คลังเก็บป้ายกำกับ: เกมมิ่งพีซี

เพิ่มแรมโน๊ตบุ๊ค 2023 คอมช้า ไม่ทันใจ ใส่แรมใหม่ เลือกอย่างไร แบบไหนดี คุ้ม!

เพิ่มแรมโน๊ตบุ๊ค ไม่ต้องซื้อคอมใหม่ 2023 อัพเกรดง่าย เร็ว ทำเองได้ เลือกแบบไหน ดูอย่างไร ไปชม!

เพิ่มแรมโน๊ตบุ๊ค

เพิ่มแรมโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆ ทำได้ง่ายขึ้น และเป็นวิธีที่ทำให้ระบบมีความเร็วเพิ่มขึ้นได้ ยิ่งในปัจจุบันแรมรุ่นใหม่ๆ อย่าง DDR5 ก็เริ่มมีมาให้ใช้งานกันบ้างแล้ว ความแรงเพิ่มขึ้น ประสิทธิภาพดีขึ้น อย่างไรก็ดีใครที่ใช้โน๊ตบุ๊ครุ่นเก่า หรือเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่ใช้เริ่มช้า อาจจะยังไม่ต้องซื้อใหม่ เพราะบางครั้งแค่อัพเกรดแรม ก็ทำงานลื่นขึ้นแล้ว แต่การอัพเกรดก็ต้องตรวจเช็คให้แน่ใจ ว่าโน๊ตบุ๊คที่ใช้รองรับการอัพเกรดแรมหรือไม่ ใช้แรมแบบใด มีสล็อตเพิ่มมาให้หรือไม่ และใส่ความจุสูงสุดได้เท่าไร? สิ่งเหล่านี้ผู้ใช้อาจจะต้องทราบก่อนที่จะไปซื้อแรมมาเพิ่มนั่นเอง จะได้ไม่เสียเวลา เสียเงินไปเปล่าๆ และถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่คิดว่า โน๊ตบุุ๊คที่ใช้อยู่ น่าจะได้เวลาอัพเกรดแรมแล้ว ไปดูกันว่าเราจะต้องสังเกต ตรวจเช็คอย่างไร

เพิ่มแรมโน๊ตบุ๊ค 2023 ง่าย สะดวก เร็วขึ้น


รู้จักกันแรมโน๊ตบุ๊ค

การเพิ่มแรมโน๊ตบุ๊ค สังเกตได้ชัดเจนกว่าแรมของพีซี เพราะฉะนั้นการซื้อมาใช้หรืออัพเกรด ต้องดูให้แน่ใจ ตามสัดส่วนที่เห็นง่ายๆ แบบนี้ ระหว่างแรม DIMM สำหรับพีซี และ SO-DIMM สำหรับโน๊ตบุ๊ค โดยด้านบนสุดจะเป็นแรม SO-DIMM ส่วนด้านล่าง จะเป็นแรม DDR4 และ DDR5 ของพีซี สังเกตไม่ยากครับ

Advertisementavw
เพิ่มแรมโน๊ตบุ๊ค

สำหรับในตลาดแรม DDR นอกจากเราจะเห็นคำว่า SO-DIMM ที่เป็นแรมแบบสั้นๆ เล็กกว่าแรมของพีซี ซึ่งจะออกแบบมาเพื่อแพลตฟอร์มของ Mobile หรือโน๊ตบุ๊คโดยเฉพาะ รวมถึงติดตั้งอยู่ใน Mini PC บางรุ่น ก็จะยังมีคำว่า LPDDR เข้ามาเกี่ยวข้องอีกด้วย โดยจะระบุอยู่บนแรม สเปคแรม และบนโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่น สิ่งนี้หมายถึง แรมประหยัดพลังงาน หรือ Low Power Consumption ใช้พลังงานน้อยกว่าแรม DDR ปกติ ตัวอย่างเช่น แรม DDR4 มีแรงดันไฟ 1.2V แต่ LPDDR4 จะอยู่ที่ 1.1V เท่านั้น และยังมีแรมรุ่นใหม่อย่าง LPDDR4X ที่ลดการใช้พลังงานลงไปอีก เหลือเพียง 0.6V เท่านั้น ดังนั้นแล้วใครที่ค่อนข้างให้ความสำคัญกับการใช้พลังงาน หรือต้องการโน๊ตบุ๊คที่มีระดับการจัดการพลังงานมากขึ้น ก็อาจจะต้องมอง รุ่นที่ใช้แรมใหม่ๆ เช่นนี้ เอาไว้ด้วยเช่นกัน

เพิ่มแรมโน๊ตบุ๊ค
source: techcenturion.com

LPDDR/ LPDDRX: แรมทั้ง 2 รูปแบบนี้ มาจากพื้นฐานเดียวกัน และใช้ร่วมกันได้ แต่จะต่างกันเล็กน้อยนั่นคือ แรงดันไฟที่ LPDDRX จะใช้น้อยกว่า รวมถึงมีสัญญาณนาฬิกาที่สูงกว่านั่นเอง ซึ่งปัจจุบันเราจะเห็นได้บนโน๊ตบุ๊คบางเบา พรีเมียมโน๊ตบุ๊คและไลฟ์สไตล์ เช่น ASUS Zenbook 14 Duo, MSI Prestige 14 หรือ Lenovo ThinkBook, Ypga slim เป็นต้น

เพิ่มแรมโน๊ตบุ๊ค

DDR: สำหรับแรมประเภทนี้จะเน้นที่ Performance เป็นหลัก และเรื่องการใช้พลังงานเป็นเรื่องรอง ทำให้เรามักเห็นแรมประเภทนี้บนเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค นอกจากนี้แรม DDR ในแง่ของการผลิต ยังราคาถูกกว่า LPDDR ที่มีขนาดเล็กลง แต่มีประสิทธิภาพสูง และสิ่งที่แตกต่างเป็นสำคัญเลยคือ LPDDRX จะไม่สามารถอัพเกรดได้ ซึ่งจะใช้การติดตั้งลงบนบอร์ดโดยตรง หรือที่รู้จักกันว่าแรมออนบอร์ด แต่ถ้าเป็น DDR ส่วนใหญ่จะถอดเปลี่ยน และอัพเกรดได้

การสนับสนุนขึ้นอยู่กับเมนบอร์ดของโน๊ตบุ๊คในแต่ละรุ่น ว่าถูกออกแบบมาให้ใช้งานในลักษณะใด ตรงนี้ต้องว่ากันแต่ละรุ่นและซีรีส์ เพราะบางครั้งซีรีส์เดียวกัน แต่แยกออกไปหลายรุ่น หลายโมเดล ก็อาจจะใช้แรมที่ไม่เหมือนกัน บางครั้งเป็นแบบออนบอร์ดอย่างเดียว แต่บางทีก็มีออนบอร์ด รวมถึงมีสล็อตในการอัพเกรดได้

เช็คราคาแรมโน๊ตบุ๊ค 2023

Model Capacity Price
PNY DDR4 3200 8GB 975 บาท
Corsair Vengeance DDR4 3200 8GB 1090 บาท
ADATA DDR4 3200 16GB 1,850 บาท
TEAM TForce DDR4 3200 16GB 1,890 บาท
Kingston Value DDR4 3200 16GB 2,110 บาท
HyperX FURY IMPACT DDR4 3200 32GB 3,915 บาท
G.Skill RIPJAWS DDR5 4800 16GB 3,425 บาท
Corsair Vengeance DDR5 4800 32GB 8340 บาท
source: price 4/2/2023

แรมออนบอร์ด

อย่างที่ได้กล่าวไปในหัวข้อก่อนหน้านี้กับแรมออนบอร์ด หรือที่ติดตั้งในแบบบัดกรีติดกับเมนบอร์ด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น LPDDR แรมในรูปแบบนี้ จะมาพร้อมเครื่อง และมักจะไม่ได้ให้สล็อตสำหรับการอัพเกรดมาด้วย จะเป็นการกำหนดรุ่นให้ผู้ใช้ได้เลือก เช่น 8GB หรือ 16GB อย่างเช่นใน ASUS Zenbook หรือ Vivobook ในหลายๆ รุ่น ส่วนหนึ่ง ก็เพื่อให้ผู้ใช้ได้เลือกตามความเหมาะสมกับงาน และราคาที่ต้องการ

เพิ่มแรมโน๊ตบุ๊ค

อย่างไรก็ดียังมีโน๊ตบุ๊คในกลุ่มใกล้เคียงกันที่รองรับการอัพเกรด แม้ว่าจะมีแรมแบบออนบอร์ดติดตั้งมาด้วย เช่น Lenovo IdeaPad หรือ Yoga Slim บางรุ่น รวมถึง ASUS Zephyrus G14 เป็นต้น จะเห็นได้ว่าคาแรคเตอร์ของโน๊ตบุ๊คที่มีออนบอร์ด และสล็อตแรมส่วนใหญ่ อาจไม่ได้จำเพาะเจาะจง แต่สิ่งที่คล้ายกันคือ เป็นโน๊ตบุ๊คขนาดกระทัดรัด บาง และเน้นประสิทธิภาพเป็นหลัก

แต่ถ้าเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่มักจะใช้เป็นแรม DDR ไม่ว่าจะเป็น DDR4 หรือ DDR5 ในแบบ SO-DIMM ปกติ ก็จะไม่ค่อยเห็นเป็นแบบออนบอร์ดมากนัก แต่ก็พอมีอยู่บ้าง เช่น ASUS ROG Zephyrus M16 ที่ให้แรมออนบอร์ดมาแล้ว 16GB และมีสล็อตว่าง สำหรับการอัพเกรดเพิ่มนั่นเอง


เมื่อไรต้องเพิ่มแรมโน๊ตบุ๊ค?

การเพิ่มแรมโน๊ตบุ๊ค หรืออัพเกรดแรม ช่วยให้ระบบสามารถทำงานได้ลื่นไหลมากขึ้น เช่นเดียวกับบนพีซี แต่เราจะสังเกตโน๊ตบุ๊คที่ใช้อย่างไร ว่าจำเป็นจะต้องเพิ่มแรมให้มากขึ้น

เพิ่มแรมโน๊ตบุ๊ค

เครื่องใช้เริ่มทำงานช้าลง อาจจะเปิดแอพพลิเคชั่นเดิม แต่ขนาดไฟล์ใหญ่ขึ้น ทำให้พื้นที่การ Swap file ต้องไปอาศัย Storage อย่างฮาร์ดดิสก์หรือ SSD การเพิ่มแรมมีส่วนช่วยได้

เปิดเว็บเบราว์เซอร์หลายหน้าต่างหรือหลายแท็ปบ่อย กับการทำงานในแบบมัลติทาส์ก คือทำหลายงานพร้อมกัน เช่น ดูหุ้น ทำเอกสาร ดูสตรีมมิ่งและการเปิดหาข้อมูลจากหลายๆ แหล่ง ก็จำเป็นต้องใช้แรมจำนวนมากเช่นกัน

เพิ่มแรมโน๊ตบุ๊ค

การเปิดไฟล์ขนาดใหญ่ หรือทำงานร่วมกับไฟล์จำนวนมาก ทำได้ช้า ใช้เวลานาน หรือมีอาการสะดุด แรมก็มีส่วนในการทำงานอยู่ด้วย

รวมไปถึงการเล่นเกม ที่บางเกมก็ต้องการแรมจำนวนมาก มาใช้ในการขับเคลื่อนข้อมูลเพื่อการประมวลผล แม้จะมี VRAM บนการ์ดจอก็ตาม แต่ก็มีความสำคัญในคนละส่วน ซึ่งการอัพเกรด มีส่วนช่วยให้การเล่นเกมไหลลื่นขึ้น และมีผลต่อเฟรมเรตที่ดีขึ้นในบางโอกาสอีกด้วย


โน๊ตบุ๊คที่ใช้ อัพเกรดได้มั้ย ดูอย่างไร?

วิธีการสังเกตว่าโน๊ตบุ๊คที่ใช้อยู่นั้น สามารถอัพเกรดแรม หรือเพิ่มแรมได้หรือไม่ มีด้วยกันหลายวิธี ว่ากันตั้งแต่

เพิ่มแรมโน๊ตบุ๊ค

ดูข้อมูลจากเว็บไซต์ผู้ผลิต: ขั้นตอนนี้ถือว่าเป็นวิธีการในเบื้องต้น ที่พอจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเช็คได้ว่า ต้องใช้แรมแบบใด และมีสล็อตสำหรับการอัพเกรดหรือไม่ โดยค้นหารุ่นและซีรีส์จากในเว็บไซต์ได้เลย หรืออย่างน้อยให้ทราบรุ่น และรหัสที่แน่นอน เช่น ExpertBook B5 Flip (B5302F) ในวงเล็บที่ต่อท้ายนี้ ค่อนข้างสำคัญเลยทีเดียว ซึ่งเมื่อทราบแล้ว การค้นหามักจะไม่ผิดรุ่น ยกเว้นว่าจะไม่ได้มีบอกไว้ใน Specification ของรุ่นนั้นๆ ตัวอย่าง จากภาพด้านบนนี้ ทั้งจาก MSI, ASUS และ HP ครับ

ติดตั้งซอฟต์แแวร์ยูทิลิตี้: ถือว่าพอช่วยได้ในระดับหนึ่ง สำหรับโน๊ตบุ๊คที่เป็นแบบมีสล็อตมาให้ภายใน แต่บางครั้งก็ไม่อาจจะตรวจได้ครบถ้วน ยิ่งมีแรมแบบออนบอร์ด บางครั้งก็ตรวจพบมากกว่า 2 สล็อตอีกด้วย ซึ่งก็ทำให้การตรวจเช็คสับสนอยู่พอสมควร ซอฟต์แวร์แนะนำว่าให้ดูแบบคร่าวๆ สำหร้บเช็คความจุแรม และสเปคของแรมที่ติดตั้งอยู่ในเครื่องจะแม่นยำกว่า

เพิ่มแรมโน๊ตบุ๊ค

ใช้บริการตรวจเช็คจากเว็บไซต์: ข้อนี้เป็นวิธีที่ง่าย เหมือนกับการเข้าไปหาข้อมูลในเว็บไซต์ผู้ผลิต จะต่างกันอยู่บ้างตรงที่ จะอำนวยความสะดวกในการตรวจเช็คให้ คล้ายกับการที่คุณใช้ระบบการค้นหาไดรเวอร์การ์ดจอ ที่จะมีระบบตรวจเช็คสเปคเครื่องให้ แล้วแจ้งว่า คุณมีสเปคอะไรบ้าง และต้องใช้ไดรเวอร์ตัวไหน

เพิ่มแรมโน๊ตบุ๊ค

เพียงแต่ระบบตรวจเช็คแรมนี้ จะตรวจว่าในระบบของคุณมีแรมกี่สล็อต และติดตั้งแรมอะไรไปแล้วบ้าง รวมถึงมีสล็อตเหลือมั้ย อัพเกรดเพิ่มได้หรือเปล่า โดยที่คุณแค่หาแรมมาเพิ่มตามที่ระบบแจ้งเอาไว้เท่านั้น ตัวอย่างระบบนี้อย่างเช่น เว็บไซต์ของทาง Crucial ที่จะมี Scan my laptop หรือ Lookup my laptop ในการสแกนเพื่อค้นหาการใช้งานแรมในระบบ ตามตัวอย่างที่อยู่ด้านบนนี้ เป็นอีกวิธีที่ง่ายมากๆ และอยากจะแนะนำ จากการที่ได้ทดสอบใช้งาน

เพิ่มแรมโน๊ตบุ๊ค

แกะเครื่องเปิดดู: เป็นแบบที่ชัดเจนที่สุด เพราะคุณสามารถเห็นฮาร์ดแวร์ได้ชัดเจนว่า โน๊ตบุ๊คที่ใช้อยู่นั้น รองรับการเพิ่มแรมได้หรือไม่ แต่การแกะฝาหลังโน๊ตบุ๊คบางครั้ง ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะบางรุ่นออกแบบมาอย่างแน่นหนา เรียกว่าแกะแทบไม่ได้เลย ถ้าไม่มีเครื่องมือที่ดีพอ แต่บางรุ่นก็แกะได้ง่าย เรียกว่าไขควง 4 แฉกตัวเดียว และบัตรพลาสติก ที่ใช้ในการแกะขอบด้านข้างเท่านั้น ก็สามารถถอดฝาหลังได้อย่างง่ายดาย

เพิ่มแรมโน๊ตบุ๊ค

แต่สิ่งสำคัญก็คือ การจะจับแตะต้องชิ้นส่วนที่อยู่ภายในโน๊ตบุ๊คนั้น ต้องให้แน่ใจว่า มือเราไม่มีไฟฟ้าสถิตย์ ที่อาจเกิดอันตรายต่อชิ้นส่วน และเสียหาย ดังนั้นเป็นไปได้ หากจะให้เกิดความปลอดภัย ควรมีถุงมือกันไฟฟ้าสถิตย์ หรือถอดขั้วต่อจากแบตเตอรี่มาที่ตัวเมนบอร์ดออกก่อน จากนั้นจึงแกะหรือติดตั้งแรมใหม่เข้าไป

การแกะเครื่องด้วยตัวเอง ควรศึกษาข้อมูลให้แน่ใจก่อนลงมือ ทั้งวิธีการ และการรับประกัน ให้มั่นใจว่าสามารถแกะได้ โดยไม่เสียการประกัน และไม่เกิดความเสียหาย ซึ่งหลายครั้งจะไม่สามารถเคลมได้ โปรดหลีกเลี่ยงโดยไม่จำเป็น

ดูจากเว็บไซต์รีวิว: ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่แนะนำ เพราะคุณจะสามารถทำตามขั้นตอนได้ รวมถึงเหล่านักรีวิว ก็จะบอกถึงรายละเอียดของแรม ให้คุณไปซื้อได้อย่างถูกต้อง รุ่นหรือซีรีส์ที่ใกล้กัน ก็พอที่จะใช้วิธีการเดียวกันได้ ซึ่งหากไม่แน่ใจว่าจะไปดูที่ไหนดี หรือดูต่างประเทศ ก็กลัวว่าซีรีส์เดียวกัน แต่คนละโมเดล ก็ดูจากรีวิวเมืองไทยก็ได้ครับ อย่างทีมงาน Notebookspec ก็มีแกะให้ได้ชมกันไปแล้วหลายร้อยรุ่น น่าจะพอเป็นข้อมูลในการอัพเกรดแรมของคุณได้พอสมควร


แรม Single channel vs Dual channel

หลายคนที่ไม่ค่อยได้ใช้คอมบ่อย หรืออาจจะมีโน๊ตบุ๊คตัวแรก อาจไม่ค่อยคุ้นหูสำหรับแรม Single channel และ Dual channel มากนัก ซึ่งตรงนี้อธิบายในเบื้องต้นว่า Dual channel เป็นรูปแบบการทำงานของแรม 2 ชุดเข้าด้วยกัน ทำให้ระบบมีประสิทธิภาพที่สูงขึ้นกว่าการทำงานแบบ Single channel เพียงแต่ว่าการจะใช้งานแรมแบบ Dual นี้ ก็มีเงื่อนไขในการทำงานเช่นกัน

เพิ่มแรมโน๊ตบุ๊ค

เงื่อนไขที่เป็นเรื่องพื้นฐาน คือ การติดตั้งแรม 2 ตัว เข้าด้วยกัน แม้จะเป็นแรมต่างความเร็ว หรือความจุไม่เท่ากันก็ได้ ติดตั้งด้วยกัน 2 แถว 2 สล็อต หรือจะเป็นแรมบนเมนบอร์ด หรือที่เรียกว่าออนบอร์ด คู่กับแรมบนสล็อต ก็สามารถใช้งาน Dual channel ได้เหมือนกัน

แต่ในกรณีที่เป็นแรม 16GB ที่ฝังมาบนเมนบอร์ดนั้น ก็ต้องขึ้นอยู่กับผู้ผลิตด้วย ว่าจัดวางมาในรูปแบบใด เพราะบางครั้งเป็น DRAM 16GB เม็ดเดียว ก็อาจจะไม่ได้ทำงานแบบ Dual channel แต่เราไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนักในเคสนี้ ส่วนใหญ่จะมาพร้อมกับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่มีขนาดบาง และมีสล็อตมาให้อัพเกรด ตรงนี้ขึ้นอยู่กับการวางเม็ดแรม บางรุ่นมาในแบบ 4GB x4 อีกด้วย ดังนั้นต้องว่ากันที่การผลิตและรูปแบบการจัดวางในแต่ละรุ่น


แรมไม่เหมือนกันใส่ด้วยกันได้มั้ย?

บางท่านอาจจะสงสัย แรมแบบ DDR3/ DDR4/ DDR5 เหล่านี้ จะสามารถติดตั้งบนสล็อตร่วมกันได้หรือไม่ เพราะซื้อโน๊ตบุ๊คใหม่มาเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค DDR5 แต่มีแรมจากโน๊ตบุ๊คตัวเก่าเป็น DDR4 16GB น่าจะเอามาใช้ร่วมกัน จะได้ไม่ต้องซื้อใหม่

เพิ่มแรมโน๊ตบุ๊ค
source: Crucial

ขอแจ้งเอาไว้ดังนี้เลยครับว่า ไม่สามารถใช้แรมต่างชนิด ต่างแบบร่วมกันได้ครับ อ้างอิงจากแรมค่าย Crucial ระหว่าง DDR5 จะเป็นขาแบบ 262-pins ส่วน DDR4 จะเป็นแบบ 260-pins แม้จะใกล้กันมาก แต่ก็ไม่สามารถติดตั้งลงบนสล็อตเดียวกันได้ แบบเดียวกับแรมบนพีซี แม้ว่าแรม DDR5 และ DDR4 จะใช้ DIMM 288-pins เช่นเดียวกัน แต่ด้วยตัวบาก (Notch) ไม่เหมือนกัน จึงไม่สามารถติดตั้งบนสล็อตเดียวกันได้ เพราะฉะนั้นอย่าฝืน หรืออย่าบังคับใส่ลงไป เพราะอาจทำให้บอร์ดและสล็อตเสียหายได้


ขั้นตอนการเพิ่มแรมโน๊ตบุ๊ค

สุดท้ายเป็นเรื่องของการติดตั้งแรมลงบนโน๊ตบุ๊ค หลังจากที่คุณได้แกะฝาหลังออกมาแล้ว รวมถึงเลือกแรมที่ใช้ร่วมกันให้พร้อม เสร็จแล้วก็ไปลุยกันเลย

เพิ่มแรมโน๊ตบุ๊ค

เตรียมแรมให้พ้อมสำหรับการเพิ่มแรมโน๊ตบุ๊ค โดยแนะนำเลยครับว่า ถ้ามีถุงมือให้ใส่ ก็ใส่เพื่อความปลอดภัยของตัวแรม และการติดตั้ง

เพิ่มแรมโน๊ตบุ๊ค

จากนั้นดูสล็อตที่เป็นช่องอัพเกรดแรมให้ตรงกับแรม โดยยึดเอาตัวบากหรือ Notch ที่เป็นร่องตรงกลางให้ตรงกันกับแรมที่ติดตั้งไว้ก่อนหน้านี้

เพิ่มแรมโน๊ตบุ๊ค

แล้วถ้าไม่มีแรมบนสล็อตนั้นล่ะ? ให้ลองวางตัวแรมลงบนสล็อต เพื่อวัดระยะก่อนว่า Notch นั้นตรงกันกับสล็อต จากนั้นเอียงแรมแบบในภาพ แล้วใส่ลงไปบนสล็อตแบบเอียงๆ นั้น จากนั้นกดแรมให้อยู่ในแนวราบเบาๆ จนกว่าจะได้ยินเสียงคลิ๊ก ที่หมายถึงล็อคตัวแรมลงบนสล็อตเป็นที่เรียบร้อย ก็ถือว่าเป็นอันเสร็จสิ้น

แต่ก่อนจะปิดฝาหลังของโน๊ตบุ๊คเพื่อจบงาน อย่าลืมตรวจเช็คด้วยการลองบูตเครื่อง เพื่อดูว่าสามารถเข้าระบบได้ตามปกติหรือไม่ หากติดปัญหา ไม่บูต ให้ลองแกะแรมออกมาอีกครั้ง แล้วติดตั้งกลับเข้าไปใหม่อีกครั้งหนึ่ง


แรมครบมั้ย

เมื่อติดตั้งแรมเสร็จแล้ว ก็อย่าลืมเช็คความเรียบร้อย ดูว่าระบบตรวจเช็คแรมได้ครบหรือไม่ หากคุณมีอยู่ 8GB แล้วเพิ่มไปอีก 8GB ก็ควรจะเป็น 16GB แต่ถ้าเช็คแล้วยังเป็น 8GB อยู่ ก็น่าจะมีอะไรผิดพลาด ด้วยวิธีการเช็คแบบง่ายๆ ดังนี้

เพิ่มแรมโน๊ตบุ๊ค

Task Manager วิธีนี้ค่อนข้างสะดวก ด้วยการกดปุ่ม Ctrl+Shift+Esc พร้อมกัน เพื่อเข้าไปใน Task Manager จากนั้นไปที่แท็ป Performance แล้วคลิ๊กที่ Memory ดูที่หน้าต่างด้านขวา จะเห็นความจุของแรมปรากฏขึ้น ให้ดูที่ตัวเลขที่อยู่มุมบนขวามือ จะบอกตัวเลขความจุทั้งหมดให้เราทราบ จากตัวอย่างนี้ เป็นแรม 4GB + ติดตั้งเพิ่ม 8GB รวมเป็น 12GB เห็นครบแบบนี้ก็มั่นใจได้ในระดับหนึ่ง เพราะสิ่งที่ต้องทำต่อไปนั้น คือการทดสอบเสถียรภาพ


อาการผิดปกติหลังเพิ่มแรม

เพิ่มแรมโน๊ตบุ๊ค

ความผิดปกติ หลังจากการเพิ่มแรมโน๊ตบุ๊ค ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้ และผู้ใช้อาจจะต้องสังเกตอาการที่เกิดขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาเบื้องต้น เรามาดูว่าอาการเกี่ยวกับแรมที่อาจเกิดขึ้นได้มีสิ่งใดบ้าง และจะต้องแก้ไขอย่างไร?

โน๊ตบุ๊คค้าง ไม่เข้าระบบ: หรือโน๊ตบุ๊คเปิดไม่ติด ให้ลองเปิดฝาหลังโน๊ตบุ๊ค แล้วติดตั้งแรมที่เพิ่งใส่เข้าไปใหม่ เพียงแถวเดียว และบูตเครื่องใหม่อีกครั้ง เพราะอาจเป็นไปได้ว่า แรมไม่เข้ากับแรมเก่าที่ใช้งานอยู่ จากนั้นอาจจะต้องเช็คบัสของแรมอีกครั้ง และแจ้งเปลี่ยนกับร้านค้าที่จำหน่ายแรม

เพิ่มแรมโน๊ตบุ๊ค

แต่ถ้าไม่มีแรมอื่นใด ติดตั้งอยู่เลย การติดตั้งแรมใหม่ ไม่สามารถบูตเข้าระบบได้ หากมี 2 สล็อต ให้ลองสลับเปลี่ยนสล็อตอีกอัน เพื่อดูอาการ ส่วนถ้ามีแรมออนบอร์ด และใส่แรมใหม่เข้าไป แต่ไม่บูต ก็เป็นไปได้ว่าแรมใช้ร่วมกันไม่ได้ ซึ่งเจอได้น้อยมาก

เพิ่มแรมโน๊ตบุ๊ค

จอฟ้า BSOD: หากเป็นจอฟ้าบ่อย ให้ลองติดตั้งแรมอีกครั้ง เพราะอาจเกิดจากการติดตั้งไม่แน่น หรือเอียง จนไม่เข้าล็อคตามปกติ ขยับแรมออกมาใหม่ อาจช่วยได้

รีสตาร์ทบ่อย: ให้เช็คว่า ก่อนหน้านี้โน๊ตบุ๊คมีอาการผิดปกติดังกล่าวนี้มั้ย ถ้าไม่เคยมี และเป็นหลังจากการติดตั้งแรม ให้ลองรีบูตใหม่ และลองอัพเดตวินโดว์และไดรเวอร์ชิปเซ็ตเมนบอร์ดอีกครั้ง ด้วยการดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ผู้ผลิต หากยังเป็นอยู่ให้นำแรมและโน๊ตบุ๊คให้ร้านค้าดู เพื่อทำการเปลี่ยนต่อไป


Conclusion

สุดท้ายนี้ ในการเพิ่มแรมโน๊ตบุ๊ค การติดตั้งและการใช้งาน ไม่ได้ซับซ้อนเหมือนกับการขั้นตอนการตรวจเช็ค หรือหาข้อมูลว่าโน๊ตบุ๊ครองรับการติดตั้งแรมเพิ่มได้มั้ย หรือใช้งานกับแรมแบบใด เพราะบางครั้งอาจถึงขั้นที่ต้องแกะโน๊ตบุ๊คออกมาดูกันเลยทีเดียว อย่างไรก็ดีครับ การเพิ่มแรม ก็ถือว่าคุ้มค่ากับการลงทุนลงแรง เนื่องจากค่าใช้จ่ายไม่สูง หากสังเกตจากราคาจะเห็นว่า เพิ่มแรม DDR4 8GB ยังไม่ถึงพันบาท แต่ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการทำงานแบบ Dual channel เมื่อใช้ร่วมกับแรมเดิมที่มีอยู่ และคุณยังสามารถทำเองได้ ด้วยเครื่องมือที่มีอยู่ที่บ้าน แต่ก็แนะนำว่าให้ลองสอบถามร้านจำหน่าย ว่ามีผลต่อการรับประกันด้วยหรือไม่ ในกรณีที่เป็นโน๊ตบุ๊คซึ่งอยู่ในระยะประกัน แต่ถ้าคุณไม่สะดวก ก็แนะนำว่าให้ไปร้านที่จำหน่ายโน๊ตบุ๊คใกล้บ้าน ขอคำแนะนำ ซื้อแรมและอัพเกรดโดยช่างที่ชำนาญในร้าน ก็เป็นทางออกที่น่าสนใจครับ อุ่นใจและมั่นใจได้

from:https://notebookspec.com/web/685571-upgrade-ram-notebook-2023

MSI PRODP20ZA คอมจิ๋ว เทรดหุ้น เล่นเกมเบาๆ ต่อได้ 3 จอ ดูหนัง 4K เริ่มหมื่นกว่า

MSI PRODP20ZA มินิพีซีขนาดฝ่ามือ เล่นเกมเบาๆ ดูหนัง 4K เทรดหุ้น ต่อได้ 3 จอ ประหยัดไฟ

MSI PRODP20ZA

MSI PRODP20ZA มินิพีซีเครื่องจิ๋ว แต่ประสิทธิภาพเกินตัว พร้อมการเชื่อมต่อครบครัน รองรับการอัพเกรดเพิ่มได้ ปรับเปลี่ยนการทำงานได้หลายสไตล์ เข้ากับสภาพแวดล้อมการทำงานในยุคใหม่ได้หลายรูปแบบ ขุมพลัง AMD Ryzen 5000 series และแรม DDR4 รวมถึงกราฟิก Radeon Graphic ที่ตอบสนองได้ทั้งงานในสำนักงานทั่วไป งานเอกสาร และการทำบัญชี ไปจนถึงการตกแต่งภาพ รวมถึงการใช้งานส่วนตัว เช่นท่องอินเทอร์เน็ต ขายของออนไลน์ และความบันเทิงภายในบ้าน หรือเป็นพีซีเริ่มต้นการเรียนรู้สำหรับเด็กๆ ด้วยมิติที่เล็กกว่าเคสคอมทั่วไปหลายเท่า น้ำหนักเบา จึงติดตั้งได้ง่าย ใช้งานในจุดต่างๆ ของบ้านหรือสำนักงานได้ดี รองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายรุ่นใหม่ กับดีไซน์ที่เข้ากับเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน และที่น่าสนใจคือ ประหยัดการใช้พลังงานลง ใครที่ชอบด้วยงบประมาณเริ่มต้นเพียง 15,000 บาท กับการรับประกัน 2 ปีอุ่นใจ ในแบบ Onsite Pickup & Return อีกด้วย ซื้อสินค้า MSI ได้ที่: https://msi.gm/DP20ZA-NBS

MSI PRODP20ZA มินิพีซีตัวจิ๋ว เพื่องานและความบันเทิง


จุดเด่น

Advertisementavw
  1. มิติที่เล็กมาก ขนาดเทียบเท่าฝ่ามือเองครับ เทียบกับเราเตอร์ขนาดย่อมๆ ก็ยังได้ เล็กกว่าพีซี 6-8 เท่าเลยทีเดียว เพราะขนาด 2.6L เท่านั้น ประหบัดพื้นที่บนโต๊ะไปได้เยอะ
  2. น้ำหนักประมาณ 1.5Kg เท่านั้นครับ วางมุมไหนก็ได้ โต๊ะไม่เอียงแน่นอน
  3. ออกแบบให้วางแนวตั้งหรือแนวนอนก็ได้หมด แล้วแต่ผู้ใช้จะดีไซน์ จัดโต๊ะคอมได้ง่ายขึ้น
  4. วางตรงไหนในห้องก็ได้ แทบจะเป็นดีไซน์แบบเดียวกับเฟอร์นิเจอร์สไตล์โมเดิร์นในปัจจุบัน ต่อสายเข้าจอ ก็พร้อมทำงาน เพราะมี WiFi ในตัว
  5. ด้านหน้าทันสมัย เน้นเส้นสายสะดุดตา ติดอยู่นิดนึง คือปุ่มอาจจะดูกลมกลืนไปกับลายด้านหน้าอยู่บ้าง แต่ก็มีแสงไฟสถานะให้พอสังเกตครับ
  6. ด้านข้างซ้ายปิดทึบ ใช้วางแนวนอนได้, ด้านขวามีช่องระบายอากาศ สำหรับพัดลมซีพียู
  7. ด้านหลังจัดพอร์ตมาให้เยอะพอสมควร เช่น USB 3.2, USB 2.0, พอร์ตแสดงผล HDMI, DP และ VGA
  8. การใช้พลังงาน มาพร้อมอแดปเตอร์ 120W ขนาดย่อมๆ มาให้ ไม่เปลืองไฟครับ
  9. ต่อได้ 3 จอเลยครับ สำหรับคนที่ต้องใช้งานหลายจอพร้อมกัน

ข้อสังเกต

  • มีไฟสถานะแสดงผลไม่มาก
  • ไม่รองรับการอัพเกรดการ์ดจอแยก
  • ใช้แรมแบบ SODIMM เท่านั้น

Specification

Description
CPU MODEL AMD Ryzen 3 5300G, 4 core/ 8 thread
CPU COOLING Air cooling
MEMORY DDR4 SO-DIMM 2 slot, Max. 64GB
STORAGE SSD 256GB, PCIe GEN3x4
2x M.2 slot
2x 2.5″ Drive bay
WIRELESS LAN INTEL/3168.NGWG, 802.11ac 1×1+BT 4.2
AUDIO Realtek ALC233, 2.1 Channel HD Audio
I/O PORTS (FRONT) 1 x USB 3.2 Gen 2 Type A
1 x USB 3.2 Gen 2 Type C
Front Audio Mic-In x1,
Headphone x1
I/O Port (Rear) USB 3.2 Gen 2 Type A x1
USB 2.0 TYPE A x3
LAN (RJ-45) x1
WiFi Antenna x2
VGA x1
HDMI x1
DP Out x1
COM Port x1
Power 120W Adaptor
Keyboard/ Mouse RF1430, MA04
PRODUCT DIMENSIONS (WXDXH) 160.55 x 193.3 x 85mm
WEIGHT 1.42Kg.
VESA SIZE 75 x 75 mm
Source: MSI Pro DP20Z

ข้อมูลเพิ่มเติม: MSI PRODP20ZA


Hardware / Design

MSI PRODP20ZA

การออกแบบของมินิพีซีจาก MSI รุ่นนี้ ส่วนตัวผมมองว่ามินิมอลกว่ารุ่นที่เราเคยรีวิวไปก่อนหน้านี้เสียอีก เพราะตัวถังแค่ 2.3L เท่านั้น มิติประมาณ 16cm x 19.3cm x 8.5cm หากเทียบกับเกมมิ่งตัวน้องอย่าง Trident AS ก็ยังเล็กกว่ามาก แต่จะพอๆ กับ MSI CUBI 5 ที่เราเคยรีวิวไปก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ดี Pro DP20ZA มีความคล่องตัว และสนับสนุนการติดตั้งฮาร์ดแวร์เพิ่มเติมได้มากกว่า

ด้านหน้าออกแบบมาในโทนสีดำ มีเส้นสายที่มีการสลับไปมา ดูมีมิติ และทันสมัย แทรกปุ่มเพาเวอร์และแสงไฟสถานะมาด้วย พร้อมพอร์ตต่อพ่วง และโลโก้ MSI สีเงิน ซึ่งเป็นแนวที่เราอาจไม่ได้เห็นกันบ่อยบนพีซีขนาดเล็ก เพราะส่วนใหญ่จะเป็นแบบเรียบ ไม่มีลวดลายมากนัก

MSI PRODP20ZA

เมื่อมาดูกันแบบใกล้ๆ จะเห็นได้ว่าเส้นสายที่อยู่ด้านหน้านี้ จะมีมิติยื่นออกมา สลับกับภายในที่เป็นสีดำเงา โดยปุ่มเพาเวอร์จะซ่อนอยู่ในนี้ด้วย ซึ่งหากไม่ได้กด หรือมีแสงไฟสถานะลอดออกมา ก็แทบจะดูไม่ออกว่าเป็นปุ่มเปิดการทำงาน ไฟจะมีสีฟ้าและสีขาว อยู่ตรงด้านบนขวา ใกล้กันก็จะเป็นพอร์ต Front panel ที่อยู่หน้าเครื่อง ประกอบด้วย USB Type-C, Type-A และหูฟัง ไมโครโฟน

MSI PRODP20ZA

ด้านข้างขวา จะเป็นช่องระบายความร้อน โดยเราจะเห็นพัดลมพื้นฐานของทาง AMD ดูดลมเข้ามาจากช่องนี้ เพื่อระบายความร้อนให้กับฮีตซิงก์ของซีพียู ที่อยู่ด้านใน และโลโก้ Pro series และใกล้ๆ กับช่องพัดลม และใกล้กับด้านหน้าจะมีระบุไว้ว่า Design and Engineering by MSI

MSI PRODP20ZA

ด้านซ้ายจะเป็นช่องเล็กๆ สำหรับติดตั้ง VESA Mount กับด้านหลังจอมอนิเตอร์ และฝาผนังเป็นแบบ 75mm x 75mm ส่วนตัวมองว่าเป็นประโยชน์ค่อนข้างมาก เพราะผู้ใช้สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้หลายแบบ ไม่ว่าจะใช้ติดตั้งจอทีวีในบ้าน สำนักงาน สำหรับต้อนรับแขก พรีเซนเทชั่น หรือจะต่อกับจอภาพบางรุ่น เพื่อประหยัดพื้นที่บนโต๊ะทำงาน ยิ่งใช้งานแบบไร้สาย ก็จะทำให้โต๊ะไม่ดูรกรุงรังอีกด้วย

MSI PRODP20ZA

MSI PRODP20ZA วางได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน ขึ้นอยู่กับการจัดวางองค์ประกอบบนโต๊ะ และความสะดวก ด้วยความกว้าง x ยาวระดับ 160.5 x 193mm เท่านั้น จึงไม่เปลืองพื้นที่บนโต๊ะทำงาน เรียกว่าโต๊ะขนาด 120cm ก็ยังเหลือพื้นที่ใช้สอยได้อีกมากมาย

ด้านหน้าที่มีพอร์ตต่อพ่วงมาให้ทั้ง USB และแจ๊ค 3.5mm อีกด้านจะเป็นโลโก้ MSI บนเพลทสีเงินสวยงาม

และอีกสองด้านที่เหลือ จะเป็นช่องระบายอากาศ ซึ่งมาในแบบตะแกรงขนาดเล็ก เพื่อให้อากาศไหลเวียนในตัวเคสได้ดีขึ้น ซึ่งหากดูตามการใช้งานแล้ว พีซีเครื่องนี้แทบไม่เกิดความร้อนขึ้นมากมายนัก โดยพัดลมซีพียูสามารถจัดการเรื่องอุณหภูมิได้ดีทีเดียว

MSI PRODP20ZA

ด้านหลังตัวเครื่องมาพร้อมช่องระบายความร้อนแบบตะแกรงช่องเล็กและพอร์ตต่อพ่วงมากมาย รวมถึงจุดติดตั้งเสาสัญญาณ WiFi อีกด้วย และเป็นจุดที่ใช้ไขน็อต เพื่อแกะฝาครอบ สำหรับการอัพเกรด

MSI PRODP20ZA

การดีไซน์โดยรวมถือว่าทำได้ค่อนข้างดีทีเดียว แตกต่างจากมินิพีซีทั่วไป ทั้งเส้นสาย พอร์ตการเชื่อมต่อ เพียงแต่อาจจะเน้นไปที่ Business เป็นหลัก ทำให้ไม่ได้ใส่เรื่องของแสงสีมากมายนัก แต่ก็เข้ากับเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านได้ดี ดูมินิมอลมากขึ้น


Connector / Thin And Weight

MSI PRODP20ZA

พอร์ตการเชื่อมต่อด้านหน้า มีเป็นพอร์ต USB 3.2 Gen2 Type-C ที่ใช้ได้ทั้งการชาร์จไฟ และโอนถ่ายข้อมูลความเร็วสูง ส่วนที่เป็น Type-A ผมว่าเหมาะกับผู้ใช้ที่มี External HDD หรือ SSD ที่ต่อภายนอก โอนถ่ายไฟล์ข้อมูลได้ไว เพราะเป็น USB 3.2 Gen2 ความเร็วระดับ 10Gbps เร็วกว่า Gen1 เท่าตัวเลยทีเดียว หรือใครสะดวกจะใช้พอร์ตด้านหลัง จะใช้พอร์ตนี้ในการต่อ เมาส์ คีย์บอร์ดได้เช่นกัน

ใกล้กันจะเป็นแจ๊ค 3.5mm ที่ทาง MSI ใส่แยกเอามาไว้ให้เป็น หูฟัง และไมโครโฟน เพื่อความสะดวกในการใช้งาน จะต่างจากบนโน๊ตบุ๊คที่เป็นคอมโบมาให้ อาจจะไม่สะดวก เมื่อต้องแยกใช้ไมโครโฟน กับเอาท์พุตเสียง เพื่องานในสำนักงาน

MSI PRODP20ZA

ด้านหลังจะเป็นพอร์ตเชื่อมต่อหลักจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น USB 2.0 Type-A 2 พอร์ต จุดนี้ผมมองว่าเหมาะกับการต่อเมาส์ คีย์บอร์ดเป็นหลัก เพราะไม่ได้เน้นความเร็ว ส่วนด้านล่างจะเป็น USB 3.2 Gen2 ซึ่งตอบโจทย์พรินเตอร์รุ่นใหม่ หรืออุปกรณ์เก็บข้อมูล และอื่นๆ ที่เน้นเรื่องความเร็ว ใกล้กันเป็นพอร์ตเชื่อมต่อเครือข่าย RJ-45 สำหรับ Gigabit LAN และพอร์ตแสดงผล ที่ถือว่าเป็นจุดเด่นของมินิพีซีจาก MSI รุ่นนี้ เพราะมีให้ถึง 3 พอร์ตด้วยกัน ประกอบด้วย

  • VGA สำหรับต่อจอพื้นฐานแอนาลอกบนความละเอียด Full-HD
  • DisplayPort ต่อจอแสดงผลดิจิตอล รองรับความละเอียด 4K เหมาะกับจอรุ่นใหม่
  • HDMI ใช้ได้ทั้งจอมอนิเตอร์ โปรเจกเตอร์ และจอพื้นฐานที่มีอยู่ทั่วไป
MSI PRODP20ZA

เสาสัญญาณ WiFi รองรับ 802.11ac และ Bluetooth 4.2 ทำให้การเชื่อมต่อของคุณไม่ติดขัด เพราะมีให้เลือกทั้ง LAN และ WiFi


Inside / Upgrade

MSI PRODP20ZA

การแกะอัพเกรดทำได้ค่อนข้างง่ายบน MSI PRODP20ZA นี้ เพราะไขน็อตเพียง 4 ตัวเท่านั้น สามารถไขออกได้ทั้ง 2 ด้านซ้ายและขวา

MSI PRODP20ZA

ด้านที่เป็นช่องระบายอากาศ จะเห็นพัดลมซีพียูขนาดใหญ่ พร้อมฮีตซิงก์ติดตั้งมากลางตัวเครื่อง ซึ่งข้อดีคือ การกระจายลมออกไปได้ทั่วๆ ภายในเคส และให้ลมออกได้ถึง 3 ด้านด้วยกัน โดยสามารถอัพเกรดได้สูงสุด AMD Ryzen 7 5700G ซึ่งเป็นรุ่นท็อปสุดที่วางจำหน่าย

MSI PRODP20ZA

พื้นที่ติดตั้ง Storage ด้านใน ติดตั้งได้ถึง 3 แบบ และยังอัพเกรดได้ โดยที่ติดตั้งมาให้เริ่มต้นเป็น SSD M.2 NVMe PCIe 256GB การถอดใช้เพียงไขควงแกะน็อตยึดเพียงตัวเดียวเท่านั้น แต่พื้นที่ค่อนข้างแคบเล็กน้อย

MSI PRODP20ZA

ด้านล่างจะเป็นสล็อตสำหรับติดตั้งแรมเป็นแบบ SODIMM DDR4 3200 เดิมจะติดตั้งมาให้ 8GB มาตรฐาน แต่สามารถอัพเกรดเพิ่มได้จากสล็อตที่เหลือ อัพเกรดได้สูงสุด 64GB (32GB x2)

MSI PRODP20ZA

แรมในแบบ SODIMM DDR4 3200 8GB จาก Samsung ที่ติดตั้งมาในระบบ

MSI PRODP20ZA

ด้านบนของโมดูล SSD M.2 เป็นพอร์ต SATA III เพิ่มเติมมาให้ สำหรับติดตั้งฮาร์ดดิสก์ 2.5″ หรือสำหรับโน๊ตบุ๊ค รวมถึง SSD SATA III เพิ่มได้อีก 2 ตัวด้วยกัน

MSI PRODP20ZA

นอกจากนี้แล้ว อีกฝั่งหนึ่งที่อยู่ด้านหลังของเมนบอร์ด ก็สามารถแกะเปิดออกมาได้ ให้คุณสามารถอัพเกรดอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลเพิ่มเติมได้อีก

MSI PRODP20ZA

MSI PRODP20ZA มีสล็อต M.2 PCIe รองรับการติดตั้ง SSD M.2 NVMe PCIe เพิ่มได้อีก 1 โมดูล รวมเป็น 2 โมดูลทั้งด้านหน้าและหลัง ได้ทั้งพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่มากขึ้น และความเร็วที่จาก SSD อีกด้วย เหมาะกับคนที่ไม่สะดวกจะใช้อุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบต่อภายนอก


Performance / Software

MSI PRODP20ZA

โปรแกรม CPUz รายงานซีพียูที่ติดตั้งมาบน MSI PRODP20ZA รุ่นนี้เป็น AMD Ryzen 3 5300G เป็นแบบ 4 core/ 8 thread ความเร็วสูงสุดประมาณ 4.2GHz ซีพียูรุ่นนี้ ถือว่าเป็นกลุ่มของกราฟิกในตัว ให้ประสิทธิภาพในด้านต่างๆ ได้ดี ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน ความบันเทิง หรือเล่นเกมเบาๆ แต่อาจจะไม่ได้เจาะจงสำหรับงานเฉพาะทาง เช่นงานตัดต่อ แต่งภาพจริงจังหรืองานด้านวิศวกรรมโหดๆ ได้มากนัก

MSI PRODP20ZA

ติดตั้งแรม DDR4 3200 ในแบบ SODIMM 8GB และใส่เพิ่มอีก 8GB เป็น 16GB มีให้ติดตั้งได้ 2 สล็อต

MSI PRODP20ZA

การทดสอบเบื้องต้นบน CPUz นี้ เทียบกับซีพียูรุ่นพี่อย่าง AMD Ryzen 7 2700X ที่เป็นแบบ 8 core/ 16 thread ซีพียู Ryzen 3 สามารถเบียดบี้ได้อย่างสูสี และโดดเด่นในงาน Single core ด้วยสัญญาณนาฬิกาที่สูง แม้จะเป็นรองในแง่ของ Multi-thread เพราะคอร์ เธรดน้อยกว่านั่นเอง

MSI PRODP20ZA

กราฟิกเป็นแบบ Integrate ที่มาในตัวซีพียู AMD Ryzen 3 รุ่นนี้ กับ Radeon Graphic ที่อาจจะไม่ได้ตอบโจทย์กับการเล่นเกมโดยตรง เพราะจะเน้นที่การทำงาน ดูหนัง กับงานกราฟิกพื้นฐาน แต่ก็สามารถเล่นเกมที่ไม่ใช้ทรัพยากรมากๆ หรือแนวเกมออนไลน์ เช่น Genshin, Chrono Odyssy รวมถึงเกมพีซีที่แค่ปรับ Detail ก็สามารถเล่นได้ในหลายๆ เกม สามารถชมในส่วนการทดสอบเกมด้านล่างนี้ได้

MSI PRODP20ZA

การทดสอบ PCMark10 ให้ผลออกมาได้น่าพอใจ เพราะถ้าเทียบกับพีซีพื้นฐานขนาดใหญ่ MSI Pro DP20ZA นี้ ทำงานร่วมกับแอพพลิเคชั่นในชีวิตประจำวันได้ดีพอสมควร กับคะแนนรวมที่มากถึง 5,621 คะแนน รวมถึงคะแนน Essentials และ Productivity ที่มาแตะเกือบ 10,000 เพราะหลายครั้งที่เราทดสอบมาใน 2 ส่วนนี้ เฉลี่ยจะอยู่ที่ 10,000 ต้นๆ แสดงถึงความไม่ธรรมดาของซีพียูและการทำงานในภาพรวม

MSI PRODP20ZA

สำหรับ CINEBench นั้น จะเป็นการทดสอบด้านกราฟิก 3D Animation แม้ว่าจะเป็นซีพียูน้องเล็กอย่าง AMD Ryzen 3 แต่ก็สามารถผ่านการทดสอบได้ไม่ยาก แม้ว่าจะทำคะแนนได้ไม่สูงนัก เมื่อเทียบกับซีพียูรุ่นพี่ๆ ที่มี Core/ Thread จำนวนมากกว่า แต่ก็แสดงให้เห็นว่าพลังของซีพียูระดับ 4 core นี้ ก็พอจะช่วยให้ใช้งานได้ แต่อย่างไรก็ไม่ได้จะแนะนำให้ใช้งานกับโปรแกรมขั้นสูงเช่นนี้ เพราะไม่ได้ออกแบบมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ และอาจใช้เวลาในการประมวลผลมากเกินไป แต่ถ้าเป็นโมเดล AMD Ryzen 7 ก็พอจะช่วยงานนี้ได้ดียิ่งขึ้น

MSI PRODP20ZA

กับผลทดสอบด้านเกมกราฟิก ด้วยโปรแกรม 3DMark กับกราฟิก Radeon Graphic บนซีพียู AMD Ryzen 3 5300G นี้ แม้ว่าจะไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมเป็นหลัก แต่ก็แสดงศักยภาพได้ดีในระดับหนึ่ง โดยคะแนนอาจจะไม่ได้สูงมากนัก แต่ก็ผ่านการทดสอบมาได้ อยู่ในเกณฑ์ของกราฟิกบนซีพียูในหลายๆ รุ่น อย่างไรก็ดี หากมีความต้องการเล่นเกม ร่วมไปกับการใช้งานพื้นฐาน บนเคสขนาดเล็กเช่นนี้ แนะนำโมเดลที่เป็น Ryzen 7 5700G ที่จะช่วยเพิ่มเฟรมเรตได้พอสมควร

ทดสอบการเล่นเกม

MSI PRODP20ZA

เราทดสอบการเล่นเกม เพื่อให้เห็นศักยภาพของมินิพีซีจาก MSI รุ่นนี้ กับเกมพื้นฐานแนว MOBA อย่าง DOTA2 กับการปรับ Detail Fastest mode บนความละเอียด Full-HD เพื่อเน้นความลื่นไหล ตัวเกมสามารถให้เฟรมเรตได้ถึง 80-90fps. แต่ถ้าปรับเป็น High ให้เฟรมเรตเฉลี่ยที่ 47-48fps. แม้จะมีเอฟเฟกต์จากเวทย์ของฮีโรก็ตาม แนะนำตั้งค่านี้ได้เลยหากต้องการเล่น

MSI PRODP20ZA

ส่วนเกม PUBG บนความละเอียด Full-HD 1080p ตั้งค่า Very Low Detail ให้เฟรมเรตได้ในระดับ 39-45fps มีบ้างที่ขึ้นไป 50fps. บางจังหวะ แต่ก็ทำให้เล่นเกมนี้ได้ แนะนำให้ตั้ง Render scale ในระดับ 70-90 จะไม่กระทบต่อเฟรมเรตมากนัก และเล่นเกมได้สบายตามากขึ้น

MSI PRODP20ZA

มาสู่บททดสอบในด้านงานวีดีโอกันบ้าง ด้วยการ Export คลิปวีดีโอความละเอียด Full-HD มีความยาว 15 นาที ใส่เอฟเฟกต์ทั่วไป ด้วยการ Insert ภาพและเสียง ระบบใช้เวลาในการทำงานประมาณ 32 นาที ก็เป็นอันเสร็จสิ้น อย่างที่ได้แนะนำไปว่า หากต้องการจะเน้นไปที่การทำงานที่หนักมากขึ้น กับโปรแกรมเฉพาะทาง ทางเลือกของโมเดลรุ่น AMD Ryzen 7 มีความน่าสนใจ ส่วนในช่วงการใช้งานอาจมีบางจังหวะที่กระตุกเล็กน้อย เช่น ระหว่างการเลื่อนไทม์ไลน์ และพรีวิวภาพ เป็นปกติของการใช้งานที่เป็นซีพียูรุ่นน้องเล็ก และการ์ดจอแบบออนบอร์ดนั่นเอง แต่ในภาพรวมถือว่าทำงานได้ดีในระดับหนึ่ง

MSI PRODP20ZA

และในครั้งนี้เราใช้งานร่วมกับจอแสดงผล MSI PRO MP241X ซึ่งเป็นจอที่ให้พื้นที่แสดงผล 23.8″ ใกล้เคียงกับ MSI PRO MP243 ความละเอียด Full-HD โดยเป็นจอพาแนล VA ให้ความสว่างสดใส และมุมมองที่กว้างใกล้เคียงกับ IPS เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน หรือจะนำไปใช้ในสำนักงาน กับความสว่างสดใส และสีสันที่คมชัด ปรับแต่งได้ง่ายผ่านทางปุ่ม OSD ด้านหลังจอ มาพร้อมพอร์ตแสดงผล ที่มีให้เลือกทั้ง HDMI และ VGA เพื่อความสะดวกต่อการใช้งาน

MSI PRODP20ZA

แต่ที่น่าสนใจคือ MSI PRO MP241X รุ่นนี้ มี VESA Mount ด้านหลัง สำหรับติดตั้งกับ Wall mount หรือ Arm table เพื่อแขวนหรือติดกับขาจับจอบนโต๊ะได้ง่าย รวมถึงเมื่อใช้ร่วมกับอแดปเตอร์ ก็จะสามารถต่อ MSI Pro DP20ZA เข้ากับด้านหลังจอ เพื่อประหยัดพื้นที่บนโต๊ะทำงานได้อีกด้วย นับว่าเป็นโซลูชั่นที่เหมาะกับการทำงานในทืุกวันนี้ได้เป็นอย่างดี

MSI PRODP20ZA

นอกจากนี้ยังมีพื้นที่แสดงผลขนาดใหญ่ ทำให้แบ่งหน้าจอในการใช้งานได้สะดวก และใช้งานได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการทำงานเอกสาร ตรวจเช็คไฟล์งาน หรือจะด้านความบันเทิง ดูหนัง พร้อมดูหุ้นไปพร้อมกัน ด้วยการปรับแต่งเพียงเล็กน้อย เช่น การเพิ่มหรือลด Scale บนหน้าจอ ก็ช่วยให้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้นแล้ว

MSI PRODP20ZA

ด้วยมุมมองที่กว้าง ก็ทำให้การใช้งานด้านภาพและวีดีโอได้ชัดเจน ผิดเพี้ยนน้อย รวมถึงใช้ในการแบ่งปันหน้าจอให้กับคนข้างๆ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน ลูกค้าหรือสมาชิกภายในบ้านให้เห็นได้อย่างชัดเจน

MSI PRODP20ZA

นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถต่อจอแสดงผลได้ถึง 3 จอพร้อมกัน ผ่านทางพอร์ตสัญญาณ Output ที่อยู่ทางด้านหลังของ MSI PRODP20ZA ไม่ว่าจะเป็น HDMI, DisplayPort และ VGA ให้คุณขยายศักยภาพการทำงานของคุณได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การท่องอินเทอร์เน็ตหาข้อมูล เทรดหุ้น ไปจนถึงการสตรีมมิ่งได้แบบลื่นๆ เลยทีเดียว


Battery / Heat / Noise

MSI PRODP20ZA

สุดท้ายก็เป็นเรื่องของอุณหภูมิในการทำงาน เห็นเคสเล็กๆ แบบนี้ แต่ก็จัดการเรื่องอุณหภูมิได้ดีพอสมควร โดยเฉพาะกับพัดลมซีพียูขนาดใหญ่ และครอบคลุมอุปกรณ์อื่นๆ ทั่วทั้งเมนบอร์ด ลมที่พัดเข้าไป ก็สามารถกระจายลมไปได้ทั่ว ลดความร้อนได้ดี โดยอุณหภูมิสูงสุดในการทดสอบบนแบบ Full load บนโปรแกรม FURmark อยู่ที่ราว 76 องศาเซลเซียสเท่านั้น โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 65-68 องศาเซลเซียสเท่านั้น ถือว่าทำได้ดี เพราะโอกาสการใช้งานซีพียูระดับ 100% แบบนี้ มีไม่มากนัก ฉะนั้นหากเป็นการทำงานโดยทั่วไปน่าจะอยู่ที่ราว 55-60 องศาเซลเซียส เท่านั้น


Conclusion / Award

MSI PRODP20ZA

สรุปภาพรวมของ MSI PRODP20ZA รุ่นนี้ ผมว่าเหมาะกับคนที่ต้องการคอมทำงาน หรือใช้ในสำนักงานยุคใหม่ เน้นความมินิมอล ดูมันสมัย ลองนึกภาพดูครับว่า บ้านที่เป็นแบบ Smart Home ใช้งานไร้สายให้มากที่สุด โต๊ะคอมที่ไม่ต้องเทอะทะ และพีซีที่จัดวางได้ในทุกแนว ตกแต่งห้องได้สวย แต่ทำงานที่เหมือนกับใช้คอมเครื่องใหญ่ จะต่อ 3 จอก็ง่าย ทำงานเอกสาร ท่องเน็ตหาข้อมูล หรือจะเทรดหุ้น สตรีมมิ่งวีดีโอไปพร้อมกัน ก็ยังได้ครับ

แต่ก็บอกตรงๆ ว่าอาจจะไม่ใช่สำหรับคอเกม ด้วยสเปคที่ไม่ได้ใส่การ์ดจอแยกมาให้ จะเล่นได้ในบางเกม ที่ไม่ได้เรียกใช้ทรัพยากรมากมายนัก เกมออนไลน์พอเล่นได้แบบที่เราได้ทดสอบบน DOTA2 และ PUBG ที่เล่นได้ลื่นในระดับ Low หรือ Medium Detail ในแง่ของการอัพเกรด ก็ยังทำได้ แม้ในเคสจะมีพื้นที่จำกัดก็ตาม เพราะเพิ่มได้ทั้ง SSD และ RAM บนสล็อตที่เหลือ 

สุดท้ายก็คือ พอร์ตที่ให้มาก็เรียกว่าเกือบครบครัน ให้คุณต่อพ่วงอุปกรณ์ได้อย่างเต็มที่ รวมถึงมี WiFi มาในตัวอีกด้วย สนนราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 15,000 บาท การรับประกัน 3 ปี เป็นแบบ Onsite Pickup and Return อุ่นใจได้ในการใช้งาน โดยซีรีย์ DP20ZA จะมีทั้งหมด 3 รุ่น

ซื้อสินค้า MSI ได้ที่: https://msi.gm/DP20ZA-NBS

  • MSI PRODP20ZA 5M-205TH เริ่มต้น 23210.-
  • MSI PRODP20ZA 5M-206TH 18920.-
  • MSI PRODP20ZA 5M-207TH 15070.-

ข้อมูลเพิ่มเติม: MSI PRODP20ZA

from:https://notebookspec.com/web/682753-msi-pro-dp20za-mini-pc

โน๊ตบุ๊คเล่นเกมราคาถูก 8 รุ่น เริ่มไม่ถึง 30,000 ปี 2023 เล่นเกมใหม่ เฟรมเรตลื่น

โน๊ตบุ๊คเล่นเกมราคาถูก 8 รุ่นเด็ด เริ่ม 29,900 การ์ดจอแรง จอใหญ่ เล่นเกมลื่น อัพเกรดได้

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม

โน๊ตบุ๊คเล่นเกมราคาถูก 8 รุ่น ต้นปี 2023 ครั้งนี้จัดมาให้สำหรับคอเกม ที่กำลังมองหาโน๊ตบุ๊คสำหรับเล่นเกมใหม่ๆ ในปีนี้ กับราคาในระดับที่จ่ายง่าย สบายกระเป๋า เริ่มแค่ 29,900 บาท ไปจนถึง 35,900 บาท แต่เล่นเกมได้แบบโหดๆ กับสเปคที่ให้คุณเล่นเกมบนความละเอียด Full-HD ได้ลื่น ว่ากันตั้งแต่ซีพียูระดับ Intel Core i5 จนถึง Core i7 และ AMD Ryzen 5 กับความแรงที่จะตอบโจทย์ทั้งการเล่นเกมพื้นฐาน ไปจนถึงเกมระดับ AAA โดยมีกราฟิกการ์ด GeForce RTX3050, RTX3050Ti และ RTX3060 ให้ใช้งาน จอแสดงผลขนาดใหญ่ ซึ่งในเวลานี้มีให้เลือกเกือบทุกแบรนด์ แต่จะมีรุ่นไหนที่น่าสนใจ ซึ่งเข้ามาตามเงื่อนไขหรือจัดสเปคให้เกินจากนี้บ้าง ไปติดตามชมกันครับ

โน๊ตบุ๊คเล่นเกมราคาถูก 8 รุ่น ปี 2023

  1. MSI GF66 Katana 12UC
  2. ASUS TUF Gaming A17
  3. Gigabyte A5 K1
  4. Gigabyte G5 ME
  5. HP Victus Gaming 16
  6. ASUS TUF Dash F15
  7. Lenovo Gaming3
  8. Acer Nitro AN515

1.MSI GF66 Katana 12UC

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม

มาเริ่มกันที่โน๊ตบุ๊คเล่นเกมรุ่นแรก ที่ทำราคาออกมาได้ดีเลยทีเดียว สำหรับ GF66 Katana ซึ่งเป็นซีรีส์ในตระกูลเกมมิ่ง ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปีที่ผ่านมา เพราะเรื่องของการดีไซน์และวัสดุ มีความคุ้มค่าน่าสนใจ แม้ว่าจะไม่ได้มีลูกเล่นหวือหวามากนัก คีย์บอร์ดเป็นไฟสีแดง ตัดกับโครงสร้างสีดำ ดูโหดๆ ดีเหมือนกัน แต่ถ้าเน้นที่พลังในการเล่นเกม หน้าจอขนาดใหญ่ สีสดใส ระดับ 15.6″ FHD และรีเฟรชเรตสูงถึง 144Hz ก็ต้องบอกว่า ราคาหาตัวจับมาแข่งได้ยาก ซึ่งทาง MSI ใส่ขุมพลัง Intel Core i5-12450H เกมมิ่งซีพียูตัวแรงมาให้ พร้อมแรม DDR5 8GB และใส่การ์ดจอ GeForce RTX3050 4GB มาให้ด้วย แบตเตอรี่อาจจะไม่ใหญ่นัก น้ำหนักตัวเลยอยู่ที่ประมาณ 2.25Kg เท่านั้น พอร์ตจัดมาให้ครบ เช่นเดียวกับชุดระบายความร้อน CooloerBoost 5 ที่มีฮีตไปป์หลายเส้น คู่กับพัดลมคู่ขนาดใหญ่ อันเป็นเอกลักษณ์ กับการรับประกัน 2 ปี ราคาอยู่ที่ราว 29,900 บาทเท่านั้น

Advertisementavw
จุดเด่น ข้อสังเกต
มาพร้อมแรม DDR5 ไม่มี Thunderbolt 4
แบตค่อนข้างอึด

ข้อมูลเพิ่มเติม: MSI


2.ASUS TUF Gaming A17

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม

เป็นอีกหนึ่งโน๊ตบุ๊คเล่นเกมตัวคุ้มสุดโหด ดีไซน์สวย ฟังก์ชั่นเด่นในตลาดบ้านเรา สำหรับงบประมาณ 3 หมื่นกว่าบาท ซึ่งมีการต่อยอดมาอย่างต่อเนื่องจาก ASUS TUF รุ่นก่อนๆ มาได้ดี จากบอดี้ที่ก่อนหน้านี้เน้นอึดถึก ดูบึกบึน มาถึงตอนนี้ เริ่มปรับเส้นสายและมิติให้ดูบาง ลงตัวมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Cover สีเทาเรียบๆ แต่ใส่โลโก้ให้ดูสะดุดตา ด้านใต้เป็นช่องลมแบบรังผึ้ง ด้านในลายอลูมิเนียมปัดเสี้ยน และให้หน้าจอใหญ่ 17.3″ FHD อัตรารีเฟรชเรตสูงถึง 144Hz ขุมพลัง AMD Ryzen 7 4800H พร้อมแรม DDR4 3200 8GB อัพเกรดเพิ่มได้ และ SSD 512GB โดยใช้การ์ดจอพิมพ์นิยม GeForce RTX3050 มาด้วย กับระบบเสียงสุดกระหึ่มเอาใจเกมเมอร์ และคอบันเทิงได้ดีทีเดียว พอร์ตต่อก็ครบ ทั้ง USB 3.2, USB Type-C ที่ใช้ต่อจอได้ และ HDMI ไปจนถึง LAN ชุดระบายความร้อนพัดลมคู่ และฮีตไปป์ จุดเด่นอยู่ที่คีย์บอร์ดแสงไฟ RGB ปรับแต่งได้ พร้อมโพรไฟล์ให้เลือก 4 แบบด้วยกัน การรับประกัน 2 ปี ราคาประมาณ 30,990 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
คีย์บอร์ด RGB แรม DDR4
จอขนาดใหญ่

ข้อมูลเพิ่มเติม: ASUS


3.Gigabyte A5 K1

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม

เข้าป้ายมาอีกหนึ่งรุ่นสำหรับโน๊ตบุ๊คเล่นเกมจาก Gigabyte ที่จัดสเปคมาให้แบบจัดเต็ม ไม่เป็นรองใคร อาจจะต่างจากรุ่นของ G5 อยู่บ้าง ในแง่ของบอดี้ที่อาจะดูบึกบึนขึ้นมา แต่มาในสไตล์ที่ดูเป็นเกมมิ่งดุดัน ให้ขุมพลังมาเพื่อรีดเฟรมเรตโดยเฉพาะ กับโครงสร้างที่แข็งแกร่ง หน้าจอแบบ 15.6″ IPS 144Hz Full-HD และมีขอบจอบางพิเศษ โดยให้ซีพียู AMD Ryzen 5 5600H ที่รับได้ทั้งงานและการเล่นเกมปัจจุบัน พร้อมแรม DDR4 3200 8GB เช่นเดียวกับ SSD 512GB มาตรฐาน รองรับการอัพเกรดได้พอสมควร ส่วนการ์ดจอต้องจัดว่าแรงแซงหน้าคู่แข่งในงบพอกัน เพราะจัด RTX3060 มาให้ เล่นเกมได้ลื่นมากขึ้น ส่วนคีย์บอร์ดสไตล์เกมมิ่ง ที่มีแสงไฟ Backlit มาในตัว ตั้งรูปแบบแสงไฟได้ 15 สี พอร์ตโดดเด่นตรงที่มี Mini DP เพิ่มมาให้ นอกเหนือจาก HDMI จึงต่อเพิ่มได้อีก 2 จอ และพอร์ต USB 3.2 Type-C แต่ไม่มี Thunderbolt 4 มาให้ น้ำหนักตัวประมาณ 2.12Kg ราคาสบายกระเป๋า 31,990 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
ให้การ์ดจอ RTX3060 แรม DDR4
มีพอร์ต HDMI และ Mini DP ต่อจอใหญ่ได้

ข้อมูลเพิ่มเติม: Gigabyte


4.Gigabyte G5 ME-51TH263SH

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม

มาถึงโน๊ตบุ๊คเล่นเกมจากทาง Gigabyte ซึ่งเป็นค่ายที่ช่ำชองในตลาดของเกมมิ่งมายาวนาน และในไทยก็มีโน๊ตบุ๊คที่ล้ำๆ มาให้ได้ใช้กันด้วย ในราคาที่เป็นกันเอง อย่างเช่น G5 Gen12 รุ่นนี้ ที่ใส่มาทั้งดีไซน์และฟีเจอร์น่าสนใจมากมาย หน้าจอขนาด 15.6″ FHD 144Hz ฝาหลังมีการออกแบบเส้นสายให้ดูไม่น่าเบื่อ กับบอดี้ที่ดูปรับให้ลงตัวมากขึ้น บานพับขนาดใหญ่ เน้นการใช้งานที่ไม่โยกคลอนง่าย พอร์ตต่อพ่วงกระจายออกไปในทุกด้าน เพื่อลดความแออัด ขุมพลัง Intel Core i5-12500H และให้แรม DDR4 3200 8GB มาให้ และ SSD 512GB แต่ขยับการ์ดจอให้แรงขึ้นอีกนิดกับ RTX3050Ti น้ำหนักทำได้ค่อนข้างดีอยู่ที่ 1.9Kg เท่านั้น กับระบบเสียง DTS:X จัดเต็มสำหรับคอเกม คู่กับลำโพงใต้เครื่องให้มิติเสียงได้สนุก โดยมีพอร์ตพื้นฐานอย่าง USB 3.2 Type-C และ HDMI รวมถึง Mini-DP มาให้ จะขาดไปเพียง Thunderbolt 4 ที่จะอยู่ในรุ่น G5 KE เท่านั้น อย่างไรก็ดีโดยรวมยังถือว่ามาแบบครบๆ สเปคก็ถือว่าจัดจ้าน กับการรับประกัน 2 ปี ในราคา 32,490 บาท เท่านั้น

จุดเด่น ข้อสังเกต
ได้การ์ดจอ RTX3050Ti ไม่มี Thunderbolt 4
ดีไซน์ทันสมัย

ข้อมูลเพิ่มเติม: Gigabyte


5.HP Victus Gaming 16-e1081AX

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม

มาถึงโน๊ตบุ๊คเล่นเกมตัวแกร่งของทาง HP กันบ้าง ใครที่ชื่นชอบเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่มีมิติเพรียวบาง Victus ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ดีไซน์ของรุ่นนี้ จะออกไปทางสาย Pavilion ที่ดูมีความหรูหรา และให้ความแรงที่แตกต่าง กับหน้าจอขนาดใหญ่ 16″ ที่กว้างขึ้น ความละเอียด Full-HD รีเฟรชเรต 144Hz จัดได้ว่าเป็นหน้าจอที่สว่างสดใส ให้ความแม่นยำของสีได้ดีพอสมควร กับสเปคที่จัดว่าขิงกับค่ายอื่นได้สบาย ในราคาเดียวกัน เพราะได้ซีพียูใหม่อย่าง AMD Ryzen 5 6600H 6 core/ 12 thread กับความเร็วสูงสุด 4.5GHz ที่มากับแรม DDR5 ที่เสริมความแรงมาให้ถึง 16GB รวมถึง SSD 512GB และการ์ดจออย่าง GeForce RTX 3050Ti อีกด้วย อีกทั้งยังให้ระบบเสียงมาเพื่อคอเกมโดยเฉพาะ กับพอร์ตเชื่อมต่อสำคัญก็มีมาเกือบครบ อย่าง USB 3.2 Type-C, HDMI และ RJ-45 แต่คีย์บอร์ดจะมาในแบบแสงไฟสีขาวมาเท่านั้น การรับประกันเป็นแบบ 2 ปี On-site service ราคาอยู่ที่ 33,400 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
แรม 16GB คีย์บอร์ดไฟขาว
ได้การ์ดจอ RTX3050Ti

ข้อมูลเพิ่มเติม: HP


6.ASUS TUF Dash F15 FX517

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม

เรียกว่าสายของ TUF Dash จาก ASUS ไม่เคยแผ่ว โตในสายเกมมิ่งได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งโน๊ตบุ๊คเล่นเกมรุ่นนี้เอง ก็จัดว่าน่าสนใจ เพราะใส่ขุมพลังตัวแรง อย่าง Intel Core i5-12450H เกมมิ่งตัวแรงมาด้วย คู่กับแรม DDR5 8GB รองรับการอัพเกรดเพิ่มได้ เช่นเดียวกับ SSD 512GB M.2 รุ่นใหม่ ความเร็วสูง กับหน้าจอขนาด 15.6″ FHD อัตรารีเฟรชเรต 144Hz ซึ่งขอบจอบางพิเศษ กับใครที่อยากจะได้การ์ดจอที่แรงขึ้นสุดในราคาระดับนี้ ASUS ให้มาเป็น RTX3050Ti พร้อม MUX switch ในตัว คีย์บอร์ดแสงไฟ RGB ใช้งานร่วมกับ AURA Sync ได้ จุดเด่นอยู่ที่การนำเสนอความทนทานกับดีไซน์ที่สวยโดดเด่น วัสดุเป็นอะลูมิเนียม ชุดระบาบความร้อนออกแบบมาเป็นพิเศษ Arc Flow Fans ที่ให้การหมุนเวียนของอากาศได้ดี ช่วยลดความร้อนในขณะเล่นเกม กับพอร์ตต่อพ่วงสำคัญอย่าง Thunderbolt 4, USB 3.2 Type-C และ HDMI มีให้ใช้ครบ กับการรับประกัน 2 ปีและ Perfect Warranty น้ำหนักเบาเพียง 2Kg. เท่านั้น เคาะราคามาที่ 34,990 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
ได้ RTX3050Ti
คีย์บอร์ดแสงไฟ RGB

ข้อมูลเพิ่มเติม: ASUS


7.Lenovo IdeaPad Gaming 3 15IAH7

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม

สำหรับโน๊ตบุ๊คเล่นเกมจากทาง Lenovo ในราคาระดับนี้ ทำให้ผมชั่งใจพอสมควร ระหว่างรุ่นนี้ที่ใช้ Intel Core i5-12500H กับ i5-12450H เพราะได้การ์ดจอต่างกันในราคาเบียดๆ กันเลยทีเดียว โดย i5-12450H+RTX3050Ti ราคาสูงกว่ารุ่นนี้ 1,000 บาทเท่านั้น น่าสนใจด้วยกันทั้งคู่ แต่ถ้าคุณอยากได้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คและจะแบ่งไปจัดเกมมิ่งเกียร์ด้วย ก็จัดรุ่นนี้ได้เลย ดูคมเข้ม ยิ่งรุ่นสีขาว Limited Edition ยิ่งโดนใจกับแสงไฟสีฟ้า การออกแบบใหม่ จัดว่าสวยลงตัว จอขนาด 15.6″ FHD รีเฟรชเรตสูงถึง 165Hz จอสีตรง ให้ความสว่างสูง โดยมีแรม DDR4 3200 8GB อัพเกรดเพิ่มได้ และ SSD 512GB ที่มีสล็อตเพิ่มให้ ระบบเสียง Nahimic สดใส เอฟเฟกต์แน่น พอร์ตมีให้ครบ ส่วนใหญ่ไปอยู่ด้านหลังทั้ง Thunderbolt 4 และ HDMI คีย์บอร์ดกดได้สนุก ชุดระบายความร้อนขนาดใหญ่ ออกแบบมาได้ดี น้ำหนักประมาณ 2.31Kg รับประกัน 3 ปีแบบ Onsite Service ราคาอยู่ที่ 33,900 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
อัตรารีเฟรชเรตสูง 165Hz น้ำหนัก 2.31Kg
มี Thunderbolt 4

ข้อมูลเพิ่มเติม: Lenovo


8.Acer Nitro AN515-58

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม

เป็นอีกค่ายหนึ่งที่ออกโน๊ตบุ๊คเล่นเกมในกลุ่มเกมมิ่งได้ถูกอกถูกใจเหล่าเกมเมอร์มายาวนาน ในซีรีส์ Nitro ถือว่าโดดเด่น และทำราคาที่จับต้องได้ง่าย ใส่ฟีเจอร์มาแน่น เช่นเดียวกับสเปคที่ไม่ธรรมดา โดยมีซีพียู Intel Core i5-12500H ที่ถือว่าจัดจ้าน แต่น่าเสียดายที่ใส่แรม DDR4 มาให้ แต่ก็จัดมาให้เยอะกว่าคู่แข่ง เพราะให้ถึง 16GB และให้การ์ดจอเริ่มต้นอย่าง RTX3050 มาอีกด้วย กับหน้าจอแสดงผล 15.6″ FHD 165Hz เป็นแบบ IPS สีสดใสคมชัด เรื่องของเส้นสาย Cover มาในแบบที่เด่น ตามสไตล์ของรุ่นนี้ ด้านในขอบจอบางเฉียบ และฝาพับที่ค่อนข้างแข็งแรง คีย์บอร์ดเป็นแบบ RGB 4 zone ปรับโพรไฟล์สีได้ กดแน่นสำหรับการเล่นเกมโดยเฉพาะ การระบายความร้อนมาพร้อมพัดลม 2 ตัวกับฮีตไปป์ ด้านท้ายตัวเครื่องออกแบบมาให้มีช่องระบายความร้อนขนาดใหญ่มาให้ ทำงานคู่กับ Nitro Sense ให้การรับประกัน 3 ปี ราคา 35,900 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
ได้จอรีเฟรชเรต 165Hz
แรม 16GB

ข้อมูลเพิ่มเติม: Acer


Conclusion

Display CPU RAM SSD Graphic Price
1.MSI GF66 Katana 12UC 15.6″ 144Hz Intel Core i5-12450H DDR5 8GB 512GB RTX3050 29,900 บาท
2.ASUS TUF Gaming A17 17.3″ 144Hz AMD Ryzen 7 4800H DDR4 8GB 512GB RTX3050 30,990 บาท
3.Gigabyte A5 K1 15.6″ 144Hz AMD Ryzen 5 5600H DDR4 8GB 512GB RTX3060 31,990 บาท
4.Gigabyte G5 ME 15.6″ 144Hz Intel Core i5-12500H DDR4 8GB 512GB RTX 3050Ti 32,490 บาท
5.HP Victus Gaming 16 16.0″ 144Hz AMD Ryzen 5 6600H DDR5 16GB 512GB RTX 3050Ti 33,400 บาท
6.ASUS TUF Dash F15 15.6″ 144Hz Intel Core i5-12450H DDR5 8GB 512GB RTX 3050Ti 34,990 บาท
7.Lenovo Gaming3 15.6″ 165Hz Intel Core i5-12500H DDR4 8GB 512GB RTX3050 33,900 บาท
8.Acer Nitro AN515 16.0″ 165Hz Intel Core i5-12500H DDR4 16GB 512GB RTX3050 35,900 บาท

ก็เรียกว่าน่าจะครบครันไปแล้ว สำหรับข้อมูลของ 8 โน๊ตบุ๊คเล่นเกมราคาถูกในงบเริ่ม 29,900 บาท ซึ่งมีหลายรุ่นที่น่าสนใจ ซึ่งหากต้องการซีพียู และสเปคที่ค่อนข้างใหม่ ราคาราวๆ 3 หมื่นกว่าบาท มีให้เลือกมากมายเลยทีเดียว ถ้าเน้นราคาเริ่มต้น MSI GF66 ดีไซน์เกมมิ่ง ดุดันสเปคน่าใช้ แต่ถ้าอยากได้จอใหญ่ 17.3″ ซีพียูแรงๆ ASUS TUF A17 ตอบโจทย์คุณได้ ส่วนถ้าเลือกเฉพาะการ์ดจอแรงๆ มีทั้ง Gigabyte G5, HP Victus และ ASUS TUF Dash F15 ถือว่าน่าใช้ และถ้าต้องการจอรีเฟรชเรตสูง Lenovo และ Acer Nitro ทั้งคู่มาเป็น 165Hz แล้ว ส่วนถ้าอยากได้แรม 16GB มีทั้ง HP และ Acer แต่ HP จัดมาเป็น DDR5 อีกด้วย ที่เหลือจะเป็นเรื่องของดีไซน์และฟังก์ชั่น อย่างเช่น เรื่องการระบายความร้อน คีย์บอร์ดไฟ RGB หรือจะเป็นพอร์ต Thunderbolt 4 ก็มีให้ในบางรุ่น อยู่ที่คุณจะตัดสินใจเลือกใช้ และเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นไหนโดนใจคุณบ้าง อย่าลืมคอมเมนต์มาบอกเพื่อนๆ กันบ้างนะครับ

from:https://notebookspec.com/web/682754-8-value-gaming-notebook-2023

โน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000 ลดคุ้ม 8 รุ่น ขายของออนไลน์ เล่นเน็ต ดูหนังปี 2023

โน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000 สุดประหยัด 8 รุ่น งานเอกสาร แต่งภาพ ดูหนัง เล่นเกมออนไลน์ ปี 2023

โน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000

โน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000 งบประหยัดที่อาจจะดูยาก แต่ก็พอหาซื้อได้ สำหรับคนที่งบจำกัด เช่น 8 โน๊ตบุ๊คสุดราคาต่ำกว่าหมื่นที่เรานำมาเป็นตัวอย่าง ที่ต้องการได้โน๊ตบุ๊คมาทำงานเบาๆ เช่นการเรียน ขายของออนไลน์ ทำเอกสาร ท่องเน็ตหรือดูหนังเพลินๆ ได้ ปี 2023 นี้ก็มีให้เลือกเยอะ แต่ก็ต้องมีข้อพิจารณาหลายจุด เพราะโน๊ตบุ๊คราคานี้ ส่วนใหญ่จะเป็นโน๊ตบุ๊คมือสอง จะมีตั้งแต่สภาพกลางเก่า กลางใหม่ หรือถ้าโชคดีอาจจะได้โน๊ตบุ๊คที่ใช้งานน้อย สภาพสวยมาใช้ นอกจากนี้อาจจะมีมือใหม่ๆ หลุดมาบ้าง สเปคประหยัด แต่รองรับงานพื้นฐานต่างๆ ได้พอสมควร ซึ่งถ้าใครมองว่าไม่ได้ซีเรียสกับเรื่องเหล่านี้ ก็ตามเรามาเลยครับ วันนี้เรามีคำแนะนำมาฝากกันครับ

โน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000 ปี 2023

  1. HP Chromebook 11MK G9
  2. Toshiba Dynabook R82
  3. Lenovo ThinkPad T530
  4. HP Elitebook 725 G3
  5. Dell latitude e7250
  6. Toshiba Satellite R35M
  7. Fujitsu Lifebook A574/K
  8. Acer TravelMate Spin B3

โน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000 บาท สเปคอะไร? ใช้อะไรได้บ้าง?

บางส่วนก็ต้องทราบกันก่อนว่า โน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000 บาทนี้ อาจจะหาซื้อโน๊ตบุ๊คมือหนึ่งได้ยากมาก และส่วนใหญ่ก็จะเกินกว่า 5 พันบาท ไปแตะที่ 6-7 พันบาท ที่เป็นตัวเริ่มต้น ยกเว้นว่าจะมีโปรโมชั่นให้เลือกในบางโอกาส หรือบางเทศกาลพิเศษ ซึ่งหากใครที่ซื้อทัน ก็ถือว่าโชคดี เพราะมักจะมีจำกัด ดังนั้นโน๊ตบุ๊คที่เราได้เจอราคานี้ในท้องตลาด ก็จะมีของมือสอง ที่ตกรุ่น หรือเป็นรุ่นเก่า ใช้งานมาพอสมควรให้เลือกใช้ ซึ่งหากคุณคิดว่า ไม่พร้อมกับการซื้อโน๊ตบุ๊คมือสอง ที่อาจจะต้องลุ้นกันว่าจะใช้ได้ดีแค่ไหน ก็แนะนำว่าเก็บเงินเพิ่ม เพื่อซื้อของใหม่ ในปัจจุบันพอจะมีให้เลือกในงบ 9,900 บาท

Advertisementavw
โน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000

แต่ถ้าคุณไม่มีทางออก การเลือกซื้อโน๊ตบุ๊คมือ 2 ก็ควรต้องพิจารณาในหลายๆ ส่วน เช่น

สภาพ: ควรจะเป็นเรื่องแรกๆ ที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะเป็นมือสองในราคาที่ประหยัดแบบนี้ หากได้โน๊ตบุ๊คสภาพดี มีการดูแล ใช้งานได้ตามปกติ ไม่สวยมาก แต่โดยรวมใช้ได้ ก็น่าสนใจ แต่ถ้าสภาพเกินจะรับไหว เช่น บานพับหัก บอดี้แตก ทัชแพดพัง ปุ่มหลุด พอร์ตเสีย จอสีเพี้ยนหรือเปิดเครื่องแล้วเสียงดังผิดปกติ แม้ราคาจะดี แต่เลี่ยงได้ ก็เลี่ยงครับ เพราะเราซื้อไปใช้ ไม่ได้ซื้อไปซ่อมต่อ เพราะฉะนั้นดูให้ละเอียดก่อนจะจ่ายเงินครับ

โน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000

ประสิทธิภาพ: อาจจะเป็นเรื่องรองลงมา แต่ว่าก็ต้องให้ความสำคัญเช่นกัน เพราะคุณจะต้องใช้ไปอีกนานกับเครื่องนี้ มันควรจะตอบสนองงานของคุณได้ดีมากพอ เพราะทำงานไปกระตุกไป เปิดไฟล์ช้ามาก ย้ายไฟล์เยอะๆ ก็แฮงก์อีก แบบนี้คงไม่ดี การเลือกโน๊ตบุ๊คให้มีประสิทธิภาพ เหมาะกับเงินที่จ่ายไป ไม่ใช่เรื่องยากนัก เช่น ดูราคาในรุ่นต่างๆ แล้วเอามาเปรียบเทียบกัน อาจไม่ต้องถูกสุด แต่อยู่ในงบที่คุณมี และให้สเปคที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็น ซีพียู แรม SSD การ์ดจอ เป็นต้น

ระยะเวลาการใช้งาน: อีกหนึ่งปัญหาที่ผู้ใช้โน๊ตบุ๊คส่วนใหญ่เจอกันก็คือ แบตเตอรี่ ที่เสื่อมสภาพตามการใช้งานและการจัดเก็บ ซึ่งอาการที่เจอก็คือ ไม่เก็บประจุ ทำให้ใช้งานได้ไม่นาน หรือบางครั้งต้องเสียบชาร์จไปด้วยตลอดเวลาเมื่อใช้งาน เพราะชาร์จไฟไม่เข้าแล้ว ถ้าแบบนี้ผมไม่แนะนำครับ เพราะค่อนข้างลำบากในการนำไปใช้ข้างนอก อีกทางเลือกหนึ่งก็อาจใช้การเปลี่ยนแบตฯ ใหม่ ซึ่งราคาเริ่มที่หลักร้อยไปจนถึงหลักพัน แล้วแต่รูปแบบ ขนาดและรุ่นของโน๊ตบุ๊ค ซึ่งในปัจจุบันสามารถหาได้เกือบทุกรุ่นในตลาด

โน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000

การรับประกัน: โน๊ตบุ๊คมือสอง ส่วนใหญ่จะใกล้หมดประกัน หรือหมดไปแล้ว ยิ่งเป็นเจนเนอเรชั่นเก่าๆ ก็มักจะไม่มี เลยเป็นแค่การรับประกันของร้าน อาจจะเป็นวันหรือเดือนเท่านั้น ตรงนี้อาจต้องเจรจากับทางร้านเป็นเอกสารชัดเจน เพื่อความสบายใจ แต่หลายร้านก็มีบริการที่ดี แม้จะหมดประกันไปแล้วก็ตาม

ถ้าเป็นโน๊ตบุ๊คมือสอง โน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000 แบบนี้ จะได้สเปคอะไร เอามาใช้ทำอะไรได้บ้าง?

โน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000

สเปคของโน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000 บาทนี้ มีค่อนข้างหลากหลาย เพราะขึ้นอยู่กับร้านหรือผู้ขายที่จะตีราคาตามสภาพ ความสดใหม่ และสเปคที่มีความแรง ตามซีพียู การ์ดจอ แรมเป็นต้น แต่ที่เรามักจะพบกันบ่อยๆ เวลานี้ ก็จะเป็น Intel Core Gen3 หรือ Gen4 และ Intel Celeron เป็นบางครั้ง รวมถึง AMD A8 เป็นต้น โดยพื้นฐานจะเป็นซีพียู 2 core หรือ 4 core รวมถึงแรมเริ่มต้น 4GB ส่วนการจัดเก็บข้อมูลอาจเป็นฮาร์ดดิสก์หรือ SSD 240-256GB เป็นต้น บนหน้าจอระดับ 13.3″ ไปจนถึง 15.6″ โดยมีกราฟิก

ซึ่งหากเรามองกันที่สเปคเหล่านี้ ในแง่ของประสิทธิภาพ การทำงานพื้นฐาน เช่น งานด้านเอกสาร ท่องเว็บไซต์ ดูหนัง เรียกว่าใช้งานได้ แต่อาจจะเปิดไฟล์ขนาดใหญ่ได้ช้า หรือว่าเปิดหน้าเว็บเยอะๆ พร้อมกันไม่สะดวกนัก เนื่องจากแรมมีค่อนข้างน้อย รวมถึงซีพียูที่ไม่ได้รองรับการทำงานแบบมัลติทาส์กกิ้ง หลายอย่างพร้อมๆ กันได้มากนักนั่นเอง

แต่ถ้าใครรับได้กับงบประมาณที่ไม่สูง แต่ได้โน๊ตบุ๊คมาทำงาน แล้วค่อยอัพเกรดในภายหลังก็ได้ อย่างน้อยๆ เพิ่มแรมกับ SSD ในปัจจุบันก็มีค่าใช้จ่ายไม่มากนัก

แต่ก่อนที่จะไปดูโน๊ตบุ๊คในงบประมาณ 5,000 บาท ทีมงานของแจ้งไว้ก่อนว่า โน๊ตบุ๊คที่นำมาให้ชมกันนี้ “เป็นเพียงแนวทาง และตัวอย่างของสเปค ราคา เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชี้นำ” การตัดสินใจเลือกซื้อ เป็นวิจารณญาณของแต่ละบุคคล หากสนใจก็สามารถนำไปเป็นไอเดียในการเลือกซื้อกันต่อไปครับ ส่วนถ้าอยากจะลองเข้าไปดูในรายละเอียด สามารถคลิ๊กได้จาก “ตัวเลขราคา” ของแต่ละรุ่นกันได้เลย


1.HP Chromebook 11MK G9

โน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000

เป็นโน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000 ที่เรียกว่าเป็น Chromebook ซึ่งใช้ซีพียูโมบาย และใช้ระบบปฏิบัติการ ที่เป็น Chrome OS แต่สามารถดาวน์โหลดแอพฯ มาใช้ รวมถึงได้หน้าจอขนาดกระทัดรัด 11.6″ HD (1366 x 768) พกพาสะดวก ซีพียู MediaTek MT8183 ความเร็ว 2GHz มาให้ พร้อมแรม LPDDR4x 8GB ออนบอร์ด ส่วนการจัดเก็บข้อมูลมีแค่ 32GB แต่ผู้ใช้สามารถเลือกเก็บข้อมูลผ่านระบบ Cloud storage ได้ หรือใช้ External Drive ในการจัดเก็บ กราฟิกจาก ARM Mali G72 MP3 ซึ่งเหมาะสำหรับการเล่นเกมออนไลน์บนโมบายได้ดี น้ำหนักประมาณ 1.34Kg เท่านั้น รองรับการเชื่อมต่อ WiFi และ Bluetooth ได้อีกด้วย พอร์ตมีทั้ง USB 2.0, USB-C ซึ่งใช้เป็น PD Charging และ DP ได้อีกด้วย ราคา 3,990 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
ราคาประหยัด มี Storage มาเพียง 32GB
น้ำหนักเบา

2.Toshiba Dynabook R82

โน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000

โน๊ตบุ๊คกึ่งแท็ปเล็ต ที่มีทีเด็ดน่าใช้ ถอดจอได้ ทัชสกรีน น้ำหนักเบา พอร์ตจัดมาให้เต็ม ขุมพลังจาก Intel Core M-5Y10C ทำงานแบบ 2 core/ 4 thread และความเร็วสูงสุด 2.0GHz ถือว่าให้การทำงานที่เหมาะกับงานใช้งานในชีวิตประจำวัน รวมถึงเป็นซีพียูที่ใช้ในแบรนด์อื่นๆ หลายรุ่นอีกด้วย หน้าจอขนาด 12.5″ แต่พิเศษคือ ความละเอียดสูงถึง 1920 x 1200 และเป็นแบบทัชสกรีน มีแรม DDR3 4GB และใส่ SSD M.2 128GB มาให้อีกด้วย ส่วนกราฟิกเป็น Intel Graphic HD 5300 พอร์ตก็ไม่น้อยเช่นกัน มีทั้ง USB 3.0, HDMI, VGA, MicroSD card reader และ RJ-45 โน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000 บาท อยู่ที่ 4,590 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
พับจอ ถอดจอได้ มีแรมให้ 4GB
ความละเอียดหน้าจอสูง

3.Lenovo ThinkPad T530

โน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000

แต่ถ้าจะว่ากันที่โน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000 บาทบ้านเรา Lenovo ThinkPad ก็น่าจะอยู่ในใจใครหลายคน ด้วยบอดี้ที่เรียกว่า ยังมีมนต์เสน่ห์ ไม่ล้าและไม่ล้ำ แต่ฟังก์ชั่นมาแบบจัดเต็ม เช่นเดียวกับความอึดทน ที่มีให้บนโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ พร้อมด้วยขุมพลังอย่าง Intel Core i5-3230M แม้ว่าจะค่อนข้างเก่าไปสักนิด เพราะรุ่นใกล้เคียงกันขยับไปที่ Gen3, Gen4 กันแล้ว แต่ในแง่ขององค์ประกอบถือว่าดี และราคาไม่ถึง 5 พันอีกด้วย ให้แรม DDR3 8GB พร้อมใช้ อัพเกรดเพิ่มได้ และฮาร์ดดิสก์ 500GB กับกราฟิก Intel HD Graphics 4600 หน้าจอใหญ่ 15.6″ HD (1366 x 768) กว้างขวาง ดูสบายตา ให้พอร์ตมาแบบครบๆ เช่น USB 3.0, Mini-DisplayPort, VGA, RJ-45 และ SD Card Reader น้ำหนักตัวประมาณ 2.1Kg ราคาอยู่ที่ 4,890 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
ได้แรม 8GB และ HDD 500GB น้ำหนักค่อนข้างเยอะ
ความทนทานสูง

4.HP Elitebook 725 G3

โน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000

โน๊ตบุ๊คในกลุ่มทำงาน และการใช้งานทั่วไป บอดี้กระทัดรัด หน้าจอ 12.5″ ความละเอียด HD (1366×768) มาพร้อมซีพียู AMD PRO A8-8600B ทำงานแบบ 4 core/ 4 thread ความเร็วสูงสุด 3.0GHz ใช้พลังงานต่ำ และมีกราฟิกในตัว AMD Radeon R6 ที่ให้ประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีในระดับหนึ่ง เช่น การดูหนัง ฟังเพลง และงานเอกสาร แต่ที่น่าสนใจคือ ให้แรม DDR3 8GB และ SSD 128GB เช่นเดียวกับพอร์ตต่อพ่วง มีให้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น USB 3.0, พอร์ต Type-C รวมถึงพอร์ตแสดงผล VGA และ RJ-45 สำหรับต่อ LAN เช่นเดียวกับ WiFi ก็มีมาในตัวอีกด้วย ซึ่งจากตัวอย่างเคาะราคาไว้ที่ 5,390 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
ได้ความบาง กระทัดรัด ให้ SSD 128GB
ให้แรมมา 8GB

5.Toshiba Satellite R35M

โน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000

สำหรับโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจในราคาระดับนี้ แม้จะเกินไปบ้าง คืออยู่ที่ 5,590 บาท แต่ถ้าดูจากสเปคและฟังก์ชั่นที่มีให้ ก็น่าใช้งาน เพราะได้ซีพียู Intel Core i5-4210U เป็นตัวประหยัดไฟ ทำงานในแบบ 2 core/ 4 thread ความเร็วสูงสุด 2.7GHz แคชขนาด 3MB รองรับแรม DDR3L ได้ที่ 16GB นั่นหมายความว่า ถ้าบนโน๊ตบุ๊คมีสล็อตเพิ่ม ก็จะอัพเกรดได้ ซึ่งพื้นฐานในรุ่นนี้มีให้ 4GB แต่เพิ่มได้ในภายหลัง โดยชุดเก็บข้อมูลเป็นฮาร์ดดิสก์ 500GB และมีกราฟิก Intel HD มาในซีพียู ให้พอทำงาน ความบันเทิงได้ดีในระดับหนึ่ง พอร์ตพื้นฐานมีให้ เช่น USB 3.0, LAN, VGA หรือจะเป็นช่องต่อหูฟัง รองรับการใช้งาน WiFi กับหน้าจอขนาดใหญ่ 15.6″ ที่น่าจะเป็น HD และมี NumPad มาให้ในตัว ใครชอบจอใหญ่ๆ โน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000 รุ่นนี้ตอบโจทย์ได้

จุดเด่น ข้อสังเกต
จอและคีย์บอร์ดขนาดใหญ่ แรมพื้นฐาน 4GB
มีฮาร์ดดิสก์มา 500GB

6.Dell latitude e7250

โน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000

เป็นโน๊ตบุ๊คในซีรีส์ทำงาน ที่ได้รับความนิยมไม่น้อยในบ้านเรา ด้วยความเรียบง่ายของการออกแบบ แต่ให้ความทนทาน และฟังก์ชั่นมาไม่น้อยเลยหน้าจอขนาด 12″ ความละเอียด HD พกพาสะดวก ภาพสีสันสดใส และยังให้ซีพียูตัวแรงอย่าง Intel Core i5-5300U มาอีกด้วย กับการทำงาน 2 core/ 4 thread ความเร็วบูสท์สูงสุด 2.9GHz รองรับแรม DDR3 ติดตั้งมาให้แล้ว 8GB ทำงานต่างๆ ได้ไหลลื่น และยังมีกราฟิกอย่าง Intel® HD 5500 ที่มาบนซีพียูให้ใช้งาน สามารถแชร์หน่วยความจำให้อัตโนมัติ พร้อมกับกล้องเว็บแคม และมี Windows 10 พร้อมใช้ โดยมีทั้งพอร์ต USB, RJ-45 และ HDMI มาให้ครบ ในราคา 5,500 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
ได้แรมมา 8GB
ซีพียูค่อนข้างใหม่ Intel Gen 5

7.Fujitsu Lifebook 574/K

โน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000

สำหรับโน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000 รุ่นนี้เป็นอีกรุ่นหนึ่งที่เห็นในตลาดมือสองบ้านเราค่อนข้างเยอะ จัดเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงาน ที่มีความอึดทนอีกรุ่นหนึ่ง อย่างในรุ่น A574/K นี้ มาในดีไซน์ที่ค่อนข้างบึกบึน กับพื้นสีดำ ตัดเส้นสายสีแดง ปุ่มใหญ่ กดได้สนุกพร้อม NumberPad มาในตัว ทัชแพดขนาดใหญ่ มีระบบสแกนลายนิ้วมือ โดยให้ซีพียู Intel Core i3-4100M ทำงานแบบ 2 core/ 4 thread ความเร็ว 2.5GHz ตัวเลือกเป็นแรม DDR3 4GB อัพเกรดได้ ฮาร์ดดิสก์ 320GB กราฟิก Intel® HD Graphics 4600 รองรับงานและความบันเทิงได้ดีพอตัว แสดงผลบนจอขนาด 15.6″ HD พร้อมการเชื่อมต่อ WiFi โดยมีพอร์ตต่อพ่วงมาพอสมควร ไม่ว่าจะเป็น USB 3.0, HDMI, ที่พิเศษก็คือ มีไดรฟ์ DVD มาด้วย เผื่อสำหรับใครจะใช้สื่อประเภทนี้อยู่ เคาะราคาที่ 5,790 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
ได้ซีพียู Intel Gen 4 ขนาดบอดี้ค่อนข้างใหญ่

8.Acer TravelMate Spin B3

โน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000

ขยับมาที่โน๊ตบุ๊คแบบทัชสกรีน เอาใจสายพกพา ขีดเขียน เน้นความคล่องตัวกันบ้าง กับโน๊ตบุ๊คจากทาง Acer TravelMate Spin พับจอในโหมดต่างๆ ได้ เช่น แท็ปเล็ต เตนท์ หรือสแตนก็ตาม จุดเด่นอยู่ที่ฟังก์ชั่น เพราะเป็นจอทัชสกรีนขนาดเล็ก 11.8″ แบบ Gorilla Glass จนเหมือนแท็ปเช็ตมากกว่า แต่ให้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 มาพร้อมซีพียู Intel Celeron N4020 ประหยัดไฟ ความเร็วบูสท์ 2.0GHz และมีแคชขนาดใหญ่ เพื่อความคล่องตัว แต่ที่น่าสนใจคือ ได้แรม DDR4 มาที่ 4GB และ SSD 64GB กราฟิก Intel UHD Graphics 600 ให้ความทนทานผ่าน MIL-STD 810H ทนละอองน้ำ แรงกระแทกในระดับหนึ่ง แบตอึดใช้ได้นาน พร้อมการเชื่อมต่อ WiFi น้ำหนักประมาณ 1.49Kg. พอร์ตมีทั้ง USB 3.2, Type-C และ HDMI ราคา 5,990 บาท ในนี้แจ้งว่าประกัน 2 ปีอีกด้วย

จุดเด่น ข้อสังเกต
ปรับพับหน้าจอในโหมดต่างๆ ได้ มี SSD 64GB
ให้เป็นแรม DDR4

Conclusion

ซีพียู แรม Storage กราฟิก จอภาพ ราคา
1.HP Chromebook
11MK G9
MediaTek
MT8183
LPDDR4x
8GB
SSD 32GB ARM Mali
G72 MP3
11.6″ HD 3,990
2.Toshiba Dynabook
R82
Intel Core M-5Y10C DDR3 4GB SSD 128GB Intel Graphic
HD 5300
12.5″ FHD 4,590
3.Lenovo ThinkPad
T530
Intel Core i5-3230M DDR3 8GB HDD
500GB
Intel HD Graphics
4600
15.6″ HD 4,890
4.HP Elitebook
725 G3
AMD PRO
A8-8600B
DDR3 8GB SSD 128GB Radeon R6 12.5″ HD 5,390
5.Toshiba Satellite
R35M
Intel Core i5-4210U DDR3L 4GB HDD 500GB Intel HD Graphic 15.6″ HD 5,590
6.Dell latitude
e7250
Intel Core i5-5300U DDR3 8GB SSD 128GB Intel HD Graphic
5500
12″ HD 5,500
7.Fujitsu Lifebook
574/K
Intel Core i3-4100M DDR3 4GB HDD 320GB Intel HD Graphics
4600
15.6″ HD 5,790
8.Acer TravelMate
Spin B3
Intel Celeron N4020 DDR4 4GB SSD 64GB Intel UHD Graphics
600
11.8″ 5,990

สุดท้ายนี้ก็คงต้องฝากกันไว้ สำหรับใครที่ต้องการใช้โน๊ตบุ๊คราคาประหยัด และมีงบจำกัด โน๊ตบุ๊ค ราคาไม่เกิน 5000 เหล่านี้ ก็พอจะตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปได้ แต่ไม่แนะนำสำหรับคนที่เน้นเล่นเกมเป็นหลัก เพราะจากองค์ประกอบ และสเปคพื้นฐาน มุ่งเน้นไปที่การใช้งานทั่วไป สิ่งที่อยากจะแนะนำเพิ่มเติม ก็คือ เลือกและดูรายละเอียดให้ได้มากที่สุด ตรวจเช็คสิ่งต่างๆ ให้เรียบร้อย รวมถึงถ้ามีโอกาส อาจจะอัพเกรดบางอย่างเพิ่มเติม ให้ใช้งานได้ลื่นมากขึ้น ส่วนถ้าใครเน้นโน๊ตบุ๊คมือสองเล่นเกม ผมแนะนำว่ามือสองในงบหมื่นต้นๆ ก็พอมีให้เลือกเช่นกัน เอาไว้โอกาสหน้าจะมาแนะนำกันอีกครั้ง ขอบคุณที่ติดตามกันครับ

from:https://notebookspec.com/web/681810-8-notebook-value-5000-2023

พัดลมการ์ดจอไม่หมุน ทำไงดี? 7 วิธีเช็ค แก้ไข จัดการได้เอง ลดปัญหาความร้อน

พัดลมการ์ดจอไม่หมุน แก้ได้ใน 7 วิธี ตรวจเช็ค ปรับแต่ง ซ่อมแซม เปลี่ยนใหม่ จ่ายเบาๆ

พัดลมการ์ดจอไม่หมุน

พัดลมการ์ดจอไม่หมุน เป็นปัญหาที่หลายคนพบอยู่ แม้จะปี 2023 แล้วก็ตาม แต่ก็มีบางคนที่ไม่ได้สังเกต จนกว่าจะเจออาการหลังเล่นเกมต่อเนื่อง จนการ์ดจอร้อนขึ้น เกิดจอฟ้า เด้งออกจากเกม หรือภาพแตก แต่สิ่งนี้อาจจะไม่ได้เกิดจากการ์ดจอทำงานผิดเพี้ยน พัดลมเสียหายเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดขึ้นได้จากการตั้งค่าการ์ดจอด้วย รวมถึงเรื่องของระบบการจ่ายไฟของเพาเวอร์ซัพพลาย ดังนั้นการแก้ไข ก็ต้องว่ากันไปตามอาการ แต่สามารถตรวจเช็คในเบื้องต้นได้ ด้วยการไล่ไปทีละขั้นตอน หรือถ้าใครมีเมนบอร์ด ที่มีสล็อต PCIe x16 มากกว่า 1 สล็อตหรือมีการ์ดจอตัวอื่นสำรอง หรือสามารถหยิบยืมมาได้ ก็จะช่วยให้วิเคราะห์อาการได้ชัดเจนมากขึ้น และบางทีอาจจะยังไม่ต้องส่งช่างซ่อมหรือส่งเคลมก็ได้ เรามาดูกันว่า จะสามารถเช็คอาการผิดปกติเหล่านี้ และมีวิธีการแก้ไขอย่างไรได้บ้าง


พัดลมการ์ดจอไม่หมุน แก้ไขอย่างไร?


จะเกิดปัญหาอะไรขึ้น เมื่อพัดลมการ์ดจอไม่หมุน

สิ่งที่จะตามมาจากอาการพัดลมการ์ดจอไม่หมุน นั่นคือ ปัญหามากมาย โดยเฉพาะเรื่องของความร้อนสะสม เมื่อเปิดใช้งาน หากไม่ได้เล่นเกม ก็จะไม่มีปัญหาอะไร แต่จะเกิดขึ้นเมื่อคุณเล่นเกมแบบต่อเนื่อง ที่เมื่อการ์ดจอเริ่มทำงานหนัก แต่

Advertisementavw
พัดลมการ์ดจอไม่หมุน

การ์ดจออยู่ในเครื่องแกะเปิดเครื่องไม่เป็น แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าพัดลมการ์ดจอไม่หมุน เรื่องนี้ก็สำคัญ เพราะหลายคน ก็ไม่ค่อยสะดวกในการแกะหรือเปิดเครื่องเอง หรือบางทีประกอบร้าน ก็อยากจะให้ร้านแกะเช็คให้ง่ายกว่า วิธีสังเกตง่ายๆ ก็คือ

อุณหภูมิขึ้นสูงจนผิดปกติ: ให้สังเกตดูว่า เล่นเกมอยู่ แล้วเด้งหลุดออกจากเกมมั้ย หรือลองฟังเสียงพัดลมการ์ดจอดูได้ เวลาที่เล่นเกมหนักๆ ถ้าพัดลมยังทำงาน ส่วนใหญ่จะพอมีเสียงให้เราได้ยินบ้าง รวมถึงเช็คด้วยซอฟต์แวร์ที่ใช้เช็คฮาร์ดแวร์ก็ได้ จะเห็นรายละเอียดได้ชัดขึ้น เช่น OCCT, HWMonitor, MSI Afterburner และอื่นๆ

พัดลมการ์ดจอไม่หมุน

GPUz: แนะนำเลยครับ สำหรับโปรแกรมนี้ เพราะตัวเล็ก ฟรี โหลดมาใช้ง่าย เช็คสเปคการ์ดจอพีซีและโน๊ตบุ๊คได้รวดเร็ว บอกรายละเอียดของการ์ดจอออนบอร์ดและแยกได้ครบถ้วน แม่นยำ โดยดูที่ชื่อการ์ดจออยู่ด้านล่างแล้วเลือกการ์ดจอรุ่นที่ต้องการดูข้อมูลได้ทันที จะแสดงทั้งชื่อรุ่นการ์ดจอ, สถาปัตยกรรมของการ์ดจอรุ่นนั้น ๆ รวมถึง เวอร์ชั่นของ DirectX และอื่น ๆ ได้ละเอียดมาก ส่วนหน้า Sensors จะใช้สำหรับเช็คสถานะการทำงานของการ์ดจอ เช่น GPU Clock, Memory Clock และดูอุณหภูมิ ทำให้เราทราบถึงความผิดปกติของการ์ดจอได้ทันที แถบอุณหภูมิจะไม่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้ว่าโปรแกรม GPUz นี้ ไม่ได้ระบุความเร็วรอบของพัดลมมาให้ แต่ก็พอดูได้ว่าการ์ดจอร้อนผิดปกติอย่างรวดเร็วหรือเปล่า

แสดงผลผิดปกติ: ส่วนใหญ่ถ้าอาการเป็นถึงขั้นนี้แล้ว ก็แทบจะเรียกว่าเป็นปัญหาหนัก เพราะการ์ดจออาจเกิดความเสียหาย จนการแสดงผลผิดเพี้ยน เช่น แตกเป็นลายๆ ภาพหาย ไปจนถึงเล่นเกมภาพค้างไปเลยก็มี แบบนี้ไม่ควรใช้ต่อ ส่งเคลมหรือร้านซ่อมให้เช็คให้ทันทีดีที่สุด


1.สลับเปลี่ยนไปใช้สล็อตอื่น

เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด และสามารถทำได้ในเวลานั้นเลย โดยที่ไม่ต้องไปหาซื้อหรือเปลี่ยนอุปกรณ์อื่นใด ให้วุ่นวาย และช่วยให้การตรวจเช็คพัดลมการ์ดจอไม่หมุนได้ง่ายที่สุด แต่เงื่อนไขเดียวที่จำเป็นก็คือ เมนบอร์ดของคุณนั้นจะต้องมีสล็อต PCIe x8 หรือ x16 อย่างน้อย 2 สล็อต สังเกตง่ายๆ คือ เป็นสล็อตแบบยาว เพื่อให้ติดตั้งการ์ดจอได้ แต่เมนบอร์ดส่วนใหญ่ที่ทำได้ มักจะเป็นเมนบอร์ดที่ใช้ชิปเซ็ตระดับกลางขึ้นไป เช่น Intel B หรือ Z series หรือจะเป็น AMD B หรือ X series เป็นต้น

พัดลมการ์ดจอไม่หมุน

ตัวอย่างเช่น เมนบอร์ด ASRock X570 AQUA ที่มาพร้อมสล็อต PCIe x16 มาถึง 3 สล็อตด้วยกัน ทำให้คุณสามารถสลับสล็อตได้ตามสะดวก เพื่อเช็คการทำงานของการ์ดจอได้ แต่ก็มีข้อสังเกตเล็กน้อยคือ บางสล็อตนั้น จะใช้ช่องทาง PCIe ร่วมกับ SSD ในแบบ M.2 ที่อยู่ใกล้กัน หากคุณติดตั้ง SSD M.2 อยู่ใกล้กันนั้น ก็อาจจะทำให้การ์ดจอไม่ทำงาน

โดยพื้นฐานหากการ์ดจอทำงานปกติ พัดลมไม่ได้เสียหาย หรือติดขัด สล็อตบนเมนบอร์ดเชื่อมสัญญาณได้ตามปกติ หลังจากที่ต่อสายไฟเลี้ยงแล้ว การ์ดจอก็จะทำงานได้ และพัดลมการ์ดจอก็จะหมุนได้ตามปกติ แต่ถ้าพัดลมไม่หมุน ก็คงจะต้องหาสาเหตุกันต่อไป


2.เช็คสายต่อไฟเลี้ยง

บางครั้งก็เป็นปัญหาที่คาดไม่ถึงได้เช่นกัน เพราะหลายคนติดตั้งเมนบอร์ด ใส่แรม เสียบการ์ดจอ และติดตั้งฮีตซิงก์ระบายความร้อน ชุดน้ำครบถ้วน แต่มาลืมสายไฟต่อการ์ดจอที่เป็นแบบ 6+2 pins ที่เป็นคอนเน็กเตอร์อยู่บนการ์ดจอ ก็ไม่สามารถทำงานได้ จอไม่แสดงผล รวมถึงพัดลมการ์ดจอก็ไม่ทำงานเช่นกัน ดังนั้นควรจะต้องตรวจเช็คจุดนี้เป็นจุดแรกๆ หรือต้องต่อสายให้ครบ เพื่อให้ระบบทำงานได้ตามปกติ

พัดลมการ์ดจอไม่หมุน

แต่ในบางครั้งการใช้เพาเวอร์ซัพพลายแบบถอดสายได้ (Full modular) เวลาที่มีการเคลื่อนย้าย หรือดึงรั้งสายไปมา อาจทำให้สายต่อหลุดหลวม ก็อาจจะทำให้การ์ดจอไม่ทำงาน หรือพัดลมการ์ดจอไม่หมุนได้เช่นกัน อย่าลืมเช็คสายที่ต่อจากเพาเวอร์ซัพพลายพร้อมกันไปด้วย และบางครั้งสายพัก เสียหาย ก็ไม่สามารถใช้งานได้ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้กับเพาเวอร์ที่ใช้งานมานาน หรือมีการถอดเคลื่อนย้ายบ่อยนั่นเอง

พัดลมการ์ดจอไม่หมุน
source: pcguide

สุดท้ายต้องไม่ลืมว่า ไฟเลี้ยงจากเพาเวอร์ซัพพลาย +12V ต้องเพียงพอต่อการใช้งานของการ์ดจอ ซึ่งในเบื้องต้น อาจจะต้องตรวจเช็คจากค่าการใช้พลังงาน และต้องไม่ลืมบวกกับองค์ประกอบอื่นๆ ที่อยู่ในพีซีที่คุณประกอบเข้าไปด้วย ดังนั้นอาจจะดูข้อมูลจากผู้ผลิตการ์ดจอแต่ละรายได้เช่นกัน และในบางครั้งเราจะพบว่า การ์ดจออาจดับหรือทำงานผิดปกติ เมื่อเพาเวอร์ไม่สามารถจ่ายไฟได้ตามปกตินั่นเอง

พัดลมการ์ดจอไม่หมุน
source: tech4gamer

3.เช็คสภาพพัดลม

หากคุณมองว่าจากสองข้อแรกที่ผ่านมา ไม่มีอะไรผิดปกติ เพาเวอร์ซัพพลายใหม่ สล็อตการ์ดจอบนเมนบอร์ดทำงานได้ แต่สุดท้ายแล้วพัดลมการ์ดจอไม่หมุน จะทำอย่างไร

พัดลมการ์ดจอไม่หมุน

สิ่งที่ควรทำต่อไป ก็คือ การเช็คสภาพพัดลมการ์ดจอ ว่ามีสิ่งใดผิดปกติหรือไม่ เพราะส่วนใหญ่พัดลมการ์ดจอที่ทำงานมาหนัก ใช้งานมานาน ก็มักจะเกิดสิ่งสกปรกขึ้นได้ โดยเฉพาะอยู่ในสภาพแวดล้อม ที่มีฝุ่น น้ำมัน ความชื้น ซึ่งก็จะทำให้พัดลมไม่หมุน หรือหมุนช้าลงได้ เนื่องจากสิ่งสกปรกไปเกาะอยู่ที่แกนพัดลม ถ้าเป็นเช่นนี้ ก็ต้องใช้วิธีทำความสะอาด เพราะถือว่าไม่ได้เกิดจากความเสื่อมของพัดลม

พัดลมการ์ดจอไม่หมุน

อีกเรื่องหนึ่งคือ พัดลมการ์ดจอถูกใช้งานมานาน เช่น หมุนอยู่ตลอดทั้งวัน หรือมีชั่วโมงทำงานจำนวนมาก อย่างเช่น ที่เรามักจะพบอยู่บนการ์ดจอขุดบิตคอยน์ Cryptocurrency ที่ทำงานแบบ 24/7 ก็มีผลทำให้พัดลมเสียหายได้เช่นกัน แบบนี้ถือว่าเกิดความเสื่อมขึ้นกับพัดลม มีเพียงการซ่อมแซม หรือการเปลี่ยนพัดลมใหม่เท่านั้น ที่จะแก้ไขได้ผลดีที่สุด

อีกเรื่องหนึ่งก็คือ พัดลมยังอยู่ในสภาพปกติหรือไม่ อย่างเช่น ใบพัดเสียหาย แตกหัก เนื่องจากอุบัติเหตุ หรือที่มักจะเจอกันบ่อยคือ มีสายสัญญาณหรือของบางอย่าง หล่นลงไปในพัดลมการ์ดจอ ก็อาจะทำให้เสียหายได้เช่นกัน และถ้าเสียหายแบบนั้น ก็จะไม่อยู่ในเงื่อนไขของการรับประกัน และคุณต้องหาทางซ่อมเองครับ

พัดลมการ์ดจอไม่หมุน

แต่ถ้าเช็คสภาพพัดลมแล้ว ยังแค่สกปรก พอจะมีโอกาสทำความสะอาด และกลับมาใช้งานได้ตามปกติ หรือพอจะหมุน เพื่อทำงานได้ไปสักระยะ ก็แนะนำว่าให้ทำความสะอาด เพื่อให้กลับมาใช้งานได้ เพื่อลดค่าใช้จ่าย


4.ทำความสะอาด

พัดลมการ์ดจอไม่หมุน

การทำความสะอาดการ์ดจอ ในกรณีที่พัดลมการ์ดจอไม่หมุน ก็ทำได้หลายวิธี มีตั้งแต่ใช้การเป่าฝุ่นธรรมดา ไปจนถึงแกะฮีตซิงก์และพัดลมออกมาปัดกวาดเช็ดถูให้สะอาด โดยเตรียมอุปกรณ์อย่างเช่น ที่เป่าลม แปรงปัดฝุ่น น้ำยาเช็ดทำความสะอาด

การทำความสะอาดมีด้วยกันหลายรูปแบบ เริ่มตั้งแต่ง่ายๆ เลย ขั้นพื้นฐาน ไม่ต้องถอดฮีตซิงก์ คือการใช้แปรงขนอ่อน ที่มีความยาว ค่อนๆ ปัด ให้ขนแปรงซอกซอนเข้าไปในช่องต่างๆ อาจจะใช้พัดลมคอยเป่าลม ให้ฝุ่นกระจายออกมาได้เร็วมากขึ้น

VGA card cleaning 2023 8 1

หรือการใช้เครื่องเป่าลม เป่าไปยังพัดลมของตัวการ์ด แต่ให้จับใบพัดลมให้แน่นๆ เพื่อไม่ให้ใบพัดทำงาน เพื่อป้องกันความเสียหาย อันเนื่องจากใบพัดลมหมุนรอบสูง จากการถูกลมเป่าใส่นั่นเอง

พัดลมการ์ดจอไม่หมุน

ส่วนถ้าเอาแบบฮาร์ดคอร์ ก็อาจจะแกะฮีตซิงก์ และใบพัดลมแยกออกมาจากตัวการ์ด จากนั้นทำความสะอาดทีละชิ้น ใช้ตัวเป่าลมอัดลมไปทั้ง 2 ด้านของครอบพัดลมที่แกะออกมา จากนั้นใช้แปรงขนอ่อน ค่อยๆ ไล่ผุ่นที่อยู่ภายในออกมา โดยเฉพาะบริเวณแกนพัดลม แล้วใช้ไม้พันสำลีเล็กๆ ชุบแอลกอฮอล์สำหรับทำความสะอาดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มาเช็คตามซอกหลืบของพัดลม


5.เช็คการตั้งค่าพัดลม

หากเป็นการ์ดจอในอดีต พัดลมจะทำงานทันที เมื่อเริ่มต้นบูตระบบ หรือเปิดใช้งาน แต่ในปัจจุบันการ์ดจอมีการปรับเปลี่ยน ให้พัดลมสามารถทำงานตามรอบที่กำหนด หรืออุณหภูมิที่ตั้งเอาไว้ได้ เมื่อไม่ได้ใช้งานการ์ดจอหนัก เช่น ไม่ได้เล่นเกม เปิดดูเว็บทำงานทั่วไป พัดลมการ์ดจอจะไม่หมุน จนกว่าจะร้อนสูงถึงระดับ ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 60 องศาเซลเซียส จึงจะเริ่มหมุน

พัดลมการ์ดจอไม่หมุน

อย่างเช่น การ์ดจอของทาง MSI ที่มีฟีเจอร์ Zero Frozr ซึ่งจะไม่หมุน เมื่ออุณหภูมิการ์ดจอต่ำกว่า 60 องศา ส่วนหนึ่งเพื่อการลดเสียงรบกวนในขณะทำงาน โดยตรงนี้ผู้ผลิตบางค่าย ก็จะมีซอฟต์แวร์ยูทิลิตี้ให้ได้ปรับแต่งกัน คือจะปิดการทำงาน กรณีที่อยากให้พัดลมการ์ดจอทำงานตลอดเวลาก็ได้ หรือบางค่าย ก็จะมีโหมดให้ปรับจูน ทั้งโหมด Silent เน้นเสียงรบกวนน้อย, OC สำหรับการโอเวอร์คล็อกเพิ่มความเร็ว หรือโหมดเกม ตรงนี้ก็จะเป็นโพรไฟล์ให้ผู้ใช้เลือกตามความเหมาะสมนั่นเอง ดังนั้นหากไม่มั่นใจว่าการที่พัดลมการ์ดจอไม่หมุน อาจเกิดจากสิ่งเหล่านี้ได้เช่นกัน

พัดลมการ์ดจอไม่หมุน

อย่างทาง Gigabyte เอง ก็มี 3D Active Fan ที่ให้พัดลมทำงานตามอุณหภูมิที่เหมาะสม นอกเหนือจากชุดพัดลมที่ออกแบบมาให้ และบางรุ่นที่เป็น 3 พัดลม ก็มี ALTERNATE SPINNING ในการจัดทิศทางการหมุนให้ระบายความร้อนได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

พัดลมการ์ดจอไม่หมุน

ส่วนทาง PowerColor ก็มีเทคโนโลยีที่เรียกว่า Mute Fan ที่จะไม่ให้พัดลมการ์ดจอหมุน หากอุณหภูมิไม่ถึง 60 องศาเซลเซียส เพื่อลดโหลดการใช้พลังงาน และลดเสียงรบกวนที่อาจเกิดขึ้นขณะที่ใช้งานนั่นเอง

พัดลมการ์ดจอไม่หมุน

ดังนั้นช่วงแรก อาจจะยังไม่ต้องตกใจ ให้ลองเล่นเกม แล้วเปิดดูอุณหภูมิตามไปด้วย หรือใช้โปรแกรมอย่าง FURMARK และโปรแกรมอย่าง MSI Afterburner ตั้งค่าให้แสดงอุณหภูมิของการ์ดจอตามไปด้วย หากตัวเลขขึ้นสูงเกินกว่าระดับ 60 องศาเซลเซียส แล้วพัดลมยังไม่ทำงาน อีกทั้งมีอาการผิดปกติ ก็อาจเป็นไปได้ว่าพัดลมการ์ดจออาจจะเสียได้


6.เปลี่ยนพัดลมการ์ดจอใหม่

สำหรับขั้นตอนนี้ อาจจะเหมาะกับผู้ใช้ที่พอมีพื้นฐานด้านช่าง การแกะชิ้นส่วนอุปกรณ์อยู่บ้าง รวมถึงเคยทำมาก่อน แม้ว่าจะไม่ได้ซับซ้อน แต่ก็บางจุดที่ควรจะต้องระมัดระวัง มีเครื่องมือให้พอใช้งาน และที่สำคัญจะต้องหาซื้อชิ้นส่วนที่เป็นชุดพัดลม นำมาเป็นพาร์ทสำหรับเปลี่ยนกับพัดลมตัวเก่าที่ใช้งานไม่ได้แล้ว

พัดลมการ์ดจอไม่หมุน

สิ่งที่ต้องเตรียมประกอบด้วย ไขควง 4 แฉก อุปกรณ์เซาะหรือง้างชิ้นส่วน ฮีตซิงก์หรือคีมเล็กๆ ที่ใช้ในการดึงสายไฟ รวมถึงสิ่งที่ใช้ในการทำความสะอาด เพราะไหนๆ ก็แกะพัดลม ฮีตซิงก์ออกมาแล้ว ก็น่าจะทำความสะอาดตัวการ์ดไปด้วยเลย เพื่อให้ตัวการ์ดสะอาดเหมือนใหม่ ใช้งานต่อไปได้ยาวๆ

หาซื้ออะไหล่ที่ไหนได้บ้าง?

เรื่องการซื้อหาอะไหล่พัดลมมาเปลี่ยน มีด้วยกันหลากหลายที่เลยทีเดียว ว่ากันตั้งแต่หน้าร้านออนไลน์ในบ้านเรา มีตั้งแต่ร้านออนไลน์ไอทีทั่วไป หรือจะเป็นบรรดา Store ต่างๆ รวมถึงตลาดออนไลน์ กลุ่มหรือ Group ที่เป็น Facebook group ที่เป็นกลุ่มสินค้าไอทีมือสอง กลุ่มการ์ดจอ หรือจะเป็นกลุ่มที่เป็นสายขุด (Cryptocurrency) ที่มักมีอะไหล่มาแลกเปลี่ยนกันอย่างมากมาย

พัดลมการ์ดจอไม่หมุน

ถ้าใครชอบการการันตี มีของให้เลือก และมีช่องทางการชำระเงินที่สะดวก ทางเลือกอย่าง Shopee หรือ Lazada เหล่านี้ก็น่าสนใจ ยังไม่รวมถึงตลาดออนไลน์ระดับโลกขนาดใหญ่อย่าง Amazon ก็มีตัวเลือกให้มากมายเลยทีเดียว

พัดลมการ์ดจอไม่หมุน

การแกะชิ้นส่วนพัดลม ยากง่ายขึ้นอยู่กับผู้ผลิตแต่ละราย ว่ามีงานประกอบละเอียดมากน้อยเพียงใด เพราะการ์ดบางรุ่นแกะตัวล็อคกับน็อตไม่กี่จุด พร้อมดึงขั้วต่อพัดลมออกเท่านั้น แต่บางรุ่นซ้อนชั้นพัดลม ฮีตซิงก์และตัวล็อคขนาดเล็ก การแกะพัดลมออกมา ก็ต้องพิถีพิถันมากขึ้น เพื่อป้องกันความเสียหาย

พัดลมการ์ดจอไม่หมุน

สิ่งที่ต้องระวังมีอยู่หลายส่วนเลย หากต้องการจะแกะพัดลม ฮีตซิงก์การ์ดจอด้วยตัวเอง ตั้งแต่เรื่องของไฟฟ้าสถิตย์ ควรมีถุงมือ หรือคลายประจุก่อนทำการแกะทุกครั้ง ชิ้นส่วนหรือน็อตบางตัว มีขนาดเล็ก อยู่ลึกหรือมีความซับซ้อน ต้องระวังเป็นอย่างยิ่ง เครื่องมือมีให้พร้อมเอาไว้ดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นไขควง ชุดแกะแยกชิ้นส่วน รวมถึงเมื่อแกะออกมาแล้ว หาที่จัดเก็บชิ้นส่วนต่างๆ ให้ดี อย่าให้หาย การวางตัวการ์ดที่ไม่มีฮีตซิงก์ ระวังอย่าให้ตกกระแทกหรือให้สิ่งใดกระทบจนเสียหายหรือเป็นรอย ถ้าคิดว่าต้องซ่อมหรือรอพัดลมอะไหล่นาน แนะนำว่าเก็บใส่ซองบับเบิลกันกระแทกเอาไว้ ดีที่สุด


7.ส่งซ่อมกับช่างผู้ชำนาญ

หากถึงที่สุดแล้ว พยายามทำหลายๆ ทาง แต่พัดลมการ์ดจอ ก็ยังไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ การส่งร้านซ่อม ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ทำให้การ์ดจอของคุณกลับมาทำงานได้ตามปกติ ร้านซ่อมเหล่านี้มีอยู่มากมายทั่วประเทศ หรือสามารถเข้าไป Search ข้อมูล เอาแบบที่อยู่ใกล้บ้าน ติดตามงานได้สะดวกดีที่สุด รวมถึงเข้าไปดู Feedback จากบรรดาลูกค้าที่เข้ามาคอมเมนต์อีกทางหนึ่ง เพื่อความมั่นใจ แต่วิธีนี้ แนะนำสำหรับคนที่ใช้การ์ดจอหมดประกันแล้ว หากยังมีประกัน ให้ส่งเคลมตัวแทนจำหน่ายน่าจะเหมาะสมกว่า

พัดลมการ์ดจอไม่หมุน

สิ่งที่ต้องสังเกตก็คือ ควรเลือกร้านซ่อมที่วางใจได้ มีผลงานที่สามารถพิจารณาได้ และน่าไว้วางใจ มีการรับประกันงานซ่อม สามารถติดต่อได้หลายช่องทาง อัพเดตงานบ่อย โดยที่ผู้ใช้อาจจะตรวจสอบได้จากเพจหน้าร้าน หรือบางร้านก็โปรโมตผลงานผ่านทาง Community หรือ Facebook Group ต่างๆ ที่เหลือก็เป็นการสอบถามเรื่องค่าใช้จ่าย และระยะเวลาในการซ่อม หากพึงพอใจ ก็ติดต่อเพื่อส่งซ่อมได้ทันที

พัดลมการ์ดจอไม่หมุน

การส่งซ่อมควรมีที่อยู่ร้าน ตำแหน่งแน่ชัด รวมถึงช่องทางการติดต่อที่สะดวก เพื่อให้เราสามารถตามงานได้ง่าย หรือเป็นไปได้ หากไปส่งด้วยมือที่ร้านได้ก็ยิ่งดี ย้ำครับว่าอย่าลืมสอบถามการรับประกันงานซ่อม เป็นระยะเวลาเท่าใด หลังจากซ่อมเสร็จแล้ว อย่างน้อยการันตีว่า หากเกิดปัญหาจะได้รับการดูแลต่อเนื่องไป ไม่หายกันไปไหน

ได้รับการ์ดจอที่ซ่อมกลับมาแล้ว ก็อย่าลืมรีเช็ค ทดลองใช้งานด้วยว่า พัดลมหมุนตามปกติหรือไม่ มีเสียงรบกวนหรือไม่ ใบพัดเสถียรดีหรือเปล่า รวมถึงลดความร้อนการ์ดจอได้ตามปกติมั้ย? หากไม่มีปัญหาอะไรใช้งานได้ตามปกติ ก็ถือว่าคุ้มค่า!


Conclusion

Gigabyte GeForce RTX 3060 Ti GAMING OC 014

สุดท้ายนี้หากคุณต้องเจอกับปัญหา พัดลมการ์ดจอไม่หมุน และยังไม่รู้จะหาทางแก้อย่างไร ลองนำวิธีการตรวจเช็คและแก้ไขทั้ง 7 ข้อนี้ ไปลองปรับใช้กันดูครับ เพราะบางครั้งอาจจะเกิดจากแค่ไดรเวอร์หรือการปรับแต่งบางอย่างที่ผิดเพี้ยนไป เพียงแค่เข้าไปปรับแก้เล็กน้อย ก็ใช้งานได้ตามปกติแล้ว หรือถ้าเกิดจากความสกปรก เนื่องจากใช้งานมานาน และการ์ดจอของคุณหมดประกันไปแล้ว อยากจะลองทำความสะอาดด้วยตัวเอง ก็สามารถลองทำดูได้ เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม และเน้นที่ความระมัดระวัง แต่ถ้ากังวลไม่อยากทำเอง ก็มีผู้ให้บริการทำความสะอาดการ์ดจออยู่มากมายเลยทีเดียว เช่นเดียวกับร้านซ่อม หากซ่อมเปลี่ยนพัดลมเอง อาจจะไม่ได้ยาก หากคุณหาพาร์ทของพัดลมให้ตรงรุ่นได้ แต่ราคาอาจจะสูง หรือใช้เวลา ส่วนถ้าส่งร้านซ่อมบางครั้งราคาอาจจะสูงบ้าง แต่ก็วางใจได้ว่ามีช่างที่ชำนาญในการซ่อมแซม ซึ่งก็มีข้อดีข้อด้อยต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความสะดวก และค่าใช้จ่ายของคุณ ในช่วงครึ่งปีหลัง 2565 ที่ผ่านมา การ์ดจอราคาถูกลงมาเยอะแล้ว หากคุณคิดว่าเอามาซ่อมอาจไม่คุ้มค่า หรือน่าจะได้เวลาเปลี่ยนใหม่ ก็แนะนำเลยครับ เพราะคุณจะได้เทคโนโลยีใหม่ แรงมากขึ้น และการรับประกันแบบเต็มๆ ไม่ต้องลุ้น หรือหากจะลองมาดูรุ่นของการ์ดจอเพิ่มเติม สามารถเข้าชมได้ที่หน้าจัดสเปคพีซีของเรากันได้เลยครับ

from:https://notebookspec.com/web/681180-graphic-card-fan-not-spin

โต๊ะคอมเกมมิ่ง 8 รุ่น ถูกแค่ 5,000.- ไฟ RGB วางคอมได้ เล่นเกมสะดวก ฟังก์ชั่นครบ

โต๊ะคอมเกมมิ่ง 8 รุ่น ราคาถูก 5,000.- ปีใหม่ 2023 สวยล้ำไฟ RGB ฟังก์ชั่นแน่น โปรฯ ดี

โต๊ะคอมเกมมิ่ง

โต๊ะคอมเกมมิ่งแทบจะกลายเป็นสิ่งที่หลายคนต้องมีติดบ้าน โดยเฉพาะคอเกมที่ต้องการเซ็ตห้องตัวเองให้เข้ากับธีมการเล่น ให้สวยครบ ไม่ว่าจะเป็นเซ็ตคอม เกมมิ่งเกียร์ รวมถึงโต๊ะและเก้าอี้เกมมิ่งอีกด้วย เพราะจะช่วยให้สนุกไปกับการเล่นได้มากขึ้น ปัจจุบันมีโต๊ะคอมให้เลือกมากมาย ราคาเริ่มตั้งแต่พันต้นๆ ไปจนหลักหมื่นบาท ขึ้นอยู่กับวัสดุ งานประกอบ ความทันสมัย ไปจนถึงฟังก์ชั่นต่างๆ เช่น พื้นโต๊ะขนาดใหญ่ ไฟ RGB หรือที่วางแก้วน้ำ แขวนหูฟัง และจุดเสริมความแข็งแรง ให้ใช้งานได้อุ่นใจ แต่การเลือกใช้ ก็ต้องดูตามความเหมาะสม และความชื่นชอบ รวมถึงการคำนวณพื้นที่ในการจัดวาง ให้การเล่นเกมได้ไหลลื่น โดยเฉพาะคนที่ต้องการวางคอมโชว์ความสวยงาม พื้นที่โต๊ะที่มากกว่า 140cm ดูจะเหมาะสมกว่า เพราะยังเหลือพื้นที่ในการเลื่อนเมาส์ไปมาได้สะดวกมากขึ้น หรือพื้นที่วางแผ่นรองเมาส์ เพื่อใช้งานได้เต็มพื้นที่อีกด้วย แต่จะมีส่วนไหนที่คุณจะต้องเลือกเพิ่มเติมกันบ้าง และมีรุ่นใดที่น่าสนใจ วันนี้เราจัดมาให้แล้ว 8 รุ่น ชอบรุ่นไหน ไปจัดกันตามลิงก์ที่เราเตรียมไว้ให้แล้วครับ

โต๊ะคอมเกมมิ่ง 8 รุ่นเด็ดงบ 5,000.-


เลือกโต๊ะคอมเกมมิ่ง

ดีไซน์: โต๊ะคอมเกมมิ่งการออกแบบค่อนข้างสำคัญ และผู้ใช้หลายคนใช้ในการพิจารณาเป็นอันดับต้นๆ ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงามเท่านั้น แต่ต้องเข้ากับรูปแบบการใช้งานของผู้ใช้ รวมถึงตอบโจทย์การใช้งาน อย่างเช่น ขาโต๊ะ ที่นอกจากจะแข็งแรง ให้ความสมดุลได้ดีแล้ว ก็ต้องไม่เกะกะ เวลาที่นั่งใช้งาน หรือการเปลี่ยนอิริยาบท และมีส่วนเซฟตี้ เพื่อความปลอดภัย อาทิ บางรุ่นมีการเสริมมุมให้แข็งแรง หรือมีการหลบมุม ให้ไม่เกะกะเวลาที่เดินใกล้ๆ พื้นท็อปโต๊ะ มีคลุมวัสดุให้ทนทาน เป็นรอยยาก และกันน้ำได้ นอกเหนือจากลวดลายที่ดูทันสมัย

Advertisementavw
Gaming set2

ฟังก์ชั่น: หลายท่านก็คาดหวังกับฟังก์ชั่นของโต๊ะเหล่านี้ ที่ควรจะต้องมีเหนือกว่าโต๊ะทำงานทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่ที่เราจะได้พบกันนั้น ก็จะเป็นเรื่องของสิ่งสำคัญในการจัดวางองค์ประกอบต่างๆ ให้ใช้งานได้สะดวก เช่น ที่วางแก้วน้ำ ประหยัดพื้นที่บนโต๊ะ ลดปัญหาน้ำหกใส่ คีย์บอร์ด เมาส์ และมีพื้นที่เหลือในการใช้เมาส์มากขึ้น หรือทางแขวนหูฟัง สะดวกในการใช้งาน และอาจจะมีเพิ่มเติมการปรับเลื่อนระดับความสูงได้ในบางรุ่น หรือบางทีก็มีแสงไฟ RGB มาประดับ เพื่อเพิ่มอรรถรสในการเล่นเกมได้มากขึ้น

Gaming set

พื้นที่จัดวาง: เรื่องของพื้นที่โต๊ะคอมค่อนข้างสำคัญทีเดียว เพราะคุณจะต้องใช้พื้นที่บนโต๊ะเล่นเกมให้ได้ประโยชน์มากที่สุด ยิ่งจุดที่เคลื่อนไหวบ่อย เช่นเมาส์หรือการวางคีย์บอร์ด ให้กดได้ง่าย เลื่อนเมาส์สะดวก ย่อมมีผลต่อการแข่งขันหรือแพ้ชนะได้เลย เพราะบางครั้งสะดุดไปแค่ไม่กี่วินาที ก็อาจหมายถึงการโดนโจมตีจากศัตรู หรือโอกาสจะโจมตี ก็หายไปด้วย เรียกว่ากลับจุดเซฟได้แบบไม่รู้ตัว หากคุณดีไซน์พื้นที่วางของได้ไม่เต็มที่ แนะนำให้เลือกโต๊ะที่มีความยาวมากขึ้น ยิ่งถ้าต้องการวางคอมโชว์บนโต๊ะด้วยแล้ว ก็ต้องเผื่อพื้นที่ให้ได้มากที่สุด

วัสดุและงานประกอบ: นอกเหนือจากวัสดุที่แข็งแรงทนทาน และรับน้ำหนักในการจัดวางสิ่งของบนโต๊ะได้มากพอสมควรแล้ว ยังมีเรื่องของงานประกอบที่อาจจะต้องเก็บรายละเอียดได้ดีในระดับหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสี รอยเชื่อมต่อ และการติดตั้งง่าย ไม่เกิดความเสียหายได้ในภายหลัง ยิ่งเป็นรุ่นที่ผู้ใช้จะต้องประกอบเองด้วยแล้ว ควรจะต้องมีเครื่องมือ และคู่มือแนะนำให้อย่างชัดเจน เพื่อความสะดวกของผู้ใช้


1.Gamer Desk L LS2-1600

โต๊ะคอมเกมมิ่ง

โต๊ะคอมเกมมิ่งในแบบ L shape ความยาว 160cm กว้าง 60cm กว้างขวาง วางอุปกรณ์และคอมตั้งโต๊ะได้สะดวกมากขึ้น ไม่ต้องกังวลเรื่องพื้นที่ใช้งาน โครงสร้างขาและฐาน เป็นโลหะคาร์บอนกันสนิม มีความแข็งแรง รับน้ำหนักได้ดี พร้อมยางที่รองขาโต๊ะกันลื่น มีระยะให้กระจายน้ำหนัก พื้นโต๊ะมาในแบบลายเคฟลาร์ ให้ดีไซน์ที่ดูสปอร์ต ความหนา 18mm เป็นวัสดุกันลื่น และกันน้ำได้อีกด้วย มาพร้อมชั้นวาง 90cm อีก 1 ชุด สำหรับวางจอมอนิเตอร์ หรืออุปกรณ์เสริม และช่องลอดสายไฟให้ 2 ช่อง บริเวณด้านบน รวมถึงลูกเล่นอย่างที่แขวนหูฟัง และที่วางแก้วน้ำทางด้านขวา โดดเด่นด้วยแสงไฟ RGB ที่อยู่บริเวณด้านข้างของโต๊ะ เพิ่มความสวยงาม ไม่เหมือนใคร สนนราคาอยู่ที่ 3,520 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
เป็นทาง L วางของเพิ่มได้
ยางถึง 160cm

ข้อมูลเพิ่มเติม: LS2-1600


2.OKER DX-449

โต๊ะคอมเกมมิ่ง

เป็นโต๊ะคอมจากค่ายเกมมิ่งเกียร์ ที่มีไลน์ผลิตภัณฑ์ไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับ OKER และราคาก็น่าสนใจ ออกแบบมาใทนสีแดงของขา ตัดกับสีดำของท็อปโต๊ะ โดยขาโต๊ะมาในสไตล์ที่ลงตัว ไม่เกะกะเมื่อนั่ง ให้สมดุลได้ดี วัสดุเป็นโลหะสี่เหลี่ยม มีความทนทาน พื้นโต๊ะด้านบนเป็นลายคาร์บอน โทนสีดำ กันรอยและกันน้ำได้ มีช่องลอดสายไฟ ไปยังด้านล่างสะดวก โดยมีให้ 2 ช่องด้วยกัน นอกจากนี้ยังมีที่แขวนหูฟัง และที่วางแก้วมาให้ครบ เพิ่มความสวยงามด้วยขอบแสงไฟ RGB ที่ปรับสีได้ตามต้องการ ผ่านทางรีโมทที่ให้มาด้วย ช่วยเพิ่มบรรยากาศในการเล่นเกมได้ดีทีเดียว ราคา 3,590 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
มีไฟ RGB ดีไซน์ Armor ค่อนข้างใหญ่
ครอบมุมโต๊ะกันกระแทก

ข้อมูลเพิ่มเติม: OKER


3.EGA TYPE-GD2

โต๊ะคอมเกมมิ่ง

ใครที่ชื่นชอบโต๊ะคอมเล่นเกม สไตล์เกมมิ่งจัดๆ ลูกเล่นล้ำ กับค่าย EGA นี้ ที่กระแสของเกมมิ่งเกียร์มีอยู่ตลอด และโต๊ะคอมเกมมิ่งรุ่นนี้ ก็ดูจะตอบโจทย์คอเกมได้ดีทีเดียว มิติอยู่ที่ 120cm x 60cm โครงสร้างใช้โครงขาโลหะสีดำ ตัดโลโก้เขียวสะดุดตา ขาวางเอาไว้ได้ดีมีสมดุล ไม่เกะกะ ด้านข้างเสริมแสงไฟ LED ที่ปรับแสงไฟได้ 5 สี สว่างสดใส ท็อปโต๊ะด้านบนเป็นลายคาร์บอน กันน้ำและรอยขูดขีด ดูทันสมัย ปิดขอบด้านข้างได้เรียบเนียน พร้อมช่องลอดสายไฟ ต่อลงมายังที่วางปลั๊กราง ให้ดูสบายตา ไม่เกะกะ และไม่ลืมใส่ที่วางแก้ว และที่แขวนหูฟัง เอาไว้ให้ด้วย ราคา 3,590 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
มีแสงไฟ RGB
เพิ่มที่วางปลั๊กให้

ข้อมูลเพิ่มเติม: EGA


4.Neolution E-Sport Gaming Desk Eagle

โต๊ะคอมเกมมิ่ง

โต๊ะคอมเล่นเกมในสไตล์ที่เรียบหรู ดูดี มิติใหญ่ วางคอม และพื้นที่กว้างขวาง สำหรับการวาดเมาส์ไปมาได้สนุก โดยรุ่น Eagle นี้ ให้มิติความยาวได้ถึง 140cm x 60cm ท็อปโต๊ะด้านบน เป็นแบบ P2PB บอร์ด คลุมด้วยลายคาร์บอนกันรอยขีดข่วน และกันน้ำได้ดี เหมาะกับคนที่เล่นไปทานขนมไป ขาโต๊ะเป็นโลหะ และมีชิ้นส่วนที่เป็น ABS เพื่อความยืดหยุ่น รับน้ำหนักได้ถึง 100Kg แม้จะไม่ได้มีแสงไฟ RGB มาให้ แต่ให้ฟังก์ชั่นเพิ่มความสะดวกมาครบ ไม่ว่าจะเป็น ที่แขวนหูฟัง ที่วางแก้ว รวมถึงที่ลอดสายไฟ และเชื่อมต่อไปยังช่องกลาง ที่วางปลั๊กรางเอาไว้ให้ ทำให้ง่ายต่อการจัดเก็บและไม่เกะกะอีกด้วย แต่ที่น่าสนใจคือ ยังแถมแผ่นรองเมาส์ขนาดใหญ่ คลุมพื้นที่บนโต๊ะให้ใช้งานได้อย่างสะดวกทีเดียว ราคา 3,990 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
พื้นที่โต๊ะยาว 140cm ขนาดบอดี้ค่อนข้างใหญ่
มีแผ่นรองเมาส์ขนาดใหญ่ให้

ข้อมูลเพิ่มเติม: Neolution E-Sport


5.MEETION DSK10 Z

โต๊ะคอมเกมมิ่ง

มาที่อีกค่ายหนึ่งบ้าง ที่มีไลน์ทั้งเกมมิ่งเกียร์ และโมเดลที่เป็นโต๊ะเกมมิ่ง รวมถึงเก้าอี้ให้เลือกเพียบ และใครที่ชอบแนวสปอร์ตดูเหมือนรถแข่งสไตล์ Naked ไม่ควรพลาดกับโต๊ะรุ่นนี้ มาในขนาด 110cm x 66cm ซึ่งถือว่าพอเหมาะกับเกมเมอร์ โทนสีส้มตัดกับสีดำ ค่อนข้างแปลกตา โครงโลหะแข็งแรง และเสริมจุดยึดตรงกลาง มีหมุดรองใต้ขาให้มีความมั่นคง โดยออกแบบเป็นตัว Z เน้นสมดุลที่ดี สะดุดตากับแถบโลหะด้านข้างกับการเป็น Armor ที่เพนท์สีในแบบ Piano paint มีความวิบวับพอสมควร พร้อมช่องลอดสายมาให้ ในภาพรวมถือว่าลงตัว ขาดแค่ส่วนของวางแก้วน้ำกับแขวนหูฟังเท่านั้น ราคา 4,590 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
สีสันสดใส พื้นที่ท็อปโต๊ะ 110cm
ตัวยึดตรงกลางโต๊ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม: MEETION


6.NUBWO NXGD-800 RGB

โต๊ะคอมเกมมิ่ง

NUBWO นับว่าเป็นอีกค่ายหนึ่งที่ไม่ได้มีเพียงเกมมิ่งเกียร์ที่มีลูกเล่น และดีไซน์สวย ในราคาที่โดนใจเหล่าเกมเมอร์เท่านั้น แต่ยังมีไลน์ของโต๊ะเกมมิ่ง และเก้าอี้เกมมิ่งอีกหลายรุ่น เช่นเดียวกับ NXGD-800 RGB รุ่นนี้ ที่มาในดีไซน์ไม่ธรรมดา กับขาโต๊ะดีไซน์ใหม่ เสริมแสงไฟ LED ปรับได้ถึง 8 สีด้วยกัน คาดเป็นเส้นสวยงาม แถบด้านบนโต๊ะ เป็นแสงไฟ RGB เช่นกัน ตัดกับลวดลายคาร์บอนบนพื้นโต๊ะได้ลงตัว พร้อมช่องลอดสายไฟ ขนาดใหญ่ ด้านใต้มีที่วางปลั๊กราง เพื่อความสะดวกในการจัดสาย มิติของโต๊ะยาว 120cm และกว้าง 60cm เรื่องการอำนวยความสะดวก มีทั้งที่วางแก้ว และที่แขวนหูฟังให้ครบ ราคาอยู่ที่ 4,990 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
ดีไซน์ทันสมัย ไฟ RGB มี Armor ด้านข้างใหญ่
ฟังก์ชั่นสำคัญครบ

ข้อมูลเพิ่มเติม: NUBWO


7.Ergopixel Terra

โต๊ะคอมเกมมิ่ง

โต๊ะเกมมิ่งไซส์ใหญ่ ราคาสบายกระเป๋าของค่ายนี้ เป็นโต๊ะกึ่ง Ergonomic ที่มาในขนาด 140cm x 60cm ให้เกมเมอร์ได้วาดลวดลาย เคลื่อนไหวเมาส์ได้อิสระ พร้อมกับวางคอมบนโต๊ะได้ลงตัว ขาโต๊ะที่วางกึ่งกลาง รูปตัว T เพื่อสร้างสมดุล เป็นโลหะแข็งแรง ใต้ฐานมีจุดยึดให้แน่นหนา ท็อปโต๊ะเป็นแบบลายคาร์บอน กันรอยและกันน้ำได้ดี พร้อมช่องลอดสายมาให้ โดยด้านใต้ก็มีถาดเอาไว้ใส่ปลั๊กรางอีกด้วย เสริมฟังก์ชั่นอย่างที่แขวนหูฟัง และที่วางแก้วมาครบครันเช่นกัน เรียกว่าดูลงตัวดีทีเดียว ราคา 5,900 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
ให้ความยาว 140cm ขนาดค่อนข้างใหญ่
วางปลั๊กรางได้

ข้อมูลเพิ่มเติม: Ergopixel


8.BAIERDI MALL Ergonomic Desk

โต๊ะคอมเกมมิ่ง

แต่ถ้าสไตล์ของคุณชอบขยับ ปรับเลื่อนไปมา ไม่ให้เมื่อยล้าจนเกินไป โต๊ะไฟฟ้าปรับเลื่อนได้รุ่นนี้ ก็น่าสนใจไม่น้อยเลย กับขาโต๊ะวางกลาง เน้นความสมดุล กับท็อปโต๊ะขนาด 120cm x 60cm มาตรฐาน ในโทนสีขาว ตัดกับสีไม้เมเปิล ดูนุ่มนวลสบายตา เหมาะกับคนที่จัดห้องใทนสะอาด ดูสว่าง จุดเด่นอยู่ที่สามารถปรับเลื่อนขึ้น-ลงได้ตั้งแต่ 71-117cm ด้วยชุดคอนโทรลที่มีให้ ใช้งานง่าย รองรับการจดจำระดับทำเป็นโพรไฟล์ของผู้ใช้ได้ในหลายระดับ จะนั่งจะยืน ก็สะดวก พร้อมช่องลอดสายมาให้ 2 ด้าน ราคา 5,990 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
ปรับเลื่อนความสูงได้ ไม่มีชุดวางแก้วกับที่แขวน

ข้อมูลเพิ่มเติม: BAIERDI MALL


Conclusion

ท็อปโต๊ะ ฟีเจอร์พิเศษ ที่แขวนหูฟัง ที่วางแก้ว ราคา
1.Gamer Desk L
LS2-1600
160cm x 60cm RGB มี มี 3,520
2.OKER DX-449 120cm x 60cm RGB มี มี 3,590
3.EGA TYPE-GD2 120cm x 60cm RGB มี มี 3,590
4.Neolution E-Sport
Gaming Desk Eagle
140cm x 60cm Mousepad มี มี 3,990
5.MEETION DSK10 Z 10cm x 66cm Armor 4,590
6.NUBWO NXGD-800 120cm x 60cm RGB มี มี 4,990
7.Ergopixel Terra 140cm x 60cm มี มี 5,900
8.BAIERDI MALL
Ergonomic Desk
120cm x 60cm ปรับความสูงได้ 5,990

มาสรุปเรื่องราวของโต๊ะคอมเกมมิ่งทั้ง 8 รุ่นในวันนี้กันครับ สำหรับการใช้งานอย่างที่ได้กล่าวไปในเบื้องต้นว่า เลือกในสไตล์ที่คุณคิดว่าเหมาะกับคุณ เช่น บางครั้งไม่ได้สนใจเรื่องของสีสัน หรืออยากได้ที่เรียบง่าย ตัวเลือกErgonomic Desk หรือ Ergopixel ก็น่าสนใจไม่น้อย แล้วคุณไปใส่ความสวยงามในแบบของคุณได้เอง แต่ถ้าอยากได้แบบโต๊ะเกมเมอร์จ๋าๆ มาแต่ต้น EGA, MEETION หรือ NUBWO ก็จะตอบโจทย์คุณได้อย่างเต็มที่ ทั้งในเรื่องของสีสัน รูปลักษณ์ และวัสดุ ส่วนถ้าใครชอบโต๊ะแบบยาวๆ วางของได้เยอะ วางคอมบนโต๊ะได้สะดวก Neolution, Ergopixel ให้คุณได้ กับความยาวโต๊ะระดับ 140cm แต่ถ้าพิเศษเลย ก็จะเป็น Gamer Desk L ที่เป็นทั้งโต๊ะเข้ามุม มีความยาว 160cm รวมถึง มีชั้นวางจอมาให้ ก็สะดวกไม่น้อยเลย ที่เหลือคือ ความชื่นชอบ และลูกเล่นเสริมต่างๆ ที่เพิ่มเติมเข้ามาให้ ชอบแบบไหน แนะนำว่ามีโอกาสได้ไปดูตัวจริง ก็จะช่วยคุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นครับ


Desktop PC table 2022 Cov7

โต๊ะคอมพิวเตอร์ ราคาถูก 8 รุ่นในงบ 2000.-

from:https://notebookspec.com/web/680431-8-gaming-desk-5000-2023

SSD โน๊ตบุ๊ค 1TB งบ 3,000 บาท 8 รุ่นเด็ด M.2 PCIe เร็ว เก็บข้อมูลเยอะ เปิดเครื่องไว ทนทาน

SSD โน๊ตบุ๊ค 8 รุ่นเด็ดงบ 3,000 บาท เร่งความเร็ว เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค M.2 PCIe รุ่นใหม่ ติดตั้งเกม ลงโปรแกรม เก็บข้อมูลเหลือๆ

SSD โน๊ตบุ๊ค

SSD โน๊ตบุ๊คก็ถือว่าเป็นหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญ ที่ทำให้โน๊ตบุ๊คสามารถทำงานได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเครื่อง เปิดโปรแกรม เข้าสู่ระบบ เปิดไฟล์ และโอนถ่ายไฟล์ รวมถึงมีส่วนต่อการเล่นเกมอยู่ไม่น้อยเลย ซึ่งการเลือกใช้ SSD ก็มีอยู่ด้วยกันหลายปัจจัย โดยในวันนี้เราจะมาพูดถึงการเลือกซื้อ และข้อพิจารณาในการใช้งานให้เหมาะสม พร้อมทั้งนำ SSD 8 รุ่นที่น่าสนใจในงบ 3,000 บาท ที่เป็นแบบ M.2 NVMe PCIe มาฝากกัน ส่วนจะมีรุ่นใดบ้าง ไปชมกันเลยครับ


SSD โน๊ตบุ๊ค 1TB ลงเกม ติดตั้งโปรแกรม งบ 3,000


SSD โน๊ตบุ๊ค เลือกอย่างไร?

การเลือก SSD ที่นำมาใช้กับโน๊ตบุ๊คเงื่อนไขแทบไม่ได้ต่างไปจากการใช้บนพีซีมากนัก จะมีเพียง 1-2 เรื่องที่ต้องพิจารณา และต้องดูตามการสนับสนุนของโน๊ตบุ๊คแต่ละรุ่นด้วยว่าจะรองรับมาตรฐานใด หรือความจุเท่าใดได้บ้าง การเลือก SSD ให้ตรงกับความเหมาะสมในการใช้งาน และราคาที่คุ้มค่า จะทำให้คุณสามารถใช้งานโน๊ตบุ๊คได้เร็วขึ้น รวมถึงการเปลี่ยนโน๊ตบุ๊คตัวเก่าของคุณให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม

Advertisementavw
Unbox KIOXIA SSD 40

อินเทอร์เฟส: ตรงนี้ค่อนข้างสำคัญ เพราะโน๊ตบุ๊คเวลานี้ผ่านมาหลายเจนเนอเรชั่นแล้ว สิ่งที่ต้องสังเกตก็คือ โน๊ตบุ๊คที่ใช้อยู่นั้น มีพอร์ตหรือสล็อตรองรับ SSD แบบใดได้บ้าง หากเป็นโน๊ตบุ๊คที่ย้อนไปสัก 5-6 ปีก่อน อาจจะมีเพียง SATA ที่รองรับ HDD ในแบบ 2.5″ ก็ต้องเลือกใช้ SSD แบบ 2.5″ SATA III แม้ว่าจะไม่ค่อยสะดวกนัก แต่ข้อดีคือ ให้ความเร็วได้มากกว่า HDD ปกติถึง 3-4 เท่าตัวเลย อีกทั้งปัจจุบันก็มีให้เลือกมากกว่า 1TB อีกด้วย

ถัดมาโน๊ตบุ๊คบางรุ่นอาจจะมีสล็อตแบบ M.2 มาให้ แต่จะเป็น M.2 SATA ซึ่งจะใช้ร่วมกับ SSD SATA ในแบบ M.2 สังเกตง่ายๆ จะมีรอยบาก 2 จุดบนหน้าสัมผัส ประสิทธิภาพแทบไม่ต่างไปจาก SSD 2.5″ แต่สะดวกกว่า เพราะไม่ต้องต่อสายไฟเลี้ยงให้วุ่นวาย อีกทั้งขนาดเล็กกว่าเยอะ

Kingston NVq SSD

และในแบบปัจจุบัน จะมีเป็นแบบ M.2 NVMe PCIe รูปแบบนี้จะมีสล็อตคล้ายกับ M.2 SATA แต่จะมีรอยบากเพียงจุดเดียวบนหน้าสัมผัส ข้อดีคือ ให้ความเร็วสูง ทั้งการอ่านและเขียนข้อมูล เพราะมีการเชื่อมต่อกับช่องทาง PCI-Express กับซีพียูโดยตรง โดยเวลานี้จะมีทั้งแบบ PCIe Gen3, Gen4 และที่กำลังจะมาก็เป็น PCIe Gen5 ซึ่งความเร็วจะสูงขึ้นตามลำดับ และล่าสุดความเร็วมีให้เห็นมากกว่า 7,000MB/s แล้ว ซึ่งหากเทียบกับ Gen3 ที่มีความเร็วประมาณแค่ 3,000-4,000MB/s เท่านั้น และถือว่าเร็วกว่า HDD แบบ SATA อยู่หลายสิบเท่าอีกด้วย แต่ถ้าต้องการจะใช้มาตรฐานใหม่นี้ ก็ต้องเช็คด้วยว่าโน๊ตบุ๊คที่ใช้อยู่ เป็น PCIe ในเจนเนอเรชั่นใด

Gigabyte SSD P7000s 1TB 34

ความจุ: ให้มองที่การใช้งานเป็นหลัก หากเป็นโน๊ตบุ๊คทั่วไป ไม่ได้เก็บไฟล์เยอะ โปรแกรมไม่มาก และใช้ร่วมกับ Clou storage 480-500GB ก็เพียงพอต่อการใช้งาน เหลือพื้นที่จัดเก็บไฟล์ใช้บ่อยอีกพอสมควร ลงโปรแกรมเพิ่มได้ แต่ถ้าเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค และมีเกมมากกว่า 3 เกมใหญ่ขึ้นไป ความจุที่มากกว่า 500GB หรือทางเลือกอย่าง 960GB และ 1TB เป็นตัวเลือกที่เหมาะสม เพราะช่วยให้คุณสามารถติดตั้งเกม ลงโปรแกรม และเก็บไฟล์ข้อมูลได้ แบบที่ไม่อึดอัดมากไปนัก

ความเร็ว: ความเร็วที่ดี ก็บ่งบอกถึงประสิทธิภาพของ SSD รุ่นนั้นๆ ได้ดี อย่างตัวเลข Sequential Read/ Write มีหน่วยเป็น MB/s (เมกะไบต์ต่อวินาที) ตรงนี้ให้ดูจากตัวเลขที่ยิ่งมาก ก็จะหมายถึง การเปิดไฟล์ โอนถ่ายไฟล์ได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงการ Copy file และเข้าสู่ระบบด้วย ขึ้นอยู่กับอินเทอร์เฟสและ NAND Flash ที่มีอยู่บน SSD รวมถึงคอนโทรลเลอร์บนโมดูล SSD ด้วย อย่างไรก็ดียิ่งตัวเลขที่สูง ราคาก็จะสูงขึ้นด้วยเช่นกัน สำหรับคนที่ใช้โน๊ตบุ๊ค ถ้าเป็น PCIe Gen4 ก็แนะนำให้เลือกใช้ SSD PCIe 4.0 คุณจะได้ความเร็วที่มากขึ้นกว่าเดิมไม่น้อยเลย

ความทนทาน: MTBF (Mean Time Between Failures): เป็นตัวเลขที่มีอยู่ในอุปกรณ์ต่างๆ และอยู่ใน SSD ซึ่งเป็นค่าที่บอกถึงอัตราเฉลี่ยของระยะเวลาในการทำงานจนกว่าจะเกิดความเสียหายหรือบกพร่อง จะมีหน่วยคำนวณเป็นชั่วโมง คล้ายกับค่า BTW คือตัวเลขยิ่งมาก ก็ยิ่งหมายถึงมีสมรรถนะที่ดี มั่นใจได้ ตัวเลขจะนับเป็นล้านชั่วโมงขึ้นไป อย่างเช่น SSD รุ่นกลางๆเวลานี้ ตัวเลขก็มีให้เห็นมากกว่า 1-2 ล้านชั่วโมง นั่น แต่ตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงค่าเฉลี่ย อาจมากหรือน้อยกว่า ขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้งาน การเลือก SSD ยี่ห้อไหนดี ก็อาจจะต้องใช้ค่านี้มาใช้ในการตัดสินใจด้วยเช่นกัน


1.ADATA LEGEND 710 1TB ราคา 2,590 บาท

SSD โน๊ตบุ๊ค

เริ่มจาก SSD น้องเล็กสุดในงบไม่ถึง 3 พันบาท จาก ADATA ที่มาพร้อมความจุ 1TB รุ่นนี้เหมาะกับผู้ใช้ที่เน้นเรื่องของความจุ หาซื้อง่าย ราคาค่อนข้างประหยัด เบียดบี้กับรุ่น 512GB ได้อย่างสูสี แต่ยังเป็นอินเทอร์เฟส PCIe 3.0 x4 จึงให้ความเร็วในการอ่าน/เขียน ในแบบมาตรฐาน คือประมาณ 2,400MB/s (Read) กับดีไซน์ที่ดูเรียบง่าย ความทนทานจากค่า MTBF อยู่ที่ 1.5 ล้านชั่วโมง และการเขียนซ้ำทำได้ที่ 520TB การรับประกัน 3 ปี

จุดเด่น ข้อสังเกต
เขียนซ้ำได้ถึง 520TB เป็นแบบ PCIe 3.0 x4
ราคาประหยัด

ข้อมูลเพิ่มเติม: ADATA


2.PNY CS1031 1TB ราคา 2,890 บาท

SSD โน๊ตบุ๊ค

เป็น SSD ในระดับเริ่มต้น สำหรับผู้ที่ต้องการอัพเกรดพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนโน๊ตบุ๊ค หรือเป็นตัวเก็บข้อมูลสำรอง กรณีที่มีสล็อต M.2 ว่างอีกหนึ่งช่อง ราคาประหยัด โดยรุ่นนี้มีให้เลือกตั้งแต่ 256GB จนถึง 2TB เชื่อมต่อบนอินเทอร์เฟส PCIe 3.0 x4 เช่นเดียวกัน และให้ความเร็วในการอ่านอยู่ที่ 2,400MB/s สำหรับรุ่น 1TB และค่า Endurance 240TB (TBW) และ MTBF 2 ล้านชั่วโมง แต่ที่น่าสนใจก็คือ ให้ระยะการรับประกันถึง 5 ปีเลยทีเดียว ราคา 2,890 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
ราคาไม่ถึง 3 พันบาท การอ่านระดับมาตรฐาน
รับประกัน 5 ปี

ข้อมูลเพิ่มเติม: PNY


3.Kingston NV2 1TB ราคา 2,890 บาท

SSD โน๊ตบุ๊ค

จัดว่าเป็น SSD ความจุ 1TB ในแบบ PCIe 4.0 x4 รุ่นใหม่ ที่ทำราคาได้ดีที่สุดในเวลานี้ ขยับต่อยอดจาก NV1 ที่ได้รับความนิยมไม่น้อยเลย กับดีไซน์ที่ดูเรียบง่าย เป็นแบบ Single-side M.2 2280 มาตรฐาน เหมาะทั้งการเป็นตัวบูตหลักภายในโน๊ตบุ๊ค และสำรองไฟล์ได้ในตัว เพราะให้ความเร็วได้ถึง 3,500MB/s (Read) ให้ค่า Endurance อยู่ที่ 1.5 ล้านชั่วโมง MTBF และการเขียนซ้ำอยู่ที่ 320TB เลยทีเดียว จัดว่าตัวเลขค่อนข้างสูง และให้การรับประกัน 3 ปี ราคา 2,890 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
PCIe 4.0 x4 รุ่นใหม่ รับประกัน 3 ปี
3,500MB/s (Read)

ข้อมูลเพิ่มเติม: Kingston


4.Crucial P2 1TB ราคา 2,900 บาท

SSD โน๊ตบุ๊ค

ถ้าใครเคยได้ใช้งาน SSD ในช่วงแรกๆ Crucial ต้องถือว่าเป็นค่ายหลักๆ ที่เข้ามาในบ้านเรา ให้ได้ใช้งานกันก่อน กับความโดดเด่นในเรื่องเมมโมรีและเทคโนโลยี เช่นเดียวกับในรุ่น P2 นี้ ที่เป็นซีรีส์ต่อมา ซึ่งพัฒนามาเพื่อผู้ใช้โน๊ตบุ๊คด้วยเช่นกัน บนอินเทอร์เฟสแบบ PCIe 3.0 x4 ให้ความเร็วอยู่ที่ระดับ 2,400MB/s (Read) ตามมาตรฐาน พร้อมค่า Endurance อยู่ที่ 300TBW ซึ่งจุดเด่นอยู่ที่การรับประกันถึง 5 ปี ก็ถือว่าน่าสนใจไม่น้อยเลย ราคา 2,900 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
รับประกัน 5 ปี เป็นแบบ PCIe 3.0 x4

ข้อมูลเพิ่มเติม: Crucial


5.HIKVISION E3000 1TB ราคา 2,990 บาท

SSD โน๊ตบุ๊ค

สำหรับค่ายนี้ ก็จัดว่าเป็น SSD ที่มีตัวเลือกค่อนข้างเยอะทีเดียว และยังเคาะราคาได้ถูกใจผู้บริโภค ทำให้ผู้ใช้ที่กำลังมองหา SSD สำหรับโน๊ตบุ๊ค จะเอามาเป็นตัวบูตหรือเพิ่มเติมสำหรับเก็บข้อมูล ก็น่าสนใจมาในอินเทอร์เฟส PCIe 3.0 x4 แต่ให้ความเร็วได้มากถึง 3,400MB/s (Read) และเขียนอยู่ที่ประมาณ 3,100MB/s ใช้ NAND ในแบบ 3D TLC ให้ค่า Endurance อยู่ที่ 1.5 ล้านชั่วโมง และ 448TBW แต่ที่น่าสนใจคือ รับประกันถึง 5 ปีเลยทีเดียว กับราคา 2,990 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
3,400MB/s (Read) Endurance 1.5 ล้านชั่วโมง
เขียนซ้ำได้ 448TBW

ข้อมูลเพิ่มเติม: HIKVISION


6.Apacer AS2280P4U PRO ราคา 3,090 บาท

SSD โน๊ตบุ๊ค

กับทาง Apacer เชื่อว่าหลายคนจะคุ้นหูคุ้นตากันดีอยู่แล้ว กับผลิตภัณฑ์หลายๆ โมเดล ซึ่งก็รวมถึง SSD ที่ออกมาใหม่ กับความจุ 1TB ออกแบบลวดลายมาได้อย่างล้ำสมัยทีเดียว เหมาะกับคนที่ใช้โน๊ตบุ๊ค หรือพีซี ที่ต้องการทั้งความเร็วและความจุ โดยมากับอินเทอร์เฟส PCIe 3.0 x4 ให้ความเร็ว 3,500MB/s (Read) และจุดเด่นคือ เขียนได้เร็วสุดในครั้งนี้คือ 3,000MB/s อีกด้วย รวมถึงค่า MTBF 1.8 ล้านชั่วโมง และการรับประกันอีก 5 ปี อีกด้วย ราคา 3,090 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
3,500MB/s (Read) เป็นแบบ PCIe 3.0 x4
รับประกัน 5 ปี

ข้อมูลเพิ่มเติม: Apacer


7.WD GREEN SN350 1TB ราคา 3,090 บาท

SSD โน๊ตบุ๊ค

ต้องถือว่าเป็น SSD ในใจใครหลายคน กับค่าย WD นี้ ที่มีให้เลือกกันหลายซีรีส์ และปัจจุบัน WD Green ก็ดูน่าสนใจไม่น้อย เพราะได้รับการปรับปรุงด้านความเร็ว และราคาที่จับต้องง่าย พร้อมฟีเจอร์ที่ช่วยให้ผู้ใช้สะดวกมากขึ้น อินเทอร์เฟสการเชื่อมต่อ PCIe 3.0 x4 และ NAND ในแบบ QLC มีความเร็วในการอ่านระดับ 3,200MB/s และค่า Endurance 100TBW ส่วนค่า MTTF 1 ล้านชั่วโมง พร้อมการรับประกันอีก 3 ปี ราคา 3,090 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
3,200MB/s (Read) MTTF 1 ล้านชั่วโมง

ข้อมูลเพิ่มเติม: WD


8.TEAM CARDEA Z44L 1TB ราคา 3,150 บาท

SSD โน๊ตบุ๊ค

เป็น SSD โน๊ตบุ๊คความเร็วสูงรุ่นใหม่ เหมาะกับโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆ ในปัจจุบัน ที่จะใช้เป็นตัวบูตระบบ ลงโปรแกรมก็ได้ หรือจะเน้นที่เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คก็ลงตัว เพราะมาพร้อมอินเทอร์เฟส PCIe 4.0 x4 รุ่นใหม่ พร้อมใช้กับแพลตฟอร์มโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆ ได้ดี ค่า Endurance สูงถึง 600TBW เรียกว่าทำตัวเลขได้ดีมาก และประสิทธิภาพทำได้ที่ 3,500MB/s (Read) และความทนทานระดับ 3 ล้านชั่วโมงเลยทีเดียว พร้อมกับการรับประกันอีก 5 ปี แม้ราคา 3,150 บาท จะสูงที่สุดในการรวม SSD โน๊ตบุ๊คในครั้งนี้ แต่ก็ถือว่าน่าสนใจไม่น้อยเลย

จุดเด่น ข้อสังเกต
เป็นแบบ PCIe Gen4 x4 ความเร็วในการอ่านมาตรฐาน
ค่า Endurance สูงถึง 600TBW

ข้อมูลเพิ่มเติม: TEAM


Conclusion

Interface Read/Write (MB/s) MTBF
(Hours)
TBW (TB) Warranty
(Year)
Price (Baht)
1.ADATA LEGEND 710 PCIe Gen3 x4 2,400/1,800 1,500,000 520 3 2,590
2.PNY CS1031 PCIe Gen3 x4 2,400/1,750 2,000,000 240 5 2,890
3.KINGSTON NV2 PCIe Gen4 x4 3,500/2,100 1,500,000 320 3 2,890
4.CRUCIAL P2 PCIe Gen3 x4 2,400/1,800 300 5 2,900
5.HIKVISION E3000 PCIe Gen3 x4 3,500/3,150 1,500,000 448 5 2,990
6.APACER AS2280P4U PRO PCIe Gen3 x4 3,500/3,000 1,800,000 760 3 3,090
7.WD GREEN SN350 PCIe Gen3 x4 3,200/2,500 1,000,000 100 3 3,090
8.TEAM CARDEA Z44L PCIe Gen4 x4 3,500/3,000 3,000,000 600 5 3,150

SSD โน๊ตบุ๊คทั้ง 8 รุ่นจากตารางข้อมูลด้านบนนี้ ก็น่าจะเป็นทางเลือกให้กับลายๆ คนที่กำลังมองหา SSD มาอัพเกรดให้กับโน๊ตบุ๊ค ไม่ว่าจะเป็นโน๊ตบุ๊คทำงาน หรือเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คก็ตาม สำหรับ ADATA ก็ค่อนข้างโดดเด่น ในเรื่องของราคา และการเขียนซ้ำได้ถึง 520TBW บนความเร็วพื้นฐาน แต่มองที่ความเร็วเป็นหลัก TEAMGROUP, WD และ HIKVISION ก็น่าสนใจ ได้ทั้งอินเทอร์เฟสใหม่ และ Read/ Write สูง รวมถึง MTBF ทะลุ 3 ล้านไปแล้ว ส่วน APACER ก็น่าสนใจในแง่ของความเร็วและค่า TBW สูงสุด ส่วนจะเลือกใช้รุ่นไหน ก็สามารถพิจารณาจากข้อมูลเพิ่มเติมกันได้ในลิงก์ของแต่ละรุ่นที่เราจัดวางไว้ให้ และเรื่องของราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ส่วนถ้าต้องการจะเช็คอุปกรณ์ และจัดสเปคคอม สามารถเข้าไปลองจัดสเปคได้ที่ Notebookspec.com/pc/spec กันได้เลยครับ

from:https://notebookspec.com/web/679768-8-ssd-1tb-3000-m2-pcie

โต๊ะคอมพิวเตอร์ ราคาถูก 8 รุ่นในงบ 2000.- แข็งแรง วางคอมได้ ดีไซน์สวย

โต๊ะคอมพิวเตอร์ ราคาถูก 8 รุ่น จัดโต๊ะคอมให้ถูกใจคุณรับปี 2023 นี้ แข็งแรง ดูดี มีฟังก์ชั่นเยอะ

โต๊ะคอมพิวเตอร์-ราคาถูก

โต๊ะคอมพิวเตอร์ ราคาถูก เป็นสิ่งที่เกมเมอร์หลายคนมองหา ในปัจจุบันโต๊ะคอมมีให้เลือกมากมาย หลากหลายสไตล์ เพราะนอกจากจะทำให้คุณนั่งเล่นเกมหรือดูหนัง เทรดหุ้น ได้อย่างสบายใจแล้ว หรือคนทำงานก็ได้ใช้ฟังก์ชั่นสะดวก ราคาก็ยังถูกลง ในปัจจุบันการจ่าย 2,000 บาทกับการเลือกโต๊ะคอมดีๆ สักรุ่น ก็มีให้ใช้ เพียงแต่ผู้ใช้เอง จะต้องเลือกสรรให้เหมาะสมกับตัวเอง เช่น วัสดุ ขนาด ความแข็งแรง งานประกอบ ไปจนถึงฟังก์ชั่นเสริม ที่เพิ่มเติมเข้ามา เช่น แสงไฟ LED, ที่วางแก้วน้ำ หรือที่แขวนหูฟัง เพราะสิ่งเหล่านี้ จะลดการใช้พื้นที่บนโต๊ะได้ไม่น้อย และทำให้วางสิ่งสำคัญอื่นๆ ได้มากขึ้น เช่น สมาร์ทโฟน แท็ปเล็ต พรินเตอร์ กรอบรูป หรือจะเป็นต้นไม้เล็กๆ สักต้น และถ้าวันนี้คุณยังไม่มีไอเดียในการเลือกโต๊ะคอมเอาไว้ในใจ เรามีแนวทางดีๆ กับตัวอย่างโต๊ะคอมในงบสายกระเป๋ามาฝากกันครับ

โต๊ะคอมพิวเตอร์ ราคาถูก 2000 บาท

โต๊ะคอมพิวเตอร์ ราคาถูก

มิติและการจัดวาง โต๊ะคอมมีด้วยกันหลายขนาด ดังนั้นก็ต้องเลือกให้เหมาะกับขนาดห้อง พื้นที่จัดวาง เพราะจะช่วยให้คุณออกแบบ โซนพื้นที่ทำงานหรือเล่นเกมของคุณให้ลงตัวมากที่สุด ไม่เกะกะ และยังทำความสะอาดง่าย ซึ่งรวมถึงการตกแต่งให้เข้ากับสไตล์ของคุณ ไม่รกห้องหรือเกะกะ ทำความสะอาดง่าย โต๊ะคอมพิวเตอร์ ราคาถูก ก็มีตัวเลือกให้คุณได้ใช้งานได้ไม่น้อยเลย

Advertisementavw
Conclusion Content MSI

แข็งแรงรองรับการจัดวางพีซีได้ สิ่งนี้สำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะหลายคนมักจะชอบวางพีซีบนโต๊ะ มากกว่าบนพื้น ส่วนหนึ่งก็เพื่อความสะดวกในการใช้งาน ต่อสาย และอุปกรณ์ต่อพ่วง ที่ง่ายกว่า ดังนั้นการเลือกโต๊ะคอมที่มีโครงสร้างแข็งแรง จุดยึดที่แน่นหนา รวมถึงพื้นโต๊ะที่ไม่เป็นรอยง่าย ก็ทำให้ดูน่าสนใจยิ่งขึ้น ปัจจุบันก็มีวัสดุให้เลือกมากมาย ตั้งแต่ ไม้พาติเคิล ไม้อัด ไม้ยาง โลหะ กระจก ความสวยงามและความทนทาน ก็มีมากน้อย ลดหลั่นกันไป

ประกอบง่าย ดูแลสะดวก เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ โดยเฉพาะคนที่ซื้อโต๊ะคอมมาเป็นแพ๊คแล้วประกอบเอง ถ้ามีชิ้นส่วนเยอะ ความซับซ้อนมาก ก็จะยิ่งใช้เวลานาน และอาจประกอบผิดได้ ซึ่งบางชิ้นติดผิดแล้วขยับออกไม่ได้ เสียแล้วเสียเลย แบบนี้ต้องระวัง หากไมชำนาญ และเครื่องมือไม่พร้อม แนะนำให้เลือกแบบที่ประกอบเสร็จ หรือมีช่างมาติดตั้งให้ จะลดปัญหาไปได้มากทีเดียว

Desktop PC table 2022 Cov3

ขนาด พื้นที่วางของบนโต๊ะ อยากให้เลือกโต๊ะคอม ที่มีพื้นที่ใช้งานกว้างกว่าการจัดวางพื้นฐานเล็กน้อย เพราะอย่าลืมว่า คุณอาจจะต้องใช้พื้นที่ในการวางสิ่งอื่นๆ หรือเป็นพื้นที่ใช้สอยเพิ่มเติม เช่น การวางมือถือ พรินเตอร์ กระดาษจดบันทึก หรือของใช้ส่วนตัว รวมถึงการเล่นเกม ที่ต้องอาศัยพื้นที่ในการเลื่อนเมาส์ได้แบบไม่ติดขัด เพราะคุณอาจจะเสียอารมณ์อย่างมาก ขณะที่เล่นแล้วต้องสะดุด หากใช้งานทั่วไป ไม่มีของเยอะ วางคอมใต้โต๊ะความยาว 120cm ก็เพียงพอ แต่ถ้าวางคอมบนโต๊ะ เป็นคอเกม มีอุปกรณ์ต่อพ่วงเสริม แนะนำที่ 140cm ขึ้นไป เพื่อให้จัดโต๊ะคอมได้สะดวกกว่า

ฟังก์ชั่นพิเศษอื่นๆ โต๊ะคอมพิวเตอร์ ราคาถูก ก็มีให้เลือกตามความเหมาะสม หากคุณคิดว่าจำเป็นต้องใช้ หรือคุ้มค่าใช้จ่าย เช่น ลิ้นชักเก็บของ ชั้นวางของเล็กๆ ช่องใส่แก้วน้ำ แสงไฟ RGB หรือจะเป็นที่แขวนหูฟังก็ตาม ยิ่งเป็นโต๊ะรุ่นใหม่ๆ ในสไตล์ Ergonomic Design ที่ปรับระดับความสูงได้ แบบนี้ราคาก็จะสูงตามไปด้วย

ปรับระดับได้ นับว่าเป็นสไตล์ของโต๊ะทำงานในแบบ Ergonomic design ที่หลายค่ายทำออกมาแข่งขันกัน ซึ่งข้อดีของโต๊ะแบบนี้ก็คือ ผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานตามอิริยาบทได้ เช่นอาจจะยืน นั่งหรือบางครั้งก็สลับกันไปมา ลดความเมื่อยล้า แต่ก็มีข้อสังเกตในการเลือกคือ มอเตอร์เป็นสิ่งสำคัญ เพราะมักจะรับบทหนัก หากผู้ใช้จะปรับเลื่อนบ่อยๆ รวมถึงการรับน้ำหนัก ซึ่งควรจะให้อยู่ในเกณฑ์ที่ผู้ผลิตกำหนด ลดความเสียหายระหว่างการใช้


1.NEOLUTION QUORA – 2,090 บาท

โต๊ะคอมพิวเตอร์ ราคาถูก

สำหรับโต๊ะคอมพิวเตอร์ ราคาถูกจาก NEOLUTION รุ่นนี้ ต้องถือว่าน่าสนใจไม่น้อยเลย เพราะมีส่วนขยายเพิ่มเติมให้ผู้ใช้ จัดวางสิ่งของต่างๆ ได้มากขึ้นกว่าพื้นที่โต๊ะที่ขนาด 60cm x 100cm โดยพื้นโต๊ะเป็นพาติเคิล 1.5cm ทับด้วยเมลามีน ที่มีความแข็งแรง ไม่เป็นรอยง่าย เป็นแบบแผ่นเรียบ ให้การเคลื่อนย้ายสิ่งต่างๆ บนโต๊ะได้สะดวก เพียงพอสำหรับการวางจอคอมขนาดใหญ่ได้ไม่ยาก ติดตั้งบนโครงสร้างขาตั้งโลหะสีดำ โดยไม่มีโครงสร้างตรงกลางมาให้เกะกะ งานประกอบค่อนข้างปราณีต พร้อมใส่ฟังก์ชั่นการใช้งานมากอย่างครบครัน เช่น ที่วางแก้ว ที่แขวนหูฟัง แต่จะไม่ได้เจาะรูลอดสายไฟมาให้ มีส่วนขยายพื้นที่ด้านข้างมาให้ จัดโต๊ะคอมได้ค่อนข้างสะดวกทีเดียว ราคาอยู่ที่ 2,090 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
ดีไซน์ดูทันสมัย ความยาวอยู่ที่ 100cm
มีที่วางแก้ว แขวนหูฟังมาด้วย

ไปช้อปได้ที่: NEOLUTION


2.Index Living Mall เอช-ลาร่า/พีเอสทู – 2,190 บาท

โต๊ะคอมพิวเตอร์ ราคาถูก

โต๊ะคอมกึ่งทำงานจากทาง INDEX ที่ดูแตกต่างที่สุดในการรวมโต๊ะคอมครั้งนี้ เพราะมาในสไตล์ของโต๊ะไม้ที่ดูพรีเมียม และมีทั้งที่วางคีย์บอร์ด สไลด์เก็บได้ และลิ้นชักเก็บของ บนท็อปโต๊ะขนาด 60cmx120cm เรียกว่าพอเหมาะกับการใช้งาน ผลิตจากไม้พาร์ทิเคิลบอร์ด และปิดผิวหน้าด้วยเมลามีนที่เคลือบเลซิ่น ลดการเกิดรอย เหมาะกับคนที่เป็นเกมเมอร์ ที่เล่นเกมบนโน๊ตบุ๊คหรือจะวางจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ก็ยังไหว โต๊ะคอมรุ่นนี้ไม่ได้เจาะช่องลอดสาย ที่แขวนหูฟังหรือที่วางแก้วน้ำแยกมาให้ แต่ก็เสริมฟังก์ชั่้นอื่นๆ มาให้แทน ราคาอยู่ที่ 2,190 บาทเท่านั้น

จุดเด่น ข้อสังเกต
มาพร้อมลิ้นชัก ที่วางคีย์บอร์ดแยก ไม่ได้เจาะรู หรือที่วางแก้วมาให้
ได้ท็อปโต๊ะ 120cm

ไปช้อปได้ที่: Index


3.IKEA LAGKAPTEN / ADILS – 2,290 บาท

โต๊ะคอมพิวเตอร์ ราคาถูก
ที่มา: IKEA

แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบพื้นที่จัดวางของเยอะๆ หรือใช้งานพื้นที่โต๊ะแบบที่ต้องวางคอมไว้บนโต๊ะได้ด้วย แนะนำโต๊ะจาก IKEA รุ่นนี้เลย เพราะใช้งานง่าย ติดตั้งประกอบสะดวก วัสดุท็อปโต๊ะเป็นบอร์ดออนเฟรม ผลิตจากกระดาษรีไซเคิลและปิดทับด้วยกรอบไม้ พาร์ติเคิลบอร์ด หรือไฟเบอร์บอร์ด ความหนาพอสมควร และขาแยกต่างหาก สามารถไขน็อตยึดได้เอง มีขาโต๊ะให้ถึง 5 ขาด้วยกัน รองรับน้ำหนักพื้นที่ตรงกลางโต๊ะ มิติความยาวมากถึง 200cm มากกว่าโต๊ะรุ่นอื่นๆ และกว้าง 60cm มีให้เลือกเฉดสีของโต๊ะและขามากถึง 8 รูปแบบ สนนราคาอยู่ที่ 2,290 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
ความยาวโต๊ะมากถึง 200cm เรียบง่าย ไม่มีลูกเล่นเสริม
มีขาโต๊ะให้ 5 ขา

ไปช้อปได้ที่: IKEA


4.BAIERDI MALL – 2,340 บาท

โต๊ะคอมพิวเตอร์ ราคาถูก
ที่มา: BAIERDI MALL

โต๊ะคอมแบบนั่งคู่ สำหรับเกมเมอร์ที่เล่นเป็นคู่ หรือสู้เป็นทีม กับดีไซน์ให้ความทันสมัย เน้นความสปอร์ต กับดีไซน์ขาด้านข้างตัว K มิติกว้างxยาวอยู่ที่ 60cm x 180cm จะใช้พื้นที่วางคอมก็สะดวก หรือจะเน้นวางแผ่นรองเมาส์ไซส์ XL ก็สบาย ท็อปโต๊ะหนา 1.6cm และวัสดุแบบไฟเบอร์ มุมโต๊ะมีความโค้งมน จะได้ไม่สะดุดหรือชนง่ายๆ ขาโต๊ะโลหะชิ้นใหญ่ เสริมจุดยึดขาทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน 2 ชั้น และมีสติ๊กเกอร์ประดับมาด้วย มีช่องลอดสายไฟมาให้ 2 จุดซ้าย-ขวา นอกจากนี้ก็มีที่แขวนหูฟังมาให้ ทำความสะอาดได้ไม่ยาก ราคาอยู่ที่ 2,340 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
ได้พื้นที่โต๊ะกว้างขึ้น ยาว 180cm ไม่มีช่องลอดสายไฟ
มีที่ลอดสายไฟ และที่แขวนหูฟัง

ไปช้อปได้ที่: BAIERDI MALL


5.Nubwo ND-600S – 2,390 บาท

โต๊ะคอมพิวเตอร์ ราคาถูก

โต๊ะคอมสไตล์เกมมิ่งที่มาในแบบล้ำๆ และความยาวของพื้นโต๊ะระดับ 120cm และกว้างถึง 75cm ด้วยกัน มีให้เลือกทั้งแดง ดำและน้ำเงิน โครงสร้างฐานที่เป็นโลหะ ให้สมดุลได้ดีพอสมควร ผิวสัมผัสเป็นแบบลายไฟเบอร์คาร์บอน เพื่อความสปอร์ตและมีช่องลอดสายไฟมาให้ เช่นเดียวกับ ที่แขวนหูฟัง ซึ่งทำมาค่อนข้างใหญ่พอสมควร แต่ไม่มีที่วางแก้วมาด้วย ตรงกลางมีโครงสร้างมายึดขาโต๊ะทั้งสองด้านเอาไว้ มีการทำลวดลายและเส้นสายไว้ดูสะดุดตา เคาะราคามาประมาณ 2,390 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
ให้พื้นโต๊ะได้กว้างมากขึ้น 75cm จุดยึดขาโต๊ะใกล้ที่วางขา
มีช่องลอดสายไฟ และที่แขวนหูฟัง

ไปช้อปได้ที่: Nubwo


6.Furradec CT-2013 – 2,410 บาท

โต๊ะคอมพิวเตอร์ ราคาถูก

มาถึงโต๊ะคอมเกมมิ่ง ที่มาในสไตล์ Ergonomic กันบ้าง สำหรับค่าย Furradec นี้ ที่มาในขนาด 60cm x 120cm ในมิติความกว้างxยาว ตัวโครงสร้างเป็นโลหะแข็งแรง เป็นโทนสีดำทั้งหมด พ่นสีมาได้สวยงาม มิติของฐานไม่ใหญ่ แต่น่าจะโดนใจใครที่ไม่ชอบขาแบบเอียงๆ เพราะเค้าออกแบบมาเป็นขาตรง พร้อมตัวยกระดับให้สูงจากพื้น มีตัวจับยึดขาโต๊ะไม่เกะกะ เวลาที่นั่งเหยียดขา และด้านบนโต๊ะใช้เป็น MDF เคลือบผิวด้วย PVC ไม่เป็นรอยง่าย ให้ฟังก์ชั่นมาแบบครบๆ ไม่ว่าจะเป็น ที่วางแก้ว ที่แขวนหูฟัง และมีเจาะรูลอดสายไฟมาให้ทั้งสองด้านอีกด้วย จากบางร้านทำโปรฯ ได้ค่อนข้างดีทีเดียว เคาะราคาที่ 2,410 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
ดูไซน์ขาโต๊ะแนวตั้ง ไม่เกะกะ
มีที่ลอดสายไฟ ที่แขวนหูฟัง และที่วางแก้ว

ไปช้อปได้ที่: Furradec


7.Tengu Musashi – 2,490 บาท

โต๊ะคอมพิวเตอร์ ราคาถูก

เป็นโต๊ะคอมในสไตล์เกมมิ่ง ที่มาในโครงสร้างที่สะดุดตา ราคาสบายกระเป๋า อยู่ที่ราว 2,490 บาท ขาโต๊ะมีให้เลือกสีขาวและดำ เป็นแบบโลหะ จุดยึดค่อนข้างแข็งแรง เมื่อดูจากด้านข้างจะเหมือนตัว K ที่มีการกระจายน้ำหนักไปยังพื้นได้มากขึ้น พื้นโต๊ะหุ้มด้วยวัสดุลายคาร์บอนไฟเบอร์ ให้ดูสปอร์ตมากยิ่งขึ้น พร้อมช่องลอดสายไฟ และตัวครอบ โดยมีฟังก์ชั่นเพิ่มเติมอย่าง ที่วางแก้ว และที่แขวนหูฟังมาให้ครบครัน ไฮไลต์ที่สำคัญคือ แสงไฟ LED ที่ปรับได้ 4 โหมดด้วยกัน อยู่มุมโต๊ะด้านซ้ายและขวา โดยมีขนาดกว้างxยาว 60cm x 120cm และความสูงที่ 75cm ตามมาตรฐาน ติดตั้งขายึดจอคอมได้

จุดเด่น ข้อสังเกต
มีที่แขวนหูฟัง ลอดสายไฟและที่วางแก้ว มีขอบด้านข้างโต๊ะมาด้วย
แสงไฟ LED เพิ่มความสวยงาม

ไปช้อปได้ที่: Tengu


8.Nubwo-X NXGD-400 – 2,690 บาท

โต๊ะคอมพิวเตอร์ ราคาถูก

โต๊ะคอมสายเกมมิ่ง ที่มีความสปอร์ท โดดเด่นด้วยพื้นโต๊ะที่เป็นท็อปหุ้มด้วยวัสดุลายคาร์บอนไฟเบอร์ มีมิติกว้างxยาว อยู่ที่ 62cm x 119cm เหมาะกับการจัดวางเคสขนาดกลางและเล็ก และจอมอนิเตอร์ พร้อมแผ่นรองเมาส์ได้พอดีๆ โครงสร้างโลหะประกอบง่าย ความสูงจากพื้น 75cm ตามมาตรฐาน และแสงไฟ LED ที่อยู่ด้านข้างทั้งสองด้าน ช่วยประดับโต๊ะให้ดูมีมิติ และความเป็นเกมมิ่งอย่างเด่นชัด มีความแข็งแรง พร้อมช่องลอดสายไฟ 2 ช่องซ้าย-ขวา และที่วางแก้วมาให้ ด้านหลัง รวมถึงที่แขวนหูฟัง เรียกว่าจัดมาอย่างครบครัน สนนราคาเคาะอยู่ที่ประมาณ 2,690 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
มาพร้อมช่องลอดสาย ที่วางแก้วและแขวนหูฟัง
มีแสงไฟ LED เพิ่มความสวยงาม

ไปช้อปได้ที่: NUBWO


Conclusion

ท็อปโต๊ะ วัสดุขาตั้ง ที่แขวนหูฟัง ที่วางแก้ว ราคา
1.NEOLUTION QUORA 60cmx100cm โลหะ มี มี 2,090
2.Index Living Mall เอช-ลาร่า 60cmx120cm โลหะ ไม่มี ไม่มี 2,190
3.IKEA LAGKAPTEN / ADILS 60cm x 200cm โลหะ ไม่มี ไม่มี 2,290
4.BAIERDI MALL 60cm x 180cm โลหะ มี ไม่มี 2,340
5.Nubwo ND-600S 75cm x 120cm โลหะ มี ไม่มี 2,390
6.Furradec CT-2013 60cm x 120cm โลหะ มี มี 2,410
7.Tengu Musashi 60cm x 120cm โลหะ มี มี 2,490
8.NUBWO-X NXGD-400 62cm x 119cm โลหะ มี มี 2,690

โต๊ะคอมพิวเตอร์ ราคาถูกในปัจจุบันมีให้เลือกมากมาย ตั้งแต่โต๊ะพื้นฐานทั่วไป ที่ใช้ในการเรียนในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงโต๊ะทำงาน และโต๊ะคอมสำหรับเล่นเกม การเลือกใช้ ก็ขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัย ตามที่ได้แนะนำไปในเบื้องต้น บรรดาโต๊ะคอมที่เรารวบรวมมานี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น อย่างไรก็ดี หากคุณชื่นชอบ ก็สามารถคลิ๊กลิงก์ไปหาข้อมูลหรือร้านจำหน่ายได้จากบทความนี้ สำหรับคนที่ชอบโต๊ะยาวๆ มีตัวเลือกจาก IKEA และ BAIERDI MALL ที่ระดับ 180cm – 200cm ให้เลือก สามารถวางอุปกรณ์เสริมและคอมไว้บนโต๊ะได้ แต่ถ้าเน้นฟังก์ชั่นมีหลายรุ่นที่เป็นโต๊ะคอเกมมิ่ง ที่มีทั้งแขวนหูฟัง และวางแก้วให้ครบ แต่จะมีเพียงบางรุ่นเท่านั้น ที่มีแสงไฟ LED มาให้ที่โต๊ะเลย เช่น Tengu Musashi เป็นต้น ส่วนถ้างบจำกัด 2,000 บาท ก็มี NEOLUTION QUORA ที่ให้ฟังก์ชั่นมาแน่นๆ ในงบประมาณนี้มาเลย เพียงแต่จะได้ความยาวโต๊ะ 100cm ซึ่งถ้าคุณใช้งานในพื้นที่จำกัดอยู่แล้ว ก็ถือว่าลงตัวครับ

และเรื่องที่สำคัญอย่างมากก็คือ การปรับสรีระการนั่งให้เหมาะสม เพื่อสุขภาพที่ดีในวันข้างหน้า และพักสายตาจากการทำงานหรือเล่นเกมบ้าง เพื่อลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมาในภายหลัง แม้คุณจะเลือกโต๊ะคอมได้ตามต้องการแล้วก็ตาม อย่าลืมพักผ่อน และจัดท่าทางการนั่งของคุณให้ดีด้วยครับ โอกาสหน้าพบกันใหม่

from:https://notebookspec.com/web/679110-8-gaming-desktop-2022

มือใหม่ประกอบคอม AMD Ryzen 5 รุ่นใหม่ AM5 ไม่มีการ์ดจอ แต่เล่นเกมได้ ทำตามขั้นตอนกันได้เลย

มือใหม่ประกอบคอม AMD Ryzen 5 ทำเองได้ ไม่กี่ขั้นตอน พร้อมปรับแต่ง AMD EXPO การ์ดจอไม่มี ก็เล่นเกมได้

มือใหม่

มือใหม่ประกอบคอม วันนี้เรามาประกอบเซ็ตคอม AMD Ryzen รุ่นใหม่กันดีกว่า เรามาเอาใจสาวกค่ายแดงอย่าง AMD กันบ้าง ด้วยการประกอบคอม AMD Ryzen 7000 บนซ็อกเก็ต AM5 รุ่นใหม่ล่าสุด ให้ดูกันไปครับว่าจะต่างจากซ็อกเก็ต AM4 แบบเดิมอย่างไร รวมถึงวันนี้จะตอบคำถามที่หลายคนคาใจ เรื่องกราฟิกที่อยู่ในตัวซีพียู AMD Ryzen 5 7600X รุ่นใหม่นี้ จะสามารถเล่นเกมได้ดีเพียงใดถ้าไม่ได้ใช้กราฟิกการ์ดแยก และที่สำคัญครั้งนี้เราได้เมนบอร์ดที่สนับสนุน AMD EXPO ในการปรับโพรไฟล์แรมเพิ่มความเร็วได้อีกด้วย รวมถึงแรมที่เราได้มาเป็น Kingston FURY BEAST DDR5 6000 ก็จะได้ลองใช้ AMD EXPO ไปพร้อมๆ กัน ด้วยการแนะนำการตั้งค่าเบื้องต้นในการเพิ่มความเร็วแรมแบบง่ายๆ ไปจนถึงการทดสอบความเร็ว ให้เห็นความแตกต่างๆ ระหว่างความเร็วแรมพื้นฐาน และหลังจากที่ตั้งเป็น AMD EXPO แล้ว


ประกอบคอม AMD Ryzen 5 7600X


อุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบ

  • ซีพียู AMD Ryzen 5 7600X
  • เมนบอร์ด ASUS ROG CROSSHAIR X670E HERO
  • แรม Kingston FURY Beast DDR5 32GB EXPO
  • SSD 1TB PCIe 4.0
  • กราฟิก Radeon Graphic
  • เพาเวอร์ซัพพลาย DEEPCOOL DQ850-M-V2L
  • เคส DEEPCOOL CL500

อุปกรณ์ที่คุณจำเป็นต้องมีหลักๆ ประกอบไปด้วย

Advertisementavw
มือใหม่
  • ไขควง 4 แฉก เป็นไปได้ขอเป็นแบบแม่เหล็ก จะช่วยป้องกันทำน็อตหล่นลงไปในเคสได้ดีทีเดียว
  • ซิลิโคนช่วยนำพาความร้อนให้ซีพียู เลือกตามความเหมาะสม และงบประมาณ หรือจะใช้ที่มากับฮีตซิงก์ก็ได้
  • สายรัด เคเบิลไทร์หรือสายจัดเก็บสายไฟ
  • บรรดาน็อตขนาดต่างๆ ที่ใช้ในการติดตั้ง เมนบอร์ด การ์ดจอ พัดลมเป็นต้น

อุปกรณ์ที่ใช้

มือใหม่

ซีพียู: AMD Ryzen 5 7600X เป็นน้องรอง ที่เป็นซีพียูในระดับ 5nm ใหม่ล่าสุด บนแพลตฟอร์ม AM5 ซ็อกเก็ต 1718 ทำงานในแบบ 6 core/ 12 thread ความเร็ว Boost สูงสุดที่ 5.3GHz มีรหัส X ต่อท้าย ซึ่งหมายถึง การปลดล็อค เพื่อโอเวอร์คล็อก บนเมนบอร์ดชิปเซ็ต AMD X670, X670E, B650 series เป็นหลัก รองรับแรม DDR5 และ AMD EXPO มีกราฟิกมาในตัว สนนราคาเวลานี้ราวๆ 12,500 บาท

มือใหม่

เมนบอร์ด: เรียกว่าตัวท็อปอีกรุ่นหนึ่งของ ASUS ก็ว่าได้ เพราะใช้ชิปเซ็ต X670E ที่จะพิเศษกว่ารุ่นพื้นฐานทั่วไปตรงที่ รองรับ PCIe 5.0 ได้ทั้งกราฟิกการ์ดรุ่นใหม่ และ SSD M.2 NVMe PCIe 5.0 ที่กำลังจะออกมาในอนาคต เมนบอร์ดนี้จากทาง ASUS ในรุ่น ROG CROSSHAIR X670E HERO

จุดเด่นที่มาพร้อมกับซีรีส์ของ ROG รุ่นนี้ก็คือ ภาคจ่ายไฟขนาดใหญ่ 18+2 phase รองรับการโอเวอร์คล็อก ทั้งซีพียูและแรม ที่ทำได้สูงสุด DDR5 6400MHz สนับสนุน PCIe 5.0 พร้อมชุดระบายความร้อนในจุดต่างๆ แสงไฟ RGB และมีพอร์ต USB 4 ในแบบ Type-C มาให้ใช้อีกด้วย การเชื่อมต่อไร้สาย WiFi 6E เรียกว่าออกแบบมาเพื่อเกมเมอร์ตัวจริงโดยเฉพาะ

มือใหม่

RAM: เป็นแรมรุ่นใหม่จากทาง Kingston FURY Beast DDR5 32GB เป็นแบบ 16GB x2 ผมว่าเป็นแรมที่น่าสนใจอย่างมาก หากเทียบกับ แรม DDR5 6000 ในท้องตลาดเวลานี้ เพราะราคาใกล้เคียงกับ DDR5 5200 บนความจุเดียวกันหลายรุ่น แต่เร็วกว่า และยังรองรับ AMD EXPO ในการปรับเพิ่มความเร็วแรมได้ง่ายๆ ด้วยโพรไฟล์โอเวอร์คล็อกที่ทาง AMD พัฒนาขึ้นมา ผู้ใช้ไม่ต้องไปเซ็ตค่าเองให้วุ่นวายอีกด้วย

SSD: เป็นแบบ M.2 NVMe PCIe ตรงนี้คุณเลือกได้นะ ว่าจะใช้แบบ PCIe 3.0/ 4.0 ไปก่อน เอาของเดิมที่มีอยู่ แล้วรอ SSD PCIe 5.0 ออกมา แล้วซื้อมาติดตั้งในภายหลัง หรือถ้าคุณมี SSD ในแบบ SATA ก็อาจจะเอามาใช้ก่อนได้

กราฟิกการ์ด: ครั้งนี้เราเน้นที่ขั้นตอนการประกอบ ไม่ได้เน้นที่ประสิทธิภาพรวมของระบบ แต่อยากจะให้เห็นความสามารถของ Radeon Graphic บนซีพียู AMD Ryzen 5 7600X รุ่นนี้ ที่เค้าใส่กราฟิกมาให้ใช้งานกันแล้ว แต่ก็จะติดตั้งกราฟิกการ์ดให้ดูเป็นแนวทาง สำหรับเพื่อนๆ ที่จะประกอบคอมด้วยครับ

มือใหม่

เพาเวอร์ซัพพลาย: DEEPCOOL DQ850-M-V2L เป็นเพาเวอร์ระดับ 850W และมี 80+ Gold การันตี เรื่องของการจ่ายไฟคุ้มค่า มาพร้อมสายถอดได้ทั้งหมด พัดลมระบายความร้อนขนาดใหญ่ หัวต่อมีให้แบบครบครัน ในราคาสบายกระเป๋า แต่แนะนำว่าหากคุณจะใช้กับการ์ดจอ RTX4000 series รุ่นใหม่ แนะนำรุ่น 1000W ขึ้นไปและ อาจจะต้องหาตัวแปลง PCIe 5.0 มาใช้ ในกรณีที่ไม่เป็นรุ่นที่มี 12VHPWR มาให้ครับ


เตรียมพื้นที่ภายในเคส

มือใหม่
  1. เคสที่ใช้วันนี้จาก DEEPCOOL CL500 ชอบตรง ถอด แกะ ส่วนต่างๆ ออกมาได้หมด
  2. ภายในกว้าง ติดตั้งง่าย ใส่ชุดน้ำสะดวก รองรับการ์ดจอขนาดใหญ่
  3. ถอดฝาทุกด้านออก
  4. เช็คน็อตหรือหมุดรองเมนบอร์ดให้ครบ
  5. จัดสายต่างๆ เอาไว้ด้านหลัง

ติดตั้งเพาเวอร์ซัพพลาย

มือใหม่
  1. จะติดตั้งก่อนหรือหลังวางเมนบอร์ดก็ได้
  2. จะวางคว่ำหรือหงาย ให้ดูด้านบนตัวเคส หากมีช่องระบายอากาศ หันพัดลมขึ้น ช่วยดูดลมร้อน แต่ถ้าปิดทึบ หันแบบใดก็ได้
  3. หากเป็นแบบถอดสายได้ อย่าลืมต่อสายให้ครบก่อน จะต้องใช้อะไร ติดตั้งแล้ว ใส่เพิ่มลำบาก
  4. สายเพาเวอร์ 24-pins, 8-pins CPU, 6+2 pins VGA, SATA power, Molex สำหรับอุปกรณ์อื่นๆ
  5. ไขให้แน่น แล้วลองลากสายไปยังจุดที่จะต่อในส่วนต่างๆ เพื่อเช็คระยะ
  6. เตรียมวางเมนบอร์ด

ถ้าคุณเป็นมือใหม่ หรือไม่ถนัดกับการจัดการสิ่งต่างๆ ภายในเคส เบื้องต้นผมอาจะให้ติดตั้งซีพียู และชุดระบายความร้อนบนเมนบอร์ดข้างนอก ก่อนจะนำเมนบอร์ดลงในเคสอีกที แต่ถ้ามองว่าไม่จำเป็น ก็เอาเมนบอร์ดลงเคสไปก่อนได้เลยครับ


ติดตั้งซีพียู

มือใหม่

การติดตั้งซีพียู AMD Ryzen 7000 series บน AM5 ไม่ได้ซับซ้อนมากมากนัก จุดสังเกต การติดตั้งซีพียู AMD AM5 ด้วยกระดองที่ออกแบบมาใหม่ ไม่ได้มี Pin อยู่บนซีพียูแล้ว รวมถึงการปรับเลย์เอาท์การออกแบบใหม่ จึงเกิดมาเป็นกระดองหรือหน้าสัมผัสแปลกๆ แบบนี้ การจับและการวางลงบนซ็อกเก็ต อาจจะต้องใช้ความระมัดระวังมากกว่าเดิม

  1. ซีพียู AMD “X” series จะไม่มีฮีตซิงก์มาให้ เพื่อให้คุณมีทางเลือกในชุดระบายความร้อนได้ตามใจ
  2. ทางเลือกในการใช้งาน ใช้ซิงก์ AM4 รุ่นเก่าก็ได้ หรือจะใช้ฮีตซิงก์ซื้อแยกก็ได้เช่นกัน
  3. แกะซีพียูออกจากกล่องด้วยความระวังครับ หน้ากล่องเค้าจะเป็นแบบนี้เลย กล่องบางแบบนี้ ไม่มีฮีตซิงก์นะครับ
  4. เมื่อพร้อมแล้ว ติดตั้งซีพียูลงบนเมนบอร์ดได้เลย
  5. สังเกตง่ายๆ หากเราวางเมนบอร์ดแนวตั้ง ก็วางแนวของตัวอักษรของซีพียูเป็นแนวตั้ง
  6. หรือสังเกตบากบนซีพียูกับซ็อกเก็ต จะตรงกัน ไม่ยุ่งยากเหมือนในอดีต ที่ต้องดูตามลูกศร

วางซีพียูลงบนเมนบอร์ด

มือใหม่
  1. งัดกระเดื่องหรือสลัก ขึ้นมาได้เลยครับ  วิธีคือ กดตัวล็อคลงไป แล้วดันออกทางด้านข้าง
  2. ยังไม่ต้องเอาฝาครอบซ็อกเก็ตออกครับ เพื่อความปลอดภัยต่อพินภายใน
  3. จากนั้นวางซีพียูลงไปตรงๆ ให้ดูบากให้ตรงกันครับ ที่สำคัญจับซีพียูแน่นๆ ถ้ารู้สึกมือลื่นให้ไปล้างมือ แล้วเช็ดให้แห้งครับ
  4. เมื่อวางลงไปแล้ว ดันฝาครอบลงไปช้าๆ จากนั้นฝาปิดจะหลุดออก แล้วกดตัวล็อคให้แน่น เท่านี้เป็นอันเสร็จสิ้น

ติดตั้งฮีตซิงก์

มือใหม่

ยังไม่จบแค่นี้ครับ เรามาได้ประมาณ 30% แล้ว เรามาใส่ฮีตซิงก์กัน การติดตั้งฮีตซิงก์ AMD แจ้งว่าคุณสามารถใช้ฮีตซิงก์เดิมที่เป็น AM4 ได้ รวมถึงฮีตซิงก์แบบที่คุณซื้อแยกมาใช้ได้ แต่ครับ แต่… ย้ำแบบนี้ คุณจะยังไม่สามารถใช้ฮีตซิงก์ที่จะต้องเปลี่ยน Backplate ด้านหลังได้ตอนนี้นะครับ เพราะ AMD ออกแบบมาให้ Backplate เป็นชิ้นเดียวกับซ็อกเก็ตเลย ดังนั้นคุณอาจจะต้องเช็คตรงนี้ด้วย หากคุณมีฮีตซิงก์ตัวโปรดของคุณอยู่

ตัวอย่างเช่น ที่ผมใช้ DEEPCOOL GAMMAXX 400XT รุ่นนี้ เพราะเปลี่ยนแค่ตัวล็อคบนขาฮีตซิงก์เท่านั้น และใช้ตัวล็อคเดิมบนเมนบอร์ดได้เลย หรือจะลองกับฮีตซิงก์ตัวเดิมที่เป็น AM4 ก็ได้นะครับ วางได้เหมือนกัน มาวางฮีตซิงก์กัน

มือใหม่
  1. แต่ก่อนอื่น ทาซิลิโคนก่อนครับ เลือกตามสะดวกครับ แตะ ป้าย ทา ถู ขอแค่ฮีตซิงก์แปะหน้าสัมผัส แล้วกระจายให้ทั่ว เพื่อการนำพาความร้อนที่ดี ใช้แค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ต้องถึงขนาดหนาเตอะ มือใหม่ต้องระวังครับ เพราะอาจจะหกเลอะไปด้านนอกได้
  2. ถ้าฮีตซิงก์หรือปั้มน้ำ มีพลาสติกปิดกันรอย ดึงออกด้วยครับ ไม่อย่างนั้นอาจร้อนจนดับได้
  3. หันทิศทางของพัดลมให้เหมาะครับ รูปแบบปกติคือ พัดลมเป่าผ่านฮีตซิงก์ ให้ลมเย็น ผ่านซิงก์ ไปยังด้านหลัง และมีพัดลมดูดออกทางด้านหลัง
  4. อย่าลืมต่อสายไฟพัดลมให้เรียบร้อย
  5. ส่วนถ้าเป็นชุดน้ำปิด หรือ AIO และมีไฟพัดลม RGB ด้วย ให้เช็คครับว่า ต้องต่อเข้ากับจุดไหนบ้าง เพราะบางรุ่นมาพร้อม Fan hub หรือบางรุ่นก็มีชุดสายพ่วงมาให้ ต่อให้ครบ จะได้เย็นด้วย สวยด้วยครับ
มือใหม่

ติดตั้งแรม

มือใหม่

มาติดตั้งแรมกันครับ บนเมนบอร์ดโดยพื้นฐาน ถ้าเราเห็นเมนบอร์ดชิปเซ็ตกลางๆ ถึงรุ่นประหยัด จะมีแรมให้ 2 สล็อต ส่วนถ้าเป็นชิปเซ็ตรุ่นท็อป มักจะมีให้ 4 สล็อตแรม อย่างเช่น X670E รุ่นนี้ วิธีการติดตั้งให้เริ่มแบบนี้ครับ มือใหม่ทำตามได้เลย

  1. หากเป็นแรม 2 สล็อต ส่วนใหญ่เริ่มจากแถวไหนก็ได้ แต่มักจะติดตั้งกันที่สล็อตแรก
  2. ส่วนถ้ามีแรม 4 สล็อต เช่นเดียวกับเมนบอร์ดนี้ เค้าจะนับแบบนี้ครับ A1, A2, B1 และ B2
  3. ผู้ผลิตแนะนำให้เริ่มที่สล็อต A2 ตามด้วย B2 หรือตามความเข้าใจของหลายคนคือ สล็อตที่ 2 และสล็อตที่ 4 นั่นเอง ทั้งนี้ก็เพราะ ส่วนหนึ่งคุณจะให้ระบบทำงานแบบ Dual-channel ได้ในการติดตั้งแบบนี้ รวมถึงการเปิดใช้ XMP ในกรณีที่ใช้ในระบบ Intel อีกด้วย
  4. แต่ถ้าคุณมีแรม 4 แถว อยากใส่ให้ครบก็ได้ ใส่เต็มได้ทุกแถวครับ จะต่างความจุก็ใช้ได้เช่นกัน ส่วนผลที่ออกมา ก็ขึ้นอยู่กับสเปคของแรมด้วย

ติดตั้ง SSD

มือใหม่
  1. เมนบอร์ดรุ่นนี้มีสล็อต M.2 มาให้ถึง 4 สล็อตด้วยกันครับ M1_1 และ M2_2 เป็น PCIe 5.0 ส่วน M2_3 และ M2_4 เป็น PCIe 4.0
  2. สำหรับคนที่ใช้ซีพียู AMD Ryzen รุ่นใหม่ และต้องการใช้ให้เต็มประสิทธิภาพ หรือสมมติว่ามี SSD PCIe 5.0 แล้ว แนะนำ ติดตั้งสล็อตด้านบน ใกล้กับสล็อต PCIe x16 นี้ หรือสล็อตด้านล่าง
  3. ส่วนอีก 2 สล็อตจะเป็น PCIe 4.0
  4. เวลาติดตั้ง มือใหม่ให้ดูบากบนโมดูล M.2 และสล็อตเป็นหลัก ให้เสียบลงไปเฉียงๆ แบบนี้ แล้วปิดฮีตซิงก์ได้เลย
  5. บางรุ่นจะมีตัวล็อคโมดูลมาให้ก่อน จากนั้นค่อยวางฮีตซิงก์
  6. แต่บางรุ่นก็จะไม่มีฮีตซิงก์ให้ จะหามาเพิ่มเติมเองก็ได้เช่นกัน
  7. ส่วนถ้ามี SSD หรือฮาร์ดดิสก์ในแบบ SATA อย่าลืม ต่อสายสัญญาณ และสายเพาเวอร์เข้าไปด้วย หน้าตาเป็นแบบนี้
มือใหม่

ถ้าจะถามว่าความจุ SSD เท่าไรถึงจะพอ เอาแบบนี้ครับ ง่ายๆ

  • มือใหม่ใช้งานทั่วไป ไม่มีข้อมูลมาก ท่องเน็ต ดูเว็บเป็นหลัก 240-256GB ก็พอ
  • ทำงาน มีข้อมูล ลงโปรแกรมขนาดใหญ่บ้าง วางไว้ที่ 480GB ขึ้นไป
  • เล่นเกมเป็นหลัก ทำงานด้านภาพ วีดีโอ ให้เริ่มที่ 1TB เพราะลงโปรแกรม กับเกมได้เยอะ

วางเมนบอร์ดลงในเคส

มือใหม่
  1. หลังจากติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ เรียบร้อยแล้ว ได้เวลานำเมนบอร์ดลงไปในเคส
  2. เช็คหมุดตัวรองเมนบอร์ดให้ครบ ขาดอันไหน ใส่เพิ่ม เพื่อเพิ่มความแข็งแรงในการประกอบค็
  3. ใส่ฝาปิดด้านหลัง หรือ IO shield ลงไปก่อน แต่ถ้าเป็นแบบ Pre-Install ก็ขยับให้ตรงด้านหลังกับหมุดรองบอร์ด
  4. ไขน็อตยึดเข้าไป เป็นไปได้ยึดให้ครบทุกจุด น็อตที่ใช้เป็นแบบเกลียวละเอียด
  5. แนะนำว่าให้ใช้ไขควงที่เป็นแม่เหล็ก เพื่อป้องกันน็อตหล่นลงบอร์ด

ติดตั้งการ์ดจอ

มือใหม่

ในการประกอบคอมมือใหม่ครั้งนี้เราตั้งใจว่าจะใช้กราฟิกออนบอร์ด บนซีพียู AMD มาทดสอบให้ได้ชมความสามารถกัน เพราะเป็นครั้งแรกที่ AMD ใส่กราฟิกลงบนซีพียู X series นอกเหนือจาก G series แต่ก็นำการ์ดจอแยก มาประกอบให้ได้ดูกัน จะได้ครบทุกองค์ประกอบนั่นเอง

  1. ให้เช็คพื้นที่ในการติดตั้งภายในเคสให้ดี ว่ามีความยาวมากพอ หรือมีสิ่งใดติดขัดหรือไม่
  2. เริ่มติดตั้งที่สล็อตหลักที่เป็นสล็อตแรก ใกล้กับซ็อกเก็ตของซีพียู เพราะจะเป็นสล็อตที่รองรับความเร็วมาตรฐานล่าสุดเอาไว้ อย่างเช่น PCIe 4.0 หรือ PCIe 5.0
  3. ให้ถอดฝาปิดตรงสล็อตด้านหลังเคสออก ส่วนใหญ่ 2 หรือ 3 ชิ้น
  4. เสียบการ์ดลงไปที่สล็อตตรงๆ จนกว่าจะได้ยินเสียงคลิ๊ก เมื่อตัวล็อคทำงาน
  5. เมื่อมั่นใจว่าแน่นดีแล้ว ให้ไขน็อตยึดกับตัวเคสให้แน่นหนา
  6. จากนั้นต่อสายไฟ ตามรูปแบบของ Power connector บนตัวการ์ด

ต่อสายไฟและสายสัญญาณ

มือใหม่
  1. สายไฟ 24-pins จ่ายไฟหลักต่อบนเมนบอร์ด
  2. สายไฟ 8-pins จ่ายไฟซีพียู มีอยู่ 2 ชุด ใช้งานทั่วไป ต่ออันเดียว ใช้ซีพียูแรงๆ และ OC ด้วย ต่อ 2 ชุด
  3. สายไฟ 6+2 pins ต่อการ์ดจอ แต่ถ้าเป็นการ์ดรุ่นใหม่ ต้องใช้หัวต่อ PCIe 5.0 หรือใช้ตัวแปลง
  4. สาย HD Audio ต่อ Sound บน Front panel
  5. สาย USB 2.0 ใช้กับ Front panel
  6. สาย Front USB 3.2
  7. สายสัญญาณ Front panel (Power, Reset, HDD LED, PW LED)

เมื่อต่อสายทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ให้ตรวจเช็คอีกครั้ง เพื่อความมั่นใจ จากนั้นต่อสายสัญญาณจากจอภาพ เข้าสู่พอร์ตแสดงผล ในกรณีนี้ ผมขอใช้เป็นการ์ดจอ AMD Radeon ที่มากับซีพียู และถอดการ์ดจอแยกออกไปเลย เพื่อที่จะได้ผลการทดสอบร่วมกับการ์ดจอ AMD Radeon Graphic ล้วนๆ


เข้า BIOS ตั้งค่า

มือใหม่

สิ่งที่สำคัญคือ เข้าไปตั้งค่าใน BIOS กัน สำหรับคนที่ใช้ระบบนี้ และมีแรม DDR5 ความเร็วสูง อย่างเช่น ในครั้งนี้ เรามาพร้อมแรม Kingston FURY Beast DDR5 6000 ความจุ 32GB และรองรับ AMD EXPO ในการเพิ่มความเร็วได้อีกด้วย ตรงนี้อธิบายนิดนึงครับว่า ปกติแรมที่คุณใช้อาจเป็นมาตรฐาน DDR5 4800 หรือ DDR5 5200 ก็จะเป็นระดับค่าพื้นฐานในการใช้งาน แต่ในกรณีที่บางคนมีงบประมาณสำหรับแรมความเร็วสูง อย่างเช่น DDR5 6000 แบบนี้ คุณจะทำความเร็วนั้นได้ มีเพียงการโอเวอร์คล็อกเท่านั้น

มือใหม่

แต่คนที่ทำไม่เป็นหรือเป็นมือใหม่ ก็อาจจะเป็นเรื่องยาก เพราะขึ้นอยู่กับขนาดแรม ค่า CL แรงดันไฟ และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งจะยุ่งยากพอสมควร แต่ AMD EXPO จะทำให้ง่ายขึ้น ด้วยการเซ็ตค่าในไม่กี่คลิ๊ก ก็ทำให้ความเร็วของแรม DDR5 สูงขึ้นได้ คล้ายกับการใช้งาน Intel XMP Profile นั่นเอง แต่ความสำเร็จหรือการใช้งานบนความเร็วนั้นๆ ได้ ตัวแรม ก็ต้องรองรับ AMD EXPO นี้ด้วย

มือใหม่

ทดสอบแรม

มือใหม่

ทดสอบแรม เปรียบเทียบกันระหว่างการความเร็วแรมพื้นฐานที่ยังไม่ได้เปิด AMD EXPO และหลังจากเปิดใช้งาน ด้วยการทดสอบ Cache & Memory Benchmark บน AIDA64 ซึ่งผลที่ได้ชัดเจนว่า ค่าการอ่านข้อมูลเมื่อเปิด AMD EXPO แล้ว ทำให้แรม Kingston รุ่นนี้ ไปได้ถึง DDR5 6000 มีประสิทธิภาพสูงกว่ายังไม่ได้เปิดใช้งานอยู่มากพอสมควร ตรงนี้ถือว่าเป็นประโยชน์อย่างมาก สำหรับผู้ใช้ซีพียู AMD Ryzen รุ่นใหม่นี้


ทดสอบการ์ดจอ

มือใหม่

เรามาทดสอบความสามารถในการเล่นเกมของ AMD Radeon Graphic ที่ใส่เข้ามาในซีพียู AMD Ryzen 5 7600X รุ่นใหม่นี้ ด้วยเกม DOTA2 ผลที่ได้คือ การตั้งค่าความละเอียด 1080p ที่ Detail: Fastest ได้เฟรมเรตที่มากถึง 198fps.++ ส่วนถ้าตั้งค่า High จะไปได้ถึง 30-40fps. เลยทีเดียว ภาพสวย และยังลื่นไหลได้ดี

มือใหม่

ขยับมาที่เกม Resident Evil Village เกมนี้แม้จะโหดหินหน่อย แต่เราก็ตั้งค่ากราฟิก Texture Quality ไว้ที่ High และเป็นใช้ FSR หรือ AMD FidelityFX™ Super Resolution ผลที่ได้คือ เฟรมเรตอยู่ที่ประมาณ 36-40fps. และเล่นได้ลื่นพอสมควร ถือว่ากราฟิกที่ให้มาบนซีพียูรุ่นนี้ ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว


Conclusion

มือใหม่

เชื่อได้ว่าด้วยขั้นตอนเหล่านี้ ก็น่าจะเป็นประโยชนสำหรับใครที่เป็นมือใหม่อยากจะประกอบคอม AMD Ryzen รุ่นใหม่อยู่บ้าง กับขั้นตอนที่ไม่ได้ซับซ้อนมากนัก ในการจัดสเปคประกอบคอมด้วยตัวเอง ซึ่งเราจะมีเป็นวีดีโอให้คุณได้เป็นข้อมูลเสริมในการประกอบคอมของเซ็ตนี้เอาไว้ให้ด้วยครับ และอย่าลืมหากต้องการจัดสเปค หรืออยากจะทดลองจัดสเปคเริ่มต้นด้วยตัวคุณเอง เข้ามาจัดสเปคกันได้แบบฟรีๆ หรือถ้าชอบ ก็สามารถลิงก์ไปยังร้านเพื่อสั่งซื้อได้ทันที ซึ่งเราอัพเดตข้อมูลกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คุณได้สเปคที่สดใหม่กันอยู่เสมอครับ และหากมีติดขัดในส่วนใด สามารถสอบถามกันมาได้ในคอมเมนต์ด้านล่างนี้ได้เลยครับ

from:https://notebookspec.com/web/675278-amd-ryzen-5-am5-radeon-graphic

จัดสเปคคอม งบ 20000 แต่งภาพ เล่นเกมลื่น การ์ดจอ RTX เกมเมอร์อัพเกรดเพิ่มได้

จัดสเปคคอม งบ 20000 การ์ดจอ GeForce RTX เล่นเกม 1080p อัพเกรดเพิ่มได้ สำหรับคอเกมเริ่มต้น

จัดสเปคคอม งบ 20000

จัดสเปคคอม งบ 20000 ในช่วงปลายปีแบบนี้ หลายคนก็น่าจะเล็งที่จะประกอบคอมใหม่สักเครื่องกันใช่มั้ยครับ ยิ่งช่วงนี้การ์ดจอก็ยังราคาถูกลงเยอะมาก เหมาะกับคอเกมที่ต้องการจะซื้อคอมใหม่ หรือประกอบคอมใหม่ในช่วงนี้ ยังมีเงินเหลือซื้อของแต่งเคส จัดโต๊ะคอม รวมถึงเกมมิ่งเกียร์ต่างๆ ได้อีกด้วย หลายค่ายก็พร้อมจัดโปรโมชั่นเด็ดในช่วงปลายปีแบบนี้ จะหาซื้อแบบออนไลน์ Advice, Banana, IT City, ACE หรือ JIB หรือจะไปหน้าร้าน ก็ตามสะดวก ในครั้งนี้ทีมงานจึงถือโอกาสนำเสนอ สเปคคอม 20,000 บาท ที่ทุกท่านสามารถมาทดลองจัดสเปคกันได้ในเว็บไซต์ Notebookspec.com/pc/spec ซึ่งรวบรวมเอาราคาและฮาร์ดแวร์จากหน้าร้านออนไลน์ชื่อดังต่างๆ มาให้คุณได้เลือกใช้ เรามาดูแนวทางในการจัดสเปคกันครับ ว่าจะได้อุปกรณ์อะไรบ้างและราคาเท่าไร?


จัดสเปคคอม งบ 20000


1.Intel Pentium+RX6600XT

จัดสเปคคอม งบ 20000

สำหรับสเปคแรกนี้ เริ่มกันที่ราคาเบาๆ ในการจัดสเปคคอม งบ 20000 บาท เน้นไปที่การเล่นเกมออนไลน์ ในกลุ่มของ RTS และ MMORPG รวมถึงเกม Action FPS บางเกม ที่ไม่ได้ใช้พลังซีพียูมากเกิน 4 core โดยเราเลือก Intel Pentium Gold G7400 ซึ่งมาในแบบซ็อกเก็ต LGA1700 ทำงานในแบบ 2 core/ 4 thread และใส่แรมมาที่ 16GB เพื่อเป็นตัวช่วยให้ระบบไหลลื่นมาขึ้น ลดภาระในบางส่วนลง และให้ส่งข้อมูลประมวลผลไปยังซีพียูได้ดีกว่า และมีเมนบอร์ด H610M รุ่นน้องเล็กจาก ASRock มาให้พอต่อการทำงานพื้นฐาน รวมถึง SSD 256GB ในแบบ M.2 จากทาง ADATA มาด้วย และหัวใจหลักคือการ์ดจอ AMD Radeon RX6600XT ที่พอจะให้ซีพียูดันไหวในระดับหนึ่ง เพาเวอร์ซัพพลาย 500W ที่เป็นแบบ 80 Plus และเคสเรียบง่าย รวมชุดนี้เคาะอยู่ที่ประมาณ 19,430 บาทเท่านั้น จัดว่าไม่เกินงบ และยังได้การ์ดจอที่ยังไปต่อกับหลายๆ เกมในปัจจุบันได้

Advertisementavw

รายละเอียดสเปค: Spec 1


2.AMD Ryzen 7 5700G

จัดสเปคคอม งบ 20000

สำหรับเซ็ตจัดสเปคคอม งบ 20000 บาทในชุดที่ 2 นี้ เราเน้นที่การใช้งานทั่วไปได้อย่างลื่นไหล และเล่นเกมพื้นฐานได้ ด้วยการใช้กราฟิกบนซีพียู AMD Ryzen 7 5700G ที่เป็น AMD Radeon Graphic ซึ่งจัดว่ารองรับการเล่นเกมได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะเกมที่ไม่ดึงทรัพยากรกราฟิกมากเกินไป อย่างเช่น DOTA2, PUBG, GTAV หรือจะเป็นเกม Openworld ในบางเกม และเพื่อให้กราฟิกทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงใส่แรมมาให้ 16GB ทำงานในแบบ Dual-channel และเพิ่ม SSD ไปเป็น 1TB ให้ใส่เกม เก็บงาน ลงโปรแกรมได้แบบสุดๆ และยังรวดเร็วด้วยการเชื่อมต่อ PCIe 3.0 x4 ที่ให้ประสิทธิภาพการ Read ได้ถึง 3,000MB/s

ได้เพาเวอร์ระดับ 600W มาอีกด้วย เซ็ตนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่อาจจะยังไม่เจอการ์ดจอที่ใช่ และอยากได้การ์ดจอที่แรงขึ้น ซึ่งซีพียูยังพอรีดความสามารถจากการ์ดจอระดับกลางๆ หลายรุ่นได้ไม่ยาก เช่น RX6600, RX6700XT หรือจะเป็น GeForce GTX1660Ti, RTX2060 หรือจะเป็น RTX3060Ti ได้ไม่ยาก แต่การเชื่อมต่อบน PCIe จะอยู่ที่ X8 เท่านั้นตามช่องทางของซีพียู งบประมาณอาจจะเกินไปบ้าง เพราะเกือบแตะที่ 24,000 บาท แต่ถ้าจะลด แนะนำให้ลด SSD ลงมาเป็น 512GB ดูจะเหมาะสม

รายละเอียดสเปค: Spec 2


3.AMD Ryzen 3+RX6600XT

จัดสเปคคอม งบ 20000

เซ็ตนี้ทำออกมาเอาใจแฟน AMD โดยเฉพาะ เพราะใช้ทั้งซีพียูและการ์ดจอจาก AMD ยกชุด โดยมีซีพียู AMD Ryzen 3 4100 ที่ถือเป็นซีพียูสุดคุ้มอีกรุ่นหนึ่งจากค่ายนี้ แต่หาตัวค่อนข้างยากสักนิด กับการทำงานแบบ 4 core/ 8 thread เรียกว่ารองรับการใช้งานแอพพลิเคชั่นในปัจจุบันได้อย่างหลากหลาย ตั้งแต่การใช้งานทั่วไป การทำงานเอกสาร และการแต่งภาพเบื้องต้น ซีพียูรุ่นนี้ตอบโจทย์ได้ดีพอ และยังสามารถใช้ร่วมกับเมนบอร์ดตัวกลางๆ ได้อย่างเหมาะสม ให้การปรับแต่ง OC ได้ในระดับหนึ่ง อีกทั้งราคาไม่สูงเกินไป และยังเรียกความสามารถของกราฟิกการ์ดในหลายๆ รุ่นได้อีกด้วย แม้การเล่นเกมในบางเกม จะทำให้ซีพียูรันไปถึง 99% ก็ตาม

การจัดสเปคคอม งบ 20000 บาท มาพร้อมเมนบอร์ด B550 จาก Gigabyte ตัวกลางๆ แต่ฟังก์ชั่นเยอะ ได้แรมมาอีก 16GB และอัพเกรดเพิ่มได้ในภายหลัง อีกทั้งใส่ SSD มาให้ถึง 512GB มีสล็อตให้อัพเกรดเพิ่มเติมได้อีกด้วย เรียกว่าครบเครื่อง เมื่อรวมกับกราฟิกการ์ดที่ใส่มาเป็น AMD Radeon RX6600XT ก็ดูจะเข้าที่เข้าทางกันไม่น้อยเลย เซ็ตนี้จะลงตัวกันพอสมควร แต่ถ้าใครคิดว่าการเล่นเกมด้วยกราฟฟิกการ์ดนี้ก็เพียงพออยู่แล้ว แต่อยากจะอัพเกรด ก็แนะนำเป็น Ryzen 5 5500 ที่นอกจากจะได้ Core/Thread เพิ่มขึ้นแล้ว ยังได้แคชมากขึ้น มีส่วนต่อการทำงานอีกมากเลยทีเดียว ส่วนเพาเวอร์จัดมาแล้ว 600W ยังพอไปต่อได้กับการ์ดจอที่แรงกว่านี้ แต่ราคาอาจจะแรงอยู่บ้าง เพราะไปแตะเกือบ 24,000 บาท แต่โดยส่วนตัวมองว่าน่าลงทุน

รายละเอียดสเปค: Spec 3


4.Intel Core i3+RTX3050

จัดสเปคคอม งบ 20000

สำหรับสเปคนี้ อาจจะดูว่าเกิน 20000 บาทไปเยอะ แต่อยากให้ดูก่อนว่า มีความน่าสนใจเพียงใด เพราะคุณจะได้ของที่สดใหม่มากขึ้น บนแพลตฟอร์มของซีพียู Intel Gen 12 และกราฟิกการ์ด GeForce RTX ซึ่งจะทำให้คุณได้ไปต่อกับการเล่นเกมหรือทำงาน รวมถึงการอัพเกรดในอนาคต โดยเริ่มต้นที่ซีพียู Intel Core i3-12100F ซึ่งเป็นรุ่นยอดนิยม หาง่าย ราคาสบายกระเป๋า โดยทำงานแบบ 4 core/ 8 thread แต่ไม่มี E-core เหมือนกับรุ่นพี่ๆ แต่จะเป็น P-core แรงๆ ล้วนๆ และมาพร้อมเมนบอร์ด H610M ตัวเริ่มต้นจาก ASRock พร้อมแรม 16GB DDR4 และมี SSD M.2 NVMe PCIe จากทาง WD 480GB ให้เริ่มต้นการใช้งานกับการลงเกมได้ 1-2 เกมใหญ่ พร้อมกับโปรแกรมอื่นๆ

แต่ที่พิเศษในการจัดสเปคคอม งบ 20000 บาทชุดนี้คือ กราฟิกการ์ด GeForce RTX3050 ซึ่งจากที่เราได้ทดสอบมา สำหรับคู่นี้ สามารถไปด้วยกันได้ดีทีเดียว โดยเฉพาะการเล่นเกมพื้นฐาน ที่มีไปได้ถึง 70-80fps. ในการตั้งค่า High และเกมหนักๆ บางเกม เช่น SCUM, RE Village หรือ COD WWII มีให้เห็น 50fps. อีกด้วย โดยได้เพาเวอร์ระดับ 600W มาให้และเคส ATX standard จะมีเพียงเรื่องเดียวคือ สนนราคาหลุดจากที่ตั้งไว้พอสมควร เพราะราคาของการ์ดจอที่ค่อนข้างสูง แต่ก็ดูคุ้มค่าน่าลงทุน และชุดนี้ยังพอให้เล่นเกมใหม่ๆ ในปีหน้าได้อีกด้วย อย่างไรก็ดี สำหรับ RTX3050 มีราคาในรุ่นที่ถูกลงกว่านี้ แต่อาจจะต้องเช็คราคาบ่อยครั้งมากขึ้น

รายละเอียดสเปค: Spec 4


5.AMD Ryzen 5+RTX3050

จัดสเปคคอม งบ 20000

มาถึงสเปคที่อาจจะมีราคาสูงที่สุดในการจัดสเปคครั้งนี้ แต่ก็มีสเปคที่น่าสนใจไม่น้อยเลย รวมถึงเรื่องของอุปกรณ์ที่ตอบโจทย์การทำงานในหลายด้าน ด้วยซีพียูตัวแรงอย่าง AMD Ryzen 5 5500 ทำงานในแบบ 6 core/ 12 thread ที่ยังคงให้ประสิทธิภาพในการทำงานในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการแต่งภาพเบื้องต้น ตัดต่อวีดีโอในระดับพื้นฐาน 1080p หรือจะเป็นการแต่งภาพ มาคู่กับเมนบอร์ด A520 จากทาง MSI ที่อาจจะเป็นเมนบอร์ดรุ่นน้องเล็ก แต่ก็พอปรับแต่งได้ และราคาค่อนข้างสบายกระเป๋า แต่ถ้างบคุณมากขึ้นอีกนิด อยากจะให้ขยับไปเป็น B550 เพื่อการใช้งานคล่องตัวมากขึ้น และจะได้สล็อตแรมเพิ่มขึ้นอีก มาพร้อมแรม DDR4 16GB และได้ SSD อีก 480GB ในแบบ M.2 NVMe PCIe ให้ความเร็วในระดับ 3,000MB/s Read อีกด้วย

โดยที่มีกราฟิกการ์ดตัวแรงอย่าง GeForce RTX3050 เข้ามารับหน้าที่ในการรีดเฟรมเรตให้กับเกมต่างๆ ซึ่งสเปคนี้ ก็เพียงพอต่อการใช้งานและเล่นเกมบนความละเอียด Full-HD ได้ในหลายๆ เกม และยังตั้งค่าระดับ Medium-High ได้แบบสวยๆ โดยที่เฟรมเรตจะยังคงเกินระดับ 40-50fps. เลยทีเดียว และได้เพาเวอร์ซัพพลาย 600W มาให้ใช้แบบไม่อึดอัด พออัพเกรดกราฟิกการ์ดระดับกลางรุ่นใหม่ๆ ในอนาคตได้อีกด้วย พร้อมเคส ATX standard มาพร้อมไฟพัดลมสวยงาม แต่ราคาขยับไปที่ 25,590 บาท แต่คุณอาจจะลองปรับบางส่วนได้บ้าง เช่นขยับกราฟิกการ์ดเป็น RX6600 หรือ GTX1660 SUPER เป็นต้น ก็จะลดลงได้อีก 1,000-2,000 บาทเลยทีเดียว

รายละเอียดสเปค: Spec 5


Conclusion

PC Spec 1 PC Spec 2 PC Spec 3 PC Spec 4 PC Spec 5
ซีพียู Intel Pentium Gold G7400 AMD Ryzen 7 5700G AMD Ryzen 3 4100 Intel Core i3 12100F AMD Ryzen 5 5500
เมนบอร์ด H610 B550 B550 H610 A520
แรม DDR4 16GB DDR4 16GB DDR4 16GB DDR4 16GB DDR4 16GB
SSD M.2 256GB M.2 1TB M.2 512GB M.2 480GB M.2 480GB
กราฟิกการ์ด Radeon RX6600XT Radeon Graphic Radeon RX6600XT GeForce RTX3050 GeForce RTX3050
เพาเวอร์ซัพพลาย 550W 80+ 600W 600W 600W 600W
เคส Antec AeroCool Tsunami Tsunami Antec
ราคา 19,430 23,710 23,970 24,900 25,590

สรุปสุดท้ายในสเปคคอม 20,000 บาทที่จัดมาให้กันในครั้งนี้ 5 สเปค ถ้างบประมาณของคุณมากพอ สเปค Ryzen 5 5500 กับการ์ดจอ RTX3050 เป็นตัวเลือกที่ทำให้คุณสามารถจบได้ดีพอตัว แทบจะยังไม่ต้องอัพเกรดอะไรในช่วงแรก แต่ถ้างบน้อยลงมาอีกหน่อย Intel Core i3 กับ RTX3050 ก็พอตอบโจทย์การใช้งานของคุณได้ดีพอสมควร ในราคาที่ใกล้กับงบประมาณที่ตั้งไว้ แต่ถ้าคุณต้องการได้เซ็ตการ์ดจอแยก ในราคาที่เบาที่สุด Intel Pentium กับ RX6600XT ก็พอจะดันเฟรมเรตหลายๆ เกมได้ ในราคาที่เหมาะสม แต่อาจจะต้องอัพเกรดความจุของ SSD ขึ้นมาอีกหน่อยในงบหลักร้อย เพื่อให้ได้ความจุที่มากขึ้น รองรับการติดตั้งเกมได้มากกว่า 1-2 เกม ซึ่งจะทำให้คุณเล่นได้แบบไม่อึดอัดจนเกินไป หรือไม่ต้องไปลบเกมเก่าออก แต่ที่อยากจะแนะนำคือ ถ้าคิดจะเล่นเกมแล้ว อยากให้คงความจุของแรมไว้ที่ 16GB เพราะอย่างน้อย ก็เป็นตัวช่วยที่ดีให้การประมวลผลมีความลื่นไหล ในบางเกมก็ใช้แรมไปมากกว่า 4-5GB แล้ว หากมีแค่ 8GB แค่ใช้งานระบบ ก็อาจจะไม่พอ ก็อาจจะเกิดอาการสะดุดหรือกระตุกได้เช่นกัน

แต่ถ้าเป็นไปได้ถ้าอยากจะเล่นเกมให้ไหลลื่นและเป็นตัวจบ ของคุณได้ในช่วงปี 2022 นี้ อาจจะตั้งงบให้สูงขึ้นอีกหน่อย อย่างน้อยๆ คือ 30,000 บาท ก็จะมีหลายสิ่งที่เปลี่ยนแปลงให้คุณใช้งานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น และตัวเลือกในการใช้งานก็จะมากขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะกับฮาร์ดแวร์ใหม่ๆ หรือได้แรมและ SSD ที่มากกว่าเดิม รวมถึงซีพียูอาจจะเริ่มที่ Intel Core i5 หรือ AMD Ryzen 5 ได้อย่างไม่ยากนัก ทั้งหมดนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะให้ความสำคัญในส่วนใดมากที่สุด แล้วก็อย่าลืมนะครับ ถ้าอยากได้โปรโมชั่นเด็ดๆ ราคาดี มีตัวเลือกเยอะ แวะไปที่งาน Commart Game On 2022 ที่กำลังจัดขึ้นในวัน พฤหัสที่ 24-27 พฤศจิกายนนี้ โปรดีๆ รอคุณอยู่ครับ หรือถ้าจะดูข้อมูลตัดสินใจ สามารถดูในบทความต่อไปของเราได้เลย บุกงาน Commart หาโปรเด็ดคอมประกอบราคาดีมาฝากกันครับ

from:https://notebookspec.com/web/674298-20000-rtx-commart-game-on-2022