คลังเก็บป้ายกำกับ: เกมมิ่งโน้ตบุ๊ค

4 Acer Predator Helios 300 ตัวแรงน่าเล่นปลายปี 2022 หัวใจ Intel Gen 12 การ์ดจอ NVIDIA เริ่ม 65,900 บาท

Acer Predator Helios 300 ปลายปีนี้มีตัวแรง Intel Gen 12 ให้ซื้ออยู่นะ

Share image Edit Name 2predatorhelios 1

Acer Predator Helios 300 เป็นซีรี่ส์เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คตัวแรงระดับ Desktop Replacement จากทาง Acer ซึ่งสเปคนั้นสามารถทำงานสายครีเอเตอร์ได้สบายๆ ด้วยซีพียู Intel และการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce โดยเฉพาะรุ่นใหม่ล่าสุดที่อัพเกรดมาเป็น Intel 12th Gen ซึ่งมีทั้ง P-Core ไว้ทำงานหนักและ E-Core ใช้รันโปรแกรมเบื้องหลังและระบบ Windows แล้ว ประสิทธิภาพและประสบการณ์ใช้งานก็ไหลลื่นดีมาก และอุณหภูมิในเครื่องก็ไม่ร้อนนัก เพราะทาง Acer ติดตั้งระบบระบายความร้อนโลหะเหลวหรือ Liquid Metal ให้นำความร้อนออกจากตัวซีพียูได้ดีขึ้น และมีการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3000 Series ซึ่งประสิทธิภาพสูง ใช้เล่นเกมฟอร์มยักษ์ระดับ QHD~UHD ได้อย่างไหลลื่นแล้ว ยังใช้ทำงานกราฟิคได้ดีมากอีกด้วย ดังนั้นครีเอเตอร์คนไหนที่อยากได้โน๊ตบุ๊คแรงครบรอบด้านแล้วไม่อยากเปลืองพื้นที่ในห้อง ก็ซื้อ Acer Predator Helios 300 ไปต่อหน้าจอแยกก็พร้อมใช้ทำงานได้เลย

Advertisementavw

ส่วนฟังก์ชั่นเด่นประจำ Acer Predator Helios 300 นี้ คือ ปุ่ม Turbo สำหรับโอเวอร์คล็อกตัวเครื่องด้วยค่าที่ตั้งจากโรงงานให้ตัวเครื่องทำงานได้ดีกว่าเดิม หรือจะเปิด PredatorSense มาโอเวอร์คล็อกเครื่องด้วยตัวเองและปรับตั้งค่าพัดลมช่วยให้ระบายอากาศช่วยด้วยก็ได้ นอกจากนี้ Acer Predator ยังมีฟีเจอร์ปรับไฟคีย์บอร์ด Pulsar Lighting แบบ Per-Key RGB ได้ด้วย ดังนั้นจะประสิทธิภาพหรือความสวยงาม Acer Predator ก็ทำได้ดีไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

Acer Predator Helios 300

สเปคของ Acer Predator Helios 300 CPU

GPU

SSD

RAM

Software

หน้าจอ

น้ำหนัก

การเชื่อมต่อ ราคา
(บาท)
Predator Helios 300 PH315-749G Intel Core
i7-12700H

NVIDIA GeForce RTX 3060

M.2 NVMe
1TB

16GB DDR5
4800 MHz

Windows 11 Home

15.6″ QHD
(2560×1440)
IPS

Refresh Rate
165Hz

NVIDIA
G-SYNC

2.5 กก.

Thunderbolt 4 x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

MiniDP x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

65,900
Predator Helios 300 PH317-71ZW Intel Core
i7-12700H

NVIDIA GeForce RTX 3060

M.2 NVMe
1TB

16GB DDR5
4800 MHz

Windows 11 Home

17.3″ QHD
(2560×1440)
IPS

Refresh Rate
165Hz

NVIDIA
G-SYNC

2.5 กก.

Thunderbolt 4 x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

MiniDP x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

66,900
Predator Helios 300 PH315-77UZ Intel Core
i7-12700H

NVIDIA GeForce RTX 3070

M.2 NVMe
1TB

32GB DDR5
4800 MHz

Windows 11 Home

15.6″ QHD
(2560×1440)
IPS

Refresh Rate
165Hz

NVIDIA
G-SYNC

2.5 กก.

Thunderbolt 4 x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

MiniDP x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

77,900
Predator Helios 300 PH315-55-72J4 Intel Core
i7-12700H

NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti

M.2 NVMe
1TB

32GB DDR5
4800 MHz

Windows 11 Home

15.6″ QHD
(2560×1440)
IPS

Refresh Rate
165Hz

NVIDIA
G-SYNC

2.5 กก.

Thunderbolt 4 x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

MiniDP x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

79,900

4 Acer Predator Helios 300 ตัวแรงน่าเล่น ทำงานก็ลื่นเล่นเกมก็ดีไม่แพ้พีซี!

เกมเมอร์หรือครีเอเตอร์คนไหนที่คิดอยากซื้อ Acer Predator Helios 300 เครื่องใหม่มาทำงานและเล่นเกมในช่วงปลายปีนี้แล้วกำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะซื้อรุ่นไหนดี? ผู้เขียนก็เลือกรุ่นน่าสนใจทั้งหมด 4 รุ่น ซึ่งสเปคนั้นแรงตอบโจทย์ทั้งทำงานและเล่นเกมอย่างแน่นอน โดยรุ่นที่เลือกมาแนะนำมีดังนี้

  1. Predator Helios 300 PH315-749G (65,900 บาท)
  2. Predator Helios 300 PH317-71ZW (66,900 บาท)
  3. Predator Helios 300 PH315-77UZ (77,900 บาท)
  4. Predator Helios 300 PH315-55-72J4 (79,900 บาท)
1. Predator Helios 300 PH315-749G (65,900 บาท)

predator 1

Acer Predator รหัสแรกที่เลือกมาแนะนำเป็น Predator Helios 300 PH315-749G ซึ่งเป็นรุ่นราคาถูกและเข้าถึงง่ายที่สุด ได้ฟีเจอร์ของซีรี่ส์นี้มาครบถ้วน ส่วนสเปคของเครื่องนี้ได้ Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz ใช้การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6 ใช้หน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz รองรับ NVIDIA G-SYNC มี M.2 NVMe SSD ความจุ 1TB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ มีแรม 16GB DDR5 บัส 4800MHz มีพอร์ต Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, MiniDP x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ส่วนน้ำหนักอยู่ที่ 2.5 กิโลกรัม เป็น Acer Predator Helios 300 รุ่นใหม่ที่ราคาเข้าถึงง่ายที่สุดในตอนนี้ เหมาะกับเกมเมอร์และครีเอเตอร์อย่างแน่นอน

สเปคของ Predator Helios 300 PH315-749G
  • CPU : Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 
  • RAM : 16GB DDR5 บัส 4800 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz รองรับ NVIDIA G-SYNC
  • Ports : Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, MiniDP x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.5 กิโลกรัม
  • Price : 65,900 บาท (Advice)
2. Predator Helios 300 PH317-71ZW (66,900 บาท)

predator 2

รุ่นถัดมาเป็น Predator Helios 300 PH317-71ZW รุ่นนี้จะได้สเปคเหมือน Acer Predator Helios 300 ในข้อที่แล้วแทบทั้งหมด แต่เพิ่มเงินอีก 1,000 บาท เพื่อขยายขนาดหน้าจอเป็น 17.3 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz รองรับ NVIDIA G-SYNC ด้วย หากใครอยากได้จอใหญ่เต็มตาสักหน่อยก็ขยับมารุ่นนี้แทนดีกว่า

สเปคของ Predator Helios 300 PH317-71ZW
  • CPU : Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 
  • RAM : 16GB DDR5 บัส 4800 MHz
  • Display : 17.3 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz รองรับ NVIDIA G-SYNC
  • Ports : Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, MiniDP x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.5 กิโลกรัม
  • Price : 66,900 บาท (Advice)
3. Predator Helios 300 PH315-77UZ (77,900 บาท)

predator 3

Predator Helios 300 PH315-77UZ รหัสนี้แม้ผู้เขียนจะไม่ได้หยิบมาแนะนำบ่อยๆ แต่โดยองค์รวมแล้วสเปคจัดว่าตอบโจทย์ทั้งเกมเมอร์และครีเอเตอร์อย่างแน่นอน สำหรับสเปคของเครื่องนี้จะอัพเกรดการ์ดจอขึ้นมาเป็น NVIDIA GeForce RTX 3070 แรม 8GB GDDR6 และเพิ่มแรมเป็น 32GB DDR5 บัส 4800MHz แต่ขนาดหน้าจอจะอยู่ที่ 15.6 นิ้วเท่านั้น ซึ่งเป็นขนาดยอดนิยมของเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบันนี้ จะเอาติดตัวไปทำงานหรือต่อจอเล่นเกมที่บ้านก็ดีทั้งคู่

สเปคของ Predator Helios 300 PH315-77UZ
  • CPU : Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3070 แรม 8GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 
  • RAM : 32GB DDR5 บัส 4800 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz รองรับ NVIDIA G-SYNC
  • Ports : Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, MiniDP x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.5 กิโลกรัม
  • Price : 77,990 บาท (ราคากลาง)
4. Predator Helios 300 PH315-55-72J4 (79,900 บาท)

predator 4

ปิดท้ายด้วย Predator Helios 300 PH315-55-72J4 ตัวท็อปของซีรี่ส์ Acer Predator Helios 300 ซึ่งเครื่องนี้จะสเปคเหมือนรุ่นในข้อก่อนแทบทั้งหมด ยกเว้นการ์ดจอที่อัพเกรดขึ้นเป็น NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6 ซึ่งประสิทธิภาพสูงขึ้นอีกโดยราคาจะสูงขึ้นอีก 2,000 บาท ดังนั้นหากใครพร้อมจ่ายก็ซื้อรุ่นท็อปตัวนี้ไว้ใช้ก็ซื้อได้เลย และถ้าใครต้องการอ่านรีวิวประกอบการตัดสินใจสามารถคลิกอ่านได้ที่นี่

สเปคของ Predator Helios 300 PH315-55-72J4
  • CPU : Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 
  • RAM : 32GB DDR5 บัส 4800 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz รองรับ NVIDIA G-SYNC
  • Ports : Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, MiniDP x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.5 กิโลกรัม
  • Price : 79,900 บาท (Advice)

Helios 300 KSP 1 1

สำหรับ Acer Predator Helios 300 ที่เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเรือธงของทาง Acer จัดเป็นซีรี่ส์ที่น่าสนใจและรุ่นใหม่นี้ก็อัพเกรดระบบระบายความร้อนมาเป็นอย่างดี แม้จะเล่นเกมหรือทำงานหนักๆ ก็ไม่ต้องห่วงว่าประสิทธิภาพจะลดลงเลย และยังมีไฟ Per-Key RGB และยังโอเวอร์คล็อกได้ด้วย PredatorSense โปรแกรมตั้งค่าซึ่งติดมากับ Acer Predator ทุกเครื่องอีก ดังนั้นถ้าใครสนใจก็ซื้อมาใช้ได้เลย


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share image Edit Name 1acergaming 1

Share image Edit Name 3vero 1

Share image Edit Name 1vero 1

from:https://notebookspec.com/web/673027-4-recommend-acer-predator-helios-300

รีวิว MSI Bravo 15 B5E สเปค AMD ล้วน! แรง เย็น ราคาเป็นมิตร ตัวท็อป 29,990 บาทเท่านั้น!!

MSI Bravo 15 B5E แดงทั้งเครื่อง แรงได้ที่ เย็นได้โล่ ราคาเบาถูกใจเกมเมอร์!

Share image Edit Name 1bravo15 1

หากพูดถึงตระกูลเกมมิ่งของ MSI แล้ว MSI Bravo 15 B5E นั้นเป็นอีกซีรี่ส์ซึ่งทางแบรนด์มังกรแดงทำสเปคมาเป็น AMD ล้วน โดยจับคู่ซีพียู Ryzen และการ์ดจอ Radeon ไว้ด้วยกัน เพื่อใช้ฟีเจอร์พิเศษอย่าง AMD SmartShift Max ฟังก์ชั่น Machine Learning ซึ่งระบบจะจัดสรรค่าวัตต์ให้ซีพียูและการ์ดจอตามเหมาะสมเพื่อรีดประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้นหรือเน้นประหยัดพลังงานก็ได้ และ AMD S.A.M. ซึ่งเป็นฟังก์ชั่นที่ให้ซีพียูเชื่อมต่อตรงเข้ากับเมมโมรี่ของการ์ดจอเพื่อจัดการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งทั้งสองฟีเจอร์นี้เป็นฟังก์ชั่นเมื่อโน๊ตบุ๊คเครื่องนั้นๆ เป็น AMD ล้วนเท่านั้นอีกด้วย ซึ่งหากใครยังมีภาพจำที่ไม่ค่อยสวยงามกับโน๊ตบุ๊ค AMD ล้วนมาก่อนต้องขอให้ลบภาพนั้นทิ้งไปเลย เนื่องจากประสิทธิภาพของยุค AMD Ryzen นั้นดีขึ้นโดดเด่นชัดเจน เพียงแค่ติดตั้ง AMD Chipset Drivers และ AMD Radeon Graphics Drivers ที่เป็นเวอร์ชั่น WHQL ก็เพียงพอแล้ว

Advertisementavw

ส่วนฟีเจอร์เด่นซึ่งทางบริษัทเสริมเข้ามาให้ MSI Bravo 15 B5E ก็มีหลากหลายอย่าง ไม่ว่าจะระบบเสียง Nahimic by SteelSeries ซึ่งได้เสียงคุณภาพระดับ Hi-Res, Wi-Fi 6E ซึ่งเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้เร็วและเสถียรยิ่งขึ้น รวมทั้งออกแบบชุดระบายความร้อน MSI Cooler Boost ใหม่ให้ระบายความร้อนได้ดีขึ้นกว่า MSI Bravo 15 รุ่นก่อนเป็นอย่างมาก ดังนั้นเจ้าของเครื่องก็ไม่ต้องกังวลเรื่องความร้อนในเครื่องเลยแม้แต่น้อย

MSI Bravo 15 B5E

NBS Verdicts

MSI Bravo 15 NYX00548

MSI Bravo 15 B5E เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค AMD ล้วนรุ่นใหม่ซึ่งทาง MSI อัพเกรดภายในมาให้เยอะมากไม่ว่าจะระบบระบายความร้อน, การ์ดจอรุ่นใหม่ของ AMD Radeon รวมไปถึง Wi-Fi PCIe Card ใหม่ซึ่งต่ออินเตอร์เน็ต Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax ได้ และตั้งราคาเพียง 26,990 บาทในรุ่นเริ่มต้นและ 29,990 บาทในรุ่นสูงสุด ดังนั้นราคาจึงไม่แพงเกินไป เป็นมิตรต่อเกมเมอร์ที่เน้นความคุ้มค่าเป็นอย่างมาก

ด้านรูปลักษณ์และบอดี้ตัวเครื่องแม้จะเหมือน MSI Bravo 15 รุ่นก่อนหน้าจนอาจเรียกว่ารุ่นนี้เป็นไมเนอร์เชนจ์ก็ได้ แต่บอดี้ตัวเครื่องก็ยังแข็งแรงและงานประกอบแน่นไม่มีอาการบอดี้หลวมเลย ส่วนพอร์ตสำหรับต่อเกมมิ่งเกียร์และอุปกรณ์เสริมอื่นๆ ก็มีมาครบถ้วนทั้ง USB-C, USB-A, HDMI, LAN ดังนั้นจะต่อจอแยกเล่นเกมที่บ้านหรือพกไปทำงานทั้งในออฟฟิศหรือออกนอกสถานที่ก็ไม่มีปัญหา นั่นเพราะมีฟีเจอร์ AMD SmartShift Max และ AMD S.A.M. มาเสริมให้ทำงานและจัดการพลังงานได้ดีกว่าเดิมมาก

แต่จุดสังเกตซึ่งผู้เขียนยังกังขาอยู่เกี่ยวกับ MSI Bravo 15 B5E เครื่องนี้มี 2 อย่างหลักๆ ได้แก่เสียงของพัดลมแม้เสียงจะเบาตอนใช้งานตามปกติ แต่หากเร่งรอบให้ระบายอากาศได้ดียิ่งขึ้นเมื่อไหร่ เสียงก็จะดังขึ้นอย่างชัดเจน และอีกส่วนคือ แม้ทางผู้ผลิตจะให้ช่องแรมแบบ SO-DIMM มาถึง 2 ช่อง อัพเกรดความจุได้มากสุด 64GB ก็ตาม แต่มีช่องใส่ฮาร์ดดิสก์แบบ SSD ในเครื่องแค่ช่อง M.2 NVMe ช่องหลักเพียงอันเดียวเท่านั้น ไม่มีช่องเสริมหรือแม้แต่หัว 2.5″ SATA III ติดมาให้เลยแม้จะมีพื้นที่ในเครื่องพอใส่ก็ตาม ดังนั้นหวังว่าถ้ามีรุ่นย่อยอื่นๆ เสริมเข้ามา ก็อยากให้ทางบริษัทใส่อินเตอร์เฟส M.2 PCIe มาอีกสักช่องจะดีกว่า แต่หากไม่ซีเรียสเรื่องดังกล่าวอาจจะหา External HDD แบบ Game Drive มาต่อเสริมลงเกมไปก็พอแก้ปัญหานี้ได้ระดับหนึ่ง

ข้อดีของ MSI Bravo 15 B5E
  1. งานประกอบตัวเครื่องแข็งแรงและสวยงาม ดีไซน์จัดว่าเรียบร้อยซ่อนความเกมมิ่งไว้
  2. ขาบานพับหน้าจอกางได้แบนราบ 180 องศา ปรับองศาหน้าจอให้เข้ากับผู้ใช้ได้ง่าย
  3. สเปคตัวท็อปสุดราคา 29,990 บาท ได้ AMD Ryzen 7 5800H จัดว่าราคาคุ้มค่ามาก
  4. การ์ดจอ AMD Radeon RX 6500M ประสิทธิภาพดีใช้เล่นเกมในปัจจุบันได้ทุกเกม
  5. แบตเตอรี่ใช้งานได้นานกว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่น ซึ่งใช้งานได้นานสุดราว 8 ชั่วโมงครึ่ง
  6. พัดลมโบลวเวอร์คู่, ชุดซิ้งค์, ฮีตไปป์และครีบระบายความร้อนในเครื่องจัดการอุณหภูมิได้เป็นอย่างดี จะรันงานหรือเล่นเกมอยู่ก็ไม่ร้อนนัก
  7. รองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบ Wi-Fi 6E ซึ่งเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้เร็วและเสถียร
  8. อัพเกรดเพิ่มแรมได้มากสุด 64GB DDR4 โดยช่อง SO-DIMM x 2 ช่องในเครื่อง
  9. กดเปิดเป้าเล็งปืนบนหน้าจอ (Crosshair) ได้ ช่วยให้เกมเมอร์เล่นเกมได้สะดวกขึ้น
  10. ได้ฟีเจอร์ AMD SmartShift Max, AMD S.A.M. มาใช้งาน เร่งประสิทธิภาพตัวเครื่องให้ทำงานและเล่นเกมได้ดียิ่งขึ้น
ข้อสังเกตของ MSI Bravo 15 B5E
  1. มีช่อง M.2 NVMe SSD ช่องเดียว ไม่มีช่องอัพเกรดเพิ่มไดรฟ์เสริมภายในเครื่องเลย
  2. เสียงพัดลมระบายความร้อนตอนเร่งประสิทธิภาพเต็มส่งเสียงค่อนข้างดัง

รีวิว MSI Bravo 15

Specification

3 1

MSI Bravo 15 B5E เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นซีพียูและการ์ดจอ AMD ทั้งหมด ประสิทธิภาพดี พร้อมใช้เล่นเกมฟอร์มยักษ์ในปัจจุบันได้สบายๆ เชื่อว่าจะถูกใจเกมเมอร์และแฟนคลับ AMD อย่างแน่นอน โดยรายละเอียดสเปคมีดังนี้

สเปคของ MSI Bravo 15 B5E
  • CPU : แยกเป็น 2 รุ่นย่อย ได้แก่
    • AMD Ryzen 5 5600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz
    • AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4GHz
  • GPU : AMD Radeon RX 6500M แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz อัพเกรดได้สูงสุด 64GB
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 Gen 1 x 2, USB-C 3.2 Gen 1 x 1, HDMI รองรับการแสดงผลระดับ 4K 60Hz x 1, LAN RJ45 x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.35 กิโลกรัม
  • Price : แยกตามซีพียูที่ติดตั้งมาให้ในเครื่อง

Hardware & Design

MSI Bravo 15 NYX00499

MSI Bravo 15 NYX00529
MSI Bravo 15 NYX00530
MSI Bravo 15 NYX00550
MSI Bravo 15 NYX00533

ตัวเครื่อง MSI Bravo 15 B5E นี้ จะคงบอดี้ภายนอกเอาไว้เหมือนรุ่นก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะหน้าตาเรียบง่าย ไม่หวือหวาจนดูเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเกินไป ดีไซน์ซึ่งสื่อความเป็นเกมมิ่งมีเพียงไม่กี่ส่วน ได้แก่ ขอบตัวเครื่องและหน้าจอดีไซน์ให้ตัดเฉียงเล็กน้อยไม่เรียบเป็นระนาบสี่เหลี่ยมแบบโน๊ตบุ๊คทั่วไป และมีไฟ LED Backlit สีแดงและติดสติ๊กเกอร์เอาไว้บริเวณที่พักข้อมือสองฝั่ง ได้แก่ สติ๊กเกอร์ AMD Ryzen และ Radeon ฝั่งซ้ายมือ ส่วนฝั่งขวาจาก MSI ไว้ชูฟีเจอร์เด่นของเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ 

MSI Bravo 15 NYX00518

เหนือชุดแป้นคีย์บอร์ดจะมีช่องเจาะสำหรับดึงอากาศเย็นเข้าเจาะเอาไว้เป็น 3 ชุด เป็น 4, 8, 4 ช่อง ซึ่งไม่ใหญ่เกินไป แต่ก็ช่วยให้อากาศไหลเวียนในเครื่องได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังได้ความสวยงามเสริมด้วย แต่สังเกตว่าขอบของหน้าจอและตัวเครื่องจะมีระยะห่างเว้นจากกันเล็กน้อย นั่นเพราะทางผู้ผลิตดีไซน์ให้ MSI Bravo 15 B5E นี้สามารถกางได้กว้างยิ่งขึ้น

MSI Bravo 15 NYX00535

MSI Bravo 15 NYX00534
MSI Bravo 15 NYX00536
MSI Bravo 15 NYX00492

ขาบานพับหน้าจอของ MSI Bravo 15 B5E ถูกออกแบบให้อยู่นอกกรอบตัวเครื่อง ทำให้ผู้ใช้กางหน้าจอได้แบนราบ 180 องศา ดังนั้นจะวางบนโต๊ะทำงานหรือแท่นวางโน๊ตบุ๊คก็กางหน้าจอให้เข้ากับมุมสายตาของผู้ใช้ได้สะดวก และก้านบานพับแข็งแรง ไม่มีอาการโยกคลอนเวลากางหน้าจอออกมาใช้ทำงานหรือเล่นเกมอย่างแน่นอน โดยฐานบานพับหน้าจอภายในเครื่องจะเป็นก้านเหล็กขันน็อตติดเอาไว้

MSI Bravo 15 NYX00539

ฝาหลังของ MSI Bravo 15 B5E จะมีลวดลายเหมือนปีกนกและติดโลโก้ Thunderbird อยู่ตรงกลางตำแหน่งเดียวกับโลโก้มังกรของ MSI รุ่นอื่นๆ ซึ่งโลโก้นก Thunderbird นั้นเป็นสัตว์ในตำนานของทวีปอเมริกาเหนือจะสื่อถึงพละกำลังและความแข็งแรง จัดว่ามีความหมายที่ดีไม่แพ้มังกรซึ่งผู้ใช้คุ้นเคยเลย ถัดลงมาด้านล่างจะเห็นช่องระบายความร้อนของพัดลมโบลวเวอร์ทั้ง 2 ช่องติดเอาไว้ด้วย

หากดูฝาหลังตัวเครื่องเทียบกับซีรี่ส์ใกล้เคียงกันอย่าง MSI GF63 Thin จะเห็นว่า MSI Bravo 15 B5E จะมีลวดลายมากกว่า ไม่เรียบเกินไปแล้วมีแค่โลโก้มังกรของ MSI อยู่ส่วนตรงกลางค่อนบนเพียงจุดเดียวเท่านั้น น่าจะถูกใจเกมเมอร์ที่ชอบเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหน้าตาเรียบร้อยแต่ดีไซน์ไม่เรียบง่ายเกินไป

MSI Bravo 15 NYX00473

ด้านใต้ตัวเครื่องมีช่องระบายความร้อนดีไซน์รังผึ้ง เจาะช่องนำอากาศเย็นเข้าเครื่องไว้ในส่วนของฮีตไปป์และพัดลมโบลวเวอร์ทั้งสองตัวภายในเครื่อง มีแถบยางกันลื่นและยกตัวเครื่องให้เหนือพื้นติดเอาไว้ 4 จุดแล้วล็อคเอาไว้ด้วยน็อตหัวแฉกแบบ Philip Head อีก 13 ดอก

โดยน็อตตัวที่ 2 ถัดจากน็อตบนสุดเป็นตัวสั้นกว่าน็อตตัวอื่น ดังนั้นเมื่อเปิดฝาอัพเกรดเครื่องควรแยกเป็นสัดส่วนเอาไว้จะได้ไขกลับเข้าที่ได้ถูกต้อง ส่วนน็อตอีกตัวจะซ่อนอยู่ใต้สติ๊กเกอร์ Factory Seal ตอนเปิดฝาอัพเกรดให้ขันออกด้วย

Screen & Speaker

MSI Bravo 15 NYX00506

MSI Bravo 15 NYX00508
MSI Bravo 15 NYX00507
MSI Bravo 15 NYX00509
MSI Bravo 15 NYX00563

หน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มีค่า Refresh Rate สูงสุด 144Hz สามารถปรับลดค่า Refresh Rate ลงเหลือ 60Hz ได้ ส่วนมุมองศาการมองเห็นของจอนี้จะกว้าง 178 องศา โดยสีไม่เพี้ยนและไม่เกิดเงาขึ้นบนหน้าจอเลย ดังนั้นมองจากมุมไหนก็สามารถมองเห็นได้สะดวก ด้านกรอบหน้าจอส่วนบนจะมีกล้องเว็บแคมความละเอียด 720p กับไมโครโฟนอีก 2 ตัว ติดตั้งมาให้ใช้ประชุมงาน ส่วนขอบล่างของหน้าจอสกรีนโลโก้ MSI เอาไว้ ซึ่งการดีไซน์ให้กรอบจอฝั่งซ้ายและขวาบางลงเป็นพิเศษ ทำให้พื้นที่การแสดงผลมากขึ้นและเป็นตามที่โน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นเป็นในปัจจุบันนี้

MSI Bravo 15 NYX00551

ข้อดีของจอ MSI Bravo 15 B5E คือ ทาง MSI เสริมฟีเจอร์เปิดเป้าเล็งปืน (Crosshair) ค้างเอาไว้บนจอได้ ช่วยให้เวลาเล่นเกมแนว FPS สามารถเล็งเป้าหมายได้ง่าย ไม่ต้องห่วงว่าเกมนั้นๆ จะมีหรือไม่มีเป้าเล็งในเกมให้เล่น ส่วนวิธีการใช้งานแค่กด Fn+ลูกศรชี้ลง เพื่อเปิดหรือปิดเป้าเล็งนี้ได้เลย ซึ่งฟีเจอร์นี้มีติดมากับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คของ MSI บางรุ่นเท่านั้น

display 1

gamut 2
luminance 2

หน้าจอของ MSI Bravo 15 B5E เมื่อ Calibrate ด้วย DisplayCal 3 แล้ว ค่า Gamut coverage ซึ่งเป็นค่าขอบเขตสีจริงที่ตัวโปรแกรมและ Colorchecker ของ Calibrite วัดได้ จะอยู่ที่ 63.9% sRGB, 44.3% Adobe RGB, 45.5% DCI-P3 ส่วนค่า Gamut volume ซึ่งเป็นขอบเขตสีทั้งหมดโดยรวมซึ่งหน้าจอนี้แสดงได้จะอยู่ที่ 64.3% sRGB, 44.3% Adobe RGB, 45.6% DCI-P3 ค่าความเที่ยงตรงของสีบนจอ (Delta-E) เฉลี่ยอยู่ที่ 0.13~1.52 ซึ่งเมื่อ Delta-E <2 ก็ถือได้ว่าพาเนล IPS ของจอนี้ได้สีสันเที่ยงตรง แต่ก็ไม่กว้างระดับใช้พรู้ฟสีงานอาร์ตหรือใช้แต่งภาพทำงานแบบจริงจังได้ ทว่าหากใช้แต่งภาพอัพขึ้นโซเชียลเน็ตเวิร์คก็จัดว่าทำได้ดีไม่มีปัญหา

ความสว่างหน้าจอที่โปรแกรม DisplayCal 3 วัดได้ อยู่ที่ 276.70 cd/m2 ซึ่งถือว่าสว่างระดับพอใช้งานในห้องออฟฟิศได้อย่างแน่นอน ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนแนะนำให้ปรับความสว่างไว้ราว 70% จะสว่างกำลังดีไม่จ้าจนเกินไป แต่ถ้าไปนั่งทำงานตามร้านกาแฟหรือโดนแสงส่องสะท้อนหน้าจอจะปรับเอาไว้ 100% ก็สว่างพอสู้แสงแดดได้ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

MSI Bravo 15 NYX00479
MSI Bravo 15 NYX00475
MSI Bravo 15 NYX00483
MSI Bravo 15 NYX00484

ลำโพงกำลังขับ 2W x 2 ที่ติดตั้งมาให้เป็นลำโพงซึ่งได้ Nahimic by SteelSeries มาจูนเสียงให้ ได้เสียง Hi-Res คุณภาพและเนื้อเสียงของลำโพงนี้จะได้เสียงนักร้องและเสียงเครื่องดนตรีเป็นหลัก และโทนเสียงจะไปทางเสียงแหลมเสียส่วนใหญ่และเก็บรายละเอียดได้ค่อนข้างดี ส่วนโทนเสียงเบสจะพอมีแค่ซัพพอร์ตเสียงเครื่องดนตรีต่างๆ ได้ระดับหนึ่ง แรงปะทะไม่หนักแน่นนัก ซึ่งในแง่การเล่นเกมถือว่าไม่มีปัญหา แต่ถ้าเน้นดูหนังฟังเพลงแนะนำให้ต่อลำโพงแยกที่คุณภาพเสียงดีหนักแน่นขึ้นอีกนิดจะดีกว่า

Keyboard & Touchpad

MSI Bravo 15 NYX00517

MSI Bravo 15 NYX00513
MSI Bravo 15 NYX00514
MSI Bravo 15 NYX00519
MSI Bravo 15 NYX00523
MSI Bravo 15 NYX00521
MSI Bravo 15 NYX00522

คีย์บอร์ด Full-size ของ MSI Bravo 15 B5E ตัวนี้จะมีไฟ LED Backlit แบบปรับความสว่างได้และแสงไฟลอดตัวอักษรเป็นสีแดงด้วย จุดเด่นของคีย์บอร์ดนี้ สังเกตว่าทาง MSI ออกแบบให้ปุ่ม Ctrl กับ Shift ฝั่งซ้ายมือที่เกมเมอร์มักกดตอนเล่นเกมเป็นประจำมีความกว้างเท่ากัน ช่วยให้กดได้สะดวกแล้วนิ้วไม่ไหลไปกดโดนปุ่ม Windows ที่อยู่ข้างๆ กันได้

ด้าน Numpad ฝั่งขวามือจะมีขนาดเล็กกว่าปุ่มอื่นๆ เล็กน้อยและเซ็ตให้เลข 0 กับปุ่ม Enter จะเป็นปุ่มไซซ์เดียวกัน แต่ตัวปุ่ม Enter จะอยู่บรรทัดล่างสุดระดับเดียวกับปุ่มลูกศร ซึ่งตอนใช้งานจริงแม้จะมีปุ่มให้ใช้ครบถ้วนแต่เลย์เอ้าท์แตกต่างจาก Numpad ปกติจึงต้องปรับตัวสักนิดถึงจะใช้งานได้ถนัดมือ ส่วนปุ่ม Power ที่อยู่ถัดจากปุ่มเครื่องหมายทางคณิตศาสตร์จะมีปุ่ม Power ติดเอาไว้ด้วย ซึ่งโอกาสกดพลาดไปโดนนั้นค่อนข้างน้อยทีเดียว หากไม่ได้กดตัวเลขบ่อยๆ ก็แทบไม่มีปัญหาเลย

ส่วนปุ่มฟังก์ชั่นพิเศษบนแป้นคีย์บอร์ด จะมี Function Lock ตรงปุ่ม Esc, ปุ่ม Play/Pause ตรงลูกศรซ้าย, ปุ่มปิดหน้าจอซึ่งรวมเอาไว้กับลูกศรขวามือ, ลูกศรขึ้นเป็นใช้ปรับเร่งรอบพัดลมและกดลูกศรลงใช้เปิดเป้าเล็ง Crosshair สำหรับใช้เล็งปืนตอนเล่นเกมได้ง่ายยิ่งขึ้น

MSI Bravo 15 NYX00527

Function Hotkey ตรงปุ่ม F1~F11 ของ MSI Bravo 15 B5E จะเป็นคีย์ลัดทั่วไปของโน๊ตบุ๊คสายทำงานเป็นหลัก ไม่มีฟังก์ชั่นเกมมิ่งติดมาให้ใช้โดยมีคีย์ลัดดังนี้

  • F1~F3 – ปิด, ลดหรือเพิ่มเสียงลำโพง
  • F4 – ปิด/เปิดทัชแพด
  • F5 – ปิด/เปิดไมโครโฟน
  • F6 – ปิด/เปิดเว็บแคม
  • F7 – เรียกโปรแกรม MSI Center
  • F8 – ปรับความสว่างไฟ LED Backlit
  • F9~F10 – ลด/เพิ่มความสว่างหน้าจอ
  • F11 – ปุ่ม Project ตั้งค่าหน้าจอหลักและเสริม

หากสังเกตจะเห็นว่า Function Hotkey ที่ F1~F11 นั้น จะไม่มีคีย์ลัดเฉพาะสำหรับการเล่นเกม อย่างปุ่ม Windows Lock ที่ต้องเปิดหรือปิดใน MSI Center เท่านั้น ซึ่งผู้เขียนคิดว่าคีย์ลัดนั้นจะเซ็ตเอาไว้กับปุ่ม F12 ก็ยังดี นอกจากนี้หากทาง MSI เสริมฟีเจอร์เกมมิ่งอื่นๆ อย่างการตั้งค่าปุ่มมาโครหรือเปิดให้เซ็ตปุ่ม F12 ได้โดยอิสระใน MSI Center คิดว่าจะมีประโยชน์ต่อเกมเมอร์ยิ่งกว่านี้แน่นอน

MSI Bravo 15 NYX00528

ทัชแพดของ MSI Bravo 15 B5E จะมีขนาดไม่ใหญ่มาก โดยขอบทั้งสองฝั่งของทัชแพดจะอยู่กึ่งกลางของปุ่ม Alt ทั้งสองปุ่มพอดี ซึ่งสามารถลากนิ้วไปมาระหว่างขอบหน้าจอสองฝั่งได้และรองรับ Gesture Control ของ Windows 11 ครบถ้วน และตอนเล่นเกมยังกดล็อคการทำงานได้โดย Fn+F4 ได้ด้วย ดังนั้นทัชแพดของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้จึงใช้งานได้ดีไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

Connector / Thin & Weight

MSI Bravo 15 NYX00537
MSI Bravo 15 NYX00538

พอร์ตการเชื่อมต่อของ MSI Bravo 15 B5E จะติดตั้งพอร์ตต่างๆ เอาไว้ทั้งสองฝั่งของตัวเครื่องโดยแยกพอร์ตดังนี้

  • ฝั่งซ้ายจากซ้ายมือ – ช่องต่ออแดปเตอร์, USB-A 3.2 Gen 1, USB 2.0
  • ฝั่งขวาจากซ้ายมือ – Audio combo, USB-A 3.2 Gen 1, USB-C 3.2 Gen 1, HDMI รองรับการแสดงผล 4K 60Hz, LAN RJ45
  • การเชื่อมต่อไร้สาย – Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2

ซึ่งพอร์ตของ MSI Bravo 15 จัดว่าได้มาครบเครื่องแต่จะเน้นหนักที่ฝั่งขวามือเป็นหลัก ส่วนฝั่งซ้ายมือคาดว่าเอาไว้ต่ออุปกรณ์เสริมอย่างเมาส์หรือ External Harddisk แบบ Game Drive มากกว่า แต่ต้องถือว่าทางผู้ผลิตให้พอร์ตใช้งานมาครบถ้วนพร้อมใช้งานทีเดียว

ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 6E นั้นถือว่าเกินความคาดหมายของผู้เขียนไปมาก นั่นเพราะเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่ราคาไม่เกิน 30,000 บาท ณ ช่วงปลายปี 2022 นี้ หลายๆ รุ่นยังเป็น Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax อยู่ ไม่ได้เป็น Wi-Fi 6E เช่น MSI Bravo 15 B5E นี้ ดังนั้นการที่ MSI ให้ Wi-Fi PCIe Card นี้มา ต้องถือว่าทางบริษัทก็ใจกว้างทีเดียว

MSI Bravo 15 NYX00468

MSI Bravo 15 NYX00471
MSI Bravo 15 NYX00470

น้ำหนักของ MSI Bravo 15 B5E ที่ทางบริษัทเคลมเอาไว้หน้าสเปคอยู่ที่ 2.35 กิโลกรัม แต่พอชั่งดูแล้ว เครื่องนี้จะหนักเพียง 2.24 กิโลกรัม พอรวมกับอแดปเตอร์หนัก 499 กรัมแล้ว น้ำหนักทั้งหมดของเครื่องนี้อยู่ที่ 2.74 กิโลกรัม ซึ่งน้ำหนักโดยรวมทั้งหมดนี้ก็หนักอยู่ระดับหนึ่ง

ในแง่การพกพา มิติตัวเครื่องของ MSI Bravo 15 นี้จะหนากว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปเล็กน้อย ดังนั้นกระเป๋าเป้สำหรับโน๊ตบุ๊ค 15.6 นิ้วบางใบอาจใส่แล้วขอบเครื่องรั้งมุมกระเป๋าได้ หากจะซื้อเป้ใบอื่นนอกจากที่ทาง MSI แถมมาให้ในกล่องบรรจุผลิตภัณฑ์ล่ะก็ แนะนำให้เอาเครื่องไปทาบเช็คดูว่าเป้ใบนั้นกว้างพอหรือไม่

Inside & Upgrade

MSI Bravo 15 NYX00486

MSI Bravo 15 NYX00474
MSI Bravo 15 NYX00493
MSI Bravo 15 NYX00494
MSI Bravo 15 NYX00496

ภายในเครื่องเมื่อขันน็อต Philip Head ทั้ง 13 ดอกออกมาแล้ว ก็เอาการ์ดแข็งไล่ขอบเพื่อเปิดฝาเครื่องได้เลย แต่ส่วนที่ผู้เขียนแนะนำให้ระวังคือกรอบตัวเครื่องส่วนบน เมื่อไล่ขอบจนหมดให้จับเครื่องแล้วดันกรอบขึ้นบนเพื่อสไลด์กรอบเครื่องออก จะปลดล็อคได้ง่ายและเขี้ยวล็อคไม่พัง

อย่างไรก็ตาม บนเมนบอร์ดของ MSI Bravo 15 B5E จะมีสล็อตแรม SO-DIMM อยู่ 2 ช่อง ซ้อนกันสองชั้นจึงไม่กินพื้นที่บนบอร์ดมาก แต่ที่น่าเสียดายคือ ช่อง M.2 NVMe SSD มีแต่ช่องหลักเพียง 1 ช่องเท่านั้น ไม่มีช่องเสริมหรือแม้แต่ช่อง 2.5″ SATA III SSD ก็ไม่มีให้ใช้ ดังนั้นโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้จึงอัพเกรดได้แต่แรมที่รองรับสูงสุด 64GB DDR4 เท่านั้น ส่วนพื้นที่ติดตั้งเกมให้ซื้อ External HDD แบบ Game Drive มาต่อเครื่องแทนดีกว่า

Performance & Software

cpu 2

mb 2
ram1

ซีพียูของ MSI Bravo 15 B5E เป็น AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4GHz ซึ่งรองรับชุดคำสั่งพื้นฐานสำหรับใช้ทำงานครบถ้วน เป็นสถาปัตยกรรม 7nm FinFET มีค่า TDP 45 วัตต์ ซึ่งประสิทธิภาพนั้นสามารถใช้ทำงานและเล่นเกมต่างๆ ในปัจจุบันนี้ได้อย่างแน่นอน

อินเตอร์เฟสสำหรับเชื่อมต่อ M.2 NVMe SSD บนเมนบอร์ดจะเป็น PCIe 3.0 x4 โดยมี SSD ติดตั้งมาจากโรงงานที่ 512GB สามารถอัพเกรดความจุเป็น 1TB ได้ ส่วนแรมบนเมนบอร์ดมีอยู่ 2 ช่อง รองรับการอัพเกรดสูงสุด 64GB DDR4 บัส 3200MHz ทีเดียว จัดว่ารองรับเยอะ จะซื้อไว้เล่นเกมหรือใช้ทำงานตัดต่อแต่งภาพก็ได้

integrated gpu 1
discrete gpu

การ์ดจอของ MSI Bravo 15 นอกจาก AMD Radeon Graphics ที่ติดมาในซีพียู AMD Ryzen แล้ว จะมี AMD Radeon RX 6500M พร้อมแรม 4GB GDDR6 ซึ่งประสิทธิภาพของการ์ดจอนี้ถือว่าทำงานได้ดีทีเดียว รองรับ DirectX 12 รวมทั้งชุดคำสั่งต่างๆ ค่อนข้างครบถ้วน ได้แก่ OpenCL, OpenGL 4.6, DirectCompute, DirectML, Vulkan, Ray Tracing ครบถ้วน ใช้ทั้งทำงานและเล่นเกมได้ดีแน่นอน

dvmgr

พาร์ทภายในตัวเครื่องเมื่อเช็คผ่าน Device Manager จะมีพาร์ทต่างๆ ติดตั้งมาให้ครบถ้วน ไม่ว่าจะ AMD PSP 10.0 และ TPM 2.0 สำหรับรักษาความปลอดภัยข้อมูล มี Wi-Fi PCIe Card รหัส AMD RZ608 ซึ่งเป็นการ์ด Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ในตัว ขนาดตัวการ์ดอยู่ที่ M.2 2230 ซึ่ง RZ608 นี้ทาง AMD พัฒนาร่วมกับทาง MediaTek บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนคอมชั้นนำของโลก ดังนั้นประสิทธิภาพนั้นไว้ใจได้

ssd 2

M.2 NVMe SSD ใน MSI Bravo 15 B5E เมื่อเช็คแล้วเป็นรุ่น Samsung MZVLQ512HBLU-00B00 หรือ Samsung PM991a เมื่อเช็คสเปคจากหน้าเว็บไซต์แล้ว SSD นี้จะใช้อินเตอร์เฟส PCIe 3.0 x4 ความเร็ว Sequential Read 3,100 MB/s และ Sequential Write 1,800 MB/s พอทดสอบด้วย CrystalDiskMark 8 ก็ได้ความเร็ว Sequential Read 3,111.69 MB/s และ Sequential Write 1,866.87 MB/s ซึ่งเร็วตรงตามหน้าสเปคที่เคลมเอาไว้

ด้านความเร็วรับส่งข้อมูลของ Samsung PM991a นั้นจัดว่าเร็วทีเดียว แต่ Sequential Write นั้นอาจจะไม่สูงมาก ดังนั้นถ้ามีแผนอัพเกรดไดรฟ์ให้ประสิทธิภาพสูงขึ้น แนะนำให้เปลี่ยนเป็น WD Black SN750 SE, Samsung 980 หรือเป็น Transcend MTE220S ความจุ 1TB ก็ได้ ความเร็วตอนโหลดโปรแกรมทำงานหรือเล่นเกมจะได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

r15 2
r20 2

เมื่อทดสอบการเรนเดอร์ 3D CG ด้วย CINEBENCH R15 จะได้คะแนน OpenGL 160.17 fps และ CPU ได้ 2130 cb นั่นหมายความว่า MSI Bravo 15 B5E นั้นสามารถใช้เรนเดอร์และเปิดตัวอย่างโมเดลสามมิติได้อย่างไหลลื่นแน่นอน ส่วนพลังการประมวลผลของคอร์ซีพียูที่ทดสอบด้วย CINEBENCH R20 แล้ว ได้คะแนน 4,942 pts การันตีได้เลยว่า AMD Ryzen และการ์ดจอ AMD Radeon นั้น ใช้ทำงานได้ดีอย่างแน่นอน

3dmark 2

ผลการทดสอบเล่นเกมด้วย 3DMark Time Spy นั้นได้คะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 4,583 คะแนน แยกเป็น CPU Score 7,760 คะแนน และ Graphics score 4,275 คะแนน กล่าวคือ MSI Bravo 15 B5E เครื่องนี้ใช้เล่นเกมฟอร์มยักษ์ในปี 2022 ได้ไหลลื่นทุกเกมอย่างแน่นอน

ความแรงของการ์ดจอ AMD Radeon RX 6500M ตัวนี้ เมื่อเทียบกับ NVIDIA GeForce RTX 3050 ที่ติดตั้งอยู่ใน MSI GF63 Thin ซึ่งได้รีวิวไปก่อนหน้านี้ จะเห็นว่า Graphics score นั้นทำคะแนนได้ไล่เลี่ยกัน จึงสรุปได้ว่า MSI Bravo 15 B5E เครื่องนี้ประสิทธิภาพดีไม่แพ้กัน อยู่ที่รสนิยมของผู้ใช้แต่ละคนว่าชื่นชอบ AMD ล้วนพร้อมฟีเจอร์ AMD SmartShift Max และ AMD S.A.M. หรือต้องการการ์ดจอฝั่ง NVIDIA มากกว่ากัน

pcmark10 2

แง่การทำงานก็ถือว่ายอดเยี่ยมไม่แพ้กัน เมื่อทดสอบด้วย PCMark 10 แล้ว MSI Bravo 15 ทำคะแนนเฉลี่ยได้ 5,891 คะแนน ซึ่งถือว่าสูงมาก สามารถใช้ทำงานต่างๆ ได้ไหลลื่นอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเปิดโปรแกรม, เบราเซอร์, ประชุมออนไลน์หรือทำงานเอกสารก็ทำได้ดีไม่มีปัญหา ส่วนงานตัดต่อแต่งภาพหรือวิดีโอก็ทำงานได้ดีอย่างแน่นอน ทว่าจุดที่ AMD Radeon RX 6500M อาจจะทำงานได้ไม่สู้ NVIDIA GeForce RTX 3050 นั้นจะเป็นงานตัดต่อวิดีโอเท่านั้น แต่ถ้าไม่ได้เน้นเรื่องตัดต่อวิดีโอก็ไม่ต้องซีเรียสเรื่องนี้เลย

Screenshot 2022 10 27 160438

ในแง่ของการเล่นเกม ต้องถือว่า MSI Bravo 15 B5E นั้นเล่นเกมฟอร์มยักษ์บนจอความละเอียด 1080p ได้อย่างไหลลื่น ยิ่งถ้าเกมไหนใช้เอนจิ้นที่เอื้อทาง AMD อย่าง Resident Evil Village ล่ะก็ การ์ดจอ Radeon RX 6500M ก็สามารถรีดเฟรมเรทออกมาได้สูงและทำเฟรมเรทเฉลี่ยได้ไหลลื่นอีกด้วย ส่วนเกมอื่นๆ ไม่ว่าจะ Horizon Zero Dawn หรือจะ Apex Legends ก็เล่นได้สบายๆ อย่างแน่นอน

ทว่าจุดสังเกตของ Red Dead Redemption 2 ที่แม้ทางผู้พัฒนาจะเพิ่ม AMD FSR 2.0 มาให้แล้วก็ตาม แต่พลังการเรนเดอร์ของการ์ดจอแยกอย่างเดียวก็ถือว่าเหลือเฟือ แต่ถ้าเปิดฟังก์ชั่นนี้ไว้ระดับ Balance ก็จะได้เฟรมเรทเพิ่มขึ้นและได้ภาพที่ต่อเนื่องด้วย ทว่า Forza Horizon 5 จะแตกต่างไป เพราะเกมนี้ใช้แรมการ์ดจอเยอะมากจนแรม 4GB GDDR6 ที่ติดมาไม่พอใช้งานอย่างแน่นอน หากต้องการเล่นให้ภาพลื่นไหลไม่เกิดอาการภาพกระตุกควรปรับกราฟิกไว้ระดับ Medium แล้วดันกราฟิคบางตัวขึ้นเป็น High จะดีที่สุด

main

smart priority
general settings
feature set

โปรแกรม MSI Center ใน MSI Bravo 15 B5E จะเป็นโปรแกรมตั้งค่า, มอนิเตอร์, ช่วยอัพเดทเฟิร์มแวร์และไดรเวอร์ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดอยู่เสมอ ส่วนฟังก์ชั่นสำหรับการเล่นเกม จะมีคำสั่ง Smart Priority รวมถึงโหมด Extreme Performance สำหรับเร่งประสิทธิภาพตอนเล่นเกมให้ลื่นไหลยิ่งขึ้นก็ได้ เป็นโปรแกรมที่มีประโยชน์และทำงานได้ดีทีเดียว

Battery & Heat & Noise

MSI Bravo 15 NYX00485

แบตเตอรี่ใน MSI Bravo 15 B5E มีความจุแบบ Typical Capacity อยู่ 53.5Wh (4,700mAh) ส่วน Rated Capacity อยู่ที่ 52Wh (4,562mAh) ต้องถือว่ามีความจุไล่เลี่ยกับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่น ณ ปัจจุบันนี้ โดยตัวแบตเตอรี่ถูกเซ็ตเอาไว้ชิดกับลำโพงฝั่งขวามือ ส่วนฝั่งซ้ายเป็นพื้นที่ว่างซึ่งมีขนาดพอจะใส่ 2.5″ SATA III SSD ได้ 1 ชิ้นพอดี แต่ไม่มีหัวอินเตอร์เฟส SATA III ติดตั้งมาให้ ถ้าหาก MSI ใส่อินเตอร์เฟสนี้มาให้ ก็น่าจะมีประโยชน์ต่อผู้ใช้งานกว่านี้แน่นอน

battery

ส่วนระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่ เมื่อลดความสว่างต่ำสุด, ปิดไฟ LED Backlit ของคีย์บอร์ดและเปิดเสียงลำโพงดังเพียง 10% และเปิดโหมดประหยัดพลังงานแล้วดูคลิปบน YouTube ด้วย Microsoft Edge นาน 30 นาที จะเห็นว่า AMD SmartShift Max ของ MSI Bravo 15 บริหารจัดการพลังงานได้ดี ใช้งานได้ได้นาน 8 ชม. 25 นาที ก็ถือว่าน่าประทับใจมาก เนื่องจากเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่น ณ ตอนนี้ เมื่อถอดปลั๊กใช้แบตเตอรี่ในเครื่องแล้วจะใช้งานได้นานสุดเฉลี่ย 6~7 ชม. เท่านั้น แต่ Bravo 15 กลับทำได้นานกว่าที่คิดเอาไว้ทีเดียว

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ทำให้ MSI Bravo 15 B5E ทั้งทำงานและจัดการพลังงานแบตเตอรี่ได้ดี คือ การอัพเดท AMD Chipset Drivers ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด จะช่วยให้ตัวเครื่องจัดการแบตเตอรี่, ทำงานและเล่นเกมได้ดียิ่งกว่าเดิมอย่างแน่นอน

MSI Bravo 15 NYX00488

MSI Bravo 15 NYX00490
MSI Bravo 15 NYX00489
MSI Bravo 15 NYX00491
MSI Bravo 15 NYX00497
MSI Bravo 15 NYX00545
MSI Bravo 15 NYX00547

ระบบระบายความร้อน Cooler Boost ของ MSI Bravo 15 B5E นี้ ทางบริษัทออกแบบให้ฮีตไปป์ทั้ง 3 เส้นนำความร้อนจากซิ้งค์ที่มีหน้าสัมผัสใหญ่และปิดทั่วทั้งซีพียูและการ์ดจอแล้วนำความร้อนออกไปยังพัดลมโบลวเวอร์และครีบระบายความร้อนได้เป็นอย่างดี โดยลมจะเป่าออกฝั่งซ้ายและด้านหลังของตัวเครื่องรวม 3 ช่องด้วยกัน 

heat 2

อุณหภูมิภายใน MSI Bravo 15 B5E นั้นจัดว่าน่าประทับใจมาก ซึ่งผลการทดสอบด้วย CPUID HWMonitor นี้ผู้เขียนได้รันโปรแกรม Benchmark เพื่อเร่งความร้อนให้สูงสุดแล้วและเปิดเช็คดูอุณหภูมิในตัวเครื่องแล้ว แต่อุณหภูมิทั้ง Package ของ AMD Ryzen 7 5800H ในตัวเครื่องนั้นเฉลี่ย 52 องศา มีอุณหภูมิอยู่ที่ 35~67 องศาเซลเซียสเท่านั้น ต้องถือว่าระบบระบายความร้อน Cooler Boost และการทำฮีตซิ้งค์ให้มีหน้าสัมผัสใหญ่ ก็สามารถดึงความร้อนของซีพียูและการ์ดจอออกมาได้ดีมาก

User Experience

MSI Bravo 15 NYX00557

จุดน่าประทับใจของ MSI Bravo 15 B5E นั้น ต้องยกเรื่องประสิทธิภาพและการจัดการอุณหภูมิภายในเครื่องได้เป็นอย่างดี ตอนที่ผู้เขียนทดลองเล่นเกมต่อเนื่องราว 2 ชั่วโมงในอุณหภูมิห้อง ไม่เปิดแอร์ดู ก็ไม่มีอาการตัวเครื่องร้อนจนจับเครื่องไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียวและประสิทธิภาพของตัวเครื่องก็ลดลงไปแม้แต่นิดเดียว ดังนั้นกล่าวได้ว่า MSI Bravo 15 B5E นั้นเย็นตลอดเวลา ไม่มีปัญหาว่าเครื่องร้อนแม้แต่นิดเดียว

ด้านการเล่นเกม ผู้เขียนเชื่อว่าเกมเมอร์อาจไม่คุ้นชื่อการ์ดจอแยก AMD Radeon RX 6500M นัก แต่จริงๆ แล้วการ์ดจอแยกรุ่นนี้สามารถเล่นเกมต่างๆ ในปัจจุบันบนจอ Full HD ได้สบายๆ ซึ่งพอผู้เขียนลองนำไปเล่นเกมแล้วปรับกราฟิคสูงสุดก็สามารถเล่นได้สบายๆ แต่ยกเว้นบางเกมที่กินแรมการ์ดจอหนักๆ ก็แนะนำให้เริ่มปรับกราฟิคระดับ Medium ก่อนแล้วค่อยไล่การตั้งค่าบางตัวขึ้นเป็น High จะได้ภาพที่สวยและเกมเพลย์ที่ลื่นไหลแน่นอน

ส่วนการพกเครื่องไปทำงานนอกสถานที่ตามร้านกาแฟหรือยกเข้าห้องประชุมก็ไม่ต้องกังวล จากการทดสอบแล้วแบตเตอรี่ของ MSI Bravo 15 นั้นใช้งานต่อเนื่องได้ 8 ชั่วโมงครึ่ง จัดว่าใช้ได้นานโดยพอควร ดังนั้นถ้าใครเอาโน๊ตบุ๊คไปเข้าห้องเรียนหรือประชุมก็ไม่ต้องกังวลว่าจะอยู่ได้ไม่จบวัน อย่างมากอาจจะเตรียมอแดปเตอร์เอาไว้กรณีต้องเอาเครื่องไปพรีเซนต์งานแล้วต้องใช้การ์ดจอแยกนำเสนองานให้ลูกค้าดู กรณีนั้นค่อยเตรียมอแดปเตอร์ติดกระเป๋าไปก็ได้

จุดสำคัญที่ผู้เขียนพบเมื่อทดสอบเครื่องนี้อยู่ ถ้าใช้ทำงานเอกสารหรือเปิดเว็บทำงานถือว่าแรม 8GB DDR4 เดิมๆ ในเครื่องยังพอใช้ทำงานได้ แต่ถ้าเน้นเล่นเกมเมื่อไหร่แนะนำให้อัพเกรดแรมไป 16~32GB DDR4 จะดีที่สุด โดยเฉพาะเกมเมอร์ควรเพิ่มแรมไป 16GB ขึ้นไปจะดีที่สุด

Conclusion & Award

MSI Bravo 15 NYX00549

MSI Bravo 15 B5E ในสายตาของผู้เขียนถือเป็นรุ่นไมเนอร์เชนจ์จาก MSI Bravo 15 รุ่นก่อนที่ใช้ AMD Ryzen 7 4000 Series กับ AMD Radeon RX 5500M ให้เป็นซีรี่ส์รุ่นใหม่สุด ทำให้เล่นเกมและทำงานหนักได้ดีขึ้นมาก แม้จะซื้อเป็นรุ่นเริ่มต้นซีพียู AMD Ryzen 5 5600H ราคา 26,990 บาท แล้วเอาส่วนต่างมาจ่ายอัพเกรดแรมก็สมเหตุผลเหมือนกัน แต่ถ้าใครต้องการคอร์และเธรดเผื่อเอาไว้รันงานหนักๆ จะขยับมารุ่น AMD Ryzen 7 5800H ราคา 29,990 บาทก็ดี ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ที่งบประมาณและโจทย์การใช้งานของแต่ละคนว่าพร้อมจ่ายเท่าไหร่

ด้านดีไซน์นั้นก็ยังคงเรียบร้อยอยู่แต่ก็แฝงลายเส้นที่ดูเกมมิ่งเอาไว้ ทำให้เกมเมอร์ที่ชอบ AMD เป็นทุนเดิมแล้วอยากได้โน๊ตบุ๊ค AMD ล้วน สเปคแรงและพกไปทำงานหรือเข้าเลคเชอร์ได้โดยไม่เคอะเขินเกินไปก็น่าจะชอบเครื่องนี้ ประกอบกับราคาตัวท็อปไม่เกิน 30,000 บาทเข้าไปด้วย เชื่อว่าเกมเมอร์ชาวไทยน่าจะยอมรับราคาระดับนี้ได้แน่นอน

award

award new Battery Life

best battery life

แบตเตอรี่ของ MSI Bravo 15 รุ่นใหม่นี้ เมื่อประกอบกับฟีเจอร์ AMD SmartShift Max แล้ว ก็ใช้งานต่อเนื่องได้นาน 8 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งนานจนไม่ต้องกังวลว่าแบตฯ จะหมดระหว่างวันก็ได้ นับว่าทนใช้ได้นานกว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คในระดับราคาใกล้เคียงกันหลายๆ รุ่น

award new Design

best design

MSI Bravo 15 นี้ นอกจากดีไซน์ภายนอกจะดูเรียบร้อยแต่แฝงความเท่ดุดันเอาไว้ในตัว ก็ยังลบคำสบประมาทว่าโน๊ตบุ๊ค MSI ร้อน ไปได้อย่างหมดจด ด้วยการออกแบบระบบระบายความร้อนที่ดีเช่นนี้ จะใช้งานต่อเนื่องทั้งวันก็ไม่มีปัญหา

from:https://notebookspec.com/web/672554-review-msi-bravo-15-b5e

6 โน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง Acer รุ่นแนะนำทั้ง AMD, Intel สเปคดีแอดมินเชียร์! เริ่ม 35,790 บาท

อัพเดทโน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง Acer ช่วงปลายปี มีของแรงตัวไหนให้โดนบ้างนะ?

Share image Edit Name 1acergaming 1

โน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง Acer เป็นโน๊ตบุ๊คยอดนิยมอีกซีรี่ส์ที่เกมเมอร์หรือแม้แต่คนทำงานหาซื้อไปใช้งานกัน โดยเฉพาะใครที่ต้องการโน๊ตบุ๊คเครื่องแรงเอาไว้รันงานหนักๆ เช่น งานตัดต่อวิดีโอหรือแต่งภาพหนักๆ รวมไปถึงงานทำโมเดล 3D แล้วต้องใช้การ์ดจอแยกแต่ก็ไม่อยากจ่ายแพง ก็มีโน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง Acer เป็นตัวเลือกในใจของใครหลายๆ คนอย่างแน่นอน และนอกจากนี้ถ้าใครไม่สะดวกประกอบเกมมิ่งพีซีก็มี Acer Predator เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คระดับ Desktop Replacement ให้ซื้อไปต่อจอแยกแล้วเล่นเกมได้เลย ซึ่งตอบโจทย์ผู้ใช้หลายๆ คนอย่างแน่นอน

Advertisementavw

อย่างไรก็ตาม เมื่อทางผู้ผลิตซีพียูชั้นนำของโลกอย่าง AMD และ Intel พากันเปิดตัวซีพียูซีรี่ส์ใหม่ออกมาแล้ว ทาง Acer ก็จัดการอัพเกรดเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คในค่ายของตัวเองและเปิดตัวรุ่นย่อยซึ่งประกบกับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce ออกมาหลากหลายรุ่นเพื่อปรับกระบวนไลน์อัพสินค้าให้มีความสดใหม่และถูกใจเกมเมอร์ยิ่งขึ้น จะซื้อตอนไหนก็คุ้มค่าและถ้ายิ่งรอโปรโมชั่นหรืองานอีเว้นท์สำคัญๆ ก็จะได้ราคาและของแถมที่คุ้มกว่ากว่าเดิมอีกด้วย

โน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง Acer

สรุปสเปค 6 โน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง Acer ตัวเด็ดน่าซื้อ สเปคนี้แอดมินเชียร์ ซื้อไปเล่นคุ้มชัวร์!!

สเปคโน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง Acer CPU

GPU

SSD

RAM

Software

หน้าจอ

น้ำหนัก

การเชื่อมต่อ ราคา
(บาท)
Acer Nitro 5 AN515-46-R12A AMD Ryzen 5 6600H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR5
4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 165Hz

2.5 กก.

USB-C 3.2 x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

35,790
Acer Nitro 5 AN515-58-50WD Intel Core
i5-12500H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 165Hz

2.5 กก.

Thunderbolt 4 x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

37,990
Acer Nitro 5 AN515-58-705T Intel Core
i7-12700H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 165Hz

2.5 กก.

Thunderbolt 4 x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

39,490
Acer Nitro 5 AN515-46-R4Z0 AMD Ryzen 7 6800H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR5
4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 165Hz

2.5 กก.

USB-C 3.2 x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

39,490
Acer Nitro 5 AN515-58-729S Intel Core
i7-12700H

NVIDIA GeForce RTX 3060

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR5
4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 165Hz

2.5 กก.

Thunderbolt 4 x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

49,990
Acer Predator Helios 300 PH315-55-72J4 Intel Core
i7-12700H

NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti

M.2 NVMe
1TB

32GB DDR5
4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ QHD (2560×144)
IPS

Refresh Rate 165Hz

NVIDIA
G-SYNC

2.6 กก.

Thunderbolt 4 x 1

USB-A 3.2 x 3

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

79,900

6 โน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง Acer สเปคเด็ดแอดมินเชียร์ เลือกได้ทั้งรุ่น AMD และ Intel เลย!!

โน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง Acer ในช่วงปลายปี 2022 นี้ ผู้เขียนได้เลือกรุ่นที่ผู้เขียนถูกใจสเปคเป็นส่วนตัวมาแนะนำให้เกมเมอร์ได้เช็คสเปคและดูราคากันก่อนจะไปเดินซื้อกันในงาน COMMART ที่จะจัดในเร็ววันนี้ ซึ่งทั้ง 6 รุ่นที่ผู้เขียนเลือกมาแนะนำ ได้แก่

  1. Acer Nitro 5 AN515-46-R12A (35,790 บาท)
  2. Acer Nitro 5 AN515-58-50WD (37,990 บาท)
  3. Acer Nitro 5 AN515-58-705T (39,490 บาท)
  4. Acer Nitro 5 AN515-46-R4Z0 (39,490 บาท)
  5. Acer Nitro 5 AN515-58-729S (49,990 บาท)
  6. Acer Predator Helios 300 PH315-55-72J4 (79,900 บาท)
1. Acer Nitro 5 AN515-46-R12A (35,790 บาท)

acer1

Acer Nitro 5 AN515-46-R12A เป็นโน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง Acer รุ่นแรกซึ่งสเปคดูคุ้มค่าสุดสำหรับเกมเมอร์ที่มีงบประมาณจำกัด ซึ่งสเปคของมันสามารถใช้เล่นเกมฟอร์มยักษ์ในปัจจุบันนี้ได้สบายๆ ขอแค่อัพเกรดแรมเป็น 16GB DDR4 เท่านี้ก็เพียงพอ แล้วเอาเงินไปลงกับเกมมิ่งเกียร์เพิ่มได้เลย

ซีพียูในเครื่องเป็น AMD Ryzen 5 6600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3-4.5GHz ใช้การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 มีหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ แรมในเครื่องมี 8GB DDR5 บัส 4800MHz ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อมี USB-C 3.2 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 น้ำหนักตัวเครื่อง 2.5 กิโลกรัม จัดเป็นรุ่นเริ่มต้นสเปคแรงราคาสมเหตุผลและได้รุ่นสเปคแรงตอบโจทย์เกมเมอร์และคนที่ทำงานกราฟิคอย่างแน่นอน

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-46-R12A
  • CPU : AMD Ryzen 5 6600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3-4.5GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 8GB DDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz
  • Ports : USB-C 3.2 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.5 กิโลกรัม
  • Price : 35,790 บาท (Advice)
2. Acer Nitro 5 AN515-58-50WD (37,990 บาท)

acer2

ถ้าอยากได้โน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง Acer แต่ขอซีพียู Intel ไว้เน้นทำงานเป็นหลัก จะมี Acer Nitro 5 AN515-58-50WD รุ่นนี้ให้เลือก ซึ่งจุดแตกต่างจากโน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง Acer ในข้อก่อน คือซีพียูเป็น Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ (4P+8E) 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.5GHz มีแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz ได้พอร์ตเหมือนกันแต่ USB-C จะเป็นพอร์ต Thunderbolt 4 และเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax เท่านั้น ไม่ได้เป็น Wi-Fi 6E เหมือนรุ่น AMD แต่ถ้าใครเน้นทำงานแล้วไว้ใจประสิทธิภาพของซีพียู Intel ก็ขยับมาซื้อรุ่นนี้แทนได้เลย

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-58-50WD
  • CPU : Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ (4P+8E) 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.5GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz
  • Ports : Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.5 กิโลกรัม
  • Price : 37,990 บาท (BaNANA)
3. Acer Nitro 5 AN515-58-705T (39,490 บาท)

acer3

สำหรับโน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง Acer รุ่นแรงสุดของตระกูล Nitro ซีพยู Intel เป็นรุ่น Acer Nitro 5 AN515-58-705T ซึ่งรุ่นนี้อิงสเปคร่วมกับ Acer Nitro 5 ข้อก่อนทั้งหมด ยกเว้นซีพียูที่อัพเกรดเป็น Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz แทน ซึ่งข้อดีคือ เมื่อซีพียูเป็นตัวท็อปแล้วทำให้มีคอร์และเธรดไว้ใช้รันโปรแกรมที่กินทรัพยากรหนักๆ ได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้นถ้าใครเน้นโน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง Acer ที่ซีพียูแรงหน่อยก็ซื้อรุ่นนี้ไปใช้งานได้เลย

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-58-705T
  • CPU : Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz
  • Ports : Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.5 กิโลกรัม
  • Price : 39,490 บาท (Advice)
4. Acer Nitro 5 AN515-46-R4Z0 (39,490 บาท)

acer4

โน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง Acer ซีพียู AMD ตัวท็อปในช่วงปลายปี 2022 นี้จะเป็นรหัส Acer Nitro 5 AN515-46-R4Z0 ซึ่งอิงสเปคกับ Acer Nitro 5 AN515-46-R12A ในข้อแรกแทบทั้งหมด แต่เปลี่ยนซีพียูเป็น AMD Ryzen 7 6800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.7GHz แทน ได้ประสิทธิภาพดีขึ้นทั้งทำงานและเล่นเกมที่เน้นซีพียูเป็นหลัก หากใครหาโน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง Acer แบบนี้อยู่ก็ซื้อรุ่นนี้ไปใช้ได้เลย

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-46-R4Z0
  • CPU : AMD Ryzen 7 6800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 8GB DDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz
  • Ports : USB-C 3.2 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.5 กิโลกรัม
  • Price : 39,490 บาท (Advice)
5. Acer Nitro 5 AN515-58-729S (49,990 บาท)

acer5

ถ้าอยากได้โน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง Acer ตัวแรงจบจากโรงงาน Acer Nitro 5 AN515-58-729S เครื่องนี้ตอบโจทย์เกมเมอร์อย่างแน่นอน เพราะได้ซีพียู Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6 กับหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz พร้อม M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมติดตั้งเกมได้เลย ส่วนแรมจากโรงงานได้มากถึง 16GB DDR5 บัส 4800MHz ไม่ต้องอัพเกรดเพิ่มก็ได้ ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อมี Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 และเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ด้วย ส่วนน้ำหนักเครื่อง 2.5 กิโลกรัมเท่ากันกับโน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง Acer รุ่นอื่นที่เลือกมาแนะนำ หากใครมีงบพร้อมก็แนะนำให้ซื้อเครื่องนี้ไปใช้เลย

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-58-729S
  • CPU : Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 16GB DDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz
  • Ports : Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.5 กิโลกรัม
  • Price : 49,990 บาท (ราคากลาง)
6. Acer Predator Helios 300 PH315-55-72J4 (79,900 บาท)

acer6

โน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง Acer เครื่องสุดท้ายที่เลือกมาแนะนำเป็นตระกูล Predator รุ่น Acer Predator Helios 300 PH315-55-72J4 ซึ่งเป็นรุ่นแรงสุดที่ทาง Acer มีให้เลือกซื้อ ณ ตอนนี้ ข้อดีของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ คือ มีปุ่ม Turbo สำหรับเร่งประสิทธิภาพของตัวเครื่องและได้ไฟคีย์บอร์ด RGB แบบปรับสีไฟได้ตามต้องการ แถมยังระบายความร้อนได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ซีพียูของเครื่องนี้เป็น Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz ใช้การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6 ส่วนหน้าจอ 15.6 นิ้ว ได้อัพเกรดความละเอียดขึ้นเป็น QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz รองรับ NVIDIA G-SYNC ในตัว มี M.2 NVMe SSD ความจุ 1TB ติดตั้ง Windows 11 Home มาพร้อมแรม 32GB DDR5 บัส 4800MHz ส่วนพอร์ตมี Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, MiniDP x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 และน้ำหนักตัวเครื่องเพียง 2.6 กิโลกรัม ซึ่งสเปคของโน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง Acer เครื่องนี้แรงเหลือเฟือจนไม่ต้องประกอบเกมมิ่งพีซีก็ได้ หากใครไม่อยากเสียเวลาประกอบพีซีก็ซื้อเครื่องนี้ไปต่อจอแยกได้เลย

สเปคของ Acer Predator Helios 300 PH315-55-72J4
  • CPU : Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 
  • RAM : 32GB DDR5 บัส 4800 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz รองรับ NVIDIA G-SYNC
  • Ports : Thunderbolt 4 x 1, USB-A 3.2 x 3, HDMI x 1, MiniDP x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.6 กิโลกรัม
  • Price : 79,900 บาท (Advice)

Nitro 5 AGW KSP01

จะเห็นว่าปลายปีนี้โน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง Acer ตัวเด็ดๆ ก็มีให้เลือกมากมายหลายรุ่น ไม่ว่าจะสาย Nitro 5 หรือจะเอาของแรงอย่าง Acer Predator ก็ได้ แถมยังได้ซีพียูรุ่นใหม่รหัสแรงจาก AMD และ Intel อีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม นอกจากทั้ง 6 รุ่นที่ผู้เขียนหยิบมานำเสนอแล้ว ทาง Acer ก็มีเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คอีกหลากหลายสเปคให้เลือกด้วย ถ้าใครเจอโน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง Acer รุ่นที่ถูกใจ ก็ซื้อเอาไปใช้งานได้เลย เชื่อว่าถูกใจอย่างแน่นอน


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share image Edit Name 3vero 1

Share image Edit Name 1vero 1

Share image Edit Name 2acerlaptop 1

from:https://notebookspec.com/web/672165-6-recommend-acer-gaming-laptop

7 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท ทำงานลื่นเล่นเกมดี อัพเกรดนิดก็แรงแล้ว อัพเดทปลายปี 2022

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท ปลายปี 2022 นี้หาได้ไม่ยาก สเปคดีด้วย!

Share image Edit Name 1gaminglaptop 1

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท เป็นโน๊ตบุ๊คที่ราคากำลังดีไม่ถูกไม่แพงเกินไป เป็นระดับราคาในใจของผู้ใช้หลายๆ คนที่รู้สึกว่าโน๊ตบุ๊คบางเบาน่าจะไม่ตอบโจทย์ขอบเขตงานที่ตัวเองต้องรับผิดชอบ ยิ่งในช่วงปี 2022 นี้ เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาทจากแบรนด์ชั้นนำหลายๆ เจ้าก็จัดสเปคมาให้ดีพร้อมเล่นเกมฟอร์มใหญ่ในปัจจุบันได้สบายๆ ปรับกราฟิคระดับ High แล้วเล่นบนจอ Full HD ได้ลื่นไหล แถมยังมีรุ่นย่อยให้เลือกมากมาย ทั้งรุ่นที่ใช้ซีพียู AMD, Intel และการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce หรือ AMD Radeon ก็มี เป็นระดับราคาที่มีรุ่นน่าใช้และตัวเลือกเยอะทีเดียว

Advertisementavw

อย่างไรก็ตาม จุดที่ผู้เขียนขอย้ำเสมอไม่ว่าจะโน๊ตบุ๊คสายทำงานหรือเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท เมื่อเจอสเปคและแบรนด์ที่ชอบแล้วกำลังจะสั่งซื้อ ขอให้ผู้อ่านโฟกัสตรงแรมของตัวเครื่องไว้ว่า ถ้าได้มาแค่ 8GB ก็ขอให้เตรียมเงินเอาไว้ราว 1,000~1,500 บาท เพื่อซื้อแรมอีก 8GB มาอัพเกรด จะช่วยให้ทำงานและเล่นเกมได้ดียิ่งขึ้น แล้วจะเพิ่มหรือเปลี่ยน SSD ในเครื่องหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับตัวผู้ใช้ได้เลย

7 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000

สรุปสเปค 7 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท

สเปคเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท CPU

GPU

SSD

RAM

Software

หน้าจอ

น้ำหนัก

การเชื่อมต่อ ราคา
(บาท)
MSI Bravo 15 B5DD-406TH AMD Ryzen
5 5600H

AMD Radeon RX 5500M

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate
144Hz

2.35 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

25,900
MSI GF63 Thin 11UD-1031TH Intel Core
i7-11800H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate
144Hz

1.86 กก.

USB-A 3.2 Gen 2 x 3

USB-C 3.2 Gen 2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.2

29,990
Acer Nitro 5 AN515-45-R2MT AMD Ryzen
5 5600H

NVIDIA GeForce RTX 3050

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate
144Hz

2.2 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

26,900
ASUS  TUF Gaming A15 FA506ICB-HN103W AMD Ryzen 7 4800H

NVIDIA GeForce RTX 3050

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate
144Hz

2.3 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

28,990
Hp Victus Gaming 15-fb0068AX AMD Ryzen
5 5600H

AMD Radeon RX 6500M

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate
144Hz

2.29 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.1

27,490
Colorful X15 XS Intel Core
i5-12500H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate
144Hz

1.9 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 1

USB-C 3.2 x 2

HDMI x 1

Mini-DisplayPort x 1

MicroSD Card Reader x 1

LAN x 1

Mic-in x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

29,980
Lenovo IdeaPad Gaming 3 15ACH6-82K201YETA AMD Ryzen
5 5600H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate
120Hz

2.25 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

28,990

7 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท เล่นเกมลื่น ทำงานก็แจ่ม อัพเดทปลายปี 2022

ผู้ใช้คนไหนที่กำลังมองหาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท มาใช้เพราะเครื่องเก่าเริ่มเล่นเกมใหม่ๆ หรือรันงานหนักไม่ไหวแล้วล่ะก็ ณ ช่วงปลายปี 2022 นี้ก็มีเครื่องรุ่นใหม่สเปคดี อัพเกรดได้ให้เลือกถึง 7 รุ่นทีเดียว โดยมีรุ่นแนะนำดังนี้

  1. MSI Bravo 15 B5DD-406TH (25,900 บาท)
  2. MSI GF63 Thin 11UD-1031TH (29,990 บาท)
  3. Acer Nitro 5 AN515-45-R2MT (26,900 บาท)
  4. ASUS  TUF Gaming A15 FA506ICB-HN103W (28,990 บาท)
  5. Hp Victus Gaming 15-fb0068AX (27,490 บาท)
  6. Colorful X15 XS (29,980 บาท)
  7. Lenovo IdeaPad Gaming 3 15ACH6-82K201YETA (28,990 บาท)
1. MSI Bravo 15 B5DD-406TH (25,900 บาท)

bravo15

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท สเปคแรงพร้อมใช้ทำงานและเล่นเกมได้ดีก็มี MSI Bravo 15 B5DD-406TH ให้เลือกซื้อ โดยรหัส Bravo จะเป็นรหัส AMD Ryzen และ Radeon จับคู่กัน ทำให้ใช้ฟีเจอร์อย่าง AMD S.A.M. ได้ และยังอัพเกรดเพิ่ม RAM, SSD ได้ด้วย

ซีพียูในเครื่องติดตั้ง AMD Ryzen 5 5600H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz มาให้ จับคู่การ์ดจอ AMD Radeon RX 5500M แรม 4GB GDDR6 กับหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมใช้งานกับแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อมี USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ส่วนตัวเครื่องมีน้ำหนัก 2.35 กิโลกรัม ซึ่งถ้าใครไม่เกี่ยงว่าการ์ดจอในเครื่องเก่าไปนิด แต่เรื่องประสิทธิภาพจัดว่าไว้ใจได้ก็ซื้อตัวนี้ไปใช้ได้เลย

สเปคของ MSI Bravo 15 B5DD-406TH
  • CPU : AMD Ryzen 5 5600H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz
  • GPU : AMD Radeon RX 5500M แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.35 กิโลกรัม
  • Price : 25,900 บาท (Advice)
2. MSI GF63 Thin 11UD-1031TH (29,990 บาท)

thin

รุ่นถัดมาเป็น MSI GF63 Thin 11UD-1031TH สเปค Intel ซึ่งในระดับราคา 30000 บาท ก็ได้สเปคแรงไปใช้งาน เพิ่มแรมอีก 8GB ก็ใช้งานได้ดีแน่นอน และข้อดีอีกอย่างของตระกูล Thin นั่นคือตัวเครื่องหนักไม่เกิน 2 กิโลกรัม เวลาพกไปไหนมาไหนก็ไม่ลำบากนัก

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i7-11800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.3-4.6GHz จับคู่กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 กับหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อมี USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 และน้ำหนักเครื่องเพียง 1.86 กิโลกรัมเท่านั้น เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาทที่ได้ทั้งหน้าตาเรียบร้อย, น้ำหนักเบาและสเปคแรงทีเดียว

สเปคของ MSI GF63 Thin 11UD-1031TH
  • CPU : Intel Core i7-11800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.3-4.6GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz 
  • Ports : USB-A 3.2 Gen 2 x 3, USB-C 3.2 Gen 2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.86 กิโลกรัม
  • Price : 29,990 บาท (BaNANA)
3. Acer Nitro 5 AN515-45-R2MT (26,900 บาท)

nitro5

Acer Nitro 5 AN515-45-R2MT เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาทที่ราคาเป็นมิตรต่อกระเป๋าเงิน, สเปคต่อราคาคุ้มค่าและยังอัพเกรดเพิ่ม SSD, RAM ได้อย่างละ 2 ช่อง และยังมีพอร์ตใช้งานติดตั้งมาให้ครบเครื่อง ซึ่งในงบ 30000 บาท เมื่อจ่ายซื้อแล้วยังมีเงินเหลือเอาไว้ซื้อชิ้นส่วนอัพเกรดได้สบายๆ

ซีพียูในเครื่องเป็น AMD Ryzen 5 5600H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6 และหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้กับแรมอีก 8GB DDR4 บัส 3200MHz พอร์ตเชื่อมต่อมี USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 และตัวเครื่องหนัก 2.2 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งในหมู่เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาทนี้ ต้องถือว่า Acer Nitro 5 เป็นรุ่นที่สเปคต่อราคาคุ้มค่า เหลือเงินเอาไว้ซื้อ RAM, SSD และเกมมิ่งเกียร์เพิ่มได้ด้วย

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-45-R2MT
  • CPU : AMD Ryzen 5 5600H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.2 กิโลกรัม
  • Price : 26,900 บาท (Advice)
4. ASUS  TUF Gaming A15 FA506ICB-HN103W (28,990 บาท)

asus

ASUS  TUF Gaming A15 FA506ICB-HN103W เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท ที่สเปคยังดีพร้อมใช้ทำงานและเล่นเกมต่างๆ ได้ดี อัพเกรดเพิ่มแรมอีกสักหน่อยก็แรงแล้ว ใช้งานต่อได้อีกหลายปี และแม้ซีพียูจะเป็น AMD Ryzen 4000 Series แต่ตัวชิปก็ยังแรงเอาอยู่แน่นอน

ซีพียูของ TUF Gaming A15 เป็น AMD Ryzen 7 4800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.9-4.2GHz ใช้การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6 กับหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมแรมอีก 8GB DDR4 บัส 3200MHz มีพอร์ต USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ส่วนน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 2.3 กิโลกรัม จะเห็นว่า TUF Gaming A15 เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาทที่สเปคต่อราคาคุ้มค่าใช้ได้ ทำงานกราฟิคก็ดีเล่นเกมก็ไหลลื่นแน่นอน

สเปคของ ASUS  TUF Gaming A15 FA506ICB-HN103W
  • CPU : AMD Ryzen 7 4800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.9-4.2GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.3 กิโลกรัม
  • Price : 28,900 บาท (Advice, BaNANA)
5. Hp Victus Gaming 15-fb0068AX (27,490 บาท)

hp2

 

 

 

Hp Victus Gaming 15-fb0068AX รหัสนี้ก็เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท สเปคสำหรับผู้ที่ชอบ AMD Ryzen จับคู่การ์ดจอ AMD Radeon รุ่นใหม่ๆ ก็เลือกรุ่นนี้ไปใช้ได้เลย ซึ่งประสิทธิภาพของ Hp Victus Gaming 15 จัดว่าแรงหายห่วงแน่นอน

ซีพียูในเครื่องเป็น AMD Ryzen 5 5600H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz จับคู่การ์ดจอแยก AMD Radeon RX 6500M แรม 4GB GDDR6 กับหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับแรมอีก 8GB DDR4 บัส 3200MHz พอร์ตมี USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 น้ำหนักเครื่อง 2.29 กิโลกรัม ซึ่งตัว Hp Victus Gaming 15 นี้ก็เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาทที่ดีไซน์สวยเรียบร้อยไม่เว่อร์จนเป็นเป้าสายตาเกินไปด้วย

สเปคของ Hp Victus Gaming 15-fb0068AX
  • CPU : AMD Ryzen 5 5600H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz
  • GPU : AMD Radeon RX 6500M แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.29 กิโลกรัม
  • Price : 27,490 บาท (Advice)
6. Colorful X15 XS (29,980 บาท)

colorful

ถ้าไม่เกี่ยงเรื่องแบรนด์แต่ขอสเปคคุ้มไม่ต้องอัพเกรดก็ได้ Colorful X15 XS นี้นอกจากหน้าตาจะสวยดูดี สเปคก็แรงตั้งแต่เปิดกล่อง เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาทที่ไม่ต้องอัพเกรด เล่นเดิมๆ ได้เลย และตัวเครื่องก็หนักเพียง 1.9 กิโลกรัม จึงพกไปไหนมาไหนได้ง่ายด้วย

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel 12th Gen รุ่น Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3-4.5GHz ใช้การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 มีหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz พร้อม M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้และแรมอีก 16GB DDR4 บัส 3200MHz ตั้งแต่เริ่มใช้งาน จึงไม่ต้องเผื่อเงินมาซื้อแรมไปอัพเกรดเลย พอร์ตที่เครื่องมี USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 2, HDMI x 1, Mini-DisplayPort x 1, MicroSD Card Reader x 1, LAN x 1, Mic-in x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 หากใครไม่เกี่ยงว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาทต้องเป็นแบรนด์ชั้นนำล่ะก็ Colorful X15 XS นั้นน่าสนใจสุดๆ

สเปคของ Colorful X15 XS
  • CPU : Intel Core i5-12500H แบบ 12 คอร์ 16 เธรด (4P+8E) ความเร็ว 3.3-4.5GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 2, HDMI x 1, Mini-DisplayPort x 1, MicroSD Card Reader x 1, LAN x 1, Mic-in x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.9 กิโลกรัม
  • Price : 29,980 บาท (ราคากลาง)
7. Lenovo IdeaPad Gaming 3 15ACH6-82K201YETA (28,990 บาท)

lenovo

ด้าน Lenovo ก็มีเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท รุ่น Lenovo IdeaPad Gaming 3 15ACH6-82K201YETA ให้เลือก โดยรุ่นนี้ยังเป็นบอดี้เก่าแบบตระกูล IdeaPad อยู่ ไม่ได้เป็นทรงที่หยิบยืมจาก Legion มาก็ตาม แต่ก็น่าจะถูกใจเกมเมอร์ที่อยากได้โน๊ตบุ๊คดีไซน์เรียบๆ ไม่หวือหวามากแน่นอน

ซีพียูของ IdeaPad Gaming เป็น AMD Ryzen 5 5600H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 และหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 120Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมแรมอีก 8GB DDR4 บัส 3200MHz ด้านพอร์ตมี USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และรองรับ Bluetooth 5.0 ตัวเครื่องหนัก 2.25 กิโลกรัม จัดเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาทที่น่าซื้ออีกรุ่นไม่แพ้เครื่องอื่น

สเปคของ Lenovo IdeaPad Gaming 3 15ACH6-82K201YETA
  • CPU : AMD Ryzen 5 5600H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 120Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.25 กิโลกรัม
  • Price : 28,990 บาท (ราคากลาง)

jeff hardi yRAK7Vcyl Q unsplash

ในบรรดาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 30000 บาท ณ ช่วงปลายปี 2022 นี้ ก็จะมีผสมกันทั้งรุ่นเก่าและใหม่จากแบรนด์ชั้นนำที่คุ้นหูคนไทยหรือจะแบรนด์น้องใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำตลาดแข่งกันอยู่ ณ ตอนนี้ด้วย ซึ่งถ้าใครไม่เกี่ยงเรื่องชื่อชั้นของแบรนด์แต่เน้นด้านของสเปค ก็น่าจะได้ของดีคุ้มค่าไปใช้งานอย่างแน่นอน

ถัดมาเรื่องสเปค หลายคนก็อยากได้ของรุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวกัน แต่ราคาก็จะแพงจนเงินไม่พอจ่าย หรือถ้ากัดฟันซื้อแล้วเงินทองก็น่าจะมีปัญหาไปอีกหลายเดือนก็ไม่คุ้มกัน ดังนั้นต่อให้ซีพียูและการ์ดจอเก่าไปสัก 1 รุ่น แต่ราคาถูกกว่าชัดเจนก็น่าจะดีกว่าแล้วเอาเงินส่วนต่างไปอัพเกรด RAM, SSD แทนน่าจะดีกว่า


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share image Edit Name 3gamingkeyboard 1

Share image Edit Name 3game 1

Share image Edit Name 1laptop2022 1

from:https://notebookspec.com/web/669447-7-gaming-laptop-under-30000-baht-2

รีวิว ASUS ROG Zephyrus G14 2022 ของแดง AMD Advantage แบตอึด 10 ชม. แรงสะใจ!! ราคา 69,990 บาท

ASUS ROG Zephyrus G14 แรงและแบตอึด!! ดีจบทั้งเกมมิ่งและทำงาน!!

Share image Edit Name 3g142 1

 

Advertisementavw

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คในภาพจำของใครหลายๆ คนคงจะเป็นโน๊ตบุ๊คเครื่องใหญ่หนาหนักและดีไซน์ล้ำอนาคตไม่ใช่เครื่องมินิมอลแบบ ASUS ROG Zephyrus G14 รุ่นใหม่นี้ซึ่งได้ดีไซน์สวยเรียบหรูแต่ก็ยังได้สเปคแรงฟีเจอร์ล้นเหมือนเดิม ยิ่งไปกว่านั้นถ้าใครเป็นแฟนคลับ AMD ก็น่าจะตกหลุมรักเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ได้ง่ายๆ นั่นเพราะ Zephyrus G14 รุ่นนี้เป็น AMD Advantage หรือที่เกมเมอร์เรียกกันว่า “แดงทั้งเครื่อง” นั่นเอง

จุดเด่นของ ASUS ROG Zephyrus G14 อย่างแรกคือฝาหลังแบบเจาะรูที่ ASUS เรียกว่า AniMe Matrix โดยใช้เครื่อง CNC กับเทคนิค Vapor deposition process ให้ได้ช่องไฟ LED ปรับเปลี่ยนเล่นเล่นลวดลายได้ 14,969 ลาย ตัดกับเครื่องสีเทา Eclipse Gray ได้อย่างสวยงาม ได้ตัวเครื่องบางและน้ำหนักเบาเพียง 1.72 กิโลกรัม ใช้ซีพียู AMD Ryzen 7 หรือ Ryzen 9 6000 Series กับการ์ดจอ AMD Radeon RX 6700S หรือ RX 6800S พร้อมชิป MUX Switch ไว้จัดการทำงานได้ว่าจะให้อยู่ในโหมดประหยัดพลังงานหรือเรียกใช้เต็มประสิทธิภาพก็ได้ ทำให้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ใช้งานต่อเนื่องได้นานสุด 10 ชม. ทีเดียว

ระบบระบายความร้อนภายใน ASUS ROG Zephyrus G14 อย่าง ROG Intelligent Cooling ก็เทียบชั้นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คระดับเรือธงหลายๆ รุ่น ด้วยชุด Vapor Chamber กับโลหะเหลว (Liquid Metal) จาก Thermal Grizzly ช่วยให้ระบายความร้อนจากซีพียูและการ์ดจอได้อย่างรวดเร็วจับคู่กับพัดลม Arc Flow Fans พร้อมดีไซน์ช่องระบายอากาศ Anti-Dust Tunnel 2.0 ทำให้ใช้งานได้ต่อเนื่อง ไม่ต้องกลัวปัญหาเรื่องความร้อนสูงจน Throttle Down แม้แต่น้อย ถ้าใช้ทำงานออฟฟิศทั่วไปก็ยอดเยี่ยมด้วยฟีเจอร์ 0dB สั่งหยุดพัดลมทำงานชั่วคราวในโหมด Silent ไม่ให้เสียงพัดลมรบกวนเพื่อนร่วมงานร่วมโต๊ะคนอื่น จะพกไปทำงานในที่สาธารณะที่ไหนก็ไม่มีปัญหา นอกจากนี้ ASUS ROG Zephyrus G14 ก็มี Microsoft Office Home&Student 2021 ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งาน ตอบโจทย์ครบทุกมิติทั้งทำงานและเล่นเกม

ASUS ROG Zephyrus G14

หน้าจอ ROG Nebula Display ขนาด 14 นิ้ว ก็ยอดเยี่ยม ด้วยอัตราส่วน 16:10 ความละเอียด WQXGA (2560×1600) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 120Hz และ Response Time 3ms มีฟีเจอร์ป้องกันภาพฉีกขาด Adaptive-Sync รองรับการแสดงผลแบบ Dolby Vision HDR ด้วย แสดงผลขอบเขตสีได้กว้าง 100% DCI-P3 การันตีโดย PANTONE Validated เรียกว่าก้าวข้ามความเกมมิ่งมายังสายครีเอเตอร์ได้แบบย่อมๆ ส่วนลำโพงทั้ง 4 ดอก รองรับ Dolby Atmos มีไมโครโฟน 3D Mic Array พร้อมฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวน Two-Way AI Noise Cancellation และคีย์บอร์ดก็มีปุ่ม Hotkeys ให้ใช้งาน 4 ปุ่ม ตั้งค่าได้ มี N-Key Rollover ในตัว รัวปุ่มในนาทีสำคัญตัดสินแพ้ชนะได้โดยไม่ต้องกังวลว่าปุ่มจะทำงานไม่ทันอย่างแน่นอน

จุดเด่นของ ASUS ROG Zephyrus G14 ในฐานะที่เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค AMD Advantage ก็มีฟีเจอร์เด่นอยู่ในตัวหลายอย่างซึ่งผู้ใช้บางท่านอาจยังไม่ทราบ อย่างแรกคือ AMD SmartShift Max ฟีเจอร์ที่ซีพียูและจีพียูจะสื่อสารกันโดยตรงและใช้ Machine Learning เพื่อวิเคราะห์ว่างานหรือเกมนั้นพึ่งพากำลังของซีพียูหรือการ์ดจอมากกว่าแล้วถ่ายเทค่าวัตต์เพื่อเร่งประสิทธิภาพให้ทำงานดีขึ้น โดย AMD เคลมว่าฟีเจอร์นี้ทำให้โน๊ตบุ๊คทำงานดีขึ้นถึง 14%

ถัดมาคือ AMD Smart Access Memory หรือ AMD S.A.M. เป็นฟีเจอร์เฉพาะเมื่อพีซีหรือโน๊ตบุ๊คเครื่องนั้นใช้ซีพียู AMD Ryzen 5000 Series หรือ AMD Ryzen 3000 Series (บางรุ่น) แล้วจับคู่กับการ์ดจอแยก AMD Radeon RX 6000 Series ซีพียู AMD Ryzen จะสื่อสารกับแรมการ์ดจอโดยตรงเพื่อเร่งประสิทธิภาพตัวเครื่องให้สูงขึ้น ทำให้เล่นเกมได้อย่างลื่นไหลและได้เฟรมเรทตอนเล่นเกมสูงยิ่งขึ้น นับเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่อัดฟีเจอร์มาเยอะ ครบเครื่องที่สุดอีกเครื่องหนึ่งซึ่งเกมเมอร์ไม่ควรมองข้าม!

NBS Verdicts

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00090

ASUS ROG Zephyrus G14 นับเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คสุดทรงพลัง ฟีเจอร์ครบเครื่อง ซอฟท์แวร์ครบครันพร้อมใช้งานและจัดการพลังงานได้ดีเหลือเชื่อ จนเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คบางรุ่นต้องถอยให้ เพียงอัพเดท AMD Chipset Driver (ขณะที่ทดสอบเป็นเวอร์ชั่น 3.10.08.506) และไดรเวอร์การ์ดจอเป็นเวอร์ชั่นล่าสุด เท่านี้ Zephyrus G14 ก็ทรงพลังและจัดการพลังงานได้ยอดเยี่ยม จะซื้อเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ไว้พกไปทำงานออฟฟิศก็ได้หรือจะต่อจอแยกแล้วเล่นเกมที่บ้านก็ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

นอกจากประสิทธิภาพแล้ว ฟีเจอร์และการออกแบบก็จัดว่ายอดเยี่ยม ไม่ว่าจะฝาหลังเครื่องพร้อมไฟ LED “AniMe Matrix” การกางหน้าจอแล้วยกแป้นคีย์บอร์ดขึ้นเล็กน้อยด้วย ErgoLift Hinge รวมไปถึงการปลดล็อคเครื่องด้วยกล้องสแกนใบหน้า IR Camera ทำให้ไม่ต้องพิมพ์รหัสผ่านก็ใช้งานได้ทันทีเหมือนกับพี่ใหญ่ในซีรี่ส์อย่าง ASUS ROG Zephyrus M16 ด้วย และยังติดตั้งโปรแกรม Microsoft Office Home&Student 2021 มาพร้อมใช้งานเหมือนโน๊ตบุ๊คสายออฟฟิศเครื่องหนึ่งเลย ส่วนสายครีเอเตอร์จะซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้เอาไว้ใช้ตัดต่อแต่งภาพก็ไม่มีปัญหา การันตีคุณภาพด้วย PANTONE Validated แล้ว ส่วนตัวผู้เขียนยกให้เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่แม้แต่ผู้เขียนเองก็ยังอยากได้เป็นเจ้าของเองเสียด้วยซ้ำ

ส่วนข้อสังเกต แม้ผู้เขียนจะได้ใช้ ASUS ROG Zephyrus G14 มาราวสัปดาห์หนึ่งก็หาข้อสังเกตได้เพียงจุดเดียว นั่นคือ M.2 NVMe SSD และแรม SO-DIMM ในเครื่องมีสล็อตสำหรับอัพเกรดอย่างละช่องเท่านั้น ดังนั้น Zephyrus G14 เครื่องนี้อาจจะไม่โดนใจเกมเมอร์สายฮาร์ดคอร์ที่อยากเพิ่มแรมไป 32~64GB DDR5 หรือใส่ M.2 NVMe SSD เพิ่มเท่าไหร่ แต่ถ้าดูชิ้นส่วนบนเมนบอร์ดประกอบก็จะเห็นทันทีว่าชุด Vapor Chamber กินพื้นที่ไปจนแทบหมดแล้ว ซึ่งถ้าเป็นผู้เขียนเอง ก็อาจจะหาทางออกอื่นอย่างเสริมเกมมิ่งฮาร์ดดิสก์ต่อแยกภายนอกอย่าง Game Drive เพิ่มเข้าไปแทนก็พอชดเชยกันได้อยู่

ข้อดีของ ASUS ROG Zephyrus G14
  1. งานประกอบตัวเครื่องแข็งแรง ได้ความสวยเรียบหรูไม่เป็นเกมมิ่งเกินไป
  2. บานพับ ErgoLift Hinge ยกตัวเครื่องขึ้นเล็กน้อยให้พิมพ์งานได้สะดวกและกางไดด้ราบ 180 องศา
  3. มีไฟ AniMe Matrix เสริมความสวยโดดเด่นให้กับฝาหลังของตัวเครื่อง ตั้งเอฟเฟคได้
  4. สเปคเป็น AMD Advantage รีดประสิทธิภาพของ Ryzen 7 6800HS และ Radeon RX 6700S ออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม
  5. ติดตั้งระบบระบายความร้อน ROG Intelligent Cooling แบบ Vapor Chamber มาให้ ระบายความร้อนได้ดีมาก
  6. หน้าจอ ROG Nebula Display ได้ความละเอียดและ Refresh Rate สูง ขอบเขตสีกว้าง ได้รับการการันตี PANTONE Validated รองรับ Dolby Vision HDR ด้วย
  7. ติดตั้งกล้อง IR Camera มาสแกนใบหน้าปลดล็อคเครื่องได้โดยไม่ต้องพิมพ์รหัสผ่าน
  8. ได้แรม 16GB DDR5 บัส 4800MHz อัพเกรดได้มากสุด 24GB DDR5
  9. มีพอร์ต USB-C 3.2 Gen 2 x 2 ช่อง รองรับการต่อหน้าจอแยก DisplayPort ทั้งคู่ มีช่องซ้ายรองรับการชาร์จแบตเตอรี่แบบ Power Delivery 65 วัตต์
  10. มีพอร์ตใช้งานครบเครื่องทั้ง MicroSD Card Reader, HDMI 2.0b, USB-A 3.2 Gen 2 อีก 2 ช่องด้วย
  11. รองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi 6E และ Bluetooth 5.2 ในตัว
  12. ลำโพง Dolby Atmos จำนวน 4 ดอก รองรับเสียง Hi-Res ดูหนังฟังเพลงดีมีมิติมาก
  13. ระบบจัดการพลังงานทำได้ดีมาก ใช้งานต่อเนื่องได้นานสุด 10 ชั่วโมง
  14. น้ำหนักเครื่องเบาพกพาสะดวก เพียงแค่ 1.72 กิโลกรัมเท่านั้น
  15. มีซอฟท์แวร์ Microsoft Office Home&Student 2021 ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งาน
ข้อสังเกตของ ASUS ROG Zephyrus G14
  1. อัพเกรดได้เล็กน้อย มี M.2 NVMe SSD และแรม SO-DIMM อย่างละช่องเท่านั้น
  2. ไม่มีพอร์ต LAN ติดตั้งมาให้ ถ้าต้องการใช้งานต้องต่อผ่าน USB-A to LAN แทน
  3. ควรอัพเดท AMD Chipset Driver เวอร์ชั่นล่าสุดเสมอ เพื่อให้รีดประสิทธิภาพได้เต็มที่

รีวิว ASUS ROG Zephyrus G14

Specification

g14 spec

ASUS ROG Zephyrus G14 เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คกลุ่ม Advantage Edition ซึ่งเป็นสเปค AMD ล้วนทั้งซีพียูและการ์ดจอ ซึ่งสเปคของจัดว่าทรงพลังและครบเครื่อง ตอบโจทย์ทั้งใช้ทำงานและเล่นเกมอย่างแน่นอน ซึ่งสเปคมีรายละเอียดดังนี้

สเปคของ ASUS ROG Zephyrus G14
  • CPU : AMD Ryzen 7 6800HS แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.7GHz
  • GPU : AMD Radeon RX 6700S แรม 8GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 
  • RAM : 16GB DDR5 บัส 4800 MHz แยกเป็น Onboard กับ SO-DIMM อย่างละ 8GB DDR5 บัส 4800MHz อัพเกรดได้สูงสุด 24GB DDR5
    • รุ่น GA402RK -L8150WS ติดตั้งแรม 32GB DDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด WQXGA (2560×1600) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 120Hz, Response Time 3ms รองรับ Dolby Vision HDR, Adaptive-Sync, Pantone Validated
  • Ports : USB-A 3.2 Gen 2 x 2, USB-C 3.2 Gen 2 x 1 รองรับ Power Delivery และ DisplayPort, USB-C 3.2 Gen 2 x 1 รองรับ DisplayPort, HDMI 2.0b x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD IR Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home&Student 2021
  • Weight : 1.72 กิโลกรัม
  • Price : 69,990 บาท (ราคากลาง)
รุ่นย่อยอื่นๆ ของ ASUS ROG Zephyrus G14

Hardware & Design

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00091

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00070
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00072
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00060
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00058

ดีไซน์ของ ASUS ROG Zephyrus G14 ยังเน้นความเรียบง่ายเหมือนกับ ROG Zephyrus รุ่นก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะตัวเครื่องดีไซน์เรียบง่ายเหมือนโน๊ตบุ๊คทำงานสักเครื่องหนึ่งและตัวเครื่องสีเทา Eclipse Gray ดูเรียบร้อยเหมือนโน๊ตบุ๊คสายทำงานรุ่นประสิทธิภาพสูงสักเครื่องหนึ่ง ทั้งที่เครื่องนี้เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเต็มตัว

จุดที่เหมือนกับรุ่นก่อนหน้า คือ ปุ่ม Power ทรงหกเหลี่ยมอสมมาตรและขอบบนของตัวเครื่องที่ติดโลโก้ Zephyrus เอาไว้ แต่เปลี่ยนจากเพลตสะท้อนแสงแล้วสกรีนตัวอักษรเอาไว้ข้างในเป็นตัวอักษรบนพื้นบอดี้พลาสติกระหว่างช่องระบายความร้อนสองช่อง ทาบอยู่บนไฟ LED แสดงสถานะทั้ง 3 ดวงที่ขอบบนของตัวเครื่องแทน และสังเกตจะเห็นว่าด้านข้างซ้ายและขวาขอบบนเครื่องจะมีลำโพงติดตั้งเอาไว้อีก 2 ดอก เพื่อให้ได้เสียง Dolby Atmos ด้วย

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00087

ขอบตัวเครื่องของ ASUS ROG Zephyrus G14 ทั้งส่วนของหน้าจอและตัวเครื่องจะตัดเฉียงเข้าหากันเหมือนเครื่องหมายมากกว่า (>) เมื่อพับจอแล้วจะดูดติดด้วยแม่เหล็ก กำลังดูดดีมากและใช้นิ้วชี้เพียงนิ้วเดียวก็กางหน้าจอได้ แต่ส่วนตัวผู้เขียนแนะนำให้ใช้มืออีกข้างจับเครื่องจะกางได้ง่ายกว่า

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00057

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00056
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00054
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00017

ก้านบานพับหน้าจอแบบ ErgoLift Hinge เอกลักษณ์เฉพาะของโน๊ตบุ๊ค ASUS ก็ถูกนำมาใส่ให้ ASUS ROG Zephyrus G14 ด้วยเช่นกัน หากดูดีไซน์ภายในจะเห็นว่าก้านบานพับถูกออกแบบให้มีความโค้งและขาตั้งติดเข้ากับขอบล่างหน้าจอแบบแนวนอน พอกางหน้าจอก็จะดันตัวเครื่องให้เฉียงขึ้นเล็กน้อย เพิ่มพื้นที่ว่างใต้ตัวเครื่องให้ดึงลมเย็นเข้าไประบายความร้อนและช่วยให้ผู้ใช้วางมือพิมพ์งานได้สะดวกขึ้น และทางบริษัทก็ติดก้านพลาสติกมาซัพพอร์ตให้ขอบล่างของหน้าจอไม่สัมผัสกับพื้นโต๊ะโดยตรง ป้องกันรอยขูดเสียหายไปในตัวอีกด้วย

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00100

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00095
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00028
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00026
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00024

ฝาหลังของ ASUS ROG Zephyrus G14 ตัวนี้จะเป็นแบบทูโทน คือ ส่วนของฝาหลังแบบเรียบติดเพลต ROG เอาไว้มุมล่างซ้ายมือ ส่วนฝั่งขวาเป็นช่องไฟ LED เจาะรูด้วยเครื่อง CNC เทคนิค Vapor deposition process สามารถปรับเล่นลวดลายไฟบนฝาหลังได้กว่า 14,969 ลาย ซึ่งทาง ASUS เรียกว่า AniMe Matrix จัดเป็นเอกลักษณ์บนฝาหลังซึ่งไม่มีใครเหมือน ได้ความแตกต่างและสวยงามเป็นอย่างมาก ถ้าใครชอบความโดดเด่นก็เล่นเอฟเฟคไฟให้มีเอกลักษณ์ของตัวเองได้เลย

ด้านฝาหลังจะเห็นว่าเมื่อกางแล้ว จะไม่เห็นเพลตคำว่า Zephyrus และช่องระบายความร้อน แต่ถ้าพับหน้าจอเก็บเครื่องจะเห็นป้ายโลโก้อย่างชัดเจน ได้ความเรียบร้อยแต่ก็ซ่อนดีไซน์โฉบเฉี่ยวแบบเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเอาไว้ในตัว

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00021

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00120
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00122

ด้านใต้ของ ASUS ROG Zephyrus G14 จะใช้โครงหลักเป็นพลาสติกเนื้อแข็งและโซนตรงกลางเครื่องจะเป็นแผ่นอลูมิเนียมเจาะช่องลมเข้าเอาไว้ให้ดึงอากาศเย็นจากภายนอกเข้าไประบายความร้อนในเครื่อง ติดยางรองเครื่องไว้ 2 เส้นเป็นแนวยาวและยึดน็อตหัว Philips Head เอาไว้ทั้งหมด 11 ดอกด้วยกัน ซึ่ง 3 ดอก จะอยู่ตรงแผ่นอลูมิเนียมแล้วปิดด้วยจุกยางไว้

Screen & Speaker

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00045

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00048
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00046
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00049
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00051

จอ ROG Nebula Display ของ ASUS ROG Zephyrus G14 ขนาดอยู่ที่ 14 นิ้ว ความละเอียด WQXGA (2560×1600) พาเนล IPS อัตราส่วนหน้าจออยู่ที่ 16:10 ค่า Refresh Rate 120Hz, Response Time 3ms มีฟีเจอร์ Adaptive-Sync ป้องกันภาพฉีกขาดเวลาเล่นเกมหรือคอนเทนต์ที่ภาพเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วไม่ให้ภาพฉีกขาด พาเนลมีคุณภาพสูง รองรับการแสดงผลแบบ Dolby Vision HDR ได้รับการรับรอง Pantone Validated และทาง ASUS เคลมขอบเขตสีจากโรงงาน 100% DCI-P3 ใช้แต่งภาพได้สบายๆ

display 2

gamut 2
luminance 2

ความละเอียดหน้าจอระดับ QHD โดยปกติแล้วจะอยู่ที่ 2560×1440 พิกเซล แต่ ASUS ROG Zephyrus G14 จะเพิ่มอัตราส่วนหน้าจอในแนวตั้งขึ้นอีกเล็กน้อยเป็น 16:10 ทำให้ความละเอียดจอเพิ่มเป็น 2560×1600 พิกเซล ปรับค่า Refresh Rate ได้ว่าจะใช้ 60Hz หรือ 120Hz ซึ่งถ้าใช้ทำงานแล้วไม่อยากเปลืองแบตเตอรี่ก็ปรับลงมา 60Hz ก่อน พอจะเล่นเกมก็ปรับขึ้น 120Hz ทีหลังก็ได้

ขอบเขตสีหน้าจอบนหน้าสเปคอยู่ที่ 100% DCI-P3 เมื่อคาลิเบรตหน้าจอด้วย DisplayCal 3 จะเห็นว่า Gamut coverage ซึ่งเป็นค่าจากโรงงานอยู่ที่ 99.7% sRGB, 84.9% Adobe RGB, 98.2% DCI-P3 ซึ่งถือว่ากว้างใกล้เคียงกับที่เคลมเอาไว้ แต่พอคาลิเบรตเสร็จแล้วขอบเขตสีหน้าจอในหัวข้อ Gamut volume เพิ่มขึ้นเป็น 146.3% sRGB, 100.8% Adobe RGB, 103.6% DCI-P3 และความเที่ยงตรงสีของหน้าจอหรือค่า Delta-E ได้เฉลี่ยเพียง 0.07~1.54 เท่านั้น จัดว่าสีสันบนหน้าจอทั้งเที่ยงตรงและขอบเขตสีกว้างมาก นอกจากเล่นเกมแล้วยังเอาไปทำงานเกี่ยวกับภาพและสีสันได้สบายๆ

ด้านความสว่าง ทางผู้ผลิตเคลมว่า ASUS ROG Zephyrus G14 มีความสว่างถึง 500 nits ซึ่งโปรแกรม DisplayCal 3 เองก็วัดได้สว่าง 499.85 cd/m2 ซึ่งใกล้เคียงกับที่เคลมเอาไว้ จะนั่งทำงานนอกอาคารอย่างร้านกาแฟหรือโดนแสงอาทิตย์ส่องสะท้อนบนหน้าจอก็ไม่มีปัญหา ถ้านั่งทำงานในออฟฟิศผู้เขียนแนะนำว่าเปิดความสว่างราว 60% ก็สว่างพอแล้ว

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00052
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00053
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00018
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00019
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00013
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00014

ลำโพงทั้ง 4 ดอกที่ติดตั้งมาให้จะอยู่ตรงบอดี้ส่วนบนเหนือคีย์บอร์ดและด้านใต้ตัวเครื่องโซนละ 2 ดอกด้วยกัน รองรับเสียง Dolby Atmos และได้เสียงคมชัดระดับ Hi-Res ซึ่งเสียงตอนผู้เขียนทดลองฟังเพลงก็ได้มิติ เหมาะกับความบันเทิงทุกแบบไม่ว่าจะดูหนังหรือฟังเพลงก็ไม่มีปัญหา

ด้านการฟังเพลง ลำโพงชุดนี้จัดว่ามีมิติสเตจเสียงกว้าง รายละเอียดของเครื่องดนตรีกับนักร้องไม่กลบกันส่วนเบสมีน้ำหนักและกำลังขับพอสมควรแต่ไม่ถึงกับปะทะเป็นลูกๆ เป็นแบบช่วยขับให้เสียงเพลงมีมิติดียิ่งขึ้น เสริมความเด่นของเครื่องดนตรีและนักร้องนำให้มีพลัง ถือว่าลำโพงของ ASUS ROG Zephyrus G14 นี้ได้เสียงน่าประทับใจ เสียงไม่แห้งไม่ต้องต่อลำโพงแยกก็ได้ ความดังของลำโพงเมื่อวัดด้วยอุปกรณ์วัดเสียงแล้วอยู่ราว 80~85dB

Keyboard & Touchpad

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00063

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00061
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00062
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00073
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00127
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00126

คีย์บอร์ดของ ASUS ROG Zephyrus G14 เป็นแบบ Tenkeyless ขนาดปุ่มเท่ากับแป้นคีย์บอร์ดมาตรฐานทั่วไป รองรับ N-Key Rollover ซึ่งเป็นฟีเจอร์ช่วยให้ผู้ใช้สามารถกดปุ่มบนคีย์บอร์ดหลายๆ ปุ่มพร้อมกันได้แล้วคำสั่งจากปุ่มนั้นๆ ไม่ตกหล่น มีไฟ LED Backlit ปรับเอฟเฟคไฟ RGB ได้ตามต้องการในโปรแกรม Armoury Crate

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00066

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00077
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00075
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00074
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00123
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00125
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00124

ปุ่มฟังก์ชั่นต่างๆ บนคีย์บอร์ดของ ASUS ROG Zephyrus G14 ก็ติดตั้งมาครบถ้วนทั้งสายทำงานและเกมมิ่ง ได้แก่ปุ่ม Windows Lock ที่รวมเอาไว้กับปุ่ม Windows, คีย์ลัดที่ปุ่มลูกศรทั้ง 4 ปุ่ม ได้แก่ Home, End, Page Up, Page Down เหมือนกับโน๊ตบุ๊คสายทำงานรุ่นอื่นของ ASUS นอกจากนี้ยังมีปุ่ม Macro อีก 4 ปุ่ม แยกพิเศษให้เกมเมอร์สามารถเซ็ตมาโครได้ด้วย ค่าจากโรงงานจะเป็นฟังก์ชั่นลดหรือเพิ่มเสียง, ปิดหรือเปิดไมค์และคำสั่งเรียกโปรแกรม Armoury Crate ขึ้นมาใช้งาน

ข้อดีอย่างหนึ่งของโน๊ตบุ๊คจาก ASUS คือ เมื่อกดคีย์ลัดเพื่อตั้งค่าตัวเครื่องแล้ว บนหน้าจอจะมีกรอบแจ้งเตือนเป็นรูปภาพลอยขึ้นมาให้เห็นราว 1-2 วินาที เพื่อแจ้งผู้ใช้ว่าตัวเครื่องเปลี่ยนการตั้งค่าตามสั่งแล้ว เป็นฟังก์ชั่นแจ้งเตือนเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งเข้าใจได้ง่ายและดูใส่ใจผู้ใช้ดีมาก

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00076

Function Hotkey ตรงบรรทัดบนสุดของคีย์บอร์ดจะถูกเซ็ตเป็นคำสั่ง F1-F12 มาให้เป็นมาตรฐานจากโรงงาน แต่ถ้าไม่ต้องการก็ตั้งค่าในโปรแกรม Armoury Crate ได้ โดยมีคีย์ลัดดังนี้

  • F1 – ปิดเสียงลำโพง
  • F2~F3 – ลดหรือเพิ่มแสงไฟ LED Backlit ของคีย์บอร์ด
  • F4 – คีย์ลัด AURA Sync เปลี่ยนเอฟเฟคไฟคีย์บอร์ด 
  • F5 – ปุ่มปรับโหมดของตัวเครื่อง เลือกได้ระหว่าง Silent, Performance, Turbo
  • F6 – เรียกคำสั่ง Snipping Tool
  • F7~F8 – ลดหรือเพิ่มความสว่างหน้าจอ
  • F9 – ปุ่ม Project ตั้งค่าหน้าจอหลักและจอเสริม
  • F10 – เปิดหรือปิดทัชแพด
  • F11 – Sleep Mode
  • F12 – Airplane Mode

สังเกตว่าถัดจากปุ่ม F1-F12 แล้วจะเป็นปุ่ม Delete อีกเพียงปุ่มเดียว ไม่มีปุ่ม Print Screen เหมือนโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าตัดออกไปไม่มีปัญหานักเพราะทาง ASUS เลือกใส่เป็นคีย์ลัดเรียก Snipping Tool แทนแล้ว จะตัดออกไปก็ไม่มีปัญหาต่อการใช้งานนัก

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00078
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00081
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00130
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00129

ทางบริษัทเคลมว่าทัชแพดของ ASUS ROG Zephyrus G14 ถูกอัพเกรดให้ขนาดใหญ่ขึ้นกว่ารุ่นก่อนราว 50% ซึ่งมีขนาดใหญ่มากและสูงสุดขอบความสูงที่วางข้อมือและเยื้องมากินพื้นที่ Alt ฝั่งซ้ายเล็กน้อย พอวางมือแล้วสันมือส่วนแม่โป้งจะทาบลงบนแป้นคีย์บอร์ดไปส่วนหนึ่ง แต่ถ้าต่อเมาส์แยกอยู่ก็กดปิดทัชแพดทิ้งไปก็ได้ การตอบสนองของแป้นทัชแพดสามารถลากเคอร์เซอร์, คลิ๊กเมาส์และใช้ Gesture Control ของ Windows ได้ครบถ้วนไม่มีปัญหา

ทัชแพดนี้ จากที่ลองพกไปใช้ทำงานออฟฟิศทั่วไปถือว่ามีขนาดใหญ่ ใช้งานสะดวกและลากเมาส์บนหน้าจอจากขอบสู่ขอบได้สะดวกสบายมาก หากพกไปทำงานในร้านกาแฟแล้วต้องแชร์โต๊ะทำงานกับผู้อื่นแล้วไม่สะดวกหยิบเมาส์ออกมา ก็ใช้ทัชแพดอย่างเดียวก็สะดวกไม่แพ้กัน

Connector / Thin & Weight

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00082
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00083

พอร์ตการเชื่อมต่อของ ASUS ROG Zephyrus G14 ถูกติดตั้งไว้ด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ฝั่งเท่านั้น ซึ่งพอร์ตและการเชื่อมต่อไร้สายจะมีดังนี้

  • ฝั่งซ้ายจากซ้ายมือ – ช่องต่ออแดปเตอร์, HDMI 2.0b, USB-C 3.2 Gen 2 รองรับ Power Delivery และ DisplayPort, Audio combo
  • ฝั่งขวาจากซ้ายมือ – MicroSD Card Reader, USB-C 3.2 Gen 2 x 1 รองรับ DisplayPort, USB-A 3.2 Gen 2 x 2
  • การเชื่อมต่อไร้สาย – Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2

จะเห็นว่าพอร์ตเชื่อมต่อของ ROG Zephyrus G14 มีให้ใช้งานครบเครื่อง ไม่ต้องพึ่ง USB-C Multiport Adapter ก็ได้และยังมี MicroSD Card Reader ติดมาให้โอนไฟล์ภาพและคลิปออกมาได้โดยตรงซึ่งสะดวกมากและเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบันนี้ไม่ได้ติดตั้งมาให้เสียด้วย นอกจากนี้สังเกตว่าพอร์ต USB-C ทั้ง 2 ช่องใช้ต่อหน้าจอแยกได้ หากนับรวมกับ HDMI 2.0b เท่ากับว่า ROG Zephyrus สามารถต่อหน้าจอแยกได้ถึง 3 จอพร้อมกันทีเดียว

ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายก็เป็น Wi-Fi 6E ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด สามารถรับส่งข้อมูลได้รวดเร็วและเสถียรกว่า Wi-Fi 6 มาก แต่สังเกตว่าทาง ASUS ไม่ได้ให้พอร์ต LAN มาด้วย ถ้าต้องใช้งานก็หาซื้อ USB-A to LAN มาเผื่อเอาไว้สักอันก็ช่วยได้มากแล้ว

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC09995

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC09997
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC09996

น้ำหนักของ ASUS ROG Zephyrus G14 จากหน้าสเปคเคลมไว้ 1.72 กิโลกรัม แต่พอชั่งจริงด้วยตาชั่งดิจิตอลแล้วอยู่ที่ 1.69 กิโลกรัมเท่านั้น เมื่อรวมกับอแดปเตอร์ 240 วัตต์ น้ำหนัก 706 กรัมจะหนักเพียง 2.4 กิโลกรัม ซึ่งถ้านับเฉพาะตัวเครื่องอย่างเดียวก็เบากว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบัน ถ้ารวมอแดปเตอร์ก็หนักเท่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเครื่องเดียวเท่านั้น ถือว่าไม่หนักเกินไป ใส่กระเป๋าเป้ติดตัวไปไหนมาไหนได้สบายๆ

ทว่าตอนพก ROG Zephyrus G14 ไปทำงานนอกออฟฟิศก็ไม่ต้องเอาอแดปเตอร์ของเครื่องติดตัวไปก็ได้ เพราะพอร์ต USB-C ฝั่งซ้ายมือของเครื่องรองรับการชาร์จแบบ Power Delivery อยู่แล้ว แค่มีปลั๊ก GaN กำลังชาร์จ 65 วัตต์ขึ้นไปก็ชาร์จไฟให้เครื่องได้เลย ส่วนอแดปเตอร์ของเครื่องก็ไว้ที่บ้านหรือออฟฟิศไว้ใช้งานเวลาต้องรันงานหนักๆ แทน

Inside & Upgrade

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC09999

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00005
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00006
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00007
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00008
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00022
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00023

การเปิดฝาอัพเกรด ASUS ROG Zephyrus G14 สามารถขันเปิดฝาใต้ตัวเครื่องได้ง่ายๆ ด้วยน็อตหัวแฉก Philips Head หรือหัวแฉกบวกทั้งหมด 11 ดอกออกแล้วใช้การ์ดแข็งไล่ขอบเพื่อปลดฝาแล้วเริ่มอัพเกรดได้เลย จุดสังเกตคือ น็อตตรงกลางตัวเครื่อง 3 ดอกจะมีจุกยาง 3 เม็ดอุดเอาไว้เพื่อความสวยงาม อย่าลืมดึงจุกยางแล้วขันออกด้วย หากฝืนดึงจะทำให้ฝาหลังเสียหายได้ นอกจากนี้น็อตสองดอกตรงกลางและมุมล่างขวา รวม 3 ดอกจะมีจุกจับไม่ให้น็อตหลุดออกจากเบ้า เมื่อขันน็อตหลวมแล้ก็เอาการ์ดไล่ขอบเปิดฝาได้เลย

ภายในเครื่องจะเห็นว่าครึ่งบนจะเป็นชุด ROG Intelligent Cooling เป็นชุด Vapor Chamber กับพัดลมระบายความร้อนแบบเป่าออกด้านข้างและหลังของตัวเครื่อง ด้านล่างสุดเป็นแบตเตอรี่ขนาด 76Wh ส่วน M.2 NVMe SSD อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 ติดตั้งอยู่ตรงกลางฝั่งซ้ายและแรม SO-DIMM DDR5 อยู่ฝั่งขวามือและมีแผ่นพลาสติกป้องกันไฟฟ้าสถิตย์ปิดมาให้

สังเกตจะไม่เห็นการ์ด Wi-Fi PCIe นั่นเพราะทาง ASUS เอาไปซ้อนอยู่ใต้ M.2 NVMe สาเหตุเพราะพื้นที่เมนบอร์ดมีจำกัดและชิ้นส่วนต่างๆ อยู่ชิดกันหมด ไม่มีพื้นที่ติดตั้งหัวต่อ M.2 NVMe ตัวที่ 2 เลย ถ้าจะอัพเกรดก็ต้องถอดไดรฟ์เก่าออกอย่างเดียวเท่านั้น ส่วนแรมเป็น Onboard กับ SO-DIMM อีก 1 ช่อง แยกเป็นตัวละ 8GB DDR5 รองรับความจุสูงสุด 24GB DDR5 นั่นคือถอดแรม 8GB DDR5 เดิมจากโรงงานออกแล้วใส่ตัวใหม่ความจุ 16GB เข้าไปแทน ให้เป็น 8+16GB ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าความจุ 16GB จากโรงงานก็เยอะพอใช้งานแล้ว แต่ถ้าทำงานใช้โปรแกรมกินแรมเยอะๆ ก็ยังพออัพเกรดเพิ่มได้

ในแง่การใช้งานและเล่นเกม ASUS ROG Zephyrus G14 เป็นโน๊ตบุ๊คที่ดีและจบในตัวอยู่แล้ว เหมาะกับเกมเมอร์หรือผู้ใช้ที่ซื้อมาใช้งานและไม่ค่อยมีแผนอัพเกรดมาก ส่วนผู้ใช้ที่มีแผนหรือชอบอัพเกรดเครื่องอาจจะอึดอัดอยู่บ้าง ซึ่งผู้เขียนมองว่าถ้าอยากลงเกมเอาไว้เล่นอยู่หลายเกม อาจจะซื้อฮาร์ดดิสก์แบบ Game Drive ต่อภายนอกมาต่อผ่านพอร์ต USB แทนก็เป็นทางออกที่ดี

Performance & Software

cpu 1

ซีพียูของ ASUS ROG Zephyrus G14 เป็น AMD Ryzen 7 6800HS แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.7GHz รองรับชุดคำสั่งพื้นฐานครบถ้วน เป็นสถาปัตยกรรมแบบ 6 นาโนเมตร ค่า TDP สูงสุด 35 วัตต์ จัดว่าประหยัดพลังงานดีแต่ก็ยังได้ประสิทธิภาพสูงอยู่

อนึ่ง ผู้ใช้หลายคนอาจคุ้นเคยกับรหัสท้ายตัวเลของ AMD ว่ามีรหัส U ซึ่งเป็นซีพียูเน้นประหยัดพลังงาน, รหัส H เป็นรุ่นประสิทธิภาพสูง หรือ HX เป็นตัวบ่งบอกว่าเป็นรุ่นประสิทธิภาพสูงสุดของ AMD แต่รหัส HS หรือ HS Design Standard เป็นซีพียูกลุ่ม Mobile แบบพิเศษซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่ AMD Ryzen 4000 H-Series เป็นต้นมา โดยมีจุดเด่นดังนี้

  1. เป็นซีพียูสำหรับโน๊ตบุ๊คแบบประสิทธิภาพสูง แต่ใช้พลังงานน้อยกว่ารุ่นรหัสเดียวกัน 20% ให้ใช้งานด้วยแบตเตอรี่นานยิ่งขึ้น
  2. ค่า TDP สูงสุดแค่ 35 วัตต์ แต่ใช้คอร์ประมวลผลประสิทธิภาพสูงเหมือนรหัส H ทั่วไป
  3. จัดการอุณหภูมิของตัวชิปเซ็ตได้ดี ไม่ร้อนและลดเสียงตอนโน๊ตบุ๊คทำงานเบาลงด้วย

ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าซีพียูที่มีรหัส HS ก็คือซีพียูรหัส H แบบพิเศษที่จัดการพลังงานได้ดีขึ้น เย็นและประสิทธิภาพดีเท่ากันนั่นเอง ดังนั้นถ้าโน๊ตบุ๊คเครื่องไหนติดตั้งซีพียู AMD Ryzen แบบ HS Design Standard อยู่ ก็สามารถใช้งานต่อเนื่องได้หลายชั่วโมงแน่นอน

mb
ram 2

ด้านอินเตอร์เฟสของ SSD ในเครื่องเป็น PCIe 4.0 x4 มีแรม 16GB DDR5 บัส 4800MHz ให้ใช้งานตั้งแต่เริ่ม โดยแยกเป็น Onboard กับ SO-DIMM อย่างละ 8GB รองรับการอัพเกรดได้มากสุด 24GB ซึ่งถ้าใครต้องการอัพเกรดอาจจะเปิดฝาอัพเกรดอีกเล็กน้อยก็ได้ แต่ถ้าใช้งานเดิมๆ ประสิทธิภาพก็ดีเพียงพอตอบโจทย์ทั้งทำงานและเล่นเกมอยู่แล้ว

discrete gpu

การ์ดจอแยกในเครื่องติดตั้ง AMD Radeon RX 6700S แรม 8GB GDDR6 มาให้ เป็นการ์ดจอแยกประสิทธิภาพดี มี 1,792 Unified Shader รองรับ DirectX 12 รองรับชุดคำสั่งต่างๆ ค่อนข้างครบถ้วน ได้แก่ OpenCL, OpenGL 4.6, DirectCompute, DirectML, Vulkan, Ray Tracing ซึ่งครบพร้อมใช้ ช่วยให้ทำงานและเล่นเกมได้ดียิ่งขึ้น

device mgr 1

พาร์ทภายในตัวเครื่องเมื่อเช็คผ่าน Device Manager จะเห็นว่า ASUS ROG Zephyrus G14 ติดตั้งชิ้นส่วนสำคัญมาครบเครื่อง ได้แก่ กล้อง IR Camera สำหรับสแกนใบหน้าปลดล็อคเครื่อง ทำงานร่วมกับระบบ Windows Hello, ชิป TPM 2.0 และ AMD PSP 10.0

ชิป Wi-Fi PCIe ในเครื่องเป็น MediaTek Filogic 330 (MT7922) รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับความถี่คลื่น 2.4GHz, 5GHz, 6GHz ครบถ้วน แบนด์วิธคลื่น 160MHz และรองรับ Bluetooth 5.2 ด้วย และตัวการ์ดนี้มีฟีเจอร์สำคัญต่างๆ ครบเครื่อง ได้แก่ MU-MIMO, MU-OFDMA, QoS และ WPA3 อีกด้วย

ssd 2

M.2 NVMe SSD ของ ASUS ROG Zephyrus G14 ติดตั้ง Micron 2450 มาให้ใช้งาน โดย SSD รุ่นนี้เป็น M.2 2280 176-Layer NAND อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 โดยทางผู้ผลิตเน้นเรื่องการประหยัดพลังงานแต่ประสิทธิภาพก็ถือว่าดีใช้ได้ มีความเร็ว Sequential Read 3,500 MB/s และ Sequential Write 3,000 MB/s มีความทนทานต่อการเขียนข้อมูลทับลงในไดรฟ์ได้ 600 TBW

ความเร็วจากการทดสอบด้วย CrystalDiskMark 8 จะได้ Sequential Read 3,627.46 MB/s และ Sequential Write 3,474.24 MB/s จัดว่ารวดเร็วกว่าหน้าสเปคที่เคลมเอาไว้อย่างชัดเจน หากเน้นทำงานและเล่นเกมก็ไม่ต้องอัพเกรดก็ได้ แต่ถ้าอยากให้ประสิทธิภาพสูงขึ้นและรับส่งข้อมูลได้เต็มความเร็วอินเตอร์เฟส PCIe 4.0 ก็น่าเปลี่ยนเป็น Kingston Fury Renegade, WD Black SN850, Samsun 980 PRO แทนก็ยอดเยี่ยมเช่นกัน

r15 1
r20 1

ส่วนการทำงานกับโปรแกรม 3D เรนเดอร์โมเดลต่างๆ เมื่อทดสอบด้วย CINEBENCH R15 จะได้คะแนน OpenGL 191.46 fps และคะแนน CPU 1,930 cb ซึ่งผู้เขียนได้ลองรันการทดสอบนี้ซ้ำอีกหลายครั้งแล้ว พบว่าคะแนนซีพียูจะได้ใกล้เคียงกับการทดสอบครั้งนี้ แต่คะแนน OpenGL จะขึ้นลงอยู่ช่วง 191~199 fps กล่าวคือ ถ้าใครจะใช้ ASUS ROG Zephyrus G14 ทำงานหรือพรีวิว 3D Model ให้ลูกค้าดูก็ใช้งานได้ดีไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

ด้าน CINEBENCH R20 ที่เน้นทดสอบพลังการประมวลผลของซีพียูเป็นหลักได้ CPU 4,854 pts จัดว่าทำได้ดีเพียงพอจะใช้ทำงานหนักๆ อย่างเรนเดอร์ภาพและงานกราฟฟิคต่างๆ ก็ทำได้สบายๆ ไม่ต้องกังวลว่าถ้าซีพียูเป็น AMD แล้วจะทำงานได้ดีหรือไม่? 

3dmark

การทดสอบเล่นเกมโดยรัน 3DMark Time Spy จะได้คะแนนเฉลี่ยรวม 8,040 คะแนน แยกเป็น CPU score 8,788 คะแนน และ Graphics score 7,922 คะแนน ซึ่งคะแนนในระดับนี้หากจะเล่นเกมที่ความละเอียดจอ 1080p~2K ปรับกราฟฟิคเอาไว้ระดับ High ก็ได้ไม่มีปัญหาแน่นอน

Screenshot 2022 08 26 194608

ในแง่ใช้ทำงานทั่วไป ASUS ROG Zephyrus G14 ทำคะแนนใน PCMark 10 ได้สูงมากถึง 7,301 คะแนน เทียบชั้นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คระดับเรือธงหลายๆ รุ่น จะใช้ทำงานทั่วไปอย่างเปิดเบราเซอร์หรือแอพฯ มาทำงาน ตัดต่อวิดีโอแต่งภาพหรือแม้แต่ทำงานเอกสารก็ยอดเยี่ยมเช่นกัน ดังนั้นในแง่การทำงานไม่ว่าจะงานออฟฟิศทั่วไปหรืองานสายครีเอเตอร์ก็ทำได้ดีแน่นอน

g14 1080p

ด้านการเล่นเกม จะเห็นว่า ASUS ROG Zephyrus G14 แม้จะเป็นซีพียู AMD Ryzen 7 6800HS กับการ์ดจอ AMD Radeon RX 6700S แต่เมื่ออัพ AMD Chipset Driver และไดรเวอร์การ์ดจอเวอร์ชั่นล่าสุดแล้ว ก็เล่นเกมฟอร์มยักษ์ระดับ AAA บนหน้าจอ 1080p ได้สบายๆ ได้เฟรมเรทเฉลี่ยสูงมากและยิ่งถ้าเกมไหนใช้เอนจิ้นเอื้อทาง AMD อย่าง Resident Evil Village ก็จะได้เฟรมเรทสูงเป็นพิเศษด้วย

ประสบการณ์การเล่นเกมด้วย ASUS ROG Zephyrus G14 บทความละเอียดจอ 1080p ใช้คำว่า “แรงเหลือเฟือ” ได้อย่างเต็มปาก ด้วยพลังของ Ryzen จับคู่กับ Radeon ทำให้ภาพของเกมลื่นไหลต่อเนื่องรวมทั้งโหลดฉากได้อย่างรวดเร็วจนแทบไม่เห็นการเรนเดอร์แผนที่ต่อหน้าเหมือนเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คบางเครื่องเลย โดยเฉพาะ SCUM ถ้าเครื่องไม่แรงพอ เฟรมเรทเฉลี่ยก็จะไม่เกิน 60 Fps และบางครั้งก็จะมีอาการโหลดแผนที่สดๆ ให้เห็นด้วย แต่ Zephyrus G14 ไม่มีอาการนี้แม้แต่น้อย ด้านของ Apex Legends ก็สามารถเรนเดอร์ฉากตอนเล่นได้เร็วทันใจ กวาดเมาส์เร็วๆ เพื่อไล่ตามเป้าหมายก็ไม่มีอาการภาพฉีกหรือเกิดอาการเฟรมเรทตกเลย ดังนั้นสรุปได้ว่า ROG Zephyrus G14 สามารถเล่นเกมบนจอความละเอียด 1080p ได้สบายๆ

g14 native

หากขยับมาความละเอียด WQXGA ที่ 2560×1600 พิกเซลซึ่งเป็นความละเอียดดั้งเดิมของจอนี้ (Native Resolution) จะเห็นว่า Ryzen 7 6800HS และ Radeon RX 6700S ก็ทำผลงานได้ดีไม่แพ้กัน ถึงจะเทียบกับ 1080p แล้วเฟรมเรทจะลดลงไปบ้างแต่ยังเล่นได้ดีและลื่นไหลอยู่ แต่สำหรับ Resident Evil Village ก็ยังเป็นข้อยกเว้นอยู่ดี เนื่องจากการตั้งกราฟฟิคในเกมยังใช้ประโยชน์จาก AMD FidelityFX เข้ามาเสริมให้เฟรมเรทตอนเล่นเกมยังสูงอยู่เช่นเดิม

ถ้าเป็นเกมอื่นที่ไม่ได้เอื้อทาง AMD เต็มที่อย่าง SCUM การได้เฟรมเรทเฉลี่ย 40 Fps แล้วมีบางช่วงบางตอนเฟรมเรทเพิ่มขึ้นไปแตะระดับใกล้เคียง 60 Fps และยังเสถียรไม่มีการ “เกมเด้ง” หรือภาพหน่วง, กระตุกระหว่างเล่นเกมเลย ด้านของ Apex Legends ก็ยังเล่นได้ไหลลื่นดีไม่มีปัญหา เฟรมเรทสูงและภาพลื่นต่อเนื่องไม่แพ้ตอนเล่นบนความละเอียด 1080p เลยแม้แต่น้อย ดังนั้นสรุปได้เลยว่าสเปค Ryzen 7 6800HS และ Radeon RX 6700S สามารถเล่นเกมบนจอความละเอียด 2K ไม่ว่าจะ QHD หรือ WQXGA ก็เล่นได้สบายๆ

ในส่วนนี้ผู้เขียนขอเสริมให้เกมเมอร์เป็นพิเศษ ว่าถ้าจะต่อหน้าจอเกมมิ่งเข้ากับ ASUS ROG Zephyrus G14 นี้ แนะนำให้ต่อผ่าน HDMI 2.0b ด้านข้างตัวเครื่องก่อนเป็นจอแรก แล้วค่อยต่อจอ 2, 3 ผ่าน USB-C จะดีสุด เนื่องด้วยสเปคของ HDMI 2.0b จะรีดค่า Refresh Rate ได้ดีกว่านั่นเอง และหากผู้ใช้คนไหนอยากทราบว่าตอนนี้ AMD FidelityFX รองรับเกมไหนบ้าง? สามารถดูรายชื่อเกมได้ที่นี่

Screenshot 2022 08 25 002816

Screenshot 2022 08 25 003238
Screenshot 2022 08 25 003224
Screenshot 2022 08 25 003212
Screenshot 2022 08 25 003127
Screenshot 2022 08 25 003119
Screenshot 2022 08 25 003102
Screenshot 2022 08 25 003051
Screenshot 2022 08 25 002843

ด้านซอฟท์แวร์ปรับแต่งและมอนิเตอร์ประจำ ASUS ROG Zephyrus G14 ตัวหลักเป็น ASUS Armoury Crate ซึ่งซอฟท์แวร์นี้ใช้มอนิเตอร์การทำงาน, ปรับโหมดตัวเครื่อง, ตั้งค่าปุ่มมาโครหรือแม้แต่ตั้งเอฟเฟคไฟ AniMe Matrix บนฝาหลังตัวเครื่องได้ด้วย เป็นซอฟท์แวร์ที่ตั้งฟังก์ชั่นการทำงานให้เครื่องนี้ได้ครบเครื่องมาก

ด้านการตั้งค่าตัวเครื่องจะมีเคล็ดลับ 2 แบบ หากต้องการใช้งานทั่วไปแนะนำให้เลือกตรง GPU Mode ให้เป็น Optimized แล้วปล่อยให้เครื่องจัดการตัวเองได้เลย แต่ถ้าทำงานกราฟฟิคหรือเล่นเกมแล้วจะรีดประสิทธิภาพตัวเครื่องให้สูงสุด ให้เลือกเป็น Ultimate แล้วรีเซ็ตเครื่องหนึ่งครั้ง ก็จะได้เฟรมเรทตอนเล่นเกมสูงขึ้นอย่างแน่นอน

Screenshot 2022 08 25 003253

Screenshot 2022 08 25 003316
Screenshot 2022 08 25 003326
Screenshot 2022 08 25 003344

ด้าน MyASUS จะเป็นซอฟท์แวร์สำหรับตั้งค่าการใช้งานทั่วไปและอัพเดทเฟิร์มแวร์ทั่วไปในตัวเครื่อง ช่วย Optimize การทำงานต่างๆ, มอนิเตอร์ตัวเครื่องและใช้ติดต่อกับทาง ASUS ในกรณีต้องการให้ทีมช่างของ ASUS ช่วยดูแลตัวเครื่องเมื่อเกิดปัญหาได้อีกด้วย

Battery & Heat & Noise

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00010

แบตเตอรี่ของ ASUS ROG Zephyrus G14 เป็นลิเธียม โพลีเมอร์ ความจุ 76Wh ขนาดใหญ่โดยวางตัวยาว ขอบทั้งสองฝั่งของแบตเตอรี่ติดกับลำโพงของตัวเครื่อง มีความจุแบบ Typical Capacity 4,920mAh และ Rated Capacity ที่ 4,770mAh ซึ่งความจุนี้ถือว่าให้เยอะกว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบัน ใช้งานได้หลายชั่วโมงอย่างแน่นอน

battmon

เมื่อทดสอบตามมาตรฐานของทางเว็บไซต์ ปิดไฟ RGB, AniMe Matrix, ปรับลดความสว่างหน้าจอให้ลงมาต่ำสุด, เปิดเสียงลำโพง 10% และปรับโหมดตัวเครื่องให้เข้าโหม Silent แล้วใช้ Microsoft Edge ดูคลิป YouTube นาน 30 นาที จะเห็นว่าแบตเตอรี่ 76Wh ก็ใช้งานต่อเนื่องได้นานถึง 10 ชั่วโมง 19 นาทีทีเดียว โดยปกติแล้วเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบันหากใช้งานด้วยแบตเตอรี่ที่ติดตั้งมาในเครื่องจะใช้งานได้ราว 5~7 ชั่วโมง แต่ ASUS ROG Zephyrus G14 สามารถใช้งานได้นานกว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ เครื่องมาก

อย่างไรก็ตามผู้เขียนมีจุดสังเกตหนึ่ง คือ ก่อนได้ผลทดสอบนี้ ผู้เขียนได้ทดสอบเครื่องตามปกติโดยใช้ชิปเซ็ตไดรเวอร์แบบยังไม่ได้อัพเดทเป็นเวอร์ชั่น 3.10.08.506 จะใช้งานด้วยแบตเตอรี่ได้ราว 5 ชั่วโมง 30 นาทีเท่านั้น แต่เมื่ออัพเดท AMD Chipset Driver แล้ว ก็ได้ระยะเวลาใช้งานนานขึ้นมาก ดังนั้นถ้าใครซื้อ ROG Zephyrus G14 มา ขอให้อัพเดท Chipset Driver ด้วย

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00002
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00001
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00004

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00012
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00011
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00085
ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00086

ระบบระบายความร้อน ROG Intelligent Cooling แบบ Vapor Chamber ผสานโลหะเหลวและระบายความร้อนออกจากเครื่องด้วยพัดลม Arc Flow Fans ด้านหลังและด้านข้างเครื่องฝั่งละ 2 ช่อง ซึ่งชุดระบายความร้อนนี้มีขนาดใหญ่และกินพื้นที่ภายในตัวเครื่องครึ่งหนึ่ง ซึ่งถ้าใช้งานทั่วไปอย่างทำงานเอกสารก็ไม่มีเสียงรบกวนด้วยฟีเจอร์ 0dB แต่ถ้าทำงานกราฟฟิคหรือเล่นเกมจะได้ยินเสียงพัดลมระบายความร้อนค่อนข้างชัดเจน แต่ข้อดีคือชุด Vapor Chamber นี้ทำงานได้ดีมาก ไม่มีปัญหาเรื่องความร้อนสูงเกินหรือ Throttle Down ลดประสิทธิภาพการทำงานลงเลยแม้แต่น้อย

temp 1

ส่วนอุณหภูมิที่ CPUID HWMonitor วัดได้ตอนทดสอบเล่นเกม จะเห็นว่าซีพียู AMD Ryzen 7 6800HS (ดูที่ AMD Radeon Graphics ซึ่งเป็นการ์ดจอออนบอร์ดแทน) ได้อุณหภูมิ 48~87 องศาเฉลี่ย 77 องศาเซลเซียส การ์ดจอ AMD Radeon RX 6700S อยู่ที่ 48~97 องศา เฉลี่ย 78 องศาเซลเซียส ไม่มีตัวเลขติดแดงโชว์ว่าอุณหภูมิร้อนเกินไปเลย และความร้อนที่ลงไปยัง M.2 NVMe SSD ซึ่งอยู่ถัดลงมาก็ไม่สูงมาก เฉลี่ยเพียง 58 องศาเซลเซียสเท่านั้น กล่าวคือ ROG Intelligent Cooling สามารถคุมความร้อนของซีพียูและการ์ดจอได้เป็นอย่างดี ไม่ต้องกังวลว่าเล่นเกมแไปแล้วอุณหภูมิตัวเครื่องจะสูงเกินจนใช้งานได้ไม่ดีไม่เต็มประสิทธิภาพ

User Experience

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00106

ASUS ROG Zephyrus G14 ถือว่าเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่ลงตัวทั้งด้านเกมมิ่งก็เล่นเกมได้ดี ทรงพลังเล่นเกมหนักๆ ได้ไม่มีปัญหาและยังใช้งานต่อเนื่องได้หลายชั่วโมงและยังชาร์จแบตเตอรี่ผ่านทางพอร์ต USB-C 3.2 ด้านซ้ายของตัวเครื่องได้ ขอแค่มีปลั๊ก GaN กำลังชาร์จเกิน 65 วัตต์ กับสาย USB-C สักเส้นติดกระเป๋าเอาไว้ จะไปนั่งทำงานที่ไหนก็ไม่ต้องกลัวว่าแบตเตอรี่จะหมดระหว่างทำงานอย่างแน่นอน แต่ถ้าใช้ทำงานเอกสารหรือเปิดเบราเซอร์ใช้งานตามปกติก็ใช้งานต่อเนื่องได้นานสุด 10 ชั่วโมง ไม่แพ้โน๊ตบุ๊คบางเบาหลายรุ่นเลย

ความปลอดภัยตอนใช้งานก็จัดว่าดีมาก เพราะ ROG Zephyrus G14 รุ่นก่อนหน้าไม่มีระบบปลดล็อคตัวเครื่องแบบ Biometric ติดมาให้ แต่รุ่นใหม่นี้ได้กล้อง IR Camera เอาไว้สแกนหน้าปลดล็อคเครื่องได้ ทำงานร่วมกับฟังก์ชั่น Windows Hello เพียงแค่กางจอให้กล้องสแกนหน้าเพียงอึดใจก็ปลดล็อคพร้อมใช้งานได้ทันที เป็นฟังก์ชั่นช่วยให้ชีวิตสะดวกขึ้นมากด้วย

ซึ่งผู้เขียนก็ได้เอาเครื่องนี้ติดไปนั่งทำงานตามร้านกาแฟ ก็ยอมรับว่าหน้าตาของมันเรียบร้อยขึ้นไม่ออกเกมมิ่งเกินไป แต่ประสิทธิภาพการทำงานจัดว่ารันโปรแกรมใหญ่กินทรัพยากรหนักๆ ได้ดีมากจนพลอยให้รู้สึกว่าโน๊ตบุ๊คบางเบาหลายๆ รุ่นทำงานช้าลงเสียอย่างนั้น และเรื่องการจัดการพลังงาน ผู้เขียนเลือกตั้งค่าเครื่องให้การ์ดจอทำงานแบบ Optimize แล้วปรับเข้าโหมด Silent เพื่อใช้ทำงานทั่วไป อย่างเปิดเว็บไซต์และทำงานเอกสารก็ใช้งานต่อเนื่องได้ทั้งวัน ไม่ต้องกลุ้มวิ่งหาปลั๊กมาต่อชาร์จเครื่องเลยก็ยังได้ ยิ่งถ้าใครเป็นสายทำงานแบบ Cafe Hopper ทำงานร้านนี้แล้วไปกินข้าวแล้วแวะอีกร้านต่อ มั่นใจว่าแบตเตอรี่ 76Wh ใน ASUS ROG Zephyrus G14 จะพร้อมใช้งานได้ทั้งวันอย่างแน่นอน

ด้านการเล่นเกมด้วย ASUS ROG Zephyrus G14 ถือว่าทรงพลังไม่แพ้สเปคอื่นอย่าง และเป็น AMD Advantage ขอเพียงแค่ลง AMD Chipset Driver และอัพเดทไดรเวอร์การ์ดจอให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด ปัญหาจุกจิกไม่ว่าจะเรื่องเฟรมเรทเหวี่ยง, เกมเด้ง, ภาพกระตุกใดๆ ไม่มีให้เห็นตอนใช้งานเลยแม้แต่น้อย เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คระดับ Desktop Replacement ซื้อเครื่องเดียวต่อจอแยกเล่นเกมหรือทำงานกราฟฟิคหนักๆ ได้เลย และราคา 69,990 บาท ก็ถือว่าไม่แพงไม่ถูกไปอีกด้วย ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนก็ประกอบเกมมิ่งพีซีสเปค AMD ล้วนใช้งานเป็นเครื่องหลักอยู่ ก็ขอยืนยันว่าปัจจุบันนี้สเปคซีพียู AMD Ryzen กับการ์ดจอ AMD Radeon นอกจากประสิทธิภาพดี ยังไม่มีปัญหาจุกจิกกวนใจเหมือนในอดีตแล้วด้วย

Conclusion & Award

ASUS Zephyrus G14 Advantage Edition DSC00104

หลังจากได้ใช้ ASUS ROG Zephyrus G14 มาราวหนึ่งสัปดาห์ก็ประทับใจเครื่องนี้ในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเรื่องประสิทธิภาพ, การจัดการพลังงาน, พอร์ตเชื่อมต่อและยังได้กล้องสแกนใบหน้าด้วย เรียกว่าฝั่งฮาร์ดแวร์มีให้แบบครบถ้วน ส่วนซอฟท์แวร์ก็มี Microsoft Office Home&Student 2021 ติดตั้งมาให้แบบครบเครื่อง เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คแค่ไม่กี่รุ่นที่ได้ซอฟท์แวร์ครบเครื่องระดับนี้ ถ้าซื้อมาแค่เปิดเครื่องอัพเดทไดรเวอร์ให้ครบก็พร้อมใช้งานทันที

ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องลูกเล่นและดีไซน์ตัวเครื่องต้องยกให้ไฟ AniMe Matrix ที่เป็นเอกลักษณ์ของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้กับดีไซน์ ErgoLift Hinge ช่วยยกตัวเครื่องให้เฉียงขึ้นหรือจะกางหน้าจอจนราบไปเลยก็ยังได้ และน้ำหนักเครื่อง 1.69 กิโลกรัม นั้นจัดว่าเบามากเมื่อในหมู่เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คด้วยกัน ดีต่อคนทำงานหรือเกมเมอร์ที่อยากได้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คสักเครื่องหนึ่ง เป็นจุดตัดที่ลงตัวที่สุด ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนเองหากจะเปลี่ยนโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่สักเครื่อง ASUS ROG Zephyrus G14 เครื่องนี้จะเป็นตัวเลือกอันดับแรกอย่างแน่นอน 

award

NBS award 7 Design

best design

การออกแบบตัวเครื่องที่สวยเรียบร้อยเหมือนโน๊ตบุ๊คทำงานน้ำหนักเบา เอื้อต่อหลักสรีระศาสตร์ด้วยบานพับ ErgoLift Hinge และน้ำหนักเบาเพียง 1.69 กิโลกรัมนั้นเป็นการดีไซน์ที่ดีมาก และยังมีกล้อง IR Camera ให้สแกนใบหน้าปลดล็อคเครื่อง เพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้ด้วย จัดเป็นการดีไซน์ที่ใส่ของดีมาให้ครบทุกด้าน

award new Gaming

best gaming

ประสิทธิภาพของ AMD Advantage เมื่อจับคู่ AMD Ryzen 7 6800HS กับ AMD Radeon RX 6700S แล้ว ทำให้ ROG Zephyrus G14 เครื่องนี้เล่นเกมฟอร์มยักษ์ ปรับกราฟฟิคสูงสุดก็ยังได้เฟรมเรทสูงและลื่นไหล จัดว่าน่าประทับใจมาก

award new Battery Life

best battery life

ASUS ROG Zephyrus G14 สามารถใช้งานได้นาน 10 ชั่วโมง อยู่ยาวกว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นที่ได้ทดสอบมาก่อนหน้านี้มาก ไม่ต้องกลัวว่าทำงานยังไม่เสร็จแล้วแบตเตอรี่จะหมดก่อน และยังรองรับการชาร์จแบบ Power Delivery กำลังไฟ 65 วัตต์อีก จัดว่าครบเครื่องมาก

from:https://notebookspec.com/web/664268-review-asus-rog-zephyrus-g14

รีวิว Lenovo Legion 5 15IAH7H หัวใจ Intel Gen 12 สุดแรง ฟีเจอร์แจ่มแจ๋วครบเครื่อง ค่าตัว 56,990 บาท

Lenovo Legion 5 15IAH7H รุ่นใหม่หัวใจ Intel Intel Gen 12 มาแล้ว และยังแรงไม่แพ้รุ่นก่อนแน่นอน!

legion5 cover 2

 

Advertisementavw

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คในปัจจุบันนี้ได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆ เพราะประสิทธิภาพดีและเล่นเกมได้สบายๆ Lenovo Legion 5 15IAH7H ก็เป็นหนึ่งในหมู่เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นเรือธงพร้อมฟีเจอร์ล้นเครื่อง ได้แก่ คีย์บอร์ด TrueStrike ซึ่งได้สัมผัสตอนใช้งานไม่ต่างกับ Mechanical Keyboard พร้อมไฟ RGB เลือกสีได้ตามชอบ, ระบบระบายความร้อนอย่างดีเพื่อระบายความร้อนจากซีพียู Intel 12th Gen และการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3000 Series แบบ Max-P รุ่นใหม่ล่าสุดได้อย่างรวดเร็วและได้แรม DDR5 ที่รับส่งข้อมูลได้รวดเร็วยิ่งกว่าเดิม ติดตั้งพอร์ตใช้งานมาให้มากมายครบเครื่องทั้ง USB-C, USB-A, HDMI ให้ต่ออุปกรณ์เสริมหรือหน้าจอต่างๆ ได้ครบเครื่อง ยิ่งในตอนนี้ทางบริษัทก็อัพเกรดการเชื่อมต่อไร้สายของ Lenovo Legion 5 15IAH7H ให้รองรับ Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth เวอร์ชั่นใหม่ยิ่งขึ้น ทำให้รับส่งข้อมูลไร้สายได้อย่างรวดเร็วและเสถียรยิ่งกว่าเดิม ยิ่งไปกว่านั้น โปรแกรมติดเครื่องอย่าง Lenovo Vantage ก็สามารถปรับ Overclock การ์ดจอให้รีดเฟรมเรทได้เยอะกว่าเดิมโดยไม่ทำให้การ์ดจอเสื่อมสภาพเร็วเกินไป ได้ลำโพง Nahimic Audio แบบจูนเสียงมาเพื่อเล่นเกมโดยเฉพาะอีกด้วย

ด้านหน้าจอของ Lenovo Legion เองก็เป็นจุดเด่นเช่นกัน เพราะหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS นี้ สามารถปรับความสว่างได้ 300 nits ไม่พอ ยังได้ค่า Refresh Rate สูงถึง 165Hz จากโรงงาน แสดงขอบเขตสีได้กว้าง 100% sRGB ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR 400 รองรับ NVIDIA G-SYNC และเป็นจอ Dolby Vision มันจึงเหมาะทั้งเอาไว้ทำงาน, ดูหนัง, เล่นเกมหรือจะตัดต่อวิดีโอก็ทำได้ยอดเยี่ยม เป็นโน๊ตบุ๊คเพื่อครีเอเตอร์กลายๆ ก็ไม่ผิดนัก ยิ่งไปกว่านั้น Lenovo Legion 5 15IAH7H ยังคงเอกลักษณ์เรื่องการอัพเกรดเครื่องได้ง่าย รองรับ M.2 NVMe SSD ด้วยอินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 ได้สูงสุด 2 ช่อง ช่องละ 1TB และตั้งค่า RAID 0 ได้ อัพเกรดแรมจาก 16GB DDR5 บัส 4800MHz ในเครื่องได้สูงสุด 32GB จัดว่ามีความจุเยอะพอใช้ทำงานหรือเล่นเกมได้สบายๆ 

Lenovo Legion 5 15IAH7H

NBS Verdicts

Legion 5 Alder Lake NYX09142

หากใครหาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คดีๆ เอาไว้ทำงานและเล่นเกมแบบครบเครื่องอยู่ล่ะก็ Lenovo Legion 5 15IAH7H นับเป็นรุ่นน่าสนใจ สเปคดีระดับเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Desktop Replacement ได้อย่างแท้จริง เพราะปัจจุบันนี้ Intel 12th Gen มีประสิทธิภาพดีมาก ทำงานต่างๆ ได้ดีไม่พอ ยิ่งจับคู่กับ NVIDIA GeForce RTX 3060 แบบ Max-P ค่า TGP 140 วัตต์แล้ว จะทำงานตัดต่อวิดีโอ, ทำโมเดล 3D CG หรือเล่นเกมฟอร์มยักษ์ในปัจจุบันนี้ก็เล่นได้สบายๆ ด้วยหน้าจอ 15.6 นิ้ว พาเนล IPS คุณภาพสูงที่ทางบริษัทติดตั้งมาให้ จะใช้บนจอ Lenovo Legion 5 15IAH7H เอง หรือจะต่อหน้าจอแยกก็ได้ และยังอัพเกรดเพิ่ม SSD, RAM ในเครื่องให้มากขึ้นไปได้อีก เรียกว่าซื้อมาเครื่องเดียวใช้งานไปได้นาน 3-4 ปีได้สบายๆ

ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อก็ให้มาเต็มที่กว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ แบรนด์ เพราะมีทั้ง USB-C แบบ Thunderbolt 4 กับ USB-C 3.2 Gen 2 รอบเครื่องแล้วก็มีมากถึง 3 ช่อง และยังมีพอร์ตใช้งานพื้นฐานครบเครื่องทั้ง USB-A 3.2 Gen 1, HDMI 2.1 และเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6E และรองรับ Bluetooth 5.1 ในตัวอีกด้วย นับว่าครบสุดๆ จนไม่น่ามองข้ามเลย ด้านคีย์บอร์ด Legion TrueStrike ก็นับว่าล้ำหน้ากว่าคีย์บอร์ดเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คร่วมรุ่นหลายๆ ตัว ไม่ว่าจะได้ 100% Anti-Ghosting ป้องกันอาการกดไม่ติดตอนเกมเมอร์รัวปุ่มแล้ว ยังได้ไฟ 4-Zone RGB backlight ให้ความสวยงามถูกใจเกมเมอร์อย่างแน่นอนอีกด้วย

ส่วนข้อสังเกตเล็กๆ น้อยๆ จากการใช้งานจริงแต่ก็ไม่ได้เป็นประเด็นใหญ่จนเสียอรรถรสการใช้งาน อย่างแรกหากเทียบกับตระกูล Legion ด้วยกัน ก่อนหน้านี้จะมี Lenovo Legion Slim 7 ซึ่งติดตั้งเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาตรงปุ่ม Power ของตัวเครื่องแล้ว แต่ Lenovo Legion 5 15IAH7H รุ่นนี้ยังไม่ติดตั้งมาให้ ซึ่งถ้าทาง Lenovo ต้องการยกระดับฟีเจอร์ของเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คให้สูงขึ้น ก็หวังว่า Legion รุ่นย่อยหรือรุ่นใหม่ๆ จะได้เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาเป็นมาตรฐานไปเลยจะยอดเยี่ยมขึ้นแน่นอน และพอร์ต USB-C ด้านหลังเครื่อง ถึงจะรองรับ Power Delivery แต่ต้องใช้ปลั๊ก GaN กำลังชาร์จ 100 วัตต์ขึ้นไปเท่านั้น ใช้แบบกำลังชาร์จ 65 วัตต์ไม่ได้ ดังนั้นถ้าใครพกเครื่องไปไหนมาไหนเป็นประจำแนะนำให้หาปลั๊ก GaN 100 วัตต์ ดีๆ ติดกระเป๋ารอเอาไว้ได้เลย

ข้อดีของ Lenovo Legion 5 15IAH7H
  1. ติดตั้งซีพียู Intel Core i7-12700H สถาปัตยกรรม Intel 12th Gen มาให้ ประสิทธิภาพดี ทำงานหรือเล่นเกมก็ได้
  2. ติดตั้งการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3060 แบบ Max-P ค่า TGP 140 วัตต์มาให้
  3. แรมจุ 16GB DDR5 บัส 4800MHz อัพเกรดได้มากสุด 32GB DDR5
  4. M.2 NVMe SSD เป็นอินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 อัพเกรดได้ 2 ช่อง ช่องละ 1TB ทำ RAID 0 ได้ด้วย
  5. หน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ได้ค่า Refresh Rate 165Hz ลื่นไหล ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB
  6. หน้าจอได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR 400 รองรับ NVIDIA G-SYNC, Dolby Vision ครบเครื่อง
  7. ได้พอร์ตครบเครื่อง ทั้ง USB-C PD, USB-A 3.2, HDMI รองรับ Wi-Fi 6E ในตัว
  8. มีสวิตช์ E-Shutter สั่งเปิดปิดการทำงาน Webcam ได้เมื่อต้องการหรือไม่อยากใช้งาน
  9. คีย์บอร์ด Legion TrueStrike รองรับ 100% Anti-Ghosting กดหลายปุ่มได้ไม่รวนง่ายๆ
  10. โปรแกรม Lenovo Vantage ตั้งค่าการทำงานได้ดี มีฟีเจอร์ Lenovo Edge รองรับการ Overclock ตัวเครื่องและการ์ดจอรวมทั้งมี AI เสริมการทำงานด้วย
  11. มีคีย์ลัดปรับโหมดเครื่อง 3 แบบ ตั้งแต่ใช้งานทั่วไปจนใช้กำลังสูงสุดด้วยปุ่ม Fn+Q
  12. หน้าจอโน๊ตบุ๊คสามารถกางได้แบนราบ 180 องศา ปรับองศาจอให้เข้ากับมุมสายตาได้ดี
  13. มีปุ่มลัด Multimedia Key ติดตั้งมาให้ใช้ โดยเซ็ตอยู่เหนือชุด Numpad
ข้อสังเกตของ Lenovo Legion 5 15IAH7H
  1. ยังไม่มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาเหมือนรุ่น Lenovo Legion Slim 7 ที่เปิดตัวมาก่อน
  2. ถ้าจะชาร์จแบตเตอรี่ด้วยปลั๊ก GaN ต้องใช้รุ่นที่กำลังชาร์จ 100 วัตต์ขึ้นไป
  3. ระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่อยู่ได้นานสุดราว 4 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น
  4. หน้าจอยังเป็นความละเอียด Full HD ถ้าเอาความละเอียดจอ QHD ต้องเพิ่มเงิน 1,000 บาท

รีวิว Lenovo Legion 5 15IAH7H

Specification

Lenovo Legion 5 15IAH7H

Lenovo Legion 5 15IAH7H นับเป็นภาคต่อของเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นเรือธงของทาง Lenovo ซึ่งรุ่นใหม่ล่าสุดนี้ติดตั้งซีพียู Intel 12th Gen สถาปัตยกรรม Alder Lake มาให้ พร้อมอัพเกรดชิ้นส่วนภายในอีกหลายอย่าง โดยมีรายละเอียดสเปคดังนี้

สเปคของ Lenovo Legion 5 15IAH7H
  • CPU : Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด ความเร็ว 3.5-4.7GHz (6P+8E)
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 (6GB GDDR6) Max-P (TGP 140W)
  • SSD : M.2 NVMe 512GB PCIe 4.0
  • RAM : 16GB DDR5 บัส 4800 MHz
  • Monitor : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz, Response Time 3ms ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB, VESA DisplayHDR 400, Dolby Vision รองรับ NVIDIA G-SYNC ความสว่าง 300Nits
  • Port : Thunderbolt 4 x 1 รองรับ DisplayPort, USB-C 3.2 Gen 2 x 2 รองรับ DisplayPort ทั้งสองช่อง มี 1 ช่องรองรับ Power Delivery 135 วัตต์, USB-A 3.2 Gen 1 x 1, HDMI 2.1 x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax, Bluetooth 5.1
  • Camera : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.4 กิโลกรัม
  • Price : 56,990 บาท (ราคากลาง)

Hardware & Design

Legion 5 Alder Lake NYX09139

Legion 5 Alder Lake NYX09092
Legion 5 Alder Lake NYX09091
Legion 5 Alder Lake NYX09102
Legion 5 Alder Lake NYX09163
Legion 5 Alder Lake NYX09090
Legion 5 Alder Lake NYX09116

ดีไซน์ของ Lenovo Legion 5 15IAH7H รุ่นใหม่นี้ จะยังอิงดีไซน์จาก Legion รุ่นก่อนหน้ามาเหมือนเดิม แต่ทางบริษัทเลือกอัพเกรดภายในตัวเครื่องให้ประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น โดยเป็น Intel 12th Gen จับคู่กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3060 แบบ Max-P และติดสติกเกอร์ของ Intel, NVIDIA เอาไว้ขอบที่พักข้อมือฝั่งซ้าย ส่วนฝั่งขวาเป็นสติกเกอร์บอกคีย์ลัด Fn+Q สำหรับปรับโหมดของตัวเครื่อง 3 แบบ ตั้งแต่โหมดเงียบประหยัดพลังงาน, โหมดทำงานปกติ หรือเร่งประสิทธิภาพตัวเครื่องเต็มที่ก็ได้

ด้านของดีไซน์ส่วนอื่นๆ จะคล้ายกับ Lenovo Legion รุ่นก่อนหน้า ไม่ว่าจะขอบบนของหน้าจอเหนือ Webcam จะทำเป็นติ่งยื่นขึ้นมาเล็กน้อยให้ใช้มือข้างเดียวกางหน้าจอได้ และทางบริษัทก็บาลานซ์น้ำหนักตัวเครื่องมาได้ดี ไม่มีอาการบอดี้ตัวเครื่องกระดกขึ้นมาแม้แต่น้อยและตัวจอไม่มีอาการสั่นกระพือเวลาปล่อยมือเลยแม้แต่น้อย ส่วนนี้ต้องยกความดีให้กับฐานบานพับหน้าจอแข็งแรง แน่นและเป็นวัสดุอลูมิเนียมอีกด้วย ส่วนขอบบนของตัวเครื่องเหนือคีย์บอร์ดเป็นปุ่ม Power พร้อมไฟสีฟ้าแบบปกติ ไม่ได้เป็นเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือเหมือน Lenovo Legion Slim 7 ที่เปิดตัวมาก่อนหน้านี้ ซึ่งผู้เขียนหวังว่าทางบริษัทจะมีรุ่นย่อยที่ให้ปุ่ม Power แบบรวมเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาด้วยในอนาคต จะได้ปลดล็อคเครื่องได้สะดวกและมีความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น

Legion 5 Alder Lake NYX09101

การกางหน้าจอ Lenovo Legion 5 15IAH7H นี้สามารถกางได้แบนราบ 180 องศา เทียบชั้นกับโน๊ตบุ๊คสายทำงานหลายๆ รุ่นในปัจจุบันได้เลย นอกจากจะวางบนแท่นวางโน๊ตบุ๊คหรือโต๊ะแล้วปรับองศาจอให้เข้ากับมุมสายตาได้สะดวกแล้ว เวลาทำงานก็สามารถกางหน้าจอแบนราบแล้วแชร์หน้าจอให้เพื่อนร่วมงานดูได้สะดวก ไม่ต้องหันเครื่องไปมาก็ได้ เหมาะกับช่วงประชุมงานแล้วต้องแชร์ข้อมูลงานร่วมกันเป็นอย่างมาก

Legion 5 Alder Lake NYX09082

Legion 5 Alder Lake NYX09083
Legion 5 Alder Lake NYX09084
Legion 5 Alder Lake NYX09088
Legion 5 Alder Lake NYX09093
Legion 5 Alder Lake NYX09167
Legion 5 Alder Lake NYX09165

ด้านหลังเครื่อง บริเวณฝาบานพับหน้าจอจะมีเพลตโลโก้ LEGION แบบอลูมิเนียมติดเป็นแนวตั้งเอาไว้ตรงมุมบนซ้ายมือ ส่วนมุมล่างขวาของฝาหลังจอติดเพลตอลูมิเนียมของ Lenovo ไว้อีกหนึ่งจุด ถัดลงมาด้านล่างจะเป็นขอบตัวเครื่องซึ่งออกแบบให้ยื่นออกมาให้ช่องระบายความร้อนถอยออกมาเหนือคีย์บอร์ดอีกเล็กน้อย มีช่องระบายความร้อนทั้งหมด 4 ช่อง 2 คู่ แยกเป็นคู่หลังและคู่ซ้ายขวาอย่างละชุด ยิงเลเซอร์บอกชื่อพอร์ตต่างๆ เอาไว้ครบถ้วนพร้อมไฟ LED บอกสถานะการชาร์จแบตเตอรี่อีกด้วย ถ้าแบตเตอรี่ยังไม่เต็ม 100% ไฟจะเป็นสีส้มและพอชาร์จเต็มจะกลายเป็นสีขาว ซึ่งการยิงเลเซอร์สกรีนบอกชื่อพอร์ตเอาไว้และหันฟ้อนท์เข้าหาคีย์บอร์ด แม้จะเป็นดีไซน์เล็กๆ น้อยๆ แต่ก็ช่วยให้เจ้าของเครื่องหาพอร์ตที่อยากใช้งานได้รวดเร็วและสะดวกขึ้น

Legion 5 Alder Lake NYX09077
Legion 5 Alder Lake NYX09079

ด้านใต้เครื่องจะมีช่องนำลมเย็นเข้าไประบายอากาศให้ระบบระบายความร้อน Coldfront 4.0 กินพื้นที่ราว 40% ของพื้นที่ฝาใต้ตัวเครื่องทั้งหมด ติดขอบยางกันบอดี้ตัวเครื่องเอาไว้ 3 เส้นด้วยกัน โดยเส้นบนเป็นแถบยาวพร้อมโลโก้ LEGION สลักเอาไว้ตรงกลางและมีแถบยางยาวราว 2 นิ้วติดเอาไว้ขอบล่างด้านซ้ายและขวามือของตัวเครื่องใกล้ๆ กับลำโพงฝั่งซ้ายและขวาของตัวเครื่อง ซึ่งชุดระบายความร้อนใหม่นี้ ทางบริษัทออกแบบให้ดึงลมเย็นเข้าไประบายความร้อนได้ดียิ่งขึ้น และล็อคด้วยน็อตหัว Philips Head หรือหัวแฉกเอาไว้ทั้งหมด 10 ตัวด้วยกัน ซึ่งแน่นหนาไม่หลุดง่ายอย่างแน่นอน

Screen & Speaker

Legion 5 Alder Lake NYX09103

Legion 5 Alder Lake NYX09106
Legion 5 Alder Lake NYX09105
Legion 5 Alder Lake NYX09107
Legion 5 Alder Lake NYX09108
Legion 5 Alder Lake NYX09161
Legion 5 Alder Lake NYX09089

หน้าจอของ Lenovo Legion 5 15IAH7H มีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS แม้ความละเอียดหน้าจอยังไม่เป็น QHD (2560×1440) เหมือน Lenovo Legion รุ่นอื่นที่เปิดตัวเมื่อก่อนหน้านี้ก็ตาม แต่ทาง Lenovo ก็เลือกพาเนลคุณภาพสูงมาติดตั้งให้สมเป็นซีรี่ส์เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คระดับเรือธง ได้ค่า Refresh Rate 165Hz, Response Time 3ms รองรับ NVIDIA G-SYNC เป็นจอ Dolby Vision ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR 400 แสดงขอบเขตสีได้กว้าง 100% sRGB เคลมความสว่างไว้ 300Nits ดังนั้นถ้าใครซื้อมาแล้วจะใช้ทำงานต่างโน๊ตบุ๊คสำหรับครีเอเตอร์สักเครื่องก็ใช้งานได้ดีไม่แพ้กันแน่นอน

ด้านกรอบหน้าจอถูกดีไซน์ให้บาง 3 ด้าน คือขอบบนหน้าจอที่ยื่นสูงขึ้นเล็กน้อยตรงโซนกล้อง Webcam ความละเอียด และฝั่งซ้ายและขวาของหน้าจอก็บางลงเพื่อเพิ่มพื้นที่การแสดงผล มีโลโก้ LEGION ยิงเลเซอร์เอาไว้ตรงขอบล่างของหน้าจอด้วย และเมื่อพับหน้าจอลงจะเห็นว่าพาเนล IPS นี้มีคุณภาพดี เพราะยังแสดงสีสันได้ดีไม่เกิดอาการเงาสะท้อนหรือสีเพี้ยนบนหน้าจออีกด้วย

display

gamut 2
gamut profile 1
285771057 10159767339439597 269616527172447066 n

เมื่อ Calibrate หน้าจอด้วย Calibrite ColorChecker Display ด้วยโปรแกรม DisplayCal 3 จะเห็นว่าหน้าจอของ Lenovo Legion 5 15IAH7H แสดงขอบเขตสีหน้าจอได้กว้างมาก ได้ค่า Gamut coverage 98.6% sRGB, 69.8% Adobe RGB, 73.6% DCI-P3 ได้ Gamut volume ที่ 104.5% sRGB, 72% Adobe RGB, 74% DCI-P3 มีค่าความเที่ยงตรงสีหรือค่า Delta-E อยู่ที่ 0.14~1.11 ซึ่งเมื่อค่า Delta-E <2 เช่นนี้ จัดว่าเที่ยงตรง สามารถนำไปตัดต่อแต่งภาพได้ไม่แพ้โน๊ตบุ๊คสำหรับครีเอเตอร์หลายๆ รุ่นอย่างแน่นอน

ความสว่างหน้าจอที่ Calibrite ColorChecker Display เช็คได้ จะสว่างถึง 328.73 cd/m2 จัดว่าสว่างมากไล่เลี่ยกับโน๊ตบุ๊คเกมมิ่งจากแบรนด์คู่แข่งหลายๆ รุ่น และสว่างกว่าที่ทางบริษัทเคลมเอาไว้ในงานเปิดตัวอีกเล็กน้อย ซึ่งจอนี้จัดว่าสว่างพอสู้แสงแดดนอกอาคารได้สบายๆ ถ้าจะติดเครื่องไปนั่งทำงานชานร้านกาแฟหรือนั่งในห้องแล้วแสงแดดส่องหน้าจอก็สามารถปรับความสว่างสู้ได้อย่างแน่นอน แต่ถ้าใช้ในอาคารหรือออฟฟิศแนะนำให้ปรับความสว่างลดลงมาช่วง 60~70% ก็สว่างพอใช้งานได้สบายๆ แล้ว

Legion 5 Alder Lake NYX09080
Legion 5 Alder Lake NYX09081
Legion 5 Alder Lake NYX09073
Legion 5 Alder Lake NYX09074

ส่วนลำโพงของ Lenovo Legion 5 15IAH7H ตัวนี้จะเป็นลำโพงคู่ กำลังขับข้างละ 2 วัตต์ พอปรับเสียงให้ดังสุด 100% แล้วจะดังราว 83~86dB ดังพอใช้เพื่อความบันเทิงหรือประชุมงานได้อย่างแน่นอน และได้ทาง Nahimic Audio มาปรับจูนเสียงให้เป็นลำโพงสำหรับเกมมิ่ง เลยช่วยให้แยกทิศทางเสียงตอนเล่นเกมได้เป็นอย่างดี

ส่วนการฟังเพลงต้องถือว่าเสียงลำโพงดังฟังชัด ได้ยินเสียงเครื่องดนตรีและนักร้องชัดเจนและไม่ทับไลน์เสียงกันอีกด้วย แต่โทนเสียงจะออกไปทางขุ่นนิดหน่อยและเบสไม่ค่อยชัดเจน แรงปะทะเบสไม่ค่อยหนักแน่นอย่างที่ควร ซึ่งถ้าใช้ฟังเพลงทั่วไปไม่ว่าจะป็อป, ร็อค, แจ๊สถือว่าดีพอควร แต่ถ้าเป็นเพลงแนวเน้นเบสหรือใครชื่นชอบการฟังเพลงล่ะก็ แนะนำให้ต่อลำโพงแยกดีๆ สักชุดเสริมเข้าไปจะได้อรรถรสตอนฟังเพลงดียิ่งขึ้น

Keyboard & Touchpad

Legion 5 Alder Lake NYX09117

Legion 5 Alder Lake NYX09118
Legion 5 Alder Lake NYX09119
Legion 5 Alder Lake NYX09113
Legion 5 Alder Lake NYX09111

คีย์บอร์ด TrueStrike ของ Lenovo Legion 5 15IAH7H เป็นดีไซน์แบบ Full-size มีฟีเจอร์เฉพาะตัวคือ 100% Anti-Ghosting ทำให้เกมเมอร์สามารถรัวปุ่มตอนเล่นเกมได้โดยไม่เกิดอาการกดปุ่มแล้วไม่ทำงาน (Ghosting) มีไฟ RGB แบบ 4-Zone RGB Backlight สามารถเปลี่ยนโหมดหรือปิดไฟได้ง่ายๆ โดยกด Fn+Spacebar เพื่อเปลี่ยนโหมดได้ทันที ส่วนขอบล่างของคีย์บอร์ดจะโค้งลงเล็กน้อยให้รับนิ้วได้ดีกว่าเดิม

ด้านสัมผัสตอนทดลองใช้ TrueStrike พิมพ์งานหรือเล่นเกมจัดว่าโดดเด่นกว่าโน๊ตบุ๊คเกมมิ่งหลายๆ รุ่นที่ได้รีวิวมาก่อนหน้านี้ ซึ่งตัวปุ่มจะไม่ได้อ่อนกดง่ายรัวปุ่มได้เร็ว แต่ได้สัมผัสจะคล้ายกับสวิตช์ Mechanical Keyboard แบบ Tactile เพราะตัวปุ่มค่อนข้างแข็งกดสนุกมือได้สัมผัสแน่น ข้อดีของสวิตช์แบบแข็งเช่นนี้จะช่วยลดโอกาสตอนวางนิ้วแล้วน้ำหนักนิ้วไปทำปุ่มลั่นในจังหวะที่ไม่ต้องการใช้งานได้ ส่วนสัมผัสตอนทดลองพิมพ์งานมั่นใจว่าผู้ใช้ที่ชอบ Mechanical Keyboard สวิตช์ Tactile น่าจะถูกใจอย่างแน่นอน

Legion 5 Alder Lake NYX09133

Legion 5 Alder Lake NYX09120
Legion 5 Alder Lake NYX09128
Legion 5 Alder Lake NYX09124
Legion 5 Alder Lake NYX09125

เลย์เอ้าท์คีย์บอร์ด TrueStrike ของ Lenovo Legion 5 15IAH7H จะเป็นทรง Full-size แต่ทรงคีย์บอร์ดจะไม่เป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า โดยปุ่มลูกศรจะยื่นลงมาด้านล่างเล็กน้อยแยกจากเซ็ตปุ่มหลักและชุด Numpad และมีขีด Marking ตรงลูกศรชี้ลงเช่นเดียวกับปุ่ม S, F, J และออกแบบให้ปุ่ม Grave Accent (~) มีขนาดเล็กลงเหลือครึ่งเดียว มีปุ่ม Fn ติดเอาไว้ข้าง Ctrl ซ้ายมือ

คีย์ลัดต่างๆ บนคีย์บอร์ด ได้แก่ FnLock โดยกด Fn+Esc, Multimedia Hotkey เซ็ตรวมกับปุ่ม Home, End, Page Up, Page Down เหนือชุด Numpad และปุ่ม Print Screen มีคำสั่งเรียก Snipping Tool รวมเอาไว้ด้วย ซึ่งถือว่าค่อนข้างครบเครื่อง แต่สังเกตว่า Lenovo Legion 5 15IAH7H เครื่องนี้ยังไม่มีคำสั่ง Windows Lock ติดตั้งมาให้ แต่ทางบริษัทออกแบบให้ปุ่ม Windows ไปติดกับปุ่ม Alt แทน ทำให้โอกาสไปโดนปุ่ม Windows ลดลงไปพอสมควร อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนก็หวังว่าทาง Lenovo จะพิจารณาเพิ่มฟังก์ชั่นนี้เข้ามาให้กับ Lenovo Legion รุ่นถัดๆ ไปด้วย

Legion 5 Alder Lake NYX09131

ส่วนของ Function Hotkey ตรงบรรทัดปุ่ม F1-F12 เวลาต้องการใช้งานจะต้องกด Fn ค้างไว้ก่อนถึงจะใช้งานได้ โดยคำสั่งที่ทางบริษัทเซ็ตมาให้จะมีดังนี้

  • F1-F3 – ปิด, ลดหรือเพิ่มเสียงลำโพง
  • F4 – ปิดไมโครโฟน
  • F5-F6 – ลดหรือเพิ่มความสว่างหน้าจอ
  • F7 – ปุ่ม Project ตั้งค่าหน้าจอหลักและจอเสริม
  • F8 – Airplane Mode
  • F9 – Lenovo Smart Key
  • F10 – ปิดการทำงานทัชแพด
  • F11 – เรียกโปรแกรมทั้งหมดขึ้นมาเหมือนกด Windows+Tab
  • F12 – เรียกโปรแกรม Calculator
Screenshot 2022 06 17 143643

Lenovo Smart Key

ในส่วนของคีย์ลัด Lenovo Smart Key ตรงปุ่ม F9 ของ Lenovo Legion 5 15IAH7H เมื่อกดครั้งแรกจะเปิดตัวเป็นการตั้งค่าว่าจะให้ปุ่มนี้ทำงานเช่นใด โดยใช้เรียกโปรแกรม Lenovo Vantage, เรียกการให้บริการแก้ไขตัวเครื่องออนไลขน์, Vantage Toolbar เช็คสถานะการทำงานตัวเครื่องหรือ Preference เรียกโปรแกรมที่ต้องการใช้งานขึ้นมาก็ได้ พอเซ็ตเสร็จแล้วเมื่อต้องการใช้คำสั่งลัดนี้ ให้กด F9 สองครั้งเพื่อเรียกคำสั่งที่ต้องการได้เลย จัดว่าสะดวกใช้ได้

อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนคิดว่าการเซ็ตตั้งค่าให้กด 2 ครั้งเช่นนี้ก็ไม่ผิดแต่ผู้ใช้ส่วนใหญ่อาจจะไม่คุ้นเคยเพราะคิดว่ากดครั้งเดียวแล้วปุ่ม F9 ต้องเรียกคำสั่งที่เซ็ตเอาไว้ขึ้นมาให้ใช้งานได้เลย จึงอยากแนะนำทางบริษัทว่าหากอัพเดทเฟิร์มแวร์ใหม่ อยากให้ปรับการทำงานโดยกดครั้งแรกเป็นการเซ็ตปุ่ม F9 ตามที่ต้องการ พอกดเซฟการตั้งค่าแล้วให้ระบบเปลี่ยนเป็นกดครั้งเดียวเปิดคำสั่งนั้นทันที แล้วถ้าต้องการตั้งค่าปุ่ม F9 ใหม่ ให้กด 2 ครั้งเพื่อเปิดหน้าต่าง Lenovo Smart Key ขึ้นมาอีกครั้งจะดีกว่า

Legion 5 Alder Lake NYX09136
Legion 5 Alder Lake NYX09135

ทัชแพดของ Lenovo Legion 5 15IAH7H มีขนาดใหญ่รองรับคำสั่ง Gesture Control ของ Windows ครบถ้วน ติดตั้งเอาไว้ตรงกลางที่วางข้อมือซ้ายขวา กว้างจนเกือบจรดปุ่ม Alt ทั้งสองฝั่ง จากที่ทดลองเล่นเกมดูแล้วมือของผู้ใช้แทบไม่โดนปุ่ม Windows บนคีย์บอร์ดเลย ทว่าสันมือกลับพาดอยู่บนทัชแพดแบบเลี่ยงไม่ได้และอาจจะเกิดอาการทัชแพดลั่นหากไม่กดปิดทัชแพดทิ้งเสียก่อน ดังนั้นถ้าใช้งานตามปกติอาจจะเปิดทัชแพดเอาไว้แล้วปิดตอนเล่นเกมจะดีกว่า

Connector / Thin & Weight

Legion 5 Alder Lake NYX09086

Legion 5 Alder Lake NYX09095
Legion 5 Alder Lake NYX09098
Legion 5 Alder Lake NYX09099

พอร์ตและการเชื่อมต่อของ Lenovo Legion 5 15IAH7H นับว่าให้มาเยอะครบเครื่องเสมอ และมีสวิตช์ E-Shutter ปิดการทำงานกล้อง Webcam ติดตั้งมาให้ปิดเวลาไม่ต้องการใช้งานได้ด้วย โดยการเชื่อมต่อทั้งหมดของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้มีดังนี้

  • ฝั่งซ้ายจากซ้ายมือ – Thunderbolt 4 รองรับการต่อหน้าจอแบบ DisplayPort 1.4, USB-C 3.2 Gen 2 รองรับการต่อหน้าจอแบบ DisplayPort 1.4
  • ฝั่งขวาจากซ้ายมือ – Audio combo, สวิตช์ E-Shutter, USB-A 3.2 Gen 1
  • ด้านหลังเครื่อง – LAN, USB-C 3.2 Gen 2 รองรับการต่อหน้าจอแบบ DisplayPort 1.4 และชาร์จแบตเตอรี่แบบ Power Delivery ได้ ต้องการกำลังไฟ 135 วัตต์, HDMI 2.1, USB-A 3.2 Gen 2 x 2 ช่อง ฝั่งขวาเป็น Sleep&Charge ใช้ชาร์จแบตเตอรี่ให้อุปกรณ์ต่างๆ ได้โดยใช้แบตเตอรี่ของโน๊ตบุ๊ค, ช่องแดปเตอร์ดีไซน์เฉพาะของ Lenovo 
  • การเชื่อมต่อไร้สาย – Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1

จะเห็นว่าทางบริษัทติดตั้งพอร์ตมาให้ Lenovo Legion 5 15IAH7H แบบครบเครื่องและไม่หวงเอาไว้เลยแม้แต่น้อย โดยเฉพาะพอร์ตเชื่อมต่อหน้าจอทั้ง HDMI 2.1 และ USB-C 3.2 และ Thunderbolt 4 นับรวมแล้วผู้ใช้สามารถต่อหน้าจอแยกได้ถึง 3 จอพร้อมกัน ซึ่งถ้าใครดูกระดานหุ้นหรืออยากใช้แทนเกมมิ่งพีซีสักเครื่อง ก็สามารถต่อใช้งานได้สบายๆ ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน แต่จุดสังเกตคือพอร์ต USB-PD นี้ต้องการอแดปเตอร์แบบจ่ายไฟได้ 135 วัตต์ขึ้นไป ดังนั้นปลั๊ก GaN กำลังชาร์จ 100 วัตต์อาจจะพอใช้ชาร์จได้ แต่เชื่อว่าจะชาร์จได้ช้าและหากโปรแกรมไหนเรียกใช้การ์ดจอแยกก็คงมีกำลังไฟไม่พอใช้ ดังนั้นถ้าใครจะเซ็ตโต๊ะทำงานไว้รองรับ Lenovo Legion 5 15IAH7H แนะนำให้ลงทุนซื้อ GaN Desktop Charger กำลังชาร์จ 150 วัตต์กับสาย USB-C ที่รองรับกระแสไฟเกิน 100 วัตต์มาเตรียมไว้ได้เลย

Legion 5 Alder Lake NYX09058

Legion 5 Alder Lake NYX09060
Legion 5 Alder Lake NYX09059

น้ำหนักของ Lenovo Legion 5 15IAH7H เมื่อชั่งด้วยตาชั่งดิจิตอลแล้วจะหนัก 2.48 กิโลกรัม รวมกับอแดปเตอร์น้ำหนัก 953 กรัมแล้ว จะมีน้ำหนักรวมถึง 3.5 กิโลกรัม ดังนั้นถ้าใครจะใช้โน๊ตบุ๊คเครื่องนี้เครื่องเดียวทั้งเล่นเกมและทำงานด้วยล่ะก็ แนะนำให้ลงทุนกับกระเป๋าเป้ดีๆ สักใบจะได้รับน้ำหนักเครื่องได้ดีและไม่เป็นปัญหาต่อสรีระร่างกายในอนาคตด้วย

Inside & Upgrade

Legion 5 Alder Lake NYX09061

Legion 5 Alder Lake NYX09068
Legion 5 Alder Lake NYX09067
Legion 5 Alder Lake NYX09070
Legion 5 Alder Lake NYX09072

ด้านการอัพเกรดตัวเครื่อง เมื่อขันน็อตหัวแฉกทั้ง 10 ตัวออกจนหมดแล้ว ตัวเครื่องจะมีสลักเกี่ยวฝาใต้เครื่องอยู่อีกหนึ่งชิ้น แนะนำให้เจ้าของเครื่องวางโน๊ตบุ๊คคว่ำหน้าลงแล้วจับฝาท้ายเลื่อนขึ้นไปทางช่องพัดลมระบายความร้อนสักเล็กน้อยจะเปิดเครื่องได้ง่ายยิ่งขึ้น

ภายในเครื่องจะเห็นว่าทาง Lenovo ให้อินเตอร์เฟสสำหรับอัพเกรดโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้มาครบครัน มีช่องแรม DDR5 แบบ SO-DIMM สองช่อง ปิดเอาไว้ด้วยกรอบโลหะแบบติดคลิปหนีบไร้น็อต ใช้มือดึงขอบกรอบโลหะเบาๆ ก็ถอดอัพเกรดได้แล้ว และรองรับความจุสูงสุด 32GB DDR5 บัส 4800MHz แต่เดิมๆ จากโรงงานก็ได้มา 16GB แล้ว ดังนั้นถ้าใครจะใช้เล่นเกมอย่างเดียวก็สามารถใช้แรมความจุเดิมๆ จากโรงงานไปได้เช่นกัน

ส่วน M.2 NVMe SSD ก็ถูกปิดเอาไว้ด้วยเพลตโลหะแบบขันน็อต 3 จุด แต่เป็นหัวแฉก Philips head ทั้งหมด สามารถขันออกมาอัพเกรดได้ง่ายๆ และมีช่องไกด์สำหรับครอบเพลตโลหะด้วย เป็นการออกแบบเล็กๆ น้อยๆ ที่ใส่ใจผู้ใช้ดีมาก อินเตอร์เฟสของ SSD เป็น PCIe 4.0 x4 ทั้งสองช่อง รองรับช่องละ 1TB และทำ RAID 0 ได้ ซึ่งเจ้าของเครื่องอาจใส่ M.2 NVMe SSD ความจุช่องละ 1TB ไว้ติดตั้งเกมกับโปรแกรมใช้งานหลักๆ หรือทำ RAID 0 เพิ่มความเร็วตอนใช้งานก็น่าสนใจ ซึ่งในส่วนของ SSD ผู้เขียนถือว่าทางบริษัทจัดสเปคมาได้เหมาะสมแล้ว แต่หวังว่าทาง Lenovo จะอัพเกรดให้รองรับช่องละ 2TB ไปเลยจะได้อัพเกรดได้เต็มที่ รองรับอนาคตได้หลายปี

Performance & Software

CPU Z 6 4 2022 7 52 28 PM

CPU Z 6 4 2022 7 52 31 PM
CPU Z 6 4 2022 7 52 41 PM
CPU Z 6 4 2022 7 52 44 PM
CPU Z 6 4 2022 7 52 48 PM

Lenovo Legion 5 15IAH7H นับเป็น Legion รุ่นที่ 7 โดยเครื่องรีวิวติดตั้งซีพียู Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด ความเร็ว 3.5-4.7GHz (6P+8E) สถาปัตยกรรม Alder Lake ทรานซิสเตอร์ขนาด 10 นาโนเมตร มีค่า TDP 45 วัตต์ด้วยกัน โดยตัวซีพียูจะรองรับชุดคำสั่งสำหรับใช้งานครบถ้วน สามารถใช้ทำงานหรือเล่นเกมได้อย่างดี

เมนบอร์ดในเครื่องจะผลิตโดย Lenovo เอง โดยใช้อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 ทำให้เจ้าของเครื่องเลือกใส่ SSD รุ่นใหม่ๆ ที่ความเร็ว Sequential Read/Write สูงได้โดยไม่มีปัญหา ติดตั้งแรมมา 16GB DDR5 บัส 4800MHz จากโรงงาน เป็นความจุที่มากพอใช้ทำงานและเล่นเกมต่างๆ ได้สบายๆ แต่ถ้าต้องทำงานตัดต่อวิดีโอหรืองานหนักๆ แนะนำให้อัพเกรดไป 32GB เลยก็ได้

TechPowerUp GPU Z 2.46.0 6 4 2022 7 50 41 PM

TechPowerUp GPU Z 2.46.0 6 4 2022 7 51 00 PM
tgp 1

กราฟฟิคการ์ดนอกจาก Intel Iris Xe Graphics จะมีการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6 ให้ใช้งานด้วย ตัวการ์ดมี CUDA จำนวน 3,840 คอร์ รองรับ DirectX 12 ค่า TGP 130 วัตต์ สามารถถ่ายเทค่าวัตต์มาเพิ่มประสิทธิภาพเป็น 140 วัตต์ได้ และการ์ดจอทั้งสองตัวในเครื่องรองรับชุดคำสั่งสำหรับใช้งานครบถ้วน ยกเว้นฝั่ง Intel จะไม่มี CUDA, Ray Tracing เหมือนฝั่ง NVIDIA เท่านั้น

device mgr 2

เมื่อเช็คพาร์ทในตัวเครื่อง จะเห็นว่า Lenovo Legion 5 15IAH7H มีชิ้นส่วนใช้งานสำคัญติดตั้งมาให้ครบเครื่อง ไม่ว่าจะชิป TPM 2.0 ที่ Windows 11 ต้องใช้สำหรับรักษาความปลอดภัยและติดตั้ง Wi-Fi PCIe Card เป็น Intel AX 211 รองรับ Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax มีแบนด์วิธสัญญาณกว้าง 160MHz ใช้รับส่งข้อมูลผ่าน Wi-Fi ได้เร็วและเสถียร เหมาะทั้งทำงานและเล่นเกมอย่างแน่นอน

CrystalDiskMark 8.0.4 x64 Admin 6 4 2022 8 01 13 PM

ส่วน M.2 NVMe SSD ในเครื่องเป็น Samsung MZVL2512HCJQ-00BL2 ความจุ 512GB หรือรหัส OEM ในซีรี่ส์ของ Samsung PM9A1 ประสิทธิภาพจัดว่าเทียบชั้นกับ Samsung 980 Pro อีกด้วย โดยตัว SSD นี้จะเป็นอินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 คุมโดยคอนโทรลเลอร์ Samsung Elpis เข้ารหัส AES-256 ในตัว มีความเร็ว Sequential Read 6,900 MB/s และ Sequential Write 5,000 MB/s จัดว่าเร็วไว้ใจได้ เมื่อทดสอบด้วย CrystalDiskMark ได้ความเร็ว Sequential Read 6,751.10 MB/s และ Sequential Write 4,880.1 MB/s ซึ่งถือว่าเร็วใช้ได้ใกล้เคียงหน้าสเปค ใช้บูตเกมและโปรแกรมขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว

ส่วนผู้ใช้คนไหนอยากอัพเกรดเพิ่มความจุและความแรงอีกสักนิดก็ยังแนะนำให้อัพเกรดเป็น WD Black SN850, Kingston KC3000, Kingston Fury Renegade ความจุ 1TB จะดีที่สุด เพราะมันใช้ประโยชน์จากอินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 ได้อย่างเต็มที่

r15 2
r20 2

ส่วนการทดสอบ CINEBENCH R15 เพื่อวัดประสิทธิภาพตอนเรนเดอร์ 3D CG แล้ว จะเห็นว่า Lenovo Legion 5 15IAH7H ทำคะแนน OpenGL ได้ 190.86 fps และ CPU 2,336 cb พอเน้นทดสอบประสิทธิภาพการเรนเดอร์ของซีพียูด้วย CINEBENCH R20 จะได้คะแนน CPU 6,828 pts ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนเห็นว่าซีพียู Intel Core i7-12700H ในโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ทรงพลัง ใช้ตัดต่อเรนเดอร์ 3D CG, ตัดต่อวิดีโอได้สบายๆ โดยเฉพาะคะแนนของ CINEBENCH R20 เรียกว่าสูสีกับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค ซีพียู Intel Core i9-12900H บางรุ่นเลย ดังนั้นถ้าใครใช้เล่นเกมอย่างเดียวก็ใช้ได้ดีไม่มีปัญหาแน่นอน

3dmark timespy

ผลการทดสอบ 3DMark Time Spy เพื่อวัดประสิทธิภาพเวลาเล่นเกม จะเห็นว่า Lenovo Legion 5 15IAH7H ทำคะแนนเฉลี่ยได้ 9,420 คะแนน แม้จะยังไม่แตะหลักหมื่นคะแนน แต่ถ้าดูแยกเป็นหมวดหมู่แล้วจะเห็นว่าคะแนน CPU score สูงถึง 13,116 คะแนน และ Graphics score ได้ไป 8,974 คะแนน พูดได้ว่าซีพียู Intel Core i7-12700H ดึงพลังของ NVIDIA GeForce RTX 3060 ออกมาได้หมดจด ใช้เล่นเกมบนหน้าจอความละเอียด 1080p Full HD ได้สบายๆ หรือจะต่อจอแยกความละเอียด QHD ก็เล่นได้ไหลลื่นแน่นอน

pcmark10 2

ส่วนการทดสอบจำลองสภาพการทำงานด้วยโปรแกรม PCMark 10 ตัว Lenovo Legion 5 15IAH7H ทำคะแนนเฉลี่ยรวมได้สูงมากถึง 7,782 คะแนน และพอดูแยก 3 หมวดการทดสอบจะเห็นว่า Legion 5 เครื่องนี้กวาดคะแนนได้เกินหลักหมื่นคะแนน ไม่ว่าจะเปิดโปรแกรม, เบราเซอร์, ทำงานกับไฟล์เอกสารก็ตาม และยิ่งโดดเด่นเป็นพิเศษเมื่อทดสอบตัดต่อแต่งภาพหรือวิดีโอและเรนเดอร์โมเดล 3D จะทำคะแนนได้สูงเกินหน้าสองหมวดแรกเสียด้วย ดังนั้นถ้าใครคิดจะซื้อ Legion 5 เอาไว้ใช้แบบเหมาหมดทั้งทำงานและเล่นเกม ก็ทำงานได้ยอดเยี่ยมไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

legion5

สเปคของ Lenovo Legion 5 15IAH7H ที่ติดตั้ง Intel Core i7-12700H คู่กับ NVIDIA GeForce RTX 3060 Max-P ค่า TGP 140 วัตต์แล้ว จะเห็นว่าเกมฟอร์มยักษ์ที่ผู้เขียนหยิบมาทดสอบแบบปรับกราฟฟิคสูงสุดจะได้เฟรมเรทเฉลี่ยเกิน 60 fps ทุกเกม โดยเฉพาะเกมแนว Battle Royal อย่าง Apex Legends จะทำเฟรมเรทเฉลี่ยทะลุหลักร้อยเฟรมได้สบายๆ หรือจะเกมพอร์ตจากเครื่องคอนโซลเช่น Horizon Zero Dawn ก็เฟรมเรทสูงสุดเกินค่า Refresh Rate ของหน้าจอไปเสียด้วยซ้ำ

ตอนใช้ Lenovo Legion 5 15IAH7H เล่นเกมแทนเกมมิ่งพีซีเพื่อทดสอบและดูประสบการณ์การใช้งาน ต้องถือว่ายอดเยี่ยมจนผู้เขียนกังขากับการประกอบเกมมิ่งพีซีเสียด้วยซ้ำ เพราะเมื่อต่อหน้าจอแยกแล้วก็ได้ประสบการณ์การเล่นเกมและใช้งานไม่ต่างกันกับเกมมิ่งพีซีสักเครื่องเลย โดยเฉพาะเกมที่ต้องใช้ความเร็วอย่าง Resident Evil Village, Apex Legends ไม่เกิดอาการเฟรมเรทหน่วงแม้แต่น้อย สามารถกวาดหน้าจอไปมามองหาและยิงศัตรูได้ทันใจไม่เกิดอาการภาพฉีกขาด ยิ่ง Red Dead Redemption 2 (ตัวย่อ RDR 2) หรือ GTA V นอกจากรายละเอียดฉาก แสงและเงาตกกระทบตัวละครก็ได้ความสมจริง หรือตอนโฟกัสเป้าเล็งเป้าก่อนยิงปืนก็ต่อเนื่อง ไม่เกิดอาการเริ่มจับโฟกัสแล้วภาพตัดเข้าตอนเล็งเป้าเหมือนตอนใช้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คสเปคไม่แรงมากเล่นเกมนี้สักนิด

ดังนั้นเกมเมอร์คนไหนอยากเล่นเกมฟอร์มยักษ์หลายๆ เกมในปัจจุบันนี้แต่พื้นที่ในห้องมีจำกัด อยู่หอพักหรือคอนโดมิเนียมล่ะก็ ผู้เขียนอยากให้ลองเปิดใจให้กับ Lenovo Legion 5 15IAH7H ดู เพราะมันครบเครื่องในตัวมาก เวลาอยู่บ้านอยากเล่นเกมเพื่อผ่อนคลายก็แค่ต่ออแดปเตอร์, หน้าจอแยกและเกมมิ่งเกียร์ก็เล่นเกมได้ พกไปออฟฟิศก็เตรียม GaN Desktop Charger กำลังชาร์จ 150 วัตต์กับสาย USB-C PD เอาไว้ให้ครบ เท่านี้ก็ไม่ต้องประกอบเกมมิ่งพีซีและซื้อโน๊ตบุ๊คแยกเอาไว้ทำงานแล้ว ลดปริมาณอุปกรณ์ส่วนตัวซ้ำซ้อนแล้วเอาเงินไปซื้อของใช้อื่นๆ เพิ่มได้อีกมาก

Lenovo Vantage 6 4 2022 8 43 52 PM

Lenovo Vantage 6 4 2022 8 43 30 PM
Lenovo Vantage 6 4 2022 8 43 15 PM

ส่วนโปรแกรมตั้งค่าและซัพพอร์ตตัวเครื่องอย่าง Lenovo Vantage จะเห็นว่าตัวโปรแกรมเป็นเวอร์ชั่นพิเศษสำหรับตระกูล Lenovo Legion โดยเฉพาะ สังเกตที่แถบคำสั่ง Legion Edge จะมีคำสั่ง GPU Overclock สำหรับโอเวอร์คล็อครีดประสิทธิภาพการ์ดจอได้ โดยในส่วน Advanced Settings ตัว Lenovo Vantage จะเปิดให้ปรับค่าคล็อกของการ์ดจอได้ตามต้องการ สามารถเร่งคล็อกไปได้สูงสุดระดับ 3,000MHz แต่ส่วนตัวผู้เขียนแนะนำให้เปิดตามค่ามาตรฐานจากโรงงานก็แรงเพียงพอแล้ว

Battery & Heat & Noise

Legion 5 Alder Lake NYX09069

แบตเตอรี่ของ Lenovo Legion 5 15IAH7H จะวางตัวยาวชิดกับลำโพงทั้งสองฝั่ง เป็นแบบลิเธียมไอออน มีความจุ 80Wh แยกเป็น Typical Capacity ได้ 5,182mAh และ Rated Capacity 5,052mAh จะนับเป็น 78Wh ซึ่งความจุนี้ถือว่าเยอะกว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คช่วง 3-4 หมื่นบาทแต่ยังไม่ถึงกับรุ่นเรือธงบางรุ่นที่แตะระดับ 90Wh ขึ้นไป อย่างไรก็ตามก็ถือว่าเยอะใช้ได้ใช้งานได้หลายชั่วโมงอย่างแน่นอน

battmon

เมื่อทดสอบตามมาตรฐานของทางเว็บไซต์โดยปิดไฟ LED Backlit ของคีย์บอร์ด, ลดความสว่างหน้าจอให้ต่ำสุดและเปิดลำโพงดังเพียง 10% ปรับโหมดตัวเครื่องเป็น Battery Saver ใช้ Microsoft Edge ดูคลิป YouTube นานต่อเนื่อง 30 นาที จะใช้งานได้นานสุด 3 ชั่วโมง 44 นาที จัดว่าใช้งานได้นานระดับหนึ่งเท่านั้น ไม่ถึง 5 ชั่วโมง ดังนั้นถ้าใครจะพก Lenovo Legion 5 15IAH7H ติดไปทำงานนานหลายชั่วโมงหรือจะเอาเข้าคลาสเลคเชอร์ต่อเนื่องหลายชั่วโมงแนะนำให้เตรียมอแดปเตอร์ติดกระเป๋าเสมอ ไม่ให้เครื่องดับกลางอากาศเวลากำลังทำงานหรือประชุมอยู่

Legion 5 Alder Lake NYX09062

Legion 5 Alder Lake NYX09065
Legion 5 Alder Lake NYX09064
Legion 5 Alder Lake NYX09063

Legion 5 Alder Lake NYX09076

ระบบระบายความร้อน Coldfront 4.0 จะมีพัดลมโบลวเวอร์ไว้ระบายความร้อน 2 ตัว กับฮีตไปป์ 3 เส้นใหญ่ เสริมฮีตไปป์อีก 1 เส้นเล็กเดินแนวพาดซีพียูและการ์ดจอแยกมายังฮีตซิ้งค์แล้วระบายความร้อนออก 4 ช่องทั้งด้านข้างและหลังตัวเครื่อง ซึ่งตอนใช้งานตามปกติแทบไม่ได้ยินเสียงพัดลมระบายความร้อนทำงานเลย แต่ตอนเล่นเกมหรือทำงานกราฟฟิคจะได้ยินเสียงพัดลมทำงานดังขึ้นมาชัดเจน

hwmonitor

สำหรับอุณหภูมิของตัวเครื่องเมื่อทดสอบเล่นเกมแล้ววัดด้วย CPUID HWMonitor จะมีอุณหภูมิอยู่ช่วง 47~100 องศา เฉลี่ย 50 องศาเซลเซียส ส่วนการ์ดจอแยกอยู่ช่วง 52.3~88.4 องศา เฉลี่ย 56.3 องศาเซลเซียส ซึ่งอุณหภูมิเมื่อวัดด้วยโปรแกรมอาจจะดูสูงก็จริง แต่ตอนใช้งานจริงกลับไม่ได้ร้อนอย่างที่คิดและไม่เกิดอาการลดประสิทธิภาพตัวเครื่องเมื่ออุณหภูมิสูง (Throttle Down) อีกด้วย ดังนั้นถ้าใครซื้อ Lenovo Legion 5 15IAH7H มาก็ใช้งานไปตามปกติ ไม่ต้องกังวลเรื่องอุณหภูมิก็ได้

User Experience

Legion 5 Alder Lake NYX09151

ในฐานะผู้เขียนเป็นเกมเมอร์คนหนึ่ง ถือว่า Lenovo Legion 5 15IAH7H เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คประสิทธิภาพสูง เล่นเกมฟอร์มยักษ์ต่างๆ ได้ดีไม่มีปัญหา ยิ่งถ้าใครมีพื้นที่ใช้สอยน้อยหรืออยู่คอนโดมิเนียมแล้วไม่อยากประกอบเกมมิ่งพีซีล่ะก็ นาทีนี้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้เป็นคำตอบที่ลงตัวอย่างแน่นอน ตอนเล่นเกมก็สามารถเล่นได้ยอดเยี่ยม ได้เฟรมเรทไหลลื่นและไม่เกิดอาการร้อนจนประสิทธิภาพตัวเครื่องลดลงแม้แต่นิดเดียว สามารถปรับกราฟฟิคสูงสุดแล้วเล่นเกมได้เลย ด้านคีย์บอร์ด Legion TrueStrike ก็ตอบสนองไวและมีแรงต้านดันนิ้วกลับพอตัว และมีพอร์ตให้ใช้งานครบเครื่องไม่หาอุปกรณ์เสริมอย่าง USB-C Multiport Adapter มาต่อให้เสียเงิน หากใครซื้อ Lenovo Legion 5 15IAH7H มาแล้วก็เอาเงินไปลงกับเกมมิ่งเกียร์ที่อยากใช้ได้เลยและยังได้ประกันตัวเครื่องจากทาง Lenovo คอยซัพพอร์ตอีกด้วย

สเปค Intel Core i7-12700H เมื่อจับคู่กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3060 ได้แรม 16GB DDR5 บัส 4800MHz และ M.2 NVMe SSD อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 แล้ว ต้องถือว่าทาง Lenovo จัดสเปคมาได้ลงตัว เวลาเล่นเกมหรือเปิดโปรแกรมขึ้นมาใช้งานนั้นเร็วแทบจะทันทีทันใด โดยเฉพาะตอนเล่นเกมเรียกว่าไหลลื่นไม่แพ้เกมมิ่งพีซีสักเครื่องหนึ่งเลย และรองรับการอัพเกรดเพิ่มเติมในอนาคตได้อีกด้วย ผู้เขียนมั่นใจว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ใช้เล่นเกมฟอร์มยักษ์ไปได้อีก 3-4 ปี อย่างแน่นอน

กลับกัน แม้ทางบริษัทจะเคลมเอาไว้ว่า Lenovo Legion 5 รุ่นใหม่นี้หนาราว 19.9 มม. แต่ตัวเครื่องก็ยังใหญ่และค่อนข้างหนา มีน้ำหนักราว 2.5 กิโลกรัม พอรวมอแดปเตอร์ก็หนักถึง 3.5 กิโลกรัมอยู่ดี ดังนั้นถ้าใครจะซื้อมาทำงานและพกพาไปไหนมาไหนด้วยรถโดยสารประจำทางล่ะก็ มันจะหนักพกพาไม่สะดวกอย่างแน่นอน ยกเว้นเสียว่ามีรถส่วนบุคคลก็ยังพอทำเนา เวลาใส่กระเป๋าเป้แบกเดินระยะสั้นๆ แค่เข้าออกออฟฟิศก็ยังพอรับได้ แต่ถ้าเดินเทียวไปมาและหาร้านกาแฟนั่งทำงานก็คงใช้งานได้ไม่เป็นสุขแน่ๆ

ถ้าให้สรุปง่ายๆ ถ้าใครอยากซื้อ Lenovo Legion 5 15IAH7H ไว้ใช้งาน ในมุมของผู้เขียนมองว่ามันเหมาะจะเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คแบบ Desktop Replacement เน้นวางโต๊ะแล้วเล่นเกมหรือทำงานหนักๆ มากกว่าจะพกไปไหนมาไหน ตอบโจทย์กลุ่ม เกมเมอร์หรือฝ่ายตัดต่อวิดีโอ แต่ไม่เหมาะกับผู้ใช้ที่เดินทางไปไหนมาไหนบ่อยๆ อย่างเซลส์หรือ AE เลย ยกเว้นเสียว่าจะมีพาหนะส่วนตัวเอาไว้ใช้งานก็ยังพอว่า แต่แนะนำให้หันไปหาโน๊ตบุ๊คบางเบาจะดีกว่า

Conclusion & Award

Legion 5 Alder Lake NYX09153

ในหมู่เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คจากหลากหลายแบรนด์ในปัจจุบันนี้ Lenovo Legion 5 15IAH7H เป็นอีกตัวเลือกที่ดีจนไม่ควรมองข้ามเลยแม้แต่น้อย เพราะได้สเปคแรง, ฟีเจอร์ครบเครื่องและพอร์ตการเชื่อมต่อทันสมัย รับส่งข้อมูลทั้งมีและไร้สายได้อย่างรวดเร็วโดยเฉพาะ Wi-Fi 6E ซึ่งสามารถรับส่งข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว เสถียรต่อเนื่องอีกด้วย มันจัดว่าเหมาะกับคนทำงานหนักหรือฮาร์ดคอร์เกมเมอร์อย่างไม่ต้องสงสัยเลย

และแม้ราคาเครื่องนี้จะมีรุ่นย่อยรุ่นตัวเลือกอยู่บ้าง เพราะรุ่นนี้เป็นจอ 15.6 นิ้ว Full HD ถ้าจะเอารุ่นจอ QHD ต้องจ่ายเพิ่มอีก 1,000 บาท จาก 56,990 บาทก็เพิ่มเป็น 57,990 บาท ถ้าใครอยากได้จอความละเอียดสูงขึ้นอีกสักหน่อย จะลงทุนเพิ่มอีกนิดก็คุ้มค่าและค่าผ่อนค่างวดก็ไม่ได้ดีดตัวสูงขึ้นอย่างแน่นอน และสเปคระดับนี้จัดว่าคุ้มจะลงทุนจ่ายแล้วใช้ทำงานหรือเล่นเกมไปได้อีก 3-4 ปี ก็คุ้มค่าอีกด้วย โดยเฉพาะสำหรับฮาร์ดคอร์เกมเมอร์, ฝ่ายศิลป์งานกราฟฟิค, ช่างกล้องนั้นสามารถใช้ประโยชน์จากมันได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยแน่นอน และไม่ต้องประกอบพีซีก็ยังไหว

award

award new Gaming

best gaming

สเปคของ Lenovo Legion 5 15IAH7H นับว่าแรงพอเล่นเกมฟอร์มยักษ์ในปัจจุบันนี้แบบเปิดกราฟฟิคสูงสุดได้สบายๆ ไปอีก 3-4 ปี จะเล่นที่จอ Full HD ก็ได้ หรือต่อจอ QHD ก็ยังไหลลื่นเช่นกัน จึงคู่ควรกับรางวัล Best Gaming อย่างไม่ต้องสงสัย

award new performance

best performance

นอจากเล่นเกมได้ดีก็ใช้ทำงานได้สบายๆ ด้วยซีพียู Intel Intel Gen 12 ตามที่ได้กล่าวไปในรีวิว ดังนั้นถ้าใครไม่ได้เน้นเล่นเกมแต่หาโน๊ตบุ๊คดีๆ เอาไว้ทำงานหนักๆ สักเครื่องล่ะก็ Lenovo Legion 5 15IAH7H เป็นตัวเลือกที่ลงตัวอย่างแน่นอน

award new Graphic

best graphic

โดยปกติแล้วเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คมักให้พาเนลหน้าจอทั่วไปที่ขอบเขตสีไม่ค่อยกว้างและไม่เที่ยงตรงเท่าที่ควร แต่ Lenovo Legion 5 15IAH7H ตรงข้ามกับข้อความข้างต้นทั้งหมด ถ้าใครเป็นช่างกล้อง, คนทำงานอาร์ตหรือตัดต่อวิดีโอล่ะก็ สามารถใช้หน้าจอของเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ทำงานได้เลย

from:https://notebookspec.com/web/653955-review-lenovo-legion-5-15iah7h

รีวิว Lenovo Legion 5i หัวใจ Intel Gen 12 สุดแรง ฟีเจอร์แจ่มแจ๋วครบเครื่อง ค่าตัว 56,990 บาท

Lenovo Legion 5i รุ่นใหม่หัวใจ Intel Intel Gen 12 มาแล้ว และยังแรงไม่แพ้รุ่นก่อนแน่นอน!

legion5inewcover

 

Advertisementavw

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คในปัจจุบันนี้ได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆ เพราะประสิทธิภาพดีและเล่นเกมได้สบายๆ Lenovo Legion 5i ก็เป็นหนึ่งในหมู่เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นเรือธงพร้อมฟีเจอร์ล้นเครื่อง ได้แก่ คีย์บอร์ด TrueStrike ซึ่งได้สัมผัสตอนใช้งานไม่ต่างกับ Mechanical Keyboard พร้อมไฟ RGB เลือกสีได้ตามชอบ, ระบบระบายความร้อนอย่างดีเพื่อระบายความร้อนจากซีพียู Intel 12th Gen และการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3000 Series แบบ Max-P รุ่นใหม่ล่าสุดได้อย่างรวดเร็วและได้แรม DDR5 ที่รับส่งข้อมูลได้รวดเร็วยิ่งกว่าเดิม ติดตั้งพอร์ตใช้งานมาให้มากมายครบเครื่องทั้ง USB-C, USB-A, HDMI ให้ต่ออุปกรณ์เสริมหรือหน้าจอต่างๆ ได้ครบเครื่อง ยิ่งในตอนนี้ทางบริษัทก็อัพเกรดการเชื่อมต่อไร้สายของ Lenovo Legion 5i ให้รองรับ Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth เวอร์ชั่นใหม่ยิ่งขึ้น ทำให้รับส่งข้อมูลไร้สายได้อย่างรวดเร็วและเสถียรยิ่งกว่าเดิม ยิ่งไปกว่านั้น โปรแกรมติดเครื่องอย่าง Lenovo Vantage ก็สามารถปรับ Overclock การ์ดจอให้รีดเฟรมเรทได้เยอะกว่าเดิมโดยไม่ทำให้การ์ดจอเสื่อมสภาพเร็วเกินไป ได้ลำโพง Nahimic Audio แบบจูนเสียงมาเพื่อเล่นเกมโดยเฉพาะอีกด้วย

ด้านหน้าจอของ Lenovo Legion เองก็เป็นจุดเด่นเช่นกัน เพราะหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS นี้ สามารถปรับความสว่างได้ 300 nits ไม่พอ ยังได้ค่า Refresh Rate สูงถึง 165Hz จากโรงงาน แสดงขอบเขตสีได้กว้าง 100% sRGB ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR 400 รองรับ NVIDIA G-SYNC และเป็นจอ Dolby Vision มันจึงเหมาะทั้งเอาไว้ทำงาน, ดูหนัง, เล่นเกมหรือจะตัดต่อวิดีโอก็ทำได้ยอดเยี่ยม เป็นโน๊ตบุ๊คเพื่อครีเอเตอร์กลายๆ ก็ไม่ผิดนัก ยิ่งไปกว่านั้น Lenovo Legion 5i ยังคงเอกลักษณ์เรื่องการอัพเกรดเครื่องได้ง่าย รองรับ M.2 NVMe SSD ด้วยอินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 ได้สูงสุด 2 ช่อง ช่องละ 1TB และตั้งค่า RAID 0 ได้ อัพเกรดแรมจาก 16GB DDR5 บัส 4800MHz ในเครื่องได้สูงสุด 32GB จัดว่ามีความจุเยอะพอใช้ทำงานหรือเล่นเกมได้สบายๆ 

Lenovo Legion 5i

NBS Verdicts

Legion 5 Alder Lake NYX09142

หากใครหาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คดีๆ เอาไว้ทำงานและเล่นเกมแบบครบเครื่องอยู่ล่ะก็ Lenovo Legion 5i นับเป็นรุ่นน่าสนใจ สเปคดีระดับเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Desktop Replacement ได้อย่างแท้จริง เพราะปัจจุบันนี้ Intel 12th Gen มีประสิทธิภาพดีมาก ทำงานต่างๆ ได้ดีไม่พอ ยิ่งจับคู่กับ NVIDIA GeForce RTX 3060 แบบ Max-P ค่า TGP 140 วัตต์แล้ว จะทำงานตัดต่อวิดีโอ, ทำโมเดล 3D CG หรือเล่นเกมฟอร์มยักษ์ในปัจจุบันนี้ก็เล่นได้สบายๆ ด้วยหน้าจอ 15.6 นิ้ว พาเนล IPS คุณภาพสูงที่ทางบริษัทติดตั้งมาให้ จะใช้บนจอ Lenovo Legion 5i เอง หรือจะต่อหน้าจอแยกก็ได้ และยังอัพเกรดเพิ่ม SSD, RAM ในเครื่องให้มากขึ้นไปได้อีก เรียกว่าซื้อมาเครื่องเดียวใช้งานไปได้นาน 3-4 ปีได้สบายๆ

ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อก็ให้มาเต็มที่กว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายๆ แบรนด์ เพราะมีทั้ง USB-C แบบ Thunderbolt 4 กับ USB-C 3.2 Gen 2 รอบเครื่องแล้วก็มีมากถึง 3 ช่อง และยังมีพอร์ตใช้งานพื้นฐานครบเครื่องทั้ง USB-A 3.2 Gen 1, HDMI 2.1 และเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6E และรองรับ Bluetooth 5.1 ในตัวอีกด้วย นับว่าครบสุดๆ จนไม่น่ามองข้ามเลย ด้านคีย์บอร์ด Legion TrueStrike ก็นับว่าล้ำหน้ากว่าคีย์บอร์ดเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คร่วมรุ่นหลายๆ ตัว ไม่ว่าจะได้ 100% Anti-Ghosting ป้องกันอาการกดไม่ติดตอนเกมเมอร์รัวปุ่มแล้ว ยังได้ไฟ 4-Zone RGB backlight ให้ความสวยงามถูกใจเกมเมอร์อย่างแน่นอนอีกด้วย

ส่วนข้อสังเกตเล็กๆ น้อยๆ จากการใช้งานจริงแต่ก็ไม่ได้เป็นประเด็นใหญ่จนเสียอรรถรสการใช้งาน อย่างแรกหากเทียบกับตระกูล Legion ด้วยกัน ก่อนหน้านี้จะมี Lenovo Legion Slim 7 ซึ่งติดตั้งเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาตรงปุ่ม Power ของตัวเครื่องแล้ว แต่ Lenovo Legion 5i รุ่นนี้ยังไม่ติดตั้งมาให้ ซึ่งถ้าทาง Lenovo ต้องการยกระดับฟีเจอร์ของเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คให้สูงขึ้น ก็หวังว่า Legion รุ่นย่อยหรือรุ่นใหม่ๆ จะได้เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาเป็นมาตรฐานไปเลยจะยอดเยี่ยมขึ้นแน่นอน และพอร์ต USB-C ด้านหลังเครื่อง ถึงจะรองรับ Power Delivery แต่ต้องใช้ปลั๊ก GaN กำลังชาร์จ 100 วัตต์ขึ้นไปเท่านั้น ใช้แบบกำลังชาร์จ 65 วัตต์ไม่ได้ ดังนั้นถ้าใครพกเครื่องไปไหนมาไหนเป็นประจำแนะนำให้หาปลั๊ก GaN 100 วัตต์ ดีๆ ติดกระเป๋ารอเอาไว้ได้เลย

ข้อดีของ Lenovo Legion 5i
  1. ติดตั้งซีพียู Intel Core i7-12700H สถาปัตยกรรม Intel 12th Gen มาให้ ประสิทธิภาพดี ทำงานหรือเล่นเกมก็ได้
  2. ติดตั้งการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3060 แบบ Max-P ค่า TGP 140 วัตต์มาให้
  3. แรมจุ 16GB DDR5 บัส 4800MHz อัพเกรดได้มากสุด 32GB DDR5
  4. M.2 NVMe SSD เป็นอินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 อัพเกรดได้ 2 ช่อง ช่องละ 1TB ทำ RAID 0 ได้ด้วย
  5. หน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ได้ค่า Refresh Rate 165Hz ลื่นไหล ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB
  6. หน้าจอได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR 400 รองรับ NVIDIA G-SYNC, Dolby Vision ครบเครื่อง
  7. ได้พอร์ตครบเครื่อง ทั้ง USB-C PD, USB-A 3.2, HDMI รองรับ Wi-Fi 6E ในตัว
  8. มีสวิตช์ E-Shutter สั่งเปิดปิดการทำงาน Webcam ได้เมื่อต้องการหรือไม่อยากใช้งาน
  9. คีย์บอร์ด Legion TrueStrike รองรับ 100% Anti-Ghosting กดหลายปุ่มได้ไม่รวนง่ายๆ
  10. โปรแกรม Lenovo Vantage ตั้งค่าการทำงานได้ดี มีฟีเจอร์ Lenovo Edge รองรับการ Overclock ตัวเครื่องและการ์ดจอรวมทั้งมี AI เสริมการทำงานด้วย
  11. มีคีย์ลัดปรับโหมดเครื่อง 3 แบบ ตั้งแต่ใช้งานทั่วไปจนใช้กำลังสูงสุดด้วยปุ่ม Fn+Q
  12. หน้าจอโน๊ตบุ๊คสามารถกางได้แบนราบ 180 องศา ปรับองศาจอให้เข้ากับมุมสายตาได้ดี
  13. มีปุ่มลัด Multimedia Key ติดตั้งมาให้ใช้ โดยเซ็ตอยู่เหนือชุด Numpad
ข้อสังเกตของ Lenovo Legion 5i
  1. ยังไม่มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาเหมือนรุ่น Lenovo Legion Slim 7 ที่เปิดตัวมาก่อน
  2. ถ้าจะชาร์จแบตเตอรี่ด้วยปลั๊ก GaN ต้องใช้รุ่นที่กำลังชาร์จ 100 วัตต์ขึ้นไป
  3. ระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่อยู่ได้นานสุดราว 4 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น
  4. หน้าจอยังเป็นความละเอียด Full HD ถ้าเอาความละเอียดจอ QHD ต้องเพิ่มเงิน 1,000 บาท

รีวิว Lenovo Legion 5i

Specification

Lenovo Legion 5 15IAH7H

Lenovo Legion 5i นับเป็นภาคต่อของเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นเรือธงของทาง Lenovo ซึ่งรุ่นใหม่ล่าสุดนี้ติดตั้งซีพียู Intel 12th Gen สถาปัตยกรรม Alder Lake มาให้ พร้อมอัพเกรดชิ้นส่วนภายในอีกหลายอย่าง โดยมีรายละเอียดสเปคดังนี้

สเปคของ Lenovo Legion 5i 
  • CPU : Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด ความเร็ว 3.5-4.7GHz (6P+8E)
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 (6GB GDDR6) Max-P (TGP 140W)
  • SSD : M.2 NVMe 512GB PCIe 4.0
  • RAM : 16GB DDR5 บัส 4800 MHz
  • Monitor : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz, Response Time 3ms ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB, VESA DisplayHDR 400, Dolby Vision รองรับ NVIDIA G-SYNC ความสว่าง 300Nits
  • Port : Thunderbolt 4 x 1 รองรับ DisplayPort, USB-C 3.2 Gen 2 x 2 รองรับ DisplayPort ทั้งสองช่อง มี 1 ช่องรองรับ Power Delivery 135 วัตต์, USB-A 3.2 Gen 1 x 1, HDMI 2.1 x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax, Bluetooth 5.1
  • Camera : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.4 กิโลกรัม
  • Price : 56,990 บาท (ราคากลาง)

Hardware & Design

Legion 5 Alder Lake NYX09139

Legion 5 Alder Lake NYX09092
Legion 5 Alder Lake NYX09091
Legion 5 Alder Lake NYX09102
Legion 5 Alder Lake NYX09163
Legion 5 Alder Lake NYX09090
Legion 5 Alder Lake NYX09116

ดีไซน์ของ Lenovo Legion 5i รุ่นใหม่นี้ จะยังอิงดีไซน์จาก Legion รุ่นก่อนหน้ามาเหมือนเดิม แต่ทางบริษัทเลือกอัพเกรดภายในตัวเครื่องให้ประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น โดยเป็น Intel 12th Gen จับคู่กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3060 แบบ Max-P และติดสติกเกอร์ของ Intel, NVIDIA เอาไว้ขอบที่พักข้อมือฝั่งซ้าย ส่วนฝั่งขวาเป็นสติกเกอร์บอกคีย์ลัด Fn+Q สำหรับปรับโหมดของตัวเครื่อง 3 แบบ ตั้งแต่โหมดเงียบประหยัดพลังงาน, โหมดทำงานปกติ หรือเร่งประสิทธิภาพตัวเครื่องเต็มที่ก็ได้

ด้านของดีไซน์ส่วนอื่นๆ จะคล้ายกับ Lenovo Legion รุ่นก่อนหน้า ไม่ว่าจะขอบบนของหน้าจอเหนือ Webcam จะทำเป็นติ่งยื่นขึ้นมาเล็กน้อยให้ใช้มือข้างเดียวกางหน้าจอได้ และทางบริษัทก็บาลานซ์น้ำหนักตัวเครื่องมาได้ดี ไม่มีอาการบอดี้ตัวเครื่องกระดกขึ้นมาแม้แต่น้อยและตัวจอไม่มีอาการสั่นกระพือเวลาปล่อยมือเลยแม้แต่น้อย ส่วนนี้ต้องยกความดีให้กับฐานบานพับหน้าจอแข็งแรง แน่นและเป็นวัสดุอลูมิเนียมอีกด้วย ส่วนขอบบนของตัวเครื่องเหนือคีย์บอร์ดเป็นปุ่ม Power พร้อมไฟสีฟ้าแบบปกติ ไม่ได้เป็นเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือเหมือน Lenovo Legion Slim 7 ที่เปิดตัวมาก่อนหน้านี้ ซึ่งผู้เขียนหวังว่าทางบริษัทจะมีรุ่นย่อยที่ให้ปุ่ม Power แบบรวมเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาด้วยในอนาคต จะได้ปลดล็อคเครื่องได้สะดวกและมีความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น

Legion 5 Alder Lake NYX09101

การกางหน้าจอ Lenovo Legion 5i นี้สามารถกางได้แบนราบ 180 องศา เทียบชั้นกับโน๊ตบุ๊คสายทำงานหลายๆ รุ่นในปัจจุบันได้เลย นอกจากจะวางบนแท่นวางโน๊ตบุ๊คหรือโต๊ะแล้วปรับองศาจอให้เข้ากับมุมสายตาได้สะดวกแล้ว เวลาทำงานก็สามารถกางหน้าจอแบนราบแล้วแชร์หน้าจอให้เพื่อนร่วมงานดูได้สะดวก ไม่ต้องหันเครื่องไปมาก็ได้ เหมาะกับช่วงประชุมงานแล้วต้องแชร์ข้อมูลงานร่วมกันเป็นอย่างมาก

Legion 5 Alder Lake NYX09082

Legion 5 Alder Lake NYX09083
Legion 5 Alder Lake NYX09084
Legion 5 Alder Lake NYX09088
Legion 5 Alder Lake NYX09093
Legion 5 Alder Lake NYX09167
Legion 5 Alder Lake NYX09165

ด้านหลังเครื่อง บริเวณฝาบานพับหน้าจอจะมีเพลตโลโก้ LEGION แบบอลูมิเนียมติดเป็นแนวตั้งเอาไว้ตรงมุมบนซ้ายมือ ส่วนมุมล่างขวาของฝาหลังจอติดเพลตอลูมิเนียมของ Lenovo ไว้อีกหนึ่งจุด ถัดลงมาด้านล่างจะเป็นขอบตัวเครื่องซึ่งออกแบบให้ยื่นออกมาให้ช่องระบายความร้อนถอยออกมาเหนือคีย์บอร์ดอีกเล็กน้อย มีช่องระบายความร้อนทั้งหมด 4 ช่อง 2 คู่ แยกเป็นคู่หลังและคู่ซ้ายขวาอย่างละชุด ยิงเลเซอร์บอกชื่อพอร์ตต่างๆ เอาไว้ครบถ้วนพร้อมไฟ LED บอกสถานะการชาร์จแบตเตอรี่อีกด้วย ถ้าแบตเตอรี่ยังไม่เต็ม 100% ไฟจะเป็นสีส้มและพอชาร์จเต็มจะกลายเป็นสีขาว ซึ่งการยิงเลเซอร์สกรีนบอกชื่อพอร์ตเอาไว้และหันฟ้อนท์เข้าหาคีย์บอร์ด แม้จะเป็นดีไซน์เล็กๆ น้อยๆ แต่ก็ช่วยให้เจ้าของเครื่องหาพอร์ตที่อยากใช้งานได้รวดเร็วและสะดวกขึ้น

Legion 5 Alder Lake NYX09077
Legion 5 Alder Lake NYX09079

ด้านใต้เครื่องจะมีช่องนำลมเย็นเข้าไประบายอากาศให้ระบบระบายความร้อน Coldfront 4.0 กินพื้นที่ราว 40% ของพื้นที่ฝาใต้ตัวเครื่องทั้งหมด ติดขอบยางกันบอดี้ตัวเครื่องเอาไว้ 3 เส้นด้วยกัน โดยเส้นบนเป็นแถบยาวพร้อมโลโก้ LEGION สลักเอาไว้ตรงกลางและมีแถบยางยาวราว 2 นิ้วติดเอาไว้ขอบล่างด้านซ้ายและขวามือของตัวเครื่องใกล้ๆ กับลำโพงฝั่งซ้ายและขวาของตัวเครื่อง ซึ่งชุดระบายความร้อนใหม่นี้ ทางบริษัทออกแบบให้ดึงลมเย็นเข้าไประบายความร้อนได้ดียิ่งขึ้น และล็อคด้วยน็อตหัว Philips Head หรือหัวแฉกเอาไว้ทั้งหมด 10 ตัวด้วยกัน ซึ่งแน่นหนาไม่หลุดง่ายอย่างแน่นอน

Screen & Speaker

Legion 5 Alder Lake NYX09103

Legion 5 Alder Lake NYX09106
Legion 5 Alder Lake NYX09105
Legion 5 Alder Lake NYX09107
Legion 5 Alder Lake NYX09108
Legion 5 Alder Lake NYX09161
Legion 5 Alder Lake NYX09089

หน้าจอของ Lenovo Legion 5i มีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS แม้ความละเอียดหน้าจอยังไม่เป็น QHD (2560×1440) เหมือน Lenovo Legion รุ่นอื่นที่เปิดตัวเมื่อก่อนหน้านี้ก็ตาม แต่ทาง Lenovo ก็เลือกพาเนลคุณภาพสูงมาติดตั้งให้สมเป็นซีรี่ส์เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คระดับเรือธง ได้ค่า Refresh Rate 165Hz, Response Time 3ms รองรับ NVIDIA G-SYNC เป็นจอ Dolby Vision ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR 400 แสดงขอบเขตสีได้กว้าง 100% sRGB เคลมความสว่างไว้ 300Nits ดังนั้นถ้าใครซื้อมาแล้วจะใช้ทำงานต่างโน๊ตบุ๊คสำหรับครีเอเตอร์สักเครื่องก็ใช้งานได้ดีไม่แพ้กันแน่นอน

ด้านกรอบหน้าจอถูกดีไซน์ให้บาง 3 ด้าน คือขอบบนหน้าจอที่ยื่นสูงขึ้นเล็กน้อยตรงโซนกล้อง Webcam ความละเอียด และฝั่งซ้ายและขวาของหน้าจอก็บางลงเพื่อเพิ่มพื้นที่การแสดงผล มีโลโก้ LEGION ยิงเลเซอร์เอาไว้ตรงขอบล่างของหน้าจอด้วย และเมื่อพับหน้าจอลงจะเห็นว่าพาเนล IPS นี้มีคุณภาพดี เพราะยังแสดงสีสันได้ดีไม่เกิดอาการเงาสะท้อนหรือสีเพี้ยนบนหน้าจออีกด้วย

display

gamut 2
gamut profile 1
285771057 10159767339439597 269616527172447066 n

เมื่อ Calibrate หน้าจอด้วย Calibrite ColorChecker Display ด้วยโปรแกรม DisplayCal 3 จะเห็นว่าหน้าจอของ Lenovo Legion 5i แสดงขอบเขตสีหน้าจอได้กว้างมาก ได้ค่า Gamut coverage 98.6% sRGB, 69.8% Adobe RGB, 73.6% DCI-P3 ได้ Gamut volume ที่ 104.5% sRGB, 72% Adobe RGB, 74% DCI-P3 มีค่าความเที่ยงตรงสีหรือค่า Delta-E อยู่ที่ 0.14~1.11 ซึ่งเมื่อค่า Delta-E <2 เช่นนี้ จัดว่าเที่ยงตรง สามารถนำไปตัดต่อแต่งภาพได้ไม่แพ้โน๊ตบุ๊คสำหรับครีเอเตอร์หลายๆ รุ่นอย่างแน่นอน

ความสว่างหน้าจอที่ Calibrite ColorChecker Display เช็คได้ จะสว่างถึง 328.73 cd/m2 จัดว่าสว่างมากไล่เลี่ยกับโน๊ตบุ๊คเกมมิ่งจากแบรนด์คู่แข่งหลายๆ รุ่น และสว่างกว่าที่ทางบริษัทเคลมเอาไว้ในงานเปิดตัวอีกเล็กน้อย ซึ่งจอนี้จัดว่าสว่างพอสู้แสงแดดนอกอาคารได้สบายๆ ถ้าจะติดเครื่องไปนั่งทำงานชานร้านกาแฟหรือนั่งในห้องแล้วแสงแดดส่องหน้าจอก็สามารถปรับความสว่างสู้ได้อย่างแน่นอน แต่ถ้าใช้ในอาคารหรือออฟฟิศแนะนำให้ปรับความสว่างลดลงมาช่วง 60~70% ก็สว่างพอใช้งานได้สบายๆ แล้ว

Legion 5 Alder Lake NYX09080
Legion 5 Alder Lake NYX09081
Legion 5 Alder Lake NYX09073
Legion 5 Alder Lake NYX09074

ส่วนลำโพงของ Lenovo Legion 5i ตัวนี้จะเป็นลำโพงคู่ กำลังขับข้างละ 2 วัตต์ พอปรับเสียงให้ดังสุด 100% แล้วจะดังราว 83~86dB ดังพอใช้เพื่อความบันเทิงหรือประชุมงานได้อย่างแน่นอน และได้ทาง Nahimic Audio มาปรับจูนเสียงให้เป็นลำโพงสำหรับเกมมิ่ง เลยช่วยให้แยกทิศทางเสียงตอนเล่นเกมได้เป็นอย่างดี

ส่วนการฟังเพลงต้องถือว่าเสียงลำโพงดังฟังชัด ได้ยินเสียงเครื่องดนตรีและนักร้องชัดเจนและไม่ทับไลน์เสียงกันอีกด้วย แต่โทนเสียงจะออกไปทางขุ่นนิดหน่อยและเบสไม่ค่อยชัดเจน แรงปะทะเบสไม่ค่อยหนักแน่นอย่างที่ควร ซึ่งถ้าใช้ฟังเพลงทั่วไปไม่ว่าจะป็อป, ร็อค, แจ๊สถือว่าดีพอควร แต่ถ้าเป็นเพลงแนวเน้นเบสหรือใครชื่นชอบการฟังเพลงล่ะก็ แนะนำให้ต่อลำโพงแยกดีๆ สักชุดเสริมเข้าไปจะได้อรรถรสตอนฟังเพลงดียิ่งขึ้น

Keyboard & Touchpad

Legion 5 Alder Lake NYX09117

Legion 5 Alder Lake NYX09118
Legion 5 Alder Lake NYX09119
Legion 5 Alder Lake NYX09113
Legion 5 Alder Lake NYX09111

คีย์บอร์ด TrueStrike ของ Lenovo Legion 5i เป็นดีไซน์แบบ Full-size มีฟีเจอร์เฉพาะตัวคือ 100% Anti-Ghosting ทำให้เกมเมอร์สามารถรัวปุ่มตอนเล่นเกมได้โดยไม่เกิดอาการกดปุ่มแล้วไม่ทำงาน (Ghosting) มีไฟ RGB แบบ 4-Zone RGB Backlight สามารถเปลี่ยนโหมดหรือปิดไฟได้ง่ายๆ โดยกด Fn+Spacebar เพื่อเปลี่ยนโหมดได้ทันที ส่วนขอบล่างของคีย์บอร์ดจะโค้งลงเล็กน้อยให้รับนิ้วได้ดีกว่าเดิม

ด้านสัมผัสตอนทดลองใช้ TrueStrike พิมพ์งานหรือเล่นเกมจัดว่าโดดเด่นกว่าโน๊ตบุ๊คเกมมิ่งหลายๆ รุ่นที่ได้รีวิวมาก่อนหน้านี้ ซึ่งตัวปุ่มจะไม่ได้อ่อนกดง่ายรัวปุ่มได้เร็ว แต่ได้สัมผัสจะคล้ายกับสวิตช์ Mechanical Keyboard แบบ Tactile เพราะตัวปุ่มค่อนข้างแข็งกดสนุกมือได้สัมผัสแน่น ข้อดีของสวิตช์แบบแข็งเช่นนี้จะช่วยลดโอกาสตอนวางนิ้วแล้วน้ำหนักนิ้วไปทำปุ่มลั่นในจังหวะที่ไม่ต้องการใช้งานได้ ส่วนสัมผัสตอนทดลองพิมพ์งานมั่นใจว่าผู้ใช้ที่ชอบ Mechanical Keyboard สวิตช์ Tactile น่าจะถูกใจอย่างแน่นอน

Legion 5 Alder Lake NYX09133

Legion 5 Alder Lake NYX09120
Legion 5 Alder Lake NYX09128
Legion 5 Alder Lake NYX09124
Legion 5 Alder Lake NYX09125

เลย์เอ้าท์คีย์บอร์ด TrueStrike ของ Lenovo Legion 5i จะเป็นทรง Full-size แต่ทรงคีย์บอร์ดจะไม่เป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า โดยปุ่มลูกศรจะยื่นลงมาด้านล่างเล็กน้อยแยกจากเซ็ตปุ่มหลักและชุด Numpad และมีขีด Marking ตรงลูกศรชี้ลงเช่นเดียวกับปุ่ม S, F, J และออกแบบให้ปุ่ม Grave Accent (~) มีขนาดเล็กลงเหลือครึ่งเดียว มีปุ่ม Fn ติดเอาไว้ข้าง Ctrl ซ้ายมือ

คีย์ลัดต่างๆ บนคีย์บอร์ด ได้แก่ FnLock โดยกด Fn+Esc, Multimedia Hotkey เซ็ตรวมกับปุ่ม Home, End, Page Up, Page Down เหนือชุด Numpad และปุ่ม Print Screen มีคำสั่งเรียก Snipping Tool รวมเอาไว้ด้วย ซึ่งถือว่าค่อนข้างครบเครื่อง แต่สังเกตว่า Lenovo Legion 5i เครื่องนี้ยังไม่มีคำสั่ง Windows Lock ติดตั้งมาให้ แต่ทางบริษัทออกแบบให้ปุ่ม Windows ไปติดกับปุ่ม Alt แทน ทำให้โอกาสไปโดนปุ่ม Windows ลดลงไปพอสมควร อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนก็หวังว่าทาง Lenovo จะพิจารณาเพิ่มฟังก์ชั่นนี้เข้ามาให้กับ Lenovo Legion รุ่นถัดๆ ไปด้วย

Legion 5 Alder Lake NYX09131

ส่วนของ Function Hotkey ตรงบรรทัดปุ่ม F1-F12 เวลาต้องการใช้งานจะต้องกด Fn ค้างไว้ก่อนถึงจะใช้งานได้ โดยคำสั่งที่ทางบริษัทเซ็ตมาให้จะมีดังนี้

  • F1-F3 – ปิด, ลดหรือเพิ่มเสียงลำโพง
  • F4 – ปิดไมโครโฟน
  • F5-F6 – ลดหรือเพิ่มความสว่างหน้าจอ
  • F7 – ปุ่ม Project ตั้งค่าหน้าจอหลักและจอเสริม
  • F8 – Airplane Mode
  • F9 – Lenovo Smart Key
  • F10 – ปิดการทำงานทัชแพด
  • F11 – เรียกโปรแกรมทั้งหมดขึ้นมาเหมือนกด Windows+Tab
  • F12 – เรียกโปรแกรม Calculator
Screenshot 2022 06 17 143643

Lenovo Smart Key

ในส่วนของคีย์ลัด Lenovo Smart Key ตรงปุ่ม F9 ของ Lenovo Legion 5i เมื่อกดครั้งแรกจะเปิดตัวเป็นการตั้งค่าว่าจะให้ปุ่มนี้ทำงานเช่นใด โดยใช้เรียกโปรแกรม Lenovo Vantage, เรียกการให้บริการแก้ไขตัวเครื่องออนไลขน์, Vantage Toolbar เช็คสถานะการทำงานตัวเครื่องหรือ Preference เรียกโปรแกรมที่ต้องการใช้งานขึ้นมาก็ได้ พอเซ็ตเสร็จแล้วเมื่อต้องการใช้คำสั่งลัดนี้ ให้กด F9 สองครั้งเพื่อเรียกคำสั่งที่ต้องการได้เลย จัดว่าสะดวกใช้ได้

อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนคิดว่าการเซ็ตตั้งค่าให้กด 2 ครั้งเช่นนี้ก็ไม่ผิดแต่ผู้ใช้ส่วนใหญ่อาจจะไม่คุ้นเคยเพราะคิดว่ากดครั้งเดียวแล้วปุ่ม F9 ต้องเรียกคำสั่งที่เซ็ตเอาไว้ขึ้นมาให้ใช้งานได้เลย จึงอยากแนะนำทางบริษัทว่าหากอัพเดทเฟิร์มแวร์ใหม่ อยากให้ปรับการทำงานโดยกดครั้งแรกเป็นการเซ็ตปุ่ม F9 ตามที่ต้องการ พอกดเซฟการตั้งค่าแล้วให้ระบบเปลี่ยนเป็นกดครั้งเดียวเปิดคำสั่งนั้นทันที แล้วถ้าต้องการตั้งค่าปุ่ม F9 ใหม่ ให้กด 2 ครั้งเพื่อเปิดหน้าต่าง Lenovo Smart Key ขึ้นมาอีกครั้งจะดีกว่า

Legion 5 Alder Lake NYX09136
Legion 5 Alder Lake NYX09135

ทัชแพดของ Lenovo Legion 5i มีขนาดใหญ่รองรับคำสั่ง Gesture Control ของ Windows ครบถ้วน ติดตั้งเอาไว้ตรงกลางที่วางข้อมือซ้ายขวา กว้างจนเกือบจรดปุ่ม Alt ทั้งสองฝั่ง จากที่ทดลองเล่นเกมดูแล้วมือของผู้ใช้แทบไม่โดนปุ่ม Windows บนคีย์บอร์ดเลย ทว่าสันมือกลับพาดอยู่บนทัชแพดแบบเลี่ยงไม่ได้และอาจจะเกิดอาการทัชแพดลั่นหากไม่กดปิดทัชแพดทิ้งเสียก่อน ดังนั้นถ้าใช้งานตามปกติอาจจะเปิดทัชแพดเอาไว้แล้วปิดตอนเล่นเกมจะดีกว่า

Connector / Thin & Weight

Legion 5 Alder Lake NYX09086

Legion 5 Alder Lake NYX09095
Legion 5 Alder Lake NYX09098
Legion 5 Alder Lake NYX09099

พอร์ตและการเชื่อมต่อของ Lenovo Legion 5i นับว่าให้มาเยอะครบเครื่องเสมอ และมีสวิตช์ E-Shutter ปิดการทำงานกล้อง Webcam ติดตั้งมาให้ปิดเวลาไม่ต้องการใช้งานได้ด้วย โดยการเชื่อมต่อทั้งหมดของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้มีดังนี้

  • ฝั่งซ้ายจากซ้ายมือ – Thunderbolt 4 รองรับการต่อหน้าจอแบบ DisplayPort 1.4, USB-C 3.2 Gen 2 รองรับการต่อหน้าจอแบบ DisplayPort 1.4
  • ฝั่งขวาจากซ้ายมือ – Audio combo, สวิตช์ E-Shutter, USB-A 3.2 Gen 1
  • ด้านหลังเครื่อง – LAN, USB-C 3.2 Gen 2 รองรับการต่อหน้าจอแบบ DisplayPort 1.4 และชาร์จแบตเตอรี่แบบ Power Delivery ได้ ต้องการกำลังไฟ 135 วัตต์, HDMI 2.1, USB-A 3.2 Gen 2 x 2 ช่อง ฝั่งขวาเป็น Sleep&Charge ใช้ชาร์จแบตเตอรี่ให้อุปกรณ์ต่างๆ ได้โดยใช้แบตเตอรี่ของโน๊ตบุ๊ค, ช่องแดปเตอร์ดีไซน์เฉพาะของ Lenovo 
  • การเชื่อมต่อไร้สาย – Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1

จะเห็นว่าทางบริษัทติดตั้งพอร์ตมาให้ Lenovo Legion 5i แบบครบเครื่องและไม่หวงเอาไว้เลยแม้แต่น้อย โดยเฉพาะพอร์ตเชื่อมต่อหน้าจอทั้ง HDMI 2.1 และ USB-C 3.2 และ Thunderbolt 4 นับรวมแล้วผู้ใช้สามารถต่อหน้าจอแยกได้ถึง 3 จอพร้อมกัน ซึ่งถ้าใครดูกระดานหุ้นหรืออยากใช้แทนเกมมิ่งพีซีสักเครื่อง ก็สามารถต่อใช้งานได้สบายๆ ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน แต่จุดสังเกตคือพอร์ต USB-PD นี้ต้องการอแดปเตอร์แบบจ่ายไฟได้ 135 วัตต์ขึ้นไป ดังนั้นปลั๊ก GaN กำลังชาร์จ 100 วัตต์อาจจะพอใช้ชาร์จได้ แต่เชื่อว่าจะชาร์จได้ช้าและหากโปรแกรมไหนเรียกใช้การ์ดจอแยกก็คงมีกำลังไฟไม่พอใช้ ดังนั้นถ้าใครจะเซ็ตโต๊ะทำงานไว้รองรับ Lenovo Legion 5i แนะนำให้ลงทุนซื้อ GaN Desktop Charger กำลังชาร์จ 150 วัตต์กับสาย USB-C ที่รองรับกระแสไฟเกิน 100 วัตต์มาเตรียมไว้ได้เลย

Legion 5 Alder Lake NYX09058

Legion 5 Alder Lake NYX09060
Legion 5 Alder Lake NYX09059

น้ำหนักของ Lenovo Legion 5i เมื่อชั่งด้วยตาชั่งดิจิตอลแล้วจะหนัก 2.48 กิโลกรัม รวมกับอแดปเตอร์น้ำหนัก 953 กรัมแล้ว จะมีน้ำหนักรวมถึง 3.5 กิโลกรัม ดังนั้นถ้าใครจะใช้โน๊ตบุ๊คเครื่องนี้เครื่องเดียวทั้งเล่นเกมและทำงานด้วยล่ะก็ แนะนำให้ลงทุนกับกระเป๋าเป้ดีๆ สักใบจะได้รับน้ำหนักเครื่องได้ดีและไม่เป็นปัญหาต่อสรีระร่างกายในอนาคตด้วย

Inside & Upgrade

Legion 5 Alder Lake NYX09061

Legion 5 Alder Lake NYX09068
Legion 5 Alder Lake NYX09067
Legion 5 Alder Lake NYX09070
Legion 5 Alder Lake NYX09072

ด้านการอัพเกรดตัวเครื่อง เมื่อขันน็อตหัวแฉกทั้ง 10 ตัวออกจนหมดแล้ว ตัวเครื่องจะมีสลักเกี่ยวฝาใต้เครื่องอยู่อีกหนึ่งชิ้น แนะนำให้เจ้าของเครื่องวางโน๊ตบุ๊คคว่ำหน้าลงแล้วจับฝาท้ายเลื่อนขึ้นไปทางช่องพัดลมระบายความร้อนสักเล็กน้อยจะเปิดเครื่องได้ง่ายยิ่งขึ้น

ภายในเครื่องจะเห็นว่าทาง Lenovo ให้อินเตอร์เฟสสำหรับอัพเกรดโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้มาครบครัน มีช่องแรม DDR5 แบบ SO-DIMM สองช่อง ปิดเอาไว้ด้วยกรอบโลหะแบบติดคลิปหนีบไร้น็อต ใช้มือดึงขอบกรอบโลหะเบาๆ ก็ถอดอัพเกรดได้แล้ว และรองรับความจุสูงสุด 32GB DDR5 บัส 4800MHz แต่เดิมๆ จากโรงงานก็ได้มา 16GB แล้ว ดังนั้นถ้าใครจะใช้เล่นเกมอย่างเดียวก็สามารถใช้แรมความจุเดิมๆ จากโรงงานไปได้เช่นกัน

ส่วน M.2 NVMe SSD ก็ถูกปิดเอาไว้ด้วยเพลตโลหะแบบขันน็อต 3 จุด แต่เป็นหัวแฉก Philips head ทั้งหมด สามารถขันออกมาอัพเกรดได้ง่ายๆ และมีช่องไกด์สำหรับครอบเพลตโลหะด้วย เป็นการออกแบบเล็กๆ น้อยๆ ที่ใส่ใจผู้ใช้ดีมาก อินเตอร์เฟสของ SSD เป็น PCIe 4.0 x4 ทั้งสองช่อง รองรับช่องละ 1TB และทำ RAID 0 ได้ ซึ่งเจ้าของเครื่องอาจใส่ M.2 NVMe SSD ความจุช่องละ 1TB ไว้ติดตั้งเกมกับโปรแกรมใช้งานหลักๆ หรือทำ RAID 0 เพิ่มความเร็วตอนใช้งานก็น่าสนใจ ซึ่งในส่วนของ SSD ผู้เขียนถือว่าทางบริษัทจัดสเปคมาได้เหมาะสมแล้ว แต่หวังว่าทาง Lenovo จะอัพเกรดให้รองรับช่องละ 2TB ไปเลยจะได้อัพเกรดได้เต็มที่ รองรับอนาคตได้หลายปี

Performance & Software

CPU Z 6 4 2022 7 52 28 PM

CPU Z 6 4 2022 7 52 31 PM
CPU Z 6 4 2022 7 52 41 PM
CPU Z 6 4 2022 7 52 44 PM
CPU Z 6 4 2022 7 52 48 PM

Lenovo Legion 5i นับเป็น Legion รุ่นที่ 7 โดยเครื่องรีวิวติดตั้งซีพียู Intel Core i7-12700H แบบ 14 คอร์ 20 เธรด ความเร็ว 3.5-4.7GHz (6P+8E) สถาปัตยกรรม Alder Lake ทรานซิสเตอร์ขนาด 10 นาโนเมตร มีค่า TDP 45 วัตต์ด้วยกัน โดยตัวซีพียูจะรองรับชุดคำสั่งสำหรับใช้งานครบถ้วน สามารถใช้ทำงานหรือเล่นเกมได้อย่างดี

เมนบอร์ดในเครื่องจะผลิตโดย Lenovo เอง โดยใช้อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 ทำให้เจ้าของเครื่องเลือกใส่ SSD รุ่นใหม่ๆ ที่ความเร็ว Sequential Read/Write สูงได้โดยไม่มีปัญหา ติดตั้งแรมมา 16GB DDR5 บัส 4800MHz จากโรงงาน เป็นความจุที่มากพอใช้ทำงานและเล่นเกมต่างๆ ได้สบายๆ แต่ถ้าต้องทำงานตัดต่อวิดีโอหรืองานหนักๆ แนะนำให้อัพเกรดไป 32GB เลยก็ได้

TechPowerUp GPU Z 2.46.0 6 4 2022 7 50 41 PM

TechPowerUp GPU Z 2.46.0 6 4 2022 7 51 00 PM
tgp 1

กราฟฟิคการ์ดนอกจาก Intel Iris Xe Graphics จะมีการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6 ให้ใช้งานด้วย ตัวการ์ดมี CUDA จำนวน 3,840 คอร์ รองรับ DirectX 12 ค่า TGP 130 วัตต์ สามารถถ่ายเทค่าวัตต์มาเพิ่มประสิทธิภาพเป็น 140 วัตต์ได้ และการ์ดจอทั้งสองตัวในเครื่องรองรับชุดคำสั่งสำหรับใช้งานครบถ้วน ยกเว้นฝั่ง Intel จะไม่มี CUDA, Ray Tracing เหมือนฝั่ง NVIDIA เท่านั้น

device mgr 2

เมื่อเช็คพาร์ทในตัวเครื่อง จะเห็นว่า Lenovo Legion 5i มีชิ้นส่วนใช้งานสำคัญติดตั้งมาให้ครบเครื่อง ไม่ว่าจะชิป TPM 2.0 ที่ Windows 11 ต้องใช้สำหรับรักษาความปลอดภัยและติดตั้ง Wi-Fi PCIe Card เป็น Intel AX 211 รองรับ Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax มีแบนด์วิธสัญญาณกว้าง 160MHz ใช้รับส่งข้อมูลผ่าน Wi-Fi ได้เร็วและเสถียร เหมาะทั้งทำงานและเล่นเกมอย่างแน่นอน

CrystalDiskMark 8.0.4 x64 Admin 6 4 2022 8 01 13 PM

ส่วน M.2 NVMe SSD ในเครื่องเป็น Samsung MZVL2512HCJQ-00BL2 ความจุ 512GB หรือรหัส OEM ในซีรี่ส์ของ Samsung PM9A1 ประสิทธิภาพจัดว่าเทียบชั้นกับ Samsung 980 Pro อีกด้วย โดยตัว SSD นี้จะเป็นอินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 คุมโดยคอนโทรลเลอร์ Samsung Elpis เข้ารหัส AES-256 ในตัว มีความเร็ว Sequential Read 6,900 MB/s และ Sequential Write 5,000 MB/s จัดว่าเร็วไว้ใจได้ เมื่อทดสอบด้วย CrystalDiskMark ได้ความเร็ว Sequential Read 6,751.10 MB/s และ Sequential Write 4,880.1 MB/s ซึ่งถือว่าเร็วใช้ได้ใกล้เคียงหน้าสเปค ใช้บูตเกมและโปรแกรมขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว

ส่วนผู้ใช้คนไหนอยากอัพเกรดเพิ่มความจุและความแรงอีกสักนิดก็ยังแนะนำให้อัพเกรดเป็น WD Black SN850, Kingston KC3000, Kingston Fury Renegade ความจุ 1TB จะดีที่สุด เพราะมันใช้ประโยชน์จากอินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 ได้อย่างเต็มที่

r15 2
r20 2

ส่วนการทดสอบ CINEBENCH R15 เพื่อวัดประสิทธิภาพตอนเรนเดอร์ 3D CG แล้ว จะเห็นว่า Lenovo Legion 5i ทำคะแนน OpenGL ได้ 190.86 fps และ CPU 2,336 cb พอเน้นทดสอบประสิทธิภาพการเรนเดอร์ของซีพียูด้วย CINEBENCH R20 จะได้คะแนน CPU 6,828 pts ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนเห็นว่าซีพียู Intel Core i7-12700H ในโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ทรงพลัง ใช้ตัดต่อเรนเดอร์ 3D CG, ตัดต่อวิดีโอได้สบายๆ โดยเฉพาะคะแนนของ CINEBENCH R20 เรียกว่าสูสีกับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค ซีพียู Intel Core i9-12900H บางรุ่นเลย ดังนั้นถ้าใครใช้เล่นเกมอย่างเดียวก็ใช้ได้ดีไม่มีปัญหาแน่นอน

3dmark timespy

ผลการทดสอบ 3DMark Time Spy เพื่อวัดประสิทธิภาพเวลาเล่นเกม จะเห็นว่า Lenovo Legion 5i ทำคะแนนเฉลี่ยได้ 9,420 คะแนน แม้จะยังไม่แตะหลักหมื่นคะแนน แต่ถ้าดูแยกเป็นหมวดหมู่แล้วจะเห็นว่าคะแนน CPU score สูงถึง 13,116 คะแนน และ Graphics score ได้ไป 8,974 คะแนน พูดได้ว่าซีพียู Intel Core i7-12700H ดึงพลังของ NVIDIA GeForce RTX 3060 ออกมาได้หมดจด ใช้เล่นเกมบนหน้าจอความละเอียด 1080p Full HD ได้สบายๆ หรือจะต่อจอแยกความละเอียด QHD ก็เล่นได้ไหลลื่นแน่นอน

pcmark10 2

ส่วนการทดสอบจำลองสภาพการทำงานด้วยโปรแกรม PCMark 10 ตัว Lenovo Legion 5i ทำคะแนนเฉลี่ยรวมได้สูงมากถึง 7,782 คะแนน และพอดูแยก 3 หมวดการทดสอบจะเห็นว่า Legion 5 เครื่องนี้กวาดคะแนนได้เกินหลักหมื่นคะแนน ไม่ว่าจะเปิดโปรแกรม, เบราเซอร์, ทำงานกับไฟล์เอกสารก็ตาม และยิ่งโดดเด่นเป็นพิเศษเมื่อทดสอบตัดต่อแต่งภาพหรือวิดีโอและเรนเดอร์โมเดล 3D จะทำคะแนนได้สูงเกินหน้าสองหมวดแรกเสียด้วย ดังนั้นถ้าใครคิดจะซื้อ Legion 5 เอาไว้ใช้แบบเหมาหมดทั้งทำงานและเล่นเกม ก็ทำงานได้ยอดเยี่ยมไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

legion5

สเปคของ Lenovo Legion 5i ที่ติดตั้ง Intel Core i7-12700H คู่กับ NVIDIA GeForce RTX 3060 Max-P ค่า TGP 140 วัตต์แล้ว จะเห็นว่าเกมฟอร์มยักษ์ที่ผู้เขียนหยิบมาทดสอบแบบปรับกราฟฟิคสูงสุดจะได้เฟรมเรทเฉลี่ยเกิน 60 fps ทุกเกม โดยเฉพาะเกมแนว Battle Royal อย่าง Apex Legends จะทำเฟรมเรทเฉลี่ยทะลุหลักร้อยเฟรมได้สบายๆ หรือจะเกมพอร์ตจากเครื่องคอนโซลเช่น Horizon Zero Dawn ก็เฟรมเรทสูงสุดเกินค่า Refresh Rate ของหน้าจอไปเสียด้วยซ้ำ

ตอนใช้ Lenovo Legion 5i เล่นเกมแทนเกมมิ่งพีซีเพื่อทดสอบและดูประสบการณ์การใช้งาน ต้องถือว่ายอดเยี่ยมจนผู้เขียนกังขากับการประกอบเกมมิ่งพีซีเสียด้วยซ้ำ เพราะเมื่อต่อหน้าจอแยกแล้วก็ได้ประสบการณ์การเล่นเกมและใช้งานไม่ต่างกันกับเกมมิ่งพีซีสักเครื่องเลย โดยเฉพาะเกมที่ต้องใช้ความเร็วอย่าง Resident Evil Village, Apex Legends ไม่เกิดอาการเฟรมเรทหน่วงแม้แต่น้อย สามารถกวาดหน้าจอไปมามองหาและยิงศัตรูได้ทันใจไม่เกิดอาการภาพฉีกขาด ยิ่ง Red Dead Redemption 2 (ตัวย่อ RDR 2) หรือ GTA V นอกจากรายละเอียดฉาก แสงและเงาตกกระทบตัวละครก็ได้ความสมจริง หรือตอนโฟกัสเป้าเล็งเป้าก่อนยิงปืนก็ต่อเนื่อง ไม่เกิดอาการเริ่มจับโฟกัสแล้วภาพตัดเข้าตอนเล็งเป้าเหมือนตอนใช้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คสเปคไม่แรงมากเล่นเกมนี้สักนิด

ดังนั้นเกมเมอร์คนไหนอยากเล่นเกมฟอร์มยักษ์หลายๆ เกมในปัจจุบันนี้แต่พื้นที่ในห้องมีจำกัด อยู่หอพักหรือคอนโดมิเนียมล่ะก็ ผู้เขียนอยากให้ลองเปิดใจให้กับ Lenovo Legion 5i ดู เพราะมันครบเครื่องในตัวมาก เวลาอยู่บ้านอยากเล่นเกมเพื่อผ่อนคลายก็แค่ต่ออแดปเตอร์, หน้าจอแยกและเกมมิ่งเกียร์ก็เล่นเกมได้ พกไปออฟฟิศก็เตรียม GaN Desktop Charger กำลังชาร์จ 150 วัตต์กับสาย USB-C PD เอาไว้ให้ครบ เท่านี้ก็ไม่ต้องประกอบเกมมิ่งพีซีและซื้อโน๊ตบุ๊คแยกเอาไว้ทำงานแล้ว ลดปริมาณอุปกรณ์ส่วนตัวซ้ำซ้อนแล้วเอาเงินไปซื้อของใช้อื่นๆ เพิ่มได้อีกมาก

Lenovo Vantage 6 4 2022 8 43 52 PM

Lenovo Vantage 6 4 2022 8 43 30 PM
Lenovo Vantage 6 4 2022 8 43 15 PM

ส่วนโปรแกรมตั้งค่าและซัพพอร์ตตัวเครื่องอย่าง Lenovo Vantage จะเห็นว่าตัวโปรแกรมเป็นเวอร์ชั่นพิเศษสำหรับตระกูล Lenovo Legion โดยเฉพาะ สังเกตที่แถบคำสั่ง Legion Edge จะมีคำสั่ง GPU Overclock สำหรับโอเวอร์คล็อครีดประสิทธิภาพการ์ดจอได้ โดยในส่วน Advanced Settings ตัว Lenovo Vantage จะเปิดให้ปรับค่าคล็อกของการ์ดจอได้ตามต้องการ สามารถเร่งคล็อกไปได้สูงสุดระดับ 3,000MHz แต่ส่วนตัวผู้เขียนแนะนำให้เปิดตามค่ามาตรฐานจากโรงงานก็แรงเพียงพอแล้ว

Battery & Heat & Noise

Legion 5 Alder Lake NYX09069

แบตเตอรี่ของ Lenovo Legion 5i จะวางตัวยาวชิดกับลำโพงทั้งสองฝั่ง เป็นแบบลิเธียมไอออน มีความจุ 80Wh แยกเป็น Typical Capacity ได้ 5,182mAh และ Rated Capacity 5,052mAh จะนับเป็น 78Wh ซึ่งความจุนี้ถือว่าเยอะกว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คช่วง 3-4 หมื่นบาทแต่ยังไม่ถึงกับรุ่นเรือธงบางรุ่นที่แตะระดับ 90Wh ขึ้นไป อย่างไรก็ตามก็ถือว่าเยอะใช้ได้ใช้งานได้หลายชั่วโมงอย่างแน่นอน

battmon

เมื่อทดสอบตามมาตรฐานของทางเว็บไซต์โดยปิดไฟ LED Backlit ของคีย์บอร์ด, ลดความสว่างหน้าจอให้ต่ำสุดและเปิดลำโพงดังเพียง 10% ปรับโหมดตัวเครื่องเป็น Battery Saver ใช้ Microsoft Edge ดูคลิป YouTube นานต่อเนื่อง 30 นาที จะใช้งานได้นานสุด 3 ชั่วโมง 44 นาที จัดว่าใช้งานได้นานระดับหนึ่งเท่านั้น ไม่ถึง 5 ชั่วโมง ดังนั้นถ้าใครจะพก Lenovo Legion 5i ติดไปทำงานนานหลายชั่วโมงหรือจะเอาเข้าคลาสเลคเชอร์ต่อเนื่องหลายชั่วโมงแนะนำให้เตรียมอแดปเตอร์ติดกระเป๋าเสมอ ไม่ให้เครื่องดับกลางอากาศเวลากำลังทำงานหรือประชุมอยู่

Legion 5 Alder Lake NYX09062

Legion 5 Alder Lake NYX09065
Legion 5 Alder Lake NYX09064
Legion 5 Alder Lake NYX09063

Legion 5 Alder Lake NYX09076

ระบบระบายความร้อน Coldfront 4.0 จะมีพัดลมโบลวเวอร์ไว้ระบายความร้อน 2 ตัว กับฮีตไปป์ 3 เส้นใหญ่ เสริมฮีตไปป์อีก 1 เส้นเล็กเดินแนวพาดซีพียูและการ์ดจอแยกมายังฮีตซิ้งค์แล้วระบายความร้อนออก 4 ช่องทั้งด้านข้างและหลังตัวเครื่อง ซึ่งตอนใช้งานตามปกติแทบไม่ได้ยินเสียงพัดลมระบายความร้อนทำงานเลย แต่ตอนเล่นเกมหรือทำงานกราฟฟิคจะได้ยินเสียงพัดลมทำงานดังขึ้นมาชัดเจน

hwmonitor

สำหรับอุณหภูมิของตัวเครื่องเมื่อทดสอบเล่นเกมแล้ววัดด้วย CPUID HWMonitor จะมีอุณหภูมิอยู่ช่วง 47~100 องศา เฉลี่ย 50 องศาเซลเซียส ส่วนการ์ดจอแยกอยู่ช่วง 52.3~88.4 องศา เฉลี่ย 56.3 องศาเซลเซียส ซึ่งอุณหภูมิเมื่อวัดด้วยโปรแกรมอาจจะดูสูงก็จริง แต่ตอนใช้งานจริงกลับไม่ได้ร้อนอย่างที่คิดและไม่เกิดอาการลดประสิทธิภาพตัวเครื่องเมื่ออุณหภูมิสูง (Throttle Down) อีกด้วย ดังนั้นถ้าใครซื้อ Lenovo Legion 5i มาก็ใช้งานไปตามปกติ ไม่ต้องกังวลเรื่องอุณหภูมิก็ได้

User Experience

Legion 5 Alder Lake NYX09151

ในฐานะผู้เขียนเป็นเกมเมอร์คนหนึ่ง ถือว่า Lenovo Legion 5i เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คประสิทธิภาพสูง เล่นเกมฟอร์มยักษ์ต่างๆ ได้ดีไม่มีปัญหา ยิ่งถ้าใครมีพื้นที่ใช้สอยน้อยหรืออยู่คอนโดมิเนียมแล้วไม่อยากประกอบเกมมิ่งพีซีล่ะก็ นาทีนี้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้เป็นคำตอบที่ลงตัวอย่างแน่นอน ตอนเล่นเกมก็สามารถเล่นได้ยอดเยี่ยม ได้เฟรมเรทไหลลื่นและไม่เกิดอาการร้อนจนประสิทธิภาพตัวเครื่องลดลงแม้แต่นิดเดียว สามารถปรับกราฟฟิคสูงสุดแล้วเล่นเกมได้เลย ด้านคีย์บอร์ด Legion TrueStrike ก็ตอบสนองไวและมีแรงต้านดันนิ้วกลับพอตัว และมีพอร์ตให้ใช้งานครบเครื่องไม่หาอุปกรณ์เสริมอย่าง USB-C Multiport Adapter มาต่อให้เสียเงิน หากใครซื้อ Lenovo Legion 5i มาแล้วก็เอาเงินไปลงกับเกมมิ่งเกียร์ที่อยากใช้ได้เลยและยังได้ประกันตัวเครื่องจากทาง Lenovo คอยซัพพอร์ตอีกด้วย

สเปค Intel Core i7-12700H เมื่อจับคู่กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3060 ได้แรม 16GB DDR5 บัส 4800MHz และ M.2 NVMe SSD อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 แล้ว ต้องถือว่าทาง Lenovo จัดสเปคมาได้ลงตัว เวลาเล่นเกมหรือเปิดโปรแกรมขึ้นมาใช้งานนั้นเร็วแทบจะทันทีทันใด โดยเฉพาะตอนเล่นเกมเรียกว่าไหลลื่นไม่แพ้เกมมิ่งพีซีสักเครื่องหนึ่งเลย และรองรับการอัพเกรดเพิ่มเติมในอนาคตได้อีกด้วย ผู้เขียนมั่นใจว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ใช้เล่นเกมฟอร์มยักษ์ไปได้อีก 3-4 ปี อย่างแน่นอน

กลับกัน แม้ทางบริษัทจะเคลมเอาไว้ว่า Lenovo Legion 5 รุ่นใหม่นี้หนาราว 19.9 มม. แต่ตัวเครื่องก็ยังใหญ่และค่อนข้างหนา มีน้ำหนักราว 2.5 กิโลกรัม พอรวมอแดปเตอร์ก็หนักถึง 3.5 กิโลกรัมอยู่ดี ดังนั้นถ้าใครจะซื้อมาทำงานและพกพาไปไหนมาไหนด้วยรถโดยสารประจำทางล่ะก็ มันจะหนักพกพาไม่สะดวกอย่างแน่นอน ยกเว้นเสียว่ามีรถส่วนบุคคลก็ยังพอทำเนา เวลาใส่กระเป๋าเป้แบกเดินระยะสั้นๆ แค่เข้าออกออฟฟิศก็ยังพอรับได้ แต่ถ้าเดินเทียวไปมาและหาร้านกาแฟนั่งทำงานก็คงใช้งานได้ไม่เป็นสุขแน่ๆ

ถ้าให้สรุปง่ายๆ ถ้าใครอยากซื้อ Lenovo Legion 5i ไว้ใช้งาน ในมุมของผู้เขียนมองว่ามันเหมาะจะเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คแบบ Desktop Replacement เน้นวางโต๊ะแล้วเล่นเกมหรือทำงานหนักๆ มากกว่าจะพกไปไหนมาไหน ตอบโจทย์กลุ่ม เกมเมอร์หรือฝ่ายตัดต่อวิดีโอ แต่ไม่เหมาะกับผู้ใช้ที่เดินทางไปไหนมาไหนบ่อยๆ อย่างเซลส์หรือ AE เลย ยกเว้นเสียว่าจะมีพาหนะส่วนตัวเอาไว้ใช้งานก็ยังพอว่า แต่แนะนำให้หันไปหาโน๊ตบุ๊คบางเบาจะดีกว่า

Conclusion & Award

Legion 5 Alder Lake NYX09153

ในหมู่เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คจากหลากหลายแบรนด์ในปัจจุบันนี้ Lenovo Legion 5i เป็นอีกตัวเลือกที่ดีจนไม่ควรมองข้ามเลยแม้แต่น้อย เพราะได้สเปคแรง, ฟีเจอร์ครบเครื่องและพอร์ตการเชื่อมต่อทันสมัย รับส่งข้อมูลทั้งมีและไร้สายได้อย่างรวดเร็วโดยเฉพาะ Wi-Fi 6E ซึ่งสามารถรับส่งข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว เสถียรต่อเนื่องอีกด้วย มันจัดว่าเหมาะกับคนทำงานหนักหรือฮาร์ดคอร์เกมเมอร์อย่างไม่ต้องสงสัยเลย

และแม้ราคาเครื่องนี้จะมีรุ่นย่อยรุ่นตัวเลือกอยู่บ้าง เพราะรุ่นนี้เป็นจอ 15.6 นิ้ว Full HD ถ้าจะเอารุ่นจอ QHD ต้องจ่ายเพิ่มอีก 1,000 บาท จาก 56,990 บาทก็เพิ่มเป็น 57,990 บาท ถ้าใครอยากได้จอความละเอียดสูงขึ้นอีกสักหน่อย จะลงทุนเพิ่มอีกนิดก็คุ้มค่าและค่าผ่อนค่างวดก็ไม่ได้ดีดตัวสูงขึ้นอย่างแน่นอน และสเปคระดับนี้จัดว่าคุ้มจะลงทุนจ่ายแล้วใช้ทำงานหรือเล่นเกมไปได้อีก 3-4 ปี ก็คุ้มค่าอีกด้วย โดยเฉพาะสำหรับฮาร์ดคอร์เกมเมอร์, ฝ่ายศิลป์งานกราฟฟิค, ช่างกล้องนั้นสามารถใช้ประโยชน์จากมันได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยแน่นอน และไม่ต้องประกอบพีซีก็ยังไหว

award

award new Gaming

best gaming

สเปคของ Lenovo Legion 5i นับว่าแรงพอเล่นเกมฟอร์มยักษ์ในปัจจุบันนี้แบบเปิดกราฟฟิคสูงสุดได้สบายๆ ไปอีก 3-4 ปี จะเล่นที่จอ Full HD ก็ได้ หรือต่อจอ QHD ก็ยังไหลลื่นเช่นกัน จึงคู่ควรกับรางวัล Best Gaming อย่างไม่ต้องสงสัย

award new performance

best performance

นอจากเล่นเกมได้ดีก็ใช้ทำงานได้สบายๆ ด้วยซีพียู Intel Intel Gen 12 ตามที่ได้กล่าวไปในรีวิว ดังนั้นถ้าใครไม่ได้เน้นเล่นเกมแต่หาโน๊ตบุ๊คดีๆ เอาไว้ทำงานหนักๆ สักเครื่องล่ะก็ Lenovo Legion 5i เป็นตัวเลือกที่ลงตัวอย่างแน่นอน

award new Graphic

best graphic

โดยปกติแล้วเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คมักให้พาเนลหน้าจอทั่วไปที่ขอบเขตสีไม่ค่อยกว้างและไม่เที่ยงตรงเท่าที่ควร แต่ Lenovo Legion 5i ตรงข้ามกับข้อความข้างต้นทั้งหมด ถ้าใครเป็นช่างกล้อง, คนทำงานอาร์ตหรือตัดต่อวิดีโอล่ะก็ สามารถใช้หน้าจอของเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ทำงานได้เลย

from:https://notebookspec.com/web/653955-review-lenovo-legion-5i

เอชพี โชว์ปลดล็อกพลังการทำงานแบบไฮบริด ใน HP Thailand Day 2022 เผยโน๊ตบุ๊ค พีซี เครื่องปรินต์ใหม่

เอชพี HP Thailand Day 2022 เพิ่มศักยภาพการทำงานในกลุ่มผู้ใช้งานธุรกิจและผู้ใช้งานทั่วไป ปลดล็อกพลังการทำงานไฮบริด เชื่อมต่อเทคโนโลยีใหม่

เอชพี

เอชพี ประเทศไทย เปิดตัวนวัตกรรมเทคโนโลยีทรงพลังเต็มรูปแบบภายใต้ธีม “ปลดล็อกศักยภาพธุรกิจสร้างโอกาสเติบโตสู่โลกไฮบริดในงาน HP Thailand Day 2022 พร้อมส่งอุปกรณ์และโซลูชั่นกลุ่มใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับการทำงานประสานกัน พร้อมร่วมสร้างประสบการณ์การสร้างสรรค์ในโลกไฮบริด ประกอบด้วย HP EliteBook x360 1040 G9, HP ProBook x360 435 G9 และเครื่องพิมพ์ HP Smart Tank งานนี้นำทัพโดย มร.อึ้ง เทียน ชอง กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชีย เอชพี อิงค์ และ มร.ลิม ชุน เต็ก กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอชพี อิงค์ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วยกูรูไอทีชื่อดัง “หนุ่ย พงศ์สุข” และ ครีเอเตอร์ที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก “เค เลิศสิทธิชัย” 

การทำงานรูปแบบไฮบริดต้องการมากกว่าแค่การเชื่อมต่อและทำงานร่วมกัน และเป็นเรื่องท้าทายสำหรับเทคโนโลยีในการส่งมอบประสบการณ์ให้กับผู้คนไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน แม้ว่าสถานที่ทำงานจะอยู่ในทุกที่ตามความต้องการของผู้คน แต่ความคาดหวังในการทำงานนั้นไม่เปลี่ยน ผู้คนยังต้องได้รับการมองเห็นและได้ยินเสียงอย่างชัดเจนมีประสิทธิภาพและสร้างแรงบันดาลใจ

Advertisementavw
เอชพี

“ที่เอชพี เราคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เหล่านี้ และได้นำมากำหนดเป็นกลยุทธ์เพื่อขยายธุรกิจ ไม่ว่าจะผ่านการเล่นเกม อุปกรณ์เชื่อมต่อ โซลูชั่นสำหรับการทำงาน บริการระบบสมาชิก รวมถึงกราฟิกเพื่องานอุตสาหกรรมและ 3D เพื่อรองรับโอกาสใหม่ การพัฒนาด้านต่างๆ รวมไปถึงอนาคตที่น่าตื่นเต้น สำหรับวันนี้และในภายภาคหน้าฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และโซลูชั่นของเราพร้อมนวัตกรรมเทคโนโลยีล้ำสมัยจะมอบประสบการณ์ที่จำเป็นต่อการเติบโตในโลกไฮบริด โดยมอบพลังในการผสมผสานเข้ากับสภาพแวดล้อมที่ให้ประสิทธิผลสูงสุดสำหรับการทำงานและความคิดสร้างสรรค์ ผสานแนวคิดที่ได้รับแรงบันดาลใจขั้นสูงสุดของเรา” มร.อึ้ง เทียน ชอง กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชีย เอชพี อิงค์ กล่าว

เอชพี
มร. ลิม ชุน เต็ก กรรมการผู้จัดการ เอชพี อิงค์ ประเทศไทย

มร. ลิม ชุน เต็ก กรรมการผู้จัดการ เอชพี อิงค์ ประเทศไทย กล่าว “ปัจจุบันออฟฟิศอยู่ ‘ทุกที่’ และอนาคตของการทำงานก็เกิดขึ้นตอนนี้แล้ว เมื่อเรายอมรับรูปแบบการทำงานและการเรียนรู้แบบผสมผสาน ประสบการณ์จะมีความสำคัญมากขึ้นกว่าเดิม เอชพี พยายามส่งเสริมให้ลูกค้าและกลุ่มธุรกิจได้ใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ และช่วยให้บรรลุศักยภาพสูงสุด โดยการจัดหาโซลูชั่นที่เหมาะสมตรงกับรูปแบบการทำงานแบบไฮบริดที่เกิดขึ้นใหม่นี้”

คุณหนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี มาเน้นย้ำว่า ธุรกิจไทยจะต้องนำรูปแบบการทำงานแบบไฮบริดมาใช้ เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ พนักงานที่มีความสามารถต้องการโซลูชั่นที่เหมาะสม และไม่ยุ่งยากมาติดตั้งในอุปกรณ์ของตน เช่น พีซีและเครื่องพิมพ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นตลอดจนความปลอดภัย และนักธุรกิจรุ่นใหม่ คุณเค เลิศสิทธิชัย เน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ต้องมีอุปกรณ์ทางไอทีที่เหมาะสมในการจัดการอาชีพและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อกับผู้คนได้อย่างไม่สะดุด เป็นกุญแจสู่ความสำเร็จในชีวิตการทำงาน การเล่นเกมต่างๆ บนพีซีที่ทรงพลัง ไม่เพียงสร้างความบันเทิง แต่ยังช่วยสร้างและพัฒนาคอนเทนต์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ได้


เอชพีเข้าถึงอนาคตของการทำงานแบบไฮบริด

เอชพี

โมเดลการทำงานและการเรียนรู้แบบผสมผสานช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างผลงาน ใช้งาน และทำงานร่วมกันได้อย่างมีอิสระและคล่องตัวมากขึ้น ในระดับองค์กร ธุรกิจยังต้องทำงานกับโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีที่เหมาะสมและเครื่องมือเพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่รูปแบบไฮบริด จึงได้ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในกลุ่มพีซีและเครื่องพิมพ์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้พนักงานสามารถก้าวหน้าได้ในโลกไฮบริด

  • HP EliteBook x360 1040 G9 ปลดล็อกขีดจำกัดด้านประสิทธิภาพและน้ำหนักที่เบาสำหรับผู้ปฏิบัติงานนอกสถานที่ทุกแห่งหน ออกแบบมาใหม่เพื่อการทำงานที่ราบรื่นในการทำงานแบบไฮบริด ตัวเครื่องทำจากแชสซีที่บางเบา ด้วยอัตราส่วนหน้าจอ 16:10 เพื่อการแสดงผลเพิ่มเติมและลดการเลื่อนขึ้นลง ให้คุณภาพของภาพและเสียงได้ดีที่สุดด้วยกล้อง 5MP, กล้อง IR 940nm และซอฟต์แวร์เสียงสมจริงเพื่อความชัดเจนในการรับฟัง
  • ออกแบบมาสำหรับพนักงานที่ต้องทำงานโดยไม่ติดอยู่กับที่เมื่อต้องออกนอกสถานที่เพื่อธุรกิจที่กำลังเติบโต HP ProBook x360 435 G9 ผสมผสานการออกแบบที่ให้น้ำหนักเบาและอัปเกรดได้ พร้อมด้วยประสิทธิภาพการทำงานด้านธุรกิจ พร้อมการรักษาความปลอดภัยและทนทาน เหมาะสำหรับธุรกิจที่กำลังเติบโต แล็ปท็อป HP ProBook x360 435 G9 มาพร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัย HP Wolf Security for Business ซึ่งช่วยป้องกันภัยคุกคาม ป้องกันมัลแวร์ และป้องกันตัวตนด้วยการกำหนดค่าเดียวและใช้งานง่าย
  • สร้างสรรค์ผลงานอย่างอิสระด้วย HP Spectre x360 14 ซึ่งเป็นแล็ปท็อปแบบปรับเปลี่ยนได้ด้วยอัตราส่วนภาพหน้าจอ 3:2 ให้ความสมจริงสำหรับการท่องเว็บและรองรับความต้องการผลิตงานอย่างมีประสิทธิภาพ แล็ปท็อป 2-in-1 รุ่นนี้มีความยืดหยุ่นสูงในการสร้างสรรค์ผลงานและรองรับการใช้ชีวิตอย่างราบรื่นในโลกไฮบริดสำหรับยุคปัจจุบัน ด้วยแพลตฟอร์มของ Intel® Evo™ และโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ รุ่นที่ 12 ที่พัฒนาฟังก์ชันการทำงานพร้อมๆ กันหลายอย่างและทรงประสิทธิภาพ มาพร้อมกับจอสัมผัสที่พับได้ในลักษณะต่างๆ รวมถึงการซูมด้วยนิ้วมือ การแตะสองครั้ง และการกดค้างไว้เพื่อสร้างและจัดการภาพวาด และเนื้อหาสร้างสรรค์อื่นๆ ให้เป็นไปอย่างง่ายดาย
  • สำหรับนักเล่นเกมมืออาชีพ เอชพีนำเสนอเกมมิ่งแล็ปท็อป HP OMEN 16 เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดสำหรับการเล่นเกมที่ต้องอาศัยเครื่องที่ทรงพลังในทุกที่ มาพร้อมกับกราฟิกการ์ดที่ยืดหยุ่นและโปรเซสเซอร์ Intel ผสมผสานวัสดุเพื่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งรวมถึงฝาครอบอะลูมิเนียมรีไซเคิล และรุ่นVictus by HP 15 สำหรับผู้ชื่นชอบการเล่นเกมทั้งหมดจะช่วยยกระดับและดื่มด่ำอย่างเต็มที่ แล็ปท็อป Victus by HP 15 มีตัวเลือกสีที่โดดเด่นสองสีให้เลือกในสีเงินไมก้าและสีน้ำเงิน ให้อารมณ์ทรงประสิทธิภาพ ทั้งหมดนี้มีคีย์บอร์ดเรืองแสงมาตรฐานที่พิมพ์ด้วยแบบอักษรที่โดดเด่น พบได้ในอุปกรณ์ OMEN ด้วยโปรเซสเซอร์และกราฟิกที่ล้ำและแตกต่าง ผู้ใช้สามารถทำงานหลายๆ อย่างพร้อมกันได้ไม่ว่าจะเล่นเกม ท่องเว็บ ตัดต่อ และอื่นๆ
เอชพี

ผู้คนจำนวนมากต้องการใช้ประโยชน์จากการพิมพ์ไม่ว่าจะอยู่ที่ทำงานหรือที่บ้าน เอชพีพัฒนาเครื่องพิมพ์ให้ทันสมัยโดยลดความซับซ้อนของการพิมพ์ สร้างประสบการณ์การทำงานในสำนักงานที่แท้จริงเมื่ออยู่ที่บ้านและเปลี่ยนไปสู่ธุรกิจที่เน้นการบริการ

  • เอชพี ช่วยทำให้เทคโนโลยีเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้นด้วยการเปิดตัวโปรแกรมการลงทะเบียนด้วยหมึกเป็นครั้งแรกในประเทศไทยด้วย Easy Ink ช่วยให้ผู้ใช้ในบ้านและผู้ใช้งานธุรกิจสามารถสั่งซื้อตลับหมึกเอชพีผ่านทางออนไลน์และจัดส่งตลับหมึก ให้ผู้ใช้สามารถเพลิดเพลินกับการพิมพ์คุณภาพสูงอย่างไม่ขาดตอน ด้วยหมึกและผงหมึกของแท้ รับประกันคุณภาพการพิมพ์ที่โดดเด่นและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หลีกเลี่ยงการพิมพ์ติดขัดที่เกิดจากข้อผิดพลาดในระบบพิมพ์ หลีกเลี่ยงงานพิมพ์คุณภาพต่ำ ลูกค้าสามารถสั่งซื้อได้ตลอดเวลาและรับตลับหมึกผ่านการจัดส่งตรงถึงบ้านโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • ผู้บริโภคและธุรกิจขนาดเล็กต่างก็ขยายธุรกิจเติบโตขึ้นโดยอาศัยความสามารถจากอุปกรณ์เคลื่อนที่ด้วยแอป HP Smart ช่วยให้ลูกค้าเพลิดเพลินกับความสามารถในการพิมพ์และสแกนจากทุกที่ ทั้งได้รับการแจ้งเตือนเมื่อพิมพ์ สแกน หรือคัดลอกคอนเทนต์จากมือถือ
  • สำหรับการใช้งานที่บ้านและออฟฟิศขนาดเล็ก เครื่องพิมพ์ HP Smart Tank 720 All-in-One มอบประสบการณ์การพิมพ์ที่ยอดเยี่ยมตั้งแต่ต้นจนจบด้วยงานพิมพ์คุณภาพสูงมาพร้อมกับคุณสมบัติอัจฉริยะขั้นสูงเหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการพิมพ์งานจำนวนมาก โดยเครื่องพิมพ์ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในแต่ละวันสำหรับการทำงานหรือการเรียนในยุคไฮบริด
  • เครื่องพิมพ์ขนาดเล็กที่พิมพ์สองหน้าได้อย่างเร็ว  HP LaserJet MFP M236dw ได้รับการออกแบบมาสำหรับนักธุรกิจมืออาชีพที่ต้องการการพิมพ์ขาวดำประสิทธิภาพสูงตัวเครื่องขนาดเล็ก กะทัดรัด มาพร้อมการเชื่อมต่อที่เสถียรขึ้นด้วยWi-Fi™ แบบดูอัลแบนด์พร้อมการรีเซ็ตในตัวเอง การสแกนคุณภาพสูง และสามารถแชร์ไปยัง Dropbox, Google Drive, อีเมล หรือระบบคลาวด์ได้
เอชพี

ราคาและการวางจำหน่าย

  • HP EliteBook x360 1040 G9 มีจำหน่ายแล้วที่ HP Online Store ราคา 44,990 บาท
  • HP ProBook x360 435 G9 มีจำหน่ายแล้วที่ HP Online Store ราคา 35,990 บาท
  • HP Spectre x360 14 จำหน่ายแล้วที่ HP Online Store ราคา 51,990 บาท
  • HP OMEN 16 วางจำหน่ายแล้วที่ HP Online Store และร้านค้าปลีกอื่นๆ ราคาเริ่มต้น 45,990 บาท
  • Victus by HP 15 วางจำหน่ายแล้วที่ HP Online Store และร้านค้าปลีกอื่นๆ ราคาเริ่มต้น 28,990 บาท
  • เครื่องพิมพ์ HP Smart Tank 720 All-in-One เริ่มต้น 7,390 บาท ที่ร้านค้าไอทีชั้นนำและออนไลน์ พร้อมรับประกัน 2 ปี และบริการนอกสถานที่ฟรี
  • HP LaserJet MFP M236dw Printer วางจำหน่ายแล้วที่ร้านค้าออนไลน์ของ HP และขายปลีกราคาเริ่มต้นที่ 4,190 บาท พร้อมการรับประกัน 3 ปี และบริการนอกสถานที่

การพิมพ์สองด้านที่เร็วที่สุดในกลุ่มผลิตภัณฑ์เดียวกัน: เมื่อเทียบกับเครื่องพิมพ์เลเซอร์ขาวดำในรุ่นเดียวกันและ MFP ที่น้อยกว่า $210 USD หรือ 220€ สำหรับฟังก์ชันเดียว หรือน้อยกว่า $310 USD หรือ 320€ สำหรับมัลติฟังก์ชั่น ทั้งหมดนี้มีรอบการทำงานสูงสุดที่ประกาศไว้ที่ 20,000 หรือต่ำกว่า ความเร็วที่แน่นอนของเครื่องพิมพ์ HP จะแตกต่างกันไปตามการกำหนดค่าระบบ แอปพลิเคชั่นซอฟต์แวร์ ไดรฟ์ และความซับซ้อนของเอกสาร Buyers Lab กันยายน 2020 การศึกษาซึ่งได้รับมอบหมายจาก HP โดยอิงจากการสำรวจวิจัยที่ OEM เผยแพร่ข้อมูลจำเพาะที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ณ วันที่ 09/01/2020 ส่วนแบ่งการตลาดตามที่รายงานโดย IDC Quarterly Hardcopy Peripherals Tracker – Final Historical 2020Q2 สำหรับอเมริกาเหนือและ EMEA สำหรับรายละเอียด: keypointintelligence.com/HPFastestDuplex

ข้อมูลเพิ่มเติม: http://www.hp.com


from:https://notebookspec.com/web/653874-hp-thailand-day-2022

4 Acer Predator แรงน่าโดน หัวใจ Intel 12th Gen เริ่ม 63,300 บาท อัพเดทกลางปี 2022

Acer Predator เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครหัสแรงของ Acer ช่วงกลางปี 2022 นี้มีรุ่นไหนน่าซื้อบ้างนะ?

predator cover2

 

Advertisementavw

หากพูดถึงเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นเรือธงจาก Acer ไม่ใช่ตระกูล Nitro 5 แต่เป็น Acer Predator ซึ่งผู้เขียนเคยแนะนำฟีเจอร์เด่นเฉพาะตัวของตระกูล Predator ไปแล้วในบทความนี้ ซึ่งมั่นใจว่าโน๊ตบุ๊คตระกูลนี้น่าจะถูกใจเกมเมอร์สายแรง อยากได้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คสเปคจบเครื่องเดียวเล่นได้ทุกเกม จะปรับกราฟิคระดับสูงสุดก็ยังได้ภาพลื่นๆ อีก 2-3 ปี อย่างแน่นอน งานนี้จะเล่นบนหน้าจอโน๊ตบุ๊คเองหรือต่อหน้าจอแยกก็เล่นเกมได้สนุกไม่แพ้กันอย่างแน่นอน และในช่วงกลางปีที่ Intel เริ่มส่งซีพียูสถาปัตยกรรม Alder Lake ลงตลาดมามากขึ้นเรื่อยๆ Acer เองก็ไม่พลาด นำมาติดตั้งในเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คตัวท็อปของแบรนด์ให้เกมเมอร์ได้สัมผัสประสิทธิภาพและความแรงของซีพียูรุ่นใหม่ด้วย ถ้าใครเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ก็ใช้โน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ไว้ตัดต่อทำคลิปและทำงานหนักๆ ได้ดีโดยไม่ต้องประกอบพีซีสเปคแรงๆ เลยก็ได้ แค่มี Acer Predator เอาไว้ใช้สักรุ่นก็เอาอยู่ทุกงานอย่างแน่นอน

Acer Predator

สเปคของ Acer Predator CPU, GPU SSD, RAM, Software หน้าจอ, น้ำหนัก การเชื่อมต่อ ราคา (บาท)
Predator Helios 300 PH315-54-99JS Intel Core
i9-11900H

NVIDIA GeForce RTX 3070

M.2 NVMe 1TB

32GB DDR4 3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ QHD IPS

Refresh Rate 165Hz

2.5 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

Mini DisplayPort x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

72,990
Predator Helios 300 PH315-55-72J4 Intel Core
i7-12700H

NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti

M.2 NVMe 1TB

32GB DDR5 4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ QHD IPS

NVIDIA
G-SYNC

100% DCI-P3

Refresh Rate 165Hz

2.6 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

Thunderbolt 4 x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

79,990
Predator Triton 500 SE PT516-51s-72QY Intel Core
i7-11800H

NVIDIA GeForce RTX 3070

M.2 NVMe 512GB

16GB DDR4 3200MHz

Windows 11 Home

16″ QHD IPS

Refresh Rate 165Hz

2.4 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

63,300
Predator Triton 500 SE PT516-51s-7518 Intel Core
i7-11800H

NVIDIA GeForce RTX 3080

M.2 NVMe 1TB

32GB DDR4 3200MHz

Windows 11 Home

16″ QHD IPS

100% sRGB

Refresh Rate 165Hz

2.4 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

81,300

4 Acer Predator ตัวแรงเพื่อเกมเมอร์และคอนเทนต์ครีเอเตอร์น่าโดน

สำหรับเกมเมอร์หรือคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่อยากได้ Acer Predator สเปคแรงเอาไว้ทำงานหรือเล่นเกมโดยไม่ต้องประกอบเกมมิ่งพีซีสักเครื่องและยังเล่นเกมได้ชิลๆ อีก 3-4 ปี ช่วงกลางปี 2022 นี้ ทาง Acer ก็มี Predator ให้เลือกหลายรุ่นทั้งเก่าและใหม่ ซึ่งใครที่มีแผนซื้อเครื่องใหม่แต่ยังตัดสินใจไม่ได้ล่ะก็ ผู้เขียนได้เลือกมาแนะนำทั้งหมด 4 รุ่นด้วยกัน ได้แก่

  1. Predator Helios 300 PH315-54-99JS (72,990 บาท)
  2. Predator Helios 300 PH315-55-72J4 (79,990 บาท)
  3. Predator Triton 500 SE PT516-51s-72QY (63,300 บาท)
  4. Predator Triton 500 SE PT516-51s-7518 (81,300 บาท)
1. Predator Helios 300 PH315-54-99JS (72,990 บาท)

20220419 135936 c

Acer Predator Helios 300 PH315-54-99JS เป็น Predator รุ่นที่เปิดตัวมาตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา นอกจากได้ฟีเจอร์พื้นฐานของเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คตระกูลนี้ครบถ้วนแล้ว ความแรงก็รับมือเกมฟอร์มยักษ์ในปัจจุบันนี้ได้ทุกเกม และสเปคจากโรงงานก็นับว่าแรงจบไม่ต้องอัพเกรดเพิ่มก็ได้ นอกจากนี้ยังมีคีย์บอร์ด RGB ติดตั้งมาด้วย

แม้จะเป็นตัวเริ่มต้นแต่ก็ได้สเปคจัดจ้านด้วยซีพียู Intel Core i9-11900H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.5-4.9GHz จับคู่กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3070 แรม 8GB GDDR6 สามารถเรนเดอร์เกมฟอร์มใหญ่ขึ้นหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz ได้สบายๆ ติดตั้ง M.2 NVMe SSD ความจุ 1TB พร้อม Windows 10 Home กับแรมอีก 32GB DDR4 บัส 3200MHz ด้วย ส่วนพอร์ตของตัวเครื่องมี USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Mini DisplayPort x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 รองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax กับ Bluetooth 5.1 ในตัว ส่วนน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 2.5 กิโลกรัม ซึ่งรุ่นแรกนี้ผู้เขียนก็มั่นใจว่าตอบโจทย์เกมเมอร์หลายๆ คนแล้ว โดยเฉพาะใครที่อยากได้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่เป็น Desktop Replacement ก็แนะนำให้ดูรุ่นนี้เอาไว้ได้เลย

สเปคของ Predator Helios 300 PH315-54-99JS
  • CPU : Intel Core i9-11900H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.5-4.9GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3070 แรม 8GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe 1TB
  • RAM : 32GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Monitor : 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz
  • Port : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Mini DisplayPort x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax, Bluetooth 5.1
  • Camera : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.5 กิโลกรัม
  • Price : 72,990 บาท (ราคากลาง)
2. Predator Helios 300 PH315-55-72J4 (79,990 บาท)

20220518 205255 c

ส่วนเกมเมอร์ที่อยากขยับมาใช้ Intel 12th Gen Alder Lake มี Acer Predator Helios 300 PH315-55-72J4 รุ่นนี้ที่นอกจากอัพเกรดบอดี้เป็นรุ่นใหม่, ให้พอร์ต Thunderbolt 4 Full function ได้ Intel Killer E2600 LAN, Intel Killer Wi-Fi 1675i ครบเครื่อง รับส่งข้อมูลได้ดีโดยเฉพาะการเล่นเกมรวมถึงลำโพงของตัวเครื่องยังเป็น DTS:X Ultra ช่วยเพิ่มอรรถรสตอนดูหนังฟังเพลงและเล่นเกมให้มากยิ่งขึ้นและยังได้คีย์บอร์ด RGB อีกด้วย

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i7-12700H แบบ 14C20T (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz จับคู่การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6 แสดงผลขึ้นหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz รองรับ NVIDIA G-SYNC แสดงผลขอบเขตสีได้กว้าง 100% DCI-P3 ได้อย่างแน่นอน มี M.2 NVMe SSD PCIe 4.0 ความจุ 1TB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมแรม 32GB DDR5 บัส 4800MHz รองรับการเชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Thunderbolt 4 x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 รองรับการเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ส่วนน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 2.6 กิโลกรัม ถ้าใครไม่ซีเรียสเรื่องงบประมาณเวลาซื้อโน๊ตบุ๊ค Acer Predator แต่ขอให้จ่ายทีเดียวคุ้มล่ะก็ รุ่นนี้ก็น่าสนมาก

สเปคของ Predator Helios 300 PH315-55-72J4
  • CPU : Intel Core i7-12700H แบบ 14C20T (6P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3070 Ti แรม 8GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe 1TB PCIe 4.0
  • RAM : 32GB DDR5 บัส 4800MHz
  • Monitor : 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz รองรับ NVIDIA G-SYNC ขอบเขตสี 100% DCI-P3
  • Port : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Thunderbolt 4 x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax, Bluetooth 5.2
  • Camera : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.6 กิโลกรัม
  • Price : 79,990 บาท (Advice)
3. Predator Triton 500 SE PT516-51s-72QY (63,300 บาท)

20211021 163335 c

ด้านของ Acer Predator Triton 500 SE PT516-51s-72QY รุ่นนี้แม้จะเปิดตัวมาสักพักแล้ว ซีพียูยังเป็น Intel Tiger Lake อยู่ แต่มันก็เป็น Acer Predator รุ่นที่ราคาไม่แพงมาก, มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือถือติดตั้งมาให้ และสเปคถือว่าดีตอบโจทย์คทั้งเกมเมอร์และครีเอเตอร์อย่างแน่นอน หากคิดจะอัพเกรดก็แค่เปลี่ยน M.2 NVMe SSD ตัวหลักให้มีความจุเพิ่มขึ้นเป็น 1TB และเติมแรมไป 32GB เท่านี้ก็พอแล้ว

ส่วนสเปคเดิมจากโรงงานก็จัดว่าแรงแล้ว โดยติดตั้งซีพียู Intel Core i7-11800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.3-4.6GHz มาให้ จับคู่การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3070 แรม 8GB GDDR6 แสดงผลขึ้นหน้าจอขนาด 16 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1600) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz ได้อย่างลื่นไหล ติดตั้ง M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home มาให้กับแรมอีก 16GB DDR4 บัส 3200MHz ด้วย จัดว่าทำงานได้ดีไม่มีปัญหาแน่นอน ส่วนพอร์ตของตัวเครื่องมี USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 รองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ส่วนน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 2.4 กิโลกรัม ซึ่งถ้าใครหา Acer Predator หน้าตาเรียบร้อยเอาไว้ใช้ทำงานออฟฟิศก็ได้ เป็นโน๊ตบุ๊คสายครีเอเตอร์ได้ด้วยแบบครบๆ Acer Predator Triton Series ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างแน่นอน

สเปคของ Predator Triton 500 SE PT516-51s-72QY
  • CPU : Intel Core i7-11800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.3-4.6GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3070 แรม 8GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Monitor : 16 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1600) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz
  • Port : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax, Bluetooth 5.1
  • Camera : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.4 กิโลกรัม
  • Price : 63,300 บาท (Advice)
4. Predator Triton 500 SE PT516-51s-7518 (81,300 บาท)

Triton 500 SE PT516 bk

ส่วนรุ่นสุดท้ายในบทความนี้เป็น Acer Predator Triton 500 SE PT516-51s-7518 รหัสนี้เป็นรุ่นที่แชร์สเปคร่วมกับรุ่นในข้อที่แล้ว แต่อัพเกรดสเปคตัวเครื่องหลายส่วน ได้แก่ การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3080 แรม 8GB GDDR6 เพิ่มความจุของ M.2 NVMe SSD ไป 1TB และแรมขึ้นมาเป็น 32GB DDR4 บัส 3200MHz ส่วนพาเนลหน้าจออัพเกรดคุณภาพให้ดียิ่งขึ้น โดยใช้ขนาด 16 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1600) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz รองรับขอบเขตสี 100% sRGB อีกด้วย ดังนั้นถ้าใครจะซื้อรุ่นสเปคแรงเอาไว้ใช้ล่ะก็ Acer Predator Triton เครื่องนี้ก็น่าลงทุนเช่นกัน

สเปคของ Predator Triton 500 SE PT516-51s-7518
  • CPU : Intel Core i7-11800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.3-4.6GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3080 แรม 8GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe 1TB
  • RAM : 32GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Monitor : 16 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1600) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz, 100% sRGB
  • Port : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax, Bluetooth 5.1
  • Camera : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.4 กิโลกรัม
  • Price : 81,300 บาท (Advice)

Triton 500 SE banner Medium

สำหรับ Acer Predator ทั้ง 4 รุ่นในบทความนี้ แม้จะราคาสูงแต่ก็เป็นรุ่นสเปคแรง จ่ายแล้วจบพร้อมทำงานหนักทั้งงานตัดต่อวิดีโอ, แต่งภาพก็ทำได้สบายๆ เหมาะทั้งเกมเมอร์หรือครีเอเตอร์ที่จะลงทุนซื้อโน๊ตบุ๊คดีๆ เอาไว้ใช้นานๆ สัก 3-4 ปี แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากราคาจะอยู่ช่วงเกิน 50,000 บาท ขึ้นไป ดังนั้นบางคนอาจจะไม่สะดวกจ่ายราคานี้ก็จริง แต่ส่วนตัวผู้เขียนเสนอว่าถ้าเอาเงินงบประมาณซื้อพีซีและโน๊ตบุ๊คที่แยกเป็นสองกองรวมเป็นก้อนเดียว แล้วใช้ Acer Predator เป็นพีซีประจำตัวเครื่องเดียวไปเลย ไม่ต้องแยกคอมพิวเตอร์ให้วุ่นวายล่ะก็ นอกจากลดปัญหาอุปกรณ์ซ้ำซ้อนได้แล้ว ยังประหยัดพื้นที่ไปได้อีกมากด้วย


บทความที่เกี่ยวข้อง

aspire cover

nitro alder cover

nitro5 cover

from:https://notebookspec.com/web/653391-4-recommended-acer-predator

7 Acer Nitro 5 สเปคดีท้าชนทุกเกมสบายๆ อัพเดทปี 2022

Acer Nitro 5 ปี 2022 นี้ นับว่าสเปคแรงจบอยู่! ใครขี้เกียจประกอบคอมเปลี่ยนมาสายโน๊ตบุ๊คดีกว่า!

nitro 5 cover

ถ้าจะซื้อเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คสักเครื่อง งบประมาณราว 50000 บาท น่าจะเป็นราคาที่กำลังดีไม่มากไปจนบางคนตัดสินใจจ่ายไม่ลง ซึ่งเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเช่น Acer Nitro 5 ราคา 50000 บาท ณ ปี 2022 นี้ก็มีรุ่นน่าสนใจให้เลือกตั้งแต่สเปคเริ่มต้นราคาแค่ 3 หมื่นบาทไปจนสุดงบประมาณ และยังมีสเปคย่อยซอยแยกการ์ดจอและซีพียูให้เลือกด้วยทั้งฝั่ง AMD หรือ Intel จับคู่กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX Series ซึ่งสามารถรันเกมฟอร์มยักษ์ในปัจจุบันได้ทุกเกมอย่างแน่นอน

Advertisementavw

จุดเด่นของตระกูล Acer Nitro 5 คือการเปิดฝาอัพเกรดเครื่อง เพิ่ม RAM, M.2 NVMe SSD ได้สะดวก รวมทั้งระบบระบายความร้อนภายในตัวเครื่องก็สามารถจัดการอุณหภูมิได้เป็นอย่างดี ไม่แพ้แบรนด์เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คจากค่ายคู่แข่งเลย และ Acer Nitro 5 ราคา 50000 บาทบางรุ่นย่อยก็จัดสเปคและทำราคาได้คุ้มค่ากว่าแบรนด์คู่แข่ง และรุ่นเริ่มต้นบางรุ่นก็ให้สเปคพื้นฐานมาดี เหลือแค่อัพเกรด RAM ให้เกิน 8GB ก็เล่นเกมและทำงานได้สบายๆ ให้งานหนักสักหน่อยก็ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

Acer Nitro 5 ราคา 50000

7 Acer Nitro 5 ราคา 50000 บาท สเปคดีน่าซื้อ ทำงานดีเล่นเกมลื่น

หากใครเตรียมเงินเอาไว้ซื้อ Acer Nitro 5 ราคา 50000 บาทแล้ว แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะซื้อรุ่นไหนไปเล่นเกมดี หรืออยากดูว่าในงบระดับนี้จะมีรุ่นย่อยไหนน่าซื้อมาเล่นเกมบ้าง ณ ปี 2022 นี้จะมีให้เลือกทั้งหมด 7 รุ่นที่สเปคต่อราคาคุ้มค่า บางรุ่นอัพเกรดเพิ่มนิดหน่อยก็ใช้งานได้ยาวๆ เลยทีเดียว

  1. Acer Nitro 5 AN515-45-R2MT (29,090 บาท)
  2. Acer Nitro 5 AN515-57-5959 (32,750 บาท)
  3. Acer Nitro 5 AN515-45-R4B1 (33,790 บาท)
  4. Acer Nitro 5 AN515-57-51QF (37,900 บาท)
  5. Acer Nitro 5 AN515-45-R4U8 (36,550 บาท)
  6. Acer Nitro 5 AN515-57-9710 (45,990 บาท)
  7. Acer Nitro 5 AN515-57-73N0 (46,150 บาท)
1. Acer Nitro 5 AN515-45-R2MT (29,090 บาท)

20210407 101743 c

Acer Nitro 5 AN515-45-R2MT เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นแรกในบทความ Acer Nitro 5 ราคา 50000 บาท ซึ่งเครื่องนี้เตรียมเงินเอาไว้ไม่เกิน 30000 บาทก็เป็นเจ้าของได้แล้ว แค่อัพเกรดเพิ่มแรมเป็น 16GB เท่านี้ก็ทำงานดีเล่นเกมลื่นอย่างแน่นอน

ซีพียูใน Acer Nitro 5 ราคา 50000 บาท เครื่องนี้เป็น AMD Ryzen 5 5600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz จับคู่กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6 หน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz ส่วนพอร์ตการเชื่อมต่อมี USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ด้วย ตัวเครื่องหนัก 2.2 กิโลกรัม ซึ่งสเปคนี้อาจจะดูไม่หวือหวานัก แต่ก็เป็น Acer Nitro 5 การ์ดจอ GeForce RTX 3050 ราคาถูกสุดในท้องตลาด ณ ตอนนี้

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-45-R2MT
  • CPU : AMD Ryzen 5 5600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 10 Home
  • Weight : 2.2 กิโลกรัม
  • Price : 29,090 บาท (Advice) 
2. Acer Nitro 5 AN515-57-5959 (32,750 บาท)

Nitro 5 AN515 57 bk

ส่วน Acer Nitro 5 ราคา 50000 บาท แต่ขอซีพียูเป็น Intel จะมีรหัส Acer Nitro 5 AN515-57-5959 ที่แชร์สเปคแทบทั้งหมดร่วมกันกับข้อก่อน แต่เปลี่ยนซีพียูเป็น Intel Core i5-11400H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.7-4.5GHz และการ์ดจออัพเกรดประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเป็น NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 ซึ่งประสิทธิภาพตอนเล่นเกมจะดีและไหลลื่นขึ้นมาก เหลือแค่อัพเกรดแรมเป็น 16GB เท่านี้ก็ทำงานและเล่นเกมได้เป็นอย่างดีแน่นอน

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-57-5959
  • CPU : Intel Core i5-11400H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.7-4.5GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 10 Home
  • Weight : 2.2 กิโลกรัม
  • Price : 32,750 บาท (Advice) 
3. Acer Nitro 5 AN515-45-R4B1 (33,790 บาท)

Nitro 5 AN515 45 f

ด้านคนหา Acer Nitro 5 ราคา 50000 บาทเอาไปทำงานเป็นหลักแต่ก็เล่นเกมได้ดีไม่แพ้กัน จะมีรุ่นย่อยรหัส Acer Nitro 5 AN515-45-R4B1 ซึ่งอัพเกรดซีพียูเป็น AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4GHz พร้อมเพิ่มแรมเป็น 16GB DDR4 บัส 3200MHz ให้จากโรงงาน แต่การ์ดจอยังเป็น NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6 อยู่ แต่ประสิทธิภาพจัดว่าไม่ขี้เหร่เลย เพราะเล่นเกมฟอร์มยักษ์ในปัจจุบันทุกเกมได้สบายๆ และเพิ่มเงินจากรุ่นในข้อก่อนอีกราวหนึ่งพันบาท ก็ได้ซีพียูรหัสแรงไปใช้งานแล้ว

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-45-R4B1
  • CPU : AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 10 Home
  • Weight : 2.2 กิโลกรัม
  • Price : 33,790 บาท (Advice) 
4. Acer Nitro 5 AN515-57-51QF (37,900 บาท)

Nitro 5 AN515 56 t

ส่วนเกมเมอร์ที่อยากได้ Acer Nitro 5 ราคา 50000 บาท เน้นเล่นเกมเป็นหลัก มี Acer Nitro 5 AN515-57-51QF ให้เลือก ซึ่ง Nitro 5 เครื่องนี้ใช้ซีพียู Intel Core i5-11400H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.7-4.5GHz จับคู่การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6 มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้ แรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz นอกจากนั้นจะแชร์สเปคร่วมกับ Nitro 5 รุ่นอื่น ด้านประสิทธิภาพต้องเรียกว่าเล่นเกมฟอร์มยักษ์ได้สบายๆ แน่นอน

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-57-51QF
  • CPU : Intel Core i5-11400H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.7-4.5GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 10 Home
  • Weight : 2.2 กิโลกรัม
  • Price : 37,900 บาท (Advice) 
5. Acer Nitro 5 AN515-45-R4U8 (36,550 บาท)

20210407 101743 c

ถ้าเกมเมอร์คนไหนอยากได้ Acer Nitro 5 ราคา 50000 บาท สเปคดีเท่าข้อที่แล้ว แต่ขอซีพียูเป็น AMD Ryzen ล่ะก็ Acer Nitro 5 AN515-45-R4U8 รุ่นนี้ซึ่งใช้ AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4GHz แทน และหน้าจออัพเกรดความละเอียดคมชัดเป็น 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz แทนและแชร์สเปคอื่นๆ ไม่ว่าจะการ์ดจอ, ความจุของ M.2 NVMe SSD, RAM เท่ากันทั้งหมดน่าจะตอบโจทย์เกมเมอร์อย่างแน่นอน ส่วนประสิทธิภาพจัดว่าแรงไม่ต้องกังวลแน่นอน

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-45-R4U8
  • CPU : AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 10 Home
  • Weight : 2.2 กิโลกรัม
  • Price : 36,550 บาท (Advice) 
6. Acer Nitro 5 AN515-57-9710 (45,990 บาท)

Nitro 5 AN515 57 bk

ส่วนของ Acer Nitro 5 ราคา 50000 บาท รหัส Acer Nitro 5 AN515-57-9710 รหัสนี้เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่ซีพียูทรงพลังที่สุดรุ่นหนึ่งในบทความนี้ สามารถรันโปรแกรมใหญ่ๆ เช่นโปรแกรมตัดต่อวิดีโอได้เป็นอย่างดีแน่นอน โดยซีพียูเป็น Intel Core i9-11900H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.5-4.9GHz ติดตั้ง M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB พร้อม Windows 11 Home มาให้ในตัวพร้อมแรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz มาให้ และใช้หน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz ด้านพอร์ตและการเชื่อมต่อยังเหมือนกับ Acer Nitro 5 รุ่นอื่นๆ ซึ่งรุ่นนี้จัดว่าเหมาะกับใช้โปรแกรมเน้นกำลังประมวลผลซีพียูสูงๆ เป็นอย่างมาก

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-57-9710
  • CPU : Intel Core i9-11900H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.5-4.9GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.2 กิโลกรัม
  • Price : 45,990 บาท (ราคากลาง) 
7. Acer Nitro 5 AN515-57-73N0 (46,150 บาท)

Nitro 5 AN515 56 t

Acer Nitro 5 ราคา 50000 บาท รุ่นสุดท้ายในบทความนี้ รหัส Acer Nitro 5 AN515-57-73N0 จัดเป็นรุ่นแรงและคุ้มค่าสุด ณ ปี 2022 นี้แล้ว ซึ่งสเปคโดยรวมจัดว่าดีทั้งเอาไว้เล่นเกมแทนเกมมิ่งพีซีสักเครื่องหรือเอาไว้ทำงานหนักก็จัดการได้สบายๆ โดยซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i7-11800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.3-4.6GHz จับคู่การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3070 แรม 8GB GDDR6 ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz ติดตั้ง M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home มาให้ มีแรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz ส่วนการเชื่อมต่อแชร์พอร์ตและการเชื่อมต่อไร้สายร่วมกับ Acer Nitro 5 รุ่นอื่นๆ ซึ่งถ้าเกมเมอร์คนไหนไม่อยากประกอบเกมมิ่งพีซีให้วุ่นวาย ขอแค่เปิดเครื่อง ล็อคอินแล้วใช้ได้เลย ก็แนะนำให้ซื้อเครื่องนี้ไปใช้จะดีสุด และสเปคจัดว่าแรงพร้อมเล่นเกมไปได้อีกอย่างน้อย 3 ปีแน่นอน

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-57-73N0
  • CPU : Intel Core i7-11800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.3-4.6GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3070 แรม 8GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 10 Home
  • Weight : 2.2 กิโลกรัม
  • Price : 46,150 บาท (Advice) 

สรุปสเปค Acer Nitro 5 ราคา 50000 บาท 7 รุ่นเด็ดน่าโดน

เกมเมอร์ที่กำลังคิดจะซื้อ Acer Nitro 5 ราคา 50000 บาทเอาไว้ทำงานหรือเล่นเกมสักเครื่อง ในตอนนี้จะมีให้เลือกหลากหลายรุ่นมากตั้งแต่งบ 3 หมื่นต้นไปจนรุ่นราคาเกือบเต็มงบประมาณเลยทีเดียว หากสรุปสเปคแล้วจะเป็นดังนี้

สเปค Acer Nitro 5 ราคา 50000 บาท CPU, GPU RAM, SSD, Software หน้าจอ, น้ำหนัก การเชื่อมต่อ ราคา (บาท)
Acer Nitro 5 AN515-45-R2MT AMD Ryzen 5 5600H

NVIDIA GeForce RTX 3050

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 10 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144Hz

2.2 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

29,090
Acer Nitro 5 AN515-57-5959 Intel Core
i5-11400H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 10 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144Hz

2.2 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

32,750
Acer Nitro 5 AN515-45-R4B1 AMD Ryzen 7 5800H

NVIDIA GeForce RTX 3050

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 10 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144Hz

2.2 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

33,790
Acer Nitro 5 AN515-57-51QF Intel Core
i5-11400H

NVIDIA GeForce RTX 3060

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 10 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144Hz

2.2 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

37,900
Acer Nitro 5 AN515-45-R4U8 AMD Ryzen 7 5800H

NVIDIA GeForce RTX 3060

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 10 Home

15.6″ QHD IPS

Refresh Rate 165Hz

2.2 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

36,550
Acer Nitro 5 AN515-57-9710 Intel Core
i9-11900H

NVIDIA GeForce RTX 3060

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ QHD IPS

Refresh Rate 144Hz

2.2 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

45,990
Acer Nitro 5 AN515-57-73N0 Intel Core
i7-11800H

NVIDIA GeForce RTX 3070

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 10 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144Hz

2.2 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

46,150

สำหรับเกมเมอร์หรือคนทำงานที่คิดจะซื้อ Acer Nitro 5 ราคา 50000 บาท มาใช้ ส่วนตัวผู้เขียนเห็นว่าไม่จำเป็นต้องซื้อรุ่นให้แพงจนเกือบ 50000 บาทก็ได้ แต่เลือกรุ่นสเปคตอบโจทย์การใช้งานสุดก็พอ อย่างเช่นเอารุ่นแรกในบทความนี้ เพราะเน้นทำงานออฟฟิศเป็นหลักแล้วเล่นเกมเวลาว่าง ส่วนเงินที่เหลือก็เอาไปซื้อแรมมาอัพเกรดหรือซื้อหน้าจอแยก, เกมมิ่งคีย์บอร์ด, เมาส์เกมมิ่งมาเติมก็น่าสนใจ หรือถ้าใครมีอุปกรณ์เหลือจากเกมมิ่งพีซีที่บ้านอยู่แล้วและเน้นเล่นเกมเป็นหลัก ก็ซื้อตัวท็อปที่สุดตามงบประมาณมาใช้ดีกว่า

ส่วนตัวผู้เขียนขอย้ำว่าให้ทำการบ้านกับตัวเองก่อนว่าปกติแล้วเน้นใช้งานแบบไหนแล้วซื้อโน๊ตบุ๊คให้พอใช้งาน หรืออาจจะเผื่อสเปคไปอีกนิดหน่อยแล้วเอาส่วนต่างไปอัพเกรดตัวเครื่องและอุปกรณ์เสริมจะดีที่สุด จะได้ใช้เครื่องได้เต็มประสิทธิภาพด้วย


บทความที่เกี่ยวข้อง

predator cover

acermonitor cover

swift cover

from:https://notebookspec.com/web/646874-7-acer-nitro-5-under-50000-baht