คลังเก็บป้ายกำกับ: ธนาคาร

เปิดคัมภีร์กรุงศรีออโต้ สร้างองค์กรอย่างไรให้ครองใจคนรุ่นใหม่: ทำงานสนุก มีความสุข ปลุกพลังสร้างสรรค์ผลงาน

ในโลกยุคปัจจุบันบุคลากรคือกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร การเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมในการผลักดันให้องค์กรก้าวไปข้างหน้าจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้องค์กรและพนักงานเติบโตไปด้วยกัน บทความนี้จะพามาเจาะวิสัยทัศน์ในการบริหารองค์กร กรุงศรี ออโต้ ผู้ให้บริการด้านธุรกิจสินเชื่อยานยนต์รายใหญ่ของไทย ภายใต้ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ทำอย่างไรให้ทีมงานแข็งแกร่ง ขณะเดียวกันคนทำงานก็มีความสุข สนุกกับการทำงานไปด้วย

Krungsri Auto

คงสิน คงคา ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เผยถึงนิยามในการผลักดันองค์กรให้คนรุ่นใหม่รักในงานที่ทำและสนุกกับการทำงานไว้ว่า การสร้างกรุงศรี ออโต้ ให้เป็นองค์กรที่ Fun, Kind and Motivating Place to Work หรือการทำให้พนักงานมีความสุขและสนุกในการทำงานและยังสร้างแรงจูงใจที่ดีในการทำงานนั้น พนักงานก็ต้องได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมศักยภาพเต็มที่ เพื่อจะนำไปสู่การสร้างสรรค์ผลงานและเกิดแรงจูงใจที่ดีในการทำงานต่อไป ซึ่งทางองค์กรได้พูดคุยกับพนักงานหลากพื้นที่เพื่อรับฟังความคิดเห็น ทำให้เข้าใจและนำมาสู่การพัฒนารูปแบบการทำงานขององค์กรให้เท่าทันกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ผลักดันความเป็นเลิศของพนักงานทุกคนให้ได้มากที่สุด (Bringing Out The Best In You) สู่การเป็นองค์กรที่มีศักยภาพสูง (high performing organization) และน่าทำงานสำหรับพนักงานทั้งในปัจจุบันและอนาคต

ปัจจัยสำคัญในการสร้างองค์กรให้มีความสุข สร้างแรงจูงใจในการสร้างสรรค์ผลงาน

คงสินมองว่าคุณสมบัติที่จะผลักดันให้องค์กรมีความสุข ทำให้พนักงานมีความสนุกสนานในการทำงานนั้นแบ่งเป็น 2 ปัจจัย คือ (1) ปัจจัยด้านพนักงาน องค์กรต้องเปิดกว้าง พร้อมรับฟังความคิดเห็นที่หลากหลายจากพนักงาน มีการสำรวจความคิดเห็นพนักงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อเข้าใจถึงความต้องการในด้านต่างๆ พร้อมส่งเสริมศักยภาพ และช่วยสร้าง career path ที่ชัดเจนให้กับพนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงการนำแนวคิดที่น่าสนใจจากพนักงานมาต่อยอดให้ธุรกิจกรุงศรี ออโต้ เติบโตต่อไปได้ 

(2) ปัจจัยด้านองค์กร องค์กรต้องเข้าใจและยอมรับความหลากหลายของพนักงาน ไม่แบ่งแยกกีดกัน ควรมีกิจกรรมที่ส่งเสริมสวัสดิภาพของพนักงานให้ครอบคลุม 4 ด้าน ดังนี้ (1) สุขภาพกาย ควรส่งเสริมให้พนักงานชวนกันออกกำลังกายเพื่อให้มีสุขภาพที่แข็งแรงไปด้วยกัน (2) สุขภาพใจ ควรจัดให้มีผู้เชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษา เพื่อให้พนักงานสามารถปรึกษาได้เมื่อเกิดความเครียด (3) สุขภาพการเงิน ควรให้ความรู้ในด้านการจัดการทางการเงิน มีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาหรือแนะนำการวางแผนทางการเงิน (4) ความรู้สึกทางจิตใจ ควรให้ความสำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจ แรงจูงใจ ให้พนักงานสามารถผลักดันผลงานได้อย่างโดดเด่นสม่ำเสมอ 

องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้คนรุ่นใหม่อยากมาทำงานด้วย

ในโลกแห่งการทำงานยุคปัจจุบัน เราจะเห็นว่า อาการ Burnout หรืออาการหมดไฟจากการทำงานเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีผู้คนที่เป็นคนทำงานหลากหลายวัยที่ประสบปัญหาเช่นนี้ งานวิจัยหลายชิ้นยังระบุอีกว่าในหลายประเทศ คนรุ่นใหม่พร้อมจะละทิ้งเป้าหมายและใช้ชีวิตอยู่ไปวันๆ เพราะไม่เห็นความก้าวหน้าและเลิกยึดติดการทำงานในรูปแบบเดิมๆ กรุงศรี ออโต้มองเห็นปัญหาดังกล่าวและยึดหลักการในการบริหารองค์กรเพื่อแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจและยอมรับความหลากหลายของพนักงาน 

นอกจากการส่งเสริมปัจจัยต่างๆ ที่เป็นการส่งเสริมสุขภาพการเงิน สุขภาพใจ สุขภาพกาย และความรู้สึกทางจิตใจแล้ว กรุงศรี ออโต้ ยังยึดหลักการให้ความยืดหยุ่นสูง เพื่อให้สอดคล้องกับการทำงานแบบ Hybrid พนักงานสามารถเลือกทำงานจากทางบ้านหรือที่สำนักงานก็ได้ อีกทั้งสวัสดิการก็ปรับได้ตามความต้องการของพนักงาน ทำให้เกิดความคล่องตัวสูงและสร้างแรงบันดาลใจให้พนักงานอยากทำงานและสามารถทำงานได้อย่างมีความสุขด้วย 

Krungsri Auto
คงสิน คงคา ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)

รางวัล Digital CX Awards 2022 คือตัวการันตีความสำเร็จในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้เท่าทันกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในทุกยุคสมัย พร้อมยกระดับประสบการณ์ดิจิทัลเพื่อคนยุคใหม่อย่างแท้จริง

ปี 2022 กรุงศรี ออโต้ สามารถคว้ารางวัล Digital CX Awards 2022 สะท้อนให้เห็นว่าองค์กรให้ความสำคัญในด้านดิจิทัลอย่างยิ่ง ไม่ใช่แค่เพียงพัฒนาผลิตภัณฑ์ การบริการ และนวัตกรรมด้านดิจิทัลอย่างครบครัน ทางองค์กรยังมีโครงการจัดอบรมให้พนักงานได้มีโอกาสเรียนรู้ เพิ่มทักษะด้านดิจิทัลใหม่ๆ  รวมถึงสร้างสรรค์ผลงานตามความถนัดของตัวเอง ซึ่งจะช่วยผลักดันให้พนักงานสามารถ “ดึงจุดแข็ง เสริมจุดแกร่ง” (Bringing Out The Best In You) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการจัดทำ Data Bootcamp ร่วมกับอาจารย์จากสถาบันชื่อดัง ที่ช่วยเสริมศักยภาพด้านดิจิทัล ผ่านการพัฒนาและออกแบบ Digital Product และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงดิจิทัล เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่ต้องการสร้างประสบการณ์ที่ดีและทันสมัยให้กับลูกค้า ผ่านผลิตภัณฑ์และบริการด้านดิจิทัลด้วย 

การสร้างคุณค่าให้พนักงานทั้งในด้านการเสริมความรู้และทักษะใหม่ๆ ดังกล่าว ช่วยผลักดันให้ธุรกิจและบริการของกรุงศรี ออโต้ เติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและโดดเด่น อีกทั้งการที่องค์กรอยู่ภายใต้สถาบันการเงินชั้นนำของญี่ปุ่น MUFG ที่มีความมั่นคงทางการเงิน ทำให้องค์กรมีเครือข่ายในระดับโลก สามารถสนับสนุนให้องค์กรเติบโต พัฒนาให้พนักงานมีศักยภาพที่เติบโตก้าวหน้าและทำงานได้อย่างมีความสุขมากขึ้น 

Krungsri Auto

การพัฒนาแผนให้ทำได้ตามเป้าหมายและทิศทางในอนาคต

กรุงศรี ออโต้ มีเป้าหมายคือ การสร้างสรรรค์ชีวิตให้ผู้คนใช้รถได้ดีขึ้น ซึ่งพนักงานก็เป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เป็นไปตามเป้าหมาย ดังนั้น สิ่งสำคัญคือการสร้างสรรค์แนวทางที่จะทำให้พนักงานทุกคนรับรู้ทิศทางตรงกันเพื่อจะก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน ทางองค์กรจึงเน้นการสื่อสารอย่างทั่วถึง ผ่านเครื่องมือต่างๆ อาทิ การประชุม Townhall Meeting การกำหนด KPI ไปจนถึงการประเมินผลลัพธ์ในการทำงาน เป็นต้น 

การจะทำให้องค์กรมุ่งสู่อนาคตได้ต้องมีความยืดหยุ่นสูง เพื่อให้องค์กรสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว มีการทำงานแบบ Agile โดยนำเทคโนโลยีต่างๆ มาปรับใช้พร้อมๆ กับการเสริมความรู้และทักษะด้านดิจิทัลให้พนักงาน เพื่อจะผลักดันองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าและสร้างสรรค์ชีวิตผู้ใช้รถให้ดีขึ้นต่อไป

สรุป

การทำงานในโลกยุคใหม่ไม่ได้ยึดระบบการบริหารแบบ Top down หรือการใช้คำสั่งจากผู้บังคับบัญชา การทำงานตามสั่งจากระดับบนสู่ระดับล่างเพื่อทำให้องค์กรเดินหน้าแบบโลกยุคเดิมอีกต่อไป กรุงศรี ออโต้ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การทำงานในโลกยุคนี้ที่ต้องการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนต้องใช้ความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งจากพนักงานที่เป็นกลไกหลักในการผลักดันร่วมกับองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้า ขณะเดียวกันองค์กรก็เปิดกว้างมากขึ้น ยอมรับความคิดเห็นจากทุกฝ่าย ยอมรับความแตกต่าง ความหลากหลายของพนักงาน พร้อมสอบถามสำรวจความคิดเห็นพนักงานหลากหลายพื้นที่ด้วยความใกล้ชิดอย่างต่อเนื่อง 

ในโลกยุคหลังโควิดระบาด กรุงศรี ออโต้มีความยืดหยุ่นในการทำงานมากขึ้น เปิดโอกาสให้พนักงานได้ทำงานแบบไฮบริด เลือกได้ว่าจะทำงานที่สำนักงานหรือทำงานจากบ้าน ไม่เพียงแค่นั้น ด้านสวัสดิการและสวัสดิภาพของพนักงาน ทางองค์กรก็ให้ความสำคัญครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านกาย ด้านจิตใจ และด้านการเงิน รวมทั้งยังส่งเสริมและสนับสนุนให้พนักงานเพิ่มทักษะได้เรียนรู้อย่างสม่ำเสมอด้วย ถือเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ขับเคลื่อนองค์กรด้วยผู้คนทุกระดับอย่างแท้จริง

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post เปิดคัมภีร์กรุงศรีออโต้ สร้างองค์กรอย่างไรให้ครองใจคนรุ่นใหม่: ทำงานสนุก มีความสุข ปลุกพลังสร้างสรรค์ผลงาน first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/people-management-strategy-of-krungsri-auto/

รีวิว K Point KLUB สนามบินสุวรรณภูมิ ใช้ K Point 1,500 คะแนน แลกเข้าไปนั่งสบายรอไฟลต์บิน

หลังจากการท่องเที่ยวเริ่มกลับมาคึกคัก คนเริ่มเดินทางกันเยอะขึ้น ทำให้ต้องเผื่อเวลาเดินทางถ้ามาขึ้นเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ ส่วนใหญ่ก็มาก่อนเวลาและก็อยากจะมีที่นั่งพักสบายๆ ก่อนขึ้นเครื่อง

วันนี้ Brand Inside มารีวิว K Point KLUB @สุวรรณภูมิ ของธนาคารกสิกรไทย ที่เพิ่งเปิดล่าสุด มีวิธีใช้บริการง่ายมาก แค่แลกใช้คะแนนสะสม K Point 1,500 คะแนน ผ่าน K PLUS ก็สามารถเข้าไปใช้บริการ นั่งรอไฟลต์บินสบายๆ มีอุปกรณ์ปลั๊กไฟให้ชาร์จแบต นั่งทำงาน ฟรี Wi-Fi พร้อมด้วยกาแฟและขนมอร่อยๆ ไว้ทานรองท้อง เรียกว่าเป็นจุดนั่งพักผ่อน นัดเพื่อนที่สนามบินสุวรรณภูมิ

จะขึ้นเครื่องที่เกทไหนก็สามารถเข้าไปนั่งพักผ่อนที่ K Point KLUB ได้  เพราะมีบริการ 2 ฝั่ง ตั้งอยู่ที่ชั้น 4 อาคารขาออกต่างประเทศ ทั้งฝั่ง East ใกล้ Concourse A และฝั่ง West ใกล้ Concourse G เปิดให้บริการทุกวัน 24 ชั่วโมง ตามไปดูรีวิวเต็มๆ ภายใน K Point KLUB กับ Brand Inside ได้เลย!

K Point KLUB @สนามบินสุวรรณภูมิ

สำหรับการแลก e-coupon มีขั้นตอนง่าย ๆ คือ เข้าไปที่ K PLUS เลือกเมนู K+ market และกดไอคอน K Point KLUB จากนั้นก็จะมีคูปองให้ซื้อ 3 แพ็คเกจ (เข้าใช้งานได้ 2 ชั่วโมง) คือ

ขั้นตอนการแลกคะแนนง่าย ๆ คือ เข้าไปที่ K PLUS เลือกเมนู K+ market และกดไอคอน K Point KLUB และกดใช้ K Point แลกคูปอง จากนั้นก็จะได้ QR Code มาเพื่อสแกนเข้าใช้งาน และใช้แลกกาแฟกับขนมใน  K Point KLUB ได้ด้วย มี 3 แพ็คเกจ ให้เลือกคือ

  • K Point 1,500 คะแนน เข้าใช้บริการพร้อมเลือกขนมและเครื่องดื่มได้ 2 ชิ้น
  • K Point 1,800 คะแนน เข้าใช้บริการพร้อมเลือกขนมและเครื่องดื่มได้ 3 ชิ้น
  • K Point 2,100 คะแนน เข้าใช้บริการพร้อมเลือกขนมและเครื่องดื่มได้ 4 ชิ้น

KBank ที่มีคะแนน K Point อยู่ สามารถมาใช้บริการกันได้ง่ายๆ สะดวกสบายมาก และถ้ามีเพื่อนไปด้วย แต่เพื่อนไม่มี K Point ก็สามารถแลกคะแนน K Point ให้เพื่อนเข้ามาใช้บริการพร้อมกันได้

K Point KLUB @สนามบินสุวรรณภูมิ

เมื่อผ่านประตูอัตโนมัติเข้ามาแล้วจะมีที่นั่งให้เลือกหลายโซน ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะใหญ่สำหรับคนที่มากับชาวแก๊ง โต๊ะริมสำหรับคนรักความสงบ โซนปีกเครื่องสำหรับคนอยากเอนหลังชิล ๆ ไปจนถึงโซนไพรเวทที่จำลองที่นั่งชั้นธุรกิจสำหรับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ซึ่งจุดสำคัญก็คือที่นี่มีปลั๊กไฟเยอะมาก ใครที่กังวลว่าแบตจะหมดก่อนถึงปลายทางก็ชาร์จไปให้เต็มที่ได้เลย

K Point KLUB @สนามบินสุวรรณภูมิ

K Point KLUB @สนามบินสุวรรณภูมิ

นอกจากนี้ K Point KLUB ยังมีจุด Konnect Pod จะประชุมออนไลน์ก็ได้ จะทำงานแบบโฟกัสก็ดี ตอบโจทย์การท่องเที่ยวแบบ Workation หรือ เที่ยวไปทำงานไป ที่กำลังเป็นเทรนด์ในโลกการทำงานแบบใหม่ และแน่นอนว่ามีอินเทอร์เน็ต Wi-Fi ให้บริการนักเดินทางด้วย

สำหรับใครที่ต้องเดินทางไกลก็ไม่ต้องกลัวว่าจะหิว เพราะ K Point KLUB มีอาหารและเครื่องดื่มให้เติมพลังก่อนออกบิน โดยมีทั้งขนมจากต่างประเทศสุดพิเศษ ไปจนถึงกาแฟ Nespresso ให้เติมความสดชื่นก่อนเดินทาง ซึ่งหากใครหิวก็สามารถนำ QR Code ที่ใช้สแกนตรงทางเข้านั่นแหละ มาสแกนที่ตู้เพื่อรับขนมและเครื่องดื่มด้วยตัวเองได้เลย 

เพื่อให้การเดินทางราบรื่นไม่มีสะดุด K Point KLUB ได้ติดตั้งจอแสดงเที่ยวบินเพื่อให้ผู้เข้าใช้ติดตามสถานะเที่ยวบินของตัวเองได้ตลอดเวลา และหากใครที่เดินทางไปต่างประเทศแล้วรู้สึกว่าแลกเงินไปไม่พอก็ไม่ต้องห่วงเพราะ K Point KLUB มีตู้แลกเงินให้บริการใน 3 สกุลเงินหลัก คือ ดอลลาร์ ยูโร และเยน

K Point KLUB @สนามบินสุวรรณภูมิ

หลังจากพักผ่อนและเติมความสดชื่นกันแล้ว ก่อนเดินทางก็ต้องชาร์จพลังงานให้เต็มถัง วอร์มเครื่องให้ร้อนก่อนไปเที่ยวจริงด้วย Interactive wall ฉากถ่ายรูปแบบ Interactive ที่จะพาเราไปถ่ายรูปกับแลนด์มาร์คต่างประเทศ ทั้งไทม์สแควร์ในอเมริกา ภูเขาไฟฟูจิที่ญี่ปุ่น หรือคัปปาโดเกียในตุรกี ถ่ายเสร็จสามารถสแกน QR เพื่อเซฟรูปเข้าโทรศัพท์ได้เลย

K Point KLUB @สนามบินสุวรรณภูมิ

สรุป

K Point KLUB ถือว่าเป็นจุดนัดพบหรือนั่งพักรอที่ได้ทั้ง Relax Refresh และ Recharge ตอบโจทย์คนเดินทางไปต่างประเทศจากสนามบินสุวรรณภูมิได้ดีทีเดียว ใครมีคะแนนสะสม K Point อยู่อย่าลืมแวะมาเปิดประสบการณ์ดีๆ ก่อนการเดินทางที่นี่กันได้เลย

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post รีวิว K Point KLUB สนามบินสุวรรณภูมิ ใช้ K Point 1,500 คะแนน แลกเข้าไปนั่งสบายรอไฟลต์บิน first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/review-k-point-klub-at-suvarnabhumi-airport-by-kbank/

Amundi บริษัทผู้จัดการกองทุนขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป เตรียมซื้อหุ้น บลจ. กสิกรไทย

ยุโรปบุกไทย! Amundi บริษัทยักษ์ใหญ่ที่เป็นผู้จัดการกองทุนขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป เตรียมประมูลซื้อหุ้นบริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย

Amundi KBank

การประมูลดังกล่าวคือความร่วมมือระหว่างยักษ์ใหญ่ Amundi ร่วมกับ CVC Capital Partners และ TPG อย่างไรก็ดี ยังไม่มีความชัดเจนว่ากสิกรไทยจะขายหุ้นในจำนวนที่มากหรือน้อย ทาง Bloomberg ได้รายงานไว้ตั้งแต่เมษายนที่ผ่านมาว่า ทางกสิกรไทยต้องการหาหุ้นส่วนทางกลยุทธ์ เพื่อผลักดันให้แพลตฟอร์มในการจัดการทรัพย์สินมีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น

ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา ส่วนผู้แทนจาก Amundi และ TPG ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับประเด็นนี้ ขณะที่ CVC และ KBank ก็ไม่ได้แสดงความคิดเห็นใดๆ เช่นกัน

Amundi ระบุไว้เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาว่า จะสามารถสั่งสมเงินทุนส่วนเกินได้ราว 2 พันล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 7.5 หมื่นล้านบาทจนถึงปี 2025 ซึ่งก็คาดว่าจะใช้การควบรวมกิจการหรือคืนความมั่งคั่งแก่ผู้ถือหุ้นผ่านการจ่ายเงินพิเศษ

Amundi คือบริษัทจัดการกองทุนยักษ์ใหญ่ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป มี AUM หรือสินทรัพย์ภายใต้การจัดการมหาศาลถึง 2 ล้านล้านยูโรหรือประมาณ 75 ล้านล้านบาท

CVC Capital Partners คือผู้จัดการการลงทุนทางเลือกระดับโลก เน้น Private Equity หรือ การลงทุนในหุ้นนอกตลาด หรือหุ้นที่ยังไม่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ มีสินทรัพย์ภายใต้การจัดการที่ 1.33 แสนล้านยูโรหรือประมาณ 5 ล้านล้านบาท

TPG มีสินทรัพย์ภายใต้การจัดการอยู่ที่ 1.27 แสนล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 4.7 ล้านล้านบาท เน้นลงทุนในบริษัทที่ไม่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์

ที่มา – Bloomberg

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post Amundi บริษัทผู้จัดการกองทุนขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป เตรียมซื้อหุ้น บลจ. กสิกรไทย first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/amundi-cvc-capital-partners-and-tpg-will-buyout-stake-in-kbank/

เจาะลึกแคมเปญ #KPLUS #ดีสารพลัส ตีตลาดสุดแหวกแนวด้วย The 8scape มินิซีรีส์ระทึกขวัญ

เจาะลึก แคมเปญ #KPLUS #ดีสารพลัส ตีตลาดสุดแหวกแนวด้วย The 8scape มินิซีรีส์ระทึกขวัญ ฝีมือ ป้อง-ไพรัช คุ้มวัน ผู้กำกับเด็กใหม่ ซีซั่น 2

นับวัน Online Marketing ยิ่งเป็นช่องทางการตลาดที่ขาดไม่ได้ของแบรนด์ แต่นานวันไปก็กลายเป็นว่าแคมเปญบนโลกออนไลน์เริ่มขาดจุดเด่น มองไปทางไหนก็ไม่มีใครแตกต่าง ธนาคารกสิกรไทย (KBank) ที่ขึ้นชื่อเรื่องการออกนอกกฎเกณฑ์ จึงต้องฉีกแนว หันไปทำตลาดออนไลน์ด้วยแนวทางที่ไม่เหมือนใคร

KBank ลุยโลกการตลาดออนไลน์ด้วยการทำ Branded Video Marketing ทำการตลาดด้วยวิดีโอที่สร้างสรรค์โดยแบรนด์ที่ไม่ได้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของตัวเองโดยตรง แต่บอกเล่าข้อดีของผลิตภัณฑ์ได้อย่างน่าสนใจ ภายใต้แคมเปญ #KPLUS #ดีสารพลัส สร้างมินิซีรีส์ระทึกขวัญ 8 ตอนในชื่อ The 8scape ร่วมมือกับ ป้อง-ไพรัช คุ้มวัน ผู้กำกับมือฉมังที่เคยฝากผลงานชื่อดังอย่าง เด็กใหม่ ซีซั่น 2 เอาไว้ พูดได้ว่านี่คือความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจและไม่เคยมีแบรนด์ไหนเคยทำมาก่อน

การทำ Branded Video Marketing มีข้อดีกว่าการตลาดออนไลน์แบบทั่วไปคือสามารถส่งต่อคุณค่า แนวคิด จุดแข็งของแบรนด์ หรือแม้แต่ข้อดีของผลิตภัณฑ์ ได้อย่างลื่นไหล จับใจ ดูจริง ผู้ฟังจะไม่รู้สึกถูกยัดเยียด แถมมีแนวโน้มแชร์ต่อมากกว่า เพราะผู้ฟังจะรู้สึกว่านี่คือคอนเทนต์ไม่ใช่โฆษณา

ความน่าสนใจของแคมเปญนี้อยู่ที่สถานการณ์ชวนระทึก แต่แค่ #เปิดKPLUSก่อน ก็พลิกสถานการณ์ได้ ตอบโจทย์ทุกความต้องการทางการเงิน

มินิซีรีส์เรื่องนี้ผูกโยงเรื่องราวได้อย่างสนุก ขายผลิตภัณฑ์ของตัวเองอย่างไม่น่าเบื่อ ด้วยการใส่ฟีเจอร์ของ K PLUS เข้ามาช่วยตัวเอกให้รอดในจังหวะคับขันได้อย่างพอดิบพอดี เช่น จังหวะที่ต้องซื้ออาวุธเพื่อป้องกันตัวแต่ก็ไม่มีเงิน ก็เปิด K PLUS ก่อน และใช้บริการ K PAY LATER ซื้อตอนนี้ จ่ายตอนนู้น รอดจากสถานการณ์ได้แบบหวุดหวิด

นอกจากนี้ ยังมีการเล่นกับฟีเจอร์ของ K PLUS อีกหลายครั้งในเรื่องเพื่อสะท้อนคอนเซ็ปต์ K PLUS ดีสารพลัส ซึ่งหมายถึงการที่ K PLUS มีฟีเจอร์หลากหลายสามารถตอบโจทย์ผู้ใช้ได้สารพัด เช่น เปิดบัญชีออนไลน์ ขอสินเชื่อ ไปจนถึงโอนเงินระหว่างประเทศ ช่วยให้รอดพ้นได้จากทุกสถานการณ์ด้านการเงิน

พูดง่ายๆ ว่า นี่คือการทำ Branded Video Marketing ของ KBank ที่ทั้งแหวกแนว ไม่จำกัดตัวเองอยู่ในกรอบ พยายามทำอะไรใหม่ๆ อย่างที่เคยเป็นมาตลอด ซึ่งในคราวนี้ก็สะท้อนผ่านการทำการตลาดที่ทั้งสามารถบอกเล่าเรื่องราว สร้างความรับรู้แบรนด์ และนำเสนอบริการได้อย่างครบจบแต่ไม่น่าเบื่อ ด้วยมินิซีรีส์ระทึกขวัญขนาด 8 ตอน ตอนละ 15 วินาที เท่านั้น

นอกจากนี้ K PLUS ยังสร้างประสบการณ์ร่วมบนโลกออฟไลน์ ด้วยการทํา Flash Mob ที่ใจกลาง กรุงเทพฯ ทั้งย่านอารีย์ สีลม และสยามสแควร์ เพื่อโปรโมตซีรีส์ The 8scape รวมถึงส่งหน้ากากจากในซีรีส์ บรรจุในกล่องลายไม้มาเซอร์ไพรส์ทีมงาน Brand Inside ด้วย นับว่าเป็นการทําการตลาดที่น่าสนใจและไม่อยู่ในกรอบ สมกับเป็น KBank

ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า KBank คือเบอร์ 1 เรื่องดิจิทัลแบงกิ้งอย่างไม่ต้องสงสัย โดยปัจจุบัน K PLUS มีผู้ใช้กว่า 19 ล้านราย เป็นลูกค้าที่ใช้งานประจำกว่า 80% มีปริมาณธุรกรรมต่อเดือนกว่า 2,800 ล้านรายการ และคาดว่า สิ้นปีนี้จะมีจำนวนผู้ใช้งาน K PLUS กว่า 20 ล้านราย และมีปริมาณธุรกรรมรวมตลอดปี 2565 กว่า 30,000 ล้านรายการ 

รับชม “The 8scape” 8 เรื่องราวไล่ล่าสุดระทึก ลุ้นกับตัวละครที่ต้องเอาชีวิตให้รอดจากฆาตกร พร้อมหวีดสนั่น 8 ตอนรวด บน KBank Live ทุกแพลตฟอร์ม ทั้ง Facebook, TikTok, YouTube, Twitter, LINE และ Instagram

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post เจาะลึกแคมเปญ #KPLUS #ดีสารพลัส ตีตลาดสุดแหวกแนวด้วย The 8scape มินิซีรีส์ระทึกขวัญ  first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/k-plus-the-8scape-campaign/

กสิกรมาแล้ว! ขึ้นดอกเบี้ยเงินฝาก ยืนยันช่วยลูกค้า ไม่ขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้รายย่อย

หลัง กนง. มีมติขึ้นดอกเบี้ยเป็น 1% ต่อปี ธนาคารกรุงเทพและทีเอ็มบีธนชาตทยอยขึ้นดอกเบี้ยทั้งเงินฝากและเงินกู้ถ้วนหน้า แต่กสิกรไทยหรือ KBank ใจดี ขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากให้ แต่ไม่ขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับรายย่อย

KBank, กสิกรไทย

ด้านกฤษณ์ จิตต์แจ้ง กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ระบุ ธนาคารตอบสนองการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านราคาและเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาวของแบงก์ชาติ แต่เพื่อให้เศรษฐกิจไทยสามารถฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่องและเพิ่มกำลังซื้อ และช่วยเหลือลูกค้ารายย่อย และผู้ประกอบการรายเล็กในภาวะเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง

ธนาคารจึงปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำให้สูงขึ้น 0.10% – 0.50% ส่วนเงินกู้เพื่อให้กระทบลูกค้ารายย่อยน้อยที่สุด ธนาคารจึงส่งผ่านอัตราดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยปรับเพิ่มดอกเบี้ยสินเชื่อเฉพาะลูกค้ารายใหญ่ 0.25% มีผล 3 ตุลาคม 2565 ดังนี้

อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR) ปรับเพิ่ม 0.25% จาก 5.47% เป็น 5.72%

อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) ปรับเพิ่ม 0.25% จาก 5.84% เป็น 6.09%

ที่มา – KBank

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post กสิกรมาแล้ว! ขึ้นดอกเบี้ยเงินฝาก ยืนยันช่วยลูกค้า ไม่ขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้รายย่อย first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/kasikorn-bank-raise-interest-rate/

มาอีกราย!! TTB ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้ว ทั้งเงินฝากและเงินกู้ ตามมติ กนง.

หลังจาก กนง. มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็น 1% ต่อปี จนธนาคารกรุงเทพนำร่อง ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามเป็นรายแรก ล่าสุด TTB หรือธนาคารทีเอ็มบีธนชาตก็ประกาศเช่นกัน

ttb ทีเอ็มบีธนชาต

ทีเอ็มบีธนชาติหรือ TTB ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกุ้เพื่อสอดรับกับแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกินไทยที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นดูแลลูกค้าสินเชื่อรายย่อยให้สามารถปรับตัวและบริหารจัดการสภาพคล่องได้ พร้อมขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากเพิ่มผลตอบแทนและส่งเสริมการออม

ด้านปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาติหรือทีทีบี ระบุว่า หลังจากที่ กนง. ประกาศขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งที่ 2 ในปีนี้ ทำให้ภาพรวมการปรับดอกเบี้ยนโยบายขึ้น 0.50% เพื่อสอดรับกับทิศทางดอกเบี้ยขาขั้นดังกล่าว TTB พิจารณาแล้วได้มีการปรับดอกเบี้ย ดังนี้

  • ปรับอัตราดอกเบี้ย MRR (Minimum Retail Rate) สำหรับลูกค้ากลุ่มดังกล่าวเพิ่มขึ้น 0.20
  • ปรับอัตราดอกเบี้ย MLR (Minimum Loan Rate) สำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี 0.25% และ
  • ปรับอัตราดอกเบี้ย MOR (Minimum Overdraft Rate) สำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี 0.25% โดยการปรับดอกเบี้ยขึ้นนี้จะมีผลวันที่ 1 ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป

ขณะที่กลุ่มลูกค้าเงินฝาก ธนาคารมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยฝากประจำ อยู่ที่ระหว่าง 0.15%-0.80% ต่อปี รวมถึงบัญชีเงินฝากพิเศษ ทีทีบี อัพ แอนด์ อัพ ให้อัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นทุกๆ 6 เดือนและได้รับดอกเบี้ยทุก 3 เดือน เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเงินฝากที่เน้นการออมในบัญชีดอกเบี้ยสูง เพิ่มสภาพคล่อง ถอนได้ก่อนกำหนดไม่ลดดอกเบี้ย และเริ่มฝากขั้นต่ำได้ที่ 5,000 บาท โดยธนาคารปรับอัตราดอกเบี้ยขั้นสูงสุดจาก 1.80% เป็น 2.50% มีผล 1 ตุลาคม 65 เป็นต้นไป

ที่มา – TTB

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post มาอีกราย!! TTB ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้ว ทั้งเงินฝากและเงินกู้ ตามมติ กนง. first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/ttb-raise-interest-rate/

แบงก์ชาติ หยุดจ่ายแบงก์พอลิเมอร์ 20 บาท ชั่วคราว

แบงก์ชาติ หยุดจ่ายแบงก์พอลิเมอร์ 20 บาท ชั่วคราวหลังพบเลขไทยไม่ตรงกับเลขอารบิก 

นางสาววชิรา อารมย์ดี รองผู้ว่าการ ด้านบริหาร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ชี้แจงกรณีพบธนบัตรพอลิเมอร์ ชนิดราคา 20 บาท มีลักษณะบกพร่อง ว่า ในเบื้องต้นพบธนบัตรเลขหมายไทยไม่ตรงกับเลขหมายอารบิก ซึ่งความผิดปกติดังกล่าว เกิดในธนบัตรล็อตที่จ้างบริษัท De La Rue International Limited (DLR) เป็นผู้ผลิต

เมื่อพบและยืนยันความผิดพลาดดังกล่าวแล้ว ธปท. ได้ระงับการจ่ายธนบัตรที่ยังคงเหลืออยู่ทันที โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นของ DLR พบว่ากระบวนการผลิตมีข้อผิดพลาด (เอกสารแนบ) ที่ทำให้กระบวนการตรวจสอบตามปกติไม่สามารถตรวจพบได้

ธปท. ขอเรียนว่า ประชาชนยังสามารถใช้ธนบัตรดังกล่าวชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย และสามารถนำธนบัตรดังกล่าวมาแลกกับธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินเฉพาะกิจต่าง ๆ ได้ตามปกติ โดย ธปท. กำลังเร่งดำเนินการนำธนบัตรเหล่านี้ออกจากระบบ และอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดและหาสาเหตุเพิ่มเติมร่วมกับ DLR ตลอดจนจะดำเนินการตามสัญญาต่อไป ทั้งนี้ DLR ยืนยันว่าจะให้ความร่วมมือกับ ธปท. อย่างเต็มที่ ในการแก้ปัญหาจนถึงที่สุด

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post แบงก์ชาติ หยุดจ่ายแบงก์พอลิเมอร์ 20 บาท ชั่วคราว first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/bank-of-thailand-temporarily-suspends-payment-of-20-baht-polymer-banknotes/

KBank แนะลงทุนเพื่อการเปลี่ยนโลก ครั้งเเรกกับกองทุนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

KBank แนะเจ้าของธุรกิจ-นักลงทุน เปลี่ยนธุรกิจให้เป็น Net Zero เพื่อโลก ครั้งเเรกกับกองทุนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เรื่องการเปลี่ยนเเปลงของสภาวะอากาศจากนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เหตุจากสถานการณ์ใกล้ตัว เช่น น้ำท่วม พายุที่ทวีความรุนเเรงมากขึ้น ขั้วโลกเหนือที่น้ำเเข็งละลายเร็วกว่าเดิม สิ่งที่เหล่านี้ส่งผลกระทบต่อคนทั่วทุกมุมโลก 

นอกจากประชาชนทั่วไปจะรวมมือช่วยกันลดสภาวะการเปลี่ยนเเปลงของสภาพอากาศได้เเล้ว ด้านธุรกิจเเละนักลงทุนเองก็สามารถช่วยเปลี่ยนโลกนี้ให้มีสภาวะที่ดีขึ้นได้อีกด้วย 

ซึ่งด้านของ KBank Private Banking ได้ผนึกกำลัง Lombard Odier ระบุว่าการลงทุนอย่างยั่งยืนคือ “ทางรอด” ทั้งนี้ยังได้รับความร่วมมือกับ GC เพื่อตอกย้ำแนวคิด Net Zero สร้างความเติบโตให้ทั้งธุรกิจและพอร์ตลงทุน โดยความยั่งยืนของโลกสามารถสร้างการเติบโตที่มั่นคงให้กับทั้งธุรกิจและการลงทุนในระยะยาว โชว์ผลตอบแทน 3 ปี ของกองทุนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เติบโตเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 10% ต่อปี พร้อมแนะนักลงทุนปรับพอร์ตเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงผ่าน 3 ขั้นตอน ได้แก่ ปรับแนวคิดการลงทุนมุ่งสู่ Net Zero พิจารณาพอร์ตการลงทุนใหม่ และเสริมพอร์ตด้วยกองทุนเปลี่ยนโลก

โดย นายจิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ Executive Chairman, Private Banking Group ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า “การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกได้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ รวมถึงสร้างความเสี่ยงแก่ภาคธุรกิจและการลงทุนอย่างมหาศาล ในฐานะผู้นำด้านบริการบริหารความมั่งคั่งในประเทศไทยและผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน ธนาคารเชื่อว่า การลงทุนจะเป็นกุญแจดอกสำคัญที่จะเปิดประตูทางออกสำหรับวิกฤตินี้ ในขณะเดียวกันก็สามารถสร้างผลตอบแทนที่มั่นคง ผ่านการสนับสนุนธุรกิจที่ปรับตัวเข้ากับเศรษฐกิจที่มุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ซึ่งจะมีประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ 

นายแม็กซีม เพอเคอ Head of Sustainable Investment, Lombard Odier Investment Managers กล่าวเสริมว่า “การบริหารพอร์ตการลงทุนเพื่อมุ่งสู่ความยั่งยืนบนกรอบแนวคิด ESG อาจไม่เพียงพอที่จะเฟ้นหาธุรกิจที่จะเป็นผู้ชนะได้ เนื่องจากมาตรวัด ESG คำนึงถึงบทบาทของบริษัทในฐานะพลเมืองของสังคม (Corporate Citizenship) เช่น การปฎิบัติต่อพนักงาน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และชุมชนท้องถิ่น แต่การลงทุนเพื่อความยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยเกณฑ์ในการคาดการณ์แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจในอนาคต (Forward-looking Metrics)

ในระบบเศรษฐกิจที่ลดการพึ่งพาคาร์บอนไดออกไซด์ลง เช่น แนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัทเมื่อเทียบกับธุรกิจอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน ความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุน การตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป และการใช้ประโยชน์จากโอกาสต่างๆ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงภาวะแวดล้อมทางธุรกิจที่เป็นรูปธรรมและรวดเร็วด้วยเทคโนโลยีที่มี กล่าวคือ เราต้องให้ความสำคัญกับโมเดลธุรกิจ (Business Model) ของบริษัทที่จะขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต ควบคู่ไปกับแนวปฏิบัติ (Business Practice) ของบริษัทในปัจจุบัน”

ทั้งนี้ KBank Private Banking ได้นำเสนอโอกาสในการลงทุนในธุรกิจเหล่านี้ผ่านกองทุน K-CLIMATE เป็นครั้งแรกในปี 2563 ซึ่งกองทุนสามารถสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ไม่ต่ำกว่า 10% อีกทั้งยังมีความผันผวนที่ต่ำกว่าดัชนีตัวชี้วัด นอกจากนี้ กองทุนหลักยังได้รับการรับรองเป็น Article 9 Fund โดย EU Sustainable Finance Disclosure Regulation (SFDR) ซึ่งเป็นมาตรฐานสูงสุดของกองทุนเพื่อความยั่งยืนที่ต้องมีเป้าหมายและดัชนีชี้วัดด้านความยั่งยืนโดยตรงอีกด้วย

หนึ่งในบริษัทชั้นนำของประเทศไทยที่มุ่งผลักดันเรื่อง Net Zero อย่างจริงจัง คือ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC โดย ดร.ชญาน์ จันทวสุ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานความยั่งยืนองค์กร กล่าวว่า “ด้วยบทบาทของผู้นำธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล GC สานต่อการนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจ มุ่งสู่ เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 และเราให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานของธุรกิจเดิม เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ในขณะเดียวกันก็ได้ปรับโครงสร้างของธุรกิจ ด้วยการลงทุนในธุรกิจใหม่ ซึ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ยกระดับคุณภาพชีวิต ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ เช่น พลาสติกชีวภาพ พลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง และเคมีภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง จากการเข้าซื้อกิจการ allnex ผู้นำระดับโลกในธุรกิจผลิตภัณฑ์สารเคลือบผิว (Coating Resins) และสารเติมแต่งสำหรับงานอุตสาหกรรมที่มีความหลากหลายสำหรับใช้กับวัสดุ ทุกประเภท เป็นต้น

ทั้งนี้ GC คาดว่าจะใช้เงินลงทุนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ และ 2.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อปรับโครงสร้างธุรกิจเข้าสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำเพื่อการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ควบคู่ไปกับการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยผลการดำเนินงานที่ผ่านมาชี้ให้เห็นว่า ความสำเร็จของกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนสามารถสร้างผลตอบแทนในเชิงธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม” 

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post KBank แนะลงทุนเพื่อการเปลี่ยนโลก ครั้งเเรกกับกองทุนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/kbank-recommends-investing-to-change-the-world/

มุขใหม่มิจฉาชีพ! ปลอมเว็บหน่วยงานราชการ หลอกติดตั้งแอปขโมยข้อมูล หรือเข้าคุมเครื่องแล้วโอนเงินออก

เมื่อสองสัปดาห์ก่อนมีข่าวดังถึง 2 ข่าวเกี่ยวกับแก๊งมิจฉาชีพ โทรมาหลอกให้ผู้เสียหายเชื่อว่าติดต่อมาจากกรมสรรพากร โดยการให้ผู้เสียหายเพิ่มเพื่อนเข้าไปในไลน์ จากนั้นก็ส่งลิงก์เพื่อตรวจสอบข้อมูลภาษี และพยายามทำให้ผู้เสียหายรีบดำเนินการเร็ว ๆ จนไม่ทันสังเกตความผิดปกติว่าเว็บที่เข้าไปเป็นเว็บปลอม จากนั้นก็หลอกให้ติดตั้งแอปสำหรับเข้าควบคุมมือถือของผู้เสียหายเพื่อทำการโอนเงินออกจากแอปธนาคาร ซึ่งเป็นวิธีการที่แพรวพราวขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็สามารถสังเกต และป้องกันได้ค่ะ

สร้างเว็บไซต์หน่วยงานราชการปลอม

ทางศูนย์ประสานงานรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ด้านโทรคมนาคม ได้ออกมาเผยข้อมูลวิธีการที่แก๊งมิจฉาชีพใช้ในการหลอกเหยื่อด้วยเว็บไซต์หน่วยงานราชการปลอมค่ะ โดยนี่คือหน้าตาเว็บของกรมสรรพากรของจริงนะคะ เว็บไซต์จะเป็น https://www.rd.go.th/

ส่วนลิงค์ที่มาของแก๊งมิจฉาชีพ จะเป็น http://www.rd-go-th.com ซึ่งส่วนใหญ่เว็บไซต์ของหน่วยงานราชการมักจะลงท้ายด้วย .go.th ไม่มี .com หรือ .net ค่ะ


ตัวอย่างเว็บปลอมที่มิจฉาชีพสร้างขึ้นมา

เว็บไซต์ของปลอมพวกนี้จะมีการแนบลิงก์เพื่อหลอกให้เราคลิกเข้าไปดาวน์โหลดแอปที่พยายามทำออกมาให้เหมือนแอปของทางการ แต่จริง ๆ แล้วเป็นแอปประเภทมัลแวร์ที่สามารถขโมยข้อมูลในเครื่องได้ หรืออาจเป็นแอปประเภท Phishing ที่หลอกให้เรากรอกข้อมูลส่วนตัวต่าง ๆ อย่างเช่น IMEI, ชื่อ-นามสกุล, เลขโทรศัพท์, รหัสผ่านต่าง ๆ เป็นต้น

ตัวอย่างแอปปลอมที่มิจฉาชีพสร้างขึ้นมา

ส่วนเว็บไซต์ปลอมที่เหล่ามิจฉาชีพสร้างขึ้นมา ส่วนมากจะปลอมจากเว็บไซต์ของหน่วยงานทั้ง กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา, ธนาคารออมสิน, ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย, ธนาคารอาคารสงเคราะห์, กรมสรรพสามิต, สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นต้น

ติดต่อผ่าน LINE หลอกว่าเป็นหน่วยงานราชการ

ยังมีเคสกรณีผู้เสียหายที่โดนมิจฉาชีพหลอกว่าเป็นหน่วยงานราชการที่ติดต่อผ่านทางแอป LINE เพื่อส่งลิงก์ให้เราดาวน์โหลดแอปควบคุมเครื่องไปติดตั้งด้วย โดยมิจฉาชีพส่วนใหญ่มีเทคนิคในการบีบให้เรารีบทำนู่นทำนี่จนไม่ได้สังเกตหรือเอะใจ บางครั้งคนส่วนใหญ่ไม่ได้รู้รายละเอียดมากพอค่ะว่าเว็บที่เข้าไปมีความผิดปกติอะไรหรือไม่

นี่คือตัวอย่างในกรณีที่ผู้เสียหายนำมาแชร์ไว้เตือนให้ทุกคนได้ระวังภัยกันค่ะ ดังที่กล่าวมาข้างต้น และเมื่อคลิกลิงก์ที่มิจฉาชีพส่งมา สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือบนโทรศัพท์มือถือจะขึ้นโลโก้ของกรมสรรพากรพร้อมข้อความว่ากำลังตรวจสอบห้ามใช้งานโทรศัพท์ แม้ตอนนี้เราจะรู้ตัวแล้วว่าโดนหลอก แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะมือถือจะใช้งานไม่ได้ เครื่องค้าง ปิดก็ไม่ได้  สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ก็คือมิจฉาชีพกำลังทำการควบคุมโทรศัพท์มือถือเราอยู่ เพื่อโอนเงินจากบัญชีธนาคารจากแอปพลิเคชันธนาคารของเราออกไปยังบัญชีที่มิจฉาชีพเตรียมเอาไว้ ซึ่งก็เป็นบัญชีของโจรอีกทอดนึง

วิธีแก้ไขหากรู้ตัวว่าโดนหลอก และอาจโดนควบคุมเครื่องแล้ว

หากเผลอกดลิงก์และติดตั้งแอปควบคุมเครื่องไปแล้ว สิ่งสำคัญคือเราต้อง “ตั้งสติ”ก่อนค่ะ จะสังเกตว่าในข่าวด้านบนหนุ่มที่สูญเงิน 56,000 บาท บอกว่ามือถือค้าง ปิดเครื่องก็ไม่ได้ วิธีแก้ก็ง่าย ๆ เลยคือรีบดึงซิมการ์ดออกจากเครื่องและปิด Router เพื่อตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตซะ…วิธีนี้เคยมีคนที่เกือบตกเป็นเหยื่อออกมาบอกว่าป้องกันได้ผลจริงค่ะ

ข้อแนะนำการป้องกันเบื้องต้น

ศูนย์ประสานงานรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ด้านโทรคมนาคม ได้แนะนำวิธีป้องกันตัวเบื้องต้นเอาไว้ตามนี้ค่ะ

  • อัปเดตซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสอยู่เสมอ
  • อัปเดตระบบปฏิบัติการและแอปต่าง ๆ อยู่เสมอ
  • ใช้รหัสผ่านที่มีความซับซ้อน รัดกุม คาดเดาได้ยาก
  • ตรวจสอบ privileges และ permissions ที่แอปพลิเคชั่นร้องขอก่อนให้สิทธิ์เข้าถึงอุปกรณ์โทรศัพท์
  • ดาวน์โหลดและติดตั้งซอฟต์แวร์จากแหล่งที่เชื่อถือได้อย่าง Google Play Store หรือ App Store
  • เปิดใช้งาน biometric security features เช่นการสแกน ลายนิ้วมือ หรือตั้งรหัสผ่าน
  • ระมัดระวังการเปิดลิงก์จาก SMS
  • กรณีตรวจพบการทำธุรกรรมที่ผิดปกติของบัญชีธนาคาร แนะนำให้รีบแจ้งธนาคารที่เกี่ยวข้องโดยเร็วที่สุด
  • ทางธนาคารควรให้ความรู้แก่ลูกค้าและพนักงานที่เกี่ยวข้อง

วิธีตรวจสอบมือถือที่ถูกโจมตี

  • ตรวจสอบปริมาณการใช้ข้อมูลการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตด้วยเครือข่าย 3G/4G/5G หรือ Wi-Fi ของแอปพลิเคชั่นที่ติดตั้งในอุปกรณ์โทรศัพท์
  • ตรวจสอบการแจ้งเตือนจากซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัส
  • ถ้าพบว่าถูกโจมตีให้ปิดการใช้งาน  Mobile Data (3G/4G/5G) หรือ Wi-Fi และเอาซิมการ์ดออกทันที
  • ทำการสำรองข้อมูล (backup) ในอุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่

จริง ๆ แล้วการที่เราโดนหลอกเอาเงินไปอย่างง่ายดายเพราะเราเผลอทำตามคำแนะนำของแก๊งมิจฉาชีพนั่นเองค่ะ ต่อจากนี้ถ้าจะมีใครส่งข้อความแจ้งเตือน หรือโทรหา ให้ทุกคนใจเย็น ๆ และตรวจสอบให้รอบคอบนะคะ หรือไม่ก็โทรไปหาต้นทางที่สำนักงานของหน่วยงานนั้นด้วยตัวเองเลย

 

ที่มา : ศูนย์ประสานงานรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ด้านโทรคมนาคม

from:https://droidsans.com/warning-swindler-the-revenue-department-new/

โดนมิจฉาชีพหลอกให้คลิกลิงก์! เพื่อดูดเงิน มือถือค้าง ปิดเครื่องไม่ได้ ทำอย่างไรดี?

โดนมิจฉาชีพหลอกให้คลิกลิงก์! เพื่อดูดเงิน มือถือค้าง ปิดเครื่องไม่ได้ ทำอย่างไรดี?
ดร.อเสข ขันธวิชัย

สืบเนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมามี 2 ข่าวดัง เกี่ยวกับแก๊งมิจฉาชีพโทรมาหลอกว่าติดต่อมาจากกรมสรรพากร (หรืออาจเป็นหน่วยงานรัฐอื่น ๆ ในอนาคต) ให้เพิ่มเพื่อนในไลน์ แล้วส่งลิงก์เพื่อตรวจสอบข้อมูลภาษี ที่พยายามตั้งชื่อโดเมนให้เหมือนของกรมสรรพากร แต่ไม่ใช่ กล่าวคือ กรมสรรพากรจะเป็น https://www.rd.go.th/ แต่ลิงก์ของมิจฉาชีพที่ส่งมาจะเป็น http://www.rd-go-th.com มาถึงตรงนี้ในเชิงเทคนิคแล้วก็มี 2 ข้อที่เราควรสังเกตให้ดีก่อน นั่นคือ ลิงก์ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงต้องเป็น https:// นำหน้า ไม่ใช่ http:// และเว็บไซต์ของหน่วยงานภาครัฐจะลงท้ายด้วย .go.th ไม่ใช่ .com หรือ .net หรืออื่น ๆ แต่อันนี้ก็เข้าใจว่า มิจฉาชีพส่วนใหญ่มีเทคนิคในการบีบให้เราตัดสินใจเร็ว ไม่ได้สังเกตให้ดีมากพอ

ลิงก์ ดูดเงิน

จากทั้งสองกรณี [อ่านข่าว] จะมาเหมือนกัน ดังที่กล่าวมาข้างต้น และเมื่อคลิกลิงก์!! สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ บนโทรศัพท์มือถือจะขึ้นโลโก้ของกรมสรรพากร พร้อมข้อความว่ากำลังตรวจสอบ ห้ามใช้งานโทรศัพท์ แม้ตอนนี้เราจะรู้ตัวแล้วว่าโดนหลอกต้องการจะใช้งานก็ใช้ไม่ได้ เครื่องจะค้าง ปิดเครื่องไม่ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ก็คือมิจฉาชีพกำลังทำการรีโมทโทรศัพท์มือถือเราอยู่ เพื่อโอนเงินจากบัญชีธนาคารจากแอปพลิเคชันธนาคารของเราออกไปยังบัญชีที่มิจฉาชีพเตรียมเอาไว้ ซึ่งก็เป็นบัญชีม้าอีกทอดนึง ทีนี้เงินทั้งหมดเราก็สูญครับ

crooks in Thailand rd go th มือถือค้าง มิจฉาชีพ ดูดเงิน
ที่มารูป: https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_7268233

แล้วเราจะทำอย่างไร? เมื่อโดนมิจฉาชีพหลอกให้คลิกลิงก์แบบนี้! เพื่อดูดเงิน มือถือค้าง ปิดเครื่องไม่ได้

กรณีเช่นนี้ หากเกิดขึ้นกับตัวเอง สิ่งสำคัญคือ เมื่อเรารู้ตัว รู้ว่ากำลังถูกมิจฉาชีพหลอกแล้ว เราต้อง “ตั้งสติ” ให้ดีก่อนครับ อย่าเพิ่งตกใจ ลนลาน ทำอะไรไม่ถูก เพราะการดำเนินการรีโมทโทรศัพท์เพื่อโอนเงินในกรณีนี้มันต้องใช้เวลา จะสังเกตว่าในข่าวต้นทางกรณีหนุ่มที่สูญเงิน 56,000 บาท มิจฉาชีพระบุให้เหยื่อโอนเงินไปรวมกันที่ธนาคาร A นั่นเป็นวิธีทำให้การรีโมทโอนเงินทำได้เร็วขึ้น แสดงว่าเวลาเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นถ้าเราขวางกระบวนการได้ทันก็ผ่อนหนักเป็นเบาหรือเอาตัวรอดจากความเสียหายได้ แล้วจะทำอย่างไรเมื่อเราปิดเครื่องไม่ได้ คำตอบก็คือ การดึงซิมการ์ดออกจากเครื่อง และปิด WiFi อันนี้มีอ้างอิงว่าใช้ได้ผลมาแล้ว สำหรับคนที่เกือบตกเป็นเหยื่อในกรณีคล้าย ๆ กัน

crooks in thailand มิจฉาชีพ ดูดงิน ลิงก์ ลิงค์
ที่มารูปภาพ: https://www.facebook.com/photo.php?fbid=5203486169774402&set=a.309999849123083&type=3

เช่นเดียวกันสำหรับกรณีหนุ่มที่สูญเงิน 56,000 บาท การที่เขากดลิงก์(ตอนนี้มิจฉาชีพเห็นหน้าจอหมดแล้ว) ระหว่างคุยสายอยู่กับมิจฉาชีพ มิจฉาชีพระบุให้โอนเงินเข้าไปรวมไว้ที่บัญชีธนาคาร A นี่อาจเป็นวิธีการรู้รหัสผ่านเข้าแอปธนาคารที่ปกติแล้วเราจะใช้รหัสผ่านเดียวกันก็เป็นได้ แต่ในกรณีสาวที่สูญเงิน 1,458,000 บาท ไม่ได้ระบุรายละเอียดมากนักจึงยืนยันเรื่องนี้ไม่ได้ แต่ก็ทำให้เรารู้ว่าแอปธนาคารอาจไม่ได้ถูกแฮ็กง่าย ๆ อย่างที่หลายคนกังวล แต่เป็นเพราะการกดลิงก์ทำให้โทรศัพท์ถูกรีโมทและการบอกรหัสผ่านทางอ้อมผ่านการโอนเงินตามคำแนะนำของมิจฉาชีพด้วยอีกทาง หรืออาจใช้การสแกนใบหน้าของเราก็เป็นได้

ที่ผมเขียนมาทั้งหมดไม่ได้โทษเหยื่อที่กดลิงก์ที่ไม่น่าไว้วางใจ ผมเขียนขึ้นมาเพื่อถอดบทเรียนและแนะนำวิธีป้องกันและแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดลักษณะเดียวกันขึ้นมาอีกได้ในอนาคต ทั้งนี้ถือว่าเรื่องนี้เป็นบทเรียนสำคัญให้กับธนาคารที่ต้องหาทางป้องกันการรีโมทโทรศัพท์มือถือในลักษณะนี้ ไม่ใช่แค่เน้นอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าเท่านั้น ต้องมีความปลอดภัยสูงด้วยเช่นกัน ควรมีฟังก์ชันความปลอดภัยให้เลือกมากขึ้นหรือไม่?

นอกจากนี้แล้วถ้าหน่วยงานที่รับผิดชอบใช้เคสนี้เป็นกรณีตัวอย่าง ทำงานเชิงรุกไปตรวจสอบโดเมนที่ใกล้เคียงกับหน่วยงานภาครัฐ แล้วทำการบล็อกถาวรเลย ก็จะถือว่าป้องกันได้ในระดับนึง แม้เราจะรู้ว่ามิจฉาชีพเหล่านี้จะมามุกใหม่ ๆ เสมอ แต่ไอ้มุกเก่าเราก็ควรอุดช่องโหว่นั้นให้ได้เสียก่อน ถึงจะไปป้องกันกลโกงใหม่ของมิจฉาชีพได้

ข่าว: โดนมิจฉาชีพหลอกให้คลิกลิงก์! เพื่อดูดเงิน มือถือค้าง ปิดเครื่องไม่ได้ ทำอย่างไรดี? มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/crooks-in-thailand-2565/