คลังเก็บป้ายกำกับ: ฟ้องร้อง

กว่า 46 รัฐทั่วสหรัฐฯ เรียกร้องให้ตรวจสอบ Meta ฐานผูกขาดสามแพลตฟอร์มอีกรอบ

ตอนนี้มีรัฐในสหรัฐฯ ถึง 46 รัฐแล้วที่ยื่นต่อศาลอุทธรณ์ให้กลับมาพิจารณาคดีผูกขาดของเฟสบุ๊ก (ที่ตอนนี้เป็นบริษัทแม่อย่างเมตา) จากกรณีที่ซื้อกิจการ Instagram และ WhatsApp จากคดีเมื่อปี 2020 ที่ล้มไปเนื่องจากปัญหากำหนดเวลายื่นฟ้อง

รองอธิบดีอัยการของนิวยอร์ก Barbara Underwood ที่เป็นคนนำทีมจากสี่สิบกว่ารัฐครั้งนี้กล่าวว่า เป็นเรื่องไม่ถูกต้องที่พิจารณาคดีประจำแต่ละรัฐด้วยการวางข้อจำกัดเวลาในการยื่นฟ้องแบบที่ผ่านมา โดย 46 รัฐนี้รวมถึงเกาะกวมและดีซีด้วย

แต่ไม่รวมรัฐอลาบาม่า จอร์เจีย เซาท์แคโรไลน่า และเซาท์ดาโกต้า ทั้งนี้ การยื่นฟ้องล่าช้าในสหรัฐฯ นั้นจะเข้าข่ายกฎหมายปกป้องจำเลยที่เรียกว่า “Laches” หรือภาษาไทยบ้านๆ น่าจะเข้าข่ายการหมดอายุความนั่นเอง โดยถือว่าผู้จะฟ้องได้ “เพิกเฉยต่อการปกป้องสิทธิ์ตัวเอง”

คดีฟ้องเฟสบุ๊กที่ผ่านมาเป็นการกล่าวหาว่า การซื้อ Instagram เมื่อปี 2012 และ WhatsApp เมื่อปี 2014 (ผ่านมาหลายปีเลยนำก่อนยื่นฟ้องกับ USFTC ครั้งแรกตอน 2020) เกิดผลเสียกับทั้งเศรษฐกิจและตลาดด้านเทคโนโลยีในสหรัฐฯ และครั้งนี้ทั้ง 46 รัฐเตรียมขอให้ศาลอุทธรณ์แห่งกรุงดีซีพิจารณาคดีนี้ใหม่

from:https://www.enterpriseitpro.net/46-us-states-call-for-meta-monopoly-lawsuit/

สรุปดราม่าค่ายเพลงแสงรวี ฟ้องอิงฟ้าผิดสัญญา 1,200 ล้านบาท

สรุปดราม่าค่ายเพลงแสงรวีที่ฟ้องอิงฟ้า วราหะ มิสแกรนด์ ฟ้องผิดสัญญามูลค่า 1,200 ล้านบาท เรื่องนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดกับอิงฟ้ารายแรก หลายคนมองว่าเป็นสัญญาทาส ฟ้องอะไรมหาศาลขนาดนั้น ฟ้องขนาดนี้ต้องทำรายได้จากค่ายเพลงประมาณไหน?

Sangravee entertainment sue engfa waraha

หลังจากอิงฟ้า วราหะ มิสแกรนด์ถูกฟ้องมูลค่า 1,200 ล้านบาทจากค่ายเพลงแสงรวี มีคนพูดถึงกันมากว่าเอาเข้าจริงแล้ว สัญญาที่อิงฟ้าเข้าไปเป็นนักร้องนั้นเปรียบเสมือนสัญญาทาสเพราะยาวนานเป็นสิบปี ซ้ำยังไม่มีผลงาน ไม่ใช่แค่อิงฟ้าเท่านั้นที่ต้องเผชิญกับชะตากรรมเช่นนี้คนแรก

ก่อนหน้านี้ก็มีเอ็ม ธนวัฒน์ที่ออกมาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเขาก็ต้องเผชิญกับสัญญาเช่นนี้ เขาถูกฟ้อง 43 ล้านบาทหลังหันหลังให้ค่ายเพลงเพราะไม่มีงานทำ คดีนี้มีการไกล่เกลี่ยลดเหลือ 7-8 ล้านบาทและตกลงกันว่าจะเริ่มต้นกันใหม่ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำเพลงอยู่ดีและต่างก็เงียบกันไป

หลังจากนั้น 1 ปีเขาก็ถูกบังคับคดีให้ยึดทรัพย์ ซึ่งโชคดีที่เขาไม่มีทรัพย์สินเป็นของตัวเองจึงยังไม่สามารถยึดอะไรได้ เขามองว่าสถานการณ์ที่เขาเจอนั้น มันเกินไป เขาไม่ได้โด่งดังจากการเป็นศิลปิน แต่หลังจากเขาหันหลังเพื่อไปทำธุรกิจเลี้ยงชีพตัวเองจนลืมตาอ้าปากได้ กลับต้องเผชิญสถานการณ์เช่นนี้เหมือนกัน

ค่ายเพลงแสงรวี เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ คือใคร

บริษัทจดทะเบียนก่อตั้งในปี 2545 ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท มีคณะกรรมการคือยลดา ซื่อตรง หรือบัวแดง แสงรวี อดีตนักร้องและอุดม ประดับศรี วัตถุประสงค์ในการจดทะเบียน คือประกอบกิจการให้เช่าสถานที่ในการถ่ายทำงานอีเวนท์ ประเภทธุรกิจคือการผลิตซ้ำสื่อบันทึก

มาดูรายได้กันหน่อย เรียกค่าเสียหายขนาดนี้ หลายคนคงคาดการณ์ต้องทำเงินเป็นกอบเป็นกำแน่ๆ แต่เปล่าเลย ขาดทุนเพียบ!!

  • ปี 2562 รายได้รวม 1.2 ล้านบาท (1,251,003.71 บาท) รายได้ลดลง 40.79% ขาดทุน 366.25%
  • ปี 2562 รายได้รวม 6.6 ล้านบาท (6,628,205.55 บาท) รายได้เพิ่มขึ้น 429.83% กำไร 196.39%
  • ปี 2563 รายได้รวม 1.6 ล้านบาท (1,621,112.47 บาท) รายได้ลดลง 75.54% ขาดทุน 249.14%

ค่ายเพลงแสงรวี เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัดยืนยันช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาว่า อิงฟ้า วราหะมีสถานะเป็นศิลปิน นักร้อง นักแสดงตามสัญญาโดยชอบไปจนถึง 21 กันยายน 2568 ยืนยันว่ามีข้อห้ามไม่ให้รับงานแสดงต่างๆ เช่น พิธีกร แสดงละคร ภาพยนตร์ ร้อเพลง ถ่ายแบบ เดินแบบ หรือรับจ้างโฆษณา เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร

จากนั้นก็ยืนยันอีกครั้งในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมว่า ศิลปิน อิงฟ้า วราหะ กระทำผิดสัญญาและทำให้บริษัทเสียชื่อเสียงในการประกอบธุรกิจ บริษัทได้อุปการะทั้งค่าเทอมและค่าใช้จ่ายในขณะศึกษา รวมทั้งค่าใช้จ่ายรายวันและรายสัปดาห์ประมาณวันละ 500-600 บาท บางวันมีกิจกรรมพิเศษก็เบิกซื้ออุปกรณ์เพิ่ม หลังพ่ออิงฟ้าถึงแก่กรรมก็ได้ให้ค่าปลงศพ 45,000 บาทแม้ไม่ได้เซ็นสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร จากนั้นก็อุปการะทั้งอิงฟ้าและแม่ไว้ มีบ้านพัก มีอาหารดูแลเหมือนบุตร ฯลฯ​ (รายละเอียดอ่านลิงก์ด้านล่างเพิ่มเติมได้)

ส่วนเรื่องสัญญา 12 ปี หลังเซ็นสัญญา บริษัทระบุ ด้วยความไม่พร้อมของอิงฟ้า ทำให้ไม่ได้เป็นศิลปินทันที เพราะบริษัทให้ความสำคัญกับการศึกษา จึงส่งเรียนทั้งมัธยม-อุดมศึกษา 7 ปี จึงเริ่มมีผลงานและเผอิญเจอโควิดอีก 3 ปี ทำให้ต้องชะลอการโฆณาประชาสัมพันธ์ …

อิงฟ้า วราหะ

นักร้อง หมอทำขวัญนาค ผู้ชนะการประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2022 และตัวแทน LGBTQ+ อิงฟ้าเล่าว่าสัญญาที่เธอกับค่ายเพลงแสงรวีนั้นเธอทำตั้งแต่สมัยอายุ 17 ปี ทำสัญญาตามความฝันที่พ่ออยากเห็นลูกเป็นศิลปินตามที่ลูกพยายามมาตลอด เป็นช่วงระหว่างที่พ่อของเธอป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย

หลังจากเธอเซ็นสัญญาเสร็จ พ่อเธอก็ถึงแก่กรรม ซึ่งในสัญญาก็บอกว่ามีบ้านให้อยู่และให้พ่อแม่มาอยู่ด้วยได้ สุดท้ายเธอก็ออกมาหางานทำด้วยการเป็นเซลล์ขายกาแฟตามโรงเจ หลายครั้งที่เธอคิดสั้นซ้ำๆ แต่กลัวผลกระทบลบตามมาจึงต้องใช้ชีวิตต่อไป เธอเล่าว่าเคยอาศัยอยู่ห้องเช่าขนาดเล็กเท่าห้องน้ำ เธอร้องเพลงประกวดหลายเวทีและไม่เคยได้รับรางวัลเลยตั้งแต่เด็กจนถึงอายุ 16-17 ปีถึงเริ่มได้รางวัลบ้าง เธอทำมาแล้วหลายอาชีพทั้งแคดดี้ เป็นพนักงานออฟฟิศ เป็นนักร้อง เป็นหมอทำขวัญนาค เป็นนางแบบ

เธอให้สัมภาษณ์ผ่านรายการแฉเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2565 ว่า สำหรับงานในเรื่องการร้องเพลงเป็นศิลปินนั้น เธอบอกว่าไม่มีเลย หลังเซ็นสัญญาเธอก็ยอมรับในเรื่องการให้เบี้ยเลี้ยงที่พอเลี้ยงเธอแค่ลำพังแต่ไม่สามารถดูแลแม่ได้ ซึ่งจุดเปลี่ยนของเธอน่าจะมาจากเวที The Voice ที่เธอว่าเปลี่ยนชีวิตเธอไปเลย จากนั้นก็โด่งดังจากการเป็นหมอทำขวัญนาคที่เป็นกระแสไวรัลใน TikTok ปัจจุบันมีค่าตัวสูงสุดอยู่ที่ชั่วโมงละ 500,000 บาท

สำหรับสัญญาที่ยาวนานถึงปี 2568 อิงฟ้าบอกว่าเธอพร้อมสู้ด้วยกฎหมายเพราะเธอเดินด้วยลำแข้งตัวเองมาตลอด เธอยืนยันว่าบริษัทไม่ส่งเสริมอะไรเลยทั้งในงานนักร้องและการประกวด เธอมั่นใจในความบริสุทธิ์ พร้อมสู้ในชั้นศาลตามความจริง โดยทางกองการประกวดก็จะจัดการให้เธออยู่แล้ว

ณวัฒน์ อิสรไกรศีล พร้อมสู้ในชั้นศาล ว่ากันด้วยกฎหมาย

ผู้อำนวยการกองประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์ และประธาน-ผู้ก่อตั้งประกวดมิสแกรนด์อินเตอร์เนชันแนลยืนยันให้อิงฟ้าทำงานให้เต็มที่ พร้อมเดินหน้าสู้สุดตัว ขณะที่ทนายสาคร ศิริชัยก็ได้พูดถึงการให้คำปรึกษาต่อสัญญาดังกล่าวเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาว่า ได้มีการทำหนังสือโต้แย้งถึงต้นสังกัดเดิมไปแล้ว และมองว่าสัญญาดังกล่าวเข้าข่ายสัญญาไม่เป็นธรรม ทุกฝ่ายมีเหตุผลของตัวเอง ทั้งสองฝ่ายคงต้องใช้สิทธิของตัวเองในการต่อสู้คดีตามกระบวนการ

สรุป

สำหรับตอนนี้ เอ็ม ธนวัฒน์ที่เผชิญชะตาเดียวกับอิงฟ้า คดียังไม่สรุปว่าแพ้หรือชนะ แต่เป็นการยอมความกัน ส่วนคดีของอิงฟ้า วราหะ ที่เพิ่งถูกฟ้องจากค่ายเพลงแสงรวีมูลค่า 1,200 ล้านบาททางณวัฒน์และทีมทนายความจะดูแลและจัดการคดีต่อไป

ที่มา – DataWarehouse (1), (2), Facebook (1), (2), (3), (4) YouTube (1), (2), (3), (4), (5), (6)

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post สรุปดราม่าค่ายเพลงแสงรวี ฟ้องอิงฟ้าผิดสัญญา 1,200 ล้านบาท first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/sangravee-entertainment-sue-engfa-waraha-1200-million-baht/

แอปเปิ้ลยอมจ่ายค่าเสียหายสูงถึง 50 ล้านดอลลาร์ฯ กรณีคีย์บอร์ดแบบ “Butterfly”

แอปเปิ้ลยินยอมลงนามที่จะชดใช้ค่าเสียหายรวมกว่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากคดีฟ้องร้องเมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมาในกรณีของ “คีย์บอร์ดรุ่น Butterfly” ที่มีการติดตั้งในแล็ปท็อป Macbook ในช่วงตั้งแต่ปี 2015 จนถึง 2019

โดยการชดเชยนี้จะจ่ายให้แก่ลูกค้าที่เปลี่ยนคีย์บอร์ด Macbook ใหม่ หรือตัวปุ่มกดแต่ละปุ่มที่แอปเปิ้ลสโตร์ หรือศูนย์บริการที่ได้รับอนุญาต อ้างอิงตามเอกสารการยินยอมชดเชยที่สำนักข่าว CNBC มีอยู่ในมือ

จำนวนเงินชดเชยมีตั้งแต่ 300 ถึง 395 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อราย สำหรับผู้ที่เปลี่ยนคีย์บอร์ดหลายตัว หรือมากสุดที่ 125 ดอลลาร์ฯ สำหรับผู้ที่เปลี่ยนคีย์บอร์ดเดียว และอยู่ที่ประมาณ 50 ดอลลาร์ฯ สำหรับผู้ที่เปลี่ยนปุ่มกดปุ่มเดียว

เหตุผลที่ต้องชดเชยนี้มาจากปัญหาการออกแบบของแอปเปิ้ล แม้บริษัทจะไม่ได้ยอมรับผิดในเอกสารดังกล่าวก็ตาม คีย์บอร์ดแบบ Butterfly นี้โฆษณาว่าเป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้แล็ปท็อปบางเบายิ่งขึ้น แต่ลูกค้าบ่นว่าเสียง่าย และพบว่าฝุ่นเข้าไปอุดตันบ่อย

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – CNBC

from:https://www.enterpriseitpro.net/apple-agrees-to-pay-up-to-395-to-macbook-owners/

ยังไม่จบ! ส่อโดนฟ้องอีกเกือบพันล้านดอลฯ กรณีแอบลดประสิทธิภาพไอโฟนเพื่อยืดอายุแบต

ยังคงเวียนมาหลอกหลอนไม่จบไม่สิ้น ล่าสุดมีอีกคดีที่ฟ้องแอปเปิ้ลในประเด็นข้อหา “จำกัดประสิทธิภาพของไอโฟนเพื่อประหยัดพลังงานแบตเตอรี่” การฟ้องครั้งนี้เกิดขึ้นโดยนาย Justin Gutmann ที่ยื่นต่อคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าของอังกฤษหรือ CAT

โดยเขาขอให้ประชาชนชาวเกาะบริเทนจำนวนมหาศาลกว่า 25 ล้านรายสามารถเรียกร้องค่าเสียหายจากยักษ์ใหญ่ด้านไอทีฝั่งอเมริกานี้ได้ กรณีที่แอบจำกัดการทำงานสมาร์ทโฟนของพวกเขาเพื่อทำให้แบตเตอรี่มีอายุใช้งานนานกว่าปกติ

ซึ่งค่าเสียหายที่อาจต้องจ่ายนั้นสิริรวมแล้วชวนตาถลนมาก คือ 768 ล้านปอนด์ (คิดเป็นกว่า 927 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) เป็นตัวเลขที่ทนายของ Gutmann ประเมินเอาไว้ ทั้งนี้นาย Gutmann เป็นนักวิจัยด้านการตลาด

ที่แสดงความไม่พอใจทางแอปเปิ้ลที่ออกตัวอัพเดท iOS ที่มาจำกัดการทำงานของซอฟต์แวร์บนอุปกรณ์ตั้งแต่สมัยปี 2017 ซึ่งกลายเป็นกรณีวิพากษ์วิจารณ์กันใหญ่โตที่เรียกกันว่า “Batterygate” ทั้งๆ ที่แอปเปิ้ลให้เหตุผลว่าทำเพื่อไม่ให้อุปกรณ์โดนแอพดูดไฟจนปิดตัวเอง

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – The Register

//////////////////

สมัครสมาชิก Enterprise ITPro เพื่อรับข่าวสารด้านไอที

form#sib_signup_form_4 {
padding: 5px;
-moz-box-sizing:border-box;
-webkit-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 input[type=text],form#sib_signup_form_4 input[type=email], form#sib_signup_form_4 select {
width: 100%;
border: 1px solid #bbb;
height: auto;
margin: 5px 0 0 0;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn {
margin: 5px 0;
padding: 6px 12px;
color:#fff;
background-color: #333;
border-color: #2E2E2E;
font-size: 14px;
font-weight:400;
line-height: 1.4285;
text-align: center;
cursor: pointer;
vertical-align: middle;
-webkit-user-select:none;
-moz-user-select:none;
-ms-user-select:none;
user-select:none;
white-space: normal;
border:1px solid transparent;
border-radius: 3px;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn:hover {
background-color: #444;
}
form#sib_signup_form_4 p{
margin: 10px 0 0 0;
}form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message {
padding: 6px 12px;
margin-bottom: 20px;
border: 1px solid transparent;
border-radius: 4px;
-webkit-box-sizing: border-box;
-moz-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-error {
background-color: #f2dede;
border-color: #ebccd1;
color: #a94442;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-success {
background-color: #dff0d8;
border-color: #d6e9c6;
color: #3c763d;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-warning {
background-color: #fcf8e3;
border-color: #faebcc;
color: #8a6d3b;
}

from:https://www.enterpriseitpro.net/apple-may-have-to-cough-up-1bn-to-brits-in-latest-iphone-batterygate-claim/

อย่างนี้ก็ได้!? แอปเปิ้ลฟ้องนักดนตรีที่ใช้ชื่อ Frankie Pineapple บอกว่าคล้ายกับชื่อบริษัทตัวเอง

แอปเปิ้ลได้ฟ้องนักดนตรีรายหนึ่งในข้อหา “ใช้ชื่อเลียนแบบ” แต่ที่น่าแปลกก็คือชื่อของนักดนตรีรายนี้กลับแทบไม่มีอะไรที่คล้ายกับชื่อ Apple ของบริษัทเลย แม้จะเป็นเรื่องปกติที่บริษัทหรือคนดังจะมีการจดชื่อตัวเองเป็นแบรนด์เพื่อปกป้องทางกฎหมาย

แต่เหตุการณ์ล่าสุดนี้ดูออกจะไร้สาระไปนิดสำหรับการปกป้องสิทธิ์เชิงพาณิชย์ ตัวอย่างเช่น สมมติถ้า Kylie Jenner ฟ้องนักร้องดัง Kylie Minogue เพราะใช้ชื่อ Kylie เหมือนกัน ก็คงโดนชาวโซเชียลรุมต่อว่าว่าไม่สมเหตุสมผลอย่างแน่นอน ใครก็ใช้ชื่อเหมือนกันเยอะแยะทั่วโลก

ครั้งนี้ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่างแอปเปิ้ลที่กำลังเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก ก็หันมาฟ้องร้องนักดนตรีกรณีชื่อเหมือนด้วยลักษณะคล้ายๆ ที่ยกตัวอย่าง แถมยังไม่ใช่ครั้งแรกที่แอปเปิ้ลฟ้องกับกรณีที่ไร้สาระแบบนี้ด้วย

อย่างครั้งก่อนหน้าที่ฟ้องคนใช้โลโก้รูป “ลูกแพร์” แล้วศาลถอนหายใจปัดตกไปแล้วก็มี สำหรับเคสที่โดนฟ้องชื่อเหมือนนี้เป็นนักดนตรีที่มีคนสมัครฟังเพลงแค่ 7 รายต่อเดือนบน Spotify ชื่อ Frankie Pineapple โดยหาว่าคล้ายกับ Apple ทำให้บริษัทเสื่อมเสีย

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – Technopixel

//////////////////

สมัครสมาชิก Enterprise ITPro เพื่อรับข่าวสารด้านไอที

form#sib_signup_form_4 {
padding: 5px;
-moz-box-sizing:border-box;
-webkit-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 input[type=text],form#sib_signup_form_4 input[type=email], form#sib_signup_form_4 select {
width: 100%;
border: 1px solid #bbb;
height: auto;
margin: 5px 0 0 0;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn {
margin: 5px 0;
padding: 6px 12px;
color:#fff;
background-color: #333;
border-color: #2E2E2E;
font-size: 14px;
font-weight:400;
line-height: 1.4285;
text-align: center;
cursor: pointer;
vertical-align: middle;
-webkit-user-select:none;
-moz-user-select:none;
-ms-user-select:none;
user-select:none;
white-space: normal;
border:1px solid transparent;
border-radius: 3px;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn:hover {
background-color: #444;
}
form#sib_signup_form_4 p{
margin: 10px 0 0 0;
}form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message {
padding: 6px 12px;
margin-bottom: 20px;
border: 1px solid transparent;
border-radius: 4px;
-webkit-box-sizing: border-box;
-moz-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-error {
background-color: #f2dede;
border-color: #ebccd1;
color: #a94442;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-success {
background-color: #dff0d8;
border-color: #d6e9c6;
color: #3c763d;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-warning {
background-color: #fcf8e3;
border-color: #faebcc;
color: #8a6d3b;
}

from:https://www.enterpriseitpro.net/apple-sues-a-musician-for-name-similarity/

อดีตทารกจากปก Nirvana เดินหน้าฟ้องผู้เกี่ยวข้อง: หยุดหาประโยชน์จากภาพเปลือย

Spencer Elden ชายหนุ่มวัย 30 ปีรู้สึกเป็นเดือดเป็นร้อนกับภาพจำของเขาในวัยเด็กที่เป็นภาพเปลือยกายกำลังว่ายน้ำในสระด้วยวัยเพียง 4 เดือน โดยมีเบ็ดตกปลาที่มีเหยื่อล่อเป็นแบงก์ดอลลาร์ เป็นภาพปกอัลบั้ม Nevemind ของวงร็อคระดับตำนาน Nirvana ซึ่งก็เป็นอัลบั้มที่ปล่อยออกมาตั้งแต่ 24 กันยายน 1991 โดยได้ไอเดียมาจาก Kurt Cobain นักร้องนำของวงที่ได้แนวคิดมาจากการดูภาพคนคลอดลูกในน้ำก่อนหน้านั้น

Nirvana

เรื่องนี้อาจจะดูเหมือนไกลตัวและเข้าใจได้ยากสำหรับคนที่ไม่เข้าใจเรื่องสิทธิส่วนบุคคล ในอีกแง่หนึ่งผู้คนบางส่วนอาจจะมองว่า ถ้า Elden ไม่ออกมาป่าวประกาศว่าเขาเป็นเด็กน้อยคนนั้นที่อยู่ในอัลบั้มดังระดับโลกดังกล่าว คนส่วนใหญ่ก็ไม่สามารถรับรู้ได้ว่าเขาเป็นใคร แต่ใครจะไปรู้ว่าเรื่องนี้อาจสร้างปมในใจให้กับ Elden ตั้งแต่เด็กจนโตได้

เรื่องนี้ Spencer Elden ระบุว่า ภาพปกอัลบั้มของ Nirvana นั้นถือเป็นการหาผลประโยชน์จากภาพเปลือยของเขา ภาพดังกล่าวนั้นพ่อแม่ของเขายังไม่เคยเซ็นชื่ออนุมัติในสัญญาใดๆ ให้เผยแพร่เลยด้วยซ้ำ เขาในวัย 30 ปีนี้ยังสักคำว่า Nevermind ไว้ที่หน้าอกของเขาด้วย ภาพปกนี้ถูกเขานำมาถ่ายภาพจำลองแบบภาพเดียวกับตอนที่ตัวเขาเองอายุ 4 เดือนทั้งในช่วงที่ครบรอบ 10 ปี, 17 ปี และ 20 ปีของอัลบั้มดังกล่าว แต่เขาไม่ได้เปลื้องผ้าออกหมดเหมือนภาพของเขาเองในวัยเด็ก เขาเคยให้สัมภาษณ์ผ่าน CNN ว่าเขาชอบวง Nirvana มาก ไม่มีเพลงใดของวงนี้เลยที่เขาไม่ชอบ

Elden กล่าวว่า ภาพดังกล่าวเป็นภาพโดยฝีมือ Kirk Weddle ที่ได้รับว่าจ้างให้ถ่ายภาพเด็กที่ว่ายน้ำอยู่ใต้น้ำอีกที โดย Weddle จ่ายค่าถ่ายภาพให้แก่พ่อแม่เขาด้วยเงินจำนวน 200 เหรียญสหรัฐหรือประมาณ 6 พันกว่าบาทเมื่อ 30 ปีที่แล้วเป็นค่าตอบแทน ภาพดังกล่าว ทำให้เขาทุกข์ทรมานจิตใจมาอย่างยาวนาน ก่อนหน้านี้ในปี 2014 มีการรายงานว่า แม้ว่าภาพนั้นจะผ่านมาราว 20 ปีแล้วเขายังถูกแนะนำเสมอว่าเป็นเด็กในภาพปกอัลบั้มของ Nirvana อยู่เลย ปัจจุบัน Elden เป็นศิลปินอาศัยอยู่ในลอสแองเจลิส เขาพยายามบำบัดความเจ็บปวดของตัวเองด้วยการถ่ายภาพแบบเดียวกับอัลบั้ม Nevermind หลายต่อหลายครั้ง

หนึ่งในทนายของเขา Maggie Mabie ระบุว่านี่คือการพยายามบำบัดความเจ็บปวดของเขาที่เขากำลังเผชิญอยู่ เธอบอกว่า Elden ยังไม่เคยพบใครที่ไม่เคยเห็นอวัยวะเพศของเขาเลย มันจึงเป็นสิ่งย้ำเตือนให้เขารับรู้เสมอว่าเขาไม่มีความเป็นส่วนตัวมาเนิ่นนานแล้ว (แน่นอนว่าอัลบั้ม Nevermind ของ Nirvana ดังมาก โด่งดังไปทั่วโลก เมื่อใดก็ตามที่พูดถึงปกเด็กว่ายน้ำเปลือยกายที่เป็นปกอัลบั้มของ Nirvana คนส่วนใหญ่ที่ฟังเพลงของเขามักจะนึกออกได้ทันที)

ในที่สุดแล้ว Elden จะฟ้องร้องจากบุคคลที่เกี่ยวข้องรวม 15 คนรวมทั้งบริษัทด้วยเป็นเงินราว 1.5 แสนเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 4.9 ล้านบาท ด้านช่างภาพ Kurt Weddle ยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ประเด็นนี้อาจช่วยสะท้อนและช่วยเตือนให้ผู้ใหญ่ในกปัจจุบันที่มักจะประทับใจภาพถ่ายของลูกหลานตัวเองจนนำมาเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียหลายต่อหลายครั้งให้ระวังไว้ว่า ภาพดังกล่าวที่พวกเขาได้ถ่ายเด็กน้อยในวัยเยาว์อาจสร้างแผลใจยาวนานเช่นเดียวกับที่ Elden เผชิญได้

ที่มา – NYT, Nirvana (1), (2)

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post อดีตทารกจากปก Nirvana เดินหน้าฟ้องผู้เกี่ยวข้อง: หยุดหาประโยชน์จากภาพเปลือย first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/spencer-elden-will-sue-after-suffering-from-nevermind-album-of-nirvana/

ผิดนัด ส่งวัคซีนช้า ต้องฟ้อง: EU เตรียมฟ้องเรียกค่าปรับ AstraZeneca

เมื่อชีวิตคนรอไม่ได้ ความตายไม่เลือกชีวิตคน โดยเฉพาะชีวิตคนยากไร้ที่เข้าไม่ถึงการฉีดวัคซีนป้องกันโรค ล่าสุด สหภาพยุโรป (EU) เตรียมทำเรื่องฟ้องร้องเรียกค่าปรับจากวัคซีน AstraZeneca เพราะส่งวัคซีนช้ากว่ากำหนด

EU will fine AstraZeneca

ฝ่ายกฎหมายจากสหภาพยุโรปกำลังขอให้ศาลในเบลเยียมเรียกค่าปรับมหาศาลจากบริษัทผลิตวัคซีนต้านโควิด-19 ของ AstraZeneca ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ทำเรื่องขึ้นศาลเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา หลังจากที่บริษัทผลิตยาระบุว่าจะส่งวัคซีนให้ 100 ล้านโดสภายในสิ้นเดือนมิถุนายน แทนที่จะส่งให้ 300 ล้านโดสตามที่เคยสัญญาก่อนหน้า

EU ต้องการให้บริษัทส่งวัคซีนต้านโควิด-19 ให้อย่างน้อย 120 ล้านโดสภายในสิ้นเดือนมิถุนายน ด้าน AstraZeneca เริ่มส่งวัคซีนให้เดือนพฤษภาคมปริมาณ 50 ล้านโดส ถือเป็น 1 ใน 4 จากที่ทำสัญญาไว้ว่าจะส่งให้ 200 ล้านโดส Rafael Jafferali ฝ่ายกฎหมายของ EU ระบุว่า AstraZeneca ไม่พยายามที่จะเคารพสัญญาที่ทำไว้ นอกจากนี้ EU ต้องการเรียกค่าชดเชยจาก AstraZeneca เป็นเงิน 10 ยูโรต่อวันสำหรับความล่าช้า ไม่ทำตามสัญญาที่ว่าไว้ โดยอาจจะเรียกค่าปรับเพิ่มเติมอย่างน้อย 10 ล้านยูโรสำหรับการผิดสัญญาที่ผู้พิพากษาจะต้องตัดสินอีกที คำตัดสินชี้ขาดคาดว่าน่าจะเป็นเดือนถัดไป

ด้านฝ่ายกฎหมายของ AstraZeneca ระบุว่า บริษัทยืนยันซ้ำๆ หลายครั้งแล้วว่า สัญญาไม่มีผลผูกพันเนื่องจากทางบริษัทพยายามอย่างสมเหตุสมผลที่สุดแล้วในการส่งมอบวัคซีน ขณะที่ฝ่ายกฎหมาย EU ระบุว่า ตามหลักการแล้วคือการไม่เคารพสัญญาเพราะผู้ผลิตวัคซีนไม่ได้ส่งให้ EU ในปริมาณ 50 ล้านโดสตามที่ผลิตในโรงงานที่ระบุในสัญญาว่าเป็นซัพพลายเออร์ไปยังยุโรปซึ่งผลิตในสหราชอาณาจักร 39 ล้านโดส ในสหรัฐอเมริกา 10 ล้านโดส และในเนเธอร์แลนด์ 1 ล้านโดส ฝ่ายกฎหมาย EU ระบุว่าเพราะ AstraZeneca มัวแต่ส่งวัคซีนไปให้ลูกค้ารายอื่น

European Union อียู สหภาพยุโรป
ภาพจาก Shutterstock

ด้าน AstraZeneca ระบุว่าการผลิตวัคซีนในอังกฤษได้ถูกสำรองไว้ภายใต้สัญญารัฐบาลอังกฤษที่ลงนามไว้กับมหาวิทยาลัย Oxford ซึ่งเป็นผู้พัฒนาวัคซีน ขณะที่ฝ่ายกฎหมาย EU ระบุว่า ทาง AstraZeneca ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าการทำสัญญากับสหภาพยุโรปจะไม่กระทำการใดๆ ที่อาจทำให้ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของความตกลงนั้นได้

AstraZeneca ล้มเหลวในการสื่อสารกับสหภาพยุโรป เพราะ AstraZeneca ส่งข้อความซ้ำแล้วซ้ำเล่าต่อสาธารณชนว่าจะสามารถผลิตวัคซีนได้ตามเป้า จนสุดท้ายก็มายอมรับว่ามีการขาดแคลนวัคซีนจำนวนมากในเดือนมีนาคม ทั้งนี้ทางบริษัทได้เตือนสหภาพยุโรปในเดือนธันวาคมที่ผ่านมาถึงปัญหาการผลิตวัคซีน แต่มีการสื่อสารปลายเดือนมกราคมก่อนเริ่มส่งมอบเท่านั้น ซึ่งเป็นการลดปริมาณวัคซีนที่ส่งให้มากกว่าที่คาดไว้จากไตรมาสแรก

ที่มา – France24

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post ผิดนัด ส่งวัคซีนช้า ต้องฟ้อง: EU เตรียมฟ้องเรียกค่าปรับ AstraZeneca first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/european-union-ask-court-fine-astrazeneca-supply-of-covid-19-vaccine-delay/

Proofpoint ฟ้องขอคืนโดเมนที่ชื่อคล้ายเฟซบุ๊ก หลังจะโดนเฟซบุ๊กยึดเป็นของตัวเอง

Proofpoint ได้ออกมายื่นฟ้องเฟซบุ๊ก ข้อหาที่พยายามดิ้นรนขอเก็บโดเมนเนมที่คล้ายกับของเฟซบุ๊กและอินสตราแกรมที่ Proofpoint สร้างเก็บไว้ใช้งาน โดยเขาสร้างมาเพื่อการฝึกอบรมในการสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยของตนเอง

โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ความปลอดภัยอีเมลที่ตั้งอยู่ที่ Sunnyvale รัฐแคลิฟอร์เนียรายนี้ถูกหน่วยงานรัฐที่กำกับดูแลสั่งให้ถ่ายโอนโดเมนเนม 5 รายการที่ชื่อคล้ายผลิตภัณฑ์ของเฟซบุ๊ก ไปให้เป็นของเฟซบุ๊กแทนภายใน 10 วันทำการ

ต้นเรื่องนั้นมาจากการที่เฟซบุ๊กยื่นเรื่องต่อศูนย์ไกล่เกลี่ยและควบคุมทรัพย์สินทางปัญญาระดับนานาชาติเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายนปีก่อนว่า Proofpoint จดทะเบียนใช้โดเมนที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด อันได้แก่ facbook-login-com, facbook-login.net, instagrarn.ai, instagrarn.net และ instagrarn.org

ทีนี้ถ้าทางศาลแขวงอริโซน่ารับคำร้องของ Proofpoint ก็จะเป็นการระงับคำสั่งเดิมดังกล่าว ซึ่งครั้งนี้ Proofpoint อ้างในการขอโดเมนคืนว่า ที่ใช้ชื่อคล้ายกับชื่อบริษัทที่มีชื่อเสียง เพราะคนที่รับการอบรมจะได้เรียนรู้วิธีแยกความแตกต่างของโดเมนเลียนแบบที่อาชญากรตั้งให้คล้ายกันได้เก่งขึ้น

ที่มา : CRN

from:https://www.enterpriseitpro.net/proofpoint-sue-facebook/

Facebook เตรียมฟ้อง รบ.ไทย กรณีขอให้บล็อกคนในประเทศไม่ให้เข้าถึงกลุ่ม “รอยัลลิสต์ มาร์เก็ตเพลส”

ถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นค่อนข้างกระทันหันเมื่อมีรายงานว่า Facebook กำลังเตรียมดำเนินการทางกฎหมายกับรัฐบาลไทย หลังจากที่โดนร้องขอให้ยักษ์ใหญ่ด้านโซเชียลมีเดียรายนี้ บล็อกการเข้าถึงกลุ่มที่วิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับราชวงศ์

รายงานครั้งนี้มาจากสำนักข่าว CNN ซึ่งมีขึ้นหลังจากทางสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อช่วงเช้าว่า ทาง Facebook ได้ตอบสนองความต้องการที่ให้ปิดกั้นผู้ใช้ภายในประเทศไทยจากการเข้าถึงกลุ่มดังกล่าว เนื่องจากรัฐบาลไทยขู่ที่จะดำเนินคดีกับบริษัท

ทางโฆษกของ Facebook กล่าวกับ CNN ว่า หลังจากทบทวนอย่างรอบคอบแล้ว ทางบริษัทมองว่ากำลังโดนบังคับให้ปิดกั้นการเข้าถึงเนื้อหาที่ทางรัฐบาลไทยมองว่าผิดกฎหมาย โดยกลุ่มใน Facebook นี้ชื่อว่า “รอยัลลิสต์ มาร์เก็ตเพลส” กลุ่มนี้มีสมาชิกประมาณหนึ่งล้านราย ถูกตั้งขึ้นโดยนายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ซึ่งเป็นทั้งนักวิชาการและคนที่ชอบวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับราชวงศ์ โดยปัจจุบันได้ลี้ภัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่น

ทั้งนี้นายปวินได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Business Insider ซึ่งสำนักข่าวนี้ก็เป็นอีกหนึ่งรายที่วิจารณ์การบล็อคของ Facebook ด้วย โดยให้สัมภาษณ์ว่า การตัดสินใจฟ้องรัฐบาลไทยในกรณีขอให้บล็อคกลุ่มของผมนี้ ส่วนตัวมองว่าเป็นการกระทำที่ถูกต้อง เนื่องจากอิสระในการแสดงความคิดเห็นเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มักได้รับความสำคัญน้อยมาก

ในตอนแรก Facebook ยอมรับคำร้องขอของรัฐบาลไทยในการสกัดกั้นการเข้าถึงในประเทศไทยนั้น ถือว่า Facebook เองก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของการบ่อนทำลายประชาธิปไตยในประเทศของเขาด้วยการส่งเสริมการเซ็นเซอร์เนื้อหาด้วย

ที่มา : BI

from:https://www.enterpriseitpro.net/facebook-sue-thailand-government/

สรรพากรสหรัฐฯ ฟ้อง Facebook ข้อหา “เลี่ยงภาษี” มูลค่าสูงถึง 9 พันล้านดอลลาร์ฯ

ยักษ์ใหญ่ด้านสังคมออนไลน์อย่างเฟสบุ๊กนั้น ล่าสุดโดนฟ้องจากทาง สรรพากรของสหรัฐฯ หรือ Internal Revenue Service (IRS) ว่าเลี่ยงการจ่ายภาษีให้แก่รัฐบาลสหรัฐฯ ที่คิดเป็นมูลค่าแล้วรวมมากถึง 9 พันล้านเหรียญฯ โดยเริ่มมีการไต่สวนในชั้นศาลแล้ว

ในศาลรัฐซานฟรานซิสโก คดีนี้เป็นผลมาจากดีลทางธุรกิจที่ทำขึ้นระหว่างเฟสบุ๊กและบริษัทลูกสัญชาติไอร์แลนด์ ซึ่งเฟสบุ๊กได้โอนเงินกำไรในปี 2010 ไปให้ ทำให้เฟสบุ๊กโดนข้อหาประเมินมูลค่าของทรัพย์สินทางปัญญาต่ำกว่าความเป็นจริง ซึ่งมีการขายทรัพย์สินนี้ให้กับบริษัทในไอร์แลนด์อีกทอดหนึ่ง

อ้างอิงจากรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์นั้น คาดว่าคดีนี้จะใช้เวลาประมาณ 3 – 4 สัปดาห์ และมองว่าทางเฟสบุ๊กจะส่งผู้บริหารอย่างหัวหน้าส่วนฮาร์ดแวร์ Andrew Bosworth และประธานเจ้าหน้าที่ด้านเทคโนโลยี (CTO) อย่าง Mike Schroepfer ขึ้นศาลในการไต่สวน

มีข้อสังเกตว่าหลายบริษัทไอทีมีการพยายามเลี่ยงจ่ายภาษีโดยโอนเงินไปที่ไอร์แลนด์ที่มีอัตราภาษีต่ำแทน

ที่มา : CB

from:https://www.enterpriseitpro.net/facebook-sued-by-irs-over-unpaid-taxes/