คลังเก็บป้ายกำกับ: จีน

อดีตประธานาธิบดีจีนรุ่นที่ 3 เจียง เจ๋อหมิน บิดาแห่งโรงงานโลกถึงแก่อสัญกรรมแล้ว

สิ้นแล้ว เจียง เจ๋อหมิน อดีตประธานาธิบดีจีน ถึงแก่อสัญกรรมด้วยวัย 96 ปี

Jiang Zemin

เจียง เจ๋อหมิน (Jiang Zemin) ขึ้นเป็นประธานาธิบดีจีนคนที่ 5 ตั้งแต่ปี 1993 ถึง 2003 ดำรงตำแหน่งยาวนาน 9 ปี 353 วัน เจียง เจ๋อหมินจากไปด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวและอวัยวะภายในล้มเหลว

ขึ้นสู่อำนาจหลังเหตุการณ์นองเลือดเทียนอันเหมิน บิดาแห่งการเปลี่ยนจีนให้กลายเป็นโรงงานโลก

เจียง เจ๋อหมิน ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในช่วงเวลาที่จีนเผชิญความท้าทายสูง ทั้งเหตุการณ์นองเลือดเทียนอันเหมินในปี 1989 จนทำให้โลกโดดเดี่ยวจีน ทั้งการพยายามสานต่อนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจในยุคเติ้ง เสี่ยวผิงที่ถูกต่อต้านในช่วงแรกๆ ไปจนถึงปัจจัยภายนอกที่มีทั้งวิกฤตด้านการเมือง ความมั่นคง การล่มสลายของสหภาพโซเวียต และในด้านเศรษฐกิจคือวิกฤตการณ์ทางการเงิน 1997-1998

ในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเหตุการณ์เทียนอันเหมิน ทำให้โลกหันหลังให้จีน ขณะเดียวกันความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ก็ไม่ราบรื่นนัก จีนเริ่มปรับความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกาภายใต้ยุคเจียง เจ๋อหมิน เขาเป็นผู้นำจีนคนแรกที่ได้เยือนสหรัฐอเมริกาในช่วงปี 1997 ถือเป็นครั้งแรกของการเยือนจากผู้นำระดับสูงของจีนในรอบ 12 ปี ส่งผลให้ความสัมพันธ์ดีขึ้น

เจียง เจ๋อหมินกล่าวไว้ก่อนที่จะเยือนสหรัฐอเมริกาว่า เขาต้องการเยือนสหรัฐฯ ด้วยจิตวิญญาณของความเป็นมิตร เขาต้องการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนชาวจีนและสหรัฐอเมริกาเพื่อจะช่วยให้สหรัฐฯ และจีนร่วมมือกันได้มากขึ้น การเยือนครั้งนั้นทำให้เขาได้พบปะกับผู้นำสหรัฐฯ บิล คลินตัน

ในด้านเศรษฐกิจ เขาพาจีนผ่านพ้นวิกฤตทางการเงินมาได้และยังทำให้จีนหันเข้าหาโลกด้วยการเข้าร่วมองค์การการค้าโลก (WTO) เปลี่ยนประเทศให้กลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ พลิกชีวิตชาวจีนให้กลายเป็นแรงงานโลก เนื่องจากได้รับสิทธิพิเศษทั้งด้านการค้า ด้านภาษี จนนำไปสู่การสร้างงาน สร้างอาชีพและในที่สุดจีนกลายเป็นแหล่งซัพพลายเชนของโลก

จีนกลายเป็นฐานการผลิตหลักของโลกและกำลังจะล่มสลายในยุคหลังโควิดระบาด หลายประเทศได้รับบทเรียนมหาศาลจากการผูกติดกับจีนมากไป ไม่กระจายความเสี่ยงไปยังประเทศอื่นๆ มากพอจนทำให้ซัพพลายเชนเกิดภาวะชะงักงันเมื่อจีนใช้นโยบาย Zero Covid เข้มข้น

เจียงชูนโยบายหลักคือ Three Represents (นโยบายสามตัวแทน) นโยบายนี้ถูกบรรจุในรัฐธรรมนูญจีนช่วงปี 2002 ด้วย เป็นนโยบายที่ทำให้นักธุรกิจหรือผู้ประกอบการชาวจีน ตลอดจนพนักงานระดับสูงของบริษัทข้ามชาติเข้ามาร่วมวงอยู่ในพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้

สิ่งนี้ช่วยขยายฐานทางการเมืองจีนได้กว้างขวางมากขึ้น แต่ในยุคสี จิ้นผิง นักธุรกิจทั้งหลายที่ร่วมวงกับพรรคคอมมิวนิสต์จีนต่างระส่ำระสายกันถ้วนหน้า โดนผู้นำจีนทุบไม่หยุดด้วยข้ออ้างที่ว่าบริษัทเทคจีนยักษ์ใหญ่กำลังจะขยายอำนาจกินรวบประเทศมากเกินไป ด้วยเหตุผลนี้ส่งผลให้ต้องถูกชะลอการเติบโตไว้

โลกหลังยุคเจียง เจ๋อหมิน ยุคที่อยู่ภายใต้การปกครองที่ไม่มีวาระสิ้นสุดของสี จิ้นผิง กำลังถูกท้าทายทุกรูปแบบ การพบปะกันระหว่างสี จิ้นผิงและโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐอเมริกา อาจทำให้ความสัมพันธ์ด้านการเมือง ความมั่นคงที่กำลังร้อนแรงนั้นผ่อนคลายลงบ้าง แต่ไม่ได้หมายความว่าความขัดแย้งทางเศรษฐกิจจะยุติลง รอดูบทบาทใหม่ต่อจากนี้ของจีนเมื่อโควิดคลี่คลาย การเมืองภายในลงตัว จีนจะไม่ใช่แหล่งซัพพลายเชนหลักของโลกอีก แต่จะพลิกตัวเองให้เปลี่ยนไปจากเดิมแค่ไหน ต้องติดตาม

ที่มา – Financial Times, Social Change and Political Reform in China: Meeting the Challenge of Success, Jiang Zemin: On the “Three Represents”, Jiang Zemin, Leader Who Guided China Into Global Market, Dies at 96, Reuters, China’s former president Jiang Zemin, who ruled after Tiananmen, dies at 96, FMPRC.GOV.CN, มังกรผงาด: 70 ปีการเมืองสาธารณรัฐประชาชนจีน (ค.ศ. 1949-2019)

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post อดีตประธานาธิบดีจีนรุ่นที่ 3 เจียง เจ๋อหมิน บิดาแห่งโรงงานโลกถึงแก่อสัญกรรมแล้ว first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/former-china-leader-jiang-zemin-legacy/

Baidu ของจีน บอกว่ามาตรการกันส่งออกชิปของสหรัฐฯ “ก็อยู่แค่ในวงจำกัด”

ผู้บริหารของบริษัทไอทีจีน Baidu กล่าวเมื่อสัปดาห์ก่อนระหว่างเซสชั่นตอบคำถาม ในงานประชุมนักลงทุนประจำไตรมาสที่สาม ระบุบริษัทคาดว่าผลกระทบจากมาตรการกีดกันการส่งออกชิปจากสหรัฐฯ ที่เริ่มมาตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา จะ “มีแค่ในวงจำกัด”

มาตรการของสหรัฐฯ นี้เป็นการควบคุมการส่งออกที่จำกัดธุรกิจในประเทศสำหรับการจำหน่ายเซมิคอนดักเตอร์และอุปกรณ์เครื่องมือทำชิปไปยังผู้ผลิตชิปของจีน คุณ Dou Shen รองประธานบริหารและหัวหน้ากลุ่ม AI Cloud ของ Baidu กล่าวว่า “ในช่วงใกล้ๆ นี้ คิดว่าผลกระทบไม่ได้มีมากมายเท่าไร”

เป็นการตอบคำถามเกี่ยวกับผลของมาตรการที่อาจกระทบความสามารถในการผลิตอุปกรณ์เกี่ยวกับคลาวด์คอมพิวติงและ AI โดยเฉพาะธุรกิจรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติที่จำเป็นต้องใช้ชิปสำหรับ AI ชั้นสูง เขาย้ำว่า “ทั้งธุรกิจ AI Cloud และ AI อื่นๆ ไม่ได้พึ่งพาชิปชั้นสูงจากสหรัฐฯ มากขนาดนั้น”

ตอนนี้ Baidu มีธุรกิจแท๊กซี่หุ่นยนต์หรือโรโบแท็กซี่ชื่อ Apollo Go ที่เพิ่งได้ใบอนุญาตประกอบกิจการทั้งในปักกิ่ง อู่ฮั่น และฉงชิ่งในจังหวัดหยงฉวน เพื่อให้บริการแท๊กซี่ไร้คนขับในเชิงพาณิชย์แล้ว โดยถึงแม้กลุ่มนี้ต้องการชิปชั้นสูง แต่ “เราก็สต็อคไว้ก่อนหน้านี้เหลือเฟือแล้ว”

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – CNBC

from:https://www.enterpriseitpro.net/baidu-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99-%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b1/

Baidu ของจีน บอกว่ามาตรการกันส่งออกชิปของสหรัฐฯ “ก็อยู่แค่ในวงจำกัด”

ผู้บริหารของบริษัทไอทีจีน Baidu กล่าวเมื่อสัปดาห์ก่อนระหว่างเซสชั่นตอบคำถาม ในงานประชุมนักลงทุนประจำไตรมาสที่สาม ระบุบริษัทคาดว่าผลกระทบจากมาตรการกีดกันการส่งออกชิปจากสหรัฐฯ ที่เริ่มมาตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา จะ “มีแค่ในวงจำกัด”

มาตรการของสหรัฐฯ นี้เป็นการควบคุมการส่งออกที่จำกัดธุรกิจในประเทศสำหรับการจำหน่ายเซมิคอนดักเตอร์และอุปกรณ์เครื่องมือทำชิปไปยังผู้ผลิตชิปของจีน คุณ Dou Shen รองประธานบริหารและหัวหน้ากลุ่ม AI Cloud ของ Baidu กล่าวว่า “ในช่วงใกล้ๆ นี้ คิดว่าผลกระทบไม่ได้มีมากมายเท่าไร”

เป็นการตอบคำถามเกี่ยวกับผลของมาตรการที่อาจกระทบความสามารถในการผลิตอุปกรณ์เกี่ยวกับคลาวด์คอมพิวติงและ AI โดยเฉพาะธุรกิจรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติที่จำเป็นต้องใช้ชิปสำหรับ AI ชั้นสูง เขาย้ำว่า “ทั้งธุรกิจ AI Cloud และ AI อื่นๆ ไม่ได้พึ่งพาชิปชั้นสูงจากสหรัฐฯ มากขนาดนั้น”

ตอนนี้ Baidu มีธุรกิจแท๊กซี่หุ่นยนต์หรือโรโบแท็กซี่ชื่อ Apollo Go ที่เพิ่งได้ใบอนุญาตประกอบกิจการทั้งในปักกิ่ง อู่ฮั่น และฉงชิ่งในจังหวัดหยงฉวน เพื่อให้บริการแท๊กซี่ไร้คนขับในเชิงพาณิชย์แล้ว โดยถึงแม้กลุ่มนี้ต้องการชิปชั้นสูง แต่ “เราก็สต็อคไว้ก่อนหน้านี้เหลือเฟือแล้ว”

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – CNBC

from:https://www.enterpriseitpro.net/baidu-china-say-limited-chip/

Nvidia เลี่ยงบาลีจาก “กฎห้ามส่งออกชิปไปจีน” ด้วยชิปทางเลือกใหม่

Nvidia เป็นบริษัทไอทีแทบจะเจ้าท้ายๆ ที่ยอมออกมาจากรัสเซียหลังประกาศสงครามกับยูเครน ล่าสุดก็กลายเป็นผู้ผลิตชิปเจ้าแรกที่ออกแบบและเสนอชิปเพื่อส่งออกไปจีน ในแบบที่สามารถผ่านเกณฑ์มาตรการควบคุมการส่งออกไปจีนของทางการสหรัฐฯ ได้

กฎดังกล่าวนี้เกิดขึ้นเพื่อจำกัดการพัฒนาเทคโนโลยี AI ของประเทศจีน ที่เชื่อว่ามีการนำไปสนับสนุนการทหารด้วย ก็วิเคราะห์ได้ว่าเป็นเพราะคู่แข่งอย่าง AMD และอินเทลต่างขยันทำยอดจนเติบโตเบียดกันเหลือเกิน ทำให้ไม่เหลือทางเลือกอื่นที่จะขยับเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง

โฆษกของ Nvidia ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Data Center Knowledge ว่า “ชิป NVIDIA A800 GPU ใหม่ที่กำลังเริ่มผลิตในไตรมาสที่สามนี้ ถือเป็นทางเลือกใหม่แทนที่จีพียู NVIDIA A100 ตัวหลัก เพื่อลูกค้าในจีนโดยเฉพาะ ซึ่งรุ่นนี้ผ่านการทดสอบจากทางการสหรัฐฯ แล้ว”

“โดยเป็นการจำกัดกำลังการประมวลผลให้ได้ตามเกณฑ์ พร้อมโปรแกรมให้ไม่สามารถปลดล็อกได้” ถือว่า Nvidia เปิดตัว A800 เพียงแค่เดือนเดียวเท่านั้นหลังจากรัฐบาลโจ ไบเดน ออกคำสั่งบริหารควบคุมการส่งออกชิปต่างๆ ไปยังประเทศจีน ที่เชื่อว่าเอาไปตรวจสอบ ควบคุมประชาชน พร้อมเร่งการพัฒนาด้านกลาโหม

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – DCK

from:https://www.enterpriseitpro.net/nvidia-skirts-u-s-export-controls-to-china-with-alternative-chip/

แอปเปิ้ลกรีดร้อง! มาตรการซีโร่โควิดในจีนกระทบการผลิตไอโฟนอย่างรุนแรง

แอปเปิ้ลออกแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า ได้ลดปริมาณการผลิต iPhone 14 เป็นการชั่วคราว อันเป็นผลจากมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด 19 ในจังหวัดเจิ้งโจว ประเทศจีน ที่เป็นแหล่งผลิตหลักของทั้ง iPhone 14 Pro และ Pro Max

อย่างโรงงานของ Foxconn ที่ต้องลดกำลังการผลิตอย่างมาก ทำให้แอปเปิ้ลออกมาประกาศล่วงหน้าก่อนว่าไอโฟนจะขาดตลาด ลูกค้าที่สั่งอาจต้องรอนานกว่าปกติ โดยเฉพาะในช่วงช็อปคริสต์มาสปลายปีนี้ที่น่าผลิตไม่ทันความต้องการแน่นอน

ความต้องการของรุ่นที่ได้รับผลกระทบนี้ก็ยังแข็งแกร่งต่อเนื่อง แม้จะจำหน่ายที่ราคาแพงกว่าไอโฟนรุ่นอื่น โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 999 และ 1099 ดอลลาร์สหรัฐฯ ตามลำดับ เมื่อสัปดาห์ก่อนทางการจีนสั่งล็อกดาวน์ในเจิ้งโจว

ประเด็นคือเหล่าพนักงานและคนทั้งหลายก็ต่างกรูหนีออกจากพื้นที่เพื่อหลบเลี่ยงการโดนล็อกดาวน์ จริงๆ นโยบาย “Zero-Covid” ของจีนเปิดให้โรงงานทำงานได้อยู่แบบ “ระบบปิด” คือพนักงานจะต้องกักตัวแยกกันอยู่ในหอพักโรงงาน ทำงานในโรงงานโดยไม่ให้ออกมาโลกภายนอก

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – CNBC

from:https://www.enterpriseitpro.net/tech-apple-warns-covid-restrictions-in-china/

Xi Jinping อยู่ต่อ ขึ้นเป็นผู้นำจีนสมัย 3: เน้นพึ่งพาตัวเอง ทำให้ประเทศทันสมัยมากขึ้น

Xi Jinping ได้อยู่ต่อ ขึ้นเป็นประธานาธิบดีจีนสมัยที่ 3

การขึ้นเป็นผู้นำสมัย 3 ของสี เกิดขึ้นได้หลังแก้ไขรัฐธรรมนูญในช่วงปี 2018 ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปี เนื้อหาสำคัญที่แก้ไขคือการปลดล็อควาระในการดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดี

Xi Jinping

การแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวส่งผลต่อการขยายอำนาจและบทบาทของผู้นำจีนได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด สี จิ้นผิง สามารถครองเก้าอี้ผู้นำได้ตราบนานเท่านานเท่าที่เขาต้องการ สี จิ้นผิงไม่เพียงดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแต่ยังควบตำแหน่งประธานกรรมาธิการกลางกองทัพจีนด้วย สี จิ้นผิงขึ้นสู่อำนาจอย่างเป็นทางการในปี 2012 จวบจนปัจจุบันเขาอายุ 69 ปีแล้ว

คำกล่าวของสี จิ้นผิงที่พยายามสร้างความมั่นใจว่าแม้จะเป็นผู้นำหน้าเดิมมาสองสมัยติดต่อกันแล้ว แต่จีนก็จะไม่เป็นรัฐโบราณ ดึกดำบรรพ์ ผ่านสุนทรพจน์ของเขาในวันนี้ว่า “เปิดเส้นทางจีนสู่ความทันสมัย เข้าสู่ยุคแห่งความยิ่งใหญ่ไร้ขอบเขต”

ด้านรองศาสตราจารย์ Yang Zhang จาก School of International Service จาก American University ระบุว่า สี จิ้นผิงในการปกครองสมัยที่ 3 นี้จะกลายเป็นผู้นำที่แข็งแกร่ง เพราะเขารวบอำนาจและวางคนของเขาไว้ในคณะกรรมาธิการถาวรของจีนไว้หมดแล้ว

คนของสี จิ้นผิง ไม่จำเป็นต้องได้รับความนิยมจากประชาชน แค่ภักดีต่อสี ก็พอ

รองศาสตราจารย์ Yang ยังชี้ให้เห็นอีกว่า สี จิ้นผิงส่งสัญญาณชัดเจนว่าเขาไม่ได้ต้องการความนิยมจากประชาชน แต่ต้องการความจงรักภักดีที่มีต่อเขา คำกล่าวนี้สะท้อนจากตัวเก็ง Li Qiang อดีตประธานพรรคเซี่ยงไฮ้ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดกับ Xi Jinping ที่คาดว่าน่าจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรี

Li Qiang คือคนที่ดูแลการล็อคดาวน์เซี่ยงไฮ้ยาวนาน 2 เดือนและปล่อยให้ชาวบ้านหิวโหยเพราะขาดแคลนอาหาร แถมยังเป็นมหานครที่ถูกปลุกปั่นด้วยความคั่งแค้นอย่างมากของผู้คนเพราะรัฐดำเนินนโยบาย Zero Covid เข้มข้นแบบไม่ผ่อนปรน

สำหรับสมัยที่ 3 ของสี จิ้นผิงนี้ อย่างที่เขาบอกว่า เปิดเส้นทางจีนสู่ความทันสมัย ถ้าเราดูสมรภูมิเทคโนโลยีที่สหรัฐฯ ยึดหัวหาดไว้หมดแล้วโดยมีจีนพร้อมท้าทายอำนาจตลอดเวลา คำกล่าวของสี สะท้อนให้เห็นว่า เขากำลังเอาจริงกับการทำชาติให้ทันสมัยและพร้อมต่อกรกับการปะทะกันครั้งนี้ หลายบริษัทยักษ์ใหญ่ก็กำลังระวังการดำเนินนโยบายของสหรัฐที่เพิ่งต่อต้านเทคโนโลยีจากจีนเช่นกัน ดังนั้น ขณะที่จีนต้องรับมือสหรัฐ จีนภายใต้สี จิ้นผิงก็กำลังทะยานขึ้นสู่ความเป็นใหญ่ในโลกแบบพึ่งพาตัวเองมากขึ้น เนื่องจากหลายชาติก็กำลังกระจายซัพพลายเชนไปยังชาติอื่น

ที่มา – Washington Post, SCMP

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post Xi Jinping อยู่ต่อ ขึ้นเป็นผู้นำจีนสมัย 3: เน้นพึ่งพาตัวเอง ทำให้ประเทศทันสมัยมากขึ้น first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/xi-jinping-in-third-era/

จีนยังไม่หยุดใช้นโยบาย Zero Covid: สั่งล็อคดาวน์เมืองในเจิ้งโจว ใกล้ฮับผลิต iPhone อีกแล้ว!

สำหรับจังหวัดเจิ้งโจว (Zhengzhou) นั้น ถือเป็นพื้นที่สำหรับผลิตสมาร์ทโฟนที่ใหญ่ที่สุดและเป็นที่ตั้งของบริษัท Foxconn พาร์ทเนอร์ในการผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่ของบริษัท Apple ถึงขั้นมีฉายาว่าเมืองไอโฟน (iPhone City) ด้วยและยังเป็นฮับแห่งการคมนาคมที่เชื่อมโยงรถไฟจากเจิ้งโจวไปยังยุโรปอีก

Xi Jinping

ล่าสุด ชาวเมืองจงหยวน (Zhongyuan) ราว 1 ล้านคนถูกสั่งให้อยู่แต่ในบ้านตั้งแต่วันจันทร์นี้ ยกเว้นเฉพาะผู้ที่ต้องออกไปตรวจโควิดเท่านั้น อย่างไรก็ดี บริษัทยักษ์ใหญ่ Foxconn ผู้ผลิต iPhone ไม่ได้ตั้งโรงงานในเมืองที่ถูกสั่งให้ล็อคดาวน์ แต่ทางผู้แทนของบริษัทก็ยังไม่แสดงความคิดเห็นใดๆ กับประเด็นดังกล่าว

คำสั่งที่ให้มีการล็อคดาวน์นี้เกิดจากรายงานสถานการณ์โควิดว่ามีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 6 รายเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ถือว่าลดลงจากวันที่ 9 ตุลาคม ที่มีการติดเชื้อสูงสุดอยู่ที่ 40 ราย และถือว่าลดลงอย่างมากหากเทียบทั้งประเทศที่ติดเชื้อราว 697 ราย เป็นจำนวนที่น้อยที่สุดในรอบ 2 สัปดาห์ที่มีการระบาดในบริเวณมองโกเลียในและซินเจียงซึ่งก็อยู่ภายใต้การควบคุมแล้วเรียบร้อย

ขณะที่ปักกิ่งมีผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ที่ 13 คน เซี่ยงไฮ้ 32 คน แม้จำนวนผู้ติดเชื้อจะลดลงอย่างมากจากหลักแสนเป็นหลักหมื่นสู่หลักพัน หลักร้อย หลักสิบ หลักเดี่ยวแล้ว จีนก็ยังไม่หยุดใช้นโยบาย Zero Covid ในการควบคุมโรคระบาดให้กลายเป็นหลักศูนย์ จีนยังคงทุ่มทุนสร้างสำหรับการสกัดกั้นโควิด แม้จะมีต้นทุนที่แพงมหาศาลก็ตาม จีนก็ยังเดินหน้าตรวจโรคโควิดอย่างหนักต่อไป

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา Xi Jinping ประธานาธิบดีจีนก็ยังส่งสัญญาณผ่านสุนทรพจน์ว่า เขาจะยังใช้กฎระเบียบควบคุมโรคระบาดอย่างเข้มข้นต่อไป ทั้งนี้ก็เพื่อปกป้องชีวิตประชาชน โดยเลี่ยงที่จะพูดถึงผลกระทบด้านเศรษฐกิจ ด้วยแนวคิดในการจัดการโควิดที่ไม่เปลี่ยนแปลงนี้เองสร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุนอย่างมาก เพราะคิดว่าจีนจะเริ่มผ่อนปรนกับนโยบายควบคุมโรคแล้ว

ด้านนักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าปีนี้เศรษฐกิจจีนจะเติบโตอยู่ที่ 3.3% ถือว่าเป็นช่วงที่เศรษฐกิจจีนอ่อนแรงอีกระลอกหนึ่งในรอบ 40 ปี แน่นอนว่าเสียงตำหนิ เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชนชาวจีนยังเสียงดังไม่พอที่จะทำให้สี จิ้นผิงเปลี่ยนใจ แม้จะมีคนเรียกร้องผ่าน Weibo ว่า “พวกเขาต้องการอาหาร ไม่ใช่การตรวจ PCR” “พวกเขาต้องการเสรีภาพ ไม่ใช่ถูกล็อคดาวน์และควบคุม” แต่สี จิ้นผิงก็ยังยืนยันจะเดินหน้าตรวจโรคโควิดอย่างเข้มข้นต่อไป

ที่มา – Bloomberg, NY Times

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post จีนยังไม่หยุดใช้นโยบาย Zero Covid: สั่งล็อคดาวน์เมืองในเจิ้งโจว ใกล้ฮับผลิต iPhone อีกแล้ว! first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/china-lockdown-zhengzhou-near-iphone-hub/

การเมืองทุบหนัก! Apple ระงับแผนใช้เมมโมรีชิปจาก YMTC ของจีนเพราะสหรัฐสั่งแบน

บริษัท Apple ระงับแผนใช้ชิปจากจีนแล้ว หลังจากสหรัฐอเมริกาควบคุมการส่งออกเพื่อต่อต้านภาคธุรกิจที่เป็นเทคโนโลยีจากจีน ซึ่งบริษัท Apple ได้ทำกระบวนการรับรองแฟลชเมมโมรี่ 128-layer 3D NAND สำหรับใช้ใน iPhone เสร็จสิ้นแล้ว หลังรัฐบาลสหรัฐฯ เปิดเผยว่าจะควบคุมการส่งออกเพื่อต้านจีนมากขึ้นเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องสั่นสะเทือนทันที

ban YMTC

แฟลชเมมโมรี่ NAND นี้คือส่วนประกอบสำคัญสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด ไม่ว่าจะสำหรับสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์หรือเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งก็ถือว่าก้าวหน้ามากสำหรับการผลิตชิปของจีน แม้จะยังตามหลังเจ้าตลาดยักษ์ใหญ่อย่าง Samsung และ Micron อยู่บ้างก็ตาม ก่อนหน้านี้บริษัท Apple เพิ่งจะวางแผนว่าจะเริ่มใช้ทุนอุดหนุนจากรัฐบาลในการใช้ชิปจาก​ YMTC ของจีน (บริษัท Yangtze Memory Technologies Co.) ซึ่งมีราคาถูกกว่าท้องตลาดถึง 20% แต่ท่าทีดังกล่าวของสหรัฐฯ ทำให้ Apple ต้องเปลี่ยนใจ

สำหรับชิปของ YMTC รุ่นที่ว่านี้ Apple ได้รับรองแล้วเรียบร้อย แต่ยังไม่เข้าสู่ไลน์การผลิต ซึ่งชิปของ YMTC นี้เริ่มวางแผนให้ใช้กับ iPhone รุ่นที่ขายในตลาดจีนแล้ว อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวของ Nikkei ระบุว่า ทาง Apple เตรียมแผนที่จะจัดซื้อแฟลชเมมโมรี่ NAND เพิ่มอีก 40% ซึ่ง YMTC นี้ได้รับการอุดหนุนจากรัฐอีกที ทำให้ราคาแตกต่างจากตลาด แต่ก็ยังมีแหล่งข่าวอีกแห่งยืนยันว่าชิปจากบริษัทยังไม่ได้ถูกนำมาใช้กับผลิตภัณฑ์ของแอปเปิลแต่อย่างใด

ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์ส ก็เพิ่งจะรายงานไปเมื่อสัปดาห์ก่อนว่าบริษัทจีนที่สหรัฐอเมริกาไม่ให้การรับรองนั้นมีกว่า 30 แห่งด้วยกัน หนึ่งในนั้นก็นับรวม YMTC เข้าไปด้วย ถือเป็นบริษัทที่สหรัฐไม่ได้ตรวจสอบ ท่าทีเช่นนี้ของสหรัฐฯ ยิ่งเพิ่มความตึงเครียดในความสัมพันธ์ระหว่างสองฝ่ายมากขึ้นเพราะถือเป็นคำสั่งที่ต้องการจะต้านการส่งออกเทคโนโลยีของจีนอย่างชัดเจน

บริษัท YMTC เพิ่งจะก่อตั้งในปี 2016 นี้เอง แต่รัฐบาลสหรัฐฯ ก็มองว่าบริษัทนี้ถือเป็นภัยคุกคามโดยตรงของบริษัทผลิตชิปสหรัฐ โดย YMTC นี้ถูกเพิ่มเข้าไปในลิสต์บริษัทที่ถูกแบนเพราะสหรัฐไม่สามารถตรวจเยี่ยมเพื่อตรวจสอบได้ ซึ่งบริษัทผลิตชิปของจีนแห่งนี้ก็เป็นอีกแห่งหนึ่งที่ถูกแบน บริษัทจีนอย่าง Wuxi Biologics ที่ผลิตส่วนประกอบสำคัญสำหรับวัคซีนต้านโควิดของ AstraZeneca ก็เพิ่งถูกปลดออกจากลิสต์แบนหลังจากให้มีการเข้าตรวจสอบเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

ที่มา – Nikkei, Reuters

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post การเมืองทุบหนัก! Apple ระงับแผนใช้เมมโมรีชิปจาก YMTC ของจีนเพราะสหรัฐสั่งแบน first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/apple-suspend-plan-to-use-ymtc-memory-chips/

สภาสหรัฐฯ เตือนแอปเปิ้ลห้ามใช้ชิปจากจีนในไอโฟนรุ่นต่อไป

วุฒิสภาจากทั้งสองพรรคใหญ่บางส่วนเขียนจดหมายถึงหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงสหรัฐฯ สอบถามการตัดสินใจของแอปเปิ้ลในการใช้ชิ้นส่วนจากผู้ผลิตชิปในจีนกับไอโฟนรุ่นถัดไป นำโดย Marco Rubio และ Mark Warner

ทั้งสองท่านนี้เป็นประธานและรองประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจด้านข่าวกรองของวุฒิสภา ร่วมกับสมาชิกอื่นอย่าง Chuck Schumer และ John Cornyn ด้วย ร่วมกันยื่นจดหมายต่อผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ Avril Haines เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

จดหมายดังกล่าวเรียกร้องให้ Haines พิจารณาและทบทวนบริษัท Yangtze Memory Technologies Co (YMTC) แบบเปิดเผย โดยเฉพาะความเสี่ยงที่มีต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ หลังจากแอปเปิ้ลกำลังมองหาชิปหน่วยความจำ NAND จาก YMTC สำหรับใช้ในไอโฟนรุ่นต่อๆ ไป

YMTC นี้มีข่าวว่าเป็นบริษัทที่รัฐบาลจีนเป็นเจ้าของ มีเครือข่ายความสัมพันธ์ภายในพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CCP) รวมทั้งฝั่งกลาโหมดอย่างกองทัพปลดปล่อยประชาชนหรือ PLA ด้วย วุฒิสภาจึงกังวลว่าแอปเปิ้ลจะเป็นการชักศึกเข้าบ้าน สร้างความเสี่ยงแก่ทั้งซัพพลายเชนทั่วโลก

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – ITPro

from:https://www.enterpriseitpro.net/us-lawmakers-warn-apple-against-using-chinese-chips/

ทางการสหรัฐฯ สกัดการเติบโตด้านไอทีของจีนด้วยการห้าม Nvidia ขายชิปให้

Nvidia ได้ออกมาเผยว่า ทางการสหรัฐฯ ได้ออกมาตรการใหม่มาจำกัดบริษัทในการจำหน่ายชิปประมวลผลด้าน AI หรือชิประดับไฮเอนด์ให้ลูกค้าสัญชาติจีน คาดว่าส่งผลต่อการพัฒนาเทคโนโลยียุคใหม่ของจีนเป็นอย่างมาก

โดยจะจำหน่ายได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากทางรัฐบาลเสียก่อน ท่ามกลางกระแสนิยมชิป AI สำหรับใช้ในดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อเทรนโมเดล AI ในการทำงานอัตโนมัติด้านต่างๆ ในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นการขับเคลื่อนด้วยตัวเอง, การจดจำภาพ, หรือระบบผู้ช่วยเสียง

ซึ่ง Nvidia มีส่วนแบ่งตลาดของชิปเหล่านี้เกือบ 95% อ้างอิงข้อมูลจาก Fubon Securities Investment Services ขณะที่ส่วนที่เหลือเป็นของ AMD ที่เป็นบริษัทในสหรัฐฯ เหมือนกัน และก็โดนมาตรการจำกัดการจำหน่ายแบบเดียวกันด้วย

การขาดแคลนชิปนี้ย่อมทำให้ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีในจีนที่พึ่งพาเซิร์ฟเวอร์ฟาร์มในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตั้งแต่รถไฟฟ้า รถขับเคลื่อนอัตโนมัติ ไปจนถึงระบบโซเชียลและบริการคลาวด์ต่างๆ เสียเปรียบในการแข่งขันในตลาดโลก อารมณ์สงครามเย็นกลายๆ

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – Datacenterknowledge

from:https://www.enterpriseitpro.net/us-deals-heavy-blow-china-tech-ambitions-nvidia-chip-ban/