คลังเก็บป้ายกำกับ: เมตา

เครื่องมือลับของ Facebook สามารถสั่งลบอีเมลหรือเบอร์โทรเราจากข้อมูลที่คนอื่นแชร์เข้ามา

เหมือน Facebook จะออกทูลใหม่เงียบๆ ที่เปิดให้ผู้ใช้กดลบข้อมูลติดต่อตัวเองอย่างเบอร์โทรและอีเมลที่ผู้ใช้รายอื่นอัพโหลดขึ้นมาในระบบได้ เป็นทูลที่ซ่อนอยู่ในหน้า Help Center ในส่วนของ “Friending” ที่มีการรายงานครั้งแรกโดยสำนักข่าว Business Insider สัปดาห์ที่แล้ว

วัตถุประสงค์ของทูลนี้คือ การเปิดช่องทางให้ “ผู้ที่ไม่ใช่ผู้ใช้” สามารถ “ปกป้องสิทธิ์ภายใต้กฎหมาย” ได้ ซึ่งเมื่อค้นหาผ่านระบบ Internet Archive ใน Wayback Machine ก็พบว่าตัวเลือกนี้มีให้เข้าไปใช้งานได้ตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม 2022 ที่ผ่านมาแล้ว

ข้อมูลที่หลุดขึ้นมานี้ มาจากเวลาที่ผู้ใช้ซิงค์รายชื่อผู้ติดต่อบนอุปกรณ์ตัวเองเข้ากับเฟซบุ๊ก (หรือบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง) มักจะคาบเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้อื่น โดยเฉพาะเมื่อตัวคนในรายชื่อดังกล่าวไม่ได้รับรู้การถูกอัพโหลดขึ้นมา

เฟซบุ๊กระบุในหน้าทูลนี้ว่า “เนื่องจากบางคนอาจอัพโหลดสมุดรายชื่อขึ้นมาบน Facebook, Messenger, หรือ Instagram ที่มีข้อมูลติดต่อของคุณมาด้วย คุณจึงสามารถสอบถามให้เรายืนยันได้ว่า เราได้ข้อมูลเบอร์โทรศัพท์หรือที่อยู่อีเมลในมือหรือไม่ หรือแม้แต่ขอให้เราลบข้อมูลออก”

อ่านเพิ่มเติมที่นี่

from:https://www.enterpriseitpro.net/this-hidden-facebook-tool-lets-users-remove-their-email-or-phone-number/

Meta จะเริ่มสัปดาห์สยองขวัญ! ด้วยการไล่พนักงานออกอย่างจริงจังแล้ว หลังหุ้นร่วงหนักมาก!

Wall Street Journal รายงานว่า บริษัทแม่ของ Facebook อย่าง Meta อาจเริ่มพิธีกรรมเชิญพนักงานออกครั้งใหญ่วันพุธนี้ คาดว่าจะกระทบพนักงานหลายพันราย ซึ่งจะถือเป็นการเลย์ออฟครั้งใหญ่ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของเฟซบุ๊กเลยทีเดียว

โดยเมื่อสิ้นเดือนกันยายนนั้น บริษัทรายงานว่ามีพนักงานมากกว่า 87,000 คน ทางฝั่งโฆษกของ Meta ก็ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเรื่องนี้ โดยโยนให้ไปดูความคิดเห็นของมาร์คในงานแถลงผลประกอบการล่าสุดเมื่อเดือนที่แล้วแทน

ซึ่งมีข้อความทำนองว่า “ในปี 2023 ที่จะถึงนี้ เราจะเน้นการลงทุนเฉพาะด้านที่มีการเติบโตสูง หมายความว่าทีมงานบางฝ่ายอาจจะเติบโตอย่างมาก ขณะที่บางทีมอาจจะนิ่ง หรือยุบทิ้งไปเลย พูดสั้นๆ คือจำนวนคนในปีหน้าอาจจะทรงตัวหรือน้อยลงกว่าปีนี้เล็กน้อย”

หุ้นของ Meta ก็ร่วงลงมากถึง 73% ในช่วงปีที่ผ่านมา ลดต่ำสุดลงไปแตะระดับช่วงต้นปี 2016 ยังไม่พอ โซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่เจ้านี้ยังทำผลประกอบการย่ำแย่จนรั้งอันดับล่างสุดในกลุ่มหุ้นบริษัท S&P 500 ในปี 2022 นี้อีกด้วย

อ่านเพิ่มเติมที่นี่

from:https://www.enterpriseitpro.net/meta-could-begin-large-scale-layoffs-this-week/

Facebook กำลังกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ที่ต้องลดต้นทุนแต่ก็ต้องเดิมพันกับเทคโนโลยีใหม่

คงไม่มีใครปฏิเสธผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้ แต่ถึงแม้บริษัทไอทียักษ์ใหญ่อย่าง Alphabet Inc. กับ Snap Inc. พยายามตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นเพื่อรับมือปัญหาเศรษฐกิจโลก แต่ฝั่ง Meta Platforms Inc. อาจไม่สามารถปรับโครงสร้างบริษัทในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อแบบนี้ได้ดังใจ

ซีอีโอเมต้า มาร์ก ซักเกอร์เบิร์ก กล่าวกับพนักงานเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมาว่า กำลังเตรียมปรับลดพนักงาน ลดขนาดของบริษัทให้กะทัดรัดลงภายในปี 2023 ที่จะถึงนี้ หลังโดนผลกระทบจากนโยบายรักษาความเป็นส่วนตัวของอุปกรณ์แอปเปิ้ล

โดยคาดว่าส่งผลต่อรายได้ด้านโฆษณามากถึง 1.54 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีนี้ได้เลย แถมยังเผชิญกับการแข่งขันกับแพลตฟอร์มดาวรุ่งอย่าง TikTok จนทำให้การหันไปทุ่มกับเวอร์ช่วลเรียลลิตี้ก่อนหน้านี้กลายเป็นตัวถ่วงมากที่สุดในประวัติศาสตร์เฟซบุ๊ก

แม้จะพยายามลดต้นทุนมากแค่ไหน แต่เมต้าก็กำลังตกที่นั่งลำบากกับการรับศึกหลายด้านพร้อมกัน ที่ต่างต้องลงเงินปริมาณมหาศาลด้วยทั้งสิ้น ความกังวลนี้ไม่ได้อยู่แค่ตัวเจ้าของเท่านั้น แต่ผู้ถือหุ้นยังหวาดกลัวจนเทขาย ทำให้ราคาหุ้นเมต้าในปีนี้ร่วงลงมารวมกว่า 60% แล้ว

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – DatacenterKnowledge

from:https://www.enterpriseitpro.net/facebook-meta-layoff-staffs/

กว่า 46 รัฐทั่วสหรัฐฯ เรียกร้องให้ตรวจสอบ Meta ฐานผูกขาดสามแพลตฟอร์มอีกรอบ

ตอนนี้มีรัฐในสหรัฐฯ ถึง 46 รัฐแล้วที่ยื่นต่อศาลอุทธรณ์ให้กลับมาพิจารณาคดีผูกขาดของเฟสบุ๊ก (ที่ตอนนี้เป็นบริษัทแม่อย่างเมตา) จากกรณีที่ซื้อกิจการ Instagram และ WhatsApp จากคดีเมื่อปี 2020 ที่ล้มไปเนื่องจากปัญหากำหนดเวลายื่นฟ้อง

รองอธิบดีอัยการของนิวยอร์ก Barbara Underwood ที่เป็นคนนำทีมจากสี่สิบกว่ารัฐครั้งนี้กล่าวว่า เป็นเรื่องไม่ถูกต้องที่พิจารณาคดีประจำแต่ละรัฐด้วยการวางข้อจำกัดเวลาในการยื่นฟ้องแบบที่ผ่านมา โดย 46 รัฐนี้รวมถึงเกาะกวมและดีซีด้วย

แต่ไม่รวมรัฐอลาบาม่า จอร์เจีย เซาท์แคโรไลน่า และเซาท์ดาโกต้า ทั้งนี้ การยื่นฟ้องล่าช้าในสหรัฐฯ นั้นจะเข้าข่ายกฎหมายปกป้องจำเลยที่เรียกว่า “Laches” หรือภาษาไทยบ้านๆ น่าจะเข้าข่ายการหมดอายุความนั่นเอง โดยถือว่าผู้จะฟ้องได้ “เพิกเฉยต่อการปกป้องสิทธิ์ตัวเอง”

คดีฟ้องเฟสบุ๊กที่ผ่านมาเป็นการกล่าวหาว่า การซื้อ Instagram เมื่อปี 2012 และ WhatsApp เมื่อปี 2014 (ผ่านมาหลายปีเลยนำก่อนยื่นฟ้องกับ USFTC ครั้งแรกตอน 2020) เกิดผลเสียกับทั้งเศรษฐกิจและตลาดด้านเทคโนโลยีในสหรัฐฯ และครั้งนี้ทั้ง 46 รัฐเตรียมขอให้ศาลอุทธรณ์แห่งกรุงดีซีพิจารณาคดีนี้ใหม่

from:https://www.enterpriseitpro.net/46-us-states-call-for-meta-monopoly-lawsuit/

มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก วางแผนเตรียมจัดอีเวนต์วันที่ 11 ตุลานี้ พร้อมเปิดตัวแว่นใหม่

ซีอีโอ มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ประกาศเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาบนเฟซบุ๊กว่า Meta เตรียมจัดงานประชุมด้านเวอร์ช่วลเรียลลิตี้ประจำปีชื่อ Connect ในวันที่ 11 ตุลาคมนี้ พร้อมลงรูปตัวเองใส่แว่นวีอาร์ใหม่ที่น่าจะเป็นตัว Project Cambria

คาดว่าผลตอบรับของแว่นใหม่นี้จะเป็นตัวชี้ชะตาความพยายามของพี่มาร์ค ที่จะเปลี่ยนธุรกิจของบริษัทแม่เฟซบุ๊กให้หันมาสร้างอุปกรณ์เกี่ยวกับ VR และ AR ที่ผ่านมาเมตาใช้เงินมากกว่าหนึ่งแสนล้านเหรียญฯ ในการสร้างแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ใหม่ ตามวิสัยทัศน์ของซีอีโอ

และเคยกล่าวด้วยว่า เหตุผลหนึ่งที่เทคโนโลยีนี้ยังไม่ไปไหนสักที ก็เพราะอุปกรณ์ยังไม่ดีเพียงพอ สำหรับกำหนดการเปิดตัวแว่นใหม่นี้จะทำให้เมตารีบตัดหน้าชิงส่วนแบ่งตลาดใหม่ ก่อนที่แอปเปิ้ลจะออกแว่นวีอาร์ของตัวเองที่คาดว่าจะเป็นปีหน้า

เมื่อเดือนก่อน มาร์กเคยให้สัมภาษณ์ในพอดคาสต์ Joe Rogan ว่าบริษัทเตรียมออก Project Cambria ภายในฤดูใบไม้ร่วงนี้ โดยจะมีกำลังการประมวลผลมากพอที่จะเก็บข้อมูลโลกแห่งความจริงภายนอกด้วยกล้อง แล้วแสดงขึ้นมาในแว่นแบบเรียลไทม์

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – CNBC

from:https://www.enterpriseitpro.net/zuckerberg-announces-event-for-oct-11/

เฟสบุ๊กยอมจ่าย 37.5 ล้านดอลล์จากคดีลอบจับพิกัดตำแหน่งผู้ใช้

บริษัทแม่ของเฟสบุ๊กอย่างเมต้า ตกลงจ่ายค่าชดเชยรวมกว่า 37.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากกรณีฟ้องร้องว่าบริษัทละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้โดยแอบติดตามการเคลื่อนที่โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งมีการยื่นแผนชดเชยนี้เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาต่อศาลแขวงซานฟรานซิสโก

แผนดังกล่าวยังรอการอนุมัติสุดท้ายจากผู้พิพากษา ที่มาของคดีนี้เกิดจากคุณ Lundy และพวก ยื่นฟ้องแพลตฟอร์มของเมต้าโดยอ้างว่าโซเชียลมีเดียเจ้านี้เก็บรวบรวมข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งแม้กระทั่งตอนที่ผู้ใช้กดปิดโลเคชั่นเซอร์วิสบนโทรศัพท์

ซึ่งถือเป็นการละเมิดทั้งกฎหมายของรัฐแคลิฟอร์เนีย และนโยบายการรักษาความเป็นส่วนตัวจากทางเฟสบุ๊กเอง ทางเมต้าก็ไม่ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับคดีนี้ และจากเอกสารของศาล ระบุว่าการยอมจ่ายค่าชดเชยนี้ไม่ได้หมายความว่ายอมรับผิดกรณีดังกล่าว

ทั้งนี้ เมื่อมิถุนายนที่ผ่านมา เมต้ายอมจ่ายเงินชดเชยกว่า 90 ล้านดอลลาร์ฯ จากกรณีที่ติดตามการท่องเว็บของผู้ใช้ในเว็บไซต์ต่างๆ แม้ผู้ใช้จะล็อกเอาต์ออกจากแอพเฟสบุ๊กแล้วก็ตาม แถมเมื่อต้นปีก็ยอมจ่ายค่าชดเชยสูงถึง 650 ล้านดอลลาร์ฯ กรณีละเมิดกฎหมายความเป็นส่วนตัวด้านข้อมูลไบโอเมตริกของรัฐอิลินอยส์

from:https://www.enterpriseitpro.net/facebooks-37-5-million-location-tracking-settlement/

หุ้นเมต้าร่วงหลังผลประกอบการส่งสัญญาณ “น่าผิดหวัง” มาร์คเผยอาจมีลดคนอีก

เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา หุ้น Meta ร่วง 5% จากที่วันก่อนหน้าได้ประกาศผลประกอบการไตรมาสที่สองต่ำกว่าที่คาด โดยทำรายได้ต่ำกว่าปีก่อนอยู่ 1% แถมมูลค่าหุ้นของบริษัทก็ร่วงลงกว่าครึ่งตั้งแต่ช่วงต้นปีด้วย

ยังไม่พอ ตัวเลขฟอร์คาสต์ในไตรมาสสี่สามก็ยังส่อแววน่าผิดหวัง โดยซีอีโอ มาร์ค ซักเกอร์เบิร์ก กล่าวในงานประชุมผู้ถือหุ้นว่ากำลังเตรียมลดจำนวนพนักงานให้รับกับภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ ทำนอง “เราต้องการผลงานที่มากขึ้นโดยรีดจากทรัพยากรที่น้อยลง”

“ปัญหาทางเศรษฐกิจนี้ส่งผลต่อธุรกิจการโฆษณาบนแพลตฟอร์มดิจิตอลโดยตรง” จริงๆ ไม่ใช่แค่นั้น แต่เป็นผลจากการเปลี่ยนมาตรการรักษาความเป็นส่วนตัวของอุปกรณ์แอปเปิ้ลด้วย ซึ่งเมต้าเคยพูดเมื่อกุมภาพันธ์ว่าจะส่งผลต่อรายได้สูงถึงหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เลยทีเดียวในปีนี้

ทั้งนี้ ปัจจุบันเฟซบุ๊กหันมาทุ่มกับฟีเจอร์ใหม่อย่าง Reels ที่อ้างว่าทำรายได้แตะระดับพันล้านดอลลาร์ฯ แล้ว แต่ก็ยังเทียบกับโปรดักส์อื่นอย่างสตอรี่หรือโพสไอจีหลักไม่ได้ ซึ่งต่ำกว่าความคาดหวังของบรรดานักลงทุนที่มองว่าการเปิดตัวอะไรใหม่ๆ ควรจะต้องปังกว่านี้

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – CNBC

from:https://www.enterpriseitpro.net/meta-shares-slump-after-disappointing-earnings/

บทสัมภาษณ์พิเศษ : “แว่น VR” เสกออฟฟิศในโลกยุค Metaverse

การเข้ามาของ Metaverse นั้นก็ไม่ใช่เรื่องใหม่อีกต่อไป โดยเฉพาะกับการทำงานองค์กรที่หลายบริษัทได้ปรับพัฒนานำเทคโนโลยีนี้มาใช้เพิ่มศักยภาพในงานทำงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

และครั้งนี้เราได้รับบทสัมภาษณ์พิเศษของ คุณฉวีวรรณ คงโชคสมัย Managing Director at RGB72 and CREATIVE TALK จากประสบการณ์ในการทำงานกับผู้คนและเชื่อมต่อผู้คนจำนวนมาก เธอได้เผยว่า “เครื่องมือนี้กำลังจะทำให้อนาคตในการทำงานของพวกเราเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคของ Metaverse ได้อีกด้วย ความจริงแล้ว แว่น VR ถูกนำมาใช้กับการฝึกฝนในหลากหลายอาชีพมาเนิ่นนาน ส่วนมากมักเป็นในรูปแบบการจำลองสถานการณ์การทำงาน ไม่ว่าจะเป็น นักบินอวกาศ นักบิน ไปจนถึงการบังคับใช้กฎหมาย หรือการผ่าตัด”

“แต่การใช้งานแว่น VR กำลังจะถูกนำมาปรับใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานทางไกล (Remote Working) ให้ดียิ่งขึ้นเพราะสองปีกว่าที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การทำงานแบบ Work From Home ที่อาศัยการสื่อสารผ่านเครื่องมือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Slacks, Team, หรือ Miro ทำให้ความร่วมมือภายในทีมลดลง และเกิดอาการเหนื่อยล้าจากการประชุมออนไลน์มากขึ้น บริษัทที่ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์สูงอย่าง Google ยังออกมายอมรับว่า Work From Home ทำให้ไอเดียที่คิดค้นได้โดยบังเอิญของทีมงานลดลง (โปรเจค Street View และ Gmail เกิดขึ้นได้จากบทสนทนาเรื่อยเปื่อยระหว่างพักในออฟฟิศ)”

“ในทางกลับกันพนักงานส่วนมากต่างก็มองเห็นข้อดีของการทำงานแบบ Work From Home ว่าพวกเขามีเวลาได้อยู่กับครอบครัว หรือ ทำอย่างอื่นได้มากขึ้น เพราะไม่ต้องเสียเวลาไปกับการเดินทาง ข้อมูลจาก “People at Work 2022: A Global Workforce View” ซึ่งสัมภาษณ์คนทำงานในประเทศสหรัฐอเมริกา อินเดีย เนเธอร์แลนด์ ปลายปี 2021 พบว่า 2 ใน 3 ของพนักงานที่ตอบแบบสอบถามเลือกที่จะหางานใหม่ หากบริษัทขอให้พวกเขากลับไปทำงานที่ออฟฟิศ”

ฉวีวรรณ คงโชคสมัย

“เพื่อเป็นการหาตรงกลางระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง หลายบริษัทจึงพยายามคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ นี่คือจุดที่แว่น VR ช่วยพัฒนาให้รูปแบบการทำงานทางไกลเกิดผลดีต่อทั้งตัวนายจ้างและลูกจ้างเอง โปรแกรมซอฟต์แวร์ Horizon Workrooms ของ Meta และ Microsoft Mesh อนุญาตให้ผู้ใช้สร้างตัวตนแบบ Avatar ผ่านแว่น VR ทำให้พนักงานแต่ละคนสามารถสื่อสารกันได้ตลอดเวลาราวกับอยู่ที่ออฟฟิศ ลองนึกภาพง่ายๆ เช่น เมื่อลุกออกจากโต๊ะทำงาน คุณก็มีโอกาสเดินผ่าน Avatar ของเพื่อนร่วมงานที่คุณสามารถทักทายและคุยเล่นกับเขาได้ แค่เปิดกล้องและไมค์ นอกจากนี้คุณยังสามารถจับสังเกตปฏิกิริยาของเพื่อนร่วมงานระหว่างประชุมผ่านท่าทางภาษากาย หากอยากเขียนโน้ตให้เพื่อนร่วมงานก็แค่เขียนผ่านโพสต์อิท หรือ ระดมความคิดด้วยการเขียนบนกระดานไวท์บอร์ด กิจกรรมทั้งหมดนี้คุณสามารถทำผ่านแว่น VR และเพียงเท่านี้บรรยากาศเก่าๆ ที่พบเจอได้ในออฟฟิศก็กลับมาอัตโนมัติ”

“นอกจากนี้การสมัครงานผ่าน Avatar ยังช่วยลดความลำเอียงตัดสินอันเกิดจากรูปลักษณ์ภายนอกได้ด้วย เมื่อคุณสามารถเลือกรูปร่าง สีผิว เพศ อายุ ได้อย่างอิสระ ส่งผลให้การสัมภาษณ์โฟกัสที่ความสามารถมากขึ้น” ฉวีวรรณ กล่าวปิดท้าย

from:https://www.enterpriseitpro.net/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a9-%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%99-vr/

บทสัมภาษณ์พิเศษ : “แว่น VR” เสกออฟฟิศในโลกยุค Metaverse

การเข้ามาของ Metaverse นั้นก็ไม่ใช่เรื่องใหม่อีกต่อไป โดยเฉพาะกับการทำงานองค์กรที่หลายบริษัทได้ปรับพัฒนานำเทคโนโลยีนี้มาใช้เพิ่มศักยภาพในงานทำงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

และครั้งนี้เราได้รับบทสัมภาษณ์พิเศษของ คุณฉวีวรรณ คงโชคสมัย Managing Director at RGB72 and CREATIVE TALK จากประสบการณ์ในการทำงานกับผู้คนและเชื่อมต่อผู้คนจำนวนมาก เธอได้เผยว่า “เครื่องมือนี้กำลังจะทำให้อนาคตในการทำงานของพวกเราเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคของ Metaverse ได้อีกด้วย ความจริงแล้ว แว่น VR ถูกนำมาใช้กับการฝึกฝนในหลากหลายอาชีพมาเนิ่นนาน ส่วนมากมักเป็นในรูปแบบการจำลองสถานการณ์การทำงาน ไม่ว่าจะเป็น นักบินอวกาศ นักบิน ไปจนถึงการบังคับใช้กฎหมาย หรือการผ่าตัด”

“แต่การใช้งานแว่น VR กำลังจะถูกนำมาปรับใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานทางไกล (Remote Working) ให้ดียิ่งขึ้นเพราะสองปีกว่าที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การทำงานแบบ Work From Home ที่อาศัยการสื่อสารผ่านเครื่องมือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Slacks, Team, หรือ Miro ทำให้ความร่วมมือภายในทีมลดลง และเกิดอาการเหนื่อยล้าจากการประชุมออนไลน์มากขึ้น บริษัทที่ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์สูงอย่าง Google ยังออกมายอมรับว่า Work From Home ทำให้ไอเดียที่คิดค้นได้โดยบังเอิญของทีมงานลดลง (โปรเจค Street View และ Gmail เกิดขึ้นได้จากบทสนทนาเรื่อยเปื่อยระหว่างพักในออฟฟิศ)”

“ในทางกลับกันพนักงานส่วนมากต่างก็มองเห็นข้อดีของการทำงานแบบ Work From Home ว่าพวกเขามีเวลาได้อยู่กับครอบครัว หรือ ทำอย่างอื่นได้มากขึ้น เพราะไม่ต้องเสียเวลาไปกับการเดินทาง ข้อมูลจาก “People at Work 2022: A Global Workforce View” ซึ่งสัมภาษณ์คนทำงานในประเทศสหรัฐอเมริกา อินเดีย เนเธอร์แลนด์ ปลายปี 2021 พบว่า 2 ใน 3 ของพนักงานที่ตอบแบบสอบถามเลือกที่จะหางานใหม่ หากบริษัทขอให้พวกเขากลับไปทำงานที่ออฟฟิศ”

ฉวีวรรณ คงโชคสมัย

“เพื่อเป็นการหาตรงกลางระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง หลายบริษัทจึงพยายามคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ นี่คือจุดที่แว่น VR ช่วยพัฒนาให้รูปแบบการทำงานทางไกลเกิดผลดีต่อทั้งตัวนายจ้างและลูกจ้างเอง โปรแกรมซอฟต์แวร์ Horizon Workrooms ของ Meta และ Microsoft Mesh อนุญาตให้ผู้ใช้สร้างตัวตนแบบ Avatar ผ่านแว่น VR ทำให้พนักงานแต่ละคนสามารถสื่อสารกันได้ตลอดเวลาราวกับอยู่ที่ออฟฟิศ ลองนึกภาพง่ายๆ เช่น เมื่อลุกออกจากโต๊ะทำงาน คุณก็มีโอกาสเดินผ่าน Avatar ของเพื่อนร่วมงานที่คุณสามารถทักทายและคุยเล่นกับเขาได้ แค่เปิดกล้องและไมค์ นอกจากนี้คุณยังสามารถจับสังเกตปฏิกิริยาของเพื่อนร่วมงานระหว่างประชุมผ่านท่าทางภาษากาย หากอยากเขียนโน้ตให้เพื่อนร่วมงานก็แค่เขียนผ่านโพสต์อิท หรือ ระดมความคิดด้วยการเขียนบนกระดานไวท์บอร์ด กิจกรรมทั้งหมดนี้คุณสามารถทำผ่านแว่น VR และเพียงเท่านี้บรรยากาศเก่าๆ ที่พบเจอได้ในออฟฟิศก็กลับมาอัตโนมัติ”

“นอกจากนี้การสมัครงานผ่าน Avatar ยังช่วยลดความลำเอียงตัดสินอันเกิดจากรูปลักษณ์ภายนอกได้ด้วย เมื่อคุณสามารถเลือกรูปร่าง สีผิว เพศ อายุ ได้อย่างอิสระ ส่งผลให้การสัมภาษณ์โฟกัสที่ความสามารถมากขึ้น” ฉวีวรรณ กล่าวปิดท้าย

from:https://www.enterpriseitpro.net/metaverse-vr-glasses/

ตามไปดู มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก สวมอุปกรณ์ VR ในโลกเมตา มีโค้ดเนมว่า Project Cambria

มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ได้แชร์วิดีโอสาธิตสั้นๆ แสดงให้เห็นถึงความสามารถของอุปกรณ์ VR (Virtual Reality) Headset ระดับไฮ-เอนด์ ชิ้นหนึ่ง ที่เตรียมเปิดตัวในไม่ช้านี้ โดยใช้ชื่อโปรเจ็กต์ว่า Project Cambria โดยเขาได้ลองสวมใส่เจ้า VR ดังกล่าวด้วยตัวเอง แต่มีการปิดบังไม่ให้เห็นตัวผลิตภัณฑ์สักเท่าใดนัก

สิ่งที่เป็นไฮไลท์ของเจ้าตัวเฮดเซ็ต VR นี้ก็คือความสามารถในการสร้างภาพแบบความละเอียดสูงพร้อมทั้งให้สีสันครบถ้วนเต็มอรรถรส ซึ่งเมื่อผู้สวมใส่ได้ใส่อุปกรณ์ก็จะสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับออปเจ็กต์ที่เกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมชีวิตจริงเลยทีเดียว โดยเขาเรียกมันว่า World Beyond

สำหรับการผสมผสานในโลกของ VR และโลกจริงนั้น ถูกสสร้างด้วยการใช้แพลตฟอร์ม Meta’s Presence Platform และมันจะสามารถสร้างคอนเทนต์ในโลกของ Meta ได้ดีกว่าเดิมมากยิ่งขึ้น

//////////////////

สมัครสมาชิก Enterprise ITPro เพื่อรับข่าวสารด้านไอที

form#sib_signup_form_4 {
padding: 5px;
-moz-box-sizing:border-box;
-webkit-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 input[type=text],form#sib_signup_form_4 input[type=email], form#sib_signup_form_4 select {
width: 100%;
border: 1px solid #bbb;
height: auto;
margin: 5px 0 0 0;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn {
margin: 5px 0;
padding: 6px 12px;
color:#fff;
background-color: #333;
border-color: #2E2E2E;
font-size: 14px;
font-weight:400;
line-height: 1.4285;
text-align: center;
cursor: pointer;
vertical-align: middle;
-webkit-user-select:none;
-moz-user-select:none;
-ms-user-select:none;
user-select:none;
white-space: normal;
border:1px solid transparent;
border-radius: 3px;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn:hover {
background-color: #444;
}
form#sib_signup_form_4 p{
margin: 10px 0 0 0;
}form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message {
padding: 6px 12px;
margin-bottom: 20px;
border: 1px solid transparent;
border-radius: 4px;
-webkit-box-sizing: border-box;
-moz-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-error {
background-color: #f2dede;
border-color: #ebccd1;
color: #a94442;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-success {
background-color: #dff0d8;
border-color: #d6e9c6;
color: #3c763d;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-warning {
background-color: #fcf8e3;
border-color: #faebcc;
color: #8a6d3b;
}

from:https://www.enterpriseitpro.net/mark-zuckerberg-demonstrating-meta-project-cambria/