คลังเก็บป้ายกำกับ: เซิร์ฟเวอร์

7 เหตุผลที่ฮาร์ดแวร์เครื่อง Servers แพงกว่าฮาร์ดแวร์ PC

เคยสงสัยไหมว่าทำไมฮาร์ดแวร์ของเครื่อง Servers ถึงได้มีราคาแพงกว่าฮาร์ดแวร์ของเครื่อง PC ทั่วไป และนี่คือ 7 เหตุผลที่จะตอบข้อสงสัยดังกล่าวนี้ จะมีอะไรบ้างนั้นไปติดตามกัน

Servers Are More Expensive
7 เหตุผลที่ฮาร์ดแวร์เครื่อง Servers แพง

เซิร์ฟเวอร์คือคอมพิวเตอร์ที่เป็นโฮสต์สำหรับการให้บริการต่างๆ เช่น อีเมล, เว็บไซต์และการถ่ายโอนไฟล์ เป็นองค์ประกอบสำคัญที่สนับสนุนเว็บไซต์และโลก แต่ที่สำคัญพอๆ กับที่เป็นอยู่ คุณอาจแปลกใจที่ส่วนประกอบของเซิร์ฟเวอร์มักไม่ได้มีประสิทธิภาพมากไปกว่าคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปทั่วไปของคุณ ในความเป็นจริง ส่วนประกอบเซิร์ฟเวอร์จำนวนมากใช้เทคโนโลยีเดียวกันกับส่วนประกอบระดับผู้บริโภคทั่วไปของคุณ

ดังนั้น อะไรที่ทำให้ส่วนประกอบเซิร์ฟเวอร์แตกต่างจากส่วนประกอบเดสก์ท็อป และทำไมพวกมันถึงมีราคาแพงกว่ามากเมื่อพวกเขาใช้เทคโนโลยีเดียวกันและมีประสิทธิภาพในระดับที่ใกล้เคียงกัน เราจะมาไขปริศนานี้ใน 7 ข้อทางข้างล่างกัน

Advertisementavw


ความสามารถในการถอดเปลี่ยนและความสามารถในการเข้าถึง

fran jacquier iv6xbp11olc unsplash 1

แม้ว่าในคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปอาจไม่สำคัญเท่าไร แต่การมีระบบโมดูลาร์ที่สมบูรณ์แบบ(ระบบที่สามารถถอดเปลี่ยนฮาร์ดแวร์ดแต่ละตัวได้อย่างทันทีทันใด) พร้อมความสามารถในการเข้าถึงส่วนประกอบในระดับสูงเป็นคุณลักษณะสำคัญที่เซิร์ฟเวอร์ทุกเครื่องต้องมี

เซิร์ฟเวอร์จำเป็นต้องเป็นระบบโมดูลาร์ เนื่องจากหลายบริษัทมีข้อกำหนดที่แตกต่างกันในด้านฮาร์ดแวร์ ในขณะที่บางเซิร์ฟเวอร์อาจต้องการเพียงเซิร์ฟเวอร์ที่มีสเปกเหมือนกับพีซีทั่วไปของคุณ แต่บางเซิร์ฟเวอร์อาจต้องการเซิร์ฟเวอร์ที่ได้รับการปรับแต่งมาอย่างดีพร้อมหน่วยประมวลผลหลายสิบตัว, RAM ในระดับ เทราไบต์(TB), แหล่งเก็บข้อมูบมากกว่าหนึ่งร้อยตัวและพัดลมกำลังสูงจำนวนมากเพื่อระบายความร้อน

เพื่อให้การติดตั้งและบำรุงรักษาส่วนประกอบโมดูลาร์เหล่านี้ง่ายขึ้น เซิร์ฟเวอร์มักจะใช้ชั้นวางเพื่อเก็บส่วนประกอบต่างๆ เข้าที่ ชั้นวางเหล่านี้ยังมีขนาดต่างๆ กันในแง่ของความกว้างและความสูง(ซึ่งอาจจะมีกรอบเปิดหรือกรอบปิดอีกทีด้วยก็ได้แล้วแต่ความต้องการของบริษัทนั้นๆ)

ด้วยแร็คและส่วนประกอบโมดูลาร์ เซิร์ฟเวอร์สามารถให้การพิสูจน์ในอนาคตในระดับหนึ่งสำหรับธุรกิจที่ปรับขนาดสูงขึ้นซึ่งอาจต้องการการอัปเกรดอย่างต่อเนื่องเมื่อธุรกิจเติบโต


ความน่าเชื่อถือ

carabiner 1

เซิร์ฟเวอร์มักได้รับมอบหมายให้จัดเก็บข้อมูลสำคัญสำหรับบริการต่างๆ ความผิดพลาดหรือข้อผิดพลาดจากเซิร์ฟเวอร์อาจทำให้เวชระเบียนหายไป, บันทึกธนาคารถูกรีเซ็ตหรือบัญชีเกมของคุณถูกลบ

ด้วยเซิร์ฟเวอร์ที่ต้องจัดการกับข้อมูลที่สำคัญต่อภารกิจ พวกเขาต้องการส่วนประกอบฮาร์ดแวร์ที่เชื่อถือได้พร้อมความสามารถในการสำรองข้อมูลและการตรวจสอบข้อผิดพลาด ด้วยเหตุนี้เซิร์ฟเวอร์จึงมักใช้ระบบจัดเก็บข้อมูล Redundant Array of Independent Disk (RAID) และหน่วยความจำ Error Correction Code (ECC) เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลจะปลอดภัยระหว่างการประมวลผลและการจัดเก็บข้อมูล


ความซ้ำซ้อน

redundancy 001

เนื่องจากเซิร์ฟเวอร์มีไว้เพื่อให้ทำงานตลอด 24 ชั่วโมงในทุกๆ วันเป็นเวลาหลายปี ชิ้นส่วนบางอย่างอาจจำเป็นต้องเปลี่ยนเมื่อเสียหายและอัปเกรดเมื่อจำเป็น ดังนั้นการเปลี่ยนชิ้นส่วนอย่างราบรื่นระหว่างการทำงานจึงเป็นฟังก์ชันสำคัญที่เซิร์ฟเวอร์ต้องมี

ส่วนประกอบแบบ Hot-swap เป็นไปได้ก็ต่อเมื่อระบบมีความซ้ำซ้อนในส่วนประกอบ และเพื่อให้มีส่วนประกอบที่ซ้ำซ้อน เมนบอร์ดต้องออกแบบให้รองรับส่วนประกอบหลายชิ้น โดยที่ส่วนประกอบเองต้องสามารถรองรับการทำงานเป็นกลุ่มได้ ทุกสิ่งที่เซิร์ฟเวอร์จำเป็นต้องดำเนินการจำเป็นต้องมีความซ้ำซ้อน แม้แต่พลังงานก็ต้องมีสำรองไว้ผ่านระบบพลังงานสำรองอัตโนมัติ ซึ่งตัวมันเองอาจมีระบบสำรองของตัวเองอีกทีด้วยซ้ำ


ความทนทาน

cyril saulnier tsvn31dzyv4 unsplash

เพื่อให้เซิร์ฟเวอร์ทำงานต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปีโดยไม่หยุดและหยุดทำงานไปเสียดื้อๆ เซิร์ฟเวอร์จำเป็นต้องใช้ส่วนประกอบที่ทนทาน ความทนทานในส่วนประกอบสัมพันธ์อย่างมากกับความน่าเชื่อถือของเซิร์ฟเวอร์ แม้จะมีระบบสำรองและระบบแก้ไขข้อผิดพลาดอยู่แล้ว ส่วนประกอบที่ทนทานช่วยให้การสึกหรอช้าลง ลดโอกาสที่จะเกิดข้อผิดพลาดในระยะยาว

และด้วยเซิร์ฟเวอร์ที่ทำงานอย่างร้อน(มาก), เสียงดังและเต็มไปด้วยการสั่นสะเทือน ส่วนประกอบต่างๆ จึงจำเป็นต้องทนทานกว่าเดสก์ท็อปพีซีทั่วไปของคุณมาก ส่วนประกอบระดับเซิร์ฟเวอร์มักได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมมากเกินไปเพื่อจัดการกับปัจจัยแวดล้อมบางอย่างที่อาจทำให้ฮาร์ดแวร์เสียหาย


การเพิ่มประสิทธิภาพภาระงาน

ในขณะที่เดสก์ท็อปพีซีได้รับการออกแบบให้เป็นคอมพิวเตอร์ทั่วไปที่สร้างขึ้นสำหรับเล่นเกม, ท่องอินเทอร์เน็ต, ดูวิดีโอและทำงานด้านประสิทธิภาพต่างๆ เซิร์ฟเวอร์ถูกสร้างขึ้นเพื่อโฮสต์แอปพลิเคชันหรือฟังก์ชันการทำงานเฉพาะ และแม้ว่าโปรเซสเซอร์เซิร์ฟเวอร์และเดสก์ท็อปอาจทำงานด้วยความเร็วสัญญาณนาฬิกาเท่ากัน แต่โปรเซสเซอร์เซิร์ฟเวอร์มีแกนการประมวลผลมากกว่าโปรเซสเซอร์พีซีทั่วไปมาก

เนื่องจากเซิร์ฟเวอร์มักจะใช้ไฮเปอร์ไวเซอร์ในการจำลองเครื่องเพื่อโฮสต์ฟังก์ชันการทำงานต่างๆ เช่น อีเมล, การถ่ายโอนไฟล์, เว็บเซิร์ฟเวอร์และฐานข้อมูล การมีแกนการประมวลผลมากขึ้นเพื่อกำหนดให้กับแต่ละแอปพลิเคชันเหล่านี้ทำให้การใช้ตัวประมวลผลเซิร์ฟเวอร์มีประสิทธิภาพมากขึ้น

เมนบอร์ดเซิร์ฟเวอร์ยังมีความเชี่ยวชาญในการจัดการซีพียูขนาดใหญ่ เช่น โปรเซสเซอร์ Xeon ของ Intel และโปรเซสเซอร์ Epyc ของ AMD นอกเหนือจากการจัดการ CPU ที่ใหญ่กว่าแล้ว เมนบอร์ดเหล่านี้ยังได้รับการออกแบบให้มีซ็อกเก็ต CPU หลายช่อง, ช่องเสียบ RAM หลายสิบช่องและช่องเสียบส่วนขยายจำนวนมาก


การสนับสนุน

support 001

เนื่องจากส่วนประกอบเซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่มีความซับซ้อนมากขึ้นในการติดตั้งและกำหนดค่า การสนับสนุนด้านเทคนิคจากผู้ผลิตจึงเป็นสิ่งสำคัญ บริษัทที่ผลิตส่วนประกอบเหล่านี้อาจส่งช่างเทคนิคมาติดตั้งและกำหนดค่าผลิตภัณฑ์ของตนไปยังเซิร์ฟเวอร์ นอกจากนี้ส่วนประกอบของเซิร์ฟเวอร์ยังมีการรับประกันที่เข้มงวดมากขึ้น หากผลิตภัณฑ์ของพวกเขาล้มเหลวและจำเป็นต้องซ่อมแซม, เปลี่ยนหรือแก้ไขปัญหาในแบบที่จะต้องเกิดขึ้นทันทีทันใด


ชิ้นส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์และ R&D

ux indonesia 8mikj83lmsq unsplash 1

แม้ว่าส่วนประกอบเซิร์ฟเวอร์บางอย่างจะผลิตขึ้นจากสายการประกอบเดียวกันกับชิ้นส่วนเดสก์ท็อปพีซี แต่หลายชิ้นผลิตขึ้นในโรงงานเฉพาะทาง และด้วยผู้ผลิตจำนวนมากที่ต้องการความภักดีต่อแบรนด์จากลูกค้า พวกเขาจึงเริ่มออกแบบชิ้นส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์ซึ่งสร้างขึ้นเป็นพิเศษและจำเป็นสำหรับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของตน แน่นอนว่าการวิจัยและพัฒนาสำหรับการออกแบบเหล่านี้เพิ่มค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมให้กับผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายขั้นสุดท้าย

ตัวอย่างของส่วนประกอบระดับเซิร์ฟเวอร์ที่เป็นกรรมสิทธิ์ ได้แก่ เมนบอร์ด, CPU, หน่วยความจำและตัวควบคุมการจัดเก็บข้อมูล

สิ่งนี้ทำให้ส่วนประกอบของเซิร์ฟเวอร์มีราคาแพงขึ้นเนื่องจากคุณจะต้องซื้อชิ้นส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์อื่นๆ จากผู้ผลิตรายเดียวกันเพื่อให้ทำงานเป็นระบบ สิ่งที่ทำให้มีราคาแพงกว่านั้นคือชิ้นส่วนเหล่านี้จำนวนมากยังต้องการซอฟต์แวร์ที่เป็นกรรมสิทธิ์ในกรณีที่คุณต้องการปรับแต่งและตรวจสอบประสิทธิภาพ แม้ว่าผู้ผลิตระดับเดสก์ท็อปบางรายจะบังคับใช้ชิ้นส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์(อย่างเช่น Apple ที่จะอัปเกรดฮาร์ดแวร์อะไรจะต้องเอาเข้าศูนย์อย่างเดียวเท่านั้น) ทว่านั่นก็พบได้น้อยกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับส่วนประกอบของเซิร์ฟเวอร์


ส่วนต่าง ๆ ของเซิร์ฟเวอร์ถูกสร้างขึ้นมาแตกต่างกัน

AdobeStock 90603827 scaled 1

ส่วนประกอบระดับเซิร์ฟเวอร์คือชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ที่แข็งแกร่งที่สุด(ในบางส่วน) แม้ว่าหลายองค์ประกอบอาจมีข้อมูลจำเพาะที่คล้ายคลึงกันกับส่วนประกอบเดสก์ท็อปพีซีทั่วไปของคุณ แต่ฮาร์ดแวร์เซิร์ฟเวอร์ก็สร้างต่างกัน ราคาของส่วนประกอบเซิร์ฟเวอร์นั้นแพงเพราะคุณไม่เพียงแค่จ่ายสำหรับประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสามารถในการทำงานตลอด 24 ชั่วโมงทุกวันโดยไม่ล้มเหลวอีกด้วย

เซิร์ฟเวอร์ทั่วไปมักจะมีราคาตั้งแต่ 200,000 – 800,000 บาทซึ่งก็อยู่ในจุดที่เข้าใจได้ แต่ในฐานะผู้บริโภคทั่วไป คุณจะได้รับประโยชน์จากสิ่งนี้จริงๆ เนื่องจากทำให้มั่นใจได้ว่าเซิร์ฟเวอร์จะไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่คุณเมื่อเรียกดูข้อมูลที่อยู่ในโลกออนไลน์และจัดการบัญชีออนไลน์ของคุณ

และถ้าคุณต้องการเซิร์ฟเวอร์ของคุณเองเป็นการส่วนตัว คุณสามารถค้นหาชิ้นส่วนเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้แล้วทางออนไลน์และหาซื้อได้ในราคาที่ค่อนข้างถูก เนื่องจากบริษัทต่างๆ มักจะอัปเกรดและขายชิ้นส่วนเก่าของตน คุณยังสามารถสร้างโฮมเซิร์ฟเวอร์ของคุณด้วยชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ทั่วไป หรือหากคุณมีเงินทุนน้อยจริงๆ คุณสามารถสร้างได้ด้วย Raspberry Pi ที่มีราคาถูกเป็นอย่างมาก

ที่มา : makeuseof

from:https://notebookspec.com/web/683658-7-reasons-why-servers-are-more-expensive-than-similarly-specced-pc-hardware

HPE ยืนยัน ยอดกำไรที่พุ่งเป็นประวัติการณ์ เพราะลูกค้าพอใจบริการ GreenLake

ผู้ที่ซื้อเครื่องเซิร์ฟเวอร์จาก Hewlett Packard Enterprise ต่างมีส่วนร่วมในการทำให้ได้ยอดกำไรจากดำเนินงานสูงสุดเป็นประวัติการณ์ทั้งสิ้นสำหรับกลุ่มธุรกิจเซิร์ฟเวอร์ประมวลผล โดยทำยอดแตะ 14.7 เปอร์เซ็นต์ในไตรมาสสี่ของปีงบประมาณ 2022

เมื่อเทียบกับตัวเลขผลส่วนต่างกำไรก่อนหน้าที่อยู่ในช่วง 11 – 13 เปอร์เซ็นต์ หรือโดยเฉพาะถ้าเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2021 ที่อยู่แค่ 9.4 เปอร์เซ็นต์ และถ้ามองที่รายรับรวมของธุรกิจเซิร์ฟเวอร์ที่พุ่งแตะ 3.7 พันล้านดอลลาร์ฯ แล้ว

ถือว่าเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4 ไตรมาสเดียวกันของปี 2021 ถึง 16 เปอร์เซ็นต์ (หรือมากถึง 22 เปอร์เซ็นต์ ถ้าคิดที่อัตราแลกเปลี่ยนคงที่) เลยทีเดียว อย่างไรก็ดี ผู้บริหาร HPE ถึงกับต้องออกมาอธิบายว่าไม่ได้จงใจขึ้นราคาเพื่อให้ผลงานด้านกำไรทำลายสถิติแบบนี้

โดย CFO คุณ Tarek Robbiati กล่าวกับนักลงทุนในงานประชุมผู้ถือหุ้นประจำไตรมาส 4 ปี 2022 ว่า “ปัจจัยที่กระตุ้นความต้องการโซลูชั่นด้านเซิร์ฟเวอร์ของเรามาจากรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย และยุทธศาสตร์ด้านราคา ลูกค้าซื้อเพราะพอใจบริการ GreenLake มากกว่าเป็นผลจากการเพิ่มส่วนต่างกำไร”

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – Theregister

from:https://www.enterpriseitpro.net/hpe-hits-record-compute-profit-margin/

พบช่องโหว่ซัพพลายเชนใน BMC กระทบเครื่องเซิร์ฟเวอร์ของผู้ผลิตจำนวนมาก

มีการเปิดเผยช่องโหว่หลายรายการในตัวซอฟต์แวร์คอนโทรลเลอร์จัดการเบสบอร์ด (BMC) “MegaRAC” ของ American Megatrends (AMI) ที่เปิดช่องให้รันโค้ดอันตรายบนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ชิ้นส่วนตัวนี้จากระยะไกลได้

บริษัทด้านความปลอดภัยของเฟิร์มแวร์และฮาร์ดแวร์ Eclypsium กล่าวในรายงานที่เผยให้กับสำนักข่าว the Hacker News ว่า “ผลกระทบที่เกิดขึ้นได้มีตั้งแต่การเข้าควบคุมเซิร์ฟเวอร์จากระยะไกล การติดตั้งมัลแวร์ แรนซั่มแวร์จากระยะไกล”

“ไปจนถึงการสร้างความเสียหายทางกายภาพกับเครื่องเซิร์ฟเวอร์หรือ Bricking ด้วย” ทั้งนี้ BMC เป็นระบบอิสระภายในเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ควบคุมการตั้งค่าฮาร์ดแวร์พื้นฐาน และจัดการระบบปฏิบัติการของเครื่องโฮสต์

โดยเฉพาะการควบคุมในช่วงที่เครื่องปิดอยู่ ด้วยคุณสมบัตินี้เองทำให้แฮ็กเกอร์อยากฝังมีลแวร์เพื่อให้รอดจากกรณีที่มีการล้างเครื่องลงโอเอสใหม่ ผู้ผลิตที่ใช้ MegaRAC BMC มีตั้งแต่ AMD, Ampere Computing, Arm, ASRock, Asus, Dell EMC, GIGABYTE, Hewlett Packard Enterprise, Huawei, Lenovo, Nvidia, Qualcomm, Quanta, และ Tyan.

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – THN

from:https://www.enterpriseitpro.net/new-bmc-supply-chain-vulnerabilities-affect-servers-from-dozens-of-manufacturers/

เอชพีอี แนะนำเครื่องเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant Gen11 รองรับโลกการทำงานแบบไฮบริด

Hewlett Packard Enterprise (HPE) ประกาศเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์ยุคใหม่สำหรับการใช้งานบนคลาวด์ ที่ออกแบบเพื่อระบบแบบไฮบริด และการปฏิวัติทางดิจิทัลโดยเฉพาะ

เครื่องเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant Gen11 ใหม่นี้จะช่วยให้องค์กรทั้งหลายได้ระบบประมวลผลที่สะดวกสบาย ไว้ใจได้ และยกระดับความสามารถในการทำงานได้ดีที่สุด เหมาะอย่างยิ่งกับเวิร์กโหลดสมัยใหม่หลายต่อหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น AI, ML, Data analytic, Virtual Desktop Infrastructure (VDI), Virtualization, Container แอปพลิเคชั่นสำหรับทำงานบนคลาวด์ แอปพลิเคชั่นที่มีเวิร์กโหลดกราฟิกหนักหน่วง เป็นต้น

“รากฐานของรูปแบบการทำงานไฮบริดก็คือระบบประมวลผล” Neil MacDonald รองประธานบริหาร และผู้จัดการทั่วไปฝ่ายผลิตภัณฑ์ Compute ที่ HPE กล่าว “HPE Compute พาธุรกิจให้ไปใกล้กับ Edge ที่เป็นจุดกำเนิดของข้อมูลมากที่สุด เป็นตำแหน่งที่ให้ประสบการณ์การทำงานบนคลาวด์แบบใหม่ ซึ่งเป็นที่ที่ระบบความปลอดภัยผสานเป็นหนึ่งเดียว ด้วยเซิร์ฟเวอร์ใหม่อย่าง HPE ProLiant Gen11 ที่ถูกออกแบบมาสำหรับโลกไฮบริดโดยเฉพาะ ให้การใช้งานผ่านคลาวด์ที่เรียบง่าย แต่คงไว้ซึ่งความปลอดภัยที่มั่นใจตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ และออกมาเพื่อผลักดันประสิทธิภาพการทำงานให้ถึงขีดสุด”

รับชม VDO : สู่ยุคของดาต้าด้วย HPE ProLiant เจนใหม่ ให้คุณก้าวสู่โลกไฮบริดได้ตามต้องการ

เปิดประสบการณ์คลาวด์ที่ดีกว่า

บนเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant ของเราจะมีบริการ HPE GreenLake for Compute Ops Management (COM) ที่เป็นคอนโซลจัดการแบบคลาวด์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานประจำวันด้วยการสร้างระบบอัตโนมัติอย่างปลอดภัย ทั้งการเข้าถึง ตรวจสอบ และจัดการเซิร์ฟเวอร์ ไม่ว่าจะเป็นระบบประมวลผลรูปแบบไหนก็ตาม

คอนโซลนี้ให้ทั้งความเรียบง่าย รวมศูนย์กลางทุกอย่าง อัดแน่นด้วยฟังก์ชั่นการทำงานแบบอัตโนมัติ ให้ลูกค้าควบคุมทรัพยากรประมวลผลของตัวเองได้ครอบคลุมทั่วโลกแบบเจาะลึก ช่วยให้เข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ที่กระจัดกระจายหลายพันตัวได้ง่าย ๆ แถมได้ประโยชน์จากการอัพเดทเฟิร์มแวร์ที่รวดเร็ว เหลือเวลามาจัดการงานทางธุรกิจอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องรับภาระจัดการระบบไอทีที่ซับซ้อนอีก

HPE GreenLake for Compute Ops Management (COM) ยังมีรายงานการปล่อยคาร์บอนสำหรับองค์กรที่ให้ความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อม โดยสามารถตรวจสอบการใช้พลังงานของเซิร์ฟเวอร์แต่ละตัว ไปจนถึงระบบโดยรวมทั้งหมดได้

ควบคุมความปลอดภัยตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ

HPE มุ่งมั่นสร้างระบบที่ปลอดภัยไม่ว่าจะเป็นส่วนของ Edge ขึ้นไปจนถึงคลาวด์ ควบคุมดูแลตั้งแต่ระดับชิป ด้วย HPE Silicon Root of Trust ที่เป็นความสามารถเฉพาะตัวของเราด้านความปลอดภัยของข้อมูล ช่วยปกป้องโค้ดเฟิร์มแวร์หลายล้านบรรทัด จากทั้งมัลแวร์ และแรนซั่มแวร์ได้ด้วย ร่องรอยทางดิจิทัลที่ต้องล็อกให้จำเพาะกับตัวเซิร์ฟเวอร์ จนปัจจุบัน HPE Silicon Root of Trust ได้ช่วยประกันความปลอดภัยของเซิร์ฟเวอร์ HPE มาแล้วหลายล้านเครื่องทั่วโลก

เซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant เจนใหม่นี้ถูกพัฒนาขึ้นด้วยนวัตกรรมด้านความปลอดภัยนี้เช่นกัน พร้อมกับฟีเจอร์ใหม่มากมายที่ช่วยปกป้องทั้งข้อมูลและตัวระบบ ได้แก่:

– การตรวจสอบความถูกต้องและตัวตนจริงของชิ้นส่วนอุปกรณ์ ด้วยระบบ HPE Integrated Lights-Out (iLO) – “iLO6” ใหม่ล่าสุด ที่เป็นซอฟต์แวร์จัดการเซิร์ฟเวอร์จากระยะไกล ให้ลูกค้าเข้าถึงอย่างปลอดภัยทั้งการตั้งค่า เฝ้าตรวจสอบ และอัพเดท HPE เซิร์ฟเวอร์ ได้อย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์การยืนยันตนที่ใช้ Security Protocol and Data Model (SPDM) ซึ่งเป็นความสามารถด้านคีย์เข้ารหัสในเซิร์ฟเวอร์เพื่อใช้ยืนยัน และตรวจสอบความปลอดภัยของอุปกรณ์ตามมาตรฐานสากล

– ป้องกันการเปลี่ยนแปลงข้อมูลตัวตนที่จำเพาะของเซิร์ฟเวอร์ ด้วยใบรับรองดิจิทัลสำหรับแพลตฟอร์ม และใช้ Secure Device Identity (iDevID) เป็นพื้นฐานจากโรงงาน

– เพิ่มระดับการยืนยันตัวตนที่ถูกต้องด้วยการตรวจสอบความปลอดภัยของการบูท และสถานะระบบ ผ่านตัว Trusted Platform Module (TPM)

– ใช้ระบบความปลอดภัยสูงสุดด้วย HPE Trusted Supply Chain ที่เป็นระบบมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ จนถึงปลายน้ำ ด้วยการรับรองเซิร์ฟเวอร์ ที่เสริมความแข็งแกร่งด้านความปลอดภัยของข้อมูล ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตจนถึงยกเลิกการใช้งาน และล่าสุด HPE ได้ขยายนโยบายบริการนี้ไม่เฉพาะแต่ในสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการส่งออกไปทั่วโลกอีกด้วย

เพิ่มประสิทธิภาพของทุกเวิร์กโหลดให้ถึงขีดสุด

องค์กรต่าง ๆ ใช้เวิร์กโหลดที่มีความต้องการระบบมากอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่ว่าจะเป็น AI, ML หรือโปรเจ็กต์ที่ต้องเรนเดอร์กราฟฟิกทั้งหลาย ที่ต้องการทรัพยากร และกำลังการประมวลผลที่เร็วแรงยิ่งกว่าเดิม ซึ่งเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant เจนใหม่นี้ได้พัฒนาให้ได้ประสิทธิภาพสูงสำหรับองค์กรที่ต้องการใช้ข้อมูลอย่างเข้มข้น รองรับสถาปัตยกรรมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นชิป 4th Generation AMD EPYC™, 4th Gen Intel® Xeon® Scalable, หรือ Ampere® Altra® และ Ampere® Altra® Max Cloud Native เป็นต้น

เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าแล้ว เซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant Gen11 ตัวใหม่รองรับ I/O แบนด์วิธได้เพิ่มขึ้นสองเท่า เหมาะกับแอปพลิเคชั่นที่มีความต้องการพลังการประมวลผลสูงๆ เพิ่มคอร์ต่อซีพียูขึ้น 50% ยกระดับความเข้มข้นของการประมวลผลเวิร์กโหลด รวมทั้งเพิ่มความหนาแน่นของ GPU ประสิทธิภาพสูงอีก 33% ให้รองรับเวิร์กโหลดพิเศษอย่าง AI และที่เน้นหนักด้านกราฟิก

ผู้ให้บริการและองค์กรทั้งหลายที่กำลังหันมาใช้เวิร์กโหลดแบบคลาวด์เนทีฟ ล้วนต้องการระบบประมวลผลที่ออกแบบมาเพื่อคลาวด์เนทีฟโดยเฉพาะ ให้ได้ทั้งความคล่องตัวและความยืดหยุ่นในการผลักดันนวัตกรรมใหม่ๆ ของตนเอง ซึ่งเมื่อมิถุนายน 2022 ที่ผ่านมา HPE ได้ประกาศการเป็นผู้จำหน่ายเซิร์ฟเวอร์เซิร์ฟเวอร์ใช้ชิปสำหรับคลาวด์เนทีฟโดยเฉพาะ อย่าง Ampere® Altra® และ Ampere® Altra® Max Cloud Native Processor ในเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant RL300 Gen11 ตัวใหม่

ใช้โมเดลจ่ายตามปริมาณการใช้งานได้ กับ HPE GreenLake

องค์กรที่กำลังมองการปรับเปลี่ยนไปสู่อนาคต สามารถเลือกใช้ระบบประมวลผลยุคใหม่ของ HPE ได้ทั้งการจัดซื้อในรูปแบบปกติ หรือจะหันมาใช้โมเดลแบบ Pay-as-you-Go ด้วย HPE GreenLake ก็ได้ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มบริการผ่านคลาวด์ที่เปิดให้ลูกค้าเข้ามาปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานให้ทันสมัย ในแบบที่เน้นการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเป็นสำคัญ รวมมากกว่า 70 บริการที่สามารถรันได้ทั้งฝั่ง On-Premises, ฝั่ง Edge, ในโคโลเคชั่น, หรือแม้แต่บนพับบลิกคลาวด์

นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถนำระบบเดิมที่มีอยู่มาเทิร์นเป็นเครดิต หรือลงทุนเพิ่มเฉพาะส่วนต่างเพื่ออัพเกรดเทคโนโลยีผ่านโครงการ HPE Financial Services (HPEFS) ได้ด้วย

from:https://www.enterpriseitpro.net/%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b5-%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b4/

เอชพีอี แนะนำเครื่องเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant Gen11 รองรับโลกการทำงานแบบไฮบริด

Hewlett Packard Enterprise (HPE) ประกาศเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์ยุคใหม่สำหรับการใช้งานบนคลาวด์ ที่ออกแบบเพื่อระบบแบบไฮบริด และการปฏิวัติทางดิจิทัลโดยเฉพาะ

เครื่องเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant Gen11 ใหม่นี้จะช่วยให้องค์กรทั้งหลายได้ระบบประมวลผลที่สะดวกสบาย ไว้ใจได้ และยกระดับความสามารถในการทำงานได้ดีที่สุด เหมาะอย่างยิ่งกับเวิร์กโหลดสมัยใหม่หลายต่อหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น AI, ML, Data analytic, Virtual Desktop Infrastructure (VDI), Virtualization, Container แอปพลิเคชั่นสำหรับทำงานบนคลาวด์ แอปพลิเคชั่นที่มีเวิร์กโหลดกราฟิกหนักหน่วง เป็นต้น

“รากฐานของรูปแบบการทำงานไฮบริดก็คือระบบประมวลผล” Neil MacDonald รองประธานบริหาร และผู้จัดการทั่วไปฝ่ายผลิตภัณฑ์ Compute ที่ HPE กล่าว “HPE Compute พาธุรกิจให้ไปใกล้กับ Edge ที่เป็นจุดกำเนิดของข้อมูลมากที่สุด เป็นตำแหน่งที่ให้ประสบการณ์การทำงานบนคลาวด์แบบใหม่ ซึ่งเป็นที่ที่ระบบความปลอดภัยผสานเป็นหนึ่งเดียว ด้วยเซิร์ฟเวอร์ใหม่อย่าง HPE ProLiant Gen11 ที่ถูกออกแบบมาสำหรับโลกไฮบริดโดยเฉพาะ ให้การใช้งานผ่านคลาวด์ที่เรียบง่าย แต่คงไว้ซึ่งความปลอดภัยที่มั่นใจตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ และออกมาเพื่อผลักดันประสิทธิภาพการทำงานให้ถึงขีดสุด”

รับชม VDO : สู่ยุคของดาต้าด้วย HPE ProLiant เจนใหม่ ให้คุณก้าวสู่โลกไฮบริดได้ตามต้องการ

เปิดประสบการณ์คลาวด์ที่ดีกว่า

บนเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant ของเราจะมีบริการ HPE GreenLake for Compute Ops Management (COM) ที่เป็นคอนโซลจัดการแบบคลาวด์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานประจำวันด้วยการสร้างระบบอัตโนมัติอย่างปลอดภัย ทั้งการเข้าถึง ตรวจสอบ และจัดการเซิร์ฟเวอร์ ไม่ว่าจะเป็นระบบประมวลผลรูปแบบไหนก็ตาม

คอนโซลนี้ให้ทั้งความเรียบง่าย รวมศูนย์กลางทุกอย่าง อัดแน่นด้วยฟังก์ชั่นการทำงานแบบอัตโนมัติ ให้ลูกค้าควบคุมทรัพยากรประมวลผลของตัวเองได้ครอบคลุมทั่วโลกแบบเจาะลึก ช่วยให้เข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ที่กระจัดกระจายหลายพันตัวได้ง่าย ๆ แถมได้ประโยชน์จากการอัพเดทเฟิร์มแวร์ที่รวดเร็ว เหลือเวลามาจัดการงานทางธุรกิจอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องรับภาระจัดการระบบไอทีที่ซับซ้อนอีก

HPE GreenLake for Compute Ops Management (COM) ยังมีรายงานการปล่อยคาร์บอนสำหรับองค์กรที่ให้ความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อม โดยสามารถตรวจสอบการใช้พลังงานของเซิร์ฟเวอร์แต่ละตัว ไปจนถึงระบบโดยรวมทั้งหมดได้

ควบคุมความปลอดภัยตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ

HPE มุ่งมั่นสร้างระบบที่ปลอดภัยไม่ว่าจะเป็นส่วนของ Edge ขึ้นไปจนถึงคลาวด์ ควบคุมดูแลตั้งแต่ระดับชิป ด้วย HPE Silicon Root of Trust ที่เป็นความสามารถเฉพาะตัวของเราด้านความปลอดภัยของข้อมูล ช่วยปกป้องโค้ดเฟิร์มแวร์หลายล้านบรรทัด จากทั้งมัลแวร์ และแรนซั่มแวร์ได้ด้วย ร่องรอยทางดิจิทัลที่ต้องล็อกให้จำเพาะกับตัวเซิร์ฟเวอร์ จนปัจจุบัน HPE Silicon Root of Trust ได้ช่วยประกันความปลอดภัยของเซิร์ฟเวอร์ HPE มาแล้วหลายล้านเครื่องทั่วโลก

เซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant เจนใหม่นี้ถูกพัฒนาขึ้นด้วยนวัตกรรมด้านความปลอดภัยนี้เช่นกัน พร้อมกับฟีเจอร์ใหม่มากมายที่ช่วยปกป้องทั้งข้อมูลและตัวระบบ ได้แก่:

– การตรวจสอบความถูกต้องและตัวตนจริงของชิ้นส่วนอุปกรณ์ ด้วยระบบ HPE Integrated Lights-Out (iLO) – “iLO6” ใหม่ล่าสุด ที่เป็นซอฟต์แวร์จัดการเซิร์ฟเวอร์จากระยะไกล ให้ลูกค้าเข้าถึงอย่างปลอดภัยทั้งการตั้งค่า เฝ้าตรวจสอบ และอัพเดท HPE เซิร์ฟเวอร์ ได้อย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์การยืนยันตนที่ใช้ Security Protocol and Data Model (SPDM) ซึ่งเป็นความสามารถด้านคีย์เข้ารหัสในเซิร์ฟเวอร์เพื่อใช้ยืนยัน และตรวจสอบความปลอดภัยของอุปกรณ์ตามมาตรฐานสากล

– ป้องกันการเปลี่ยนแปลงข้อมูลตัวตนที่จำเพาะของเซิร์ฟเวอร์ ด้วยใบรับรองดิจิทัลสำหรับแพลตฟอร์ม และใช้ Secure Device Identity (iDevID) เป็นพื้นฐานจากโรงงาน

– เพิ่มระดับการยืนยันตัวตนที่ถูกต้องด้วยการตรวจสอบความปลอดภัยของการบูท และสถานะระบบ ผ่านตัว Trusted Platform Module (TPM)

– ใช้ระบบความปลอดภัยสูงสุดด้วย HPE Trusted Supply Chain ที่เป็นระบบมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ จนถึงปลายน้ำ ด้วยการรับรองเซิร์ฟเวอร์ ที่เสริมความแข็งแกร่งด้านความปลอดภัยของข้อมูล ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตจนถึงยกเลิกการใช้งาน และล่าสุด HPE ได้ขยายนโยบายบริการนี้ไม่เฉพาะแต่ในสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการส่งออกไปทั่วโลกอีกด้วย

เพิ่มประสิทธิภาพของทุกเวิร์กโหลดให้ถึงขีดสุด

องค์กรต่าง ๆ ใช้เวิร์กโหลดที่มีความต้องการระบบมากอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่ว่าจะเป็น AI, ML หรือโปรเจ็กต์ที่ต้องเรนเดอร์กราฟฟิกทั้งหลาย ที่ต้องการทรัพยากร และกำลังการประมวลผลที่เร็วแรงยิ่งกว่าเดิม ซึ่งเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant เจนใหม่นี้ได้พัฒนาให้ได้ประสิทธิภาพสูงสำหรับองค์กรที่ต้องการใช้ข้อมูลอย่างเข้มข้น รองรับสถาปัตยกรรมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นชิป 4th Generation AMD EPYC™, 4th Gen Intel® Xeon® Scalable, หรือ Ampere® Altra® และ Ampere® Altra® Max Cloud Native เป็นต้น

เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าแล้ว เซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant Gen11 ตัวใหม่รองรับ I/O แบนด์วิธได้เพิ่มขึ้นสองเท่า เหมาะกับแอปพลิเคชั่นที่มีความต้องการพลังการประมวลผลสูงๆ เพิ่มคอร์ต่อซีพียูขึ้น 50% ยกระดับความเข้มข้นของการประมวลผลเวิร์กโหลด รวมทั้งเพิ่มความหนาแน่นของ GPU ประสิทธิภาพสูงอีก 33% ให้รองรับเวิร์กโหลดพิเศษอย่าง AI และที่เน้นหนักด้านกราฟิก

ผู้ให้บริการและองค์กรทั้งหลายที่กำลังหันมาใช้เวิร์กโหลดแบบคลาวด์เนทีฟ ล้วนต้องการระบบประมวลผลที่ออกแบบมาเพื่อคลาวด์เนทีฟโดยเฉพาะ ให้ได้ทั้งความคล่องตัวและความยืดหยุ่นในการผลักดันนวัตกรรมใหม่ๆ ของตนเอง ซึ่งเมื่อมิถุนายน 2022 ที่ผ่านมา HPE ได้ประกาศการเป็นผู้จำหน่ายเซิร์ฟเวอร์เซิร์ฟเวอร์ใช้ชิปสำหรับคลาวด์เนทีฟโดยเฉพาะ อย่าง Ampere® Altra® และ Ampere® Altra® Max Cloud Native Processor ในเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant RL300 Gen11 ตัวใหม่

ใช้โมเดลจ่ายตามปริมาณการใช้งานได้ กับ HPE GreenLake

องค์กรที่กำลังมองการปรับเปลี่ยนไปสู่อนาคต สามารถเลือกใช้ระบบประมวลผลยุคใหม่ของ HPE ได้ทั้งการจัดซื้อในรูปแบบปกติ หรือจะหันมาใช้โมเดลแบบ Pay-as-you-Go ด้วย HPE GreenLake ก็ได้ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มบริการผ่านคลาวด์ที่เปิดให้ลูกค้าเข้ามาปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานให้ทันสมัย ในแบบที่เน้นการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเป็นสำคัญ รวมมากกว่า 70 บริการที่สามารถรันได้ทั้งฝั่ง On-Premises, ฝั่ง Edge, ในโคโลเคชั่น, หรือแม้แต่บนพับบลิกคลาวด์

นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถนำระบบเดิมที่มีอยู่มาเทิร์นเป็นเครดิต หรือลงทุนเพิ่มเฉพาะส่วนต่างเพื่ออัพเกรดเทคโนโลยีผ่านโครงการ HPE Financial Services (HPEFS) ได้ด้วย

from:https://www.enterpriseitpro.net/hpe-proliant-gen11-new-release/

เอาไหม? IBM ปล่อยเช่าเซิร์ฟเวอร์ Power 10 System i ราคา 50 ดอลลาร์ต่อเดือน

IBM ได้ก้าวเข้ามาสู่ตลาดโมเดลแบบเช่าแล้ว (consumption/leasing) ด้วยการเปิดบริการสำหรับเซิร์ฟเวอร์ Power 10 System i ในอัตรา 50 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อคนต่อเดือน โดยจะเอาเครื่องเซิร์ฟเวอร์รุ่นนี้แบบ POWER S1014 สี่คอร์ไปตั้งให้เช่าที่สำนักงานของคุณ

แน่นอนว่าต้องมาพร้อมบริการซัพพอร์ต ทั้งตัวไลเซนส์ที่ซื้อเพิ่มได้ถึง 5 ตัว ทำสัญญาเช่าได้ทั้งตั้งแต่ 3 ถึง 5 ปี มีซัพพอร์ตช่วยดูแลให้ทั้งแบบรีโมตและออนไซต์ ที่เห็นสเปกไม่ได้แรงมากเพราะครั้งนี้ต้องการเจาะกลุ่มลูกค้า SMB ก่อน

โดยจะเป็นเครื่องแรม 64GB สตอเรจ NVMe สูงสุดได้ถึง 6.4TB ให้การเชื่อมต่อทั้งแบบอีเธอร์เน็ตและไฟเบอร์แชนแนล แต่ที่ว่าแบบสี่คอร์นั้น จะเปิดให้ใช้แค่คอร์เดียว! ที่คนต้องตั้งคำถามว่ายังมีใครใช้เซิร์ฟเวอร์แค่หนึ่งคอร์ในปี 2022 นี้อีก?

Dylan Boday รองประธานด้านจัดการผลิตภัณฑ์ของ IBM ที่ดูด้านไฮบริดคลาวด์ ผลิตภัณฑ์ระบบ และ AI กล่าวว่า มีลูกค้าที่เลือกใช้ System i แบบคอร์เดี่ยวอยู่มากถึง 76% ของผู้ใช้ทั้งหมด ขณะที่ผู้ใช้แบบสองคอร์มีแทบไม่ถึง 10%

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – Networkworld

from:https://www.enterpriseitpro.net/ibm-is-leasing-on-prem-system-i-server/

เปิดตัวเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant RL300 ที่มาพร้อมชิป Ampere แบบคลาวด์

Hewlett Packard Enterprise ประกาศเปิดตัวโซลูชั่นประมวลผลแบบคลาวด์ซีรีส์ใหม่ที่ใช้ชิปแบบคลาวด์อย่าง Ampere Altra และ Ampere Altra Max ในชื่อ HPE ProLiant RL300 ที่ทำงานบนชิปแบบ ARM

เซิร์ฟเวอร์รุ่นนี้เน้นเจาะตลาดผู้ให้บริการและองค์กรต่างๆ ที่ต้องการย้ายมาใช้ระบบแบบคลาวด์เต็มขั้น เริ่มจากเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant RL300 Gen11 ที่เป็นตัวแรกในซีรีส์นี้ที่ให้ประสิทธิภาพการประมวลผลแบบ Next-Gen ที่ใช้พลังงานคุ้มค่ากว่าเดิมด้วยชิป Ampere

มีข้อสังเกตว่าเซิร์ฟเวอร์นี้จัดอยู่ในตระกูล ProLiant หมายความว่าเป็นการนำซีพียู ARM มาใช้ในผลิตภัณฑ์กลุ่มหลักของ HPE เลยทีเดียว พร้อมกับชุดฟีเจอร์ของเซิร์ฟเวอร์ระดับองค์กรเต็มรูปแบบอย่างเช่น iLO

รวมทั้งให้คุณภาพระดับไฮเอนด์ที่สูงกว่าเซิร์ฟเวอร์สำหรับคลาวด์อื่นๆ ฟีเจอร์ที่น่าสนใจได้แก่สล็อต OCP สำหรับการเชื่อมต่อผ่านเครือข่xายความเร็วสูง และสล็อต PCIe Gen4 เพิ่มเติมอีก 3 สล็อตสำหรับใส่การ์ตเพิ่ม และสล็อต 10 Gen4 NVMe ด้วย

อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่นี่ – Storagereview

from:https://www.enterpriseitpro.net/hpe-proliant-rl300-servers-with-ampere-cloud-native-silicon-launched/

HPE เปิดตัวเซิร์ฟเวอร์ Ampere รุ่นใหม่ที่ใช้ชิป Arm รุ่น Altra และ Altra Max

HP Enterprise ประกาศว่า กำลังเตรียมเปิดตัวเซิร์ฟเวอร์ชุดใหม่ที่ใช้ชิป Altra และ Altra Max ที่ใช้สถาปัตยกรรมของ Arm ซึ่งพัฒนาโดย Ampere สตาร์ทอัพผู้ผลิตซีพียูที่ดำเนินงานโดยอดีตผู้บริหารอินเทลอย่าง Renee James

อย่าไปสับสนกับ Ampere ที่เป็นชื่อเดียวกับชิปกราฟิกของ Nvidia นะ! Ampere ในที่นี้เป็นผู้ผลิตชิปที่ชนะใจเหล่าผู้ให้บริการคลาวด์มากมาย แม้แต่คลาวด์ดังๆ อย่าง Microsoft Azure และ Oracle Cloud Infrastructure แม้จะยังไม่เข้าตาพาร์ทเนอร์ OEM เท่าไร

กลับมาที่ HPE ที่กล่าวว่า เริ่มตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ จะมีการวางจำหน่ายเซิร์ฟเวอร์ ProLiant RL300 Gen11 ที่มีทั้งแบบขายขาด กับแบบปล่อยเช่าผ่านโมเดลบริการ GreenLake ของตัวเอง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่เซิร์ฟเวอร์ของตัวเองนี้จะใช้ชิปของ Ampere

อันได้แก่ Altra แบบ 80 คอร์ และ Altra Max ที่มีถึง 128 คอร์ มาในดีไซน์แบบซิงเกิลซ็อกเก็ต รองรับแอพพลิเคชั่นแบบ Scale-out ไม่ว่าจะเป็นบริการดิจิตอลต่างๆ , มีเดียสตรีมมิ่ง, แพลตฟอร์มโซเชียล, อีคอมเมิร์ซ, บริการทางการเงิน และออนไลน์อื่นๆ

อ่านเพิ่มเติมทีนี่ – Networkworld

from:https://www.enterpriseitpro.net/hpe-announces-arm-based-ampere-servers/

ตอบโจทย์ทุกปัญหา รองรับทุกเวิร์กโหลด ด้วย “Dell PowerEdge Servers 15G”

ท่ามกลางการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน องค์กรกำลังเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคที่มากขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นการแพร่ระบาดของโรคระบาดที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตทำให้องค์กรต้องหยุดชะงักลงไป อีกทั้งยังต้องมาเผชิญกับเรื่องปัญหาทางด้านไอทีที่เกิดขึ้นกับองค์กรมากมาย ตัวอย่างปัญหาที่พบกันเป็นประจำเช่น งบประมาณที่มีจำกัด, ทรัพยากรที่มีจำกัด, การขยายตัวของระบบที่องค์กรไม่ได้คาดการณ์ล่วงหน้า, ความซับซ้อนในการบริหารจัดการระบบไอที แม้กระทั่งการใช้ระบบไอทีที่มากหรือน้อยเกินไป ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นยังไม่นับรวมในส่วนของการขับเคลื่อนธุรกิจ อย่างเช่น การปรับเปลี่ยนมาใช้ระบบคลาวด์, การรับมือกับเวิร์กโหลดงานใหม่ๆ ที่มีความหลากหลายกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยีอย่างปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือระบบประมวลผลแบบ Edge Computing เป็นต้น

เดลล์ เทคโนโลยีส์ เข้าใจถึงปัญหาและความต้องการขององค์กร จึงได้พัฒนาเทคโนโลยีด้านเซิร์ฟเวอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงออกมาในหลายรุ่น เพื่อตอบโจทย์การใช้งานขององค์กรในทุกเวิร์กโหลดงานที่ดำเนินอยู่ และล่าสุดก็ได้มีการแนะนำเซิร์ฟเวอร์ในรุ่นใหม่อย่าง “Dell PowerEdge Servers 15G” โดยยึดหลักสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบอินฟราสตรัคเจอร์ ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง ในสามประเด็นสำคัญดังนี้

ประเด็นที่ 1 : Adaptive Compute

ผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์ที่มีประสิทธิภาพจะต้องสามารถตอบสนองความต้องการทางธุรกิจที่หลากหลาย รองรับเวิร์กโหลดงานได้ในหลายรูปแบบ พร้อมทั้งอุปกรณ์ที่ติดตั้งภายในเครื่องเซิร์ฟเวอร์ก็จะมีความสามารถและคุณสมบัติพิเศษที่เหนือชั้นกว่า ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีซีพียูรุ่นใหมที่มีประสิทธิภาพ, หน่วยความจำที่มีมากขึ้น, ใช้ GPU ที่มีคุณสมบัติที่ดีกว่าเพื่อตอบสนองความต้องการการใช้งานในสภาพแวดล้อมต่างๆ ตลอดจนระบบระบายความร้อนที่ดีกว่าเดิม ใช้ของเหลวเป็นตัวระบายความร้อน รวมถึงพัดลมที่ทำงานได้ดีขึ้น

ประเด็นที่ 2 : Autonomous Compute Infrastructure

Dell PowerEdge Servers 15G เป็นระบบเซิร์ฟเวอร์อัจฉริยะที่ออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือองค์กรในการดำเนินธุรกิจ และสามารถมาทำงานร่วมกับโครงสร้างอินฟราสตรัคเจอร์อื่นๆ ในองค์กรทั้งนี้เพื่อเร่งประสิทธิภาพการทำงานได้ดีกว่า พร้อมทั้งยังช่วยลดความผิดพลาดส่วนบุคคลของผู้ใช้งานอีกด้วย

เดลล์ เทคโนโลยีส์ มาพร้อมกับซอฟต์แวร์อัจฉริยะที่ชื่อว่า Dell OpenManage Enterprise ที่มีความสามารถในการทำงานตั้งแต่ต้นไปจนจบและช่วยเหลือผู้ใช้งานในแต่ละวันทำงานอีกด้วย เพื่อสร้างให้เกิดแนวคิด Autonomous Compute Infrastructure อย่างแท้จริง ตัวอย่างเช่น

1. มีระบบช่วยในการติดตั้งตั้งแต่วันแรกที่ติดตั้ง และทำการกระจายการติดตั้งไปที่เครื่องอื่นๆ แบบอัตโนมัติ

2. หลังจากการติดตั้งเรียบร้อยและเริ่มการใช้งาน ก็มีระบบช่วยในการดูแลจัดการ (Monitoring), การเก็บข้อมูลของอุปกรณ์ (Inventory) เพื่อช่วยตรวจสอบว่าในเครื่องมีอุปกรณ์ใด รวมถึงการใช้งานเป็นเช่นไร

3. และเมื่อใช้งานไปสักระยะ มีระบบช่วยในการช่วย Update ต่างๆ จะทำการช่วยเช็คว่าระบบที่ใช้งานมีตัวใดต้องทำการ Update Firmware ของอุปกรณ์นั้นๆหรือไม่, สามารถเช็คและทำการส่งสัญญาณเตือนเมื่อการรับประกันใช้ถึงเวลาสิ้นสุด รวมถึงการส่งปัญหาไปที่หน่วยให้ความช่วยเหลือ (Tech Support) แบบอัตโนมัติ ทำให้การเปิดเคสปัญหา ทำได้อย่างง่ายดาย, มีประสิทธิภาพและรวดเร็วอีกด้วย

ประเด็นที่ 3 : Proactive Resilience

ระบบรักษาความปลอดภัยและการป้องกันเชิงรุก ข้อนี้เป็นประเด็นด้านความปลอดภัยที่สำคัญ โดย Dell PowerEdge Servers 15G ได้มาพร้อมกับเทคโนโลยีความปลอดภัยมากมายเพื่อเข้ามาเสริมแกร่งด้านระบบความปลอดภัย และสร้างเกราะคุ้มกันในการป้องกันภัยคุกคามที่อาจจะเกิดขึ้น ในการที่คุณกำลังจะเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคดิจิทัล (Digital Transformation) ได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น โดยระบบความปลอดภัยข้างต้นมีเทคโนโลยีที่น่าสนใจดังนี้

1. Secure Component Verification – เป็นระบบที่ช่วยให้สามารถมั่นใจว่าอุปกรณ์ทุกชิ้นที่ออกจากโรงงานผลิตของ Dell ไม่ได้มีการฝังโปรแกรมหรือมีการแก้ไขโปรแกรมก่อนถึงมือลูกค้า

2. iDRAC Telemetry Streaming and Analytics Solutions – ระบบทำงานส่งข้อมูลการทำงาน (Log) ออกไปให้ระบบภายนอกทำการประมวลผลและวิเคราะห์ระบบต่างๆ

3. System Lockdown – ผู้ดูแลระบบสามารถปิดไม่ให้มีการ Update Firmware ต่างๆของระบบได้

เจาะลึกระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์ เพื่อการบริหารจัดการที่ดีกว่า

Dell PowerEdge Servers 15G รองรับการใช้งานระบบปฏิบัติการ Windows Server 2022 เป็นระบบปฏิบัติการของไมโครซอฟท์ตัวล่าสุดที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานกับโครงสร้างไอทีอินฟราสตรัคเจอร์และดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยคุณสมบัติที่น่าสนใจของ
Windows Server 2022 นั้นจะมีโครงสร้างสำคัญอยู่ด้วยกันสามประการ อันประกอบด้วย เทคโนโลยีความปลอดภัย, การผสานการทำงานและการบริหารจัดการ Azure Hybrid และการเป็นแพลตฟอร์มของแอปพลิเคชั่นที่ดีกว่า

โดยในแง่ของความปลอดภัยนั้น Windows Server 2022 มาพร้อมกับเทคนิคหลายอย่าง เช่น Trusted Platform Module 2.0 (TPM 2.0), เทคโนโลยีในการป้องกัน Firmware ด้วย Dynamic Root of Trust for Measurement (DRTM) และ Direct Memory Access (DMA) protection, เทคโนโลยี UEFI Secure Boot และเทคโนโลยี virtualization-based security (VBS) และ hypervisor-based code integrity (HVCI) เป็นต้น

ในส่วนของการทำงานร่วมกับ Azure Hybrid นั้น จะมีเทคโนโลยีอย่างเช่น Azure Arc ในการให้เซิร์ฟเวอร์ทั้งแบบออนพรีมีส และแบบมัลติคลาวด์ทำงานร่วมกันได้ดี, เทคโนโลยี Windows Admin Center ช่วยในการบริหารจัดการและทำรายงานสิ่งต่างๆ รวมถึงความปลอดภัยต่างๆ ที่เกิดขึ้น หรือแม้กระทั่ง Hotpatch ที่เป็นส่วนหนึ่งของ Azure Automanage ในการช่วยสนับสนุนงานต่างๆ ของระบบเซิร์ฟเวอร์

และจุดเด่นอันที้่สามก็คือ การเป็นแพลตฟอร์มของแอปพลิเคชั่นที่ดีกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็น การปรับปรุงและพัฒนาในส่วนของ Windows Container, Azure Active Directory with group Managed Services Accounts (gMSA) และ Microsoft Distributed Transaction Control (MSDTC) และ Microsoft Message Queuing (MSMQ) เป็นต้น

สำหรับผู้ที่ต้องการดูข้อมูลเพิ่มเติมของ Windows Server 2022
สามารถคลิกอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่

การผสาน Dell OpenManage Enterprise กับระบบการจัดการต่างๆ

คุณสมบัติของเซิร์ฟเวอร์ของเดลล์ ในตัว Dell OpenManage Enterprise มันสามารถที่จะไปผสานการทำงานกับระบบปฏิบัติการและระบบการจัดการอื่นๆ ผ่านทางหน้าคอนโซลเดียว ทั้งนี้เพื่อช่วยให้คุณทำงานได้ง่าย รวดเร็ว คล่องตัวและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีตัวอย่างการใช้งานดังนี้

1. Dell OpenManage Integration with Windows Admin Center
ส่วนเชื่อมต่อและประสานงานกับ Windows Admin Center เพื่อช่วยเหลือในการดูแลและจัดการระบบปฏิบัติการ Windows แม้กระทั่ง Windows Server 2022 ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการล่าสุดของ Microsoft ก็สามารถใช้งานร่วมกันได้

2. Dell OpenManage Integration with VMware vCenter
ส่วนเชื่อมต่อและประสานงานกับ VMware vCenter เพื่อช่วยเหลือในการดูแลและจัดการเครื่องแม่ข่ายผ่านหน้าจอ VMware vCenter

3. Dell OpenManage Ansible Modules
ส่วนเชื่อมต่อและประสานงานกับ RedHat Ansible เพื่อช่วยในเรื่องระบบอัตโนมัติต่างๆ และทำให้ระบบสามารถรองรับการทำงานแบบ Infrastructure as Code ได้อีกด้วย

4. Dell OpenManage Integration with ServiceNow
ส่วนเชื่อมต่อและประสานงานกับโปรแกรม ServiceNow ซึ่งช่วยเหลือในการเปิดเคส แก้ปัญหาระบบต่างๆ และยังสามารถเชื่อมต่อไปยัง Dell SupportAssist เพื่อทำการเปิดเคสไปที่หน่วยให้ความช่วยเหลือ (Tech Support) ได้อย่างอัตโนมัติ

5. Dell OpenManage Enterprise RESTful APIs
รองรับการเขียนชุดคำสั่งผ่านภาษา RESTful APIs ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย

6. Dell CloudIQ
ระบบการดูแลจัดการอัจฉริยะผ่านระบบ Cloud ซึ่งผู้ใช้งานไม่ต้องมีเครื่องแม่ข่ายในการลงระบบนี้ เพียงเปิดระบบ Call Home ซึ่งเป็นการส่งข้อมูลความผิดปกติไปที่ Dell TechSupport ก็สามารถเปิดใช้งานระบบ Dell CloudIQ ได้ จุดเด่นอยู่ที่สามารถใช้งานผ่านทั้งหน้า Web และผ่าน Application บนมือถืออีกด้วย

บทสรุปของเซิร์ฟเวอร์จากเดลล์ เทคโนโลยีส์

Dell PowerEdge Servers 15G รวมถึงเซิร์ฟเวอร์อื่นๆ ของเดลล์ เทคโนโลยีส์ มีคุณสมบัติมากมายที่น่าทึ่ง โดยที่กล่าวไปนั้นเป็นเพียงบางส่วนที่เกิดขึ้น แต่อย่างไรก็ตามเพียงคุณสมบัติเท่านี้ก็แสดงให้เห็นว่าเครื่องเซิร์ฟเวอร์ของเดลล์ เทคโนโลยีส์ สามารถตอบโจทย์ความต้องการขององค์กร พร้อมมมีระบบช่วยเหลือและบริหารจัดการให้องค์กรทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความมั่นใจในระบบความปลอดภัยสูงสุดอีกด้วย

สำหรับผู้ที่สนใจใช้งาน Dell PowerEdge Servers 15G สามารถติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมกับทีมงาน Dell Technologies ประจำประเทศไทยได้ทันทีที่ อีเมล DellTechnologies@kkudos.com โทร 090-949-0823 (วศิน)

from:https://www.enterpriseitpro.net/dell-poweredge-servers-15g/

Fugaku ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ของฟูจิตสึ ช่วยวิจัยยารักษาโควิด-19

ฟูจิตสึประเทศญี่ปุ่นประกาศความร่วมมือครั้งใหม่กับทีมวิจัยที่นำโดยทาเคฟูมิ ยามาชิตะ รองศาสตราจารย์ประจำโครงการศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีชั้นสูง (Research Center for Advanced Science and Technology : RCAST) แห่งมหาวิทยาลัยโตเกียว โดยใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุดในโลกชื่อว่า Fugaku ซึ่งพัฒนาร่วมกันโดยริเก้น และฟูจิตสึ ในการระบุสารประกอบยับยั้งโมเลกุลขนาดเล็ก ที่สามารถใช้เป็นยาที่มีศักยภาพในการรักษาโรคโควิด-19 รวมถึงไขความลับของกลไกระดับโมเลกุลที่ช่วยยับยั้งการติดเชื้อโควิด-19 ทั้งนี้ การวิจัยอย่างเต็มรูปแบบได้เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน 2564 และจะดำเนินต่อไปจนถึงเดือนมีนาคม 2565

ในงานวิจัยร่วม ฟูจิตสึ และ RCAST จะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับคิดค้นสูตรยา โดยมุ่งเน้นที่เทคโนโลยีการสร้างสารประกอบยับยั้ง และเทคโนโลยีการจำลองระดับโมเลกุลที่แสดงสถานะของโมเลกุลอย่างแม่นยำ ซึ่งจะมีการคำนวณบนเครื่อง Fugaku เพื่อระบุสารประกอบยับยั้งโดยสังเกตพฤติกรรมเชิงพลศาสตร์ของโปรตีนจากไวรัส และทำนายคุณสมบัติของการกลายพันธุ์ในอนาคต ด้วยพลังของ Fugaku การจำลองระดับโมเลกุลของโปรตีนจากไวรัส และการคำนวณหาสูตรของสารยับยั้งจะสามารถเร่งให้เร็วขึ้น ซึ่งจะไขความกระจ่างของกระบวนสร้างพันธะ และปฏิกิริยาระหว่างโปรตีนจากไวรัสกับสารยับยั้ง โดยมีวัตถุประสงค์ในการระบุสารประกอบยับยั้ง ที่นำไปสู่การพัฒนายารักษาโรคในระยะแรกได้

ในอนาคต ฟูจิตสึจะยังคงเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากซูเปอร์คอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีการจำลองในระดับโมเลกุลต่อไป พร้อมมุ่งมั่นที่จะเร่งพัฒนารูปแบบการรักษาโรคโควิด-19 อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการวิจัยร่วมกับรองศาสตราจารย์ยามาชิตะแห่ง RCAST ที่ตระหนักถึงสังคมที่ทุกคนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างผาสุกดังเดิม

from:https://www.enterpriseitpro.net/fugaku-fujitsu-server/