คลังเก็บป้ายกำกับ: ข่าวประชาสัมพันธ์

AIS ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความเร็วด้วยรางวัล Fastest Mobile Network จาก Ookla Speedtest เป็นปีที่ 4

AIS ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือที่เร็วที่สุดในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกครั้ง ด้วยการคว้ารางวัล Fastest Mobile Network หรือเครือข่ายมือถือที่เร็วที่สุดจาก Ookla Speedtest บริการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตระดับสากลที่มีผู้ใช้บริการกว่า 100 ล้านรายทั่วโลก เป็นปีที่ 4 นับตั้งแต่เปิดตัว AIS 4G Advanced ตั้งแต่ปี 2015 ที่ผ่านมา

AIS ชูศักยภาพของเครือข่ายแห่งอนาคตด้วยเทคโนโลยีที่ดีที่สุดสำหรับเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ด้วยเทคโนโลยี Next G ที่ผสานความแรงของ 4G เข้ากับ WiFi ก่อให้เกิดเครือข่ายเร็วระดับกิกะบิตเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เครือข่าย AIS 4.5G และ AIS 4G Advanced เครือข่าย 4G ที่นำเอาเทคโนโลยีขั้นสูง LTE-Advanced พ่วงด้วย MIMO 4×4 with CA, 256 QAM DL/64 QAM UL, LAA (Licensed Assisted Access) และ FDD Massive MIMO 32T 32R ให้ลูกค้าได้สัมผัสจริง และใช้งานจริงที่แรกในประเทศไทย

รางวัล Fastest Mobile Network จาก Ookla ในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งเครื่องการันตีคุณภาพอินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่าย 3G 4G 4.5G WiFi และ Next G ของ AIS ได้เป็นอย่างดี ด้วยระเบียบและมาตรฐานการให้คะแนนเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ด้วยการวัดค่าความต่างเวลาของการเชื่อมต่อ หรือ Latency ที่ AIS ให้ค่านี้ต่ำกว่าผู้ให้บริการรายอื่น ๆ ในตลาด แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัดเจน

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป เอไอเอส กล่าวว่า “เอไอเอส มุ่งมั่นยกระดับศักยภาพเครือข่ายในทุกด้านอยู่ตลอดเวลา พร้อมเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อให้คนไทยได้สัมผัสประสบการณ์การใช้งานเทียบเท่าประเทศที่เป็นผู้นำนวัตกรรมทั่วโลก และพร้อมรองรับการใช้งานของลูกค้าทุกกลุ่มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลเครือข่ายมือถือที่เร็วที่สุดในไทย จาก Ookla Speedtest ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4  นับเป็นการการันตีคุณภาพโดยองค์กรชั้นนำระดับโลกที่แม่นยำ โปร่งใส และเชื่อถือที่ได้มากที่สุด ถือเป็นความภูมิใจของทีมงานเอไอเอสทุกคน และขอขอบคุณลูกค้ากว่า 40 ล้านเลขหมายทั่วประเทศ ที่ไว้วางใจเลือกใช้เอไอเอสเสมอมา”

สำหรับผู้ที่อยากติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดตามได้ที่ www.speedtest.net/awards/thailand/

เรียบเรียงโดยทีมงาน GadGuan (AIS ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความเร็วด้วยรางวัล Fastest Mobile Network จาก Ookla Speedtest เป็นปีที่ 4GadGuan)


from:https://www.gadguan.com/news/pr-news/5059

เทศกาลขอบคุณลูกค้าประจำปี Acer Day กลับมาอีกครั้ง 2-8 สิงหาคมนี้ ที่ เซ็นทรัล ลาดพร้าว

Acer ประเทศไทย จัดงานขอบคุณลูกค้าที่ให้การสนับสนุนผลิตภัณฑ์ Acer กันอีกครั้ง กับงาน Acer Day 2018 ที่รอบนี้ ขนทั้งกิจกรรมและโปรโมชันเด็ด ๆ มาร่วมคืนกำไรให้กับลูกค้ามากมาย

สำหรับในปีนี้ Acer Day จัดขึ้นพร้อมกันใน 14 ประเทศฝั่งเอเชียแปซิฟิก ภายใต้กรอบแนวคิด Play Music Together มาร่วมสร้างจังหวะที่สดใสด้วยดนตรีที่คุณรัก เพื่อเป็นการกระตุ้นการปรับภาพลักษณ์ของ Acer ให้กลายเป็น Young, Trendy, and Technology แบรนด์เดียวที่ตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ๆ ได้อย่างลงตัว

โดยในประเทศไทย Acer มีกำหนดการจัดงานในวันที่ 2-8 สิงหาคมนี้ ที่ลานกิจกรรม Zone C ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ภายในงาน Acer ได้ขนกิจกรรมเด็ด ๆ เตรียมไว้อย่างมากมาย ดังต่อไปนี้

  • Unlock Game ทายรหัสปลดล็อกเครื่อง เพียงร่วมทายรหัสปลดล็อกเครื่องเท่านั้น ถ้าสามารถปลดล็อกเข้าสู่ Windows ได้ ยกเครื่องนั้นกลับบ้านไปทันที
  • Acer Day Early Bird ร่วมสนุกลุ้นรับคูปอง Cash Back คืนกำไรให้ลูกค้าสูงสุด 8,000 บาท เพียงซื้อสินค้า Acer ที่มีมูลค่า 20,000 บาทขึ้นไปในช่วงระยะเวลากิจกรรม (21 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม 2561) แล้วนำใบเสร็จมาลงทะเบียนเพียง 100 คนแรกที่ประตู 1D ชั้น 1 ฝั่งศูนย์การค้า ก็รับสิทธิ์จับคูปองรับ Cash Back ได้เลย
  • Mini Concert จากศิลปินชั้นนำมากมาย อาทิ เป็ค ผลิตโชค, ป๊อป ปองกูล, นนท์ ธนนท์ และอ๊อฟ ปองศักดิ์
  • บูธกิจกรรมต่าง ๆ จาก Acer และ Intel อาทิ New Product Zone แนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ในช่วงครึ่งปีหลัง 2018 อาทิ Acer Nitro 5 Carbon, Predator Helios 300 Special Edition / Intel Optane Showcase Booth มาร่วมหาคำตอบว่า ทำอย่างไร คอมฯ ของคุณจะใช้งานได้รวดเร็วมากขึ้น แม้ใช้หน่วยเก็บข้อมูลเป็นฮาร์ดดิสก์ พร้อมแนะนำผลิตภัณฑ์ Acer ที่จะตอบโจทย์ในเรื่องนี้ได้ดีขึ้น / Free Check Up บริการให้คำปรึกษา และตรวจเช็คผลิตภัณฑ์ Acer ทุกรุ่น / Clearance Zone พบกับ Zone ล้างสต็อก กับสินค้ารุ่นเด่นรุ่นดัง และคาราวานอุปกรณ์เสริมที่พาเหรดมาลดราคาแบบสุด ๆ สูงสุด 80%

นอกจากนี้ Acer ยังจัดกิจกรรม Online Game เพียงเข้าร่วมสนุกที่ www.acer-day.com/th ตอบคำถามสะสมคะแนนในแต่ละวัน แล้วนำคะแนนมาแลกรางวัลต่าง ๆ มากมาย อาทิ อุปกรณ์เสริม โน้ตบุ๊ค Acer Swift หรือนำคะแนนไปแลกสิทธิ์ชิงรางวัลใหญ่ ตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพฯ – ไต้หวัน พร้อมที่พักโรงแรม 5 ดาว 4 วัน 3 คืน พร้อมทั้งจัดโปรโมชันคืนกำไรให้ลูกค้าที่ซื้อสินค้า Acer ในช่วงระยะเวลากิจกรรม แล้วนำใบเสร็จมาลงทะเบียนที่ Facebook AcerThailand รับเงินคืนสูงสุด 2,000 บาท และรับของแถมพิเศษเมื่อซื้อสินค้า Acer ทุกชิ้น

ลูกค้าที่สนใจสามารถร่วมสนุกกับกิจกรรม Acer Day ได้ตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม – 15 สิงหาคม 2561 และสามารถร่วมสนุกที่งาน Acer Day 2018 ได้ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ตั้งแต่วันที่ 2 – 8 สิงหาคม 2561 และรับสิทธิ์เงินคืนได้ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม – 2 กันยายน 2561 สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook AcerThailand

เรียบเรียงโดยทีมงาน GadGuan (เทศกาลขอบคุณลูกค้าประจำปี Acer Day กลับมาอีกครั้ง 2-8 สิงหาคมนี้ ที่ เซ็นทรัล ลาดพร้าวGadGuan)


from:https://www.gadguan.com/news/pr-news/4969

Huawei เปิดตัว Nova 3 Series ชูจุดเด่นด้านเซลฟี่ด้วยกล้องดี 4 ตัว พร้อม Selfie AI อัจฉริยะ

Huawei Consumer ประเทศไทย ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับตลาด Mid-range ประจำปี 2018 กับ Huawei Nova 3 Series ที่มาพร้อมกับจุดเด่นใหม่ล่าสุด ตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์การถ่ายรูปเซลฟี่ของคนไทย

Huawei Nova 3 Series แบ่งจำหน่ายออกเป็นสองรุ่น ได้แก่ Nova 3i สำหรับตลาดกลางถึงล่าง ด้วยจุดเด่นด้านคุณภาพของกล้องคู่ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยกล้องคู่ด้านหน้ามาพร้อมกับเลนส์ 24+2 ล้านพิกเซล รองรับการถ่ายภาพแบบพรอทเทรท และละลายฉากหลังได้อย่างสวยงาม พร้อมด้วยฟีเจอร์ Selfie AI ที่เรียนรู้คุณลักษณะของบุคคลและปรับโทนสีของภาพให้ออกมาได้สวยงามและเหมาะสม ส่วนกล้องหลังมาพร้อมกับเลนส์ 24+2 ล้านพิกเซล รองรับการถ่ายภาพได้อย่างสมบูรณ์ในทุกสภาพแสง ในด้านประสิทธิภาพ มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Kirin 710 Mobile Processor ที่ตอบสนองต่อการทำงานได้อย่างรวดเร็วและฉลาดขึ้นด้วยฟังก์ชัน GPU Turbo ที่จะช่วยเร่งประสิทธิภาพของเครื่องให้แรงมากยิ่งขึ้นในขณะที่การใช้พลังงานลดลงตามไปด้วย

และรุ่นรองเรือธงอย่าง Nova 3 ที่เน้นจับตลาดกลางถึงบน ด้วยจุดเด่นและคุณภาพที่เทียบเท่ารุ่นเรือธงทุกประการ ทั้งหน่วยประมวลผล Kirin 970 พร้อม NPU AI Processor และเทคโนโลยี AI และ ML ใน Huawei EMUI กล้องหลังที่คุณภาพทัดเทียมกับ P20 ด้วยเลนส์ 24+16 ล้านพิกเซล พร้อมด้วย Master AI ที่ช่วยแยกประเภทของภาพได้ถึง 30 กว่าแบบ รวมถึงกล้องหน้าที่ทัดเทียมกับ Huawei Nova 3i ด้วยกล้องหน้าคู่ 24+2 ล้านพิกเซล และ Selfie AI เป็นต้น

Huawei Nova 3 Series มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ในความจุเดียวกันคือ 128 GB ได้แก่ สี Black, White, และ Iris Purple โทนเดียวกับสี Twilight บน P20 สำหรับรุ่น Nova 3i ในราคาเบาๆ เพียง 9,990 บาท และสี Black, Red, และ Iris Purple สำหรับรุ่น Nova 3 ที่ราคาสุดคุ้มเพียง 16,990 บาทเท่านั้น

พิเศษ เมื่อจองเครื่องล่วงหน้าผ่านทางช่องทางที่ร่วมรายการ รับลำโพงบลูทูธมูลค่า 1,290 บาทฟรีทันที และพิเศษสำหรับผู้ที่จอง Nova 3 รับ Quickcharge Powerbank เพิ่มอีกหนึ่งชิ้นมูลค่า 1,290 บาทไปอีกหนึ่งชิ้นทันที

และพิเศษยิ่งกว่าที่ dtac เพียงซื้อ Nova 3i พร้อมสมัครแพ็คเกจราคา 899 บาทขึ้นไป รับส่วนลดพิเศษ 5,000 บาททันที เหลือเพียง 4,990 บาทเท่านั้น ให้คุณได้ใช้งานเต็มประสิทธิภาพบนเครือข่าย dtac Turbo ที่เร็วและแรงที่สุดในประเทศไทยในราคาเบาไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทเท่านั้น

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถทดลองเล่น Nova 3 Series ทั้งสองรุ่นได้แล้ววันนี้ที่ตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ

เรียบเรียงโดยทีมงาน GadGuan (Huawei เปิดตัว Nova 3 Series ชูจุดเด่นด้านเซลฟี่ด้วยกล้องดี 4 ตัว พร้อม Selfie AI อัจฉริยะGadGuan)


from:https://www.gadguan.com/news/pr-news/4973

Sharp จับมือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกันโชว์ความงามของประเทศไทยผ่านภาพยนตร์ 8K

Sharp ประเทศไทย ประกาศความร่วมมือกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกันแสดงความงดงามของประเทศไทยผ่านภาพยนตร์ชุด Amazing Thailand Amazing 8K ด้วยความละเอียดระดับ Super Hi-Vision 8K (33.3 ล้านพิกเซล) เป็นครั้งแรกในอาเซียน ตอกย้ำนโยบาย Changing the World to 8K ของ Sharp อย่างชัดเจน

ภาพยนตร์ยุด Amazing Thailand Amazing 8K ของ Sharp ในครั้งนี้ ถ่ายทำด้วยโซลูชัน “Sharp 8K” ตั้งแต่กระบวนการถ่ายทำ ตัดต่อ และแสดงผลที่ Sharp ได้นำเอา Sharp AQUOS 8K Series มาแสดงให้เห็น ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเป็นการแสดงมุมมองใหม่ ๆ ของประเทศไทยออกสู่สายตาชาวโลก ผ่านผู้กำกับและช่างภาพมืออาชีพชาวไต้หวันที่เดินทางมาร่วมถ่ายทำกับคณะเดินทางของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา

คุณโรเบิร์ต อู กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาร์ป ไทย จำกัด

โรเบิร์ต อู กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาร์ป ไทย จำกัด กล่าวเสริมว่า เทคโนโลยี 8K จะไม่ใช่เป็นการเปิดโลกในมุมมองใหม่ ๆ ในโลกภาพยนตร์เท่านั้น แต่ยังช่วยตอบสนองต่อการพัฒนาการทางด้านเทคโนโลยีได้อีกมากมาย อีกทั้ง Sharp มุ่งหวังที่จะให้เทคโนโลยีเข้าสู่วงการแพทย์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรักษาผู้ป่วย และเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาภาคอุตสาหกรรม และโครงสร้างพื้นฐานของประเทศชาติ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ของรัฐบาล อันจะเป็นจุดสำคัญที่จะส่งให้ประเทศไทยก้าวไปถึง Thailand 4.0 ในอนาคต

ภาพยนตร์ชุด Amazing Thailand Amazing 8K จะเปิดให้รับชมผ่านทางทีวี Sharp AQUOS 8K Series ทั้งในไทยและทั่วโลกเร็ว ๆ นี้ และจะมีภาพยนตร์ชุดเกี่ยวเนื่องออกตามมาอีกเป็นจำนวนมากในอนาคต 

เรียบเรียงโดยทีมงาน GadGuan (Sharp จับมือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกันโชว์ความงามของประเทศไทยผ่านภาพยนตร์ 8KGadGuan)


from:https://www.gadguan.com/news/pr-news/4889

พลิก ให้ชีวิตปลอดภัยขึ้น กับ “โปลิศน้อย” หนึ่งในเทคโนโลยี AI Chatbot จากโครงการ “dtac พลิกไทย”

dtac พลิกไทย แพลตฟอร์มสำหรับนำเสนอไอเดียใหม่ ๆ ในการพัฒนาประเทศไทย เปิดตัวโครงการ “โปลิศน้อย” เทคโนโลยี AI Chatbot ที่จะเข้ามา “พลิก” ให้ชีวิตคนไทยปลอดภัยมากยิ่งขึ้น มุ่งเน้นพัฒนากระบวนการยุติธรรม กระบวนความคิด และสังคมครอบครัวในประเทศไทย

พ.ต.ท.หญิง เพรียบพร้อม เมฆิยานนท์ อาจารย์จากสถาบันส่งเสริมงานสอบสวน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้นำเสนอโครงการ “โปลิศน้อย”

พ.ต.ท.หญิง เพรียบพร้อม เมฆิยานนท์ อาจารย์จากสถาบันส่งเสริมงานสอบสวน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเป็นผู้นำเสนอโครงการ “โปลิศน้อย” เล่าสิ่งที่น่าตกใจของสังคมไทยไว้ว่า ในแต่ละปี มีผู้หญิงโดนข่มขื่นจำนวน 30,000 ราย ซึ่งเท่ากับทุก 15 นาที จะมีผู้หญิงโดนข่มขื่น 1 ราย แต่กลับมีผู้หญิงที่กล้ามาแจ้งความจริงแค่ 4,000 รายต่อปีเท่านั้น จากกรณีข้างต้นทำให้เห็นภาพได้ชัดเจนว่าปัญหาความรุนแรงในสังคมครอบครัวไทยยังมีความรุนแรงเป็นอันดับหนึ่ง และสะท้อนถึงปัญหาในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของผู้ถูกกระทำ เพราะมองว่าเป็นเรื่องภายในครอบครัว ไปถึงเจ้าพนักงานก็จะให้ไกล่เกลี่ยกันก่อน ถ้าไกล่เกลี่ยไม่ได้ ก็ดำเนินการเปรียบเทียบปรับ แล้วก็กลับสู่สถานการณ์เดิม อีกทั้งผู้เสียหายเองก็ไม่ทราบว่าปัญหาความรุนแรงภายในครอบครัวตนมีสิทธิ์ที่จะดำเนินคดีได้ หรือถึงทราบก็กลัวว่าเมื่อขึ้นชั้นศาลก็จะให้ไกล่เกลี่ยกันตามเดิม แล้วก็กลับสู่สถานการณ์เดิมโดยไม่มีอะไรดีขึ้น

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากแนวความคิดในสังคมที่ “ผู้ชายเป็นใหญ่” ผู้ชายเป็นผู้ที่มีความเป็นผู้นำ ผู้ชายจะมีสิทธิต่าง ๆ ที่มากกว่าผู้หญิง รวมถึงความคิดที่ว่าปัญหาในครอบครัว ถือเป็นเรื่องส่วนตัว ทำให้ไม่สามารถปรึกษาคนใกล้ตัว คนรอบข้าง หรือคนใกล้ตัวได้ หรือถ้าสามารถขึ้นสถานีตำรวจได้ ก็ทำได้แค่ระบายออกมา รับบันทึกประจำวันกลับไป หรือถ้าเจ้าหน้าที่ให้นำไปขัง วันต่อมาก็มานอนกอดประตูห้องขังแล้วอ้อนวอนให้เจ้าหน้าที่ปล่อยออกมาเป็นต้น

เพราะฉะนั้นโครงการ “โปลิศน้อย” จึงเกิดขึ้น เพื่ือแก้ไขในประเด็นเรื่องความเป็นส่วนตัว ด้วยการพัฒนาเป็นระบบให้คำปรึกษาด้วยเทคโนโลยี AI Chatbot ของ “บอทน้อย” (Botnoi) เทคโนโลยี AI Chatbot ของ Telenor Asia มุ่งหวังในการลดปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลที่อาจจะทำให้เกิดเหตุความไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน รวมถึงแก้ปัญหาการขาดแคลนเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษา โปลิศน้อยจะสามารถช่วยให้ผู้เสียหายสามารถสอบถาม และซักถามข้อกฎหมายหรือบทบัญญัติในพรบ. ที่เกี่ยวกับความรุนแรงในครอบครัว รวมถึงสามารถแนะนำวิธีการแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นในการแก้ไขปัญหาในสังคมได้ต่อไป

โครงการโปลิศน้อย เป็นอีกหนึ่งในโครงการที่ถูกส่งเข้าสู่โครงการ “dtac พลิกไทย” และได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน 10 โครงการพลิกไทย ที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยได้รับการสนับสนุนจาก dtac เป็นจำนวนเงิน 100,000 บาท และยังได้รับความเห็นชอบจาก พล.ต.ท. ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในการของบประมาณสำหรับดำเนินโครงการอย่างยั่งยืนอีกด้วย

โปลิศน้อยจะพร้อมให้คำปรึกษาภายในเดือนสิงหาคมนี้ ผ่านแอปพลิเคชัน LINE และ Facebook Messenger โดยระหว่างนี้ผู้ที่ประสบปัญหาและอยากปรึกษาปัญหา สามารถส่งคำถามและข้อซักถามเบื้องต้นได้ที่แฟนเพจ PoliceNoi โปลิศน้อย หรือผู้ที่ต้องการสนับสนุนโครงการ สามารถสมทบทุนเพื่อสนับสนุนโครงการได้ที่ Taejai.com หรือบริจาคผ่านมือถือ dtac กด *405*14# โทรออก ค่าบริการครั้งละ 50 บาท และเมื่อบริจาค 2,000 บาทขึ้นไป (ผ่าน Taejai.com) รับสิทธิ์เป็นสมาชิก Blue Member ฟรี 1 เดืือน ไม่จำกัดจำนวนครั้งที่บริจาค

เรียบเรียงโดยทีมงาน GadGuan (พลิก ให้ชีวิตปลอดภัยขึ้น กับ “โปลิศน้อย” หนึ่งในเทคโนโลยี AI Chatbot จากโครงการ “dtac พลิกไทย”GadGuan)


from:https://www.gadguan.com/news/pr-news/4874

MasterCard เปิดตัว MasterCard QR ให้ลูกค้า SCB Easy จ่ายได้ง่าย ๆ ผ่าน QR Code

MasterCard ก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้นกับสังคมไร้เงินสด ด้วยการเปิดตัวบริการ MasterCard QR เป็นครั้งแรกในประเทศไทยร่วมกับธนาคารไทยพาณิชย์ ให้ลูกค้า SCB Easy สามารถจ่ายเงินค่าบริการต่าง ๆ ผ่านบัตรเครดิต MasterCard ได้เลย

บริการ MasterCard QR เป็นบริการออก QR Code สำหรับใช้ชำระเงินผ่านแอปพลิเคชันที่รองรับ ซึ่งในประเทศไทย MasterCard ได้จับมือร่วมกับ SCB ร่วมให้บริการ MasterCard QR ผ่านแอปฯ SCB Easy บนมาตรฐานของบริการ SCB Easy Pay ที่ทำแต่เดิมอยู่แล้ว โดยลูกค้าสามารถเพิ่มบัตรเครดิต MasterCard ที่ออกโดย SCB (ได้แก่ SCB UP2ME, Family Plus, King Power Platinum, My Travel World Reward, Beyond World, SCB First) ลงในแอปฯ SCB Easy และสามารถใช้ชำระเงินด้วย QR Code ได้ทันทีที่ร้านค้าที่ร่วมรายการ เพียงสแกน QR Code ที่เป็น MasterCard QR เท่านั้น ระบบก็จะขึ้นให้เลือกทันทีว่าจะตัดผ่านบัญชีออมทรัพย์ หรือตัดผ่านบัตรเครดิต MasterCard เป็นต้น

เพื่อเป็นการต้อนรับบริการใหม่ล่าสุดจาก MasterCard และ SCB ทั้งสองจึงได้ร่วมมือกับ SF Cinema ในการเปิดตัวบริการ MasterCard QR ร่วมกัน โดยลูกค้า SCB Easy สามารถชำระค่าบัตรชมภาพยนตร์ วมถึงค่าป๊อปคอร์นและน้ำอัดลมผ่าน QR Code ได้ และที่สำคัญที่สุด เพื่ือเป็นการต้อนรับบริการใหม่ ลูกค้า SCB Easy รับสิทธิ์ซื้อ SCB Easy Set ชุดป๊อปคอร์นพร้อมน้ำอัดลมขนาด 22 ออนซ์ ในราคาเพียง 39 บาท และรับสิทธิ์ซื้อบัตรชมภาพยนตร์ First Class at MasterCard Cinema ในราคาพิเศษเพียง 400 บาทจากราคาปกติ 900 บาท เมื่อชำระผ่าน QR Code ด้วยบัตรเครดิต MasterCard

ทั้งหมดนี้เป็นหนึ่งในนโยบายที่ MasterCard ต้องการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสดอย่างเต็มภาคภูมิ ซึ่งถือเป็นกลไกหลักที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ และในอนาคต MasterCard จะนำเทคโนโลยี Contactless มาปรับใช้ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อย้ำจุดยืนเรื่องสังคมไร้เงินสดอย่างเต็มตัว

เรียบเรียงโดยทีมงาน GadGuan (MasterCard เปิดตัว MasterCard QR ให้ลูกค้า SCB Easy จ่ายได้ง่าย ๆ ผ่าน QR CodeGadGuan)


from:https://www.gadguan.com/news/pr-news/4801

AIS ตีบวกงานบริการหลังการขาย ดึงเทคโนโลยีสุดล้ำ ผสาน Human Touch ให้ลูกค้ารับรู้ด้วยใจ

AIS ประกาศย้ำจุดยืนที่หนึ่งด้านการให้บริการด้วยใจ ตอกย้ำนโยบาย Digital for Thais ผ่านการผสานเทคโนโลยีสุดล้ำเข้ากับที่สุดของการให้บริการด้วยใจในแบบ Human Touch พร้อมให้ลูกค้า AIS รู้สึกอุ่นใจกว่าที่เคย และสนุกกว่าในแบบที่ควรจะเป็น ผ่าน 4 บริการรูปแบบใหม่ เพื่อไลฟ์สไตล์คนไทยวันนี้

 

Full E ตีบวก myAIS ให้หมดปัญหา “บิลหาย”

บริการแรกเป็นการต่อยอดบริการ e-Bill ขึ้นไปอีกขั้น กับ Full E บริการดูบิล จ่ายเงิน และเรียกดูใบเสร็จรับเงินแบบออนไลน์ได้อย่างครบเครื่อง ผ่าน myAIS ที่เดียว โดยเมื่อคุณสมัครบริการนี้แล้ว เมื่อถึงรอบบิล ระบบจะส่ง SMS แจ้งยอดที่ต้องชำระพร้อมส่งใบแจ้งค่าบริการเข้าสู่ E-Mail และ myAIS เราสามารถเข้าไปดูใบแจ้งค่าบริการเต็มรูปแบบในแอปฯ ได้ทันที แค่นั้นไม่พอ หากต้องการชำระค่าบริการเลย เพียงแค่กด “จ่าย” จากในแอปฯ myAIS เท่านั้น ก็สามารถชำระค่าบริการได้ทันทีทั้งผ่านบัตรเครดิต บัตรเดบิต หักบัญชีธนาคาร หรือจ่ายผ่าน Rabbit Line Pay เป็นต้น เมื่อชำระเสร็จระบบก็จะส่งใบเสร็จเก็บไว้ในระบบให้ทันที แถมยังสามารถเก็บย้อนหลังไว้ได้ถึง 3 รอบบิลด้วย

บริการนี้เป็นการต่อยอดจาก e-Bill ขึ้นมาอีกระดับ เพราะ AIS เล็งเห็นว่าทุกวันนี้ผู้ใช้ที่ชำระผ่าน myAIS มีจำนวนที่เพิ่มมากขึ้นจากการเข้าสู่ระบบ myAIS กว่า 15 ล้านครั้งต่อวัน ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเข้ามาเช็คแพ็คเกจ และชำระค่าบริการนอกเวลาทำการของ AIS Shop และ Telewiz เนื่องจากไปชำระที่หน้าสาขาไม่ทัน และยังพบว่าส่วนใหญ่ลูกค้าจะเจอปัญหา “บิลหาย” และ “บิลไม่ถึงบ้าน” กันส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เบอร์ถูกระงับการใช้งานเนื่องจากมียอดค้างชำระ และอีกปัญหาที่พบเจอกันเสียส่วนใหญ่ คือชำระเสร็จแล้วไม่รู้ว่าจะเก็บเอกสารไว้ที่ไหน พอเวลาจะใช้ก็หากันไม่เจออีก ยิ่งทำให้ปัญหาบานปลายกันเข้าไปใหญ่

ดังนั้น AIS จึงตัดสินใจพัฒนาบริการนี้ขึ้นเพื่อลดปัญหาของลูกค้าเอง และยังช่วยรักษ์โลกด้วยการลดใช้กระดาษ และลดการใช้วัดสุสิ้นเปลืองอย่างต่อเนื่อง และยังทำให้ลูกค้าอุ่นใจอีกด้วยว่าลูกค้าจะไม่พลาดการชำระเงินเนื่องจากบิลไม่ถึงมืออย่างแน่นอน

 

ดูแลยิ่งกว่าที่เคย ด้วยระบบตรวจสอบใบหน้าบุคคล

บริการที่สองเป็นการพัฒนาระบบตรวจสอบใบหน้าบุคคลด้วยเทคโนโลยี Face Recognition ให้ลูกค้าได้รับความอุ่นใจในข้อมูลส่วนตัวมากยิ่งขึ้น โดยที่ AIS Shop และ Telewiz ทุกสาขา จะมีการปรับขั้นตอนการขอเปิดหมายเลขใหม่เล็กน้อย จากเดิมที่ทาง AIS จะมีการบันทึกภาพผู้มาขอเปิดหมายเลขใหม่ตามขั้นตอนเดิมของ กสทช. อยู่แล้ว วันนี้ AIS เพิ่มความปลอดภัยอีกหนึ่งขั้นด้วยการใช้เทคโนโลยี Face Recognition ตรวจสอบใบหน้าบุคคลที่มาขอใช้บริการอีกขั้น ผ่านการดึงข้อมูลจากบัตรประจำตัวประชาชน พ่วงด้วยการถ่ายภาพบุคคลที่หน้าสาขา ถ้าเปรียบเทียบแล้วข้อมูลไม่ตรงกัน หรือใบหน้าเปลี่ยนเยอะเกินไป (เช่นไปโมหน้าที่เกาหลีมา แต่ยังไม่ได้ขอบัตรใหม่) ก็จะไม่สามารถเปิดใช้บริการได้เพื่อป้องกันบุคคลที่สามมาแอบอ้าง

บริการนี้จะพร้อมให้บริการกับลูกค้า Postpaid ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ AIS Shop และ Telewiz กว่า 20,000 จุดทั่วประเทศ และตู้ Kiosk อีกกว่า 66 จุดทั่วประเทศ และจะพร้อมให้บริการแก่ลูกค้า Prepaid ในเร็ว ๆ นี้

 

ALEX “เพื่อนคนใหม่ที่รู้ใจยิ่งกว่า”

บริการที่สามเป็นการพัฒนาหุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์ที่มีชื่อว่า Alex (อเล็กซ์) หุ่นยนต์ตัวนี้จะทำหน้าที่ในการมอบข้อมูลและ Entertain ผู้มารับบริการที่ AIS Shop เปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของพนักงานที่รับหน้าเต็มรูปแบบ

Alex สามารถให้ข้อมูลรายละเอียดแพ็คเกจต่าง ๆ ของผู้ใช้ได้อย่างครบครัน พ่วงด้วยเทคโนโลยี AI และ Machine Learning ยังทำให้ Alex สามารถเสนอแพ็คเกจที่เหมาะสมแก่ลูกค้า เสมือนมีพนักงานคอยแนะนำแพ็คเกจได้ และยังสามารถทำรายการได้ด้วยตนเองผ่านอินเทอร์เน็ต โดยไม่ต้องใช้พนักงานคอยยืนยันการทำรายการ

Alex จะพร้อมเข้ามาดูแลลูกค้าในช่วง Q3/Q4 ปีนี้ โดยวันนี้ Alex ตัวต้นแบบ พร้อมดูแลลูกค้าแล้วที่ AIS Digital Gallery สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ โดยจะมีพนักงานคอยร่วมให้บริการ หากข้อซักถามของเรา Alex ไม่สามารถตอบได้

 

อุ่นใจ on Google ! คุยง่าย ฟังง่าย ทำตามแทบทุกอย่าง

บริการที่สี่ เป็นการประกาศพัฒนาให้ Google Assistant สามารถใช้งานและเข้าถึง Content ต่าง ๆ ของ AIS ได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วยการสั่งการด้วยเสียงเป็นภาษาไทย โดย AIS เป็นพาร์ทเนอร์รายแรกและรายเดียวใน South East Asia ที่ได้รับสิทธิ์ในการเชื่อมต่อกับ Google Assistant อย่างไร้รอยต่อด้วยภาษาท้องถิ่นแบบเป็นกันเอง และยังสามารถรับบริการได้จากสองแอปฯ หลักของ AIS ทั้ง myAIS และ AIS Play

โดยเมื่อเปิดให้บริการ (ประมาณวันที่ 25 กรกฎาคม) ลูกค้าสามารถเรียกใช้งานได้ผ่าน Google Assistant โดยพูดว่า “คุยกับ AIS” เพียงเท่านี้ Google Assistant จะส่งไม้ต่อให้อุ่นใจเข้ามารับหน้าเต็มตัว ลูกค้าสามารถสอบถามได้ทั้งยอดค้างชำระ ยอดเงินคงเหลือ แพ็คเกจในปัจจุบัน แพ็คเสริมที่มีอยู่ รวมถึงสามารถเปิดวิดีโอหรือดูโทรทัศน์บน AIS Play ผ่านการเรียกใช้งานจาก Google Assistant โดยตรงได้

บริการนี้เป็นการนำฟีเจอร์ Action on Google ที่เพิ่งเปิดตัวไปในงาน Google I/O 2018 มาพัฒนาต่อยอดให้ลูกค้า AIS ได้รับความสะดวกมากยิ่งขึ้น โดย AIS เป็นพาร์ทเนอร์รายเดียวใน South East Asia ที่สามารถใช้งานฟังก์ชัน Action on Google ได้อย่างสมบูรณ์ เฉกเช่นเดียวกับ Uber, Lyft, Starbucks ในสหรัฐฯ เป็นต้น

 

Angel Team ดูแลยิ่งกว่า เพื่อลูกค้าคนสำคัญ

เพราะแต่ละวันมีลูกค้าโทรเข้า AIS Call Center แบบไม่ขาดสาย และส่วนใหญ่การโทรเข้ามาก็จะเจอแต่เรื่องซ้ำ ๆ จนน่าปวดหัว เพื่อที่จะได้รู้ว่าลูกค้าคนนั้นเป็นใคร AIS จึงนำบันทึกเสียงการให้บริการมาวิเคราะห์ เพื่อพัฒนาบริการให้เหมาะสมที่สุด

สิ่งที่ AIS เจอเลยคือ ลูกค้าที่โทรเข้ามาถามเรื่องซ้ำ ๆ ถามแต่เรื่องเดิม ๆ พูดวกๆ วนๆ พูดซ้ำไปซ้ำมา ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มลูกค้าผู้สูงอายุแทบทั้งสิ้น เมื่อผู้สูงอายุมาเจอกับ Call Center ที่มีอายุไม่มากและเป็นคน Gen Y ก็ยิ่งทำให้ลูกค้าเริ่มไม่ได้รับความพึงพอใจในการใช้บริการ และทำให้ลูกค้าต้องถามซ้ำ ๆ ถามวนไปวนมาอยู่ตลอด

เพื่อแก้ไขปัญหานี้แบบเด็ดขาด AIS จึงตัดสินใจตั้งทีมดูแลผู้สูงอายุกลุ่มนี้ขึ้นโดยเฉพาะ โดยคัดพนักงานระดับหัวกะทิที่มีใจในการให้บริการสูง มีความใจเย็นเป็นเลิศ ให้เกียรติคน และรับแรงกดดันได้อย่างต่อเนื่อง มาเข้าคลาสอบรมระดับเข้มข้น เพื่อพร้อมรับมือกับลูกค้ากลุ่มนี้ที่มีอัตราการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องใน 2-3 ปีนับจากนี้ นอกจากนี้ AIS ยังแก้ไขระบบ Call Center ของลูกค้ากลุ่มนี้ด้วยการถอดระบบ IVR ออกจากหมายเลขดังกล่าว เพื่อให้โทรเข้ามาจะเป็นการติดต่อกับพนักงานโดยตรง ไม่ต้องผ่านระบบ IVR กันอีกต่อไป

AIS ทดลองให้บริการในรูปแบบนี้ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งผ่านมา 3 เดือน บริการดังกล่าวได้รับเสียงชมอยู่ตลอด ตัวอย่างเช่นเคสลูกค้ารายหนึ่งต้องการที่จะโทรหาลูกสาวที่อยู่ต่างประเทศ แต่ปรากฎว่าโทรไม่ได้ สิ่งที่เขาทำคือโทรมาโวยวายที่ AIS หลายต่อหลายครั้ง AIS รับมือด้วยการให้พนักงานคุยกับลูกค้าแบบเป็นกันเอง ให้ความไว้เนื้อเชื่อใจ และแอบดูประวัติการใช้งานซึ่งก็พบว่าลูกค้ายังไม่ได้สมัครบริการโทรทางไกลระหว่างประเทศ AIS จึงแอบสมัครบริการดังกล่าวให้เพื่อให้ลูกค้าใช้งานได้ทันทีที่วางสาย พอคุยจบพนักงานก็กล่าวอำลาด้วยข้อความที่สุภาพก่อนขึ้นบทสนทนาใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง ผลก็คือพนักงานท่านนี้กล่าวขอบคุณทีม AIS ที่ช่วยให้เขาไม่เหงา เพราะตอนนี้เขาอยู่โรงพยาบาล และไม่รู้จะติดต่อลูกสาวอย่างไร

 

ทั้งหมดนี้ก็ล้วนเป็นการพัฒนาให้ลูกค้าได้รับบริการด้วยใจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็เป็นหนึ่งในแรงผลักดันที่สำคัญของ AIS อย่างชัดเจนตลอดหลายปีที่ผ่านมา และเชื่อว่าปีนี้ AIS ยังคงรักษามาตรฐานนี้ไม่เปลี่ยนแปลง แต่จะเพิ่มมากขึ้นด้วยรูปแบบการให้บริการแบบใหม่ ๆ เพื่อส่งเสริมการให้บริการลูกค้าในทางที่ดีต่อไป

เรียบเรียงโดยทีมงาน GadGuan (AIS ตีบวกงานบริการหลังการขาย ดึงเทคโนโลยีสุดล้ำ ผสาน Human Touch ให้ลูกค้ารับรู้ด้วยใจGadGuan)


from:https://www.gadguan.com/news/pr-news/4827

Dell เปิดตัว G Series เกมมิ่งโน้ตบุ๊คสายพันธุ์ใหม่ แรง ดุ แต่สบายกระเป๋า

Dell EMC ประเทศไทย ประกาศเปิดตัวเกมมิ่งโน้ตบุ๊คสายพันธุ์ใหม่ Dell G Series เกมมิ่งโน้ตบุ๊คพันธุ์ดุรุ่นใหม่ในราคาสบายกระเป๋า โดดเด่นด้วนดีไซน์ และสเปคที่แรง ตอบโจทย์ทุกความต้องการใช้งานทั้งไลฟ์สไตล์และเกมมิ่ง

Dell G3

Dell G Series มาพร้อมกับดีไซน์รูปแบบใหม่ที่ต่างจาก Inspiron Gaming ที่ขายแต่เดิม โดยเน้นดีไซน์ที่หรูหรา โฉบเฉี่ยวทุกมุมมอง และดูโดดเด่นเป็นสง่าในทุกสัมผัส พร้อมอัดแน่นด้วยสเปคที่เป็นปัจจุบัน ดุ แรง และล้ำเทียบเท่าตระกูล Alienware แต่ไม่เน้นจนฮาร์ดคอร์เกินไป ด้วยหน่วยประมวลผล Intel Core i Series 8 รุ่นใหม่ พร้อมชิปกราฟิก NVIDIA GeForce 1050 Ti และ NVIDIA GeForce 1060 MaxQ รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ทั้งแรง และประหยัดพลังงานไปพร้อม ๆ กัน ยืดอายุการใช้งานด้านการเล่นเกมให้นานยิ่งกว่าโน้ตบุ๊คทั่ว ๆ ไป

Dell G7

Dell G Series แบ่งออกเป็นสองรุ่นย่อยได้แก่ G7 ที่เน้นดีไซน์โฉบเฉี่ยว ดุดัน และรุนแรงในทุกมุมมอง และ G3 ที่เน้นดีไซน์เรียบหรู ดูแพง และดูเหมาะสมกับความเป็นไลฟ์สไตล์ แต่แฝงด้วยพลังที่ดุดัน พร้อมรับต่อการทำงานในทุกสถานการณ์

นายอโณทัย เวทยากร รองประธานบริหาร Dell EMC ภูมิภาคอินโดจีน กล่าวว่า ด้วยการเติบโตของตลาดเกมเมอร์และอีสปอร์ต Dell จึงตัดสินใจบุกตลาดนี้อย่างต่อเนื่องกับผลิตภัณฑ์คุณภาพที่เข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็น Alienware ที่เน้นกลุ่มฮาร์ดคอร์ Inspiron Gaming ที่เน้นกลุ่มลูกค้าทั่ว ๆ ไป จนมาถึงรุ่นล่าสุดอย่าง G Series ที่เน้นกลุ่มลูกค้าเกมเมอร์ที่มีความต้องการในประสิทธิภาพที่สูง แต่ยังตอบโจทย์ต่อการทำงานในไลฟ์สไตล์ทั่ว ๆ ไป ในราคาที่จับต้องได้ นอกจากประสิทธิภาพที่เหนือกว่าแล้ว Dell G Series ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์เด่น ๆ อีกมากมาย ที่จะช่วยให้ประสบการณ์การเล่นเกมบน Dell แตกต่างจากคู่แข่งอย่างชัดเจน

Dell G Series วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ Dell Concept Store และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ในราคาเริ่มต้นสบายกระเป๋าเพียง 24,990 บาท สำหรับ Dell G3 และ 36,990 บาท สำหรับ Dell G7

เรียบเรียงโดยทีมงาน GadGuan (Dell เปิดตัว G Series เกมมิ่งโน้ตบุ๊คสายพันธุ์ใหม่ แรง ดุ แต่สบายกระเป๋าGadGuan)


from:https://www.gadguan.com/news/pr-news/4803

เปิดบัญชีใหม่…ง่ายนิดเดียว SCB เปิดตัว “Easy E-KYC” บริการเปิดบัญชีใหม่ผ่านมือถือ

SCB Easy ประกาศเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองต่อกลุ่มลูกค้าของ SCB อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด SCB Easy พร้อมขยายกลุ่มลูกค้าสู่ลูกค้าใหม่ที่ไม่ใช่ลูกค้าของ SCB มากขึ้น ด้วยการพัฒนานวัตกรรมใหม่ล่าสุด “Easy E-KYC” (Electronic Know Your Customers) บริการใหม่ที่จะให้คุณสามารถเปิดบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องไปที่หน้าสาขาอีกต่อไป

บริการ SCB Easy E-KYC เป็นหนึ่งในบริการที่จะอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าใหม่ของธนาคาร (New to Bank) สามารถเข้าถึงบริการที่ง่าย และสุดประทับใจของ SCB Easy ได้ง่ายขึ้น ด้วยการใช้เทคโนโลยี NFC ควบคู่กับ Facial Recognition และ AI ทำให้สามารถจำแนกลูกค้าได้อย่างอิสระ โดยการันตีความผิดพลาดเพียงแค่ 0.01% เท่านั้น

ผู้ใช้บริการสามารถเปิดบัญชีธนาคารผ่านบริการนี้ได้ง่าย ๆ โดยเตรียมเอกสารประกอบ ได้แก่ บัตรประชาชน และหนังสือเดินทางประเภท E-Passport ที่ยังไม่หมดอายุ จากนั้นเข้าไปที่แอปฯ SCB Easy บนมือถือ Android ของคุณ แล้วกรอกข้อมูลให้เรียบร้อย จากนั้นเข้าสู่ขั้นตอนการเปิดบัญชี สแกนบัตรประจำตัวประชาชน กรอกข้อมูลด้านหลังบัตร (รหัสประจำบัตร) และวันหมดอายุ สแกนหน้าแรกของพาสปอร์ต และนำโทรศัพท์มือถือแตะที่เล่มพาสปอร์ตเพื่ออ่านข้อมูล จากนั้นทำการยืนยันบุคคลด้วยการเซลฟี่จำนวน 3 ภาพ ตามอิริยาบถที่แอปฯ กำหนด แล้วกรอกข้อมูลขอเปิดบัญชี เพียงเท่านั้นคุณก็จะได้บัญชีธนาคารมาใช้งานเรียบร้อย

นายธนา โพธิกำจร ผู้อำนวยการอาวุโส และผู้บริหารสาย Digital Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ เผยว่า บริการ Easy E-KYC เป็นบริการที่จะช่วยให้ลูกค้าลดการแวะเวียนไปที่สาขาธนาคารมากขึ้น ลดการพบกับเจ้าหน้าที่ธนาคารแบบตัวต่อตัว (face-to-face) ซึ่งเป็นแนวทางการให้บริการแบบเดิม ๆ อีกต่อไป และยังตอบสนองต่อนโยบายการลดจำนวนสาขาของธนาคาร เพื่อให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิตมากขึ้น และยังช่วยผลักดันให้จำนวนผู้ใช้งานแอปฯ SCB Easy เติบโตมากขึ้นถึง 10 ล้านรายภายในปี 2561 จากเดิมที่มีผู้ใช้งานกว่า 7 ล้านรายในปัจจุบัน

ทั้งนี้บริการ Easy E-KYC ยังเป็นบริการที่อยู่ในขั้น Sandbox กับธนาคารแห่งประเทศไทย เนื่องจากเป็นการนำเสนอวิธีการเปิดบัญชีธนาคารรูปแบบใหม่ที่อาจขัดต่อข้อกำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทย และยังไม่มีนโยบายมารับรองจากทางธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ดังนั้นบริการดังกล่าวจึงมีข้อจำกัดอยู่หลายประการ ได้แก่ ต้องเป็นลูกค้าที่ถือสัญชาติไทย บัญชีถูกจำกัดกรอบเงินฝากสูงสุดที่ 100,000 บาท ลูกค้าหนึ่งท่านสามารถเปิดได้แค่ 1 บัญชี และลูกค้าที่ไม่ผ่านขั้นตอนการตรวจสอบบุคคลจะถูกจำกัดสิทธิ์ไม่ให้ใช้ฟังก์ชันนี้อีก เพื่อป้องกันมิจฉาชีพเป็นต้น

บริการดังกล่าวจะพร้อมให้บริการบน SCB Easy เวอร์ชัน Android ภายในเดือนกรกฎาคมนี้ และจะขยายบริการใหม่ ๆ อาทิ บริการขอบัตรเดบิตภายในเดือนสิงหาคม และบริการ Easy E-KYC สำหรับการขอสินเชืื่อในอนาคต ทั้งนี้บริการดังกล่าวจะไม่มีให้บริการบน SCB Easy เวอร์ชัน iOS เนื่องจากระบบไม่รองรับการอ่านข้อมูลจากพาสปอร์ตแต่อย่างใด

เรียบเรียงโดยทีมงาน GadGuan (เปิดบัญชีใหม่…ง่ายนิดเดียว SCB เปิดตัว “Easy E-KYC” บริการเปิดบัญชีใหม่ผ่านมือถือGadGuan)


from:https://www.gadguan.com/news/pr-news/4754

DHL เปิดตัว Parcel Metro Bangkok ตอบโจทย์ทุกความต้องการด้านการขนส่งสำหรับเหล่าออนไลน์รีเทล

เพราะตลาด E-Commerce กำลังโตอย่างรุนแรงในไทย DHL เลยจัดการเปิดตัวบริการใหม่ล่าสุด DHL Parcel Metro Thailand ให้เหล่าออนไลน์รีเทลและพ่อค้าออนไลน์ทั้งหลายได้ใช้บริการ ตอบโจทย์ทุกความต้องการด้านการขนส่งด้วยระบบและมาตรฐานการให้บริการแบบเดียวกับ DHL Express ระหว่างประเทศ แถมการันตีความรวดเร็วด้วยบริการส่งของถึงมือลูกค้าภายในวันเดียวกัน

DHL eCommerce ประเทศไทยเผยว่า จากการวิเคราะห์ตลาด E-Commerce ในประเทศไทย พบว่าประเทศไทยยังมีอัตราการใช้บริการ E-Commerce ในการซื้อสินค้าอยู่น้อยมาก และก็มีแนวโน้มของอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดดด้วยเช่นกัน เพื่อเป็นการตอบโจทย์ให้กับผู้ประกอบการ DHL เลยนำบริการใหม่ล่าสุดสำหรับประเทศไทยอย่าง DHL Parcel Metro บริการส่งสินค้าและพัสดุอย่างรวดเร็วมาเปิดให้บริการ ด้วยจุดเด่นด้านมาตรฐานในการควบคุมสินค้าแบบเดียวกับ DHL Express ความรวดเร็วในการจัดส่งเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากส่งของ และบริการสุดพิเศษกับ Cash on Delivery หรือบริการเก็บเงินปลายทาง พร้อมส่งเงินถึงมือผู้ประกอบการเพียง 3 วันเท่านั้น

DHL เผยว่าบริการ Parcel Metro เป็นหนึ่งในบริการที่จะตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ประกอบการออนไลน์รีเทล E-Commerce และเหล่าพ่อค้าออนไลน์อย่างสมบูรณ์แบบ ช่วยลดระยะเวลาการรอคอยสินค้าของผู้บริโภคจากเดิมภายในไม่กี่วันทำการ เป็นภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังจากสั่งสินค้า พร้อมทั้งสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคว่าสินค้าที่สั่งมาในราคาแพงจะถึงมืออย่างปลอดภัย ไร้รอยขีดข่วน ด้วยระบบการแจ้งเตือนสินค้าและติดตามสินค้าแบบ Realtime ให้ผู้บริโภคได้รับทราบอย่างต่อเนื่องว่าสินค้าเดินทางไปถึงไหนแล้ว และถึงขั้นตอนใดแล้ว

DHL Parcel Metro Thailand พร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในเร็ว ๆ นี้ โดยเริ่มจากพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการเป็นลำดับแรก และพร้อมขยายสู่หัวเมืองหลัก เช่น เชียงใหม่ พัทยา นครราชสีมา และจังหวัดอื่น ๆ ในโอกาสต่อไป ผู้ประกอบการหรือแม่ค้าออนไลน์ท่านใดที่สนใจ สามารถดูรายละเอียดได้ที่ www.dhl.com/ParcelMetro-Thailand

เรียบเรียงโดยทีมงาน GadGuan (DHL เปิดตัว Parcel Metro Bangkok ตอบโจทย์ทุกความต้องการด้านการขนส่งสำหรับเหล่าออนไลน์รีเทลGadGuan)


from:https://www.gadguan.com/news/pr-news/4747