รวม 15 มือถือดีไซน์แหวกแนวยุค 2000’s…เอามาใช้ในสมัยนี้คงเท่ดีเหมือนกันนะ!

บอกเลยว่ามือถือสมัยนี้รูปร่างหน้าตายังไม่เท่ไม่เกร๋เท่าเหล่ามือถือในยุค 2000’s ซึ่งเป็นช่วงที่สมาร์ทโฟนเริ่มทำตลาด ซึ่งแต่ละค่าย ก็พยายามงัดเอาความคิดสร้างสรรค์ต่าง ๆ มาทำให้มือถือของตัวเองออกมาไม่เหมือนใคร ไม่ว่าจะเป็นแบบฝาพับ, สไลด์ด้านบน, สไลด์ด้านข้าง, สไลด์แบบหมุน, บิดเครื่องได้, กดแล้วเด้งขึ้น ฯลฯ ต่างกับสมัยนี้ที่มีแต่มือถือเป็นแท่ง กับมือถือจอพับที่เริ่มบูมขึ้นมาบ้าง…เราก็เลยขอรวบรวมเอาสมาร์ทโฟนยุค 2000’s ที่มีรูปร่างหน้าตาสุดจ๊าบจากหลาย ๆ ค่ายมารวมให้ดูกันว่ามือถือสมัยนู้นมันเท่แค่ไหนครับ

มือถือในยุค 2000 ต้น ๆ จนถึงยุคเกือบ ๆ 2010 มือถือในตลาดก็มีทั้งสมาร์ทโฟนระบบ Symbian และฟีเจอร์โฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการของแต่ละค่ายเอง ซึ่งเจ้าตลาดในตอนนั้นก็หนีไม่พ้น Nokia อดีตเจ้าพ่อวงการมือถือ ที่มีสมาร์ทโฟนฟีเจอร์เทพ ๆ ดีไซน์แปลก ๆ (บางรุ่นก็แปลกเกิ๊น..) ออกมาหลากหลายรุ่นมาก รวมถึงคู่แข่งอย่าง Sony Ericsson, motorola, LG และอื่น ๆ ก็มีมือถือหน้าตาแปลกออกมาสู่ตลาดด้วยเหมือนกัน โดยบางรุ่นก็มีขายในบ้านเรา บางรุ่นก็ไม่เอาเข้ามา

1. nokia N-Gage / N-Gage QD (ปี 2003 / 2004)

คาดว่าหลาย ๆ คนน่าจะต้องเคยเห็นมือถือหน้าตาพิลึกอย่าง Nokia N-Gage กันมาบ้างล่ะ โดยมือถือรุ่นนี้น่าจะเรียกว่าเป็นต้นตระกูลมือถือเกมมิ่งเลยก็ได้มั้ง เพราะออกแบบมาสำหรับการเล่นเกมโดยเฉพาะ ด้วยปุ่มลูกศรบังคับทิศทางด้านซ้ายและปุ่มกดอื่น ๆ ตรงปุ่มตัวเลข โดย Nokia ยังได้ไปจับมือกับค่ายเกมดัง ๆ เพื่อผลิตการ์ดเกมไว้ใส่เล่นได้ อย่างพวก Tomb Raider, FIFA, Call of Duty, Splinter Cell ฯลฯ ซึ่งเอาจริง ๆ เกมพวกนี้ก็ไม่ได้สนุกอะไรเท่าไหร่หรอก 555

สำหรับ Nokia N-Gage รุ่นแรกเปิดตัวมาแบบขาด ๆ เกิน ๆ เพราะเวลาจะใช้งานโทรศัพท์ ต้องหันเอาสันเครื่องด้านบนมาแนบที่หน้าเพราะไมโครโฟนกับลำโพงดันอยู่ที่ขอบเครื่องด้านบน แถมเวลาจะเปลี่ยนการ์ดเกมยังขมขื่นสุด ๆ เพราะต้องปิดเครื่อง เปิดฝาหลัง ถอดแบตเตอรี่ แล้วถึงจะเปลี่ยนการ์ดเกมได้…ลำบากลำบน

ถัดมาอีกปี Nokia ก็เปิดตัว N-Gage รุ่นใหม่ (และเป็นรุ่นสุดท้ายของซีรีส์) คือ N-Gage QD ที่คราวนี้ปรับปรุงข้อบกพร่องจากรุ่นเดิม โดยเวลาคุยโทรศัพท์จะสามารถคุยได้แบบมือถือปกติแล้ว และเวลาเปลี่ยนเกมก็เปิดช่องด้านล่างแล้วเปลี่ยนได้ทันที


 

2. nokia 3650 (ปี 2003)

สมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่ผมเองเคยได้ใช้เมื่อสมัยเรียนมหาลัยปี 1 ใช้ระบบ Symbian 60 มีหน้าจอสีแบบ TFT ขนาด 2.1 นิ้ว ความละเอียด 176 x 208 กล้องหลังความละเอียด VGA ถ่ายวิดีโอได้ สมัยนั้นนี่เรียกว่าล้ำสุด ๆ ไปเลย ส่วนดีไซน์ตัวเครื่องจะดูแปลก ๆ อยู่ เพราะมันอ้วน ๆ ป้อม ๆ มีขอบบนเป็นเหลี่ยมขอบล่างโค้งพิลึกชอบกล อ้อ…สมัยนั้นยังไม่ฮิตเคสกันกระแทกมือถือกันด้วยนะ แต่เน้นใช้การเปลี่ยนกรอบตัวเครื่องเอาแทน

3. Nokia 7600 (ปี 2003)

สมาร์ทโฟนระบบ Symbian 60 หน้าตาประหลาดที่มีวางขายในไทยด้วย (มีโอกาสได้ลองเล่นของเพื่อนสมัยมหาลัยแล้วรู้สึกว่าจับโคตรลำบากเลย 555) โดยดีไซน์ของมันจะเหมือนใบไม้ แต่ตัวเครื่องจะสั้นเพราะดันเอาปุ่มกดมาเรียงไว้รอบ ๆ หน้าจอแทน

 

4. Nokia 6800 (ปี 2003)

มือถือระบบ Symbian 40 ที่ออกแบบมาสำหรับการพิมพ์ข้อความ โดยตัวเครื่องปกติอาจดูเหมือนมือถือมีปุ่มกดทั่วไป แต่มันซ่อนความพิเศษเอาไว้ที่ตัวปุ่มกดนั่นแหละ เพราะมันสามารถกางออกมาทางด้านบนเพื่อเแปลงร่างเป็นมือถือที่มีคีย์บอร์ด 2 ฝั่ง ซ้าย-ขวา แล้วมีหน้าจออยู่ตรงกลาง

 

5. nokia 9300 (ปี 2004)

มือถือสายเทคที่โคตรล้ำสุด ๆ (ในตอนนั้น) เพราะนอกจากจะเป็นมือถือทั่วไปแล้ว ยังกางเครื่องออกมาได้เพื่อโชว์หน้าจอขนาดใหญ่ด้านในคล้าย ๆ กับ Galaxy Z Fold แต่จะมีคีย์บอร์ด QWERTY อยู่ด้านใน สำหรับการทำงานที่จริงจังมากขึ้น อย่างการพิมพ์อีเมลหรือพิมพ์เอกสารเล็ก ๆ น้อยได้ นอกจากนี้ยังมีรุ่น 9300i ตามมาทีหลัง โดยรุ่นนี้สามารถเชื่อมต่อกับ WiFi ได้ด้วย

6. Nokia 7280 (ปี 2005)

มือถือเน้นดีไซน์หรูหราและล้ำสมัย สไตล์ลิปสติก เปิดตัวมาเพื่อเอาใจสาว ๆ ที่ไม่อยากพกมือถือหนัก ๆ แถมตรงหน้าจอเมื่อไม่ได้ใช้งานแล้วยังสะท้อนใช้เป็นกระจกได้อีกต่างหาก ส่วนเวลาจะกดเบอร์โทร หรือเลือกเมนู ก็จะใช้ปุ่มวงกลมเล็ก ๆ สำหรับหมุนเลื่อนเคอเซอร์ไปมา และเห็นตัวจิ๋วแบบนี้ แต่ก็มีกล้องให้มาด้วยนะเออ (รุ่นนี้เคยยืมของอามาเล่น พบว่ามันใช้งานยากจริง ๆ ให้ตาย 555)

Nokia 7280 เป็นมือถือดีไซน์หรูหราไม่เหมือนใครจนได้รับรางวัลจาก iF และนิตยสาร Fortune ยังให้รางวัล Best Products of 2004 อีกต่างหาก แถมยังไปโผล่อยู่ในมิวสิควิดีโอของนักร้องอย่าง Pussycat Dolls, Christina Milian และ Jennifer Lopez ซะด้วยนะ

 

7. Nokia N90 (ปี 2005)

Nokia N90 ในยุคนั้นเรียกว่าเป็นมือถือระดับเทพสุด ๆ (เป็นมือถือที่ตอนเรียนอยู่ ผมอยากได้มาก ๆ แต่สู้ราคาไม่ไหว T-T) เพราะมันเป็นมือถือรุ่นแรก ๆ ที่เน้นกล้องสำหรับถ่ายภาพนิ่ง + วิดีโอ เพราะไปจับมือพัฒนาร่วมกับ Carl ZEISS เพิ่มความเทพ มากับกล้องความละเอียด 2MP ซูม 2x สามารถถ่ายวิดีโอแบบ MP4 ความละเอียดสูงสุด 352 x 288 พิกเซล ซึ่งถือว่าชัดมาก ๆ แล้วในสมัยนั้น

แถมยังมีการออกแบบมาให้สามารถบิดกล้อง บิดจอ ไปในทิศทางต่าง ๆ ได้เหมือนกับกล้องวิดีโอดิจิทัลในยุคนั้นด้วย




8. Nokia 7380 (ปี 2005) 

มือถือลิปสติกภาคต่อจาก Nokia 7280 เปิดตัวหลังจากนั้น 1 ปี ยังคงใช้ปุ่มแบบหมุน และหน้าจอสะท้อนเป็นกระจกได้ แต่คราวนี้เวลาจะรับโทรศัพทืไม่ต้องดึงเครื่องให้ยืดออกเหมือนรุ่นที่แล้ว ส่วนกล้องหลังอัปเกรดขึ้นให้มีความละเอียด 2MP มือถือรุ่นนี้ยังได้รับรางวัลเหรียญเงินจาก IDEA Award ปี 2006 อีกด้วย

9. motorola V70 (ปี 2002)

มองแว้บแรกอาจนึกว่ามือถือรุ่นนี้ไม่ได้มีอะไรแปลกเท่าไหร่…แค่หัวโต แต่พอจะกดโทรออกเท่านั้นล่ะ ความเท่ของมันถึงฉายแววออกมา เพราะเราต้องสไลด์ฝาปิดออกมาทางด้านข้างให้ไปสุดอยู่ด้านบน โดยเจ้าฝาสไลด์นี้สามารถหมุนแบบ 360° ได้เลย

10. Sony Ericsson Xperia Pureness (ปี 2009)

มือถือเครื่องจื๋วที่มากับดีไซน์ไม่เหมือนใครด้วยตัวเครื่องด้านบนที่เป็นหน้าจอโปร่งแสงขนาด 1.8 นิ้ว มองทะลุทะลวงไปดานหลังได้ แต่นอกเหนือจากความแหวกแนวของดีไซน์แล้ว…ข้อเสียของมันคือ หน้าจอที่อ่านยาก แถมคนที่อยู่ด้านหลังก็สามารถมองเห็นได้ว่าอะไรอยู่บนจอบ้าง (แต่ก็อ่านยากอยู่ดี 555) ส่วนราคาของมือถืรุ่นนี้เปิดมาที่ 650 ปอนด์ หรือราว ๆ 27,550 บาท…ย้อนกลับไป 13 ปี เรียกว่าแพงหูฉี่เลยทีเดียว

11. motorola Flipout (ปี 2010)

มือถือระบบ Android 2.1 รุ่นแรก ๆ จาก motorola ที่ยังมีความแปลกใหม่ในด้านดีไซน์อยู่บ้าง ด้วยตัวเครื่องสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่สามารถสไลด์หมุนหน้าจอออกมาเพื่อโชว์คีย์บอร์ด QWERTY 5 แถวด้านล่างได้ สำหรับหน้าจอมีขนาด 2.8 นิ้ว พาเนล TFT พร้อมกล้องความละเอียด 3.15MP หนึ่งตัว

12. Haier P7 (ปี 2004)

ดูแล้วน่าจะนึกถึงมือถือแนวสายลับได้เลย สำหรับ Haier P7 เพราะมันมีขนาดที่เล็กมาก ๆ ประมาณปากกา Permanent แท่งนึง และแม้ว่าจะเครื่องเล็กเรียวแบบนี้ แต่ก็มีหน้าจอสีความละเอียด 128 x 64 แถมยังมีกล้อง 0.3MP ติดมาด้วยนะ

13. Samsung SPH-N270 หรือ Matrix Phone (ปี 2003)

สมัยนู้นนน…แฟน ๆ หนัง The Matrix (ภาค Reloaded) น่าจะอยากเป็นเจ้าของมือถือรุ่นนี้กันแน่ ๆ เพราะเป็นอะไรที่เท่สุด ๆ ไปเลย ด้วยดีไซน์ตัวเครื่องแนวที่ต้องกดปุ่มข้างเครื่องเพื่อให้ลำโพงเด้งขึ้นด้านบน โชว์หน้าจอขึ้นมา แถมพวกหน้าจอเมนูต่าง ๆ ยังโชว์โค้ดเป็นตัวอักษรสีเขียวไหลไปมาเหมือนในหนัง The Matrix อีกต่างหาก

14. Siemen Xelibri Series (2003)

มือถือจากแบรนด์ Siemen ที่เปิดตัว Xelibri Series ออกมาทั้งหมด 8 รุ่น ซึ่งแต่ละรุ่นก็มาในรูปแบบแฟชั่นจ๋า ๆ เลย มีทั้งหมด 8 รุ่น ไล่ตามตัวเลข Xelibri 1 – 8 มีราคาที่ค่อนข้างแรงเพราะเค้าวางตัวอยู่ในประเภทเครื่องประดับจากดีไซเนอร์

แต่สุดท้ายก็เจ๊งไม่เป็นท่าจนต้องหยุดการวางจำหน่ายในปี 2004 เพราะขายไปได้ทั้งหมดแค่ราว ๆ 780,000 เครื่องเท่านั้น โดยฟีดแบ็คของมือถือรุ่นนี้ นอกจากดีไซน์ที่แหวกแนวแล้ว ตัวมือถือก็ไม่มีฟีเจอร์อะไรมากไปกว่าแค่การโทรศัพท์กับส่ง SMS เลย แถมบางรุ่นปุ่มกดก็ล้ำเกินจนใช้งานยากอีกต่างหาก

 

15. Sierra Wireless Voq (2003)

มือถือรุ่นนี้หลาย ๆ คนน่าจะไม่เคยเห็น และไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลย (ผมด้วย) โดยมือถือรุ่นนี้เป็นประเภท PDA (Personal Digital Assistants) ที่ใช้ระบบ Windows Mobile 2003 มากับแป้นตัวเลขที่สามารถกางออกมาทางซ้ายให้กลายเป็นคีย์บอร์ด QWERTY ได้…และด้วยความที่มันไม่สมมาตร ทำให้หน้าตาของมันตอนกางคีย์บอร์ดออกมาดูแล้วพิลึกชอบกล

เห็นมือถือพวกนี้แล้วก็คิดถึงสมัยก่อนที่ค่ายต่าง ๆ (โดยเฉพาะ Nokia) ยังกล้าที่จะปล่อยของ ออกแบบมือถือที่มีหน้าตาแปลกแหวกแนวไม่เหมือนค่ายอื่น ๆ ออกมาสู่ตลาด ไม่เหมือนเดี๋ยวนี้ที่มาเป็นแท่งเหลี่ยม ๆ แทบแยกไม่ออกว่ารุ่นไหนเป็นรุ่นไหน…ว่าแต่ใครที่มีมือถือหน้าตาแปลก ๆ นอกเหนือจาก 15 รุ่นนี้ ก็เอามาบอกกันบ้างนะ

from:https://droidsans.com/2000s-smartphones-with-unique-design/