครื่องมาให้, ได้พอร์ต USB-C รองรับการชาร์จ Power Delivery อย่างเดียวและหน้าจอความละเอียดสูงอีกด้วย

สเปครุ่นที่เลือกมาแนะนำใช้ซีพียู AMD Ryzen 7 5800U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 1.9-4.4GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics แบบ 8 คอร์ รองรับการเรนเดอร์ภาพความละเอียดสูงขึ้นหน้าจอ 14 นิ้ว ความละเอียด 2K WQHD (2560×1440 พิกเซล) พาเนล IPS ได้อย่างแน่นอน มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB รองรับการอัพเกรดได้ 1TB ติดตั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้พร้อมใช้งาน มีแรมออนบอร์ด 16GB DDR4 บัส 3200MHz มาให้ พอร์ตเชื่อมต่อมี USB-C 3.2 x 2, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, SD Card Reader x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 และตัวเครื่องเบาเพียง 1.38 กิโลกรัมเท่านั้น ต้องถือว่าเป็นเครื่องที่องค์ประกอบโดยรวมทั้งตัวเครื่องและสเปคน่าสนใจมาก ถ้าจะซื้อโน๊ตบุ๊คสักเครื่องแนะนำให้ดูรุ่นนี้ไว้ได้เลย

สเปคของ Lenovo IdeaPad Slim 5 Pro
  • CPU : AMD Ryzen 7 5800U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 1.9-4.4GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 8 คอร์
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : ออนบอร์ด 16GB DDR4 บัส 3200MHz 
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด 2K WQHD (2560×1440 พิกเซล) พาเนล IPS
  • Ports : USB-C 3.2 x 2, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, SD Card Reader x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : IR Camera สแกนหน้าปลดล็อคเครื่องได้
  • Software : Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.38 กิโลกรัม
  • Price : 29,990 บาท (BaNANA)
3. Acer Nitro 5 AN515 (32,990 บาท)

20210407 101743 c

เอาใจเกมเมอร์และคนที่ต้องทำงานตัดต่อวิดีโอแล้วมีงบประมาณสำหรับโน๊ตบุ๊ค AMD 2022 น่าซื้อแล้วไม่อยากจ่ายแพงมาก มี Acer Nitro 5 AN515 รุ่นนี้ที่สเปคจบไม่ต้องอัพเกรดอะไรเพิ่มมากให้เลือก อาจจะอัพเกรด SSD ให้มีความจุมากขึ้นไว้เซฟงานหรือติดตั้งโปรแกรม, เกมส์ ได้เยอะขึ้นก็เพียงพอแล้ว

สเปคเครื่องนี้ใช้ซีพียู AMD Ryzen 5 5600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz จับคู่การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6 ซึ่งประสิทธิภาพจัดว่าดีพอเล่นเกมส์ฟอร์มยักษ์ในปัจจุบันได้อย่างแน่นอนและเรนเดอร์ภาพขึ้นจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz ได้อย่างแน่นอน มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมแรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz ถ้าใช้งานและเล่นเกม ณ ตอนนี้ยังไม่ต้องอัพเกรดก็ได้ ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อมี USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 และหนักเพียง 2.2 กิโลกรัมเท่านั้น จัดเป็นโน๊ตบุ๊ค AMD 2022 น่าซื้อสเปคเกมมิ่งที่ผู้เขียนแนะนำให้เลือกถ้างบประมาณไม่สูงมาก

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515
  • CPU : AMD Ryzen 5 5600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz 
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home 
  • Weight : 2.2 กิโลกรัม
  • Price : 32,990 บาท (BaNANA)
4. ASUS TUF Gaming A15 FA507RC (37,990 บาท)

tuf

ASUS TUF Gaming A15 FA507RC บอดี้ใหม่ตัวนี้นอกจากสเปค Intel ยังเอาใจสายแดงด้วย และผู้เขียนถือว่าเป็นโน๊ตบุ๊ค AMD 2022 น่าซื้ออีกเครื่อง ซึ่งจุดเด่นนอกจากจะใช้ซีพียู AMD Ryzen รุ่นใหม่ล่าสุดแล้ว ยังใช้ดีไซน์ใหม่, ติดตั้ง MUX Switch สำหรับสลับเลือกโหมดได้ว่าจะใช้การ์ดจอออนบอร์ดหรือแยก, ได้ลำโพง Dolby Atmos ให้เสียงดังฟังหนักแน่นพร้อมกับพอร์ต USB-C ที่รองรับการต่อหน้าจอแยก DisplayPort 1.2, G-SYNC ในตัวอีกด้วย

สเปคของเครื่องนี้ได้ซีพียู AMD Ryzen 7 6800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.7GHz รุ่นใหม่ล่าสุด รองรับ DDR5, PCIe 4.0 แล้ว จับคู่การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6 ซึ่งสามารถทำงานและเรนเดอร์ภาพเกมขึ้นจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz ได้สบายๆ มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาพร้อมแรม 8GB DDR5 บัส 4800MHz ด้วย มีพอร์ต USB-C 3.2 x 2, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1 ต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 และตัวเครื่องหนักเพียง 2.2 กิโลกรัม ซึ่งถือว่าเป็นน้ำหนักทั่วไปของโน๊ตบุ๊คไซซ์นี้อยู่แล้ว แต่ที่น่าสนใจคือเครื่องนี้ได้ซีพียู AMD Ryzen รุ่นใหม่ล่าสุดมาใช้งานด้วย อาจจะอัพเกรดแรมไป 16GB ก็ใช้งานได้สบายๆ แน่นอน

สเปคของ ASUS TUF Gaming A15 FA507RC
  • CPU : AMD Ryzen 7 6800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB-C 3.2 x 2, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home 
  • Weight : 2.2 กิโลกรัม
  • Price : 37,990 บาท (BaNANA)
5. Lenovo Yoga 7 14ACN6 (38,990 บาท)

Lenovo Notebook Yoga 7 14 Content1

 

ถ้าหาโน๊ตบุ๊ค AMD 2022 น่าซื้อที่ได้จอทัชพับเครื่องเป็นแท็บเล็ตได้และมีปากกาในตัวก็มี Lenovo Yoga 7 14ACN6 ให้เลือกซื้อ เหมาะกับคนที่ชอบจนโน๊ตหรือเซ็นเอกสารบ่อยๆ แล้วไม่อยากพกแท็บเล็ตติดตัวก็ใช้เครื่องนี้ต่างแท็บเล็ตได้เลยและซอฟท์แวร์ในเครื่องยังครบพร้อมใช้งานและสแกนลายนิ้วมือปลดล็อคเครื่องได้ด้วย

สเปคเครื่องนี้เรียกว่าครบเครื่องไม่ต้องอัพเกรดเลยก็ได้ โดยซีพียูในเครื่องได้ AMD Ryzen 7 5800U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 1.9-4.4GHz ใช้การ์ดจอ AMD Radeon Graphics แบบ 8 คอร์ ซึ่งสเปคนี้สามารถเรนเดอร์ภาพและวิดีโอขึ้นจอทัช 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ได้เลย และในเครื่องมี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB ติดตั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้ มีแรมในตัว 16GB LPDDR4x บัส 4266MHz ส่วนพอร์ตมี USB-C 3.2 x 2 รองรับการต่อหน้าจอแยกและชาร์จแบตเตอรี่ Power Delivery ได้ในตัว, USB-A 3.2 x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่อ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0 และตัวเครื่องหนัก 1.45 กิโลกรัมเท่านั้น ถ้าใครต้องการเขียนหน้าจอก็ซื้อเครื่องนี้ไปใช้ได้เลย

สเปคของ Lenovo Yoga 7 14ACN6
  • CPU : AMD Ryzen 7 5800U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 1.9-4.4
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 8 คอร์
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB
  • RAM : 16GB LPDDR4x บัส 4266MHz
  • Display : จอทัช 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-C 3.2 x 2, USB-A 3.2 x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.45 กิโลกรัม
  • Price : 38,990 บาท (BaNANA)
6. HP Victus Gaming 16-e0231AX (39,900 บาท)

victus

โน๊ตบุ๊ค AMD 2022 น่าซื้อสเปคเกมเมอร์เครื่องถัดมาเป็น HP Victus Gaming 16-e0231AX เครื่องนี้ที่ขนาดหน้าจอใหญ่ 16.1 นิ้ว ขอบเขตสีกว้าง, ได้ซีพียู AMD Ryzen และอัพเกรดเพิ่มแรมกับ SSD ในเครื่องได้ด้วย ผู้ที่สนใจสามารถอ่านรีวิวรุ่นใกล้เคียงได้ที่นี่

สเปคเครื่องนี้ใช้ซีพียู AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4GHz จับคู่กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 สามารถเรนเดอร์วิดีโอและเกมฟอร์มยักษ์ขึ้นหน้าจอ 16.1 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz ได้สบายๆ มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ มีแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz ซึ่งผู้เขียนแนะนำให้เพิ่มแรมอีก 8GB จะช่วยให้ทำงานและเล่นเกมได้สบายขึ้นมาก มีพอร์ต USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1 รองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0 แต่น้ำหนักเครื่องจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 2.46 กิโลกรัม ซึ่งถ้าใครชื่นชอบ HP เป็นทุนแล้วอยากได้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คก็แนะนำให้ดูรุ่นนี้ไว้เล่นเกมได้เลย และมักมีโปรโมชั่นส่วนลดบนแพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์เป็นระยะๆ อีกด้วย

สเปคของ HP Victus Gaming 16-e0231AX
  • CPU : AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 16.1 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.46 กิโลกรัม
  • Price : 39,990 บาท (Advice)
7. Lenovo Legion 5 15ACH6H-82JU00L3TA (44,050 บาท)

legion1

Lenovo Legion 5 15ACH6H-82JU00L3TA ตัวนี้เป็นโน๊ตบุ๊ค AMD 2022 น่าซื้อที่สเปคดีและหน้าจอความละเอียดสูงและเป็นจอ Dolby Vision ขอบเขตสีกว้างพร้อมทำงานอาร์ตเวิร์คได้ดี และรองรับการอัพเกรดเพิ่ม RAM, SSD ในเครื่องได้ด้วย ถ้าใครต้องการอ่านรีวิวโดยละเอียดสามารถคลิกที่นี่ได้เลย

สเปคเครื่องนี้ถือว่าตอบโจทย์เกมเมอร์แน่นอนด้วยซีพียู AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4GHz จับคู่การ์ดจอตัวแรง NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6 ซึ่งประสิทธิภาพจัดว่าสามารถรันเกมฟอร์มยักษ์ขึ้นจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด 2K WQHD (2560×1440 พิกเซล) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR 400 อีกด้วย เรียกว่าเป็นจอคุณภาพดีมากรุ่นหนึ่ง มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ มีแรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz พร้อมพอร์ต USB-A 3.2 x 4, USB-C 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่อ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 และน้ำหนักตัวเครื่องที่ 2.4 กิโลกรัม เรียกว่าเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค AMD 2022 น่าซื้อสุดๆ อีกรุ่นหนึ่ง โดยเฉพาะหน้าจอที่คุณภาพดีมาก ถ้ามีงบประมาณและสินค้าพร้อมซื้อก็ซื้อมาใช้งานได้เลย ไม่ผิดหวังแน่นอน

สเปคของ Lenovo Legion 5 15ACH6H-82JU00L3TA
  • CPU : AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด 2K WQHD (2560×1440 พิกเซล) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR 400
  • Ports : USB-A 3.2 x 4, USB-C 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.4 กิโลกรัม
  • Price : 44,050 บาท (Advice)
8. Lenovo Legion 5 15ACH6H-82NW0030TA (44,990 บาท)

legion2

Lenovo Legion 5 15ACH6H-82NW0030TA ตัวนี้เป็นโน๊ตบุ๊ค AMD 2022 น่าซื้ออีกเครื่องที่เรียกว่าแชร์สเปคกับ Lenovo Legion 5 ในข้อที่แล้วแทบทั้งหมด ยกเว้นการ์ดจอที่อัพเกรดเป็น AMD Radeon RX 6600M แรม 8GB GDDR6 ซึ่งประสิทธิภาพจัดว่าดีไม่แพ้ GeForce RTX 3060 อย่างแน่นอน ดังนั้นถ้าใครเป็นแฟนคลับเหนียวแน่นของ AMD แบบเน้นๆ น่าจะชอบรุ่นนี้ไม่น้อยทีเดียว

สเปคของ Lenovo Legion 5 15ACH6H-82NW0030TA
  • CPU : AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4GHz
  • GPU : AMD Radeon RX 6600M แรม 8GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด 2K WQHD (2560×1440 พิกเซล) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR 400
  • Ports : USB-A 3.2 x 4, USB-C 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.4 กิโลกรัม
  • Price : 44,990 บาท (ราคากลาง)
9. ASUS ROG Strix G17 GL743QM (59,900 บาท)

G17 GL743QM f

ขยับมาเป็นโน๊ตบุ๊ค AMD 2022 น่าซื้อจอใหญ่รุ่น ASUS ROG Strix G17 GL743QM เครื่องนี้บ้าง ซึ่งเครื่องนี้นอกจากได้ดีไซน์ตระกูล ROG Strix, MUX Switch แล้ว สเปคเครื่องจัดว่าแรงไม่ต้องอัพเเกรดเครื่องเลยก็ได้ เพียงแค่ต่อหน้าจอแยกก็เล่นเกมได้เลย และพอร์ต USB-C ของตัวเครื่องยังรองรับการต่อหน้าจอแยกแบบ DisplayPort รองรับ G-SYNC กันภาพฉีกขาดตอนต่อหน้าจอแยกเล่นเกมและชาร์จแบตเตอรี่แบบ Power Delivery ได้ด้วย

สเปคต้องถือว่าแรงตอบโจทย์เกมเมอร์และคนทำ 3D CG อย่างแน่นอนด้วยซีพียู AMD Ryzen 9 5900HX มี 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.6GHz จับคู่การ์ดจอตัวแรงรุ่นยอดนิยมอย่าง NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6 สามารถเล่นเกมฟอร์มยักษ์บนหน้าจอขนาด 17.3 นิ้ว ความละเอียด 2K QHD (2560×1440 พิกเซล) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz ของเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 ได้ไหลลื่นแน่นอน มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB ติดตั้ง Windows 10 Home มาให้ มีแรม 32GB DDR4 บัส 3200MHz ซึ่งเยอะเหลือเฟือพร้อมทำงานและเล่นเกมได้สบายๆ ส่วนพอร์ตมี USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ได้ด้วย ส่วนน้ำหนักเครื่องเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยเป็น 2.7 กิโลกรัม ซึ่งโน๊ตบุ๊คสเปคนี้จัดว่าแรงเพียงพอเป็นเครื่องแบบ Desktop Replacement ได้สบายๆ ใครหาโน๊ตบุ๊ค AMD 2022 น่าซื้อสักเครื่องแล้วใช้งานเลยไม่ต้องเปิดฝาเพิ่มแรมกับ SSD ก็จบที่เครื่องนี้เลย

สเปคของ ASUS ROG Strix G17 GL743QM
  • CPU : AMD Ryzen 9 5900HX มี 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.6GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB
  • RAM : 32GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 17.3 นิ้ว ความละเอียด 2K QHD (2560×1440 พิกเซล) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz ของเขตสีกว้าง 100% DCI-P3
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 10 Home
  • Weight : 2.7 กิโลกรัม
  • Price : 59,900 บาท (Advice)
10. ASUS ROG Zephyrus G14 GA402RK (79,990 บาท)

zephyrus

โน๊ตบุ๊ค AMD 2022 น่าซื้อเครื่องสุดท้ายต้องถือว่าได้สเปคแรงสุดๆ ในบอดี้เพียง 14 นิ้วอย่าง ASUS ROG Zephyrus G14 GA402RK เครื่องนี้ที่สืบทอดฝาหลังเครื่องแบบ AniMe Matrix แสดงลวดลายที่ต้องการได้ ใช้ระบบระบายความร้อน Liquid Metal และพอร์ต USB-C ของตัวเครื่องยังรองรับการต่อหน้าจอแยกทั้ง 2 ช่องและหนึ่งในนั้นรองรับการชาร์จแบบ USB-PD ได้และมี MUX Switch ไว้สลับโหมดการทำงานได้และกล้องหน้าเป็น IR Camera สแกนหน้าปลดล็อคเครื่องได้ด้วย

สเปคเครื่องนี้ใช้ซีพียู AMD Ryzen 9 6900HS แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.9GHz ซึ่งประสิทธิภาพสูงมาก จับคู่กับ AMD Radeon RX 6800S มีแรม 8GB GDDR6 ซึ่งประสิทธิภาพของซีพียูและการ์ดจอคู่นี้สามารถเล่นเกมฟอร์มใหญ่ในปัจจุบันได้ทุกเกมสบายๆ และแสดงผลที่หน้าจอ 14 นิ้ว ความละเอียด 2K WQXGA (2560×1600 พิกเซล) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 120Hz ได้สบายๆ และเป็นจอขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 ได้รับการรับรอง Pantone Validated, Adaptive-Sync ป้องกันภาพฉีกขาดตอนเล่นเกม มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมแรม 32GB DDR5 บัส 4800MHz มีพอร์ต USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 2, HDMI x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio Combo x 1 รองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 และหนักเพียง 1.72 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งผู้เขียนกล้าพูดได้เต็มปากว่า ROG Zephyrus เครื่องนี้แรงระดับเป็น Desktop Replacement ได้อย่างแน่นอน ถ้าใครอยากซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องเดียวไว้ใช้เล่นเกมที่บ้านแล้วเอาเครื่องไปทำงานที่ออฟฟิศได้ด้วยก็น่าลงทุนซื้อเครื่องนี้ไปได้เลย

สเปคของ ASUS ROG Zephyrus G14 GA402RK
  • CPU : AMD Ryzen 9 6900HS แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.9GHz
  • GPU : AMD Radeon RX 6800S มีแรม 8GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB
  • RAM : 32GB DDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด 2K WQXGA (2560×1600 พิกเซล) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 120Hz ขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3, Pantone Validated, Adaptive-Sync
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 2, HDMI x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : IR Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.72 กิโลกรัม
  • Price : 79,990 บาท (ราคากลาง)

สรุปสเปค 10 โน๊ตบุ๊ค AMD 2022 น่าซื้อ สายทำงานหรือเกมมิ่งก็มีของแรงให้เลือกแบบเต็มๆ

จะเห็นว่าโน๊ตบุ๊ค AMD 2022 น่าซื้อในปีนี้มีให้เลือกหลากหลายรุ่น สเปคคุ้มค่ามากอีกด้วย โดยถ้าสรุปสเปคทั้ง 10 รุ่นจะเป็นดังนี้

สเปคโน๊ตบุ๊ค AMD 2022 น่าซื้อ ซีพียู, การ์ดจอ RAM, SSD, Software หน้าจอ, น้ำหนัก การเชื่อมต่อ ราคา
HP Pavilion 15-eh1119AU AMD Ryzen 7 5700U

AMD Radeon Graphics แบบ 8 คอร์

M.2 NVMe
512GB

ออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 3200MHz

Windows 10 Home

Microsoft Office Home & Student 2019

15.6″ FHD IPS

1.75 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

24,190 บาท
Lenovo IdeaPad Slim 5 Pro AMD Ryzen 7 5800U

AMD Radeon Graphics แบบ 8 คอร์

M.2 NVMe
512GB

ออนบอร์ด 16GB DDR4 บัส 3200MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

14″ 2K WQHD IPS

1.38 กก.

USB-C 3.2 x 2

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

SD Card Reader x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

29,990 บาท
Acer Nitro 5 AN515 AMD Ryzen 5 5600H

NVIDIA GeForce RTX 3050

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4 บัส 3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144Hz

2.2 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

32,990 บาท
ASUS TUF Gaming A15 FA507RC AMD Ryzen 7 6800H

NVIDIA GeForce RTX 3050

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR5 บัส 4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144Hz

2.2 กก.

USB-C 3.2 x 2

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.2

37,990 บาท
Lenovo Yoga 7 14ACN6 AMD Ryzen 7 5800U

AMD Radeon Graphics แบบ 8 คอร์

M.2 NVMe
1TB

ออนบอร์ด 16GB LPDDR4x บัส 4266MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

จอทัช 14″ FHD IPS

1.45 กก.

USB-C 3.2 x 2

USB-A 3.2 x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

38,990 บาท
HP Victus Gaming 16-e0231AX AMD Ryzen 7 5800H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4 บัส 3200MHz

Windows 11 Home

16.1″ FHD IPS

Refresh Rate 144Hz

2.46 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

39,990 บาท
Lenovo Legion 5 15ACH6H-82JU00L3TA AMD Ryzen 7 5800H

NVIDIA GeForce RTX 3060

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4 บัส 3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ 2K WQHD IPS

Refresh Rate 165Hz

2.4 กก.

USB-A 3.2 x 4

USB-C 3.2 x 2

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

44,050 บาท
Lenovo Legion 5 15ACH6H-82NW0030TA AMD Ryzen 7 5800H

AMD Radeon RX 6600M

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4 บัส 3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ 2K WQHD IPS

Refresh Rate 165Hz

2.4 กก.

USB-A 3.2 x 4

USB-C 3.2 x 2

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

44,050 บาท
ASUS ROG Strix G17 GL743QM AMD Ryzen 9 5900HX

NVIDIA GeForce RTX 3060

M.2 NVMe
1TB

32GB DDR4 บัส 3200MHz

Windows 10 Home

17.3″ 2K QHD IPS

100% DCI-P3

Refresh Rate 165Hz

2.7 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

59,900 บาท
ASUS ROG Zephyrus G14 GA402RK AMD Ryzen 9 6900HS

AMD Radeon RX 6800S

M.2 NVMe
1TB

32GB DDR5 บัส 4800MHz

Windows 11 Home

14″ 2K WQXGA IPS

100% DCI-P3

Pantone Validated

Adaptive-Sync

Refresh Rate 120Hz

1.72 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 2

HDMI x 1

MicroSD Card Reader x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

79,990 บาท

ดังนั้นถ้าใครมีแผนซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่ ผู้เขียนก็ขอแนะนำให้ดูโน๊ตบุ๊ค AMD 2022 น่าซื้อนี้เป็นแนวทางก็ได้ หรือว่าจะเอาแนวทางของโน๊ตบุ๊ค AMD 2022 น่าซื้อไปเป็นแนวทางเลือกโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่ของตัวเองก็ได้เช่นกัน แต่อย่างไรก็ตามจุดเด่นของ AMD คือประสิทธิภาพของซีพียูจัดว่าแรงไว้ใจได้และคุ้มค่าทุกบาทที่จ่ายไปแน่นอน


บทความที่เกี่ยวข้อง

smartphone 5g cover

laptop cover

hp aio cover

from:https://notebookspec.com/web/641168-10-amd-laptop-worth-your-money-2022

9 โน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้อ สเปคดีคุ้มค่าน่าซื้อมาใช้ แบรนด์หน้าใหม่น่าสนใจเพียบ! เริ่มแค่ 18,990 บาทเท่านั้น

โน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้อในปีนี้พากันตบเท้าเปิดตัวกันต่อเนื่อง แต่จะมีรุ่นไหนน่าสนใจบ้างนะ?

laptop cover

โน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้อช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ ถือว่ามีรุ่นน่าสนใจสเปคดีให้เลือกมากมาย ตอบโจทย์ทั้งสายทำงานและมีเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่ตอบโจทย์ทั้งเกมเมอร์และคนทำงานที่ต้องตัดต่อวิดีโอด้วย และสิ่งที่น่าสนใจของปี 2022 นี้ คือมีผู้เล่นหน้าใหม่เอาโน๊ตบุ๊คราคาคุ้มค่ามาให้เลือกมากมายไม่พอ ยังมีดีไซน์ใหม่และแบรนด์เก่าแก่ที่ทำตลาดสินค้าไลน์อื่นมาก่อนแล้วเพิ่งนำโน๊ตบุ๊ครุ่นน่าสนใจกลับมาทำตลาดในประเทศไทยเพิ่มด้วย อาจจะพูดได้ว่าปีนี้มีตัวเลือกเด่นดีน่าสนใจตบเท้ามาให้เลือกกันมากมายเลยทีเดียว

Advertisementavw

ซึ่งโน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้อในบทความนี้ ผู้เขียนจะรวมเครื่องน่าสนใจรุ่นใหม่ๆ และแซมด้วยรุ่นที่เปิดตัวก่อนหน้านี้แต่สเปคยังถือว่าคุ้มค่า ใช้ได้อีกยาวๆ ให้เลือกด้วย เพื่อตอบโจทย์ทั้งนักเรียน, คนทำงาน และบางรุ่นก็ได้ Microsoft Office Home & Student 2021 ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งานอีกด้วย

โน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้อ

9 โน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้อ มีทั้งสายทำงานและเกมมิ่งให้เลือกตามชอบ!

สำหรับโน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้อในบทความนี้จะคละกันทั้งโน๊ตบุ๊คสายทำงาน และเกมมิ่งพีซีสำหรับเกมเมอร์หรือสายตัดต่อวิดีโอที่อยากได้พีซีประสิทธิภาพสูงเอาไว้ทำงาน และมีโน๊ตบุ๊คจากแบรนด์ดังต่างประเทศมาให้เลือกด้วย โดยทั้ง 9 รุ่นนี้ได้แก่

  1. Infinix INBook X2 (18,990 บาท)
  2. HP Pavilion x360 14-dy0123TU (24,990 บาท)
  3. Acer Swift 3 SF314 (25,990 บาท)
  4. Gigabyte G5 MD (35,990 บาท)
  5. MSI GF66 Katana 11UE (40,990 บาท)
  6. ASUS TUF Gaming F15 FX507ZE (42,990 บาท)
  7. LG Gram 15 15Z95P (53,900 บาท)
  8. LG Gram 17 17Z95P (85,900 บาท)
  9. ASUS ROG Flow Z13 GZ301ZC (59,990 บาท)
1. Infinix INBook X2 (18,990 บาท)

20220214 131403 c

เครื่องแรกที่เลือกมาแนะนำเป็น Infinix INBook X2 โน๊ตบุ๊คบางเบาจากแบรนด์ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนคุ้มค่าราคาเป็นมิตร โดยจุดเด่นของเครื่องนี้คือไฟส่องสว่างคู่หน้า “Dual-Starlight” สำหรับส่องใบหน้าผู้ใช้ให้สว่างขึ้น ไม่มืดเกินไปเวลาเปิดกล้องประชุมออนไลน์ ผู้สนใจสามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่

รุ่นที่เลือกมาแนะนำติดตั้งซีพียู Intel Core i5-1035G1 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 1.0-3.6 GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel UHD Graphics G1 สำหรับแสดงผล มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมแรมออนบอร์ด 8GB LPDDR4x บัส 3200MHz ส่วนหน้าจอมีขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มีพอร์ต USB-C 3.0 กับ USB-A 3.1 อย่างละ 2 ช่องและ HDMI x 1, Audio Combo x 1 กับ MicroSD Card Reader x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.1 ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องเพียง 1.24 กิโลกรัมเท่านั้น ถ้าใครหาโน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้อเครื่องใหม่เอาไว้ทำงานหรือเรียนออนไลน์เป็นหลักก็แนะนำให้ดูรุ่นนี้เอาไว้ได้เลย

สเปคของ Infinix INBook X2
  • CPU : Intel Core i5-1035G1 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 1.0-3.6 GHz
  • GPU : Intel UHD Graphics G1
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : ออนบอร์ด 8GB LPDDR4x บัส 3200MHz 
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB
  • Ports : USB-C รองรับการชาร์จแบตฯ Power Delivery, ต่อหน้าจอแยก DisplayPort x 1, USB-C x 1, USB 3.0 x 2, HDMI 1.4 x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera พร้อมดวงไฟคู่ Dual-Star light
  • OS : Windows 11 Home, Microsoft Office
  • Weight : 1.24 กิโลกรัม
  • Price : 18,990 บาท
2. HP Pavilion x360 14-dy0123TU (24,990 บาท)

20210819 141700 c

รุ่นถัดมาจะเป็น HP Pavilion x360 14-dy0123TU ที่วางขายมาสักระยะหนึ่งแล้ว แต่ทั้งสเปคและฟีเจอร์นับว่ายังทันสมัยใช้งานได้ดีอยู่ เพราะพับตัวเครื่องกลับ 360 องศาเป็นแท็บเล็ตได้, มี HP Stylus ไว้เขียนหน้าจอได้และ USB-C รองรับการต่อหน้าจอแยก DisplayPort 1.4 และรองรับ USB Power Delivery ชาร์จแบตเตอรี่ให้ตัวเครื่องได้ จัดว่าคุ้มค่าจนไม่ควรมองข้ามเลย

ด้านสเปคเรียกว่าไม่แพ้โน๊ตบุ๊คทำงานเครื่องไหนอย่างแน่นอน โดยซีพียูเป็น Intel Core i3-1125G4 มี 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.0-3.7 GHz กล่าวคือเทียบชั้น Intel Core i5~i7 ได้เลย ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics G4 เรนเดอร์ภาพขึ้นหน้าจอ มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home กับโปรแกรม Microsoft Office Home& Student 2019 มาให้ มีแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz หน้าจอทัชพาเนลของตัวเครื่องมีขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS รองรับปากกา HP Stylus เขียนวาดบนหน้าจอได้ มีพอร์ต USB-C 3.2 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 และหนักเพียง 1.5 กิโลกรัมเท่านั้น ถ้าใครหาโน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้อ ผู้เขียนมั่นใจว่า HP เครื่องนี้คือเครื่องที่ไม่ควรมองข้ามอย่างแน่นอน

สเปคของ HP Pavilion x360 14-dy0123TU
  • CPU : Intel Core i3-1125G4 มี 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.0-3.7 GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics G4
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200MHz 
  • Display : จอทัช 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS รองรับ HP Stylus
  • Ports : USB-C 3.2 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera
  • OS : Windows 10 Home, Microsoft Office Home& Student 2019
  • Weight : 1.5 กิโลกรัม
  • Price : 24,990 บาท (BaNANA)
3. Acer Swift 3 SF314 (25,990 บาท)

20210728 041614 c

Acer Swift 3 SF314 เป็นโน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้อที่เหมาะกับคนที่ต้องพกโน๊ตบุ๊คติดตัวไปติดต่อธุระหรือหาเครื่องเอาไว้ทำงานเอกสารทั่วไปมาก โดยเครื่องนี้มีที่สแกนลายนิ้วมือติดตั้งมาให้ใช้ปลดล็อคเครื่องได้สะดวก และน้ำหนักเครื่องเบามาก เพียง 1.2 กิโลกรัมเท่านั้น และพอร์ต USB-C ยังรองรับ Thunderbolt อีกด้วย ผู้สนใจสามารถอ่านรีวิวได้ที่นี่

สเปคเครื่องนี้สามารถทำงานออฟฟิศต่างๆ ได้อย่างแน่นอน โดยติดตั้งซีพียู Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2 GHz ใช้การ์ดจอ Intel Iris Xe Graphics ติดตั้ง SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home ติดตั้ง Microsoft Office Home & Student 2019 มาให้ ส่วนแรมออนบอร์ดในเครื่องมีความจุ 8GB LPDDR4x บัส 4266MHz ส่วนหน้าจอมีขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มีพอร์ต USB-C 3.2 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio Combo x 1 รองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ด้วย ดังนั้นถ้าใครหาโน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้อน้ำหนักเบาสักเครื่อง ต้องถือว่า Acer Swift 3 เครื่องนี้น่าสนใจมาก

สเปคของ Acer Swift 3 SF314
  • CPU : Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2 GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB LPDDR4x บัส 4266MHz
  • Display : จอ 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS 
  • Ports : USB-C 3.2 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera
  • OS : Windows 10 Home, Microsoft Office Home& Student 2019
  • Weight : 1.2 กิโลกรัม
  • Price : 25,990 บาท (TopValue)
4. Gigabyte G5 MD (35,990 บาท)

20210806 221934 c

ด้าน Gigabyte G5 MD เครื่องนี้เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้อเครื่องหนึ่งที่สเปคดี ตอบโจทย์ทั้งเกมเมอร์และคนทำงานเป็นอย่างมาก โดดเด่นเรื่องการอัพเกรดสเปคเครื่องที่ใส่ SSD แบบ M.2 NVMe ได้ 2 ช่องกับ 2.5″ SATA III HDD/SSD ได้อีกช่อง ใส่แรม SO-DIMM ได้ 2 สล็อต รองรับความจุสูงสุด 64GB ทีเดียว เรียกว่าอัพเกรดได้จัดเต็มสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการพื้นที่เก็บไฟล์งานหรือลงเกมหลายๆ เกมมาก ส่วนรีวิวฉบับเต็มอ่านได้ที่นี่

สเปคเครื่องนี้ใช้ซีพียู Intel Core i5-11400H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.7-4.5 GHz จับคู่การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 สามารถเล่นเกมความละเอียด 1080p ได้สบายๆ มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดต้ง Windows 11 Home พร้อมแรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz มาให้ เรียกว่าสเปคเดิมๆ เท่านี้ก็สามารถเล่นเกมระดับ AAA ได้ทุกเกมในปัจจุบันนี้แล้ว ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz พอร์ตที่ติดตั้งมาให้มี USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ด้วย ส่วนน้ำหนักอยู่ที่ 2.03 กิโลกรัม อาจจะหนักกว่าโน๊ตบุ๊ครุ่นก่อนหน้านี้ที่เลือกมาแนะนำเล็กน้อย แต่ก็ถือว่าเบากว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่น จัดเป็นโน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้อสำหรับเกมเมอร์และคนทำงานตัดต่อวิดีโอมากๆ

สเปคของ Gigabyte G5 MD
  • CPU : Intel Core i5-11400H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.7-4.5 GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : จอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera
  • OS : Windows 11 Home
  • Weight : 2.03 กิโลกรัม
  • Price : 35,990 บาท (ราคากลาง)
5. MSI GF66 Katana 11UE (40,990 บาท)

20220118 105652 c

MSI GF66 Katana 11UE เครื่องนี้ทางเว็บไซต์ได้ได้รีวิวไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยรุ่นที่เลือกมาแนะนำเป็นบอดี้ขนาด 15.6 นิ้วที่ขนาดพกพาง่ายกว่าเดิม ผิดกับสเปคเครื่องที่แรงพอเล่นเกมฟอร์มใหญ่ได้ทุกเกมในปัจจุบันนี้และสามารถอัพเกรดเพิ่ม RAM, SSD เพื่อรีดประสิทธิภาพเพิ่มได้ด้วย

ด้านสเปคตัวเครื่องจัดว่าแรงจบแน่นอนด้วย Intel Core i5-11400H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.7-4.5 GHz จับคู่กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6 มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับแรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz เรียกว่าสเปคแรงเสร็จสรรพ เพิ่ม SSD เอาไว้ติดตั้งเกมอย่างเดียวก็ได้ ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz ทำให้การแสดงผลภาพบนหน้าจอไหลลื่น มีพอร์ต USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1 รองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ส่วนน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 2.25 กิโลกรัม จัดว่าไม่หนักเกินไปจึงเข้าข่ายเป็นโน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้ออีกรุ่นที่ผู้เขียนเลือกมาแนะนำให้เลือกซื้อกัน

สเปคของ MSI GF66 Katana 11UE
  • CPU : Intel Core i5-11400H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.7-4.5 GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : จอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera
  • OS : Windows 11 Home
  • Weight : 2.25 กิโลกรัม
  • Price : 40,990 บาท (ราคากลาง)
6. ASUS TUF Gaming F15 FX507ZE (42,990 บาท)

20220201 235258 c

ถ้าอยากได้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้อที่ติดตั้ง Intel 12th Gen Alder Lake มาให้พร้อมทำงานแต่ไม่เอาราคาแพงมาก จะมี ASUS TUF Gaming F15 FX507ZE น้องใหม่ตระกูล TUF Gaming ที่ราคาไม่แพงเกินไป เข้าถึงง่ายเล่นเกมได้ทำงานดีอีกด้วย

สเปคเครื่องนี้ใช้ Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E Cores) ความเร็ว 3.5-4.7GHz จับคู่การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 แรม 4GB GDDR6 มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ มีแรม 8GB DDR5 บัส 4800MHz ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มีพอร์ต USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ส่วนตัวเครื่องหนักเพียง 2.2 กิโลกรัมเท่านั้น ต้องถือว่า ASUS TUF Gaming เครื่องนี้เป็นโน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้ออีกเครื่องที่ไม่ควรมองข้ามเลย

สเปคของ ASUS TUF Gaming F15 FX507ZE
  • CPU : Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E Cores) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : จอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera
  • OS : Windows 11 Home
  • Weight : 2.2 กิโลกรัม
  • Price : 42,990 บาท (ราคากลาง)
7. LG Gram 15 15Z95P (53,900 บาท)

20220218 230013 c

เชื่อว่าหลายคนอาจจะรู้จักชื่อ LG จากแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านมาโดยตลอด แต่จริงๆ แล้วไลน์อัพโน๊ตบุ๊คของทางบริษัทจัดว่าแข็งแกร่งและขึ้นชื่อเรื่องน้ำหนักเบาเป็นอย่างมาก โดยโน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้อนี้ผู้เขียนเลือก LG Gram 15 15Z95P ที่เป็นโน๊ตบุ๊ค Intel Evo หน้าจอ 15.6 นิ้วแต่เครื่องเบาสุดๆ เพียง 1.12 กิโลกรัมเท่านั้น ในแง่น้ำหนักต้องถือว่าเบากว่าโน๊ตบุ๊ค 14 นิ้วหลายๆ รุ่นด้วยซ้ำ และพอร์ตของตัวเครื่องก็ได้มาครบเครื่องจัดเต็มและสแกนลายนิ้วมือที่ปุ่ม Power เพื่อปลดล็อคเครื่องได้ด้วย

ด้านสเปคเครื่องนี้ใช้ซีพียู Intel Core i5-1155G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.5-4.5GHz เป็นซีพียูรุ่นพิเศษของทาง Intel ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics G7 มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ แรมเป็นออนบอร์ด ความจุ 16GB LPDDR4x บัส 4266MHz ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ขอบเขตสีกว้าง 99% sRGB ติดพอร์ต USB-C 4.0 x 2 รองรับ Thunderbolt 4, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, HDMI x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 และด้านแบตเตอรี่จัดว่าน่าสนใจมากเพราะในเครื่องมีแบตเตอรี่ 80Wh ซึ่งทางบริษัทเคลมไว้ว่าสามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานสุด 21 ชั่วโมงทีเดียว ถือว่าใช้งานได้นานต่อเนื่องมาก ซึ่งถ้างบประมาณไม่ใช่ปัญหา นี่คือโน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้อที่ผู้เขียนขอแนะนำให้ซื้อไว้ใช้งานเลย

สเปคของ LG Gram 15 15Z95P
  • CPU : Intel Core i5-1155G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.5-4.5GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics G7
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB LPDDR4x บัส 4266MHz
  • Display : จอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ขอบเขตสีกว้าง 99% sRGB
  • Ports : USB-C 4.0 x 2 รองรับ Thunderbolt 4, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera
  • OS : Windows 11 Home
  • Weight : 1.12 กิโลกรัม
  • Price : 53,990 บาท (ราคากลาง LG Thailand)
8. LG Gram 17 17Z95P (85,900 บาท)

20220218 233213 c

สำหรับโน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้อเครื่องถัดมา ถ้า LG ในข้อที่แล้วน่าสนใจแต่อยากได้หน้าจอใหญ่ขึ้นสเปคดีกว่าเดิมหน่อย แนะนำเป็น LG Gram 17 17Z95P เครื่องนี้ที่แชร์สเปคกับข้อที่แล้วแทบทั้งหมด แต่อัพเกรดสเปคหลายๆ ส่วนให้สเปคดีขึ้น ได้แก่ เปลี่ยนซีพียูเป็น Intel Core i7-1195G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.9-5.0GHz ใช้การ์ดจอ Intel Iris Xe Graphics G7 เหมือนกัน แต่อัพเกรดเพิ่มแรมออนบอร์ดเป็น 32GB LPDDR4x บัส 4266MHz แล้วขยายขนาดหน้าจอเป็น 17 นิ้ว ความละเอียด 2K WQXGA (2560×1600 พิกเซล) พาเนล IPS ขอบเขตสีกว้าง 99% DCI-P3 แต่น้ำหนักเครื่องเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น เป็น 1.35 กิโลกรัม ซึ่งถ้าใครอยากได้เครื่องใหญ่จอเต็มตาทำงานสะดวก ภาพคมชัดแนะนำให้เพิ่มงบโน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้อมาเป็นรุ่นนี้ได้เลย

สเปคของ LG Gram 17 17Z95P
  • CPU : Intel Core i7-1195G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.9-5.0GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics G7
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 32GB LPDDR4x บัส 4266MHz
  • Display : จอ 17 นิ้ว ความละเอียด 2K WQXGA (2560×1600 พิกเซล) พาเนล IPS ขอบเขตสีกว้าง 99% DCI-P3
  • Ports : USB-C 4.0 x 2 รองรับ Thunderbolt 4, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, HDMI x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera
  • OS : Windows 11 Home
  • Weight : 1.35 กิโลกรัม
  • Price : 85,900 บาท (ราคากลาง LG Thailand)
9. ASUS ROG Flow Z13 GZ301ZC (59,990 บาท)

Flow Z13 c

โน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้อเครื่องสุดท้ายเรียกว่าเอาใจสายทำงานที่ไม่จำกัดว่าโน๊ตบุ๊คต้องใช้ดีไซน์ Clamshell เหมือนที่ผ่านมาก็ได้และพกพาง่ายเป็นหลัก มี ASUS ROG Flow Z13 GZ301ZC เครื่องนี้ให้เลือกซื้อ ซึ่งรูปลักษณ์มาเป็นแท็บเล็ต Windows เครื่องหนึ่งพร้อมแป้นคีย์บอร์ดที่กลายเป็นตัวปิดหน้าจอในตัว รองรับการต่อกล่องการ์ดจอแยกเพื่อเล่นเกมได้ด้วย

สเปคของเครื่องนี้ใช้ซีพียู Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E Cores) ความเร็ว 3.5-4.7GHz จับคู่การ์ดจอแยกในเครื่องรุ่น NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6 มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ มีแรม 16GB LPDDR5 บัส 5200MHz ส่วนหน้าจอมีขนาด 13.4 นิ้ว ความละเอียด WUXGA (1920×1200 พิกเซล) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 120Hz มีพอร์ต USB 2.0 x 1, USB-C 3.2 x 1 รองรับ Thunderbolt, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ส่วนน้ำหนักเครื่องเพียง 1.18 กิโลกรัม ในแง่สเปคจากที่แนะนำมาอาจจะดูพื้นๆ ไม่ได้โดดเด่นนักเมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้อรุ่นอื่นๆ ที่เลือกมาแนะนำก่อนหน้านี้ แต่ใจความของเครื่องนี้คือการพกพาง่ายเอาไปทำงานที่ออฟฟิศหรือพกไปประชุมติดต่องานกับลูกค้าได้สะดวก เวลาพักผ่อนก็ต่อกล่องการ์ดจอแยก ROG XG Mobile เพื่อเล่นเกมฟอร์มยักษ์ได้สบายๆ ด้วย ดังนั้นถ้าซื้อไปใช้เฉพาะตัวแท็บเล็ตอย่างเดียวอาจจะใช้งานได้ไม่เต็มที่ ซึ่งถ้าใครอยากได้เครื่องนี้แนะนำให้เตรียมงบไว้ซื้อกล่องการ์ดจอแยกนี้ด้วยจะดีกว่า

สเปคของ ASUS ROG Flow Z13 GZ301ZC
  • CPU : Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E Cores) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB LPDDR5 บัส 5200MHz
  • Display : จอ 13.4 นิ้ว ความละเอียด WUXGA (1920×1200 พิกเซล) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 120Hz
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-C 3.2 x 1 รองรับ Thunderbolt, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera
  • OS : Windows 11 Home
  • Weight : 1.18 กิโลกรัม
  • Price : 59,990 บาท (ราคากลาง ASUS Thailand ยังไม่รวม ROG XG Mobile)

สรุปสเปค 9 โน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้อ สเปคดีแรงจบทั้งสายทำงานและเกมเมอร์

จะเห็นว่าโน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้อตอนนี้มีตัวเลือกเด็ดน่าสนใจให้เลือกมากมาย จะสายทำงานหรือเกมเมอร์ก็มีตัวเลือกดีๆ เพียบ ถ้าสรุปสเปคจะเป็นดังนี้

สเปคโน๊ตบุ๊ค Intel 2022 น่าซื้อ ซีพียู, การ์ดจอ SSD, RAM, ระบบปฏิบัติการ หน้าจอ, น้ำหนัก การเชื่อมต่อ ราคา
Infinix INBook X2 Intel Core
i5-1035G1

Intel UHD Graphics G1

M.2 NVMe
512GB

8GB LPDDR4x
3200MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office

14″ FHD IPS 100% sRGB

1.24 กก.

USB-C x 1
รองรับ USB-PD, DisplayPort 1.4

USB-C x 1

USB 3.0 x 2

HDMI 1.4 x 1

MicroSD Card Reader x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.1

18,990 บาท
HP Pavilion x360 14-dy0123TU Intel Core
i3-1125G4

Intel Iris Xe Graphics G4

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 10 Home

Microsoft Office Home& Student 2019

จอทัช 14″ FHD IPS

รองรับ HP Stylus

1.5 กก.

USB-C 3.2 x 1

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.2

24,990 บาท
Acer Swift 3 SF314 Intel Core
i5-1135G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB LPDDR4x
3200MHz

Windows 10 Home

Microsoft Office Home& Student 2019

14″ FHD IPS

1.2 กก.

USB-C 3.2 x 1

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

25,990 บาท
Gigabyte G5 MD Intel Core
i5-11400H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144 Hz

2.03 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.2

35,990 บาท
MSI GF66 Katana 11UE Intel Core
i5-11400H

NVIDIA GeForce RTX 3060

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144 Hz

2.25 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.2

40,990 บาท
ASUS TUF Gaming F15 FX507ZE Intel Core
i7-12700H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144 Hz

2.2 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

42,990 บาท
LG Gram 15 15Z95P Intel Core
i5-1155G7

Intel Iris Xe Graphics G7

M.2 NVMe
512GB

16GB LPDDR4x
3200MHz

15.6″ FHD IPS

99% sRGB

1.12 กก.

USB-C 4.0 x 2

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

MicroSD Card Reader x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

53,990 บาท
LG Gram 17 17Z95P Intel Core
i7-1195G7

Intel Iris Xe Graphics G7

M.2 NVMe
512GB

32GB LPDDR4x
3200MHz

17″ 2K WQXGA (2560×1600)
IPS

99% DCI-P3

1.35 กก.

USB-C 4.0 x 2

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

MicroSD Card Reader x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

85,900 บาท
ASUS ROG Flow Z13 GZ301ZC Intel Core
i7-12700H

NVIDIA GeForce RTX 3050

M.2 NVMe
512GB

32GB LPDDR5
5200MHz

13.4″ WUXGA (1920×1200)

IPS

Refresh Rate 120 Hz

1.18 กก.

USB 2.0 x 1

USB-C 3.2 x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

59,990 บาท

จากสเปคทั้ง 9 รุ่นที่เลือกมาแนะนำ จะเห็นว่าในปีนี้จะมีโน๊ตบุ๊คที่เป็น Intel 11th Gen ผสมกับ 12th Gen รวมๆ กันอยู่ ซึ่งซีพียูทั้งสองรุ่น ณ ตอนนี้ต้องถือว่าประสิทธิภาพดี จะทำงานหรือเล่นเกมก็สามารถรันได้อย่างดีแน่นอน แล้วจะเห็นว่าตอนนี้โน๊ตบุ๊ครุ่นน่าสนใจจะไม่ได้วนอยู่กับแบรนด์หลักๆ ที่เราคุ้นเคยอีกแล้ว เนื่องจากมีแบรนด์หน้าใหม่เข้ามาเป็นตัวเลือกใหม่ๆ ในตลาดมากมายทีเดียว ก็ไม่จำเป็นต้องฝังใจเลือกแต่แบรนด์หลักอีกต่อไปก็ได้ อาจจะเปิดใจมาลองแบรนด์ใหม่สเปคคุ้มแทนก็น่าสนใจเช่นกัน


บทความที่เกี่ยวข้อง

macbook reset cover

hp aio cover

laptop15000cover

from:https://notebookspec.com/web/583281-intel-laptop-2022-worth-your-money

เจาะสเปค 3 เทพ Acer Nitro 5 รุ่นเด็ดไม่ง้อเกมมิ่งพีซี ต่อจอทำงานก็ดีเล่นเกมก็ได้ อัพเดทปี 2022

Acer Nitro 5 ตัวท็อปการ์ดจอ RTX 3070~RTX 3080 มีจุดเด่นตรงไหน สเปคแรงระดับไหน มาดูได้เลย

acer nitro cover

Acer Nitro 5 ต้องถือเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คตัวแรงหนึ่งในตัวเลือกที่เกมเมอร์สนใจมาตลอดหลายปีนี้ ไม่ว่าจะสเปคต่อราคาคุ้มค่ารวมทั้งฟีเจอร์ที่ใส่มาให้แบบจัดเต็ม และในปี 2022 นี้ แม้ตัวท็อประดับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3070~RTX 3080 จะมีตัวเลือกเพียงไม่กี่รุ่นก็ตาม แต่ก็ต้องถือว่าสเปคและความแรงจัดว่าไม่ยิ่งหย่อนกว่าแบรนด์คู่แข่งเลย และยังมีแต้มต่อเรื่องประกัน On-site Service ดูแลยอดเยี่ยม ส่งซ่อมศูนย์ด่วนภายใน 3 ชั่วโมงและดูแลต่อเนื่องยาว 3 ปีอีกด้วย ทำให้เกมเมอร์หรือครีเอเตอร์ที่ต้องการเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คสเปคดีๆ เอาไว้ใช้งานสักเครื่องสามารถไว้ใจเลือกซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ไปใช้งานได้โดยไม่ต้องคิดมากเลย

Advertisementavw

นอกจากนี้ในแง่ของสเปค หากได้อ่านบทความแนะนำ Nitro 5 ที่ผ่านมาจะเห็นว่าทาง Acer ให้สเปคมาแรงคุ้มค่าเสมอ ไม่ว่าจะซีพียูเริ่มต้นด้วย Intel Core i5 เป็นต้นไปจน Intel Core i9 หรือแม้แต่ AMD Ryzen 5~7 จับคู่กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3000 Series อัพเดทใหม่ล่าสุด หน้าจอความละเอียดระดับ Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144~360 Hz เพื่อให้ภาพลื่นไหลลด Input Lag เวลาเกมเมอร์สาย FPS ต้องยิงให้ชนะในแมทช์สำคัญ หรือจะเล่นเกม RPG แล้วภาพลื่นไหลต่อเนื่องเหมือนเห็นด้วยตาตัวเองจริงๆ  

Acer Nitro 5

และจุดเด่นร่วมกันของ Nitro 5 หากได้อ่านรีวิวจากทางเว็บเป็นระยะๆ จะเห็นว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ นอกจากสเปคจะแรงแล้ว ยังรองรับการอัพเกรดตัวเครื่องเพิ่มเติมได้ตามที่ผู้ใช้ต้องการ ไม่ว่าจะมีช่อง SO-DIMM ให้อัพเกรดแรมได้ 2 แถว ถ้าแรม 16GB ที่ติดตั้งมาในเครื่องพอใช้เล่นเกมแต่ไม่พอรันงานก็อัพเกรดไปได้ 32GB ซึ่งถือว่าเยอะเพียงพอ ใช้รันโปรแกรมหนักๆ ได้สบายๆ และยังใส่ SSD แบบ M.2 NVMe เพิ่มได้อีกช่องไว้ทำ RAID หรือเป็นไดรฟ์เสริมเพื่อลงโปรแกรมหรือเกมที่ต้องการ และทุกเครื่องก็ติดตั้ง Windows 10 หรือ Windows 11 มาให้เสร็จสรรพ สามารถลงโปรแกรมกับเกมที่ต้องการได้ทันที

Acer Nitro 5

ด้านการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตมีให้เลือกทั้งแบบไร้สายด้วย Wi-Fi 6 AX พร้อม 2×2 MU-MIMO ในตัว ทำให้รับส่งข้อมูลอินเตอร์เน็ตแบบไร้สายได้อย่างรวดเร็ว หรือจะต่อสาย LAN เพื่อความเสถียร เล่นเกมได้ไหลลื่นก็เลือกได้และรับส่งข้อมูลได้รวดเร็วระดับ Gigabit Ethernet ควบคุมด้วย Killer Control Center 2.0 สำหรับปรับแต่งการทำงานให้เล่นเกมหรือติดต่อทำงานได้สะดวกกว่าเดิม ปรับแต่งเรียงลำดับความสำคัญของโปรแกรมที่ใช้งานได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีพอร์ต USB-A, USB-C, HDMI ติดตั้งมาให้ใช้งานครบถ้วนพร้อมต่ออุปกรณ์หรือหน้าจอเสริมเป็นพีซีตั้งโต๊ะเครื่องหนึ่ง ช่วยให้ทำงานและเล่นเกมได้สะดวกยิ่งขึ้นได้อีกด้วย

ส่วนอื่นเช่นคีย์บอร์ดก็มีไฟ RGB ที่เกมเมอร์ชื่นชอบ ระยะกด 1.6 มม. ให้สัมผัสตอนกดที่ดี ติดตั้งลำโพงสเตอริโอ Acer Trueharmony ปรับแต่งรองรับ DTS:X Ultra ทำให้มิติเสียงตอนดูหนังฟังเพลงมีน้ำหนัก นอกจากนี้ยังจำลองทิศทางเสียงได้ 3 มิติ ทำให้เวลาเล่นเกมยิ่งสมจริงและอินกว่าเดิมอีกด้วย

Nitro1

ในเมื่อเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเต็มตัว ทาง Acer ก็ติดตั้ง NitroSense สำหรับปรับตั้งค่าตัวเครื่องได้อย่างละเอียดและมอนิเตอร์การทำงานของตัวเครื่องได้แบบ Real Time อีกด้วย ฟังก์ชั่นที่โปรแกรมนี้รองรับเช่น เร่งความเร็วของพัดลมระบายความร้อนหรือปรับเป็นโหมด Power Saver เพื่อประหยัดพลังงานไม่ต้องเสียบปลั๊กก็ทำงานต่อเนื่องหลายชั่วโมง เหมาะกับคนที่ต้องการมอนิเตอร์การทำงานของตัวเครื่องและรีดประสิทธิภาพของตัวเครื่องเป็นอย่างมาก

Acer Nitro 5

ด้านหน้าจอขนาด 15.6~17.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ที่ติดตั้งมาให้ จะมีค่า Refresh Rate ตั้งแต่ 144~360Hz และขอบเขตสีกว้าง พร้อมทำงานกราฟฟิคต่างๆ ได้เป็นอย่างดีและค่าความคลาดเคลื่อนสี (Delta-E) ยัง <2 อีกด้วย จัดว่าเป็นพาเนลหน้าจอคุณภาพสูงให้สีสันเที่ยงตรง ยิ่ง Calibrate หน้าจอด้วยฮาร์ดแวร์จาก Datacolor, X-Rite หรือบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ Calibrate สีหน้าจอชั้นนำให้เรียบร้อยก็สามารถทำงานอาร์ตเวิร์คต่างๆ ได้ดีแน่นอน

เจาะสเปค 3 Acer Nitro 5 ตัวแรงแซงทุกโค้ง ทำงานดีเล่นเกมลื่นไม่ง้อเดสก์ท็อป

กลุ่ม Nitro 5 ตัวท็อปในปัจจุบันนี้ Acer จะมีรุ่นให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นหลักสเปคแรงจัดเต็ม สเปคจัดว่าแรงและราคาก็ถือว่าค่อนข้างเป็นมิตรต่อกระเป๋าเงินของผู้ใช้และรองรับการอัพเกรดได้อีกด้วย โดย 3 รุ่นเด็ดที่เลือกมาแนะนำในบทความจะมีดังนี้

  1. Nitro 5 AN515-57-73N0 (46,150 บาท)
  2. Nitro 5 AN515-57-99W3 (54,990 บาท)
  3. Nitro 5 AN517-41-R0AH (79,900 บาท)
1. Nitro 5 AN515-57-73N0 (46,150 บาท)

20210529 021512 c 2

Acer Nitro 5 AN515-57-73N0 เป็น Nitro 5 รุ่นแรกใน 3 เครื่องสเปคแรงที่มีให้เลือกซื้อในตอนนี้ ด้านความแรงเรียกว่าหายห่วง สามารถทำงานและเล่นเกมฟอร์มยักษ์ในปัจจุบันได้สบายๆ หรือใครที่ต้องการเครื่องเอาไว้ทำงานกราฟฟิค 3D ต่างๆ ได้ดีแน่นอน จัดเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่จัดเป็น Desktop Replacement ย่อมๆ ได้เลย

สเปคเครื่องนี้ใช้ซีพียู Intel Core i7-11800H มี 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.3-4.6 GHz ใช้เล่นเกมหรือรันงานหนักๆ ได้เป็นอย่างดี เหมาะกับผู้ใช้ที่เป็นเกมเมอร์และคนทำงานกราฟฟิคอย่างแน่นอน จับคู่กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3070 แรม 8GB GDDR6 มีค่า TGP 80-85 วัตต์ มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home มาให้พร้อมใช้งาน มีแรม 16GB DDR4 บัส 3200 MHz หน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz มีพอร์ต USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 และน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 2.2 กิโลกรัมเท่านั้น ถือว่าหนักกำลังดีพกพาสะดวกทีเดียว

ด้านการอัพเกรดเพิ่มเติมในอนาคต สามารถเปลี่ยนแรม SO-DIMM ในเครื่องทั้ง 2 ช่องได้สูงสุด 32GB ถ้าต้องการเพิ่มความจุ SSD ในเครื่อง ก็เปลี่ยนช่องหลักเป็น 1TB และเติมช่องเสริมอีกช่องไป 1TB เป็นความจุรวม 2TB เพื่อลงโปรแกรมและทำงานได้เลย ดังนั้นถ้าใครไม่อยากกลุ้มกับราคาการ์ดจอที่ยังตรึงสูงอยู่ก็ซื้อ Acer Nitro 5 เครื่องนี้ไปใช้งานได้เลย

สเปคของ Nitro 5 AN515-57-73N0
  • CPU : Intel Core i7-11800H มี 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.3-4.6 GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3070 แรม 8GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
    • รองรับความจุ 1TB x 2 ช่อง
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200 MHz
    • รองรับ SO-DIMM x 2 ช่อง ความจุรวม 32GB
  • Monitor : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz
  • Port : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax, Bluetooth 5.1
  • OS : Windows 10 Home
  • Camera : 720p HD Camera
  • Weight : 2.2 กิโลกรัม
  • Price : 46,150 (Advice)
2. Nitro 5 AN515-57-99W3 (54,990 บาท)

Nitro 5 AN515 57 bk 2

ถัดมาเป็น Acer Nitro 5 AN515-57-99W3 เครื่องนี้ที่อัพเกรดสเปคจากเครื่องในข้อที่แล้วให้รองรับการทำงานหนักได้ดียิ่งขึ้น ได้แก่ เปลี่ยนซีพียูเป็น Intel Core i9-11900H มี 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.5-4.9 GHz เพิ่มความจุ SSD แบบ M.2 NVMe ในเครื่องเป็น 1TB ให้ติดตั้งโปรแกรมและเกมได้มากขึ้นและติดตั้ง Windows 11 Home มาให้จากโรงงาน ด้านหน้าจอเป็นขนาด 15.6 นิ้วเท่าเดิมแต่เพิ่มความละเอียดเป็น 2K QHD (2560×1440) พิกเซล พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165 Hz ช่วยให้แสดงผลภาพได้คมชัดและได้สีสันสวยงามยิ่งขึ้นอีกด้วย จัดเป็น Acer Nitro 5 ประสิทธิภาพดีอีกรุ่นหนึ่ง

ด้านการอัพเกรดสามารถเติม SSD แบบ M.2 NVMe ได้อีก 1TB และเพิ่มแรม SO-DIMM เป็น 32GB ให้มีแรมพอรองรับการทำงานและเล่นเกมต่างๆ ได้เต็มที่ยิ่งขึ้น ซึ่งผู้เขียนค่อนข้างแนะนำสเปคนี้เป็นพิเศษหากต้องการซีพียูประสิทธิภาพสูงเอาไว้ทำงานและเล่นเกม

สเปคของ Nitro 5 AN515-57-99W3
  • CPU : Intel Core i9-11900H มี 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.5-4.9 GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3070 แรม 8GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 1TB
    • รองรับความจุ 1TB x 2 ช่อง
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200 MHz
    • รองรับ SO-DIMM x 2 ช่อง ความจุรวม 32GB
  • Monitor : 15.6 นิ้ว 2K QHD (2560×1440) พิกเซล พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165 Hz
  • Port : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax, Bluetooth 5.1
  • OS : Windows 11 Home
  • Camera : 720p HD Camera
  • Weight : 2.2 กิโลกรัม
  • Price : 54,990 (Advice)
3. Nitro 5 AN517-41-R0AH (79,900 บาท)

Nitro 5 AN515 57 f 1

รุ่นสุดท้ายที่เลือกมาแนะนำเป็น Acer Nitro 5 AN517-41-R0AH ที่ทางเว็บไซต์ได้รีวิวไปก่อนหน้านี้ เป็นตัวเลือกสำหรับคนที่ต้องการสเปคแรงไม่ต้องเสียเวลาอัพเกรดอะไรเพิ่มมากมาย ก็ซื้อเครื่องนี้ไปได้เลย และได้ตัวเครื่องขนาดใหญ่เต็มตาอีกด้วย

สเปคของเครื่องนี้เป็นสายเขียวแดงโดยใช้ซีพียู AMD Ryzen 9 5900HX มี 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3.-4.6 GHz สถาปัตยกรรม 7 นาโนเมตร เป็น AMD Zen 3 ที่ประสิทธิภาพสูงมากรุ่นหนึ่ง จับคู่กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3080 แรม 8GB GDDR6 ประสิทธิภาพสูงพร้อมทำงานกราฟฟิคและเล่นเกมต่างๆ ได้อย่างแน่นอน ติดตั้ง SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB ติดตั้ง Windows 10 Home มาให้พร้อมอัพเกรดเป็น Windows 11 Home ได้อย่างแน่นอนและติดตั้งแรมมา 32GB DDR4 บัส 3200 MHz เรียกว่าแรมไม่ต้องอัพเกรดเพิ่มเติมแล้วก็ได้ ส่วนหน้าจอมีขนาด 17.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 360 Hz จัดว่าไหลลื่นเป็นอย่างมาก ส่วนพอร์ตที่ติดตั้งมาให้มี USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1 รองรับ Thunderbolt, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องเพิ่มขึ้นมาเป็น 2.7 กิโลกรัม จัดว่าเป็นเครื่อง Desktop Replacement ได้อย่างแน่นอน ส่วนการอัพเกรดอาจจะเพิ่ม SSD ความจุ 1TB เข้าไปอีกสักช่องก็เพียงพอใช้งานแล้ว

สรุปสเปค Nitro 5 AN517-41-R0AH
  • CPU : AMD Ryzen 9 5900HX มี 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3.-4.6 GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3080 แรม 8GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 1TB
    • รองรับความจุ 1TB x 2 ช่อง
  • RAM : 32GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Monitor : 17.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 360 Hz
  • Port : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax, Bluetooth 5.1
  • OS : Windows 10 Home
  • Camera : 720p HD Camera
  • Weight : 2.7 กิโลกรัม
  • Price : 79,900 (Advice)

สรุปสเปค Acer Nitro 5 ทั้ง 3 รุ่นแรงเพื่อเกมเมอร์และคนทำงาน ซื้อไว้ไม่ต้องง้อพีซี!

จะเห็นว่า Acer Nitro 5 ทั้ง 3 รุ่นที่เลือกมาแนะนำในบทความนี้ เป็นเครื่องประสิทธิภาพสูง รองรับการทำงาน 3D และเล่นเกมฟอร์มยักษ์ได้เป็นอย่างดีแน่นอน ถ้าสรุปสเปคแล้วจะเป็นดังนี้

สเปค Acer Nitro 5 ซีพียู, การ์ดจอ SSD, RAM, ระบบปฏิบัติการ หน้าจอและน้ำหนัก การเชื่อมต่อ ราคา
Acer Nitro 5 AN515-57-73N0 Intel Core
i7-11800H

NVIDIA GeForce RTX 3070

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4 บัส 3200 MHz

Windows 10 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144 Hz

2.2 Kg

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

46,150 บาท
Acer Nitro 5 AN515-57-99W3 Intel Core
i9-11900H

NVIDIA GeForce RTX 3070

M.2 NVMe
1TB

16GB DDR4 บัส 3200 MHz

Windows 11 Home

15.6″ 2K QHD IPS

Refresh Rate 165 Hz

2.2 Kg

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

54,990 บาท
Acer Nitro 5 AN517-41-R0AH AMD Ryzen 9 5900HX

NVIDIA GeForce RTX 3070

M.2 NVMe
1TB

32GB DDR4 บัส 3200 MHz

Windows 10 Home

17.3″ FHD IPS

Refresh Rate 360 Hz

2.7 Kg

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

79,900 บาท

จะเห็นว่าสเปคของเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คในปัจจุบัน มีประสิทธิภาพที่ดีพอเล่นเกมและทำงานกราฟฟิค 3D ได้สบายๆ ตอบโจทย์เกมเมอร์ที่มีพื้นที่ในบ้านหรือคอนโดมิเนียมจำกัดแค่พอวางโน๊ตบุ๊คกับหน้าจอแยกอีกสักจอก็สามารถเล่นเกมได้แล้วจนผู้เขียนเองก็คิดว่าเกมมิ่งพีซีก็ไม่ได้จำเป็นมากขนาดนั้นอีกต่อไป ถ้าใครต้องการเล่นเกมก็ซื้อโน๊ตบุ๊คสเปคสูงๆ ไปต่อหน้าจอแยกหรือเล่นเกมที่หน้าจอโน๊ตบุ๊คก็เพียงพอแล้ว จะเล่นเกมหรือทำงานอะไรก็ทำได้สบายๆ แน่นอน


บทความที่เกี่ยวข้อง

nitro5intel cover

nitro5rtx3050 cover

nitro5amd cover

from:https://notebookspec.com/web/640292-3-best-acer-nitro-5-update-2022

6 Acer Nitro 5 การ์ดจอ RTX 3050 แรงคุ้มเล่นเกมชิลๆ ทำงานก็ลื่น เริ่มแค่ 32,290 บาท อัพเดทปี 2022

Acer Nitro 5 การ์ดจอ RTX 3050 และ RTX 3050 Ti ต้นปี 2022 นี้มีรุ่นเด็ดๆ ให้เลือกอยู่นะ!

nitro5rtx3050 cover

Acer Nitro 5 การ์ดจอ RTX 3050 กับ RTX 3050 Ti ถือว่าเป็นการ์ดจอที่เล่นเกมระดับ AAA ในปัจจุบันที่ความละเอียด 1080p ได้สบายๆ หรือใครที่ทำงานกราฟฟิค ตัดต่อวิดีโอหรือแต่งภาพบ่อยๆ ต้องถือว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คซีรี่ส์นี้สามารถทำงานได้ดีอย่างแน่นอนและราคาก็ไม่แพงมากแค่ช่วง 3 หมื่นบาทไปจนเกือบ 4 หมื่นบาทขึ้นอยู่กับสเปคที่เลือกซื้อและทุกเครื่องก็รองรับการอัพเกรดเพิ่มแรมและ SSD ให้ทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย

Advertisementavw

สำหรับคนที่อ่านบทความในซีรี่ส์แนะนำ Acer Nitro 5 มาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้วอาจจะเห็นว่าผู้เขียนแนะนำเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คซีรี่ส์นี้ผสมกันตั้งแต่การ์ดจอรุ่นเล็กไปจนรุ่นใหญ่ แต่จริงๆ แล้วถ้าโฟกัสในกลุ่มการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050, RTX 3050 Ti จะเห็นว่ามีรุ่นน่าสนใจให้เลือกพอสมควรและราคาก็ไม่แพงมาก เพิ่มแรมอีกนิดหน่อยก็ทำงานและเล่นเกมได้ดีอย่างแน่นอน

Acer Nitro 5 การ์ดจอ RTX 3050

6 Acer Nitro 5 การ์ดจอ RTX 3050, 3050 Ti แรงพอตัว ทำงานดีประหยัดงบน่าใช้

ด้านผู้ใช้และเกมเมอร์ที่กำลังหา Acer Nitro 5 การ์ดจอ RTX 3050, 3050 Ti ที่สเปคและราคาคุ้มค่ามาเล่นเกมหรือทำงาน ซึ่งผู้เขียนแนะนำว่าถ้ารุ่นไหนเป็นแรม 8GB ก็เพิ่มเงินสักนิดอัพเกรดแรมเป็น 16GB เลย จะใช้งานได้สะดวกกว่ามาก โดยผู้เขียนมีรุ่นน่าใช้ให้เลือกทั้งหมด 6 รุ่น ได้แก่

  1. Acer Nitro 5 AN515-57-527D (32,290 บาท)
  2. Acer Nitro 5 AN515-57-5959 (32,750 บาท)
  3. Acer Nitro 5 AN515-45-R2BC (33,850 บาท)
  4. Acer Nitro 5 AN515-57-7277 (35,550 บาท)
  5. Acer Nitro 5 AN515-45-R61J (36,550 บาท)
  6. Acer Nitro 5 AN515-57-74ZT (37,790 บาท)
1. Acer Nitro 5 AN515-57-527D (32,290 บาท)

20210529 021512 c 1

Acer Nitro 5 AN515-57-527D เป็น Acer Nitro 5 การ์ดจอ RTX 3050 เครื่องแรกที่เลือกมาแนะนำ ซึ่งสเปคจัดว่าเหมาะกับการเอาไปทำงานเป็นอย่างมากและไม่ต้องอัพเกรดเพิ่มเติมก็ได้ จะใช้ตัดต่อวิดีโอหรือเล่นเกมก็ทำหน้าที่ได้ดีแน่นอน

ซีพียูที่ติดตั้งมาในเครื่องเป็น Intel Core i5-11400H มี 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.2-4.5 GHz จับคู่กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6 มี SSD แบบ M.2 NVMe 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home มาพร้อมใช้งาน มีแรม 16GB DDR4 บัส 3200 MHz จัดว่าเพียงพอสำหรับทำงานและเล่นเกมได้อย่างแน่นอน ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz มีพอร์ต USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 และตัวเครื่องหนักเพียง 2.2 กิโลกรัมเท่านั้น เรียกว่าเป็นรุ่นเริ่มต้นที่สเปคจัดว่าครบเครื่องและไม่แพงเกินไปอีกด้วย

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-57-527D
  • CPU : Intel Core i5-11400H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.7-4.5 GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200 MHz 
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS, Refresh Rate 144 Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • OS : Windows 10 Home
  • Weight : 2.2 กิโลกรัม
  • Price : 32,290 บาท (Advice)
2. Acer Nitro 5 AN515-57-5959 (32,750 บาท)

Nitro 5 AN515 57 bk 1

Acer Nitro 5 การ์ดจอ RTX 3050 เครื่องถัดมาที่เลือกมาแนะนำเป็นรุ่น Acer Nitro 5 AN515-57-5959 ซึ่งอัพเกรดสเปคในส่วนของการ์ดจอจากข้อที่แล้วให้เป็นรุ่น NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 ซึ่งประสิทธิภาพดีกว่าเดิมและติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ตั้งแต่เริ่มใช้งาน แต่ลดแรมเหลือ 8GB DDR4 บัส 3200 MHz แทน ซึ่งผู้เขียนแนะนำให้เพิ่มแรมเป็น 16GB ก็ใช้งานได้ดีแน่นอนและถือว่าเพียงพอสำหรับเล่นเกมระดับ AAA ในปัจจุบันปรับกราฟฟิคระดับ High ได้เลย

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-57-5959
  • CPU : Intel Core i5-11400H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.7-4.5 GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz 
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS, Refresh Rate 144 Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • OS : Windows 11 Home
  • Weight : 2.2 กิโลกรัม
  • Price : 32,750 บาท (Advice)
3. Acer Nitro 5 AN515-45-R2BC (33,850 บาท)

Nitro 5 AN515 45 f 1

ถ้าใครเล็งรุ่นที่เป็นซีพียู AMD Ryzen เอาไว้แต่ไม่อยากจ่ายแพงมาก มี Acer Nitro 5 AN515-45-R2BC ให้เลือกไปใช้ นับเป็น Acer Nitro 5 การ์ดจอ RTX 3050 ที่ประสิทธิภาพจัดว่าแรงไว้ใจได้อย่างแน่นอน โดยเครื่องนี้เป็นซีพียู AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4 GHz และมีแรมในเครื่อง 16GB DDR4 บัส 3200 MHz อีกด้วย แต่การ์ดจอจะลดลงมาเป็นรุ่น NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6 แทน ซึ่งแม้จะลดประสิทธิภาพตอนประมวลผล 3D ลงมาเล็กน้อยแต่ก็ยังแรงไว้ใจได้อย่างแน่นอน

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-45-R2BC
  • CPU : AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4 GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200 MHz 
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS, Refresh Rate 144 Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • OS : Windows 10 Home
  • Weight : 2.2 กิโลกรัม
  • Price : 33,850 บาท (Advice)
4. Acer Nitro 5 AN515-57-7277 (35,550 บาท)

Nitro 5 AN515 57 t 1

Acer Nitro 5 AN515-57-7277 รุ่นนี้เป็น Acer Nitro 5 การ์ดจอ RTX 3050 สำหรับคนที่หาซีพียู Intel ประสิทธิภาพสูงไปใช้งาน โดยรุ่นนี้ติดตั้ง Intel Core i7-11800H มี 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.3-4.6 GHz จับคู่กับ NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 พร้อมติดตั้ง Windows 11 Home มาให้เสร็จสรรพพร้อมใช้งาน แต่น่าเสียดายเล็กน้อยที่แรมตั้งต้นจากโรงงานมีเพียง 8GB DDR4 บัส 3200 MHz เท่านั้น ส่วนตัวผู้เขียนแนะนำให้เพิ่มเป็น 16GB ก็ใช้งานได้ดีไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-57-7277
  • CPU : Intel Core i7-11800H มี 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.3-4.6 GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz 
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS, Refresh Rate 144 Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • OS : Windows 11 Home
  • Weight : 2.2 กิโลกรัม
  • Price : 35,550 บาท (Advice)
5. Acer Nitro 5 AN515-45-R61J (36,550 บาท)

Nitro 5 AGW KSP01

Acer Nitro 5 AN515-45-R61J เครื่องนี้ต้องถือว่าเป็น Acer Nitro 5 การ์ดจอ RTX 3050 ซีพียู AMD Ryzen สเปคระดับไม่ต้องอัพเกรดเพิ่มก็ใช้งานได้ดี อย่างมากอาจจะเปลี่ยน SSD เพิ่มความจุเป็น 1TB ให้ติดตั้งโปรแกรมหรือลงเกมเพิ่มได้มากขึ้นจะได้ใช้งานได้สะดวก

ซีพียูในเครื่องเป็น AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4 GHz จับคู่กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home มาให้ พร้อมอัพเดทเป็น Windows 11 อย่างแน่นอนพร้อมแรม 16GB DDR4 บัส 3200 MHz กับหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz ส่วนพอร์ตมี USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 และน้ำหนักเครื่อง 2.2 กิโลกรัมเท่ากันกับรุ่นอื่นๆ ที่เลือกมาแนะนำในบทความนี้ แต่ข้อดีคือรุ่นนี้จะเหมาะกับคนที่ไม่ชอบเปิดฝาอัพเกรดเครื่อง ขอให้สเปคดีตั้งแต่เปิดกล่องเริ่มใช้งานเลยก็เอาเงินมาลงกับเครื่องนี้ได้

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-45-R61J
  • CPU : AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4 GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200 MHz 
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS, Refresh Rate 144 Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • OS : Windows 10 Home
  • Weight : 2.2 กิโลกรัม
  • Price : 36,550 บาท (Advice)
6. Acer Nitro 5 AN515-57-74ZT (37,790 บาท)

Nitro 5 AGW KSP03

กลับกันถ้าใครอยากได้ Acer Nitro 5 การ์ดจอ RTX 3050 สเปคแรงตั้งแต่เปิดกล่องเหมือนข้อที่แล้วแต่อยากได้ซีพียู Intel ก็เปลี่ยนเป็นรหัส Acer Nitro 5 AN515-57-74ZT แทน เพราะสเปคเรียกว่าเหมือนกันกับ Acer Nitro 5 ในข้อที่แล้ว แต่ใส่ Intel Core i7-11800H มี 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.3-4.6 GHz มาให้ใช้แทน ไม่ต้องเสียเวลาทำอะไรเยอะ เปิดฝามาอัพเกรดใช้งานได้เลย

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-57-74ZT
  • CPU : Intel Core i7-11800H มี 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.3-4.6 GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200 MHz 
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS, Refresh Rate 144 Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • OS : Windows 10 Home
  • Weight : 2.2 กิโลกรัม
  • Price : 37,790 บาท (Advice)

สรุปสเปค Acer Nitro 5 การ์ดจอ RTX 3050, 3050 Ti ทั้ง 6 รุ่น

โดยสรุปแล้ว Acer Nitro 5 การ์ดจอ RTX 3050 ที่เลือกมาแนะนำทั้ง 6 รุ่นก็มีประสิทธิภาพดี ใช้ทำงานหนักหรือเล่นเกมระดับ AAA ในปัจจุบันนี้ได้สบายๆ หากสรุปสเปคแล้วจะเป็นดังนี้

สเปค Acer Nitro 5 การ์ดจอ RTX 3050 ซีพียู, การ์ดจอ RAM, SSD, ระบบปฏิบัติการ หน้าจอ, น้ำหนัก การเชื่อมต่อ ราคา
Acer Nitro 5 AN515-57-527D Intel Core
i5-11400H

NVIDIA GeForce RTX 3050

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4 บัส 3200 MHz 

Windows 10 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144 Hz

2.2 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

32,290 บาท
Acer Nitro 5 AN515-57-5959 Intel Core
i5-11400H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4 บัส 3200 MHz 

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144 Hz

2.2 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

32,750 บาท
Acer Nitro 5 AN515-45-R2BC AMD Ryzen 7 5800H

NVIDIA GeForce RTX 3050

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4 บัส 3200 MHz 

Windows 10 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144 Hz

2.2 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

33,850 บาท
Acer Nitro 5 AN515-57-7277 Intel Core
i7-11800H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4 บัส 3200 MHz 

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144 Hz

2.2 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

35,550 บาท
Acer Nitro 5 AN515-45-R61J AMD Ryzen 7 5800H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4 บัส 3200 MHz 

Windows 10 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144 Hz

2.2 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

36,550 บาท
Acer Nitro 5 AN515-57-74ZT Intel Core
i7-11800H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4 บัส 3200 MHz 

Windows 10 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144 Hz

2.2 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

37,790 บาท

ดังนั้นถ้าใครมีแผนจะซื้อโน๊ตบุ๊คเกมมิ่งเครื่องใหม่มาใช้งาน ผู้เขียนเองก็เห็นว่า Acer Nitro 5 การ์ดจอ RTX 3050 เป็นซีรี่ส์ที่น่าสนใจซีรี่ส์หนึ่งทีเดียว ไม่ว่าจะสเปคต่อราคาที่คุ้มค่าและยังอัพเกรดได้อีกด้วย นอกจากนี้ถ้าใครใช้คอมพิวเตอร์ทำงานต่อเนื่องหลายชั่วโมงก็ไม่มีปัญหาเนื่องจากซีรี่ส์ Acer Nitro 5 เด่นเรื่องระบบระบายความร้อน ไม่เกิดปัญหาตัวเครื่องร้อนเกินไปจนประสิทธิภาพลดลงด้วย จัดเป็นจุดแข็งหนึ่งที่เกมเมอร์หลายๆ คนน่าจะชื่นชอบอย่างแน่นอน


บทความที่เกี่ยวข้อง

nitro5amd cover

nitro5intel cover

from:https://notebookspec.com/web/638707-acer-nitro-5-with-rtx-3050