คลังเก็บป้ายกำกับ: เกมมิ่ง

7 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท ทำงานลื่นเล่นเกมดี อัพเกรดนิดก็แรงแล้ว อัพเดทปลายปี 2022

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท ปลายปี 2022 นี้หาได้ไม่ยาก สเปคดีด้วย!

Share image Edit Name 1gaminglaptop 1

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท เป็นโน๊ตบุ๊คที่ราคากำลังดีไม่ถูกไม่แพงเกินไป เป็นระดับราคาในใจของผู้ใช้หลายๆ คนที่รู้สึกว่าโน๊ตบุ๊คบางเบาน่าจะไม่ตอบโจทย์ขอบเขตงานที่ตัวเองต้องรับผิดชอบ ยิ่งในช่วงปี 2022 นี้ เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาทจากแบรนด์ชั้นนำหลายๆ เจ้าก็จัดสเปคมาให้ดีพร้อมเล่นเกมฟอร์มใหญ่ในปัจจุบันได้สบายๆ ปรับกราฟิคระดับ High แล้วเล่นบนจอ Full HD ได้ลื่นไหล แถมยังมีรุ่นย่อยให้เลือกมากมาย ทั้งรุ่นที่ใช้ซีพียู AMD, Intel และการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce หรือ AMD Radeon ก็มี เป็นระดับราคาที่มีรุ่นน่าใช้และตัวเลือกเยอะทีเดียว

Advertisementavw

อย่างไรก็ตาม จุดที่ผู้เขียนขอย้ำเสมอไม่ว่าจะโน๊ตบุ๊คสายทำงานหรือเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท เมื่อเจอสเปคและแบรนด์ที่ชอบแล้วกำลังจะสั่งซื้อ ขอให้ผู้อ่านโฟกัสตรงแรมของตัวเครื่องไว้ว่า ถ้าได้มาแค่ 8GB ก็ขอให้เตรียมเงินเอาไว้ราว 1,000~1,500 บาท เพื่อซื้อแรมอีก 8GB มาอัพเกรด จะช่วยให้ทำงานและเล่นเกมได้ดียิ่งขึ้น แล้วจะเพิ่มหรือเปลี่ยน SSD ในเครื่องหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับตัวผู้ใช้ได้เลย

7 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000

สรุปสเปค 7 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท

สเปคเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท CPU

GPU

SSD

RAM

Software

หน้าจอ

น้ำหนัก

การเชื่อมต่อ ราคา
(บาท)
MSI Bravo 15 B5DD-406TH AMD Ryzen
5 5600H

AMD Radeon RX 5500M

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate
144Hz

2.35 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

25,900
MSI GF63 Thin 11UD-1031TH Intel Core
i7-11800H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate
144Hz

1.86 กก.

USB-A 3.2 Gen 2 x 3

USB-C 3.2 Gen 2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.2

29,990
Acer Nitro 5 AN515-45-R2MT AMD Ryzen
5 5600H

NVIDIA GeForce RTX 3050

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate
144Hz

2.2 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

26,900
ASUS  TUF Gaming A15 FA506ICB-HN103W AMD Ryzen 7 4800H

NVIDIA GeForce RTX 3050

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate
144Hz

2.3 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

28,990
Hp Victus Gaming 15-fb0068AX AMD Ryzen
5 5600H

AMD Radeon RX 6500M

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate
144Hz

2.29 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.1

27,490
Colorful X15 XS Intel Core
i5-12500H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate
144Hz

1.9 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 1

USB-C 3.2 x 2

HDMI x 1

Mini-DisplayPort x 1

MicroSD Card Reader x 1

LAN x 1

Mic-in x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

29,980
Lenovo IdeaPad Gaming 3 15ACH6-82K201YETA AMD Ryzen
5 5600H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate
120Hz

2.25 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

28,990

7 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท เล่นเกมลื่น ทำงานก็แจ่ม อัพเดทปลายปี 2022

ผู้ใช้คนไหนที่กำลังมองหาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท มาใช้เพราะเครื่องเก่าเริ่มเล่นเกมใหม่ๆ หรือรันงานหนักไม่ไหวแล้วล่ะก็ ณ ช่วงปลายปี 2022 นี้ก็มีเครื่องรุ่นใหม่สเปคดี อัพเกรดได้ให้เลือกถึง 7 รุ่นทีเดียว โดยมีรุ่นแนะนำดังนี้

  1. MSI Bravo 15 B5DD-406TH (25,900 บาท)
  2. MSI GF63 Thin 11UD-1031TH (29,990 บาท)
  3. Acer Nitro 5 AN515-45-R2MT (26,900 บาท)
  4. ASUS  TUF Gaming A15 FA506ICB-HN103W (28,990 บาท)
  5. Hp Victus Gaming 15-fb0068AX (27,490 บาท)
  6. Colorful X15 XS (29,980 บาท)
  7. Lenovo IdeaPad Gaming 3 15ACH6-82K201YETA (28,990 บาท)
1. MSI Bravo 15 B5DD-406TH (25,900 บาท)

bravo15

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท สเปคแรงพร้อมใช้ทำงานและเล่นเกมได้ดีก็มี MSI Bravo 15 B5DD-406TH ให้เลือกซื้อ โดยรหัส Bravo จะเป็นรหัส AMD Ryzen และ Radeon จับคู่กัน ทำให้ใช้ฟีเจอร์อย่าง AMD S.A.M. ได้ และยังอัพเกรดเพิ่ม RAM, SSD ได้ด้วย

ซีพียูในเครื่องติดตั้ง AMD Ryzen 5 5600H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz มาให้ จับคู่การ์ดจอ AMD Radeon RX 5500M แรม 4GB GDDR6 กับหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมใช้งานกับแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อมี USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ส่วนตัวเครื่องมีน้ำหนัก 2.35 กิโลกรัม ซึ่งถ้าใครไม่เกี่ยงว่าการ์ดจอในเครื่องเก่าไปนิด แต่เรื่องประสิทธิภาพจัดว่าไว้ใจได้ก็ซื้อตัวนี้ไปใช้ได้เลย

สเปคของ MSI Bravo 15 B5DD-406TH
  • CPU : AMD Ryzen 5 5600H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz
  • GPU : AMD Radeon RX 5500M แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.35 กิโลกรัม
  • Price : 25,900 บาท (Advice)
2. MSI GF63 Thin 11UD-1031TH (29,990 บาท)

thin

รุ่นถัดมาเป็น MSI GF63 Thin 11UD-1031TH สเปค Intel ซึ่งในระดับราคา 30000 บาท ก็ได้สเปคแรงไปใช้งาน เพิ่มแรมอีก 8GB ก็ใช้งานได้ดีแน่นอน และข้อดีอีกอย่างของตระกูล Thin นั่นคือตัวเครื่องหนักไม่เกิน 2 กิโลกรัม เวลาพกไปไหนมาไหนก็ไม่ลำบากนัก

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i7-11800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.3-4.6GHz จับคู่กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 กับหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อมี USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 และน้ำหนักเครื่องเพียง 1.86 กิโลกรัมเท่านั้น เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาทที่ได้ทั้งหน้าตาเรียบร้อย, น้ำหนักเบาและสเปคแรงทีเดียว

สเปคของ MSI GF63 Thin 11UD-1031TH
  • CPU : Intel Core i7-11800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.3-4.6GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz 
  • Ports : USB-A 3.2 Gen 2 x 3, USB-C 3.2 Gen 2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.86 กิโลกรัม
  • Price : 29,990 บาท (BaNANA)
3. Acer Nitro 5 AN515-45-R2MT (26,900 บาท)

nitro5

Acer Nitro 5 AN515-45-R2MT เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาทที่ราคาเป็นมิตรต่อกระเป๋าเงิน, สเปคต่อราคาคุ้มค่าและยังอัพเกรดเพิ่ม SSD, RAM ได้อย่างละ 2 ช่อง และยังมีพอร์ตใช้งานติดตั้งมาให้ครบเครื่อง ซึ่งในงบ 30000 บาท เมื่อจ่ายซื้อแล้วยังมีเงินเหลือเอาไว้ซื้อชิ้นส่วนอัพเกรดได้สบายๆ

ซีพียูในเครื่องเป็น AMD Ryzen 5 5600H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6 และหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้กับแรมอีก 8GB DDR4 บัส 3200MHz พอร์ตเชื่อมต่อมี USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 และตัวเครื่องหนัก 2.2 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งในหมู่เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาทนี้ ต้องถือว่า Acer Nitro 5 เป็นรุ่นที่สเปคต่อราคาคุ้มค่า เหลือเงินเอาไว้ซื้อ RAM, SSD และเกมมิ่งเกียร์เพิ่มได้ด้วย

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-45-R2MT
  • CPU : AMD Ryzen 5 5600H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.2 กิโลกรัม
  • Price : 26,900 บาท (Advice)
4. ASUS  TUF Gaming A15 FA506ICB-HN103W (28,990 บาท)

asus

ASUS  TUF Gaming A15 FA506ICB-HN103W เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท ที่สเปคยังดีพร้อมใช้ทำงานและเล่นเกมต่างๆ ได้ดี อัพเกรดเพิ่มแรมอีกสักหน่อยก็แรงแล้ว ใช้งานต่อได้อีกหลายปี และแม้ซีพียูจะเป็น AMD Ryzen 4000 Series แต่ตัวชิปก็ยังแรงเอาอยู่แน่นอน

ซีพียูของ TUF Gaming A15 เป็น AMD Ryzen 7 4800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.9-4.2GHz ใช้การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6 กับหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมแรมอีก 8GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ส่วนน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 2.3 กิโลกรัม จะเห็นว่า TUF Gaming A15 เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาทที่สเปคต่อราคาคุ้มค่าใช้ได้ ทำงานกราฟิคก็ดีเล่นเกมก็ไหลลื่นแน่นอน

สเปคของ ASUS  TUF Gaming A15 FA506ICB-HN103W
  • CPU : AMD Ryzen 7 4800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.9-4.2GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.3 กิโลกรัม
  • Price : 28,900 บาท (Advice, BaNANA)
5. Hp Victus Gaming 15-fb0068AX (27,490 บาท)

hp2

 

 

 

Hp Victus Gaming 15-fb0068AX รหัสนี้ก็เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท สเปคสำหรับผู้ที่ชอบ AMD Ryzen จับคู่การ์ดจอ AMD Radeon รุ่นใหม่ๆ ก็เลือกรุ่นนี้ไปใช้ได้เลย ซึ่งประสิทธิภาพของ Hp Victus Gaming 15 จัดว่าแรงหายห่วงแน่นอน

ซีพียูในเครื่องเป็น AMD Ryzen 5 5600H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz จับคู่การ์ดจอแยก AMD Radeon RX 6500M แรม 4GB GDDR6 กับหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับแรมอีก 8GB DDR4 บัส 3200MHz พอร์ตมี USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 น้ำหนักเครื่อง 2.29 กิโลกรัม ซึ่งตัว Hp Victus Gaming 15 นี้ก็เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาทที่ดีไซน์สวยเรียบร้อยไม่เว่อร์จนเป็นเป้าสายตาเกินไปด้วย

สเปคของ Hp Victus Gaming 15-fb0068AX
  • CPU : AMD Ryzen 5 5600H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz
  • GPU : AMD Radeon RX 6500M แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.29 กิโลกรัม
  • Price : 27,490 บาท (Advice)
6. Colorful X15 XS (29,980 บาท)

colorful

ถ้าไม่เกี่ยงเรื่องแบรนด์แต่ขอสเปคคุ้มไม่ต้องอัพเกรดก็ได้ Colorful X15 XS นี้นอกจากหน้าตาจะสวยดูดี สเปคก็แรงตั้งแต่เปิดกล่อง เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาทที่ไม่ต้องอัพเกรด เล่นเดิมๆ ได้เลย และตัวเครื่องก็หนักเพียง 1.9 กิโลกรัม จึงพกไปไหนมาไหนได้ง่ายด้วย

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel 12th Gen รุ่น Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3-4.5GHz ใช้การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 มีหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz พร้อม M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้และแรมอีก 16GB DDR4 บัส 3200MHz ตั้งแต่เริ่มใช้งาน จึงไม่ต้องเผื่อเงินมาซื้อแรมไปอัพเกรดเลย พอร์ตที่เครื่องมี USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 2, HDMI x 1, Mini-DisplayPort x 1, MicroSD Card Reader x 1, LAN x 1, Mic-in x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 หากใครไม่เกี่ยงว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาทต้องเป็นแบรนด์ชั้นนำล่ะก็ Colorful X15 XS นั้นน่าสนใจสุดๆ

สเปคของ Colorful X15 XS
  • CPU : Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3-4.5GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 2, HDMI x 1, Mini-DisplayPort x 1, MicroSD Card Reader x 1, LAN x 1, Mic-in x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.9 กิโลกรัม
  • Price : 29,980 บาท (ราคากลาง)
7. Lenovo IdeaPad Gaming 3 15ACH6-82K201YETA (28,990 บาท)

lenovo

ด้าน Lenovo ก็มีเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท รุ่น Lenovo IdeaPad Gaming 3 15ACH6-82K201YETA ให้เลือก โดยรุ่นนี้ยังเป็นบอดี้เก่าแบบตระกูล IdeaPad อยู่ ไม่ได้เป็นทรงที่หยิบยืมจาก Legion มาก็ตาม แต่ก็น่าจะถูกใจเกมเมอร์ที่อยากได้โน๊ตบุ๊คดีไซน์เรียบๆ ไม่หวือหวามากแน่นอน

ซีพียูของ IdeaPad Gaming เป็น AMD Ryzen 5 5600H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 และหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 120Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมแรมอีก 8GB DDR4 บัส 3200MHz ด้านพอร์ตมี USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และรองรับ Bluetooth 5.0 ตัวเครื่องหนัก 2.25 กิโลกรัม จัดเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาทที่น่าซื้ออีกรุ่นไม่แพ้เครื่องอื่น

สเปคของ Lenovo IdeaPad Gaming 3 15ACH6-82K201YETA
  • CPU : AMD Ryzen 5 5600H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 120Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.25 กิโลกรัม
  • Price : 28,990 บาท (ราคากลาง)

jeff hardi yRAK7Vcyl Q unsplash

ในบรรดาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท ณ ช่วงปลายปี 2022 นี้ ก็จะมีผสมกันทั้งรุ่นเก่าและใหม่จากแบรนด์ชั้นนำที่คุ้นหูคนไทยหรือจะแบรนด์น้องใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำตลาดแข่งกันอยู่ ณ ตอนนี้ด้วย ซึ่งถ้าใครไม่เกี่ยงเรื่องชื่อชั้นของแบรนด์แต่เน้นด้านของสเปค ก็น่าจะได้ของดีคุ้มค่าไปใช้งานอย่างแน่นอน

ถัดมาเรื่องสเปค หลายคนก็อยากได้ของรุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวกัน แต่ราคาก็จะแพงจนเงินไม่พอจ่าย หรือถ้ากัดฟันซื้อแล้วเงินทองก็น่าจะมีปัญหาไปอีกหลายเดือนก็ไม่คุ้มกัน ดังนั้นต่อให้ซีพียูและการ์ดจอเก่าไปสัก 1 รุ่น แต่ราคาถูกกว่าชัดเจนก็น่าจะดีกว่าแล้วเอาเงินส่วนต่างไปอัพเกรด RAM, SSD แทนน่าจะดีกว่า


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share image Edit Name 3gamingkeyboard 1

Share image Edit Name 3game 1

Share image Edit Name 1laptop2022 1

from:https://notebookspec.com/web/669447-7-gaming-laptop-under-30000-baht-2

4 Acer Nitro Desktop ตัวแรงน่าใช้ ซื้อแล้วเล่นได้เลยทุกเกม เริ่มแค่ 33,800 บาทเท่านั้น

Acer Nitro Desktop เกมมิ่งพีซีตัวแรงอัพเกรดได้ เพื่อเกมเมอร์สายขี้เกียจประกอบคอม

nitro pc cover

แม้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คในปัจจุบันจะประสิทธิภาพดีขึ้นมากก็ตาม แต่เชื่อว่ามีเกมเมอร์บางส่วนก็ยังต้องการเกมมิ่งพีซีอย่าง Acer Nitro Desktop อยู่ด้วยหลายๆ เหตุผลอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะอัพเกรดได้สะดวกซ่อมแซมง่ายใช้ได้หลายปีไม่พอ ทาง Acer ยังเสริมฟีเจอร์ดีๆ มาให้ในเกมมิ่งพีซีซีรี่ส์นี้อีกเพียบ ไม่ว่าจะอัพเกรดแรมในตัวเครื่องได้มากสุด 64GB DDR4 เติม M.2 NVMe SSD ได้มากสุด 1TB หรือ HDD มากสุด 6TB จึงเซฟงานเก็บเกมเอาไว้ในเครื่องได้มากมาย ส่วนระบบเสียงก็รองรับ DTS:X Ultra ให้คุณภาพเสียงดีฟังเพลงและเล่นเกมได้อย่างเต็มที่และยังรองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านทาง LAN หรือ Wi-Fi 6 ได้อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นทาง Acer ก็เสริมฟังก์ชั่นชาร์จไร้สายให้เกมเมอร์เอาสมาร์ทโฟน, หูฟังที่รองรับการชาร์จนี้วางไว้เพื่อชาร์จแบตเตอรี่ได้เลย จุดสังเกตคือเครื่องหมายสายฟ้าเหนือฝาหลังนั่นเอง

Advertisementavw

ข้อดีของ Acer Nitro Desktop อีกอย่างหนึ่ง คือ ทางบริษัทมีรุ่นให้เลือกทั้งซีพียู AMD และ Intel ตามความชอบของแต่ละคนและยังติดตั้ง Windows 11 Home มาให้เสร็จสรรพ สามารถต่ออุปกรณ์เสริม เสียบปลั๊กแล้วลงเกมเล่นได้ทันที ซึ่งสะดวกมากไม่ต้องกังวลเรื่องรายละเอียดยิบย่อยใดๆ ให้เกมเมอร์ได้โฟกัสกับการทำงานและเล่นเกมให้เต็มที่ได้เลย

Acer Nitro Desktop

สเปคโดยสรุปของ Acer Nitro Desktop ทั้ง 4 รุ่น

สเปคของ Acer Nitro Desktop CPU, GPU SSD, RAM, Software การเชื่อมต่อ ราคา (บาท)
Acer Nitro Desktop N50-120-R5516G0TMGi/T001 AMD Ryzen 5 5600G

NVIDIA GeForce GTX 1660 Super

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4

Windows 10 Home

USB 2.0 x 2

USB-A 3.1 x 4

USB-C 3.1 x 1

LAN x 1

DisplayPort x 1

DVI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

42,890
Acer Nitro Desktop N50-120-R7516G0TMGi/T007 AMD Ryzen 7 5800

NVIDIA GeForce GTX 1660 Super

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4

Windows 10 Home

USB 2.0 x 2

USB-A 3.1 x 4

USB-C 3.1 x 1

LAN x 1

DisplayPort x 1

DVI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

51,990
Acer Nitro Desktop N50-620-11F16G0TMGi/T007 Intel Core
i5-11400F

NVIDIA GeForce GTX 1660 Super

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4

Windows 11 Home

USB 2.0 x 2

USB-C 3.2 x 2

USB-A 3.2 x 2

LAN x 1

DisplayPort x 1

DVI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

33,800
Acer Nitro Desktop N50-620-11716G0TMGi/T009 Intel Core
i7-11700

NVIDIA GeForce GTX 1660 Super

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4

Windows 11 Home

USB 2.0 x 2

USB-C 3.2 x 2

USB-A 3.2 x 2

LAN x 1

DisplayPort x 1

DVI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

39,900

4 Nitro Desktop ตัวแรงสำหรับเกมเมอร์ ไม่ต้องเหนื่อยประกอบพีซี!

ถ้าเกมเมอร์คนไหนอยากได้เกมมิ่งเดสก์ท็อปสำเร็จรูปจาก Acer เอาไว้เล่นเกมสักเครื่อง ในช่วงปลายปี 2022 นี้ ก็มี Nitro Desktop สเปคเด็ดเอาใจเกมเมอร์ทั้งฝั่ง AMD และ Intel ให้เลือกซื้อไปใช้กัน สามารถอัพเกรดเพิ่ม RAM, SSD ได้โดยสะดวก ซึ่งตอนนี้จะมีรุ่นน่าซื้อมาใช้ทั้งหมด 4 รุ่นด้วยกัน ได้แก่

  1. Nitro Desktop N50-120-R5516G0TMGi/T001 (42,890 บาท)
  2. Nitro Desktop N50-120-R7516G0TMGi/T007 (51,990 บาท)
  3. Nitro Desktop N50-620-11F16G0TMGi/T007 (33,800 บาท)
  4. Nitro Desktop N50-620-11716G0TMGi/T009 (39,900 บาท)
1. Nitro Desktop N50-120-R5516G0TMGi/T001 (42,890 บาท)

6bb4b542b9596ecae483f91a1bb8e846

รหัสแรกที่เลือกมาแนะนำตัวแรกเป็น Acer Nitro Desktop N50-120-R5516G0TMGi/T001 ซึ่งเครื่องนี้ได้สเปคตั้งต้นมาดี มีฟีเจอร์และพอร์ต USB-A, USB-C ครบเครื่องพร้อมใช้งาน ซึ่งถ้าใครอยากได้เกมมิ่งพีซีแต่ไม่ถนัดประกอบเองก็เริ่มจากเครื่องนี้ได้เลย

สเปคเครื่องนี้ทาง Acer ติดตั้ง AMD Ryzen 5 5600G แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.9-4.4GHz มาให้ ซึ่งซีพียูรหัสนี้จะมีการ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics แบบ 7 คอร์มาให้ในตัว แต่ผู้ผลิตก็เสริม NVIDIA GeForce GTX 1660 Super แรม 6GB GDDR6 มาให้ใช้เล่นเกมและทำงานได้ไหลลื่นขึ้น มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home มาให้พร้อมแรม 16GB DDR4 พร้อม Power Supply จ่ายไฟได้ 500 วัตต์ PFC ส่วนพอร์ตการเชื่อมต่อมี USB 2.0 x 2, USB-A 3.1 x 4, USB-C 3.1 x 1, LAN x 1, DisplayPort x 1, DVI x 1, Audio combo x 1 รองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0 ในตัวอีกด้วย เรียกว่าครบเครื่องน่าใช้เป็นอย่างมาก

สเปคของ Nitro Desktop N50-120-R5516G0TMGi/T001
  • CPU : AMD Ryzen 5 5600G แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.9-4.4GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1660 Super แรม 6GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 16GB DDR4 
  • Ports : USB 2.0 x 2, USB-A 3.1 x 4, USB-C 3.1 x 1, LAN x 1, DisplayPort x 1, DVI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • Software : Windows 10 Home
  • Price : 42,890 บาท (Acer Shopee Mall)
2. Nitro Desktop N50-120-R7516G0TMGi/T007 (51,990 บาท)

1ba7a81eceb7e083d7914268cd215e72

เครื่องถัดมาเป็น Acer Nitro Desktop N50-120-R7516G0TMGi/T007 ซึ่งรหัสนี้จะแชร์สเปคร่วมกับ Nitro Desktop ในข้อที่แล้วแทบทั้งหมด ยกเว้นซีพียูอย่างเดียวที่อัพเกรดเป็น AMD Ryzen 7 5800 แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.4-4.6GHz เท่านั้น ซึ่งรหัสนี้เป็นซีพียู OEM ซึ่งขายให้กับผู้ผลิตเท่านั้น โดยประสิทธิภาพเรียกว่าไม่แพ้ Ryzen 7 5800H อย่างแน่นอน ถ้าใครเล่นเกมใช้ซีพียูประมวลผลหนักล่ะก็ แนะนำให้ขยับมารุ่นนี้แทนเลย

สเปคของ Nitro Desktop N50-120-R7516G0TMGi/T007
  • CPU : AMD Ryzen 7 5800 แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.4-4.6GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1660 Super แรม 6GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 16GB DDR4 
  • Ports : USB 2.0 x 2, USB-A 3.1 x 4, USB-C 3.1 x 1, LAN x 1, DisplayPort x 1, DVI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • Software : Windows 10 Home
  • Price : 51,990 บาท (Acer Shopee Mall)
3. Nitro Desktop N50-620-11F16G0TMGi/T007 (33,800 บาท)

72634c2b68d101c5583371420334941d

ถ้าใครชื่นชอบซีพียู Intel ตอนนี้มี Acer Nitro Desktop N50-620-11F16G0TMGi/T007 ซึ่งประสิทธิภาพจัดว่าดีพร้อมใช้ทำงานและเล่นเกมได้อีกหลายปี ถ้าจะอัพเกรดเพิ่มก็ทำได้สบายๆ เพราะพื้นฐานสเปคก็ได้มาดีพอสมควรพร้อมอัพเกรดไปใช้การ์ดจอตัวแรงได้สบายๆ

สเปคของเครื่องนี้เป็นซีพียู Intel Core i5-11400F แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.6-4.4GHz จับคู่การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce GTX 1660 Super แรม 6GB GDDR6 มาให้ มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาในตัวกับแรมอีก 16GB DDR4 มี Power Supply 500 วัตต์สำหรับจ่ายไฟให้อุปกรณ์ในเครื่อง มีพอร์ต USB 2.0 x 2, USB-C 3.2 x 2, USB-A 3.2 x 2, LAN x 1, DisplayPort x 1, DVI x 1, Audio combo x 1 รองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.0 ได้อีกด้วย นับเป็น Acer Nitro Desktop น่าใช้ ซื้อมาแล้วอัพเกรดใช้งานได้อีกหลายปีแน่นอน

สเปคของ Nitro Desktop N50-620-11F16G0TMGi/T007
  • CPU : Intel Core i5-11400F แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.6-4.4GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1660 Super แรม 6GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 16GB DDR4 
  • Ports : USB 2.0 x 2, USB-C 3.2 x 2, USB-A 3.2 x 2, LAN x 1, DisplayPort x 1, DVI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • Software : Windows 11 Home
  • Price : 33,800 บาท (Acer Shopee Mall)
4. Nitro Desktop N50-620-11716G0TMGi/T009 (39,900 บาท)

64c32503e3d552d89da1c1cc469b6156

Acer Nitro Desktop เครื่องสุดท้ายที่เลือกมาแนะนำ เป็นรุ่น Acer Nitro Desktop N50-620-11716G0TMGi/T009 รุ่นนี้ที่แชร์สเปคทั้งหมดร่วมกับ Nitro Desktop ในข้อที่แล้วแทบทั้งหมดยกเว้นซีพียูอย่างเดียวที่อัพเกรดมาเป็น Intel Core i7-11700 แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.5-4.8GHz แทน ถ้าใครอยากได้เครื่องแรงอัพเกรดสะดวกใส่การ์ดจอตัวท็อปไม่ติดคอขวดล่ะก็ ซื้อตัวนี้ไปใช้งานได้เลย

สเปคของ Nitro Desktop N50-620-11716G0TMGi/T009
  • CPU : Intel Core i7-11700 แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.5-4.8GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1660 Super แรม 6GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 16GB DDR4 
  • Ports : USB 2.0 x 2, USB-C 3.2 x 2, USB-A 3.2 x 2, LAN x 1, DisplayPort x 1, DVI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • Software : Windows 11 Home
  • Price : 39,900 บาท (Acer Shopee Mall)

Nitro 50 lifestyle1 1440

เกมเมอร์คนไหนถ้ากำลังหาเกมมิ่งพีซีใหม่อยู่แต่ไม่อยากประกอบเพราะไม่ถนัดหรือไม่สะดวกล่ะก็ หันมาซื้อ Acer Nitro Desktop สักเครื่องไปเล่นเกมก็ง่ายขึ้นเยอะและสเปคตั้งต้นก็จัดว่าดีน่าใช้ อยู่ยาวได้อีกหลายปีอัพเกรดต่อได้ยาวด้วย จะเพิ่มการ์ดจอ เติม SSD หรือ RAM ก็สบายหายห่วงและยังมีช่างผู้เชี่ยวชาญคอยซัพพอร์ตอีกด้วย ถ้าใครสนใจเกมมิ่งเดสก์ท็อปแบบนี้อยู่ก็ซื้อไปเล่นเกมได้เลย


บทความที่เกี่ยวข้อง

predator cover2

acer intel cover 1

Share image Edit Name 1helios300 1

from:https://notebookspec.com/web/659790-4-recommended-acer-nitro-desktop

7 Acer Nitro 5 สเปคดีท้าชนทุกเกมสบายๆ อัพเดทปี 2022

Acer Nitro 5 ปี 2022 นี้ นับว่าสเปคแรงจบอยู่! ใครขี้เกียจประกอบคอมเปลี่ยนมาสายโน๊ตบุ๊คดีกว่า!

nitro 5 cover

ถ้าจะซื้อเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คสักเครื่อง งบประมาณราว 50000 บาท น่าจะเป็นราคาที่กำลังดีไม่มากไปจนบางคนตัดสินใจจ่ายไม่ลง ซึ่งเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเช่น Acer Nitro 5 ราคา 50000 บาท ณ ปี 2022 นี้ก็มีรุ่นน่าสนใจให้เลือกตั้งแต่สเปคเริ่มต้นราคาแค่ 3 หมื่นบาทไปจนสุดงบประมาณ และยังมีสเปคย่อยซอยแยกการ์ดจอและซีพียูให้เลือกด้วยทั้งฝั่ง AMD หรือ Intel จับคู่กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX Series ซึ่งสามารถรันเกมฟอร์มยักษ์ในปัจจุบันได้ทุกเกมอย่างแน่นอน

Advertisementavw

จุดเด่นของตระกูล Acer Nitro 5 คือการเปิดฝาอัพเกรดเครื่อง เพิ่ม RAM, M.2 NVMe SSD ได้สะดวก รวมทั้งระบบระบายความร้อนภายในตัวเครื่องก็สามารถจัดการอุณหภูมิได้เป็นอย่างดี ไม่แพ้แบรนด์เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คจากค่ายคู่แข่งเลย และ Acer Nitro 5 ราคา 50000 บาทบางรุ่นย่อยก็จัดสเปคและทำราคาได้คุ้มค่ากว่าแบรนด์คู่แข่ง และรุ่นเริ่มต้นบางรุ่นก็ให้สเปคพื้นฐานมาดี เหลือแค่อัพเกรด RAM ให้เกิน 8GB ก็เล่นเกมและทำงานได้สบายๆ ให้งานหนักสักหน่อยก็ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

Acer Nitro 5 ราคา 50000

7 Acer Nitro 5 ราคา 50000 บาท สเปคดีน่าซื้อ ทำงานดีเล่นเกมลื่น

หากใครเตรียมเงินเอาไว้ซื้อ Acer Nitro 5 ราคา 50000 บาทแล้ว แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะซื้อรุ่นไหนไปเล่นเกมดี หรืออยากดูว่าในงบระดับนี้จะมีรุ่นย่อยไหนน่าซื้อมาเล่นเกมบ้าง ณ ปี 2022 นี้จะมีให้เลือกทั้งหมด 7 รุ่นที่สเปคต่อราคาคุ้มค่า บางรุ่นอัพเกรดเพิ่มนิดหน่อยก็ใช้งานได้ยาวๆ เลยทีเดียว

  1. Acer Nitro 5 AN515-45-R2MT (29,090 บาท)
  2. Acer Nitro 5 AN515-57-5959 (32,750 บาท)
  3. Acer Nitro 5 AN515-45-R4B1 (33,790 บาท)
  4. Acer Nitro 5 AN515-57-51QF (37,900 บาท)
  5. Acer Nitro 5 AN515-45-R4U8 (36,550 บาท)
  6. Acer Nitro 5 AN515-57-9710 (45,990 บาท)
  7. Acer Nitro 5 AN515-57-73N0 (46,150 บาท)
1. Acer Nitro 5 AN515-45-R2MT (29,090 บาท)

20210407 101743 c

Acer Nitro 5 AN515-45-R2MT เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นแรกในบทความ Acer Nitro 5 ราคา 50000 บาท ซึ่งเครื่องนี้เตรียมเงินเอาไว้ไม่เกิน 30000 บาทก็เป็นเจ้าของได้แล้ว แค่อัพเกรดเพิ่มแรมเป็น 16GB เท่านี้ก็ทำงานดีเล่นเกมลื่นอย่างแน่นอน

ซีพียูใน Acer Nitro 5 ราคา 50000 บาท เครื่องนี้เป็น AMD Ryzen 5 5600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz จับคู่กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6 หน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz ส่วนพอร์ตการเชื่อมต่อมี USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ด้วย ตัวเครื่องหนัก 2.2 กิโลกรัม ซึ่งสเปคนี้อาจจะดูไม่หวือหวานัก แต่ก็เป็น Acer Nitro 5 การ์ดจอ GeForce RTX 3050 ราคาถูกสุดในท้องตลาด ณ ตอนนี้

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-45-R2MT
  • CPU : AMD Ryzen 5 5600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 10 Home
  • Weight : 2.2 กิโลกรัม
  • Price : 29,090 บาท (Advice) 
2. Acer Nitro 5 AN515-57-5959 (32,750 บาท)

Nitro 5 AN515 57 bk

ส่วน Acer Nitro 5 ราคา 50000 บาท แต่ขอซีพียูเป็น Intel จะมีรหัส Acer Nitro 5 AN515-57-5959 ที่แชร์สเปคแทบทั้งหมดร่วมกันกับข้อก่อน แต่เปลี่ยนซีพียูเป็น Intel Core i5-11400H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.7-4.5GHz และการ์ดจออัพเกรดประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเป็น NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 ซึ่งประสิทธิภาพตอนเล่นเกมจะดีและไหลลื่นขึ้นมาก เหลือแค่อัพเกรดแรมเป็น 16GB เท่านี้ก็ทำงานและเล่นเกมได้เป็นอย่างดีแน่นอน

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-57-5959
  • CPU : Intel Core i5-11400H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.7-4.5GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 10 Home
  • Weight : 2.2 กิโลกรัม
  • Price : 32,750 บาท (Advice) 
3. Acer Nitro 5 AN515-45-R4B1 (33,790 บาท)

Nitro 5 AN515 45 f

ด้านคนหา Acer Nitro 5 ราคา 50000 บาทเอาไปทำงานเป็นหลักแต่ก็เล่นเกมได้ดีไม่แพ้กัน จะมีรุ่นย่อยรหัส Acer Nitro 5 AN515-45-R4B1 ซึ่งอัพเกรดซีพียูเป็น AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4GHz พร้อมเพิ่มแรมเป็น 16GB DDR4 บัส 3200MHz ให้จากโรงงาน แต่การ์ดจอยังเป็น NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6 อยู่ แต่ประสิทธิภาพจัดว่าไม่ขี้เหร่เลย เพราะเล่นเกมฟอร์มยักษ์ในปัจจุบันทุกเกมได้สบายๆ และเพิ่มเงินจากรุ่นในข้อก่อนอีกราวหนึ่งพันบาท ก็ได้ซีพียูรหัสแรงไปใช้งานแล้ว

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-45-R4B1
  • CPU : AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 10 Home
  • Weight : 2.2 กิโลกรัม
  • Price : 33,790 บาท (Advice) 
4. Acer Nitro 5 AN515-57-51QF (37,900 บาท)

Nitro 5 AN515 56 t

ส่วนเกมเมอร์ที่อยากได้ Acer Nitro 5 ราคา 50000 บาท เน้นเล่นเกมเป็นหลัก มี Acer Nitro 5 AN515-57-51QF ให้เลือก ซึ่ง Nitro 5 เครื่องนี้ใช้ซีพียู Intel Core i5-11400H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.7-4.5GHz จับคู่การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6 มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ แรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz นอกจากนั้นจะแชร์สเปคร่วมกับ Nitro 5 รุ่นอื่น ด้านประสิทธิภาพต้องเรียกว่าเล่นเกมฟอร์มยักษ์ได้สบายๆ แน่นอน

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-57-51QF
  • CPU : Intel Core i5-11400H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.7-4.5GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 10 Home
  • Weight : 2.2 กิโลกรัม
  • Price : 37,900 บาท (Advice) 
5. Acer Nitro 5 AN515-45-R4U8 (36,550 บาท)

20210407 101743 c

ถ้าเกมเมอร์คนไหนอยากได้ Acer Nitro 5 ราคา 50000 บาท สเปคดีเท่าข้อที่แล้ว แต่ขอซีพียูเป็น AMD Ryzen ล่ะก็ Acer Nitro 5 AN515-45-R4U8 รุ่นนี้ซึ่งใช้ AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4GHz แทน และหน้าจออัพเกรดความละเอียดคมชัดเป็น 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz แทนและแชร์สเปคอื่นๆ ไม่ว่าจะการ์ดจอ, ความจุของ M.2 NVMe SSD, RAM เท่ากันทั้งหมดน่าจะตอบโจทย์เกมเมอร์อย่างแน่นอน ส่วนประสิทธิภาพจัดว่าแรงไม่ต้องกังวลแน่นอน

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-45-R4U8
  • CPU : AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 10 Home
  • Weight : 2.2 กิโลกรัม
  • Price : 36,550 บาท (Advice) 
6. Acer Nitro 5 AN515-57-9710 (45,990 บาท)

Nitro 5 AN515 57 bk

ส่วนของ Acer Nitro 5 ราคา 50000 บาท รหัส Acer Nitro 5 AN515-57-9710 รหัสนี้เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่ซีพียูทรงพลังที่สุดรุ่นหนึ่งในบทความนี้ สามารถรันโปรแกรมใหญ่ๆ เช่นโปรแกรมตัดต่อวิดีโอได้เป็นอย่างดีแน่นอน โดยซีพียูเป็น Intel Core i9-11900H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.5-4.9GHz ติดตั้ง M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB พร้อม Windows 11 Home มาให้ในตัวพร้อมแรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz มาให้ และใช้หน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz ด้านพอร์ตและการเชื่อมต่อยังเหมือนกับ Acer Nitro 5 รุ่นอื่นๆ ซึ่งรุ่นนี้จัดว่าเหมาะกับใช้โปรแกรมเน้นกำลังประมวลผลซีพียูสูงๆ เป็นอย่างมาก

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-57-9710
  • CPU : Intel Core i9-11900H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.5-4.9GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.2 กิโลกรัม
  • Price : 45,990 บาท (ราคากลาง) 
7. Acer Nitro 5 AN515-57-73N0 (46,150 บาท)

Nitro 5 AN515 56 t

Acer Nitro 5 ราคา 50000 บาท รุ่นสุดท้ายในบทความนี้ รหัส Acer Nitro 5 AN515-57-73N0 จัดเป็นรุ่นแรงและคุ้มค่าสุด ณ ปี 2022 นี้แล้ว ซึ่งสเปคโดยรวมจัดว่าดีทั้งเอาไว้เล่นเกมแทนเกมมิ่งพีซีสักเครื่องหรือเอาไว้ทำงานหนักก็จัดการได้สบายๆ โดยซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i7-11800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.3-4.6GHz จับคู่การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3070 แรม 8GB GDDR6 ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz ติดตั้ง M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home มาให้ มีแรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz ส่วนการเชื่อมต่อแชร์พอร์ตและการเชื่อมต่อไร้สายร่วมกับ Acer Nitro 5 รุ่นอื่นๆ ซึ่งถ้าเกมเมอร์คนไหนไม่อยากประกอบเกมมิ่งพีซีให้วุ่นวาย ขอแค่เปิดเครื่อง ล็อคอินแล้วใช้ได้เลย ก็แนะนำให้ซื้อเครื่องนี้ไปใช้จะดีสุด และสเปคจัดว่าแรงพร้อมเล่นเกมไปได้อีกอย่างน้อย 3 ปีแน่นอน

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-57-73N0
  • CPU : Intel Core i7-11800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.3-4.6GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3070 แรม 8GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 10 Home
  • Weight : 2.2 กิโลกรัม
  • Price : 46,150 บาท (Advice) 

สรุปสเปค Acer Nitro 5 ราคา 50000 บาท 7 รุ่นเด็ดน่าโดน

เกมเมอร์ที่กำลังคิดจะซื้อ Acer Nitro 5 ราคา 50000 บาทเอาไว้ทำงานหรือเล่นเกมสักเครื่อง ในตอนนี้จะมีให้เลือกหลากหลายรุ่นมากตั้งแต่งบ 3 หมื่นต้นไปจนรุ่นราคาเกือบเต็มงบประมาณเลยทีเดียว หากสรุปสเปคแล้วจะเป็นดังนี้

สเปค Acer Nitro 5 ราคา 50000 บาท CPU, GPU RAM, SSD, Software หน้าจอ, น้ำหนัก การเชื่อมต่อ ราคา (บาท)
Acer Nitro 5 AN515-45-R2MT AMD Ryzen 5 5600H

NVIDIA GeForce RTX 3050

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 10 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144Hz

2.2 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

29,090
Acer Nitro 5 AN515-57-5959 Intel Core
i5-11400H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 10 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144Hz

2.2 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

32,750
Acer Nitro 5 AN515-45-R4B1 AMD Ryzen 7 5800H

NVIDIA GeForce RTX 3050

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 10 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144Hz

2.2 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

33,790
Acer Nitro 5 AN515-57-51QF Intel Core
i5-11400H

NVIDIA GeForce RTX 3060

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 10 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144Hz

2.2 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

37,900
Acer Nitro 5 AN515-45-R4U8 AMD Ryzen 7 5800H

NVIDIA GeForce RTX 3060

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 10 Home

15.6″ QHD IPS

Refresh Rate 165Hz

2.2 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

36,550
Acer Nitro 5 AN515-57-9710 Intel Core
i9-11900H

NVIDIA GeForce RTX 3060

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ QHD IPS

Refresh Rate 144Hz

2.2 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

45,990
Acer Nitro 5 AN515-57-73N0 Intel Core
i7-11800H

NVIDIA GeForce RTX 3070

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 10 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144Hz

2.2 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

46,150

สำหรับเกมเมอร์หรือคนทำงานที่คิดจะซื้อ Acer Nitro 5 ราคา 50000 บาท มาใช้ ส่วนตัวผู้เขียนเห็นว่าไม่จำเป็นต้องซื้อรุ่นให้แพงจนเกือบ 50000 บาทก็ได้ แต่เลือกรุ่นสเปคตอบโจทย์การใช้งานสุดก็พอ อย่างเช่นเอารุ่นแรกในบทความนี้ เพราะเน้นทำงานออฟฟิศเป็นหลักแล้วเล่นเกมเวลาว่าง ส่วนเงินที่เหลือก็เอาไปซื้อแรมมาอัพเกรดหรือซื้อหน้าจอแยก, เกมมิ่งคีย์บอร์ด, เมาส์เกมมิ่งมาเติมก็น่าสนใจ หรือถ้าใครมีอุปกรณ์เหลือจากเกมมิ่งพีซีที่บ้านอยู่แล้วและเน้นเล่นเกมเป็นหลัก ก็ซื้อตัวท็อปที่สุดตามงบประมาณมาใช้ดีกว่า

ส่วนตัวผู้เขียนขอย้ำว่าให้ทำการบ้านกับตัวเองก่อนว่าปกติแล้วเน้นใช้งานแบบไหนแล้วซื้อโน๊ตบุ๊คให้พอใช้งาน หรืออาจจะเผื่อสเปคไปอีกนิดหน่อยแล้วเอาส่วนต่างไปอัพเกรดตัวเครื่องและอุปกรณ์เสริมจะดีที่สุด จะได้ใช้เครื่องได้เต็มประสิทธิภาพด้วย


บทความที่เกี่ยวข้อง

predator cover

acermonitor cover

swift cover

from:https://notebookspec.com/web/646874-7-acer-nitro-5-under-50000-baht

รีวิว Alienware Gaming Gear Set 3 ชิ้นสุดเด็ดเพื่ออารยธรรมเกมมิ่งระดับมนุษย์ต่างดาว!

Alienware Gaming Gear เซ็ตสุดเด็ดเพื่อเกมเมอร์ที่ชื่นชอบดีไซน์สุดล้ำควรมีไว้เล่นเกม!

alien cover

ชื่อของ Alienware นอกจากเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหรือพีซีเกมมิ่งประกอบสำเร็จรูปสุดแรงดีไซน์ล้ำแล้ว ก็มี Alienware Gaming Gear ให้เกมเมอร์ที่เลือกซื้อโน๊ตบุ๊คระดับไฮเอนด์ไปเล่นเกมแล้ว ยังมีเกมมิ่งเกียร์ที่เข้าเซ็ตกันได้เอาไปเล่นเกมได้ด้วย และดีไซน์ก็เรียกว่าเข้าเซ็ตกันได้อย่างพรีเมี่ยม คงคอนเซปท์ความเป็น Alienware เอาไว้ครบถ้วนทั้งความพรีเมี่ยมและฟีเจอร์ที่เอื้อเกมเมอร์แบบเต็มที่และไฟ RGB ทำให้จัดโต๊ะคอมได้สวยเท่มีสไตล์อย่างที่เกมเมอร์ต้องชอบอย่างแน่นอน

Advertisementavw

ซึ่งใครกำลังอยากได้ Alienware Gaming Gear เรียกว่าโชคดีมาก ๆ เพราะตอนนี้เค้าจะแถม ที่วางหูฟังที่พิมพ์ Badge โลโก้ Alienware ไว้ วางใน Gaming  Setup ได้เข้าชุดกันดีมาก ได้ความ Alienware แบบเต็มที่ นอกจากนี้ฟีเจอร์และดีไซน์ของเกมมิ่งเกียร์ทั้ง 3 ชิ้นที่ได้รับมารีวิวก็ต้องถือว่าไม่แพ้แบรนด์ผู้ผลิตเกมมิ่งเกียร์ชั้นนำหลายๆ เจ้าอย่างแน่นอน

Alienware Gaming Gear

NBS Verdict

alienwareset DSC09999

Alienware Gaming Gear ทั้งหูฟัง Alienware 510H 7.1 Gaming Headset, เมาส์ AW610M Wired/Wireless Gaming Mouse และคีย์บอร์ด Alienware AW410K Mechanical Gaming Keyboard ต้องถือว่าเป็นเกมมิ่งเกียร์ดีไซน์สวยได้คอนเซปท์ความอวกาศและยานเอเลี่ยนอย่างเต็มที่ สังเกตจากดีไซน์สี่เหลี่ยมผืนผ้าขอบโค้งเหมือนวงรีเป็นรายละเอียดเล็กน้อยที่ทางค่ายใส่ใจออกแบบมาอย่างปรานีต ในส่วนตรงโซนพอร์ตท้ายเครื่องทำให้ดูเหมือนเป็นชิ้นส่วนจากยานเอเลี่ยนจริงๆ

alienware

นอกจากความสวยงามแล้ว ฟีเจอร์ที่ติดตั้งมาให้ในเกมมิ่งเกียร์เซ็ตนี้ก็ให้มาแบบจัดเต็มและตั้งค่าได้ด้วยโปรแกรมตั้งค่าเกมมิ่งเกียร์ Alienware Command Center ซึ่งตั้งค่าฟังก์ชั่นการทำงาน, ปุ่มต่างๆ, ไฟ RGB ฯลฯ ได้ครบถ้วน เรียกว่าโปรแกรมเดียวจบครบพร้อมใช้งานทันที

alienwareset DSC09997

อย่างไรก็ตาม เรื่องจุดสังเกตเล็กๆ น้อยๆ ที่ยังมีให้เห็นอยู่บ้างและผู้เขียนขอตั้งข้อสังเกตเผื่อไว้ โดยแยกชิ้นเกมมิ่งเกียร์คือ ตัวหูฟังจะแยกชุดควบคุมออกมาไว้ที่ตัวสายหูฟัง ไม่มีปุ่มปิด, เพิ่ม, ลดเสียงติดไว้เลย แม้จะคุมที่สายอย่างเดียวได้สะดวกยิ่งถ้ามีปุ่มหลักๆ ติดที่ตัวหูฟังเลย น่าจะยิ่งทำให้การใช้งานสะดวกขึ้น

ด้านของคีย์บอร์ดแบบ Full-size ตั้งค่าได้ละเอียดและมีปุ่มหลักๆ อย่าง Windows Lock และ Multimedia key ติดตั้งมาให้และตั้งค่าได้ละเอียดก็ตาม แต่จุดที่น่าสังเกตจะเป็นเรื่องสวิตช์แม้จะเป็น Cherry MX Brown แบบ Tactile แต่สัมผัสตอนพิมพ์กลับรู้สึกว่าแรงดีดคืนนั้นยังอ่อนไปเล็กน้อยผิดกับที่ผู้เขียนเคยใช้งานมาและคีย์แคปที่ค่อนข้างบางถึงบางมากจนรู้สึกว่าตัวแคปไม่แน่นอย่างที่เกมมิ่งคีย์บอร์ดแบรนด์อื่นเป็น จนรู้สึกว่าทาง Alienware ควรใส่ใจส่วนของคีย์แคปให้ดีกว่านี้เป็นพิเศษด้วย

ข้อดีของ Alienware Gaming Gear Set
  1. ดีไซน์คงความ Alienware ให้ความสวยงามเข้าเซ็ตกับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คของทางค่าย
  2. หูฟัง 7.1 แชนแนลให้เสียงที่ดีและแยกมิติเสียงได้ชัดเจนระดับหนึ่งทั้งตอนเล่นเกมและดูหนังฟังเพลง
  3. ไมค์ของหูฟังดีไซน์ให้ดึงออกและดันเก็บกลับเข้าหูฟังได้ ทำให้เก็บแล้วเรียบร้อยไม่หล่นหายแน่นอน
  4. หูฟังใช้วิธีสไลด์ตัวครอบหูขึ้นลงแทนการยืดก้าน ทำให้ดีไซน์ภายนอกยังสวยและตัวก้านไม่โดนยืดยาวเกินไปและชิ้นส่วนไม่เสื่อมสภาพในระยะยาว
  5. ได้ที่ตั้งหูฟังแถมมาเมื่อซื้อเป็น Boxset และแท่นตั้งหูฟังทำได้แข็งแรงดี
  6. เมาส์เกมมิ่งใช้แบบมีหรือไร้สายก็ได้และมีตัวขยายสัญญาณแถมมาให้ลากเมาส์ได้ไหลลื่นเหมือนต่อสายตามปกติ
  7. เมาส์มีตัวขยายสัญญาณต่อสายมาวางใกล้เมาส์ให้รับส่งสัญญาณตอนเล่นเกมได้ดีขึ้น
  8. ดีไซน์เมาส์มีปีกท้ายเมาส์มารับแม่โป้งกับนิ้วก้อย ทำให้มือลอยเหนือพื้นโต๊ะเล็กน้อย ลากเมาส์ตอนเล่นเกมได้เร็วไม่เบียดมือ
  9. คีย์บอร์ดใช้ Cherry MX Brown เป็น Tactile ทำงานได้ดี กดได้ราว 100 ล้านครั้ง ตั้งค่าปุ่มได้ด้วยโปรแกรม Alienware Command Center
  10. มีช่อง USB-A Passthrough ติดตั้งมาให้หลังคีย์บอร์ดเอาไว้ต่อเมาส์หรือหูฟังได้โดยไม่ต้องต่อคอมโดยตรง
ข้อสังเกต Alienware Gaming Gear Set
  1. ชุดควบคุมเสียงของหูฟังอยู่ที่สายอย่างเดียว ไม่มีปุ่มหลักๆ ที่ใช้งานประจำที่ตัวหูฟัง
  2. คีย์แคปของคีย์บอร์ดจัดว่าบางถึงบางมาก ทำให้สัมผัสตอนพิมพ์งานหรือเล่นเกมรู้สึกไม่แน่นเท่าที่ควร
  3. Alienware Command Center ยังรองรับเฉพาะเกมมิ่งพีซีหรือโน๊ตบุ๊คของ Alienware เป็นหลัก ยังนำไปติดตั้งในเกมมิ่งพีซีหรือโน๊ตบุ๊คเครื่องอื่นๆ ไม่ได้

สเปคและดีไซน์ของ Alienware Gaming Gear Set

alienwareset DSC09897

สำหรับเกมมิ่งเกียร์ของ Alienware ตอนนี้จะมีโปรโมชั่นซื้อยกเซ็ตจะได้มาเป็นกล่องพร้อมเอาไปเล่นเกมได้เลย ได้ทั้งเมาส์, คีย์บอร์ด, หูฟังครบเครื่องและแถมที่ตั้งหูฟังมาอีกชิ้นหนึ่งด้วย เวลาไม่ได้เล่นเกมแล้วก็สามารถวางหูฟังเก็บได้เลย

Alienware 510H 7.1 Gaming Headset

alienwareset DSC09905

alienwareset DSC09906
alienwareset DSC09907
alienwareset DSC09908
alienwareset DSC09909

ดีไซน์ของ Alienware 510H 7.1 Gaming Headset ที่กล่องจะเป็นดีไซน์เรียบๆ เป็นโทนสีขาวดำและสกรีนตัวหูฟังเอไว้ด้านหน้าและด้านหลังเป็นสเปคและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ติดมาในหูฟัง ส่วนด้านข้างกล่องจะเป็นสเปคเด่นๆ ซึ่งสเปคโดยละเอียดจะเป็นดังนี้

  • เฮดโฟนแบบ Full-size รองรับความถี่เสียง 20 – 40,000 Hz จำลองเสียง 7.1 แชนแนล
  • เชื่อมต่อด้วยสายหูฟัง 3.5 มม. เข้ากับคอมพิวเตอร์หรือใช้ USB DAC ก็ได้
  • ตัวสายที่แถมมามีสลักเลื่อนเพื่อ Mute หรือ Unmute เสียงไมค์ก็ได้
  • ไมโครโฟนติดตั้งมากับตัวหูฟังเป็นแบบไมค์ Boom รับเสียงแบบ Uni-directional รองรับความถี่เสียง 100-10,000 Hz มีระบบตัดเสียงรบกวน
  • มีหัวแปลงจากช่องหูฟัง 3.5 มม. หัวเดียวแยกเป็นแชนแนลไมค์กับหูฟังแยกเฉพาะด้วย

alienwareset DSC09903

ส่วนขาตั้งหูฟังที่ได้แถมฟรีเมื่อสั่งซื้อ Alienware Gaming Gear ยกเซ็ต จะใส่มาในกล่องให้ประกอบด้วยตัวเอง ซึ่งต่อได้ง่ายๆ แค่เสียบตัวเสาเข้ากับฐานบนและล่างเท่านั้น ไม่กี่วินาทีก็เสร็จพร้อมวางหูฟังได้เลย และมี Badge ยางโลโก้ Alienware แถมมาให้ด้วย

alienwareset DSC09918
alienwareset DSC09921
alienwareset DSC09919
alienwareset DSC09920

ดีไซน์ของหูฟังจะเป็นโทนขาวดำเป็นหลัก ส่วนด้านหน้าหูฟังจะเป็นกรอบวงรีสีดำติดเอาไว้พร้อมก้านไมโครโฟนแบบซ่อนอีกหนึ่งตัว สามารถดึงออกมาหรือสอดกลับไปก็ได้และตัวไมค์มีระบบตัดเสียงรบกวนในตัว ส่วนหูฟังทั้งสองด้านจะมีโลโก้หน้าเอเลี่ยนของ Alienware แบบเพลทอลูมิเนียมติดเอาไว้ ส่วนด้านหลังจะเรียบๆ ไม่มีปุ่มตั้งค่าหรือเพิ่มลดเสียงติดไว้ที่ตัวหูฟังเลย ยกเว้นเฉพาะช่องหูฟัง 3.5 มม. สำหรับต่อกับสายหูฟังและ USB DAC ที่แถมมาในกล่อง

alienwareset DSC09923

alienwareset DSC09922
alienwareset DSC09924
alienwareset DSC09925

ตัวพอร์ตหูฟัง 3.5 มม. จะติดอยู่ที่ตัวหูฟังฝั่งซ้ายมือ ด้านในจะสกรีน L, R แยกฝั่งซ้ายขวาติดไว้ชัดเจนให้เลือกสวมได้อย่างง่ายดายและบิดหูฟังให้วางราบกับพื้นโต๊ะได้แต่จะบิดทางเดียว ถ้าบิดสวนทาง ตัวหูฟังจะบิดออกได้เล็กน้อยเท่านั้น

ส่วนการสไลด์ปรับระยะหูฟังให้เข้ากับขนาดหัวของผู้ใช้ Alienware 510H ตัวนี้จะไม่ได้เลื่อนตัวก้านบิดให้ยืดหดเข้าออกแต่จะสไลด์ตัวครอบหูขึ้นลงให้เข้ากับขนาดศีรษะของผู้ใช้แทน ทำให้รูปร่างของตัวเฮดโฟนไม่เปลี่ยนแปลงและดูสวยเหมือนเดิม ไม่ต้องยืดก้านให้ดีไซน์ตัวหูฟังเปลี่ยนอีกด้วย ซึ่งดีไซน์แบบนี้โดยส่วนตัวผู้เขียนชื่นชอบเป็นพิเศษ

alienwareset DSC09910

alienwareset DSC09912
alienwareset DSC09913
alienwareset DSC09914
alienwareset DSC09917
alienwareset DSC09915
alienwareset DSC09916

สำหรับสายที่ติดมาพร้อมกับ Alienware 510H ตัวนี้ จะมี 3 เส้นด้วยกัน คือสาย 3.5 มม. ต่อตรงเข้ากับพีซีหรือโน๊ตบุ๊คที่ช่องหูฟัง 3.5 มม. ได้โดยตรงแล้วเป็นหัวแบบ Combo รวมทั้งไมค์และหูฟังในตัว แต่ถ้าต่อเข้าพีซีจะมีหัวแปลงแยกเป็นแชนแนลเฉพาะของไมค์และหูฟังอย่างละช่องและมีตัวปรับ Volume เพิ่มลดติดตั้งมาด้วย

USB DAC จะเป็นสาย USB-A กับช่องหูฟัง 3.5 มม. ใช้ต่อระหว่างหูฟังกับพีซีได้เลย ซึ่งถ้าใครเน้นเล่นเกมเป็นหลักผู้เขียนแนะนำให้ต่อ DAC ไปเลยเพราะนอกจากง่าย รับส่งสัญญาณเสียงเป็นดิจิตอลได้เสียง 7.1 แชนแนลแล้ว ที่ตัวก้านควบคุมยังมีตัวสไลด์ Mute, Unmute หูฟังได้ด้วย ทำให้เวลาเล่นเกมที่ต้องใช้ไมค์ไม่ว่าจะ Among Us, Phasmophobia จะสามารถปิดไมค์เมื่อไม่ต้องการใช้งานได้สะดวก

Alienware AW610M Wired/Wireless Gaming Mouse

alienwareset DSC09931

alienwareset DSC09926
alienwareset DSC09927
alienwareset DSC09929
alienwareset DSC09928

ด้านเกมมิ่งเมาส์ Alienware AW610M Wired/Wireless Gaming Mouse ตัวนี้ก็จะยึดดีไซน์กล่องเหมือนกันกับหูฟัง Alienware ในเซ็ตเดียวกัน โดยมีภาพของตัวเมาส์และสกรีนสเปคและจุดเด่นเอาไว้ที่รอบตัวกล่องทั้งสเปคและจุดเด่นหลัก ซึ่งสเปคจะเป็นดังนี้

  • ดีไซน์เมาส์เป็นแบบจับถนัดมือขวา มีปุ่มกด 7 ปุ่ม ตั้งค่าได้ด้วยโปรแกรม Alienware Command Center เลือกได้ระหว่างสีขาวหรือดำ รองรับการกด 50 ล้านครั้ง
  • มีไฟ RGB AlienFX lighting
  • ตัวเมาส์อัตราเร่ง 40G ความเร็ว 400 IPS, Polling Rate 1,000 Hz ทั้งแบบมีสายและไร้สาย
  • ในกล่องแถมสายเชื่อมต่อเมาส์มาให้ยาว 2 เมตร มีตัวรับสัญญาณแถมมาด้วย
  • ค่า DPI สูงสุด 16,000 DPI ตั้งค่าได้
  • บันทึกโปรไฟล์ออนบอร์ดในเมาส์ได้ 5 โปรไฟล์
  • รองรับระบบปฏิบัติการ Windows 10 หรือใหม่กว่า
  • แบตเตอรี่ฝังในตัว ใช้งานต่อเนื่องได้นานสุด 350 ชั่วโมง

alienwareset DSC09938

alienwareset DSC09942
alienwareset DSC09943
alienwareset DSC09941
alienwareset DSC09940

ดีไซน์ของเมาส์เกมมิ่งตัวนี้ จะเป็นแบบจับถนัดขวาและเป็น Ergonomic Design ที่ Alienware วิจัยและออกแบบมาโดยเฉพาะ ซึ่งสังเกตว่าตัวเมาส์จะหลังค่อนข้างโค้งทำให้คนที่จับแบบ Palm, Claw Grip จับได้ดี แต่น้ำหนักค่อนข้างมากทำให้คนจับแบบ Fingertip Grip จับแล้วเมื่อยนิ้วเร็วสักหน่อย แต่จากที่จับใช้ทำงานและเล่นเกมต้องถือว่าดีไซน์ Ergonomic ของ Alienware ทำให้จับเมาส์ใช้งานต่อเนื่องหลายชั่วโมงได้สบายๆ แน่นอน

ด้านปุ่มและพอร์ตเชื่อมต่อนอกจากปุ่มปกติแล้ว ด้านหน้าเมาส์จะเป็นพอร์ต Micro USB ที่เมาส์เกมมิ่งหลายๆ รุ่นนิยมใช้งานกันในปัจจุบัน ส่วนด้านหลังที่ใกล้สันมือนอกจากโลโก้ Alienware ที่เป็นไฟ RGB “AlienFX lighting” ทางบริษัทก็ดีไซน์ให้ตัวท้ายเมาส์โค้งรับมือแล้วยังมีปีกข้างสองฝั่งยื่นออกมารับส่วนของแม่โป้งและนิ้วก้อยให้มือไม่ติดกับพื้นโต๊ะหรือแผ่นรองเมาส์ ข้อดีคือเวลาจับแล้วลากเมาส์แล้วทั้งมือจะลอยอยู่เหนือพื้นโต๊ะเล็กน้อย ช่วยให้ตอนเล่นเกม FPS ลากเมาส์ยาวๆ แล้วเมาส์ไม่เบียดเข้ามือแล้วลากเป้าไม่ทัน ซึ่งดีไซน์ถึงจะแปลกตาไปบ้างแต่ถือว่าใช้งานได้จริงและผู้เขียนชอบเป็นอย่างมาก

alienwareset DSC09944

alienwareset DSC09945
alienwareset DSC09947

ด้านใต้ตัวเมาส์เมื่อตั้งเมาส์ขึ้นจะเห็นว่าตัวเมาส์ดีไซน์พื้นใต้เมาส์เป็นทรงหัวลูกธนูและติดแผ่นใต้เมาส์ (Glide) เอาไว้ 2 เป็นทรงตัว V สองชิ้นเท่านั้นแต่ก็เพียงพอทำให้ลากเมาส์ได้ลื่น มีสวิตช์ทั้งหมด 2 จุด ถ้าไล่จากด้านบนจะเป็นสวิตช์สลับโหมดใช้งาน, เซนเซอร์เมาส์, สวิตช์เปิดปิดเมาส์และ USB Wireless Dongle สกรีนคำว่า G610M ที่เป็นเลขรุ่นเมาส์ เวลาต้องการเก็บก็สอดแล้วกดเข้าไปจะล็อคแบบสปริงและกดเข้าไปอีกครั้งตัว Dongle ก็จะยื่นออกมา เป็นการดีไซน์เก็บตัว USB Wireless ได้ดีมาก

alienwareset DSC09952

alienwareset DSC09932
alienwareset DSC09935
alienwareset DSC09936
alienwareset DSC09937
alienwareset DSC09934

ส่วนการเชื่อมต่อจะมีสายและตัวขยายสัญญาณแถมมาให้ในกล่องเหมือนเมาส์เกมมิ่งไร้สายแบรนด์คู่แข่งหลายๆ แบรนด์ ซึ่งเราสามารถเอา USB-A ต่อคอมพิวเตอร์แล้วเอา Micro USB ต่อเมาส์เล่นแบบมีสายและชาร์จแบตเตอรี่ไปพร้อมๆ กันก็ได้ หรือต่อไร้สายแบบในภาพตัวอย่างคือเอาตัวขยายสัญญาณฝั่ง USB-A ต่อ Dongle ส่วนอีกฝั่งก็ต่อ Micro USB แล้ววางไว้หน้าเมาส์เพื่อขยายสัญญาณได้เลย ทำให้เวลาเล่นเกมแล้วเมาส์รับส่งสัญญาณได้ไหลลื่นไม่มีดีเลย์ให้ลากเมาส์ช้าลงหรือหน่วงอย่างแน่นอน ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนก็ใช้เมาส์เกมมิ่งไร้สายประเภทนี้มาร่วมปีแล้วและชื่นชอบเมาส์ประเภทนี้เป็นอย่างมาก ซึ่งถ้าใครสนใจจะซื้อ Alienware Gaming Gear เซ็ตนี้ไปใช้งานก็สามารถนำไปทำงานและเล่นเกมได้อย่างมีความสุขแน่นอน

Alienware AW410K Mechanical Gaming Keyboard

alienwareset DSC09953
alienwareset DSC09954
alienwareset DSC09956
alienwareset DSC09955

Alienware AW410K Mechanical Gaming Keyboard เป็น Alienware Gaming Gear อีกชิ้นในเซ็ตเกมมิ่งเกียร์เซ็ตนี้ เป็น Mechanical Keyboard แบบ Full-size มีปุ่มมาครบถ้วนพร้อมใช้ทำงานและเล่นเกมได้ทั้งหมดและมีไฟ RGB ตั้งค่าสีสันทั้งหมดใน Alienware Command Center ได้ด้วย โดยหน้ากล่องด้านหน้าและหลังจะสกรีนภาพคีย์บอร์ดตัวนี้เอาไว้ และเขียนสเปคกับจุดเด่นเอาไว้ด้านหลังและข้างกล่อง ส่วนสเปคโดยละเอียดเป็นดังนี้

  • Mechanical Keyboard แบบ Full-size มีไฟ RGB 16.8 ล้านสี มีขาตั้งยกระดับความสูงคีย์บอร์ดได้ 2 ระดับ
  • สวิตช์ Cherry MX Brown แบบ Tactile กดได้สูงสุด 100 ล้านครั้ง
  • รองรับ Anti-ghosting, N-Key rollover ทำให้กดปุ่มบนคีย์บอร์ดได้หลายปุ่มพร้อมกัน
  • ติดตั้ง Hot Keys มาให้ มีปุ่มหลักๆ คือ Mute, Play/Pause, Stop, Backward, Skip Forward/Backward 
  • เชื่อมต่อด้วย USB-A x 2 เส้น แบ่งเป็นสายสำหรับคีย์บอร์ดและสายเพื่อใช้ USB-A 2.0 Passthrough อีกเส้นหนึ่ง
  • มีช่อง USB-A Passthrough ติดตั้งไว้ด้านหลังคีย์บอร์ด ใช้โอนไฟล์หรือต่อเมาส์ได้

alienwareset DSC09958

alienwareset DSC09961
alienwareset DSC09962
alienwareset DSC09964
alienwareset DSC09987
alienwareset DSC09988

สำหรับหน้าตาของ Alienware AW410K Mechanical Gaming Keyboard ตัวนี้ จัดว่าเป็นเกมมิ่งคีย์บอร์ดที่ยังคงดีไซน์ของ Alienware Gaming Gear เอาไว้ได้อย่างชัดเจน โดยขอบด้านหน้าคีย์บอร์ดจะมีดีไซน์วงโค้งและสลักคำว่า Alienware ติดเอาไว้ ส่วนขอบข้างซ้ายขวาของตัวคีย์บอร์ดจะออกแบบให้มีสันโค้งไม่เรียบตรงลงมาเหมือนกับคีย์บอร์ดแบรนด์อื่นๆ ทำให้ดีไซน์ดูมีเอกลักษณ์ยิ่งขึ้น

alienwareset DSC09960

ส่วนขอบด้านหลังคีย์บอร์ดจะมีช่อง USB-A Passthrough ใช้โอนไฟล์เข้าออกคอมพิวเตอร์หรือจะเอาไว้ต่อหูฟัง, เมาส์ของ Alienware Gaming Gear ชิ้นอื่นก็ได้ ช่วยให้เราไม่ต้องเอื้อมไปด้านหลังคอมพิวเตอร์ให้ลำบากหรือเสียเวลา นอกจากนี้ยังมีไฟ RGB ปรับเปลี่ยนสีได้ตามชอบ รวมทั้งไฟยังลอดตัวอักษรขึ้นมาด้วย

alienwareset DSC09979

alienwareset DSC09967
alienwareset DSC09968
alienwareset DSC09969
alienwareset DSC09972

ด้านดีไซน์ทรงปุ่มของคีย์บอร์ดจะเป็นแบบ Float Switch Mechanical Keyboard กล่าวคือคีย์บอร์ดทรงนี้จะเห็นตัวโครงครึ่งบนของสวิตช์ (Top Housing) อยู่เหนือตัวโครงคีย์บอร์ดเลยไม่มีกรอบบนของคีย์บอร์ดมาครอบทับเอาไว้เหมือนกับหลายๆ รุ่น วิธีดูง่ายๆ คือถ้ามองด้านข้างคีย์บอร์ดจะเห็นตัวสวิตช์ชัดเจน โดยข้อดีคือโครง Float Switch แบบนี้จะถอดคีย์แคปทำความสะอาดได้ง่ายและฝุ่นไม่ลงไปจนถึงเลเยอร์ด้านในคีย์บอร์ดให้เก็บสะสมฝุ่น ทำความสะอาดได้ง่ายและดูเท่ออกดิบนิดๆ ด้วย แต่ก็ควรหมั่นรักษาความสะอาดเป็นระยะๆ เนื่องจากผู้เขียนเองก็เคยใช้คีย์บอร์ดโครงแบบนี้มาก่อน ถ้าไม่ทำความสะอาดให้ดีอาจจะมีคราบติดที่ตัวคีย์บอร์ดได้

ส่วนปุ่ม Hot Keys ที่ทางผู้ผลิต Mapping มาให้จะต้องกด Fn ค้างก่อนกดใช้งาน โดยปุ่มหลักๆ ที่ Alienware Mapping มาโดยหลักๆ มี Esc เป็น Fn Lock, F1 เป็น Windows Lock, F5-F6 เพิ่มลดแสงไฟ RGB และ F9-F12 เป็น Multimedia Hot Keys เอาไว้คุมการเล่นเพลงหรือคลิปที่เรากำลังดูอยู่ ส่วนปุ่มเพิ่มลดและปิดเสียงจะแยกเป็น 3 ปุ่มเฉพาะที่มุมบนขวามือของคีย์บอร์ดเลย ซึ่งการแยกปุ่มแบบนี้ส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าเป็นการ Mapping ที่น่าสนใจเช่นกัน เพราะนอกจากมีการตั้งค่ามาโครและอื่นๆ ในโปรแกรม Alienware Command Center แล้ว ยังเอาไว้คุมเสียงลำโพงได้สะดวกอีกด้วย

alienwareset DSC09974

alienwareset DSC09975
alienwareset DSC09976

alienwareset DSC09984
alienwareset DSC09985
alienwareset DSC09986

ส่วนด้านใต้คีย์บอร์ดจะเป็นดีไซน์เรียบๆ ไม่มีลวดลายอะไรเป็นพิเศษ ส่วนด้านหน้าใกล้ผู้ใช้ (ขอบล่างในภาพ) มีตัวกันลื่นติดมาให้ 3 ชิ้น และมีขาตั้งปรับระดับความสูงของคีย์บอร์ดติดมาให้ สามารถกางขาตั้งได้ 2 ระดับ ทำให้ปรับระยะยกตัวคีย์บอร์ดให้สูงขึ้นให้เข้ากับการวางมือเพื่อเล่นเกมหรือพิมพ์งานได้ดีขึ้นอีกด้วย

ด้านตัวคีย์แคปจะเป็น OEM Profile ซึ่งเป็นดีไซน์ทรงยอดนิยมสำหรับคีย์บอร์ดเกมมิ่งแบรนด์ต่างๆ รวมถึง Alienware Gaming Gear ด้วย ข้อดีคือใช้เล่นเกมและพิมพ์งานได้ดีระดับหนึ่งไม่แพ้กับ Cherry Profile เลย ซึ่งถ้าใครยังต้อง Work From Home แล้วอยากซื้อเกมมิ่งเกียร์สักเซ็ตมาใช้ทั้งทำงานและเล่นเกม Alienware Gaming Gear เซ็ตนี้นับว่าทำหน้าที่ได้ดีทั้งคู่

Alienware Command Center

1

สำหรับซอฟท์แวร์ Alienware Command Center นั้นเป็นซอฟท์แวร์เฉพาะที่ทาง Dell ปรับแต่งมาเพื่อใช้กับ Alienware Gaming Gear โดยเฉพาะ ซึ่งถ้าใครใช้พีซีหรือเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Alienware ก็สามารถใช้ปรับแต่งเกมมิ่งเกียร์ทั้ง 3 ชิ้นนี้ได้สบายๆ รวมทั้งมอนิเตอร์รายละเอียดส่วนต่างๆ ของตัวเครื่องได้ด้วย

เมื่อเปิดมาหน้าแรกของโปรแกรม ที่หน้า HOME จะรวมรายละเอียดต่างๆ เอาไว้ทั้ง Theme ของตัวเครื่องที่เซ็ตเป็นค่ามาตรฐานหรือแบบที่ผู้ใช้เซ็ตเอาไว้เอง และแถบด้านข้างจะเป็น Games ที่ติดตั้งเอาไว้ในเครื่อง ซึ่งเราอาจจะกดเปิดเกมที่เล่นเป็นประจำจากตรงนี้เลยก็ได้

2

ด้านแท็บ LIBRARY นั้นจะรวมโปรแกรมกับเกมที่รองรับการทำงานกับ Alienware Command Center เอาไว้ทั้งหมดให้ผู้ใช้เลือกเปิดใช้งานได้สะดวก ซึ่งตัวโปรแกรมจะสั่งสแกนโดยอัตโนมัติหรือจะกดที่มุมขวาบนที่คำว่า Manual เพื่อให้โปรแกรมสแกนซอฟท์แวร์และเกมทั้งหมดอีกครั้งเพื่อเติมเข้า LIBRARY นี้ก็ได้

3

4
5
6
7
8
9

ด้านแท็บ FX ก็นับเป็นไฮไลต์ของ Alienware Command Center นี้ก็ได้เช่นกัน เพราะผู้ใช้สามารถปรับธีมสีสันของเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Alienware และเกมมิ่งเกียร์จากหน้านี้ได้เลย ซึ่งขอยกตัวอย่างเป็นการปรับแต่งสีสันของ Alienware เครื่องนี้ คือซอฟท์แวร์จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือตัวเครื่องและคีย์บอร์ดนั่นเอง โดยเราสามารถเลือกปรับสีสันของโลโก้ด้านหลังเครื่องรวมทั้งปุ่ม Power ที่เป็นโลโก้ Alienware ได้ รวมทั้งกรอบวงรีด้านหลังเครื่องที่ทาง Alienware เรียกพาร์ทชิ้นนี้ว่า Tron ได้ตามสะดวก นอกจากนี้ถ้าสลับไปปรับแต่งสีคีย์บอร์ดก็สามารถเลือกสีสันปุ่มบนคีย์บอร์ดเป็นสีต่างๆ ได้ ตัวอย่างเช่นเ็ซ็ตปุ่ม WASD ที่เกมเมอร์กดเป็นประจำก็เปลี่ยนสีให้ดูสะดุดตายิ่งขึ้นก็ได้เช่นกัน

10

11
12

ส่วนสุดท้ายอย่าง FUSION จะเป็นหน้าต่างเช็คการทำงานของตัวเครื่องว่ามีความผิดปกติหรือไม่ โดยแยกเป็นส่วนหลักๆ คือ CPU ที่แสดงความเร็วเป็น GHz และค่า Voltage และอุณหภูมิตอนทำงาน, แสดงชื่อการ์ดจอว่าอุณหภูมิและความเร็ว ณ ปัจจุบันนี้ทำงานตามปกติหรือไม่รวมทั้งความเร็วของ DRAM ในเครื่อง และผู้ใช้สามารถเลือกปรับแต่งและมอนิเตอร์การทำงานโดยละเอียดอีกด้วย

ต้องถือว่า Alienware Command Center นั้นเป็นซอฟท์แวร์ที่ดีและน่าใช้งานเช่นกัน ซึ่งซอฟท์แวร์นี้ทาง Dell ได้ทำเป็น Exclusive Feature สำหรับแฟนคลับ Alienware โดยเฉพาะ แต่ถ้าผู้ใช้คนไหนใช้ Alienware Gaming Notebook อยู่ก็สามารถใช้งานโปรแกรมนี้ร่วมกับ Alienware Gaming Gear ได้อย่างเต็มที่และปรับแต่งได้เต็มอรรถรสอย่างแน่นอน

User Experience

alienwareset DSC09990

 

เนื่องจากเป็นเกมมิ่งเกียร์สำหรับเกมเมอร์ที่ชื่นชอบอารยธรรม Alienware ดังนั้นนอกจากสเปคที่ดี ทำงานได้ดีเล่นเกมได้ลื่นไหลแล้วก็ยังจัดโต๊ะคอมได้สวยงาม ยิ่งถ้าจับคู่กับ Alienware m15 รุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวหรือจะเป็น Alienware Desktop สวยๆ สักเครื่องให้เข้าเซ็ตกันตอนเล่นเกมยิ่งสวยงามขึ้นไปอีก เพราะว่าธีมการออกแบบที่ล้ำและดูอวกาศแต่ก็สวยหรูและเข้าหลักสรีระศาสตร์ด้วย เลยทำให้เล่นเกมและทำงานต่อเนื่องหลายชั่วโมงได้สบายๆ

จากประสบการณ์การใช้งานของผู้เขียน ถ้าแยกตามเกมมิ่งเกียร์แต่ละชิ้นโดยไม่เกี่ยวกับโปรแกรม Alienware Command Center เริ่มจากคีย์บอร์ด Alienware AW410K Mechanical Gaming Keyboard ที่ใช้สวิตช์ Cherry MX Brown นั้นสามารถตอบสนองทั้งตอนพิมพ์งานและเล่นเกมได้ดีทีเดียว กล่าวคือกดแล้วตอบสนองทันใจและรัวหลายปุ่มได้ไม่มีปัญหา นอกจากนี้ถ้าใครชอบสัมผัสตอนพิมพ์งานของสวิตช์แบบ Tactile ที่มีสองจังหวะคล้าย Cherry MX Blue แต่ไม่ชอบเสียงกระเดื่องที่รบกวนผู้ใช้คนอื่นก็เป็นตัวเลือกที่ดี แต่ส่วนตัวผู้เขียนคิดว่า Cherry MX Brown นั้นจะมีลูก Bump ระดับหนึ่งแต่ไม่ชัดเจนและหนักเท่าแบบ Gateron แต่ออกนุ่มกระเดียดไปทาง Linear เล็กน้อยมากกว่า ซึ่งในส่วนนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของผู้ใช้แต่ละคน

อย่างไรก็ตาม จุดเดียวที่ผู้เขียนคิดว่าถ้า Alienware นำไปปรับปรุงเพิ่มเติมอีกสักหน่อยจะช่วยให้ Alienware AW410K ตัวนี้น่าใช้ขึ้นมาก คือเลือก Keycaps ให้หนาขึ้นอีกสักนิดก็ยังดีเพราะจากที่ผู้เขียนใช้และลองถอดแคปออกมาดูแล้วต้องถือว่าตัวแคปค่อนข้างบางจนบางทีผู้เขียนรู้สึกว่าถ้าทำให้แคปหนาขึ้นอีกสักนิดจะทำให้ตอนพิมพ์งานได้เสียงที่แน่นได้อารมณ์ยิ่งขึ้น ส่วนนอกจากนั้นผู้เขียนถือว่าทางบริษัททำคีย์บอร์ดใน Alienware Gaming Gear เซ็ตนี้ได้ดีแล้ว

alienwareset DSC00002

ด้านตัว Alienware AW610M Wired/Wireless Gaming Mouse รุ่นนี้ผู้เขียนชื่นชอบเป็นส่วนตัว เนื่องจากตัวเมาส์นอกจากตั้งค่าได้ละเอียดดีแล้ว ยังได้เรื่องดีไซน์ที่เหมาะกับผู้ใช้ที่เน้น Palm, Claw Grip ได้ดี และดีไซน์หลังเมาส์จะโก่งขึ้นเล็กน้อยให้จับได้เต็มมือเหมาะกับคนมือใหญ่มากและท้ายเมาส์ที่ดีไซน์เป็นปีกสองฝั่งรองนิ้วโป้งกับนิ้วก้อยที่แตะพื้นโต๊ะอยู่เสมอช่วยให้เกมเมอร์สาย FPS ที่ลากเมาส์ไปมาเร็วๆ นิ้วไม่ติดพื้นโต๊ะและลากเป้าได้สะดวกขึ้น 

ส่วนการใช้งานสามารถเล่นได้ทั้งแบบมีหรือไร้สายก็ได้ แต่โดยส่วนตัวผู้เขียนชอบเล่นแบบไร้สายเป็นหลักเพราะไม่ชอบอาการสายเมาส์รั้งตัวเมาส์ในหลายๆ จังหวะ ซึ่งตัว USB Wireless Dongle กับตัวขยายสัญญาณเมื่อต่อสายแล้วเอามาวางใกล้ๆ เมาส์แล้วสามารถตอบสนองได้เร็วทันใจเหมือนใช้เมาส์สายไม่มีผิด เรียกว่าไม่แพ้กับ Wireless Gaming Mouse ของแบรนด์คู่แข่งอย่างแน่นอน

ด้านค่า DPI สูงสุด 16,000 DPI ต้องถือว่าสูงในระดับที่เกมมิ่งเมาส์ไร้สายหลายๆ ตัวทำได้ แม้จะไม่ถึงระดับ 25,600 DPI อย่างที่เกมมิ่งเมาส์บางแบรนด์ทำได้แต่ก็ถือว่าสูงเพียงพอสำหรับเกมเมอร์แล้ว เพราะเชื่อว่าหลายๆ คนเน้นปรับ DPI, Polling Rate ให้อยู่ในระดับที่ใช้เป็นประจำแล้วเน้นเซนเซอร์ที่ตอบสนองได้คมมากกว่า ซึ่งเมาส์ Alienware AW610M ตัวนี้ถือว่าทำได้ดีทีเดียว ส่วนถ้าใครอยากเอาติดตัวไปทำงานก็เอาตัว USB Dongle เก็บกับเมาส์ใส่กระเป๋าไปได้เลย และข้อดีคือตัวเมาส์นั้นจัดการพลังงานได้ดีทำให้ใช้ทำงานได้ทั้งวันไม่ต้องชาร์จก็ได้

alienwareset DSC09997 1

สุดท้ายเกมมิ่งเฮดโฟน Alienware 510H 7.1 Gaming Headset นี้ ผู้เขียนถือว่าเป็นเฮดโฟนที่เอามาฟังเพลงได้ดีระดับหนึ่งทีเดียว เพราะว่าโทนเสียงของเฮดโฟนตัวนี้จะออกไปทางสเตจเสียงกว้างระดับหนึ่งและออกใสหน่อยแต่เบสมาหนักใช้ได้เลยทีเดียว ทำให้ฟังเพลงร็อคหรือ EDM ได้สนุกระดับหนึ่ง ส่วนเสียงไมโครโฟนนั้นสามารถใช้พูดคุยกับเพื่อนๆ ใน Discord และตอนเล่นเกมได้ชัดเจนทีเดียวไม่ว่าจะใช้แบบสายแจ็ค 3.5 มม. หรือเป็น USB DAC ก็ทำได้ดี

ส่วนจุดน่าสนใจ นอกจากการเล่นเกมที่หูฟังนี้สามารถจำลองเสียง 7.1 แชนแนลได้ชัดเจน แยกทิศทางตอนศัตรูเข้าออกได้ง่ายแล้ว ตอนฟังเพลงตัวหูฟังก็จะพยายามจำลองเสียงให้ได้ทิศทางแบบ 7.1 แชนแนลด้วย ทำให้อรรถรสตอนฟังเพลงได้ความแตกต่างไประดับหนึ่งแต่อย่างไรก็ถือเป็นเฮดโฟนที่ใช้งานได้ดีทั้งฟังเพลงและเล่นเกมแน่นอนและเหมาะกับผู้ใช้เน้นความง่ายใช้ USB DAC เส้นเดียวต่อคอมพิวเตอร์ก็ใช้งานได้ทันทีเป็นอย่างมาก

สรุป

 

alienwareset DSC09996

Alienware Gaming Gear เซ็ตนี้ ต้องถือว่าเป็นเกมมิ่งเกียร์เซ็ตที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากหน้าตาสวยงามเข้าธีมกับเกมมิ่งพีซีหรือโน๊ตบุ๊คของ Alienware ที่ดีไซน์ออกล้ำยุคอีกด้วย ด้านสเปคหน้ากระดาษและประสิทธิภาพตอนใช้งานจริงก็ถือว่าน่าประทับใจไม่น้อย นับว่าไม่แพ้แบรนด์ผู้ผลิตเกมมิ่งเกียร์แบรนด์หลักๆ อย่างแน่นอน

ยิ่งถ้าใครชอบแบรนด์ Alienware เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ในตอนนี้ทางแบรนด์ก็จัดเซ็ตเกมมิ่งเกียร์ให้ผู้ใช้ได้เลือกซื้อแบบยกเซ็ตแล้วได้เป็นกล่องเอาไปเล่นเกมได้เลยและยังได้ของสมนาคุณทั้งที่วางหูฟังและ Alienware badge สุดเท่ให้วางประดับห้องได้อีกด้วย นับเป็นโอกาสที่ดีที่จะซื้อ Alienware Gaming Gear เซ็ตนี้มาเล่นเกมเป็นอย่างมาก


บทความที่เกี่ยวข้อง

Alienware M15

from:https://notebookspec.com/web/630801-review-alienware-gaming-gear-set

Review MSI Sword 15 A11UD หน้าเรียบร้อยแต่ดุดัน พลัง i7-11800H, RTX 3050 Ti ราคา 44,990 บาท

MSI Sword 15 A11UD เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่สวยเรียบหรู แต่แรงใช่เล่น แม้จะเป็น RTX 3050 Ti ก็เอาเกม AAA ยุคนี้อยู่หมัด!

sword 15 cover

MSI Sword 15 A11UD เองก็เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คอีกรุ่นนอกจาก MSI Katana GF76 ที่คุณ Nagano Tsuyoshi นักออกแบบชาวญี่ปุ่นผู้ออกแบบปกเกม “Romance ot the Three Kingdom V” เป็นคนดีไซน์เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ขึ้นมา ซึ่งคงคอนเซปท์ดีไซน์ “Dragon Blade” ให้ความสวยงามเรียบง่าย เหมาะกับเกมเมอร์ที่อยากได้เครื่องสวยสเปคแรงแต่หน้าตาไม่หวือหวาเกินไป ก็ถือว่าเครื่องนี้น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว

Advertisementavw

นอกจากเรื่องดีไซน์แล้ว สเปคและฟีเจอร์ที่เอื้อการเล่นเกมก็ยังให้มาแบบจัดเต็มสมกับชื่อชั้น MSI เช่นเดิม ไม่ว่าจะ Intel Resizable BAR ที่เปิดให้ซีพียูโหลดฉากในเกมได้รวดเร็วยิ่งขึ้น, การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3000 Series ที่มี Ray Tracing ให้ฉากในเกมสวยงามกว่าเดิมและช่วยเรื่องประมวลผลตอนทำงานอาร์ตเวิร์คต่างๆ, หน้าจอขอบบางกับค่า Refresh Rate สูงถึง 144 Hz เลือกขนาดหน้าจอได้ทั้ง 15.6 หรือ 17.3 นิ้ว กับระบบเสียง Hi-Res ช่วยเสริมอรรถรสตอนเล่นเกมให้ดีกว่าเดิมรวมทั้งไฟ LED Backlit สีฟ้าที่คีย์บอร์ด ซึ่งฟีเจอร์ทั้งหมดนี้เรียกว่าได้มาแบบเต็มเครื่องและคุ้มค่ากับค่าตัว 44,990 บาท

MSI Sword 15 DSC08345

NBS Verdict

MSI Sword 15 DSC08355

ในฐานะที่เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คแล้ว MSI Sword 15 A11UD เครื่องนี้ถือว่าเป็นรุ่นที่ถ้าใครต้องการซื้อไปทำงานหรือเล่นเกมก็เวิร์คทั้งคู่ เพราะนอกจากดีไซน์จะสวยเรียบง่ายไม่หวือหวาดูเยอะเกินไปเหมือนเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คบางรุ่น จะมีอย่างมากก็แค่โลโก้มังกรอันเป็นเอกลักษณ์ที่ทำเป็นลายบนฝาหลังของตัวเครื่องที่บอกความเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเท่านั้น นอกจากนั้นถือว่าเรียบหรูดูดีไม่หยอก

ส่วนสเปคที่เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คก็ถือว่าหายห่วง ซึ่งถ้าใครเอาไปทำงานตัดต่อคลิป, แต่งภาพหรือเรนเดอร์ 3D CG ก็หวังผลได้เลยว่าโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้สามารถเรนเดอร์งานได้ไหลลื่นไม่พอ ยังเล่นเกม AAA ปรับความละเอียด Full HD ได้ภาพไหลลื่นระดับ 60 fps ขึ้นไปแน่นอนและจะต่อหน้าจอแยกก็ได้ ในฝั่งของการอัพเกรดก็มีพอร์ตมารองรับครบถ้วน นอกจากนี้ยังเลือกขนาดหน้าจอได้ว่าจะเอาแค่ 15.6 นิ้ว พกง่ายใช้คล่องหรือจะเอาใหญ่ๆ ไปเลยจะได้เห็นภาพบนจอได้เต็มอิ่มสะใจ จะเลือกรุ่น 17.3 นิ้วก็ดีเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม จุดสังเกตที่ต้องยอมรับเมื่อคิดว่าจะซื้อ MSI Sword 15 A11UD เครื่องนี้มาเล่นเกม คือเรื่องอุณหภูมิตอนเล่นเกมจะค่อนข้างสูงแลกกับเฟรมเรทตอนเล่นเกมที่สูงลื่นไหล ซึ่งในส่วนนี้ผู้เขียนแนะนำว่าตอนเล่นเกมหรือทำงานหนักๆ ก็วางบนแท่นวางโน๊ตบุ๊คเพื่อให้ระบบระบายความร้อนทำงานได้ดียิ่งขึ้นจะช่วยได้อย่างแน่นอน และรุ่นเริ่มต้นที่ใส่การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti จะมีพอร์ต M.2 NVMe กับ 2.5″ SATA III SSD เท่านั้น ไม่ใช่ M.2 NVMe SSD x 2 ช่องเหมือนรุ่น GeForce RTX 3060 ซึ่งในส่วนนี้ผู้เขียนคิดว่าเป็นการจัดสเปคที่แอบกั๊กของไปบ้าง ถ้าในรุ่นปรับปรุงสเปคแล้วให้เป็น M.2 NVMe SSD x 2 ช่องทุกรุ่นเลย เชื่อว่าจะคุ้มค่าน่าสนใจกว่าเยอะมาก และเป็นไปได้ก็ควรมีพอร์ต SD Card Reader ใส่มาให้สักช่องจะยอดเยี่ยม

จุดเด่นของ MSI Sword 15 A11UD
  1. ดีไซน์สวยเรียบหรูสวยงามไม่ดูเกมมิ่งจนเกินไปด้วยฝีมือการออกแบบของคุณ Nagano Tsuyoshi จึงพกไปทำงานหรือเล่นเกมก็ไม่สะดุดตาเกินไป
  2. ใส่ฟีเจอร์เอื้อการเล่นเกมทั้ง NVIDIA Ray Tracing, Intel Resizable BAR มาให้ ช่วยให้โหลดฉากได้เร็วและสวยงาม
  3. ติดตั้งแรมมาให้ 16GB แบบ 8GB*2 ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น อัพเกรดได้สูงสุด 64GB DDR4
  4. ซีพียูเป็น Intel Core i7-11800H เล่นเกม AAA หรือเปิดโปรแกรมหนักๆ ก็ทำได้สบายๆ
  5. การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti ประสิทธิภาพสูงพอเล่นเกม AAA ที่ความละเอียด Full HD ได้อย่างไหลลื่นแน่นอน
  6. ดีไซน์ปุ่ม Ctrl ฝั่งซ้ายมือเป็นปุ่มแบบยาวกว่าปกติ ทำให้กดเวลาเล่นเกมได้สะดวกขึ้น
  7. มีชิป TPM 2.0 สามารถอัพเกรด Windows 10 Home เป็น Windows 11 ได้อย่างแน่นอน
  8. น้ำหนักตัวเครื่องราว 2.2 กิโลกรัม ถือว่าไม่หนักมาก พกไปทำงานและเล่นเกมได้สะดวก
  9. กางหน้าจอได้ 180 องศา ราบกับพื้นโต๊ะได้ ทำให้เวลาเอาไปทำงานสามารถแชร์หน้าจอให้เพื่อนเห็นได้สะดวกขึ้น
  10. มีฟังก์ชั่นเปิด Crosshair บนหน้าจอเอาไว้ช่วยเล็งตอนเล่นเกม FPS ทำให้เล่นเกมได้สะดวกขึ้น
ข้อสังเกตของ MSI Sword 15 A11UD
  1. อุณหภูมิในตัวเครื่องค่อนข้างร้อน แนะนำว่าถ้าเล่นเกมหลายชั่วโมงควรมีที่วางโน๊ตบุ๊คไว้ระบายความร้อนด้วย
  2. รุ่นเริ่มต้นมีช่อง M.2 NVMe SSD กับ 2.5″ SATA III SSD อย่างละช่อง ต้องเป็นรุ่นที่ติดตั้ง RTX 3060 ขึ้นไปถึงจะเป็น M.2 NVMe x 2 ช่อง
  3. ไม่มี SD card reader ติดตั้งมาให้ ถ้าต้องการโอนไฟล์จากกล้องหรือมือถือต้องใช้อุปกรณ์เสริม

รีวิว MSI Sword 15 A11UD

Specification

MSI Sword 15 A11UD

สเปคของ MSI Sword 17 A11UD เครื่องนี้ จะแชร์สเปคร่วมกันในซีรี่ส์แทบทั้งหมด แตกต่างกันเรื่องขนาดของหน้าจอที่เลือกได้ว่าจะเป็น 15.6 หรือ 17.3 นิ้ว ซึ่งนอกจากดีไซน์ตัวเครื่องที่ดูสวยเรียบหรูแล้ว สเปคที่ได้ก็ถือว่าแรงระดับเล่นเกมต่างๆ ได้สบายๆ รวมทั้งมีตัวเลือกสเปคให้เลือกหลายระดับตามความต้องการอีกด้วย

ซีพียูของเครื่องที่ได้รับมาทดสอบเป็น Intel Core i7-11800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.3-4.6 GHz จับคู่กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 ติดตั้ง SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB ติดตั้ง Windows 10 Home มาให้พร้อมใช้งาน ติดตั้งแรมมาให้ 16GB DDR4 บัส 3200 MHz ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อมี USB 2.0, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ได้ด้วย เรียกว่าเป็นสเปคที่แรงระดับเล่นเกม AAA ได้ ทำงานก็ลื่นไหลอย่างแน่นอน

สเปคของ MSI Sword 15 A11UD
  • ซีพียู Intel Core i7-11800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.3-4.6 GHz
  • การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB
  • แรม 16GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • หน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz
  • พอร์ตเชื่อมต่อมี USB 2.0, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1
  • เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home
  • ราคา 44,990 บาท (BaNANA)

Hardware & Design

MSI Sword 15 DSC08343

MSI Sword 15 DSC08350
MSI Sword 15 DSC08349
MSI Sword 15 DSC08304

ดีไซน์ตัวเครื่องของ MSI Sword 15 A11UD จะเน้นเรื่องความขาวสวยเรียบง่ายด้วยฝีมือการออกแบบของคุณ Nagano Tsuyoshi ทำให้ดีไซน์จะเล่นขอบทำมุมต่างๆ ให้ความรู้สึกถึงดาบตามชื่อรุ่นด้วย จะเห็นว่าตรงขอบล่างของตัวเครื่องถัดจากทัชแพดจะมีขอบเว้าเข้าเล็กน้อยและเล่นมุมโค้งเล็กน้อยตรงที่วางมือด้านซ้ายขวาจนดูเหมือนโค้งปลายดาบและมีช่องเจาะที่ตัวเครื่องด้านบนเสริมการระบายอากาศและเป็นกิมมิคของการดีไซน์ด้วย

นอกจากนี้การเว้าส่วนฐานตัวเครื่องใต้ทัชแพดเข้ามาเล็กน้อย ทำให้เราสามารถใช้นิ้วดึงเปิดหน้าจอได้สะดวก และทางบริษัทเองก็บาลานซ์น้ำหนักทั่วตัวเครื่องได้ดีเลยทำให้ตอนดึงเปิดหน้าจอแล้วตัวเครื่องไม่กระดกตาม 

MSI Sword 15 DSC08300
MSI Sword 15 DSC08301

สีของตัวเครื่องจะเป็นทูโทน คือตัวเครื่องด้านบน, ฝาหลังตัวเครื่องจะเป็นสีขาว ส่วนกรอบหน้าจอและด้านใต้ตัวเครื่องจะเป็นสีดำ มีโลโก้มังกรของ MSI ที่จะติดเอาไว้บนฝาหลังตัวเครื่องแบบสลักเอาไว้บนตัวฝาหลังเลยไม่ใช่เพลทอลูมิเนียมแบบเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นของทางค่าย ดังนั้นต่อให้ใช้ไปหลายๆ ปีก็ไม่มีหลุดร่อนหายแน่นอน

MSI Sword 15 DSC08347
MSI Sword 15 DSC08348

ส่วนฐานขาหน้าจอที่ออกแบบโดยไม่มีบอดี้ขวางฐานหน้าจอจึงกางได้กว้างถึง 180 องศา เป็นดีไซน์เดียวกับโน๊ตบุ๊คสาย MSI Modern Series ที่กางหน้าจอได้กว้างระดับเดียวกัน ซึ่งข้อดีของการกางหน้าจอได้กว้างระดับนี้ คือทำให้กางหน้าจอให้มองเห็นได้สะดวกทั้งการวางบนที่วางโน๊ตบุ๊คหรือถ้าเอาไปทำงานแล้ววางบนโต๊ะเพื่อให้คนที่ประชุมงานร่วมกันสามารถมองเห็นภาพบนหน้าจอได้สะดวกขึ้นอย่างแน่นอน

MSI Sword 15 DSC08278

ด้านใต้ตัวเครื่องจะเป็นฝาบอดี้สีดำพร้อมฉลุลายรังผึ้งเอาไว้เป็นช่องดึงอากาศเย็นเข้าเครื่องไประบายความร้อนในตัวเครื่อง ติดขอบยางยกตัวเครื่องให้สูงขึ้นเอาไว้ 4 มุมและขันล็อคฝาท้ายเอาไว้ด้วยน็อตแฉกบวกแบบ Philip head จำนวน 11+1 ตัว โดยมีน็อตสีเงินที่มุมบนขวาใกล้ฮีตไปป์ในภาพเป็นตัวสั้นที่ขันฝาใต้ตัวเครื่องเข้ากับตัวรับน็อตใกล้กับพัดลมโบลวเวอร์ ซึ่งเราสามารถใช้ไขควงและการ์ดแข็งจัดการแกะมาเพิ่ม SSD, RAM ได้โดยสะดวก

ซึ่งการออกแบบโดยใส่น็อตแบบที่หาไขควงขันออกได้ง่ายแบบนี้ ทำให้ User สามารถเปิดฝาอัพเกรดตัวเครื่องได้สะดวกและไม่ต้องหาไขควงแบบพิเศษมาใช้งานเลย นอกจากนี้ช่องระบายอากาศยังถือว่ากว้างพอให้นำลมเย็นเข้าไประบายความร้อนได้ดีอีกด้วย ดังนั้นถึงความร้อนในตัวเครื่องจะสูงสักหน่อยก็เล่นเกมต่อเนื่องได้ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

Screen & Speaker

MSI Sword 15 DSC08334

MSI Sword 15 DSC08337
MSI Sword 15 DSC08336
MSI Sword 15 DSC08341
MSI Sword 15 DSC08342

หน้าจอของ MSI Sword 15 A11UD จะมีให้เลือก 2 ขนาด คือ 15.6 หรือ 17.3 นิ้ว แต่รุ่นที่ได้รับมาทดสอบจะเป็นขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz ทำให้ภาพบนหน้าจอตอนทำงานและเล่นเกมไหลลื่นต่อเนื่องขึ้น และความสว่างตอนทดลองใช้งานในห้องอาคารสำนักงานก่อนวัดด้วย Spyder5Elite ต้องถือว่าสว่างกำลังดีทีเดียว

ดีไซน์กรอบหน้าจอจะเห็นว่าเป็นแบบจอบจอสองข้างบางเป็นพิเศษ เพิ่มพื้นที่การมองเห็นให้กว้างยิ่งขึ้น ติดกล้อง Webcam เอาไว้ขอบบนของหน้าจอสำหรับใช้ประชุมออนไลน์หรือใช้เป็นกล้องไลฟ์สตรีมก็ได้ ไม่ได้ตัดออกแบบเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คบางรุ่นในปัจจุบันนี้ และขอบล่างของหน้าจอจะสกรีนคำว่า MSI เอาไว้ ส่วนการออกแบบขอบหน้าจอบางจะเห็นว่าโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบันนิยมทำกันเพราะว่าเพิ่มพื้นที่การมองเห็นและทำให้ตัวเครื่องดูไม่หนาเทอะทะเกินไป ให้ความรู้สึกเพรียวบางลงอีกด้วย

gamut 3

brightness 3
bright zone 2
accuracy 2
monitor rating 1

ส่วนขอบเขตสีและความสว่างของหน้าจอ เมื่อทดสอบด้วย Spyder5Elite แล้ว จะเห็นว่าขอบเขตสีของหน้าจอ MSI Sword 15 A11UD เครื่องนี้ จะอยู่ที่ระดับกลางๆ ไล่เลี่ยกับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ เครื่อง ได้ 61% sRGB, 46% AdobeRGB, 45% DCI-P3 จัดว่าอยู่ระดับกลางๆ สามารถใช้แต่งภาพขึ้นโซเชียลเน็ตเวิร์คได้บ้าง แต่ไม่แนะนำสำหรับคนที่ต้องใช้ทำงานจริงจังอย่างช่างภาพ, นักวาดหรือคนที่ต้องปั้นโมเดล 3D CG ให้ทำงานบนหน้าจอนี้โดยตรงนัก ส่วนตัวผู้เขียนแนะนำให้ต่อหน้าจอแยกที่ขอบเขตสีกว้างและแม่นยำกว่านี้จะดีกว่า

ด้านความสว่างหน้าจอของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้เมื่อเปิดความสว่างไว้ 100% จะสว่างที่ 172 nits เท่านั้น ถือว่าน้อยกว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นที่ปัจจุบันอยู่ราว 200-250 nits ขึ้นไป แต่ถ้าใช้งานหรือเล่นเกมในห้องนอนหรือเอาไปทำงานในออฟฟิศก็ถือว่าสว่างระดับหนึ่ง แต่ไม่แนะนำให้ใช้งานกลางแจ้ง เช่นเอาไปพิมพ์งานที่เฉลียงหน้าร้านกาแฟ เพราะความสว่างบนหน้าจอยังไม่สว่างระดับพอสู้กับแสงแดดนัก

ส่วนจุดที่น่าสังเกตเป็นพิเศษ คือ พื้นที่ความสว่างเมื่อแบ่งเป็นตาราง 9 ช่อง จะเห็นว่าพื้นที่ความสว่างของหน้าจอฝั่งซ้ายสุดในแนวตั้งทั้งโซนและกรอบตรงกลางบนของหน้าจอเท่านั้นที่อัตราความสว่างจะลดลงเพียงหลักหน่วยเท่านั้นที่ 0-8% แต่ถ้าเป็นโซนอื่นจะเห็นว่าความสว่างหน้าจอนั้นอยู่ที่ 13-21% ทีเดียว และค่า Delta-E ที่อยู่ระดับ 2.14 นั้น ก็ถือว่าอยู่ในระดับแค่พอใช้งานได้แต่ไม่ถึงระดับหน้าจอโน๊ตบุ๊คสายครีเอเตอร์หลายๆ รุ่น ดังนั้นถ้าใครจะซื้อ MSI Sword 15 A11UD เครื่องนี้ไปทำงานกราฟฟิคด้วย แนะนำว่าควรต่อหน้าจอแยกที่ขอบเขตสีกว้างและแม่นยำกว่านี้จะดีกว่า

ผลคะแนนโดยรวม จะเห็นว่าคะแนนเฉลี่ยโดยรวมนั้นอยู่ที่ 3.5 จาก 5 คะแนน ซึ่งอยู่ระดับกลางๆ ใช้งานได้ และหน้าจอตัวนี้จะเด่นที่ค่า Contrast ที่ทำได้ 5 คะแนนเต็ม ลดหลั่นลงมาเป็น Tone Response ที่ทำได้ 4.5 คะแนน ซึ่งถือว่าทำได้ดีระดับหนึ่ง

แต่อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่ MSI Sword 15 A11UD เครื่องนี้เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คไม่ใช่โน๊ตบุ๊คสายครีเอเตอร์ ดังนั้นขอบเขตสีหน้าจอที่ Spyder5Elite วัดได้ถือว่าอยู่ในระดับปกติที่ควรจะเป็นและเกาะกลุ่มกับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นจากแบรนด์คู่แข่งอีกด้วย ดังนั้นถือว่าขอบเขตสีหน้าจอไม่ถือว่าดีหรือแย่กว่าปกตินัก แต่ถ้าใครต้องการเอาไปทำงานกราฟฟิคเป็นหลักเล่นเกมเป็นรอง แนะนำให้ต่อหน้าจอเสริมที่ออกแบบมาเพื่องานสายอาร์ตและครีเอทีฟเป็นหลักเลยจะดีที่สุด

MSI Sword 15 DSC08296
MSI Sword 15 DSC08297
MSI Sword 15 DSC08293
MSI Sword 15 DSC08294

ด้านลำโพงทั้ง 2 ตัวที่ติดตั้งไว้ด้านใต้เครื่องถือว่าเป็นลำโพงที่ได้เสียงดังระดับได้ยินชัดเจนในห้องนอนขนาด 24 ตร.ม. แต่โทนเสียงจะเน้นไปทางเพลงป็อบและพอมีเบสให้ฟังเพลงแนวร็อคได้และถ้าเล่นเกมแบบไม่ต่อลำโพงถือว่าเสียงเบสที่เป็นเสียงลั่นไกปืนถือว่ามีน้ำหนักระดับหนึ่ง แต่ยังไม่หนักแน่นพอจะฟังเพลงแนว EDM ได้เต็มอิ่มนัก ดังนั้นถ้าใครฟังเพลงเน้นเสียงเบสแนะนำว่าให้ต่อลำโพงแยกหรือใช้หูฟังดีกว่า

Keyboard & Touchpad

MSI Sword 15 DSC08306

MSI Sword 15 DSC08328
MSI Sword 15 DSC08326

ส่วนคีย์บอร์ดของ MSI Sword 15 A11UD เครื่องนี้จะเป็นแบบ Full-size พร้อมแป้น Numpad สำหรับกดพิมพ์ตัวเลขได้โดยสะดวก มีไฟ LED Backlit สีฟ้าที่เป็นสีพิเศษสำหรับโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้โดยเฉพาะอีกด้วย สามารถปรับความสว่างได้ 3 ระดับโดยกดแบบ Toggle แล้วจะปรับความสว่างจากสว่างมากไปน้อย และแสงไฟจะลอดจากทั้งด้านข้างและตัวอักษรทั้งหมดที่อยู่บนตัวปุ่มด้วย ทำให้เราพิมพ์งานหรือเล่นเกมในที่แสงน้อยได้สะดวกยิ่งขึ้น จากมุมผู้เขียนถือว่าไฟสีฟ้าของ MSI Sword 15 นั้นสวยดีทีเดียวและแสงไม่แสบตาเกินไปด้วย

ด้านสัมผัสการพิมพ์และเล่นเกมด้วยคีย์บอร์ดของตัวเครื่องที่ MSI เคลมไว้ว่าระยะกดสั้นเพียง 1.7 มม. นับว่าระยะกดจนตอบสนองค่อนข้างกระชับ ทำงานได้เร็วกำลังดี ซึ่งคนที่ชอบเล่นเกมแนว FPS น่าจะชอบ เพราะเราสามารถรัวปุ่มเพื่อสลับปืนไปมาได้และไม่เกิดอาการกดแล้วไม่เปลี่ยนปืนแน่นอน ส่วนการพิมพ์งานต้องถือว่าตอบโจทย์คนที่พิมพ์สัมผัสเร็วๆ ได้เลย ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนทดลองพิมพ์กับเว็บไซต์ทดลองพิมพ์แล้วก็ตอบสนองได้ไวมาก

MSI Sword 15 DSC08315

MSI Sword 15 DSC08314
MSI Sword 15 DSC08311
MSI Sword 15 DSC08319

ด้านเลย์เอ้าท์ของปุ่มพิเศษบนคีย์บอร์ดถือว่ามีความผสมผสานกันระหว่างเลย์เอ้าท์แบบทำงานและเล่นเกมเอาไว้ได้ค่อนข้างลงตัว ไม่ว่าจะย้ายปุ่ม Fn เอามาไว้ฝั่งขวามือใกล้กับปุ่มลูกศร ทำให้ใช้มือเดียวปรับโหมดเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อนของพัดลมระบายความร้อน, เล่นเพลง, ดับหน้าจอโน๊ตบุ๊คเวลาไม่ใช้งานได้ง่ายทีเดียว

นอกจากนี้ก็มี Fn Lock ที่ปุ่ม Esc ทำให้สลับระหว่าง Function Hotkey กับ F1-F12 ได้ ส่วนกลุ่มปุ่ม Numpad ก็มีเครื่องหมายทางคณิตศาสตร์อย่างบวกลบคูณหารติดตั้งมาครบถ้วน ทำให้ใช้โน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ทำงานกับตัวเลขและไฟล์ Excel ได้สะดวกขึ้น

ส่วนจุดเด่นที่ผู้เขียนชื่นชอบเป็นส่วนตัว เนื่องจากเป็นคนเล่นเกมแนว FPS เป็นทุนอยู่แล้ว คือ MSI ใส่ฟังก์ชั่นเปิดปิด Crosshair หรือเป้าเล็งตรงกลางหน้าจอมาให้ด้วย ซึ่งปกติฟีเจอร์นี้จะติดมากับหน้าจอแยกสายเกมมิ่งเป็นหลักไม่ค่อยเจอในเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเท่าไหร่ ซึ่งข้อดีของฟังก์ชั่นนี้ที่ MSI ใส่มาให้ใช้ใน MSI Sword 15 A11UD คือทำให้เกมเมอร์สาย FPS เล็งยิงได้ง่ายขึ้นมาก ไม่ว่าจะประทับเล็งตามปกติหรือยิงแบบถือยิงไม่ประทับเล็ง (Hip Fire) ได้แม่นยำกว่าเดิม ถ้าใครเป็นฮาร์ดคอร์เกมเมอร์น่าจะถูกใจฟีเจอร์นี้ทีเดียว

MSI Sword 15 DSC08323
MSI Sword 15 DSC08325

สำหรับ Function Hotkey ที่ปุ่ม F1-F12 จะทำงานแบบกดตามปกติจะเป็น F1-F12 ตามปกติ ถ้าใช้ Function ให้กด Fn ค้างไว้ก่อน ซึ่งผู้เขียนชอบการตั้งค่าการกดแบบนี้มากกว่าการกดแล้วกลายเป็น Function Hotkey เนื่องจากโปรแกรมและเกมฝั่ง Windows มักเรียก F1-F12 เป็นหลัก แต่ถ้าใครไม่ถนัดก็กด Fn Lock ให้ทำงานสลับกันก็ได้ ส่วน Hotkey ที่ทาง MSI ใส่มาให้มีดังนี้

  • F1-F3 – ปิด, เพิ่มหรือลดเสียงลำโพง
  • F4 – เปิดหรือปิดทัชแพด
  • F5 – ปิดไมโครโฟน
  • F6 – เปิดหรือปิดกล้อง Webcam
  • F7 – ปุ่มเรียกโปรแกรม MSI Center ขึ้นมาตั้งค่าตัวเครื่อง
  • F8 – ปุ่มปรับความสว่างของไฟ LED Backlit บนคีย์บอร์ด
  • F9-F10 – เพิ่มลดความสว่างของหน้าจอ
  • F11 – ปุ่ม Project เลือกตั้งค่าหน้าจอหลักและหน้าจอเสริม

สังเกตว่า Function Hotkey ที่ MSI ตั้งค่ามาให้นั้นจะเว้น F12 เอาไว้ ไม่ได้เซ็ตค่า Hotkey เอาไว้ ซึ่งผู้เขียนคิดว่าปุ่มนี้ MSI ก็สามารถเติม Function ทั่วไปอย่างการเปิด, ปิด Airplane mode เข้ามาก็ได้ หรือถ้าให้เข้ากับดีไซน์ตัวเครื่องที่กางหน้าจอได้ราบ 180 องศา จะใส่ปุ่มกลับหน้าจอแบบที่ใส่ให้ MSI Modern Series ก็ได้ เพราะผู้เขียนเองก็เชื่อว่าผู้ใช้ซื้อเครื่องนี้ไป ต่อให้เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คก็ต้องมีเอาเครื่องไปทำงานด้วย ดังนั้นถ้า MSI จะเพิ่ม Hotkey นี้เข้ามาสักหน่อยก็น่าสนใจและทำให้ MSI Sword 15 A11UD เครื่องนี้ตอบโจทย์การใช้งานได้รอบด้านยิ่งขึ้น

MSI Sword 15 DSC08307

ด้านทัชแพดของตัวเครื่องจะเป็นไซซ์ตมาตรฐาน วางตัวตรงแถบที่วางข้อมือของโน๊ตบุ๊คตามปกติ รองรับ Gesture control ของ Windows 10 ครบถ้วนและดีไซน์ซ่อนปุ่มคลิกซ้ายขวาด้วย ส่วนการตอบสนองถือว่าทำได้ดีตามมาตรฐานทัชแพดของโน๊ตบุ๊คในปัจจุบัน แต่จุดสังเกตคือ ถ้าเล่นเกมหรือพิมพ์งานโดยใช้คีย์บอร์ดของโน๊ตบุ๊ค โคนนิ้วโป้งของมือทั้งสองข้างจะพาดขอบบนของทัชแพดเล็กน้อย แต่ยังมี Palm rejection จึงไม่ทริกเกอร์ให้ทำงานผิดจังหวะแน่นอน แต่ถ้าให้ชัวร์แนะนำว่ากด Fn+F4 ปิดการทำงานทัชแพดไปเลยจะดีกว่า

Connector / Thin & Weight

MSI Sword 15 DSC08359

MSI Sword 15 DSC08356
MSI Sword 15 DSC08357
MSI Sword 15 DSC08299
MSI Sword 15 DSC08298

พอร์ตเชื่อมต่อของ MSI Sword 15 A11UD มีแค่ฝั่งซ้ายและขวาของตัวเครื่องเท่านั้น ไม่มีติดตั้งไว้ที่ขอบด้านหลังเครื่องเหมือนเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆ ในปัจจุบัน แต่ข้อดีก็คือทำให้โน๊ตบุ๊คเครื่องนี้กางได้ราบ 180 องศา และสัญลักษณ์ที่บอกประเภทของพอร์ตจะถูกสลักเอาไว้ตรงบอดี้ส่วนฝาล่างสีดำไม่สลักไว้ที่บอดี้สีขาวด้านบนซึ่งจัดว่าสวยทีเดียว ส่วนพอร์ตข้างเครื่องจะมีดังนี้

  • ฝั่งซ้ายจากซ้ายมือ – ช่องเสียบปลั๊กอแดปเตอร์, USB-A 3.2 Gen 1, USB 2.0
  • ฝั่งขวาจากซ้ายมือ – ไฟแสดงสถานะการทำงานตัวเครื่อง USB-A 3.2 Gen 1, USB-C 3.2 Gen 1, HDMI x 1 รองรับการต่อหน้าจอแยกความละเอียดสูงสุด 4K 60 Hz, LAN RJ45

จะเห็นว่าพอร์ตที่ติดตั้งมาให้นั้นถือว่าครบเครื่องระดับหนึ่ง แต่ที่น่าสังเกตคือทาง MSI นั้นยังให้ USB 2.0 มา 1 พอร์ต ซึ่งคาดว่าเอาไว้ต่อเมาส์ได้ แต่ตัด SD card reader ออกไป ซึ่งถ้าใครยังต้องใช้พอร์ตนี้โอนไฟล์ภาพเข้าคอมพิวเตอร์มาแต่งก่อนส่งลูกค้าหรืออัพเข้าโซเชียลมีเดียต่างๆ ก็ต้องต่ออุปกรณ์เสริมแทน ซึ่งอาจจะดูไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่นัก

MSI Sword 15 DSC08275

MSI Sword 15 DSC08277
MSI Sword 15 DSC08276

ส่วนน้ำหนักของตัวเครื่องเมื่อชั่งด้วยตาชั่งดิจิตอลแล้ว เฉพาะตัวเครื่องอย่างเดียวจะหนัก 2.28 กิโลกรัม อแดปเตอร์อีก 464 กรัม รวมแล้วหนัก 2.76 กิโลกรัมด้วยกัน จัดว่าหนักไล่เลี่ยกับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คขนาด 15.6 นิ้วหลายๆ รุ่นในปัจจุบันจัดว่าไม่หนักไม่เบาจนเกินไป ซึ่งถ้าใครต้องพกโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ไปไหนมาไหนก็พกได้แต่แนะนำให้ใส่กระเป๋าเป้เท่านั้น ไม่แนะนำให้ใช้กระเป๋าสะพายข้างแบบ Messenger bag เพื่อป้องกันปัญหาน้ำหนักกดทับไหล่ข้างเดียวแล้วเกิดอาการบาดเจ็บตามมา

Inside & Upgrade

MSI Sword 15 DSC08279

MSI Sword 15 DSC08290
MSI Sword 15 DSC08292

ด้านการอัพเกรดเพิ่มแรมและ SSD ในตัวเครื่อง เราสามารถขันน็อต Philips head ด้านใต้เครื่องแล้วเอาการ์ดแข็งไล่จากขอบตัวเครื่องไปรอบๆ แล้วเปิดฝาออกได้เลย และจะเห็นว่าภายในตัว MSI Sword 15 A11UD เครื่องนี้วางเลยเอ้าท์ได้ค่อนข้างเรียบร้อย แบ่งพื้นที่ระหว่างเมนบอร์ดกับชุดระบายความร้อนด้านบนกับแบตเตอรี่ด้านล่างเอาไว้อย่างชัดเจน

ส่วนที่อัพเกรดได้ จะมี 3 ส่วน คือ แรมที่อยู่ข้างพัดลมระบายความร้อนด้านขวามือที่ปิดแผ่นกันไฟฟ้าสถิตย์เอาไว้ โดย MSI ออกแบบให้ติดตั้งแรมทั้ง 2 ช่องซ้อนกันไม่ใช่แบบกางออกสองฝั่งหันคอนเน็คเตอร์ชนกัน จึงประหยัดพื้นที่บนเมนบอร์ดยิ่งขึ้นและรองรับความจุสูงสุด 64GB DDR4

ถัดลงมาเป็น M.2 NVMe SSD ตัวหลักความจุ 1TB แต่ยังเป็น PCIe 3.0 อยู่ ซึ่งถ้าอิงจากหน้าสเปคแล้ว ซีพียู Intel รุ่นที่ 11 รองรับถึง PCIe 4.0 แล้ว ดังนั้นถ้าใครต้องการอัพเกรด M.2 NVMe ให้อ่านเขียนข้อมูลได้เร็วเต็มประสิทธิภาพของอินเตอร์เฟสนี้และไม่ต้องจ่ายแพงเกินไปแนะนำให้ซื้อ WD Black SN750, Samsung 970 EVO Plus ก็พอ แต่อันที่จริงถ้าไม่ซีเรียสนักต้องถือว่า M.2 NVMe OEM ของ Kingston เองก็ถือว่ารับส่งข้อมูลได้เร็วเช่นกันและมีความจุสูง 1TB ถ้าอยากใส่ SSD เอาไว้เซฟงานหรือลงเกมจะแนะนำให้ซื้อ SSD มาใส่เพิ่มอีกตัวดีกว่า

MSI Sword 15 DSC08291

ส่วนจุดสังเกตหนึ่งถ้าอิงจากหน้าสเปคของของ MSI Sword 15 A11UD คือ ถ้าต้องการรุ่นที่เป็นพอร์ต M.2 NVMe SSD x 2 ช่อง ต้องเป็นรุ่นที่ติดตั้งการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3060 ขึ้นไป แต่ถ้าเป็นรุ่นเริ่มต้นที่ใส่ NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti เช่นเครื่องรีวิวจะเป็น M.2 NVMe กับ 2.5″ SATA III SSD แทน และทาง MSI ไม่ได้แถมถาดใส่ SSD มาให้ด้วย ดังนั้นถ้าใครจะใส่ SSD เพิ่มอีกตัว อย่าลืมซื้อถาดใส่ SSD 2.5″ มาด้วย

จากมุมของผู้เขียนแล้ว ถือว่า MSI Sword 15 A11UD ที่เปิดราคามาที่ 44,990 บาท ในแง่สเปคที่ได้จากโรงงานแบบเปิดมาใช้งานแบบติดตั้งเกมแล้วเล่นเลย ถือว่าทาง MSI จัดสเปคมาได้ดีไม่ต้องทำอะไรเพิ่มก็ได้ แต่ในแง่การอัพเกรดยังขาดเหลือไปบ้าง เช่นถาดใส่ฮาร์ดดิสก์ในเครื่องก็ไม่มีมาให้ในกล่องสินค้า ซึ่งส่วนนี้ผู้เขียนคิดว่าทาง MSI ไม่ควรตกหล่นในส่วนของรายละเอียดเช่นนี้นัก

Performance & Software

cpu z 1

สเปคของ MSI Sword 15 A11UD ติดตั้งซีพียู Intel สถาปัตยกรรม Tiger Lake รหัส H มาให้ เป็นรุ่น Intel Core i7-11800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.3-4.6 GHz ด้านความแรงถือว่าหายห่วงอย่างแน่นอน สามารถรันโปรแกรมที่กินทรัพยากรหนักๆ หรือเล่นเกม AAA ก็ไหลลื่นและรองรับชุดคำสั่งหลักๆ อย่างครบถ้วน

ram 2
ram2

แรมที่ติดตั้งมาในเครื่องเป็น Dual channel ความจุ 16GB (8GB*2) DDR4 บัส 3200 MHz ตามสเปคแล้วสามารถอัพเกรดแรมไปได้สูงสุด 64GB DDR4 ซึ่งถ้าใครเอา MSI Sword 15 A11UD เครื่องนี้ไปเล่นเกมอย่างเดียวอาจจะปล่อยเอาไว้ที่ 16GB ก็พอ แต่ถ้าเรนเดอร์โมเดล 3D CG หรือตัดต่อคลิปด้วย อาจจะเพิ่มไป 32-64GB จะได้มีพื้นที่ใช้งานมากยิ่งขึ้น

gpu z discrete
tgp

นอกจากการ์ดจอออนบอร์ดของ Intel แล้ว การ์ดจอแยกอีกตัวจะเป็น NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 ค่า TGP (Total Graphics Power) อยู่ที่ 60 วัตต์ แต่มี Dynamic Boost 2.0 ที่ AI จะคอยจัดสรรพลังงานในตัวเครื่องถ่ายเทไปมาระหว่าง CPU กับ GPU ให้ประสิทธิภาพการทำงานของทั้งสองส่วนนี้ดีขึ้น และรองรับ OpenCL, CUDA, DirectCompute, DirectML, Vulkan, Ray Tracing, PhysX และ OpenGL 4.6 ด้วย

นอกจากส่วนของการ์ดจอ ฟีเจอร์เด่นที่ติดมากับ Intel รุ่นที่ 11 คือ Resizable BAR ที่เปิดให้ซีพียูตรงเข้าไปใช้งานบัฟเฟอร์ของจีพียูได้โดยตรง ทำให้เฟรมเรทตอนเล่นเกมดียิ่งขึ้น ดังนั้นถึงจะเป็น NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti ผู้เขียนก็เชื่อว่ามันสามารถเล่นเกมได้ไหลลื่นแน่นอน

device mgr 3

พาร์ทในตัวเครื่อง ส่วนของ SSD แบบ M.2 NVMe จะเป็น Kingston รุ่น OM8PCP31024F-AI1 ซึ่งเป็นรหัส OEM ของ Kingston A2000 ซึ่งเป็น M.2 NVMe SSD อินเตอร์เฟส PCIe 3.0 ติดการ์ด Wi-Fi รุ่น Intel AX201 ต่ออินเตอร์เน็ตได้ทั้งคลื่น 2.4 และ 5GHz รองรับ Bluetooth 5.2 มีชิป TPM 2.0 ติดตั้งมาด้วย ดังนั้นถ้าใครอยากอัพเกรดเครื่องเป็น Windows 11 ก็สามารถกดอัพเดทได้ทันที

as ssd

ถัดมาสำหรับ Kingston OM8PCP31024F-AI1 รหัส OEM ของ Kingston A2000 ถ้าอิงจากหน้าสเปค รุ่นความจุ 1TB มีความเร็ว Sequential Read สูงสุด 2,200 MB/s และ Sequential Write สูงสุด 2,000 MB/s ส่วนรุ่น OEM พอทดสอบด้วย AS SSD แล้วได้ Sequential Read 1,891.29 MB/s และ Sequential Write 1,626.99 MB/s จัดว่าสามารถอ่านเขียนข้อมูลได้เร็วทันใจ สามารถโหลดเกมหรือเปิดโปรแกรมขึ้นมาทำงานได้อย่างรวดเร็วแน่นอน

r15 2
r20 2

ด้านการทดสอบเรนเดอร์โมเดล 3D CG ด้วยโปรแกรม CINEBENCH R15 แล้ว จะเห็นว่าคะแนน OpenGL นั้นสูงถึง 186.26 fps และคะแนน CPU ก็ทำได้สูงถึง 1417 cb ทีเดียว ส่วน CINEBENCH R20 ที่เน้นทดสอบพลังการเรนเดอร์ของ CPU โดยตรงแล้ว จะเห็นว่า Intel Core i7-11800H นั้นรีดไปได้ 3373 pts ทีเดียว ดังนั้นถ้าใครคิดว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ไปทำงานด้านครีเอเตอร์ก็ถือว่าทำงานได้สบายๆ แน่นอน

3dmark 1

เมื่อทดสอบด้วย 3D Mark Time Spy แล้ว ผลคะแนนเฉลี่ยที่ได้จะอยู่ที่ 5,479 คะแนน ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ดีพอที่จะเล่นเกม AAA ในปัจจุบันได้อย่างแน่นอน ซึ่งถ้าดูช่อง Estimated game performance จะเห็นว่าตัว 3D Mark จะแจ้งว่า MSI Sword 15 A11UD เครื่องนี้สามารถเล่นเกม Battlefield V เปิดกราฟฟิคระดับ 1440p ได้เฟรมเรทระดับ 55 fps อย่างแน่นอน

ถ้ามองแยกคะแนนเป็นแต่ละส่วนแล้ว จะเห็นว่าคะแนน CPU score ทำได้ 8,013 คะแนน และ Graphics score อยู่ที่ 5,190 คะแนน เรียกว่าซีพียูมีกำลังการประมวลผลมากพอจนรีดการ์ดจอได้สุดประสิทธิภาพ และกราฟ Monitoring ด้านล่าง จะเห็นว่าการเรนเดอร์กราฟฟิคนั้นทำได้ต่อเนื่องและอาการกราฟดิ่งนั้นแทบไม่มีให้เห็นเลย ดังนั้นก็เล่นเกมได้ไม่มีปัญหาแน่นอน

pcmark10 2

ด้าน PCMark 10 ที่เป็น Benchmark จำลองการใช้โน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ทำงานด้านต่างๆ จะเห็นว่าคะแนนรวมนั้นสูงระดับ 6,128 คะแนน ถ้าแยกเป็นส่วนๆ อย่าง Essential ที่เป็นการเปิดโปรแกรม, เข้าเว็บไซต์ต่างๆ และประชุมออนไลน์ จะทำได้ 9,484 คะแนน ด้าน Productivity จะทดสอบส่วนของการทำงานกับโปรแกรม Word processing และ Excel ทำได้ 8,698 คะแนน ซึ่งถือว่าสูงไม่แพ้กัน ดังนั้นเรื่องงานเอกสารและออฟฟิศนั้นไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน ปิดท้ายด้วย Digital Content Creation ซึ่งทดสอบว่าแต่งภาพ, ตัดต่อวิดีโอได้ไหลลื่นหรือไม่ ทำได้ 7,580 คะแนน

สำหรับคะแนนระดับนี้ ต้องถือว่า MSI Sword 15 A11UD ถือว่าอยู่ระดับที่ใช้ทำงานด้านต่างๆ ได้สบายๆ เพราะโดยปกติแล้วคะแนนระดับที่ทำงานได้ไหลลื่นจะอยู่ช่วง 5,000 คะแนนบวกลบนิดหน่อย แต่ระดับ 6,000 คะแนนต้นๆ นั้นเป็นเครื่องการันตีว่ามันทำงานได้ดีรอบด้านแน่นอน

affinity 3

ด้านการทดสอบด้วยโปรแกรม Affinity ที่เป็นโปรแกรมแบบเดียวกับ Adobe Photoshop ที่ใช้ตัดต่อแต่งภาพ จะเห็นว่าคะแนนที่เกี่ยวกับ CPU ถือว่าอยู่ในระดับที่สูงและทำงานต่างๆ ได้ดีไม่มีปัญหาเลย และด้าน GPU ไม่ว่าจะใช้ NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti ตัวเดียวหรือประสานงานกับ Intel UHD Graphics ที่อยู่ในตัวซีพียูจัดการตัดต่อแต่งภาพก็ทำคะแนนได้สูงระดับ 4,000 คะแนนขึ้นไปเลย ดังนั้นเรื่องงานตัดต่อแต่งภาพถือว่าไม่มีปัญหา สามารถทำงานได้ไหลลื่นแน่นอน

sword 15 game benchmarked

ส่วนของการทดสอบเล่นเกม ผู้เขียนได้ตั้งค่ากราฟฟิคตอนทดสอบ MSI Sword 15 A11UD ตัวนี้ในระดับสูงสุดทั้งหมด ส่วน Resident Evil Village (RE 8) นั้น ตั้งกราฟฟิคในระดับ สูง (0.5 GB) แล้วทดลองเล่นดู ต้องถือว่าโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้สามารถเล่นเกม AAA ในปัจจุบันได้ทุกเกม ไม่เกิดอาการกระตุกแล้วภาพนิ่งกะทันหันระหว่างเล่นเลย และยังได้ภาพที่สวยงามอีกด้วย

จากกราฟ จะเห็นว่าเฟรมเรทเฉลี่ยของทุกเกมยกเว้น SCUM ที่เกมยังอยู่ในช่วงพัฒนาและ Genshin Impact ที่ล็อคเฟรมเรทที่ 60 fps จะทำเฟรมเรทเฉลี่ยอยู่ช่วง 99-144 fps โดยเฉพาะ Resident Evil Village ที่ผู้เขียนทดสอบในฉากสู้บอส Lady Dimitrescu ร่างมังกรนั้นถือว่าทำได้ดีไม่มีอาการเฟรมเรทตก, หน่วงระหว่างเล่น สามารถหลบและยิงสวนได้ไม่เสียจังหวะเลย ด้านของ Apex Legends เองก็ทำได้ดี สามารถเปิดกราฟฟิคสุดหมดแล้วเล่นได้สบายๆ ไม่แพ้กับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเครื่องอื่น

สำหรับคนที่ตั้งข้อสงสัยว่า NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti นั้นเล่นเกม AAA ไหวหรือเปล่าแล้วไม่ซีเรียสเรื่องจิปาถะเล็กๆ น้อยๆ อย่างว่าการ์ดจอตัวนี้ตามหน้าสเปคแล้วเป็นแบบนั้นแบบนี้ล่ะก็ กราฟนี้น่าจะเป็นคำตอบที่ดีและตอบโจทย์เกมเมอร์ที่อยากได้โน๊ตบุ๊คดีไซน์สวยเรียบหรู แต่ซ่อนความแรงเอาไว้ในตัวแบบครบๆ ตั้งแต่เริ่มเปิดเครื่องได้อย่างแน่นอน

Battery & Heat & Noise

battmon 3

ด้านแบตเตอรี่ที่ติดตั้งมาให้ใน MSI Sword 15 A11UD เครื่องนี้ จะเป็นแบตเตอรี่ความจุ 51 Wh ที่วางตัวเป็นแนวยาวด้านใต้ตัวเครื่อง ซึ่งระยะเวลาการใช้งานเมื่อทดสอบตามมาตรฐานของทางเว็บไซต์โดยลดเสียงลำโพงเหลือ 10% ปิดไฟ LED Backlit, ปรับความสว่างหน้าจอต่ำสุด แล้วเปิด Microsoft Edge ดูคลิปใน YouTube ราว 30 นาทีแล้ว จะใช้งานได้นานสุด 5 ชั่วโมงกับ 2 นาที จัดว่าอยู่ระดับไล่เลี่ยกับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบัน ซึ่งถ้าพกเครื่องไปทำงานหรือเรียนแล้วก็ยังใช้งานได้นานระดับหนึ่งเลย

MSI Sword 15 DSC08280

MSI Sword 15 DSC08282
MSI Sword 15 DSC08284
MSI Sword 15 DSC08283

ส่วนระบบระบายความร้อน Cooler Boost 5 ที่ติดตั้งมาในเครื่องนั้น ถ้าตามหน้าเว็บไซต์จะเห็นว่าทาง MSI ให้ฮีตไปป์มาทั้งหมด 6 เส้นในรุ่น NVIDIA GeForce RTX 3060 ขึ้นไป ส่วนรุ่น GeForce RTX 3050 Ti ในภาพ จะมีฮีตไปป์ทั้งหมด 4 เส้น จับคู่แยกชุดกันช่วยระบายความร้อนจากซีพียูและการ์ดจอ โดยเดินไปป์แยกไปยังพัดลมโบลวเวอร์ 2 ตัวอย่างทั่วถึง

ถ้าเป็นตอนใช้งานตามปกติอย่างการเปิดดูหนังฟังเพลง ทำงานเอกสารหรือแต่งภาพเล็กๆ น้อยๆ เพื่ออัพโซเชียลเน็ตเวิร์ค จะไม่มีเสียงพัดลมระบายความร้อนมารบกวนระหว่างใช้งานเลย แต่ถ้าเล่นเกมหรือตัดต่อหนังเมื่อไหร่ จะได้ยินเสียงพัดลมทำงานเต็มที่และเสียงจะดังได้ยินชัดเจน

MSI Sword 15 DSC08285

MSI Sword 15 DSC08361
MSI Sword 15 DSC08360
MSI Sword 15 DSC08287
MSI Sword 15 DSC08288

ส่วนช่องระบายลมร้อนออกจากเครื่อง ถ้ามองหน้าตรงเข้าไปฝั่งซ้ายของตัวเครื่องจะเป็นพัดลมตัวใหญ่และมีช่องระบายอากาศออกด้านหลังและข้างตัวเครื่องสองฝั่ง ส่วนฝั่งซ้ายจะมีช่องด้านหลังเพียงช่องเดียวเท่านั้น

hwmonitor 2

ด้านอุณหภูมิในตัวเครื่อง เมื่อวัดด้วย CPUID HWMonitor แล้ว จะเห็นว่าอุณหภูมิของซีพียูแต่ละคอร์จะอยู่ที่ช่วง 48-100 องศา เฉลี่ยที่ 67 องศาเซลเซียส ซึ่งถึงจะเห็นอุณภูมิตัวเครื่องสูงระดับนี้ตอนเล่นเกมก็ตาม แต่ตอนใช้งานจริงกลับกลายเป็นว่าระบบระบายความร้อนก็ยังจัดการอุณหภูมิได้ดีระดับหนึ่ง จึงไม่มีปัญหาเรื่อง Throttle down หรือตัวเครื่องลดกำลังการประมวลผลลงเลยสักนิดเดียว

แต่จุดสังเกตที่ต้องบอกผู้ที่สนใจโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้อยู่ คือความร้อนจาก MSI Sword 15 A11UD เครื่องนี้จะส่งผ่านมาที่มือเราระดับที่พอรู้สึกได้ ซึ่งผู้เขียนเปิด CPUID HWMonitor เพื่อวัดอุณหภูมิแล้วเล่น Resident Evil Village โดยใช้แป้นคีย์บอร์ดโน๊ตบุ๊ค ต้องบอกว่าความร้อนจากตัวเครื่องส่งผ่านมาจนปุ่ม WASD อุ่นขึ้นมาเล็กน้อยแต่ไม่ถึงกับร้อน ส่วนบอดี้จะอุ่นจนเกือบค่อนไปทางร้อนเลย ดังนั้นส่วนตัวผู้เขียนเองแนะนำว่าถ้าเป็นฮาร์ดคอร์เกมเมอร์ที่เล่นเกมหรือสตรีมต่อเนื่องหลายๆ ชั่วโมงควรมีแท่นวางโน๊ตบุ๊คสักอันเอาไว้วางเครื่องเพื่อให้ช่องระบายอากาศเคลียร์และดึงลมเย็นเข้าเครื่องได้ต่อเนื่อง และถ้าใครทดลองเล่นแล้วไม่ชอบที่ปุ่ม WASD เริ่มอุ่นนั้น อาจจะต่อคีย์บอร์ดแยกออกไปเลยจะดีที่สุด

User Experience

MSI Sword 15 DSC08352

ประสบการณ์การใช้ MSI Sword 15 A11UD ในรูปแบบการใช้งานต่างๆ นั้น ถ้าในฐานะโน๊ตบุ๊คทำงานประสิทธิภาพสูงเครื่องหนึ่งต้องถือว่าเครื่องนี้แรงหายห่วง ซึ่งถ้าจะใช้ตัดต่อวิดีโอ, ทำงานเอกสารหรือเปิดเว็บเบราเซอร์หลายๆ แท็บพร้อมกันเพื่อทำงานก็ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน เนื่องจาก Intel Core i7-11800H, RAM 16GB DDR4 บัส 3200 MHz กับ M.2 NVMe SSD ที่ MSI ประกอบมาให้ถือว่าแรงระดับไว้ใจได้เลย ซึ่งถ้าตั้งใจจะใช้ทำงานเป็นหลัก เล่นเกมเป็นรอง ส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าไม่จำเป็นต้องอัพเกรดเครื่องเลยก็ได้ ใช้เดิมๆ ไปเลยก็ถือว่าเหลือเฟือ

ในส่วนของการเล่นเกม ส่วนตัวผู้เขียนคิดว่า NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti เป็นการ์ดจอที่ประสิทธิภาพดีระดับหนึ่งแม้หลายๆ คนอาจจะมองข้ามไปแล้วหาเครื่องที่ติดตั้ง GeForce RTX 3060 เป็นหลัก แต่จริงๆ แล้วการ์ดจอตัวนี้ถ้าเราเล่นเกม AAA ที่ความละเอียดระดับ 1080p นั้น ถือว่ามันแรงหายห่วง จะต่อหน้าจอแยกที่ค่า Refresh Rate สูงผ่านพอร์ต HDMI ก็สามารถเล่นเกมได้สบายๆ อย่างแน่นอนและปรับกราฟฟิคระดับ High ก็ยังได้เฟรมเรทเกิน 60 fps หลายเกม แต่ถ้าใครเล่นแบบ Competition เน้นไต่แรงค์เป็นหลัก อาจจะปรับกราฟฟิคมาระดับ Medium หรือ Low ให้เฟรมเรทสูงขึ้นหน่อยก็เล่นได้ดีไม่มีปัญหาแน่นอน 

MSI Sword 15 DSC08309

ด้านการพกพา สำหรับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คน้ำหนัก 2.28 กิโลกรัม ถ้ารวมปลั๊กด้วยจะอยู่ราว 2.76 กิโลกรัมถือว่าอยู่ในระดับที่พกพาไปไหนมาไหนได้ แต่ควรใส่กระเป๋าเป้สะพายหลังเท่านั้น ไม่แนะนำให้ใส่กระเป๋าสะพายข้างเพื่อป้องกันปัญหาน้ำหนักกดทับไหล่มากเกินไปแล้วมีปัญหาสุขภาพตามมาในภายหลัง ซึ่งถ้าใครต้องการซื้อเครื่องนี้เอาไว้เป็นเครื่องหลักทั้งใช้เล่นเกมที่บ้านแล้วพกไปทำงานก็คุ้มเช่นกัน ตอบโจทย์ในยุคที่การ์ดจอแพงแล้วอยากเล่นเกมได้ดีแน่นอน

ส่วนอุปกรณ์เสริมที่ผู้เขียนแนะนำเพิ่มเติมเพื่อให้เล่นเกมได้โดยเครื่องไม่มีปัญหาเรื่องความร้อนมารบกวน แนะนำว่าให้ซื้อที่วางโน๊ตบุ๊คมาใช้ ต่อเมาส์คีย์บอร์ดเกมมิ่งและหน้าจอแยก Full HD ที่ค่า Refresh Rate สูงๆ สักจอ จะทำให้คนที่อยากซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้มาเล่นเกมเป็นหลักไม่ต้องกลุ้มกับปัญหาเรื่องความร้อนและเล่นเกมได้อรรถรสยิ่งขึ้นแน่นอน

Conclusion & Award

MSI Sword 15 DSC08344

สรุปแล้ว MSI Sword 15 A11UD นอกจากหน้าตาจะสวยเรียบร้อย พกไปทำงานที่ออฟฟิศก็ได้เล่นเกมก็ดีแล้ว ต้องถือว่าเป็นโน๊คบุ๊คที่ดีไซน์สวยเรียบร้อยไม่หวือหวาเกินไปด้วยฝีมือการออกแบบของคุณ Nagano Tsuyoshi จัดว่าเป็นเครื่องสำหรับคนที่อยากได้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหน้าตาเรียบร้อยสักเครื่องน่าจะชื่นชอบอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์เอื้อการเล่นเกมใส่มาให้ครบทั้ง Intel Resizable BAR, Ray Tracing ทำให้เล่นเกมที่ความละเอียด Full HD ได้ไหลลื่นและเปิดกราฟฟิคระดับ High ได้อย่างแน่นอน และเฟรมเรทก็ถือว่าได้สูงระดับน่าพึงพอใจทีเดียว ส่วนถ้าใครอยากเอาไปใช้งานทั่วไปอย่างทำงานออฟฟิศ, เอกสารก็ใช้ได้เลยไม่มีปัญหา แต่ถ้าแต่งภาพหรือตัดต่อคลิปก็แนะนำให้หาหน้าจอที่ขอบเขตสีกว้างมาเสริมสักหน่อย จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถไกด์สีบนหน้าจอได้ถูกต้องแม่นยำยิ่งขึ้น ไม่ต้องกลุ้มกับปัญหาเรื่องสีเพี้ยนในภายหลัง

MSI Sword 15 DSC08353

ถ้าในแง่การใช้งานทั่วไปถือว่าไม่มีปัญหาแล้ว สิ่งที่ต้องยอมรับสักหน่อยคือเรื่องอุณหภูมิตอนเล่นเกมนั้นถือว่าสูงอยู่พอควร แนะนำว่าถ้าใครซื้อไปใช้ก็ควรหาที่วางโน๊ตบุ๊คดีๆ เผื่อเอาไว้สักอันเพื่อให้ MSI Sword 15 A11UD เครื่องนี้ดึงอากาศเย็นเข้าไประบายความร้อนได้ดียิ่งขึ้นสักหน่อยจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องอุณหภูมิตัวเครื่องที่ HWMonitor วัดได้นั่นเอง

ส่วนเรื่องการอัพเกรดตัวเครื่องนั้น ส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าสเปคที่ทาง MSI จัดมาให้ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นนั้นถือว่ามาทรงดีแล้วถ้าเล่นเกมอย่างเดียวอาจจะไม่ต้องอัพเกรดเพิ่มเติมก็ได้ ถ้าซื้อเป็นรุ่นเริ่มต้นแบบรุ่นในรีวิวอย่างมากก็หาถาด 2.5″ SSD และ 2.5″ SATA III SSD มาใส่เพิ่มอีกตัวเผื่อว่ามีเกมที่อยากเล่นหรือมีงานที่ต้องเซฟเก็บเอาไว้ในเครื่องเยอะๆ จะได้ไม่ต้องอึดอัดคอยโยกไฟล์เข้าออกเครื่องบ่อยๆ นั่นเอง

สุดท้าย หากย้อนถามกลับมาที่ตัวผู้เขียนว่าถ้าคอมเครื่องที่ใช้เล่นเกมทุกวัน อยู่ๆ เกิดการ์ดจอพังใช้งานไม่ได้แล้วราคาการ์ดจอยังแพงระดับนี้จะซื้อเครื่องนี้มาใช้งานหรือเปล่า ส่วนตัวผู้เขียนตอบเลยว่าตัดสินใจซื้อมาใช้อย่างแน่นอน และตัวเริ่มต้นที่ใช้การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti ก็ถือว่าแรงเหลือเฟือแล้ว แต่ผู้เขียนอาจจะอัพเกรดเพิ่ม 2.5″ SATA III SSD เข้าไปสำหรับติดตั้งเกมเพิ่มสักหน่อย จะได้มีพื้นที่เอาไว้ลงเกมและโปรแกรมได้เยอะขึ้นด้วย

award

NBS award 7 Design

best design

ด้วยฝีมือการออกแบบของคุณ Nagano Tsuyoshi ทำให้ MSI Sword 15 A11UD ดูสวยเรียบหรูไม่หวือหวาเกินไป ทำให้คนที่ต้องการซื้อเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คไปทำงานเป็นหลักไม่ได้เน้นเล่นเกม สามารถซื้อไปได้อย่างสบายใจไม่รู้สึกว่าดีไซน์ออกเกมมิ่งจ๋าจนหลายๆ คนอึดอัด นอกจากนี้ไฟ LED Backlit ที่คีย์บอร์ดเป็นไฟสีฟ้าสวยงามเรียบร้อยอีกด้วย เรียกว่าเป็นดีไซน์ที่ใช้ได้ทุกคนแน่นอน

award new Gaming

best gaming

ในด้านของการเล่นเกม ต้องถือว่า Intel Core i7-11800H กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti พร้อมแรม 16GB และ M.2 NVMe SSD 1TB ในตัวจากโรงงานไม่ต้องเสียเวลาถอดแกะเครื่องมาอัพเดทเพิ่มก็เปิดเกม AAA ความละเอียด Full HD ปรับ High เล่นได้สบายๆ ซึ่งราคา 44,990 บาท ถือว่าเป็นเรทที่สมเหตุผล เพราะต่อให้ซื้อเครื่องที่ระดับราคาไล่เลี่ยกันมาอัพเกรดเพิ่มเติมสุดท้ายก็ถือว่าราคาไม่ต่างจากนี้มากแน่นอน

from:https://notebookspec.com/web/621141-review-msi-sword-15-a11ud

7 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 30000 เพื่อเกมเมอร์ เล่นเกม AAA ลื่น อัพเดทครึ่งหลังปี 2021

โน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 30000 บาท เรทราคานี้หารุ่นไปเล่นเกมได้เลย!

gaming laptop cover

หลังจากแนะนำโน๊ตบุ๊คสายทำงานไปในบทความเมื่อก่อนหน้านี้แล้ว ฝั่งของเกมเมอร์ที่อยากเล่นเกมก็มีเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 30000 บาท ให้เลือกอยู่ และในระดับราคานี้ก็ได้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce หรือ AMD Radeon ให้เลือกซื้อมาเล่นเกมได้ แล้วยังปรับกราฟฟิกตอนเล่นเกม AAA ได้ดีอีกด้วย

 ในช่วงราคา 30000 บาท ตอนนี้จะมีตัวเลือกหลักๆ คือ NVIDIA GeForce GTX 1650 กับ AMD Radeon RX 5500M หรือ 5600M ให้เลือก ซึ่งถึงการ์ดจอจะตกรุ่นไปบ้างแล้ว แต่ถ้าเทียบเรื่องประสิทธิภาพตอนเล่นเกมหรือเอามาทำงานเรนเดอร์กราฟฟิค 3D CG ต้องถือว่าทำได้ดีและคาดหวังประสิทธิภาพการทำงานได้มากกว่าตระกูล GeForce MX Series หรือ Radeon RX Vega อย่างแน่นอน

โน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 30000

ด้านของประสิทธิภาพตอนเล่นเกม ต้องถือว่าการ์ดจอทั้งสองรุ่นนี้เป็นรุ่นสเปคดีที่ราคากำลังปรับตัวถูกลงเรื่อยๆ แต่ประสิทธิภาพยังดี เล่นเกมบนความละเอียดระดับ Full HD ยังลื่นแล้วเฟรมเรทที่ได้ก็อยู่ในช่วง 60 fps ได้เลย

จากคลิปการทดสอบเล่นเกมจะเห็นว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1650 ยังปรับกราฟฟิคระดับ Medium-High ความละเอียดจอ Full HD แล้วเฟรมเรทยังเกาะอยู่ช่วง 60 fps ได้สบายๆ

ส่วนการ์ดจอค่ายแดง AMD Radeon RX 5500M เอง เมื่อเทียบกับ NVIDIA GeForce GTX 1650 แล้ว ถือว่าแรงไม่แพ้กัน และบางเกมที่มีเทคโนโลยีในเกมรองรับฝั่ง AMD มากกว่า ก็อาจจะทำเฟรมเรทได้ดีกว่าอีกด้วย

ดังนั้นถ้าใครกำเงิน 30000 บาทเอาไว้เป็นงบซื้อเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่มาทำงานและเล่นเกม ก็คาดหวังได้เลยว่าตอนนี้ ผู้บริโภคอย่างเรายังมีตัวเลือกรุ่นดีราคาลดรอเราอยู่อีกหลายรุ่นด้วยกัน ทั้งรองรับการอัพเกรดและเล่นเกม AAA ได้อีก 2-3 ปีแน่นอน นอกจากนี้ถ้ายังพอเพิ่มงบประมาณจาก 30000 บาทที่ตั้งเอาไว้ได้อีกสักนิดหน่อย จะหาเกมมิ่งคีย์บอร์ด, เมาส์เกมมิ่งและหน้าจอแยกดีๆ สักตัวมาต่อเพิ่มอีกหน่อย ก็ไม่ต้องประกอบเกมมิ่งพีซีแล้วมานั่งกลุ้มกับราคาการ์ดจอแยกเลยก็ได้เช่นกัน

7 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 30000 ติดการ์ดจอเพื่อเกมเมอร์

เกมเมอร์ที่เปลี่ยนใจจากประกอบเกมมิ่งพีซีแล้วหาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 30000 บาท แล้วมีการ์ดจอแยกเอาไว้เล่นเกมหรือทำงานอยู่ ในช่วงครึ่งหลังปี 2021 นี้เรียกว่ามีรุ่นน่าสนใจที่ราคาไม่แพงเลยให้เลือกอยู่ถึง 7 รุ่นด้วยกัน ซึ่งรุ่นที่เลือกมาแนะนำได้แก่

  1. Lenovo Legion 5 15ARH05 (27,900 บาท)
  2. MSI GF75 Thin 10SC-079TH (27,990 บาท)
  3. HP Victus Gaming 16 (28,990 บาท)
  4. Acer Nitro 5 AN515 (29,990 บาท)
  5. DELL Inspiron G5SE (29,990 บาท)
  6. MSI Bravo 15 A4DDR (29,990 บาท)
  7. ASUS TUF Gaming Dash F15 (29,900 บาท)
1. Lenovo Legion 5 15ARH05 (27,900 บาท)

20200615 125646 c

ถ้าให้เลือกเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คไว้ใช้งานและเล่นเกมสักเครื่อง แล้วอยากได้เครื่องที่นอกจากสเปคคุ้มแล้ว ใช้งานต่อเนื่องหลายชั่วโมงเครื่องต้องเย็นด้วย ก็ต้อง Lenovo Legion 5 รุ่นนี้ที่ถึงจะมีรุ่นใหม่ที่ติดการ์ดจอ GeForce RTX Series มาแล้ว แต่รุ่นนี้ก็ยังจัดว่าน่าสนใจและยังอัพเกรดเครื่องเพิ่ม SSD และ RAM ได้ด้วย

ซีพียูของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ยังเป็น AMD Ryzen 5 4600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.0-4.0 GHz ซึ่งความแรงถือว่ายังหายห่วง ส่วนการ์ดจอเป็น NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6 ติดตั้ง SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB พร้อม Windows 10 Home มาพร้อมลงเกมและโปรแกรมได้ครบถ้วน ส่วนแรมยังอยู่ 8GB DDR4 บัส 3200 MHz ถ้าเป็นไปได้แนะนำให้อัพเกรดไป 16GB จะดีที่สุด ส่วนหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มีค่า Refresh Rate ที่ 144 Hz ส่วนการเชื่อมต่อมีพอร์ต USB-A 3.2 x 4, USB-C 3.2 x 1, HDMI, RJ45 LAN แบบครบถ้วน ส่วนการต่ออินเตอร์เน็ตรองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.0 ด้วย ดังนั้นถ้าใครชื่นชอบแบรนด์ Lenovo ล่ะก็ จะเริ่มจากรุ่นนี้ก็ดีเช่นกัน

สเปคของ Lenovo Legion 5 15ARH05
  • ซีพียู AMD Ryzen 5 4600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.0-4.0 GHz
  • การ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6
  • SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • แรม 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • หน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz
  • มีพอร์ต USB-A 3.2 x 4, USB-C 3.2 x 1, HDMI, RJ45 LAN
  • รองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.0
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home
  • ราคา 27,900 บาท (JIB)
2. MSI GF75 Thin 10SC-079TH (27,990 บาท)

20200709 112850 c

สำหรับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 30000 บาท ก็ยังมี MSI ให้เลือกซื้อเช่นกัน และเป็นรุ่นสเปคดีน่าสนใจ หน้าตาเรียบร้อยพกไปออฟฟิศแล้วหน้าตาไม่หวือหวาเกินไป อย่าง MSI GF75 Thin 10SC-079TH ตัวนี้ที่น้ำหนักเบาเพียง 2.2 กิโลกรัมเท่านั้น

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i5-10500H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.5-4.5 GHz เรียกว่าเป็นรุ่นประสิทธิภาพสูงของสถาปัตยกรรม Comet Lake จับคู่กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6 และ SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB มี Windows 10 Home ติดตั้งมาให้ในเครื่อง ส่วนแรมอยู่ที่ 8GB DDR4 บัส 2666 MHz ด้านของหน้าจอมีขนาด 17.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz พร้อมพอร์ตใช้งานครบเครื่องทั้ง USB-A 3.1 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI, RJ45 LAN รองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1 จัดว่าเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 30000 บาทที่ยังแรง ทำงานไหลลื่นอย่างแน่นอน

สเปคของ MSI GF75 Thin 10SC-079TH
  • ซีพียู Intel Core i5-10500H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.5-4.5 GHz
  • การ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6
  • SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • แรม 8GB DDR4 บัส 2666 MHz
  • หน้าจอ 17.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz
  • มีพอร์ต USB-A 3.1 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI, RJ45 LAN
  • รองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home
  • ราคา 27,990 บาท (JIB)
3. HP Victus Gaming 16 (28,990 บาท)

20210718 002750 c

ถ้าอยากได้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 30000 บาทแล้วบอดี้เป็นรุ่นใหม่หน่อยของ HP จะมี HP Victus Gaming 16 ให้เลือกซื้อ ซึ่งดีไซน์ตัวเครื่องนั้นจะเป็นเหมือนเอา HP Pavilion Gaming มาปรับแต่งและทำให้ดูเคร่งขรึมสวยงามยิ่งขึ้นและเพิ่มโปรแกรม OMEN Gaming Hub และรายละเอียดส่วนอื่นๆ ด้วย แล้วสเปคถือว่าไม่แพ้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 30000 บาท รุ่นอื่นในบทความนี้เลย

ซีพียูที่ติดตั้งมาให้ เป็น AMD Ryzen 5 5600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2 GHz กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6 ใส่ SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB พร้อม Windows 10 Home มาให้ มีแรม 8GB DDR4 บัส 3200 MHz ส่วนหน้าจอเป็นขนาด 16.1 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ส่วน Refresh Rate อยู่ที่ 144 Hz ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อที่ตัวเครื่องมี USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI, RJ45 LAN และรองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax กับ Bluetooth 5.2 อีกด้วย ดังนั้นใครเป็นแฟนคลับโน๊ตบุ๊คของ HP ล่ะก็ อาจจะหันมามอง HP Victus Gaming 16 รุ่นใหม่นี้ก็น่าสนใจเช่นกัน

สเปคของ HP Victus Gaming 16
  • ซีพียู AMD Ryzen 5 5600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2 GHz
  • การ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6
  • SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • แรม 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • หน้าจอ 16.1 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz
  • มีพอร์ต USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI, RJ45 LAN
  • รองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.2
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home
  • ราคา 28,990 บาท (Advice)
4. Acer Nitro 5 AN515 (29,990 บาท)

20210529 021512 c

พูดถึงเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 30000 บาทเมื่อไหร่ ก็ต้องมี Acer Nitro 5 Series เข้ามาให้เลือกเช่นกัน โดยรุ่นที่แนะนำเป็น Acer Nitro 5 AN515 ที่นอกจากจะเล่นเกมต่อเนื่องหลายชั่วโมงเครื่องก็ยังเย็น ซีพียูก็เป็นตัวแรงที่ใช้งานได้ทุกโปรแกรมเล่นทุกเกมได้สบายๆ ด้วย

สเปคเครื่องนี้ติดตั้งซีพียู Intel Core i5-11400H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.7-4.5 GHz ซึ่งเป็นตัวแรงของสถาปัตยกรรม Tiger Lake ทีเดียว จับคู่กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6 และ SSD แบบ M.2 NVMe 512GB พร้อม Windows 10 Home และแรม 8GB DDR4 บัส 3200 MHz และยังอัพเกรดเครื่องเพิ่มแรมกับ SSD ได้ง่ายๆ ด้วย หน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz พร้อมพอร์ตใช้งานหลักครบเครื่องทั้ง USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1 ที่เป็นพอร์ต Thunderbolt, HDMI, RJ45 LAN รองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1 และจุดเด่นของรุ่นนี้เลย คือคีย์บอร์ดเป็นไฟ RGB อีกด้วย เรียกว่าตอบโจทย์คนหาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 30000 บาท ได้ดีทีเดียว

สเปคของ Acer nitro 5 AN515
  • ซีพียู Intel Core i5-11400H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.7-4.5 GHz
  • การ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6
  • SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • แรม 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • หน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz
  • มีพอร์ต USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1 เป็นพอร์ต Thunderbolt, HDMI, RJ45 LAN
  • รองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home
  • ราคา 29,990 บาท (JIB)
5. DELL Inspiron G5SE (29,990 บาท)

20210715 223712 c

DELL เองก็มีเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 30000 บาท ให้เลือกเหมือนกัน แม้จะไม่เด่นเท่ากับสายทำงานของทางบริษัทก็ตาม แต่ DELL Inspiron G5SE เครื่องนี้ที่แรงและอัพเกรดเพิ่มแรมได้ ส่วนของสเปคก็ถือว่าแรงเอาใจสายแดง AMD เต็มที่อีกด้วย ซึ่งถ้าใครสนใจรายละเอียดสามารถอ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ลิ้งค์นี้

สเปคเครื่องนี้ถือว่าแรงจัดเต็มด้วยซีพียุ AMD Ryzen 9 4900H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.4 GHz กับการ์ดจอแยก AMD Radeon RX 5600M แรม 6GB GDDR6 ซึ่งจัดว่าแรงหายห่วง ใส่ SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB พร้อม Windows 10 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2019 มีแรม 16GB DDR4 บัส 2933 MHz จัดว่าแรงไม่ต้องอัพเกรดแล้วก็ได้ ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 120 Hz ส่วนพอร์ตที่ตัวเครื่องมี USB 2.0 x 2, USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.1 x 1, HDMI x 1, RJ45 LAN รองรับ Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac กับ Bluetooth 5.1 อีกด้วย ต้องถือว่า DELL Inspiron G5SE ตัวนี้คุ้มมากเพราะมี Microsoft Office มาให้ใช้งานแบบครบๆ ไม่ต้องเสียเงินซื้อหรือต้องอัพเกรดเครื่องเลย แค่เปิดเครื่องก็ใช้งานได้ทันที

สเปคของ DELL Inspiron G5SE
  • ซีพียู AMD Ryzen 9 4900H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.4 GHz
  • การ์ดจอ AMD Radeon RX 5600M แรม 6GB GDDR6
  • SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • แรม 16GB DDR4 บัส 2933 MHz
  • หน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 120 Hz
  • มีพอร์ต USB 2.0 x 2, USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.1 x 1, HDMI x 1, RJ45 LAN
  • รองรับ Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 5.1
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home มี Microsoft Office Home & Student 2019
  • ราคา 29,990 บาท (Advice, JIB)
6. MSI Bravo 15 A4DDR (29,990 บาท)

20200516 123326 c

ส่วนของเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 30000 บาท จาก MSI จะมีให้เลือกอีกรุ่นหนึ่ง คือ MSI Bravo 15 A4DDR รุ่นนี้ที่เป็น AMD ทั้งซีพียูและการ์ดจอ ส่วนตัวเครื่องก็ถือว่าเบาทีเดียว เพราะน้ำหนักอยู่ที่ 1.96 กิโลกรัมเท่านั้น เรียกว่าเบาพกพาง่ายและหน้าตาก็ดูดี เล่นเกม AAA ยุคนี้ได้สบายๆ ซึ่งถ้าใครสนใจรายละเอียดเครื่องนี้สามารถอ่านรีวิวได้ที่นี่

สเปคของตัวเครื่องนี้ใช้ซีพียู AMD Ryzen 7 4800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.9-4.2 GHz จับคู่กับการ์ดจอ AMD Radeon RX 5500M แรม 4GB GDDR6 กับ SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB และติดตั้ง Windows 10 Home มาให้ ส่วนแรมมีความจุ 8GB DDR4 บัส 3200 MHz ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี Refresh Rate 144 Hz พร้อมพอร์ต USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 2, HDMI, RJ45 LAN รองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1 ได้ด้วย เรียกว่าสเปคของเครื่องนี้ก็แรงไม่แพ้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 30000 บาทที่ใช้การ์ดจอ NVIDIA อย่างแน่นอน แต่ได้ความพกพาสะดวกเป็นทุนและจุดเด่นแทน

สเปคของ MSI Bravo 15 A4DDR
  • ซีพียู AMD Ryzen 7 4800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.9-4.2 GHz
  • การ์ดจอ AMD Radeon RX 5500M แรม 4GB GDDR6
  • SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • แรม 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • หน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz
  • มีพอร์ต USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 2, HDMI, RJ45 LAN
  • รองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home
  • ราคา 29,990 บาท (JIB)
7. ASUS TUF Gaming Dash F15 (29,900 บาท)

20210128 175714 c

สุดท้ายยกให้กับแบรนด์ชื่อดังกับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นที่หลายๆ คนอาจจะกำลังตามหาอย่าง ASUS  TUF Gaming Dash F15 ที่ดีไซน์เรียบง่ายดูดีแต่เล่นเกมก็ลื่นไหล ด้านจุดเด่นคือมีพอร์ต Thunderbolt และอัพเกรดการ์ดจอเป็น NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แล้ว ดังนั้นเรื่องความแรงและการเชื่อมต่อนั้นเรียกว่าอเนกประสงค์มาก ส่วนถ้าใครสนใจรายละเอียดเครื่องรุ่นนี้สามารถอ่านรีวิวได้ที่นี่

สเปคของเครื่องนี้ใช้ซีพียูเป็น Intel Core i5-11300H แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 3.1-4.4 GHz จับคู่การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 กับ SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home มาให้ใช้งาน ส่วนแรมเป็นออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 3200 MHz มีช่องสำหรับอัพเกรดแรมอีก 1 ช่อง ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz ส่วนของพอร์ตมี USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1 เป็น Thunderbolt, HDMI, RJ45 LAN รองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax กับ Bluetooth 5.1 ด้วย ซึ่งถ้าใครหาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 30000 บาท หน้าตาเรียบหรูไม่หวือหวามากและทำงานได้ดีด้วยล่ะก็ แนะนำให้ดู ASUS รุ่นนี้เอาไว้ได้เลย

สเปคของ ASUS  TUF Gaming Dash F15
  • ซีพียู Intel Core i5-11300H แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 3.1-4.4 GHz
  • การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • แรมออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • หน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz
  • มีพอร์ต USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1 เป็น Thunderbolt, HDMI, RJ45 LAN
  • รองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home
  • ราคา 29,900 บาท (JIB)

สรุปสเปคเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 30000 บาท 7 รุ่น รุ่นยังแรงเล่นเกมเพลิน!

จะเห็นว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 30000 บาท ในตอนนี้มีรุ่นดีๆ ให้เลือกหลากหลายรุ่นและเครื่องก็แรงระดับที่พร้อมเล่นเกม AAA หรือทำงาน 3D CG ได้สบายๆ ซึ่งถ้าสรุปสเปคแล้วจะได้ตารางดังนี้

สเปคเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 30000 บาท ซีพียู,
การ์ดจอ
SSD, RAM หน้าจอ การเชื่อมต่อ ระบบ
ปฏิบัติการ
ราคา
Lenovo Legion 5 AMD Ryzen 5 4600H

NVIDIA GeForce GTX 1650

M.2 NVMe
ความจุ 512GB

8GB DDR4
บัส 3200 MHz

15.6 นิ้ว FHD IPS

Refresh Rate 144 Hz

USB-A 3.2 x 4

USB-C 3.2 x 1

HDMI

RJ45 LAN

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

Windows 10 Home

27,900 บาท
MSI GF75 THIN Intel Core i5-10500H

NVIDIA GeForce GTX 1650

M.2 NVMe
ความจุ 512GB

8GB DDR4
บัส 2666 MHz

17.3 นิ้ว
FHD IPS

Refresh Rate 144 Hz

USB-A 3.1 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI

RJ45 LAN

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

27,990 บาท
HP Victus Gaming 16 AMD Ryzen 5 5600H

NVIDIA GeForce GTX 1650

M.2 NVMe
ความจุ 512GB

8GB DDR4
บัส 3200 MHz

16.1 นิ้ว
FHD IPS

Refresh Rate 144 Hz

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI

RJ45 LAN

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.2

28,990 บาท
Acer Nitro 5 AN515 Intel Core i5-11400H

NVIDIA GeForce GTX 1650

M.2 NVMe
ความจุ 512GB

8GB DDR4
บัส 3200 MHz

15.6 นิ้ว FHD IPS

Refresh Rate 144 Hz

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1 เป็นพอร์ต Thunderbolt

HDMI

RJ45 LAN

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

29,990 บาท
DELL Inspiron G5SE AMD Ryzen 9 4900H

AMD Radeon RX 5600M

M.2 NVMe
ความจุ 512GB

16GB DDR4
บัส 3200 MHz

15.6 นิ้ว FHD IPS

Refresh Rate 120 Hz

USB 2.0 x 2

USB-A 3.2 x 1

USB-C 3.1 x 1

HDMI

RJ45 LAN

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.1

29,990 บาท
MSI Bravo 15 A4DDR AMD Ryzen 7 4800H

AMD Radeon RX 5500M

M.2 NVMe
ความจุ 512GB

8GB DDR4
บัส 3200 MHz

15.6 นิ้ว FHD IPS

Refresh Rate 144 Hz

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 2

HDMI

RJ45 LAN

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

29,990 บาท
ASUS TUF Gaming Dash F15 Intel Core i5-11300H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
ความจุ 512GB

8GB DDR4
บัส 3200 MHz

15.6 นิ้ว FHD IPS

Refresh Rate 144 Hz

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1 เป็น Thunderbolt

HDMI

RJ45 LAN

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

29,900 บาท

ดังนั้นถ้าใครกำลังจะหาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 30000 บาท เอาไว้เล่นเกมสักเครื่องล่ะก็ อาจจะเริ่มจากรุ่นเหล่านี้ที่สเปคดีราคาลงกลุ่มนี้ไปใช้งานก็ดี เพราะเรื่องความแรงต้องถือว่า NVIDIA GeForce GTX 1650 กับ AMD Radeon RX 5500M, 5600M ยังถือว่าแรงเพียงพอ ตอบโจทย์ได้อีก 2-3 ปีด้วย หรือถ้าใครมีงบเกินกว่านี้ไปอีกนิดหน่อยราว 35,000 บาท จะลดมาซื้อเครื่องกลุ่มนี้ไปแล้วเอาเงินส่วนต่างไปอัพเกรดอุปกรณ์เสริมอย่างเกมมิ่งคีย์บอร์ด, เกมมิ่งเมาส์และหูฟังเจ๋งๆ สักเซ็ตเอาไว้ใช้ตอนทำงานหรือเล่นเกม จะยิ่งช่วยให้ประสบการณ์การใช้งานดีขึ้นอย่างแน่นอน


บทความที่เกี่ยวข้อง

win11 cover

laptop cover

logitech cover 1

from:https://notebookspec.com/web/617128-7-gaming-laptop-under-30000

รีวิว Razer NAGA PRO เมาส์งูจำแลง แปลงร่าง 3 in 1 มีตัวเดียวจบรับมือได้ทุกแนวเกม

อุปกรณ์เกมมิ่งตัวโดนใจครับ เป็นเมาส์เกมมิ่งระดับโปร Razer NAGA PRO เมาส์เกมมิ่งไร้สายที่เชื่อมต่อได้ 3 ทาง กลายร่างได้ด้วยการสลับแพลตต่อพ่วงด้านข้าง 3 รูปแบบ เพื่อการเล่นเกมในแนวที่แตกต่างกัน ซึ่งออกแบบมาได้อย่างเข้าใจคนเล่นเกมอย่างมาก

Razer NAGA PRO เป็นเพื่อนคู่ใจเราได้ ทั้งในยามออกศึก FPS เราต้องการความแม่นยำ คล่องตัว ใช้ปุ่มน้อยแต่ต้องสำคัญ เมาส์เกมมิ่งสำหรับเกม FPS จึงไม่จำเป็นต้องมีปุ่มมากที่เมาส์ให้เกะกะ อาจจะมีไว้แค่เซ็ตปุ่มมาโครซื้อของ เปลี่ยนสลับปืน หรือรีโหลดกระสุนเท่านั้น แต่ต้องกดง่ายไม่พลาด ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นเมาส์เกมมิ่งแบบที่มีปุ่มพิเศษให้เราไว้เซ็ตค่าสักสองปุ่มขนาดใหญ่ๆ

แต่ในยามเราออกรอบ เข้าสนามเกมแบบ Battle Royale หรือเกม MOBA สองปุ่มพิเศษบนเมาส์เกมมิ่งทั่วไปไม่เพียงพอแล้วครับ เกมพวกนี้มีสิ่งที่ต้องควบคุมเยอะกว่า ไมว่าจะเป็นนั่ง นอน เดินช้า คลานต่ำ เก็บของ เปิดประตู หรือขับยานพาหนะ หรือแม้แต่เกม MOBA ปุ่มออกสกิลต้องมีเพียงพอ โดยในแพลตแบบหกปุ่มของ NAGA PRO  ออกแบบมาโดยเฉพาะให้เราใช้สำหรับเล่นเกมเหล่านี้ เราสามารถเซ็ตปุ่มสำคัญไว้บนตัวเมาส์ เพื่อช่วยเหลือเพิ่มความถนัดในการควบคุม รวมถึงยังสามารถให้เราเล่นที่ต้องมีคำสั่งเยอะๆ ได้แบบมือเดียวด้วยครับ

และสุดท้าย คือแพลตแบบ 12 ปุ่ม มีให้มากเพียงพอต่อการเซ็ตชุดสกิลของเกมแบบ MMO กันเลยแหละครับ เล่นเกมมือเดียวได้เลย ทั้งควบคุมตัวละครทั้งกดออกสกิล สามารถเซ็ตไว้ได้บนตัวเมาส์เพียงตัวเดียวได้หมด

 

สามแพลตในเมาส์เดียว ให้เราเลือกใช้ได้ตามที่ต้องการ สิ่งที่พิเศษไปยิ่งกว่าคือ ระบบและซอฟท์แวร์ของตัวเมาส์ ที่สามารถจัดเก็บการตั้งค่าในแต่ละแพรตเอาไว้ได้เป็นแบบโปรไฟล์ หลายๆ ชุดแยกกัน จดจำได้ถึง 5 เฉพาะความจำ Onboard และอีกมากมายที่จะจัดเก็บขึ้นในคลาวด์ของบัญชีเรา ทำให้เราสามารถสลับใช้งานกันได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องมาตั้งค่าใหม่ และยังผูกโปรไฟล์ที่เราเซ็ตไว้กับเกมในเครื่องของเราเอาไว้ให้มันเปิดการทำงานเองแบบอัตโนมัติได้ด้วยครับ




 

นั้นแค่ส่วนหนึ่งของพิษสงของเจ้างูจำแลงตัวนี้ เพราะในความหยืดหยุ่นของมันยังรวมถึงการเชื่อมต่อที่สามารถเชื่อมต่อใช้งานกับอุปกรณ์ได้ถึงสามช่องทาง รองรับทั้งการเสียบสาย USB กับอุปกรณ์อย่าง PC หรือ Notebook และยังรองรับการเชื่อมต่อไร้สายทั้งรูปแบบ Wireless HyperSpeed 2.4 GHz ใช้ร่วมกับตัว USB Dongle ตัวรับไซด์เล็กที่มีมาให้ เป็นการเชื่อมต่อไร้สายในมาตรฐานการตอบสนองความเร็วสูง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ Razer ออกแบบมาเพื่อใช้ในเกมมิ่งเมาส์แบบไร้สายโดยเฉพาะครับ

และสุดท้ายคือรองรับการเชื่อมต่อใช้งานผ่านสัญญาณบลูทูธได้ด้วยเช่นกัน วันไหนมีเมาส์ติดมือไปข้างนอก เชื่อมต่อใช้กับอุปกรณ์อื่นได้สบายๆ ด้วยสัญญาณบลูทูธครับ

 

จะเห็นว่าตัวเมาส์ออกแบบมาด้วยเจตนาให้จบ ครบ ในตัวเดียว เชื่อมต่อได้หลายทาง ใช้งานได้หลายลักษณะ เป็นเมาส์ระดับเกมมิ่งโปรสมชื่อครับ

การออกแบบ

ตัวเมาส์ได้รับการออกแบบเพื่อคนถนัดขวา ขนาดเต็มเมาส์เต็มมือ มีจุดพักนิ้วครบทั้ง 5 นิ้วเพื่อเพิ่มความกระชับในการจับเพื่อให้เราสามารถกดปุ่มบนตัวเมาส์ด้วยนิ้วต่างๆ ได้ง่ายขึ้น

ปุ่มเบสิคที่อยู่ค่บนตัวเมาส์เองไม่นับรวมแพลตข้าง ก็มีเยอะแล้วครับปุ่มคลิ๊กซ้าย คลิ๊กขวา พร้อมลูกล้อเลื่อนตรงกลางที่สามารถคลิ๊กได้และดันซ้ายและดันขวาได้ พร้อมปุ่มปรัป DPI ขึ้นลงอีกสองปุ่ม ซึ่งถือว่าปุ่มไม่น้อยและทุกปุ่มสามารถกำหนดค่าการสั่งงานได้อิสระด้วยโปรแกรม Razer SYNAPSE ทั้งหมด

ผิวสัมผัสเป็นพลาสติกทำเทคเจอร์ยิงทรายให้ละมุนมือ มีโลโกของ Razer และล้อเลื่อนที่มีไฟ Razer CHROMA RGB ปรับแต่งได้อิสระจากโปรแกรม Razer SYNAPSE


ด้านล่างใช้ฐานรองวัสดุ PTFE เคลือบด้วยสารเพิ่มความลื่นไหล มีปุ่มสลับโหมดเชื่อมต่อระหว่าง Wireless HyperSpeed 2.4 GHz และบลูทูธพร้อมปุ่มจับคู่บลูทูธ

มีขั้วชาร์จที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานได้กับอุปกรณ์เสริม Razer Mouse Dock แต่ตัวมันเองสามารถชาร์จไฟไดด้วยพอร์ท Micro USB ด้านหน้าของตัวเมาส์ด้วยนะครับ โดยเราสามารถชาร์จไฟใช้งานไปได้พร้อมกันด้วยสาย USB ที่แถมมาให้ภายในกล่อง สายถักคุณภาพสูง ออกแบบสวยงาม ปลายสายเสียบเข้ากับตัวเมาส์แล้วเนียนเข้ากันเป๊ะ

มาพร้อมกับอุปกรณ์ที่เป็นตัว Adaptor ที่ใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยืดระยะเสียบตัวรับสัญญาณ 2.4 ให้มาอยู่ใกล้กับตัวเมาส์มากขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรับสัญญาณ หรือใช้เป็นตัวแปลงจาก Micro USB ให้เป็น USB Type A ก็ได้เช่นกัน




ตัวปุ่มเมาส์ออกแบบมาแข็งแรง ใช้เทคโนโลยีใหม่สุดของ Razer รองรับการปรับ DPI ได้ถึง 20,000 DPI และใช้ตัวสัญญาณจากการคลิ๊กด้วยอินฟาเรดแทนกลไกแบบเดิมๆ ทำให้ NAGA PRO ตอบสนองได้เร็ว 0.2 มิลลิวินาที เป็นเทคโยโลยีอันดับต้นๆ ของอุตสาหกรรมเมาส์เกมมิ่ง

ตังแพลตด้านข้างออกแบบมาได้ดี ทิศทางของปุ่มกดในแต่ละแพลต รับองศากับนิ้วโป้งได้พอดี และผมชอบที่ทาง Razer ไม่ใช้สลักล็อกขอเกี่ยวใดๆ เลยในการยึดแพลต แต่เลือกใช้แม่เหล็กแรงยึดสูงสองตัวมาจับยึกแพลต ทำให้เวลาถอดเข้าถอดออกไม่ต้องงัดหรือแงะ แค่หยิบออกอย่างจงใจมันก็จะออกมาได้อย่างง่ายๆ เลยครับ

ภายในยังมีที่จัดเก็บตัวรับสัญญาณ Wireless HyperSpeed 2.4 GHz เอาไว้ให้ด้วย งานออกแบบสวยไปทุกส่วน สมเป็นอุปกรณ์จาก Razer ครับ

การใช้งาน Razer NAGA PRO

จะใช้งานตัวเมาส์ของ Razer ได้แบบเต็มประสิทธิภาพ ก็ต้องรู้จักเจ้า Razer SYNAPSE โปรแกรมศูนย์การในการจัดการอุปกรณ์ของ Razer ตัวเดียวจบ ครบวงจร จะใช้งานอุปกรณ์ Razer หลายๆ อุปกรณ์ในเครื่องเดียวก็ไม่มีปัญหาในการจัดการครับ โปรแกรมตัวนี้จัดการได้หมด

ภายใน Razer SYNAPSE เราจะสามารถเซ็ตค่า อัพระบบ ควบคุมการทำงานต่างๆ ได้ทุกอย่าง และต้องบอกว่าโปรแกรมจัดการของ Razer ขึ้นชื่อในด้าน “ครบ”

ในโปรแกรมเราจะสามารถจัดการทั้งในด้านการใช้งาน และในด้านความสวยงามของการแสดงแสงไฟ ต้องการให้ไฟ CHROMA RGB ตรงสัญลักษณ์ Razer หรือตรงวงล้อแสดงเป็นแบบไหน ออกแบบได้เองครับ แยกได้อิสระทั้งสองจุด

โดยในด้านการใช้งาน เราสามารถเข้าไปเซ็ตค่าปุ่มต่างๆ ของแพลตทั้งสามตัวได้ทุกปุ่มครับ เราสามารถเซ็ตไว้ได้ล่วงหน้าโดยไม่ต้องเปลี่ยนแพลตก่อน แล้วเซฟเป็นโปรไฟล์เอา่ไว้ในโปรแกรม รวมถึงจับคู่การใช้งานโปรไฟล์ต่างๆ เข้ากับเกมหรือโปรแกรมที่เราจะใช้งานไว้ได้ด้วย


 

ตัวโปรแกรมจะ Detech แพลตที่เราใช้ได้เองเมื่อทำการสลับครับ มันจำได้เลย เพราะพร้อมใช้งานแพลตนั้นได้ทันทีไม่ต้องเข้าไปเซ็ตบอกอะไรในโปรแกรมก่อน




ตั้งค่ากำหนดความไวเมาส์ DPI ได้ 5 ระดับ สูงสุด 20,000 DPI

เมื่อมันเป็นเมาส์ไร้สายที่ต้องใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ มันจึงมีคำสั่งให้พักการใช้พลังงานได้เอง โดยเราสามารถกำหนดเวลาปิดตัวเองอัตโนมัติเมื่อเราไม่ใช้งานได้จากในโปรแกรมนะครับ แต่ผมจะบอกว่าแบตเตอรี่เจ้านี้อึกใช้ได้ เล่นเกมยาวๆ ได้ประมาณสี่ห้าวันโดยไม่ต้องชาร์จสักครั้งก็ยังอยู่ได้ครับ

สำหรับใครชอบเซ็ตค่ามาโคร ก็เข้ามาเซ็ตได้ในโปรแกรมนี้เช่นกันครับ นอกจากนั้นทาง Razer ยังมีระบบ Hypershift ที่จะเพิ่มปุ่มอินพุตของเราเพิ่มเป็นสองเท่า ด้วยโปรไฟล์ด่วนอีกหนึ่งชุด ที่เราสลับเรียกใช้ไปมากับโปรไฟล์ปกติของเมาส์ได้ในทันทีด้วยปุ่มๆ เดียว ที่เราตั้งค่าไว้ให้เปิดและปิดโหมด Hypershift ครับ

สรุปท้ายรีวิว

ต้องเรียกว่า เมาส์ตัวเดียวแทบจะแทนคีย์บอร์ดได้เลยในการเล่นเกม รวมถึงการใช้งานที่ต้องการปุ่มลัดก็สามารถนำเมาส์เกมมิ่งแนวนี้ไปประยุกต์ใช้ก็ได้นะครับ

ประสิทธิภาพสูง การตอบสนองไวมาก ใช้งานไร้สายไม่ต่างจากเสียบสายด้วยเทคโนโลยี Wireless HyperSpeed 2.4 GHz และที่สำคัญ งานผลิตสวยมาก สวยไปทุกมุม ถูกหลักสรีรศาสตร์ ใช้งานนานๆ นิ้วไม่ปวดครับ ค่อนข้างเข้ามือมากๆ

Razer NAGA PRO ยอดเยี่ยมครับ ครบองค์ประกอบ หลากหลายทั้งในประโยชน์การใช้งาน และความหยืดหยุ่นในการเชื่อมต่อ น่าจะเป็นเมาส์ที่มีอรรถประโยชน์สูงที่สุดในการเป็นเมาส์ของวันนี้แล้วครับ

รายละเอียดของ Razer NAGA PRO

 

 

ข่าว: รีวิว Razer NAGA PRO เมาส์งูจำแลง แปลงร่าง 3 in 1 มีตัวเดียวจบรับมือได้ทุกแนวเกม มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/10/04/review-razer-naga-pro.html

เกมเมอร์รุ่นใหญ่วัย 90 อายุมากที่สุดในโลกแนะผู้ใหญ่หัดเล่นเกมบ้าง จะได้มีความสุขกับชีวิต

เกมไม่ได้มีไว้ให้เด็ก-วัยรุ่น-หรือผู้ใหญ่เล่นเท่านั้น คุณย่าวัย 90 ปี เล่นเกมทุกวัน วันละ 1-3 ชั่วโมง คลายเครียด บริหารนิ้ว มีความสุขทุกวันแบบที่ไม่ต้องสนใจเรื่องอื่นๆ ที่ไม่จำเป็นในชีวิต

Hamako Mori คุณย่าชาวญี่ปุ่นวัย 90 ปีเล่นเกมเป็นประจำทุกวันเพื่อบริหารนิ้ว บริหารความสุขให้ตัวเอง เธอไม่ได้เลือกกิจกรรมประเภทถักนิตติ้งหรือเย็บปักถักร้อย แต่เธอเลือกจะเล่นเกมแทน เธอเล่าว่า เธอหลงใหลในการเล่นเกมทุกๆ วัน ใช้เวลากับมันมากกว่า 1 ชั่วโมง – 3 ชั่วโมงต่อวัน เธอบอกว่า ทุกๆ วันคือความสุข

ใครจะไปคิดว่าคุณย่าวัย 90 ปี จะมาเป็นเกมเมอร์!!

Mori ยังมีช่อง YouTube เป็นของตัวเองด้วย ชื่อ Gamer Grandma มีคน subscribe มากถึง 3.21 แสนราย Mori เล่าว่า เธอเล่นเกมมาเป็นเวลา 39 ปีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเกม Call of Duty, เกม GTA V, Super Mario Brothers, Final Fantasy, Dragon Quest, Grand Theft Auto เธอบอกว่าเกมเหล่านี้เมื่อเริ่มเล่นแล้ว มันหยุดเล่นไม่ได้ เหมือนดูหนังที่ไม่สามารถหยุดดูได้เช่นกัน กราฟฟิกในเกมก็เหมือนกับหนัง เธอเล่นเกมมาตั้งแต่ 1981

เธอบอกว่าตอนเล่นเกมแรกๆ เธอก็เล่นไม่ค่อยดีเท่าไร แม้ว่าเกมมันจะสนุก แต่ถ้าเล่นแพ้ มันก็เป็นเกมที่ค่อนข้างยาก เธอเล่นเกมแพ้หลายครั้ง บางครั้งเธอก็รู้สึกเศร้าๆ บ้างเวลาที่เล่นแพ้ เธอแนะนำให้คนวัย 60 ปีมาเล่นเกมเหมือนเธอ เพราะมันสนุก คนอายุมากส่วนใหญ่มักจะหลีกเลี่ยงที่จะเผชิญของยาก ซึ่งหาได้น้อยมากที่จะมีคนวัยเธอเล่นเกมแบบเดียวกับเธอ

ก่อนหน้านี้ เธอเล่นเกมยาวนาน 7-8 ชั่วโมงต่อวัน เธอบอกว่าการที่เธอหันมาเล่นเกม มันทำให้เธอไม่ต้องสนใจเรื่องอื่นที่ไม่จำเป็นกับชีวิต เธอบอกว่าคุณสามารถทำอะไรก็ได้ที่คุณต้องการในเกม เธอเริ่มเปิดช่องยูทูปตั้งแต่ปี 2014 และก็เล่นเกมเรื่อยมาและเธอก็คิดว่าเธอจะเล่นต่อไปเรื่อยๆ

ที่มา – Japan Today

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/hamako-mori-oldest-vdo-game-youtuber/

วีดีโอรีวิวคีย์บอร์ดเกมมิ่ง Mionix Wei และเมาส์ Avior มุ้งมิ้ง…แต่เกมมิ่งตัวพ่อ

Mionix แบรนด์อุปกรณ์เกมมิ่งจากประเทศสวีเดน ซึ่งมีตัวแทนนำสินค้าเข้ามาจำหน่ายในไทยกันครับ ซึ่ง Mionix นับเป็นกลุ่มเกมมิ่งในระดับมาตรฐานสูงครับ ทั้งตัวงานประกอบ ความสามารถ และคุณภาพจากรางวัลที่ได้รับมารอบโลกเลยครับ โดยเฉพาะด้านการออกแบบ

โดยจุดเด่นในเมาส์ซี่รีย์ Avior รุ่นใหม่นี่ก็คงเป็นเรื่องของการให้สีและการออกแบบ ที่ค่อนข้างจะมีทั้งหวาน สดใส และความเท่ในหลากหลายสีที่มีให้เลือกครับ และการออกแบบที่รองรับการใช้งานทั้งมือซ้ายและมือขวาในเมาส์ตัวเดียว ไม่ใช่แค่รูปทรง เพราะเราสามารถกำหนดปุ่มกดต่างๆ บนตัวอุปกรณ์ของ Mionix ได้ตามใจเลยครับ

ซึ่งในคลิปวีดีโอด้านล่าง เรานำคีย์บอร์ดระดับเทพ Mionix Wei และเมาส์เกมมิ่งที่สีน่ารักที่สุดอย่าง Avior Ice Cream มารีวิวแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกันครับ

from:https://www.appdisqus.com/2018/05/02/mionix-wei-avior-review.html

บริษัทผลิตอุปกรณ์เกมมิ่ง Razer เตรียมขายหุ้น IPO ในตลาดฮ่องกงด้วยราคาถึง 600 ล้านเหรียญ

คอเกมทั้งหลายน่าจะรู้จักแบรนด์ Razer เป็นอย่างดี และที่น่าสนใจก็คือเกมมิ่งรายนี้มีความโดดเด่นเรื่องการซื้อและควบรวมกิจการ แต่ล่าสุด มีความเคลื่อนไหวว่ากำลังเตรียมขายหุ้น IPO ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงด้วย

Photo: Razer

บริษัทเกมมิ่งชื่อดังเตรียมขายหุ้น IPO

บริษัทผลิตอุปกรณ์เล่นเกม Razer ที่ก่อตั้งในสิงคโปร์แต่ย้ายฐานไปอยู่ในสหรัฐอเมริกา เตรียมยื่นเรื่องเสนอขายหุ้น IPO ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงมูลค่าสูงถึง 600 ล้านเหรียญ เนื่องจากดูแล้วพบว่ามีแนวโน้มสำหรับการเติบโตในธุรกิจอีกมาก เพราะอย่างในตอนนี้บริษัทก็มีมูลค่าแตะไปถึง 2 พันล้านเหรียญแล้ว

แม้ว่า Razer จะขายอุปกรณ์เกมมิ่ง แต่ก็ไม่ได้ทำกำไร ในปี 2016 ขาดทุน 59.6 ล้านเหรียญ จากรายได้ 392.1 ล้านเหรียญ แต่ถ้าย้อนไปในปี 2014 ยังมีกำไรอยู่ที่ 20.3 ล้านเหรียญ แต่มาขาดทุนในช่วงหลังถึงกว่า 20 ล้านเหรียญต่อปี ทำให้เป็นเหตุผลส่วนหนึ่งว่าทำไม Razer ไม่จดทะเบียนในสหรัฐอเมริกา สุดท้ายจึงมาเลือกจดทะเบียนในฮ่องกงแทน

Photo: Razer

ในขณะเดียวกัน Razer กลับทำกำไรจากการขายอุปกรณ์พ่วง เช่น หูฟัง, เมาส์, joypads ที่เอาไว้เล่นเกม และแหล่งรายได้อื่นๆ อย่าง laptop ที่เอาไว้เล่นเกมโดยเฉพาะ นอกจากนั้นกำไรยังมาจากการที่ไปซื้อและควบรวมกิจการจากสตาร์ทอัพรายต่างๆ อย่างเช่น NextBit ที่ Razer บอกว่าจะมีโทรศัพท์รุ่นใหม่ออกมาในช่วงปลายปีหรือต้นปีหน้า

รูปแบบการขายของ Razer มีการแบ่งระหว่างการขายปลีก ขายตรง และขายผ่านบุคลลที่ 3 โดยรายได้กว่า 80% มาจากตัวแทนจำหน่ายและการขายบนออนไลน์อย่าง Amazon

อย่างไรก็ตาม Razer มีนักลงทุนชื่อดังอยู่เบื้องหลังมากมาย เช่น Foxconn, Intel, IDC-Accel รวมถึงนักธุรกิจที่ร่ำรวยที่สุดในฮ่องกงอย่าง Li Ka-shing ที่ลงทุนผ่านกองทุน Redmount Ventures ในซีรีส์ D ของ Razer อีกด้วย

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/razer-ipo-hongkong/