รีวิว เราท์เตอร์ Cisco Linksys Smart Wi-Fi Router EA6500 แรงด้วยมาตรฐาน AC1750

Cisco Linksys EA6500

ความเดิมตอนที่แล้ว ทีม RE.V-> ของเราได้ไปร่วมงานอีเวนท์ที่ทาง Cisco Linksys จัดขึ้น แล้วดวงดีได้รับ EA6500 เราท์เตอร์ไร้สายมาตรฐาน AC ความเร็วระดับ AC1750 มา 1 ตัว ตอนนี้ก็ได้ฤกษ์งามยามดีที่จะเอามันมารีวิวให้ได้อ่านกันแล้วครับ

(more…)

from:http://rev.at1987.com/review/cisco-linksys-smart-wi-fi-router-ea6500/

ASUS จะวางขาย Memo Pad ในไทยราคา 4,900 บาท

ASUS เปิดตัว Memo Pad แท็บเล็ตรุ่นใหม่ล่าสุดที่เอาใจสาวกแอนดรอยด์งบน้อยโดยราคาเปิดตัวอยู่ที่ 149 ดอลลาร์ หรือประมาณ 4,500 บาท

ล่าสุดแฟนเพจ ASUS THAILAND ได้ประกาศออกมาแล้วว่า ASUS Memo Pad จะวางขายในไทยเร็วๆ นี้ ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 4,900 บาท เท่านั้น (Memo Pad ตัวเครื่องมีให้เลือกถึง 3 สี ได้แก่ ขาว เทา ชมพู ต้องรอดูว่าจะเอาสีไหนเข้ามาขายบ้าง)

ถือเป็นแท็บเล็ตอีกรุ่นที่น่าสนใจ แน่นอนเจ้า Memo Pad ก็จะต้องต่อสู้กับ Acer Iconia B1 ที่จะวางขายในไทยที่ราคา 3,990 บาท รัน Android 4.1 Jelly Bean มาตั้งแต่โรงงานทั้งคู่

ใครสนใจแวะดู Memo Pad ได้ที่บูธ ASUS ในงาน Thailand Mobile Expo 2013 วันที่ 7-10 กุมภาพันธ์นี้ ศูนย์ฯสิริกิติ์

2013_530204490347653_1097380775_n

สเปกของ ASUS Memo Pad

  • หน้าจอ 7 นิ้ว ความละเอียด 1,224 x 600 พิกเซล
  • ซีพียู VIA WM8950 ความเร็ว 1 GHz
  • ชิปประมวลผลกราฟฟิก Mali-400
  • แรม 1 GB
  • กล้องหน้า 1 ล้านพิกเซล back-illuminated sensor back-illuminated sensor, f/2.0
  • กล้องหน้าถ่ายวีดีโอความละเอียด 720p
  • หน่วยความจำ 8 GB 16 GB เพิ่ม microSD card ได้สูงสุด 32 GB
  • ไม่มีกล้องหลัง
  • แบตเตอรี่ 16 Wh (4270 mAh)
  • ใช่งานได้นาน 7 ชั่วโมง
  • น้ำหนัก 370 กรัม
  • หนา 11.2 มิลลิเมตร

ที่มา แฟนเพจ ASUS THAILAND

from:http://mobiledista.com/2013/01/19/asus-memo-pad-will-be-on-sale-in-thailand-at-4900-thb/

ไวอากร้าช่วยให้หนูเผาผลาญไขมันเร็วขึ้น

viagra

ก่อนหน้านี้ได้มีเรื่องราวเกี่ยวกับนักกีฬาที่ใช้ยาไวอากร้าเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งในการแข่งขันต่างๆ ซึ่งตอนนี้นักวิจัยก็ได้มีรายงานศักยภาพที่ซ่อนเร้นของยาเม็ดสีฟ้านี้ หนึ่งในงานวิจัยนั้นคือ “ความสามารถในการเผาผลาญไขมันส่วนเกิน”

หลักการที่ยาไวอากร้ามีความสามารถในการเผาผลาญไขมันก็คือ มันจะเปลี่ยนเนื้อเยี่อไขมันสีขาว (white adipose tissue) ที่พบทั่วไปในตัวคนเราให้กลายเป็นเนื้อเยี่อไขมันสีน้ำตาล (brown adipose tissue)  ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อที่มีไขมันน้อย แต่มีไมโทคอนเดียที่มีโปรตีนชนิดหนึ่งอยู่มากชื่อ UCP-1 ที่ปลดปล่อยพลังในการเผาผลาญอาหารออกมาเผาผลาญไขมันได้ แล้วเนื้อเยื่อไขมันสีน้ำตาลยังถูกพบได้ในสัตว์ที่จำศีล และเกิดใหม่ที่ต้องอาศัยการสร้างความร้อนภายในร่างกายอีกด้วย

การศึกษาเรื่องนี้นักวิทยาศาสตร์ได้ทดลองกับหนู และตรวจวัด UCP-1 ในไขมันของมัน เวลาเพียงสัปดาห์กว่าๆ ระดับ UCP-1 ได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก และไขมันสีขาวก็กลายเป็นสีน้ำตาลอ่อน

นักวิทยาศาสตร์บอกว่า “พวกคนอ้วนที่กินแต่อาหารฟาสต์ฟู้ดอย่าคิดว่าวิธีนี้จะได้ผลนะ การศึกษานี้ยังเพียงแค่เริ่มต้นเท่านั้น เราไม่รู้ว่าไขมันสีน้ำตาลจะดีต่อสุขภาพกว่าไขมันสีขาวมากน้อยเพียงใด”

ในอนาคตไขมันสีน้ำตาล กับเทคโนโลยีอาจช่วยให้คนในประเทศที่ได้รับภัยหนาวมีความอบอุ่นขึ้นก็ได้

ที่มา SciLogs ข้อมูลจาก popsci

บทความจากหมวดเดียวกัน

แปลและเรียบเรียงโดย
ทีมงาน everyday-readers.com

from:http://www.everyday-readers.com/blog/news/study-viagra-helps-mice-burn-fat/

“Strange Fruits” ผลไม้แปลกประหลาด ผลงานสร้างสรรค์ทางศิลปะ

ผลงานศิลปะจากผลไม้ โดยศิลปินชาวเยอรมัน Sarah Illenberger ในชื่อว่า “Strange Fruits” ได้นำเอาผลไม้ที่เราเห็นกันจนชินมาดัดแปลงจนดูแปลกตาและน่าสนใจ

เข้าไปดูผลงานของเธอได้ ที่ Sarah Illenberger ข้อมูลจาก neatorama

 

 

1.

240-ea32c218461b4e768864a88b4074a78c

 

 

2.

240-1f0aa36418a146839b2d02bfa48685fc

 

 

3.

240-2f492c164cdf443da26f29692ca43e3c

 

 

4.

240-3cf4aec7947946139192f0bb18dfabe5

 

 

5.

240-3fdd089e39e84676b9bf2e2c1e6ad122

 

 

6.

240-23f28826c35542d89468d8665319b495

 

 

7.

240-85c3b6c42b224df286daa4f032130d1b

 

 

8.

240-096ca4a9e5534de486ec8a608c9ff933

 

 

9.

240-257d1cd746d74da5af654f6d58d19b48

 

 

10.

240-889b134c6d7c426ab84f59013ba6a3ba

 

 

11.

240-6100adce52fb45fb8364a42aad85af76

 

 

12.

240-38783af799ad4bd3a70d44092ac0321d

 

 

13.

240-75628442fcad41c4b42ea5449991d6cc

 

 

14.

240-bc5daccb9d934b80a01ca373600d9a72

 

 

15.

240-c16a6ae99867430f9c128b8c1c06e2f3

 

 

16.

240-ccbb0388b00c4f0e851ec9bfac46146d

บทความจากหมวดเดียวกัน

แปลและเรียบเรียงโดย
ทีมงาน everyday-readers.com

from:http://www.everyday-readers.com/blog/stories/strange-fruits/

“ความลับ” ที่ซ่อนอยู่ใน “สวนสนุก Disney”

สวนสนุก Disney สถานที่ชื่อดังระดับโลกเป็นสถานที่ให้ความสุขกับคนทุกเพศ ทุกวัย เป็นสถานที่แห่งความฝันของหลายๆ คน แต่คุณรู้หรือไม่ ว่าที่นี่มีความลับอะไรซ่อนอยู่บ้าง ลองไปดูกัน

 

เมืองใต้พิภพ

tumblr_ldupzklGIs1qdwip6

ที่มาภาพ fancy some disney magic

เมื่อคุณไปเที่ยวที่ Disney World คุณคงจะรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับสถานที่แห่งความฝันในวันเด็ก แต่ที่คุณอาจจะไม่รู้คือ ขณะที่คุณกำลังเดินเล่นอยู่ในสวนสนุกนั้น คุณกำลังเดินเหนือชั้นใต้ดินที่เป็นระบบอุโมงค์ขนาดใหญ่ นั่นก็เพราะ Disney World สร้างอยู่บนห้องและอุโมงค์ใต้ดินที่ใหญ่โตจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นเมืองใต้พิภพ ในชื่อที่เรียกกันว่า “Utilidors”

 

tumblr_lduq3qZC6W1qdwip6แผนที่อุโมงค์ใต้ดิน

ที่มาภาพ fancy some disney magic

 

หลังจากที่มีการเปิดสวนสนุก Disneyland ไปก่อนแล้ว Walt Disney ก็ตระหนักว่า มันดูไม่เข้าท่านักเมื่อตัวการ์ตูนมาสคอตต่างๆ จำเป็นต้องเดินทางไปมาระหว่างสวนสนุกโดยดูไม่เข้ากับสถานที่เลยสักนิด ดังนั้น เมื่อถึงตอนที่จะสร้าง Disney World จึงมีการวางแผนสร้างห้องต่างๆ และอุโมงค์ไว้ใต้ดิน โดยมีประตูลับเชื่อมไปยังบนดิน เพื่อที่เหล่าพนักงานและตัวมาสคอตตจะได้เดินทางระหว่างสถานที่ต่างๆ ในสวนสนุกได้โดยไม่ดูเป็นจุดสนใจ

euro-disney

ที่มาภาพ europe word

ถ้าคุณได้ไปเที่ยว Disney World อย่างหนึ่งที่จะสังเกตเห็นได้คือ ที่นี่สะอาดมาก ทั้งๆ ที่มีผู้คนมากมายมาเที่ยวแต่กลับไม่มีขยะตกตามพื้นเลยสักนิด นั้นก็เพราะจะมีพนักงานที่โผล่ขึ้นมาจากใต้ดินผ่านประตูลับเป็นระยะๆ เพื่อคอยเก็บกวาดขยะเหล่านี้นั่นเอง

นอกจากนั้น ถ้าคุณสนใจอยากเห็นเบื้องหลังการทำงาน ก็มีรายการ ทัวร์อุโมงค์ใต้ดิน อีกด้วย แต่คุณต้องมีอายุเกิน 16 ปี ขึ้นไป เพื่อกันไม่ให้เด็กน้อยที่ยังมีความฝันต้องมาเจอกับภาพมิกกี้เม้าส์ยืนจีบนางเงือกสาวแอเรียล หรือโดนัลด์ดั๊กกำลังซื้อสลัดทูน่ากินอยู่ในโรงอาหาร

 

 

คลับลับสำหรับแขก VIP

Club33

ที่มาภาพ mysterious universe

ในสวนสนุก Disneyland ที่เมืองนิวออร์ลีนส์ รัฐหลุยเซียนา จะมีประตูอยู่บานหนึ่งซึ่งดูเหมือนเป็นแค่ประตูประกอบฉากธรรมดาๆ แต่บางครั้งก็จะมีคนมาที่ประตูนี้ เปิดช่องลับแล้วกดกริ่ง จากนั้นก็จะมีเสียงจากด้านในถามชื่อและรหัส หลังจากนั้นประตูก็จะเปิดออกเพื่อให้คนๆ นั้นเข้าไปข้างใน นี่คือประตูไปยังคลับ “Club 33″ ที่คุณจะไม่มีวันได้เข้าไปเป็นสมาชิก

เมื่อครั้งที่ Walt Disney ออกแบบสวนสนุก เขาก็ตระหนักว่าตึกต่างๆ ที่มีอยู่ไม่ใหญ่และไม่เป็นส่วนตัวพอที่จะใช้รับรองแขก VIP ได้ ดังนั้น เอาจึงสร้างอพาร์ทเมนท์ขึ้นมาอีกแห่งหนึ่งซึ่งมีโถงขนาดใหญ่ไว้รับรองผู้มีชื่อเสียงต่างๆ ส่วนชื่อของคลับที่เป็นเลข 33 นั้น ก็มาจากจำนวนสปอนเซอร์แรกเริ่มของสวนสนุกที่มี 33 รายนั่นเอง

 

Club 33 Lesseesรายชื่อสปอนเซอร์ดั้งเดิมทั้ง 33 ราย

ที่มาภาพ disneyland club33

 

แล้วคลับนี้พิเศษอย่างไร? ข่าวลือว่ากันว่ามีสมาชิกของคลับนี้อยู่ประมาณ 500 คน (จากคนทั้งโลก) แน่นอนว่าไม่ใช่ว่าใครอยากจะสมัครก็สมัครเข้ามาได้ ส่วนค่าสมาชิกแรกเข้าก็คือ 25,000 เหรียญดอลล่าร์ และค่าสมาชิกรายปีๆ ละ 10,000 เหรียญ ภายในคลับมีร้านอาหารหรูหราที่ตกแต่งด้วยข้าวของและภาพแนวคิดที่ใช้สำหรับภาพยนตร์หลายเรื่องของ Disney  ส่วนข้าวของตกแต่งอื่นๆ Walt Disney ก็เป็นผู้เลือกเองกับมือ (และที่นี่ยังเป็นสถานที่เดียวใน Disneyland ที่มีการเสิร์ฟเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อีกด้วย)

club33-2ภายใน Club 33

ที่มาภาพ disneyland club33

 

เข้าไปดูภาพภายในคลับได้เต็มๆ ที่นี่

 

 

กลิ่นสังเคราะห์สร้างบรรยากาศ

how-to-smell-fresh-all-the-time

ที่มาภาพ mag for women

การได้ไปเที่ยวสวนสนุก Disney เป็นประสบการณ์น่าประทับใจที่ประสาทสัมผัสของคุณได้รับอย่างครบถ้วน ทั้งเสียงการจราจรรบกวนจากภายนอกหรือกลิ่นไม่น่าพึงประสงค์ต่างๆ ก็ดูเหมือนจะหายไปหมด มีแต่เสียงเพลงสดใสและกลิ่นสดชื่น นั่นก็เพราะว่าสวนสนุกแห่งนี้เป็นเจ้าของสิทธิบัตรเครื่องสร้างกลิ่นที่เรียกว่า “Smellitzer” ที่จะทำให้คุณได้กลิ่นตามที่สวนสนุกต้องการ

smell1ช่องปล่อยกลิ่น

ที่มาภาพ finding mickey

ถ้าคุณนั่งเครื่องเล่น Pirates of the Caribbean คุณก็จะได้กลิ่นเกลือทะเลอยู่ในอากาศ หรือถ้าเข้าไปในบ้านผีสิง คุณก็จะได้กลิ่นดิน เครื่อง Smellitzer นี้จะมีปั๊มและช่องลมที่จะปล่อยกลิ่นได้ในระยะ 200 ฟุต ในเวลาที่เหมาะสมเพื่อที่คุณจะได้กลิ่นแบบที่เข้ากับบรรยากาศพอดีก่อนที่จะผ่านไปยังสถานที่ต่อไป
กลิ่นที่ว่านี้ไม่ได้ใช้เฉพาะกับเครื่องเล่นเท่านั้น แต่ใช้กับทั้งทางเดินด้วย เช่น ถ้าคุณเดินผ่านทางเดินหลักก็อาจจะได้กลิ่นเหมือนคุกกี้ที่กำลังอบอยู่ หรือในช่วงวันหยุดยาว เครื่องก็จะปล่อยกลิ่นมิ้นต์ออกมาแทน ส่วนในช่วงเทศกาลฮัลโลวีนก็จะเป็นกลิ่นฟักทอง

 

 

มิกกี้เมาส์ที่ถูกซ่อนไว้

abc_hidden_mickey_101104_wg

ที่มาภาพ abc news

ในตอนที่ Walt Disney ออกแบบสวนสนุกส่วนที่เรียกว่า “Epcot” (Experimental Prototype Community of Tomorrow) กันนั้น แผนการเริ่มแรกตั้งใจจะให้ที่นี่เป็นที่ๆ ไม่มีตัวละครชื่อดังที่สุดของ Disney มิกกี้เมาส์ อยู่เลย เพราะ Epcot ควรจะเป็นส่วนที่แสดงโลกอนาคตในอุดมคติและเป็นที่สำหรับผู้ใหญ่มากกว่าของเด็ก ดังนั้น จึงคิดกันว่าถ้ามีตัวละครอย่างมิกกี้เมาส์ปรากฏอยู่ในส่วนนี้ด้วยก็จะดูไม่สมเหตุสมผลนัก

epcot1Epcot

ที่มาภาพ inhabitat

ปัญหาคือ สวนสนุก Disney ที่ไม่มีมิกกี้เมาส์ก็ดูไม่ใช่ Disney ดังนั้น จึงมีการซ่อนภาพหูมิกกี้เมาส์เอาไว้ทั่วไปหมด เช่น ในส่วนของเครื่องเล่น Spaceship Earth ซึ่งนำเสนอประวัติศาสตร์การสื่อสารของมนุษย์ ก็จะมีสัญลักษณ์ของมิกกี้เมาส์แอบอยู่ด้วย

20081103_052043_88

ที่มาภาพ mickey heads

 

หรือในส่วนของศิลปินจากยุคเรเนซองส์

20081012_014611_99

ที่มาภาพ mickey heads

 

หรือแม้แต่ในที่ๆ ไม่น่าจะมีใครเห็นอย่างในส่วนของ Canada pavilion

hidden-mickey

ที่มาภาพ waymarking , mouseandmemos

 

ดูเหมือนว่านักออกแบบก็อยากจะเล่นสนุกด้วยการซ่อนหูมิกกี้เมาส์ไว้ตามที่ต่างๆ ซึ่งตอนนี้มีอย่างน้อย 1,000 จุดที่ถูกค้นพบแล้ว

 

 

ที่มา Cracked

ที่มาภาพประกอบ america pictures

บทความจากหมวดเดียวกัน

แปลและเรียบเรียงโดย
ทีมงาน everyday-readers.com

from:http://www.everyday-readers.com/blog/articles/disney-theme-park-easter-eggs/

“คำถามง่ายๆ” ที่วิทยาศาสตร์ยัง “หาคำตอบไม่ได้” (Part.2)

ต่อจากบทความที่แล้ว “คำถามง่ายๆ” ที่วิทยาศาสตร์ยัง “หาคำตอบไม่ได้” (Part.1)  ลองมาดูว่ามีคำถามไหนอีกที่ดูแล้วก็เป็นคำถามธรรมดาๆ แต่วิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถหาคำตอบได้

 

วิธีการเล่นไพ่ Solitaire ให้ชนะ

Poker gambling cards

ที่มาภาพ the card soflife

เกมไพ่ Solitaire ที่ปัจจุบันนี้เราจะรู้จักว่าเป็นเกมเรียงไพ่ที่มีอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นระบบปฏิบัติการ Windows ถือเป็นเหมือนเกมประจำเครื่องที่ถ้าไม่รู้จะทำอะไรก็มานั่งเล่นแก้เบื่อกันได้ ซึ่งปกติเวลาเล่นกันก็ชนะบ้าง แพ้บ้างซะเป็นส่วนใหญ่ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าไม่มีทางที่คุณจะหาวิธีเล่นเกมนี้ได้ชนะทุกครั้งเลย เพราะแม้แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ยังตอบไม่ได้ว่าต้องใช้วิธีการไหนในการแก้ปัญหา Solitaire ให้ได้ทุกครั้ง

solitaire

ที่มาภาพ spoiled flush games

ตั้งแต่ปี ค.ศ.1800 เป็นต้นมา เกม Solitaire ก็ยังคงเป็นปริศนามาตลอด แม้แต่นักคณิตศาสตร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดก็ยังต้องยอมรับว่า เกม Solitaire นี้ไม่อาจหาหลักการทางคณิตศาสตร์มาคิดเป็นรูปแบบการเล่นได้ แม้แต่ค่าความเป็นไปได้ที่จะชนะเกมนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเป็นเท่าไหร่กันแน่ นักคณิตศาสตร์เสนอว่าเปอร์เซ็นต์ในการชนะเกมนี้อยู่ที่ 80-90 เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความว่าชนะอย่างน้อย 8 ใน 10 ครั้ง ซึ่งในความเป็นจริงแล้วไม่มีใครชนะได้มากขนาดนั้น

จากนั้นก็มีการเดากันว่า ความเป็นไปได้ที่จะชนะเกมนี้ไม่สามารถคำนวณได้ ซึ่งเป็นการเดาที่ออกจะทื่อๆ ไปหน่อย แต่นักคอมพิวเตอร์หลายคนก็เห็นด้วยกับข้อนี้ว่า แค่เล่นเกมนี้ในคอมพิวเตอร์จะให้ชนะได้ก็มีโอกาสน้อยเต็มที

และถ้าใครคิดว่าที่เรายังหาวิธีการเล่นเกม Solitaire ให้ชนะไม่ได้เป็นเพราะนักวิทยาศาสตร์มัวแต่เอาเวลาไปศึกษาเรื่องลึกลับซับซ้อนอย่างอื่นแล้วคงต้องคิดใหม่ เพราะนักวิทยาศาสตร์สามารถไขความลับของเกมที่ซับซ้อนกว่านี้มากอย่าง เกมเศรษฐี (Monopoly) ได้แล้ว แต่สำหรับเกมที่หลักการเล่นง่ายๆ ของ Solitaire กลับไม่มีใครคิดหาทางได้

monopoly-recession

ที่มาภาพ bill shrink

 

มีสิ่งมีชีวิตอยู่กี่สายพันธุ์บนโลกนี้

Caring-Animal-Species-Clockwise-South-African-Bullfrogs-Canines-Vampire-Bats-Dolphins-Army-Ants

ที่มาภาพ web ecoist

ตอนนี้ก็เป็นศตวรรษที่ 21 แล้ว เป็นเวลานานที่เหล่านักสำรวจและนักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายได้เดินทางออกตามหาสิ่งมีชีวิตใหม่ๆ แต่คำถามที่ว่า มีสิ่งมีชีวิตอยู่บนโลกกี่สายพันธุ์กันแน่ ก็ยังไม่มีใครตอบได้

นักวิทยาศาสตร์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการแบ่งหมวดหมู่สิ่งมีชีวิตบอกไว้เลยว่า ทุกวันนี้เรายังไม่เข้าใกล้คำตอบของคำถามที่ว่าเลยสักนิด แม้จะมีการสำรวจกันมากว่า 250 ปี แล้ว และค้นพบสายพันธุ์ใหม่ๆ กว่าอีก 15,000 สายพันธุ์ทุกปี นักวิทยาศาสตร์เองก็ไม่สามารถคาดการณ์ได้เลยว่า จำนวนทั้งหมดแล้วมีเท่าไหร่กันแน่

butterfly-types

ที่มาภาพ buzzle

ปัจจุบันนี้มีสายพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตอยู่ประมาณ 2 ล้านสายพันธุ์ แต่เดากันว่าจำนวนที่แท้จริงบนโลกอาจจะมีตั้งแต่ 5 ล้าน จนถึง 100 ล้านเลยทีเดียว

การคาดคะเนจำนวนสายพันธุ์ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 19 นักวิทยาศาสตร์ในตอนนั้นประมาณกันไว้ว่ามีสายพันธุ์อยู่บนโลก 400,000 ชนิด แต่ตอนนี้เราก็หาเจอได้เยอะกว่านั้นมาก ดังนั้นจึงบอกได้เลยว่าวิธีการคำนวณหาค่าประมาณนี้ใช้ไม่ได้อีกต่อไป

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้การหาจำนวนสายพันธุ์ทั้งหมดเป็นไปไม่ได้ก็เพราะการวิจัยส่วนใหญ่เกินขึ้นในประเทศทางแถบตอนเหนือ หรือประเทศที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยเท่านั้น ประเทศในแถบตอนใต้ เช่น ออสเตรเลีย ก็ยังคงมีสิ่งมีชีวิตที่เราไม่รู้จักอยู่อีก

แต่ปัญหาใหญ่จริงๆ ที่ทำให้การหาจำนวนยิ่งเป็นไปไม่ได้ก็เพราะ 90 เปอร์เซ็นต์ ของที่อยู่สิ่งมีชีวิตนั้นอยู่ใต้น้ำ ซึ่งมนุษย์เราเพิ่งสำรวจไปได้ไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทั้งหมด (ถึงกับมีนักวิทยาศาสตร์บอกไว้ว่า เรามีแผนที่พื้นผิวดาวอังคารที่ละเอียดกว่าของใต้ทะเลเสียอีก) และเราก็ยังค้นพบสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลหน้าตาประหลาดอยู่ตลอดเวลา

H. intermediusPancake Batfish

ที่มาภาพ asu

 

ความยาวของแนวชายฝั่งทะเล

5_Primeiras_e_Segundas_coastline_CREDIT_Caroline_Simmonds_WWF_US

ที่มาภาพ world wild life

ภูมิศาสตร์ เป็นหนึ่งในสาขาที่ตอนสมัยเรียนเป็นวิชาที่น่าจะลึกลับน้อยที่สุด ทุกอย่างคือสิ่งที่เห็นได้เป็นรูปธรรมทั้งทวีป แม่น้ำ และภูเขา ต่างก็อยู่ตรงที่ของมันไม่เปลี่ยนแปลงไปไหนมาก อย่างไรก็ตาม วิธีการวัดโดยเฉพาะการวัดขอบชายฝั่งมีวิธีการที่หลากหลาย อย่างเช่น ชายฝั่งของประเทศสหรัฐอเมริกาในการวัดแบบเป็นทางการบันทึกเอาไว้ว่ามีความยาวประมาณ 12,380 ไมล์ ในขณะที่มีการศึกษาจากอีกที่หนึ่งวัดได้ 29,093 ไมล์ ส่วนการวัดจากของอีกหน่วยงานหนึ่งของสหรัฐกลับวัดได้ 95,471 ไมล์ ซึ่งแต่ละอันไม่ได้ใกล้เคียงกันเลยสักนิด

สาเหตุที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่า การวัดชายฝั่งทำได้ยากและไม่มีวิธีการที่ตายตัว ขึ้นอยู่กับว่าต้องการวัดละเอียดขนาดไหน ถ้าหากวัดกันแบบใช้เส้นตรงอย่างคร่าวๆ ก็จะได้ความยาวขนาดหนึ่ง ในขณะที่ถ้าวัดโดยใช้ความละเอียดสูงก็จะได้ความยาวกว่าอีกแบบมาก

Britain-fractal-coastline-combined

ที่มาภาพ wikimedia

อีกอย่างคือตัวเลขความยาวพวกนี้อาจจะกลายเป็นตัวเลขที่เป็นทางการได้โดยการประกาศจากทางการ จริงๆ แล้วปัญหาในการวัดชายฝั่งแบบนี้ก็เป็นปัญหาทางภูมิศาสตร์กันมายาวนาน ถึงขนาดมีชื่อเป็นของตัวเองว่า “Coastline paradox” ด้วยความจริงที่ว่า ไม่ว่าคุณจะพยายามวัดด้วยความละเอียดขนาดไหน อย่างไรก็ไม่มีทางละเอียดพอที่จะวัดได้อย่างแน่ชัดนั่นเอง

 

แรงโน้มถ่วงทำงานอย่างไร

Gravity Apple

ที่มาภาพ the perfect male blog

แรงโน้มถ่วง เป็นอะไรที่เรารู้จักกันดีและเรียกได้ว่าเป็นเรื่องพื้นฐานที่สุดในหลักการของจักรวาล สิ่งมีชีวิตบนโลกก็อยู่กับแรงโน้มถ่วงมาตั้งแต่เริ่มวิวัฒนาการ ในบรรดาแรงพื้นฐานทั้ง 4 ของโลกเรา (แรงแม่เหล็กไฟฟ้า แรงนิวเคลียร์ชนิดเข้ม แรงนิวเคลียร์ชนิดอ่อน และแรงโน้มถ่วง) แรงโน้มถ่วงเป็นสิ่งที่ไร้เหตุผลมากที่สุด มันเป็นแรงที่มีพลังอ่อนและมีพลังแรงได้ในเวลาเดียวกัน แรงโน้มถ่วงยึดจักรวาลของเราไว้ด้วยกัน และในขณะเดียวกันมันก็เป็นแรงที่มีพลังอ่อนที่สุดที่มีอยู่ในโลก แม้แต่พลังแม่เหล็กธรรมดาๆ 2 อันที่ดูดเข้าหากันก็ยังมีกำลังมากกว่าแรงโน้มถ่วงด้วยซ้ำ

1.1 Unified Field - Pics

ที่มาภาพ science blogs

และเพื่อให้สับสนหนักกว่านั้น แรงอื่นๆ ทั้ง 3 แรงนั้นจะถูกควบคุมโดยอนุภาคของตัวเอง ดังนั้น สำหรับแรงโน้มถ่วงแล้วมันก็ควรจะมีอนุภาคด้วยเช่นกัน แต่ปัญหาก็คือ เรายังหาอนุภาคที่ว่านี้ไม่พบ

ความลึกลับของแรงโน้มถ่วงยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ เมื่อเราดูลึกเข้าไปยังขั้นอะตอม โมเลกุล หรือเล็กลงไปกว่านั้น แรงโน้มถ่วงกลับนำมาใช้กับสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ นี่เป็นสาเหตุใหญ่ที่เราต้องมีทั้งฟิสิกส์และควอนตัมฟิสิกส์แยกกัน สรุปคือตอนนีันักวิทยาศาสตร์รู้เรื่องส่วนประกอบของอะตอมมากกว่ารู้ว่าเพราะเหตุใดลูกบอลที่ถูกโยนขึ้นฟ้าจะต้องร่วงกลับลงมาเสียอีก

 

ที่มา Cracked
ที่มาภาพประกอบ iruntheinternet

บทความจากหมวดเดียวกัน

แปลและเรียบเรียงโดย
ทีมงาน everyday-readers.com

from:http://www.everyday-readers.com/blog/articles/simple-questions-science-cant-answer-2/

นิตยสารเพื่อปลุกความเป็นแมนในตัวคุณ “Man’s Life Magazine”

“Man’s Life Magazine” เป็นนิตยสารที่โด่งดังในช่วงยุค ค.ศ.1950-1960 มีรูปถ่ายและเนื้อหาเกี่ยวกับการผจญภัยที่น่าทึ่ง อันตราย และเรื่องราวการต่อสู้กับสัตว์ป่าแบบแมนๆ นี่คือตัวอย่างหน้าปกนิตยสารที่ตั้งใจให้ดูจริงจัง แต่พอมาดูในปัจจุบันบางอันก็ดูน่าขันไปเสียได้

ที่มาจาก so bad so good

 

 

 1.

giantturtles

 

 

2.

Mans-Life-Magazine-Funny-Cover-Stories1

 

 

3.

Mans-Life-Magazine-Funny-Cover-Stories2

 

 

4.

Mans-Life-Magazine-Funny-Cover-Stories3

 

 

5.

Mans-Life-Magazine-Funny-Cover-Stories4

 

 

6.

Mans-Life-Magazine-Funny-Cover-Stories5

 

 

7.

Mans-Life-Magazine-Funny-Cover-Stories6

 

 

8.

Mans-Life-Magazine-Funny-Cover-Stories7

 

 

9.

Mans-Life-Magazine-Funny-Cover-Stories8

 

 

10.

Mans-Life-Magazine-Funny-Cover-Stories9

 

 

11.

Mans-Life-Magazine-Funny-Cover-Stories10

 

 

12.

Mans-Life-Magazine-Funny-Cover-Stories11

 

 

13.

Mans-Life-Magazine-Funny-Cover-Stories12

 

 

14.

Mans-Life-Magazine-Funny-Cover-Stories13

 

 

15.

Mans-Life-Magazine-Funny-Cover-Stories14

บทความจากหมวดเดียวกัน

แปลและเรียบเรียงโดย
ทีมงาน everyday-readers.com

from:http://www.everyday-readers.com/blog/stories/mans-life-magazine/

17 มกราคม “ป๊อบอาย” ปรากฏตัวเป็นครั้งแรกในหนังสือการ์ตูน

วันนี้ 17 มกราคม เมื่อปี ค.ศ.1929 ตัวการ์ตูน “ป๊อบอาย” (Popeye the Sailor Man) โดย Elzie Segar ปรากฏตัวเป็นครั้งแรกในหนังสือการ์ตูนเรื่อง Thimble Theatre ของบริษัท King Features และหลังจากนั้นในปีถัดมา ป๊อปอายก็มีการ์ตูนเป็นของตัวเอง

vintage-popeye-cartoon

ที่มาภาพ digital media academy

 

ถึงแม้ว่าเรื่อง Thimble Theatre จะตีพิมพ์มาเป็นสิบปีแล้ว ตัวละครป๊อปอายก็เพิ่งได้เปิดตัวเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ.1929 หลังจากนั้น ตัวละครกะลาสีเรือนี้ก็ได้กลายเป็นตัวละครหลักในเรื่อง และ Thimble Theatre ก็ได้กลายเป็นการ์ตูนยอดฮิตของบริษัทไป

300px-Thimbledecem11951Thimble Theatre

ที่มาภาพ Wikipedia

 

หลังจาก Elzie Segar เสียชีวิตไปในปี ค.ศ.1938 นักเขียนหลายคนรวมถึงผู้ช่วยของเขา Bud Sagendorf ก็วาดการ์ตูนต่อ ซึ่งตอนนั้นได้ถูกเปลี่ยนชื่อให้เป็น “Popeye” แทน การ์ตูนเรื่องใหม่นี้วาดโดย Hy Eisman และพิมพ์ซ้ำโดยใช้เนื้อเรื่องเดิมของ Sagendorf

Popeye-comic-strip

ที่มาภาพ popeye

 

ในปี ค.ศ.1933 Fleischer Studios ได้ดัดแปลงการ์ตูนเรื่อง Thimble Theatre ให้กลายเป็นเรื่องการ์ตูนเคลื่อนไหวในชื่อ Popeye the Sailor  ซึ่งได้รับความนิยมมากในช่วงยุคปี ค.ศ.1930 และมีการฉายต่อเนื่องมาจนถึงปี ค.ศ.1957 การ์ตูนเรื่องนี้ก็ได้กลายเป็นลิขสิทธิ์ของบริษัท Warner Bros.

หลายปีที่ผ่านมานี้ ป๊อปอายได้ปรากฏตัวในหนังสือการ์ตูน การ์ตูนโทรทัศน์ วิดีโอเกม โฆษณา สินค้า และกลายเป็นภาพยนตร์คนแสดงในปี ค.ศ.1980

Popeye_FDZLA_269ภาพยนตร์เรื่อง Popeye

ที่มาภาพ tvguide

 

ที่มา Wikipedia , Wikipedia : Popeye

บทความจากหมวดเดียวกัน

แปลและเรียบเรียงโดย
ทีมงาน everyday-readers.com

from:http://www.everyday-readers.com/blog/on-the-day/17-jan-popeye-first-appearanced/

“ยอดคนธรรมดา” ที่ “ไขคดี” ได้ดีกว่าตำรวจ

เมื่อเกิดเหตุร้าย เหตุรุนแรง การฆาตกรรม คนทั่วไปจะต้องเรียกตำรวจอย่างแน่นอน และการที่คนธรรมดาคนหนึ่งจะสามารถสืบหาคนร้ายได้เป็นเรื่องออกจะเหลือเชื่อไปหน่อย แต่สำหรับคนเหล่านี้กลับทำได้ดีจนตำรวจยังต้องอาย

 

เด็กหญิงวัย 12 ขวบ ที่ตามหาขโมยที่ขึ้นบ้านของคุณยาย

picture_6Jessica Maple

ที่มาภาพ jezebel

เดือนกรกฎาคม ปี ค.ศ.2011 คนร้าย 2 คนได้บุกเข้าไปในบ้านหลังหนึ่งในรัฐจอร์เจีย และขโมยเฟอร์นิเจอร์ไปหมดบ้าน ยังโชคดีที่บ้านหลังนี้ไม่มีคนอยู่แล้วเพราะคุณยายเจ้าของบ้านได้เสียชีวิตไปแล้ว บ้านหลังนี้จึงถูกทิ้งไว้ และครอบครัวจะมาดูบ้านปีละครั้ง กว่าจะพบว่าบ้านถูกงัดคนร้ายก็หนีไปนานหลายเดือนแล้ว

abc_jessica_maple_detective_lt_110820_wgJessica Maple

ที่มาภาพ abc news

จนกระทั่งหลานสาววัย 12 ขวบ Jessica Maple รู้ว่าบ้านยายถูกขโมยขึ้น จึงขอแม่พาไปดูสถานที่และเริ่มต้นหาหลักฐาน เธอพบร่องรอยการงัดหน้าต่างในโรงรถพร้อมรอยนิ้วมืออีกมากมาย โดยที่ตำรวจไม่เคยพบร่องรอยที่ Jessica Maple พบเลย หลังจากนั้นเธอก็ได้ออกตามหาของที่ถูกขโมยไปตามร้านต่างๆ จนไปพบว่าอยู่ที่โรงรับจำนำ เธอจึงสอบถามรายละเอียดของคนมาจำนำของดังกล่าว และสืบไปจนเจอที่อยู่ของคนร้ายคนหนึ่ง ซึ่งเป็นชายวัย 17 ปี สุดท้ายตำรวจก็จับตัวคนร้ายได้ในที่สุด

 

 

คุณป้าชาวอังกฤษตามหาโรคจิตในอินเตอร์เน็ตที่ชักจูงให้คนฆ่าตัวตาย

celia_v02Celia Blay

ที่มาภาพ this is wiltshire

ในปี ค.ศ.2006 Celia Blay ครูเกษียณอายุชาวอังกฤษใช้เวลาว่างส่วนใหญ่กับการเล่นเว็บบอร์ด เธอได้พบเว็บบอร์ดหนึ่งที่แปลกประหลาดซึ่งเป็นสถานที่รวบรวมคนที่ต้องการฆ่าตัวตาย เธอแทบไม่อยากจะเชื่อว่ามันจะมีเว็บบอร์ดแบบนี้อยู่จริงๆ

วันหนึ่งเธอได้รับเมลล์จากเด็กสาวชาวกัวเตมาลาวัย 17 ปี เล่าว่า มีเพื่อนคนหนึ่งซึ่งเป็นนางพยาบาลเชื้อสายจีน-อเมริกัน อายุประมาณ 20 ปี ชื่อว่า Li Dao เสนอวิธีการฆ่าตัวตายให้แก่เธอ Celia Blay จึงเริ่มต้นสืบค้นเกี่ยวกับ Li Dao พบว่า นางพยาบาลคนนี้เคยตั้งกระทู้เสนอวิธีการฆ่าตัวตายทั้งหมด 12 กระทู้ในเว็บบอร์ด

Celia Blay ได้เริ่มต้นวางแผนเพื่อสืบหาตัวตนที่แท้จริงของ Li Dao จากการช่วยเหลือของเพื่อนที่ชื่อว่า Kat Lowe โดยให้ไปตีสนิทกับ Li Dao ในเว็บบอร์ด ในที่สุดก็พบว่า Li Dao ไม่ใช่พยาบาลสาววัย 20 ปี แต่เป็นชายวัย 47 ปี ชื่อ William Melchert-Dinkel

20100423_william-melchertdinkel_33William Melchert-Dinkel

ที่มาภาพ minnesota

Celia Blay และเพื่อนจึงรวบรวมหลักฐานว่าชายคนนี้พยายามโน้มน้าวให้คนในอินเตอร์เน็ตฆ่าตัวตาย ชายโรคจิตคนนี้ทำกระทั่งเคยขอให้คนฆ่าตัวตายโชว์ผ่านกล้องเว็บแคมให้เขาดูด้วยซ้ำ และยังพบอีกว่าชายคนนี้ได้ทำให้คนอย่างน้อย 5 คนฆ่าตัวตายไปแล้ว

สุดท้ายแล้วในเดือนพฤษภาคม ค.ศ.2011 William Melchert-Dinkel ก็ถูกพิพากษาให้ชดเชยค่าเสียหายให้กับครอบครัวผู้เคราะห์ร้าย และถูกจำคุกเป็นเวลาหนึ่งปี นอกจากนี้ในวันครบรอบการตายของผู้เคราะห์ร้ายเขาจะต้องมาใช้ชีวิตในคุกอีก 2 วัน (จริงๆ น่าจะโดนมากกว่านี้นะ)

 

 

แม่บ้านไขคดีฆาตกรรมที่ตำรวจยังพิสูจน์ไม่ได้

Currin caseSusan Galbreath

ที่มาภาพ justice_4_jessica

ย้อนกลับไปเมื่อ ปี ค.ศ.2000 แม่บ้านชาวอเมริกันชื่อ Susan Galbreath ได้เสนอตัวเข้าช่วยตำรวจในคดีการฆาตกรรม Jessica Currin เด็กสาววัย 18 ปี หลังจากเธอพบว่าตำรวจประสบความล้มเหลวในการสืบสวน โดยที่เธอไม่เคยมีประสบการณ์การสืบสวน และไม่รู้จักเหยื่อเป็นการส่วนตัว (สรุปว่าว่างมาก)

 

MURDER_narrowweb__200x284ครอบครัวถือรูปของ Jessica Currin ผู้ถูกฆาตกรรม

ที่มาภาพ the age

ในตอนแรกเธอไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรจึงเขียนจดหมายขอการช่วยเหลือจากคนดังหลายๆ คนเช่น Oprah Winfrey,  Julia Roberts สุดท้ายแล้วก็มีคนตอบจดหมายของเธอ เขาคือนักข่าว Tom Mangold จาก BBC ที่เดินทางมาจากอังกฤษ ทั้งสองคนได้เริ่มต้นสืบจากการสอบถามผู้ติดยาในท้องถิ่นที่เกิดเหตุ จึงพบว่า มีข่าวลือว่าผู้ที่ลักพาตัวเหยื่อผู้เคราห์ร้ายนั้นคือ Quincy Cross น่าเสียดายที่นักข่าวชาวอังกฤษต้องเดินทางกลับประเทศไปก่อน แต่เขาก็ยังติดต่อกับ Susan อยู่เรื่อยๆ ในขณะเดียวกันเธอก็ถูกแอบตามโดย Quincy Cross ที่เป็นผู้ต้องสงสัย

Something_Rotten_in_MayfieldTom Mangold

ที่มาภาพ radio times

แทนที่เธอจะทิ้งทุกสิ่งหลังจากรู้ว่าถูกแอบตาม เธอกลับนัดพบกับ Quincy Cross ที่เป็นผู้ต้องสงสัยที่บ้านของเขา และสัญญาว่าจะช่วยพิสูจน์ความบริสุทธิ์ จนเขาได้ไว้วางใจ และพูดถึงรายละเอียดต่างๆ ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งขัดต่อคำให้การต่อตำรวจ แต่หลักฐานก็ยังไม่เพียงพอที่จะจับกุม Quincy Cross เธอจึงใช้เว็บโซเชียลมีเดีย Myspace  ค้นหาคนที่อยู่ในเหตุการณ์ จนในที่สุดก็ได้คน 5 คน มาเป็นพยาน และนำมาสู่การจับกุม Quincy Cross ได้

131955664611392878869Quincy Cross

ที่มาภาพ paducahsun

 

 

ชายที่ตามหาร่องรอยคนร้ายลักพาตัวเด็กจากกล้องวงจรปิด

alg-yaakov-german-leibys-trail-jpgYaakov German

ที่มาภาพ ny daily news

เมื่อ Leiby Kletzky เด็กชายวัย 8 ขวบถูกลักพาตัวไปในเมืองนิวยอร์ก Yaakov German เป็นคนหนึ่งที่อยู่ในย่านนั้น และมีลูกชายวัย 12 ปี ด้วยความเป็นพ่อที่รักลูก เขาจึงอยากจะตามหาคนร้ายเพื่อไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก

leiby-kletzkyLeiby Kletzky

ที่มาภาพ trutv

เขาได้เริ่มต้นหารายละเอียดของเสื้อผ้าและกระเป๋าของเด็กที่ถูกลักพาตัว จากกล้องวงจรปิดในวันเวลาที่เกิดเหตุ โดยเริ่มต้นจากในโรงเรียน เคาะตามบ้าน และร้านค้าต่างๆ ที่มีกล้องวงจรปิด และขอดู เขานั่งดูเทปบันทึกของวีดีโอทุกรายละเอียด ทุกวินาที แต่ก็ยังไม่พบร่องรอย

จนในที่สุดเขาก็พบร่องรอยจากกล้องวงจรปิดจากบริษัทสินเชื่อรถยนต์ เป็นภาพของผู้ชายพาเด็กขึ้นรถที่ไม่มีทะเบียน แต่ก่อนเกิตเหตุ ชายดังกล่าวได้เดินมาจากอีกฟากของถนนซึ่งเป็นร้านทันตกรรม ข้อมูลดังกล่าวได้ส่งถึงตำรวจ ตำรวจจึงสอบถามจากทันตแพทย์และสามารถระบุตัวคนร้ายได้ และนำมาถึงการจับกุม Levi Aron คนร้ายได้ในที่สุด ต้องขอบคุณถึงความพยายาม ความอดทนของ Yaakov German

6232_201208294735Levi Aron

ที่มาภาพ yiddishnayes

เพิ่มเติมอีกนิดว่า ถึงแม้จะพยายามกันอย่างเต็มที่แล้ว แต่ก็ยังสายเกินไป Leiby Kletzky ถูกฆาตกรรมไปแล้ว ส่วนคนร้าย Levi Aron อ้างว่าเขาเห็นภาพหลอนและได้ยินเสียงสั่งให้เขาทำ แต่ศาลปฏิเสธว่าเขาไม่ได้วิกลจริต เขาถูกสั่งจำคุก 40 ปีถึงตลอดชีวิต

 

 

แฮกเกอร์หนุ่มที่ทำให้เหล่าเฒ่าโรคจิตติดคุก

Good-Hackers

ที่มาภาพ memetics

วันหนึ่ง ขณะ  Brad Willman โปรแกรมเมอร์ชาวแคนนาดากำลังอยู่ในห้องสนทนาออนไลน์ ก็มีคนเสนอขายเด็กหญิงวัย 6 ขวบให้แก่เขา Brad Willman จึงคิดว่าจะป่วนพวกโรคจิตนี้ในอินเตอร์เน็ต

เขาเริ่มต้นด้วยการเข้าเว็บไซต์โป๊ที่นิยมเด็ก โดยโพสไฟล์รูปภาพที่เป็น Trojan โดยตั้งชื่อภาพว่า hot_naked_babes_literally.jpg เป็นไปตามคาด มีเฒ่าโรคจิตมากมายดาวน์โหลดภาพไปและเปิดมันดู ซึ่งทำให้เขาสามารถดึงข้อมูลในคอมพิวเตอร์ที่ดาวน์โหลดภาพนั้นไปได้ จากนั้นเขาก็จะติดต่อไปยังกลุ่มเฝ้าระวังคนโรคจิตที่ชอบเด็กให้เข้าจับกุมคนเหล่านั้น

การกระทำครั้งนั้นของเขาได้ผลอย่างมาก ทำให้ตำรวจมีข้อมูลหลักฐานส่งเฒ่าโรคจิตเข้าคุกได้ 70 ราย และหนึ่งในนั้นเป็นผู้พิพากษาของรัฐแคลิฟอเนียชื่อ Ronald Kline ที่วางแผนจะล่อลวงเด็กชาย

Ronald_Kline2-189x253Ronald Kline

ที่มาภาพ republican offenders

แต่งานฮีโร่ของ Brad ก็ต้องจบลงเมื่อเขาถูกตำรวจจับได้ ถึงแม้ทุกคนจะชื่นชมในความพยายามของเขาแต่สิ่งที่เขาทำไปก็ยังผิดกฏหมายอยู่ดี เขาถูกบังคับให้เลิกทำแบบนี้เสียแลกกับการไม่ต้องติดคุก และตอนที่เขาเลิกทำหน้าที่นี้เขาก็มีอายุเพียง 19 ปี เท่านั้น

 

 

ที่มา Cracked , trutv

บทความจากหมวดเดียวกัน

แปลและเรียบเรียงโดย
ทีมงาน everyday-readers.com

from:http://www.everyday-readers.com/blog/articles/awesome-people-who-solved-crimes-better-than-cops/

ผลงานศิลปะสวยๆ จากผ้ายีนส์

ผลงานศิลปะจากผ้ายีนส์โดยฝีมือของศิลปินชาวอังกฤษ Ian Berry (หรืออีกชื่อว่า Denimu) ผู้ขยันพอที่จะสร้างงานละเอียดอ่อนและใช้เวลามาก โดยการนำผ้ายีนส์มาวัดขนาด ตัดเป็นรูปทรงต่างๆ เย็บติดกัน และติดกาว จนได้เป็นผลงานภาพสมจริง และมีมิติด้วยการใช้เฉดสีน้ำเงินที่ต่างกัน

เข้าไปดูผลงานเต็มๆ ของเขาได้ที่ Denimu ข้อมูลจาก so bad so good

 

 

1.

Denimu_Art_avalon_pub

 

 

2.

Denimu_Art_Ben_Wentworth

 

 

3.

Denimu_Art_Brooklyndiner

 

 

4.

Denimu_Art_camdenhorse2

 

 

5.

Denimu_Art_camdenlock

 

 

6.

Denimu_Art_camdentown

 

 

7.

Denimu_Art_Diamond_inthe_Ro

 

 

8.

Denimu_Art_Fountain_Square

 

 

9.

Denimu_Art_Hampstead_tube

 

 

10.

Denimu_Art_LondonES

 

 

11.

Denimu_Art_monument2

 

 

12.

Denimu_Art_Newsagent_NY1

 

 

13.

Denimu_Art_newsagent_NY3

 

 

14.

Denimu_Art_picadillyline2

 

 

15.

Denimu_Art_shoreditch2

 

 

16.

Denimu_Art_tourist_trap

 

 

17.

Denimu_Art_Utica_Ave

 

 

18.

Denimu_boroughmarket

 

 

19.

Denimu_Malmo_Sydsvenskan

 

 

20.

Denimu_MsJean_Denim_art

 

 

21.

Denimu_Other_side_track

 

 

22.

Denimu_portraits_Midsummer

 

 

23.

Denimu_Retreat_Malmo_Denim_

 

 

24.

Denimu_shake_it

 

 

25.

Denimu_under_bridge

บทความจากหมวดเดียวกัน

แปลและเรียบเรียงโดย
ทีมงาน everyday-readers.com

from:http://www.everyday-readers.com/blog/stories/artwork-from-denim/